top of page

1424 results found with an empty search

  • FIA World Endurance Championship

    การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ FIA World Endurance Championship สนามที่ 2 Portimão (ประเทศโปรตุเกส) ปอร์เช่ มุ่งมั่นป้องกันตำแหน่งผู้นำบนหัวตารางในรายการแข่งขันระดับโลกที่ Algarve ทีมแข่งจากโรงงานปอร์เช่ เดินทางมาถึงการแข่งขันสนามที่ 2 ในรายการ FIA World Endurance Championship (WEC) ด้วยตำแหน่งผู้นำบนตารางคะแนนสะสม นับตั้งแต่ปฏิทินการแข่งขันใหม่ล่าสุดซึ่งได้บรรจุสังเวียนความเร็วที่ Portimão เอาไว้ในวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา บรรดาทีมงานและนักขับทุกคนต่างรู้สึกประทับใจในรายการการแข่งขันระดับโลกนี้ ทีมแข่ง Porsche GT มีการเตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีสำหรับภารกิจช่วงสุดสัปดาห์ใน Algarve ประเทศโปรตุเกส ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบขับ และการจำลองรูปแบบสถานการณ์การแข่งขัน บุคลากรของ Manthey ร่วมมือกันอย่างเต็มความสามารถเพื่อส่งรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911RSR) ที่พกพาพละกำลังติดตัวกว่า 515 แรงม้า ทั้ง 2 คัน ลงกรำศึกในรุ่น GTE-Pro ในส่วนของนักแข่งบนรถแต่ละคัน ยังคงได้รับความไว้วางใจให้รับหน้าที่เดิมเช่นเดียวกับการแข่งขันราย การ Le Mans 24 ชั่วโมง ในเดือนสิงหาคม ตามมาด้วยรุ่น GTE-Am ซึ่งเป็นทีมแข่งอิสระ Dempsey Proton Racing และ Project 1 GR Racing ส่งรถแข่ง 911 รวมทั้งหมด 4 คัน ร่วมประลองสงครามความเร็วระยะยาวในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา “หลังจากประสบผลสำเร็จครั้งใหญ่ที่ Spa-Francor champs เรากำลังเดินหน้าต่อไปยังสนามที่ 2 ของฤดูกาลในฐานะผู้นำคะแนนสะสม เป้าหมายของเราค่อนข้างชัดเจนเอามากๆ ในทันทีที่ธงตราหมากรุกโบกสะบัดหลังผ่านการขับเคี่ยวตลอด 8 ชั่วโมงบนแผ่นดินโปรตุเกส เราต้องการที่จะรักษาอันดับ 1 ในรุ่น GTE-Pro เอาไว้ต่อไปให้ได้” Pascal Zurlinden ผู้อำนวยการ Factory Motorsport อธิบาย “ทีมงานของเราทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมลงแข่งขันราย การ WEC ครั้งแรกใน Portimão ตอนนี้เราพร้อมลงสนามแล้ว การแข่งระยะยาว 8 ชั่วโมงในครั้งนี้ ถือ ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทีมให้สมบูรณ์แบบสำหรับรายการ Le Mans 24 ชั่วโมงในปีนี้ มีส่วนสำคัญในการช่วยให้ทีมงานนักขับ วิศวกร และช่างเทคนิค ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันได้ดียิ่งขึ้น และส่งผลต่อการประสานงานที่ลื่นไหลทุกขั้นตอน” @เกี่ยวกับการแข่งขัน......... สนาม Autódromo Internacional do Algarve มีทำเลที่ตั้งบริเวณเทือกเขา hinterland ไม่ไกลจากแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลของเมือง Portimão และ Lagos เซอร์กิตระยะทาง 4.684 กิโลเมตร แห่งนี้ เคยจัดการแข่งขัน Formula 1 มาแล้ว 2 ครั้ง ประกอบด้วยทางโค้ง 16 จุด และเนินเขาลาดชันทั้งขึ้น และลงอีกหลายตำแหน่ง ทางลาดลงเขาที่ชันที่สุดของสนามอยู่ที่ระดับมากกว่า 12% นักแข่งต้องรับมือกับโค้งอับสายตา และบ่อกรวดลึก ทางตรงยาวมากกว่า 969 เมตร ผ่านจุดสตาร์ท และเส้นชัย ซึ่งรถแข่งในรุ่น GTE-Pro สามารถทำความเร็วสูง สุดได้ประมาณ 270 กิโลเมตรต่อชั่วโมง “การแข่ง ขันในประเทศโปรตุเกสที่ผ่านมา มีความพิเศษหลายประการ นับตั้งแต่การแข่งขันระยะยาว 8 ชั่ว โมง ที่มีคะแนนสะสมและรางวัลมากกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับรายการทั่วไปใน WEC อีกทั้งการลงสนามเป็นระยะเวลายาวนานมากกว่า 6 ชั่วโมงเป็นโอกาสที่ดีในการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งใหญ่ของเรา สิ่งนี้ก่อให้เกิดแรงจูงใจที่ยอดเยี่ยม”ข้างต้นคือความคิดเห็นจาก Alexander Stehlig หัวหน้าส่วนปฏิบัติการ FIA WEC “โดยปกติเส้นทางบนสนามที่ Portimão เป็นที่ชื่นชอบของนักแข่ง ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะไว้วางใจทีมงานนักขับทั้ง 3 คน ซึ่งได้รับหน้าที่ทำการแข่งขันในรายการ Le Mans ลงสนามที่นี่ เราดีใจกับการแข่งขันครั้งแรกของ WEC ที่โปรตุเกส ที่เราจะได้ทำการทดสอบตัวเองให้พร้อมรับมือกับการแข่งขันระยะยาวสุดคลาสสิกที่กำลังตามมาในฝรั่งเศส ขณะนี้เรากำลังเดินหน้าเข้าสู่สุดสัปดาห์แห่งการแข่งขันด้วยความรู้สึกสมบูรณ์แบบเต็มพิกัด” สนามที่ 2 ของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ World Endurance Championship จัดขึ้นทีประเทศโปรตุเกส โดยรถแข่งแต่ละคันจะมีนักแข่งประ จำการ 3 คน สลับสับเปลี่ยนกันลงสนามตลอดระยะเวลากว่า 8 ชั่วโมง นักแข่งทุกรายจะต้องใช้เวลายาวนานหลังพวงมาลัยรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) ในวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งเดิมเป็นกำหนดการแข่งขันรายการ Le Mans 24 ชั่วโมง สำหรับฤดูกาลนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ FIA WEC ได้จัดการแข่งขันบนสนาม Algarve ประเทศโปรตุเกส ในส่วนของรายการระยะยาวสุดคลาสสิกครั้งที่ 89 ในฝรั่งเศส ได้รับการเลื่อนไปจัดในวันที่ 21/22 สิงหาคม หรือนับเป็นสนามที่ 4 ของ WEC ในปีนี้ @นักแข่งสังกัดทีม Porsche GT .... ในส่วนของรถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 91 ทีมงานไว้วางใจในฝีไม้ลายมือของ Gianmaria Bruni และ Richard Lietz ชาวออสเตรีย สมทบด้วยหนุ่มฝรั่งเศส Frédéric Makowiecki ลงสนามขับ เคี่ยวกับคู่ต่อสู้ตลอดระยะเวลา 8 ชั่วโมงในโปรตุ เกส ทั้งนี้นักขับจาก Montpellier จะเข้าร่วมทีมในการแข่งขันที่ Le Mans ทางด้านเพื่อนร่วมชาติของเขา Kévin Estre และ Neel Jani จากสวิสเซอร์ แลนด์ จะปฏิบัติงานด้วยการกุมบังเหียนรถแข่งหมายเลข 92 ร่วมกันกับนักแข่งชาวเดนมาร์ค Michael Christensen โดย Estre และ Jani คือผู้ชนะในรุ่น GTE-Pro จากสนามเปิดฤดูกาลที่ Spa- Francorchamps และยึดตำแหน่งผู้นำบนตารางคะแนนสะสมในปัจจุบัน @ทีมแข่งอิสระ........ Dempsey-Proton Racing ส่งรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) 2 คันเข้าร่วมในรายการ WEC สนามที่ 2 ของฤดูกาล นักแข่งคือ Matt Campbell จากประเทศออสเตรเลีย ในรถแข่งหมายเลข 77 ผนึกกำลังนักขับเจ้าของทีม Christian Ried (เยอรมนี) และนักแข่งเยาวชนของปอร์เช่ Jaxon Evans จากประเทศนิวซีแลนด์ ทางด้านของนักแข่งหนุ่มมืออาชีพชาวฝรั่งเศสสังกัดทีมโรงงานปอร์เช่ Julien Andlauer และ Dominique Bastien จากประเทศอเมริกา รวมทั้ง Marco Seefried จากประเทศเยอรมนี จะรับหน้าที่ลงสนามด้วยรถแข่งหมายเลข 88 อีกหนึ่งทีมแข่งอิสระจากประเทศเยอรมนีเช่นกัน Project 1 GR Racing ส่งรถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 56 ลงสนามด้วย Egidio Perfetti นักแข่งชาวนอร์เวย์ พร้อมคู่หูนักแข่งชาวอิตาเลียน Matteo Cairoli และ Riccardo Pera ในส่วนของ 3 นักขับสายเลือดอังกฤษ Michael Wainwright, Ben Barker และ Tom Gamble จะลงแข่งให้กับ GR Racing ในรถหมายเลข 86 @นานาทัศนะจากนักแข่งก่อนลงสนาม....... - Richard Lietz (รถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 91): “หลังจากประสบผลสำเร็จมาระดับหนึ่งด้วยรถแข่งหมายเลข 91 ของเราที่ Spa-Francorchamps ถึงตอนนี้เราต้องการทำคะแนนสะสมให้สูงที่สุด สนามนี้รับรองได้เลยว่าจะต้องมีเหตุการณ์ตื่นเต้น รวมทั้งความท้าทายพิเศษมากมายสำหรับทีมงานและนักแข่ง ความทนทานของยางเมื่อต้องเจอกับสภาวะที่แตกต่างกันทั้ง 2 รูปแบบคือสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในเชิงเทคนิค แต่ผมเชื่อว่าเรามีการเตรียมตัวที่ดีพอ” - Gianmaria Bruni (รถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 91): “การเข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งแรกในรายการ WEC ที่ Portimão คือความยิ่งใหญ่ ผมชอบการได้พบกับความท้าทายใหม่ๆ บนสนาม เมื่อเราค้นพบการปรับแต่งรถแข่งที่ลงตัว มันจะช่วยให้มีการยึดเกาะสูงสุดถึงแม้จะเป็นการเทโค้ง หรือพุ่งลงจากยอดเนิน และนั่นจะทำให้เราแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่ในโปรตุเกส ทีมงานของเราเปี่ยมล้นไปด้วยประสบการณ์ และคุ้นเคยกับสนามจากการทดสอบ หลังจากรถแข่งอีกคันในทีมของเราเอา ชนะได้ในสนามเปิดฤดูกาลที่ประเทศเบลเยี่ยม ตอนนี้เราเองต้องการที่จะขึ้นไปยืนบนหัวตารางด้วยรถแข่งหมายเลข 91 เช่นเดียวกัน” - Frédéric Makowiecki (รถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข): “ช่างเยี่ยมยอดที่ WEC ได้รวมเอาการแข่งขัน 8 ชั่วโมง ลงในรายการนี้ นับเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีก่อนจะถึงไฮไลท์ของฤดูกาลที่ Le Mans สิ่งนี้ช่วยให้ผมสร้างความคุ้นเคยกับรถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) และกลับมาเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิบัติงานในทีมอีกครั้ง เช่นเดียวกับ Michael ผมคิดว่ารถแข่งของเราจะทำได้ดีในสนามที่ท้าทายแห่งนี้และผมมั่นใจว่าท้ายที่สุดจะสามารถขับรถแข่งในรุ่น GTE ให้กับปอร์เช่ได้อีกครั้ง” - Kévin Estre (รถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 92): “Portimão เป็นสนามที่ดีจริงๆ มีเส้นทางที่เป็นราวกับรถไฟเหาะ จากโค้งลับสายตาและองค์ประกอบอื่นๆ ที่เร้าใจอีกมาก มีเหลี่ยมมุมที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว สิ่งนี้ส่งผลให้รถแข่งวิ่งฉวัดเฉวียนไปมาอยู่ตลอด เราจึงต้องค้นหาการปรับแต่งตัวรถที่ดีที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่ารถแข่งปอร์เช่ 911 อาร์เอสอาร์ (Porsche 911 RSR) ของเราจะยังคงเสถียรภาพสูงสุดเท่าที่ทำได้ขณะเบรก ผมรู้สึกเชื่อมั่นว่าเราจะทำผลงานได้ดีที่โปรตุเกส” - Neel Jani (รถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 92): “ผมรู้จักเส้นทางของสนามจากการวิ่งทดสอบครั้งหนึ่ง ซึ่งเราใช้รถแข่งปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) คันที่เคยเอาชนะรายการ Le Mans นั่นคือเมื่อปี 2013 มันผ่านมาสักพักแล้ว ย้อนกลับไปตอนนั้นพื้นผิวยางมะตอยค่อนข้างขรุขระ แต่มันได้รับการปรับปรุงใหม่เพื่อรองรับการแข่งขัน Formula 1 ครั้งแรกของสนาม ดังนั้นมันคงมีการสั่นสะเทือนที่น้อยลง ยางรถยนต์จะเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างแท้จริง โดยเฉพาะในโค้งสุดท้าย ซึ่งจะติดตามมาด้วยทางตรงยาวผ่านเส้นชัย บริเวณของสนามที่ล้อรถยนต์จะต้องรับภาระสูงสุด” - Michael Christensen (รถแข่งปอร์เช่ 911 RSR หมายเลข 92): “การลงสนามครั้งล่าสุดหลังพวงมาลัยรถแข่งปอร์เช่ 911 RSR ของผมผ่านมาได้สักระยะหนึ่งแล้ว มันเกิดขึ้นที่สนามสุดท้ายในฤดูกาล 2020 ที่ Bahrain เรามีโอกาสได้วิ่งทดสอบเพียงไม่กี่ครั้ง ดังนั้นผมจึงรู้สึกเหมือนได้กลับมาคืนสู่บ้านของตัวเองในทันทีที่สัมผัสกับรถคันนี้ สนามแข่งที่โปรตุเกสเต็มไปด้วยความน่าอัศจรรย์ เช่นเดียวกับที่ Spa-Francorchamps สภาพโดยรอบของสนามที่มีระดับความสูงที่ไม่คงที่ ส่งผลให้การขับขี่เปรียบเสมือนการนั่งรถไฟเหาะ นั่นคือความท้าทาย และความสนุกสนานสำหรับนักแข่งอย่างเรา” ...... #AASAutoService #ปอร์เช่ประเทศไทย #เอเอเอสออโต้เซอร์วิส #เอเอเอสดูแลทั้งรถและคุณ #AASLookingafterYOUandyourCAR #AASTheNameyoucanTrust #PorscheThailand #gpsเส้นทางโฟกัส

  • Ford reveals 5 (not) secrets of off-road driving

    ฟอร์ดเผย 5 เคล็ด (ไม่) ลับของการขับออฟโรด การขับรถบนเส้นทางออฟโรดสุดโหดต้องใช้ทั้งความรู้ ทักษะ และความมั่นใจในการเดินทาง นักขับบางคนจึงอาจรู้สึกไม่มั่นใจว่าตนเองพร้อมสำหรับการขับรถออกนอกเส้นทางอันสะดวกสบายและทางเรียบที่คุ้นเคย แม้จะมีรถที่ขับเคลื่อน 4 ล้ออยู่ในครอบครองแล้วก็ตาม กุญแจสำคัญในการปลดล็อกประสบการณ์การขับขี่ออฟโรดพร้อมตะลุยในสภาพแวดล้อม​สมบุกสมบันอย่างปลอดภัยคือการเตรียมตัวและความเข้าใจในยานพาหนะและศักยภาพของยานพาหนะอย่างถ่องแท้ โดยรถกระบะอย่างเช่น ฟอร์ด เรนเจอร์ ได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงการใช้งานบนเส้นทางออฟโรดเป็นสำคัญ ด้วยความสูงจากพื้นถนน และมุมเงย มุมจาก ที่ออกแบบมาให้เอื้ออำนวยต่อการตะลุยผ่านสิ่งกีดขวาง รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออันทรงพลัง พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในทุกด้าน ด้วยคุณสมบัติข้างต้นประกอบกับสมรรถนะที่จะช่วยให้คุณบรรทุก ลากจูง หรือขับรถออกผจญภัยบนเส้นทางสุดโหด จึงทำให้ฟอร์ด เรนเจอร์ กลายเป็นเพื่อนคู่ใจของคอออฟโรดให้บุกตะลุยไปทุกที่ได้อย่างสนุกสนานและมั่นใจ “การขับรถบนเส้นทางออฟโรดเป็นการเปิดประสบ การณ์ให้เราได้ค้นพบสิ่งเราไม่เคยรู้มาก่อน” คุณนิดา ชัชวรัตน์ ผู้จัดการแบรนด์รถกระบะ ฟอร์ด ประ เทศไทย กล่าว“เมื่อมีรถกระบะอย่างฟอร์ด เรนเจอร์ ที่พร้อมตะลุยไปกับเราได้ในทุกเส้นทางแล้ว เราก็พร้อมเดินทางสร้างประสบการณ์ใหม่ๆได้อย่างสะดวกสบายและมั่นใจมากขึ้น” สำหรับผู้ที่เพิ่งเป็นเจ้าของรถขับเคลื่อน 4 ล้อ การทำความเข้าใจว่าเมื่อไหร่ควรใช้อัตราทดความเร็วสูงหรือต่ำ หรือการทำความรู้จักระบบล็อกเฟืองท้ายว่ามีวิธีการใช้งานอย่างไรนั้น อาจไม่ใช่เรื่องง่าย ฟอร์ดจึงขอแบ่งปันเคล็ด (ไม่) ลับง่าย ๆ 5 ข้อที่จะช่วยให้คุณดึงศักยภาพของฟอร์ด เรนเจอร์ ออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ในการขับขี่แบบออฟโรด ทำความเข้าใจการใช้อัตราทดความเร็วสูงและต่ำ (High and Low Range) ฟอร์ด เรนเจอร์ มีระบบส่งกำลัง 2 ชุด ด้วยกัน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้ระบบขับเคลื่อนสองล้ออัตราทดความเร็วสูง (2H) ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วสูง (4H) หรือระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตราทดความเร็วต่ำ (4L) ให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง เมื่ออยู่ในระบบ 2H รถจะขับเคลื่อนด้วยล้อหลังเท่านั้น ซึ่งถือเป็นโหมดการขับเคลื่อนปกติบนพื้นผิวเรียบ แต่เมื่อขับบนเส้นทางลูกรัง หรือบนพื้นผิวถนนที่ลื่น เช่นหลังฝนตก การเลือกระบบขับเคลื่อนแบบสี่ล้อจะช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังมาพร้อมระบบ Shift on the fly ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนจากแบบสองล้อ (2H) เป็น 4H ได้โดยไม่ต้องหยุดรถ อย่างไรก็ดี เมื่อผู้ขับขี่ต้องเดินทางผ่านเส้นทางที่ท้าทายมากขึ้น การเปลี่ยนมาใช้ระบบเกียร์แบบ 4L จะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้รถค่อยๆ ขับเคลื่อนผ่านพื้นผิวขรุขระได้ดีกว่าด้วยอัตราทดเกียร์ต่ำที่ช่วยเพิ่มกำลังและแรงบิดมากขึ้น เลือกโอกาสในการใช้อัตราทดความเร็วต่ำการเลือกใช้อัตราทดความเร็วต่ำเป็นกุญแจสำคัญของการขับบนพื้นที่ลาดชัน ทรายลึก หินหรือโคลนลึก เนื่อง จากการใช้อัตราทดความเร็วต่ำหมายถึงการใช้งานที่เกียร์ต่ำ จึงเหมาะกับการขับบนทางขรุขระที่ใช้ความเร็วน้อยกว่าการขับบนพื้นผิวเรียบหรือที่ความ เร็วต่ำกว่า 40 กม. ต่อชั่วโมง ในการเลือกระบบ 4L ให้จอดรถนิ่งสนิทแล้วขึงเปลี่ยนเกียร์ไปที่ N ก่อน จากนั้นจึงหมุนปุ่มเพื่อเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนซึ่งติดตั้งอยู่บริเวณส่วนล่างของกระปุกเกียร์ (สัญลักษณ์ 2H, 4H และ 4L) เมื่อมีไฟสัญญาณ 4L ขึ้นที่หน้าปัดควบคุมหลังพวงมาลัยแล้ว จึงเปลี่ยนเกียร์ไปที่ D แล้วออกรถอย่างช้าๆ ใช้ระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Rear Differential Lock เมื่อไหร่ เฟืองท้ายช่วยให้ล้อรถแต่ละล้อหมุนด้วยความเร็วที่ต่างกันได้เมื่อเข้าโค้ง โดยล้อฝั่งด้านนอกโค้งจะใช้วงเลี้ยวกว้างกว่าล้อที่อยู่ด้านในโค้ง แต่เมื่อขับบนทางออฟโรด เฟืองท้ายทั่วไปอาจเป็นปัญหาในการขับขึ้นเนินหรือข้ามสิ่งกีดขวาง เนื่อง จากเมื่อล้อยกลอยจากพื้นแล้ว เฟืองท้ายจะให้ความสำคัญกับล้อที่ลอยอยู่ ทำให้ล้อนั้นหมุนไปเรื่อยๆ อย่างไร้ประโยชน์ ส่วนล้อที่อยู่บนพื้นก็ไม่มีแรงพอที่จะขับเคลื่อนต่อไปได้ ระบบล็อคเฟืองท้ายแบบ Rear Differential Lock ของฟอร์ด เรนเจอร์ คือตัวช่วยล็อคล้อหลังทั้งสองด้านให้ได้รับแรงขับเคลื่อนเท่ากัน ดังนั้น เมื่อมีล้อใดล้อหนึ่งลอยอยู่ ล้ออีกข้างจะยังช่วยขับเคลื่อนให้รถเดินหน้าต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม การใช้ระบบล็อกเฟืองท้ายอาจไม่เหมาะในบางสถานการณ์ เช่น เมื่อต้องใช้วงเลี้ยวแคบๆ หรือเมื่อทั้งสี่ล้อสามารถรับน้ำหนักได้เท่ากัน รวมถึงการขับด้วยความเร็วสูงขึ้น และเมื่อขับบนทางลาดเอียง ใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา (Hill Descent Control: HDC) เมื่อไหร่ เมื่อต้องขับลงเนินลาดชัน เราขอแนะนำให้คุณเลือกใช้ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขาของฟอร์ด เรนเจอร์ (ปุ่มที่มีสัญลักษณ์รถขับลงเนิน) โดยผู้ขับขี่ต้องจอดรถและเปลี่ยนเกียร์ไปที่ P ก่อนเปิดใช้งาน จากนั้นจึงเปลี่ยนเกียร์ไปที่ D แล้วค่อย ๆ ยกเท้าขึ้นจากแป้นเบรก ปล่อยให้รถคลานลงเนินช้าๆ แล้วเน้นใช้พวงมาลัยควบคุมทิศทางของรถ หากต้อง การปรับความเร็ว ให้ใช้ปุ่ม Cruise Control (+/-) เพื่อเพิ่มหรือลดความเร็ว โดยระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันจะเหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วที่ไม่สูงนัก ที่ความเร็ว 5-32 กม. ต่อ ชม. การลดแรงดันลมยาง หนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการเพิ่มความสามารถในการขับบนเส้นทางออฟโรด และเพิ่มความนุ่มสบายภายในห้องโดยสารคือการลดแรงดันลมยาง โดยปริมาณลมยางที่จะปล่อยออกมานั้นขึ้นอยู่กับเส้นทางที่ขับ เราจึงแนะนำให้ผู้ขับขี่ตรวจสอบค่าแรงดันลมที่เหมาะสมกับเส้นทาง โดยข้อดีของการลดแรงดันลมยาง คือ พื้นผิวของล้อจะสัมผัสพื้นดินมากขึ้น ช่วยให้เกิดการกระจายน้ำหนักอย่างเท่าเทียมและทั่วถึงมากขึ้น เหมาะกับการขับบนพื้นทรายหรือพื้นโคลน พื้นผิวยางดูดซับแรงกระแทกได้ดีขึ้น ช่วยป้องกันล้อและส่วนต่างๆ ของล้อเมื่อขับบนพื้นที่ที่เป็นหินขรุขระ ช่วยมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายมากขึ้นเมื่อขับบนเส้นทางออฟโรด ยางที่อ่อนลงเล็กน้อยจะยึดเกาะพื้นผิวขรุขระเล็กๆ ได้ดีกว่า และลดแรงกระแทกภายในห้องโดยสารได้ หากคุณมีแผนจะปล่อยลมยางเพื่อขับบนเส้นทางออฟโรด อย่าลืมนำเครื่องเติมลมยางติดไปด้วยเพื่อเติมลมยางก่อนกลับมาขับบนถนนทางเรียบ การขับรถบนทางเรียบด้วยลมยางต่ำจะทำให้ควบคุมรถได้ยากทำให้ไม่ปลอดภัย อีกทั้งยังลดอายุการใช้งานของยางและส่งผลต่ออัตราการประหยัดน้ำมันอีกด้วย......... #ฟอร์ดเผย5เคล็ดไม่ลับของการขับออฟโรด #ฟอร์ดมอเตอร์คัมปะนี #ฟอร์ดประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • McDonald’s Application

    แมคโดนัลด์แอปคูปอง ฉลองครบสองล้านดาวน์ โหลดตอกย้ำความเป็นผู้นำดิจิทัลแพลตฟอร์ม Personalization พร้อมมอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มค่า แมคโดนัลด์ ประเทศไทย ฉลองยอดดาวน์โหลดแมคโดนัลด์ แอปพลิเคชัน (McDonald’s Applica tion) ดิจิทัลแพลตฟอร์มในรูปแบบ Personali zation เน้นเจาะกลุ่มพฤติกรรมของผู้บริโภค พร้อมเสิร์ฟโปรตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคล ซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยมจากลูกค้า ทำการดาวน์โหลดใช้งานแล้วกว่า สองล้านดาวน์ โหลดในระยะเวลาอันรวดเร็วไม่ถึงสองปี ส่งโปรฯ ฉลองมอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มอย่างต่อเนื่อง นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท กรรมการผู้จัดการ บริษัท แมคไทย จำกัด เปิดเผยว่า “ในฐานะผู้นำด้านนวัต กรรมและเทคโนโลยีในธุรกิจ QSR ที่ได้พัฒนา แมคโดนัลด์ แอปพลิเคชัน (McDonald’s Application) อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ทางการตลาดที่เราได้ศึกษา และคอยพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประ สบการณ์ใหม่ในการบริการที่ดีให้แก่ลูกค้า จวบจนทุกวันนี้มียอดแตะกว่า 2 ล้านดาวน์โหลด กลายเป็นดิจิทัลแพลตฟอร์มที่นำเสนอสิทธิพิเศษและดีลเด็ด ๆ ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าแต่ละบุคคล แบบ Personalization นั้น เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าได้ใช้แอปคูปอง ซึ่งในตอนนี้เราพร้อมตอบรับความสะดวกสบายและมอบสิทธิพิเศษเพิ่มให้กับลูกค้าเพียงสแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) เพื่อสามารถรับสิทธิพิเศษต่างๆ ได้ทั้งที่หน้าเคาท์เตอร์ และเครื่อง SOK และเพื่อเป็นการฉลองยอดการดาวน์โหลดสองล้านดาวน์โหลดแอปคูปองนี้ ทางแมคโดนัลด์ก็พร้อมมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าสมาชิกเพื่อเป็น การตอบแทน และสร้างความคุ้มค่าให้กับลูกค้าคนพิเศษของเราอีกด้วย” เสิร์ฟสิทธิพิเศษโปรโมชั่นฉลองครบสองล้านดาวน์ โหลด ด้วยชุดเบอร์เกอร์สุดคุ้มเหลือราคาเพียง 109 บาท (จากราคาปกติ 212 บาท ) โดยจัดโปรโมชั่น มอบความอิ่มอร่อย คุ้มค่าให้กับลูกค้าผ่านแมคโดนัลด์แอปคูปองหลากหลายเมนูในแต่ละสัปดาห์ 16 มิถุนายน 2564 - 22 มิถุนายน 2564: ชุดแมค ฟิช (Filet-O-Fish) อิ่มอร่อยกับเบอร์เกอร์หอมกรุ่น ประกบคู่ปลาพอลล็อคคุณภาพดี อุดมด้วยโอเมก้า 3 ทอดร้อนกรอบนอกนุ่มใน ฉ่ำด้วยทาร์ทาร์ซอส พร้อมชีสแสนอร่อยนำเข้าจากนิวซีแลนด์ตามสูตรลับเฉพาะของแมคโดนัลด์ ฟินคู่กับเฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง และเครื่องดื่มโค้กขนาด 16 ออนซ์ 1 แก้ว 23 มิถุนายน 2564 - 29 มิถุนายน 2564: ชุดซามูไรเบอร์เกอร์ เบอร์เกอร์หมูนุ่มๆ ชุ่มฉ่ำซอสเทอริยากิ เข้มข้น กลมกล่อม อร่อยลงตัวสไตล์ญี่ปุ่น อร่อยเป็นเซ็ตกับเฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง และเครื่องดื่มโค้กขนาด 16 ออนซ์ 1 แก้ว 30 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2564: ชุดเบอร์เกอร์ แมคไก่ เต็มอิ่มกับเนื้อไก่เน้นๆ ทอดร้อนๆ อร่อยเต็มคำ เพิ่มความกลมกล่อมด้วยมาโยซอส รสเข้มข้น พร้อมด้วยผักกาดแก้ว สดฉ่ำ อร่อยฟินอิ่มเกินเบอร์ เสิร์ฟพร้อม เฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง และเครื่องดื่มโค้กขนาด 16 ออนซ์ 1 แก้ว 7 กรกฎาคม 2564 – 13 กรกฎาคม 2564: สัปดาห์สุดท้ายปิดท้ายด้วย ชุดดีลักซ์ชีสเบอร์เกอร์ อร่อยเต็มอิ่มกับเนื้อวัวคุณภาพดีนำเข้าจากออสเตรเลีย กริลล์ร้อนๆ ย่างจนหอม มาพร้อมชีสเต็มแผ่นนำเข้าจากนิวซีแลนด์ ราดด้วยซอสสูตรเฉพาะของแมคโดนัลด์ ทานคู่เฟรนช์ฟรายส์ขนาดกลาง 1 กล่อง และเครื่องดื่มโค้กขนาด 16 ออนซ์ 1 แก้ว สุดพิเศษกับโปรโมชั่น Member day ทุกวันจันทร์ รับสิทธิ์ double patty รับเบิ้ลเพิ่มเนื้ออีกชิ้น ให้อิ่มฟินสุดๆ กันไปเลย สำหรับลูกค้าที่สั่งเมนู ชีสเบอร์เกอร์, ซามูไรเบอร์เกอร์ และแมคฟิช ผ่านแอปคูปอง พบกับดีลดีโปรเด็ดได้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน 2564 – 13 กรกฎาคม 2564 นี้ ที่ร้านแมคโดนัลด์ทุกสาขา ที่ร่วมรายการ ยกเว้นสาขาอิมแพค เมือง ทองธานี และทุกสาขาในสนามบิน บริการจัดส่งอาหารถึงบ้าน แมคดิลิเวอรี 1711 และออนไลน์ ไม่ร่วมโปรโมชั่น สุขล้นในแอปเดียวโหลดเลยคลิก bit.ly/Mc_coupons ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/mcthai *ราคาอาจแตกต่างกันในแต่ละสาขา #YourSafetyisOurPriority แมคโดนัลด์ยกระดับคุมเข้มมาตรการเพื่อรับมือและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยดำเนินมาตรการการเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลและสังคม โดยกำหนดจุดต่อคิวบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ และเครื่องสั่งอาหารอัตโนมัติ กำหนดจำนวนผู้เข้าใช้บริการภายในร้าน และจัดระเบียบที่นั่งภายในร้านให้มีระยะห่างในการนั่งรับประทานอาหารอย่างเหมาะสม โดยแนะนำให้ลูกค้าใช้บริการซื้อกลับบ้าน (Take away) เพื่อลดความหนาแน่นของพื้นที่ และการสัมผัสใกล้ชิดระหว่างบุคคล พร้อมให้บริการรับการชำระเงินแบบไร้เงินสด ผ่านบัตรเครดิต เดบิต บัตรแรบบิท และ e-Wallet ต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสเงินหรือธนบัตร เตรียมความพร้อมในการให้บริการไดรฟ์ ทรู (Drive Thru) ให้ลูกค้าได้อิ่มอร่อย อย่างปลอดภัย ไม่ต้องลงจากรถ รวมทั้งการจัดส่งอาหารที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย ไร้สัมผัส ผ่านบริการแมคดิลิเวอรี (McDelivery) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ใช้บริการ............ *ดูข่าวเพิ่มเติมได้ที่:www.gpssentangfocus.com #แมคโดนัลด์ย #แมคโดนัลด์ประเทศไทย #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com

  • TTC Motor Body & Paint

    TTC Motor Body & Paint เสริมศักยภาพบุคลากรและเครื่องมือพิเศษรองรับรถยนต์รุ่นใหม่ TTC Motor Body & Paint เติมศักยภาพการบริการ เสริมความรู้ให้บุคลากรและพัฒนาการใช้เครื่องมือพิเศษ เพื่อรองรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะ Mercedes-Benz S-Class ที่มีโครงสร้างเป็นอะลูมิ เนียม พร้อมคุมเข้มการตรวจสอบคุณภาพ บริการซ่อมสีและตัวถัง ด้วยอุโมงค์ไฟค่าความสว่างกว่า 3,400 ลักส์ ช่วยให้เห็นจุดบกพร่องของชิ้นงานได้ชัดเจน ก่อนทำการส่งมอบถึงมือลูกค้า คุณอัครินทร์ ตั้งทวีสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีซี มอเตอร์ จำกัด ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ในระลอกนี้ ทำให้การดำเนินธุรกิจในหลากหลายประเภท ต้องปรับตัวให้เข้ากับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ เว้นวรรคทางสังคม เน้นการสื่อสารผ่านออนไลน์มากขึ้น ในขณะเดียวกันทางบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังคงเดินหน้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง TTC Motor และ TTC Motor Body & Paint ในฐานะผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการต้องพัฒนาศักยภาพของบุคลากรและเครื่องมือพิเศษไว้รองรับการบริการรถยนต์รุ่นใหม่ๆดังกล่าวอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นล่าสุด Mercedes-Benz S-Class ที่มีโครงสร้างส่วนใหญ่เป็นอะลูมิเนียม การซ่อมแซมวัสดุดังกล่าว ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทางและบุคลากรที่ผ่านการอบรมการซ่อมวัสดุอะลูมิเนียมเท่านั้น เพื่อให้คุณภาพการซ่อมแซมเป็นไปตามมาตรฐานที่บริษัทแม่กำหนด นอกจากนี้บริษัทต้องเข้มข้นในทุกขั้นตอนการซ่อมแซมสี และตัวถังรถยนต์ ก่อนถึงมือลูกค้า เจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบอย่างพิถีพิถันหนัก TTC จึงมีอุปกรณ์มาตรฐาน อุโมงค์ไฟค่าความสว่างกว่า 3,400 ลักส์ ไว้ตรวจสอบการทำงานกระบวนการสุดท้าย ก่อนนำรถส่งถึงมือลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิ่งที่ดีที่สุด “ไม่เพียงเท่านั้น เรายังต้องให้ความสำคัญกับประ เภทของสีเช่นกัน ดังนั้น TTC เลือกใช้ สีประเภท 2K PPG สูตรน้ำ ซึ่งเป็นสีที่ดีที่สุดสำหรับรถยนต์ ความทนทาน รถยนต์ที่ซ่อมสีโดยใช้ระบบสี 2K สามารถใช้งานได้นานกว่า 5 ปี,ความคงทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศ,สามารถทนทานต่อสารเคมีต่างๆ ได้ดี เช่น ทินเนอร์ น้ำมันเบรก,สามารถคงสภาพสีเดิม ไม่ซีดจางจากเดิมง่าย,มีความเงางามสูงให้คุณสมบัติเหมือนสีรถที่ออกจากโรงงานประกอบรถยนต์ O.E.M (Original Equipment Manufactur ing) ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า ซ่อมสีกับเรา จะทำให้คุณเหมือนได้รับรถคันใหม่เลยทีเดียว” คุณอัครินทร์กล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญที่สุด ในการบริการลูกค้า ช่วงสถานการณ์โควิด -19 เช่นนี้คือ การให้บริการแบบ Delivery Service บริการรับ-ส่งรถยนต์ถึงบ้านของคุณ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย จาก TTC Motor Body & Paint ต้องการมอบประสบ การณ์ การดูแลรถยนต์ของคุณที่เหนือระดับ บริษัทพร้อมให้บริการลูกค้าทุกท่านให้มีความสะดวกสบาย และรู้สึกอุ่นใจเมื่อได้ใช้บริการกับเรา คือสิ่งที่ด้รับการตอบรับจากลูกค้ามากที่สุดบริการ Delivery Service สะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลา , การันตี ซ่อมสีและตัวถังภายใน 3 วัน* และบริการรับ-ส่งรถของท่านฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งนี้สามารถ สอบ ถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเข้ารับบริการที่ : TTC MOTOR BODY & PAINT CERTIFIED BY Mercedes-Benz โทร. 02-322-2222Facebo ok : https://www.facebook.com/ttcbpcenter Official Line : http://bit.ly/2kI5ios IG : http://bit.ly/2kRsuR1 https://www.benzttcmotor.com #TTCMotorBodyPaint #TTCMOTOR #ทีทีซีมอเตอร์ #เมอร์เซเดสเบนซ์ #เมอร์เซเดสเอเอ็จี #benzttcmotor #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Quick Lane celebrates the opening of the 18th branch "Quiklane Laem Chabang"

    พร้อมโปรโมชั่นสุดร้อนแรงตลอดเดือนมิ.ย. ทุกสาขาทั่วประเทศ ควิกเลน ศูนย์บริการยางและรถยนต์ประเภทเร่งด่วน ฉลองเปิดสาขาใหม่ “ควิกเลน แหลมฉบัง” เป็นสาขาที่ 18 พร้อมให้บริการบำรุงรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโลกที่สะดวกรวดเร็วได้แล้ววันนี้ กับโปรโมชั่นสุดพิเศษจัดเต็มเอาใจคนรักรถที่ควิกเลนทุกสาขา ทั่วประเทศจนถึง 30 มิถุนายน ควิกเลนตอกย้ำพันธกิจระดับโลกที่จะส่งมอบบริการฟาสต์ฟิตคุณภาพที่ลูกค้าไว้วางใจ และเข้าถึงได้อย่างสะดวกสบาย จึงมุ่งมั่นเดินหน้าขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง โดย ควิกเลน แหลมฉบัง เป็นสาขาล่าสุดของประเทศไทยและเป็นสาขาที่ 2 ในจังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับความต้องการซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ของผู้ใช้รถในย่านนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง ตลอดจนพื้นที่อำเภอบางละมุง ครอบคลุมทั้งจังหวัดชลบุรี สามารถรองรับรถเข้าซ่อมได้มากกว่า 1,400 คันต่อเดือน ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรอง เปลี่ยนยางรถยนต์ ตรวจซ่อมระบบเบรค โช๊คอัพและระบบช่วงล่างจนถึงแบตเตอรี่รถยนต์และบริการอื่นๆ ครอบคลุมกว่า 14 กลุ่ม โดยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและทีมงานมากประสบการณ์ที่ได้ผ่านการอบรมและผ่านมาตรฐานระดับโลกพร้อมอะไหล่คุณภาพเยี่ยมอย่างอะไหล่ออมนิคราฟท์ (Omnicraft) ที่มากับการรับประกันที่ยาวนาน ได้ที่ศูนย์บริการควิกเลนทั่วประเทศทั้ง 18 สาขา 9สาขา ในกรุงเทพและปริมณฑล และอีก 9 สาขาในต่างจังหวัด พิเศษโปรโมชั่นสุดเร้าใจ เฉพาะที่สาขา “ควิกเลน แหลมฉบัง” กับยางยี่ห้อชั้นนำ “ซื้อ 1 แถม 1” หรือ “ซื้อ 3 แถม 1” ระหว่างวันที่ 18-24 มิ.ย. นี้เท่านั้น นอกจากนี้ ควิกเลนยังขยายเวลาโปรโมชั่นสุดพิเศษ ควิกเลนจัดให้ ไม่ต้องคิดเยอะ แก่ลูกค้าที่เข้ารับบริการทุกสาขาทั่วประเทศ จนถึง 30 มิถุนายน ดังต่อไปนี้ ฟรี พ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสโควิด-19 มูลค่า 390 บาท พร้อมตรวจสภาพรถฟรี 30 รายการ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องพร้อมไส้กรอง 1 ครั้งแถมฟรี 1 ครั้งด้วยแพคเกจน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% SuperSave ราคาเริ่มต้นเพียง 896 บาท ซื้อยางรถยนต์แอตลาส 4 เส้น แถมฟรี ชุดแพคเกจเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% SuperSave 2 ครั้ง ผ่อนยาง 0% ทุกรุ่นทุกยี่ห้อนานสูงสุด 15 เดือนกับบัตรเครดิตชั้นนำ พร้อมฟรีบริการรับและส่งคืนรถจากบ้าน แบตเตอรี่ Omnicraft ลด 50% ฟรีค่า แรง พร้อมการรับประกันสูงสุดถึง 2 ปี / 40,000 กม.เปลี่ยนโช๊คอัพ Omnicraft 4 ตัวแต่จ่ายเพียง 3 ตัว พร้อมฟรีค่าแรง และผ่อน 0% ควิกเลนทั้ง 18 สาขาเปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.00-20.00 น. ไม่มีวันหยุดโดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการได้โดยไม่จำเป็นต้องนัดล่วงหน้า ผู้ที่สนใจเข้ารับบริการสามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ราคาและโปรโมชั่น ได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ควิกเลน ที่หมายเลข 02-039-5798 หรือที่ https://www.facebook.com/QuickLaneThailand #ควิกเลนแหลมฉบัง #ควิกเลน #ศูนย์บริการยางและรถยนต์ควิกเลน #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Mitsubishi Outlander PHEV plug-in hybrid electric vehicle

    มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยานยนต์ไฟฟ้าแบบปลั๊กอินไฮบริด เพื่อการขับเคลื่อนที่ยั่งยืน ตามรายงานสภาพภูมิอากาศโลกขององค์การอุตุนิ ยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่าอุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกในปี 2563 ที่ผ่านมา มีอัตราเพิ่มสูงขึ้นเกินกว่าค่าเฉลี่ยของระดับที่ปลอดภัยประมาณ 1.2 องศาเซล เซียส โดยตัวเลขดังกล่าวหมายถึง ‘ระดับที่ใกล้อัน ตราย’ ที่ต้องไม่สูงเกินกว่า 1.5 องศาเซลเซียส ตามที่เหล่านักวิทยาศาสตร์ได้กำหนดไว้ เพื่อป้องกันผล กระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาหกปีนับตั้งแต่ปี 2558 เป็นต้นมา เป็นช่วงเวลาที่โลกมีอุณห ภูมิเพิ่มสูงขึ้นมากเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ช่วงต้นของทศวรรษจนถึงปีนี้ยังถือเป็นปีที่โลกมีอุณหภูมิสูงที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมาอีกด้วย ที่ผ่านมา มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ได้ดำเนินการนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อร่วมรณรงค์ในการลดภาวะโลกร้อน และยังมุ่งมั่นส่งเสริมการขับ เคลื่อนในแบบที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบริษัทฯ ที่ต้องการ ‘สร้างสรรค์สังคมให้ดีขึ้นด้วยสมรรถนะแห่งการขับเคลื่อน’ พร้อมด้วยพันธกิจด้าน ‘ความมุ่งมั่นพัฒนาเพื่อตอบแทนสังคมในแบบที่ยั่งยืน’ ด้วยเหตุผลดังกล่าว มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จึงได้กำหนดแผนงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดทิศทางในการสร้างสรรค์สังคมให้ดียิ่งขึ้นในอีก 30 ปีข้างหน้า ทั้งนี้แผนงานด้านสิ่งแวดล้อมฉบับใหม่ ยังได้คำนึงถึงการประเมินวัฏจักรของยานยนต์ (Life Cycle Assessment หรือ LCA) ที่พิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดกระบวนของขั้นตอนการผลิตรถยนต์ โดยการพิจารณาจะเริ่มตั้งแต่การผลิตชิ้นส่วนของรถยนต์ หรือ รถยนต์ทั้งคัน ตั้งแต่กระบวน การจัดหาวัตถุดิบสำหรับขั้นตอนการผลิตชิ้นส่วน การผลิตรถยนต์ การประกอบรถยนต์ การขับขี่ การผลิตเชื้อเพลิง และการกำจัด เพื่อทราบถึงปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดจากกระบวนการต่างๆ โดยการประเมินวัฏจักรของยานยนต์ดังกล่าว ถูกนำมาใช้เพื่อการพัฒนาปรับปรุงในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้มีมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านกระบวน การผลิตชิ้นส่วน เทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งรถยนต์รุ่นใหม่ต่างๆ โดยเปรียบเทียบกับปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิตชิ้นส่วนและรถยนต์แบบดั้งเดิม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี คือ ตัวอย่างสำคัญของรถยนต์ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้น้อยลงเมื่อเทียบกับรถยนต์แบบทั่วไป และยังช่วยรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของมนุษยชาติ ทั้งนี้การประเมินวัฏจักรของยานยนต์ยังได้ถูกนำไปใช้กับกระบวน การผลิตรถยนต์รุ่นปัจจุบัน เพื่อใช้ในการศึกษาถึงแนวทางการพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ๆ ในอนาคต รวมทั้งการปรับลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งแวด ล้อมอีกด้วย และเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นวันสิ่งแวดล้อมโลก โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชา ชาติ (UNEP) ได้กำหนดแนวคิดในปีนี้ ได้แก่ ‘การฟื้นฟูระบบนิเวศ' โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อส่งเสริมให้ทุกคนปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ที่มุ่งเน้นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์สำหรับคนรุ่นต่อๆ ไป โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เพื่อร่วมกันลดการใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติและหยุดการทำลายสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มีอัตราการปล่อยไอเสียที่ต่ำ และยังถูกออกแบบขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพียง 52.6 กม.ต่อลิตร(3) หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม.(3) ตามมาตรฐาน NEDC(4) และยังมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับที่ต่ำเพียง 43 กรัมต่อกม. ทั้งนี้มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวียังเป็นรถยนต์แบบปลั๊กอินไฮบริดที่ขายดีที่สุดในโลก ที่มีจำหน่ายแล้วกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ด้วยยอดจำหน่ายสะ สมทั่วโลกมากกว่า 283,000 คัน เมื่อสิ้นสุดเดือนพฤษภาคมปี 2564 ที่ผ่านมา จึงถือเป็นยานยนต์ทางเลือกที่ดีที่สุดในปัจจุบันสำหรับการขับเคลื่อนที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เพราะด้วยอุปสรรคและข้อจำกัดในด้านระยะทางการขับขี่ กอปรกับสถานีชาร์จไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัด จึงส่งผลให้การใช้รถยนต์พลังงานไฟ ฟ้า (BEV) ยังคงมีอุปสรรคและข้อจำกัดอยู่มากมาย แม้ว่าจะปลอดจากมลภาวะทางอากาศก็ตาม ทั้งนี้มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ยังเป็นรถยนต์รุ่นแฟล็กชิพที่สำคัญและแสดงถึงความเชี่ยว ชาญของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ทั้งในด้านเทคโนโลยีนวัตกรรมด้านพลังงานไฟฟ้ายานยนต์อเนกประสงค์ และเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ส่งผลให้ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี มอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวล มีความต่อเนื่องและเงียบ พร้อมอัตราการเร่งแซงที่ยอดเยี่ยมและทรงพลัง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถขับขี่ได้ทั้งในโหมดไฟฟ้า (EV) สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และยังสามารถเป็นรถยนต์แบบไฮบริด (HEV) สำหรับการเดินทางระยะไกล พร้อมสร้างความเพลิดเพลินให้แก่ผู้ขับขี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จไฟฟ้า มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของเทคโนโลยีมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซูเปอร์-ออลวิลล์คอน โทรล (S-AWC) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้อย่างมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถจ่ายกระ แสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดสูงสุดถึง 1,500 วัตต์ ด้วยการเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถที่มีอยู่ 2 จุด เพื่อให้สามารถสัมผัสกับไลฟ์สไตล์กลางแจ้งรูปแบบใหม่ และยังสามารถใช้เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรองเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือ กรณีที่ไฟฟ้าดับเพราะ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เอง และยังสามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ที่พักอาศัยด้วยเทคโนโลยีระบบพลัง งานแบบ Vehicle-to-Home (V2H)ได้นานถึง 10วัน สำหรับครัวเรือนทั่วไป โดยแบตเตอรี่ต้องถูกชาร์จไฟเต็มและมีน้ำมันเต็มถัง ดังนั้น มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี จึงถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการขับเคลื่อนในแบบที่ยั่งยืน เพราะเป็นยานยนต์ที่สามารถใช้งานได้จริง มีความทนทาน มีประสิทธิภาพ มีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และเป็นรถยนต์พีเอชอีวี สัญชาติญี่ปุ่นรุ่นแรกที่ถูกผลิตขึ้นในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สำหรับลูกค้าที่สนใจชม หรือทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่างๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ ทั่วประเทศ หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 ให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ไม่เว้นวันหยุดราช การและวันหยุดนักขัตฤกษ์........ #มิตซูบิชิมอเตอร์ส #mitsubishimotors #MitsubishiMotorsThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Project 'i-rEzEPT'

    โครงการ 'i-rEzEPT' เชื่อมต่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้า (V2G) • การบูรณาการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อรถยนต์ไฟฟ้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้าในประเทศเยอรมนี • ความร่วมมือระหว่าง นิสสัน ฟรอนโฮเฟอร์ ไอเอฟเอเอ็ม และฟรอนโฮเฟอร์ ไอเอโอ รวมถึง บ๊อช ไอโอ ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวัน 'i-rEzEPT' (intelligent regenerative electric vehicles for self-power maximisation and primary control market participation) ซึ่งเชื่อมต่อรถยนต์ไฟฟ้าเข้ากับระบบโครงข่ายไฟฟ้าของภาครัฐ และเอกชนได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจในระหว่างการทดลองระบบ เป็นเวลากว่าหนึ่งปีที่ผู้เข้าร่วมโครงการไม่เพียงแต่จะได้รับความพึงพอใจในด้านการขับขี่จากนิสสัน ลีฟ แต่ยังได้ใช้รถยนต์ไฟ ฟ้าเป็นแหล่งเก็บพลังงานไฟฟ้าที่สร้างขึ้นเองเพื่อใช้สำหรับที่พักอาศัย ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมโครงการได้ให้สัมภาษณ์ และรีวิวการใช้งานที่ผ่านมาอีกด้วยการทดสอบภาคสนามในฐานะผู้บุกเบิกด้านยานยนต์ไฟฟ้านิสสันได้นำ ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้า 100% และอุปกรณ์ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าไปติดตั้งที่บ้าน 13 หลังในประเทศเยอรมนี โดยทุกหลังจะต้องมีระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์อยู่แล้วโดยเป้าหมายคือการใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ที่ผลิตเองในครัวเรือนให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดการใช้พลังงานจากระบบโครงข่ายไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า การใช้ประโยชน์จากการชาร์จแบบสองทิศทางถือเป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน ลีฟ หรือที่เรียกว่า V2G (vehicle-to-grid) เทคโนโลยีถ่ายเทพลังงานจากยานพาหนะสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้า โดยผู้เข้าร่วมโครงการฯ สามารถใช้นิสสัน ลีฟสำหรับเก็บพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ของแผงโซลาเซลล์บนหลัง คาบ้านในแบตเตอรี่ของนิสสัน ลีฟ และหากจำเป็นก็สามารถนำพลังงานไฟฟ้าจากรถไปใช้ในครัวเรือนหรือย้อนกระแสไฟฟ้าคืนสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้านิสสันเปิดตัวโครงการ "i-rEzEPT" ร่วมกับ บ๊อช ไอโอ (Bosch.IO) สถาบันฟรอนโฮเฟอร์ ไอเอฟเอเอม (Fraunhofer Institutes IFAM) และ ไอเอโอ (IAO) การร่วมทุนครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลแห่งสหพันธรัฐเยอรมนี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการระดมทุนสำหรับการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่มีมูลค่ารวมถึง 2.39 ล้านยูโร สเตฟาน ซอนน์ทาก ผู้จัดการโครงการการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (E-Mobility) จาก นาว จีเอ็มบีเอช (Stefan Sonntag, Program Manager E-Mobility - NOW GmbH) บริษัทในเครือของกระ ทรวงคมนาคมแห่งสหพันธรัฐฯกล่าวว่า "รถยนต์ไฟ ฟ้าควรชาร์จเมื่อมีไฟฟ้าจากลม หรือพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่ง i-rEzEPT กำลังทดสอบในจุดนี้ ช่วยให้คุณไม่เพียงแต่ใช้พลังงานในการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังได้ให้พลังงานกับบ้านพักอาศัยของคุณด้วย” การทำงานร่วมกันระหว่างนิสสัน ลีฟ และระบบโครงข่ายไฟฟ้าภายในประเทศนั้นได้รับการจัดการโดยผู้จัดการด้านพลังงานในท้องถิ่นจากหุ้นส่วนโครงการ บ๊อช.ไอโอ และใช้ซอฟต์แวร์ บ๊อช ไอโอที เกตเวย์ (Bosch IoT Gateway) ตัวอย่างเช่น แบตเตอรี่จะดึงเอาพลังงานเพียง 10 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์มาป้อนให้กับบ้านพักอาศัย เพื่อไม่ให้กระทบต่อระยะทางการวิ่งของรถ อีกทั้งในกรณีที่จำเป็น เช่น ก่อนการเดินทางไกล ก็จะดึงพลังงานไปชาร์จแบตเตอรี่รถให้เต็มก่อน ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าจะถูกประเมินแบบไม่เปิดเผยตัวตนของผู้ใช้งานโดยสถาบันฟรอนโฮเฟอร์ ไอเอฟเอเอม (Fraunhofer Institutes IFAM) ในเบรเมิน และ ไอเอโอ (IAO) ในสตุตการ์ด ซึ่งฟรอนโฮเฟอร์ ไอเอโอใช้แพลตฟอร์มข้อมูลที่พัฒนาขึ้นเพื่อจุดประสงค์นี้โดยเฉพาะ และการคาดการณ์ความพร้อมใช้งานของรถยนต์ สเตฟา ลอสช์ จาก สถาบันฟรอนโฮเฟอร์ ไอเอฟเอเอม (Stefan Lösch - Fraunhofer IFAM) กล่าวว่า "ข้อมูลนี้จำเป็นต่อการได้รับสนับ สนุนทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับรูปแบบธุรกิจของการชาร์จแบบสองทิศทางและเพื่อกำหนดกลุ่มผู้ใช้งานที่เหมาะสม" "ปัจจุบัน ผู้คนจำนวนมากทำงานจากที่บ้าน ทำให้เกิดศัยกภาพในการใช้พลังงานหมุนเวียนอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการปล่อยมลภาวะจากการขนส่ง” วินเซนต์ ริคูซ์ จากศูนย์นิสสันแห่งยุโรป (Vincent Ricoux - Nissan Center Europe) กล่าวเสริม "ดังนั้นเราจึงคาดว่าความสนใจในเทคโนโลยีนี้จะเติบโตต่อไปในอนาคต" สำหรับชื่อโปรเจ็กต์ "i-rEzEPT" ย่อมาจาก “intelligent regenerative electric vehicles for self-power maximisation and primary control market participation” หมายถึง รถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะที่นำพลังงานกลับมาใช้ใหม่เพื่อเพิ่มพลังในตัว และสามารถกำหนดการมีส่วนร่วมในตลาด โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อส่งเสริมให้มีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลาย และยังเน้นถึงบทบาทของรถยนต์ไฟฟ้าในการรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าของภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตามยังมีข้อกำหนดทางกฎหมายที่ต้องดำเนินการ จนกว่าจะสามารถการสร้างระบบ V2G ที่ราคาไม่แพงสำหรับผู้ใช้งาน และให้ระบบมีความคุ้มค่าต่อผู้ใช้งาน การเพิ่มเงินอุดหนุนสำหรับโครง สร้างพื้นฐานการชาร์จและระบบการจัดการพลังงานของการชาร์จถือเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถแข่ง ขันกับระบบจัดเก็บแบตเตอรี่แบบทั่วไปที่ติดตั้งอยู่กับที่ได้......... #โครงการirEzEPT #นิสสันมอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Barcelona CEV Moto2 game

    "เขมินท์" ยังรั้งอันดับ 11 หลังโชคไม่ดีไร้แต้ม บาร์เซโลน่า เกมซีอีวี โมโตทู "เคเค"เขมินท์ คูโบะ #9 ดาวบิดไทยสังกัดวีอาร์ โฟร์ตี้ซิกซ์ มาสเตอร์ แคมป์ ทีม รั้งอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ หลังผ่านการชิงชัยในสนามที่ 3 ศึกซีอีวี โมโตทู เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา การแข่งขันในสนามที่ 3 ศึกซีอีวี โมโตทู ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ 2021 ดวลความเร็วเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ เซอร์กิต เดอ บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระยะทางต่อรอบ 4.657 กิโลเมตร กำหนดชิงชัยทั้งสิ้น 2 เรซ สำหรับ "เคเค" เขมินท์ คูโบะ #9 นักบิดไทยสังกัดวีอาร์โฟร์ตี้ซิกซ์ มาสเตอร์ แคมป์ ทีม คว้ากริดสตาร์ทที่ 8 ในเกมรอบชิงชนะเลิศ โดยในเรซแรก ดาวบิดไทย ไล่แซงคู่แข่งไต่ขึ้นมาเกาะกลุ่มหัวแถว ทว่าโชคไม่ดี โดนคู่แข่งเกี่ยวล้มส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันไป และจากจังหวะดังกล่าวส่งผลให้ เขมินท์ ได้รับบาดเจ็บที่แขนซ้าย และไม่สามารถลงบิดได้ในเรซที่ 2 อย่างไรก็ดี ดาวบิดไทย ยังคงเกาะอยู่ในอันดับ 11 บนตารางแชมเปี้ยนชิพประเภทนักบิด หลังเก็บไปได้ทั้งสิ้น 23 คะแนน นายวีรพงษ์ ธนากิจจานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด กล่าวหลังเกมว่า “เราโชคไม่ดี จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในเรซแรกทำให้เขมินท์มีอาการบาดเจ็บที่แขนซ้าย แม้จะไม่รุนแรงมาก แต่ทางแพทย์สนามมีความเห็นพักการแข่งขันในเรซที่ 2 ซึ่งเราได้ทำตามที่แพทย์แนะ นำ" "แต่ยังโชคดีที่การแข่งในสนามหน้าจะเป็นช่วงต้นเดือนกรกฎาคม เราเชื่อว่า เขมินท์จะกลับมาแข็งแรงและสามารถลงทำการแข่งขันที่โปรตุเกสได้อย่างแน่นอน ฝากติดตามเชียร์และเป็นกำลังใจให้ตัวแทนนักแข่งหนึ่งเดียวของไทยในรายการด้วยครับ" สำหรับการแข่งขันในสนามที่ 4 ศึกซีอีวี โมโตทู ยูโรเปี้ยน แชมเปี้ยนชิพ 2021 จะมีขึ้นระหว่าง 2-4 กรกฎาคม นี้ ณ ออโตโดรโม อินเตอร์นาซิอองนาล โด อัลการ์ฟ เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส...... #YamahaThailandRacingTeam #VR46MasterCamp #KK9 #YamahaSocietyThailand #RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits #YamahaRacing #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Yamaha giveaway 1st time

    ยามาฮ่าแจกโชคครั้งที่ 1 แคมเปญ“อะไหล่แท้ แจกจริง ปีที่ 9” ให้ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์อิสระ คุณมิตรชัย คงกิตติกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายอะไหล่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร ร่วมกันจับรางวัลหาผู้โชคดีจากแคมเปญ “อะไหล่แท้ แจกจริง ปีที่ 9” ครั้งที่ 1 โดยมีร้อยตำรวจโทจักรกฤษ พุชพงษ์ รองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน 2 กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค7 และคุณนภดล แผงเพชร สื่อมวลชนนิตยาสาร FRM เป็นสักขีพยานเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ยามาฮ่ามอบโชคให้กับร้านซ่อมรถจักรยานยนต์อิสระที่ได้ซื้อสินค้ายามาฮ่า อะไหล่, น้ำมันเครื่องยามาลู้ป, อุปกรณ์ตกแต่งให้ได้ลุ้นรางวัลรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าFINN, สร้อยคอทองคำหนัก 2 สลึง, เสื้อแจ็คยามาลู้ป, เสื้อโปโลสีดำยามาลู้ป รวมของรางวัลตลอดรายการ จำนวน 933 รางวัล มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท ตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ทาง >> https://snsh.biz/vpo1d8 อย่าลืม!! เฉพาะผู้ที่เป็นเจ้าของร้านซ่อมรถจักรยาน ยนต์อิสระ ที่ ซื้อสินค้ายามาฮ่าทุกประเภท รวมทั้งสินค้าวาย-เทค เขียนชื่อร้านค้า ชื่อ-ที่อยู่ เบอร์โทร ศัพท์ และชื่อร้านที่ซื้อผลิตภัณฑ์พร้อมติดสติ๊กเกอร์ Yamaha Genuine Parts & Accessories หรือติดฝาฟอยล์น้ำมันเครื่องยามาลู้ปลงบนคูปองชิงโชค (ตัวอย่างในโบรชัวร์) และส่งคูปองไปที่ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัดแผนกวางแผนอะไหล่และส่งเสริมการขาย (ฝ่ายอะไหล่) 64 หมู่ที่ 1 ถ.เทพรัตน ต.ศีรษะจรเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 10570 และวงเล็บมุมซองว่า(อะไหล่แท้ ปี 9) โดยจะมีการจับรางวัลครั้งที่ 2 ในวันที่ 1 กันยายน 2564 รีบๆส่งมากันน่ะ จะได้ไม่เสียโอกาสค่ะ.......... #ยามาฮ่าแจกโชคครั้งที่1 #อะไหล่แท้แจกจริงปีที่9 #ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • "ADAC Total 24h-Race Nürburgring 2021"

    ยางโตโยไทร์ พิสูจน์ประสิทธิภาพคว้าชัย จบการแข่งขัน "ADAC Total 24h-Race Nürburgring 2021" ที่ทรหดที่สุดในโลก ยางโตโยไทร์ ร่วมพิสูจน์ประสิทธิภาพยาง Toyo Proxes ร่วมกับทีม NOVEL Racing ในแข่งขันที่ทรหดที่สุดในโลก พิสูจน์สมรรถนะรถแข่ง นักแข่ง ทีมงาน และยางที่ใช้ในการแข่งขันตลอด 24 ชั่วโมง กับรายการ "ADAC Total 24h-Race Nürburgring 2021" ณ สนาม Nürburgring ที่ได้รับสมญานามว่า "นรกสีเขียว" กับสนามที่มีภูมิอากาศที่ปรับเปลี่ยนตลอดเวลา ซึ่งยาง Toyo Proxes ก็สามารถแสดงสมรรถะนะออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งการยึดเกาะและความทนทานในช่วงที่สนามแห้ง และแสดงถึงประสิทธิภาพการรีดน้ำและยึดเกาะในช่วงถนนเปียกได้เป็นอย่างดี โดยผลการแข่งขัน ทีม Novel - Toyo Tires Racing รุ่น SP 8 กับรถแข่ง Lexus RCF สามารถวิ่งจนครบจบการแข่งขัน คว้าอันดับที่ 2 มาครองได้สำเร็จ และ สำหรับรุ่น SP10 รถแข่ง Toyota Supra GT4 จบการแข่งขันอันดับที่ 6 จบการแข่งขันได้อย่างสวยงาม....... #ADACTotal24hRaceNürburgring2021 #toyotires #ยางโตโยไทร์ #ToyoTiresThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • HMS CarPlay Unlock

    ไฮเทค ไมโคร ซิสเท็ม เปิดตัว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์-ความบันเทิงอัจฉริยะของการขับขี่ยุคดิจิทัล ติดตั้งง่าย แบบไม่ต้องรื้อรถติดตั้ง ด้วยแนวคิดแบบ Plug&Play นายสรัณย์ ธีรวชิรกุล ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ไฮเทค ไมโคร ซิสเท็ม จำกัด หรือ HMS ผู้นำเข้าจัด/จำหน่ายอุปกรณ์เสริมรถยนต์ไฮเอ็น อาทิ กล้องติดรถยนต์ ทีวีติดรถยนต์ MirrorLink CarPlay จอมองหลัง ภายในรถยนต์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันไลฟ์สไตล์การขับขี่รถยนต์มีการพัฒนาและผสมผสานเทคโนโลยีทันสมัยเพื่อตอบโจทย์วิถีการดำเนินชีวิตของยุคดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นระบบความปลอดภัยในรถด้วยกล้องภายในรถยนต์ หรือความบันเทิงดูหนังฟังเพลง ล่าสุด HMS เปิดตัว HMS CarPlay Unlock ระบบอัจฉริยะเป็นการปลดล๊อคฟังก์ชั่นคาร์เพลย์เดิมของรถที่ทำได้เพียงการฟังเพลงและโปรแกรมนำทาง ให้สามารถดู Youtube ซีรี่จาก Netflix ดูทีวีออนไลน์ผ่าน LineTV หรือ AISplay ได้โดยไม่ต้องติดตั้งหรือดัดแปลงอุปกรณ์ใดๆของรถ สำหรับกล่อง HMS CarPlay Unlock ใช้งานได้กับรถยนต์ทุกรุ่นที่มีการติดตั้ง Apple CarPlay มาจากโรงงาน เพียงแค่เสียบสายเข้ากับช่อง USB คาร์เพลย์เดิม กล่องจะ unlock ระบบ CarPlay เดิมของรถยนต์ให้เป็นระบบ Full android system คุณสมบัติเด่น HMS CarPlay Unlock ไม่ต้องติดตั้ง Plug & Play ในการเสียบเข้ากับ USB-C / USB ของรถที่มี CarPlay ระบบจะพร้อมใช้งานได้ทันที สามารถใช้งานกับโทรศัพท์ทั้งระบบ iOS และ Android โดยที่ระบบเดิมของรถใช้งานได้ปกติทุกอย่างและ เมื่อต้องการใช้ CarPlayเดิมของรถ ก็เพียงแค่ถอดปลั๊ก USB ออก นอกจากนี้ HMS CarPlay Unlock มอบประสบการณ์ที่เพิ่มอรรถรสความบันเทิงด้วยสเปคแรงสุดของ CPU Quad core 1.8GHz,RAM4GB/ROM32GB สามารถใช้แอปพลิเคชั่นในการชมภาพยนตร์สุดโปรดไม่ว่าจะเป็น Youtube / Netflix / AisPlay และแอปพลิเคชั่นความบันเทิงโดยไม่สะดุดและภาพไม่กระตุก ขณะรถวิ่งการก็สามารถชมภาพยนต์ได้ ภาพไม่ตัด ภาพ-เสียงไม่ดีเลย์ และยังรองรับการเล่นชมไฟล์หนังระดับ 4K UHD Mkv,Mp4,AVI และอื่นๆ ผ่าน USB flash drive ได้อีกด้วย รองรับการควบคุมเมนูหรือเพิ่ม/ลดเสียง ผ่านการสัมผัสหน้าจอเดิมของรถ(สำหรับรถที่เป็นจอสัมผัส) หรือ touch pad เดิมของรถ หรือ ผ่านทางปุ่มควบคุมเมนู บนพวงมาลัยเดิม หรือ ปุ่ม iDrive เดิมของรถ และยังสามารถซื้ออุปกรณ์เสริมเป็นรีโมทแบบ Magic Keyboard สำหรับรถยนต์ที่เป็นแบบจอไม่สัมผัส พร้อมยังมีฟังก์ชั่น Wireless Screen Mirrorlink หรือเรียกว่า การคัดลอกหน้าจอ ช่วยให้คุณสามารถส่งภาพและวีดีโอบนอุปกรณ์สมาร์ทโฟนของคุณไปยังหน้าจอรถของคุณ โดยเปิดการเชื่อมต่อผ่านไวไฟสำหรับการทำ Screen Mirrorlink ทั้งในสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต HMS CarPlay Unlock จำหน่ายในราคาสินค้า 8,900 บาท โดยมีอุปกรณ์ที่บรรจุมาในกล่อง HMS CarPlay Unlock และสาย USB หรือ สาย USB-C พร้อมด้วยชุดเสาขยายสัญญาณ GPS นอกนี้ยังสามารถซื้ออุปกรณ์เสริมเพิ่มเติม คือ รีโมท แบบ Magic Keyboard ในราคา 1,000 บาท ทั้งนี้อุปกรณ์และใช้งาน HMS CarPlay Unlock จะไม่กระทบการรับประกันรถยนต์และเข้าตรวจเช็ครถยนต์ในศูนย์บริการได้ตามปกติ HMS CarPlay Unlock มีรับประกัน 12 เดือนและบวกเพิ่มอีก 6 เดือนโดยลงทะเบียนสินค้าผ่านทางแอปพลิเคชั่น line : @hmsthailand สำหรับ Apple CarPlay เดิมของรถ คือ ระบบที่บริษัท แอปเปิ้ล ได้พัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกับบริษัทผลิตรถยนต์ค่ายต่างๆ พร้อมรองรับการใช้งานโทรศัพท์ iPhone บนท้องถนนได้มากกว่าการขับขี่ปกติอย่างชาญฉลาด โดยทำให้เมนูใหญ่เหมาะสำหรับการใช้งานในรถแต่ละรุ่น โดย CarPlay ยังช่วยให้คุณสามารถใช้งานแอปต่างๆ ที่คุณชื่นชอบบน iPhone ขณะขับขี่ได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย อาทิ แผนที่นำทาง โดยคุณสามารถดูเส้นทางผ่าน Apple Map หรือ Google Map โทรออก รับหรือส่งข้อความ หรือ ข้อความในแอป Line และเพลิดเพลินกับเพลงโปรดได้ Apple Music Podcast Spotify ทั้งหมดนี้บนจอภาพของรถคุณ ช่องทางในการจัดจำหน่ายลูกค้าสามารถเลือกซื้อผ่านร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านกว่า 30 แห่ง หรือเข้าไปที่ https://hms.co.th/mio-car-camera-dealer/ หรือโทร. (02)045-2015 และยังมีช่องทางมาร์เก็ตเพลส ได้แก่ Shopee หรือ Lazada หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมใน website www.hms.co.th, Facebook :@hmsthai หรือ Line: @hmsthailand สำหรับรถยนต์รุ่นที่รองรับระบบการใช้งาน HMS CarPlay Unlock ประกอบด้วย · Mercedes Benz: E300,E350e,E220D(2020-2021),E300e,E200 coupe(2020),E350e,E53,C220d,C43,C300e,C250 coupe,C200 coupe,GLA250,GLA200(2020), ·GLB200,GLC250,GLC220d,GLC43,GLC300e,GLE350d,GLE300d,GLE500,GLE300,GLE43,CLS330d,CLS53,S500,S560e,S350 · Porsche :Tycan, Cayenne2019-2021,718 2018-2021 (รุ่นที่มี Carplay มาจากโรงงาน),Panamera 2018-2021(รุ่นที่มี Carplay มาจากโรงงาน),Macan 2019-2021(รุ่นที่มี Carplay มาจากโรงงาน) 911 ปี 2020-2021 · Nissan: Kick,Nissan Almera 2020,Nissan Note · Peugeot:3005/5008 · Toyota: Fortuner(2020 TRD/Legender),Revo(2020), Cross, Altis,Ativ(2020) · Honda: City(2020), Civic, CRV(2020),Accord(G9), · Mazda: all models(ที่มี Carplay จากโรงงาน) · Mitsubishi : Pajero Sport (2020) · Volvo: all models(ที่มี Carplay จากโรงงาน) · Ford: all models(ที่มี Carplay จากโรงงาน) · Maserati: all models(ที่มี Carplay จากโรงงาน) อุปกรณ์ HMS CarPlay Unlock ไม่รองรับการใช้งานรถยนต์ BMW/Mini ทุกรุ่น และรถที่ไม่มีระบบ Apple CarPlay “ทั้งนี้บริษัทฯ ได้นำเข้าพัฒนาเทคโนโลยีโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้า ซึ่งบริษัทฯ เน้นเจาะตลาดลูกค้าระดับกลางถึงสูง ซึ่ง HMS CarPlay Unlock เป็นอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนขับรถที่ผสมผสานความบันเทิงครบครันในกล่องเดียว อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีในปัจจุบันมีความก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็วในทุก ๆ ปี ในอุตสาหกรรมรถยนต์ก็เช่นเดียวกัน บริษัทรถยนต์ต่างก็แข่งขันกันที่จะเป็นผู้นำการผลิตทั้งในส่วนของโมเดลและลูกเล่นสำหรับรถยนต์ในอนาคต” นายสรัณย์ ธีรวชิรกุล กล่าวทิ้งท้าย ###################### เกี่ยวกับบริษัท ไฮเทค ไมโคร ซิสเท็ม จำกัด HMS นำเสนอโซลูชั่นที่ได้รับการพิสูจน์แล้ว ผลิตภัณฑ์ของบริษัทเป็นนวัตกรรมมุ่งเน้นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยมเพื่อเปลี่ยนชีวิตของเราในรถยนต์ให้มีความสนุกสนาน เพิ่มข้อมูลการนำทางและ เสริมปลอดภัยในรถให้มากขึ้น เช่น กล้องติดรถยนต์ หน้า-หลัง กล้องติดรถมอเตอร์ไซด์ Bigbike ชุดทีวีดิจิตอลวิ่งความเร็วสูงในรถ อุปกรณ์ Apple Carplay/Android Auto กล่องแอนดรอย์พร้อมแผนที่นำทาง กล้องมองหลัง จอหมอนหลัง และ อุปกรณ์มัลติมีเดียอื่นๆ มีทีมติดตั้งมาตรฐานเดียวกับโชว์รูมรถยุโรป ประสบการณ์ติดตั้งมากกว่า 10ปี มีบริการติดตั้งและบริการหลังการขายให้ถึงหน้าบ้านแบบ on-site service ให้บริการติดตั้งในรถยุโรปแล้วกว่า หนึ่งหมื่นห้าพันคัน โดยให้บริการติดตั้งกับศูนย์รถยนต์แบรนด์ดังทั่วโลกได้แก่,Porsche, มินิ คูปเปอร์ (Mini Cooper), บีเอ็มดับเบิ้ลยู(BMW) เมอเซเดส เบนซ์ (Mercedes Benz)และอื่นๆ ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล ชลบุรี ระยองกว่า 40แห่ง

  • TTB Drive organizes the campaign "Drive a safe life with ttb DRIVE"

    ทีทีบีไดรฟ์ จัดแคมเปญ “ขับเคลื่อนชีวิตอย่างปลอดภัยกับ ttb DRIVE” มอบฟรี! ความคุ้มครองประกันภัยโควิด-19 แทนความห่วงใยให้ลูกค้าและคู่ค้า กรุงเทพฯ 21 พ.ค. 2564 – ทีทีบีไดรฟ์ (ttb DRIVE) โดยทีเอ็มบีธนชาต ส่งความห่วงใยให้ลูกค้าและคู่ค้าก้าวผ่านสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ไปด้วยกัน ด้วยแคมเปญ “ขับเคลื่อนชีวิตอย่างปลอดภัยกับ ttb DRIVE” มอบฟรี ความคุ้มครองประกันภัยโควิด-19 พร้อม Stay Safe Kit ให้ทั้งลูกค้าบุคคลที่สมัครสินเชื่อรถยนต์ใหม่ สินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว สินเชื่อรถแลกเงิน ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทั่วประเทศ และคู่ค้าที่เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ใหม่ นายป้อมเพชร รสานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านสินเชื่อรถยนต์ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) เปิดเผยว่า ด้วยสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่นี้ ttb DRIVE พร้อมขับเคลื่อนสนับสนุนครอบคลุมทุกภาคส่วนใน Ecosystem ของธุรกิจรถยนต์ ด้วยการดูแลทั้งสุขภาพร่างกาย และสุขภาพทางการเงิน โดยช่วยแบ่งเบาภาระทางการเงินให้แก่ลูกค้าและคู่ค้า เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างชีวิตการเงิน (Financial Well-being) ที่ดีขึ้นต่อไป เราจึงได้จัดแคมเปญ “ขับเคลื่อนชีวิตอย่างปลอดภัยกับ ttb DRIVE” ที่มอบความคุ้มครองประกันภัยโควิด-19 ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในสถานการณ์นี้ให้แก่คู่ค้าและลูกค้าของเรา รวมทั้งมอบ “Stay Safe Kit” ชุดอุปกรณ์เพื่อสุขอนามัยที่ดีช่วยในการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อีกด้วย โดยเราตั้งเป้าส่งมอบกรมธรรม์ความคุ้มครองประกันภัยโควิด-19 รวมกว่า 40,000 กรมธรรม์ ตลอดแคมเปญในช่วงเดือนพฤษภาคมนี้ โดย ลูกค้าบุคคลที่สมัครสินเชื่อรถยนต์ใหม่ สินเชื่อรถยนต์ใช้แล้ว สินเชื่อรถแลกเงิน ที่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์พร้อมเกิดสัญญา ตั้งแต่วันนี้ - 31 พฤษภาคมนี้ จะได้รับฟรี! ประกันภัยโควิด-19 โดยมีทุนประกันคุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่าจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สูงสุด 100,000 บาท ค่ารักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน หรือค่ารักษาพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนหรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน สูงสุด 10,000 บาทต่อปี มีระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี นับจากวันที่กรมธรรม์ประกันภัยมีผลบังคับครั้งแรก ttb DRIVE ยังได้เชิญให้กลุ่มคู่ค้าทั้งที่เป็นผู้จำหน่ายและพนักงานของผู้จำหน่ายรถยนต์ใหม่ทั่วประเทศ ลงทะเบียนและรับสิทธิ์ฟรีความคุ้มครองประกันภัยโควิด-19 ซึ่งคู่ค้าจะได้รับความคุ้มครองประกันภัยโควิด-19 จำนวนเงินเอาประกันภัย 50,000 บาทต่อปี และกรณีเจ็บป่วยด้วยภาวะโคม่า หรือภาวะการเจ็บป่วยระยะสุดท้ายที่มีสาเหตุมาจากโรคโควิด-19 จำนวนเงินเอาประกันภัย 150,000 บาทต่อปี มีระยะเวลาความคุ้มครอง 1 ปี นับจากวันที่ลงทะเบียนรับสิทธิ์ นอกจากนี้ ttb DRIVE มอบ Stay Safe Kit ชุดอุปกรณ์เพื่อแทนความห่วงใยและส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ให้แก่คู่ค้าและลูกค้าทั่วประเทศรวมกว่า 10,000 ชุด ในการร่วมกันป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สอบถามรายละเอียดแคมเปญ “ขับเคลื่อนชีวิตอย่างปลอดภัยกับ ttb DRIVE” ได้ที่ โทร. 1770 * * * * * * #ttbDRIVE #ทีเอ็มบีและธนชาตเปลี่ยนเป็นทีทีบี #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #TMBThanachart #ttb #MakeREALChange

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page