


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1424 results found with an empty search
- ne Day Trip with Grand Filano Hybrid
ยามาฮ่าจัดกิจกรรมทัวริ่ง One Day Trip with Grand Filano Hybrid ขี่เที่ยวสุดชิลล์ชมความงดงามสุดแกรนด์ของเมืองกรุง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด นำโดยนางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุ โส ฝ่ายการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และตรา สินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง จัดกิจ กรรมการขับขี่สุดเอ็กซ์คลูซีพ "City Grand Tour! YAMAHA Grand Filano Hybrid" ด้วยการพากลุ่มลูกค้า YAMAHA Grand Filano Hybrid ที่โชคดีเข้าร่วมทริป โดยรวมพลเริ่มสตาร์ทการเดินทางชมความงามของเมืองกรุงเทพฯ กันที่ มิวเซียมสยาม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติที่รวบรวมประวัติศาสตร์และความเป็นมาของประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจุบัน ก่อนเคลื่อนขบวนสู่เสาชิงช้าที่เป็นสถาปัตยกรรมทางประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญอย่างหนึ่งของ กรุงเทพฯ ต่อด้วยการขับขี่ชมความงดงามของพระบรมรูปทรงม้า สถาปัตยกรรมโลหะทองบรอนซ์ ที่ถูกสร้างขึ้นจากฝีมือของศิลปินชาวฝรั่งเศส ในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนเคลื่อนขบวนไปชมความสวยงามของภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร จากนั้นลัดเลาะเข้า ใจกลางเมืองเพื่อชมความยิ่งใหญ่ของสถาปัตย กรรมสมัยใหม่กันที่ตึกมหานคร ตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทยที่ถูกออกแบบเป็น “พิกเซล” ที่โดดเด่นสะดุดตา ปิดท้ายทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการดินเดอร์มีทติ้งกันที่ โรงแรมอำแดง ที่มีเอก ลักษณ์ในการออกแบบแบบร่วมสมัยระหว่างศิลปะสมัยเก่าและสมัยใหม่ สำหรับทริปสุดเอ็กซ์คลูซีพ City Grand Tour! One Day Trip with Grand Filano Hybrid นั้น สร้างความประทับใจในการเดินทางชมความงามและความยิ่งใหญ่ตามสถานที่ต่างๆ ของกรุงเทพมหานคร ด้วย YAMAHA Grand Filano Hybrid ที่ขับขี่ได้อย่างคล่องตัวด้วยเครื่องยนต์บลูคอร์ ขนาด 125 ซีซี ประหยัดน้ำมันด้วยเทคโนโลยีไฮบริดเจ้าแรกของประ เทศไทย และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยการเผาไหม้ที่หมดจดอีกด้วย สามารถติดตามกิจกรรมดีๆ ในครั้งต่อไปได้ที่ Facebook : Yamaha Society Thailand และ Automatic Society #Yamaha #YamahaSocietyThailand #AutomaticSociety #GrandFilanoHybrid #ไฮบริดรุ่นแรกของประเทศไทย #ExclusiveTrip #itautomatic #ออโตเมติกต้องยามาฮ่า #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- “Lady Golf and Premium Golf”
ททท.กระตุ้นตลาดกอล์ฟภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดกิจกรรมออกรอบนัดพิเศษ “Lady Golf and Premium Golf” ณ สนามกอล์ฟเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดกิจกรรมสุด Exclu sive กระตุ้นการท่องเที่ยวกีฬากอล์ฟในกิจกรร ม “Lady Golf Isan New Normal ปี 3 และ Premium Golf เก๋ายกก๊วน ปี 2” ในวันที่ 29 - 30 สิงหาคม 2563 ณ สนามกอล์ฟแรนโชว์ ชาญวีย์ เขาใหญ่ และ สนามกอล์ฟมายโอโซน เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา ภายใต้โครงการ “คิดถึงก๊วน...ชวนตีกอล์ฟ” ในแคมเปญ“คิดถึง”ของ ททท.เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวในไตรมาส 4 โดยกิจ กรรมดังกล่าวเป็น Special Event จากการจัดโปรโมชั่นพิเศษ “แจกฟรีคูปอง Green Fee ในวันธรรมดา” จำนวน 2,000 สิทธิ์ ตลอดเดือนกรกฎาคม - กันยายน 2563 ณ สนามกอล์ฟกว่า 40 แห่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับความสนใจและเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากบรรดานักกอล์ฟทั่วประเทศและผู้ประกอบการสนามกอล์ฟภาคตะวันออกเฉียงเหนือ นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าว ททท. ได้จัดขึ้นเพื่อสร้างกระแสการเดินทางท่องเที่ยวและสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางแก่นักท่องเที่ยวกลุ่มกอล์ฟ เนื่องจากกีฬากอล์ฟเป็นประเภทกิจการที่อนุญาตให้มีการจัดกิจกรรมได้ภายใต้มาตรฐานความปลอด ภัยด้านสุขอนามัย หรือมาตรฐาน SHA (Ama zing Thailand Safety & Health Adminis tration) ประกอบกับเป็นมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบค่อนข้างสูง มีการกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและผู้ให้บริการหลายภาคส่วน รวมทั้งผู้ประกอบการมีความพร้อมในการให้บริการภายใต้มาตรการที่รัฐกำหนด โดย ททท.กำหนดจัดกิจกรรมสุด Exclusive เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวกีฬากอล์ฟกับกิจกรรม “Lady Golf Isan New Normal ปี 3 และ Premium Golf เก๋ายกก๊วน ปี 2” ในวันที่ 29-30 สิงหาคม 2563 ณ สนามกอล์ฟแรนโชว์ ชาญวีย์ เขาใหญ่ และ สนามกอล์ฟมายโอโซน เขาใหญ่ ซึ่งเป็นกิจ กรรมที่ ททท. จัดอย่างต่อเนื่อง และได้รับการตอบรับที่ดีเสมอมา สำหรับไฮไลท์กิจกรรมภาย ในงาน อาทิ กิจกรรม Meet & Greet กระทบไหล่“โปรมีน มนัสชยา ซีมากร” โปรกอล์ฟสาวชื่อดังดีกรีทีมชาติไทยซีเกมส์ 2017,“น้องแพรว ภัทราพร ศรีภัทรประสิทธิ์” นักกอล์ฟสาวดีกรี Miss Tourism World Thailand 2020 , กิจกรรมออนไลน์ “ นางฟ้าก้านเหล็ก ”และ กิจ กรรมเล่นไปตีไป เก๋ายกก๊วนชวนตี...กอล์ฟที่อีสาน เป็นต้น โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรม Lady Golf เป็นผู้โชคดีจากการเข้าร่วมกิจกรรมโปรโมชั่น“แจกฟรีคูปอง Green Fee ในวันธรรมดา ” ในแคมเปญ Lady Golf ประจำเดือนสิงหาคม 2563 ในส่วนของ Premium Golf มีนักกอล์ฟจากสมาคมกีฬากอล์ฟประจวบคีรีขันธ์-เพชรบุรี และนักกอล์ฟจากกรุงเทพมหานครเข้าร่วม นอกจากนี้ยังมี Celebrity, Influencer และสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรมรวมไม่น้อยกว่า 200 คน ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ททท. กล่าวเพิ่มเติมว่า ททท. พยายามสนับ สนุนและผลักดันให้เกิดกระแสการเดินทางและสร้างความเชื่อมั่นแก่กลุ่มนักกอล์ฟ ถือเป็นการนำร่องกิจกรรมการท่องเที่ยวต่าง ๆที่จะตามมา ซึ่งได้รับความร่วมมือที่ดีจากพันธมิตรผู้ประกอ บการ สนามกอล์ฟจากทุกจังหวัดในภาคอีสาน ก่อให้เกิดการกระตุ้นการเดินทาง และการใช้จ่ายอย่างทั่วถึง เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ กระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมๆกับการสร้างสรรค์และยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการกีฬากอล์ฟตามแนวทางมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA) ทั้งนี้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดรูปแบบ “การท่องเที่ยวอีสานวิถีใหม่สไตล์ New Nor mal” ที่จะเป็นการปรับตัวและปรับเปลี่ยนการท่องเที่ยวรูปโฉมใหม่ อันจะเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวในภาคอีสานให้มีความสะดวกสบาย สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง โดยโครงการ “คิดถึงก๊วน...ชวนตีกอล์ฟ” เป็นโครงการตามแนวคิด “5 คิดถึง” ของ ททท. ที่ต้องการกระตุ้นการเดินทางในประเทศกระตุ้นคนไทยเที่ยวเมืองไทย สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว โดย ททท.ภาคอีสาน ได้จัดแคมเปญของแต่ละเดือนเพื่อดึงดูดความสนใจของนักกอล์ฟ ได้แก่ เดือนกรกฎาคม จัดแคมเปญ Green and Clean เดือนสิงหาคมจัดแคมเปญ Lady Golf เดือนกันยายนจัดแคมเปญ Pre mium Golf เก๋ายกก๊วน...... *สามารถติดตามดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : www.gpssentangfocus.com.......... #LadyGolf #Greenand #PremiumGolf #เก๋ายกก๊วนปี2 #คิดถึง #คิดถึงก๊วนชวนตีกลอฟ์ #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com
- AQUA ILLUMINATION
ททท. หนุนการจัดแสดงปลาสวยงามประกอบแสงไฟกระตุ้นท่องเที่ยว “คิด..แล้วไปให้ถึงราชบุรี” การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) หนุนงาน AQUA ILLUMINATION การแสดงปลาสวยงามประกอบแสงสีเสียงด้วยเทคโนโลยีคุณภาพระดับสากลภายใต้คอนเซป “คิด..แล้ว ไปให้ถึง”หวังกระตุ้นท่องเที่ยวเมืองรองจังหวัดราชบุรี นางสาวสรียา บุญมาก ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานราชบุรี กล่าวว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับจังหวัดราชบุรี เทศบาลเมืองบ้านโป่ง และภาคเอกชน จัดงาน AQUA ILLUMINATION ขึ้นระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2563 (10 วัน) ณ ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่ง (ชั้น 2) อ. บ้านโป่ง จ. ราชบุรี เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของจังหวัดราชบุรีภายหลัง สถาน การณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ Covid-19 และส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วง Green Season ซึ่งเป็นการเดินทางท่องเที่ยวระยะใกล้ภายใต้คอนเซป “คิด..แล้วไปให้ถึง” ไปให้ถึงจังหวัดราชบุรี โดยได้นำศักยภาพของบ้านโป่งที่มีพื้น ที่เพาะเลี้ยงปลาสวยงามมากที่สุดในประเทศ ไทย และเป็นศูนย์กลางจำหน่ายปลาสวยงามพื้นที่ใหญ่สุดในเอเชียมาต่อยอดขยายผลเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวในลักษณะ Art Aquarium การแสดงปลาสวยงามภายใต้ตู้ปลาขนาดยักษ์และ ขนาดเล็กใหญ่รูปทรงแปลกตา สาดส่องด้วยแสงไฟหลากสีอย่างอลังการ เป็นการผสมผสานกันระหว่างศิลปะ- ออกแบบ- ความบันเทิง - อะควาเรียม ที่ให้ความรู้สึกชวนพิศวงแต่สวย งาม พร้อมดนตรีบรรเลงเคล้าคลอทำให้ได้สัมผัสความงามในหลากหลายมิติ ออกแบบบรรยากาศงานโดยศิลปินนักออกแบบจัดดอก ไม้ชั้นนำของเอเชีย สกุล อินทกุล ซึ่งมีชื่อเสียงในการเสนอแนวคิดเชิงปรัชญาตะวันออกผ่านศิลปะการจัดวางดอกไม้(Flower Installation) ที่เน้นผิวสัมผัสและองค์ประกอบที่งดงาม ดูน่าตื่นตาตื่นใจเช่นเดียวกับงานประติมากรรม และใช้นวัตกรรมมัลติมีเดียโชว์แสงสีคุณภาพระดับสากลโดยทีมที่ปรึกษาจากประเทศรัสเซีย ภายในหอประชุมธรรมดา ๆ ถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่โล่งกว้างและมืดสนิท จัดตกแต่งตู้ปลาอะคริลิกน้อยใหญ่ แบ่งเป็น 3 โซนหลัก คือ * โซน 1 ชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ เป็นตู้ปลาสั่งทำจากต่างประเทศ สูง 2.4 เมตร ตกแต่งด้วย Art Work จากภาพประติมากรรมเส้นสินเทา แบ่งชนชั้นมนุษย์และสวรรค์ ต้นแบบจากภาพฝาผนังของวัดคงคาราม จังหวัดราชบุรี * โซน 2 ป่าไผ่ แรงบันดาลใจจากป่าไผ่ Aras hiyama ประเทศญี่ปุ่นที่มีความอุดมสมบูรณ์เหมือนจังหวัดราชบุรี ติดตั้งตู้ปลาทรงกระบอก ขึ้นรูปและซ่อนให้กลมกลืนไปกับลำต้นไผ่ * โซน 3 ตู้ปลาแท่งนำเข้าจากต่างประเทศ เป็นมิติการมองแบบต่าง ๆ เช่น ตู้ปลาสี่เหลี่ยมทรงตั้ง ตู้ปลา 3 เหลี่ยม 4 เหลี่ยม 5 เหลี่ยม 6 เหลี่ยม 8 เหลี่ยม ตู้ปลาผนังลายผ้าขาวม้าราชบุรี อุโมงค์ตู้ปลาที่มีแนวคิดจากถ้ำหินงอกหินย้อยเสมือนเดินอยู่ในถ้ำที่มีปลาว่ายน้ำอยู่ด้านบน ตู้ปลาโดมไม้ไผ่ โหลปลากัดยักษ์ ความสูง 3.2 เมตร เซ็นเตอร์พีช เป็นตู้ปลาดอกบัวบานไทย รัศมี 8 เมตร ล้อมด้วยเบญจรงค์จากจังหวัดสมุทร สงคราม นอกจากนั้น บริเวณระเบียงข้างห้องแสดงปลายังมีการออกร้านของชุมชนท่องเที่ยวในเขตอำเภอบ้านโป่ง เช่น มอญนครชุมน์ จีนแคะบ้านห้วยกระบอก ไท-ยวนบ้านหนองปลาหมอ งานฝีมืองานศิลปะของกลุ่มศิลปินเมืองบ้านโป่ง เป็นต้น และในส่วนของเทศบาลเมืองบ้านโป่งจัดให้มีการจำหน่ายสินค้าของดีของฝากที่ชั้นล่างและบริเวณลานเอนกประสงค์ริมแม่น้ำแม่กลองอีกด้วย นางสาวสรียา บุญมาก ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับนักท่องเที่ยวและผู้ที่มีความสนใจจะซื้อปลาหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเลี้ยงปลาและสัตว์เลี้ยงอื่น ๆ แนะนำให้ไปเที่ยวชมที่ตลาดกลางปลาสวยงามและสัตว์เลี้ยง Fish Village ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่จัดงาน และงาน AQUA ILLUMINATION (อะควา อิลูมิเนชั่น) ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม ถึง 6 กันยายน 2563 เปิดให้เข้าชมตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. สำหรับวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ ขยายเวลาให้เข้าชมได้จนถึง 22.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จัดงาน เบอร์โทรศัพท์ 09 2283 1792 หรือ ททท. สำนักงานราชบุรี โทรศัพท์ 032 919176-8 แฟนเพจ ททท.สำนักงานราชบุรี..... #ปลาสวยงามราชบุรี #คิดแล้วไปให้ถึง #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com
- “Toyota Gazoo Racing Motorsport 2020”
“Toyota Gazoo Racing Motorsport 2020” สนามแรก ประเดิมจังหวัดภูเก็ต นาย ณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย นาย มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัด การใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และนายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศ ไทย จำกัด ร่วมเปิดกิจกรรม Toyota Gazoo Racing Motorsport 2020 สนามที่ 1จังหวัดภูเก็ต ซึ่งปีนี้ Toyota Gazoo Racing Motorsport 2020 ถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Spirit to push the limits” หรือ “ความกล้าที่จะข้ามขีดจำกัด” คือ ความกล้าที่จะเปิดทุกโสตประสาทสัมผัส ปลุกความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด แห่งความท้าทายของผู้เข้าชมทุกท่าน ไปกับสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยมของรถโตโยต้าอย่างใกล้ชิดกับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่รุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับ ช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด และรุ่น โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ ที่ถือเป็นครั้งแรกของการนำรถตระกูล GR Sport เข้าทำการแข่ง ขันวันเมคเรซกับเครื่องยนต์ 1,800 ซีซี ที่ผสานกันอย่างลงตัวระหว่างเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง และระบบเบรค ส่งผลให้การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ท้ายสุดกับรุ่น วีออส วันเมคเรซ และรุ่นวีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ กับเครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียวสำหรับนักแข่งมือใหม่ นอกจากนี้เพื่อให้สอดรับกับมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ กระ จายเชื้อไวรัสโควิด-19 กับมาตรการคัดกรองที่เข้มงวด โดยเริ่มตั้งแต่การกั้นแนวรั้วล้อมพื้นที่จัดงานเพื่อคัดกรองผู้เข้าร่วมกิจกรรมในทุกเส้นทางเข้า – ออก พร้อมลงทะเบียนผ่านแอปพลิ เคชัน “ไทยชนะ” ผู้เข้าร่วมงานทุกคนต้องได้รับการตรวจวัดอุณหภูมิ และ สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา นอกจากนี้ยังจัดให้มีการทำความสะอาดบริเวณจุดต่างๆ เพื่อป้องกันและเฝ้าระวังในด้านความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมงานทุกคน และ จำกัดจำนวนคนในพื้นที่กิจกรรมไม่เกิน 3,000 คน พบกับการแข่งขันรายการ “Toyota Gazoo Racing Morotsport 2020” สนามต่อไปตามทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ดังนี้ ..... ● สนามพิเศษ Executive Race วันที่ 17 – 19 กันยายน จังหวัดบุรีรัมย์ ● สนามที่ 2 และ 3 วันที่ 24 – 25 ตุลาคม จังหวัดบุรีรัมย์ ● สนามที่ 4 วันที่ 27 – 29 พฤจิกายน จังหวัดชลบุรี ● สนามที่ 5 วันที่19 – 20 ธันวาคม จังหวัดเชียงใหม่ #ToyotaGazooRacingMorotsport2020 #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #ภูเก็ต #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Toyota Hilux Revo Rocco
โตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ดุดัน โดดเด่น หรู หรา ขับสบาย....กระบะที่ไม่ใช่กระบะ !!!! โตโยต้าไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ รุ่นปรับพิเศษที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ มีดีไซน์ที่โดดเด่น ชุดตกแต่งดุดัน แต่สะดวกสบายรวมถึงมีเทคโนโลยีความปลอด ภัยระดับสูง แม้ว่าจะเป็นรถกระบะแต่มีความเป็นสปอร์ต อย่างมีระดับกับภายในห้องโดยสารรวม ถึงพละกำลังที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ หากย้อนไปดูโมเดลก่อนหน้าจะเห็นว่าภายนอกเหมือนการนำ รีโว่ ตัวปกติมาเสริมเติมชุดแต่งให้ดูดุดัน แต่พอมาเป็นรุ่นโมเดลปี 2020 ด้านหน้ามีความโดดเด่นกว่ารุ่นปกติที่ดูชัดเจน ด้วยกระจังหน้าทรงใหม่ ชุดแต่งรอบคันตั้งแต่กันชนหน้า ไฟหน้าเป็นโคมโปรเจคเตอร์ Bi-LED มีไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED เป็นแถบเล็กอยู่ในโคมเดียวกัน และยังมีไฟตัดหมอก LED กับโคมไฟท้าย LED ทรงล่าสุด ไฮลักซ์ รีโว่ ร็อคโค่ ได้มีการออกแบบภายนอกใหม่ ไฟหน้า BI – Beam LED รูปทรงใหม่ส่องสว่างกว้างและไกลขึ้น ทั้งไฟ สูง/ต่ำ ส่งผลให้ทัศนวิสัยยามค่ำคืนดี กันชนหน้าและกระจังหน้าออกแบบพิเศษ เพิ่มความดุดันและโดดเด่น ชุดแต่งรอบคัน อาทิ ขอบคิ้วสีดำมีแถบโคมเมียมแปะอยู่เหนือซุ้มล้อ โรลบาร์เหนือกระบะท้ายสีดำ และกันชนท้ายทรงแข็งแรงที่ใส่เซ็นเซอร์ถอยหลังมา 4 จุด ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 18 นิ้ว ใส่ยาง All-terrain ขอบขาวไซส์ 265/60 R18 เสริมระบบช่วยผ่อนแรงเปิดปิดกระบะท้ายมาอีกด้วย ห้องโดยสาร คอนโซลหน้าตกแต่งทูโทน ติดตั้งจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ใหม่ ที่ แสดงข้อมูลครบถ้วน คมชัด เครื่องเสียงรองรับทุกความบันเทิง สามารถเชื่อมต่อ Apple Car Play พร้อมฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน กุญแจรีโมทใหม่ดีไซน์พิเศษเฉพาะ รีโว่ร็อคโค่ ติดตั้งระบบ Push Start มาให้ เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและหนังสังเคราะห์ ควบคุมด้วยระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง นอกจากนี้ยังมีช่องต่อไฟฟ้ากระแสสลับ AC220vเพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง กระจกไฟ ฟ้าปรับขึ้น/ลง อัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติควบคู่ช่องแอร์ด้านหลังกับเบาะนั่งแถว 2 สำหรับรุ่นดับเบิลแค็บที่มีพนักวางแขนพร้อมช่องวางแก้วน้ำ ขณะเดียว กัน เพื่ออำนวยความสะดวกมีการติดตั้งมือจับโหนขึ้นรถบริเวณเสา B-pillar ทั้งสองฝั่งมาตรวัดยังคงให้เข็มวัดความเร็วกับรอบเครื่องสีน้ำ เงิน ระหว่างมาตรวัดมีจอสีแสดงข้อมูลสำคัญของตัวรถ เพิ่มระบบแสดงองศาการเลี้ยวของล้อหน้า เพื่อช่วยให้การขับขี่ออฟโรดทำได้มั่น ใจยิ่งขึ้น ระบบอินโฟเทนเมนท์ พร้อมจอสัมผัส 8 นิ้ว ที่ทันสมัย ระบบ T-Connect ที่ให้เจ้าของรถสามารถตรวจสอบสถานะกระบะคันโปรด ได้ทุกที่ทุกเวลา กรณีรถถูกโจรกรรม สามารถติดตามหาได้ทันท่วงที หรือจะเป็นการโทรหาคอร์เซ็นเตอร์ในกรณีฉุกเฉินก็ทำได้ และยังเชื่อมต่อเพื่อใช้งานกับประกันภัยแบบ Telematics ซึ่งประเมินพฤติ กรรมผู้ขับขี่ตลอดเวลา หากขับดีก็จะได้ส่วนลดเบี้ยประกันในปีต่อไป เหนือสิ่งอื่นใดติดตั้งระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense อันมีระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบควบคุมความ เร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน และแจ้งเตือนรถในมุมอับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบเรียง ขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV สร้างกำลังสูงสุด 204 แรง ม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที เปลี่ยนหัวฉีดเป็นแบบ i-ART อันเป็นสาเหตุแห่งความแรงที่เพิ่มขึ้น ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ไปยังระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part- time 4WD และ ระบบล็อคเฟืองท้ายหลัง ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง ส่วนด้านหลังแบบแหนบซ้อนมีการถอดแหนบบรรทุกจากเดิม 5 แผ่น ลดเหลือ 3 แผ่น เปลี่ยนวัสดุแหนบแผ่นกลางเป็นเหล็ก High Tensile steel ให้น้ำหนักเบาลง แต่กลับแข็งแรงมากขึ้น ปรับจูนโช็คใหม่ให้สามารถซับแรงสะเทือนได้ดีกว่าเดิมแบบนุ่มนวล สรุป….โตโยต้า ไฮลักช์ รีโว่ ร็อคโค่ ใหม่ทุกรุ่น จะได้รับการติดตั้งแอปพลิเคชัน T-Connect by Toyota เพื่อติดตามสถานะ การส่งมอบรถของท่านผ่านโทรศัพท์มือถือ และเพิ่มความอุ่นใจ ปลอดภัยด้วย ระบบป้องกันการโจรกรรม หรือการติดตามการโจรกรรม การแสดงข้อมูลการขับขี่ Trip Report การเช็คตำแหน่งรถ และ ยังมีบริการผู้ช่วยส่วนตัว ที่จะดูแลให้ความช่วยเหลือลูกค้าตลอดเวลาในทุกเส้นทาง Toyota Tube ที่จะเป็นสื่อแนะนำการใช้รถยนต์ในรูปแบบวีดีโอบนโทรศัพท์มือถืออีกด้วย ระบบช่วงล่างใหม่ ที่เรียกว่า SUPERFLEX NSUSPEN SION ให้ความนุ่มสบาย โช้คอัพถูกปรับจูนใหม่ พร้อมแหนบกันสะเทือน วัสดุ High – Tensile Steel ที่เพิ่มความนุ่มนวล และยังรองรับการบรรทุกหนักได้ดี โดยแหนบปรับเปลี่ยนเป็นแบบ 3 แผ่น จากเดิม 5 แผ่น เพื่อลดอาการสะเทือน แหนบหลังที่ปรับเปลี่ยนมาใหม่ มีความนุ่มนวลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยึดเกาะถนนได้ดี ควบ คุมพวงมาลัยได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะการเข้าโค้ง การเลี้ยวเปลี่ยนเลนกระทันหัน และยังให้ตัว จากการยืดยุบของช่วงล่าง ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ระบบควบคุมพวงมาลัย VFC ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่ ที่ขับสบาย ทั้งในเมืองและนอกเมือง อีกทั้งยังติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยชั้นสูง Toyo ta Safety Sense มาให้ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจปลอดภัยทุกเส้นทาง หากคุณต้องการกระบะที่ตอบโจทย์ของการใช้ชีวิต โตโยต้า ไฮลักช์ รีโว่ ร็อคโค่ นี้แหละเป็นอีกตัวเลือกที่คุณไม่ควรมองข้าม #โตโยต้าไฮลักช์รีโว่ร็อคโค่ #ToyotaSafetySense #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- New Honda Civic Hatchback Sport
ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ สปอร์ต ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ รูปโฉมภายนอกโครงสร้างหลักยังคงเหมือนรุ่นซีดาน แตกต่างกันที่ด้านหน้ามากับกันชนหน้า-หลังทรงสปอร์ตรูปรังผึ้ง ตั้งแต่ประตูหลังไปถึงด้านท้ายรถเป็นแบบ HATCHBACK 5 ประตู ที่จะสั้นกว่ารุ่นซีดาน 145 มม. โดยมีพื้นที่สัมภาระด้านท้ายจุ 414 ลิตร รูปโฉมภายนอกโดยรวมแล้วถือว่ามีรูปโฉมที่ทันสมัยแลดูสปอร์ตทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เบาะหลังสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 ความสูงของห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายสูง 679 มิลลิ เมตร ซึ่งหากปรับพับเบาะที่นั่งด้านหลังลงทั้งหมดจะช่วยเพิ่มพื้นที่ความจุได้มากขึ้น ทั้งนี้ยังมาพร้อมม่านปิดสัมภาระที่สามารถเลือกปิดเก็บได้ทั้งซ้ายหรือขวา เพื่อป้องกันการมองเห็นสัมภาระที่อยู่ด้านท้ายอีกด้วย ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ ด้วยราคาค่าตัวที่ 1,169,000 บาท ที่เมื่อนำไปเทียบกับรุ่นซีดานโฉม RS ที่มีค่าตัวอยู่ที่ 1,199,000 บาท จะพบว่าในรุ่น HATCHBACK 5 ประตู จะไม่มีระบบ Honda LaneWatch แสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนมาให้ แต่ออพชั่นหลักๆตัวอื่นจะเหมือนกันหมด ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ รูปแบบโดยรวมแล้วยกมาจากรุ่นซีดาน จะมีความแตกต่างกันที่พื้นที่เหนือศีรษะของเบาะนั่งด้านหลังจะค่อนข้างน้อย เพราะส่วนของหลังคาที่ลาดต่ำลงมารับกับแนวประตูที่ 5 แบบ HATCHBACK เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TUR BO ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,700 - 5,500 รอบ ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT VTEC TURBO 173 แรงม้า สามารถตอบสนองได้ทันใจ เรียกอัตราเร่งได้ทันใจที่กดคันเร่งเพิ่ม และเมื่อลองโยกเปลี่ยนมาใช้เกียร์ตำแหน่ง S พละกำลังการตอบสนองเร็วขึ้น สามารถลากรอบได้ยาวขึ้น ทำให้ขับขี่ได้อย่างสนุก ในการควบคุมระบบพวงมาลัยให้ความคล่องตัวทั้งในความเร็วต่ำ และแม้ตอนขับใช้ความเร็วสูงก็ยังให้ความมั่นใจ พอหันมาใช้แพนเดิลซิพที่อยู่หลังพวงมาลัยก็สนุกไปกันใหญ่ แบบ เพลิด เพลิน รวมถึงความหนึบแน่นของช่วงล่างที่ให้ความรู้สึกขับสนุก มั่นใจ แม้ใช้ความเร็วสูง เรียกว่าปรับเซตมาให้เหมาะสมกับรถสไตล์ HATCHBACK 5 ประตู ในเรื่องอัตราความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเท่าที่สังเกตได้จากการขับขี่ที่ใช้ความเร็วและมีการเร่งแซง รวมถึงการเล่นเกียร์ทั้งจากแป้นแพนเดิลชิพและเกียร์ตำแหน่ง S ที่ให้อัตราเร่งได้น่าพอใจ ตัวเลขที่ทำได้ประมาณ 12-13 กิโลลิตร ถ้าไม่นับเรื่องรูปโฉมภายนอกที่แต่ละคนอาจจะชอบไม่เหมือนกัน แต่จุดเด่นของรุ่นนี้ก็คือ สมรรถนะการขับขี่ ที่ได้กำลังจากเครื่องยนต์ VTEC TURBO ตอบสนองอัตราเร่งได้ดี ช่วงล่างปรับเซตมาให้ขับขี่ได้สนุก เกาะหนึบกับพื้นผิวถนน ภายในห้องโดยสารของรถแฮทช์แบ็ก 5 ประตูเน้นความสปอร์ต เอาเป็นว่าถ้าชอบสมรรถนะการขับขี่รับรองว่าฮอนด้า ซีวิค แฮทช์ แบ็ก ใหม่ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน แต่ถ้าจะให้ชัวร์คงต้องหาโอกาสไปทดลองขับด้วยตัวเองที่โชว์รูมใก้ลบ้าน... #ฮอนด้าซีวิคแฮทช์แบ็ก #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Bridgestone" comeback !! Thai motorcycle tire market
“บริดจสโตน” คัมแบ็ก!! ตลาดยางรถจักรยาน ยนต์ไทย “บริดจสโตน”กลับมาเขย่าวงการยางรถจักรยาน ยนต์ไทยอีกครั้ง เอาใจผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทุกเซ็กเมนต์ ชูจุดแข็งเทคโนโลยีชั้นสูงจากสนามแข่งขันสู่ผู้ใช้งานบนท้องถนนจริงพร้อมตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ การกลับมาของแบรนด์ยางรถจักรยานยนต์ “บริดจสโตน” ในครั้งนี้น่าจับตามอง เพราะอยู่ใต้การดำเนินงานของ บริษัท เพซแม็กซ์ มอ เตอร์สปอร์ต จำกัด นำโดย ตนัยศริ ชาญวิทยารมณ์ คีย์แมนผู้คร่ำควอดอยู่ในวงการมอเตอร์สปอร์ต และ ผู้อยู่เบื้องหลังรายการแข่งขันมอ เตอร์ไซค์ระดับโลกอย่าง MotoGP ในประเทศ ไทย ซึ่งได้มาเป็น distributor ยางรถจักรยานยนต์บริดจสโตน อย่างเป็นทางการเจ้าเดียวในประเทศไทย การกลับมาครั้งนี้เป็นที่สนใจของคนจำนวนมากและได้รับเสียงตอบรับที่ดี เนื่องจากบริดจสโตนเป็นแบรนด์ยางรถจักรยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งผู้ใช้ทั่วโลกมีความมั่นใจในเรื่องของคุณภาพยางและเทคโน โลยีการผลิต รวมทั้งเป็นยางที่ได้รับการยอมรับในวงการมอเตอร์สปอร์ตโดยเฉพาะการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุน Moto GP ตั้งแต่ปี 2001-2015, หรือการคว้าแชมป์ราย การ Suzuka 8 ชั่วโมง 14 สมัยซ้อนจนถึงปัจจุบัน บริดจสโตน มีจุดแข็งเรื่องของการผลิตโดยการใช้เทคโนโลยีชั้นสูงที่ให้ความสำคัญทั้งเรื่องสมรรณะ ความปลอดภัย แต่มาด้วยราคาที่ยังสามารถจับต้องได้ รวมถึงยังมียางที่ตอบโจทย์กลุ่มนักขี่ทุกกลุ่มทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวัน สายท่องเที่ยว หรือสายแต่ง และยังตอบรับกับรุ่นรถจักรยาน ยนต์ทุกแนวไม่ว่าจะเป็นรถสกู๊ตเตอร์,ครุยเซอร์, ทัวริ่ง, สปอร์ต, แอดเวนเจอร์, ออฟโร้ด และยางสำหรับแข่งขันในสนามแข่ง แม้ว่าห่างหายจากการทำตลาดไปพอสมควร แต่การเปลี่ยนมือมาเป็นเพซแม็กซ์มอเตอร์สปอร์ตในครั้งนี้ ให้ความสำคัญในการทำตลาดครอบคลุมทุกกลุ่ม บวกกับชื่อชั้นของผู้เป็นหัวเรือในการทำตลาด ทำให้การกลับมาครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน หาซื้อกันได้แล้วทุกภูมิภาคจากตัวแทนจำหน่ายกว่า 30 แห่งทั่วประเทศ ติดตามข้อมูลข่าวสารของ บริดจสโตนได้ที่ www.bridgestonemotothailand.com หรือ www.facebook.com/bridgestonemotothailand LINE Official : @bridgestonemoto (มีเครื่องหมาย@ นำหน้า)....... #bridgestonemotothailand #บริดจสโตน #gpsเส้นทาง #www.gpssentangfocus.com
- “Neighbour Foods”
ททท. ผนึก “Neighbour Foods” จัดแคมเปญชีพจรลง South “เข้าถึง...อาหารใต้” ประเดิมเที่ยวชุมพร พร้อมเปิดเดลิเวอรี่ 5 เมนู #ข้าวกล่องชุมพร กระจายรายได้สู่ชุมชน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังกับ Neighbour Foods โครงการเชฟแคร์ และพันธมิตร จัดแคมเปญชีพจรลง South “เข้าถึง........อาหารใต้”เปิดประสบการณ์ใหม่ในการ ท่องเที่ยวภาคใต้ผ่านอาหารใต้ และการตามหาวัตถุดิบในท้องถิ่นมาปรุงเป็นเมนูเด็ดเพื่อส่งต่อความอร่อยให้คนกรุง ประเดิมคลิปวิดีโอชวน “เฟิร์น-ศุภนารี” เที่ยวชุมพร พร้อมเปิดตัว #ข้าวกล่องชุมพร กับ 5 เมนูอาหารเดลิเวอรี่ส่งตรงถึงบ้าน กระจายรายได้ถึงชุมชน นายนิธี สีแพร ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบรรยากาศการท่องเที่ยวภายในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังสถานการณ์ การแพร่ระบาดของโควิด-19เริ่มดีขึ้นการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยจึงได้ประสานความร่วมมือกับพันธมิตรในการสนับสนุนการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ๆ โดยล่าสุด ได้ร่วมกับ “เชฟนิก” ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง Neighbour Foods ชวนคนไทยเปิดประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยวภาคใต้ผ่านอาหารใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ในแคมเปญ ชีพจรลง South “เข้าถึง...อาหารใต้” โดยนอกจากจะชวน Influencer ร่วมเดินทางท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้แล้ว ยังมุ่งสนับสนุนการเพิ่มมูลค่าอาหารใต้ด้วยการเพิ่มช่องทาง การจัดจำหน่ายให้กับอาหารที่ใช้วัตถุดิบท้องถิ่น เป็นส่วนประกอบหลักเพื่อกระจายรายได้สู่ชุมชน อันจะส่งผลให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป ปักหมุดจุดแรกด้วยการชวน “เฟิร์น” ศุภนารี สุทธิวิจิตรวงษ์ แห่งเพจ Supanaree story ที่มีผู้ติดตามกว่า 550,000 คน ประเดิมทริปเที่ยวจังหวัดชุมพร ประตูสู่ภาคใต้ ซึ่งแม้จะมีเวลาเพียง 2 วัน 1 คืน แต่ทั้งคู่ก็ได้ตะลุยเที่ยวอย่างเต็มอิ่ม เริ่มตั้งแต่ขึ้นไปจุดชมวิวบนเขามัทรีไหว้ เจ้าแม่กวนอิม ดื่มกาแฟถ้ำสิงห์ บุกครัวบ้านผู้ ใหญ่ ทำผ้าบาติกกับกลุ่มบาติกผาแดง ดำน้ำดูปะการังที่เกาะง่ามน้อย-ง่ามใหญ่ กินปูห้อยขา นั่งเรือออกไปไดหมึกยามราตรี นอนสบายที่โฮมสเตย์พี่น้อย และหนึ่งในไฮไลต์ของทริปนี้คือไปชมตลาดปลายามเช้า พร้อมตระเวนหาวัตถุดิบท้องถิ่นนำมาปรุงเป็น 5 เมนูเด็ด เพื่อจัดส่งเดลิเวอรี่ให้คนกรุง เริ่มจาก ● “ใบเหลียงสุดจะไข่” เมนูบ้านๆของแท้เพราะ เป็นใบเหลียงเด็ดสดๆ จากท้ายครัวบ้านผู้ใหญ่ ใบเหลียงชุมพรจะแตกต่างจากพื้นที่อื่น ตรงขนาดที่ใหญ่เกือบเท่าฝ่ามือ สีเข้ม และมันวาว เมื่อนำไปผัด น้ำมันจากใบเหลียงจะให้รสชาติที่กลมกล่อมเป็นพิเศษ ●“ข้าวผัดโคตรจะปู” ชุมพรเป็นพื้นที่ที่มีปูทะเลอุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ปูที่นี่จึงตัวใหญ่ เนื้อแน่น รสชาติหวาน เมื่อผัดกับข้าวในสไตล์ชาวใต้ กลิ่นไหม้อ่อนๆ ของกระทะจะหอมกรุ่นในข้าวทุกเม็ด ●“สะตอผัดกุ้ง” สะตอชุมพรเป็นสะตอคุณภาพ เม็ดใหญ่พิเศษ เนื้อกรอบเด้ง กลิ่นและรสชาติชัดเจน เครื่องแกงรสจัดจ้านที่ผัดเข้ากับเนื้อกุ้งทุกตัว จึงเป็นเมนูที่บ่งบอกเอกลักษณ์ของอาหารใต้ ●“ปลาทรายทอดขมิ้น” ปลาทรายเป็นปลาที่มีชุกชุมในแถบชายฝั่งอันดามัน คนใต้นิยมคลุกเคล้ากับขมิ้นและนำไปทอดจนได้สีเหลืองทอง กรอบ หอม สามารถรับประทานได้ทั้งตัวโดยไม่ต้องเลาะก้างออก ●“แกงไตปลา” เมนูซิกเนเจอร์ของอาหารใต้ ด้วยเครื่องแกงรสจัดจ้านที่มีความเผ็ดจากพริกขี้หนูและพริกไทย เคี่ยวกับผักและเนื้อปลาจนอิ่มน้ำแกง รับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีนก็อร่อยไม่แพ้กัน “ใครที่ชื่นชอบและอยากลิ้มรสชาติทั้ง 5 เมนูอาหารใต้นี้ วันนี้ทาง Neighbour Foods ได้จัดเป็นเซ็ท #ข้าวกล่องชุมพร เปิดให้สั่งเดลิเวอรี่แล้วครับ มั่นใจได้เลยว่าทุกคำของความอร่อยมาจากวัตถุดิบส่งตรงจากท้องถิ่น และทุกออเดอร์ หมายถึงรายได้ที่จะกลับคืนสู่ชุมชน คาดว่าภายใน 3 เดือนนี้ จะมีผู้ประกอบการในท้องถิ่นเข้าร่วมไม่น้อยกว่า 10 ราย และจะมีรายได้สู่ชุมชนไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท”เชฟนิก กล่าว ขณะที่ เฟิร์น-ศุภนารี ก็จัดเต็มทุกกิจกรรมตั้งแต่ก้าวแรก ทั้งขึ้นเขา เดินตลาด ดำน้ำ ไดหมึก นอนหลังติดพื้นกลางโฮมสเตย์ แถมยังได้ลิ้มรสชาติอาหารใต้อย่างเอร็ดอร่อยทุกมื้อ จนเจ้าตัวติดใจ ถึงกับออกปากว่า ถ้าว่างเมื่อไหร่ จะกลับไปเที่ยวชุมพรอีกแน่นอน เมื่อเรื่องเที่ยวกับเรื่องกินเป็นเรื่องเดียวกันทริปชุมพรของเชฟนิกและเฟิร์นจะเพลินขนาดไหน รับชมคลิปวิดีโอ NBF x #ชีพจรลงSouth ได้ทาง https://bit.ly/31Xj4VM และสำหรับคนที่อยาก “เข้าถึง...อาหารใต้” ทั้ง 5 เมนูเด็ดข้างต้น สามารถสั่งเดลิเวอรี่เซ็ท #ข้าวกล่องชุมพร ล่วงหน้า 1 วัน ได้แล้วทาง Line @neighbour foods โดยเลือกอร่อยได้ 2 แบบ แบบที่ 1 เลือกได้ 2 เมนู (ยกเว้นข้าวผัดโคตรจะปู) ราคา 320 บาท/กล่อง และแบบที่ 2 ข้าวผัดโคตรจะปู+1 เมนู ราคา 380 บาท/กล่อง พิเศษ!! 1,000 กล่องแรก รับผ้าคลุมกล่องเนื้อนุ่มลวดลายเกลียวคลื่นชุมพรที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ....... #NeighbourFoods #ชีพจรลงSouthเข้าถึงอาหารใต้ #ข้าวกล่องชุมพร #ข้าวผัดโคตรจะปู #สะตอผัดกุ้ง #ปลาทรายทอดขมิ้น #แกงไตปลา #ข้าวกล่องชุมพร #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #ชีพจรลงSouth #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com
- Nonthaburi province launched the project "OIC for the community, year 4
เลขาธิการ คปภ. นำทัพประกันภัยลงพื้นที่"วิสา หกิจชุมชนบ้านปลายบาง” จังหวัดนนทบุรีเปิดโครงการ “คปภ. เพื่อชุมชนปี 4” ยิ่งใหญ่ ถอดบทเรียนด้านประกันภัย จาก 5 ชุมชน ภายใต้แนวคิด “เหนือสุดใต้ ตะวันออกสุดตะวันตก” พร้อมช่วยเหลือด้านประกันภัยและเปิดเวทีเพิ่มการมีส่วนร่วมรับฟังความเห็นและข้อเสนอแนะด้านประกันภัยจากชาวชุมชนทุกระดับ ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรม การกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. ได้เปิดตัว “โครงการ คปภ. เพื่อชุมชน ปี 4” เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2563 ณ วิสาหกิจชุม ชนบ้านปลายบาง อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี โดยตนพร้อมด้วยนายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย นายสาระ ล่ำซำ นายกสมาคมประกันชีวิตไทย นางบงกช บวรฤกษ์ นายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน นายชนะพันธุ์ พิริยะพันธุ์ นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย นายนิคม จันคง นายกสมาคมการค้าผู้สำรวจภัยไทย นายจรัญ สอนสวัสดิ์ ผู้จัดการกองทุนประกันชีวิต นางวราภรณ์ วงศ์พินิจวโรดม นายพัฒนศักดิ์ มงคลปัญญา ผู้บริหารกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ลงพื้นที่เปิดตัวโครงการ คปภ. เพื่อชุมชนปี 4 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจด้านประกันภัยเชิงรุกให้แก่ประชาชน ภายใต้แนวคิด “เหนือสุดใต้ ตะวันออกสุดตะวันตก” โดยได้รับเกียรติจากนางสาวอโรชา นันทมนตรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และนายวัชรเดช เกียรติชานน นายอำเภอบางกรวย กล่าวต้อนรับ โครงการ คปภ.เพื่อชุมชนปี 4 กำหนดเป้าหมายลงพื้นที่ 5 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านวังกะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ชุมชนบ้านแหลมมะขาม อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ชุมชนนาอ้อ อำเภอเมือง จังหวัดเลย ชุมชนบ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช และชุม ชนปางห้า อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยรูปแบบเป็นการถอดบทเรียนด้านประกันภัยที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละชุมชน รวมทั้งการเข้าไปศึกษาวิถีชีวิตของชุมชนเพื่อนำระบบประกันภัยเข้าไปเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงภัยแบบครบวงจร มีการนำเสนอข้อมูลด้านประกันภัยที่ประชาชนประสบหรือให้ความสนใจในช่วงเวลานั้นเช่น การประกันภัยไวรัสโคโรนา (Covid-19) การประกันภัยอัคคีภัยที่มีความคุ้มครองจากภัยน้ำท่วมในช่วงเวลาหน้าฝน หรือการประกันภัยไข้เลือดออกที่มักจะเกิดขึ้นภายในชุมชน เป็นต้น นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่แต่ละชุมชนจะมีการเปิดเวทีรับฟังความเห็น และข้อเสนอแนะจากชาวชุมชนเกี่ยวกับความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันภัยในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อที่สำนักงาน คปภ. และภาคธุรกิจประกันภัย จะได้พัฒนากรมธรรม์ประกันภัยให้เหมาะสมและตรงกับความต้องการของชุมชนยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนในชุมชนให้ช่วยคิด พัฒนา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอดส่งต่อองค์ความรู้ด้านการประกันภัย รวมทั้งร่วมเสริมสร้างชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการในระดับพื้นที่ (Bottom-Up) และทิศทางในภาพรวมของระดับประเทศ (Top-Down) เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า โครงการ คปภ. เพื่อชุมชน ปี 4 จะมีการบูรณาการอย่างใกล้ชิดกับภาคธุรกิจประกันภัย ตลอดจนกองทุนประกันชีวิตกองทุนประกันวินาศภัย และกองทุนทด แทนผู้ประสบภัย ที่จะร่วมลงพื้นที่ในชุมชนต่าง ๆ ตามภารกิจในโครงการฯ รวมทั้งจะมีทีมงานของสำนักงาน คปภ. ในรูปแบบ Insurance Mobile Unit หรือศูนย์บริการประชาชนด้านการประกันภัยเคลื่อนที่แบบครบวงจร เพื่อให้ข้อมูล รับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องกับการประ กันภัย ผ่าน “Mobile Complaint Unit” หรือศูนย์รับเรื่องร้องเรียนและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัยเคลื่อนที่ให้บริการไกล่เกลี่ยข้อพิพาทด้านการประกันภัยแบบเคาะประตูบ้านประชาชนในชุมชนตลอดจนช่วยเหลือ ด้านประ กันภัยเบื้องต้นซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่มีต่ออุตสาหกรรมประกันภัยอย่างยั่งยืนต่อไป ในขณะเดียวกันได้มีการถ่ายทำเป็นรายการซีรีย์ “คปภ. เพื่อชุมชน” เพื่อนำไปเผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์และสื่อออนไลน์ทำให้เกิดการเรียนรู้ด้านประกันภัยในวงกว้างอีกด้วย “โครงการ คปภ. เพื่อชุมชน ปี 4” เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ประชาชนในชุมชนต่างๆ ของประเทศ มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประกันภัย เกิดความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและคุณประโยชน์ของการประกันภัย สามารถใช้ประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์ สินให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของชุมชนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่มุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ส่งผลให้ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย...... *ดูข่าวเพิ่ม:www.gpssentangfocus.com ... #โครงการคปภเพื่อชุมชนปี4 #วิสาหกิจชุมชนบ้านปลายบาง #เหนือสุดใต้ตะวันออกสุดตะวันตก #lnsuranceMobileUnit #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com
- Southern Border Festival 2020, Kamphaeng Phet
เทศกาลของดีชายแดนใต้ 2563 จังหวัดกำแพงเพชร ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นำผู้ประกอบการในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา ปัต ตานี นราธิวาส สตูล และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา คืออำเภอจะนะ นาทวี เทพา และอำเภอสะบ้าย้อย ร่วมจัดงานเทศกาล "ของดีชายแดนใต้" ประจำปี 2563 ระหว่างวันที่ 12 - 18 สิงหาคม 2563 ณ ลานจอดรถห้างสรรพสินค้าโรบินสัน สาขากำแพงเพชร อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร โดยครั้งนี้ ได้นำสินค้าของดีที่ขึ้นชื่อในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าให้กับประชาชน ในพื้นที่จังหวัดกำแพง เพชร ได้ร่วมชม ชิม ช้อป กับสุดยอดของสินค้า เครื่องดื่ม สินค้าภูมิปัญญา เสื้อผ้า ข้าวยำปักษ์ใต้ อาหารภาคใต้ ของใช้ของที่ระลึก ไม่ว่าจะเป็นผ้าบาติก ไข่มุก สร้อยหิน สมุนไพร อาหาร เครื่องดื่มและขนมพื้นเมืองอร่อยๆจากชายแดนภาคใต้กว่า 130 ร้านค้า และนอกจากนี้ ยังได้ร่วมชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมของภาคใต้ให้ชมภายในงานตลอดทั้งวันอีกด้วย ยังมีกิจกรรมการลดแลก แจกแถมแก่ผู้เข้ามาเที่ยวในงาน และยังมีการแจกของที่ระลึกจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในทุกๆ วัน อีกด้วย นายบุญธรรม มุณีกาญจน์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ. บต. (กระทรวงพาณิชย์) และเจ้าหน้าที่จากกองส่งเสริมแอละสนับสนุนงานด้านพัฒนาฝ่านพลเรือน ศอ.บต. ร่วมเป็นตัวแทนของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้มาเยี่ยมตรวจความเรียบร้อยก่อนที่งานของดีชายแดนใต้จะเป็นอย่างเป็นทางการในวันนี้ ร่วมทั้งให้ขวัญกำลังใจแก่ผู้ประกอบการในการออกบูธจำหน่ายสินค้าในครั้งนี้ด้วย โดยผู้ช่วยเลขาธิ การ ศอ.บต. ได้ย้ำแก่ผู้ประกอบการอย่างสม่ำ เสมอให้ซื่อสัตย์แก่ลูกค้า และต้อนรับลูกค้าในการมาเยี่ยมชนสินค้าของเรา เพื่อให้ชาวจังหวัดกำแพงเพชร รู้สึกภูมิใจต่อการได้มาซื้อสินค้าในงานของดีชายแดนใต้ในครั้งนี้ด้วย สำหรับ การจัดงานเทศกาล "ของดีชายแดนใต้" ของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในจังหวัดกำแพงเพชรครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ของปี 2563 โดยครั้งแรกได้ผ่านพ้นมาแล้วที่จังหวัดนครสวรรค์ จัดเมื่อวันที่ 3 – 9 สิงหาคม 2563 มีผู้คนให้ความสนใจจำนวนมาก จนทำให้มียอดขายกว่า 10 ล้านบาท ทำ ให้ผู้ประกอบการทุกรายมีกำลังใจในการออกบูธจำหน่ายสินค้ามากยิ่งขึ้น และเทศกาลของดีชายแดนใต้ จะมีการจัดหมุนเวียนต่อเนื่องในทุก ๆ ภาค โดยครั้งที่ 3 มีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 21 – 27 สิงหาคม 2563 นี้ ณ จังหวัดลำปาง ภายในงานยังคงได้ปฏิบัติตามมาตรการโควิด - 19 สำหรับผู้ประกอบการ และประชาชนที่มาร่วมงาน มีจุดลงทะเบียนก่อนเข้างานและออกจากงาน โดยให้สแกนคิวอาร์โคดไทยชนะด้วยโทรศัพท์สมาร์ทโฟน จุดบริการล้างมือด้วยแอล กอฮอล์เจล นอกจากนี้ ได้ทำสัญลักษณ์รักษาระยะห่างของจุดบริการอย่างน้อย 1 เมตร และให้มีการสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้งงาน....... *สามารถติดตามดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่ : www.gpssentangfocus.com....... #เทศกาลของดีชายแดนใต้กำแพงเพชร2563 #เทศกาลของดีชายแดนใต้ #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com
- LINE Wins Red Dot Design Award 2020
LINE คว้ารางวัล Red Dot Design Award 2020 รางวัลประเภทแบรนด์และการสื่อสารจากผลงาน Global WOW Project Awards ซ็องนัม เกาหลีใต้ – 18 สิงหาคม, 2563 -- LINE Plus Corporation บริษัทในเครือ LINE Corporation ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศเกาหลีใต้ คว้ารางวัล Red Dot Design Award ประเภทแบรนด์และการสื่อสาร โดยรางวัล Red Dot Design Award เป็นหนึ่งในรางวัลด้านการออกแบบที่มีชื่อเสียงมากที่สุดระดับนานาชาติ จัดขึ้นทุกปีเพื่อยกย่องความเป็นเลิศด้านการออกแบบในหลากหลายประเภท ผลงาน Global WOW Project ของ LINE ผ่านการคัดเลือกจากผลงานจากกว่า 6,900 ชิ้นจาก 50 ประเทศ โดยเป็นผลงานที่แสดงถึงวิธีการที่ยอดเยี่ยมแต่เรียบง่าย เพื่อสะท้อนถึงตัวตนของบริษัทและแบรนด์ LINE Global WOW Project สร้างสรรค์โดย Creative Center ของ LINE Plus ซึ่งให้ความสำคัญกับการออกแบบแบรนด์ของ LINE ช่วยสื่อสารอัตลักษณ์ของแบรนด์และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นพลังงานในสำนักงานของ LINE Global WOW Project Awards ประจำปี 2562 เป็นพิธีมอบรางวัลภายในองค์กรเพื่อยกย่องโครงการที่แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์และความสำเร็จที่มีความหมาย สอดคล้องกับค่านิยมของ LINE และวัฒนธรรม LINE STYLE การออกแบบ Global WOW Project Awards เป็นการตีความอย่างสร้างสรรค์ของแนวคิด WOW ของบริษัท โดยออกแบบตัวอักษรของคำว่า “WOW” ให้สามารถสะกดว่า “No.1” ได้ด้วย แสดงให้เห็นถึงแนวคิดในการสร้าง WOW ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ประสบการณ์อันแสนยอดเยี่ยมที่คุณต้องแบ่งปันกับเพื่อน เป็นประสบการณ์ที่จะนำไปสู่บริการที่ดีที่สุดให้กับโลกใบนี้ในท้ายที่สุด เกี่ยวกับ LINE Plus Corporation LINE Plus Corporation ก่อตั้งขึ้นในเดือนมีนาคม 2556 ที่ประเทศเกาหลีใต้ ในฐานะบริษัทในเครือ LINE Corporation ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาธรุกิจระดับโลกของ LINE โดยใช้โปรแกรม นักออกแบบ นักการตลาด นักการขาย และประชาสัมพันธ์จากทั่วโลกมาร่วมงานกัน เกี่ยวกับ LINE Corporation LINE Corporation (NYSE:LN/TSE:3938) มีสำนักงานใหญ่อยู่ในประเทศญี่ปุ่น ด้วยพันธกิจ “Closing the Distance” มุ่งมั่นนำข้อมูลข่าวสาร บริการ และผู้ใช้งานให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น แอพลิเคชั่นส่งข้อความ LINE เปิดตัวครั้งแรกในปี 2554 และพัฒนาเรื่อยมาจนกลายเป็นระบบนิเวศระดับโลกที่มีความหลากหลาย โดยใช้เทคโนโลยี AI ฟินเทค และอื่นๆ อีกมากมาย เกี่ยวกับ Red Dot Design Award: Red Dot Design Award เป็นรางวัลระดับโลกด้านการออกแบบที่จัดขึ้นเพื่อยกย่องความหลากหลายด้านการออกแบบโดยมืออาชีพ แบ่งรางวัลออกเป็นสามประเภท ได้แก่ การออกแบบผลิตภัณฑ์ การออกแบบแบรนด์และการสื่อสาร และการออกแบบแนวคิด Red Dot Design Award เป็นหนึ่งในการแข่งขันด้านการออกแบบที่ใหญที่สุดในโลก มีผลงานส่งเข้าประกวดมากถึง 18,000 ผลงาน ในปี 2598 กรรมการ Red Dot Design Award ประชุมร่วมกันเป็นครั้งแรกเพื่อพิจารณาผลงานการออกแบบที่ดีที่สุด และในทศวรรษ 90s ซีอีโอของ Red Dot ศ.ดร. Peter Zec ได้ตั้งชื่อและสร้างแบรนด์ให้แก่ Red Dot Design Award นับจากนั้น ชื่อของ Red Dot กลายเป็นสัญลักษณ์อันทรงเกียรติระดับนานาชาติด้านการออกแบบที่ยอดเยี่ยม ผู้ชนะรางวัล Red Dot Design Award ได้รับเกียรติให้ปรากฏอยู่ในหนังสือและพิพิธภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงช่องทางสื่อออนไลน์ ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรางวัลได้ที่ www.red-dot.de
- “SACICT Craft Fair 2020”
ACICT จัดต่อเนื่อง “SACICT Craft Fair 2020” ดึงหัตถกรรมไทยทรงคุณค่า ตอบสนองไลฟ์สไตล์ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT จัดต่อเนื่อง งาน “SACICT Craft Fair 2020” The Mall ท่าพระ 14 – 18 ส.ค.นี้ ดึงผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทยร่วมสมัย จากครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ ทายาทช่างฯ และสมาชิกผู้ผลิตงานหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ตอบโจทย์คนเมือง พร้อมเปิดโอกาสตลาดใหม่ นายพรพล เอกอรรถพร ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ กล่าวว่า จากการจัด “งาน SACICT Craft Fair 2020 The Mall บางแค เมื่อวันที่ 6 - 12 ส.ค. 2563 ที่ผ่านมา พบว่าสินค้าจากกลุ่มผู้ประกอบการหัตถกรรมไทยร่วมสมัย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก และสามารถสร้างยอดขายไม่น้อยกว่า 4 ล้านบาท สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก่อให้เกิดผลกระทบกับเศรษฐกิจทุกระดับของประเทศ SACICT จึงขยายความร่วมมือกับพันธมิตรหลายภาคส่วน และได้รับความร่วมมืออย่างดีจากบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ในการเพิ่มช่องทางการตลาด และขยายโอกาสทางการค้า เพื่อช่วยผู้ผลิตงานหัตถกรรมไทย ที่ถูกผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ร่วมจัดงาน “SACICT Craft Fair 2020” ต่อเนื่องที่ The Mall ท่าพระ ระหว่างวันที่ 14 – 18 ส.ค. นี้ ภายในงาน “SACICT Craft Fair 2020” จะมีผลิตภัณฑ์หัตถกรรมไทย รวมกว่า 30 คูหา อาทิ งานเครื่องประดับไทยโบราณของครูช่างไพโรจน์ สืบสาม (ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2562) เครื่องประดับเงินลายโบราณสุโขทัยของครูช่างพิสมัย ผุยพรม (ครูช่างศิลปหัตถกรรม 2554) งานเซรามิกและเครื่องประดับจากไม้รูปแบบร่วมสมัยจากร้านบังอร (BangOn&Charm Learn Studio) และงานผ้าไหมมัดหมี่ที่สืบทอดภูมิปัญญาจากรุ่นสู่รุ่นของคุณนิตดา ภูแล่นกี่ (ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม 2556) และกิจกรรมความบันเทิงจากศิลปินมากมาย นางสาวพรทิพย์ ตันทะเสน เจ้าของแบรนด์บังอร (BangOn Shop) เผยว่า ทางแบรนด์เตรียมเข้าร่วมจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน “SACICT Craft Fair 2020” The Mall ท่าพระ ซึ่งถือเป็นการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าครั้งแรกของปีนี้ หลังจากประสบปัญหา การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้ได้รับผลกระทบต่อยอดขายและยอดสั่งซื้อลดลง โดยคาดหวังว่าการร่วมออกบูธในครั้งนี้ จะช่วยเปิดตลาดใหม่ทางการค้า และทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี กระแสความสนใจซื้อสินค้างานคราฟต์แบบไทย ๆ ยังเป็นที่นิยม และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งแบรนด์บังอร มีสินค้าที่ตอบรับกับความต้องการของคนรุ่นใหม่ และไลฟ์สไตล์คนเมือง เพื่อมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในงาน อาทิ ของใช้ของตกแต่งจากงานเซรามิก และงานเครื่องประดับจากไม้ นางสาวอนุภา มณีจันทร์ เจ้าของแบรนด์ “Don Manee” (ดล มณี) ผู้สืบทอดงานผ้าทอไท-ยวน ที่ขึ้นชื่อในตำบลดอนแร่ จังหวัดราชบุรี กล่าวว่า มีความคาดหวังว่าการร่วมงาน “SACICT Craft Fair 2020” The Mall ท่าพระ ครั้งนี้จะเป็นโอกาสที่ดีในการขยายช่องทางตลาดใหม่ๆ หลังจากวิกฤติโควิด -19 คลี่คลายลง สินค้าของแบรนด์ดลมณี เป็นสินค้าที่แปรรูปมาจากวัสดุธรรมชาติ และมีกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม SACICT ขอเชิญชวนผู้ชื่นชอบงานคราฟต์มาร่วมสนับสนุนงานหัตถกรรมไทย ที่งาน “SACICT Craft Fair 2020” ครั้งที่ 2 กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 14 - 18 ส.ค. 2563 ณ The Mall ท่าพระ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 1289 หรือ facebook.com/sacict











