top of page

1424 results found with an empty search

  • Aston Martin DBX

    แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัว DBX เอสยูวีรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ ครั้งแรกในประเทศไทย เอสยูวีรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ แอสตัน มาร์ติน ดีไซน์สวย ล้ำสมัย ฉีกภาพลักษณ์เอสยูวีแบบเดิมๆ ขุมพลังเบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 550 แรงม้า ห้องโดยสารตกแต่ง ด้วยอะลูมิเนียมและหนังแท้ full natural grain ‘Caithness’ แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เปิดตัว ดีบีเอ็กซ์ เอสยูวีรุ่นแรกใน ระวัติศาสตร์ เป็นรถรุ่นที่ 4 ภายใต้กลยุทธ์ ‘Second Century Plan’ ซึ่งประกอบด้วยรถยนต์ 7 รุ่นภายใน 7 ปี (7 years 7 products) นับเป็นแผนงานที่มีความท้าทายสำหรับผู้ผลิตยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษ ฉัตรชัย แก้วผ่องศรี ผู้จัดการทั่วไป แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เผยว่า “แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ นับเป็นเอสยูวีรุ่นแรกของแบรนด์ที่เราภาคภูมิใจ เปรียบได้กับการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของ แอสตัน มาร์ติน ผมขอเรียนเชิญลูกค้าและผู้สนใจมาสัมผัสคันจริงได้ที่งาน MGC-ASIA AUTOFEST 2020 ระหว่างวันที่ 18-28 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน” ++ นิยามแห่งความงดงาม ยามโลดแล่นบนท้องถนน รูปลักษณ์ของ ดีบีเอ็กซ์ ผ่านการออกแบบให้ฉีกหนีตัวถังทรงกล่องของเอสยูวีทั่วไป ด้วยเส้นสายตัวถังพลิ้วไหว ดูเซ็กซี่และหรูหรา ผสานเสน่ห์อันมีมนต์ขลังด้วยโลโก้สัญลักษณ์รูปปีก หรือ ‘wing badge’ ซึ่งเป็นงานแฮนด์เมดจากผู้ผลิตจิวเวลรี่สุดหรู ประสบการณ์กว่า 200 ปี เดย์ไทม์รันนิ่งไลท์ดีไซน์โฉบเฉี่ยวแฝงความสปอร์ต พร้อมช่องดักอากาศเพื่อระบายความร้อนจานเบรก ประตูปีกหงส์แบบ wrap around ป้องกันเสื้อผ้าเปื้อนขณะก้าวจากลงรถ สัดส่วนหน้า-หลังสมดุล 50:50 ลงตัวกับล้อแม็กของ 22 นิ้ว จับคู่ยางพิเรลลี่ P ZERO หน้า 285/40 R22 หลัง 325/35 R22 ++ หรูเลิศอลังการ ด้วยผลงานระดับ craftsmanship ห้องโดยสารยังคงบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์ของ แอสตัน มาร์ติน ด้วยการดีไซน์ที่ประณีตและพิถีพิถัน กว้างขวางหรูหรา เพิ่มแสงสว่างในห้องโดยสาร ด้วยหลังคาพาโนรามิกซันรูฟและประตูไร้กรอบกระจก ตกแต่งด้วยอะลูมิเนียมและหนังแท้ full natural grain ‘Caithness’ ที่มีกลิ่นหอมและผิวเรียบเนียน คอนโซลกลางออกแบบอย่างงดงาม มีลักษณะคล้ายสะพาน เชื่อมต่อไปยังส่วนกลางของแดชบอร์ด เพิ่มความสะดวกสบายผ่านจออเนกประสงค์ขนาด 10.25 นิ้ว รองรับ Apple Car Play พร้อมกล้องมองภาพ 360 องศา และไฟเพิ่มบรรยากาศในห้องโดยสาร ที่สามารถปรับได้ถึง 64 เฉดสี ++ สวย...ซ่อนเขี้ยว แอสตัน มาร์ติน ดีบีเอ็กซ์ มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินทวินเทอร์โบ วี8 สูบ 4.0 ลิตร 550 แรงม้า (PS) แรงบิด 700 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ พร้อมโหมด Sport เพิ่มการตอบสนอง ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาที ท็อปสปีด 291 กม./ชม. มั่นใจในเรื่องประสิทธิภาพการขับ ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เฟืองท้ายควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ผสานช่วงล่างดับเบิลวิชโบนและถุงลม Adaptive Triple Air Suspension ปรับความสูงได้หลายระดับ พร้อม 5 โหมดการขับ คือ Terrain+, Terrain, GT, S และ S+ ++ รับข้อเสนอสุดพิเศษ ที่งาน MGC-ASIA AUTO FEST 2020 พบยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูจาก แอสตัน มาร์ติน หลากหลายรุ่น อาทิ ดีบีเอ็กซ์, วานเทจ ใหม่, ดีบี11 และ ดีบีเอส ในงาน MGC-ASIA AUTO FEST 2020 พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ เพิ่มมูลค่ารถเทรด-อิน สูงสุดถึง 1,000,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองรถในงานและส่งมอบภายในเวลาที่กำหนด อีกทั้งยังมีการร่วมมือกับพันธมิตรยักษ์ใหญ่ สยามพารากอน มอบ Siam Paragon Gift Card มูลค่าสูงสุด 200,000 บาท ลูกค้าธนาคารไทยพาณิชย์ รับคะแนนสะสม SCB Rewards 40 เท่า และยังมีคูปองรถเช่าทั่วไทย รวมไปถึง ซิกท์ ลิมูซีน เซอร์วิส อีกด้วย แล้วพบกันที่ Hall of fame ชั้น M ศูนย์การค้าสยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 18-28 มิถุนายน 2563 ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ แอสตัน มาร์ติน แบงคอก: โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ สาขาพระราม 3 โทร 02-670-6040 โชว์รูมสาขาสยามพารากอน โทร 02-610-9775 เฟซบุ๊ก : Astonmartinbangkok อี-เมล : contact@astonmartin-bangkok.com #AstonMartinDBX #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Levante Trofeo Launch Edition

    ครั้งแรกในประเทศไทย มาเซราติ เปิดตัว ‘Levante Trofeo Launch Edition’ แรงสุดในประวัติศาสตร์ 1 เดียวในไทย 100 คันทั่วโลก เลอวานเต้ รุ่นท็อป หนึ่งในรถที่แรงและเร็วสุดในประวัติศาสตร์ของ มาเซราติ พร้อมบุกตลาดไฮลักชัวรี่เอสยูวี สีพิเศษ Blu Emozione Matte ผสานชุดแต่ง Nerissimo Package เข้ากันได้ดี กับล้อแม็กฟอร์จขอบ 22 นิ้ว และเบาะทรงสปอร์ตหุ้มหนังแท้ ‘Pieno Fiore’ เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ 590 แรงม้า แรงบิด 730 นิวตันเมตร ผสานระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ Q4 เพิ่มโหมดการการขับ ‘Corsa’ พร้อม Launch Control รวมถึงมีระบบ Integrated Vehicle Control (IVC) สมรรถนะจัดจ้าน พร้อมประสบการณ์ขับสุดเร้าใจ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที่ ท็อปสปีด 304 กม./ชม. มาเซราติ ประเทศไทย เผยโฉม เลอวานเต้ รุ่นสุดยอด เครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ ภายใต้ชื่อ ‘เลอวานเต้ โทรเฟโอ ลอนช์ เอดิชั่น’ มาพร้อมสมรรถนะ จัดจ้าน อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุดทะลุ 304 กม./ชม. ปิยะเทพ ศิวากาศ ผู้จัดการทั่วไป มาเซราติ ประเทศไทย เผยว่า “เลอวานเต้ โทรเฟโอ ลอนช์ เอดิชั่น นับเป็นที่สุดของลักชัวรี่เอสยูวียอดนิยมของ มาเซราติ ซึ่งเราได้นำเข้ามาเพื่อให้ลูกค้าในไทย ได้สัมผัสกับหนึ่งในเอสยูวีพันธุ์หรูที่แรงและเร็วสุดในโลก และขอเชิญแวะเข้ามาชมตัวจริงกันได้ที่งาน MGC-ASIA AUTO FEST 2020 ระหว่างวันที่ 18-28 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน” ++ สง่างามทุกองศา หรูหราพร้อมขย้ำ เส้นสายอันโดดเด่นของ เลอวานเต้ ถูกเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้นในรุ่น โทรเฟโอ ลอนช์ เอดิชั่น ตัวถังพ่นสีน้ำเงินด้าน ‘Blu Emozione Matte’ ผสานชุดแต่ง Nerissimo Package ติดตั้งไฟหน้าฟูลเมทริกซ์แอลอีดี กระจังหน้าทรงตั้งสีดำเปียโนแบล็ค พร้อมช่องดักลมแบบตาข่ายด้านล่าง ช่องดักอากาศด้านข้างบริเวณส่วนล่างของกระจังหน้า ปรับแต่งใหม่ให้มีรูปลักษณ์ดุดันขึ้น มีลักษณะคล้ายปีก รีดอากาศให้กดลงบนล้อคู่หน้า เพิ่มสเถียรภาพช่วงความเร็วสูง ฝากระโปรงหน้าคาร์บอนไฟเบอร์พร้อมช่องระบายอากาศ ฝาครอบเครื่องยนต์ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ มันวาว พร้อมสัญลักษณ์ V8 และโลโก้ตรีศูล ส่วนฝาสูบและท่อไอดีก็ถูกพ่นสีแดงให้ดูสปอร์ต ขณะที่มุมมองด้านหลังดูบึกบึนและกว้างขึ้น ติดตั้งโลโก้สัญลักษณ์ ‘Saetta Trofeo’ บริเวณ เสาซี พร้อมตกแต่งด้วยเพลทคาร์บอนไฟเบอร์และสปอยเลอร์กันชนหลังสีเดียวกับตัวถัง ล้อมรอบปลายท่อไอเสียแบบคู่ ยิงออก 2 ฝั่ง ++ แรงระห่ำดุจพายุคลั่ง เลอวานเต้ โทรเฟโอ ลอนช์ เอดิชั่น ติดตั้งขุมพลังที่แรงสุดในประวัติศาสตร์ สำหรับรถยนต์ ในสายการผลิตของ มาเซราติ เป็นเครื่องยนต์เบนซิน วี8 สูบ 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ ปรับแต่งอุปกรณ์ภายในฝาสูบและเสื้อสูบ พร้อมจูนกล่องอีซียูใหม่ มีกำลังสูงถึง 590 แรงม้า (HP) ที่ 6,250 รอบ/นาที แรงบิด 730 นิวตันเมตร ที่ 2,250-5,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ Q4 อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.9 วินาที ท็อปสปีด 304 กม./ชม. ++ อิตาเลียนดีไซน์สุดหรู ควบคู่ดีกรีสปอร์ตเต็มขั้น ห้องโดยสารสุดหรูและดูเป็นสปอร์ต ตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ผิวด้าน ติดตั้งป้ายโลหะ ‘1 of 100’ บริเวณคอนโซลกลาง เพิ่มกราฟิก ‘Trofeo’ บนจอแสดงผลอเนกประสงค์ แสดงถึงความไม่ธรรมดา เบาะทรงสปอร์ตหุ้มหนังแท้ ‘Pieno Fiore’ มีให้เลือกทั้งสีดำ, แดง หรือน้ำตาลอ่อน เย็บตะเข็บด้วยเส้นด้ายสีตัดกัน พร้อมปักโลโก้ ‘Trofeo’ บริเวณหมอนรองศีรษะ ซึ่งหนังแท้ ‘Pieno Fiore’ มีคุณสมบัติโดดเด่น ต่างจากหนังทั่วไปที่ใช้ในรถยนต์ คือ ผิวที่นุ่มนวล และลวดลายธรรมชาติที่เกิดจากการสั่งสมนานนับปี พร้อมเพิ่มความสุนทรีย์ด้วยชุดเครื่องเสียงพรีเมียมเซอร์ราวด์ Bowers & Wilkins 17 ลำโพง 1,280 วัตต์ ++ ขับเร้าใจในโหมด ‘Corsa’ พร้อมระบบ Launch Control โหมดการขับ ‘Corsa’ พร้อมระบบ launch control ถูกติดตั้งเพิ่มเติมจาก 4 โหมดการขับเดิม คือ Normal, I.C.E., Sport และ Off-Road เพื่อการขับที่เร้าใจสุดๆ โดยโหมด Corsa จะเพิ่มการตอบสนองของคันเร่ง, เกียร์, ลดความสูงช่วงล่าง และปรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Q4 ให้เหมาะกับการทำความเร็วสูงสุด เมื่อผสานกับอัตราส่วนการกระจายน้ำหนักที่สมดุล 50:50 และจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของ เลอวานเต้ พร้อมช่วงล่างหน้าดับเบิลวิชโบน หลังมัลติ-ลิงค์ ที่ผ่านการปรับแต่งอย่างละเอียด ใช้ชุดเบรก Brembo (หน้า: คาลิเปอร์อะลูมิเนียม โมโนบล็อก 6 พ็อต จานเบรก 380 มม. เจาะรูระบายความร้อน, หลัง: คาลิเปอร์อะลูมิเนียม จานเบรก 330 มม. เจาะรูระบายความร้อน) จับคู่กับล้อแม็กฟอร์จ ‘Orione’ พ่นสีด้าน ขอบ 22 นิ้ว และยางคอนติเนนทอล Sport Contact 6 (หน้า 265/35/ZR22 หลัง 295/30/ZR22) ส่งผลให้ เลอวานเต้ โทรเฟโอ ลอนช์ เอดิชั่น มีแฮนด์ลิงค์คมกริบ ++ รับข้อเสนอสุดพิเศษ ที่งาน MGC-ASIA AUTO FEST 2020 มาเซราติ ประเทศไทย นำเสนอขีดสุดแห่งความเร้าใจ ผ่าน ‘เลอวานเต้ โทรเฟโอ ลอนช์ เอดิชั่น’ ผลิตจำกัด 100 คันทั่วโลก และมีเพียง 1 เดียวในไทย ไฮลักชัวรี่เอสยูวียอดนิยม จากค่ายตรีศูล สมรรถนะจัดจ้านสะใจกับพลังสูงถึง 590 แรงม้า มาพร้อมความหรูหราสะดวกสบายในระดับที่คุณต้องทึ่ง พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ เลอวานเต้ กริจิโอ แมท เอดิชั่น (Grigio Matte Edition) ภายในงาน ได้สิทธิ์รับประกันคุณภาพนาน 3 ปี, แพ็กเกจบำรุงรักษานาน (Premium Maintenance Program) นาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. หรือผ่อนชำระ 69,000/เดือน และ กิบลี่ (Ghibli) ดีเซล ได้สิทธิ์รับประกันคุณภาพนาน 7 ปี, แพ็กเกจบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 60,000 กม. หรือผ่อนชำระ 49,000/เดือน สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานเท่านั้น โอกาสดีๆ แบบนี้ทราบแล้วอย่ารอช้า แล้วมาพบกันที่งาน MGC-ASIA AUTO FEST 2020 ระหว่างวันที่ 18-28 มิถุนายน ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ราคารถ Maserati Levante Trofeo Launch Edition (1 เดียวในประเทศไทย) 20.49 ล้านบาท + PMP (Premium Maintenance Program) 500,000 บาท รวมเป็น 20.99 ล้านบาท ราคารถ Maserati Levante Trofeo 19.49 ล้านบาท + PMP (Premium Maintenance Program) 500,000 บาท รวมเป็น 19.99 ล้านบาท ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติต่อ มาเซราติ ประเทศไทย: www.maserati.com โทร. 02-663-2233 #LevanteTrofeoLaunchEdition #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • "Omakase Car"

    ในสภาวะที่เศรษฐกิจกำลังชะลอตัว ธุรกิจน้องใหม่ของค่ายตรีเพชรอย่าง “โอมาคาเสะคาร์” ซึ่งชูนโยบายจำหน่ายรถมือสองคุณภาพสูงผ่านช่องทางออนไลน์ เน้นจุดขายที่ความน่าเชื่อถือ เรียกกระแสความมั่นใจจากลูกค้าได้อย่างท่วมท้น ประกาศเดินหน้าขยายสาขาต่อเพื่อเพิ่มช่องทางให้ลูกค้าเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น กลุ่มตรีเพชร โดย คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “หลังจากเราได้ก้าวสู่ธุรกิจซื้อขายรถยนต์มือสองภายใต้ชื่อ “โอมาคาเสะ คาร์” เมื่อปลายปี 2562 ผ่านมาเพียงครึ่งปีถือว่าเราประสบความสำเร็จเบื้องต้นในระดับที่เราพอใจ แม้ในยุค COVID-19 จำนวนลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมเว็บไซต์ www.omakasecar.com ยังมีมาอย่างสม่ำเสมอประมาณ 5,000 รายต่อ เดือน รวมถึงลูกค้าที่โทรศัพท์เข้ามาสอบถามด้วย จึงยิ่งทำให้เรามั่นใจว่าเราได้ดำเนินธุรกิจมาถูกทาง เพราะการเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์นั้นใช้งานง่าย สะดวกรวดเร็วและตรงกับพฤติกรรมของลูกค้ายุคนี้ อย่างไรก็ดี เรายังคำนึงถึงพฤติกรรมผู้บริโภคเป็นหลัก เนื่องจากรถยนต์เป็นสินค้าที่มีมูลค่า หลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจในเบื้องต้นจากออนไลน์แล้ว ลูกค้าย่อมอยากเห็น รถจริงและทดลองขับก่อนที่จะตัดสินใจขั้นสุดท้าย เราจึงลงทุนขยายสาขานอกเหนือจากสาขาแห่งแรกในย่านรัตนาธิเบศร์เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง คือ สาขาในกรุงเทพฯที่ริมถนนเกษตร-นวมินทร์ ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา และ อีก 1 สาขาที่ อ. กลางดง จ. สระบุรี โดยจะพร้อมเปิดให้บริการประมาณปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้ กลุ่มตรีเพชรเชื่อมั่นว่า “โอมาคาเสะ คาร์” มีการบริการแบบคุ้มค่าครบวงจร ซึ่งความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร คือ เรานำเสนอรถยนต์มือสองเกรดพรีเมี่ยมเท่านั้น วิ่งน้อย เลขไมล์น้อย เลขไมล์แท้ มีประวัติการซ่อมบำรุงย้อนหลังที่สามารถตรวจสอบประวัติได้ ผ่านการตรวจสอบคุณภาพด้วยเครื่องมือทันสมัยโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ รับรองว่าลูกค้าจะได้รถที่ตรงใจและตรงสเปคกับการใช้งานที่ต้องการ ราคาคุ้มค่า รวมทั้งยังมีข้อเสนอสินเชื่อสุดพิเศษจากสถาบันการเงินชั้นนำต่าง ๆ และการรับประกันหลังการขาย 6 เดือน หรือ 10,000 กิโลเมตร (ตามเงื่อนไขการรับประกัน) โดยตั้งแต่กลางเดือนมกราคมปีนี้เป็นต้นมา “โอมาคาเสะ คาร์” ได้ทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าแล้วมากกว่าร้อยราย นอกจากนี้เรากำลังมุ่งมั่นที่จะพัฒนาระบบการซื้อขายรถยนต์ มือสองออนไลน์เพิ่มมากขึ้นให้ครบวงจรเพื่อรองรับผู้ซื้อและผู้ขายสำหรับการประมูลซื้อขายรถยนต์มือสองอีกด้วย”

  • New Honda CT125

    เปิดเทรนด์ใหม่ให้โลกของการขับขี่! เอ.พี. ฮอนด้า เปิดตัว New Honda CT125 กับคอนเซปต์ ได้เวลา... ออกนอกเส้นทาง วางจำหน่ายที่ประเทศไทยเป็นที่แรกของโลก เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย สร้างสรรค์เทรนด์การขับขี่รูปแบบใหม่ให้กับวงการ ฯ อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ล่าสุด New Honda CT125 (นิว ฮอนด้า ซีทีหนึ่งสองห้า) รถเลเชอร์ไบค์ (Leisure Bike)ดีไซน์เฉพาะตัว สานตำนานอันโด่งดังจากยุค 60s ของ Original CT Series ผสานเทคโนโลยียุคใหม่ พร้อมเครื่องยนต์ขนาด 125ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ติดตั้งการ์ดเครื่องยนต์ (Engine Guard) ที่แข็งแกร่ง มาพร้อม CARRIER แร็คหลังขนาดใหญ่ และท่อไอเสียพร้อมกรองอากาศแบบยกสูง เพื่อการลุยน้ำลึกและการผจญภัยแบบเทรล (TRAIL) มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกหน้าแบบ ABS และยางดูอัลเพอร์เพิส (Dual Purpose Tire) วางจำหน่ายที่เมืองไทยเป็นประเทศแรกของโลก ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป ด้วยราคาแนะนำเพียง 84,900 บาท สำหรับรุ่นมาตรฐาน ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มความพิเศษด้วยเวอร์ชั่นเสริมชุดแต่งจาก H2C แบรนด์อะไหล่แต่งรถจากฮอนด้า มีให้เลือก 2 สไตล์ ได้แก่ City Trail ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ราคาแนะนำ 95,900 บาท และ Country Trekking มีจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ราคาแนะนำ 108,900 บาท ที่ร้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ CUB House ทุกสาขาทั่วประเทศ มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “เทรนด์ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปสู่ยุคใหม่ รถในกลุ่มมูลค่าเพิ่มมีแนวโน้มที่เติบโตอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดใน 4 เดือนแรกของปี 2020 ก็ยังคงมีการเติบโตมากถึง 20% โดยหลัก ๆ แล้วการเติบโตนี้มาจากความนิยมในกลุ่มยังเจนที่เติบโตในยุคโซเชียลมีเดียและมีพฤติกรรมชอบความสนุกท้าทาย โดยเฉพาะในมุมของการท่องเที่ยวแบบเอาท์ดอร์ ลุยไปกับธรรมชาติ ไปยังสถานที่ ๆ ใหม่ ๆ น่าสนใจว่าในปี 2019 สินค้าในกลุ่มเอาท์ดอร์ไลฟ์สไตล์มีการเติบโตขึ้นถึง 30%” “ในขณะเดียวกัน การเป็นผู้นำตลาดรถจักรยนยนต์ไทยก็ไม่ได้ทำให้ฮอนด้าหยุดนิ่ง แต่เรายังคงมุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หลากหลายให้กับผู้ใช้ของเราผ่านการทำตลาดด้วยสินค้าในกลุ่มมูลค่าเพิ่ม ครั้งนี้ เราพร้อมนำเสนอรถรุ่นใหม่ New Honda CT125 วางตำแหน่งสินค้าเป็นรถขี่ง่ายสายลุย เจาะตลาดไลฟ์สไตล์แบบเอาท์ดอร์ ด้วยการถ่ายทอดการผจญภัยของ CT Series ซึ่งเป็นรถที่ได้ความนิยมในอเมริกา ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย มาตั้งแต่ปี 1960 จนกลายเป็นตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่ถึงปัจจุบัน และในวันนี้คนไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสกับรถรุ่นนี้เป็นประเทศแรกก่อนใครในโลก นี่คือรถที่นำเสน่ห์ของ CT มาผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของฮอนด้าในปัจจุบัน เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้คนไทยได้สัมผัสและสนุกกัน” New Honda CT125 รถจักรยานยนต์แนวใหม่สไตล์ Trail Hunter เป็นการนำเสนอเพื่อจุดประกายและสร้างแรงบันดาลใจด้วยคอนเซปต์ “Time to Trail ได้เวลาออกนอกเส้นทาง” ออกแบบทุกรายละเอียดให้สะท้อนเอกลักษณ์ของสุดยอดรถแห่งการผจญภัยระดับตำนานของ CT Series ตั้งแต่ปี 1960 ดีไซน์เพื่อไลฟ์สไตล์ Explore ที่แท้จริง ด้วยเอกลักษณ์การขับขี่แบบ SINGLE RIDING “ขับคนละคันมันส์กว่า” ให้ผู้ขับขี่ได้ลุยไปกับเพื่อน ๆ พร้อมด้วย CARRIER แร็คหลังขนาดใหญ่ (47.7 x 40.9 ซม.) รองรับทุกสัมภาระ ท่อไอเสียและกรองอากาศยกสูงสำหรับลุยน้ำลึก เพื่อการผจญภัยแบบ TRAIL ขนานแท้ โดดเด่นด้วยไฟส่องสว่างรอบคันเต็มระบบแบบ Full LED เรือนไมล์ LCD ทรงกลม พร้อมด้วยเทคโนโลยีมาตรวัดความเร็วแบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความคลาสสิกด้วยโลโก้ Honda CLASSIC WING สัญลักษณ์ที่มีเฉพาะในมอเตอร์ไซค์แนวไลฟ์สไตล์ของฮอนด้าเท่านั้น New Honda CT125 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์แบบ 4 จังหวะ ขนาด 125 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ให้แรงบิดสูง พร้อม ENGINE COVER COMP ช่วยลดเสียงเครื่องยนต์ ไม่รบกวนธรรมชาติ ยกชุดมากับการ์ดป้องกันเครื่องยนต์ที่แข็งแกร่ง ให้ความสนุกทุกเส้นทางการผจญภัย ถังน้ำมันขนาดใหญ่ 5.4 ลิตร เติมครั้งเดียววิ่งไปได้ไกลกว่า 360 กิโลเมตร New Honda CT125 ติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าที่ออกแบบให้สามารถดูดซับแรงกระแทกได้มากเป็นพิเศษ ด้วยระยะยุบมากกว่าปกติถึง 10 มม. พร้อมยางกันฝุ่นหุ้มโช้ก ลุยได้มากกว่า เข้าถึงได้ทุกพื้นที่ มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกหน้าแบบ ABS และยางแบบดูอัลเพอร์เพิส (Dual Purpose Tire) เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda CT125 ที่เมืองไทยเป็นประเทศแรกในโลก ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน 2563 เป็นต้นไป สำหรับรุ่นมาตรฐาน มีให้เลือก 2 เฉดสี ได้แก่ สีแดงโกลวิงเร้ด และสีน้ำตาลแมทเฟรซโก้บราวน์ ราคาแนะนำเพียง 84,900 บาท ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเพิ่มความพิเศษด้วยเวอร์ชั่นแต่งเต็มขั้น ด้วยชุดแต่ง H2C จากฮอนด้า มีให้เลือก 2 สไตล์ ได้แก่ City Trail สีแดงโกลวิงเร้ด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 100 คัน ราคาแนะนำ 95,900 บาท และ Country Trekking สีน้ำตาลแมทเฟรซโก้บราวน์ มีจำนวนจำกัดเพียง 50 คัน ราคาแนะนำ 108,900 บาท วางจำหน่ายเฉพาะที่ CUB House ร้านไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ทุกสาขาทั่วประเทศ พบกับข้อเสนอพิเศษเฉพาะช่วงเปิดตัว 1. ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 0.59% เท่านั้น สำหรับ New Honda CT125 ทุกรุ่น 2. พิเศษเมื่อซื้อรุ่นแต่ง City Trail และ Country Trekking ที่ร้าน CUB House ทุกสาขา รับทันทีหมวกกันน็อก Bell Helmet Custom 500 Series พร้อมด้วยประกันอุบัติเหตุฟรี 1 ปี (เมื่อซื้อตั้งแต่วันนี้ถึง 30 มิถุนายน 2563) ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda CT125 ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ เว็บไซต์ : www.aphonda.co.th, www.hondacubhouse.com เฟซบุ๊กแฟนเพจ : www.fb.com/hondamotorcyclethailand เฟซบุ๊กแฟนเพจ : www.fb.com/cubhousebyhonda ยูทูบ : www.youtube.com/hondamotorcycleTHA #HondaCT125 #CT125 #TimetoTrail #APHonda #Honda #HondaThailand #WhatStopsYou #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #CUBHouse

  • Bendix High Performance Coolant

    เบ็นดิกซ์ เปิดตัวผลิตภัณฑ์น้ำยาหล่อเย็นคุณภาพสูงตอบโจทย์คนรักรถ ด้วยคุณสมบัติในการปกป้องเครื่องยนต์ ลดความร้อน และป้องกันสนิม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ แนะนำผลิตภัณฑ์น้ำยาหล่อเย็นคุณภาพสูงเบ็นดิกซ์ Bendix High Performance Coolant ชนิดเข้มข้น 50% สำหรับคนรักรถ ผลิตโดยใช้เทคโนโลยี OAT (Organic Acid technology) ใช้หล่อเย็นสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายใน มีคุณสมบัติช่วยลดความร้อน ป้องกันการเกิดสนิมและตะกรันในระบบหล่อเย็น ลดการกัดกร่อน อีกทั้งยังช่วยป้องกันการอุดตันภายในหม้อน้ำและระบบท่อน้ำในเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวน้ำยามี 3 สีให้เลือกใช้ คือ สีฟ้า สีเขียว และ สีชมพู ซึ่งทั้งสามสีจะมีสารเรืองแสงฟลูออเรสเซ้นต์ทำให้สามารถสังเกตเห็นได้ง่ายหากเกิดการรั่วซึมของน้ำในระบบหล่อเย็นของเครื่องยนต์ Bendix High Performance Coolant สามารถป้องกันการเดือดและการแข็งตัวของน้ำในระบบหล่อเย็น ป้องกันความร้อนสูงเกินจนเครื่องฮีท (Overheat) เพิ่มองศาการเดือดของน้ำในระบบได้สูงขึ้นถึง +110 องศาเซลเซียส และป้องกันน้ำในระบบกลายเป็นน้ำแข็งได้ที่อุณหภูมิติดลบถึง -30 องศาเซลเซียส ในประเทศที่มีอุณหภูมิติดลบ อีกทั้งยังช่วยรักษาระบบหล่อเย็นให้สะอาด เพื่อประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ที่ดียิ่งขึ้น สามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ได้ เนื่องจากช่วยรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้คงที่ ทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถนอมเครื่องยนต์ สำหรับวิธีการใช้งานสามารถนำไปใช้เติมได้ทันที หลังจากถ่ายของเก่าทิ้ง โดยไม่ต้องผสมน้ำเพื่อการปกป้องและรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์ ข้อสำคัญไม่ควรเติมน้ำยาผสมมากกว่า 1:1 หากกรณีที่มีการผสมน้ำ ควรผสมด้วยน้ำบริสุทธิ์ อาทิ น้ำกลั่น (Distilled Water) หรือ น้ำ di (Deionized Water) เหมาะสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ที่ใช้น้ำยาหล่อเย็นแบบ Silicate Free Type-D และสามารถใช้ได้กับรถยนต์ที่ใช้น้ำยาหล่อเย็นแบบ OAT ตั้งแต่ปี 1995 เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจในผลิตภัณฑ์ของเบ็นดิกซ์ สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายเบ็นดิกซ์ กว่า 350 ร้านค้าทั่วประเทศ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.bendix.co.th หรือ www.facebook.com/bendixclub แผนกบริการลูกค้า โทร 02-717-0922

  • AMG Service Center

    เบนซ์สตาร์แฟลก รุกตลาดส่งท้ายไตรมาส 2 ส่งโปรเด็ดทั้งขายและซ่อม พร้อมขยายปีก เปิด AMG Service Center ปลายเดือนมิถุนายนนี้ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ รุกตลาดส่งท้ายไตรมาส 2 เดิน 3 กลยุทธ์ส่งโปรโมชั่นสุดร้อนแรง ผ่อน 0% นาน 6 ปี และยืนยันความพร้อมกับบริการหลังการขายที่ไม่เหมือนใคร “เบนซ์สตาร์แฟลกใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทนให้” แถมยังเตรียมเปิด AMG Service Center ปลายเดือนมิถุนายนนี้อีกด้วย นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ พร้อมศูนย์บริการครบวงจร กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เบนซ์สตาร์แฟลก มีความรู้สึกยินดีและภาคภูมิใจที่ได้บริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงลูกค้ายังให้การตอบรับทุกๆแคมเปญ และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า ช่วงไตรมาส 2 เผยกลยุทธ์เด็ด ส่งโปรโมชั่นสุดพิเศษ ด้วยข้อเสนอสุดร้อนแรง แก่ลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจใน เบนซ์สตาร์แฟลก ด้วยแคมเปญพิเศษ ลูกค้าที่ซื้อรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่สตาร์แฟลก รับดอกเบี้ย 0% นาน 6 ปี หรือ ผ่อนดาวน์ 0 % นานสูงสุด 10 เดือน สำหรับรถทุกรุ่นในโชว์รูม และสิทธิพิเศษอื่นๆอีกมากมาย" พร้อมกันนี้ เบนซ์สตาร์แฟลก ยังเพิ่มความสุขให้แก่ลูกค้าเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอเอ็มจี ที่นำรถเข้ามาใช้บริการในส่วนบริการหลังการขาย “เบนซ์สตาร์แฟลก ใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทน” เมื่อนำรถเข้ามาใช้บริการ ระหว่างซ่อม มีรถให้ใช้ฟรีทุกกรณี ไม่ว่าลูกค้าจะนำรถเข้าซ่อมสีและตัวถัง, เช็คระยะ, เปลี่ยนถ่ายนำมันเครื่อง, ซ่อมรถ, ยางแตก หรือแม้แต่ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จากที่ไหนก็สามารถ นำรถมาใช้บริการ ที่เบนซ์สตาร์แฟลก รับความพิเศษ “เบนซ์สตาร์แฟลก ใจดีทำอะไรก็มีรถทดแทน” มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อมฟรี สบายใจ ไม่ต้องกังวล ตั้งแต่วันนี้ 1-30 มิถุนายน นายชยุส กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า เบนซ์สตาร์แฟลก ยังไม่หยุดที่จะนำเสนอสิ่งดีๆ ให้แก่ลูกค้า โดยปลายเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมเปิดตัว AMG Service Center บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร พร้อมช่างเฉพาะทางของ AMG Certified เพราะด้วยปรัชญาสำคัญในการทำธุรกิจ การดูแลรักษารถยนต์ให้คงประสิทธิภาพอย่างดีที่สุด เป็นหัวใจสำคัญ เพราะรถสมรรถนะสูงอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ AMG ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวของรถยนต์และตัวเครื่องยนต์ ต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลอย่างพิถีพิถันจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ผ่านการรับรองมาโดยเฉพาะ สำหรับในส่วนของโชว์รูมที่มีมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท และศูนย์บริการหลังการขาย ไปจนถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เรามีการพัฒนาให้การบริการมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของศูนย์บริการมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 12,000 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบโดยทีมวิศวกรจากประเทศเยอรมัน ที่ดูแลเรื่องสถาปัตยกรรมต่างๆของแบรน์เมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลก พร้อมอุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัยสามารถรองรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ทุกรุ่น อาทิเช่น ลิฟท์ยกรถสำหรับรถ Mercerdes-AMG ซึ่งมีลักษณะพิเศษอยู่ที่ความสูงจากพื้นถึงแป้นยกที่มีเพียง 100 มิลลิเมตร ประกอบกับแขนลิฟท์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถลอดผ่านรถที่โหลดเตี้ยได้เพื่อยกรถขึ้นสำหรับปฏิบัติงานซ่อมบำรุง และในส่วนงานซ่อมสีและตัวถัง ก็จะมีเครื่องดึงและตัดต่อตัวถังสำหรับงานซ่อมหนักเป็นตัวแรกของศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย ที่สามารถวัดค่าความเสียหายจากอุบัติเหตุหนักด้วยระบบดิจิตอล เพื่อการซ่อมที่ละเอียดและแม่นยำซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา รวมถึงห้องอบสีระบบไฟฟ้าอินฟราเรดที่ให้กำลังความร้อนต่อพื้นที่สูงช่วยให้สีสามารถผ่านเข้าไปในเนื้อวัสดุได้ลึก ทำให้สีแห้งเร็วขึ้น จนถึงปัจจุบัน เบนซ์สตาร์แฟลก มีขีดความสามารถในการให้บริการรถยนต์ได้มากกว่า 100 คันต่อวัน เพื่อตอบสนองความเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการ ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ดีที่สุดในประเทศไทย นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้ที่หลากหลายคนรู้จักกันดีในวงการแข่งขันรถยนต์ นักธุรกิจชื่อดังในแวดวงยานยนต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่รักความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งคร่ำหวอด หลงใหลรวมถึงสนใจในเรื่องยานยนต์เป็นอย่างมาก ทั้งนี้จึงก่อกำเนิดเป็นบริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ขึ้นเมื่อปี 2556 พร้อมการตั้งเป้าหมายที่จะเป็นโชว์รูม และศูนย์บริการครบวงจรบนพื้นที่ขนาดใหญ่ ในระดับต้นๆ ของภาคพื้นเอเชีย ในการให้บริการด้วยมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส จากวันนั้นถึงวันนี้ เบนซ์สตาร์แฟลกประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามียอดขายเติบโตอย่างเห็นได้ชัดเจนในทุกปี และรักษาความเป็นอันดับ 1 ในด้านยอดขายถึง 5 ปีซ้อน ยังคงยืนยันที่จะสร้างสรรค์ การบริการ และความปลอดภัย ที่ห่วงใยลูกค้าในทุกด้าน โดยในภาวะปัจจุบันของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรน่า เบนซ์สตาร์แฟลกได้ทำความสะอาดฆ่าเชื้อในส่วนของโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งลูกค้ามั่นใจได้ถึงความมั่นใจในการตั้งใจดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเบนซ์สตาร์แฟลก ขอเชิญลูกค้าและผู้ที่สนใจทุกท่านทดลองขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งรถใหม่และรถผู้บริหาร ได้ที่โชว์รูม “เบนซ์สตาร์แฟลก” ถนนวิภาวดีรังสิต โดยเปิดบริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30-17.00 น. หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร. 02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการเดียวกัน หรือ Line: @benzstarflag, Facebook : Benz Star Flag, Instagram @BenzStarFlag *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

  • TMB

    บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต ให้ลูกค้าอุ่นใจทุกกรณี เมื่อซื้อประกันออนไลน์ TQM หรือ SILKSPAN รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท บัตรเครดิตทีเอ็มบี บัตรเครดิตธนชาต มอบสิทธิพิเศษให้ลูกค้าได้คุ้มครองภัย อุ่นใจทุกกรณี เมื่อซื้อประกันผ่านช่องทางขายออนไลน์บนเว็บไซต์ของ TQM และ SILKSPAN เมื่อชำระแบบเต็มจำนวน รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 3,000 บาท ยอดใช้จ่าย 5,000 บาทขึ้นไป/เซลล์สลิป รับเครดิตเงินคืน 50 บาท/สิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 2563 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ TMB Contact Center โทร. 1558 (สำหรับบัตรเครดิต TMB) หรือ โทร 1770 กด 0 กด 2 (สำหรับบัตรเครดิตธนชาต) * * * * * * #TMB #MakeREALChange

  • Free Pantry

    มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าขานรับแนวคิดตู้ปันสุข หนุนเครือข่ายร้านผู้จำหน่าย ฯ ทั่วประเทศจัดตู้ปันสุขที่หน้าร้าน คาดมีร้าน ฯ เข้าร่วมกว่า 500 จุดทั่วประเทศ ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ผนึกกำลังร่วมเป็นศูนย์กลางของการให้และการรับด้วยโครงการ “มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว” เพื่อร่วมแบ่งปันอาหารให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ดร. อารักษ์ พรประภา รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า “สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ใช้แรงงาน หรือผู้มีรายได้น้อยที่มีปัญหาขาดสภาพคล่องในการใช้จ่าย ฮอนด้าจึงมีแนวคิดที่จะให้ความช่วยเหลือ โดยนำจุดเด่นของเครือข่ายร้านผู้จำหน่าย ฯ ที่ฮอนด้ามีอยู่ทั่วประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เกิดเป็นโครงการ ‘มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว’ โดยร้านผู้จำหน่าย ฯ แต่ละร้านจะประดิษฐ์ตู้ปันสุข มาวางไว้ที่หน้าร้าน เพราะร้านเราอยู่ในพื้นที่ชุมชนอยู่แล้ว จึงมองเห็นได้ง่ายและเป็นประโยชน์ในการเข้าถึงของคนทั่วไป โดยภายในตู้จะมีอาหารแห้ง น้ำดื่ม รวมถึงเครื่องอุปโภคบริโภคอื่น ๆ เพื่อให้ผู้ยากไร้ หรือผู้ที่กำลังประสบปัญหาในการดำเนินชีวิตได้หยิบไปใช้ เป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง ในขณะเดียวกัน บุคคลทั่วไปที่ต้องการแบ่งปันอาหารก็สามารถมาบริจาคที่ตู้นี้ได้เช่นกัน” “โครงการ ‘มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว’ เป็นการต่อยอดจากแนวคิด Free Pantry ในต่างประเทศ และตู้ปันสุขของกลุ่มอิฐน้อยซึ่งเป็นกลุ่มจิตอาสากลุ่มแรกที่นำแนวคิด Free Pantry มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย โดยเราได้นำข้อดีของความเป็น Network ของร้าน Honda Wing Center มาใช้ให้เกิดประโยชน์” “เบื้องต้นคาดไว้ในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้น่าจะมีร้านผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมโครงการ ‘มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว’ วางตู้ปันสุขที่หน้าร้าน ฯ มากกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ”ท่านสามารถติดตามรายชื่อร้านผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมโครงการ “มอไซค์ฮอนด้า ปันน้ำใจ ใส่ตู้กับข้าว” ได้ที่ www.aphonda.co.th

  • TAXITHAI SAFETY COVID-19

    EA ANYWHERE นำแอปฯ หมอชนะ เข้าร่วมเสริมสวัสดิภาพความปลอดภัยให้เเก่ผู้ขับเเละผู้ใช้บริการรถเเท็กซี่ ในกิจกรรม ‘TAXITHAI SAFETY COVID-19’ ด้วยสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทางสำนักงานประสานภารกิจด้านความมั่นคง กองอำนวยการ กอ รมน. กองทัพเรือ ได้ตระหนักถึงสวัสดิภาพของผู้ขับและผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ จึงเกิดการร่วมมือกับสมาคมวิชาชีพผู้ขับรถยนต์สาธารณะแท็กซี่, สมาคมสมาพันธ์นักข่าว(ประเทศไทย), JusGo Application, Taxi Thai ฯลฯ ร่วมกันจัดกิจกรรม ‘TAXITHAI SAFETY COVID-19’ วัตถุประสงค์กิจกรรมเพื่อส่งเสริมสวัสดิภาพความปลอดภัยให้เเก่ผู้ขับเเละผู้ใช้บริการรถเเท็กซี่ ภายในงานมีกิจกรรมพ่นยาฆ่าเชื้อโรคเพื่อลดการเเพร่กระจายโควิด-19 เเละมอบสิ่งของที่จำเป็นในการประกอบวิชาชีพให้เเก่ผู้ขับรถเเท็กซี่ ณ สโมสรตำรวจ ถนนวิภาวดี เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยทางบริษัท พลังงานมหานคร จำกัด ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ภายใต้เครื่องหมายการค้า EA ANYWHEREนำโดย คุณธนพัชร์ สุขสุธรรมวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด ได้นำทีมบุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมฯ โดยได้นำเเอปพลิเคชั่น 'หมอชนะ' ที่ผ่านการคิดค้นและพัฒนาโดยภาคประชาชน ประกอบด้วยกลุ่มช่วยกัน, กลุ่ม Code for Public และกลุ่มผู้พัฒนาซอฟท์แวร์อิสระจำนวนมาก อีกทั้งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงสาธารณสุข ตลอดจนหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ช่วยให้เอาชนะฝ่าวิกฤตโควิด-19 เพื่อให้คนไทยสามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ภายใต้ข้อจำกัด มาให้คำแนะนำพร้อมทั้งชักชวนให้เกิดการดาวน์โหลดใช้งานในกลุ่มผู้ขับและผู้ใช้บริการรถแท็กซี่ เเละโอกาสเดียวกันนี้ ทางทีมงานฯ ยังได้มอบเเอลกอฮอล์สเปรย์ให้เเก่ผู้ขับรถเเท็กซี่ที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย 'หมอชนะ' จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการคัดกรอง ประเมินความเสี่ยงของบุคคลที่อยู่ในรัศมีเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ด้วยข้อมูลการแพทย์ที่เชื่อใจได้ และปกป้องความเป็นส่วนตัว ระบบจะมีข้อมูลการเดินทางและวิเคราะห์การพบปะหรือเข้าใกล้กับคนอื่นแบบ Real-Time ทำให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือ มีระบบเตือนความเสี่ยงไปยังผู้ใช้ มีการให้ข้อมูลด้านสาธารณสุขที่เชื่อถือได้ จึงเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ใช้ / ผู้ใกล้ชิดและปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งผู้ขับและผู้ใช้บริการแท็กซี่มีความอุ่นใจ พ้นเสี่ยงภัยโควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

  • Cycling in the house, taking the situation of Covid

    “กันตพัฒน์” ชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ตปั่นจักรยานในบ้านรับสถานการณ์โควิด ดาวรุ่งนักบิดชาวไทย “พีไนซ์” กันตพัฒน์ แยบการไถ สังกัดทีมแข่ง เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ อัดคลิปวีดีโอสอนเทคนิคการปั่นจักรยานบนเทรนเนอร์ เสนอเป็นตัวช่วยให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยใช้ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ในช่วงเก็บตัวอยู่บ้านเว้นระยะห่างทางสังคมรับมือสถานการณ์โควิด-19 นักบิดน้องใหม่ไฟแรงจากโครงการ เรซ ทู เดอะ ดรีม ของ เอ.พี. ฮอนด้า เผยว่า ระหว่างอยู่ที่บ้านทุกคนก็สามารถออกกำลังกายได้หลายวิธี ส่วนวิธีที่ตนเองเลือกใช้และอยากแนะนำก็คือ การปั่นจักรยานบนเทรนเนอร์ ซึ่งนักแข่งรถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่เลือกใช้ เพราะจะช่วยฝึกฝนในเรื่องการทรงตัว เพิ่มความทนทานให้กับกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังให้ความสนุกสนานขณะออกกำลังกายอีกด้วย “ก่อนเริ่มก็ต้องมีการวอร์มอัพร่างกายเพื่อให้พร้อมกับการปั่นด้วยนะครับ ส่วนอุปกรณ์เทรนเนอร์ที่ผมใช้อัดคลิปครั้งนี้ จะเป็นแบบ 3 ลูกกลิ้ง ถ้าคนที่ไม่คุ้นเคย ช่วงแรกอาจจะยากหน่อย แต่พอล้อหมุนแล้วการขี่บนเทรนเนอร์ก็ให้ความรู้สึกเหมือนขี่บนถนนจริงๆ รับรองทั้งสนุกและไม่น่าเบื่อแน่นอนครับ” “ผมเชื่อว่าถ้าเรารักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง จะสามารถใช้เป็นภูมิคุ้มกันตัวเองจากเชื้อไวรัสต่างๆ ได้ อย่าลืมนะครับ แม้ในสถานการณ์แบบนี้ ถึงจะอยู่บ้านแต่ก็อยากให้ออกกำลังกายกันด้วย เราจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันครับ” นักบิดดาวรุ่งเจ้าของหมายเลข 149 ในศึกเอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ รุ่น AP250 กล่าว. แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย สามารถติดตามข่าวสารทีมแข่ง เอ.พี. ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม fb.com/aphondaracingth #KY149 #APHondaRacingThailand #RacetotheDream #COVID19

  • Honda Rebel

    เปิดตำนาน Honda Rebel รถ Custom Bobber ที่ครองใจคนทั่วโลก หากนึกถึงรถจักรยานยนต์สไตล์ครุยเซอร์ที่เรียกได้ว่าเป็นตำนานของโลก คงจะมีไม่กี่รุ่นที่เป็นที่ยอมรับจากเหล่าไบค์เกอร์อย่างแท้จริง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Honda Rebel ที่ยังโลดแล่นและครองใจนักบิดมาหลายเจเนอเรชั่นจนถึงปัจจุบัน จุดเริ่มต้นของตำนานรถ Custom Bobber แห่งแดนอาทิตย์อุทัย เกิดขึ้นครั้งแรกในปี 1985 เมื่อฮอนด้าเปิดตัว Rebel หรือ CMX250 สู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกของโลก พร้อมกับเสียงตอบรับที่ดีจากคนรุ่นใหม่ที่อยากเป็นเจ้าของมอเตอร์ไซค์เท่ ๆ สักคัน ด้วยดีไซน์ที่สวยงาม ราคาไม่แรง และขี่ง่าย Honda Rebel รุ่นแรกยังได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชนโดยเฉพาะนิตยสารสองล้อชั้นนำอย่าง Motorcyclist ยกย่องให้เป็นมอเตอร์ไซค์ที่สมบูรณ์แบบรุ่นหนึ่งที่มีอยู่ในตลาด ณ ขณะนั้นเลยทีเดียว ด้วยความตั้งใจของฮอนด้า ที่ต้องการขยายตลาดสู่กลุ่มนักบิดรุ่นใหม่ผู้ชื่นชอบสไตล์การขับขี่แนวคลาสสิก Honda Rebel จึงเป็นรถที่มีราคาจับต้องได้ ประกอบกับรูปร่างหน้าตามีความโดดเด่น ท่วงท่าการขับขี่เป็นธรรมชาติ ให้ความสะดวกสบายและคล่องตัว ส่งผลให้ Honda Rebel กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักบิดในยุค 80s ในยุคแรกนั้น Honda Rebel ภายใต้รหัส CMX250 ใช้เครื่องยนต์พิกัด 250 ซีซี ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลแต่ทรงพลังแม้แต่มือใหม่ก็ขี่ได้ไม่ยาก ช่วงระหว่างปี 1985-1996 Honda Rebel จึงกลายเป็นครุยเซอร์หนึ่งเดียวจากญี่ปุ่น ที่สามารถยืนหยัดต่อกรกับเหล่าตัวเลือกรถครุยเซอร์สัญชาติอเมริกันได้อย่างสนุก อีกทั้งยังกลายเป็นรถที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัด เพราะน้ำมันหนึ่งถังสามารถวิ่งได้ไกลถึง 310 กิโลเมตร แบบสบายๆ โดยไม่ต้องแวะเติม สิ่งสำคัญที่สุดอีกด้านหนึ่งที่ทำให้ Honda Rebel ได้รับความนิยมมากก็คือ นี่คือรถครุยเซอร์ที่นำมาดัดแปลงในสไตล์ Bobber ได้อย่างสวยงามและหลากหลายมาก มีค่ายแต่งจำนวนมากที่ผลิตชุดแต่งออกมาให้เจ้าของรถได้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว กว่า 3 ทศวรรษต่อมา ฮอนด้าได้เปิดตัว Rebel ออกมาอีกหลายรุ่นโดยเน้นไปที่เครื่องยนต์พิกัด 250 ซีซี ก่อนจะเข้าสู่ยุคโมเดิร์นของ Rebel ในปี 2017 ที่ตัวรถถูกออกแบบให้ดูร่วมสมัยมากขึ้นในสไตล์ Custom Bobber เน้นทำตลาดในพิกัด 300 และ 500 ซีซี วางจำหน่ายทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยในรูปแบบโกลบอลโมเดล ล่าสุด ในปี 2020 นี้ Honda Rebel ยังคงได้รับการพัฒนาให้เป็นที่สุดของ Custom Bobber ยุคใหม่ ด้วยการผสานเอกลักษณ์ความเท่สุดคลาสสิกและเทคโนโลยีอันทันสมัยรอบคัน ภายใต้แนวคิด “Express Yourself เท่ให้ถึงแก่น” โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ชุดไฟ LED ทั้งคัน และติดตั้งระบบแอซซิสท์/สลิปเปอร์คลัชท์ (Assist/Slipper Clutch) เพื่อให้การขับขี่มีความนุ่มนวลที่สุด ด้านขุมพลังของ New Honda Rebel เวอร์ชันล่าสุดนี้ ยังคงมีให้เลือก 2 ขนาดเช่นเคย ได้แก่เครื่องยนต์ขนาด 500 ซีซี สองสูบ เพื่อคนที่ชอบขับขี่ท่องเที่ยวทางไกล และเครื่องยนต์ขนาด 300 ซีซี สูบเดียว ที่เน้นไปที่การขับขี่ในเมือง และใช้ระบบเบรก ABS ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกหน้า-หลัง เอ.พี. ฮอนด้า วางจำหน่าย New Honda Rebel Series ผ่านสองช่องทาง โดย Rebel 500 มีวางจำหน่ายที่ศูนย์ Honda BigWing ด้วยราคาแนะนำที่ 222,780 บาท และ Rebel 300 วางจำหน่ายที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ด้วยราคาแนะนำที่ 146,830 บาท ผู้ที่สนใจรถระดับตำนานรุ่นนี้ สามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.hondabigbike.com และ www.aphonda.co.th #Honda #Rebel #RebelHistory

  • Thailand International Motor Expo

    "IMC สื่อสากล" ร่วมสู้วิกฤต มอบนิตยสารให้ผู้ป่วย “COVID-19” ชไมพร ปภัสร์พงษ์ และสุกานดา ปภัสร์พงษ์ ทีมผู้บริหาร บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ Thailand International Motor Expo และผู้ผลิตนิตยสาร “ฟอร์มูลา” 4 WHEELS และโลกรถยนต์ เผยว่า บริษัทฯ ตระหนักดีถึงความรู้สึกทุกข์กังวลของผู้ป่วย COVID-19 จึงอยากเป็นกำลังใจ ด้วยการมอบนิตยสารในเครือฯ แก่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ให้ผู้ป่วยได้อ่านเพื่อคลายความเครียด พร้อมรับสาระบันเทิง ด้านยานยนต์ ระหว่างพักรักษาตัวในโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ผู้ต้องการร่วมเป็นกำลังใจให้ผู้ป่วย COVID-19 สามารถส่งหนังสือ หรือนิตยสาร ทางไปรษณีย์ไปที่ ห้องสมุดสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ชั้น 2 อาคารศูนย์การเรียนรู้และวิจัยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ 111 หมู่ 14 ถนนเลียบคลองส่งน้ำสุวรรณภูมิ ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี สมุทรปราการ 10540 สอบถามรายละเอียดได้ที่ 0-2839-5080

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page