


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- IDEMITSU
“อิเดมิตสึ” ตัวจริงแห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เปิดตัวผลิตภัณฑ์เอาใจคนรักความเร็ว บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นภายใต้แบรนด์ “อิเดมิตสึ” (IDEMITSU) และ “ดาฟเน่” (DAPHNE) ผู้นำด้านอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นในประเทศไทย ด้วยวิสัยทัศน์มุ่งมั่นในการพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดของสินค้าและบริการ สร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า พร้อมยึดมั่นในแนวทางการเติบโตของธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมจัดกิจกรรม “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 Thailand International Motor Expo 2019” ระหว่าง วันที่ 29 พ.ย.-10 ธ.ค.62 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ในงานนี้ อิเดมิตสึ ได้จัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทย โดยนำ IDEMITSU RACING SIMULATOR มาให้ผู้ชื่นชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ตร่วมท้าพิสูจน์ความเร็วและ เฟ้นหาผู้ที่ทำลายสถิติความเร็วสูงที่สุดภายในงานร่วมชิงรางวัลจากผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องอิเดมิตสึและสิทธิประโยชน์อีกมากมาย พร้อมสัมผัสบรรยากาศมอเตอร์สปอร์ต โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ ที่ได้รับการรับรองจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) ภายใต้ชื่อรายการ “Thailand Super Series” นำรถแข่งขันในรุ่น TA2 Thailand ที่ขับเคี่ยวในฤดูกาลที่ผ่านมา ร่วมโชว์ภายใต้สังกัด Tecpro Idemitsu Racing Team รวมไปถึงมอเตอร์ไซค์แข่งภายใต้สังกัด A.P. Honda Racing Thailand Honda CBR600RR No.149 เจ้าของแชมป์ล่าสุดปี 2019 นักแข่งหญิงเดียวของไทย มุกลดา สารพืชจากรายการ Sukuka 4 Hours Endurance สนามระดับโลก ซูซูกะ เซอร์กิต ประเทศญี่ปุ่น อิเดมิตสึพร้อมเดินหน้ารุกแผนการตลาดสู่ปี 2020 โดย ดร.ภาวัต กัลล์ประวิทธ์ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาด บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2019 ได้มีโอกาสสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ตหลายรายการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยและร่วมสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยและเป็นพื้นที่ให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ ในปี 2020 ยังคงมีรายการที่สนับสนุนต่อเนื่อง เช่น Idemitsu Super Turbo Thailand 2020, Idemitsu-TSS RACING ACADEMY , Idemitsu Gymkhana 2020 อีกทั้งได้พัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่น ให้สามารถใช้งานกับกีฬามอเตอร์สปอร์ต ในระดับสากล รวมถึงมีนวัตกรรมใหม่ ๆ โดยในไตรมาสที่หนึ่งปี 2020 จะเริ่มจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสูตรใหม่ที่ตอกย้ำความแรงไปอีกขั้น ด้วย IDEMITSU RACING SN 0W-40 Japan Special Technology PAO เป็นน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ที่ผลิตจาก โพลีอัลฟาโอเลฟิน เป็นสารซึ่งสกัดขึ้นมาในห้องปฏิบัติการ น้ำมันชนิดนี้ถือว่าบริสุทธิ์มาก มีความหนืดคงที่ มีความต้านทานต่อการเกิดปฎิกริยากับออกซิเจนสูง ปกป้องเครื่องยนต์ได้ดีในอุณหภูมิสูง จึงเป็นที่สุดแห่งนวัตกรรมน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% ชนิดพิเศษสำหรับ รถยนต์เพื่อขับในชีวิตประจำวันและใช้เพื่อการแข่งขันได้อย่างดีเยี่ยม และพบกับผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องอิเดมิตสึ พร้อมร่วมสัมผัสประสบการณ์ตอกย้ำผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตและกิจกรรมอีกมากมาย ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 Thailand International Motor Expo 2019” ณ บูธ IDEMITSU จากบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด (B07) ระหว่างวันที่ 29 พ.ย.-10 ธ.ค.62 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และสามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ Apollo (Thailand) หรือโทร.038-456-900
- Mazda tear away competitors, send new Mazda 2, new design, packed with technology
มาสด้าฉีกหนีคู่แข่งส่ง มาสด้า2 ใหม่ ดีไซน์ใหม่ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี * ออกแบบภายใต้ KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ เรียบหรูสง่างามดุจงานศิลปะชิ้นเอก * เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร แรงและประหยัดน้ำมันสูงถึง 26.3 กิโลเมตรต่อลิตร * เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร * เทคโนโลยีควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง (GVC Plus) * เทคโนโลยีการเชื่อมต่อสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด Mazda Connect มาพร้อม Apple CarPlay * ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง (360° View Monitor) * ระบบควบคุมความเร็วคงที่ Cruise Control * ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift * เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก i-ACTIVSENSE * พร้อมยกทัพรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดลุย มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ส่ง New Mazda2 ลงสมรภูมิตลาดรถยนต์นั่งซิตี้คาร์ ด้วยคุณภาพและมาตรฐานที่เหนือกว่าในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมันสูงสุดในตลาด มาพร้อมกับรูปลักษณ์การออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายในให้ความหรูหราสง่างาม ภายใต้ KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ ซึ่งเน้นความเรียบง่ายแต่งดงาม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เฉกเช่นเดียวกับ All-New Mazda3 ทุกเส้นสายเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความโฉบเฉี่ยว ทรงพลังราวกับมีชีวิต โดดเด่นปราดเปรียวในสไตล์สปอร์ตพรีเมียม มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์คลีนดีเซล 1.5 ลิตร และเครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแฮตช์แบค 5 ประตูตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าตามคอนเซ็ปต์ “ไม่หยุด...แค่ความธรรมดา” เพราะความธรรมดาใครๆ ก็เป็นได้ แต่สำหรับลูกค้า New Mazda2 คุณคือคนพิเศษ วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 546,000 บาท นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เปิดเผยว่าปีนี้นับเป็นปีที่ต้องจารึกในประวัติศาสตร์ของมาสด้า ด้วยการก้าวสู่ยานยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ รวมไปถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่มากถึง 6 รุ่น อีกทั้งยังได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย วันนี้มาสด้ากำลังก้าวไปอีกขึ้น เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก ด้วยการเปิดตัวแนะนำรถยนต์นั่งซิตี้ คาร์ ที่มีสมรรถนะสูงสุดและประหยัดน้ำมันดีที่สุดในตลาด New Mazda2 กำลังจะนำคุณก้าวสู่อีกขั้นของความรู้สึก พร้อมเปิดทุกประสาทสัมผัสไปกับยนตรกรรมที่สะท้อนตัวตนอย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะ ตอบโจทย์ไลฟสไตล์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร เพื่อมอบประสบการณ์ที่มากกว่าคำว่าธรรมดา ตามคอนเซ็ปต์ “ไม่หยุด…แค่ความธรรมดา” เพราะความธรรมดาใครๆ ก็เป็นได้ แต่สำหรับลูกค้า New Mazda2 คุณคือคนพิเศษ Mazda2 ถือเป็นโมเดลที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงสำหรับมาสด้า นับตั้งแต่โฉมแรกที่ทำตลาดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2552 มียอดขายสะสมมากกว่า 120,000 คัน ต่อเนื่องสู่เจนเนอเรชั่นที่ 2 ที่มาพร้อมเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่เริ่มจำหน่ายเมื่อเดือนมกราคม 2558 ประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้มาสด้าก้าวขึ้นครองอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่รวมทั้งอีโค คาร์ และซิตี้ คาร์ ด้วยยอดขายสะสมสูงกว่า 160,000 คัน และในวันนี้มาสด้ากำลังจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็กด้วยการเปิดตัวแนะนำ New Mazda2 ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุด และประหยัดน้ำมันสูงที่สุดในตลาด ด้าน รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า งานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้นอกจากการเปิดตัวแนะนำ New Mazda2 แล้ว มาสด้ายังยกทัพยานยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมจากลูกค้ามาจัดแสดงครบทุกรุ่น โดยไฮไลท์สำคัญคือรถยนต์ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ล่าสุดหลายรุ่นทั้ง All-New Mazda3, New Mazda CX-5 โดยเฉพาะเครื่องยนต์ เทอร์โบ 2.5 รวมถึงรุ่นใหญ่ใหม่แกะกล่องอย่าง All-New Mazda CX-8 ที่ล้วนอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับดีไซน์การออกแบบที่เรียบง่ายแต่งดงามของแนวคิด “Less is More” ความประณีตในทุกรายละเอียดเพื่อมอบความพรีเมียม หรูหราที่สุดในคลาส มาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น แต่ยังคงให้ความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ที่ตรวจจับและคาดการณ์ได้แม่นยำยิ่งขึ้น และเทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสารแบบไร้ขีดจำกัด Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay สำหรับรถยนต์ที่มาสด้าเพิ่งเปิดตัวแนะนำไปเมื่อเร็วๆ นี้ ประกอบด้วย Mazda MX-5 รุ่น Limited Edition ฉลอง 30 ปี เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ต่อด้วยการเผยโฉมยานยนต์เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด All-New Mazda3 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนๆ ที่เฝ้ารอการมาของรถรุ่นนี้แห่เข้าร่วมงานเปิดตัวนับพันคน ตามมาด้วยการปรับโฉมของ New Mazda CX-5 ที่เพิ่มขุมพลังด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน เทอร์โบ 2.5 ลิตร เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และกลายเป็น SUV ที่มอบสมรรถนะความแรงสูงที่สุดในตลาด ล่าสุดเราได้สร้างเซ็กเม้นต์ใหม่ที่ไม่เคยมีในตลาดเมืองไทยมาก่อนด้วยการเปิดตัว 3-Roll Crossover SUV ภายใต้ชื่อรุ่น All-New Mazda CX-8 เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อให้ลูกค้าคนไทยใช้รถ SUV ที่มีพื้นฐานของรถยนต์นั่งอย่างแท้จริง ส่งผลให้แบรนด์มาสด้าได้รับการกล่าวถึงจากลูกค้าต่อเนื่อง และตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปัจจุบันมียอดขายสูงกว่า 55,000 คัน New Mazda2 เป็นรถยนต์ที่ได้รับออกแบบภายใต้แนวคิด KODO design เจนเนอเรชั่นใหม่ที่มุ่งเน้นความเรียบง่ายแต่งดงามด้วยคอนเซ็ปต์ “Less is More” ทั้งดีไซน์ภายนอก ไปจนถึงภายในห้องโดยสาร ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น ไม่ซ้ำใคร เพื่อมอบประสบการณ์ที่มากกว่าคำว่าธรรมดาตอบรับคอนเซ็ปต์ “ไม่หยุด...แค่ความธรรมดา” สะท้อนตัวตน และความมีเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่ได้ชัดเจน สัมผัสกับความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดแม้เพียงครั้งแรกที่เห็น ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอกที่ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่กันชนหน้าและหลัง กระจังหน้า ไฟหน้าและไฟท้าย ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการยกระดับความหรูหรา พรีเมียม ด้วยการคัดสรรวัสดุคุณภาพสูง อาทิ แผงคอนโซนหน้า แผงประตูด้านข้าง และเบาะดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของ SKYACTIV-Vehicle Architecture ที่ช่วยให้การขับขี่ทำได้อย่างเป็นธรรมชาติ อีกทั้งยังมีระบบควบคุมขับขี่อัจฉริยะขั้นสูงหรือ G-Vectoring Control Plus (GVC Plus) ที่ช่วยปรับแรงบิดของเครื่องยนต์ตามการหักเลี้ยวพวงมาลัยของผู้ขับขี่ ควบคู่ไปกับการเบรกที่เหมาะสม เพื่อให้รถขับเคลื่อนไปอย่างนุ่มนวล มีเสถียรภาพ ผู้ขับขี่แก้พวงมาลัยน้อยลง ควบคุมรถง่าย และแม่นยำยิ่งขึ้น สามารถเข้าโค้ง และออกจากโค้งได้อย่างนุ่มนวล ลดอาการเมื่อยล้าสะสมจากการขับรถทางไกลของผู้ขับขี่ และการโคลงตัวไปมาของผู้โดยสาร New Mazda2 จึงเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็กที่ให้การตอบสนองดี และขับขี่สนุกที่สุดในคลาส ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบฟังก์ชั่นและตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ตามคอนเซ็ปต์ HMI (Human-Machine Interface) ช่วยให้ผู้ขับขี่ไม่ต้องละสายตามจากถนน อาทิ Active Driving Display จอสกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ในระดับสายตาของผู้ขับขี่, Sports Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และ Cruise Control ระบบควบคุมควมเร็วคงที่ เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ การติดต่อสื่อสารไร้ขีดจำกัดด้วยระบบ Mazda Connect ที่รองรับ Apple CarPlay โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่ควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะซึ่งถูกจัดวางในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน New Mazda2 มีให้เลือก 2 เครื่องยนต์ คือ สกายแอคทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) 1.5 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 105 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 250 นิวตัน-เมตร มาพร้อมเทอร์โบแปรผันอินเตอร์คูลเลอร์ ให้การตอบสนองที่ดีเยี่ยม ประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร* และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) 1.3 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 93 แรงม้า และแรงบิดสูงถึง 123 นิวตัน-เมตร ประหยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร* ซึ่งทั้ง 2 เครื่องยนต์ล้วนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและได้รับมาตรฐานไอเสียยูโรระดับ 5 * ผลการทดสอบตามมาตรฐานยุโรป UN R101 Combine Mode เทคโนโลยีความปลอดภัย i-ACTIVSENSE ใน New Mazda2 ช่วยเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทาง ด้วยการส่งสัญญาณเตือนเมื่อพบความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุรอบคัน อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะขณะเปลี่ยนเลน (Advanced Blind Spot Monitoring), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลังหรือ RCTA (Rear Cross Traffic Alert), ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง พร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า เป็นต้น New Mazda2 มีรูปแบบตัวถังให้เลือกทั้งซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู และมีให้เลือกทั้งหมด 8 สี ประกอบด้วย สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal), สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray), สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl), สีน้ำตาล ไททาเนียม แฟลช (Titanium Flash), สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black) และ 3 สีใหม่ ประกอบด้วย สีขาว เซรามิก เมทัลลิค (Ceramic Metallic), สีเงิน โซนิค ซิลเวอร์ (Sonic Silver) และสีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray) ที่มีเฉพาะรุ่นแฮตช์แบค 5 ประตู ราคาจำหน่าย New Mazda2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู ² New Mazda2 รุ่น 1.3 E ราคาจำหน่าย 546,000 บาท ² New Mazda2 รุ่น 1.3 C ราคาจำหน่าย 602,000 บาท ² New Mazda2 รุ่น 1.3 S ราคาจำหน่าย 627,000 บาท ² New Mazda2 รุ่น 1.3 S LEATHER ราคาจำหน่าย 648,000 บาท ² New Mazda2 รุ่น 1.3 SP ราคาจำหน่าย 690,000 บาท ราคาจำหน่าย New Mazda2 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5 ลิตร ทั้งแบบซีดาน 4 ประตู และแบบแฮตช์แบค 5 ประตู New Mazda2 รุ่น XD ราคาจำหน่าย 782,000 บาท New Mazda2 รุ่น XDL ราคาจำหน่าย 799,000 บาท ภายในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 มาสด้ามอบแคมเปญพิเศษส่งท้ายปี Mazda Festive Moment กับอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 6 ปี ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี ทุกรุ่น และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Mazda Added Protection สูงสุด 5 ปี * New Mazda2 ดอกเบี้ย 1.99% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี * All-New Mazda3 ดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี, ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Mazda Added Protection นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร * Mazda CX-3 ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 6 ปี และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี * New Mazda CX-5 ดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี, ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Mazda Added Protection นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร * All-New Mazda CX-8 ดอกเบี้ย 1.99% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี, ฟรีค่าแรงเช็คระยะ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และโปรแกรมขยายกการรับประกันคุณภาพ Mazda Added Protection นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร * Mazda BT-50 Pro ดาวน์เริ่มต้น 25,000 บาท และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี * Mazda MX-5 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance นาน 1 ปี และโปรแกรมขยายการรับประกันคุณภาพ Mazda Added Protection นาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- Nissan launches the 50th Anniversary GT-R model in Thailand
นิสสัน เปิดตัว จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี ในประเทศไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 นิสสัน นำเกียรติประวัติของการแข่งขันอย่างยาวนานกว่า 50 ปีของ จีที-อาร์ สู่ยานยนต์สมรรถนะสูงที่สมบูรณ์แบบ นิสสัน ในประเทศไทย เปิดตัว จีที-อาร์ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันฉลองครบรอบ 50 ปี รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตสมรรถนะสูง ระดับตำนานของนิสสัน ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ The 36th Thailand International Motor Expo 2019 จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี จำหน่ายในประเทศไทยด้วยราคา 11.3 ล้านบาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตรและการบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยสยาม นิสสัน ทีเคเอฟ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์บริการรถยนต์สมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ (Nissan High Performance Center) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าอย่างดีที่สุด “เราสามารถนำ จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปี หนึ่งในรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตที่เป็นไอคอนอันโดดเด่นที่สุดของนิสสัน มาสู่ประเทศไทย ด้วยราคาที่น่าประทับใจ ตามที่พวกเราเคยตั้งใจไว้” ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย (Ramesh Narasimhan, president of Nissan Motor Thailand) กล่าว "เรายังคงมุ่งเน้นที่จะตอบสนองต่อลูกค้าชาวไทย อันถือเป็นหัวใจสำคัญในทุกๆ อย่างที่เราทำ ซึ่งรวมถึงการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่เช่นนี้จากผลิตภัณฑ์ระดับโลกสู่ตลาดในประเทศไทย” การเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีที่พิเศษสุด จีที-อาร์ รุ่นพิเศษนี้ จะมาในรูปแบบของการผสมผสาน สีภายนอกแบบทูโทนที่สืบทอดกันมาถึงสามยุค สื่อถึงความพิเศษของจีที-อาร์ จากการแข่ง เจแปน กรังด์ ปรีซ์ (Japan GP series) ด้วยโทนสีฟ้าที่เรียกว่า Bayside Blue กลับมาอีกครั้งพร้อมกับลายทางสีขาว ผ่านกระบวนการทำสีถึง 4 ชั้น ด้วยการอบความร้อนถึง 2 ครั้ง ช่วยให้สีฟ้าโดดเด่นอย่างมีชีวิตชีวา พร้อมประกายสะดุดตาและให้เงาลึกมีมิติ ขณะที่สีฟ้าบนซี่ล้อจะมอบสัมผัสที่พรีเมียม แสดงการเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของจีที-อาร์ นอกจากนี้ยังมีสีภายนอกอีกสองสี ได้แก่ สีขาวมุก (Storm White) พร้อมแถบสีแดง และ อัลติเมท ซิลเวอร์ (Ultimate Silver) พร้อมแถบสีขาว ทั้งหมดมาพร้อมสัญลักษณ์ครบรอบ 50 ปี ภายใน จีที-อาร์ รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีนี้ คือการตกแต่งภายในสีเทาพิเศษที่ให้ความรู้สึกหรูหราภายในห้องโดยสาร ซึ่งชวนให้นึกถึงบรรยากาศของท้องฟ้ายามค่ำคืนหลังจากเวลาพลบค่ำ รวมถึงพวงมาลัยที่เป็นเอกลักษณ์และการตกแต่งหัวเกียร์ ที่เบาะนั่ง พิมพ์ลายนูนที่ออกแบบพิเศษ ชิ้นส่วนที่หุ้มผนังด้านบนของรถใช้วัสดุแบบอัลคันทาร่า (Alcantara®) มีการตัดเย็บที่เป็นเอกลักษณ์ ที่บังแดดหุ้มด้วยวัสดุอัลคันทาร่าและอีกมากมาย สมรรถนะจากจิตวิญญาณที่เกิดมาเพื่อการแข่งขันอย่างแท้จริง “เรายังคงรักษาแนวคิดของจีที-อาร์ รุ่นปี 2020 มุ่งเน้นไปที่การขับขี่ด้วยความเพลิดเพลิน หรือ pursuing the ultimate driving pleasure เมื่อลูกค้าสัมผัสพวงมาลัย พวกเขาจะรู้ทันทีว่า ไม่มีรถคันใดในโลกที่ให้ความพึงพอใจกับผู้ขับขี่ได้ทั้งทางร่างกายและจิตใจเท่านี้" ฮิโรชิ ทามูระ ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จีที-อาร์ของนิสสัน (Hiroshi Tamura, chief product specialist for the GT-R) กล่าว ขณะที่ผู้ที่ชื่นชอบหลายคนเชื่อว่า ความประณีตและสมรรถนะของจีที-อาร์ ที่ให้พละกำลังสูงสุด 555 พีเอส ให้ แรงบิดสูงสุดที่ 632 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์แบบ วี6 24 วาล์ว ขนาด 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบชาร์จ ประกอบด้วยมือ ยังมาจาก ‘ทาคูมิ’ หรือ ช่างเทคนิคระดับสูงสุดและทีมวิศวกรของจีที-อาร์ อันมีส่วนสำคัญ จีที-อาร์ ใช้ระบบเกียร์แบบดูอัลคลัตช์ 6 สปีด ที่ได้รับการพัฒนาพร้อมโหมด ‘R’ ที่ได้รับการปรับแต่งให้เหมาะกับการขับขี่ทั้งบนถนนและในสนามแข่ง ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ลงมีความดุดันมากขึ้นสำหรับการเข้าโค้งได้อย่างรวดเร็วกว่าเดิม โดยการเปลี่ยนเกียร์เกิดขึ้นขณะเบรกเอบีเอสทำงาน จึงลดอาการอันเดอร์สเตียร์ (understeer) และให้การควบคุมที่ง่ายยิ่งขึ้น ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบแปรผันถูกตั้งโปรแกรมให้เปลี่ยนแผนการขับขี่เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่ของเจ้าของรถ ทำให้สามารถขับขี่ได้ตามกฎหมายบนถนนสาธารณะหรือขับขี่ด้วยความดุดันบนสนามแข่งโดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโหมดด้วยตนเอง ท่อไอเสียอันเป็นเอกลักษณ์ของจีที-อาร์ ใช้เป็นไทเทเนียมแบบใหม่ เคลือบด้วยไทเทเนียมพร้อมปลายท่อสีฟ้าขัดเงา ระบบช่วงล่างแบบควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้รับการพัฒนาเพื่อให้การเข้าโค้งที่มีเสถียรภาพและการขับขี่ที่ราบรื่นยิ่งขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวนั้นเป็นแบบเส้นตรงและมีความแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม ที่ให้การแก้ไขน้อยที่สุดที่ความเร็วสูงสุดถึง 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (186 ไมล์ต่อชั่วโมง) หม้อลมเบรกใหม่เพิ่มการตอบสนองการเบรกเริ่มต้นด้วยการเหยียบคันเร่งที่สั้นลง ส่งผลให้ความสามารถในการหยุดรถมีเพิ่มขึ้น ห้องโดยสารที่คู่ควรกับจีที-อาร์ ห้องโดยสารของจีที-อาร์ เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวของความหรูหราและความสปอร์ต บริเวณตำแหน่งคนขับที่สะดุดตา ที่นั่งที่สะดวกสบาย ทั้งผู้โดยสารด้านหน้าและด้านหลัง แผงควบคุมถูกออกแบบมาเพื่อถ่ายทอด ‘การลื่นไหลในแนวนอน’ หรือ horizontal flow ให้ความรู้สึกมั่นคงสูงสำหรับผู้โดยสารที่นั่งด้านหน้า ที่นั่งถูกหุ้มด้วยหนังแบบ Nappa ที่คัดสรรมาชิ้นเดียวและไร้รอยต่อ ตัดเย็บอย่างประณีตด้วยความแม่นยำด้วยสไตล์ผู้ชำนาญการขั้นสูง หรือ ทาคูมิ (Takumi) แผงควบคุมกลางที่มาพร้อมการควบคุมเครื่องเสียง หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว ไอคอนขนาดใหญ่บนหน้าจอแสดงผล ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการขับขี่โดยไม่รบกวนสมาธิ แป้นเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ติดตั้งบนพวงมาลัยสปอร์ต ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ในระหว่างเลี้ยวโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย นิสสัน จีที-อาร์ รุ่นปี 2020 ทั้งหมดมาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงและการสื่อสารในตัว ให้เจ้าของรถล็อคหรือปลดล็อกประตูได้จากระยะไกล เปิดใช้งานการเตือนต่างๆ เรียกใช้บริการฉุกเฉินหรือติดตามที่อยู่ของรถผ่านแอพพลิเคชันในสมาร์ทโฟน ระบบเสียงแบบพรีเมียมของ BOSE® มาพร้อมกับลำโพงประสิทธิภาพสูง 11 ตัวและ Active Sound Management เพื่อให้ประสบการณ์การขับขี่สนุกมากยิ่งขึ้น ลูกค้าที่สนใจ จีที-อาร์ จะได้รับความอุ่นใจจากมาตรฐานการบริการหลังการขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟของนิสสัน โดยสยาม นิสสัน ทีเคเอฟ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์บริการรถสมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ (Nissan High Performance Center) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อให้บริการลูกค้าและดูแลยนตรกรรมที่มีชื่อเสียงระดับโลกอย่างดีที่สุด มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2562 ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี
- Audi
เปิดไฮไลท์เด่น บูธ Audi ในงาน Motor Expo 2019 พร้อมชู 4 รุ่นใหม่ สุดโดนใจ “Q3” A1 Sportback, A6 Avant 2.0L และ A7 Sportback 2.0L อัดโปรโมชั่นสุดแรงครบทุกรุ่น ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ 0% 7 ปี Audi TT Coupé ผ่อนเดือนละ 28,880 บาท ไม่มีบอลลูน อาวดี้ ประเทศไทย เปิดไฮไลท์เด่นของบูธ อาวดี้ ในงาน Motor Expo 2019 ยกขบวนยนตรกรรมอาวดี้สุดล้ำกว่า 10 รุ่น ร่วมงาน พร้อมเปิดตัว คอมแพคท์ SUV ลุคสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด “the new Audi Q3 และ the new Audi Q3 sportback” พร้อมเปิดรับจองทันที มั่นใจเขย่าตลาดปลายปีให้คึกคัก ด้วยข้อเสนอพิเศษสุดแรง ครบทุกรุ่น ภายใต้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ของ AUDI AG และด้วยกลยุทธ์เชิงรุก อาวดี้ ประเทศไทย ยังคงทำการตลาดเชิงรุก ที่มีการจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษมาสร้างความตื่นเต้น และเซอร์ไพรส์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงทยอยเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่อยู่ในความสนใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้อาวดี้สามารถขยายกลุ่มลูกค้าได้กว้างมากขึ้นครอบคลุมคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบและหลงใหลในแบรนด์อาวดี้ ล่าสุดได้มีการเปิดตัวคอมแพคคาร์อย่าง Audi A1 Sportback และคอมแพคท์ SUV ลุคสปอร์ต The New Audi Q3 ที่มีราคาจำหน่ายเพียง 2 ล้านบาทต้นๆ ขณะที่ในด้านการบริการหลังการขายมีการยกระดับความมั่นใจให้กับลูกค้ามากขึ้นไปอีก ด้วยการประกาศขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยในปี 2563 จะมีการเปิดศูนย์บริการอาวดี้ที่ฝั่งธนบุรี “อาวดี้ ราชพฤกษ์” ในช่วงต้นปี และจะมีการเปิดที่ภาคอีสานต่อในช่วงกลางปี นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฯ อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า จากความเข้มแข็งของ แบรนด์อาวดี้ตลอด 3 ปี ที่มีการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมุ่งสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสูงสุด มั่นใจว่าลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงความพิเศษที่แตกต่างของแบรนด์อาวดี้ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงาน Motor Expo 2019 มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ที่กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม พ.ศ.2562 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี อาวดี้ได้นำยนตรกรรมทุกเซ็กเมนต์มาให้ลูกค้าได้สัมผัสกับแบรนด์อาวดี้อย่างใกล้ชิด ภายใต้คอนเซ็ปต์ #NeverFollow พร้อมเปิดรับจอง ด้วยข้อเสนอพิเศษสุดแรงครบทุกรุ่น “ไฮไลท์เด่นที่มั่นใจว่าจะสร้างสีสันและความคึกคักอย่างมากใหบูธอาวดี้ในปีนี้ ต้องยกให้ 4 รุ่นใหม่ล่าสุด นำโดย “The New Audi Q3”, Audi A1 Sportback, Audi A6 Avant Black Edition และ Audi A7 Sportback 2.0L สำหรับ “The New Audi Q3 และ The new Audi Q3 Sportback” โดยจะมีการเปิดตัว “the New Audi Q3 และ the new Audi Q3 Sportback” พรีเมียมคอมแพคท์ ครอสโอเวอร์ลุคสปอร์ต ที่เพิ่งเปิดตัวในยุโรปไปเมื่อต้นปี อย่างเป็นทางการกับสาธารณชนชาวไทยเป็นครั้งแรก” ในงาน Motor Expo 2019 นอกจากยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ แล้ว อาวดี้ยังเตรียมโปรโมชั่นสุดแรงที่จัดมาเพื่อกระตุ้นตลาดปลายปี และให้เป็นของขวัญปีใหม่สำหรับลูกค้าที่จองในงาน Motor Expo เท่านั้น ซึ่งอาจเรียกได้ว่าดีสุด แรงสุด คุ้มค่ามากสุด ตรงกับไลฟ์สไตล์ และความต้องการมากที่สุด คือ ผ่อน 0% สูงสุดนาน 7 ปี ไม่มีบอลลูน หรือข้อเสนอพิเศษสูงสุด 1 ล้านบาท ไฮไลท์สำคัญกับไอคอนสปอร์ตคูเป้สุดฮิต Audi TT Coupé ผ่อนเพียงเดือนละ 28,800 บาท ไม่มีบอลลูน (เมื่อดาวน์ 880,000 บาท) และเมื่อจอง Audi A8 L หรือ Audi Q8 มีสิทธิ์แลกซื้อ Audi A1 Sportback ในราคาเพียงแค่ 1 ล้านบาท รวมถึง Audi A1 และ Audi Q2 ในราคาพิเศษ 1.999 ล้านบาท “ในงานนี้ ขอย้ำชัดๆ อีกครั้งว่า อย่าเพิ่งตัดสินใจถ้าคุณยังไม่เห็นราคาอาวดี้ เพราะทั้งข้อเสนอพิเศษ ราคา และออฟชั่นที่จัดมาให้ครบทุกรุ่นนั้น หากเทียบรุ่นต่อรุ่นที่มีในตลาดแล้ว จะพบความคุ้มค่าที่เหนือกว่าจากอาวดี้จริงๆ ขณะที่ด้านการบริการหลังการขาย ซึ่งกำลังมีการพัฒนาขยายศูนย์บริการ หรือจุดบริการเพิ่ม ตลอดจนการทำงานที่มีประสิทธิภาพของ Part Center ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลเรื่องอะไหล่ เรื่องการบริการเช็คระยะ หรือซ่อมบำรุง อย่างรวดเร็ว ในราคาที่เป็นธรรม” ข้อมูลความโดดเด่นของยนตรกรรม Audi แต่ละรุ่น และข้อเสนอพิเศษ ในงาน Motor Expo 2019 ที่จะช่วยให้ลูกค้าตัดสินใจครอบครอง Audi ได้ง่ายขึ้นมี ดังนี้ เริ่มจากยนตรกรรม TT ไอคอนของอาวดี้ ที่ได้รับความสนใจตลอดกาล มีให้เลือก 3 รุ่น คือ Audi TT Coupé 45 TFSI quattro S line ราคา 3.299 ล้านบาท Audi TT Roadster 45 TFSI quattro S line ราคา 3.599 ล้านบาท Audi TTS Coupé quattro ราคา 4.699 ล้านบาท โดยข้อเสนอพิเศษสุดแรงของยนตรกรรมรุ่น TT Coupé ผ่อนเพียงเดือนละ 28,880 บาท ไม่มีบอลลูน เมื่อดาวน์ 880,000 บาท ขึ้นไป หรับยนตรกรรมในกลุ่มลักซ์ชัวรี่ซีดาน ข้อเสนอพิเศษสุดเริ่มจากรุ่น Audi A8 L ยนตรกรรมเรือธงของ Audi ที่สะท้อนทิศทางแห่งศักราชใหม่ของการออกแบบ เทคโนโลยีที่สมบูรณ์แบบ และดีไซน์ที่ล้ำสมัย เหนือระดับในทุกมิติ จัดมาให้ลูกค้าได้เลือก 2 รุ่น คือ Audi A8 L 55 TFSI quattro Premium เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 V6 340 แรงม้า ราคา 6.799 ล้านบาท Audi A8 L 55 TFSI quattro Prestige เครื่องยนต์เบนซิน 3.0 V6 340 แรงม้า ราคา 7.999 ล้านบาท โดยลูกค้าที่จองทั้ง 2 รุ่น มีสิทธิ์แลกซื้อ Audi A1 Sportback ในราคาเพียงแค่ 1 ล้านบาท ส่วน Audi A7 Sportback ซึ่งในงานนี้นำรุ่นใหม่ล่าสุด Audi A7 Sportback 2.0L ที่มีความโดดเด่น มีดีไซน์ที่สวยงาม สปอร์ต หรูหรา ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ การออกแบบที่ผสานความเป็นรถสปอร์ตคูเป้ และรถซีดานได้อย่างลงตัวให้ความคุ้มค่าด้วยราคาเพียง 4.399 ล้านบาท ส่วนยนตรกรรม Audi ในกลุ่ม Avant นั้น นอกจากจะมี A4 Avant ที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดปีที่ผ่านมาแล้ว ในงานนี้ไฮไลท์เด่นจะอยู่ที่รุ่นใหม่อย่าง “The new Audi A6 Avant 45 TFSI quattro S line Black Edition” ที่มีความเพียบพร้อม หรูหรา ให้ทั้งความสะดวกสบาย ตอบสนองทุกการขับขี่ได้อย่างทรงประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเป็นเอกลักษณ์แห่งสมรรถนะและดีไซน์ของอาวดี้ มาพร้อมชุดแต่งที่เพิ่มความดุดัน Black Edition ตอบทุกความต้องการของคนไทยมากที่สุด ในราคาเพียง 4.299 ล้านบาท ในกลุ่มยนตรกรรมพรีเมียม SUV ซึ่งจัดมาเต็มครบทุกรุ่น ตระกูล Q ซีรีส์ ตั้งแต่ Q2, Q3, Q5, Q7 และ Q8 ลูกค้าสามารถเลือกพิจารณาออฟชั่น และข้อเสนอพิเศษที่ให้มาได้อย่างคุ้มค่า โดยคาดว่าที่จะมาแรง คือ Q8 พรีเมียม SUV เหนือระดับ บทใหม่แห่งการดีไซน์ พร้อมตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของผู้นำที่แตกต่าง นอกจากจะมีราคาสุดโดนใจ คือ 6.799 ล้านบาท แล้ว อาวดี้ยังยินดีมอบข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับ Audi A8 L คือ เมื่อจอง Audi Q8 สามารถแลกซื้อ A1 Sportback ในราคาเพียงแค่ 1 ล้านบาท จากราคาเต็ม 2.149 ล้านบาท เช่นกัน ในงาน Motor Expo 2019 กลุ่มยนตรกรรมพรีเมียม SUV ที่เป็นดาวเด่นสร้างความคึกคัก และร้อนแรงให้กับงานและบูธอาวดี้ คือ “The new Audi Q3” SUV รุ่นใหม่ล่าสุด ที่มีความสมบูรณ์แบบในทุกด้าน ทั้งขนาดของตัวถังที่ขยายใหญ่ขึ้นทุกมิติเพิ่มความกว้างขวาง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และการเข้าออกห้องโดยสาร การออกแบบด้านหน้า ในห้องโดยสารควบคุมด้วยระบบ MMI Radio Plus พร้อมหน้าจอแบบสัมผัส และตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ Smartphone Interface รองรับ Android และ Apple CarPlay มีให้เลือก 3 รุ่น Q3 35 TFSI ราคา 2.299 ล้านบาท Q3 35 TFSI S line ราคา 2.499 ล้านบาท และ Q3 Sportback 35 TFSI S line 2.649 ล้านบาท อีกหนึ่งไฮไลท์เด่นของบูธอาวดี้ ในงาน Motor Expo ปีนี้ คือ “Audi A1 Sportback 35 TFSI S line” คอมแพคท์คาร์ ขนาดกะทัดรัด เหมาะใช้ทั้งในเมือง และท่องเที่ยวต่างจังหวัด ที่ให้ความสะดวกสบายจากห้องโดยสารที่กว้างขวาง พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลังจุได้มาก ในราคาเพียงพิเศษเพียง 1.999 ล้านบาท ผู้ที่สนใจสามารถมาชมงาน Motor Expo 2019 มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ที่กำลังจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม พ.ศ.2562 ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี พร้อม สอบถามรายละเอียด และข้อเสนอพิเศษของยนตรกรรมอาวดี้แต่ละรุ่น จากทีมที่ปรึกษาการขายในงาน เพื่อหารุ่นที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ และข้อเสนอที่ลงตัว คุ้มค่าที่สุด ได้ทุกวัน ทั้งนี้ รถยนต์อาวดี้ทุกรุ่น เป็นรถนำเข้าทั้งคันจากต่างประเทศ และลูกค้ายังได้รับ Audi Protection การรับประ กันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือ ฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี พบกับ Audi ทุกรุ่น ที่งาน Motor Expo 2019 หรือที่โชว์รูม Audi ทุกแห่งทั่วประเทศ
- Suzuki Swift
‘ซูซูกิ’ขนกองทัพอีโคคาร์บุกงาน Motor Expo 2019 อวดโฉม Suzuki Swift รุ่นแต่งพิเศษ จำนวนจำกัด พร้อมรับ Suzuki AirPods Set อัดแคมเปญแน่นทุกรุ่น ทุกคัน พิเศษเฉพาะในงานนี้เท่านั้น !! 21 พฤศจิกายน 2562-กรุงเทพมหานคร-นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ Thailand International Motor Expo 2019 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน –10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพ็คชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี นับเป็นอีกหนึ่งงานจัดแสดงรถยนต์ที่มีส่วนสำคัญต่อการกระตุ้นยอดขายรถยนต์ ในช่วงท้ายของปีให้เกิดการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ในปีนี้ ซูซูกิ ยังคงนำรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นเข้าร่วมโชว์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “DRIVE THE AWESOME โชว์ความเท่มีสไตล์ในทุกเส้นทาง” โดยต้องการสื่อสารให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้สัมผัสและเข้าถึง DNA อันโดดเด่นของซูซูกิ ที่มีดีไซน์อันทันสมัย พร้อมขับขี่ได้อย่างคล่องตัวในสไตล์ CITY CAR สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคนเมือง ไม่ว่าจะขับแบบเดิมๆ หรือนำไปตกแต่งเพื่อสร้างความแตกต่าง ก็สามารถมอบความเท่อย่างมีสไตล์ได้ในทุกรุ่นทุกคัน สำหรับยอดการจำหน่ายรวมของรถยนต์ซูซูกิในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา (เดือนมกราคม – เดือนตุลาคม 2562) มีตัวเลขอยู่ที่ 20,426 คัน Suzuki Swift สปอร์ตอีโคคาร์รุ่นยอดนิยม ยังคงสร้างยอดขายได้สูงสุด มียอดขายอยู่ที่ 10,719 คัน Suzuki Ciaz มียอดขายอยู่ที่ 3,558 คัน Suzuki Ertiga มียอดขายอยู่ที่ 3,035 คัน Suzuki Carry มียอดขายอยู่ที่ 1,978 คัน และ Suzuki Celerio มียอดขายอยู่ที่ 1,102 คัน โดยเชื่อมั่นว่าในช่วงระยะเวลาที่เหลือจะสามารถทำยอดขายได้ตามเป้าหมายที่ค าดการณ์ไว้ในปีนี้อย่างแน่นอน นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับการเข้าร่วมงาน Thailand International Motor Expo 2019 ผู้เข้าชมงานทุกท่านจะได้พบกับรถยนต์ของซูซูกิทุกรุ่น ไฮไลท์สำคัญ คือ การแนะนำ SUZUKI SWIFT GL Sport Edition รุ่นตกแต่งพิเศษด้วยชุดสเกิร์ตรอบคัน สปอยเลอร์หลัง สติ๊กเกอร์ด้านข้าง และเสาอากาศครีบฉลาม ซึ่งพร้อมจะมาอวดโฉมให้ลูกค้าที่ชื่นชอบในความโดดเด่นและแตกต่างไม่ซ้ำใคร โดยจะมีจำหน่ายจำนวนจำกัด ในราคาเพียง 541,000 บาท (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท) SUZUKI SWIFT สปอร์ตอีโคคาร์ยอดนิยมของคนไทย นอกจากดีไซน์อันโดดเด่นที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ หัวฉีดคู่ DUALJET ยังมอบการตอบสนองในการขับขี่ได้ดีเยี่ยม และแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT มาใช้เพื่อช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยลง แต่คงความแข็งแกร่งและช่วยประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังนำรถยนต์ SUZUKI SWIFT ของลูกค้าในกลุ่มเฟสบุ๊กเพจ All New Suzuki Swift Club Thailand ซึ่งเป็นผู้ชนะในกิจกรรมการแข่งขัน “Swift Extreme Stylish Contest” ที่จัดประกวดรถแต่ง SUZUKI SWIFT ในรุ่น Custom Style และ Street Used เข้ามาร่วมจัดแสดงภายในงานครั้งนี้อีกด้วย SUZUKI CIAZ พรีเมียมอีโคคาร์ซีดานที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้ทำการแนะนำ SUZUKI CIAZ รุ่น GL PLUS ได้รับการปรับปรุงให้มีความสดใหม่ ชูความสปอร์ตเร้าใจ รูปลักษณ์ภายนอกตกแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคัน อัพเกรดอุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในตัวรถโดยติดตั้งเครื่องเล่นวิทยุ CD MP3 จอระบบสัมผัสขนาด 6.2 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และ USB พร้อมกล้องมองหลังช่วยยกระดับความมั่นใจขณะถอยรถ อุปกรณ์ความปลอดภัยมาตรฐานยังคงไว้อย่างครบครัน วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 568,000 บาท อีกหนึ่งรุ่นที่กำลังได้รับความนิยมและมาร่วมโชว์ในงานนี้ด้วยเช่นกัน ก็คือ SUZUKI CELERIO รุ่นฉลอง 100 ปีของซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ด้วยการปรับราคาใหม่ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การตอบรับและสนับสนุนซูซูกิด้วยดีเสมอ มา SUZUKI CELERIO รถยนต์นั่งขนาดคอมแพ็คคุณภาพเกินตัวให้กำลังและความคล่องตัวสูง มีสมรรถนะการขับที่ดี ในขณะที่มีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นรถยนต์อีโคคาร์ที่มีความคุ้มค่า เหมาะสำหรับผู้ที่ใช้ชีวิตในเมือง ต้องการมองหารถใช้งานในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ด้านความคล่องตัวในทุกๆ ด้าน มีพื้นที่โดยสารกว้างใช้งานได้จริง โดยมีชนิดรุ่นและราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 318,000 บาท SUZUKI ERTIGA ยนตรกรรมอเนกประสงค์ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Unlock Your Life…ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต” ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รูปทรงสวยทันสมัย ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ ยกระดับความอเนกประสงค์ในทุกด้านของรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก (MPV) ขึ้นไปอีกขั้น ด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ ทรงพลังด้วยสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K15B 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 105/6,000 (แรงม้า/รอบต่อนาที) และมาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิ SUZUKI ERTIGA มี 2 รุ่น คือ GL (AT)และ GX (AT) ราคาจำหน่ายเริ่มต้น 655,000 บาท SUZUKI CARRY รถกระบะบรรทุก อเนกประสงค์รุ่นล่าสุด มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ มิติตัวรถขนาดความยาว 4,195 มม. ความกว้าง 1,765 มม. และความสูง 1,910 มม. กระบะบรรทุกแบบเรียบ เพิ่มความกว้างและความยาวของพื้นที่บรรทุกอยู่ที่ 1,670 มม. และ 2,450 มม. สามารถเปิดได้ทั้ง 3 ด้าน ขนถ่ายสัมภาระได้สะดวกยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ รับน้ำหนักบรรทุกสูงสุดถึง 945 กิโลกรัมระบบเครื่องยนต์เบนซินใหม่ K15B ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ขับขี่มั่นใจด้วยระบบเบรก ABS รวมถึงติดตั้งระบบ Engine Drag Control ทำหน้าที่รักษาความเร็วของล้อหน้าและล้อหลังให้สมดุลกัน ช่วยป้องกันรถไม่เกิดการลื่นไถล เพื่อให้สามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง อีกทั้งวงเลี้ยวแคบสุดเพียง 4.4 เมตร เพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่ เหมาะกับใช้งานในพื้นที่ที่มีเงื่อนไขจำกัดได้เป็นอย่างดี ในราคาจำหน่ายเพียง 385,000 บาท ภายในงานท่านจะได้พบกับรถ SUZUKI CARRY ที่ได้รับการตกแต่งพิเศษ เพื่อต่อยอดไอเดียการใช้รถในเชิงผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และนำเสนอรูปแบบการตกแต่งที่น่าสนใจ ซึ่ง SUZUKI CARRY เป็นได้มากกว่า Food Truck เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการที่สนใจต้องการจะมีธุรกิจเป็นของตน เองอีกด้วย อีกทั้งยังได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่าน เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้น! ลูกค้าจองรถยนต์ซูซูกิทุกรุ่น ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 รับทันที Swift Combo Set อีกทั้งสิทธิพิเศษต่างๆ อีกมากมาย โดยลูกค้าทุกท่านที่จองและรับรถยนต์ซูซูกิ SUZUKI SWIFT หรือ SUZUKI CIAZ ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 รับ Suzuki AirPods Set มูลค่า 8,000 บาท พร้อมรับส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่ารวมสูงสุด 60,000 บาท นายวัลลภ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากความพร้อมทางด้านผลิตภัณฑ์ที่จะนำไปจัดแสดงแล้ว ซูซูกิยังได้ร่วมมือกับธนาคารชั้นนำทั้งหมด 4 ราย ประกอบไปด้วย ธนาคารเกียรตินาคิน ธนาคารธนชาติ ธนาคารทิสโก้ และ ลีสซิ่งกสิกรไทย เข้ามาร่วมเป็นเอ็กคลูซีฟลีสซิ่ง พร้อมทีมงานคอยให้คำปรึกษาทางด้านสินเชื่อแก่ลูกค้าทุกท่าน ซึ่งก็จะทำให้มีความหลากหลายในด้านของแพ็คเกจสินเชื่อต่างๆ ที่มากขึ้นและเป็นทางเลือกที่ดีในการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บูธซูซูกิ ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพ็คชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี หรือที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ
- suzu has packed 13 show cars with the concept of "The TOUCH" and "Infinite Potential.
อีซูซุจัดเต็มรถโชว์ 13 คันกับคอนเซ็ปต์ “The TOUCH” และ “Infinite Potential” ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” อีซูซุร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” จัดแสดงบูธในโทนสีเทา-แดงกับคอนเซ็ปต์ “The TOUCH” ที่ออกแบบสะท้อนการเปลี่ยนแปลงทั้งโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุ รูปแบบใหม่ พร้อมยกระดับการบริการด้านต่าง ๆ ผสานกับแนวคิด “Infinite Potential” จัดเต็มกับ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก! “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ปิกอัพที่ร้อนแรงที่สุดที่ได้รับการตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้ใช้รถในเมืองไทย จากความใหม่หมดในทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน ครบทุกรุ่น ครบทุกเครื่องยนต์ พลิกโลกสะท้อนความเป็นตัวตนด้วยชุดแต่งครบเครื่องทั้งแนวเอาท์ดอร์ ไลฟ์สไตล์ และเรซซิ่ง พร้อมด้วย “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! ดิ ออนิคซ์” ที่มาพร้อมชุดแต่งอเนกประสงค์เติมเต็มการใช้ชีวิตของผู้ใช้รถรุ่นใหม่ กลุ่มตรีเพชร โดย นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “รถปิกอัพรุ่นใหม่ล่าสุดของอีซูซุ ได้รับกระแสตอบรับและคำชื่นชมจากลูกค้าที่ได้มาร่วมสัมผัสตัวจริงและทดสอบสมรรถนะของ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ… พลิกโลก! ทั้งในงานเปิดตัวสุดอลังการและที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศอย่างล้นหลาม ทั้ง ๆ ที่สภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันจะไม่ค่อยเอื้ออำนวยเท่าใดนัก โดยเปิดราคาจำหน่าย “ออลนิว อีซูซุ ดีแมคซ์” เริ่มตั้งแต่ 510,000 – 1,164,000 บาท ซึ่งเป็นราคาแนะนำจนถึงช่วงสิ้นปีนี้เท่านั้น นับเป็นรถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก! นี้ พัฒนาใหม่หมด ทุกมิติ ให้รูปลักษณ์สวยงามหรูหรายิ่งขึ้นทั้งภายนอกและภายใน มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ เครื่องยนต์ใหม่ ความปลอดภัยใหม่ นวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ ความสมบูรณ์แบบในทุกฟังก์ชั่น และยังคงความประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” อีซูซุได้ออกแบบบูธในโทนสีเทา-แดงสอดรับกับแนวคิด “The TOUCH” สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ พร้อมกับแนวคิด “Infinite Potential” นำรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก! “ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ” ครบทุกรุ่น ครบทุกเครื่องยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 คัน มาให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสอย่างทั่วถึง โดยมีรถตกแต่งพิเศษ 2 คัน ได้แก่ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4” สะท้อนตัวตนในเชิงเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์ และ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์” โหลดเตี้ยให้กลิ่นอายสไตล์รถแข่งสำหรับขาเรซซิ่ง นอกจากนี้ยังมีโซนสำหรับรถอเนกประสงค์สุดหรู “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! ดิ ออนิคซ์” ซึ่งมาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษเพื่อสร้างแรงบันดาลใจที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล และยังมีกิจกรรมและความบันเทิงต่าง ๆ เพื่อส่งมอบประสบการณ์สุดประทับใจตามแบบฉบับอีซูซุตลอด 12 วันของการจัดงานอีกด้วย” ยนตรกรรมคุณภาพจากอีซูซุที่นำมาจัดแสดง พร้อมกิจกรรมต่าง ๆ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 ประกอบด้วย “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ…พลิกโลก! (The “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential”) ผลงานความสมบูรณ์แบบล่าสุดแห่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัน ยอดเยี่ยมจาก DNA ของอีซูซุ ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่เพื่อดุลยภาพของการขับขี่ ระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ เทคโนโลยีใหม่ในทุกฟังก์ชั่นก้าวล้ำไปอีกขั้น สร้างมาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพให้เป็นรถที่สะท้อนรสนิยมของผู้ที่ได้ครอบครอง โดยนอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว ยังมีรถตกแต่งพิเศษที่เป็นไฮไลท์เพื่อโชว์ ดังนี้ – ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส 4×4 พรีเมี่ยมสปอร์ตออฟโรด โดดเด่นด้วยสีส้ม Valencia Topaz Metallic พร้อมให้ผู้เป็นเจ้าของได้ท้าทายไปกับชีวิตที่ไร้ขีดจำกัด เติมเต็ม สุดยอดแห่งประสบการณ์ลุยในแบบฉบับออฟโรดตัวจริง เสริมชุดแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยช่วงล่างใหม่ เพิ่มมิติความสูงกับโช้คอัพหน้า-หลัง คอยล์สปริงและแหนบหลัง OLDMAN EMU ดุดันด้วยล้อแม็กซ์ KMC XD128 ขนาด 9×17 นิ้ว ยาง BF Goodrich Mud-Terrain 285/70R17 เสริมด้วยชุดตะแกรงบนหลังคาพร้อมขาจับ Rhino Rack ชุดไฟสปอร์ตไลท์บนหลังคา ARB Intensity AR40 และชุดไฟสปอร์ตไลท์ด้านหลัง และชุดกระดานกู้ภัยพร้อมขอยึด ARB TREDPRO Recovery Boards เสริมความดุดันด้วยชุดขอลากเรือ ทั้งหมดจาก VVP 4×4 Center รวมมูลค่า 174,500 บาท – ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บโฟร์ เอส รถแต่งซิ่งตัวจี๊ดสีขาวโดยความร่วมมือจากสำนักแต่งชั้นนำ มาพร้อมชุดแต่งรอบคันสะท้อนภาพลักษณ์โฉบเฉี่ยว เต็มอารมณ์สปอร์ต ด้วยฝากระโปรงหน้า ฝาปิดกระบะท้ายและสปอยเลอร์ท้ายจาก Monza Carbon Composite สีเทาดำสุดเข้ม ให้น้ำหนักเบา ชุดไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อม Daytime Running Light ชุดโหลดช่วงล่างปรับระดับได้ Aztex Force ล้ออัลลอย Rays Volk Racing TE37SB 8×18 นิ้ว คู่กับยาง Toyo Tires Proxes Sport 245/45 R18 เบรคได้ดั่งใจด้วยชุดเบรคหน้า-หลัง Endless 6 Pot ปรับจูน ความแรงของเครื่องยนต์โดย ECU Shop Ultra Boost ชุดอินเตอร์คูลเลอร์และท่อไอเสียโดย BRD Racing Shop คลัทช์ BRC Full Plate เบาะคู่หน้าแบบบัคเก็ตซีท H-Drive พร้อมชุดเข็มขัดนิรภัย 6 จุด Simpson ตกแต่งห้องเครื่องยนต์ให้สวยงาม สไตล์สปอร์ตโดย MRX รวมมูลค่า ชุดแต่ง 627,600 บาท · “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ รุ่นพิเศษ! ดิ ออนิคซ์…จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ (ISUZU MU-X THE ONYX… NEW SENSATION IGNITED)” รถอเนกประสงค์สุดหรูที่จะจุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ ด้วยความคม…เข้ม เร้าอารมณ์ แฝงความสปอร์ตด้วย ชุดแต่ง ONYX DESIGN EDITION พร้อมความสะดวกสบายเต็มพิกัด โดยเติมเต็มความเท่ ตอบรับไลฟ์สไตล์หลากหลายด้วยชุดตกแต่งพิเศษชุดขอลากพร้อมเทรลเลอร์ พร้อมพบกับกิจกรรมร่วมสนุกมากมายภายในบูธอีซูซุ อาทิ กิจกรรม ISUZU 3D Motion ความบันเทิงสุดเก๋ ที่จะช่วยพลิกมิติใหม่แห่งการโพสต์และแชร์คลิปของคุณให้สะดุดตา กว่าที่เคย และกิจกรรม Isuzu Photo Contest การประกวดภาพถ่ายรถอีซูซุ ประชันคู่กับสาวสวย Isuzu Lady ในมุมมองของคุณ เพียงถ่ายด้วยกล้องดิจิตอลหรือกล้องโทรศัพท์มือถือ และ อัพโหลดผ่าน Instagram พร้อม Hashtag #isuzuthailandofficial ลุ้นรับของรางวัลมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท และพิเศษสำหรับท่านที่ซื้อรถอีซูซุในงานนี้ รับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีรับ สมาร์ทโฟน iPhone 11 แจกจริง ให้ได้ลุ้นทุกวัน รวมมูลค่ากว่า 1.3 ล้านบาท นอกจากนี้จะได้พบกับซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์ “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” และ “ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา” และเหล่าพิธีกรมากความสามารถ อาทิ เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์ เอ๊าะ-กีรติ เทพธัญญ์ มิค-บรมวุฒิ หิรัณยัษฐิติ และดีเจแจ็ค ไรเดอร์ หมุนเวียนมาสร้างสีสันที่ บูธอีซูซุ ร่วมสัมผัสกับทัพยนตรกรรมคุณภาพระดับโลกพร้อมสิทธิพิเศษมากมาย ได้ที่บูธอีซูซุ ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” (Thailand International Motor Expo 2019) ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี
- THAI FIGHT 2019
เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” แชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2019 ชนะน็อกนักชกจากโมร็อกโกในศึก THAI FIGHT รอบรองชนะเลิศที่แม่สอด พร้อมลุยศึกรอบชิงปลายปีนี้ นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมเปิดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2019” รอบรองชนะเลิศ ใน “THAI FIGHT แม่สอด” นำ “เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” แชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2019 ชนะน็อกนักชกชาวโมร็อกโก รอบรองชนะเลิศ ก้าวเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศอย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ปลายปีนี้ โดยมี นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน THAI FIGHT เป็นประธานเปิดการแข่งขันฯ ณ สนามกีฬาสมเด็จพระนเรศวร-มหาราช เทศบาลนครแม่สอด จังหวัดตาก การแข่งขัน “THAI FIGHT 2019” รอบรองชนะเลิศ จัดเต็มความสนุกสุดมันภายใต้บรรยากาศแสงเสียงสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเมนท์ตามแบบฉบับไทยไฟท์ นำขบวนขุนพลนักชกไทยทั้ง เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม, แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม, กิตติ ส.จ.แดนระยอง, เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง เป็นต้น ร่วมประชันกับเหล่านักมวยที่มีชื่อเสียงจากหลากหลายประเทศทั่วโลก อาทิ อิหร่าน, กัมพูชา, แอลจีเรีย, อาร์เจนติน่า, เม็กซิโก, อัฟกานิสถาน, โมร็อกโก และสหรัฐอเมริกา ประชันกันในรูปแบบกีฬามวยไทยทั้งในรุ่นสวมนวมและคาดเชือกเต็มรูปแบบ ซึ่งคู่เอกรอบรองชนะเลิศนี้ ได้แก่ “เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” แชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2019 ที่ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมสามารถรักษาแชมป์ไว้ได้ด้วยการปล่อยหมัด ฟาดนวมจนชนะน็อก “ฮีชาม บูลารี่” นักชกจากประเทศโมร็อกโก ในรุ่นเวลเทอร์เวท พิกัด 67 กิโลกรัม แบบสวมนวม พร้อมก้าวสู่เวทีเกียรติยศรอบชิงชนะเลิศอย่างเต็มภาคภูมิปลายปีนี้ ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2019 รอบรองชนะเลิศ มีดังนี้ 1. กาเบรียล มาซเซตติ (เปรู) ชนะน็อก เมือน โสเพีย (กัมพูชา) 2. สมิงเดช ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะน็อก โมฮัมเหม็ด เชบูบ (แอลจีเรีย) 3. เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะน็อก ฮิชาม บูลารี่ (โมร็อกโก) 4. แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะน็อก อเลจานโด้ อมิคัคซี่ (อาร์เจนติน่า) 5. กิตติ ส.จ.แดนระยอง (ไทย) ชนะน็อก ฮาเหม็ด โซไลมานี (อิหร่าน) 6. พยัคฆ์สมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะคะแนน อิซาค รูเอลัส (เม็กซิโก) 7. ตะ ปีง โญ (เมียนมาร์) ชนะน็อก ก้อง ซามโบ (กัมพูชา) 8. ป.ต.ท. ว.รุจิรวงศ์ (ไทย) ชนะน็อก แกลดสโตน อัลเลน (สหรัฐอเมริกา) 9. เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง (ไทย) ชนะคะแนน ซาห์ราม เดลาวาร์ (อัฟกานิสถาน) เตรียมพบกับ “THAI FIGHT 2019” รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม ศกนี้ ณ ลานกิจกรรม เดอะ มิธ ป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยผู้ครองตำแหน่งแชมป์ “THAI FIGHT 2019” ในรุ่นสวมนวม พิกัด 70 และ 67 กิโลกรัม และแบบคาดเชือก พิกัด 70 กิโลกรัม จะได้ครองถ้วยพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พร้อมด้วยรางวัลรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พร้อมเงินสดทั้ง 3 รุ่น รวม 2,500,000 บาทไปครองอีกด้วย #Isuzu #THAIFIGHT2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.co
- UD Extra Mile Challenge 2019
ยูดี ทรัคส์(ประเทศไทย) จัดกิจกรรมการแข่งขัน UD Extra Mile Challenge 2019 ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์ โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน เพื่อยกระดับคุณภาพพนัก งานขับรถบรรทุกยูดี ทรัคส์ และรองรับการเติบ โตทางธุรกิจของเจ้าของกิจการที่มีความต้อง การ Smart Driver เพื่อยกระดับการขนส่งสู่ Smart Logistics ซึ่งการแข่งขันจะไม่เพียงเน้นเวลาที่ใช้ในการเท่านั้นแต่ยังมีด้านการขับขี่ประหยัดน้ำมัน และความแม่นยำในการขนส่งที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยบนท้องถนน และสินค้าที่บรรทุก เพื่อนำส่งสินค้าของลูกค้าได้ตรงตามเวลาที่นัดหมายอย่างปลอดภัย สำหรับการแข่งขัน UD Extra Mile Challenge 2019 ครั้งนี้ ได้มีนางสาว"วิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว" รองประธานฝ่ายขาย ยูดี ทรัคส์ พร้อมด้วย " มร.เลอรอง ไลยงเน " รองประธานฝ่ายงานบริการหลังการขายร่วมปล่อยรถในการแข่งขันครั้งนี้ เพื่อคัดเลือกตัวแทนจาก 40 ท่าน ให้เหลือเพียง 1 ท่าน เพื่อไปทำการแข่งขัน ณ ประเทศญี่ปึ่น ต่อไป #UDExtraMileChallenge2019 #ยูดีทรัคประเทศไทย #SmartDriver #SmartLogistics #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Toyota GR Supra
Toyota GR Supra การกลับมาของรถสปิร์ตในตำนาน จากสนามแข่งสู่ท้องถนน โตโยต้ามอเตอร์ประเทศ ไทยจำกัด แนะนำรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด "Toyota GR Supra" การกลับมาของรถสปอร์ต ในตำนานที่มาพร้อมกับคำนิยามของความสมบูรณ์แบบ ทั้งสมรรถนะในการขับขี่รวมถึงรูปลักษณ์ดีไซน์สปอร์ตในทุกมิติโดย Toyota GR Supra เจเนอเรชั่นที่ 5 นี้ ถือเป็นรุ่นแรกที่ได้รับการพัฒนาและแนะนำสู่ตลาดอย่างเป็นทางการโดย Toyota GAZOO Racing แบรนด์รถแข่งมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของโตโยต้าที่ดำเนินงานด้วยหลักปรัชญาที่ว่า การทดสอบขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุดของรถยนต์จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของรถยนต์ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเราไม่สามารถเห็นได้ในการขับขี่แบบปกติในชีวิตประจำวันโดยทั้งหมดล้วนเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการพัฒนายนตกรรม"ที่ดียิ่งกว่า"(Ever-Better)ของโตโยต้า มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ,มร.เท็ตซึยะ ทาดะหัวหน้าวิศวกรบริษัท โตโยต้ามอเตอร์ คอร์ปอเรชัน และนายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด ร่วมแถลงข่าวแนะนำรถสปอร์ตในตำนาน Toyota GR Supra" ที่ออกแบบภายใต้แนวคิดของการพัฒนารถยนต์"จากสนามแข่งสู่ท้องถนน"(From Circuit TO Raad) ณ Toyota ALIVE SPACÈ ไอคอนสยาม มร.มิจิโนบุซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทโตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทยจำกัดกล่าวว่า หลังจากที่ห่างหายไปจากตลาดรถยนต์เป็นระยะเวลากว่า 17 ปี รถ GR รุ่นแรกที่ผลิตโดย TOYOTA GAZOO Racing r ก็ได้ทำการเปิดตัวไปทั่วโลก และวันนี้ถือเป็นโอกาสดีสำหรับผู้ที่ชอบรถสปอร์ตโดย Toyota GR Supra ได้ทำการเปิดตัวในประเทศไทยทุกท่านอาจสงสัยว่าเพราะอะไร Supra ถึงเป็นรถสปอร์ตในตำนานของโตโยต้า คนส่วนใหญ่อาจจะคิดว่าเป็นเพราะเครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพที่เหนือกว่า และรูปร่างที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร แต่คุณสมบัติเหล่านั้นเป็นเพียงเรื่องราวบางส่วนเท่านั้น จากแรงบันดาลใจอันยาวนานกว่า 50 ปี ที่มอบประสบการณ์อันเป็นที่สุดของการผสมผสานสุดยอดสมรรถนะในการขับขี่ และเอกลักษณ์สไตล์รถสปอร์ตได้อย่างลงตัวโดย Toyota GR Supra ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด" Condensed Extreme" ซึ่งเป็นการออกแบบที่มุ่งเน้นการจัดสรรองค์ประกอบและมิติต่างๆของตัวรถ ให้ส่งเสริมสมรรถนะอันโดดเด่นของรถสปอร์ต ทั้งนี้คำว่า "Condensed" นั้นสื่อถึงความสัมพันธ์ของส่วนประกอบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความยาวของตัวรถระยะฐานล้อไปจนถึงการวางตำแหน่งของล้อและยาง ส่วน"Extreme" นั้นสื่อถึงความสัมพันธ์ระหว่างห้องโดยสาร(ตำแหน่งผู้ขับ) และระยะห่างระหว่างล้อที่ถูกขยายให้กว้าง และเมื่อเทียบกับ Belt line แนว สันด้านข้างตัวถังที่ถูกกดให้ต่ำลง นูนออกมามากเป็นพิเศษทำให้ GR Supra มีความโดดเด่นกว่ารถสปอร์ตทั่วไปและการออกแบบด้วยแนวคิดนี้ทำให้ Toyota GR Supra มีขนาดห้องโดยสารที่พอเหมาะลงตัวกับตำแหน่งตัวรถที่กดต่ำและหนักแน่นส่งผลให้มีการบังคับควบคุมและมีเสถียรภาพในระดับสูง Toyota GR Supra 1 รุ่น 7 สีได้แก่ สีเหลือง ,สีแดง ,สีเทาสีขาว,สีเงิน,สีดำ,สีเทาด้าน และวันนี้ทั้งหมด 5 คัน ซึ่งทำการมอบให้กับเจ้าของคนไทย 5 คนแรกในประเทศที่เป็นเจ้าของรถ toyota GR Supra สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป. #ToyotaGRSupra #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #รถสปอร์ตในตำนานจากสนามแข่งสู่ท้องถนน #FromCircuitToRoad #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- 43rd Toyota Dealer Customer Service Skills Contest
โตโยต้า มุ่งมั่นพัฒนา"ทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า" ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านบริการหลังการขาย หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน,นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน,นายธวัช เบญจาธิกุลอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน, นายสง่า แต่เชื้อสาย ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการ การอาชีวศึกษา,นายฐากุล ชวนะพงศ์ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทราพร้อมด้วยคุณ มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูงและผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีปิดและมอบรางวัลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้าครั้งที่ 43( 43rd Toyota Dealer Customer Service Skills Contest) รอบชิงชนะเลิศเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2552 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้าถนนสุวินทวงศ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากรภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบรับกับภาคอุตสาหกรรมที่มีการปรับตัวจากการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้อย่างแพร่หลายและรวดเร็วโดยเริ่มการจัดการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า (Toyota Dealer Customer Service Skills Contest) ขึ้นใน พ.ศ. 2519 ด้วยวัตถุประสงค์ในการเพิ่มพูนความรู้ความสามารถของบุคลากรเพื่อยกระดับคุณภาพในการให้บริการและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าโดยตลอดระยะเวลากว่า 43 ปีในการจัดการแข่งขันสามารถพัฒนาบุคลากรที่มีคุณภาพมากกว่า 1,200 คนต่อปี..... มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยกล่าวว่า"ที่โตโยต้า บุคลากรคือทรัพยากรที่มีความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรามั่นใจว่าการพัฒนาบุคลากรคือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จและด้วยเหตุนี้เอง ผมเชื่อว่าผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้าทุกท่านในวันนี้ต่างก็ยึดมั่นในวิถีโตโยต้าเหมือนกัน ซึ่งค่านิยมนี้ประกอบด้วย 2 เสาหลักนั่นคือ"การพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง"(Continuous lmprovement) และ"การยอมรับซึ่งกันและกัน"(Respect for People) จะใช้เป็นแนวทางที่ทางบริษัทและผู้แทนจำหน่ายโตโยต้ายึดถือมาโดยตลอด ทั้งนี้เพื่อมอบสินค้าและบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือความคาดหมายของลูกค้า โดยการแข่งขัน"ทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า"จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี เพื่อพัฒนาทักษะและความสามารถของบุคลากรทางด้านการบริการของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ซึ่งการแข่งขันแบ่งออกเป็น ประเภททีม 2 ประเภท และประเภทเดี่ยว 8 ประเภทโดยผู้ชนะเลิศมีดังนี้ @ประเภททีม@ - ประเภททีมบริการตัวถังและสีได้แก่บริษัทโตโยต้าไทยเย็นจำกัด - ปรเภททีมบริการรถยนต์ได้แก่บริษัทโตโยต้า เค. มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า ประเภทเดี่ยว - ผู้บริหารงานตัวถังและสีรถยนต์ได้แก่บริษัทโตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้าจำกัด - พนักงานคอลเซ็นเตอร์ได้แก่บริษัทโตโยต้าวิชั่น จำกัด - พนักงานลูกค้าสัมพันธ์ได้แก่บริษัทโตโยต้ามุกดาหาร (1993) ผู้จำหน่ายโตโยต้าจำกัด - ช่างซ่อมตัวถังรถยนต์ได้แก่บริษัทโตโยต้าสุราษฎร์ธานี ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด - ซ่อมสีรถยนต์ได้แก่บริษัทโตโยต้าไทยเย็น จำกัด - พนักงานอะไหล่ได้แก่บริษัทโตโยต้าเมืองเลย จำกัด - ผู้บริหารงานบริการได้แก่บริษัทโตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด - ช่างเทคนิคได้แก่บริษัทโตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด #โตโยต้าขับเคลื่อนความสูข #ทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า #43rdToyotaDealerCustomerServiceSkillsContest #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Monkey Dragon Ball Limited Edition
ตำนานปะทะตำนาน!! CUB House เปิดตัว Monkey Dragon Ball Limited Edition จำกัดแค่ 100 คัน สำหรับชาวโลกเท่านั้น ครั้งแรกในวงการรถจักรยาน ยนต์ไทย CUB House by Honda จับมือ Toei Animation ผู้ถือลิขสิทธิ์ “ดราก้อนบอล” ร่วมสร้างตำนานบทใหม่ ระหว่างรถจักรยานยนต์ Monkey กับ อนิเมะยอดฮิตตลอดกาลของญี่ปุ่น เปิดตัว Monkey รุ่น Dragon Ball Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก มาเป็นเซ็ตพร้อมแจ็คเกตลาย Monkey x Dragon Ball จากแบรนด์ Naked & Famous วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 119,900 บาท ที่ร้าน CUB House ทั้ง 13 สาขา และที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2019 มร.ชิเกโต คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดเผยว่า “เป้าหมายของคับเฮ้าส์คือการเติมเต็มความต้องการให้กับคนรุ่นใหม่ด้วยการส่งมอบคุณค่าสามอย่าง อย่างแรกคือ Fun หรือความสนุกที่ลูกค้าสัมผัสได้จากทุกส่วนของร้าน รวมถึงสินค้าในร้าน อย่างที่สองคือ Proud หรือความภาคภูมิใจเมื่อลูกค้าได้เป็นเจ้าของรถ และอย่างที่สามคือ Me หรือสิ่งสะท้อนความเป็นตัวตนที่แท้จริงของลูกค้า ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นผ่านประสบการณ์ที่คับเฮ้าส์ส่งมอบให้กับลูกค้าซึ่งตลอดสองปีที่ผ่านมาที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่สนุกสนาน และการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด” “ล่าสุดนี้ เราขอส่งมอบความสนุกครั้งใหม่และครั้งแรกของวงการรถจักรยานยนต์ไทยกับการรวมตัวกันครั้งสำคัญของสองตำนาน นั่นคือตำนานของรถ Monkey ที่มีจุดกำเนิดตั้งแต่ปี 1961 จากการประดิษฐ์รถเพื่อขี่เล่นของพนักงานในโรงงานฮอนด้าแห่งหนึ่ง แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่แปลกไม่เหมือนใครทำให้ Monkey กลายเป็นรถที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกโดยเฉพาะในหมู่นักสะสม และอีกตำนานเกิดขึ้นในปี 1984 เมื่อดราก้อนบอลได้ถือกำเนิดขึ้นในญี่ปุ่นและได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว ได้รับการเผยแพร่ไปถึงกว่า 80 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย จนกลายเป็นอนิเมะยอดฮิตตลอดกาลของโลก” “ในปี 2019 นี้ เมื่อสองตำนานได้มารวมตัวกันก็ก่อให้เกิดรถจักรยานยนต์ Monkey Dragon Ball Limited Edition ภายใต้คอนเซปต์ ความสนุกในความทรงจำ กลับมาให้คุณได้ซนอีกครั้ง ซึ่งจะถูกผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 100 คันทั่วโลก โดยรถพิเศษรุ่นนี้ได้รับการออกแบบโดยทีมดีไซน์เนอร์จาก H2C ซึ่งเป็นสำนักแต่งรถของเอ.พี. ฮอนด้า ที่มีความหลงใหลใน Monkey และ Dragon Ball อย่างมากจนเกิดเป็นรถที่มีความลงตัว มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร” Monkey Dragon Ball Limited Edition เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง เอ.พี. ฮอนด้า และ Toei Animation ผู้ถือลิขสิทธิ์ดราก้อนบอลอย่างเป็นทางการ ตัวรถได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นลงตัวทุกมุมมอง โดยการนำเอาเอกลักษณ์สามอย่างของดราก้อนบอลมาอยู่บนตัวรถ Monkey อย่างแรกคือลูกแก้วมังกรสี่ดาวของโงกุน อย่างที่สองคือเทพเจ้ามังกรอันศักดิ์สิทธิ์ ทั้งสองอย่างถูกตกแต่งอยู่บนถังน้ำมันที่หุ้มด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ โดยตัวลูกแก้วมังกรทำจากอะลูมิเนียม CNC และอย่างที่สามคือสัญลักษณ์สำนักเต่าของผู้เฒ่าเต่าอันเลื่องชื่อที่โดดเด่นอยู่บนครอบกรองอากาศสีส้ม ในขณะที่ฝาครอบหุ้มข้างเป็นแบบคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมสัญลักษณ์ Monkey Monkey Dragon Ball Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คันทั่วโลก มาเป็นเซ็ตพร้อมแจ็คเกตลาย Monkey x Dragon Ball จากแบรนด์ Naked & Famous (มูลค่า 8,500 บาท) วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 119,900 บาท ผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปชมรถจริงและจองได้ที่ CUB House ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาเอกมัย สาขาอุดรธานี สาขาขอนแก่น สาขาชลบุรี สาขาสุราษฎร์ธานี สาขาหาดใหญ่ สาขาเพชรบุรี สาขาเชียงราย สาขาภูเก็ต สาขาเชียงใหม่ สาขานครปฐม สาขาศรีนครินทร์ และล่าสุดสาขาอุบลราชธานี และที่บูธ CUB House หมายเลข G 09 ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. – 10 ธ.ค. 2019 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ fb.com/cubhousebyhonda #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #APHonda #CUBhouse #Monkey #Dragonball #Honda #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- New Honda City
ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)จํากัด เปิดตัว ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 5 ครั้งแรกในโลกที่ประเทศ ไทย อีกขั้นแห่งยนตรกรรมชิตี้คาร์ที่พร้อมขับเคลื่อนพาคุณให้ไปไกลเกินกว่าทุกความคาดหมายและเปิดทุกความเป็นไปได้ อีกขั้นแห่งความสปิร์ตหรูหราของดีไซน์ภายนอก.... ภายในห้องโดยสารกว้างขวางและหรูหราเกืนคลาส พร้อมท้าทายทุกการขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเทอร์โบ เรื่องยนต์ 1.0 ลิตร VTEC TURBO 122 แรงม้า ที่ทรงพลังและให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม สูงถึง 23.8 กิโลเมตรต่อลิตร ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย พิเศษครั้งแรกกับรุ่น RS ที่พร้อมตอกย้ำความสปอร์ตเร้าใจด้วยชุดแต่งรอบคัน อีกทั้งนวัตกรรมเชื่อมต่อเพื่อการสื่อสารระหว่างผู้ขับขี่และรถยนต์ฮอนด้า คอนเนค(Honda Connect) เจเนเรชั่นล่าสุด มาพร้อมสีใหม่สีแดงอิกไนต์(lgnite Red) ฮอนด้า ชิตี้ ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่และสง่างาม สะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เฉียบคมโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียม เสาอากาศแบบครีบฉลามและล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนทุก สุนทรียภาพให้กว้างขวางกว่าที่เคย ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระเพื่อความสะดวกสบายในทุกที่นั่งทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารมาพร้อมความหรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำหรือเบาะหนังและภายในสีทูโทน ไอเวอรี่/ดำ(เฉพาะรุ่น SV) คอนโซลหน้าแบบ Piano Black มือจับประตูด้านในตกแต่งโครเมี่ยมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียมอาทิ มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอ แสดงข้อมูลการขับขี่ระบบเรืองเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play ระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI พวงมาลัยแบบมัลติฟังชั่น พร้อมปุ่มควบคุมระบบเครื่องเสียงและปุ่มรับวางสายโทรศัพท์ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติเป็นต้น...... ขุมพลังเทอร์โบใหม่เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร DOHC VTEC Turbo 3 สูบ 12 วาล์ว มาพร้อม Turbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็วให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตันเมตรที่ 2,000-5,000 รอบต่อนาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร(เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม)และแรงบิดเท่าเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT ให้อัตราเร่งและการการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 Speed สะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติโดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานไอเสียยูโร 5 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่. 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้ด้วย เพิ่มความมั่นใจในทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัยด้วยโครงสร้างตัวถังนิรภัย G -Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการกันชนรอบทิศทางด้วยถุงลม 6 ตำแหน่ง ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS ) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD)ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันและกล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (Multi-angle Reaiview Camera) ฮอนด้า ซิตี้ใหม่ มีสีทั้งหมด 6 สี และมีให้เลือก 4 รุ่นได้แก่รุ่น SR ราคา 739,000 บาท,รุ่น SV ราคา 665,000 บาท,รุ่น V ราคา 609,000 บาท,รุ่น S ราคา 579,000 บาท ร่วมสัมผัส และพบกับ ฮอนด้า ชิตี้ ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2552 เป็นต้นไปสำหรับลูกค้าที่จอง Honda City ใหม่ตั้งแต่วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 -31 ธันวาคม 2562 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2563 พร้อมรับนาฬิกา Fitbit Smart Tracker รุ่น Charge 3 สี Graphite/Black มูลค่า 6490 บาท Honda City ใหม่มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่ Sport และสง่างามสะกดทุกสายตาด้วยเส้นสายที่เสียบคมโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และไฟท้ายแบบ LED กระจังหน้าแบบโครเมียมเสาอากาศแบบครีบฉลามและล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว ภายในห้องโดยสารเปลี่ยนทุกสภาพให้กว้างขวางกว่าที่เคยช่วยกันออกแบบพื้นที่ให้สอดคล้องกับสรีระทุกความสะดวกสบายในทุกที่นั่งทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มาพร้อมความหรูหราและสวยงามยิ่งขึ้นในโทนสีดำหรือเบาะหนังและภายในศรีสุทโธ I very ดำเฉพาะรุ่น SV คอนโซลหน้าแบบ HINO Black มือจับประตูด้านในตกแต่งโครเมี่ยมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียมอาทิมาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่รถเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบรองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play และและระบบสั่งการด้วยเสียง s i r i ขุมพลังเทอร์โบใหม่เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร dohc Vtec Turbo 32 วาล์วมาพร้อมที่อากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้อย่างรวดเร็วให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 5 500 รอบต่อนาทีตอบสนองตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 170 373 ที่ 2,000 ถึง 4,500 รอบต่อนาทีให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่าเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมและแรงบิดเท่ากับเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตรประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง CVT อัตราเร่งและอัตราการกินน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 28 28 กิโลเมตรต่อลิตร ตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ 7 สปีดสะดวกสบายด้วยระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานไอเสียยูโร 5 ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 9 กรัมต่อกิโลเมตรและสามารถรองรับน้ำมัน E20 ได้ด้วย Honda City ใหม่มีทั้งหมด 4 รุ่นและมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี โดยรุ่น RS ราคา 729000 บาทรุ่น SV ราคา 6 แสนหกหมื่นห้าพันบาทรุ่น V ราคา 690000 บาท l s ราคา 589000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศหรือศูนย์บริการข้อมูล Honda 24 ชั่วโมงโทร 02 341 7777 #ฮอนด้าชิตี้ใหม่ #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com











