top of page

1423 results found with an empty search

  • FAST Auto Show Thailand 2024

    “ฟาสต์ ออโต โชว์ 2024” ร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 นำเสนอ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” เริ่ม 3 - 7 กรกฎาคมนี้ ที่ไบเทค บางนา คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ ผู้จัดงานแสดงรถยนต์ครบวงจร “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” (FAST Auto Show Thailand 2024) เปิดฉากปลุกตลาดรถยนต์เมืองไทยช่วงครึ่งปีหลังให้คึกคักต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 ด้วยยนตรกรรมมากคุณภาพหลากหลายแบรนด์ ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” ครบจบในงานเดียว ซึ่งมาพร้อมดีลเร้าใจสุดคุ้ม ไฮไลต์เด็ดปีนี้เปิดให้ทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าหลากหลายแบรนด์ภายในฮอลล์ ตั้งเป้าและมั่นใจว่าตลอด 5 วันของการจัดงานจะมียอดจองรถยนต์ใหม่ รถใช้แล้ว รถไฟฟ้า และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเป็นที่น่าพอใจ ห้ามพลาด 3 - 7 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา เข้าชมฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แถมลุ้นรับโชคตลอด 5 วันเต็ม นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เปิดเผยว่า “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” เป็นงานซื้อ-ขายรถครบวงจรที่จัดขึ้นในช่วงกลางปี ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 12 เป็นการรับไม้ต่อเพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไม่ให้หยุดนิ่ง กระตุ้นให้เกิดแรงซื้อ-ขายในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นหนึ่งในหัวใจหลักด้านเศรษฐกิจของประเทศ โดยปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยได้รับการคาดการณ์ว่าจะยังคงอยู่ในภาวะทรงตัวระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา หากแต่ด้วยแรงสนับสนุนด้านนโยบายของภาครัฐ ความร่วมมือของภาคเอกชน และภาคประชาชนที่ต่างพยายามช่วยกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจในมุมของตัวเองอย่างเต็มกำลัง เพื่อมุ่งหวังให้เกิดการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จึงนับเป็นปีที่มีความท้าทาย และยังเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในธุรกิจยานยนต์ ในการใช้งาน      “ฟาสต์ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ซึ่งเป็นงานที่มีศักยภาพดึงดูดคนมาร่วมงาน ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จในการจัดงานจับคู่ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายมานานจนก้าวสู่ปีที่ 12 เป็นเครื่องมือการตลาดในการจัดกิจกรรมกระตุ้นยอดขายในช่วงกลางปี และเป็นโอกาสของผู้บริโภค เพราะการมาเลือกซื้อรถในพื้นที่ขายที่มีรถหลากหลายแบรนด์มาจัดแสดงพร้อมกัน พร้อมมีโปรโมชั่นพิเศษ ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบคุณภาพ การให้บริการ และราคาที่ตรงใจ  นอกจากนี้ ในภาวะเศรษฐกิจที่เร่งรีบยังช่วยให้สะดวก และประหยัดเวลา “งาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ในปีนี้ เรายังคงความครบเครื่องต่อเนื่องจากปีที่แล้ว ด้วยการจัดงานบนพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร พร้อมสรรพในทุกมิติ และยังได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มธุรกิจยานยนต์ที่ตอบรับเข้าร่วมงานมากขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปท์ “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ต้องการใช้รถ ให้ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ได้อย่างสะดวกและมั่นใจ คือ 1.รถยนต์ใหม่ป้ายแดงที่จะมาพร้อมโปรโมชั่นสุดเร้าใจ 2.รถไฟฟ้า(EV) เทรนด์ที่กำลังอยู่ในความสนใจของผู้ใช้รถในเมืองไทย ตอบรับกระแสรักษ์โลกด้วยการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งมีทั้งแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าและมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าเข้าร่วมพร้อมโซนทดสอบรถไฟฟ้าภายในฮอลล์ และ 3.รถใช้แล้วคุณภาพดี ที่สำคัญมีรับประกัน 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หากตรวจพบว่าผิดเงื่อนไข รับประกันซื้อคืน 100% ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของงานในส่วนของรถใช้แล้วตลอดการจัดงาน 11 ครั้งที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดจองรถภายในงานได้มากกว่าปีที่ผ่านมา” รถใหม่โปรดีหลากแบรนด์ รถไฟฟ้ามีให้ลองก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานฝ่ายรถใหม่ เผยว่า จากข้อมูลการประเมินตลาดรถยนต์เมืองไทยในปี 2567 คาดการณ์ว่าจะมีรถใหม่จ่อคิวรอเปิดตัวหลายรุ่นต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ไฮบริดจะคึกคักมากเป็นพิเศษ รวมทั้งการเข้ามาของผู้ผลิตรถยนต์รายใหม่ ๆ ซึ่งไม่เพียงเพิ่มสีสันให้กับตลาดรถยนต์เมืองไทยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงสถานการณ์การแข่งขันที่เข้มข้นดุเดือดต่อจากนี้อีกด้วย อย่างไรก็ตามถือเป็นโอกาสที่ดีของผู้บริโภคที่จะเลือกใช้รถยนต์ตามความต้องการได้ในราคาที่เหมาะสม “แบรนด์รถใหม่ป้ายแดงที่ตอบรับเข้าร่วมในงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” ณ เวลานี้มีทั้งสิ้น 14 แบรนด์ ทั้งญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป ประกอบด้วย อีซูซุ (ISUZU) โตโยต้า (TOYOTA) ฮอนด้า (HONDA) มิตซูบิชิ (MITSUBISHI) เอ็มจี (MG) ซูซูกิ (SUZUKI) ฮุนได (HYUNDAI) วอลโว่ (VOLVO) เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM : GREAT WALL MOTOR) เนต้า (NETA) เบนซ์ ธนบุรีพานิช (BENZ THONBURI PHANICH) ฉางอัน (CHANGAN) เน็กซ์เท็ม (NEXTEM) และมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV โดยทุกแบรนด์พร้อมจัดแคมเปญโปรโมชั่นสุดเร้าใจเพื่อช่วยกระตุ้นตลาดยานยนต์ พร้อมมีระบบการจองคิวทดลองขับเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าที่กำลังจะตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ไฮไลต์พิเศษในปีนี้ คือ โซนทดสอบรถยนต์ไฟฟ้าภายในฮอลล์ ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากปีที่ผ่านมา โดยรถไฟฟ้าที่นำมาเปิดให้ทดสอบจะเป็นรุ่นใหม่ ๆ ในตลาด อาทิ Honda e:N1 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในไทย ที่เปิดให้ทดสอบสำหรับผู้เข้าชมงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2024” เนื่องจากปกติรุ่นนี้ไม่มีจำหน่ายแต่มีให้เช่าใช้เท่านั้น ตามด้วย Volvo EX30 ORA07 Deepal S07 Hyundai IONIQ5 NETA VII และ MG4 ซึ่งในโซนนี้ยังจัดให้มีระบบการจองคิวเพื่อเปิดประสบการณ์การทดลองรถยนต์ไฟฟ้าภายในฮอลล์ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ” รถยนต์ใช้แล้วสภาพนางฟ้า เลขไมล์น้อย ราคาดีมีรับประกัน นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใช้แล้ว กล่าวว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดรถยนต์มือสองเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัว และคาดการณ์ว่าจะเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2567 จากปัจจัยด้านดีมานด์ในตลาด และตัวเลขการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนมากขึ้น ในงานปีนี้จึงพร้อมนำเสนอรถยนต์หลากหลายเซ็กเมนต์ ตั้งแต่อีโคคาร์ไปจนถึงซูเปอร์คาร์ รวมถึงรถไฟฟ้า โดยมีผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงาน 7 ราย ประกอบด้วย DDS คาร์เซ็นเตอร์ โยรัชดา ดา ศรีนครินทร์ รถเศรษฐี Sethi Premium Used Car CarDeeSureOK GWM Certified Pre-Owned และ Volvo Selekt Approved Used Cars ซึ่งผ่านการคัดเลือกให้เป็นพันธมิตรกับ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” และมีการรับประกันว่าได้คัดเลือกรถรุ่นปีใหม่ ๆ สภาพนางฟ้า เลขไมล์น้อย นำมาจำหน่ายภายในงาน “เพราะหัวใจหลักของความสำเร็จในส่วนของรถยนต์ใช้แล้ว คือ ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มาซื้อรถในงานของเรา ที่นอกจากจะมีรถยนต์ให้เลือกหลากหลายรุ่น ครบทุกเซ็กเมนต์แล้ว ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมงานต่างเป็นพาร์ทเนอร์กับเรามานาน มีมาตรฐานที่เชื่อถือได้ และสิ่งสำคัญที่ถือเป็นจุดแข็งและจุดขายของงานคือ รถทุกคันต้องผ่านการตรวจสอบจากทีมงานมืออาชีพของอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ว่าเป็นรถที่เข้าเงื่อนไข 5 ข้อ คือ ไม่ไฟไหม้ ไม่จมน้ำ ไม่ตัดต่อ ไม่ชนหนัก และจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย หากพบว่ารถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อไปไม่เป็นไปตาม 5 ข้อดังกล่าว รับประกันซื้อคืน 100%” รถแต่งโดนใจใช้คุ้ม พร้อมลุ้นรางวัลกับกิจกรรมอีสปอร์ต นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา รองประธานจัดงานฝ่ายรถตกแต่ง โมดิฟาย และกิจกรรม      อีสปอร์ต เผยว่า “กิจกรรมที่น่าสนใจในงานยังคงมีอยู่เต็มร้อยเหมือนทุกปี โดยเฉพาะโซนรถตกแต่งพิเศษ ซึ่งปีนี้ได้รวบรวมรถแต่งที่ไม่ได้มีดีแค่สวย เท่ ๆ คูล ๆ แต่ยังใช้ประโยชน์ได้ครบ คุ้มค่า ตามเทรนด์ปี 2024 มาจัดแสดง เพื่อให้เป็นแนวทางในการแต่งรถยนต์ให้กับผู้ที่สนใจ และตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบแต่งรถที่สะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นตัวเอง และรองรับกิจกรรมตามไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์ประดับยนต์ที่มาใหม่หลากหลายสไตล์ให้เลือก นอกจากนี้เรายังคงเดินหน้าสนับสนุนกิจกรรมอีสปอร์ตอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดโซนอีสปอร์ตภายในงานให้ผู้ที่สนใจได้มาประลองฝีมือ และลุ้นรับของที่ระลึกกลับบ้าน เพราะในยุคออนไลน์ การเล่นเกมไม่ใช่แค่เพียงเพื่อความสนุกอีกต่อไป ใครที่มีความสามารถที่แท้จริง สามารถนำไปต่อยอดสร้างเงิน สร้างอาชีพ มีรายได้ให้กับตนเองได้อีกด้วย” ในส่วนของ ACCESSORY มีบริษัทที่ยืนยันเข้าร่วมงานแล้ว คือ TK ENGINEERING GROUP  งานเตรียมระบบไฟสำหรับรถไฟฟ้า และจัดจำหน่ายเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Meguiar’s Thailand ผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ และ COWAY ผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำ พบกับกิจกรรมความบันเทิงต่าง ๆ ภายในงานตลอด 5 วัน พิเศษชวนเร้าหัวใจกับกิจกรรม Sexy Car Wash สุดร้อนแรง และลุ้นเป็นผู้โชคดีรับของรางวัลทุกวันในเวลา 20.00 น. โดยผู้จองรถและซื้อรถทุกกลุ่มภายในงานได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลประจำวัน ได้แก่ คูปองบริดจสโตน มูลค่า 12,000 บาท วันละ 1 รางวัล รวม 5 รางวัล ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s มูลค่า 3,845 บาท วันละ 5 รางวัล รวม 25 รางวัล และหลังจบงานยังได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า AJ EV จํานวน 2 รางวัล ได้แก่ รุ่น Saber Tiger มูลค่า 95,900 บาท จํานวน 1 คัน และรุ่น Mine Plus มูลค่า 73,900 บาท จํานวน 1 คัน  พร้อมชุดผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ Meguiar’s นอกจากนี้ ผู้เข้าชมงานทุกท่านยังได้รับสิทธิ์ส่งคูปองลุ้นรับบัตรของขวัญโลตัส มูลค่า 1,000 บาทวันละ 5 รางวัล รวม 25 รางวัล อีกด้วย เพียงแวะมา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ได้ที่งาน          “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์  2024”  จัดขึ้นระหว่าง วันที่ 3 - 7 กรกฎาคม ศกนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 102-104 “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” (FAST Auto Show Thailand) จัดโดย บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ความร่วมมือทางธุรกิจของ 3 ค่ายใหญ่ ในวงการสื่อรถยนต์เมืองไทย ได้แก่ กรังด์ปรีซ์  สื่อสากล และ วี.เอ แอนด์ ซันส์ ต่อยอดธุรกิจอีเวนต์โชว์รถครบวงจรในช่วงกลางปี เพื่อกระตุ้นให้เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยนำจุดแข็งของ “กรังด์ปรีซ์” ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่-รถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ “สื่อสากล” ผู้จัดงาน “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่ รถนำเข้าและกลุ่มผู้นำเข้าอิสระ และ “วี.เอ แอนด์ ซันส์” ที่เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการรถยนต์ใช้แล้วมากว่า 15 ปี เพื่อสร้างสรรค์งานโชว์รถครบวงจรในแนวคิด “รถใหม่โปรดี รถไฟฟ้ามีให้ลอง รถมือสองมีรับประกัน” ให้ผู้บริโภคได้ “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ในแบบที่คุ้มค่าเงินสูงสุด

  • “CHANGAN Sourcing Day”

    CHANGAN ร่วมกับ BOI และ WHA ประกาศ เชิญผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศไทยเข้าร่วมงาน “CHANGAN Sourcing Day” เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า CHANGAN ซึ่งจะมีการประกอบในโรงงานที่จังหวัดระยอง โดยใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 60% โครงการนี้ยังมีเป้าหมายที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าชั้นนำของโลก งาน “CHANGAN Sourcing Day”  นี้จะจัดขึ้นในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 ตั้งแต่เวลา 09:00 น. ถึง 17:00 น. ณ ห้องแคทลียา โรงแรมรามาการ์เด้นส์

  • “PT Grand Prix of Thailand”

    PTG สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต! ทุ่ม 300 ล้าน ผงาดคว้าสิทธิ์ไตเติ้ลสปอนเซอร์ “ThaiGP” 3 ปีรวด ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand” ยาวถึงปี 2026 พร้อมเผยเตรียมเปิดขายบัตรกลางมิ.ย.นี้ แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้เฮกันอีกยาว กลายเป็น “ทอล์ค ออฟ เดอะทาวน์” ชั่วข้ามคืน สำหรับศึกสองล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก รายการ “โมโตจีพี” ที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 25-27 ต.ค.นี้ ที่ จ.บุรีรัมย์ ข่าวใหญ่ไทยแลนด์ ก้าวสำคัญครั้งใหญ่ของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT ผงาดคว้าสิทธิ์เป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ของรายการต่อเนื่อง 3 ปี ตั้งแต่ 2024-2026 เชื่อโมโตจีพี ฝีมือคนไทย จะสร้างปรากฏการณ์ความประทับใจมากขึ้น ยิ่งใหญ่ อลังการ ยิ่งกว่าที่เคยแน่นอน ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก รายการ “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ระหว่างวันที่ 25-27 ต.ค.2567 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เตรียมแถลงข่าวเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทั้งเตรียมเปิดขายบัตรกลาง มิ.ย.นี้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT, ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ PT Maxnitron และยังมีธุรกิจอื่นในเครือ เช่น แบรนด์ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย, คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs สร้างปรากฎการณ์ สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต กับการจรดปากกาเซ็นต์สัญญาในฐานะไตเติ้ล สปอนเซอร์ กรังด์ปรีซ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จะระเบิดศึกบนแผ่นดินไทย “โมโตจีพี” ซีรีส์การแข่งขันสองล้อที่ดีที่สุด แข่งขันกว่า 20 สนาม ใน 5 ทวีป รายการมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลกที่มีผู้ติดตามชมทั่วโลก ทั้งนี้ ยังมีความเคลื่อนไหวการแถลงข่าวและเปิดจำหน่ายบัตร “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ประจำปี 2567 ช่วงกลางเดือนมิถุนายน ภายในงานจะมีการเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ใหม่อย่างสุดยิ่งใหญ่ อลังการ โดยมี Dorna Sports เจ้าของลิขสิทธิ์ บินลัดฟ้ามาร่วมแสดงความยินดี พร้อมผนึกกำลังกับตัวแทนภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ “PT Grand Prix of Thailand” สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นำเสนออัตลักษณ์ความงดงามแบบไทย รองรับผู้ชมในสนามหลายแสนคน ถ่ายทอดสดความยิ่งใหญ่ 200 ประเทศทั่วโลก สู่ผู้ชม 800 ล้านคน ตั้งเป้าเป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุด และน่าประทับใจที่สุดเท่าที่เคยมีมา

  • LINE STICKERS

    เปิดอินไซต์ ทำไมคนไทยชอบใช้ ‘สติกเกอร์’ เสริมเรื่องราวในการแชท ในปัจจุบันมีแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมากมายที่ทำให้คนไทยสามารถติดต่อสื่อสารกันได้สะดวกยิ่งขึ้น ฟีเจอร์แชทอย่าง LINE จึงกลายเป็นฟีเจอร์ยอดนิยมที่ผู้คนใช้สื่อสารหากันทุกวัน และหากสังเกตพฤติกรรมการแชทของคนไทยไม่ว่าจะแพลตฟอร์มไหน แน่นอนว่าจะต้องเห็นการส่งอิโมจิและสติกเกอร์ภาพ แทนความรู้สึกและอารมณ์หาคู่สนทนา บทความนี้จะไปวิเคราะห์ว่า เหตุผลหลักที่ทำให้สติกเกอร์ หรือ อิโมจิ ครองใจคนไทยสายแชทกันได้ขนาดนี้คืออะไร เหตุผลแรกคือ วัฒนธรรมการสื่อสารของคนไทยให้คุณค่ารูปแบบมารยาทภายนอก ไม่ว่าจะกิริยาท่าทาง การแต่งกาย การพูด การแสดงอิริยาบถต่างๆ ทำให้การสื่อสารของคนไทยมีลักษณะประนีประนอมสูง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยมักเลือกสื่อสารกันแบบถ้อยทีถ้อยอาศัย ไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและตรงไปตรงมาหรือขวานผ่าซากจนเกินไป แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เต็มใจ และพึ่งพาอวัจนภาษาที่มีความซับซ้อนกว่า ซึ่งการส่งภาพสติกเกอร์หรืออิโมจิ สามารถช่วยปิดช่องโหว่ทางการสื่อสารและลดความกังวลดังกล่าวผ่านการพิมพ์ตัวอักษรผ่านแชทได้เป็นอย่างดี เหตุผลที่สองคือ ภาษาไทยเป็นภาษาไม่หยุดนิ่ง ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของภาษาไทยคือ ภาษาในแต่ละยุคสมัยจะเป็นเครื่องบ่งบอกบริบทและความเป็นไปทางสังคม ความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงวัย โดยได้รับอิทธิพลจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว ทำให้เกิดการตีความถ้อยคำหรือวลีที่แตกต่างกันในแต่ละยุคสมัย เช่น เลือดกรุ๊ปบี ที่มีความหมายตรงๆ เกี่ยวกับความแตกต่างของหมู่เลือด แต่ในปัจจุบันมีการตีความวลีนี้ตามคำพูดติดปากในเชิงตลกของอินฟลูเอนเซอร์ หลายเป็นวลีที่ใช้เป็นข้ออ้างในการปฏิเสธเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผู้พูดไม่สมัครใจ เป็นต้น ทำให้การส่งภาพสติกเกอร์หรืออิโมจิ เข้ามามีบทบาทในการสื่อความ ที่จะช่วยให้บรรยากาศการสนทนาในห้องแชทมีความสนุก หรือสามารถหยอดมุกจิกกัดที่ร่วมสมัยทันเหตุการณ์ได้ และเหตุผลสุดท้ายคือ ความสะดวกสบายในการสื่อสาร ในการสื่อสารในปัจจุบันที่มักมีข้อความพื้นฐานที่ใช้บ่อยในทุกบทสนทนา เช่น สวัสดี โอเค ขอบคุณ ลาก่อน หรือ ฝันดี การส่งสติกเกอร์จะช่วยลดปัญหาความไม่สะดวกในการพิมพ์ข้อความ ทั้งยังสามารถเลือกรูปแบบและสไตล์ของสติกเกอร์ให้เหมาะสมกับผู้รับได้ตามสมควร และยังช่วยแก้ไขสถานการณ์ในบทสนทนาได้เป็นอย่างดี เห็นได้จากการใช้งานสติกเกอร์พื้นฐานอย่าง ‘บราวน์โค้ง’ ที่มักถูกส่งในหลากหลายสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเปิด/ปิดบทสนทนา ตัดบทสนทนา เปลี่ยนเรื่อง รับหน้า หรือถนอมน้ำใจ จากทั้งสามเหตุผลข้างต้น จึงทำให้ LINE ที่มีผลิตภัณฑ์อย่าง LINE STICKERS ยังคงเป็นแอปพลิเคชันแชทที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในใจคนไทย ซึ่งเมื่อ LINE ได้เปิด LINE CREATOR MARKET ที่ให้คนทั่วไปสามารถเป็นครีเอเตอร์สร้างสรรค์ผลงานสติกเกอร์ได้เองตั้งปี 2557 ทำให้มีครีเอเตอร์ชาวไทยสร้างสรรค์ผลงานด้วยการใส่ความเป็นไทยและความชอบ ความสนใจของคนในสังคมเข้าไปกับการออกแบบคาแรคเตอร์อย่างลงตัว ทุกเรื่องแชทของคนไทยจึงมีสติกเกอร์ที่คอยบอกเล่าเรื่องราวครบทุกรส ดังนั้นเมื่อ LINE เปิดตัวฟีเจอร์​ใหม่อย่างคอมบิเนชัน สติกเกอร์ ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกผสม จัดเรียง ขยายขนาดสติกเกอร์ เพื่อส่งหลายตัวในคราวเดียว จึงทำให้สติกเกอร์ต่างๆ สามารถประกอบเป็นเรื่องราวได้ชัดเจนและสนุกขึ้นไปอีกขั้น ที่ผ่านมา LINE STICKERS ได้พัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของครีเอเตอร์ไทย รวมถึงฟีเจอร์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพราะเพียงแค่กดส่งสติกเกอร์ ทุกเรื่องราวในห้องแชทก็จะมีความสนุกและมีสีสันขึ้นไปอีกขั้น หากอยากได้ตัวช่วยให้แชทของคุณสนุก ครบรส ถึงเครื่อง ลองเลือกโหลดสติกเกอร์เพิ่มได้ที่ STICKER SHOP หรือ store.line.me #เติมความสนุกทุกการแชท ### สื่อมวลชนสามารถอัปเดตข่าวสารจาก LINE ประเทศไทย ได้ที่ https://www.linenewsroom.com/ และ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LINE ประเทศไทย ได้ที่อีเมล dl_linethpr@linecorp.com ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์: บจก.ไอเดีย เวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์ ฐาปนี นันทวิสัย โทร 0626564519

  • LINE OA

    ข้อควรระวัง! รู้เท่าทันภัย มิจฉาชีพหลอกลวงผ่าน LINE OA มิจฉาชีพออนไลน์ ยังคงเป็นภัยคุกคามอยู่รอบตัวผู้ใช้ ด้วยรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน  ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมากที่คนไทยต้องใช้งานโซเชียลมีเดียต่างๆ อย่างมีสติ ไม่หลงเชื่อง่าย สังเกตให้เป็น เพื่อรู้เท่าทันกลลวงที่อาจเข้ามาถึงตัวได้ทุกเวลา LINE ถือเป็นหนึ่งแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับคนไทย ด้วยฐานผู้ใช้ที่มากกว่า 54 ล้านราย โดยมี LINE Official Account หรือ LINE OA บัญชีทางการของ LINE เป็นช่องทางสำคัญสำหรับธุรกิจ องค์กร ร้านค้า ในการสื่อสาร ค้าขาย ทำการตลาด ในขณะเดียวกัน ยังเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสใช้ LINE OA ในทางที่ผิด เพื่อหลอกลวงผู้ใช้ สร้างความเสียหาย LINE จึงให้ความสำคัญกับการใช้งานแพลตฟอร์มอย่างปลอดภัย โดยแนะนำข้อควรระวังที่ผู้ใช้ต้องใส่ใจ เพื่อป้องกันภัยจากมิจฉาชีพบน LINE OA สังเกตประเภท LINE OA ให้มั่นใจก่อนเพิ่มเพื่อน LINE OA แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ บัญชีทางการทั่วไป บัญชีรับรอง และบัญชีพรีเมี่ยม โดยจะมีสัญลักษณ์โล่อยู่หน้าชื่อบัญชีแตกต่างกันออกไปตามแต่ละประเภท ทั้งนี้ หากเป็นบัญชี LINE OA ที่มีโล่สีน้ำเงินและสีเขียวนำหน้า ถือเป็นบัญชีที่สามารถไว้ใจได้ โล่สีน้ำเงิน คือ สัญลักษณ์ของ “บัญชีรับรอง” ที่ได้รับการยืนยันจาก LINE ว่าร้านค้าหรือแบรนด์ดังกล่าวมีตัวตนจริง ด้วยการส่งเอกสารยืนยันตัวตนกับ LINE ส่วนโล่สีเขียว คือ “บัญชีพรีเมียม” มักเป็นธุรกิจหรือองค์กรขนาดใหญ่ที่ได้รับการยืนยันตัวตนจาก LINE ด้วยแล้วเช่นกัน ในขณะที่โล่สีเทา คือสัญลักษณ์ของบัญชีทางการทั่วไป ที่ยังไม่ได้มีการรับรองจากทาง LINE ผู้ใช้ควรสังเกต ศึกษาให้มั่นใจว่าเป็นบัญชีจริงจากทางแบรนด์ ร้านค้าหรือหน่วยงาน องค์กรต่างๆ จริงก่อนเพิ่มเพื่อนทุกครั้ง ล่าสุด LINE ได้ยกระดับการเตือนภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ ด้วยข้อความเตือนใจผู้ใช้ ในทุกครั้งที่มีการเพิ่มเพื่อนบัญชี LINE OA ใหม่ที่ไม่ใช่บัญชีรับรอง โดยจะปรากฎอยู่ในหน้าโปรไฟล์ของบัญชี LINE OA ดังกล่าว ก่อนที่ผู้ใช้จะกดเพิ่มเพื่อน เพื่อแจ้งเตือนให้แน่ใจว่าการเพิ่มเพื่อนกับ LINE OA ใหม่ในแต่ละครั้งไม่ได้ถูกล่อลวงโดยมิจฉาชีพ ไม่หลงเชื่อจำนวนเพื่อนบนหน้าโปรไฟล์ ในกรณีที่ไม่มีโล่ใดๆ ปรากฏเลย ควรยิ่งต้องระวังให้ขึ้นใจ ไม่ควรหลงเชื่อจำนวนเพื่อนบนหน้าโปรไฟล์ เพราะมิจฉาชีพอาจปลอมแปลงตัวเลขผู้ติดตามขึ้นมาจากบัญชี LINE ส่วนตัวให้คล้ายกับ LINE OA ของจริงได้ โดยอาศัยการพิมพ์ตัวเลขตรงช่องสถานะให้มีจำนวนมากเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทั้งนี้ LINE OA ของจริงจะไม่สามารถแก้ไขจำนวนผู้ติดตามได้ รายงานแจ้งปัญหาให้ไว เมื่อเจอ LINE OA ที่ไม่น่าไว้ใจ การหลอกลวงในปัจจุบัน อาจมาในรูปแบบของการขายสินค้าปลอม ไม่ตรงปก แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรหรือสถาบันต่างๆ มากมาย เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้ หรือหลอกให้ดำเนินธุรกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเงิน การลงทุน เป็นต้น อย่างไรก็ตาม หากเผลอเพิ่มเพื่อนไปแล้ว รู้สึกไม่ไว้วางใจ สงสัยว่า LINE OA ที่เพิ่มเพื่อนไปนั้นเป็นของมิจฉาชีพ ให้กดปุ่มรายงานปัญหาในทันที โดยเลือกเมนู (สามขีด) ตรงมุมขวาบนของห้องแชต -> เลือก ‘ตั้งค่า’ -> กด ‘รายงานปัญหา’ และผู้ใช้สามารถบล็อกบัญชีนั้นได้ เพื่อไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเราได้อีกในอนาคต ศึกษาวิธีการรายงานปัญหา LINE OA ได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=9Y2qS4el2Bc LINE มุ่งสร้างแพลตฟอร์มเพื่อการสื่อสารและทำธุรกิจที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้งานทุกคน ทั้งประกาศคำเตือนก่อนการเพิ่มเพื่อน หลักการในการดูสีโล่ และขั้นตอนการ Report แจ้งปัญหาผ่าน LINE จะเป็นเครื่องช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ใช้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ! หากพบปัญหาการใช้งานบน LINE สามารถแจ้งได้ที่ contact-cc.line.me และติดตาม LINE OA: @linehelpth เพื่อรับข้อมูลข่าวสารการใช้งานจาก LINE อย่างต่อเนื่อง #LINEOfficialAccount #LINEOA ### เกี่ยวกับ LINE for Business กลุ่มบริการจากแพลตฟอร์ม LINE สำหรับภาคธุรกิจไทย ที่มุ่งยกระดับศักยภาพการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ของผู้ประกอบการไทยให้เทียบเท่าธุรกิจระดับสากล สู่การเติบโตรับโลกยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืน อันประกอบไปด้วย 2 กลุ่มโซลูชั่นหลัก ได้แก่ LINE Official Account บัญชีทางการที่สามารถเชื่อมต่อกับหลากหลายเครื่องมือเพื่อสร้างหน้าร้านออนไลน์ ด้วยยอดการเปิดบัญชีในปัจจุบันกว่า 6 ล้านบัญชี และ LINE Ads โซลูชั่นในการลงโฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE ด้วยตำแหน่งโฆษณาที่หลากหลาย รวมไปถึงเครื่องมืออื่นๆ อีกมากมายที่ช่วยให้ภาคธุรกิจเติบโตผ่านแชตได้อย่างครบวงจร ### สื่อมวลชนสามารถอัปเดตข่าวสารจาก LINE ประเทศไทย ได้ที่ https://www.linenewsroom.com/ และ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LINE ประเทศไทย ได้ที่อีเมล dl_linethpr@linecorp.com

  • Stop by the PT gas station! Receive special premium items from "Garfield"

    แวะเข้าปั๊มพีที! รับของพรีเมียมสุดพิเศษจาก "การ์ฟิลด์" นายสุทธิพงษ์ วรรณวานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที ในกลุ่ม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) มอบความสุขให้กับลูกค้าสมาชิก ต้อนรับการกลับมาอีกครั้งของคาแรกเตอร์ยอดนิยมของชาวไทยในภาพยนตร์ THE GARFIELD MOVIE ด้วยการมอบของพรีเมียมสุดพิเศษจาก "การ์ฟิลด์" ให้กับสมาชิกบัตร PT Max Card ทุกประเภท เพียงเติมน้ำมันเบนซินทุกชนิด ครบ 900 บาท รับทันทีกล่องทิชชู่ GARFIELD (มูลค่า 59 บาท) หรือ เมื่อเติมน้ำมันดีเซล ครบ 1,200 บาท รับทันทีพัด GARFIELD (มูลค่า 49 บาท) ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2567 ถึง 30 มิถุนายน 2567 หรือจนกว่าของจะหมด #PTMaxCard #GARFIELD #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • PT Maxnitron Racing Series 2024

    เตรียมระเบิดความมันส์เต็มอัตรา กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ PT Maxnitron Racing Series 2024 จัดเต็ม 3 สนาม กับ 7 เรซ ที่ทำให้การลุ้นแชมป์สนุกมากยิ่งขึ้น รายการแข่งขัน PT Maxnitron Racing Series 2023 ได้สร้างประวัติศาสตร์ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบของเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้เข้าร่วมงานและจากยอดผู้ชมผ่าน Live Streaming จำนวนมากที่สุดตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบขึ้น และยังได้มีการพูดถึงรายการแข่งขันนี้เป็นอย่างมากในแถบ Asean ทาง PTG เอ็นเนอยี ยังคงเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการและให้การสนับสนุนเต็มรูปแบบ เพื่อสอดคล้องที่ทาง PTG ต้องการสนับสนุนคนไทย ให้ทุกคนอยู่ดีมีสุข มาในปีนี้ทางบริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด ผู้จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ PT Maxnitron Racing Series 2024 ได้เตรียมความพร้อมและเตรียมกิจกรรมไว้อย่างมากมาย พร้อมสปอนเซอร์ยังให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น  น้ำมันเครื่อง PT Maxnitron, ศูนย์บริการ Autobacs, กาแฟพันธ์ไทย,ยาง Yogohama, ผ้าเบรก Nexzter, โชว์รูม Primus, ร้าน Max Wash, KG และ Wise เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง คุณฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ขอฝากรายการ PTRS 2024 โดย สนามแรกจะแข่งขันกันในต้นเดือนมิถุนายน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ และจบบสนามสุดท้ายที่ จังหวัดสงขลา แบบ Street Circuit ที่สงขลาเราจัดเป็นปีที่ 2 และความยิ่งใหญ่จะมากกว่าปีที่แล้ว ซึ่งได้รับกระแสตอบรับได้เป็นอย่างดี  และด้วยการที่ทาง PTG ได้อยู่ในแวดวงธุรกิจน้ำมันที่เป็นของคนไทย เราพยายามเพิ่มธุรกิจ Non-Oil ในส่วนของ Food & Beverage และในส่วนของธุรกิจอื่นๆ เพื่อให้  Ecosystem ของ PTG ครบวงจร โดยเฉพาะผู้ที่ถือบัตรสมาชิกของ PT สามารถนำบัตรไปใช้ได้ทุกๆ Loop ของทุกๆ ธุรกิจที่อยู่ในการจัดการของ PTG ที่เราจะทำเพื่อคนไทย ให้คนไทยอยู่ดีมีสุข” คุณศิลป์ ธีรนิติ กรรมการบริหาร บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด และประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “การแข่งขันในครั้งนี้ไม่ได้จัดมาเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว แต่เราสร้างการแข่งขันที่พัฒนาบุคลากรอย่างแท้จริง และทุกๆปีทางเรายกระดับการแข่งขันให้อัปเกรดมากยิ่งขึ้นเพื่อให้ทั่วโลกเห็นว่า วงการมอเตอร์สปอร์ตเมืองไทยไม่ได้ด้อยกว่าใครในโลก และในสนามสุดท้าย กับ สตรีท เซอร์กิตที่จังหวัดสงขลา  ที่ต้องบอกว่าจะยิ่งใหญ่และเพรียบพร้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งได้รับการอนุญาตจากทางจังหวัดให้จัดได้ถึงปี 2026 เลยทีเดียวครับ“ “โดยในสนามสงขลาในรายการ PT Songkhla Grandprix จะมีการเปิดตัวรถ แข่ง prototype คันแรกของประเทศไทย ในชื่อ brand tera ซึ่งเป็นรถที่ออกแบบและสร้างโดยวิศวะกรคนไทยทั้งหมดใช้เวลาการออกแบบและสร้างมากกว่า 3 ปี โดยโชว์และให้ แฟนๆชาว motorsport ได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด โดยจุดประสงค์คือต้องการสร้างรถแข่งนี้ไม่ใช้เพียงแค่สร้างความแปลกใหม่ในวงการmotorsport เมืองไทย แต่ยังเป็นการสร้างอาชีพ การพัฒนาบุคลากร (R&D) อย่างแท้จริง เป็นการสร้างโอกาสให้กับวิศวะกรรุ่นใหม่ได้มีโอกาสทำตามความฝันในการสร้างรถแข่งจริงๆ โดยรถคันนี้จะร่วมทํษการแข่งขันในประเทศและต่างประเทศในปี 2025 และ พัฒนาต่อเนืองเป็นรุ่นการแข่งขัน official ในรายการ PTRS ในอนาคต “ สำหรับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ PT Maxnitron Racing Series 2024 มีรุ่นการแข่งขัน ดังนี้ รุ่น Siam Eco car เครื่องยนต์ 1200 cc สามารถ modified ได้ในข้อกำหนดของกติกา รุ่น Siam 1500 group N เป็นรุ่นที่มีเครื่องยนต์ไม่เกิน 1550 cc และ Modified ได้ตามขอบเขตในเรื่องของทางเข้าอากาศและทางออกของอากาศ รุ่น Siam 1500 รุ่นนี้ Open ครบเครื่อง สามารถ modified ได้เยอะแต่จะต้องเป็นเครื่องที่ไม่มีระบบอัดอากาศ รุ่น Siam Group A รุ่นนี้ต้องมีระบบอัดอากาศเท่านั้น เครื่องยนต์ตั้งแต่ 1200- 1500 cc มีข้อกำหนดเรื่องปากทางเข้าอากาศ รุ่น Siam Truck เป็นรถกระบะเครื่องยนต์ดีเซลโดยเฉพาะ และจะต้องไม่มีควันดำ และรุ่นสุดท้ายกับ Siam GT เป็นรถที่สร้างขึ้นมาจาก 0 ตั้งแต่ 600-800 แรงม้า นอกจากนี้ยังมีพาร์ทเนอร์ อย่าง บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดการแข่งขัน ซัพพอร์ท เรซ รายการ ฮอนด้า วัน เมค เรซ มาร่วมในรายการด้วย พร้อมกับคลับเรซ ที่จะมาช่วยสร้างสีสันในการแข่งขันครั้งนี้ การแข่งขัน PT Maxnitron Racing Series 2024 เริ่มประลองความเร็ว สนามแรก วันที่ 6-9 มิถุนายน 2567 ณ สนามช้าง อินเตอร์ เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สนามที่ 2 วันที่ 29  สิงหาคม ถึง วันที่ 1 กันยายน 2567 ณ สนามช้าง อินเตอร์ เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ และสนามตัดสิน ในรูปแบบ Street Circuit วันที่ 17-20 ตุลาคม 2567 จังหวัดสงขลา รับชมการถ่ายทอดสด และติดตามได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/ptmaxnitronmotorsport Instagram : https://www.instrgram.com/pt_maxnitronmotorsport/ Youtube: https://www.youtube.com/@ptmaxnitronmotorsport87 งานนี้ แฟนๆชาวมอเตอร์สปอร์ต ต้องไม่พลาด #PT #PTMAXNITRON #ptmaxnitronracingseries2024  #PTRS2024   #PTSongkhlaGrandPrix #PTSongkhlaStreetCircuit #S63 #S63project #PTmaxnitronmotorsport #PassionForSpeed #AUTOBACS #punthaicoffee #yokohamatire #NEXZTER #FBT #PRIMUSautohaus #MaxWash #KGsolar #wise

  • "Reflecting and llluminating the path”

    ชมศิลปะยานยนต์หลากยุคใน “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 46” สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 46” ภายใต้แนวคิด “สะท้อน และส่องทาง – Reflecting and llluminating the path” ชมรถโบราณที่สวยงามสะท้อนศิลปะแต่ละยุคสมัยกว่าร้อยคัน ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ 17-21 กรกฎาคม 2567 ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “งานประกวดรถโบราณ เป็นงานระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 46 โดยแนวคิดของงานปีนี้คือ “สะท้อน และส่องทาง – Reflecting and llluminating the path” มาจากคำกล่าว “ศิลปะส่องทางให้แก่กัน” ซึ่งหมายความว่า ศิลปะต่างแขนงสามารถถ่ายทอดแนวคิด และรูปแบบถึงกันได้ เช่น ในช่วงทศวรรษ 1930 สถาปัตยกรรมแนว ART DECO เฟื่องฟู ส่งผลให้รถยนต์ LANCIA ARTENA ที่ผลิตออกมาช่วงนั้น ซึ่งเราเลือกใช้เป็นภาพโปสเตอร์ มีตัวถังทรงเรขาคณิต ประดับเส้นสายโค้งมน พร้อมห้องโดยสารตกแต่งหรูหรา สะท้อนการออกแบบสไตล์ ART DECO อย่างชัดเจน นอกจากนี้ รถโบราณคันอื่นๆ ก็มีการสะท้อน และส่องทางรูปแบบศิลปะในแต่ละยุคสมัยเช่นเดียวกัน” ดร.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย กล่าวถึง ข่าวดีในปีนี้ที่คณะรัฐมนตรี เห็นชอบหลักการลดภาษีงานศิลปะและรถโบราณ เมื่อมีนาคมที่ผ่านมาว่า “ทางสมาคมได้รับเชิญจากกรมสรรพสามิต เพื่อให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาแล้ว โดยเห็นว่าเกณฑ์เทียบเคียงที่เหมาะสมคือ ประเทศสิงคโปร์ ที่อนุญาตให้นำเข้ารถโบราณ ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป โดยมีข้อจำกัดจำนวนวันในการใช้รถในช่วงวันหยุด และวิธีคำนวณภาษีป้ายวงกลมใหม่ โดยเชื่อว่าจะช่วยสร้างเสน่ห์ให้แก่การท่องเที่ยวไทย และสร้างงานจากการซ่อมบูรณะรถโบราณได้อีกมาก” ณัฐรินทร์ พยุงวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ-สายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวว่า “งานประกวดรถโบราณครั้งที่ 46 จัดบนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร กระจายทั่ว บริเวณ Cascata , Zpotlight และ Alive Park Hall ชั้น G ในศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ พร้อมตกแต่งบรรยากาศสไตล์ ART DECO ที่มีความหรูหรา ผสมผสานกับความทันสมัย เพื่อให้ผู้ชมงานได้ชื่นชมความงดงามทั้งรถ และสถานที่จัดแสดง พร้อมเก็บภาพถ่ายเป็นที่ระลึก และแชร์ลงโซเชียล คาดว่าปีนี้จะมีผู้ร่วมงานมากถึง 200,000 คน” การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 รุ่นตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905 – 1918) รถโบราณ (ปี 1919 – 1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931 – 1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946 – 1960) รถคลาสสิค (ปี 1961 – 1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971 – ปัจจุบัน -30 ปี) นอกจากนั้น ยังมีการประกวดอีกหลายประเภท อาทิ รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน รถแจกวาร์-เดมเลอร์ และรถมีนี พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ อีกทั้งมีกิจกรรมน่าสนใจมากมาย เช่น การประกวด ราชินีแห่งความสง่างาม (CONCOURS D'ELEGANCE - กงกูรส์ เดเลอกองศ์) เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรถโบราณ คอนเสิร์ทเพลงฮิทในอดีต ถ่ายรูปคู่รถโบราณ จำหน่ายสินค้าวินเทจ หนังสือ นิตยสารเกี่ยวกับรถโบราณ แสตมป์รถโบราณ รถโบราณจำลอง ฯลฯ ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct/ ภายในวันที่ 5 กรกฎาคม 2567 หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub

  • 55th anniversary of Apollo Oil (Thai) Company Limited.

    ครบรอบ 55 ปี บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด พัฒนาไม่หยุด มุ่งสู่ทศวรรษที่ 6 พร้อมหนุนมอเตอร์สปอร์ตต่อเนื่อง บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้น ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท อิเดมิตสึ โคซัน จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น ดำเนินเกิจการมาถึงปีที่ 55 ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลอง "ครบรอบ 55 ปี APOLLOTHAI" ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคมที่ผ่านมา ภายในงานได้รับเกียรติจาก มร.โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมพิธีเฉลิมฉลองในครั้งนี้ รวมทั้ง มร.ยูอิจิ คูโจ ประธานบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด, ดร.จักรกริช วหาวิศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด, ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด รวมถึงพันธมิตร และสื่อมวลชน ร่วมงานในครั้งนี้ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ด้านหน้ามีการจัดบูธเกมวีอาร์ (VR) ให้แก่แขกที่เดินทางมาร่วมงานเฉลิมฉลองในครั้งนี้ รวมไปถึงแบ็คดร็อปถ่ายภาพสุดอลังการที่ให้ลูกค้า และพันธมิตร ได้เก็บบรรยากาศอย่างสุดประทับใจ มร. ยูอิจิ คูโจ ประธานบริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่านในวันนี้ วันครบรอบ 55 ปี บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด การบริหารของเรามีปรัชญาการเคารพความเป็นมนุษย์ เราเน้นความสำคัญของมนุษย์ก่อนผลกำไร นี่เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ น้ำมันอพอลโล และอิเดมิตสึ จับมือกันมาจนถึงวันนี้ เรามีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง และยังคงพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างไม่หยุดยั้ง ผมยินดีอย่างยิ่งที่เราเดินทางร่วมกันมา 55 ปี ขอขอบคุณทุกท่าน ณ ที่นี่จริงๆ” ด้าน ดร.จักรกริช วหาวิศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ได้ให้สัมภาษณ์ในวาระที่บริษัทเดินทางมาถึงปีที่ 55 ว่า “ปีนี้องค์กรของเราได้ดำเนินงานเข้าสู่ปีที่ 55 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเรามีการปรับตัวและพัฒนามาโดยตลอดด้วยความเป็นบริษัทที่ผลิตน้ำมันหล่อลื่นให้กับลูกค้าทั้งโรงงานอุตสาหกรรม ลูกค้าในกลุ่ม OEM (Original Equipment Manufacturer) และการผลิตน้ำมันเครื่องภายใต้แบรนด์ อิเดมิตสึ เหล่านี้เกิดจากความมุ่งมั่น ที่ไม่เคยหยุดพัฒนาองค์กร กระบวนการผลิต รวมไปถึงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์” “แม้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์จะเปลี่ยนแปลงไป แต่ผลิตภัณฑ์ของ บจก. น้ำมันอพอลโล (ไทย) สามารถรองรับได้ทุกตลาด ด้วยคุณภาพและ การให้บริการ เพื่อให้ลูกค้าของ บจก. น้ำมันอพอลโล (ไทย) ได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีทีสุด” ดร.จักรกริช วหาวิศาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด กล่าว ทิ้งท้าย ทั้งนี้ บริษัท น้ำมันอพอลโล (ไทย) จำกัด ที่ก่อตั้งขึ้น ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัท อิเดมิตสึ โคซัน จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น สนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตทั้งในประเทศไทย และในระดับนานาชาติ มาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดย อิเดมิตสึ ยังเป็นผู้สนับสนุนน้ำมันเครื่องในการแข่งขันรายการต่างๆ พร้อมจับมือกับ "ฮอนด้า" ส่งทีมเข้าแข่งขันโมโตจีพี รุ่นโมโต ทู ในนามทีม “อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย” ซึ่งทำผลงานในระดับโลกได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอดอีกด้วย นอกจากงานครบ "ครบรอบ 55 ปี APOLLOTHAI" ณ ห้องบางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ แล้ว ยังมีการจัดกอล์ฟเชื่อมสัมพันธ์กับลูกค้า และพันธมิตร ณ สนามฟลอร่าวิลล์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรีคลับ จ.ปทุมธานี อีกด้วย

  • “IONIQ Powering Arts x JWON” ณ IONIQ Lab 

    ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย จับมือ JWON เปิดประสบการณ์งานศิลปะบนยานยนต์ IONIQ 5 กับกิจกรรม “IONIQ Powering Arts x JWON” ณ IONIQ Lab ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมชมนิทรรศการงานศิลป์ได้ตั้งแต่ 18 พฤษภาคม – 18 มิถุนายน 2567 บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (HMT) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืนแห่งโลกยานยนต์ ร่วมมือกับศิลปินไทยชื่อดัง “JWON” สรายุทธ คุระแก้ว นำเสนอพลังสร้างสรรค์แห่งศิลปะที่ผสานเป็นหนึ่งเดียวกับนวัตกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ผ่านการสรรสร้างงานศิลปะหนึ่งเดียวบนรถยนต์ IONIQ 5 ในรูปแบบของ Art Car พร้อมจัดเวิร์กช็อปรอบเอ็กซ์คลูซีฟ “IONIQ Powering Arts x JWON” ณ IONIQ Lab ให้ผู้เข้าร่วมงานสรรสร้างงานศิลปะด้วยตัวเอง ไปพร้อมกับสัมผัสการบรรจบกันของความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย นอกจากนั้น ยังมีนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของ JWON ที่สรรสร้างขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ รวมถึงภาพที่วาดขึ้นใหม่ และรูปปั้น Dylie ขนาด 2 เมตร ศิลปิน JWON สร้างสรรค์ศิลปะ Art Car บน IONIQ 5 ในธีม “Dylie, Embark on your journey to the world” โดยนำก้อนเมฆมาเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงพลังงานสะอาด ปราศจากมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อจุดประกายการมุ่งหน้าสู่อนาคตที่สดใส และดีต่อชีวิตทุกคน Dylie ยังเป็นมากกว่าองค์ประกอบตกแต่ง แต่เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างกลมกลืน พร้อมทั้งเป็นสัญลักษณ์แห่งเส้นทางอันเปี่ยมชีวิตชีวา บนความยั่งยืนเสมือนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆที่สวยงาม การผสานพรสวรรค์ทางศิลปะของ JWON เข้ากับนวัตกรรมอันล้ำหน้าของ IONIQ 5 ในครั้งนี้ จึงแสดงถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงของศิลปะ ผ่านการสรรค์สร้างแรงบันดาลใจ และเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมและความยั่งยืน จนก่อเกิดเป็นงานศิลป์บนยนตกรรม Art Car ชิ้นเอกคันแรกและมีเพียงหนึ่งเดียว ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่การนำเสนอผลงานศิลปะผ่าน IONIQ 5 เพียงอย่างเดียว หากยังมีกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษที่ IONIQ Lab ให้ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสถึงการบรรจบกัน ของความคิดสร้างสรรค์และเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด โดย JWON ศิลปินผู้โด่งดังด้านการสร้างสรรค์งานศิลปะร่วมสมัย ได้ร่วมแบ่งปันเทคนิคพร้อมกระตุ้นให้ผู้เข้าร่วมงาน ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ และนำเสนอเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตนอย่างอิสระ สอดคล้องกับจุดประสงค์ของการก่อตั้ง IONIQ Lab เพื่อส่งเสริมการสร้างแนวคิดใหม่และสร้างพื้นที่ในการแสดงออกให้กับทุกคน กิจกรรมเวิร์กช็อปครั้งนี้จึงมุ่งเน้นการขับเคลื่อนแรงบันดาลใจ ให้ผู้คนกล้าคิดบนแนวคิดที่แตกต่าง เพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของนวัตกรรมไปสู่ขอบเขตแห่งการสร้างสรรค์ใหม่ไม่รู้จบ ด้วยพรสวรรค์และสไตล์ศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของ JWON ซึ่งโด่งดังจากการจัดนิทรรศการในระดับนานาชาติมากมาย จึงถือเป็นโอกาสดีให้ IONIQ เป็นที่รู้จักของกลุ่มคนที่กว้างขวางขึ้น พร้อมดึงดูดความสนใจของกลุ่มผู้สนใจในงานศิลป์จำนวนมากมายังรถยนต์ไฟฟ้า IONIQ ต่อไป นอกจากนี้ การร่วมมือกับ JWON ซึ่งเป็นศิลปินไทย ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ของ IONIQ กับกลุ่มผู้บริโภคในประเทศ ผ่านการจัดกิจกรรมที่จะมีขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “IONIQ Lab มิใช่เพียงศูนย์นวัตกรรม หากเป็นเวทีแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สร้างแรงบันดาลใจ ในการก้าวเดินไปบนเส้นทางแห่งความยั่งยืน เป็นศูนย์กลางแห่งความมุ่งมั่นและความร่วมแรงร่วมใจ ในการสร้างสรรค์อนาคตที่สดใสกว่าสำหรับทุกคน ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้ยังสอดคล้องกับปณิธานของแบรนด์ ในด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และการนำเสนออัตลักษณ์ของบุคคลอย่างสมบูรณ์แบบ เป้าหมายของเราคือการผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยี เพื่อจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ที่นำไปสู่การสร้างโลกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยสไตล์ทางศิลปะที่โดดเด่นและชื่อเสียงในระดับโลกของ JWON ทำให้เราเชื่อมั่นว่า จะทำให้เราเข้าถึงกลุ่มผู้ชมในวงกว้างยิ่งขึ้น และสามารถนำเสนอศักยภาพของรถไฟฟ้า IONIQ ได้อย่างโดดเด่น เราจึงให้ความสำคัญกับศักยภาพของศิลปะ เพื่อใช้กระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกผ่านการจัดงานนี้ ด้วยการผสานทักษะทางศิลปะของ JWON เข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัยของ IONIQ 5 จนเชื่อมโยงกันอย่างกลมกลืน และสร้างแรงบันดาลใจพร้อมส่งเสริมแนวทางปฏิบัติที่ยั่งยืน อย่างโดดเด่นในโลกยานยนต์” ร่วมสนับสนุนแนวคิดอากาศสะอาดเพื่อเราทุกคน ด้วยการแวะมาพบกับ Dylie พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการงานศิลป์ของ JWON ได้ที่ IONIQ Lab สถานที่ที่ศิลปะ เทคโนโลยี และแนวคิดเพื่อสิ่งแวดล้อมมาบรรจบกัน ได้ระหว่างวันที่ 18 พฤษภาคม – 18 มิถุนายน 2567 โดยในนิทรรศการไม่มีได้มีเพียง IONIQ 5 Art Car เท่านั้น แต่ยังมีรูปปั้น Dylie ขนาด 2 เมตร พร้อมผลงานศิลปะจาก JWON อีกหลายชิ้นที่ไม่เคยเปิดตัวที่ไหนมาก่อน มาจัดแสดงที่นี่ ให้คุณชมก่อนใคร เปิดประสบการณ์ของอนาคตแห่งการขับเคลื่อนได้แล้ววันนี้ที่ IONIQ Lab ณ True Digital Park ผู้สนใจสามารถติดต่อล่วงหน้า เพื่อจองเวลาทดลองขับพร้อมสัมผัสพลังและความสง่างามของ IONIQ 5 และ IONIQ 6 ด้วยตัวคุณเองแล้ววันนี้ และโปรดติดตามเพจ Hyundai Thailand บน Facebook เพื่อที่จะไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว พร้อมรับข้อมูลกิจกรรมพิเศษที่ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จะจัดในครั้งถัดไป เกี่ยวกับ บริษัท ฮุนได มอเตดบริษัท ฮุนได ฮุนได มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมีบุคลากรร่วมงานมากกว่า 120,000 ตำแหน่ง พร้อมอุทิศตนให้กับการรับมือความท้าทายด้านโมบิลิตี้ในทุกพื้นที่ ฮุนได มอเตอร์ เร่งเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสมาร์ทโมบิลิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ก้าวไปข้างหน้าเพื่อมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) บริษัทยังลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงด้านหุ่นยนต์ และยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางอากาศ เอเอเอ็ม (AAM - Advanced Air Mobility) เพื่อเร่งเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริการขนส่งแห่งอนาคต ซึ่งจะมาปฏิวัติวงการโมบิลิตี้ ฮุนไดยังเดินหน้าเปิดตัวยานพาหนะไร้มลพิษ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับชั้นนำอย่างพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานไฟฟ้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลก สำหรับข้อมูลอื่นของ ฮุนได มอเตอร์ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com เกี่ยวกับ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2566 ในฐานะบริษัทในเครือของ ฮุนได มอเตอร์ โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำวงการรถยนต์และผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมมอบเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นประโยชน์และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโมบิลิตี้ที่ครบถ้วนในทุกมิติ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมแล้วที่จะเติบโตไปกับลูกค้าทุกท่าน และพร้อมดูแลผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่แท้จริงในทุกการเดินทาง #JWON #IONIQ #IONIQPoweringArtsxJWON #บริษัทฮุนไดมอเตดบริษัทฮุนได #ฮุนไดโมบิลิตี้ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • GT World, a luxury supercar event

    บุรีรัมย์ทำถึง! GT World อีเวนต์ซูเปอร์คาร์ระดับลักชัวรี ยิ่งใหญ่ครบรส สอดผสานวัฒนธรรมอีสานใต้-พนมรุ้ง สู่สายตาแฟนความเร็วทั่วโลก ผ่านไปแล้วกับสุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ตระดับลักชัวรี GT World Challenge Asia 2024 การแข่งขัน 4 ล้อรายการใหญ่แห่งปีที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นำศึกซูเปอร์คาร์หรูที่หาดูได้ยาก มาให้แฟนความเร็วชาวไทยได้ชมและสัมผัสอย่างใกล้ชิด ฤดูกาลที่ผ่านมามียอดผู้เข้าชมกว่า 23 ล้านวิว ยอดเข้าถึงทุกแฟลตฟอร์ม 83 ล้านครั้ง โดยการแข่งขันในสนามประเทศไทยปีนี้ ได้มีการโชว์ศิลปวัฒนธรรมอีสานใต้ ผ่านชุดการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน “อัปสรานิรมิต” นำเสนอความงามของนางอัปสรา ภาพจำหลักในปราสาทหินพนมรุ้ง จากนักศึกษา สาขานาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ อย่างงดงามยิ่งใหญ่ ได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก GT World Challenge Asia นับเป็นหนึ่งในรายการแข่งขันรถซูเปอร์คาร์ที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในทวีปเอเชีย ถือเป็นหนึ่งในซีรีส์การแข่งขันระดับโลก แข่งขันใน 4 ทวีปตลอดทั้งปี ได้แก่ อเมริกา, ยุโรป, ออสเตรเลีย และเอเชีย โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันในทวีปเอชีย จากทั้งสิ้น 4 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย,ไทย, ญี่ปุ่น, และจีน ทั้งนี้ การจัดการแข่งขัน รายการ “ จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย ฤดูกาล 2024” ถือเป็นงานแข่งรถยนต์ซูเปอร์คาร์ในระดับ International series ที่ใหญ่ที่สุดของสนามช้างฯ ในปี 2024 เป็นการดวลกันของกองทัพรถ GT3 รถแข่งที่ดีที่สุดในโลก ที่ลงชิงเจ้าความเร็วตลอดฤดูกาล รวมทั้งสิ้น 33 คัน 24 ทีมแข่ง จาก 8 ค่ายผู้ผลิต เรียกว่ามากที่สุดที่เคยมีมา พร้อมนักแข่งยอดฝีมือจากนานาชาติกว่า 60 คน นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า รายการ “จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2024” สนามประเทศไทย ระหว่างวันที่ 10-12 พ.ค. เรียกว่าสมกับการรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ต ได้รับเสียงชื่นชม ทั้งการจัดการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ ได้ชมพิตวอล์คพันล้าน รถแข่งสุดหรูตัวแรงของโลก มูลค่ารถและการทำทีมที่สูงมาก ได้กระทบไหล่กับนักแข่งระดับชั้นนำของโลก รวมทั้งความประทับใจในช่วง Grid Walk สร้างความตื่นตาตื่นใจไปกับการแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้านในชุด “อัปสรานิรมิต” จากนักศึกษา สาขานาฏศิลป์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ สะท้อนความงดงามของศิลปวัฒธรรมอีสานใต้ นำเสนอความงดงามของ “นางอัปสรา” ซึ่งเป็นภาพจำหลักในปราสาทหินพนมรุ้ง อารยธรรมขอม แห่งดินแดนอีสานใต้ จ.บุรีรัมย์ เชื่อกันว่า นางอัปสราเป็นนางฟ้าที่กำเนิดมาจากสายน้ำ การแสดงเล่าเรื่องราว รวมถึงขบวนของนางอัปสรา พร้อมบรรดาทวยเทพ ที่สื่อท่าทางแห่งความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นสู่ชัยชนะของการแข่งขัน การแข่งขันสนามนี้ ขับเคี่ยวกันอย่างสุดมัน ประชันความเร็วแบบดุเดือด ตลอดระยะเวลา 3 วัน โดยในเรซที่ 1 ชัยชนะเป็นของ “มาร์คุส วิลเคนฮอค” อดีตนักแข่งฟอร์มูล่าวันชาวเยอรมัน และ “หวง รั่ว หาน” นักแข่งจีน ที่ขับรถแข่ง อาวดี้ อาร์8 แอลเอ็มเอส จีที3 อีโวทู หมายเลข 40 จาก อาวดี้ สปอร์ต เอเชีย ทีม แอบโซลูท คว้าแชมป์เรซที่ 1 ส่วนเรซที่ 2 แชมป์ตกเป็นของ “หวี เว่ย” นักแข่งจีนและทีมเมทชาวฝรั่งเศสอย่าง “แพทริค ปิเลต์” ที่ขับรถปอร์เช่ 911 จีที3อาร์ (992) หมายเลข 4 จาก ออริจิน มอเตอร์สปอร์ต ที่แซงทางโค้งเข้าเส้นชัยในโค้งสุดท้าย ด้านนักแข่งไทย "ท็อป" ธนาตย์ เสถียรถิระกุล เจ้าของรถแข่ง ปอร์เช่ 911 จีที3อาร์ (992) หมายเลข 911 ที่ จับคู่กับทีมเมทชาวศรีลังกาอย่าง “อีชาน เพียริส” ในเรซที่ 1 ได้อันดับที่ 6 ส่วน เรซที่ 2 ได้อันดับ 6 โอเวอร์ออลเช่นกัน แต่สามารถคว้าแชมป์ในคลาสซิลเวอร์ไปครอง ได้แชมป์โฮมเรซ เป็นของขวัญให้กับแฟนความเร็วชาวไทยที่เข้ามาเชียร์ที่สนามและรับชมผ่านช่องทางต่างๆ ขณะที่ "เต๊อะ" วุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งมากประสบการณ์ชาวไทย หมายเลข 93 จาก เอเอเอส แฟนธอม โกลบอล เรซซิ่ง จับคู่กับ “บาสเตียน บุส” ทีมเมทชาวเดนมาร์ก ในเรซที่ 1 ได้อันดับที่ 15 ส่วนเรซที่ 2 ได้อันดับ 7 โอเวอร์ออล , อันดับ 4 ของคลาสโปรแอมเกมการแข่งขันในครั้งนี้ นอกจากจะครบรสชาติ สร้างความประทับใจให้แฟนทั่วโลก ยังเป็นการปักธงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ ชูศักยภาพในการจัดอีเวนต์ซูเปอร์คาร์ระดับลักชัวรีของประเทศไทย ทั้งยังผลักดัน-สร้างนักกีฬาไทยสู่กีฬาอาชีพชั้นนำบนเส้นทางมอเตอร์สปอร์ตนานาชาติอย่างแท้จริง รวมทั้งยังดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ให้เดินทางมายังจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงสัปดาห์แข่งขัน เป็นโอกาสที่ดีในการปลุกกระแสการท่องเที่ยวเชิงกีฬา พร้อมประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของประเทศไทย และจังหวัดบุรีรัมย์ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อกระตุ้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวไทยให้ต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองนโยบายให้กีฬาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

  • PTG reveals Q1/2024 budget, sales soar close to 55 billion baht.Oil sales volume grew beyond target by 16.7%.

    PTG เปิดงบ Q1/67 ยอดขายพุ่งเฉียด 5.5 หมื่นลบ. ปริมาณการขายน้ำมันเติบโตทะลุเป้า 16.7% ทุบสถิตินิวไฮ 1,720 ล้านลิตรโชว์มาร์เก็ตแชร์ค้าปลีกน้ำมันสูงถึง 21.8% บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) คุณภาพคับแก้ว โชว์ยอดขายไตรมาส 1/2567 จำนวน 54,962 ล้านบาท กำไรแตะ 264 ล้านบาท ส่วนปริมาณการขายน้ำมันผ่านทุกช่องทางยังคงสร้างสถิติยอดขายสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องเป็น 1,720  ล้านลิตร หรือเพิ่มขึ้นถึง 16.7% YoY รวมถึงครองส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันผ่านช่องทางสถานีบริการเพิ่มขึ้นเป็น 21.8% ขณะที่ ยอดขายก๊าซ LPG ยังคงทำสถิติที่สูงอย่างต่อเนื่องที่จำนวน 172  ล้านลิตร เพิ่มขึ้น 14.3 % ฟากซีอีโอ “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ประเมินภาพรวมธุรกิจปีนี้ Non-Oil ยังสดใส ก๊าซ LPG กาแฟพันธุ์ไทย และ Autobacs เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากยอดสมาชิกบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus มีจำนวนเพิ่มขึ้น และคงเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต  10-12% YoY นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า ภาพรวมผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 1/2567 (สิ้นสุด วันที่ 31 มีนาคม 2567) ของบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิเท่ากับ  264 ล้านบาท และมีกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานอยู่ที่ 0.16บาทต่อหุ้น ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 54,962 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.9% YoY อยู่ที่ 50,936 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจ Oil มีรายได้จำนวน 50,912 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% YoY เป็นผลมาจากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางยังคงสร้างสถิติยอดขายสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์อย่างต่อเนื่องเป็น  1,720 ล้านลิตร  หรือเพิ่มขึ้นถึง 16.7% YoY เป็นผลมาจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (Same-Store-Sales) ทั้งจากลูกค้าใหม่ และกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus รวมถึงปัจจัยหนุนจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลและวันหยุดต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทฯ ครองส่วนแบ่งการตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกผ่านสถานีบริการเพิ่มขึ้นเป็น 21.8% จากไตรมาส 1/2566ที่  19.2%  โดยบริษัทฯ มีสถานีบริการน้ำมัน PT ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 จำนวน 2,199 สถานี ในส่วนของธุรกิจ Non-Oil มีรายได้ 4,050 ล้านบาท เติบโต 28.7% YoY โดยมาจากธุรกิจก๊าซ LPG ที่มีรายได้ 2,288 ล้านบาท เติบโต 17.9% YoY เนื่องจากมีปริมาณการจัดจำหน่ายก๊าซ LPG ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องที่ 14.3% YoY เป็น 172 ล้านลิตร  ประกอบกับมีราคาขายเฉลี่ยที่ 13.26 บาทต่อลิตร เพิ่มขึ้น 3.1% YoY ทั้งนี้ในส่วนของการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG โดยรวมยังคงมาจากกลุ่ม Auto LPG ที่เติบโต 18.2% YoY เป็น 121 ล้านลิตร จากการดำเนินโครงการ “Taxi Transform” และ “Auto Transform” ด้วยเป้าหมายในการสร้างความ “อยู่ดี มีสุข” ให้กับลูกค้าในทุกช่วงของชีวิต ประกอบกับมีการเข้ามาใช้บริการของกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus โดยบริษัทฯ ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มของปริมาณการจำหน่ายก๊าซ LPG ผ่านสถานีบริการเป็นอันดับที่ 1 ในไตรมาส 1/2567 ที่ 28.8% และมีจำนวนสถานีบริการ Auto LPG ที่จำนวน 243 สถานี ขณะที่กลุ่มครัวเรือนและอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 6.0% YoY เป็น 51 ล้านลิตร สำหรับธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยมีรายได้เท่ากับ 494 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 87.5% YoY เป็นผลมาจากการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง  โดยในไตรมาส 1/2567 บริษัทฯ มีจำนวนสาขาร้านกาแฟพันธุ์ไทยทั้งสิ้น 947 สาขา เพิ่มขึ้น 66.1% YoY ประกอบกับมีการกลับมาซื้อซ้ำ ของลูกค้ารายเดิมและจากกลุ่มลูกค้าผู้ถือบัตรสมาชิก PT Max Card และ PT Max Card Plus ในขณะที่ธุรกิจ Autobacs มีจำนวนสาขาอยู่ที่ 83 สาขา เติบโต 69.4% YoY และมีรายได้เท่ากับ 236 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.2% YoY หรือเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่แล้ว ในไตรมาส 1/2567 บริษัทฯ มีสาขาของธุรกิจ Non-Oil รวมทั้งสิ้น 2,211 สาขา เพิ่มขึ้น 585 สาขา หรือเติบโต 36.0% YoY ขณะที่กำไรขั้นต้น ในธุรกิจ Non-Oil เท่ากับ 868 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น  36.4% YoY และมีสัดส่วนกำไรขั้นต้นของธุรกิจ Non-Oil อยู่ที่ 24.5% จากกำไรขั้นต้นทั้งหมด นายพิทักษ์ กล่าวต่อว่าในปี 2567 บริษัทฯ ยังคงวางเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันผ่านทุกช่องทางเติบโต  10-12% YoY และขยายจำนวนสถานีบริการไว้ที่  2,251 สถานีบริการ เพิ่มขึ้น 50 สถานีบริการจากปีก่อนหน้า  รวมถึงยกระดับการให้บริการ ด้วย PT Service Master ที่คอยให้บริการและแนะนำลูกค้า และมีการใช้ข้อมูลจากฐานสมาชิกกลุ่มผู้ถือบัตร PT Max Card, PT Max Card Plus, แอปพลิเคชัน Max Me และแพลตฟอร์ม Max Enterprise Connect (MEC) มาวิเคราะห์ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ บริการ และโปรโมชันที่ตรงตามความต้องการลูกค้ามากที่สุด มุ่งสู่เป้าหมายในการขยายส่วนแบ่งการตลาดผ่านช่องทางค้าปลีกสถานีบริการไม่ต่ำกว่า 25% ในปี 2570 สำหรับธุรกิจ Non-Oil ยังคงวางเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ระดับ 40-50%  หลักๆ มาจากธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยที่มองว่าปีนี้เป็นปีแห่ง “Network Expansion” ซึ่งจะเน้นการขยายผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน ได้แก่ 1) ขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าขยาย 400 สาขา 2) ขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ผ่านการนำเสนอสินค้าที่หลากหลาย และ 3) เน้นการส่งเสริมและสนับสนุนผู้ผลิตต้นน้ำเพื่อการเติบโตที่ยั่งยืน มุ่งสู่จำนวนสาขากาแฟพันธุ์ไทยกว่า 5,000 สาขาครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศในปี 2570 ส่วนธุรกิจก๊าซ LPG ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายปี 2567 ไว้ที่ 30-40% จาก 1) กลุ่ม Auto LPG โดยเน้นงานบริการเพื่อส่งเสริมยอดขาย และครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 1 ด้วยโครงการ “Taxi Transform” และ “Auto Transform” รวมถึงการใช้กลยุทธ์ทำงานด้านการตลาดผ่านระบบสมาชิกบัตรกลุ่ม PT Max Card  และ PT Max Card Plus เพื่อรักษาและขยายฐานลูกค้า และ 2) กลุ่มก๊าซครัวเรือนและอุตสาหกรรมโดยรักษาฐานลูกค้าหลักเดิม และหาฐานลูกค้าใหม่ รวมถึงการนำเสนอโปรโมชั่นการขาย และการรับรู้แบรนด์ PT แก่ลูกค้า และ 3) เน้นการขยายจำนวนสถานีบริการ Auto LPG และ Gas Shop เป็น 788 สาขา จากเดิมที่มีอยู่ 573 สาขาในปี 2566 โดยเป็นการขยาย Gas Shop เป็นหลัก ธุรกิจอื่น ๆ ภายใต้ธุรกิจ Non-Oil บริษัทฯ ยังคงวางแผนขยายสาขาและ Touchpoints อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าจำนวนสาขาธุรกิจ Non-Oil อื่น ๆ เป็นจำนวน 961 Touchpoints เพิ่มขึ้น 329 Touchpoints  โดยการขยายสาขาจำนวนหลักๆ มาจากสถานีอัดประจุไฟฟ้า Elex by EGAT PT เพื่อรองรับแนวโน้มการจดทะเบียนยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงบริษัทฯ ได้มีการเปิดตัวบัตรแมกซ์การ์ด พลัส อีวี (Max Card Plus EV) เพื่อมอบสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ใช้ EV โดยเฉพาะ และเพื่อเชื่อมต่อ Max World Ecosystem ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น นอกจากการขยายจุดชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแล้ว บริษัทฯ ยังวางเป้าขยาย  Touchpoints ในธุรกิจ Non-Oil อื่น ๆ อาทิ ธุรกิจศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs และสาขาร้านสะดวกซื้อ Max Mart เป็นต้น “ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 ที่ออกมาถือว่าเติบโตในทุกมิติ ธุรกิจเดิมก็เติบใหญ่ ธุรกิจใหม่ก็เติบโต โดยเฉพาะยอดขายน้ำมันที่ทำนิวไฮอย่างต่อเนื่อง ส่วนภาพรวมธุรกิจของกลุ่ม PTG ในช่วงที่เหลือของปีนี้เชื่อว่ายังคงเติบโตอย่างแข็งแรงและต่อเนื่อง ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการสร้างเสริมระบบนิเวศทางธุรกิจ PT Max World ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์วิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ในการที่จะเชื่อมให้ทุกคนได้เข้าถึงชีวิตที่ อยู่ดี มีสุข ในทุกช่วงของชีวิต” นายพิทักษ์ กล่าวในที่สุด

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page