


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- ONE HERO SERIES MUAY THAI
ONE จับมือ กกท. ยกระดับกีฬามวยไทยสู่เวทีโลก พร้อมแถลงข่าวศึก ONE: A NEW TOMORROW รับศักราชใหม่ 2020 วัน แชมเปียนชิพ จับมือ กกท. ลงนาม MOU ผุดโปรเจ็คใหญ่ “ONE HERO SERIES MUAY THAI” (วัน ฮีโร่ ซีรี่ส์ มวยไทย) รับปีใหม่ มุ่งผลักดันและพัฒนานักมวยไทย เฟ้นหาช้างเผือกจากท้องถิ่นสู่เวทีระดับโลก ในรูปแบบ TV Series และ Sport Entertainment ระดับโลก นำเสนอผ่านสื่อรูปใหม่ในแพลตฟอร์มที่หลากหลาย พร้อมแถลงข่าวการแข่งขัน ศึก ONE: A NEW TOMORROW รายการสุดยิ่งใหญ่ 10 ม.ค.63 เขย่าสังเวียนอิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี "รถถัง" ลั่นชกในบ้านจะย้ำแค้นคู่ปรับเก่า "โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี้" ป้องแชมป์โลก ONE มวยไทย ให้ได้เป็นสมัยที่ 2 วัน แชมเปียนชิพ (ONE Championship) องค์กรกีฬาศิลปะการต่อสู้ระดับโลกที่ยิ่งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์เอเชีย จัดงานลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างวัน แชมเปียนชิพ และ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) โดยมีสาระสำคัญเพื่อการพัฒนากีฬามวยไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ซึ่งทั้งสององค์กรได้ร่วมจัดตั้ง รายการ ONE Hero Series Muay Thai ในประเทศไทยขึ้น เพื่อร่วมกันเฟ้นหาและพัฒนานักมวยไทยที่มีพรสวรรค์ทั้งในระดับท้องถิ่นจนไปสู่ระดับนานาชาติ พร้อมทั้งแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ศึก ONE: A NEW TOMORROW ที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี แบงค็อก สุขุมวิท ซึ่งการแข่งขันจะมีขึ้นในคืนวันศุกร์ที่ 10 มกราคม 2563 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี สำหรับงานนี้ได้รับเกียรติจาก นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธี, นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายจิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพประจำประเทศไทย, ผู้บริหารจากค่ายมวยต่างๆ, นายณฐนนท์ ดนัยพิริยะ ผู้อำนวยการฝ่าย รายการกีฬาและฝ่ายออกอากาศ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี, นักกีฬาที่ร่วมศึก ONE: A NEW TOMORROW ได้แก่ รถถัง จิตรเมืองนนท์ แชมป์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต, โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี ผู้ท้าชิง, แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์ ONE คิกบ็อกซิง และ มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง, เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม, แสงมณี เสถียรมวยไทยยิม และวิกเตอร์ ปินโต รวมทั้งเหล่าเซเลบริตี้และศิลปิน ได้แก่ แบงค์ ธิติ มหาโยธารักษ์ , กระแต อาร์สยาม, ไต้ฝุ่น กนกฉัตร, บิ๊ก ทองภูมิ และโต้ง บุดดาเบลส นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ความร่วมมือกับวัน แชมเปียนชิพ ในโครงการ ONE Hero Series Muay Thai ขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อการพัฒนากีฬามวยไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล โดยเล่าเรื่องราวผ่านการทำ Production ที่ทันสมัยและมีคุณภาพในรูปแบบ TV Series และ Sport Entertainment ระดับโลก บนช่องทาง Platform ที่หลากหลายที่เข้าถึงคนรุ่นใหม่ได้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาวงการศิลปะการต่อสู้ โดยเฉพาะมวยไทย สอดคลองกับนโยบายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่ต้องการให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทางที่สําคัญของโลกอีกแห่งหนึ่งด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา หรือ Sport Tourism Destination สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำเสนอเอกลักษณ์และวัฒนธรรมไทยสู่สายตาคนทั้งโลกอีกด้วย ด้าน นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า " นับเป็นโอกาสอันดีที่การกีฬาแห่งประเทศไทยได้มีโอกาสร่วมมือกับ วัน แชมเปียนชิพ ในการเฟ้นหาและพัฒนาฮีโร่มวยไทยให้ไปสู่สังเวียนระดับโลก ผ่านเวทีการแข่งขันตั้งแต่ระดับภูมิภาค ไปจนสู่ระดับโลก เริ่มจากช่วงต้นปี 2563 จะทำการคัดตัวนักกีฬาในแต่ละจังหวัดทั่วทั้ง 6 ภูมิภาค คัดเลือกตัวแทนภูมิภาค ตัวแทนประเทศไปแข่งขันในระดับโลก รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 9 เดือน ในประเทศไทยเองก็มีนักมวยระดับมืออาชีพ รวมถึงนักมวยที่พร้อมจะแจ้งเกิดอีกมากมาย ซึ่งตอนนี้เรามีความพร้อมที่จะส่งเสริมให้พวกเขาประสบความสำเร็จในเส้นทางอาชีพนี้ การร่วมมือกันครั้งนี้ จึงถือเป็นประวัติศาสตร์สำคัญของวงการมวยไทย ที่จะช่วยกันพลิกโฉมวงการมวยไทยอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน” นายจิติณัฐ อัษฎามงคล ประธาน วัน แชมเปียนชิพ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า "นับเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ร่วมมือกับ กกท. ในการสร้าง HERO คนไทยให้คนทั้งโลกได้รู้จัก ด้วยการจัดการแข่งขันคัดเลือกตัวแทนภูมิภาคจะเกิดขึ้นตามจังหวัดเมืองหลักและเมืองรองต่างๆใน 6 ภูมิภาค ให้ทีมแต่ละภูมิภาค มี Charity หรือโครงการท้องถิ่นที่ทีมนักกีฬาจะต้องต่อสู้เพื่อช่วยระดมทุนนำเงินส่วนหนึ่งกลับมาช่วยพัฒนาชุมชนและโครงการท้องถิ่นบ้านเกิดตัวเองด้วย รวมทั้งจะมีการจัดโครงการอบรมสัมมนาเหล่านักกีฬาและทีมที่เข้ารอบให้เข้าใจถึงหลักการพัฒนานักกีฬาสู่ความเป็นเลิศ และทักษะในการที่จะสามารถพัฒนาตนเองไปสู่ความเป็น Sport Hero ได้ โดยลีกนี้จะมีเงินรางวัลสูงถึง 100,000 บาท สำหรับแชมป์แต่ละรุ่นน้ำหนักและโอกาสในการได้เซ็นสัญญากับวัน แชมเปียนชิพ มูลค่า 100,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ผมเชื่อว่าจะเป็นอีกหน้าประวัติศาสตร์หนึ่งที่สำคัญในการพัฒนานักกีฬามวยไทยและระบบนิเวศน์ของอุตสาหกรรมมวยไทยที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ส่วนของการแข่งขันรายการใหญ่ในประเทศไทยที่จัดประเดิมรับต้นปีใหม่ เป็นของขวัญชิ้นใหญ่ให้แฟนกีฬาชาวไทย ได้แก่ ศึก ONE: A NEW TOMORROW เตรียมจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในวันที่ 10 ม.ค.63 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยคู่เอก "รถถัง จิตรเมืองนนท์" ชกในบ้าน มั่นใจจะย้ำแค้น "โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี้" ผู้ท้าชิงจากอังกฤษ ป้องแชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต (61.2 กก.) ให้ได้เป็นสมัยที่ 2 นอกจากนี้ยังมีขุนพลนักมวยไทยขึ้นทำศึกมากมาย อาทิ "แสงมณี เสถียรมวยไทยยิม,เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม,แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์ ONE คิกบ็อกซิง" พร้อมการเปิดตัว "วิกเตอร์ ปินโต้" ประเดิมชกครั้งแรกในวันแชมเปี้ยนชิพ ทำศึกสายเลือดรูปแบบคิกบ๊อกซิ่ง พบกับ "อดัม นอย" นักชกเชื้อสายฝรั่งเศส-แอลจีเรีย รถถัง จิตรเมืองนนท์ แชมป์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต กล่าวว่า "ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่จะได้ป้องกันแชมป์ในฐานะคู่เอกของศึกแรกแห่งปี พบกับโจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี ไฟต์นี้เป็นการป้องแชมป์ครั้งที่ 2 ของตัวเอง ก่อนหน้านี้เคยป้องแชมป์เส้นนี้มาแล้วหนึ่งครั้ง ด้วยการชนะคะแนนนักชกบราซิล ซึ่งไฟต์นี้มีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี เก็บตัวฟิตซ้อมที่ค่ายจิตรเมืองนนท์ เป็นเวลานานกว่า 2 เดือน เพราะเป็นการชกป้องกันแชมป์ในบ้าน มีคู่ซ้อมเป็นนักมวยมากฝีมือในค่าย อาทิ เพชรมหาชน และ หนึ่งล้านเล็ก เป็นคู่ซ้อมคอยลงนวมและทวนเชิงให้ จากที่ได้ศึกษาดูเทปสไตล์การชกของ แฮ็กเกอร์ตี้ ถือว่าเขาเป็นนักมวยที่มีฝีมือดีและมีรูปร่างสูงยาว ประกอบกับเป็นมวยที่ชอบแลกอาวุธกับคู่ต่อสู้ ซึ่งสถิติก่อนหน้านี้พบกับแฮ็กเกอร์ตี้มาแล้วหนึ่งครั้ง โดยคะแนนมาได้ อย่างไรก็ตามไฟต์นี้ชกในเมืองไทย และจะมีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ซึ่งตอนนี้สภาพร่างกายของผมถือว่ามีความพร้อมสมบูรณ์อย่างมาก ส่วนตัวรู้สึกมั่นใจว่าต้องเอาชนะย้ำแค้นคู่ชกจากอังกฤษได้อีกครั้งแน่นอน และถ้ามีโอกาสน็อกได้ก็จะเอาชนะน็อกให้ได้ เพื่อป้องกันแชมป์ไว้ให้ได้เป็นสมัยที่ 2 สุดท้ายก็ต้องฝากถึงแฟนคลับช่วยติดตามเชียร์กันเยอะ ๆ ครับ" โจนาธาน แฮ็กเกอร์ตี้ ผู้ท้าชิงและอดีตแชมป์ ONE มวยไทย รุ่นฟลายเวต กล่าวว่า "ผมขอขอบคุณ ONE Championship สำหรับโอกาสชิงแชมป์ครั้งนี้ ขอบคุณรถถังด้วยที่รับคำท้าจากผม รู้สึกตื่นเต้นที่จะได้ขึ้นสังเวียนในไทย แน่นอนว่าผมต้องถูกกดดันจากกองเชียร์เจ้าถิ่นอย่างมาก พูดได้เลยว่ารถถังคือแชมป์ที่สุดยอดและทำให้ผมต้องรีดพลังทั้งหมดที่มีตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ชกกัน แต่ตอนนี้ผมกลับมาแล้ว ผมพร้อมคว่ำตำนานชาวไทยคนนี้และกระชากเข็มขัดแชมป์โลกคืนมาให้ได้" แสตมป์ แฟร์เท็กซ์ แชมป์ ONE คิกบ็อกซิง และ มวยไทย รุ่นอะตอมเวตหญิง ขึ้นสังเวียนทำศึกในรูปแบบ MMA เจอกับ พูจา โทมาร์ จากอินเดีย พิกัด 52.4 กก. โดย นักชกสาวขวัญใจคนไทย กล่าวว่า ไฟต์นี้เป็นการชกในรูปแบบ MMA ของตัวเองเป็นครั้งที่ 4 ซึ่งสถิติก่อนหน้านี้เคยชนะคู่ชกใน MMA ด้วยผลงานชนะน็อก, ชนะคะแนน และชนะแบบซัพมิชชั่น อย่างละ 1 ครั้ง อย่างไรก็ตาม โดยได้แชมป์โลกของ ONE อยู่ 2 เส้นในก่อนหน้านี้ ได้แก่ มวยไทย และคิกบ๊อกซิ่ง ซึ่งต้องบอกว่าการมาชกในรูปแบบ MMA ครั้งนี้ ต้องฟิตซ้อมหลากหลายมากขึ้น จากที่เราเคยซ้อมมวยไทย แต่ครั้งนี้มีการซ้อมมวยปล้ำด้วย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในการปล้ำล็อกคู่ชกเข้ามารวมกัน สำหรับคู่ชกจากที่ศึกษามานั้นเขาเป็นแชมเปี้ยนวูซู เป็นมวยถนัดขวา แต่ออกแข้งซ้ายและหมัดซ้ายได้ดี โดยไฟต์นี้ก็ขึ้นอยู่กับจังหวะบนเวที ถ้ามีโอกาสตนจะไม่ปล่อยวินาทีทองให้หลุดลอยแน่ ๆ ถ้าน็อกได้ก็จะน็อกคู่ต่อสู้ทันที ซึ่งตนตั้งใจอยากคว้าชัยชนะให้ได้เพื่อเป็นการประเดิมชัยชนะเปิดศักราชใหม่ ปี พ.ศ.2563 แสงมณี เสถียรมวยไทยยิม กล่าวว่า ได้มีการเตรียมตัวฝึกซ้อมที่ค่ายมวยเสถียรมวยไทยยิม โดยมี คุณพ่อหนูกัญจน์ สิทธิเดช เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ซึ่งไฟต์นี้เป็นครั้งที่ 2 ในการชกวัน แชมเปียนชิพ พบกับ เคนตะ ยามาดะ นักชกจากญี่ปุ่น พิกัด 65.8 กก. ในรูปแบบมวยไทย 3 ยก ตนเองได้ศึกษาดูไสตล์การชกของคู่ต่อกรชาวซามูไรแล้ว เขาเป็นมวยเดินเข้าหา ซึ่งตนไม่ได้เตรียมเฉพาะแข้งซ้ายไว้ปราบมวยญี่ปุ่น ส่วนตัวเตรียมอาวุธไว้หลากหลาย โชว์ศิลปะแม่ไม้มวยไทยอย่างเต็มที่บนเวที และจะไม่ประมาทเด็ดขาด เพราะตนมีเป้าหมายไปถึงแชมป์มวยไทยระดับโลก ซึ่งในไฟต์นี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งไฟต์ที่ตั้งใจจะคว้าชัยชนะให้ได้ เพื่อสร้างผลงานในการก้าวขึ้นไปชิงแชมป์โลกต่อไป เมืองไทย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม เจ้าของฉายา "ศอกผีดิบ" กล่าวว่า ในการเจอกับ บริช เดลวัล นักชกจากฝรั่งเศส ในรูปแบบมวยไทย พิกัด 65.8 กก. ในศึกวันแชมเปี้ยนชิพครั้งนี้ นับว่าไม่ใช่งานง่ายอย่างแน่นอน เพราะจากการศึกษาดูยูทูปแล้วเห็นว่าคู่ชกจากแดนน้ำหอมนั้น มีหมัดหนักน่ากลัว และสภาพร่างกายแข็งแกร่ง ซึ่งไฟต์นี้ผมฟิตซ้อมอย่างเข้มข้นมาประมาณ 1 เดือนเต็มแล้ว ที่ค่ายมวย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม โดยมี ตะวันฉาย ยอดมวยชื่อดังแห่งยุค เป็นคู่ซ้อมในการทวนเชิงเป็นประจำทุกวัน โดยเทรนเนอร์กำชับในไฟต์นี้ห้ามตนประมาทเด็ดขาด ต้องรัดกุมให้มาก แต่ถ้ามีจังหวะน็อกได้ก็จะน็อกคู่ชกให้ได้ เป็นของขวัญปีใหม่ฝากแฟนมวย วิกเตอร์ ปินโต จะเปิดศึกครั้งแรกดวลกับ อดัม นอย นักชกเชื้อสายฝรั่งเศส-แอลจีเรีย ในรูปแบบคิกบ๊อกซิ่ง พิกัด 65.8 กก. กล่าวว่า "ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก ในที่สุดก็จะได้ประเดิมไฟต์แรกใน ONE Championship เสียที แถมยังได้ชกในไทยด้วย ที่นี่คือบ้านหลังที่สองของผม การได้เปิดตัวที่นี่ยอดเยี่ยมจริงๆ ผมจะใช้โอกาสนี้แนะนำตัวเองต่อแฟน ONE Championship ที่ดูอยู่ทั่วโลก สัญญาว่าเต็มที่ การชกจะสนุกเร้าใจแน่นอนครับ" สำหรับศึก ONE: A NEW TOMORROW นี้สามารถรับชมได้ทางแอปพลิเคชัน ONE Super App และ AIS PLAY ตั้งแต่เวลา 17.30 น. และทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32 เวลา 21.30 น. เป็นต้นไป อัปเดตข่าวสารความเคลื่อนไหวของ ONE Championship ได้ที่ www.onefc.com รวมทั้งทางทวิตเตอร์กับอินสตาแกรม @ONEChampionship และเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/ONEChampionship #ONEChampionship #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- New Super Cub
เก๋ารับศักราชใหม่! ฮอนด้าเปิดตัว New Super Cub คู่สีใหม่คลาสสิกไร้กาลเวลา พร้อมกับเติมความเก๋าด้วย Black Edition ตอกย้ำผู้นำแฟชั่นเจแปนนิสเรโทร เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำแห่งวงการรถจักรยานยนต์ไทย ต้อนรับศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัว New Super Cub รถครอบครัวสไตล์แฟชั่น เจแปนนิสเรโทร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เท่…ใช่ ยังไงก็ไม่เปลี่ยน” ตอกย้ำความเป็นต้นตำรับจากญี่ปุ่นด้วยสีสันใหม่คู่กับบังลมสีขาวสวยงามไร้กาลเวลา และอีกดีไซน์ภายใต้คอนเซปต์ “เก๋าได้ใจ ยังไงก็ไม่เปลี่ยน” มาพร้อมคู่สีแบบ Black Edition ผสานความเก๋าและความคลาสสิกด้วยชุดบังลมสีดำอย่างลงตัว New Super Cub โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงกลมแบบ LED ส่องสว่างแต่ไกล หน้าปัดเรือนไมล์คงความออริจินัลสไตล์เรโทร เบาะนั่งแบบแยกสองตอนพร้อมสายจับสำหรับผู้ซ้อน โช้กแข็งแรงทนทาน รองรับน้ำหนักได้มาก กล่องข้างสไตล์เรโทรพร้อมกุญแจล็อก ขับขี่มั่นใจด้วยด้วยครื่องยนต์ 4 จังหวะ หัวฉีด PGM-FI ขนาด 110 ซีซี เกียร์วน 4 ระดับ ทนทาน ใช้งานง่าย ประหยัดน้ำมันสูงถึง 60.6 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO3 โดยสถาบันยานยนต์) มีให้เลือกถึง 5 คู่สี ได้แก่ สีส้ม-ขาว, สีฟ้า-ขาว และสีชมพู-ขาว และเวอร์ชั่น Black Edition ได้แก่ สีแดง-ดำ และสีขาว-ดำ วางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำ 47,390 บาท ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Super Cub ได้ที่ www.aphonda.co.th #Honda #APhonda #SuperCub #ForeverRet #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus
- Bangkok Motorbike Festival 2020
“BMF 2020” จัดใหญ่ ค่ายมอเตอร์ไซค์ 15 แบรนด์-อุปกรณ์ตกแต่ง-คอลเลคชั่น ขานรับ ผู้จัดมั่นใจเศรษฐกิจซบไม่กระทบ คาดยอดในงานทะลุ 500 คัน มีเงินสะพัดแตะ 600 ลบ. "แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 12” จัดใหญ่ ค่ายมอเตอร์ไซค์ 15 แบรนด์ดังขนทัพรุ่นใหม่รุ่นยอดนิยมร่วมงานคับคั่ง ลั่นส่งโปรโมชั่นแรงเปิดรับศักราชใหม่เรียกยอดขายแต่เนิ่นๆ ร้านค้าอุปกรณ์ตกแต่งและคอลเลคชั่นแต่งกายกว่า 60 บู๊ธ ระดมทัพสินค้าและผลิตภัณฑ์มาร่วมล้างสต๊อกด้วยราคาสุดพิเศษที่มีเฉพาะในงาน ผู้จัดมั่นใจแม้เศรษฐกิจจะซบเซา แต่ไม่ส่งผลกระทบ คาดยอดจองบิ๊กไบค์และมอเตอร์ไซค์พรีเมี่ยมแตะกว่า 500 คัน เงินสะพัด 600 ล้านบาท มีผู้เข้าชมงานกว่า 7 แสนคน เริ่ม 15 – 19 มกราคม นี้ ณ บริเวณศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ (ราชประสงค์) ชมฟรี! ตลอดงาน นายณัฐพล ไตรณัฐี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเคิล คัลเจอร์ โชว์ จำกัด ผู้จัดงาน "แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 12" (Bangkok Motorbike Festival 2020 หรือ BMF 2020) สุดยอดเทศกาลมอเตอร์ไซค์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “Culture of Ride” ที่จะพาคนรักมอเตอร์ไซค์มาร่วมกันค้นหาจุดกำเนิดของวัฒนธรรมการขับขี่ และพัฒนาวงการมอเตอร์ไซค์ของเมืองไทยจากอดีตมาถึงปัจจุบัน โดยได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์การค้า Central World, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ และภาคธุรกิจต่างๆ โดยทุ่มงบกว่า 15 ล้านบาท เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศเทศกาลที่เหล่าไบค์เกอร์ทุกคนรอคอย ใช้พื้นที่ทั้งภายในและลานกิจกรรมหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ (ราชประสงค์) กว่า 10,000 ตารางเมตร ทั้งนี้ พื้นที่ลานกิจกรรมด้านหน้าศูนย์การค้าฯ ถูกแบ่งออกเป็น 4 โซน (กว่า 2,000 ตารางเมตร) ประกอบด้วย Moto Villa, Bangkok Custom Bike Competition, Moto Market และ Moto Garden Moto Villa : บริเวณ Square A มีพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร - จุดจอดมอเตอร์ไซค์กว่า 500 คัน - กิจกรรมไฮไลท์จากคลับต่างๆ อาทิ กิจกรรม Japanese Retro จากกลุ่ม Old Timer Suite พบกับมอเตอร์ไซค์ญี่ปุ่นในยุคปี 1980-1990 - พบกับช่างซ่อมและช่างทำมอเตอร์ไซค์ฝีมือคุณภาพจากทั่วฟ้าเมืองไทย ไม่ว่าจะเป็น ช่างตีท่อไอเสีย, ช่างทำเบาะ, ช่างทำถังน้ำมัน ฯลฯ นำเสนอโดยกลุ่ม Bangkok Custom Builders เพื่อแลกเปลี่ยนทัศนคติและความรู้ในการสร้างสรรค์ผลงาน - สัมผัส Motorcycle Performance มอเตอร์ไซค์สายพันธุ์แรง ซึ่งถูกติดตั้งเทอร์โบหรือติดตั้งซูเปอร์ชาร์จ เพื่อนำไปใช้ลงแข่งขันในสนามแข่งโดยเฉพาะ พร้อมทั้งพบปะพูดคุยกับช่างตัวจริง เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้หรือต่อยอดการทำธุรกิจ Bangkok Custom Bike Competition : บริเวณ Square B พื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร - พบกับกิจกรรมไฮไลท์ “Bangkok Custom Bike Competition ครั้งที่ 3” การประกวดมอเตอร์ไซค์ตกแต่ง 10 คลาส จำนวน 46 คันที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และกูรูมอเตอร์ไซค์ทั้งชาวไทยและต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น, อเมริกา, ออสเตรเลีย และไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้คัดเลือกและจะมาร่วมตัดสินหาผู้ชนะเลิศ - พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจตลอดการจัดงาน 5 วัน (15-19 มกราคม 2563) อาทิ ทอล์กโชว์จากกูรู มอเตอร์ไซค์, กิจกรรมพิเศษจากสนามไทยแลนด์เซอร์กิต, การเปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ เป็นต้น Moto Market : บริเวณ Square C พื้นที่กว่า 800 ตารางเมตร - พบกับบู๊ธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่จะมามอบโปรโมชั่นพิเศษแบบล้างสต๊อกสินค้าภายในงานกว่า 60 บู๊ธ อาทิ น้ำมันเครื่อง, เครื่องมือช่าง, อุปกรณ์ตกแต่งมอเตอร์ไซค์ และคอลเลคชั่นเครื่องแต่งกาย ฯลฯ Moto Garden : บริเวณ Square D พื้นที่ 600 ตารางเมตร ภายใต้บรรยากาศย้อนยุคสไตล์ Vintage - นั่งชิลเดินช็อปภายใต้บรรยากาศวินเทจ พร้อมอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายเมนู “พื้นที่จัดงานภายในศูนย์การค้าฯ (8,000 ตารางเมตร) บริเวณชั้น 1 และชั้น 2 จะเป็นการออกบู๊ธของค่ายมอเตอร์ไซค์ 15 แบรนด์ ประกอบด้วย AJ, BMW, Cub House by Honda, ETRAN, Edison Motors, Ducati, Harley-Davidson, Indian, Kawasaki, MV Agusta, Royal Enfield, Triumph, Victory, Yamaha และ Zero Engineering รวมถึงร้านจำหน่ายอะไหล่ อุปกรณ์ตกแต่ง เครื่องแต่งกาย ในปีนี้ยังมีผู้ประกอบการชิ้นส่วนอะไหล่มอเตอร์ไซค์รายใหญ่จากไต้หวัน เช่น ระบบเบรก หมวกกันน็อค เครื่องมือช่าง มาออกบู๊ธบริเวณชั้น 2 เพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์และมาหาพันธมิตรทางธุรกิจ และเพื่อตอบเทรนด์มอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าที่เข้ามามีบทบาทในเมืองไทย โดยจัดการประกวด “Custom Bike มอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า” เช่น ออกแบบเฟรมตัวถัง การดัดแปลงมอเตอร์ไซค์ที่ใช้เครื่องยนต์ให้มาเป็นมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า ขณะเดียวกัน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จะมานำเสนอระบบชาร์จแบตเตอรี่ และแอพพลิเคชั่นที่คิดค้นเพื่อใช้ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้า นอกจากนี้ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้จัดนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับยานยนต์พลังงานไฟฟ้าอีกด้วย” นายณัฐพล ไตรณัฐี กล่าวเพิ่มเติมว่า ตลอดปี 2562 ที่ผ่านมา ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศต้องเผชิญกับปัจจัยลบรอบด้าน อาทิ ผลจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน, ผู้บริโภคขาดความมั่นใจในการจับจ่ายและราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ส่งผลให้เศรษฐกิจภายในประเทศซบเซา อย่างไรก็ตาม สถิติการจดทะเบียนยอดขายของมอเตอร์ไซค์กลุ่มบิ๊กไบค์ (ขนาด 400 ซี.ซี.ขึ้นไป) ยังคงรักษายอดขายได้ใกล้เคียงกับปี 2561 “สถิติยอดจดทะเบียนมอเตอร์ไซค์กลุ่มบิ๊กไบค์ 11 เดือน (มค.-พย. 2562) ทำได้ที่ 29,500 คัน และก่อนจะหยุดเทศกาลปีใหม่ตัวเลขขายเพิ่มขึ้นกว่า 31,100 คัน ซึ่งใกล้เคียงกับการคาดการณ์ของค่ายผู้ผลิตที่ประเมินสถานการณ์เอาไว้ แต่จากการพูดคุยกับผู้บริหารค่ายมอเตอร์ไซค์ 2-3 ท่าน บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้ยอดขายปี 2562 จะเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ต้องออกแรงอัดกลยุทธ์ส่งเสริมการขายอย่างเต็มที่ และเจรจากับไฟแนนซ์เพื่อลดเงื่อนไขให้ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกค้าง่ายขึ้น และต้องใช้กลยุทธ์นี้ต่อเนื่องข้ามมาถึงไตรมาสแรกปี 2563 เพื่อรอดูปัจจัยและสถานการณ์สักระยะ ขณะที่อัตราการจัดเก็บภาษีตามการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลกระทบกับบิ๊กไบค์ที่มีขนาดเกิน 1,000 ซี.ซี. ที่ต้องจ่ายภาษีเพิ่มคันละ 100,000 บาท ส่วนกลุ่มที่มี ซีซี. ต่ำลงมา จะเสียภาษีเพิ่มเติมไม่มากนัก ดังนั้นมั่นใจว่า ยอดจองมอเตอร์ไซค์ภายในงานจะทำได้กว่า 500 คัน มีผู้เข้าชมงานกว่า 7 แสนคน เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 600 ล้านบาท โดยรวมยอดขายอุปกรณ์ตกแต่ง คอลเลคชั่นแต่งกาย และสินค้าบริการต่างๆ ไว้ด้วย” “ขณะที่กิจกรรมต่างๆ ภายในงาน ปีนี้เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ และในทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น การพบปะช่างทำมอเตอร์ไซค์ฝีมือคุณภาพจากทั่วฟ้าเมืองไทย หรือการประกวด Bangkok Custom Bike Competition กับมอเตอร์ไซค์ตกแต่ง 46 คันที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ เจ้าของรถแต่งสามารถโชว์ไอเดียและธุรกิจตนเองได้อย่างเต็มที่ โดยเรามุ่งหวังให้เกิดการต่อยอดทางธุรกิจ Business to Business (B2B), Business to Government (B2G) หรือร้านกับผู้สนใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ คาดว่าน่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนในส่วนนี้ไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท” นายณัฐพล ไตรณัฐี กล่าวในท้ายสุด “แบงค์ค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 12” (Bangkok Motorbike Festival 2020) จัดระหว่าง 15-19 มกราคม 2563 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์ (ราชประสงค์) ชมฟรี! ตลอดงาน #BMF2020 #BangkokMotorbikeFestival2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Primeus Auto House
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ผ่านมา นายณัฎฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ในเครือ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง และนางละออ ตั้งคารวคุณ รองประธานกรรมการและกรรมการบริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ได้จัดพิธีเปิดสำนักงานใหญ่ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด และโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอแอ็มจี โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สมาชิกวุฒิสภา,พล.ต.อ.ดร.ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี, นายพสุ โลหารชุน อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, นายยง สุขสุดประเสริฐ ประธานกิตติมศักดิ์ถาวร หอการค้าไทย-จีน, นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน, นายชวลิต ตวงสิทธิสมบัติ ประธาน บริษัท นันยางเท็กซ์ไทล์ จำกัด ร่วมเป็นประธานในพิธีตัดริบบิ้น และเปิดป้ายสำนักงานใหญ่ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด นอกจากนี้ ได้ให้เกียรติร่วมถ่ายภาพ และเยี่ยมชมโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส- เอเอ็มจี ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด พิธีเปิดสำนักงานใหญ่ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” บนถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ประดิษฐ์มนูธรรม) #ไพรม์มัสออโต้เฮาส์ #PrimeusAutoHouse #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Bendix
ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์มอบ ขาเทียม เพื่อคนพิการในถิ่นทุรกันดาร นาย ประพัฒน์ อัศวาดิศยางกูร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำภูมิภาค บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ ได้ให้การสนับสนุนขาเทียม เป็นจำนวนเงิน 30,000 บาท(สามหมื่นบาทถ้วน) ให้กับ สมาคมคนพิการกรุงเทพมหานคร เพื่อประโยชน์แก่คนพิการทั่วถิ่นทุรกันดาร สำหรับผู้พิการที่ด้อยโอกาศให้ได้รับชีวิตใหม่ สำหรับ บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ได้จัดกิจกรรมเพื่อสาธารณกุศล อย่างต่อเนื่องเป็น ปีที่ 2 สำหรับการตอบแทนสังคม #Bendix #ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- The 5th Thailand Yacht Show
มหกรรมงานแสดงเรือยอชท์และไลฟท์สไตล์สดหรู “ไทยแลนด์ยอชท์โชว์ครั้งที่ 5” เตรียมจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทยอีกครั้ง ณ รอยัล ภูเก็ต มารีน่า จังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 9-12 มกราคม 2563 ที่จะถึงนี้ เพื่อให้บรรดาผู้รักและหลงใหลในเรือยอชท์และไลฟ์สไตล์สุดหรูจากทั่วภูมิภาค มาเยี่ยมชมและสัมผัสงานแสดงที่จะช่วยสร้างชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเรือยอชท์ระดับโลกในเอเชีย และเป็นแพลทฟอร์มทางการตลาดที่สำคัญที่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ธุรกิจท้องถิ่น พบกับการเปิดตัวเรือยอชท์สุดหรูใหม่ในเอเชียและประเทศไทยเป็นครั้งแรกจากหลากหลายแบรนด์ชั้นนำจากทั่วโลก ตลอด 4 วัน ของงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ ซึ่งจัดขึ้นในช่วงไฮซีซั่นของเกาะภูเก็ต จะทำให้มารีน่าแห่งนี้ของภูเก็ต เป็นศูนย์กลางไลฟ์สไตล์สุดหรู ช่วยเสริมสร้างชื่อเสียงของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางการล่องเรือยอชท์ชั้นนำของเอเชีย และเป็นสวรรค์ของผู้รักท้องทะเลและการล่องเรือสำราญ ภายในงานประกอบไปด้วยการจัดแสดงเรือยอชท์หรูระดับเฟิร์สท์คลาสจากบรรดาตัวแทน ผู้ผลิตและอู่ต่อเรือระดับชั้นนำของโลก ซึ่งจะนำเรือมาเปิดตัวและจัดแสดงครั้งแรกหลายลำในงานนี้ ตลอดจนถึงเจ้าของสินค้าทั้งแบรนด์ชั้นนำ เอเจนซี่ตัวแทนเรือเช่าเหมาลำ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพท์และยนตกรรมหรู รวมทั้งธุรกิจโรงแรม อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ รอให้การต้อนรับผู้เข้าเยี่ยมชมงานและลูกค้าผู้มั่งคั่งในระดับ high-net-worth รวมทั้งกลุ่มผู้ซื้อและเจ้าของเรือยอชท์จำนวนมาก ซึ่งพร้อมที่จะเลือกซื้อและจับจ่ายใช้สอยภายในงาน งานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ในครั้งนี้ยังคงดึงดูดแบรนด์ชั้นนำในธุรกิจเรือและไลฟ์สไตล์หรูมาร่วมแสดงผลงานเช่นเคย ริชาร์ด อัลเลน ผู้จัดการทั่วไปของซิมป์สัน มารีน กล่าวถึงเรือที่จะนำมาแสดงในงานนี้ว่า “เรามีความยินดีที่ได้เข้าร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ 2020 อีกครั้ง โดยเตรียมนำเรือยอชท์ 6 ลำ ซึ่งจะเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียอย่างน้อย 3 ลำ เพื่อนำเสนอความสำเร็จและความก้าวหน้าของซิมป์สันมารีนในฐานะแบรนด์ชั้นนำของโลก โดยเรามีเรือรุ่นใหม่จากซาน ลอเรนโซ (San Lorenzo) มอนติคาร์โลยอชท์ (Monte Carlo Yachts) แฟร์ไลน์ยอชท์ (Fairline Yachts) เบนเนเทว (Benneteau) ลากูน คาตามารัน (Lagoon Catamarans) และอกิล่า พาวเวอร์ คาตามารัน (Aquila Power Catamarans) มาร่วมแสดง นอกจากนี้ เรายังมีบริการพร้อมด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับการเช่าเหมาลำเรือทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ทีมงาน Yacht Care Team ของซิมป์สัน มารีน ได้จัดเตรียมแพ็คเก็จพิเศษสำหรับเจ้าของเรือยอชท์ที่สนใจการเป็นเจ้าของแบบไม่ต้องดูแล(care-free ownership) และยังมีบริการให้คำแนะนำการจดทะเบียนเรือให้ผู้ที่สนใจ เนื่องจากซิมป์สัน มารีนเป็นเอเจนต์ที่ได้รับอนุญาตสำหรับการจดทะเบียนเรือของ Langkawi Yacht Registry ด้วยเช่นกัน ทุกปีไทยแลนด์ยอชท์โชว์เปิดโอกาสสำคัญให้ได้พบปะกับเจ้าของเรือรายใหม่ๆและลูกค้าที่มีเรืออยู่แล้ว ตลอดจนถึงผู้ที่สนใจการแล่นเรือยอชท์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เรารอที่จะให้การต้อนรับทุกคนในงานนี้” ด้าน ลีมารีน (Lee Marine) ซึ่งเป็นตัวแทนเรือซูเปอร์ยอชท์ชั้นนำและดีลเลอร์เฟร์เรตติ (Ferretti) เตรียมนำเรือที่จะเปิดตัวในเอเชียเป็นครั้งแรก ทั้งจากคัสตอมไลน์ (Custom Line) ริว่า (Riva) และริเวียร่า (Riviera) มานำเสนอในงานนี้ รวมทั้งเรือยอชท์ขนาดใหญ่ 2 ลำ ภายใต้ธง นอร์ป & จอห์นสัน (Northrop & Johnson) โดย โจชัว ลี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลีมารีน กล่าวว่า “เรายังคงให้การสนับสนุนไทยแลนด์ยอชท์โชว์อย่างต่อเนื่องเพราะถือได้ว่าเป็นงานจัดแสดงเรือยอชท์หลักในไทย เราเชื่อมั่นว่าความพยายามของผู้จัดที่มุ่งเปิดโอกาสการท่องเที่ยวแบบซูเปอร์ยอชท์จะส่งผลประโยชน์ให้กับประเทศไทยและธุรกิจของเราทั้งหมดด้วยเช่นกัน”ด้าน โบ๊ทลากูนยอชต์ติ้ง (Boat Lagoon Yachting) เตรียมนำเรือ Princess Y85 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือพิเศษระหว่าง Pinnafarina กับสตูดิโอออกแบบของ Princess พร้อมกับเทคโนโลยีล่าสุดและคุณภาพการต่อเรืออันล้ำสมัยอันเลื่องชื่อของ Princess นอกจากนี้ ยังมีเรือรุ่นใหม่ Princess F62 ที่จะนำมาแสดงในงาน ทั้งนี้ บริษัทยังเป็นตัวแทนจำหน่ายเรือ RIBS หรู จาก Sacs Marine และจะนำเรือธง Sacs Rebel 47 ขนาด 15 เมตร ซึ่งเป็นเรือ RIB ดีไซน์หรูสุดในตลาด หนึ่งในรุ่น Sacs มาจัดแสดง พร้อมด้วยเรือ Jeanneau Cap Camarat10.5Wa ที่จะเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยด้วยเช่นกัน หนึ่งในดีลเลอร์เรือคาตามารันรายใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดของประเทศไทย มัลติฮัลล์ โซลูชั่นส์ (Multihull Solutions) เตรียมนำเรือ NEEL Trimarans และ Asia Catamarans เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียภายในงานนี้ แอนดรูว์ เดอ บรูอิน ผู้จัดการทั่วไปกล่าวว่า “เรานำเรือที่น่าสนใจมาร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ปีนี้ ซึ่งเราพบว่าความต้องการเรือคาตามารันที่มีความพิเศษของเราในตลาดมีการเติบโตสูงขึ้น อีกทั้งเราได้รับผลตอบแทนที่ดีเสมอมาจากการเข้าร่วมงานนี้ และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายยังคงให้การสนับสนุนการจัดงาน ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตแก่อุตสาหกรรมในอนาคต”สำหรับเอเชีย ยอชท์ติ้ง (Asia Yachting) ซึ่งเข้าร่วมงานนี้เป็นครั้งแรกและเป็นดีลเลอร์ที่เติบโตเร็วที่สุดและประสบความสำเร็จอย่างสูงของ Monte Carlo Yachts และ Prestige Yachts จากฮ่องกง และขณะนี้กำลังขยายธุรกิจมายังประเทศไทยและสิงคโปร์ โดยโอลิเวียร์ เบสซัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวถึงโอกาสในภูมิภาคและการร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์และสิงคโปร์ยอชท์โชว์ว่า “เราตื่นเต้นที่จะได้เปิดสำนักงานใหม่ในภูเก็ต ซึ่งจะช่วยให้เรามุ่งเน้นการจัดจำหน่ายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเราคาดว่าตลาดจะเติบโตอย่างสูงในช่วง 2- 3 ปีข้างหน้านี้ เราตระหนักดีถึงความพยายามของเวอร์เวนเทีย (Verventia) ผู้จัดงานที่มุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมนี้ และเรามีความยินดีที่ได้ให้การสนับสนุนและคาดว่าเราจะสามารถทำยอดขายได้ในงานนี้”สำหรับผู้รักผลงานจากอิตาลี จะต้องมีความยินดีที่ผู้ต่อเรือที่มีชื่อเสียงอะซิมุท ยอชท์ (Azimut Yachts) จะนำเรือรุ่นใหม่ถึง 2 รุ่น มาจัดแสดง ขณะที่แบรนด์ดังจากอังกฤษ Sunseeker จะนำเรือยอชท์ระดับแถวหน้ามาจัดแสดงเพื่อโชว์ผลงานเรือหรูระดับไฮแฟชั่นเช่นกัน ผู้เข้าร่วมงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ 2020 จะพบกับการจัดแสดงสินค้าและบริการใหม่สุด รวมทั้งการนำเสนอแบบอินเตอร์แอคทีฟ กิจกรรมพิเศษวันเด็ก การแสดงศิลปะและมาสเตอร์คลาสศิลปะ ดนตรีสด แฟชั่นโชว์ รวมทั้งอาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลาย พร้อมกับบาร์ลอยน้ำใหม่ล่าสุดใจกลางมารีน่า หัวใจสำคัญของงานแสดงในปีนี้ คือ เรือยอชท์และเรือระดับเวิลด์คลาสหลากรุ่นและขนาด สำหรับให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมชมและสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ ทั้งผู้ที่สนใจเช่าเหมาลำหรือเลือกซื้อได้ตามงบประมาณ ทั้งเรือใบขนาดเล็กไปจนถึงเรือซูเปอร์ยอชท์ เรือ RIB เจ๊ทสกี ระบบนำร่องสัญญาณเรือและอุปกรณ์เพื่อการเดินเรือต่างๆ ไปจนถึงของเล่นและอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ เพื่อเปิดประสบการณ์สุดพิเศษและโอกาสสำหรับผู้เข้าร่วมงานครั้งแรกให้ได้สัมผัสความน่าตื่นเต้นของการแล่นเรือยอชท์จากแพลทฟอร์มจัดแสดงภายในงานเกาะรังน้อย ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากงาน จะเป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงต้อนรับในวันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม และเป็นฉากอันงดงามให้ผู้เข้าชมงานได้ชมเรือหรูระดับซูเปอร์ยอชท์ทอดสมอกลางทะเล แอนดี้ เทรดเวลล์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเวอร์เวนเทีย (Verventia) ผู้จัดงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์กล่าวถึงอนาคตของภูเก็ตในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางเรือสำราญซึ่งมีการจับจ่ายใช้สอยสูงและอุตสาหกรรมเรือยอชท์เรือสำราญในเอเชียว่า “ภูเก็ตได้รับการยอมรับในฐานะศูนย์กลางของหนึ่งในจุดหมายปลายทางการแล่นเรือยอชท์และเรือสำราญที่สวยงามที่สุดในโลก ทัดเทียมกับการล่องเรือในเมดิเตอร์เรเนียนและแคริบเบียน ภูเก็ตจึงควรค่าแก่การเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมและธุรกิจการท่องเที่ยวทางเรือและเรือสำราญในเอเชีย ซึ่งไม่เพียงแต่ความสวยงามของทิวทัศน์ทั้งบนบกและทางทะเล เกาะแก่งต่างๆ น้ำทะเลใสและแนวปะการังอันสวยงาม แต่ภูเก็ตยังมีความเพียบพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ท่าเรือ มารีน่า โรงแรมและบริการต่างๆในระดับเวิลด์คลาส ความสำเร็จของไทยแลนด์ยอชท์โชว์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวงการเรือของท้องถิ่น ในฐานะตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์ ดีลเลอร์ โบรกเกอร์ และผู้ให้บริการในท้องถิ่นกับธุรกิจและลูกค้าใหม่ๆ ดังนั้นเราจึงต้องการการสนับสนุนจากทุกฝ่าย โดยการร่วมมือกันผลักดัน เราจะสามารถสร้างงานที่เติบโตและได้รับผลสำเร็จ จากตลาดที่มีการเติบโตสูงนี้” เกี่ยวกับงานไทยแลนด์ยอชท์โชว์ เป็นงานแสดงเรือยอชท์ที่นำเสนอประสบการณ์ระดับพรีเมียร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย เพื่อมุ่งส่งเสริมชื่อเสียงของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางเรือยอชท์ เรือสำราญและมารีน่าแห่งเอเชีย และเพื่อดึงดูดการท่องเที่ยวทางเรือยอชท์จากต่างชาติ งานไทยแลนด์ยอชท์โชว์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีบนริมฝั่งท้องทะเลอันดามันอันสวยงามของอ่าวพังงา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมชมงานได้สัมผัสประสบการณ์ครบทุกรูปแบบของไลฟ์สไตล์การล่องเรือยอชท์ บนหนึ่งในจุดหมายปลายทางของการล่องเรือที่สวยงามที่สุดของโลก ไทยแลนด์ยอชท์โชว์ เป็นงานที่ผู้เข้าชมงานจะได้สัมผัสไลฟ์สไตล์สุดหรูของการล่องเรือบนเกาะในบรรยากาศแบบทรอปิคัล เป็นงานที่มอบประสบการณ์ที่มากกว่าการจัดแสดงเรือและเรือยอชท์ แต่ให้โอกาสผู้เข้าร่วมงานให้ได้สัมผัสประสบการณ์ตรงครบทุกรูปแบบสำหรับการแล่นเรือ พร้อมด้วยสินค้าหรูใหม่ล่าสุด โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่น่าสนใจ ตลอดจนถึงธุรกิจโรงแรมที่พักของภูเก็ต #ไทยแลนด์ยอชท์โชว์ครั้งที่5 #มหกรรมงานแสดงเรือยอชท์และไลฟ์สไตลสุดหรู #รอยัลภูเก็ตมารีน่า #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Yamaha_Calendar_2020
โหลดฟรี‼ วอลเปเปอร์สุดคูลปี 2020 แฟนคลับยามาฮ่าต้องมี....ยามาฮ่าแจกฟรี! วอลเป เปอร์ปฏิทิน 2020 เท่ไม่ซ้ำ 12 เดือน 12 สไตล์ หน้าจอหล่อลากยาวสิ้นปี เช็กวันหยุด ล็อควันเที่ยวกันคล่องๆ ทุกครั้งที่มองจอ..... Download: http://bit.ly/Yamaha_Calendar_2020 จอไหนก็เท่ได้ มีครบ ทั้งเดสก์ท็อป แท็บแล็ต และมือถือใครเปลี่ยนแล้วเมนต์โชว์มาเล้ยยย... #Calendar2020 #HappyNewYear2020 #Yamaha #RevsYourHeart #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- PTT Station BRIC Drift Atag 2019
“ชนัฐพนธ์” คว่ำ “เดชะพล” ซิวแชมป์ พีทีที ดริฟต์ แอ็ทแท็ค ผงาดบัลลังก์ดริฟต์ก๊อด 2019 “เอส” ชนัฐพนธ์ เกิดเปี่ยม ยอดนักดริฟต์หน้าหยกจาก พีทีที เพอร์ฟอร์มา อาร์ดีทู สร้างผลงานกระหึ่มแทร็ก ด้วยการบดเอาชนะ “ปอนด์” เดชะพล โตยิ่งเจริญ จาก คลับ 24 อินเจ็คชั่น ผงาดคว้าแชมป์ในศึก “พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟต์ แอ็ทแท็ค 2019” พร้อมทะยานขึ้นครองบัลลังก์ “ดริฟก๊อด”ประจำฤดูกาล 2019 ได้อย่างยิ่งใหญ่ หลังสร้างผลงานระดับมาสเตอร์ที่ ดริฟต์ แทร็ก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การแข่งขัน “พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟต์ แอ็ทแท็ค 2019” จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เตรียมดวลลีลาในสนามสุดท้ายของปี เพื่อตัดสินแชมป์หาดริฟต์ก๊อดของไทย ระหว่างวันที่ 21-22 ธันวาคมที่ ดริฟต์ แทร็ก สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสนามดริฟต์ที่สวยงาม และครบครันที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้คือการลุ้นแชมป์ประจำปี ซึ่งยอดนักดริฟต์ชาวไทยอย่าง “เอส” ชนัฐพนธ์ เกิดเปี่ยม จาก พีทีที เพอร์ฟอร์มา อาร์ดีทู รั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพด้วยคะแนนทั้งสิ้น 63 คะแนน มีลุ้นที่จะกระชากตำแหน่ง “ดริฟต์ก๊อด” ในปี 2019 มาจาก ชาร์ลส์ อึ๊ง นักดริฟต์ฮ่องกง ที่ก่อนเข้าสู่สนามสุดท้ายมีคะแนนตามหลังอยู่ 13 คะแนน โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของคลาสเอ จะเริ่มต้นจากการดวลในรอบ 32 คน ซึ่ง “เอส” ชนัฐพนธ์ ที่ทำคะแนนในรอบควอลิฟายมาเป็นอันดับ 1 ต้องเจอกับ “หมู” ฐากูร เปียคง จาก เซสติโน คอสมิส ลิควิ โมลี ดริฟต์ ทีม และผ่านฉลุยไปจนสู่รอบ 4 คันสุดท้าย ต้องพบกับ “เป้” กนพิชิต โตยิ่งเจริญ จาก อีนีออส คลับ24 อินเจ็คชั่น ก่อนทะลุไปรอบไฟนัล ส่วนคู่แข่งที่มีลุ้นแชมป์กันอย่างชัดเจนคือ ชาร์ลส์ อึ๊ง ดริฟต์ก๊อด 2018 ชาวฮ่องกง จาก ไรแดนซ์ จะประกบคู่กับ “นุ” ทชากร รวมใหม่ ในรอบ 32 คน และยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แต่กลับต้องมาจอดแค่เพียงรอบ 8 คนเท่านั้น ขณะที่คู่ชิงชนะเลิศของ “เอส” ชนัฐพนธ์ ได้แก่ “ปอนด์” เดชะพล โตยิ่งเจริญจาก คลับ 24 อินเจ็คชั่น ที่เอาชนะ “เก่ง” วุฒิธัช ปานกำเหนิด จาก พีทีที เพอร์ฟอร์มา อาร์ดีทู ในรอบ 4 คนสุดท้าย เกมในรอบไฟนัลของ คลาสเอ ในศึก พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟต์ แอ็ทแท็ค 2019 ไม่ยืดเยื้อ เมื่อรันแรก “เอส” ชนัฐพนธ์ ต้องออกสตาร์ทด้วยการเป็นคันนำและพุ่งออกไปด้วยระยะห่างที่ได้เปรียบ เพียงโค้งแรก “ปอนด์” เดชะพล เดินคันเร่งเข้าลึกเกินไปจนชนกับเอส สร้างความได้เปรียบในรันแรกให้กับ “เอส” ชนัฐพนธ์ อย่างมาก ก่อนที่ในรันที่ 2 “ปอนด์” เดชะพล จะเป็นฝ่ายขับนำบ้าง แต่ “เอส” ชนัฐพนธ์ ก็ดริฟต์ตามได้อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่กรรมการทั้ง 3 คนจะประกาศคะแนนเอกฉันท์ให้ “เอส” ชนัฐพนธ์ เอาชนะและคว้าแชมป์สนามสุดท้ายไปครองอย่างสุดมันส์ จากผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาล 2019 ส่งผลให้ “เอส” ชนัฐพนธ์ ทะยานขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของอาชีพนักดริฟต์อีกครั้งในปีนี้ ด้วยการคว้าตำแหน่ง “ดริฟต์ก๊อด” ของประเทศไทยในปี 2019 ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมทวงตำแหน่งนี้จากนักดริฟต์ต่างชาติ กลับคืนสู่ประเทศไทยได้อีกครั้ง สำหรับศึก พีทีที สเตชั่น บีอาร์ไอซี ดริฟต์ แอ็ทแท็ค 2019 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่จากการจัดการแข่งขันมา 5 ปีติดต่อกัน พร้อมกับมาตรฐานการแข่งขันที่พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการแข่งขันยังคงพร้อมจะสานต่อความสำเร็จต่อไปในอนาคต #PTTStationBRICDriftAtag2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Honda LPGA Thailand 2020
โอกาสสุดท้ายของแฟนกอล์ฟ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2020” จองบัตรราคาพิเศษรอบ Lazy Bird วันนี้ - 5 มกราคม 2563 ! นับถอยหลังกับบัตรราคาพิเศษรอบ Lazy Bird เอาใจแฟนกอล์ฟรายการ “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2020” ศึกดวลวงสวิงหญิงรายการใหญ่ระดับโลกที่มีนักกอล์ฟหญิงชั้นนำจากทั่วโลกกว่า 70 คน ร่วมแข่งขันชิงเงินรางวัลรวมสูงกว่า 53 ล้านบาท โดยแข่งขันระหว่างวันที่ 20 - 23 กุมภาพันธ์ 2563 ณ สยามคันทรีคลับ พัทยา โอลด์คอร์ส จ.ชลบุรี ผู้สนใจสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันราคาพิเศษรอบ Lazy Bird ได้ตั้งแต่วันนี้ - 5 มกราคม 2563 ผ่านทางเว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com โดยเลือกได้ทั้งบัตรทั่วไปและบัตรวีไอพี การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2020 มีผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการคือ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยมีไอเอ็มจี เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน พร้อมด้วยผู้ร่วมสนับสนุน ได้แก่ การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), และเครือเบทาโกร รวมถึงผู้สนับสนุน ได้แก่ สยามไดกิ้นเซลส์, อีวีเอ แอร์เวย์ส คอร์ปอเรชั่น, สยามยีเอสเซลส์, เอออน, แอโร มีเดีย กรุ๊ป, ริโก้ ประเทศไทย, อันเดอร์ อาร์เมอร์ ประเทศไทย, โรงแรมดุสิตธานี พัทยา, เดอะ กอล์ฟ ทาวน์ และบริดจสโตน กอล์ฟ ซึ่งจะถ่ายทอดสดไปทั่วโลกและทางช่อง 9 MCOT HD โดย อสมท.เป็นผู้เผยแพร่ภาพการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ดูรายละเอียดเกี่ยวกับการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2020” ได้ที่ www.hondalpgathailand.com และ www.facebook.com/lpgaThailand #ฮอนด้าแอลพีจีเอไทยแลนด์2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Youth Innovation Project to Change the World
โตโยต้า จับมือ อว. โดย สวทช. และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ลดเปลี่ยนโลก เพิ่มนวัตกรรม (19 ธันวาคม 2562) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ. ปทุมธานี : บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย เปิดตัวงาน “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” บูรณาการความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการประกวด 2 ระดับ ได้แก่ “ชุมชนลดเปลี่ยนโลก” และ “นวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานฯ พร้อมด้วย นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. และ ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมงาน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ได้ดำเนินกิจกรรม “โตโยต้า ลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา” หนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการโตโยต้าเมืองสีเขียว มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยความมุ่งหวังในการสร้างจิตสำนึกให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงปัญหาด้านภาวะโลกร้อน พร้อมทั้งหาแนวทางแก้ไข เปิดโอกาสให้โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ จัดทำแผนงานส่งเข้าประกวดเพื่อรณรงค์การลดภาวะโลกร้อนภายในชุมชนของตน โดยตลอดระยะเวลา 14 ปี ได้สนับสนุนงบประมาณให้แก่โรงเรียน 299 แห่ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 238 แห่ง และ ชุมชน 162 แห่ง ทั่วประเทศ เกิดเป็นโครงการที่สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 23,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ในปีนี้ เพื่อขยายผลและต่อยอดความสำเร็จของโครงการให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น จึงเกิดเป็นความร่วมมือระหว่าง โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย และ ศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ภายใต้ชื่อ “โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” มาพร้อมกับแนวคิดใหม่ ที่เกิดจากการตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมและสถานการณ์มลภาวะในปัจจุบัน จึงมุ่งเน้นในการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อลดมลพิษ ลดภาวะโลกร้อนในชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงการให้ความสำคัญกับสถานศึกษาในการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) มาพัฒนาเพื่อปรับใช้ในการจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ.2560 -2564) ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การประกวด “ชุมชนลดเปลี่ยนโลก” และ “นวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก” ภายใต้โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้านี้ นอกจากจะเปิดโอกาสให้ชุมชนที่มีการดำเนินงานลดการปล่อยมลพิษสู่การลดภาวะโลกร้อนในพื้นที่อย่างยั่งยืนได้นำเสนอความสำเร็จแล้ว ยังเป็นเวทีสำคัญที่ส่งเสริมและสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนออกแบบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยนาโนเทคโนโลยี รวมถึงสร้างความตระหนักและกระตุ้นให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปให้มีความรู้เรื่องการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยนาโนเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง “โครงการนี้ถือว่า เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกับภารกิจสำคัญของกระทรวงฯ และตอบโจทย์นโยบายเรื่อง BCG Economy Model อีกทั้งยังเป็นการเตรียมประเทศไทยในศตวรรษที่ 21 ที่มีภารกิจสำคัญ 3 เรื่อง คือ การสร้างและพัฒนาคน การวิจัยเพื่อสร้างความรู้ และการสร้างและพัฒนานวัตกรรม ที่สำคัญคือ ปลายทางความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชน จะถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้จริงในพื้นที่ชุมชนของผู้ชนะการประกวด หรือสามารถขยายผลสู่การนำไปใช้ในชุมชนอื่น ๆ ภายใต้โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า” นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้า เล็งเห็นความสำคัญในการต่อยอดกิจกรรมลดเมืองร้อน ด้วยมือเรา ให้สามารถตอบรับกับสถานการณ์สิ่งแวดล้อมในปัจจุบันได้ยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องปัญหามลภาวะ ซึ่งเรามุ่งหวังให้เกิดการตระหนัก ตลอดจนเริ่มลงมือปฏิบัติทั้งในระดับของโรงเรียน ชุมชน และสาธารณชน จึงเป็นที่มาของโครงการ ลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า ในวันนี้” โครงการลดเปลี่ยนโลกกับโตโยต้า ประกอบด้วย โครงการย่อย 2 โครงการ ได้แก่ 1) โครงการนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก และ 2) โครงการชุมชนลดเปลี่ยนโลก โครงการนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก การประกวดนวัตกรรมระดับเยาวชนจากการคิดค้น สร้างสรรค์ และพัฒนาผลงานนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีด้านสิ่งแวดล้อม โดยสามารถต่อยอดเป็นผลงานต้นแบบสู่การใช้ประโยชน์ในระดับชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่มีทีมวิจัยศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ (นาโนเทค) สวทช. ทั้งในด้านการเป็นวิทยากร นักวิจัยพี่เลี้ยง คณะกรรมการ และทีมที่ปรึกษาเพื่อการพัฒนาและต่อยอดต้นแบบเพื่อนำไปใช้ได้จริงในชุมชน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า สวทช. หน่วยงานที่มีบทบาทการพัฒนางานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์การพัฒนาประเทศ ได้นำเทคโนโลยีมาปรับและประยุกต์ให้เหมาะกับสภาพปัญหา ความต้องการและบริบทของพื้นที่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงความรู้และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น รวมถึงการวิจัยพัฒนาด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมของเมืองและชุมชน ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของการผลิต อุตสาหกรรม การเกษตร และบริการของประเทศ เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ ศูนย์แห่งชาติต่าง ๆ ภายใต้ สวทช. ดำเนินงานวิจัยเพื่อตอบโจทย์เรื่องของสิ่งแวดล้อมและนวัตกรรมสีเขียว เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน อาทิ โครงการส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในการพัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่แบบองค์รวมในระดับตำบล: Smart Tambon” เพื่อยกระดับการพัฒนาท้องถิ่นด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม พัฒนาชุมชนเชิงพื้นที่แบบองค์รวม 5 ด้าน สร้างความรู้ ลดความเหลื่อมล้ำ นำร่องต้นแบบ 7 ตำบล 5 จังหวัด จะเป็นกลไกการพัฒนาชุมชน ให้เกิดการพัฒนาแบบก้าวกระโดด โดยใช้เทคโนโลยีปรับประยุกต์ให้เหมาะกับสภาพปัญหา ความต้องการและบริบทของพื้นที่และสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสการเข้าถึงความรู้และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น “ถุงพลาสติกสลายตัวได้สำหรับขยะอินทรีย์" โดยนำมันสำปะหลังของเกษตรกรไทยเป็นวัตถุดิบหลักมาผสมด้วยการใช้ความร้อนหลอม สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติภายใน 4 เดือน ในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิปกติ แต่หากอยู่ในพื้นที่อุณหภูมิสูง เช่น บ่อกักเก็บขยะที่มีขยะหนาแน่น จะทำให้จุลินทรีย์ย่อยสลายเร็วขึ้นในเวลา 3 เดือนก็สลายตัวได้ ซึ่งได้นำไปทดสอบในงานกาชาดที่ผ่านมา ไส้กรองนาโนเมมเบรนที่มีความละเอียดในการกรองสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกรองน้ำให้ปลอดภัยแก่การบริโภค นอกจากนี้นาโนเทคโนโลยียังสามารถใช้ในกระบวนการบำบัดน้ำเข้าสู่ระบบการกรองปกติ เพื่อยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบกรอง สารดูดซับความร้อนจากพลังงานแสงอาทิตย์ของนาโนเทค ที่ใช้วัสดุนาโนเพื่อเพิ่มการยึดเกาะของอนุภาคกราฟีน และได้ถ่ายทอดเทคโนโลยีสารเคลือบกราฟีนให้ภาคเอกชนนำไปใช้ผลิตท่อดูดซับความร้อนในระบบราง และใช้งานจริงสำหรับการผลิตไอน้ำยิ่งยวด เป็นต้น และโครงการยกระดับผู้ประกอบการฟาร์มด้วยระบบไบโอแก๊ส เทคโนโลยีขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมการจัดการฟาร์มอย่างยั่งยืน เช่น การออกแบบและระบบผลิตก๊าซชีวภาพในฟาร์มสุกร และฟาร์มไก่ไข่ขนาดเล็ก การพัฒนาระบบทำความสะอาดก๊าซชีวภาพ Bio Scrubber และระบบนำก๊าซไปใช้ประโยชน์ในเครื่องต้นกำลัง ทำให้ประหยัดค่าไฟฟ้า ลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อม องค์ความรู้และความเชี่ยวชาญในงานวิจัยและนวัตกรรมของ สวทช. นี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมโครงการประกวดนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก และแนวทาง พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนเพื่อพัฒนาต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพและท้องถิ่น รวมถึงส่งเสริมด้านการใช้พลังงานทดแทน การใช้ประโยชน์จากวัสดุเหลือใช้ทางเกษตร การจัดการของเสีย และขยะ เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สู่การสร้างนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนต่อไป ซึ่งจากกว่า 200 โครงการจากเยาวชนทั่วประเทศ มี 30 โครงการจาก 22 โรงเรียน ที่ผ่านการคัดเลือกในระดับภูมิภาคสู่ค่ายอบรมนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก เพื่อหา 10 โครงการ (สายสามัญ 5 ทีม สายอาชีพ 5 ทีม) ที่จะผ่านเข้ารอบสุดท้าย และจับมือกับนักวิจัยพี่เลี้ยงจาก สวทช. เพื่อการต่อยอดและพัฒนานวัตกรรมร่วมกันเพื่อเข้านำเสนอผลงานในรอบชิงชนะเลิศ ณ งานประชุมวิชาการประจำปี สวทช. (NAC2020) โครงการชุมชนลดเปลี่ยนโลก การประกวดชุมชนที่มีการดำเนินงานลดการปล่อยมลพิษสู่การลดภาวะโลกร้อนในพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย สนับสนุนวิทยากรเพื่อการอบรมองค์ความรู้ทางด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ให้คำปรึกษาการดำเนินงานและการวิเคราะห์ปริมาณก๊าซเรือนกระจกและมลพิษ รวมถึงการติดตามประเมินผลการดำเนินงานของชุมชน ดร.วิจารย์ สิมาฉายา ผู้อำนวยการสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย กล่าวว่า สถาบันฯ มีส่วนร่วมในโครงการ "โตโยต้าเมืองสีเขียว" อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 ด้วยหวังสร้างจิตสำนึกให้สังคมไทยได้ตระหนักถึงปัญหาด้านภาวะโลกร้อนในปัจจุบัน พร้อมทั้งแนวทางแก้ไข โดยการเปิดโอกาสให้โรงเรียน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากทั่วประเทศ ผ่านเวทีประกวด เพื่อช่วยสนับสนุนการลดภาวะโลกร้อนภายในพื้นที่ของตน “สำหรับปีนี้ นับเป็นความยินดียิ่งที่มีพันธมิตรด้านการวิจัยและพัฒนาอย่างศูนย์นาโนเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. ที่จะต่อยอดให้การลดภาวะโลกร้อน รวมถึงการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านนวัตกรรมนาโนเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมจนสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชนและสังคมได้อย่างยั่งยืน” นอกเหนือไปจากโครงการประกวดในระดับชุมชน และโรงเรียน ในปีนี้ โตโยต้าพยายามผลักดันให้เกิดการตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อม และเริ่มลงมือปฏิบัติจริง จึงได้เปิดตัวเว็บไซต์ www.ลดเปลี่ยนโลก.com ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพื่อเชิญชวนสาธารณชน มาร่วมลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง ผ่านการใช้ภาชนะทดแทน โดยโตโยต้าจะสนับสนุนเงิน 1 บาท ต่อ 1 การลดขยะพลาสติก เพื่อนำไปต่อยอดนวัตกรรมของผู้ชนะ “โครงการนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก” จนถึงปัจจุบัน มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวกว่า 31,000 คน ลดขยะไปได้กว่า 29,000 กิโลกรัม และเกิดเป็นกิจกรรมเพื่อลดขยะไปกว่า 550,000 ครั้ง (เทียบเท่าเงินสนับสนุน 550,000 บาท) สำหรับทีมผู้ชนะเลิศในโครงการชุมชนลดเปลี่ยนโลก และนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก จะได้ไปนำเสนอผลงานแก่ผู้บริหาร จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงศึกษาดูงาน เพื่อนำองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อม รวมถึงนวัตกรรมต่าง ๆ จากญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้ในการต่อยอดผลงานของตน โดยชุมชนที่ชนะเลิศจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณสำหรับการพัฒนาชุมชนของตนให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ “ชุมชนลดเปลี่ยนโลก” ในระดับจังหวัด ในขณะที่โรงเรียนที่ชนะเลิศจะได้รับการสนับสนุนเงินทุนสร้าง “นวัตกรรมต้นแบบ” ขนาดใช้ได้จริงเพื่อนำไปสู่ชุมชนต่อไป #โตโยต้า #สวทช. #ลดเปลี่ยนโลก #โครงการนวัตกรรมเยาวชนลดเปลี่ยนโลก #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Honda BRV
Honda BRV เป็นรถแนวครอสโอเวอร์ SUV ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์รถอเนกประสงค์ของ Honda ให้สมบูรณ์และครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ โดยคงเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งสไตล์สปอร์ตเช่นเดียวกับ Honda CRV และ Honda HRV อีกทั้งยังใช้เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งเช่นเดียวกับ Mobilio ถือเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าทั้งระดับคอมแพคและซับคอมแพคท์ Honda BRV มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่เน้นความแข็งแกร่ง แร็คหลังคา ขอบบังโคลนขนาดใหญ่และยกสูงในสไตล์รถ SUV มีระยะต่ำสุดจากพื้น 210 มม. ผสานกับเส้นสายรอบคันที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างลงตัว ไฟหน้าโปรเจค เตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED กันชนหน้าพร้อมแผงกันกระแทกและช่องดักลมขนาดใหญ่รับกับช่องรับลมใต้กระจังหน้า ด้านท้ายอวบอิ่มแตกต่างไปจาก โมบิลิโอ ฝาท้ายบานใหญ่เปิดจากแนวหลังคาจนถึงแผงกันกระแทกกันชนหลัง เสริมหล่อด้วยไฟท้ายแบบ LED รูปตัวC รับกับแผงทับทิม ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วยาง 195/60 R16 ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ เบาะแถวที่ 3 สามารถแยกปรับ 50:50 และพับยกขึ้นไปเก็บหลังเบาะแถวที่ 2 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้โดยเหลือเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ถ้าต้องการเพิ่มความยาวพื้นที่เก็บสัมภาระยังสามารถแยกปรับ และพับเบาะแถวที่ 2 แบบ 60:40 ได้อีก ฝาท้ายบานใหญ่เปิดจากแนวหลังคาจนถึงแผงกันกระแทกกันชนหลังทำให้ขนสัมภาระเข้าออกได้สะดวก เบาะนั่งบุด้วยหนัง มีพื้นที่บริเวณหัวเขาและพื้นที่บริเวณเหนือศีรษะที่มากกว่า โมบีลิโอพร้อมทั้งเติมแฟชั่นทันสมัยเช่น หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Multi information Display , ระบบเครื่องเสียงแบบสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ One Push ignition System ,ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ Honda Smart Key System พร้อมด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติและระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังติดตั้งอยู่ระหว่างเบาะนั่งแถวที่ 1 และแถวที่ 2 กระจายความเย็นได้เร็วและทั่วถึง เครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว i-Vtec ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้าหรือ 88 กิโลวัตต์ที่ 6,600 รอบ และมีแรงบิด 14.8 กิโลกรัมเมตรที่ 4,600 รอบระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ปรับปรุงใหม่ ส่งกำลังมากขึ้นซึ่งพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมผ่านมาตรฐานยูโร 4 และรองรับพลังงานทางเลือก E85 ควบคู่ไปกับอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยมีอัตราสิ้นเปลืองอยุ่ที่ 14.5 -15.6 กม./ลิตร ทั้งนี้ขึ้น อยุ่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับและจากการ เครมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเพียง 11 วินาที สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดาและน้อยกว่า 12 วินาทีในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แม้จะไม่จัดจ้านตามสไตล์ CVT แต่ความเร็วในการใช้เดินทาง 70 -100 กม./ชม. สามารถที่จะตอบสนองผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี Honda BRV มีรูปลักษณ์สูงใหญ่กว่า โมบิลิ โล เพียงเล็กน้อย โดยมีความยาวกว่า 58 มม. และ มีความสูงใต้ท้องรถ 201 มม.มากกว่าเพียง 12 มม. ช่วงล่างหน้าอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีม ที่ทีมวิศวกรฮอนด้า เซ็ทมาให้รับกับรถรุ่นนี้ได้อย่างลงตัวทำให้การควบคุมรถง่าย และมั่นใจเมื่อใช้ความเร็ว อีกทั้งยังติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมดอาทิ ถุงลมคู่หน้า ,ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ,ระบบกระจายแรงเบรก,ระบบควบคุมการทรงตัวและระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน อีกทั้งยังมีโครงสร้างตัวถัง จี-คอน ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดแรงกระแทกและลดการบาดเจ็บจากกันชน Honda BRV รถครอสโอเวอร์ SUV รุ่นเล็กพัฒนาการอีกขั้นของเอ็มพีวี รุ่นประหยัด จากค่ายฮอนด้า ที่เพิ่มความสูงและตกแต่งพร้อมลุยภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายสไตล์ 7 ที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สมตัว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแบบ 7 ที่นั่ง #ฮอนด้าบีอาร์วี #HondaBRV #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส
- Hino Motors Sales (Thailand)
ชัยรัชการ (กรุงเทพ) ฉลองยอดขายสะสมครบ 40,000 คัน บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย มิสเตอร์ ชิน นาคามูร่า และคณะผู้บริหาร จัดงานแสดงความยินดีให้กับ บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด สำหรับยอดจำหน่ายรถบรรทุกและรถโดยสารสะสมครบ 40,000 คัน เป็นตัวแทนจำหน่ายแรก ตอก ย้ำการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ อันดับ 1 ในประเทศไทย บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ 2531 ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณสุมิตร เพชราภิรัชต์ บริษัทจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถมียอดขายสะสม 10,000 คัน ในปี พ.ศ. 2545 / 20,000 คัน ในปี พ.ศ. 2554 และ 30,000 คัน ในปี 2559 ตามลำดับ และด้วยความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนานถึง 31 ปี ทำให้ในปี พ.ศ. 2562 นี้ บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) สามารถทำยอดขายสะสมสูงสุดได้ถึง 40,000 คัน เป็นที่แรกก่อนใคร ด้วยการบริการด้วยใจ ที่ไม่ธรรมดา’ บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่อันดับหนึ่งของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการขายและการบริการ โดยมีโชว์รูมที่เพียบพร้อมไปด้วยพนักงานขายและช่างเทคนิคมืออาชีพที่ผ่านการอบรมจาก บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมบริการลูกค้าอย่างครบวงจร ซึ่งใน ปัจจุบัน บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด มีโชว์รูมให้บริการถึง 5 สาขา ทั่วเขตกรุงเทพและปริมณฑล ครอบคลุมพื้นที่ในทุกรัศมี 30 กิโลเมตร ได้แก่ สาขาบางนา-ตราด สาขาวิภาวดี สาขาพระราม2 สาขาบางบัวทอง และสาขาเมืองทองธานี รวมถึงในพื้นที่ต่างจังหวัดอีกถึง 3 โชว์รูม ได้แก่ สาขาเชียงใหม่ สาขาราชบุรี และ ใหม่ล่าสุดสาขาชลบุรี ที่เรียกได้ว่าเป็นสาขาที่มีศูนย์บริการฮีโน่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีอุปกรณ์ดูแลรักษารถสุดทันสมัย บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ขอขอบคุณทุกการสนับสนุน ทั้งจาก บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และพันธมิตรในทุกๆด้าน บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ขอยืนหยัดที่จะไม่หยุดพัฒนาและจะอยู่เคียงคู่กับสังคมไทยตลอดไป รถบรรทุกต้องฮีโน่ ฮีโน่ต้องชัยรัชการ #ชัยรัชการ #ฮีโน่ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com











