top of page

1424 results found with an empty search

  • Mitsubishi Foundation Electric Thai

    มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย และกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ยืนหยัดสานต่อโครงการประทีปเด็กไทย ปีที่ 5 มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย นำโดย นายฮิโระอากิ คอนโด้ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วยผู้แทนจากกลุ่มบริษัท Mitsubishi Electric ในประเทศไทย ร่วมถวายเงินจำนวน 270,000 บาท แด่ พระครูปลัดสุวัฒนพรหมมงคลคุณ (เสริมพร ธมฺมวโร) เพื่อสมทบทุนสร้างศูนย์พัฒนาเด็กเล็กให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย ใน “โครงการประทีปเด็กไทย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ณ วัดป่าเลิศธรรมนิมิต จังหวัดปทุมธานี จากซ้ายไปขวา - นายฮิเดะยูกิ นากาตะ ที่ปรึกษาฝ่ายทรัพยากรมนุษย์และธุรการ บริษัท มิตซูบิชิ อิเล็คทริค เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด - นายฮิโระอากิ คอนโด้ รองประธานกรรมการ มูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย - พระครูปลัดสุวัฒนพรหมมงคลคุณ (เสริมพร ธมฺมวโร) ประธานกรรมการมูลนิธิประทีปเด็กไทย หลวงพ่อวิริยังค์ สิรินฺธโร - นายกริช ทองนาค กรรมการมูลนิธิมิตซูบิชิ อิเล็คทริคไทย # # # # # สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัท ได-อิจิ คิคากุ (ประเทศไทย) จำกัด โทร 02-949-2782-6

  • Gucci Spring/Summer 2021

    อเลซซานโดร มิเคเล่ เผยโฉม Horsebit Logo ดีไซน์สุดคลาสสิก ยอดขายอันดับ 1 ของ Gucci ผสานการออกแบบกรอบแว่นตา คอลเลกชั่นล่าสุด “Gucci Spring/Summer 2021” บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ การผลิต การจัดจำหน่ายเลนส์แว่นตาจากประเทศฝรั่งเศส และผู้นำเข้ากรอบแว่นตาแบรนด์เนมชั้นนำ กุชชี่ (Gucci) ในประเทศไทย ฉลองการกลับมาอีกครั้งของ Horsebit Logo (ฮอร์สบิต - ลายตะขอปากม้า) ดีไซน์สุดคลาสสิกอันโด่งดังของ Gucci กับแว่นตาคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด “Gucci Spring/Summer 2021” โดย Horsebit Logo ได้รับแรงบันดาลใจมาจากกีฬาขี่ม้าซึ่งเป็นงานอดิเรกของชนชั้นสูงในกรุงฟลอเรนซ์ และได้กลายมาเป็นหนึ่งในดีไซน์ระดับซิกเนเจอร์ของ Gucci จวบจนปัจจุบัน จึงทำให้แว่นตาคอลเลกชั่นนี้คือสัญลักษณ์แห่งดีไซน์คลาสสิกร่วมสมัยที่สวยงามน่าหลงใหลในทุกองค์ประกอบ โดดเด่นด้วยกรอบแว่นแนวเรโทรแบบ Oversize ที่ชวนให้นึกถึงความรุ่งเรืองของวงการแฟชั่นในยุค 70-80 แต่กลับดูเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาภายใต้กรอบแว่นโทนสีสดใสพร้อมรายละเอียดการตกแต่งอันหรูหรา สะท้อนถึงภาพลักษณ์อันงามสง่าของผู้สวมใส่ในทุกมุมมอง Gucci คอลเลคชั่นนี้นำเสนอกรอบแว่นดีไซน์คลาสสิกอันเปี่ยมเสน่ห์และเรียบง่าย แฝงไว้ด้วยความหรูหราร่วมสมัยที่โดดเด่น ผ่านการนำ Horsebit Logo หนึ่งในอัตตลักษณ์แห่งดีไซน์อันเป็นอมตะของกุชชี่ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1950 ชูความโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ทุกครั้งที่สวมใส่และถือเป็นไอคอนิกดีไซน์แห่งวงการแว่นตา โดยดีไซน์ Horsebit Logo ได้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในคอลเลคชั่นนี้ อเลสซานโดร มิเคเล่ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของ Gucci ผู้ปฏิวัติวงการแฟชั่นซึ่งได้รับเสียงชื่นชมอย่างถล่มทลายจากนักวิจารณ์ทั่วโลก แว่นตาคอลเลกชั่นนี้ยังผลิตด้วยวัสดุที่คัดสรรมาโดยเฉพาะ ผ่านขั้นตอนการประกอบชิ้นงานอย่างพิถีพิถันด้วยทีมช่างฝีมือให้งดงามประณีตในทุกรายละเอียด เพื่อสร้างสรรค์แว่นตาที่สวมใส่สบาย แข็งแรงทนทาน ผสานการเลือกใช้โทนสีที่สวยงามมีระดับไม่เหมือนใคร คอลเลกชั่น Gucci Spring/Summer 2021 นำเสนอความแตกต่างที่ลงตัวของงานดีไซน์แว่นตา 3 ซีรี่ส์ ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นไอเท็มสุดหรูที่ควรค่าแก่การครอบครอง! นับตั้งแต่ซีรี่ส์ “Metal” กรอบแว่นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดโอเวอร์ไซส์ เน้นความยืดหยุ่นเบาสบาย พร้อมโชว์ดีไซน์ Horsebit และโลโก้ Gucci ที่โดดเด่นบนขาแว่นอย่างงดงาม มอบกลิ่นอายแนวย้อนยุคที่หรูหราแต่ไม่ล้าสมัยด้วยเลนส์โทนสีอบอุ่นแบบไล่ระดับ ซีรี่ส์ “Combi” กรอบแว่นตาอะซิเตทคุณภาพสูงจับคู่กับขาโลหะที่มีความยืดหยุ่นเบาสบาย สวมใส่ง่ายพร้อมมอบลุคที่สวยงามร่วมสมัยไร้กาลเวลา จับคู่กับเลนส์โทนสีคลาสสิกอย่างสีดำและสีธรรมชาติแบบฮาวาน่าที่ได้รับความนิยมตลอดกาล เน้นโชว์ดีไซน์ Horsebit และโลโก้ Gucci บนขาแว่นซึ่งมีรูปทรงเพรียวบางเช่นเดียวกับซีรี่ส์ Metal และสุดท้ายคือซีรี่ส์ “Acetate” นำเสนอความโฉบเฉี่ยวในแบบฉบับสาวมั่นด้วยกรอบแนววินเทจยุค 70-80 ที่เข้ากับรูปหน้าคนเอเชียได้เป็นอย่างดี ผสานสีสันสดใสและเสริมรายละเอียด Horsebit ให้ดูโดดเด่นมีเอกลักษณ์มากขึ้น โดยทั้งส่วนกรอบแว่นและขาแว่นเน้นดีไซน์กลมมนแบบโครงทรงกระบอก เพื่อสร้างเอ็ฟเฟ็กต์ภาพที่ลื่นไหลในแบบ 3 มิติ ที่ไม่ว่าจะเป็นกรอบลายกระหรือกรอบสีเดี่ยวก็ดูกลมกลืนสวยเด่นในทุกมุมมอง และแน่นอน ดีไซน์ Horsebit และโลโก้ Gucci ยังคงปรากฏอยู่บนขาแว่น เสมือนป้ายจารึกเกียรติประวัติแห่งวงการแฟชั่นเพื่อมอบความงามโดดเด่นแก่ไอเท็มชิ้นหรูของคุณ พบแว่นตาคอลเลกชั่น “Gucci Spring/Summer 2021” ได้ที่ศูนย์จำหน่ายแว่นตาชั้นนำใกล้บ้านคุณ กำหนดวางจำหน่ายเดือนเมษายน 2564 เป็นต้นไป ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของเอสซีลอร์ที่เว็บไซต์ http://www.essilor.co.th ### เกี่ยวกับ บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด คือผู้นำระดับโลกด้านการออกแบบ การผลิต และการจัดจำหน่ายเลนส์สายตาจากประเทศฝรั่งเศส โดยดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 10 ปี บริษัทฯ มีโรงงานผลิตสินค้าสำหรับดวงตา 2 แห่งซึ่งถือว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์สำหรับดวงตาคุณภาพสูง บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ยังมีพันธกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คน โดยในแต่ละเดือน เอสซีลอร์จะร่วมมือกับมูลนิธิเอสซีลอร์ วิชชั่น ฟาวเดชั่น จัดกิจกรรมค่ายอาสาเพื่อให้บริการตรวจสายตาฟรี และมอบแว่นตาคุณภาพสูงแก่ผู้ด้อยโอกาสในชุมชนต่าง ๆ ของประเทศไทย

  • The Marche’ by STYLE Bangkok

    พาณิชย์ปลื้ม งานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ประสบความสำเร็จอย่างดี ช่วยผู้ผลิต SMEs ไทย ด้วยยอดขายร่วม 3 ล้านบาท งานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย สามารถสร้างมูลค่าซื้อขายตลอด 5 วันเกือบ 3 ล้านบาท พร้อมมูลค่าเจรจาการค้าออนไลน์ กว่า 57 ล้านบาท ช่วยสร้างเวทีการค้าและช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทย ในช่วงโควิด นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า “งานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ สามารถช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด ให้ยังคงสามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ และสามารถแข่งขันได้ภายใต้ความท้าทายของเศรษฐกิจ ผ่านกิจกรรมส่งเสริมการตลาดในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยตลอดระยะเวลาการจัดงาน 5 วัน สามารถสร้างมูลค่าซื้อขายภายในงานกว่า 2.89 ล้านบาท ยังไม่นับรวมกับมูลค่าจากการเจรจาการค้าออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-25 สิงหาคมที่ผ่านมาและสามารถสร้างมูลค่าการเจรจาซื้อขายกว่า 57.4 ล้านบาท” อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า “ภายในงานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok ซึ่งจัดภายใต้มาตรการ Covid-Free Setting ของศบค. รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับส่งออก สินค้ามีดีไซน์ งานออกแบบระดับรางวัลของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์อีโครักษ์โลก รวมไปถึงสินค้าสปาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมจัดแสดงสินค้าจำนวน 123 ราย ครอบคลุมพื้นที่ต่างๆ รวมเกือบ 1,300 ตารางเมตร ประกอบด้วย 7 โซนสินค้า ได้แก่ Fashion & Leather สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โซน Gifts & Premium จำหน่ายสินค้าของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น เครื่องเขียน โซน Houseware จัดแสดงสินค้าของใช้ในบ้านมีดีไซน์ โซน Furniture รวบรวมเอาสินค้าเฟอร์นิเจอร์คุณภาพจากผู้ผลิตไทยแบรนด์ดังมาจัดแสดง โซน Home Décor จำหน่ายสินค้าของตกแต่งบ้าน และโซน Design Hall ที่รวมสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งานนั้น โดยโซนที่มียอดขายอันดับ 1 คือ สินค้า Fashion & Leather สร้างมูลค่าซื้อขายถึง 721,643 บาท นอกจากนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปี จะสามารถสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์ แก่ผู้ประกอบการ มากกว่า 300 ราย พัฒนาแบรนด์ได้มากกว่า 100 แบรนด์ รวมทั้งเชื่อมโยงการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มของกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลได้มากกว่า 15,000 SKU และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึงกว่า 500 ล้านบาท โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ นางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมลงนาม นอกจากสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่มีมาจัดจำหน่ายภายในงานแล้ว ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการผลงานจากโครงการพัฒนาเชิงลึกกลุ่มไลฟ์สไตล์และแฟชั่นต่างๆ ของ DITP อีกด้วย โดยจัดแสดงภายใต้แนวคิด “Sustainability Balance” ได้แก่ โครงการ STYLE Bangkok Collaboration Project 2021 เป็นโครงการพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ใหม่สำหรับงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้ร่วมมือกันสร้างสรรค์สินค้าใหม่ เพื่อเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีการค้าโลก โครงการ Material Thai to Japan ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาสินค้าและเทคนิคการผลิตของผู้ประกอบการ Material ของไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น โครงการ BE-YOND PLASTIC ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้และคำแนะนำในการพัฒนาสินค้าไลฟ์สไตล์ด้วยพลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โครงการพัฒนาสินค้าผ้าไทยสู่ตลาดโลกด้วยแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และไลฟ์สไตล์ สร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) และ โครงการ OTOP PREMIUM GO INTER ซึ่งจัดขึ้นเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) เพื่อการส่งออก ผู้สนใจสามารถชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169

  • Youth 4 Climate

    “สถานทูตอิตาลี” จับมือ “UNDP” ยกเทศกาลความยั่งยืนจากอิตาลี สู่สัมมนาออนไลน์ Youth4Climate ชวนคนรุ่นใหม่ชาวไทย ร่วมตระหนักโลกร้อน 11 ตุลาคมนี้ สถานทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จับมือ สำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme: UNDP) และ สถานเอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำประเทศไทย เตรียมจัดงานสัมมนาออนไลน์ภายใต้หัวข้อ “Youth4Climate: how to drive ambition after Milan? Takeaways by the two young delegates from Thailand” ในวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคม 2564 เวลา 16.00 น. เพื่อแชร์ประสบการณ์ของ 2 เยาวชนไทย อมินตา เพิ่มพูนวิวัฒน์ (เอม) และ พัทธ์ธีญา ยงค์สงวนชัย (เกรซซี่) ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นผู้แทนเยาวชนแห่งประเทศไทยเข้าร่วมสัมมนาบนเวทีโลก กับบทบาทการเคลื่อนไหวเพื่อช่วยโลกร้อนปัญหาแห่งยุค เมื่อวันที่ 28 - 30 กันยายนที่ผ่านมา ณ มิลาน ประเทศอิตาลี งานเสวนาโต๊ะกลม Youth 4Climate เป็นส่วนหนึ่งของ “เทศกาลการพัฒนาที่ยั่งยืน” (Festival of Sustainable Development) ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดโดย Italian Alliance for Sustainable Development (ASviS) ชุดกิจกรรมที่จัดขึ้นในอิตาลีและทั่วโลก ตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน - 14 ตุลาคม (https://festivalsvilupposostenibile.it/2021/english/ ) เพื่อสร้างความตระหนักให้กับประชากรโลกในด้านความยั่งยืนทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ยังเน้นส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรมในพฤติกรรมส่วนบุคคลและส่วนรวม และผลักดันการเรียกร้อง "จากระดับล่างขึ้นบน" เพื่อให้เป็นไปตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) และข้อตกลงที่ดำเนินการในสหประชาชาติ ฯพณฯ โลเรนโซ กาลันติ (H.E. Mr. Lorenzo Galanti) เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย กล่าวว่า “งานสัมมนาออนไลน์ครั้งนี้ เราตั้งเป้าที่จะระดมความคิดและสรุปข้อเสนอ เป็นกรณีเร่งด่วน หาทางแก้ไขปัญหา รวมถึงเฟ้นหามุมมองของคนรุ่นใหม่ในการปกป้องโลกของเราจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ นอกจากนี้ ยังเป็นโอกาสสำหรับผู้มีอำนาจตัดสินใจในการรับฟังเสียงของคนหนุ่มสาว และแนวทางของพวกเขาจากการอภิปรายในมิลาน ซึ่งคนรุ่นใหม่ในอนาคตจะเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็สามารถมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานต่าง ๆ ที่จำเป็นของรัฐบาล เพื่อจัดการกับความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนี้ เพื่อหาคำตอบร่วมกันว่า ทั่วโลกจะทำอะไรได้บ้าง และประเทศไทยทำอะไรได้บ้าง เพื่อสร้างความตระหนักรู้” ทั้งนี้ งานสัมมนา Youth4Climate ที่ 2 เยาวชนสุดเจ๋งของไทยได้ไปร่วมงาน จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28-30 กันยายน 2564 ณ เมืองมิลาน ซึ่งมีเยาวชนจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UN Framework Convention on Climate Change) ถึง 197 ประเทศได้รวมตัวกันเพื่อเข้าร่วมกับคณะทำงานที่นั่น พร้อมกับสมาชิกอื่น ๆ กว่า 400 คนจากทั่วโลก เพื่อพัฒนาข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และนำเสนอต่อรัฐมนตรีที่เข้าร่วมการประชุม Milan Pre-COP และ Glasgow COP26 โดยผู้เข้าร่วมงานได้มีโอกาสรับฟังอย่างใกล้ชิดกับผู้นำระดับโลกมากมาย อาทิ นายมาริโอ ดรากี (Mr. Mario Draghi) นายกรัฐมนตรีอิตาลี, นายบอริส จอห์นสัน (Mr. Boris Johnson) นายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร, นายอันโตนิโอ กูเตอร์เรส (Mr. Antonio Guterres) เลขาธิการสหประชาชาติ และนายอาลก ชาร์มา (Mr. Alok Sharma) ประธานการประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP26) แห่งสหราชอาณาจักร ลงทะเบียนรับฟัง คลิกที่นี่

  • SUZUKI DEAL D DAY

    ซูซูกิผลักดันยอดขายอีโคคาร์ก้าวสู่จำนวน 2 แสนคัน ตอกย้ำความเชื่อมั่นลูกค้าชาวไทย มอบแคม เปญพิเศษ “ ” ปลดล็อกทุกเงื่อนไขออกรถวันนี้ผ่อนปีหน้า(ขับฟรี 90 วัน) ผ่อน เริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,999 บาทเลือกรับดอก เบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน หรือ ดาวน์ 0% ดอก เบี้ยพิเศษ พร้อมบัตรเติมน้ำมันฟรี 3,000 บาท นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชน ไปจนถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอการเติบโตอย่างรุนแรง จนนำมาถึงการปรับตัวไปสู่การดำเนินวิถีชีวิตแบบใหม่ ธุรกิจต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับกับเปลี่ยนแปลงจากวิกฤติที่เกิดขึ้น ในส่วนของซูซูกิก็มีการปรับแผนด้านงานขายเพื่อพัฒนาและยกระดับพนักงานให้เข้าถึงช่องทางออน ไลน์ปรับพฤติกรรมการขายและการดูแลให้เข้ากับพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคให้มีความแม่นยำ และโดนใจมากยิ่งขึ้น ด้านงานบริการก็มีแนวทางการพัฒนาไปร่วมกับทางผู้จำหน่ายมาอย่างต่อเนื่อง มุ่งหวังที่จะสร้างคุณค่าให้แก่งานบริการเพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ล่าสุดเตรียมที่จะขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อดูแลลูกค้าให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศภายใต้แนวคิด “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” แต่อย่างไรก็ตาม จากทิศทางของสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มีแนวโน้มผู้ติดเชื้อลดลง และตัวเลขการได้รับวัคซีนของประชนมีตัว เลขที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเริ่มมีการขยับตัวกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง น่าจะเป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปี 2564 จะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอีกครั้ง ส่วนของตลาดรถยนต์ก็น่าจะเริ่มกลับมาแข่งขันกันอย่างร้อนแรงมากขึ้น นอกจากการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในช่วงท้ายของปี ทั้งงานด้านบริการ และการแนะนำ SUZUKI SWIFT GL PLUS รุ่นตกแต่งพิเศษ มาภายใต้แนวคิด “เร้าใจเต็มสปีด สุดขีดสไตล์พลัส” มุ่งหวังที่จะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากยิ่งขึ้นแล้วนั้น ซูซูกิ เตรียมจัดกิจกรรมพิเศษในไตรมาสที่ 4 SUZUKI DEAL D DAY เพื่อสร้างความสำเร็จการเข้าสู่ยอดขายจำนวน 200,000 คัน ของรถอีโคคาร์ซูซูกิทุกรุ่นในประเทศไทย นับตั้งแต่การเข้ามาดำเนินธุรกิจเมื่อปี 2555 อีกด้วย นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า นับเป็นความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง กับการที่ลูกค้าคนไทยให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในแบรนด์ ซูซูกิ จนสามารถสร้างยอดขายรถอีโคคาร์ได้กว่า 196,266 คันในประเทศไทยตั้งแต่เริ่มการผลิตในปี 2555 เป็นต้นมา จึงจัดกิจกรรมเพื่อผลักดันยอดขายให้บรรลุ 200,000 คัน ที่จะตอบแทนและนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าทุกท่าน ทั้งด้านการบริหารงานอย่างครบวงจร เพื่อบริการลูกค้าและเจาะตรงไปยังกลุ่มเป้าหมายได้อย่างเข้าถึงมากยิ่งขึ้น สำหรับแคมเปญพิเศษ “SUZUKI DEAL D DAY ปลดล็อกทุกเงื่อนไข ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า” จะจัดขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มอบให้แก่ซูซูกิ และมีความต้องการอยากเป็นเจ้า ของรถยนต์สักหนึ่งคันสามารถเข้าถึงและตัดสินใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ด้วย แคมเปญ “SUZUKI DEAL D DAY ปลดล็อกทุกเงื่อนไข ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า” จะมอบให้สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ซูซูกิทุกท่าน ● รับเงื่อนไขพิเศษทันที ขับฟรี 90 วัน! ออกรถวันนี้ ผ่อนปีหน้า ● พร้อมรับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท เพิ่มจากส่วนลดแคมเปญพิเศษจากผู้จำหน่าย (เฉพาะรุ่นที่กำหนด) ● ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่งมูลค่าสูงสุด 50,000 บาท (เฉพาะรุ่นที่กำหนด) ● ดอกเบี้ยพิเศษ 0% นานถึง 72 เดือน (เฉพาะรุ่นที่กำหนด) ● อีโคคาร์ผ่อนเริ่มต้นเพียงเดือนละ 1,999 บาท ● ฟรี ประกันภัยชั้น 1 ซึ่งสิทธิพิเศษดังกล่าว จะมอบให้เฉพาะลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ถึงวันที่ 30 พฤศจิกา ยน 2564 โดยข้อกำหนดและเงื่อนไขต่างๆ ต้องเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โดยผู้ที่สนใจสามารถติด ต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมและสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากทิศทางของตลาดรถยนต์ที่ดูจะมีแนวโน้มสดใสขึ้นในช่วงท้ายของในปี 2564 ซูซูกิคาดว่ายอดจำหน่ายรวมจะอยู่ที่ 30,000 คัน โดยเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์ของซูซูกิทุกรุ่น จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างตรงใจและหลากหลาย ด้วยเพราะเรามีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งตัวสินค้าและงานบริการในทุกด้านให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งเรายังมีผู้จำหน่ายที่เข้มแข็ง ที่พร้อมจะพัฒนาและเดินเคียงคู่ไปด้วยกัน รวมไปจนถึงการมีพันธมิตรเป็นสถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ เข้ามาร่วมเป็นเอ็กซ์คลูซีฟลีสซิ่ง ช่วยเรื่องการอนุมัติสินเชื่อให้มีความหลากหลาย โดยเฉพาะในกลุ่มอาชีพที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤติโควิด-19 ให้สามารถเข้าถึงการเป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยสถาบันการเงินที่เป็นพันธมิตรกับ ซูซูกิ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด (มหาชน), บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหา ชน) อย่างไรก็ตาม ซูซูกิ มีความต้องการให้ผู้บริโภคทุกคนเข้าถึงสินค้าที่มีคุณภาพดี และการบริการที่ดีทั้งก่อนและหลังการขาย เราจึงไม่ได้มุ่งหวังแค่จะสร้างยอดขายให้เติบโตเพียงเท่านั้น แต่เราต้องการที่จะสร้างให้ซูซูกิเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความเชื่อถือและไว้วางใจเดินคู่เคียงข้างคนไทยต่อไปในอนาคต สำหรับซูซูกิ เรายังคงมุ่งมั่นที่จะตอบแทนสังคมไทยให้ผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันผ่านโครงการ “SUZUKI Cause We Care – เหนือกว่าความใส่ใจ คือความเข้าใจทุกความต้องการ” โดยที่ผ่านมาได้ร่วมกับหลายหน่วยงานในการเข้าไปสนับสนุนและให้การช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เช่น ความร่วมมือกับหมอแล็บแพนด้า (ทนพ. ภาคภูมิ เดชหัสดิน) ศูนย์นวัตกรรม KMITL FIGHT FOR COVID-19 และศูนย์วิจัยและออกแบบงานสร้างสรรค์ (Research and Creative Design Center: RCDC) คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ในการสนับสนุนรถ SUZUKI CARRY เพื่อนำไปพัฒนาเป็น SUZUKI CARRY Biosafety Mobile Unit (รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย) เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการตรวจบุคคลกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 ในเชิงรุกแบบเคลื่อนที่ และ SUZUKI Carry to Your Home รถเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ติดตั้งระบบความดันลบ ที่จะอำนวยความสะดวกและมอบความปลอดภัยให้แก่ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ป่วยในการเดินทางกลับไปรักษาตัวยังภูมิลำ เนาในต่างจังหวัด นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า ซูซูกิจะยังคงเดินหน้าให้ความช่วยเหลือแก่สังคมในยามวิกฤติตามแนวทางของโครงการ “SUZUKI Cause We Care” ซึ่งสิ่งที่เรามุ่งมั่นและต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าและพี่น้องชาวไทยทุกท่านว่าเราไม่ใช่แค่เพียงผู้ผลิตและจำหน่ายรถยนต์ แต่เราต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคม พร้อมกับการพัฒนาธุรกิจควบคู่ไปกับการอยู่คู่เคียงข้างชุมชนและสังคมไทยอย่างยั่งยืนอีกด้วย อีกทั้ง ซูซูกิมีความตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยด้านสุขอนามัยและห่วงใยลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามีความอุ่นใจ และปลอดภัย จึงมีได้การเพิ่มมาตรการงานบริการภายหลังการซ่อมรถยนต์ ด้วยการพ่นสเปรย์น้ำยาฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสารของรถยนต์ซูซูกิทุกจุดสัมผัสที่สำคัญก่อนการส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้า รวมถึงสร้างความมั่นใจในขณะที่นำรถเข้ารับบริการและระหว่างนั่งรอในศูนย์บริการ ซูซูกิมีขั้นตอนในการปฎิบัตงานและบริการลูกค้า โดยเมื่อลูกค้าเข้ารับบริการจะมีจุดตรวจวัดอุณหภูมิร่างกาย และจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือก่อนเข้าพื้นที่โชว์รูม รวมไปถึงการรักษาความสะอาด โดยการเช็ดทำความสะอาดพื้นที่ภายในศูนย์บริการด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ และจุดบริการเจลแอลกอฮอล์ตามพื้นที่ต่างๆ บริเวณเคาน์เตอร์มีการเว้นระยะห่างระหว่างเจ้าหน้าที่ที่กำลังให้การบริการกับลูกค้า รวมไปถึงการทำความสะอาดรถยนต์ที่จัดแสดงบนโชว์รูม รถยนต์สำหรับให้ลูกค้าขับทดสอบ รถใหม่ที่เตรียมการส่งมอบให้กับลูกค้า ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อที่ได้การรับรองมาตรฐานไม่ส่งผลกระทบกับอุปกรณ์ภายในตัวรถและผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ทั้งนี้ลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว โดยติดต่อนัดหมายล่วงหน้าได้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิใกล้บ้าน......... ช่องทางการติดต่อ www.suzuki.co.th Suzuki Motor Thailand SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900 #SUZUKIDEALDDAY #ปลดล็อกทุกเงื่อนไขออกรถวันนี้ผ่อนปีหน้า #suzuki #suzukimotorthailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Bentley Motors

    เปิดตำนานเฉดสีมูลินเนอร์ ฉลอง 70 ปี แผนกออกแบบ ณ เมืองครูว์ • ตำนานเฉดสีอันเป็นเอกลักษณ์ถูกนำกลับมาอีกครั้งโดยมูลินเนอร์เพื่อฉลองครบรอบ 70 ปี • เฉดสีเทา Dove Grey เฉดสีที่เก่าแก่ที่สุดตั้งแต่ช่วงปี 2473 • 15 เฉดสี อายุกว่า 50 ปี ถูกนำกลับมาเพื่อการออก แบบเฉพาะตัวสำหรับลูกค้าปัจจุบัน • ฟลายอิ้ง สเปอร์ วี8 ในเฉดสีเขียว Sage Green คือความลงตัวของเฉดสีในตำนานและการออกแบบสมัยใหม่ เนื่องในโอกาสครบรอบ 70 ปีของแผนกออกแบบ ณ เมืองครูว์ ทีมงานมูลินเนอร์ได้มองย้อนไปในอดีตและพบกับเฉดสีที่มีจุดกำเนิดในช่วงปี 2473 โดยมี 4 เฉดสีที่สามารถนำมาออกแบบเฉพาะตัว ได้แก่ เฉดสีเทา Dove Grey เฉดสีแดง Claret เฉดสีขาว Old English White และ เฉดสีน้ำเงิน Oxford Blue ที่งดงามเหนือกาลเวลา พร้อมมอบสัมผัสแห่งความคลาสสิกให้กับความร่วมสมัยของอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์รุ่นปัจจุบัน ทีมงานได้ค้นพบอีกมากกว่า 15 เฉดสีที่ได้นำมาออกแบบนานกว่า 50 ปี โดยลูกค้าสามารถระบุเฉดสีผ่านคู่มือการออกแบบเฉพาะตัวโดยมูลินเนอร์ (Mulliner's Personal Commissioning Guide) ได้ และหนึ่งในเฉดสีสุดพิเศษเหล่านี้สามารถเลือกชมได้ที่สำนักงานใหญ่ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ โดยมีอัครยนตรกรรม ฟลายอิ้ง สเปอร์ วี8 โมเดลสำหรับการทดลองขับของสื่อมวลชนในเฉดสีเขียว Sage Green เป็นเอดิชันล่าสุด เฉดสีทั้งหมด ณ โรงงานฯ เมืองครูว์ ได้ถูกนำมาออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการพ่นสี และเสริมด้วยเทคโนโลยีหุ่นยนต์ล่าสุดที่มอบพื้นผิวสีที่ดีที่สุดให้กับอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ของลูกค้าทุกคัน ฟลายอิ้ง สเปอร์ วี8 ในเฉดสีเขียว Sage Green ฟลายอิ้ง สเปอร์ รุ่นล่าสุด คือ อัครยนตรกรรมสปอร์ตซีดาน แกรนด์ ทัวร์ริ่ง สุดหรู ที่ผสมผสานความปราดเปรียว เน้นสมรรถนะ และความสะดวกสบายสไตล์ลีมูซีนแบบสี่ประตูเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อัครยนตรกรรม ฟลายอิ้ง สเปอร์ วี8 โมเดลสำหรับการทดลองขับของสื่อมวลชนคันนี้ใช้เฉดสีเขียว Sage Green ซึ่งมีต้นกำเนิดในช่วงปี 2493 เป็นสีภายนอก มอบความคมชัดเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับรูปแบบการแต่งแบบ Blackline Specification ให้รูปลักษณ์ภายนอกที่ละเอียดอ่อนแต่แฝงไปด้วยความโดดเด่น พร้อมการแบ่งเฉดสีภายในของหนังแท้ด้วยเฉดสีเขียว Cumbrian Green และ เฉดสีเบจ Portland พร้อมทั้งเทคนิคการทำพื้นผิวแบบคาร์บอนไฟเบอร์ มอบการตกแต่งภายในที่ทันสมัยยิ่งขึ้น การออกแบบในรูปแบบ Blackline Specification ได้รวมไปถึงมาสคอต ‘Flying B’ อันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ ใบพัดหม้อน้ำ กระจังหน้าแบบเมทริกซ์ ขอบหน้าต่างด้านข้าง ขอบประตูด้านล่าง และแผงกันชนหลัง มากไปกว่านั้น กรอบไฟด้านหน้าและด้านหลัง มือจับประตู ช่องระบายอากาศ และท่อไอเสียยังมีความโดดเด่นด้วยโทนสีดำเข้มเช่นเดียวกัน ■4 เฉดสีกับความงดงามที่อยู่เหนือกาลเวลา■ 4 เฉดสีจากมูลินเนอร์และตัวเลือกเฉดสีพิเศษเหล่านี้มีอายุกว่า 30 ปี ซึ่งรวมถึงการใช้เฉดสีที่ได้รับการเลือกสรรในยุคของอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ที่โดดเด่นที่สุดรุ่นหนึ่งอย่าง รุ่น R-Type Continental เฉดสีเทา Dove Grey เป็นหนึ่งในเฉดสีที่มีมายาวนานที่สุดของเบนท์ลีย์ และเป็นส่วนหนึ่งของตัวเลือกเฉดสีพิเศษที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่เบนท์ลีย์ในยุคดาร์บี้ปี 2473 เฉดสีแดง Claret ได้คิดค้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้กับราชพาหนะส่วนพระองค์ในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร โดยเฉดสีแดง Claret เป็นสีทูโทนเฉดสีเข้มที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Royal Claret ซึ่งเป็นเฉดสีที่ใช้กับราชพาหนะเบนท์ลีย์ทุกรุ่นตั้งแต่ช่วงปี 2483 จึงถือเป็นตำนานเฉดสีแห่งความคลาสสิก อบอุ่น และโทนสีเข้มที่ให้ความรู้สึกถึงความแข็งแกร่งกับอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ เฉดสีขาว Old English White หนึ่งในตัวเลือกเฉดสีพิเศษจากมูลินเนอร์ที่มีอายุย้อนไปถึงปี 2493 โดยเฉดสีขาวล้วน มอบความงดงามที่อยู่เหนือกาลเวลาให้กับอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ หนึ่งในสีน้ำเงินเข้มจากตัวเลือกเฉดสีพิเศษ คือ เฉดสีน้ำเงิน Oxford Blue ซึ่งเป็นโทนสีทึบ คิดค้นขึ้นครั้งแรกในปี 2503 และเปิดตัวอีกครั้งในฐานะที่เป็นเฉดสีที่ใช้ในการออกแบบอัครยนตรกรรมเบนท์ลีย์ รุ่น Diamond Series ในปี 2541 ลูกค้าที่กำลังมองหาการออกแบบเฉพาะตัวสามารถใช้บริการแผนกออกแบบเฉพาะตัวโดยมูลินเนอร์ ด้วยเฉดสีพิเศษที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยสามารถเลือกสรรเฉดสีที่มีแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์ได้ด้วยตนเองอย่างง่ายดาย ■การรังสรรด้วยเฉดสีผ่านงานฝีมือ■ ด้วยการผสมผสานระหว่างศิลปะแห่งเฉดสีเข้ากับศาสตร์ของการทำสี เบนท์ลีย์นำเสนอตัวเลือกเฉดสีพิเศษที่มีมากที่สุดในบรรดาผู้ผลิตรถยนต์ทั้งหมด และตัวเลือกเฉดสี ณ เมืองครูว์ ได้ถูกนำมาใช้โดยช่างฝีมือที่มีทักษะพร้อมด้วยเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อส่งมอบอัครยนตรกรรมหรูให้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากที่สุด....... #เบนท์ลีย์มอเตอร์ส #เบนท์ลีย์แบงค็อก #เอเอเอสออโต้เซอร์วิส #เอเอเอสฯดูแลทั้งรถและคุณ #AASLookingafterYOUandyourCAR #TheNameyoucanTrust #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • The Marche’ by STYLE Bangkok

    นางเอกสายอีโค “นุ่น ศิรพันธ์” ชวนมาเลือกซื้อสินค้าไลฟ์สไตล์ดีไซน์เพื่อโลก ที่ The Marche’ by STYLE Bangkok ว่างจากงานละครและธุรกิจช่วยเหลือชุมชมและสิ่งแวดล้อม “นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา” ขอแวะมาชมสินค้ามีดีไซน์ที่ดีต่อใจ ดีต่อโลกเพราะออกแบบด้วยแนวคิดยั่งยืน ที่งานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” จัดระหว่าง 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ใครที่เป็นคองานดีไซน์ สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทยที่ซ่อนไอเดียสุดครีเอท ไม่ใช้วัสดุทำร้ายธรรมชาติ งานนี้ต้องบอกว่า นักแสดงสาวถูกรายล้อมด้วย 11 แบรนด์ไทย ที่โซน Design Hall บริเวณเซ็นทรัลคอร์ท และแดซเซิล ของเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งนำเอาผู้ผลิตไทยแถวหน้า ทั้งสินค้าเฟอร์นิเจอร์ ของตกแต่งบ้าน ของขวัญของชำร่วย ที่นอกจากจะเป็นงานคุณภาพ มาตรฐานสากล ดีไซน์ยังโดนใจและมาพร้อมฟังก์ชั่นที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ แถมคว้ารางวัลด้านออกแบบทั้งระดับประเทศและระดับโลกมามากมาย สินค้าไทยโกอินเตอร์มาจัดแสดงกลางเซ็นทรัลเวิลด์ยั่วสายตา ขอเชิญชวนให้รีบไปจับไปจองเป็นเจ้าของกันก่อนใคร นอกจากสินค้าอีโคดีไซน์แล้ว ภายในงานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ยังยกขบวนสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากผู้ส่งออกคุณภาพ ถึง 123 ราย จัดเต็ม 120 คูหา ให้ได้เลือกซื้อ กันจุใจทั้งสินค้าแฟชั่น เครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า ของขวัญ ของชำร่วย ของตกแต่งบ้าน เครื่องใช้ในครัวเรือน เฟอร์นิเจอร์ ผลิตภัณฑ์สปา ตลอดจนสินค้าของเล่น ในช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่ ใครที่ กำลัง มองหาของขวัญพรีเมี่ยม ของขวัญปีใหม่ต้องไม่พลาดมาเลือกชม ย้ำว่างานจัดภายใต้มาตรการของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 มีการรักษาระยะห่าง มาตรการสุขอนามัย การจัดเตรียมจุดตรวจเช็คอุณหภูมิ จุดตรวจคัดกรอง เพื่อความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจแก่ผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน The Marche’ by STYLE Bangkok จัดระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ณ เซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณชั้น 1 โซนอีเดน บีคอน แดซเซิล เซ็นทรัลคอร์ท และชั้น 2 โซนอีเดน ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169

  • Medical Tourism in Phuket

    “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” ผนึก “โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในจังหวัดภูเก็ต “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” ร่วมมือกับ “โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต” โรงพยาบาลชั้นนำของภูเก็ต ในภาพจากซ้าย: คุณชวนก ฟุ้งสายชล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์, คุณไนเจล โทวี่ย์ ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศ โฮม่า, คุณลูก้า ดอตติ ผู้ก่อตตั้งและกรรมการผู้จัดการ โฮม่า, นพ.ฉัตรชัย เจริญศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต, คุณทินรัตน์ ปราบประชา ผู้จัดการ IPU โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต และ คุณนีล มานิกิซ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ภูเก็ต ประเทศไทย – “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” (HOMA Phuket Town) โครงการอะพาร์ตเมนต์แนวคิดการอยู่อาศัยร่วมกัน (Co-living) แห่งแรกในภูเก็ต จับมือ “โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต” (Bangkok Hospital Phuket) โรงพยาบาลชั้นนำระดับโลกในจังหวัดภูเก็ต ร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมายังภูเก็ตผ่านโปรแกรมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) เมื่อเร็ว ๆ นี้ “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” และ “โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต” ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อนำเสนอแพ็คเกจส่วนบุคคลสำหรับนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ ให้สามารถเข้าพักระยะยาวภายในอะพาร์ตเมนต์ที่ให้บริการครบครันในราคาคุ้มค่า พร้อมบริการทางการแพทย์แบบครบวงจร โดยความร่วมมือครั้งสำคัญนี้จะทำให้ “ภูเก็ต” เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ระดับโลกของประเทศไทยอย่างแท้จริง ทั้งนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ซึ่งอยู่ภายใต้ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (Bangkok Dusit Medical Services) หรือ BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก มีความเชี่ยวชาญใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การดูแลคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ด้านความงาม และการผ่าตัดที่ซับซ้อน ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงการแพทย์จากทั่วโลกให้หลั่งไหลมาสู่ประเทศไทยผ่านโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โดยสามารถอัพเกรดการเข้าพักที่ผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้านได้ที่ “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” พร้อมรับบริการให้คำปรึกษาและการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและนักบำบัดได้ที่โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากโครงการฯ นอกจากนี้ “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” ยังจะจัดหาที่พักระยะยาวให้กับพนักงานประจำและทีมแพทย์จากโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตอีกด้วย แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในห้องพัก เพื่อเติมพลังชีวิตที่ “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” กระจกที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ช่วยให้มั่นใจได้ว่าภายในอาคารจะเย็นตลอดการอยู่อาศัย เพื่อให้ตอบโจทย์การเดินทางเพื่อการแพทย์อย่างลงตัว “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” ได้จัดทำแพ็คเกจเฉพาะที่ช่วยให้ผู้เช่าสามารถรับคำปรึกษาจากแพทย์แบบเสมือนจริง (Virtual Consultation) ได้อย่างสะดวกสบายภายในอะพาร์ตเมนต์ที่มีขนาดกว้างขวาง ตกแต่งครบครัน มีให้เลือกทั้งแบบสตูดิโอ, 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน และ 3 ห้องนอน ซึ่งได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อช่วยให้การพักผ่อนและการพักฟื้นดียิ่งขึ้น โดย “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” ได้เชื่อมต่อกับศูนย์ “CareConnect” ของโรงพยาบาลกรุงเทพ แพลตฟอร์มการดูแลผู้ป่วยส่วนบุคคลที่ล้ำสมัย พัฒนามาจากเทคโนโลยี Internet of Medical Things (IoMT) ควบคู่ไปกับการตรวจ ติดตาม และวิเคราะห์สุขภาพอย่างมืออาชีพโดยทีมสหสาขาวิชาชีพ ซึ่งโรงพยาบาลกรุงเทพนับเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมนี้ในประเทศไทย นอกจากนั้น โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต ยังได้รับรางวัล Top Award จาก Global Health Asia-Pacific Awards 2021 ในฐานะผู้ให้บริการแห่งปีด้านหัวใจและหลอดเลือดโดย IoMT CareConnect การพักผ่อนและการพักฟื้นของผู้เช่าทุกคนที่ “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” จะได้รับความสะดวกสบายจากสิ่งอำนวยความสะดวกสไตล์โรงแรมหรู ไม่ว่าจะเป็น สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ ศูนย์ออกกำลังกาย พื้นที่เล่นโยคะ คาเฟ่ ร้านอาหาร และแผนกต้อนรับตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านการบริการระดับมืออาชีพอย่าง “HOMA Host” ที่จะให้บริการทำความสะอาดไปจนถึงบริการซักรีด ภายในห้องพักครบครันด้วยอุปกรณ์สำหรับการใช้ชีวิตที่ลงตัว รวมถึงห้องครัวในทุกยูนิต นอกจากนี้ “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” ยังให้ผู้เช่าได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติ สวนเขียวขจี และพันธุ์ไม้ท้องถิ่น ในขณะที่ได้รับอากาศที่บริสุทธิ์จากเครื่องปรับอากาศขั้นสูง และกระจก "Low E" ที่จะช่วยควบคุมอุณหภูมิภายในของแต่ละยูนิตให้เย็นสบาย พร้อมพื้นที่ทำงานร่วมกัน (Co-working space) ที่แสงสว่างธรรมชาติเข้าถึง และบริการ Wi-Fi ฟรี ช่วยให้ผู้บริหารและผู้ประกอบการสามารถติดต่อกับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้าได้อย่างไม่สะดุด ลูก้า ดอตติ (Luca Dotti) ผู้ก่อตั้งและกรรมการผู้จัดการ โฮม่า กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่ได้ประกาศความร่วมมือในบันทึกข้อตกลงฉบับใหม่กับโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต เราเชื่อมั่นว่า “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” เป็นสถานที่ที่ผ่อนคลายและคุ้มค่าสำหรับการพักผ่อนและการพักฟื้นระยะยาว ด้วยการผสมผสานที่พักราคาประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เข้ากับบริการระดับมืออาชีพของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต แพ็คเกจใหม่ของเราจะช่วยให้แขกได้ดื่มด่ำบรรยากาศที่มีสไตล์ พร้อมสนับสนุนการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย” ด้าน นพ.ฉัตรชัย เจริญศรี ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ชั้นนำของโลก และดึงดูดนักท่องเที่ยวมาจากทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากปัจจุบันที่ผู้คนตระหนักถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้น ซึ่งความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งให้ภาคส่วนนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการรักษาผู้ป่วยต่างประเทศของเราให้ดีที่สุด เราจึงต้องการพันธมิตรที่มีใจเดียวกัน ที่สามารถไว้วางใจในการดูแลผู้ป่วยได้ ซึ่งเรามั่นใจว่า “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” จะให้บริการที่พักที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ป่วยต่างชาติของเราอย่างแน่นอน” โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตตั้งอยู่ใจกลางเมืองภูเก็ต และอยู่ห่างจาก “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” เพียง 400 เมตร ในขณะที่โรงพยาบาลอีก 2 แห่งอยู่ห่างออกไปเพียง 5 นาที (โดยรถยนต์) แพ็คเกจท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของ “โฮม่า ภูเก็ต ทาวน์” เปิดให้สำรองตั้งแต่วันนี้ -31 ตุลาคม 2564 สำหรับการเข้าพักระหว่างวันที่ 15 ตุลาคม 2564 -30 มิถุนายน 2565 ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • MLA Virtual Chef’s Round Table

    สุดยอดเชฟชื่อดังของเมืองไทยร่วมพบปะในงาน “MLA Virtual Chef’s Round Table” เจาะลึกคุณภาพเนื้อวัวออสเตรเลียที่มอบรสชาติเข้มข้น บนมาตรฐานการผลิตที่เข้มงวดระดับโลก เปิดโลกวงการอาหารและตอกย้ำเทรนด์ความนิยมเนื้อวัวเกรดพรีเมียมที่ครองใจคอเนื้อเมืองไทย Meat & Livestock Australia (MLA) จัดงาน Virtual Chef’s Round Table เพื่อการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับเนื้อวัวออสเตรเลีย โดยมีเชฟชั้นนำของเมืองไทยร่วมงานมากมาย Meat & Livestock Australia (MLA) จัดงานประชุมครั้งสำคัญของวงการอาหารเมืองไทย “VIP Virtual Chef’s Roundtable Aussie Beef Discussion รวบรวมสุดยอดเชฟชั้นนำระดับประเทศ นำโดยเชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef ประเทศไทย รวมถึงเซเลบริตี้เชฟและผู้ชนะจากรายการแข่งขันทำอาหารทางโทรทัศน์อีกหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น เชพมาโนช พึ่งพร้อม หัวหน้าเชฟแห่ง Market Café by Khao โรงแรม ไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพฯ สุขุมวิท เชฟมาร์ติน ลอริส บลูนอส เชฟมิชลินระดับ 2 ดาวจากประเทศอังกฤษ เชฟโอป พุฒิพงศ์ จิระธันห์ ผู้ก่อตั้งและเซ็กคิวทีฟแห่งร้านอาหาร EDM (Enjoy Delicious Meal) เชฟออฟ-กสิณ เดชเจริญ เจ้าของธุรกิจจัดเลี้ยง Bangkok Private Chef เชฟสตีฟ ดูคาคิส เชฟเจ้าของร้านอาหาร Quince Bangkok เชฟปาร์ค-ภัทรวิทย์ จันทร์ไทย เจ้าของร้าน Chim Ramen ชื่อดังในสุขุมวิท 33 เชฟเจมส์ พงศกร บุญรักษา เจ้าของ Jamie’s Burgers เชฟเชอ-พันธ์ทิพย์ อรรถการวงศ์ เจ้าของร้านอาหาร MAD BEEF ย่านเจริญกรุง เชฟจีน ชญาณิชษ์ โกมารภัจกุล Private Chef MSG U.S. Embassy เชฟมีน ฤทัย Private chef MSG U.S. Embassy เชฟพุฒิ-พุฒิธนัตถ์ ชยอภินันท์ฐากุล CEO และ CO-Founder ของ Foodtales เชฟตูน-ธัช พล ชุมดวง เชฟและพาร์ท เนอร์ แบรนด์ขนม Letao จากญี่ปุ่น เชฟบัส-ธวัชชัย อัครวงศ์วัฒนา เจ้าของบริษัท Potato Head Food Consult ซึ่งให้บริการที่ปรึกษาด้านธุรกิจร้านอาหาร เชฟยาคุป ตั้งทรงศิริศักดิ์ เจ้าของร้านอาหาร Fat Lamb Dine & Feast และนักวิจารณ์อาหารชื่อดัง คุณสืบวงศ์ แก้วทิพรัตน์ และคุณวรรณศิริ ศรีวราธนบูลย์มาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ลักษณะเด่น และประสบการณ์เกี่ยวกับเนื้อวัวออสเตรเลีย ตลอดจนการทำตลาดในประเทศไทยของผลิตภัณฑ์เนื้อออสซี่ โดยดำเนินการจัดงานในรูปแบบออนไลน์เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์โดยยังคงถ่ายทอดสาระสำคัญแก่ผู้สนใจได้อย่างครบถ้วน “VIP Virtual Chef’s Roundtable Aussie Beef Discussion จัดขึ้นเพื่อแบ่งปันองค์ความรู้เกี่ยวกับเนื้อวัวออสเตรเลียเกรดพรีเมียม พร้อมข้อมูลเชิงลึกจากสองผู้บริหารระดับสูงของ MLA รวมถึงการแชร์ประสบการณ์และความคิดเห็นของเหล่าสุดยอดเชฟมืออาชีพจากร้านอาหารชื่อดังในเมืองไทย ที่มีต่อผลิตภัณฑ์เนื้อวัวเกรดพรีเมียมจากออสเตรเลีย ตลอดจนคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์เนื้อชั้นเยี่ยมที่เชฟและลูกค้าต้องการในบริการและรับประทานมื้ออาหารของทุกวันนี้ MLA คือองค์กรซึ่งก่อตั้งโดยกลุ่มผู้ผลิต ดำเนินการวิจัยและพัฒนารวมถึงทำการตลาดเพื่อสร้างความสำเร็จระยะยาวแก่อุตสาหกรรมเนื้อแดงออสเตรเลีย ทั้งยังทำงานอย่างใกล้ชิดกับกลุ่มผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อในออสเตรเลียและผู้ประกอบการนำเข้าเนื้อ ร้านค้าปลีก และอุตสาหกรรมบริการอาหารในประเทศไทย เพื่อให้ทุกฝ่ายได้รับข้อมูลและข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับเนื้อออสเตรเลีย ซึ่งมอบคุณภาพที่แตกต่างในตลาดเมืองไทยผ่านตรา True Aussie Beef นอกจากนี้ ตราสินค้า True Aussie Beef & Lamb (TABL) ยังถูกใช้เพื่อส่งเสริมตลาดการส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อแดงจากออสเตรเลีย ซึ่งมีทั้งเนื้อวัว เนื้อแกะ เนื้อแพะ และเนื้อลูกวัว โดย MLA ใช้ตรานี้เพื่อสร้างการตระหนักรู้ต่อผลิตภัณฑ์เนื้อแดงของออสเตรเลียและส่งเสริมความนิยมที่มีต่อเนื้อแดงออสเตรเลียในตลาดโลก ปัจจุบัน ตราสินค้า TABL กำลังรุกตลาดใหญ่กว่า 34 แห่งทั่วโลกและถือเป็นองค์ประกอบสำคัญในกลยุทธ์การทำตลาดทั่วโลกของ MLA แม้เมืองไทยจะเป็นประเทศเล็กแต่มีมูลค่าตลาดสูงมากสำหรับการส่งออกเนื้อแดงออสเตรเลีย เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยเริ่มให้ความนิยมบริโภคเนื้อวัวมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เห็นได้จากรายการอาหารของร้านหลายแห่งมีเมนูเนื้อเป็นมาตรฐานและได้รับความนิยมสูงจากลูกค้า และเป็นที่น่าสังเกตว่าเนื้อวัวที่เสิร์ฟนั้นคือเนื้อวัวออสเตรเลีย ในปี 2020 ตลาดการส่งออกเนื้อวัวออสเตรเลียมายังไทยมีมูลค่ารวมประมาณ 80 ล้านดอลลาร์ โดยมีน้ำหนักถึง 7,181 ตัน แบ่งเป็นเนื้อวัวเลี้ยงด้วยหญ้าแช่แข็ง 66% เนื้อวัวเลี้ยงด้วยหญ้าแช่เย็น 21% เนื้อวัวเลี้ยงด้วยธัญพืชแช่เย็น 11% และเนื้อวัวเลี้ยงด้วยธัญพืชแช่แข็ง 2% โดยเนื้อวัวนำเข้าคิดเป็นสัดส่วน 12% ของตลาดเนื้อในประเทศไทย ปัจจุบัน ออสเตรเลียถือเป็นผู้จำหน่ายเนื้อนำเข้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ตามมาด้วยนิวซีแลนด์ อาร์เจนตินา และสหรัฐอเมริกา วาเลสกา ผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ MLA กล่าวว่า “เนื้อวัวออสเตรเลียได้รับความนิยมไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ผลิตเนื้อออสซี่ให้ความใส่ใจอย่างมากต่อขั้นตอนการผลิตและการแปรรูปเนื้อวัว ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์เนื้อวัวคุณภาพสูงที่สม่ำเสมอทุกล็อต ในขณะเดียวกันเชฟมืออาชีพก็ต้องการวัตถุดิบคุณภาพที่ดีที่สุด เพราะเขาต้องมั่นใจว่าเนื้อวัวที่ใช้ปรุงอาหารจะมอบรสชาติที่เข้มข้นเต็มอิ่มและสร้างความประทับใจแก่ลูกค้าในทุกครั้งที่ได้รับประทาน และนี่เป็นเหตุผลที่เชฟหลายท่านชื่นชอบและเลือกใช้เฉพาะเนื้อวัวออสเตรเลียในร้านอาหารของพวกเขา ซึ่งการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดตั้งแต่ระดับคอกเลี้ยงไปจนถึงการเสิร์ฟขึ้นโต๊ะอาหารสะท้อนให้เห็นได้ในคัตเนื้อทุกส่วน เพราะออสเตรเลียมีความได้เปรียบด้านสภาพภูมิศาสตร์ที่โดดเด่นซึ่งทำให้สัตว์ในฟาร์มสามารถเดินท่องไปในทุ่งโล่งกว้างตามธรรมชาติได้อย่างอิสระ และด้วยภูมิประเทศแบบเกาะจึงสามารถป้องกันโรคติดต่อในสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้สัตว์มีความเครียดน้อยและสุขภาพดี และทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อในออสเตรเลียจึงเป็นที่อิจฉาของบรรดาเกษตรกรในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก” สเปนเซอร์ วิตเทกเกอร์ ผู้จัดการฝ่ายการพัฒนาตลาดประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเสริมว่า “ออสเตรเลียถือเป็นตลาดหลักการนำเข้าเนื้อวัวเกรดพรีเมียมสำหรับประเทศไทย รองลงมาคือนิวซีแลนด์ อาร์เจนตินา และสหรัฐอเมริกา ตลาดไทยเริ่มให้ความนิยมเนื้อวัวเกรดพรีเมียมเพิ่มขึ้น โดยมีผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มซื้อหาจากซูเปอร์มาร์เก็ตและเลือกสั่งเมนูเนื้อวัวเกรดพรีเมียมในร้านอาหาร และเมื่อพิจารณาภาพรวมของอุตสาหกรรมร้านอาหาร เราก็ได้เห็นว่ามีร้านอาหารจำนวนมากที่ใส่รายการอาหารเนื้อวัวลงไปในเมนู และเชฟส่วนใหญ่ก็พยายามเลือกหาเนื้อคุณภาพดีที่สุดเท่าที่จะหาได้เพื่อลูกค้าของร้าน สำหรับการทำอาหารในบ้าน ผู้คนต่างเริ่มค้นพบวิธีการที่หลากหลายในการปรุงเนื้อวัวและเห็นว่าสามารถทำเป็นเมนูอาหารต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นสเต็ก สตูว์ บาร์บีคิว เนื้อทอด ไปจนถึงเมนูยอดฮิตตลอดกาลอย่างเนื้อกระทะร้อน เราจึงคิดว่าควรให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภคชาวไทยถึงคุณสมบัติที่แตกต่างของเนื้อออสเตรเลีย เพื่อให้พวกเขาสามารถตัดสินใจเลือกซื้อเนื้อวัวได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งเราพร้อมแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกกับบรรดาเชฟมืออาชีพ เพื่อให้มีความเข้าใจมากขึ้นถึงแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์เนื้อวัวที่พวกเขาเลือกใช้ทำอาหารในร้านของตนเอง” เชฟแพม-พิชญา อุทารธรรม แบรนด์แอมบาสเดอร์ True Aussie Beef ประเทศไทย กล่าวว่า “ออสเตรเลียถือเป็นแหล่งผลิตเนื้อวัวที่พิเศษมากค่ะ เพราะมีภูมิประเทศแบบเกาะห่างไกลจึงมีความได้เปรียบในการรักษาสภาพแวดล้อมที่ปลอดโรคได้ดีกว่า สัตว์ในฟาร์มก็มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในทุ่งเลี้ยงกว้างใหญ่ ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลอย่างมากต่อคุณภาพเนื้อวัว ซึ่งในฐานะเชฟมืออาชีพ แพมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราต้องทราบเกี่ยวกับแหล่งผลิตเนื้อวัวที่เรานำมาปรุงให้ลูกค้า เพราะแพมต้องการมั่นใจว่าเรามอบแต่สิ่งที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าเสมอ ทำให้เนื้อวัวออสเตรเลียเป็นตัวเลือกที่แพมชอบมาก เพราะแพมมั่นใจได้ถึงคุณภาพระดับสูงที่สม่ำเสมอและรสชาติที่เข้มข้นในเนื้อทุกส่วน” ##### เกี่ยวกับ Meat & Livestock Australia (MLA) Meat & Livestock Australia (MLA) คือองค์กรที่ดำเนินงานด้านการตลาด การวิจัยและพัฒนาของอุตสาหกรรมเนื้อแดงและปศุสัตว์ประเทศออสเตรเลีย ในรูปแบบองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไรและเป็นเจ้าของโดยกลุ่มผู้ผลิตเนื้อวัว เนื้อแกะ และเนื้อแพะในประเทศ โดย MLA ใช้ตราสินค้า True Aussie Beef and Lamb ในการประชาสัมพันธ์เนื้อแดงของออสเตรเลียในการส่งออกสู่ตลาดสากล เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์เนื้อวัว เนื้อลูกวัว เนื้อแกะ และเนื้อแพะของออสเตรเลีย และบอกเล่าถึงคุณค่าและเรื่องราวที่มาของความเป็นเลิศของผลิตภัณฑ์จากแบรนด์True Aussie Beef and Lamb

  • The Marche’ by STYLE Bangkok

    เปิดแล้ววันแรก “The Marche’ by STYLE Bangkok” งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น หนุนเศรษฐกิจ ช่วยผู้ผลิต SMEs ไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ (DITP) จัดงานแสดงสินค้า ไลฟ์สไตล์และแฟชั่น “The Marche’ by STYLE Bangkok” หนุนผู้ประกอบการ SMEs และผู้ส่งออกไทย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ รวมผู้ผลิตตัวจริง 123 ราย จัดแสดง 120 คูหา ครอบคลุม 7 โซนสินค้า เชื่อมั่นเป็นเวทีเสริมศักยภาพ พร้อมขยายช่องทางและโอกาสทาง การตลาด ตลอดจนสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการไทยในช่วงโควิด นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวระหว่างพิธีเปิดงาน ซึ่งจัดขึ้น ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า “งานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok จัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด ให้ยังคงสามารถเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ อันเป็นไปตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ การจัดงานในครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งในการผนึกกำลังของกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับภาคเอกชน เพื่อช่วยเหลือผู้ส่งออกจากการที่ไม่สามารถจัดงานแสดงสินค้า STYLE Bangkok ในรูปแบบปกติขึ้นได้ถึง 2 ปีเต็ม โดยได้ย่อส่วนงานฯ STYLE Bangkok มาไว้ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในลักษณะกิจกรรมส่งเสริมการตลาดแบบไฮบริดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อเพิ่มช่องทางการส่งออกและการจัดจำหน่ายให้กับผู้ประกอบการ ถือเป็นการปรับรูปแบบงานแสดงสินค้าเข้าสู่ยุค New Normal เต็มรูปแบบ” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย เนื่องจากมีผู้ประกอบการ SME อยู่ในอุตสาหกรรมนี้กว่าร้อยละ 90 เกิดการจ้างงานกว่า 1 ล้านคนทั่วประเทศ และสำหรับภาคการส่งออก สินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยได้รับการยอมรับจากทั่วโลก จากจุดเด่นในด้านดีไซน์ ความมีเอกลักษณ์ และคุณภาพ รวมทั้งสามารถรับออเดอร์จำนวนไม่มากได้ ซึ่งตอบโจทย์รูปแบบการสั่งซื้อของผู้ซื้อต่างประเทศที่ปัจจุบันมักไม่นิยมสั่งซื้อสินค้าไว้ในคลังจำนวนมาก “แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลให้เศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวอย่างมาก และทำให้การส่งออกกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นของไทยในปี 2563 ติดลบถึงร้อยละ -14.78 อย่างไรก็ดี ในปี 2564 นี้ เศรษฐกิจในประเทศที่เป็นตลาดสำคัญของไทยเริ่มกลับมาฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้การส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 15 หรือประมาณ 2.4 แสนล้านบาท และคาดว่าการส่งออกตลอดปี 2564 จะเติบโตถึงร้อยละ 13.48 ซึ่งจะเป็นการขยายตัวที่เพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 10 ปี” ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าว ด้านนายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า “ภายในงานแสดงสินค้า “The Marche’ by STYLE Bangkok” ซึ่งจัดภายใต้มาตรการ Covid-Free Setting ของศบค. รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นระดับส่งออก สินค้ามีดีไซน์ งานออกแบบระดับรางวัลของตกแต่งบ้าน เฟอร์นิเจอร์อีโครักษ์โลก รวมไปถึงสินค้าสปาและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ มีให้เลือกสรรถึง 7 โซนสินค้า ได้แก่ Fashion & Leather สินค้าแฟชั่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า โซน Gifts & Premium จำหน่ายสินค้าของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น เครื่องเขียน โซน Houseware จัดแสดงสินค้าของใช้ในบ้านมีดีไซน์ โซน Furniture รวบรวมเอาสินค้าเฟอร์นิเจอร์คุณภาพจากผู้ผลิตไทยแบรนด์ดังมาจัดแสดง โซน Home Décor จำหน่ายสินค้าของตกแต่งบ้าน และโซน Design Hall ที่รวมสินค้าที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และฟังก์ชั่นการใช้งาน” นอกจากนี้ ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีเปิดยังมีการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อตอกย้ำความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน โดยคาดว่าภายใต้กรอบความร่วมมือ 5 ปี จะสามารถสนับสนุนและผลักดันผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ทั้งในด้านพัฒนาผลิตภัณฑ์แก่ผู้ประกอบการ มากกว่า 300 ราย พัฒนาแบรนด์ได้มากกว่า 100 แบรนด์ รวมทั้งเชื่อมโยงการจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มของกลุ่มธุรกิจเซ็นทรัลได้มากกว่า 15,000 SKU และคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีถึงกว่า 500 ล้านบาท โดยอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และ นางสาวบุษบา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายสื่อสารองค์กร กลุ่มเซ็นทรัล ร่วมลงนาม The Marche’ by STYLE Bangkok เปิดให้เข้าชมระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคม 2564 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โซนอีเดน บีคอน แดซเซิล และเซ็นทรัลคอร์ท ชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com เฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169

  • "Ting Note" Thitipong Warokorn, 3-time champion from Kawasaki Thailand Racing

    OR BRIC Superbike สนาม 2 ปิดฉากยิ่งใหญ่!! ติ๊งโน๊ต-โฟลท-เจมส์” ผงาดแชมป์สุดมันส์ “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร แชมป์ 3 สมัยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ผงาดคว้าชัยชนะในศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 2 พร้อมเป็นการเข้าวิน 2 สนามติดต่อกัน ขณะ “โฟลท” รัฐพงษ์วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ทวงหัวแถวในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้าน “เจมส์” ชานนท์ ชุ่มใจ จาก ยามาฮ่า พีทีที บริดจสโตน อาร์ซีที เบิ้ลแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี หลังเกมสุดเข้มข้นที่ สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศสนาม 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้มาตรการทางสาธารณสุขเต็มรูปแบบ ไฮไลต์ของเรซนี้อยู่ที่การดวลความเร็วในคลาสสูงสุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี โดยตำแหน่งโพลเป็นของแชมป์ 3 สมัยอย่าง “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขนาบข้างด้วยคู่แข่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม อย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ในกริดที่ 2-3 ออกสตาร์ทเรซนี้ด้วยการขยับขึ้นนำของ อภิวัฒน์ ก่อนที่ อนุภาพ จากขยับตามขึ้นมารั้งอันดับ 2 ในรอบที่ 4 อย่างไรก็ดี หลังผ่านไป 5 รอบสนาม ฐิติพงศ์ ที่เริ่มมีการยึดเกาะที่ดี ก็ทวงตำแหน่งหัวแถวกลับมาได้อีกครั้ง และเริ่มทิ้งระยะห่างออกไปอย่างต่อเนื่อง ก่อนบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 18.902 วินาที คว้าชัยชนะไปครอง 2 สนามติดต่อกัน โดยอันดับ 2 เป็นของ อภิวัฒน์ ตามหลัง 2.339 วินาที ส่วน อนุภาพ เข้าป้ายอันดับ 3 ตามหลัง 2.549 วินาที ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ปรากฏว่าชัยชนะเป็นของ “เจมส์” ชานนท์ ชุ่มใจ จาก ยามาฮ่า พีทีที บริดจสโตน อาร์ซีที ที่แม้จะได้เริ่มเกมจากกริดที่ 6 แต่ยังแข็งแกร่งพอที่จะไต่ขึ้นมาเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 7.666 วินาที คว้าแชมป์สองสนามติดต่อกัน ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง สิรภพ พูลศรี จาก ยามาฮ่า เจริญสมบัติ เอ็นพี สปีด ออยล์ เดอะ เบลล์ 55 ถึง 5.406 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของนักบิดสาวอย่าง “ตาล” รัชดา นาคเจริญศรี จาก ตาล เรซซิ่ง คอนเน็คต์ ตามหลังแชมป์ 6.336 วินาที ขณะที่การลุ้นแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งมีทีมแข่งยักษ์ใหญ่ระดับเอเชียจากค่ายรถจักรยานยนต์อย่าง ยามาฮ่า และ ฮอนด้า โดยในเรซนี้ตำแหน่งโพลเป็นของ “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขนาบข้างด้วย “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ซุป”อนุชา นาคเจริญศรี จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 3 เกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ต้องไปวัดกันถึงโค้งสุดท้าย โดยแชมป์ตกเป็นของ รัฐพงษ์ ที่พลิกขึ้นนำช่วง 2 รอบสุดท้าย ก่อนบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 5.328 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง มุกข์ลดา เพียง 0.305 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ภาสวิชญ์ ตามหลังผู้ชนะ 1.298 วินาที ขณะที่อันดับ 4 เป็นของ “ดรีม” สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง นักบิดอีกคนจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ตามหลัง 1.624 วินาที ด้านแชมป์สนามแรก “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ยามาฮ่า ไฮสปีด คว้าอันดับ 5 ตามหลัง 15.829 วินาที ตามด้วย อนุชา ในอันดับ 6 ตามหลัง 18.187 วินาที ผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี ปรากฏว่า “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม ที่คว้าชัยชนะสองเรซติดต่อกัน หลังเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 12 นาที 33.027 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง รัฐพงษ์ บุญเลิศ จาก ยามาฮ่า เควายบี ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี. น้ำบาน เอ็มเอ็น8 โก๋ท่ามะกา ถึง 18.957 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ สุทธิภัทร พัชรีธร จาก ยามาฮ่า อาร์ซีบี ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี. โมตุล ตาตั้ม เรซซิ่ง ตามหลังแชมป์ 19.209 วินาที ด้าน อดีตแชมป์เอเชียอย่าง “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ จาก เควายบี ต๋ง ท่ามะกา #26 ทีม พลาดล้มในรอบรองสุดท้ายอย่างน่าเสียดาย ด้านเกมในรุ่น สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ผลปรากฏว่า ภาสกรณ์ สวนหลวง แชมป์สนามแรกจาก ยามาฮ่า ดับเบิลยูพี หาดใหญ่ เรซซิ่ง กิ๊กะไบค์ ไฮสปีด พิเรลลี ออกสตาร์ทจากโพลนำม้วนเดียวจบด้วยเวลา 13 นาที 13.683 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง กฤตวิทย์ สิงหเดช จาก เอวีอาร์พี เรซซิ่ง เทรนนิ่ง อย่างสุดมันส์เพียง 0.745 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ชนะชัย บุญงาม จาก เค-สปอร์ต ยามาลูบ เซนเซชั่น ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี เอ็ม-เท็ค ตามหลังแชมป์ 1.581 วินาที สำหรับการแข่งขันสนามถัดไปของศึก โออาร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2021 สนามที่ 3 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย

  • The Marche’ by STYLE Bangkok

    ส่งความสุขให้พิเศษกว่าครั้งไหนๆ ด้วยสินค้า “Gifts & Premium” สปาร์คจอยในสไตล์คุณ ที่ The Marche’ by STYLE Bangkok งานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น “The Marche’ by STYLE Bangkok” ที่กำลังจะเกิดขึ้น 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ มาพร้อมคอนเซ็ปต์ My Style My Happiness เพื่อส่งต่อความสุขให้ผู้บริโภค ด้วยการรวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นจากผู้ผลิต ผู้ส่งออกไทยมาจัดแสดงถึง 123 บริษัท รวม 120 คูหา สำหรับใครที่กำลังมองหาของขวัญถูกใจ ดีใจต่อผู้ให้ ประทับใจผู้รับ อย่ารอช้า เชิญมาเลือกซื้อกันได้ที่โซน Gifts & Premium ซึ่งมีผู้ผลิตสินค้าของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น ไปจนถึงเครื่องใช้สำนักงาน มาจัดแสดงถึง 20 บริษัท นี่คือส่วนหนึ่งของสินค้าที่พกมาทั้งความน่ารักและไอเดียสร้างสรรค์…เริ่มต้นที่สินค้าของเล่นที่จะสร้างความสุขให้คนทั้งครอบครัว จาก “ABCO STAR” แบรนด์ที่การันตีคุณภาพมากว่า10 ปี และเป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครบครันทั้งของเล่น ตุ๊กตา และผลิตภัณฑ์ของเด็กทำจากผ้าคุณภาพ ด้วยความฝันที่อยากให้เด็กไทยได้เล่นของเล่นที่มีคุณภาพ “ABCO STAR” จึงได้คิดค้นสินค้าของเล่นที่ส่งต่อความใส่ใจ ผ่านงานตัดเย็บอันประณีต ไอเดียที่ซ่อนอยู่ในของเล่นเสริมจินตนาการ ที่สำคัญคือมีมาตรฐานและความปลอดภัยสำหรับลูกน้อย ใครที่กำลังมองหาของพรีเมี่ยมเกรดส่งออกเพื่อมอบให้ลูกค้าคนพิเศษ ขอแนะนำร่มสีสันจัดจ้านและกระเป๋าผ้าร่มลวดลายสวยงามจาก “เงินนำโชค กรุ๊ป” ผู้ผลิตสินค้าของขวัญของชำร่วยที่ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำทั่วประเทศมาอย่างยาวนาน หากพูดถึงร่มคุณภาพ ต้องมีชื่อของเงินนำโชคติดแท็กอยู่ในใจใครหลายคน เพราะโดดเด่นตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง เหล็กที่แข็งแรงทนทาน เนื้อผ้าได้มาตรฐาน แถมยังมีดีไซน์ให้เลือกหลากหลาย พกพาง่าย นอกจากนี้ยังมีกระเป๋าผ้าร่ม ที่ตอบโจทย์เทรนด์สายรักษ์โลกผู้นิยมพกถุงผ้าไม่สร้างปัญหาพลาสติกให้โลกอีกด้วย สาย DIY ไม่ควรพลาดกับผลิตภัณฑ์จาก “PROCRAFT” กับสินค้ากิ๊ฟช้อปและของตกแต่งบ้าน ที่มาพร้อมกิมมิคงานภาพพิมพ์รูปลอก (Decal) และเซ็ตสินค้า DIY ที่ให้ผู้ซื้อได้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์เปิดบ้านทำงานคราฟท์ในช่วง Work from Home….. PROCRAFT มีสินค้าขายดีและคุ้นตาผู้ชื่นชอบงานดีไซน์ เช่น ผลิตภัณฑ์ Enamel งานเซรามิกแก้วรูปปลากัดสีสันสะดุดตา ไปจนถึงงานอาร์ตตกแต่งผนังลวดลายไม่ซ้ำใคร สามารถส่งต่อเป็นของขวัญปีใหม่ หรือเก็บไว้เป็นของใช้-ของตกบ้านอวดผู้มาเยือนจากผลงานแฮนด์เมดที่มีชิ้นเดียวในโลก อีกหนึ่งสินค้าโซน Gifts & Premium ที่น่าสนใจ หนีไม่พ้นกระเป๋าสุดชิคจาก THREE ONE ONE ( T-II ) จากเครือ SINGTHONG NECKWEAR กระเป๋าสีสันเตะตา ที่นอกจากจะสวยแล้วยังมาพร้อมคุณสมบัติมัลติฟังก์ชั่น ทั้งกันน้ำและมีขนาดกะทัดรัดแต่สามารถบรรจุสัมภาระได้มากและรับน้ำหนักแบบจุใจ THREE ONE ONE มาพร้อมคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดพร้อมเปิดตัวครั้งแรกที่งาน The Marche’ by STYLE Bangkok” กับกระเป๋ารุ่น Tovali (ทูวาลี่) ผลิตจากวัสดุเก็บรักษาอุณหภูมิร้อน-เย็นคุณภาพดี ทำความสะอาดง่าย สามารถแยกชิ้นส่วนได้และมีน้ำหนักเบา ส่งท้ายด้วยสินค้าจาก “THEPSIRI CRAFT” พวงกุญแจหนังรูปสัตว์ 3 มิติสุดน่ารัก ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร นำไปใช้งานได้หลากหลายฟังก์ชั่น ทำจากวัสดุหนังวัวและหนังควายฟอกฝาดคุณภาพสูง ผสานกับฝีมือช่างในการพับ ดัดหนังและขึ้นรูป ก่อนลงสีอย่างบรรจงเป็นรูปทรงสัตว์ต่างๆ เช่น กวาง ยีราฟ แพนด้า ปลากระเบน และอีกมากมาย จึงเป็นหนึ่งในสินค้าพรีเมี่ยมจากไทยที่ได้รับความนิยมในหมู่ชาวต่างชาติที่ต้องการซื้อของขวัญ ของฝากกลับบ้าน ครบครันทุกไอเทมของขวัญ ของชำร่วย ของเล่น และอีกมากมาย รอส่งต่อความสุขในสไตล์ของคุณ ที่งานแสดงสินค้า The Marche’ by STYLE Bangkok จัดระหว่างวันที่ 6-10 ตุลาคมนี้ ที่เซ็นทรัลเวิลด์ ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com Facebook และ Instagram Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงกรมการค้าระหว่างประเทศ 1169

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page