


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1424 results found with an empty search
- Sales consultant assistant With corgi dogs
ลูกค้าซูบารุสุดเซอร์ไพรส์ เมื่อเห็นผู้ช่วยที่ปรึกษาการขายรายนี้!!! ‘น้องลูคัส’ สุนัขพันธุ์คอร์กี้ ที่พกความน่ารักมาเต็ม 100 นับเป็นการสร้างสีสันครั้งใหม่ให้สังคมออนไลน์และแฟนเพจ Subaru Asia กับโพสต์ที่ถูกแชร์แบบรัวๆ เพราะความน่ารักของ ‘น้องลูคัส’ สุนัขพันธุ์คอร์กี้ ที่รถยนต์ซูบารุได้เปิดตัวในฐานะผู้ช่วยที่ปรึกษาการขายคอยแนะนำรถยนต์ Subaru Forester ที่เด็ดสุดคือการสาธิตเทคโนโลยี EyeSight ที่สามารถช่วยเหลือผู้ขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ทำให้ผู้ช่วยสี่ขาสุนัขขาสั้นศูนย์ถ่วงต่ำอย่าง ‘น้องลูคัส’ โกยยอดไลค์กระจายยอดแชร์ รับหัวใจจากแฟนคลับสายรถยนต์และคนรักสุนัขไปเต็มๆ ติดตามลีลาการแนะนำรถยนต์ซูบารุของ ‘น้องลูคัส’ ได้ที่เพจ Subaru Asia หรือคลิ๊ก https://www.facebook.com/pg/subaruasiath/photos/?tab=album&album_id=184832663014316 #ซูบารุ #SubaruAsia #น้องลูคัสสุนัขพันธุ์คอร์กี้ #SubaruForester #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Pro duct Innovation Awards 2020
บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย คว้ารางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2563 ตอกย้ำฐานะผู้นำนวัตกรรมยานยนต์เพื่อผู้บริโภคอย่างแท้จริง บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย คว้ารางวัล“สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2563" (Pro duct Innovation Awards 2020) ในกลุ่มสิน ค้าไลฟ์สไตล์ ประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ Sports Activity Coupe (SAC) สำหรับรุ่นบีเอ็มดับเบิลยู X6 จัดขึ้นโดยนิตยสาร Business+ และวิทยาลัยการจัดการมหาวิทยาลัยมหิดล ตอกย้ำถึงความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยูในตลาดยานยนต์ระดับพรีเมียมในไทย จากการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างรอบด้าน โดยรางวัลสุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี เป็นรางวัลที่มอบให้แก่แบรนด์ต่าง ๆ เพื่อยกย่องความสำเร็จในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าหรือบริการที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยได้ผ่านการคัดเลือกจากผู้ทรงคุณวุฒิ และการโหวตจากผู้บริโภค รวม 32 รางวัล ใน 10 ประเภทสินค้าและบริการ รางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2563” ซึ่งนิตยสาร Business+ ในเครือบริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) ได้จัดขึ้นร่วมกับวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งพิจารณาจากกระบวนการรวบรวมและคัดเลือกรายชื่อสินค้าและบริการที่มีนวัตกรรมที่โดดเด่นใน 10 ประเภทสินค้าและบริการโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ก่อนนำเสนอแก่ผู้บริโภคเพื่อร่วมโหวตเลือกสินค้าหรือบริการที่มีนวัตกรรมแห่งปี 2563 รวมทั้งสิ้น 32 รางวัล สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ได้รับรางวัล “สุดยอดนวัตกรรมสินค้าและบริการแห่งปี 2563” ในกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ ประเภทรถยนต์อเนกประสงค์ Sport Activity Coupe (SAC) จากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X6 xDrive30d M Sport ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในตระกูล SAC โดดเด่นด้วยความคลาสสิคสไตล์คูเป้ที่สะดุดตา เสริมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยกระจังหน้ารูปไตขนาดใหญ่แบบกรอบเดี่ยวทำมุมรับกับไฟหน้าอย่างชัดเจนกว่าเดิม ทั้งยังมาพร้อมกับไฟแบบส่องสว่าง Iconic Glow ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเป็นครั้งแรก เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ให้กำลังสูงสุดถึง 195 กิโลวัตต์/265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที มอบแรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ บีเอ็มดับเบิลยู X6 สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ xDrive เจเนอเรชั่นล่าสุด ด้านดีไซน์ในห้องโดยสาร โดยเฉพาะบริเวณที่นั่งคนขับมาพร้อมกับการจัดวางแผงควบคุมแบบใหม่ที่ตอบรับปรัชญาอันโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยูซึ่งคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยอีกมากมายเพื่อเสริมทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบาย เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ ชัน Stop & Go ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant Professional มากับระบบพวงมาลัยอัตโนมัติและระบบบังคับรถให้วิ่งอยู่ในช่องทางจราจร เสริมความสะดวกสบายและความปลอดภัยอันเหนือชั้นด้วยระบบผู้ช่วยส่วนตัวในรถยนต์ BMW Intelligent Personal Assistant และระบบ BMW Live Cockpit Professional ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X6 ใหม่ ผสมผสานหน้าจอแสดงผลรุ่นใหม่และแนวคิดการใช้งานเข้ากับระบบการเชื่อมต่อที่ครบครันกว่าใคร บนแผงหน้าปัดและจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว #บีเอ็มดับเบิลยูรับรางวัล #บีเอ็มดับเบิลยูกรุ๊ปประเทศไทย #BMW #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Porsche introduces a facelifted sports saloon with a hybrid model
ปอร์เช่ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตซาลูน รุ่นปรับโฉม เสริมทัพด้วยรุ่นไฮบริด และยกระดับสมรร ถนะสูงสุดให้แก่ พานาเมร่า สะท้อนความแตกต่างอย่างเหนือระดับ ปอร์เช่ พานาเมร่า ใหม่ (The new Porsche Pana mera) ถึงเวลาเติมเต็มทางเลือกที่หลากหลายผสมผสานสมรรถนะของรถสปอร์ตและความสะดวกสบายในรูปแบบรถสปอร์ตซาลูนสุดหรูด้วยพละกำลังสูงสุดกว่า 630 แรงม้า (463 กิโลวัตต์) พานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S) จึงกลายเป็นรถสปอร์ตซาลูนจากสายการผลิตปกติที่ถือได้ว่าให้สมรรถนะการขับขี่ดีเยี่ยมที่สุดในรถระดับเดียวกันเรือธง คันใหม่ของรุ่นมีการพัฒนาในหลายส่วนให้ดีขึ้นกว่า พานาเมร่า เทอร์โบ (Panamera Turbo) ในรุ่นก่อนหน้า ปอร์เช่ไม่ละเลยที่จะยกระดับตัวรถให้เหนือชั้นในเชิงของกลยุทธการพัฒนาด้าน E-Performance พานาเมร่า โฟร์เอส อี ไฮบริด (Panamera 4S E-Hybrid) คือรุ่นที่ได้รับการเปิดตัวเข้ามาเติมเต็มสายพันธุ์ plug-inhybrids ติดตั้งระบบขับเคลื่อนใหม่ ให้พละกำลังสูงสุด 560 แรงม้า (412 กิโลวัตต์) เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น ไฮบริด ก่อนหน้า พบว่าพิสัยระยะการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเดียว เพิ่มขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ความนุ่มนวล และความสปอร์ต คือประโยชน์ที่ได้รับจากการปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆ ของระบบช่วงล่างและระบบควบคุมการทำงานจนสามารถสัมผัสได้ ชัดเจน ยิ่งขึ้นเมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมพวงมาลัย และยางรถยนต์สมรรถนะสูงเจเนอเรชันล่าสุด เทอร์โบ เอส (Turbo S): อัตราเร่ง 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 3.1 วินาที พละกำลังสูงสุดกว่า 630 แรงม้า (463 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 820 นิวตันเมตร พานาเมร่า เทอร์โบ เอส (Panamera Turbo S) ให้แรงม้ามากขึ้นถึง 80 แรงม้า (59 กิโลวัตต์) และให้แรงบิดมากขึ้นถึง 50 นิวตันเมตร เมื่อเปรียบเทียบกับพานาเมร่า เทอร์โบ (Paname ra Turbo) ขุมพลังสันดาปภายในรุ่นก่อนหน้า ผลลัพธ์คือสมรรถนะ การขับขี่ที่เหนือชั้นขึ้นไปอีกระดับ เมื่อเลือกใช้งาน Sport Plus mode รุ่นเทอร์โบ เอส (Turbo S) ให้อัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลาเพียง 3.1 วินาที การพัฒนาเกิดขึ้นใน Weissach และผลิตที่โรงงาน Zuffenhausen ขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 4.0 ลิตร V8 เทอร์โบคู่ ผ่านการปรับปรุงใหม่หมดจดแทบทุกจุดให้รถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 315 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อให้สามารถถ่ายทอดกำลังมหา ศาลลงสู่พื้นถนนได้อย่างเต็มที่ภายใต้การควบ คุม ที่เเม่นยำและให้ประสิทธิภาพในการเข้าโค้งอย่างไร้ที่ติ สิ่งที่ปอร์เช่นำมาใช้คือระบบช่วงล่างถุงลม three-chamber air suspension ระบบควบคุมการทรงตัว Porsche Active Suspension Management (PASM) และ roll stabilisation Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) รวมทั้งระบบ Porsche Torque Vectoring Plus (PTV Plus) ทั้งหมดได้รับการปรับแต่งอย่างละเอียดเพื่อให้การตอบสนองที่เหมาะสมกับสมรรถนะของแต่ละรุ่น ปอร์เช่ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส ใหม่ (The new Porsche Panamera Turbo S) ผ่านบทพิสูจน์ในเชิง ของสมรรถนะการขับขี่ที่ไร้การประนีประนอมใดๆ มาเรียบร้อยแล้วจากการพิชิตสนามระดับตำนาน Nürburgring Nordschleife: โดย Lars Kern นักขับทดสอบมือฉมังวิ่งรอบสนามซึ่งถือเป็นศาสดาของสนามแข่งแห่งหนึ่งในโลก ระยะทางรวม 20.832 กิโลเมตร ภายในระยะเวลา 7:29.81 นาที บันทึกสถิติใหม่อย่างเป็นทางการในประเภทรถยนต์ “executive cars” เติมเต็มความสปอร์ต พร้อมความนุ่มนวล ด้วยระบบช่วงล่างปรับแต่งใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ ใน พานาเมร่า จีทีเอส ได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม โดยเน้นไปที่พละกำลังสูงสุด ผลลัพธ์ที่ได้คือตัวเลข 480 แรงม้า (353 กิโลวัตต์) และแรงบิด 620 นิวตันเมตร พานาเมร่า จีทีเอส ใหม่ (The new Panamera GTS) ให้กำลังมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 20 แรงม้า (15 กิโลวัตต์) โดยความแรงที่มากยิ่งขึ้นสามารถตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง จนใกล้เคียงกับรอบการทำงานสูงสุดของเครื่องยนต์ ซึ่งมีบุคลิกการทำงานที่คล้ายคลึงกับรถสปอร์ตสไตล์ดั้งเดิมที่ติดตั้งเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศให้เสียงคำรามที่เปี่ยมไป ด้วยเอก ลักษณ์ของเครื่องยนต์ V8 ที่สัมผัสได้ถึงความเเข็งเเกร่งดุดันยิ่งกว่าที่เคยจนต้องยกประโยชน์ให้ระบบระบายไอเสีย sports exhaust ใหม่ ที่มาพร้อมหม้อพักท่อไอเสียท้ายแบบ asymmetrically positioned ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) และ พานาเมร่า โฟร์ (Panamera 4) ประจำการด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.9-ลิตร V6 เทอร์โบคู่ ในทุกภูมิภาคที่วางจำหน่าย ให้พละกำลังสูงสุด 330 แรงม้า (243 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร ตัวเลขสมรรถนะที่ทำได้ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ช่วงล่างและระบบควบคุม ได้รับการปรับแต่งให้เกิดความสมดุลระหว่างการขับขี่ที่ดุดันสไตล์สปอร์ตและความนุ่มนวล สะดวกสบายอันเป็นคุณลักษณะเด่นที่สำคัญของ พานาเมร่า ใหม่ (The new Panamera) ในทุกรุ่น ถือเป็นครั้งแรก สำหรับบางระบบในการรีดศักยภาพการทำงานออกมาจนสมบูรณ์แบบ อาทิ ระบบ Porsche Active Suspension Management (PASM) ที่ผ่านการปรับปรุงจนสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจนถึงความนุ่มนวลที่เพิ่มขึ้นขณะโดยสาร ขณะที่ ระบบ roll stabilisation Porsche Dynamic Chassis Control Sport (PDCC Sport) ได้รับการเพิ่มขีดความสามารถ ในด้านการควบคุม เพื่อให้มั่นใจในเสถียรภาพการทรงตัวทั้งหมดมีเพียงระบบควบคุมพวงมาลัยและยางรถยนต์ เท่านั้นที่เป็นอุปกรณ์ในเจเนอเรชันใหม่ 4 เอส อี ไฮบริด (4S E-Hybrid) พร้อมแบตเตอ รี่ 17.9 กิโลวัตต์ วิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลสุด 54 กิโลเมตร ปอร์เช่ นำเสนอนิยามใหม่ของยนตรกรรม plug-in hybrid เปี่ยมประสิทธิ ภาพ พานาเมร่า 4 เอส อี ไฮบริด ใหม่ (The new Panamera 4S E-Hybrid) ยานยนต์อัจฉริยะประสานพลังระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 136 แรงม้า (100 กิโลวัตต์) และเครื่องยนต์เบนซิน 2.9 ลิตร V6 เทอร์โบคู่ กำลังสูงสุด 440 แรงม้า (324 กิโลวัตต์) เมื่อทำงานร่วม กันก่อให้เกิดความแรงระดับ 560 แรงม้า (412 กิโลวัตต์) แรงบิดสูงสุดที่ 750 นิวตันเมตร ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ PDK คลัทช์คู่ 8 จังหวะ ให้ผลตัวเลขสมรรถนะการขับขี่สุดแสนประทับใจเมื่อทำงาน ร่วมกับชุดแต่งเพิ่มสมรรถนะ Sport Chrono Package อัตราเร่งจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำได้ภายใน ระยะเวลาเพียง 3.7 วินาที ความเร็วสูงสุดกว่า 298 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ความจุแบตเตอรี่ปรับเพิ่มขึ้นจาก 14.1 เป็น 17.9 กิโลวัตต์ เมื่อเปรียบเทียบกับรุ่นก่อนหน้าการปรับปรุงเซลล์แบตเตอรี่และการทำงานของ driving modes ช่วยให้ ประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานดีขึ้น 4 เอส อี ไฮบริด (4S E-Hybrid) สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลสุดถึง 54 กิโลเมตร เมื่อทดสอบตามมาตรฐาน WLTP EAER City (มาตรฐาน NEDC: ทำได้สูงสุดที่ 64 กิโลเมตร) ภาพลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียวเหนือระดับ ปอร์เช่ พานาเมร่า ใหม่ (The new Porsche Panamera) นอกเหนือจากรุ่นสปอร์ตซาลูนยังเพิ่มทางเลือกในรูปแบบตัวถัง สปอร์ต ทัวริสโม (Sport Turismo) หรือรุ่นเอ็กเซ็คคูทีฟ ฐานล้อยาว โดยขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อน ในแต่ละรุ่นได้รับการติดตั้งชุดแต่งตัวถัง Sport Design ซึ่งเคยเป็นอุปกรณ์พิเศษในรุ่นที่แล้ว มาเป็นมาตรฐานครีบดักอากาศกันชนหน้าสุดเฉียบคม ช่องอากาศด้านข้างตัวถังขนาดใหญ่ และโคมไฟหน้าแบบ single-bar มุมมองด้านหน้าที่ใหม่หมดจดของ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส สร้างความแตกต่าง จากช่องดักอากาศด้านข้างที่ขยายใหญ่ขึ้นและชิ้นงานตกแต่งตัวถังภายนอกดีไซน์ใหม่พ่นสีเดียวกับตัวรถติดตั้งต่อเนื่อง ทุกชิ้นในแนวราบเน้นย้ำรูปทรงตัวรถให้ดูกว้างยิ่งขึ้นชุดไฟหน้าภายในโคมของรุ่น เทอร์โบ ได้รับการออกแบบให้แตกต่าง จากรุ่นอื่นแถบเรืองแสงท้ายรถปรับปรุงใหม่วางตำแหน่งต่อเนื่องแนบสนิทไปกับรูปทรงเหนือแนวฝากระโปรงท้ายเป็น จุดเชื่อมต่อสายตาเพิ่มความลื่นไหลระหว่างไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ทั้ง 2 ฝั่ง เสริมมาดสปอร์ตเต็มพิกัดในรุ่นจีทีเอส (GTS) ด้วยไฟท้ายรมดำเป็นอุปกรณ์มาตรฐานพร้อมฟังก์ชัน dynamic coming/leaving home เพิ่มทางเลือกในการตกแต่ง ด้วยล้ออัลลอยลวดลายใหม่ขนาด 20 และ 21 นิ้ว รวมเป็นล้ออัลลอยที่สามารถรองรับความต้องการได้ทั้งหมดกว่า 10 ดีไซน์ ปอร์เช่ พานาเมร่า (Porsche Panamera) ยกระดับระบบช่วยเหลือการขับขี่และระบบไฟส่องสว่างให้เหนือชั้นขึ้นไปอีกขั้น อาทิ อุปกรณ์มาตรฐานระบบ Lane Keeping Assist พร้อมระบบตรวจจับสัญญาณจราจร road sign recognition รวมทั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่เวลากลางคืน Night Vision Assist ระบบ Lane Change Assist ไฟหน้า LED matrix พร้อมระบบ PDLS Plus ระบบช่วยเตือนการจอด Park Assist ซึ่งรวมเอากล้องรอบคัน Surround View และการแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า head-up display #เอเอเอสออโต้เซอร์วิส #AASAutoService #PorscheThailand และยกระดับสมรร ถนะสูงสุดให้แก่ พานาเมร่า
- "All-New Isuzu D-Max"
“ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” เติมเต็มพลานุภาพ เพิ่มเกียร์อัตโนมัติครบทุกรุ่น ตามคำเรียกร้อง อีซูซุยกระดับความสะดวกสบายในทุกการขับขี่ ตอบสนองคำเรียกร้องของลูกค้าผู้ใช้รถโดยเพิ่มรถรุ่นเกียร์อัตโนมัติที่มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครันในรถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!” (The“All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential”) ครบทุกรุ่น ทางเลือกใหม่สำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถปิกอัพความสูงมาตรฐาน เพื่อตอกย้ำในความเป็นรถที่คุ้มค่าเงินสูงสุด กลุ่มตรีเพชร โดย นางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ประกอบกับวิกฤติโควิด-19 ส่งผลกระทบให้ยอดขายในตลาดรถยนต์เมืองไทย 8 เดือนแรกของปีนี้หดตัวลงไปมากเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว แต่ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ..พลิกโลก!”ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ยังคงมีกระแสความร้อนแรงจนถึงปัจจุบัน และเป็นที่น่าสังเกตว่าในทุกวิกฤติ รถปิกอัพจะเป็นที่ต้องการมากเพราะสามารถนำมาใช้งานได้อเนกประสงค์ และลูกค้าจะคิดถึงรถที่คุ้มค่าเงินเป็นหลัก ทำ ให้รถอีซูซุได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษจากคุณสมบัติเรื่องการประหยัดน้ำมัน ความแข็ง แกร่งทนทาน และราคาขายต่อสูง ดังนั้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถ และเพิ่มทางเลือกแห่งความสะดวกสบายในการขับขี่ อีซูซุจึงได้เพิ่มรุ่นรถที่มีเกียรอัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic ซึ่งสามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้แบบเกียร์ธรรมดา ในรถ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ...พลิกโลก!” จนครบทุกรุ่น ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่เหนือชั้นในรถปิกอัพความสูงมาตรฐาน ได้แก่ รุ่นแค็บโฟร์ รุ่นสเปซแค็บ และรุ่นสปาร์ค ขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อมส่งมอบกลางเดือนตุลาคม ศกนี้ เป็นต้นไป” รถปิกอัพ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ พลานุภาพ... พลิกโลก!” เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่มีการเพิ่มรุ่นเกียร์อัตโนมัติให้เลือก มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ช่วยในการควบคุมรถได้ง่ายทุกสถานการณ์อย่างครบครัน ได้แก่ ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESC (Electronic Stability Control) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) โดยมีรายละเอียดและราคา ดังนี้ ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคช์แค็บโฟร์ รุ่น S โฟร์ราคา 721,000 บาท (สีเมทัลลิกเพิ่ม 7,000 บาท) ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สเปซแค็บ รุ่น S ราคา 640,000 บาท (สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท) ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ สปาร์ค 4x2 ซึ่งมีการปรับโฉมห้องโดยสารใหม่ เพิ่มที่วางแขนพร้อมช่องเก็บของระหว่างที่นั่งคนขับและผู้โดยสาร ราคา 607,000 บาท (สีเมทัลลิก เพิ่ม 7,000 บาท) ใหม่! ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์ แค็บ/แชสซีส์ ราคา 545,000 บาท #ออลนิวอีซูซุดีแมคซ์ #ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ #อีซูซุ #Isuzu #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Ford Ranger Standard Cab 4x2
แฟลช เอ็กซ์เพรส เลือก ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตน ดาร์ดแค็บ 4x2’ ต่อยอดธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ฟอร์ด ประเทศไทยโดยนายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ (ที่สองจากซ้าย) พร้อมด้วยผู้บริหารจากผู้จำหน่ายฟอร์ด บริษัท ที เอส ออโต้ เซลส์ จำกัด ร่วมกับบริษัทล็อตเต้ เรนท์-อะ -คาร์ ส่งมอบรถกระบะ ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตน ดาร์ดแค็บ 4x2’ ให้แก่ บริษัท แฟลชเอ็กซ์เพรส จำกัด ผู้ให้บริการขนส่งสัญชาติไทยแบบครบวงจร โดยมีนางจรัสพักตร์ การปลื้มจิตต์ พาร์ทเนอร์กลุ่มธุรกิจแฟลช (กลาง)รับมอบ ณ โชว์รูม ฟอร์ด ที เอส ออโต้ เซลส์ บางบัวทอง โดยทัพรถกระบะ ‘ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตนดาร์ดแค็บ 4x2’จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการขนส่งพัสดุของ แฟลช เอ็กซ์เพรส รองรับฐานลูกค้าที่กำลังเติบโต สอดรับกับการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซในประเทศไทย ฟอร์ด เรนเจอร์ สแตนดาร์ดแค็บ 4x2 เป็นรถกระบะเปี่ยมสมรรถนะจากตระกูลเรนเจอร์ พร้อมรับมืองานหนักด้วยแชสซีย์ที่แข็งแรง และขุมพลังเครื่องยนต์ดูราทอร์คขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ และเกียร์ 6 สปีด ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตันเมตร นอกจากนี้ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า EPAS (Electric Power Assisted Steering) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้าเพื่อความปลอดภัยทุกการเดินทาง โดยรถกระบะฟอร์ดที่ส่งมอบให้แฟลช เอ็กซ์เพรส มีคณะวิศวกรจากโรงงานฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมควบ คุมคุณภาพให้เปี่ยมด้วยสมรรถนะและตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งานอย่างลงตัว #แฟลชเอ็กซ์เพรส #ฟอร์ดต่อยอดธุรกิจอีคอมเมิร์ซ #ฟอร์ดประเทศไทย #ฟอร์ดทีเอสออโต้เซลส์ #ล็อตเต้เรนท์อะคาร์ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- ฺBrake Quip
รันสต็อป ลุยเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ คาลิเปอร์ R-19 พร้อมชุดจานเบรกไฮ-คาร์บอนพลัส FSC ฟรี! สายถักแบรนด์ brake quip ขนาด 50 ซม. คุณภาพระดับสากลจากอเมริกา 1 คู่ ในราคาสุดพิเศษ บริษัท บี.เจ.มอเตอร์พาร์ท จำกัด ผู้ผลิตเเละจัดจำหน่ายอุปกรณ์ระบบเบรกรถยนต์ เเละรถบรรทุกแบรนด์รันสต็อป ยังคงเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีการเปิดตัวชุดจานเบรกไฮ-คาร์บอนพลัส FSCพร้อมคาลิเปอร์ R-19 เพื่อตอบสนองความต้องการสำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบความคลาสติคแบบเดิมติดรถ ประสิทธิภาพการเบรกดีขึ้น ปลอดภัยยิ่งกว่าแม้จะยังคงใช้จานขนาดเท่าเดิม แม็กเดิม ติดตั้งง่ายไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องดัดแปลงรถ ไม่ต้องใช้ขายึดคาลิเปอร์ มาพร้อมดีไซน์ลายจานและคาลิเปอร์ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย คุณ กชชะญา วิกรมธรรมกุล ผู้จัดการบริษัท บี.เจ.มอเตอร์พาร์ท จำกัด ในนาม รันสต็อป กล่าวว่า “ครึ่งปีของ 2563 นี้ ทางรันสต็อปเองตั้งใจพัฒนาและเลือกเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ชุดจานเบรกไฮ-คาร์ บอนพลัส FSC มาพร้อมคาลิเปอร์ R-19 นี้ ถึงแม้ว่าลูกค้าจะใช้แม็กเท่าแม็กเดิม จานเบรคขนาดเท่าเดิมแต่ประสิทธิภาพการเบรกจะดีขึ้นแบบรู้สึกได้ วัดผลได้แน่นอน โดยประกอบด้วยจานคุณภาพสูงมาตรฐานระดับสากล ลายจานที่เพิ่มความโดดเด่นให้กับรถ รวมไปถึงคาลิเปอร์ใหม่ที่ทำให้เบรคของรถหนึบขึ้น สีสันสดใส มาพร้อมกับสายถักแบรนด์อเมริกาที่เพิ่มสมรรถนะการเบรกยิ่งขึ้นไปอีก เรียกได้ว่า รันสต๊อปจัดชุดเบรคให้แบบจบครบชุดเลยภายในเซตนี้”จุดเด่นของ ชุดจานเบรกไฮ-คาร์บอนพลัส FSC พร้อมคาลิเปอร์ R-19 - ในชุดประกอบด้วย จานเบรกไฮ-คาร์บอนพลัสสูตรใหม่ล่าสุดลาย FSC ขนาด 262 มม. (ขนาดเท่าจานเดิมติดรถ) พร้อมคาลิเปอร์ R-19 คาลิเปอร์อะลูมิเนียมที่หมดปัญหาเรื่องสนิมแบบ 4 พอต โมเดลทวินบลอค พร้อมลูก สูบขนาดใหญ่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกจากเบรกเดิมถึง 25% - จานผลิตจากน้ำเหล็กคุณภาพสูงสูตรไฮ-คาร์ บอนพลัส FSC แข็งแรง ทนทาน ลดอาการเบรกเฟด ระบายความร้อนได้ดี และทนความร้อนสูง ลายจานดีไซน์พิเศษออกแบบเพื่อให้หน้าผ้าเบรกเรียบและแนบสนิทกับจานเบรกตลอดเวลาเพื่อประสิทธิภาพในการเบรก - สามารถใช้กับคาลิเปอร์เดิมได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนหรือดัดแปลง ไม่จำเป็นต้องเพิ่มขายึดคาลิเปอร์ - มีสายถักเบรก ขนาด 50 ซม ฟรีให้ในเซต 2 เส้น ซึ่งเป็นสายถักแบรนด์ brake quip สายถักเบรกสัญชาติอเมริกาคุณภาพสูงกว่ามาตรฐาน DOT ที่อเมริกากำหนดไว้จากห้องปฏิบัติการชั้นนำ ถูกออกแบบโดยวิศวกรมืออาชีพเพื่อทนความร้อนสูง มีอายุการใช้งานยาวนาน ใช้ได้กับน้ำมันเบรกทุกประเภท และผ่านการทดสอบการรั่วซึมด้วยแรงดัน ถึง 3000 psi มีความยืดหยุ่นน้อย ขยายตัวน้อยกว่า ทนทานต่อแรงเสียดสีและแรงกระแทกมากกว่าสายเดิม - คาลิเปอร์สีสันยอดนิยม สดใส สะดุดตา มีให้เลือกถึง 3 สี แดง น้ำเงิน เหลือง - มาพร้อมโปรโมชั่น ลดทันทีจากราคาปกติ 22000 บาท เหลือเพียง 18900 บาท หมดเขตโปรโมชั่นถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2563 นี้เท่านั้น - ปัจจุบันมีสินค้าสำหรับรถ Honda civic / jazz / city และกำลังพัฒนาต่อยอดเพื่อให้ใช้ได้ในรถหลากหลายรุ่นในอนาคตสำหรับผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสผลิตภัณฑ์จริง พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่งาน Rest Area วันที่ 29 สิงหาคม พ.ศ.2563 นี้ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.เป็นต้นไป ที่ ตลาดนัดมะลิ เลียบด่วนเมือง ทอง ที่จะถึงนี้...... #รันสต็อป #RunstopRacing #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- "AMR Asia" joins hands with "ITEC"Develop Cyber Security Business
“เอเอ็มอาร์ เอเซีย” จับมือ “ไอทีเซค” พัฒนาธุรกิจ Cyber Security ของไทยให้ได้มาตรฐานระดับสากล บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด ประกาศความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจไซเบอร์ซิเคียวริตี้ (Cyber Security) กับ บริษัท ไอทีเซค (ไทยแลนด์) จำกัด พร้อมเร่งผลักดันการพัฒนาไซเบอร์ซิเคียวริตี้ของประเทศไทยให้เติบโตและมั่นคงมีมาตรฐานระดับสากล นายมารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด กล่าวว่า เราเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการพัฒนานวัตกรรมและการออกแบบระบบทางวิศวกรรมสำหรับบริษัทเอกชนขนาดใหญ่และหน่วยงานราชการในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจในด้านต่าง ๆ ได้แก่ ด้านระบบขนส่งทางรางและระบบรถไฟฟ้า เช่น โครงการออกแบบติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว สายสีชมพู สายสีเหลือง และสายสีทอง ด้านระบบไฟฟ้าสื่อสาร สำหรับเมืองอัจฉริยะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ให้บริการแก่หน่วยงานราชการและเอกชนขนาดใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานคร การปิโตรเลียม การไฟฟ้าทั้งสามแห่ง และกรมชลประทาน ด้านระบบ IT โซลูชั่น IOT และ Cloud Computing เพื่อตอบสนองการใช้งานระบบสารสนเทศให้กับหน่วยงานราชการ สถาบันการเงิน และบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ มากกว่า 200 แห่ง นายมารุตให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทให้บริการออกแบบติดตั้งระบบ IT และเชื่อมต่อระบบเครือข่ายและเทคโนโลยีให้กับองค์กรต่าง ๆ ซึ่งมุ่งเน้นระบบ Network Security มาโดยตลอดมากว่า 20 ปี ประกอบกับความรุนแรงของการคุกคามและทำลายระบบ IT ตลอดจนฐานข้อมูลนั้นได้สร้างความเสียหายด้วยมูลค่าที่สูง ไม่ว่าจะเป็นมัลแวร์ หรือ แรนซัมแวร์ เพื่อเรียกค่าไถ่ การเจาะระบบความปลอดภัย และขโมยข้อมูลทางด้านการค้าเพื่อนำไปขายให้คู่แข่ง ไปจนถึงการเจาะระบบเข้าไปในหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างข่าวปลอมซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศ นายมารุต เปิดเผยว่า บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด ได้เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดกับผู้ใช้บริการ จึงได้ตกลงจับมือกับ บริษัท ไอทีเซค (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านไซเบอร์ซิเคียวริตี้ ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก และนับเป็นโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมศึกษาและพัฒนาธุรกิจไซเบอร์ซิเคียวริตี้ในประเทศไทย ซึ่งเป็นการเปิดตลาดกลุ่มใหม่ ๆ กลุ่มตลาดที่ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้มีโอกาสที่จะเสนอสินค้าและบริการให้ลูกค้าจำนวนมากขึ้น นายมารุตกล่าวต่อว่า การร่วมมือกันในครั้งนี้ เราจะร่วมกันพัฒนาและศึกษาความเป็นไปได้ ร่วมกันพัฒนาธุรกิจ Cyber Security ในประเทศไทย ซึ่งเราจะดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการเบื้องต้น (Pre-Feasibility Study) ของธุรกิจลูกค้าใหม่ในอนาคต และจัดทำรายงานผลการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น โดยจะนำเสนอความคืบหน้าของการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้น ประสานงาน ติดตามข้อมูล ให้ข้อเสนอแนะ ตลอดจนร่วมกันขจัดปัญหาและอุปสรรคที่กระทบต่อการศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นเพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง บรรลุผล เป็นรูปธรรม แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด “ผมมั่นใจว่าความร่วมมือของทั้งสองบริษัทฯ จะช่วยยกระดับขีดความสามารถและศักยภาพบริษัทไทยในการพัฒนาธุรกิจไซเบอร์ซิเคียวริตี้ รวมทั้งยังเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาอุตสาหกรรมและผู้ประกอบธุรกิจในประเทศให้มีมาตรฐานทางไซเบอร์ซิเคียวริตี้ทัดเทียมนานาชาติอีกด้วย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เราได้แสดงศักยภาพเพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจไซเบอร์ซิเคียวริตี้ให้มีความก้าวหน้าและมีมาตรฐานที่ดีตลอดไป”
- “New Generation of Automotive”
บทสรุปปาฐกถา “Roadmap ไทย ขับเคลื่อน EV” โดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมภาครัฐให้ความสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์ไฟฟ้า และกระตุ้นให้คนไทยเห็นถึงความสำคัญ ความจำเป็น และประโยชน์จากการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการลดมลพิษในอากาศในระยะยาวซึ่งประเด็นการปล่อยมลพิษของรถยนต์สันดาปภายใน ถือเป็นตัวเร่งให้เกิดการพัฒนารถยนต์พลังงานทางเลือก เกิดเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ๆ รวมถึงการออกกฎหมายควบคุมมลพิษจากยานยนต์เกิดขึ้น ดังจะเห็นได้จากกำหนดค่าไอเสียที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะที่มลรัฐแคลิฟอร์เนียที่มีการกำหนดค่ามาตรฐานการปล่อยมลพิษของตัวเอง เพื่อควบคุมและแก้ปัญหามลพิษ รวมไปถึงภูมิภาคอื่นๆ อย่างเช่นในประเทศในกลุ่มยุโรปก็ได้มีการออกมาตรฐานการปล่อยมลพิษของยานยนต์อย่าง มาตรฐานยูโร โดยเริ่มตั้งแต่ ยูโร 1ถึงปัจจุบันอยู่ที่มาตรฐานยูโร 6 ปัจจุบันมียานยนต์จำหน่ายทั่วโลกรวมกันกว่า 1,200 ล้านคัน ย่อมก่อให้เกิดมลภาวะทางอากาศที่มากขึ้น ดังนั้น รัฐบาลประเทศต่างๆ จึงได้มีการออกมาตรการที่เข้มงวดในเรื่องระบบท่อไอเสีย รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยี ให้รองรับการใช้ทั้งเครื่องยนต์และแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเป็น การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริด (Hybrid Electric Vehicle : HEV) ยานยนต์ไฟฟ้าไฮบริดปลั๊กอิน (Plug-in Hybrid Electric Vehicle : PHEV) รวมทั้งยานยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle : BEV) รวมถึงการออกนโยบายสนับสนุนการใช้รถยนต์ประเภทนี้ อาทิ รัฐแคลิฟอร์เนียออกนโยบายการเงินในการสนับสนุนเงินให้ผู้ซื้อยานยนต์ไฟฟ้าสูงสุดกว่า 200,000 บาทต่อคัน และการสนับสนุนให้ตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้า ทำให้ในปี ค.ศ. 2018 มีจำนวนแท่นชาร์จไฟกว่า 450,000 มากที่สุด ในประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น สำหรับประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตยานยนต์ที่สำคัญ โดยในปี ค.ศ. 2019 มีการผลิตอยู่ในอันดับที่ 11 ของโลก และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ถือเป็น 1 ใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ที่มีศักยภาพและมีบทบาทสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลไทยได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ และมีการบูรณาการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยการประชุมครั้งที่ 1 ได้มีการเห็นชอบ แผน 30@30 โดยปี ค.ศ. 2030 จะผลิตยานยนต์ไฟฟ้า 30% ของการผลิตรถยนต์ในไทย โดยแบ่งการทำงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น (2020-2022) ผลิตรถสำหรับรถราชการ รถสาธารณะ รถจักรยานยนต์สาธารณะ 60,000-110,000 คัน ระยะกลาง (2021-2025) จะผลักดัน ECO EV จำนวน 100,000-250,000 คัน และผลักดันสมาร์ท ซิตี้ บัส จำนวน 300,000 คัน ระยะยาว (2026-2030) ให้มีการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประมาณ 750,000 คัน พร้อมกันนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้หารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเดินหน้าโครงการมาตรการ ยานยนต์เก่าแลกยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) โดยการนำรถเก่าที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 15 ปี มาเปลี่ยนเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อส่งเสริมตลาดและการจัดการซากยานยนต์ โดยจะมีการศึกษาการจัดการซากยานยนต์ในประเทศไทยอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการจัดการซากรถยนต์ที่เป็นระบบ ลงทุนการรีไซเคิลซากรถยนต์และแบตเตอรี่ และเข้าสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน ด้านโครงสร้างพื้นฐานได้รองรับการส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า โดยใช้อัตราค่าไฟฟ้าแบบคงที่ 2.63 บาท ต่อหน่วย และตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะให้ตั้งภายในรัศมี 50-70 กิโลเมตร เพื่อให้ครอบคลุมการเดินทางระยะไกล ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐและภาคเอกชนมีการส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญแห่งหนึ่งใน อนาคตอันใกล้ บทสรุปสัมมนา “New Generation of Automotive” โดยตัวแทนจากทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน มร. จาง ไห่โป กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด นิยามของ New Generation of Automotive ในมุมของเอ็มจี ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ คือ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบไร้คนขับ และพลังงานทางเลือก สำหรับ SAIC Motor ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจี ถือเป็นหนึ่งในผู้นำทางด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าลำดับต้นๆ ของโลกที่พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยเราทำตลาดด้วยแบรนด์เอ็มจี โดยเราถือเป็นผู้จุดประกายให้เกิดกระแสยานยนต์ไฟฟ้าในสังคมไทยด้วยการเปิดตัว MG ZS EV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ที่สามารถตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ด้วยคอนเซ็ปต์ “EASY” ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย ดูแลรักษาได้ง่าย ใช้งาน ได้ง่าย เมื่อปีที่ผ่านมา และในปีนี้เอ็มจีได้เดินหน้าสร้างระบบนิเวศรถยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องด้วยการลงทุนติดตั้งจุดชาร์จ ในรูปแบบ DC โดยภายในปีนี้ จะมีจุดชาร์จจำนวน 100 แห่งในโชว์รูมและศูนย์บริการเอ็มจีทั่วประเทศ และวางแผนในการขยายจุดชาร์จเพิ่มอีก 1 เท่าตัวภายในปีหน้า ส่วนแผนงานในระยะที่ 2 ในการเพิ่มจำนวนสถานีชาร์จให้มากขึ้นจะเลือกสถานีที่อยู่เส้นทางหลักตามทางหลวง และแผนงานในระยะที่ 3 จะเพิ่มสถานีชาร์จที่ศูนย์การค้า ออฟฟิศ หมู่บ้าน ที่พักอาศัย นอกจากนี้ ยังมีแผนนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ รวมทั้งรถยนต์ไฟฟ้าปลั๊กอินไฮบริดเข้ามาทำตลาดอีกด้วย โดยเอ็มจีมุ่งหวังให้เกิดการบูรณาการและพร้อมที่จะสนับสนุนความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สังคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเติบโตมากขึ้นพร้อมนำเสนอให้รัฐบาลช่วยผลักดันเรื่องสิทธิพิเศษด้านภาษี หรือการลงทุน รวมถึงการมอบสิทธิพิเศษให้กับผู้ซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้นนายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในปี พ.ศ. 2560 BOI เตรียมการลงทุนเรื่องนโยบายการลงทุนรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ครอบคลุมทุกเรื่อง การผลิต ความต้องการตลาด การส่งเสริมการลงทุนการสร้างสถานีชาร์จ รถยนต์ใช้ส่วนบุคคล รถยนต์สาธารณะ และชิ้นส่วน ในปัจจุบันมีผู้เข้ามาลงทุนในส่วนของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 16 บริษัท รวม 26 โครงการโดยมีการขอส่งเสริมการลงทุนในการผลิตรถยนต์ ประเภทไฮบริด (HEV) ปลั๊กอินไฮบริด(PHEV) รวมถึงรถพลังงานไฟฟ้า 100% (BEV) และมียอดการผลิตรวมกันกว่า 560,000 คันเรากำลังพิจารณาส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติมในส่วนของสามล้อไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า ที่มีแผนการเปิดโครงการในช่วงการประชุมคณะกรรมการบีโอไอครั้งต่อไป สำหรับประเทศไทย BOI มองว่า เราต้องมีขีดความสามารถในการสร้างการรับรู้เรื่องนวัตกรรมต่อยอด สู่การพัฒนาให้ได้ เราต้องเข้าใจบริบทของความต้องการเพราะประเทศเราเป็นฐานการผลิตรถยนต์ประเภทสันดาปภายในมานาน ดังนั้นเราต้องรีบศึกษาเพื่อจะผันตัวเป็นศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ฉะนั้นเราต้องปรับตัวให้ได้และให้ทัน ทั้งเรื่องเครื่องมือ (Supply) และการขยายตลาด (Demand) ต้องดูเรื่องผู้ผลิตและผู้ใช้งานมีความพร้อมหรือไม่ ซึ่งจากแผน 30@30 เราต้องคิดกลยุทธ์เพื่อให้เกิดการลงทุนที่มากขึ้น อาทิ การผลิตรถบัสพลังงานไฟฟ้าเพื่อการใช้งานขนส่งสาธารณะ ซึ่งเป็นถือเป็นจำนวนการผลิตที่ค่อนข้างสูงนายเสกสรร เสริมพงศ์ รองผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รับผิดชอบพื้นที่ครอบคลุม 74 จังหวัด โดยในปัจจุบันเรามีการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งหมด 11 แห่ง นอกจากนี้เรายังมีแผนในการทำสถานีร่วมกับบางจาก เพิ่มอีก 62 จุด แบ่งเป็นสถานีปั๊มน้ำมันบางจาก 56จุด และส่วนพื้นที่ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีก 6 จุด โดยจะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่ 2 ของปี พ.ศ. 2564 และในระยะถัดไป ระหว่างปี พ.ศ. 2564 - พ.ศ. 2565 เราจะดำเนินการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้าอีก 64 จุด ทำให้ในปี พ.ศ. 2565 ทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค จะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้าทั้งหมด 137 จุด ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ 75 จังหวัด(รวมกรุงเทพมหานคร) สำหรับต้นทุนในการสร้างสถานีอัดประจุไฟฟ้า เฉลี่ย 2.5 ล้านบาท ต่อหนึ่งแท่นชาร์จนายพรศักดิ์ อุดมทรัพยากุล ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาองค์กร การไฟฟ้านครหลวง (MEA) ส่วนงานของการไฟฟ้านครหลวง ครอบคลุมพื้นที่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานครนนทบุรี และสมุทรปราการ ในปัจจุบัน เรามีสถานีอัดประจุไฟฟ้า 10 จุด จำนวน 15 แท่นชาร์จโดยมีแผนการขยายสถานีอัดประจุไฟฟ้า เพิ่มขึ้นอีก 118 จุด รวมเป็น 128 จุด ภายในปี พ.ศ.2565 พร้อมทั้งมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่น ในการค้นหาสถานีชาร์จไฟฟ้าทั้งประเทศและสามารถจองแท่นชาร์จก่อนเข้ารับบริการได้ ในเชิงนโยบายนั้นทางการไฟฟ้านครหลวงได้มีการเร่งดำเนินการขยายสถานีชาร์จอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้ เราจะส่งเสริมให้ผู้บริโภคเข้าใจในการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในชีวิตประจำวันหากไม่ได้ออกนอกบริเวณจังหวัดที่ใกล้เคียง รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในปัจจุบันมีระยะทางวิ่งมากกว่า 200 กิโลเมตร ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานสะดวกต่อการชาร์จพลังงานไฟฟ้าที่ที่พักอาศัยของผู้ใช้งานนายพิสิฐ รังสฤษฎ์วุฒิกุล ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ สถาบันยานยนต์เป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นกลไกของภาครัฐเพื่อสนับสนุนให้กับกระทรวงอุตสาหกรรมมีพันธกิจในเรื่องของการศึกษาวิจัยในด้านเทคโนโลยียานยนต์ร่วมกับทั้งทางภาครัฐและเอกชน รวมถึง การพัฒนาบุคลากรในแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ฝึกอบรม ศูนย์ทดสอบตามมาตรฐาน มอก. และตามมาตรฐานต่างประเทศด้วย ปัจจุบันสถาบันยานยนต์มีที่ตั้ง 3 แห่งประกอบด้วย กล้วยน้ำไท ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางข้อมูล นิคมอุตสาหกรรมบางปูจ.สมุทรปราการ ทำหน้าที่ทดสอบเรื่องมลพิษ และสนามไชยเขต จ.ฉะเชิงเทราทำหน้าที่ทดสอบด้าน EV ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับ ศูนย์ทดสอบสนามไชยเขต คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้ ในส่วนของเครื่องมือที่จำเป็นต่อการทดสอบ ในปี พ.ศ. 2562 ทางสถาบันฯ ได้รับอุปกรณ์มาแล้วทั้งสิ้น 5 ชิ้น เป็นเครื่องทดสอบความแข็งแรง การชาร์จไฟการปล่อยประจุเกิน การทนต่ออุณหภูมิ ไฟรั่วหรือไฟฟ้าลัดวงจร ส่วนอุปกรณ์อีก 4 ชิ้นจะเป็นงบประมาณของปี พ.ศ. 2563 ซึ่งจะทำให้ทางสถาบันฯ มีเครื่องมือในการทดสอบรวมทั้งสิ้น 9 เครื่อง ในส่วนงานด้านบุคลากร เรากำลังจะมีการทำMoU กับทางศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) ดร. ไกรสร อัญชลีวรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ นับได้ว่าเป็น Think Tank ในด้านการทำ R&D เพราะ การวิจัยที่ดีจะทำให้ประเทศสามารถพัฒนาไปได้ไกล ในอนาคตเราได้มีการจัดทำมาตรฐานแกนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของแบตเตอรี่ Charging Station ในด้านของการกำหนดมาตรฐานเราใช้IEC & ISO เป็นตัวกำหนด และมีการพัฒนาระบบยานยนต์ รวมถึงระบบช่วยขับขี่ ADAS ที่มีการใช้มากขึ้น เราต้องการให้มีมาตรฐานของเครื่องชาร์จ หัวชาร์จ แบตเตอรี่ แท่นชาร์จ และหัวใจสำคัญของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแบตเตอรี่เพราะฉะนั้นมาตรฐานในเรื่องนี้จึงสำคัญมาก PTEC จะเป็นฝ่ายดูแลและควบคุมเรื่องแบตเตอรี่ผ่านขั้นตอนการทำ Lab Test ที่เป็นมาตรฐานบังคับ รวมไปถึงการนำ Cell Battery ที่มีโมดูลและวงจรควบคุมแบตเตอรี่(Battery Management System) ในการจัดการและควบคุมประจุของแบตเตอรี่การวิจัยเรื่องการปล่อยประจุไฟฟ้า และการชาร์จไฟฟ้า ทั้งในรูปแบบ AC และ DC การตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ และการระบายความร้อนของแบตเตอรี่ ในด้านการทดสอบเราทดสอบตั้งแต่เรื่องอุณหภูมิแบตเตอรี่ขณะขับขี่ ระบบระบายความร้อน การสั่นสะเทือนขณะขับขี่ ระบบความปลอดภัย และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพและคุณภาพการขับขี่ ในประเทศไทย นอกจากนี้เรากำลังดำเนินการสร้าง Lab ทดสอบ ที่สามารถนำรถบัส 2 ชั้นที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและมีเป็นยานยนต์อัตโนมัติ ไร้คนขับพร้อมทั้งทดสอบโครงสร้างที่น้ำหนักเบา และรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการควบคุมเรื่องความถี่ของรถที่จะไม่กวนการทำงานของเครื่องยนต์หรือ ซอฟต์แวร์ อื่นๆ ทั้งนี้ PTEC มองว่าประเทศไทย อุตสาหกรรมยานยนต์ของเราไม่ได้มีความห่างชั้นกับประเทศเพื่อนบ้านเพราะเรามีศักยภาพที่ค่อนข้างพร้อม และประเทศไทยก็ยังเป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุด เป็นอับดับ 2 ของภูมิภาคอาเซียน และส่วนสำคัญที่จะเร่งการพัฒนาของประเทศไปอีกขั้น คือการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีที่โดดเด่นจากประเทศอื่นๆ เข้ามาปรับใช้ในเมืองไทยหากเราได้เรียนรู้นวัตกรรมใหม่ๆ ก็จะสามารถทำให้เกิดการพัฒนาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น #Hashtag #mgthailand #newgenerationofautomotive #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Spirit of the 4x4 Driving Schoo
“อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่” มั่นใจ “SPIRIT 4x4” ส่งเจ้าหน้าที่ฝึกอบรมขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ หรือ Spirit of the 4x4 Driving School โดย สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการฯ ได้รับเกียรติจาก รักสุดา มามะ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นำทีมเจ้าหน้าที่เข้ารับการฝึกอบรมขั้นพื้นฐาน การขับรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพื่อนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่พิทักษ์รักษาผืนป่ามรดกโลก โดยบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้เอื้อเฟื้อรถ MG EXTENDER ให้ใช้ฝึกฝนครั้งนี้ ณ สนาม Spirit Adventure Ground จ. นครนายก
- All New Forza350
เจาะไฮไลต์ฟีเจอร์เด็ด All New Forza350 บิ๊กสกู๊ตเตอร์ท๊อปคลาสเบอร์หนึ่งของไทย เปิดรายละเอียดความแรงของฟีเจอร์สุดล้ำที่อัดแน่นอยู่ใน All New Forza350 หลังเปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก กระแสแรงไม่มีหยุด ล่าสุด ขึ้นแท่นเป็นบิ๊กสกู๊ตเตอร์ท๊อปคลาสเบอร์หนึ่งของไทย จากยอดจองสูงที่สุดในงาน Motor Show 2020 ที่ผ่านมา 1. เครื่องยนต์ใหม่ eSP+ 4 วาล์ว แรงสุดในคลาส กับขุมพลังบล็อกใหม่ กระเดื่องวาล์วแบบโรลเลอร์ยูนิแคม แรงขึ้น ลื่นขึ้น ลดแรงเสียดทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม - ขยายกระบอกสูบเป็น 77 มม., ระยะช่วงชักขยับเป็น 70.7 มม., ฝาสูบกระเดื่องวาล์วแบบโรลเลอร์ยูนิแคม ลดแรงเสียดทาน, หม้อกรองอากาศขนาดใหญ่ขึ้นเป็น 5.5 ลิตร, ระบบระบายไอเสีย คอท่อแบบสแตนเลสที่มีขนาดใหญ่ขึ้น 2. หม้อน้ำตำแหน่งใหม่ ไร้กังวลเรื่องความร้อน เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ 3. ระบบส่งกำลังรูปแบบใหม่ คลัชท์ 5 ก้อน การจับตัวของหน้าคลัทช์ดีขึ้น แม่นยำและฉับไวยิ่งขึ้น 4. ชุดแฟริ่งพัฒนาใหม่รอบคัน เสริม Aerodynamic ดียิ่งขึ้น ขับขี่นิ่งยิ่งขึ้น 5. วินชิลด์หน้าปรับด้วยระบบไฟฟ้า ปรับได้สูงขึ้นอีก 40 มม. ลดแรงลมปะทะได้สูงสุดถึงระดับ 150 มม. เดินทางไกลได้สะดวกสบาย ลดอาการเมื่อยล้าขณะขับขี่ 6. หน้าปัดเรือนไมล์ดีไซน์หรู พร้อมฟังก์ชั่นอัจฉริยะที่ครบครันแบบรถยนต์ระดับพรีเมียม 7. มิติตัวถังที่เปลี่ยนไป ส่งผลต่อสมรรถนะการขับขี่ที่เปลี่ยนแปลง ขับขี่คล่องตัวยิ่งขึ้น ไปได้ไกลกว่าเดิม 10 กม. - สำหรับมิติตัวถังความยาวที่เพิ่มขึ้น 5 มม. เป็น 2,147 มม. ความกว้างเท่าเดิมที่ 754 มม. ส่วนความสูงปรับเตี้ยลง 109 มม. เป็น 1,362 มม. ความสูงเบาะนั่งเท่าเดิมที่ 780 มม. -น้ำหนักตัวถังเพิ่มขึ้น 2 กก. เป็น 185 กก. และความจุถังน้ำมันเพิ่มขึ้นเป็น 11.7 ลิตร (จากเดิม 11.5 ลิตร) สัมผัสเทคโนโลยีสุดล้ำของ All New Honda Forza350 “เพราะที่สุด มีเพียงหนึ่งเดียว” ได้แล้วที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ด้วยราคาแนะนำ 173,500 บาท โดยมีให้เลือกทั้งหมดสี่สี ได้แก่ สีดำ สีขาว-น้ำเงิน สีแดง-ดำ และสีน้ำเงิน-ดำ #A.P.Honda #HondaMotorcycle #AllNewForza350 #PremiumBigScooter #เพราะที่สุดมีเพียงหนึ่งเดียว #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- TMB WOW
ทีเอ็มบี ชวนลูกค้าสะสมคะแนน WOW ไว้ใช้แทนเงินสด หรือแลกของรางวัลโดนใจง่ายๆได้ทุกวัน แค่ช้อปออนไลน์หรือจ่ายค่าโดยสารผ่านบัตรเดบิต ออลล์ฟรี (ALL FREE) TMB WOW ลอยัลตี้โปรแกรมสำหรับลูกค้าทีเอ็มบี เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ เพื่อให้ลูกค้าสะสมคะแนน WOW ไว้ใช้แทนเงินสด หรือแลกของรางวัลได้ง่ายยิ่งขึ้น เพียงช้อปออนไลน์ หรือชำระค่าเดินทางของระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถไฟฟ้า BTS, รถไฟฟ้า MRT, รถบัส และรถไฟ ผ่านบัตรเดบิตออลล์ฟรี (ALL FREE) รับทันทีคะแนนสะสม WOW สูงสุดถึง 150 WOW (มูลค่า 150 บาท) ต่อบัญชีต่อเดือน ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2563 โดยคะแนน WOW สามารถนำมาใช้แทนเงินสดผ่านบริการ Pay with WOW ซึ่ง 1 WOW มีมูลค่าเท่ากับ 1 บาท เพียงใช้จ่ายผ่านบัตร ALL FREE ได้ทุกที่ทั่วโลก หรือใช้คะแนน WOW แลกของรางวัลโดนใจมากมายบนแอปพลิเคชัน ทัช (TOUCH) ได้ด้วยตนเอง สะดวก ปลอดภัย และง่ายแค่ปลายนิ้ว อาทิ E-Voucher Starbucks, ส่วนลด Lazada, ส่วนลด GrabFood, ส่วนลด Foodpanda, ส่วนลด Tesco Lotus หรือส่วนลดประกันรถยนต์ เป็นต้น ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมที่เมนู WOW ในแอปพลิเคชัน TOUCH หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Contact Center โทร.1558 * * * * * * #TMB #MakeREALChange #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น
- New Scoopy i Chupa Chups Limited Edition
ครั้งแรกของโลก! ฮอนด้าผนึกกำลัง Chupa Chups เปิดตัว New Scoopy i Chupa Chups Limited Edition เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำเทรนด์รถแฟชั่น เอ.ที. อีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว New Honda Scoopy i Chupa Chups Limited Edition ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ ถ่ายทอดคาแรคเตอร์สดใสของ Chupa Chups ด้วยกราฟิกใหม่สีสันสะดุดตาไม่เหมือนใคร ภายใต้คอนเซปต์ “Fun นะ จุ๊ปส์ จุ๊ปส์” New Honda Scoopy i Chupa Chups Limited Edition เกิดจากการ Collaboration อย่างเป็นทางการครั้งแรกของแบรนด์ชั้นนำจาก 2 วงการ นำโดยรถจักรยานยนต์ Honda ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย และ Chupa Chups แบรนด์อมยิ้มชื่อดังของโลกจากประเทศสเปน ซึ่งมีประวัติความเป็นมายาวนานตั้งแต่ปี 1958 และเป็นหนึ่งในแบรนด์ไอคอนที่เด็กวัยรุ่นทั่วโลกรู้จักกันเป็นอย่างดี ตัวรถได้รับการออกแบบลวดลายขึ้นใหม่ ผสานความเป็นผู้นำแฟชั่นและความคลาสสิกด้วยโลโก้ Chupa Chups พร้อมคาดแถบสีสดใสที่ด้านหน้าและด้านข้างตัวรถ ให้กลิ่นอายความสนุกของชีวิตวัยรุ่นในยุค 80s ยุคของป๊อปคัลเจอร์ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความฉูดฉาดของสีสันต่าง ๆ New Honda Scoopy i Chupa Chups Limited Edition ยังถือเป็นรถที่โดดเด่นในด้านเทคโนโลยี ด้วยเครื่องยนต์ eSP (Enhanced Smart Power) ขนาด 110 ซีซี 4 จังหวะ หัวฉีดอัจฉริยะ PGM-FI ให้สมรรถนะเต็มประสิทธิภาพ และประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 62.5 กม./ลิตร พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System มั่นใจการหยุดรถด้วยดิสก์เบรกหน้า ที่มาพร้อมระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda Scoopy i Chupa Chups Limited Edition ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ โดยจะมาพร้อมกับหมวกกันน็อกดีไซน์พิเศษธีม Chupa Chups แบบเดียวกับตัวรถ ด้วยราคาแนะนำ 53,700 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ www.aphonda.co.th เฟซบุ๊กแฟนเพจ fb.com/hondamotorcyclethailand #Honda #Scoopyi #Club12 #ScoopyIChupaChups #ChupaChups #WhatStopsYou #Funนะจุ๊ปส์จุ๊ปส์











