


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1424 results found with an empty search
- Mazda offers a 50% reduction in spare parts costs, a 10% reduction in labor costs throughout October
มาสด้าห่วงใยลูกค้าที่รถยนต์เสียหายจากภัยน้ำท่วม ลดค่าอะไหล่ 50% ลดค่าแรง 10% ตลอดเดือนตุลาคม มาสด้าห่วงใยลูกค้าที่รถยนต์ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม จัดแคมเปญด่วนพิเศษเพื่อมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 50%* และส่วนลดค่าแรง 10% ที่ศูนย์บริการรถยนต์มาสด้า ตั้งแต่วันนี้ไปจน ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564 เพื่อให้การช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยให้สามารถก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้อีกครั้ง นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารอาวุโส บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การมอบความใส่ใจและดูแลลูกค้าทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย นับเป็นสิ่งที่มาสด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด มาสด้าพร้อมที่จะให้การดูแลลูกค้าอย่างเต็มความสามารถในทุกสถานการณ์ความยากลำบาก รวมถึงสถานการณ์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ที่เกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ส่งผลให้รถยนต์ของลูกค้าเกิดความเสียหาย มาสด้าจึงต้องการส่งมอบความห่วงใยและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจที่จะนำรถยนต์มาเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาสด้า และสามารถนำรถกลับไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย ตามคำมั่นสัญญาของมาสด้าในการให้การดูแลรถยนต์ของลูกค้าอย่างดีที่สุดไปตลอดอายุการใช้งาน สำหรับครั้งนี้ มาสด้าพร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ 50%* และส่วนลดค่าแรง 10% ให้แก่ลูกค้าที่ไม่ได้รับความคุ้มครองความเสียหายจากบริษัทประกันภัยรถยนต์ กรณีได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์น้ำท่วม โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 จนถึง 31 ตุลาคม 2564 โดยลูกค้าที่ต้องการนำรถยนต์เข้ารับบริการเพื่อซ่อมบำรุงรักษา สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการมาสด้าในเขตพื้นที่ หรือมาสด้าสปีดไลน์ 0-2030-5666 ■หมายเหตุ *ส่วนลดไม่รวมอุปกรณ์ตกแต่ง ยาง แบตเตอรี่ และสำหรับลูกค้าที่ไม่ได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัย เท่านั้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ www.mazda.co.th และ MazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE #มาสด้าห่วงใยลูกค้าที่รถยนต์เสียหายจากภัยน้ำท่วม #มาสด้าเซลส์ประเทศไทย #MazdaThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- All New CBR150R
CBR150R จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญสู่โลกความเร็วในตระกูล CBR Series หลังการเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุด All New CBR150R ได้สร้างกระแสความคึกคักให้กับตลาดรถสปอร์ตในเมืองไทยเป็นอย่างมาก เพราะนี่คือการเติมเต็มไลน์อัพครั้งสำคัญให้กับรถสปอร์ตในตระกูล CBR Series ให้มีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด ซึ่งพร้อมตอบโจทย์ความต้องการนักบิดครบทุกพิกัดความแรง ตั้งแต่ระดับ 150-1,000 ซีซี เรียกได้ว่าการเปิดตัว All New CBR150R เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ ที่ใช้เป็นกุญแจเพื่อเริ่มต้นเปิดประสบการณ์การขับขี่และสัมผัสความสนุกเร้าใจของรถสปอร์ตในตระกูล CBR Series ก็ว่าได้ ด้วยเอกลักษณ์ความโดดเด่นของการถ่ายทอด DNA จากรถแข่งโมโตจีพีของฮอนด้าที่สร้างเกียรติประวัติคว้าแชมป์ในรายการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกมาแล้วอย่างมากมาย ทั้งในด้านการออกแบบและเทคโนโลยีล้ำสมัย เหนืออื่นใด ในกลุ่มรถสปอร์ตด้วยกันเองยังมีความพิเศษยิ่งขึ้น ด้วยตัวเลือกลวดลาย Tri-Color ที่คัดสรรเฉพาะโมเดลระดับแฟลกชิปของฮอนด้าเท่านั้น ปัจจุบันรถสปอร์ตของฮอนด้าที่มีสีสันในสไตล์ Tri-Color มีให้เลือกเฉพาะในรหัส RR หรือ Racing Replica จำนวน 2 รุ่น ได้แก่ สปอร์ตไบค์เรือธงรุ่นใหญ่ CBR1000RR-R และซูเปอร์สปอร์ตไซส์กลาง CBR600RR ซึ่งล่าสุด ฮอนด้าได้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ความพิเศษให้กับสปอร์ตน้องใหม่อย่าง All New CBR150R ที่มีตัวเลือกสี Tri-Color ด้วยเช่นกัน All New CBR150R รุ่น ABS สีแดง Tri-color มาพร้อมการยกระดับเทคโนโลยีใหม่ทั้งคัน โครงสร้างตัวรถออกแบบตามหลัก Aero Dynamics ตำแหน่งท่านั่งให้สัมผัสความเป็นซูเปอร์สปอร์ตเต็มตัว ขับเคลื่อนความแรงด้วยเครื่องยนต์ ขนาด 150 ซีซี DOHC 4 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ เกียร์ 6 สปีด มาพร้อมระบบ Assist Slipper Clutch เทคโนโลยีจากสนามแข่ง ช่วยลดแรงกระชากของล้อหลังขณะเปลี่ยนเกียร์ โช้กหน้าแบบหัวกลับ (Upside-down Shock Absorber) จากแบรนด์ SHOWA ดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบเบรกแบบ ABS และระบบไฟฉุกเฉิน ESS แสดงสัญญาณไฟกระพริบเมื่อใช้เบรกอย่างกะทันหัน ราคาแนะนำ 99,900 บาท นอกจากนี้ All New CBR150R ยังมีตัวเลือกในรุ่น Standard มี 3 สีให้เลือก ได้แก่ สีดำ-แดง Mat-Gunpowder, สีแดง-ดำ Millennium และสีเทา-เหลือง Mat-Axis Grey ราคาแนะนำ 92,900 บาท สาวกนักบิดสายสปอร์ตที่ต้องการเปิดประสบการณ์ความแรง พร้อมสัมผัสเทคโนโลยีจากสนามแข่งของรถสปอร์ตในตระกูล CBR Series สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมของ All New CBR150R ได้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand #AllNewCBR150R #CBR150R #ForTheRealRacingHeart #แรงเท่าที่ใจอยากแรง #CBRSeries #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #HondaThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- OR BRIC Superbike
“มุกข์ลดา” ฟอร์มฮอต! ซิวกริดแถวหน้า ลุ้นแชมป์ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนาม 2 “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ สวมบทโหดควบรถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 44 ผงาดคว้ากริดสตาร์ทแถวหน้าในศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 2 มีลุ้นแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เต็มตัวในสุดสัปดาห์นี้ที่บุรีรัมย์ ศึกซูเปอร์ไบค์ชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนาม 2 มีคิวดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยล่าสุดเป็นการแข่งขันในรอบควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี โดย 3 นักบิดจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ นำโดย “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวแกร่งหมายเลข 44, “แชมป์” ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ หมายเลข 123 และ “ดรีม” สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง ตัวเก๋าของทีมหมายเลข 45 ยกระดับการทำงานขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับตัวเข้ากับระบบอิเล็กทรอนิกส์และการเซ็ตติ้งของทีม ผลการควอลิฟายปรากฏว่า มุกข์ลดา ไล่กดเวลาได้เร็วขึ้นอย่างต่อเนื่อง คว้ากริดสตาร์ทอันดับ 2 มาครอง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 43.653 วินาที ได้เริ่มเกมจากแถวหน้า สร้างโอกาสลุ้นเป็นผู้ชนะในสุดสัปดาห์นี้อย่างมาก ตามด้วย สิทธิศักดิ์ ในกริดที่ 4 ด้วยเวลา 1 นาที 46.742 วินาที และ ภาสวิชญ์ ในกริดที่ 5 ด้วยเวลา 1 นาที 46.875 วินาที ทั้งนี้ 3 นักบิด ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคมนี้ ถ่ายทอดสดทาง facebook.com/ChangCircuitOfficial และ https://www.youtube.com/user/bricchannel ตั้งแต่ 9:00 น. เป็นต้นไป พร้อมติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #HondaCBR600RR #HondaRacingThailand #ORBRICSuperbike2021 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- "Marquez" comeback
"มาร์เกซ" คัมแบ็กสตาร์ทแถวหน้า เดินหน้าล่าแชมป์โมโตจีพี ออสติน มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก 8 สมัยจาก เรปโซล ฮอนด้า ควบรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 93 ทะยานคว้ากริดสตาร์ทที่ 3 ในศึกโมโตจีพี สนาม 15 รายการ กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส์ และป็นการคว้าตำแหน่งออกตัวในแถวหน้าครั้งแรก ในรอบ 441 วัน หลังคัมแบ็กจากอาการบาดเจ็บ ศึก โมโตจีพี 2021 สนาม 15 รายการ กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส์ ผ่านการแข่งขันรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ท เมื่อกลางดึกของคืนวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส์, รัฐเท็กซัส, สหรัฐอเมริกา โดยผลปรากฏว่า มาร์ค มาร์เกซ นักบิดสแปนิชจาก เรปโซล ฮอนด้า เจ้าของสถิติคว้าโพล 7 ปีติดต่อกันที่นี่ คว้ากริดสตาร์ทที่ 3 มาครอง ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 3.209 วินาที ตามด้วย ทาคาอากิ นาคากามิ นักบิดญี่ปุ่นหมายเลข 30 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า ในกริดที่ 5 ด้วยเวลา 2 นาที 3.292 วินาที ส่วน โปล เอสปาร์กาโร นักบิดสแปนิชหมายเลข 44 จาก เรปโซล ฮอนด้า ได้เริ่มเกมในกริดที่ 12 ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 3.875 วินาที ด้าน อเล็กซ์ มาร์เกซ ดาวบิดสแปนิชอีกรายเจ้าของหมายเลข 73 จาก แอลซีอาร์ ฮอนด้า คว้ากริดที่ 15 ด้วยเวลาต่อรอบ 2 นาที 4.100 วินาที ศึก โมโตจีพี รายการ กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส์ จะแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในคืนวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคมนี้ เริ่มด้วยรุ่น โมโตทู เวลา 00.20 น. ต่อด้วยรุ่น โมโตจีพี ในเวลา 02.00 น. ซึ่งตรงกับวันที่ 4 ตุลาคม ตามเวลาประเทศไทย ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 พร้อมติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotoGP #SC35 #Moto2 #IdemitsuHondaTeamAsia #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- "Haslum" Sew Top Fire World Superbike 11
“ฮาสลัม” ซิวท็อปไฟว์ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 11 ลีออน ฮาสลัม ยอดนักบิดมากประสบการณ์ชาวอังกฤษจาก ทีม เอชอาร์ซี ควบรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 91 คว้าอันดับ 5 ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ สนาม 11 เรซแรกที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนาม 11 ดวลความเร็วเรซแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา โดย ลีออน ฮาสลัม นักบิดฮอนด้าจาก ทีม เอชอาร์ซี ได้ออกตัวจากกริดที่ 3 ส่วนทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง อัลวาโร่ เบาติสต้า ยอดนักบิดสแปนิชจาก ทีม เอชอาร์ซี เจ้าของรถแข่งหมายเลข 19 ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 6 เกมเรซนี้ชิงชัยทั้งสิ้น 20 รอบสนามของ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ปรากฏว่า ฮาสลัม สามารถไล่บี้เพื่อลุ้นท็อปทรีได้ตลอดทั้งเรซ ก่อนนำรถแข่งคว้าอันดับ 5 ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะเพียง 13.305 วินาที ส่วน เบาติสต้า เริ่มเกมจากกริดที่ 6 ทะยานขึ้นมาติดท็อปทรีก่อนพลาดล้มรอบสุดท้ายพลาดโพเดี้ยมอย่างน่าเสียดาย ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2021 สนาม 11 จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซ 2 ในวันอาทิตย์เวลา 20.00 น. เช่นเคย ถ่ายทอดสดทาง Eurosport HD2 พร้อมติดตามข่าวสารของนักบิดฮอนด้าได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ เรซ ทู เดอะ ดรีม : www.facebook.com/HondaRacingTeamTH #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #Honda #HRC #WSBK #CBR1000RRR #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotorSport #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- STAY TUNED
จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อ "รุ่นใหญ่" ต้องมาเจอกับ "รุ่นใหม่" STAY TUNED พร้อมกัน วันจันทรที่ 4 ต.ค. นี้ เวลา 17.00 เป็นต้นไป ทางเพจ Facebook Honda BigBike.... #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Pretty OR BRIC Superbike 2021
แน่นๆ !! ทัพพริตตี้จากสนามแข่ง OR BRIC Superbike 2021 จ.บุรีรัมย์ การชิงชัยในศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบรายการใหญ่ของประเทศไทย OR BRIC Superbike 2021 เข้าสู่เกมการแข่งขันในสนามที่ 2 ของปี การขับเคี่ยวกัน ด้วยความมันส์ระดับห้าดาว ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขเข้มข้น กิจกรรมพิทวอล์ค ที่เป็นโอกาสเดียวในการเปิดพิทให้ได้เข้าชม ทั้งรถแข่งที่ใช้ พบกับนักแข่งที่ลงทำการแข่งขันอย่างพร้อมหน้า โดยมีสีสันที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตรอคอยชม คือ เหล่าพริตตี้สาวงามมากมายจากค่ายรถและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ยกทัพมาไว้ใน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ถือเป็นกำไรของแฟนมอเตอร์สปอร์ต ที่ได้ลุ้นทั้งการแข่งก็สนุกสนาน แถมได้ยลโฉมสาวสวยเบอร์ต้น ตัวแม่ของไทย มารวมกันแน่นขอบสนามไปหมด
- OR BRIC Superbike
“ฐิติพงศ์-รัฐพงษ์” คว้าโพลสองเรซติด OR BRIC Superbike ลุ้นหนักสนาม 2 วันอาทิตย์นี้! “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ยอดนักบิดไทยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม กดเวลาคว้าโพลในศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สองสนามติดต่อกัน เช่นเดียวกับ “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่ซิวหัวแถวเรซที่ 2 ก่อนดวลเดือดรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 เข้าสู่การแข่งขันสนามที่ 2 อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุข ล่าสุดผ่านการควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ท โดยในรุ่นใหญ่ที่สุดของไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ปรากฏว่าแชมป์สนามแรกจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม อย่าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร ร้อนแรงอย่างต่อเนื่องคว้าโพล 2 สนามติดต่อกัน ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 36.393 วินาที ขนาบข้างด้วยคู่แข่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม อย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ในกริดที่ 2-3 เพียงคนละ 0.106 วินาที และ 0.410 วินาที ส่วนอันดับสตาร์ทในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ปรากฏว่าตำแหน่งโพลเป็นของ “นุด้า” อภิเดช บุญศรี จาก หมูมอลล์ พีทีที ลูบริแคนต์ นุด้า 80 ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 44.853 วินาที ขนาบข้างด้วย นทีธาร ทองโคตร จาก ทีเอ็นพี มอเตอร์สปอร์ต ในกริดที่ 2 ตามหลัง 1.924 วินาที กริดที่ 3 เป็นของ เอกลักษณ์ เตสังข์ จาก เอสเค ซิค ไทยแลนด์ ตามหลัง 8.615 วินาที ขณะผลควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ปรากฏว่าเป็น “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ แชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 43.132 วินาที เหนือ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 เพียง 0.521 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ซุป”อนุชา นาคเจริญศรี จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.231 วินาที นอกจากนี้ยังมีเกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี ที่ดวลความเร็วกันสนุกไม่แพ้คลาสอื่นๆ โดยตำแหน่งโพลเรซนี้เป็นของ “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล แชมป์สนามแรกจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 46.987 วินาที เหนือ “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ จาก เควายบี ต๋ง ท่ามะกา ทีม กริดที่ 2 ถึง 1.058 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ รัฐพงษ์ บุญเลิศ จาก ยามาฮ่า เควายบี ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี. น้ำบาน เอ็มเอ็น8 โก๋ท่ามะกา ตามหลัง 1.120 วินาที ด้านผลควอลิฟายของรุ่น สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ปรากฏว่า ภาสกรณ์ สวนหลวง จาก ยามาฮ่า ดับเบิลยูพี หาดใหญ่ เรซซิ่ง กิ๊กะไบค์ ไฮสปีด พิเรลลี ผู้ชนะสนามแรกกดเวลามาเป็นอันดับ 1 คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 52.681 วินาที ขนาบข้างด้วย สุทธิพจน์ พัชรีธร จาก ยามาฮ่า อาร์ซีบี ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี. โมตุล ตาตั้ม เรซซิ่ง ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.723 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ ชนะชัย บุญงาม จาก เค-สปีด ยามาฮ่าลูป เซนเซชั่น ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี. เอ็ม-เท็ค ตามหลัง 0.789 วินาที ทั้งนี้ ศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 อนุญาตให้แฟนเข้าชมการแข่งขัน 25% ของความจุสนาม ทุกคนต้องมีใบรับรองฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมทำตามกฎและมาตรการด้านสาธารณสุข ด้านนักแข่ง, ทีมช่าง, สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ทุกส่วน เพิ่มมาตรการในส่วนการตรวจ ATK ก่อนเข้าสนาม สำหรับการแข่งขันสนาม 2 จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม 2564 ถ่ายทอดสดทาง True Sports HD3 / True visions ช่อง 668 เวลา 15.00-18.00 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป และถ่ายทอดสดไปยัง 3 ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา โดยสามารถรับชมผ่านกล่อง MVBOX
- "OR BRIC Superbike"
สังเวียนความเร็วระอุ!! "OR BRIC Superbike" สนาม 2 เดือดยิ่งกว่าเดิม 1-3 ต.ค.นี้ที่สนามช้าง จ.บุรีรัมย์ ทีมแข่งยักษ์ใหญ่ของไทย ประกาศชักธงรบเต็มพิกัด เตรียมทีมสู้ศึกแห่งศักดิ์ศรีในรายการ “โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 สนาม 2” ขณะ ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้างฯ ชี้การแข่งขันสูงขึ้นยกระดับซีรีส์เทียบชั้นเอเชีย ชวนแฟนชาวไทยลุ้นเกมส์ความเร็วชั้นนำของบ้านเราที่ สนามช้างฯ สุดสัปดาห์นี้ หลังเปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกไปเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 เดินหน้าสนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 1-3 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุข โดยสถานการณ์ลุ้นแชมป์ประจำปีเข้มข้นขึ้นอย่างมาก จากการที่ทีมยักษ์ใหญ่ระดับเอเชีย ส่งไลน์อัพชุดใหญ่ลงล่าความสำเร็จในในปีนี้ นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า "ผมมองว่าปีนี้เราจะได้เห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมาก ในแง่คุณภาพของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขัน แม้ว่าเมืองไทยจะเจอสถานการณ์ยากลำบากในช่วงของ โควิด-19 ก็ตาม" "ในสนามแรกเราได้เห็นการต่อสู้ของทีมโรงงานยักษ์ใหญ่อย่าง ฮอนด้า และ ยามาฮ่า ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ที่สร้างสีสันให้เกมการแข่งอย่างมาก แต่ผู้ชนะเป็นนักบิดจากทีมอิสระซึ่งบ่งบอกได้ถึงการยกระดับการทำงานของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างชัดเจน" "ส่วนในรุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ถือเป็นอีกปีที่การแข่งขันเข้มข้นมาก การลุ้นแชมป์ยังคงได้รับความสนใจจากแฟนความเร็วมากที่สุด โดยเฉพาะการลุ้นของสองทีมใหญ่อย่าง คาวาซากิ และ ยามาฮ่า ที่ทุ่มทุกขุมพลังเพื่อมาชิงอันดับหนึ่งของประเทศในรายการนี้" นายตนัยศิริ กล่าว ทั้งนี้ การดวลกันในสนามแรก "ติ๊งโน๊ต" ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ 3 สมัยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม สามารถบดเอาชนะคู่หูจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม อย่าง "แสตมป์ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ และ "ตี" อนุภาพ ซามูล คว้าชัยชนะมาครองในรุ่นใหญ่สุดของไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซี.ซี. ได้อย่างสุดมันส์ ซึ่งถือเป็นการบ้านใหญ่ของ "ทีมสีน้ำเงิน" ที่จะต้องหาทางกลับมาทวงตำแหน่งหัวแถวให้ได้ ขณะที่ในการแข่งขันรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ถือว่าได้รับความสนใจจากแฟนความเร็วชาวไทยอย่างมาก เพราะทีมยักษใหญ่อย่าง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่ส่งดาวดังอย่าง "โฟลท" รัฐพงษ์ วิโลโรจน์ จับคู่กับทีมเมทคนใหม่อย่าง "ซุป" อนุชา นาคเจริญศรี ท้าชนกับ ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ที่มีนักบิดระดับเอเชียลงต่อสู้อย่าง "มุกข์" มุกข์ลดา สารพืช, "แชมป์ ภาสวิชญ์ ฐิติวรารักษ์ และ "ดรีม" สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง ที่เข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้ทีมลงล่าแชมป์ ทว่าผู้ชนะสนามแรกกลับเป็นของนักบิดจากทีมอิสระอย่าง "ฟอง" คณาทัต ใจมั่น จาก ยามาฮ่า ไฮสปีด ที่สร้างผลงานโดดเด่นเข้าป้ายเป็นคันแรก ทางด้านของคุณวีรพงษ์ ธนากิจจานนท์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “เราทำงานกันหนักขึ้นในเรื่องของการหาข้อมูลทั้งการเซ็ทติ้ง รวมถึงอุปกรณ์ และรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมในเรื่องของสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดในช่วงสัปดาห์การแข่งขัน แต่ด้วยความความมุ่งมั่นของทีมงานและนักแข่งของเราที่พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดอยู่ตลอดเวลา ณ เวลานี้ เรามุ่งเน้นการทำงานในสนาม 2 และเราเชื่อว่าเราสามารถผลักดันผลงานของทีมเราสู่โพเดี้ยมสูงสุดทั้ง 2 รุ่น นอกเหนือจากรุ่นการแข่งขันหลักของรายการ Yamaha ยังเพิ่มประสบการณ์การแข่งขันให้แก่เหล่านักแข่งจากรายการ Yamaha Championship ด้วยการแข่งขันรุ่น R6 Cup ซึ่งถูกบรรจุอยู่ในรายการ OR BRIC Superbike สนาม 2 เพื่อยกระดับประสบการณ์การแข่งขันให้แก่ลูกค้า Yamaha R Series ได้ร่วมสัมผัสความท้าทาย ความมันส์ ความเร้าใจ กับรูปแบบการแข่งขันอย่างแท้จริง พร้อมชมการทำงานและเกมส์การแข่งขันของ Yamaha Thailand Racing Team อย่างใกล้ชิด ภายใต้กฎ กติกา รวมถึงโปรแกรมทั้งหมด แบบนักแข่งระดับอาชีพ เพื่อสร้างประสบการณ์การแข่งขันเพิ่มขึ้นในสุดสัปดาห์นี้ นายเฉลิมพล ครองสุขเลิศ ผู้จัดการฝ่ายกีฬายานยนต์ สายงานกีฬายานยนต์ บริษัท ไทยฮอนด้า แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ในนามผู้จัดการทีม ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ กล่าวว่า "ในปีนี้มีการปรับทีมครั้งใหญ่ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี โดยเพิ่มนักแข่งจากเดิมที่ส่งเพียง 2 คน ได้เพิ่มเป็น 3 คนในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในแง่ของโครงสร้างของทีม และในส่วนของการทำงานที่จะต้องเพิ่มรายละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะรถแข่ง Honda CBR600RR รุ่นใหม่ล่าสุดทำให้เรามีงานหนักที่จะต้องเรียนรู้กันอย่างมาก" "ในสนามแรกทีมช่างของเราค่อนข้างเน้นในเรื่องของการปรับเซ็ตติ้งตัวรถแข่งให้เข้ากันกับนักแข่ง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะระบบอิเล็กทรอนิกส์และแอโรไดนามิค ขณะที่ตัวของนักแข่งเองก็ต้องเรียนรู้กับการควบคุมฟังก์ชันอิเล็กทรอนิกส์ของรถแข่งใหม่ให้ได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยการคว้าโพเดี้ยมอันดับ 2-3 มาครองก็ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ ส่วนในสุดสัปดาห์นี้ผมเชื่อมั่นใจทีมของเราจะมีลุ้นเป็นผู้ชนะในเรซนี้ได้อย่างแน่นอน " ทั้งนี้ ศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 อนุญาตให้แฟนเข้าชมการแข่งขัน 25% ของความจุสนาม ทุกคนต้องมีใบรับรองฉีดวัคซีนโควิด-19 พร้อมทำตามกฏและมาตรการของ ศบค. ด้านนักแข่ง, ทีมช่าง, สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่ทุกส่วน เพิ่มมาตรการในส่วนการตรวจ ATK ก่อนเข้าสนาม สำหรับการแข่งขันในสนามที่ 2 จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมในวันศุกร์ที่ 1 ตุลาคมนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ทในวันเสาร์ที่ 2 ตุลาคมนี้ และดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลามนี้ ถ่ายทอดสดทาง Truesport HD3 / True visions ช่อง 668 เวลา 15.00-18.00 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ facebook.com/ChangCircuitOfficial และ ttps://www.youtube.com/user/bricchannel ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป รวมทั้งถ่ายทอดสดไปยัง 3 ประเทศเพื่อนบ้าน สปป.ลาว เมียนมาร์ และกัมพูชา
- Chang'an Automobile unveils a new model
ฉางอัน ออโตโมบิล เผยโฉมรถรุ่นใหม่ – AVATAR E11 และ C385 ที่ Changan Auto Tech Ecosystem เป็นครั้งแรก ฉงชิ่ง ฉางอัน ออโตโมบิล เปิดตัวรถยนต์สองรุ่น อย่างเป็นทางการ ได้แก่ AVATAR E11 รถ SUV ขนาดกลางที่ใช้ระบบไฟฟ้าในการขับเคลื่อนทั้งหมด โดยเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างฉางอัน ออโตโมบิล หัวเว่ย และ CATL อีกรุ่นคือ Changan C385 ซึ่งเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าเช่นเดียวกันและถูกพัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มเครื่องยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ ที่ Changan Auto Tech Ecosystem Conference 2021 ฉางอัน ออโตโมบิล หนึ่งในสี่ผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศจีน ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ด้วยประสบการณ์ในการผลิตรถยนต์มากกว่า 37 ปี และรั้งตำแหน่งบริษัทที่มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาเป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมนำหน้าแบรนด์ต่างๆ ในจีนทั้งหมด ถึง 5 ครั้ง ในระยะเวลาเพียง 10 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบัน ฉางอัน ออโตโมบิล มีฐานการผลิตกว่า 14 แห่งทั่วโลก รวมถึงเครือข่ายการขายและการบริการมากกว่า 8,700 สาขา ช่างเทคนิคด้านวิศวกรรมผู้ชำนาญการมากกว่า 10,000 คนใน 27 ประเทศ และบุคลากรมืออาชีพด้านบริการอีกกว่า 120,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ ฉางอัน ออโตโมบิล ยังจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาซึ่งมีความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นแตกต่างกัน ครอบคลุม 6 ประเทศใน 9 ภูมิภาค ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น และอิตาลี หลังจากการพัฒนาเพียงครึ่งศตวรรษ อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนได้กลายเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก รองลงมาคืออเมริกาเหนือ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เพราะอุตสาหกรรมยานยนต์ของจีนกำลังมุ่งไปสู่การสร้างความทันสมัยผ่าน 4 เสาหลักหรือ “New Four Modernizations” ซึ่งประกอบไปด้วย ความอัจฉริยะ (Intelligence) การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (Electrification) การสร้างเครือข่าย (Networking) และการแบ่งปันใช้งาน (Sharing) อุตสาหกรรมยานยนต์ของจีน จึงกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความสามารถในการแข่งขันก็กำลังทิ้งระยะห่างจากการขับเคลื่อนรถยนต์แบบเดิม โดยกำลังมุ่งไปสู่โลกยุคใหม่ที่เน้นการใช้เทคโนโลยี ดังนั้น ผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำของจีนจึงเร่งพัฒนาสินค้าใหม่ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ใช้งานที่น่าตื่นตาและแปลกใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยแนวโน้มที่เป็นปัจจัยเชิงบวกเหล่านี้ ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของจีนอย่าง ฉางอัน ออโตโมบิลจึงตั้งใจที่จะต่อยอดการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยการส่งมอบสินค้าที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และมีราคาจับต้องได้ ให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก เผยโมเดลใหม่ล่าสุดสะท้อนจุดยืนผู้นำเทคโนโลยีอัจฉริยะแห่งโลกยนตรกรรม AVATAR E11 รถ SUV ขนาดกลางสุดล้ำรุ่นใหม่ระดับไฮเอนด์ ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด ซึ่งเกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่างฉางอัน ออโตโมบิล หัวเว่ย และ CATL โดยรถยนต์รุ่นนี้จะใช้ Huawei HI (Huawei Inside) หรือระบบปฏิบัติการยานยนต์อัจฉริยะเต็มรูปแบบ และเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดจาก CATL เป็นหลัก ในปัจจุบัน AVATAR E11 อยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ รอบคันและจะเปิดตัวภายในสิ้นปีนี้ AVATAR E11 เปิดตัวรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่มาพร้อมแพลตฟอร์มอัจฉริยะอันชาญฉลาด Changan C385 เป็นโมเดลเชิงกลยุทธ์รุ่นแรกของ ฉางอัน ออโตโมบิล ที่สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าใหม่ทั้งหมด โดยรถยนต์รุ่นนี้จะใช้ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติไร้คนขับ (Automated Valet Parking System) APA7.0 ซึ่งรถยนต์จะสามารถเข้าแถว ขับเคลื่อน และหาที่จอดเองโดยที่ไม่ต้องมีเจ้าของรถยนต์คอยติดตาม รูปลักษณ์ภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้ได้รับการดัดแปลงมาจากสไตล์รถแฮทช์แบ็ค ผสมผสานกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและรูปทรงที่ดูสปอร์ต จึงเป็นที่นิยมอย่างยิ่งในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ C385 เผยแผนการลงทุนระดับโลก ฉางอัน ออโตโมบิล แถลงเพิ่มเติมถึงแผนการลงทุน โดยจะเพิ่มอีก 25 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 825 พันล้านบาท) ในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่อุตสาหกรรมภายในห้าปี โดยอยู่ภายใต้กลยุทธ์ “ยานยนต์ใหม่ + ระบบนิเวศใหม่ (New Auto + New Ecosystem)” การลงทุนครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างระบบนิเวศทางเทคโนโลยี (Technology Ecosystem) และเร่งการพัฒนาซอฟต์แวร์ตลอดจนเพิ่มขีดจำกัดระดับความสามารถของเทคโนโลยีอัจฉริยะในด้านต่างๆ ภายในปี 2568 ซึ่งจะส่งผลให้สัดส่วนของนักพัฒนาซอฟต์แวร์อัจฉริยะจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 50% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด และในขณะเดียวกันจะมีการจ้างงานผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพื่อพัฒนาและสร้างคอมมูนิตี้ที่เต็มไปด้วยทักษะและองค์ความรู้ทางด้านเทคนิค ทั้งนี้ ฉางอัน ออโตโมบิล แถลงเพิ่มเติมว่า ภายในปี 2568 นี้ ตั้งเป้าจะสร้างยอดขายต่อปีทะยานสู่ 3 ล้านคัน โดยมีสัดส่วนของ xEV อยู่ที่ 35% และภายในปี 2573 ฉางอัน ออโตโมบิล จะขึ้นแท่นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำด้วยยอดขายมากกว่า 4.5 ล้านคัน ด้วย xEV โดยจะรวมถึงสัดส่วนยอดขายจากตลาดต่างประเทศจะอยู่ที่ 60% และ 30% ตามลำดับ ฉางอัน ออโตโมบิล มีชื่อเสียงในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและนวัตกรรมชั้นสูง โดยนับตั้งแต่ปี 2560 บริษัทฯ ได้บรรลุและส่งมอบนวัตกรรมใหม่มากมาย ทั้งในแง่ของกลไลอัจฉริยะตลอดจนยานยนต์ที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับต่ำ ซึ่งทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้กลยุทธ์พื้นฐาน “ยานยนต์ใหม่ + ระบบนิเวศใหม่ (New Auto + New Ecosystem)” ในส่วนของผลงานทางด้านเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ฉางอันยึดมั่นหลัก Dubhe Intelligence Plan และ Shangri-La Plan โดยได้ลงทุนกว่า 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 49.5 พันล้านบาท) เพื่อให้ได้ครอบครองเทคโนโลยีการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อัจฉริยะในระดับต่ำกว่า 500 ชิ้น ซึ่งในจำนวนนี้ มี 48 เทคโนโลยีที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศจีน นอกจากนี้เทคโนโลยี APA 6.0 ได้รับการยอมรับว่าเป็น ระบบช่วยจอดรถอัตโนมัติไร้คนขับระบบแรก ที่ไม่จำเป็นต้องมีผู้ใช้งานคอยกำกับในระยะประชิด และสามารถขับเคลื่อนผ่านสมาร์ทโฟนแทน นอกจากนี้ ฉางอัน ออโตโมบิล ยังได้สร้างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบบูรณาการ (Ultra-Integrated Electric Drive System) ที่สามารถลดการใช้น้ำหนักได้ 10% เพิ่มอัตราการจ่ายพลังงานได้ถึง 37% และยังเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก 5% ปัจจุบัน ฉางอัน ออโตโมบิล ได้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ที่มีระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะมากกว่า 1.45 ล้านคัน จึงนับได้ว่าเป็นผู้ผลิตแถวหน้าในอุตสาหกรรมยานยนต์จีนโดยนับตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้ ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ของฉางอัน ออโตโมบิล มีอัตราการเติบโตแบบก้าวกระโดดอยู่ที่ 495% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในแง่ของผลิตภัณฑ์ การเปิดตัวรถยนต์รุ่น PLUS และ UNI ซีรีส์ของฉางอันถือได้ว่า ประสบความสำเร็จอย่างมาก นับว่าเป็นรุ่นยอดนิยมโดย 43% ของยอดขายรุ่น UNI เกิดจากการที่ผู้บริโภคเลือกซื้อรถยนต์จาก ฉางอัน ออโตโมบิลมากกว่าแบรนด์สากลชั้นนำ โดยในสามปีที่ผ่านมา คุณค่าของแบรนด์ (Brand Value) ของ ฉางอัน ออโตโมบิล เพิ่มขึ้นถึง 34% ซึ่งมีการพัฒนาคุณภาพของสินค้าอย่างต่อเนื่องจนยกระดับความสามารถในการแข่งขันเทียบชั้นแบรนด์ระดับสากล ปัจจุบัน ฉางอัน ออโตโมลบิล มีภาพลักษณ์ของผู้ผลิตและผู้ส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพสูงอย่างชัดเจน ล่าสุดตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงเดือนกรกฎาคมปีนี้ ฉางอัน ออโตโมบิล ได้ขายรถยนต์ไปมากกว่า 1 ล้านคัน และด้วยความมุ่งมั่นที่จะขึ้นเป็นผู้ผลิตชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เพียบพร้อมด้วย ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมที่สมบูรณ์ ฉางอัน ออโตโมบิล จะไม่หยุดพัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ เพื่อให้ส่งมอบรถยนต์ที่ มีคุณภาพ และมีฟีเจอร์การใช้งานที่ตอบสนองต่อความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค เกี่ยวกับฉางอัน ออโตโมบิล ฉางอัน ออโตโมบิล หนึ่งในสี่ผู้นำกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศจีน ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้นๆ ด้วยประสบการณ์ในการผลิตรถยนต์มากกว่า 37 ปี และรั้งตำแหน่งบริษัทที่มีความสามารถในการวิจัยและพัฒนาเป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรมนำหน้าแบรนด์ต่างๆ ในจีนทั้งหมด ถึง 5 ครั้ง ในระยะเวลาเพียง 10 ปี โดยมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองฉงชิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ปัจจุบัน ฉางอัน ออโตโมบิล มีฐานการผลิตกว่า 14 แห่งทั่วโลก รวมถึงเครือข่ายการขายและการบริการมากกว่า 8,700 สาขา ช่างเทคนิคด้านวิศวกรรมผู้ชำนาญการมากกว่า 10,000 คนใน 27 ประเทศ และบุคลากรมืออาชีพด้านบริการอีกกว่า 120,000 คนทั่วโลก นอกจากนี้ ฉางอัน ออโตโมบิล ยังจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาซึ่งมีความเชี่ยวชาญที่โดดเด่นแตกต่างกัน ครอบคลุม 6 ประเทศใน 9 ภูมิภาค ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี ญี่ปุ่น และอิตาลี
- The Marche’ by STYLE Bangkok
DITP หนุนสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นเติบโตฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมจัด The Marche’ by STYLE Bangkok 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เตรียมจัด “The Marche’ by STYLE Bangkok” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นมิติใหม่แบบ New Normal เพื่อสนับสนุนผู้ผลิตและผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์ไทยตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศและการส่งออกเชิงรุกพร้อมขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศในช่วงโควิด โดยกำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวระหว่างงาน แถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้น ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ว่า “อุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยมีศักยภาพและได้รับการยอมรับในเวทีโลก ทั้งด้านวัตถุดิบในการผลิตที่หลากหลาย และผู้ประกอบการไทยที่มีฝีมือปราณีต จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ไทยที่มีความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน และมีศักยภาพ ได้รับการยอมรับจากผู้ซื้อ/ผู้บริโภคทั่วโลก การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2564 สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น สร้างมูลค่าการส่งออกรวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ที่ผ่านมา” รองอธิบดีฯ นันทพงษ์ เสริมว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้การจัดงาน STYLE Bangkok 2021 ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในช่วงเดือนมีนาคมต้องเลื่อนออกไป ทางกรมฯ เล็งเห็นความสำคัญและโอกาสของสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่จะช่วยฟื้นฟูการเติบโตทางเศรษฐกิจ จึงจัด The Marche’ by STYLE Bangkok ขึ้นทดแทน “การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME และเพื่อเร่งรัดการส่งออกยุค New Normal ให้ยังคงสามารถพบปะสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ และเจรจาการค้ากับผู้ซื้อกลุ่มเป้าหมาย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ จึงได้สร้างช่องทางและเวทีการค้าแบบไฮบริด ภายใต้โครงการ “The Marché by STYLE Bangkok” เพื่อให้ผู้ประกอบการ SME สามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ และสร้างรายได้ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปให้ได้ ซึ่งเป็นไปตามแผนนโยบายหลักที่ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ให้แนวทางไว้” กิจกรรมภายใต้โครงการ “The Marché by STYLE Bangkok” แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก คือ กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์ โดยมีทูตพาณิชย์ทั่วโลกเป็นผู้เชื่อมโยงการจับคู่ จัดขึ้นไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 23 - 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ งานแสดงสินค้า “The Marché by STYLE Bangkok” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6 - 10 ตุลาคม นี้ โดยภายในงาน จะมีการจัดแสดงสินค้าจากแบรนด์สินค้าคุณภาพส่งออกชั้นนำ ผู้ผลิตตัวจริงถึง 123 ราย ครอบคลุมสินค้าแฟชั่น เคหะสิ่งทอ เครื่องหนัง ของขวัญ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา สินค้ามีดีไซน์ ตลอดจนสินค้าของเล่น และในช่วงที่ใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครที่กำลังมองหาของขวัญพรีเมี่ยม ของขวัญปีใหม่ก็สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน นอกจากนี้ กรมฯ ให้ความสำคัญกับข้อปฏิบัติภายใต้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยมีการรักษาระยะห่าง มาตรการสุขอนามัย การจัดเตรียมจุดตรวจเช็คอุณหภูมิ จุดตรวจคัดกรอง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน นอกจากนี้ ในวันพิธีเปิดงาน 6 ตุลาคม กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และบริษัทกลุ่มเซ็นทรัล จำกัด จะมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกัน เพื่อร่วมสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในด้านการพัฒนา และสร้างช่องทางตลาดทั้งในและต่างประเทศผ่านกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัล เป็นระยะเวลาถึง 5 ปีอีกด้วยครับ ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการเสวนาในหัวข้อ “ก้าวต่อไปของสินค้าไลฟ์สไตล์ของไทย เดินต่ออย่างไรไม่ให้เป็นวงกลม” โดยวิทยากรที่มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไลฟ์สไตล์ของไทยให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตในยุค New Normal ได้แก่ คุณจิรชัย ตั้งกิจงามวงศ์ กรรมการผู้จัดการด้านการตลาดวิจัยและพัฒนา บริษัทอุตสาหกรรม ดีสวัสดิ์ จำกัด คุณภาณุเดช วัฒนสุชาติ นักแสดง พิธีกรและนักออกแบบตกแต่งภายใน และคุณธันยวัฒน์ ทั่งตระกูล Co-founder บริษัทธาอีส อีโคเลทเธอร์ จำกัด พร้อมแฟชั่นโชว์นำโดยดารา/นายแบบสุดฮอต “ฟิลลิปส์ ทินโรจน์” The Marche’ by STYLE Bangkok จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเวิลด์หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 6 และ 7 ตุลาคม ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169











