


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- New Xpander HEV
New Xpander HEV เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ใหม่ สัมผัสพลังใหม่ ความรู้สึกใหม่ NEW XPANDER HEV ยกระดับครอบครัวไปอีกขั้น กับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยขุมพลังฟูลไฮบริดใหม่ ทั้งยังโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต พรีเมียม ให้การเดินทางในทุกๆ วันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป พร้อมออกเดินทางสู่จุดหมายใหม่ เติมเต็มความสุขของครอบครัวอย่างไม่รู้จบ สัมผัสพลังใหม่ความรู้สึกใหม่กับมิตซูบิชิe:MOTION ในรถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ผสานขุมพลังไฮบริดใหม่เต็มรูปแบบ เร่งแซงเต็มกำลัง ประหยัดน้ำมัน พร้อมโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบและ AYC ระบบควบ คุมสมดุลขณะเข้าโค้ง สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ ที่โดดเด่นเหนือกว่าด้วย MITSUBISHI e:MOTION ประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ เต็มเปี่ยมด้วยพลังและมั่นใจในทุกเส้นทาง ผสานการทำงานของ 3 สุดยอดเทคโน โลยีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส อันได้แก่ ขุมพลังไฮบริดที่ทรงพลัง ให้อัตราเร่งดี ขับขี่นุ่มนวล ไร้เสียงรบกวน ผสานการทำงานกับ 7 DRIVE MODE ให้คุณพร้อมในทุกเส้นทาง และมั่น ใจในทุกโค้งด้วย AYC สร้างสุนทรียภาพขับขี่ตลอดการเดินทาง ขุมพลังแรงที่มาพร้อมความปลอดภัยขั้นสุด สัมผัสอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม มาพร้อมกับความประหยัดน้ำมันที่ดียิ่งกว่า ด้วยการผสานกำลังและมอเตอร์ไฟฟ้าพลังงานสูง กำลังสูงสุด 116 แรง ม้า และแรงบิดสูงถึง 255 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งดี นุ่มนวล ขับขี่สบายได้มาก กว่าเดิม มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินใหม่ DOHC MIVEC 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 95 แรงม้าที่ 5,100 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 134 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที พร้อมระบบวาล์วแปรผันด้านไอดี MIVEC (Mitsubishi Innovative Value Timing Electronic Control System) สะดวกสบายด้วย ELECTRIC SHIFT ควบคุมการขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ไฟฟ้า 100% ตอบสนองการสั่งการอย่างรวดเร็ว และนุ่มนวลลุยได้ทุกสภาพถนน ในแบบที่ต้องการด้วยตัวคุณเอง กับ 7 DRIVE MODE สามารถปรับโหมดการขับขี่เพียงปลายนิ้วสัมผัส รองรับทุกจุดหมายอย่างไร้กังวล ได้แก่ NORMAL (โหมดธรรมดา) WET (โหมดถนนเปียก) GRAVEL (โหมดถนนขรุขระ) TARMAC (โหมดถนนลาดยาง) MUD (โหมดถนนโคลน) และรองรับรูปแบบการขับขี่แบบ EV PRIORITY MODE และ CHARGE MODE ระบบเบรกมือไฟฟ้า พร้อมระบบ BRAKE AUTO HOLD สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องเหยียบเบรกค้างเมื่อเจอสภาพการจราจรที่ติดขัด พร้อมทุกสภาพถนน เพิ่มความมั่นใจให้อีกขั้น ด้วยช่วงล่างและระบบกันสะเทือนที่ถูกพัฒนาใหม่ทั้ง หมด ให้สัมผัสนุ่มนวล นั่งสบายแต่เกาะถนน ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย ด้วยเทคโนโล ยีความปลอดภัยที่ครบครัน ให้คุณควบคุมการขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกสถานการณ์ ได้รับการรับรองมาตรฐานการทดลอบการชน ระดับ 4 ดาว ตามเกณฑ์มาตรฐานด้านความปลอดภัยอาเซียน เอ็นแคป สรุปสั้น...สั้น พวงมาลัยหนึบ ช่วงล่างเยี่ยม พลังขับเคลื่อนยอด และโดดเด่นที่สัมผัสได้ด้วยระบบแอร์ที่ปล่อยความเย็นฉ่ำ..ฉ่ำ ตลอดเส้นทางแม้ความร้อนจะระอุก็ตามที แต่ที่แน่...แน่ มิตซูบิชิเขารับประกัน 5 ปีแรก ทั้งระบบแบบไม่จำกัดระยะทางประกอบด้วย แบตเตอรี่ขับเคลื่อน ชุดควบคุมพลัง งานไฟฟ้าขับเคลื่อน มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าเครื่องกำเนิดไฟฟ้าระบบส่งกำลังTRANSAXLE ชุดจัดการแบตเตอรี่ และบริษัทฯ ขยายระยะเวลารับประกัน เฉพาะแบตเตอรี่ไฮบริดเพิ่มอีก 5 ปี (ตั้งแต่ปีที่ 6- 10) ทั้งนี้เงื่อนไขการขยายเวลารับประกันดังกล่าวเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในหนังสือคู่มือการใช้รถยนต์ ไปดูรายละเอียดพิ่มเติม และทดลองขับได้ที่ศูนย์บริการมิตซูบิชิ ทั่วประเทศได้ตั้งแต่วันนี้ค๊ะ #NewXPANDERHEV #MitsubishiXpanderHEV #MitsubishiMotorsThailand #XpanderCrossHEV #MITSUBISHIeMOTION #มิตซูบิชิมอเตอร์ส #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Plan B Media BRIC Superbike Championship 2024, first race
เปิดซีซันอลังการ! "อภิวัฒน์-ต่อศักดิ์” คว้าโพลสนามแรก "แพลน บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์” ศึกล่าแชมป์สองล้อประเทศไทยสุดเดือด “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส โชว์ฟอร์มสมดีกรีระดับโลก ทะยานคว้าโพลรุ่นใหญ่ในศึกซูเปอร์ไบค์เบอร์หนึ่งของไทย "แพลน บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 สนามแรก" ขณะ ต่อศักดิ์ นวลสาย ดาวรุ่งจากทีมเดียวกันบิดซิวหัวแถวในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ก่อนลุ้นชัยชนะสนามแรกวันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ แพลน บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 สนามแรก ผ่านการแข่งขันในรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ต เมื่อวันเสาร์ที่ 6 เมษายนที่ผ่านมา ผลควอลิฟายในคลาสสูงสุดของไทย อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ซึ่งรวมดาวดังแถวหน้าของไทยไว้มากมาย ปรากฏว่าตำแหน่งโพลตกเป็นของ "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ อดีตนักบิดเวิลด์ซูเปอร์สปอร์ตจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 36.378 วินาที ขนาบข้างในกริดที่ 2 ด้วย "บอล" จักรกฤษณ์ แสวงสวาท คู่แข่งคนสำคัญจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 0.899 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ "บิว" วริทธิ์ ทองนพคุณ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.385 วินาที อดีตแชมป์ประเทศไทยหลายสมัยอย่าง "ซุป" อนุชา นาคเจริญศรี จาก ยามาฮ่า บริดจสโตน อนุชา เรซซิ่ง ทีม ได้ออกตัวจากกริดที่ 4 ตามหลังจ่าฝูง 1.510 วินาที ตามด้วย “ซีเค” ชัยวิชิต นิสกุล จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ตามหลัง 1.672 วินาที ขณะที่กริดสตาร์ตลำดับแรกของรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี เป็นของ นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.498 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง สิรภพ พูลศรี จาก ไบค์สตอรี่ พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.197 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ณัฐวุฒิ คำหอม จาก เน็กซ์เตอร์ เรปโซล โมริเทค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ตามหลังหัวแถวเพียง 0.295 วินาทีเท่านั้น ส่วนผลการควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งในปีนี้เต็มไปด้วยนักบิดดาวรุ่งแถวหน้าของไทย ผลปรากฏว่า ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.399 วินาที เฉือนกริดที่ 2 อย่าง สุทธิภัทร พัชรีธร ดาวรุ่งจาก สปีด800 ยัวซ่า ยามาฮ่า ตาตั้ม เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.119 วินาที ด้านกริดที่ 3 เป็นของ โกยุ นาคากาวะ นักบิดญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 0.435 วินาที ด้านการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี ผลการควอลิฟายปรากฏว่า ปิยวัฒน์ ประทุมยศ จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 47.471 วินาที เฉือน กันตภัทร แยบการไถ ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 เพียง 0.074 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของอดีตแชมป์เอเชียอย่าง พีรพงศ์ บุญเลิศ จาก ยามาฮ่า เควายบี ไอทีซี ดีไอดี ตามหลังหัวแถว 0.302 วินาที ผลการควอลิฟายในรุ่นเล็กสุดอย่าง สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ปรากฏว่า สวพล นิลพงษ์ จาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 51.895 วินาที เฉือนกริดที่ 2 อย่าง ดีพัค ราวีกูมาร์ นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ เรปโซล โมริเทค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง เพียง 0.229 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ พงศ์สถิตย์ แสนหลวง จาก ยามาฮ่า บลูครู ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลังเพียง 0.887 วินาที ทั้งนี้ ศึก แพลน บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 สนามแรก จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 7 เมษายนนี้ ร่วมเชียร์และลุ้นแชมป์ประเทศไทย โดยซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์แสตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน รับชมถ่ายทอดสดการแข่งขัน “Plan-B Media BRIC Superbike 2024” สนามที่ 1 ได้ในวันอาทิตย์ที่ 7 เม.ย. ทาง True Sport 1 ช่อง 667 เวลา 14.30-17.15 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป ยิงสดทั่วอาเซียน โดย สปป.ลาว รับชมทางช่อง MVL, เมียนมาร์ รับชมทางช่อง MVM, กัมพูชา รับชมทางช่อง TV3, YouTube : TVB Thailand ส่วนช่องทางออนไลน์ รับชมผ่านทาง You Tube : TVB Thailand และ Application MVTV และ Facebook Fanpage : MVM , MVL , TV3HD ได้ทุกช่องทาง พิเศษ ! เพียงซื้อบัตรชมการแข่งขัน Plan-B Media BRIC Superbike มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตร VIP โค้ง 12 และบัตร Paddock Pass ชมการแข่งขันโมโตจีพี 2024
- Evie Primus shows off WULING BINGUO.
อีวี ไพรมัส อวดโฉม WULING BINGUO (วู่หลิง บิงโก) อีวี ซีดาน Hatchback สไตล์มินิมอล สำหรับคนในเมือง • เชื่อมั่นได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด รับประกันผลงานจากยอดขายในจีนมากกว่า 200,000 คันภายใน 1 ปี และ กว่า 4,000 คันในเดือนแรกหลังเปิดตัวที่อินโดนิเซีย • พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมแพ็คเก็จโปรโมชั่นภายในไตรมาส 2 บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบมัลติแบรนด์ (Multi-Brand EV Distributor) แห่งแรกของไทย และเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์โวลท์ (VOLT) และ วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) เผยโฉม WULING BINGUO (วู่หลิง บิงโก) รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวรุ่นใหม่ แก่ผู้บริโภคชาวไทย นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่าขณะนี้รถ WULING BINGUO ล็อตแรกจำนวน 500 คันจากฐานการผลิตที่ประเทศอินโดนีเซีย ได้เข้าสู่กระบวนการขนส่งมายังประเทศไทย คาดว่าจะเข้าสู่ขั้นตอนการตรวจสอบก่อนการกระจายไปยังโชว์รูมทั่วประเทศภายในเดือนพฤษภาคม 2567 “อย่างไรก็ตาม ตอนนี้รถทดสอบชุดแรกจำนวน 6 คันได้เข้ามาประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการยืนยันต่อผู้บริโภคชาวไทยว่าเราพร้อมรุกตลาด B-Segment Sedan Hatchback ไฟฟ้า โดยนำ WULING BINGUO เข้ามาเป็นทางเลือกให้กับตลาด ด้วยดีไซน์แบบ “Timeless” ภายใต้คอนเซ็ปท์ “Be The Icon” นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้า รูปทรงดีไซน์คลาสสิค สะดวกสบายกับพื้นที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ในทรงเก๋งแบบท้ายตัด หลังคาโปร่ง ใช้งานง่าย พร้อมอำนวยความสะดวกทุกรูปแบบการใช้งาน ซึ่งรถรุ่นนี้เป็นที่นิยมอย่างสูงในประเทศจีน โดยมียอดขายมากกว่า 200,000 คันในปีแรก และ กว่า 4,000 คันในเดือนแรกของการเปิดตัวที่ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศไทยจะเป็นประเทศที่ 3 ที่เปิดตัว WULING BINGUO รองประเทศจีน และอินโดนีเซีย ถือเป็นการยืนยันความสำคัญของตลาดที่บริษัทแม่ Wuling (SGMW) ให้กับประเทศไทย” นายพิทยา กล่าว ทางด้าน นางสาวภัทร์ลดานันท์ ธนาวิชญะนันท์ กรรมการผู้จัดการ และ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด กล่าวว่า WULING BINGUO จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสที่สอง โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการเตรียมการเปิดตัว และเตรียมรถยนต์ชุดแรกเพื่อนำส่งผู้จำหน่าย พร้อมกันนี้บริษัทกำลังเร่งเพิ่มมาตรฐานของโชว์รูมผู้จำหน่ายทั่วประเทศให้รองรับการขายและบริการหลังการขายของรถยนต์ไฟฟ้าอีก 3-4 รุ่นของแบรนด์ WULING ในระยะ 2 ปีข้างหน้านี้ WULING BINGUO เป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่เหมาะกับครอบครัวคนรุ่นใหม่ เน้นการใช้งานในเมืองเป็นหลัก ด้วยขนาดตัวรถ ความยาว 3,950 มม. ความกว้าง 1,708 มม. ความสูง 1,580 มม. ระยะฐานล้อ 2,560 มม. โดยจะเปิดตัว 2 รุ่นคือ Standard Range 333AC และ Standard Range 333DC Standard Range 333AC และ Standard Range 333DC มาพร้อมกับขุมพลังมอเตอร์ไฟฟ้ากำลัง 31.9 kW หรือ 68 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 150 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 31.9 kWh ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ระยะทางไกลสุด 333 กม. ทำความเร็วสูงสุดที่ 120 กม./ชม. โดยในรุ่น Standard Range 333DC รองรับการชาร์จกระแสตรง DC ซึ่งใช้ระยะเวลาการชาร์จจากแบตเตอรี่จาก 30% ถึง 80% เพียง 30 นาที อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC ที่ 7kw ต่อชั่วโมง ที่จะชาร์จไฟเต็มในเวลา 4.5 ชม. นางสาวภัทร์ลดานันท์ กล่าวว่า อีวี ไพรมัส มีความมั่นใจอย่างมากว่าจะได้รับการตอบรับจากตลาดประเทศไทย เพราะจะเป็นรถยนต์นั่งไฟฟ้าแบบ B-Segment Sedan Hatchback ที่ตลาดบ้านเรานิยม มาพร้อมการออกแบบสไตล์ “Timeless” ทันสมัย มีเอกลักษณ์ ในฟังค์ชั่นการใช้งาน เช่น การชาร์จเร็ว DC และพื้นที่ภายในที่กว้างขวาง ตอบโจทย์ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว “WULING BINGUO จะเป็นคลื่นลูกต่อไปที่จะมาสร้างสีสันที่เป็นทางเลือกของตลาดไทย แต่คลื่นลูกแรก WULING Air EV เราก็ยังเดินหน้าพัฒนาตลาดอย่างต่อเนื่องเพราะรถรุ่นนี้ ยังคงได้รับความนิยมอย่างมากจากการดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น และไม่ถูกนำมาเปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ โดยยอดขายทะลุ 1,000 คันในช่วงระยะเวลาเพียง 6 เดือน ด้วยคุณภาพและรูปลักษณ์ของรถ WULING Air EV นี้ ทำให้ลูกค้าที่ใช้รถกลายเป็นดาวเด่นบนท้องถนน และคุณภาพจากการใช้งานจริงได้สร้างภาพลักษณ์ที่เป็นบวกมาก ๆ ให้กับแบรนด์ WULING ทำให้การเปิดตัว WULING BINGUO ซึ่งเป็นรุ่นที่สอง จะทำให้เกิดการยอมรับจากตลาดได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ดี รถสองรุ่นนี้ จะเน้นตลาดที่แตกต่างกัน ส่วนราคาของ WULING BINGUO เราจะประกาศในวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ขอให้ทุกท่านรอคอยอีกอึดใจเดียว” นางสาวภัทร์ลดานันท์ กล่าว
- OMODA C5 EV
OMODA and JAECOO (Thailand) Co., Ltd. หรือ โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ได้เผยโฉมรถยนต์ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นแรกที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทย OMODA C5 EV (โอโมด้า ซี5 อีวี) รถยนต์ครอสโอเวอร์ SUV พลังงานไฟฟ้า 100% ความจุพลังงานแบตเตอรีไฟฟ้า 61 กิโลวัตต์-ชั่วโมง แรง ม้าสูงสุด 204 แรงม้า ด้วยประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูงสุด 94% และพลังงานสูงสุดที่ 150 กิโลวัตต์ ทำให้มอเตอร์สามารถขับเคลื่อนรถยนต์ได้อย่างเต็มความสามารถ ' รถยนต์ OMODA C5 EV สามารถวิ่งได้ไกลสุด 460 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในระยะเวลา 7.8 วินาที ระยะเวลาในการชาร์จกระแสตรง DC จาก 30% เป็น 80% ในเวลาเพียง 28 นาที พร้อมการออกแบบมาในสไตล์ Light of Movement สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่มีสไตล์ไม่ซ้ำใคร พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายอัจฉริยะแบบจัดเต็ม อาทิ กล้องแสดงภาพ 540 องศา ระบบป้อง กันล้อหมุนฟรี TCS ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน EBA และระบบการตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ DMS เป็นต้น ' OMODA C5 EV ดีไซน์แบบครอส โอเวอร์ ทำให้เกิดการเล่นแสงและเงาอย่างลงตัว ตรงกับคอนเซ็ปต์ “Light of Movement” ดีไซน์ที่ทันสมัย เหมาะกับผู้ขับขี่คนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์ เป็นผู้นำเทรนด์ที่ไม่ซ้ำใคร มาพร้อมกับกล้อง 540 องศา ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร 64 เฉดสี หน้าจอแสดงผลขนาด 24.6 นิ้วแบบทัชสกรีน เบาะนั่งคู่หน้าพร้อมฟังก์ชันระบายอากาศ เสริมความสะดวกสบายและประสิทธิภาพให้กับผู้ขับขี่ ไม่เพียงเท่านี้ ยังมาพร้อมกับลำโพง SONY 8 ตำแหน่งสุดกระหึ่ม ' OMODA C5 EV มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยพื้นฐานแบบจัดเต็ม พ่วงมากับ 14 เทคโนโลยีความปลอดภัยที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ อย่างระบบ ระบบเตือนการออกนอกเลน (LDW) ระบบป้องกันการออกนอกเลน (LDP) ระบบตรวจสอบจุดอับสายตา (BSD) ระบบเตือนจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) ระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง (RCTB) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW) ระบบแจ้งเตือนการออกตัว และระบบตรวจจับความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ (DMS) เป็นต้น นอกจากนี้ OMODA C5 EV ยังมี 3 ระบบช่วยเหลือเพิ่มฟังก์ชันช่วยเหลือการขับขี่ที่จะเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น อย่างระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC) ระบบรักษารถให้อยู่กลางเลน (ICA) และระบบช่วยเหลือการขับขี่ในสภาพความเร็วต่ำ (TJA) รถ OMODA C5 EV ยังได้รับการรับรองความปลอดภัยจาก Euro-NCAP ซึ่งนอกจากทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์เทคโนโลยีที่ล้ำสมัยแล้ว ยังสร้างความมั่นใจในด้านความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ทุกคนอีกด้วย ' หลังจากได้มีโอกาสสัมผัสก็ต้องยอมรับในหลายๆจุดโดยเฉพาะระบบช่วงล่างที่นุ่ม แต่ออกกระด้างเล็กน้อย เกาะพื้นถนนหนึบ โดดเด่นด้วยระบบพวงมาลัยที่ควบคุมง่ายแม่นยำ ภายในห้องโดยสารเงียบจะได้ยินเสียงมอเตอร์เป็นบางขณะ อุปกรณ์ใช้งานอยุ่ในตำแหน่งที่ใช้งานง่าย ความบันเทิงกระหึ่มจากชุดลำโพง 8 ตัวของโซนี่ หน้าจอที่บ่งบอกการใช้งานชัดเจน และถ้าจะซื้อหามาใช้ตามกระแสรถไฟฟ้าในยุคนี้ถือว่าไม่แพ้คู่แข่งสัญชาติจีน แต่ในอนาคตต้องพิสูจน์กันอีกยาว ทั้งหมดที่กล่าวมาต้องไปลองสัมผัสด้วยตัวเอ็ง ถ้ามีโอกาสนะคะ.....เชื่อผมเถอะ #OMODAC5EV #โอมาดา #OMODAJAECOOThailand #โอโมดาแอนด์เจคูประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- 'Michelin Guide' Thailand Ranking restaurants into Chonburi province
‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ประกาศขยายขอบเขตการจัดอันดับร้านอาหารเข้าสู่จังหวัดชลบุรี “ชลบุรี” ขึ้นแท่นจุดหมายใหม่ล่าสุดที่จะได้รับการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหารในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ฉบับประจำปี 2568 นอกเหนือจากกรุงเทพฯ (ตั้งแต่ปี 2561), จังหวัดปริมณฑล[1] ภูเก็ตและพังงา (ตั้งแต่ปี 2562), เชียงใหม่ (ตั้งแต่ปี 2563), พระนครศรีอยุธยา (ตั้งแต่ปี 2565), ภาคอีสาน[2] (ตั้งแต่ปี 2566), เกาะสมุยและสุราษฎร์ธานี (ตั้งแต่ปี 2567) การขยายขอบเขตพื้นที่จัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ช่วยตอกย้ำให้เห็นถึงความหลากหลายและอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของอาหาร ตลอดจนบรรยากาศที่เปี่ยมชีวิตชีวาของแวดวงอาหารในแต่ละท้องถิ่นของไทย มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประกาศขยายขอบเขตการจัดทำคู่มือฉบับประจำปี 2568 เข้าสู่ “ชลบุรี” เมืองตากอากาศชายทะเลที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ มากที่สุด ส่งผลให้ “ชลบุรี” เป็นจุดหมายล่าสุดในการเข้าดำเนินการคัดสรรและจัดอันดับร้านอาหารเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักชิมและนักท่องเที่ยวออกค้นหาประสบการณ์ด้านอาหารที่แปลกใหม่และแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่ของประเทศไทย ทั้งนี้ คู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ฉบับประจำปี 2568 มีกำหนดเผยแพร่ในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เกว็นดัล ปูลเล็นเนค (Gwendal Poullennec) ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า “ชลบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวคุณภาพซึ่งมีทั้งชายหาดที่งดงาม วัดที่เงียบสงบ ประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น กิจกรรมตามเทศกาลต่าง ๆ ไปจนถึงร้านอาหารและรถเข็นขายอาหารริมทาง และสถานบันเทิงยามค่ำคืนที่น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งยังโดดเด่นเป็นพิเศษในเรื่องอาหารทะเลสดใหม่ อาหารท้องถิ่นที่ไม่เหมือนใคร รวมถึงบรรยากาศการทานอาหารริมชายหาด องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้ชลบุรีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา ทีมผู้ตรวจสอบของมิชลิน ไกด์ รู้สึกตื่นเต้นและแทบอดใจรอไม่ไหวที่จะออกสำรวจและคัดสรรร้านอาหารในพื้นที่นี้” ชลบุรีเป็นจังหวัดริมฝั่งทะเลซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียงประมาณ 80 กิโลเมตร จึงเป็นสถานที่พักผ่อนยอดนิยมที่ใกล้ที่สุดสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่ต้องการหลบหนีความวุ่นวายจากงานที่เคร่งเครียด รวมทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างชาติที่เดินทางมาไกลจากหลากหลายพื้นที่ สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดชลบุรีสามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้หลากหลายกลุ่ม นอกจากประเพณีท้องถิ่น อาหารประจำภูมิภาค และอาหารทะเลสดใหม่แล้ว ชลบุรียังเป็นสวรรค์ของคนรักชายหาดโดยมีจุดท่องเที่ยวสำคัญอย่างบางแสน พัทยา และเกาะล้าน ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวถึงคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ว่ามีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่อาหารไทยบนเวทีโลกและทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารชั้นนำระดับโลก จึงเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติของภาครัฐซึ่งมุ่งเน้น 5 ด้าน (5Fs) ได้แก่ อาหาร (Food), แฟชั่น (Fashion), ภาพยนตร์ (Film), มวยไทย (Fight) และเทศกาล (Festival) เพื่อยกระดับศักยภาพทางการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยในตลาดโลก “ศาสตร์และศิลป์ด้านอาหารที่โดดเด่นและหลากหลายเป็นหนึ่งในซอฟต์พาวเวอร์หรืออิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดินทางมาเยือนประเทศไทย การที่ ‘มิชลิน ไกด์’ ในฐานะคู่มืออ้างอิงด้านอาหารที่ทรงอิทธิพลต่อผู้คนทั่วโลก เผยแพร่ความหลากหลายและความน่าสนใจของอาหารและบรรยากาศแวดล้อมด้านอาหารในประเทศไทย ถือเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวไทยให้มีความหมายยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เราเชื่อมั่นว่าการขยายขอบเขตจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ไปยังจังหวัดชลบุรี จะส่งผลดีหลายด้าน...ทั้งต่อตัวจังหวัดเองและต่อประเทศ อาทิ เพิ่มมูลค่าทางการตลาดให้กับธุรกิจร้านอาหาร, ส่งเสริมวัตถุดิบในท้องถิ่น, สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน, กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความเป็นเลิศทั้งด้านคุณภาพอาหารและการบริการ โดยชูแนวคิดการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ Sustainable Tourism เป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม” คุณฐาปนีย์ สรุปปิดท้าย ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้ที่: guide.michelin.com/th/th หรือติดตามข่าวสารล่าสุดของ ‘มิชลิน ไกด์’ ประเทศไทย ฉบับประจำปี 2568 ได้ทางเฟซบุ๊ค: facebook.com/MichelinGuideThailand [1] ประกอบด้วยจังหวัดปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรปราการ [2] ประกอบด้วยจังหวัดตัวแทนภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ “ภาคอีสาน” 4 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา, อุบลราชธานี, อุดรธานี และ ขอนแก่น
- Refuel at PT and receive a free N95 face mask!
พีที…ห่วงใย เต็มใจดูแลคุณ เติมน้ำมันทุกชนิด รับฟรี! หน้ากากอนามัย N95 บริษัทพีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เติมเต็มความห่วงใยให้กับลูกค้าสมาชิกในพื้นที่ภาคเหนือ สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ซึ่งส่งผลทำให้คุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน จากสถานการณ์ดังกล่าว PTG จึงแจกหน้ากากอนามัยให้กับลูกค้าสมาชิกบัตร PT Max Card ทุกประเภทที่มาเติมน้ำมันพีทีชนิดใดก็ได้ เท่าใดก็ได้ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคเหนือที่ร่วมรายการ คือ เชียงราย จำนวน 53 สาขา เชียงใหม่ จำนวน 53 สาขา และลำพูน จำนวน 21 สาขา จะได้รับหน้ากาก N95 ฟรี 1 ชิ้น จำกัด 1 บัตร ต่อ 1 สิทธิ์ รวมจำนวน 50,000 ชิ้น โดยจะเริ่มแจกตั้งแต่วันที่ 1 - 30 เมษายน 2567 หรือจนกว่าของจะหมด นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เปิดเผยว่า โครงการดังกล่าวสอดคล้องกับจุดยืนและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ควบคู่กับการส่งเสริมคุณภาพชีวิต สุขภาพและความปลอดภัยของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ PTG ให้ความสำคัญเพื่อส่งเสริมให้ทุกพื้นที่เป็นชุมชนที่น่าอยู่ และจะเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นับตั้งแต่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งขึ้น บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความจำเป็นในหลากหลายด้านเพื่อบรรเทาทุกข์ และช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม โดยยึดหลัก PT สร้างสุข สุขกาย สุขใจ สังคมอยู่ร่วมกันอย่าง “อยู่ดีมีสุข"
- "Subway" announces the establishment of "Golak", a subsidiary "PTG", to hold the master franchise rights.
“ซับเวย์” ประกาศตั้ง “โกลัค” บ.ย่อย “PTG” ถือสิทธิมาสเตอร์ แฟรนไชส์แต่เพียงผู้เดียวในไทยพร้อมเดินเครื่องลุย 1 เม.ย. 67 “ซับเวย์” หนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดของโลก ประกาศแต่งตั้ง บริษัท โกลัค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยบมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี หรือ PTG ให้เป็นผู้ดำเนินธุรกิจในฐานะเป็นเจ้าของ Master Franchise และบริหารจัดการร้านอาหารภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า “Subway” แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เพื่อผลักดันการเติบโตร้านซับเวย์ในประเทศไทยให้แข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญ มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2567 ฟากซีอีโอ “พิทักษ์ รัชกิจประการ” ระบุการร่วมมือทางธุรกิจกับซับเวย์ในครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวใหม่ที่สำคัญของกลุ่มบริษัทฯ ที่จะช่วยส่งเสริมและต่อยอดประสิทธิภาพของระบบนิเวศ PTG Max World และแบรนด์ PTG ให้เติบโตและครอบคลุมตามโรดแมป ซับเวย์ หนึ่งในแบรนด์ร้านอาหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก ได้ทำสัญญามาสเตอร์ แฟรนไชส์ ฉบับใหม่กับบริษัท โกลัค จำกัด ซึ่งมี บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG เป็นผู้ถือหุ้นข้างมากในระดับผู้ถือหุ้นแท้จริง (ultimate shareholder) เพื่อขยายธุรกิจแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย สำหรับความร่วมมือครั้งใหม่นี้ในตลอดระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า บริษัท โกลัค จำกัด จะเป็นผู้ดำเนินการเปิดร้านซับเวย์เพิ่มเติมในประเทศไทยให้เติบโตเพิ่มขึ้นจากเดิมราว 3 เท่า รวมถึงยังได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการ และพัฒนาร้านซับเวย์สาขาต่างๆ ในประเทศไทยอีกด้วย “สัญญาฉบับนี้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญในยุทธศาสตร์การเติบโตของซับเวย์ในระดับสากล โดยเรายังคงเดินหน้ามุ่งเน้นไปที่การขยายธุรกิจ และคงไว้ซึ่งความเป็นหนึ่งในแบรนด์ธุรกิจร้านอาหารชั้นนำที่ใหญ่ที่สุดในโลกต่อไป สำหรับประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญที่มีศักยภาพการเติบโตในระยะยาว และเรามีความตั้งใจที่นำประสบการณ์ในแบบของซับเวย์มาให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคนี้ได้สัมผัสมากขึ้น” เอริค ฟู ประธาน บริษัท ซับเวย์ เอเชียแปซิฟิค กล่าว สำหรับสัญญาของบริษัท โกลัค จำกัด นับเป็นสัญญาให้สิทธิการพัฒนามาสเตอร์แฟรนไชส์ฉบับที่ 16 ของซับเวย์ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาทั่วโลก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในความตั้งใจตลอดหลายปีของแบรนด์ที่มุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันการเติบโตของธุรกิจในระดับสากล โดยจะส่งผลให้มีการเพิ่มจำนวนร้านซับเวย์ทั่วโลกมากขึ้นรวมทั้งสิ้นกว่า 9,000 ร้านต่อไป ด้านคุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า PTG ขอขอบคุณซับเวย์เป็นอย่างยิ่งที่ได้แต่งตั้ง บริษัท โกลัค จำกัด ให้เป็นผู้ได้รับสิทธิมาสเตอร์แฟรนไชส์ในประเทศไทย และมอบความไว้วางใจให้เราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของแบรนด์ในอนาคต “เพื่อให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของ PTG ในการขยายพอร์ตโฟลิโอการลงทุนไปยังกลุ่มธุรกิจ Non-Oil มากขึ้น ทางบริษัทจึงเห็นถึงความสำคัญในการเดินหน้าขยายธุรกิจ F&B ที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจหลักต่อไปในอนาคต โดยมีความตั้งใจนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายที่เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึงมากยิ่งขึ้น รวมถึงช่วยให้สมาชิกผู้ถือบัตร PT Max Card และ PT Max Card Plus กว่า 21 ล้านคน สามารถเข้าถึงชีวิตที่อยู่ดีมีสุขในทุกช่วงของชีวิต ซึ่งจะเป็นการต่อยอดประสิทธิภาพของระบบนิเวศ PTG Max World และแบรนด์ PTG ได้เป็นอย่างดี” คุณพิทักษ์กล่าว นอกจากนี้ บริษัทมีความยินดีที่คุณเพชรัตน์ อุทัยสาง ซึ่งมีความเชี่ยวชาญทางด้านธุรกิจ F&B และมีประสบการณ์ด้านธุรกิจร้านอาหารบริการด่วน (QSR) และธุรกิจ FMCG มากกว่า 25 ปี ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัท โกลัค จำกัด เพื่อนำการขยายธุรกิจของซับเวย์ในประเทศไทย คุณเพชรัตน์ อุทัยสาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลัค จำกัด กล่าวว่า “ตนเองรู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสในการผลักดันซับเวย์แซนด์วิชระดับโลกให้เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีของตลาด QSR ในประเทศไทย และนำประสบการณ์ในแบบของซับเวย์ ส่งมอบให้ลูกค้าได้สัมผัสมากขึ้นผ่าน Touchpoint ต่างๆ รวมทั้งช่องทาง Delivery และ Online เพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ลูกค้า เกี่ยวกับร้านอาหาร Subway® ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจแบรนด์ร้านอาหารบริการด่วนระดับโลก ซับเวย์ให้บริการแซนด์วิชทำสดทีละออเดอร์ แซนด์วิชแรป สลัด และ เมนูโบวล์ต่าง ๆ ให้แก่ลูกค้าหลายล้านราย ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ผ่านร้านสาขากว่า 37,000 ร้าน ในทุกๆ วัน โดยบรรดาผู้ได้รับสิทธิในแฟรนไชส์ (franchisee) ของซับเวย์ ซึ่งเป็นเจ้าของและดำเนินกิจการร้านซับเวย์นั้น ได้แก่เครือข่ายผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการขนาดเล็กผู้มีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าในชุมชนท้องถิ่นของตน สำหรับข่าวสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับซับเวย์ โปรดเข้าชมเว็บไซต์: Newsroom (subway.com) ซับเวย์® เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของ Subway IP LLC. © 2023 Subway IP LLC เกี่ยวกับบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด(มหาชน) เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการค้าปลีกน้ำมันชั้นนำในประเทศไทย ที่มีสมาชิกกว่า 21 ล้านคน ภายใต้ระบบนิเวศของ PTG Max World บริษัทฯ ได้พัฒนาสืบมาจนกระทั่งกลายมาเป็นธุรกิจน้ำมันครบวงจร โดยมีสถานีบริการพีทีจีมากกว่า 2,200 แห่ง และมีส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกน้ำมันมากกว่าร้อยละ 20 บริษัทฯ ทราบดีถึงความสำคัญในการส่งเสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน และยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้า ด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอการลงทุนไปยังธุรกิจ Non-Oil ต่างๆ ซึ่งรวมไปถึง ธุรกิจร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ธุรกิจบำรุงรักษารถยนต์ ธุรกิจพลังงานสะอาด ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) และ ธุรกิจบริหารงานระบบและเครื่องมือ ซึ่งในปัจจุบันบริษัทฯ มี Touchpoint กว่า 2,000 จุดทั่วประเทศ
- Thai Honda launches 2 Special Edition models for the first time at the motor show.
ไทยฮอนด้า เปิดตัว 2 รุ่น Special Edition เป็นครั้งแรกในงานมอเตอร์โชว์‘New Giorno+ Donald Duck’ และ ‘New DAX 1978’ พร้อมนำเสนอนวัต กรรมความหลากหลายเพื่อไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้า ในประเทศ ไทย เปิดตัวรถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่ ในงานบาง กอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 นำโดย ‘New Honda Giorno+ Donald Duck Special Edition’ รถเอ.ที.ในสไตล์ไฮแฟชั่น ฉลองครบรอบ 90 ปี โดนัลด์ ดั๊ก ผลิตจำกัดเพียง 2,000 คันเท่านั้น ตามด้วยโมเดลพิเศษจากคับเฮาส์ ‘New Honda DAX 1978 Special Edition’ ที่ดึงกลิ่นอายความคลาสสิกเหนือกาลเวลาจากปี 1978 ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง นอกจากรถรุ่นใหม่แล้ว ไทยฮอนด้ายังได้นำ ‘New Monkey Star Wars Limited Edition’ มาให้แฟนพันธุ์แท้ Star Wars ได้สัมผัสรถคันจริงอย่างใกล้ชิด รวมถึงรถบิ๊กไบค์คลาส 650 ซีรีส์ ที่ติดตั้งนวัตกรรมใหม่ล่าสุด Honda E-Clutch Technology รวมถึงนำเสนอความหลากหลายผ่านโมเดลต่าง ๆ อีกมากมายภายในบูธ นาย ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามุ่งยกระดับการใช้ชีวิตของคนไทยด้วยเทคโนโล ยี และการเพิ่มคุณค่าในตัวผลิตภัณฑ์ ครั้งนี้เราส่งมอบนวัตกรรมใหม่ล่าสุด Honda E-Clutch Techno logy ที่จะทำให้การขับขี่รถสปอร์ตเป็นเรื่องที่สนุกและง่ายขึ้น เช่นเดียวกับการส่งมอบคุณค่าใหม่ๆ ผ่านโมเดลพิเศษอย่าง New Giorno+ Donald Duck Special Edition และ New Honda DAX 1978 Special Edition พร้อมกันนี้ เรายังได้นำเสนอการพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่เพื่ออนาคตที่เรียกว่า Honda Mobile Power Pack ที่เป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดสู่ยานพาหนะ EV ได้หลากหลายรูปแบบ หนึ่งในนั้นคือรถไฟฟ้าต้นแบบ Honda SC e: Concept ที่เรานำมาจัดแสดงให้ได้ชมกันเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ เรายังได้นำเครื่องยนต์ Outboard Engine ระดับเรือธงอย่าง All New Honda BF350 V8 ที่เปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ มาจัดแสดงให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสอีกด้วย” ‘New Honda Giorno+ Donald Duck Special Edition’ มาพร้อมคอนเซปต์ ‘แฟชั่นฤดูความดั๊ก’ โดยนำคาแรกเตอร์ยอดฮิตตลอดกาลอย่าง ‘โดนัลด์ ดั๊ก’ มานำเสนอความสนุกสนาน และความน่ารักสุดป่วนผ่านลวดลายกราฟิกลงบน Honda Giorno+ อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยสีน้ำเงิน-เหลือง ที่เป็นคู่สีของโดนัลด์ ดั๊ก ลงตัวกับชุดครอบไฟหน้าสีเหลือง เพิ่มความโดดเด่นด้วย 3D Emblem และลายเซ็น ฉลองครบรอบ 90 ปี Donald Duck บ่งบอกความเป็นตำนานของคอลเลกชันนี้ที่ไม่มีใครเหมือน ‘New Honda Giorno+ Donald Duck Special Edition’ ผลิตและวางจำหน่ายเพียง 2,000 คันเท่านั้น เปิดรับจองตั้งแต่ในงานนี้เป็นต้นไป ในราคาแนะนำ 67,900 บาท New Honda DAX 1978 Special Edition’นำโมเดลยอดฮิตในยุค 90 มาคัสตอมใหม่ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครในคอนเซปต์ ‘DAX to 1978 The Time Traveler’ รถมินิไบค์ที่สะท้อนกลิ่นอายความคลาสสิกจากยุค 1978 โดดเด่นลวดลายกราฟิกแนวเรโทลลงบนเฟรมตัวถังทรง T-Bone เสริมความพรีเมียมด้วย Soft Emblem มาพร้อมชุดแต่ง Dax Rear Rack Stainless และบังโคลนหน้าโครเมี่ยม รวมถึงชุดขายึดไฟสะท้อนแสง จาก KITACO ผลิตจำนวนจำกัด ในราคาแนะนำ 94,900 บาท เปิดรับจองเฉพาะที่งานบางกอกมอเตอร์โชว์เท่านั้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังได้นำเสนอผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลายเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่น รวมถึงเรือ Jonny Boat และเครื่องยนต์เรือ (Outboard Engine) ‘All New Honda BF350 Outboard V8’ จาก Honda Marine เช่นเดียวกับการจัดกิจกรรมให้ผู้เข้าชมบูธได้ร่วมสนุกอย่างต่อเนื่อง พร้อมรับโปรโมชั่นสุดพิเศษมากมาย ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ถึงวันที่ 7 เมษายนนี้ ณ บูธฮอนด้า อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ■ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA #MotorShow2024 #MotorshowThailand #BangkokMotorShow #Giorno+ #DonaldDuck #DonaldDuckSeason #TheNewHigh #DAX1978 #DAXto1978 #TheTimeTraveler #CUBHouse #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- STYLE Bangkok 2024
งานจบยังช็อปต่อได้ สินค้าโอทอปนิยามใหม่กระแสไม่ลดใครที่พลาดชมและช็อปในงาน ซึ่งนำสินค้าโอทอปมาแปลงกาย ใส่ความคิดสร้างสรรค์สุดล้ำ ต่อยอดมรดกวัฒนธรรมและงานฝีมือท้องถิ่นให้ก้าวสู่ตลาดโลกได้อย่างน่าภาคภูมิใจ โชว์ศักยภาพของนักคิด นักออกแบบไทยในอุตสาหกรรมสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ลองมาดูบางตัวอย่างสินค้า OTOP ที่รวบรวมไว้ในบูธ OTOP Marche ว่ามีอะไรบ้างและน่าสนใจขนาดไหน Pheangjai เพียงใจ จากกำแพงเพชร นำเศษโฟมยางพาราที่เหลือจากโรงงานผลิตหมอนยางพารามาออกแบบตัดเย็บใหม่ โดยนำแรงบันดาลใจจากภูมิปัญญาการเย็บที่นอนและหมอนโบราณมาออกแบบรูปทรงสมัยใหม่ เป็นรูปใบไม้และใบบัว ต่อยอดธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Thansuda ธัญสุดา ผู้ผลิตเครื่องหนังจากนนทบุรี นำเศษหนังที่ย่อยสลายยาก มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วต่อกันเป็นรูปทรงใหม่ของสินค้าไลฟ์สไตล์ที่สวยเก๋สะดุดตาเช่น กระเป๋า โคมไฟ พวงกุญแจ NERA by Natipong ลูกปัดมโนราห์ จากสงขลา นำอัตลักษณ์ของชุมชน ผสานกับศักยภาพของช่างฝีมือที่มีอยู่แล้ว มาต่อยอดเป็นของใช้ของตกแต่งที่ทำจากลูกปัดมโนราห์ เช่น กระเป๋า เครื่องประดับ และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆ Indie-Go กลุ่มแปรรูปผ้าย้อมสีธรรมชาติจากสกลนคร นำเศษผ้าย้อมครามซึ่งเป็นสินค้า GI ของจังหวัดมาตัดต่อสไตล์ patchwork ขึ้นรูปกระเป๋า โดยบรรจงคัดสรรคู่สีและเสริมความแข็งแกร่งด้วยผ้าแคนวาส ผ้ายีนส์ และหนัง กลายเป็นงานฝีมือที่ละเอียดประณีต AMPHAN จากแม่สอด ผลิตถ่านดูดกลิ่นรูปทรงทันสมัย โดยนำเศษเมล็ดปาล์มที่เหลือจากการเผาในโรงสีมาต่อยอดด้วยดีไซน์ ผสมกับงานปั้นด้วยมือ Hin Din Zign ผู้ผลิต Art Toy จากเซรามิก ภายใต้แบรนด์หินดินทราย โดยนำพุทธศิลป์มาเป็นแรงบันดาลใจ แต่ละชิ้นเป็นงานปั้นมือ นำเสนอคอลเลคชั่นล่าสุุด ชื่อ กองทัพธรรม ผสมผสานพระพุทธรูปกับหุ่นยนต์ เพื่อให้โดนใจนักสะสม Art Toy Silathip ศิลาทิพย์ครกหิน จากตาก คิดนอกกรอบโดยนำหินแกรนิตมาออกแบบและแปรรูปให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายและมีประโยชน์ใช้สอย ทั้งของใช้ในบ้าน ในสำนักงานและเครื่องประดับ Vichaikul Lacquerware วิชัยกุลเครื่องเขินจากเชียงใหม่ นำภูมิปัญญาเทคนิคการทำเครื่องเขินที่สืบทอดมาเป็นรุ่นที่ 6 ผสานกับเทคโนโลยีทันสมัยในการเคลือบผิวให้เกิดความทนทาน หยิบลวดลายโบราณมาลดทอนให้เกิดความร่วมสมัย กลายเป็นสินค้าของใช้ประจำวัน เช่น กระเป๋า เคสโทรศัพท์ พวงกุญแจ Phet Ploy Jewelry จากจันทบุรี รับประกันว่าพลอยทุกเม็ดผ่านพิธีกรรมเป็นพลอยสายมูโดยแท้้ นำเสนอเครื่องประดับที่ออกแบบสำหรับปีนักษัตรนี้ด้วยมังกรทองกับนพเก้า Primapearl ผลิตเครื่องประดับไข่มุกในภูเก็ตมาเป็นรุ่นที่ 3 รีแบรนด์เป็นพรีม่าเพิร์ล และนำวัสดุอื่น เช่น เปลือกหอยมุกมาประยุกต์เป็นเครื่องประดับตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน Worlacha ชุมชนทุ่งบัวหลวง ปทุมธานี ภายใต้แบรนด์วรชา นำก้านดอกบัวหลวงมาทำเป็นเส้นใย ผลิตเสื้อ กระโปรง กางเกง และผลิตภัณฑ์จากผ้าที่มีนวัตกรรม ทันสมัยและรักษ์โลก นอกจากนี้ยังมีโอทอปอีกหลายแบรนด์ เช่น Panitan ปณิธาน ห้องเสื้อที่เน้นเส้นใยธรรมชาติ, Piyasila ปิยสีลา ผลิตสินค้าแปรรูปจากเส้นใยกัญชง, V ve Jewelry วีเว่ จิวเวลรี่ เครื่องประดับพลอยสไตล์มินิมอล, Paper Art Thai เปเปอร์อาร์ตไทย นำกระดาษมาแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดูเหมือนเซรามิก Mae Ing Shibori and Ingtara แม่อิงชิโบริ และอิงตารา วิสาหกิจชุมชนผ้ามัดย้อมชิโบริสีธรรมชาติ, Maka Design มาฆะ ดีไซน์ ปั้นหนังเป็นดอกรักแล้วนำมาร้อยเป็นพวงมาลัย Luxses รักษ์เศษ นำเศษผ้ามาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ Pawana Design ภาวนาดีไซน์ เน้นเสื้อผ้าจากวัตถุดิบธรรมชาติ ForFun Studio เซรามิกทำมือภายใต้แบรนด์ฟอฟัน Yayee แบรนด์ผ้าปาเต๊ะยาหยี นำสถาปัตยกรรม Sino-Portuguese ที่โด่งดังของภูเก็ตมาพิมพ์บนผ้าและตัดเย็บเป็นชุดที่มีเอกลักษณ์ เป็นต้น ผู้สนใจสามารถติดตามและเข้าไปชมผลงานของนักออกแบบไทยเหล่านี้เพิ่มเติมได้ที่ www.stylebangkokfair.com หรือ Facebook/Instagram/TikTok : Style Bangkok Fair หรือโทรสายตรงการค้าระหว่างประเทศ 1169 หรือสั่งซื้อสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของแต่ละแบรนด์
- PT Maxnitron Racing Series 2024
พีทีจี เอ็นเนอยี ส่ง ออโต้แบคส์ เข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45เตรียมประกาศความพร้อมการแข่งขัน PT Maxnitron Racing Series 2024 ออโต้แบคส์ ศูนย์บริการรถยนต์มาตรฐาน Fast Fit อันดับ 1 ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้การถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG และ Max World ตอบรับเข้าร่วมงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 7 เมษายนนี้ ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี พร้อมเจาะกลุ่มเป้าหมายตลาดควิกเซอร์วิส มุ่งหน้าขยายสาขาให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ คุณวิศรุต โลจนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด เปิดเผยว่าออโต้แบคส์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้เป็นปีแรก และเราเป็นศูนย์บริการรถยนต์อันดับ 1 มาตรฐานจากญี่ปุ่น ครบทุกเรื่องรถ เคลียร์ทุกปัญหา จบทุกคำถาม และเน้นการให้คำแนะนำกับผู้ที่เข้ามารับบริการ และให้สิทธิ์ลูกค้าในการตัดสินใจที่จะใช้บริการกับทาง ออโต้แบคส์ และวันนี้ โดยออโต้แบคส์มาพร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับทุกท่านในงาน MOTOR SHOW 2024 ที่ให้คุณได้คุ้มค่าที่นี่ที่เดียวเท่านั้นไม่ว่าจะเป็น - โปรโมชั่นยางราคาพิเศษให้คุณรับส่วนลดสูงถึง 30% มัดจำภายในงานเพียง 1,000 บาท รับฟรี บัตร Max Card Plus - น้ำมันเครื่อง PT Maxnitron ให้รถคุณได้แรงเต็ม MAX ลดสูงสุดกว่า 50% และยังพิเศษกว่าด้วย โปรโมชั่นแถมฟรี บัตร Max Card Plus ที่มาพร้อมสิทธิพิเศษแบบเต็มๆ แมกซ์ ใครยังไม่มีบัตรแดง ต้องรีบมาที่บูธ AUTOBACS กันได้เลย นอกจากนี้ออโต้แบคส์พร้อมให้คำปรึกษาและบริการโดยช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามแบบฉบับญี่ปุ่น ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย จะเปลี่ยนยาง ถ่ายน้ำมันเครื่อง เปลี่ยนแบตเตอรี่ ตรวจเช็กบำรุงช่วงล่าง ออโต้แบคส์ พร้อมให้บริการรถยนต์คุณลูกค้าทุกท่าน ด้วยสาขาที่ครอบคลุมกว่า 80 สาขาทั่วประเทศไทย ครบ เคลียร์ จบ ทุกเรื่องรถ...ที่ออโต้แบคส์ ติดตามโปรโมชั่นดีๆ พร้อม Tip ในการดูแลรถยนต์ที่คุณรัก ได้ที่ Facebook Page / Line OA หรือ TikTok @Autobacs Thailand รับรองว่าจะมีทิปดีๆ โปรโมชั่นสุดคุ้มพร้อมเสิร์ฟให้คุณเพียบ สอบถามโปรโมชั่นดีๆ หรือปรึกษาทุกปัญหาเรื่องรถได้ที่ 065-304-8000 สำหรับในส่วนของการแข่งขัน PT Maxnitron Racing Series 2024 ได้รับเกียรติจาก คุณศิลป์ ธีรนิติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด ประธานฝ่ายจัดการแข่งขัน เปิดเผยว่า ในปีนี้การแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 อีเวนท์ ในส่วนของ สยาม จีที จากเดิม 6 เรซ ทางรายการจัดเพิ่มเป็น 7 เรซ ที่จะให้สนุกตื่นเต้นเร้าใจกับการแข่งขันมากกว่าเดิม และอีเวนท์แรกกับอีเวนท์ที่ 2 การแข่งขันจะจัดขึ้นที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัด บุรีรัมย์ ส่วนแชมเปี้ยนชิพ อีเวนท์ จะจัดที่ สนามพีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ จังหวัด สงขลา “ในปีนี้ทุกท่านจะได้รับความพิเศษจากแบรนด์ยางรถยนต์ ที่เข้ามาร่วมทำการแข่งขันในปีนี้ ต้องบอกว่าเป็นความแตกต่างของรายการนี้เลยก็ว่าได้ ซึ่งรายการ PT Maxnitron Racing Series เราได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตของเมืองไทย ไม่ใช่เพียงแค่ในเรื่องของสกิลนักแข่ง แต่ยังมีเรื่องของเศรษฐกิจหมุนเวียนในภายนอกและภายใน มอเตอร์สปอร์ต อินดัสทรี ด้วย พร้อมกับจัดโซนต่างๆให้ครอบคลุม กับทุกครอบครัวที่ได้เข้ามาร่วมชมการแข่งขัน พร้อมที่จะต้อนรับทุกๆท่านให้เอ็นจอยภายในสนามแข่งขันได้ทั้งวัน” สามารถติดตามข่าวสารของ รายการ PT Maxnitron Racing Series ได้ทางแฟนเพจเฟสบุ๊ค PT Maxnitron Motorsportและเว็ปไซท์ www.PTGRacing.com
- New Mitsubishi Pajero Sport! Model year 2024, new engine! Clean Diesel "Hyper Power"
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เผยโฉม มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่! รุ่นปี 2024 เครื่องยนต์ใหม่! คลีนดีเซล “ไฮเปอร์พาวเวอร์” ภายในดีไซน์ใหม่ ยกระดับความสปอร์ต พรีเมียม สะดวกสบายเหนือกว่าด้วยเทคโนโลยีครบครัน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 หลอมรวมที่สุดแห่งดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อยอดทุกเทคโนโลยีสู่ขั้นสุด ด้วยขุมกำลังใหม่ “ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power)” เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 4 สูบแถวเรียงความจุ 2.4 ลิตรเปี่ยมสมรรถนะทะยานไปสู่ทุกจุดหมายด้วยพลังการควบคุมที่เหนือระดับ จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน มอบความสะดวกสบายยิ่งกว่าให้กับทุกที่นั่ง ภายในตกแต่งใหม่ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตาด้วยการปรับโฉมเติมความคมเข้มปราดเปรียว ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ นักเที่ยวสายลุย ที่มีความมั่น ใจในตัวเอง กล้าคิดกล้าทำกล้าใช้ชีวิต โดยมีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และขับเคลื่อน 2 ล้อ พร้อมจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ราคาเริ่มต้น 1,389,000 บาท ด้วยสโล แกน “Power in Your Control ไปสู่ทุกจุดหมายด้วยพลังการควบคุมที่เหนือระดับ” มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่นปี 2024 มีจำหน่าย 4 รุ่นย่อย ดังนี้ - รุ่น Prime 2WD วางจำหน่ายที่ราคา 1,389,000 บาท - รุ่น Ultra 2WD วางจำหน่ายที่ราคา 1,529,000 บาท ■ หมายเหตุ สำหรับรุ่น Prime และ Ultra สีขาว White Diamond เพิ่ม 15,000 บาท - รุ่น Elite Edition 2WD วางจำหน่ายที่ราคา 1,579,000 บาท - รุ่น Elite Edition 4WD วางจำหน่ายที่ราคา 1,689,000 บาท ■ หมายเหตุ สำหรับรุ่น Elite Edition ทั้ง 2WD และ 4WD สีแดง Medium Red/Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท ■สีขาว White Diamond/Black Roof เพิ่ม 20,000 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง ติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ Mitsubishi Motors Thailand ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ Website. : www.mitsubishi-motors.co.th Facebook : Mitsubishi Motors Thailand Instagram : @MitsubishiMotorsTh Youtube Channel : Mitsubishi Motors Thailand Line Official Account/ ID : Mitsubishi Motors Th / @MitsubishiMotorsTh #newpajerosport2024 #powerinyourcontrol #SportPremium #เครื่องใหม่เกียร์ใหม่ช่วงล่างนุ่มหนึบ #MitsubishiMotorsThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- TALARIA THAILAND
พิมพ์ภัทราหนุนภาคเอกชนไทยสานต่อนโยบาย EV ของรัฐบาล เอ็ม กรุ๊ป โฮลดิ้ง ประเทศไทย จับมือ เจียหลิง กรุ๊ป และ ทาลาเรีย พาวเวอร์ เทค ประเทศจีนขานรับผลิต E BIKE ตั้งไทยเป็นฐานส่งออกอาเซียน นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว. อุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงาน “เปิดประสบการณ์ความท้าทายครั้งใหม่ กับ TALARIA THAILAND ” โดยในงานมีพิธีเซ็นสัญญาร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท ทาลาเรีย อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด กับ บริษัท ฉงชิ่ง เจียหลิง-เจียเผิง อินดัสทรี จำกัด (ประเทศจีน) เพื่อผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า (E-Bike) โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากหลายประเทศ เช่น จีน ลาว เมียนมา รวมถึงนางจีรนันท์ วงษ์มงคล ประธานสมาคมธุรกิจไทยในกัมพูชางานจัดขึ้นที่ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รมว. อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยโชคดีที่มีการปรับตัวทางด้านเทคโนโลยีให้ทันยุคทันสมัย โดยเฉพาะเรื่องยานยนต์ไฟฟ้า ที่รัฐบาลมีมาตรการสนับสนุนการลงทุนมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จนถึง จนถึงรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้ออกมาตรการ EV 3.0 และมีการตอบรับในประเทศเป็นอย่างดีในช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา ยอดขายและกำลังซื้อเพิ่มขึ้นมากโดยเฉพาะปีที่แล้วยอดสูงเกือบ 70,000 คัน รมว.อุตสาหกรรม กล่าววว่า ในส่วนของจักรยาน ยนต์ไฟฟ้า ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายที่รัฐบาลให้การสนับสนุน และไม่ตอบสนองเฉพาะคนในประเทศเท่านั้น แต่ยังเปิดรับนักลงทุนต่างประเทศให้เข้ามาตั้งฐานการผลิตในประเทศไทย และได้ทำงานกันมาถึง 2 รัฐบาล ในการเตรียมความพร้อมที่จะอำนวยความสะดวกทางด้าน พลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐาน ทั้งขนส่งทางรถ ทางราง และทางอากาศ ตลอดจนมาตรการช่วยเหลือนักลงทุน ที่ทั้งนายกรัฐมนตรี บีโอไอ และกระทรวงอุตสาหกรรม เราทำไปพร้อม ๆ กัน วันนี้เราจึงเห็นนักลงทุน โดยเฉพาะจากประเทศจีนเข้ามาตั้งฐานการผลิตมากขึ้นเรื่อย ๆ จากความเชื่อมั่นดังกล่าว ท่านนายกฯ เศรษฐา คาดการณ์ว่าปีนี้การลงทุนน่าจะแตะถึง 1 ล้านล้านบาท ความร่วมมือในครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของการทำธุรกิจ ที่ยังคงรักษาโลกใบนี้ให้สวยงาม ส่งต่ออากาศบริสุทธิ์สะอาด และนวัตกรรมสีเขียวให้กับรุ่นลูก รุ่นหลานของเราต่อไป นายหวัง ฟ่าน ประธานกรรมการ และหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ทาลาเรีย พาวเวอร์ เทค เมื่อ พ.ศ. 2563 กล่าวว่า ทาลาเรียมุ่งเน้นการผลิตและจำหน่ายจักรยานยนต์ผ่านการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้น สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในนครฉงชิ่ง สาธารณ รัฐประชาชนจีน ซึ่งในปัจจุบัน ถือเป็น “ซิลิคอนวัลลีย์” แห่งการผลิต E-Bike ทาลาเรียเป็นแบรนด์ที่มีอายุน้อยแต่มีพลวัตสูง ได้รับการรับรองจากผู้ค้าและผู้ขับขี่ยานพาหนะทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรปในเวลาอันรวดเร็ว กลายเป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ การร่วมมือกับบริษัท เอ็ม กรุ๊ป โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) ถือเป็นการตั้งฐานการผลิตนอกประเทศขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อทำหน้าที่ดูแลตลาดผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ของทาลาเรียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ “ในอนาคต ฐานการผลิตใหม่ของทาลาเรียจะกลายเป็นศูนย์กลางสำหรับนวัตกรรมและความเป็นเลิศด้านการผลิต และเป็นศูนย์กลางสำหรับการทำงาน การแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน พวกเรามีความคิดที่จะทำงานร่วมกับชุมชนในพื้นที่ สถาบันการศึกษา และองค์กรการวิจัย เพื่อสร้างเสริมวัฒนธรรมแห่งการเรียนรู้ สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้อนาคต” นายหวัง ฟาน กล่าว นายลี่ ซื่อ หลิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาลาเรีย อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าต้องขอขอบ คุณรัฐบาลไทยที่มีนโยบายส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานสะอาด รวมถึงมีมาตรการอุดหนุนผู้บริโภคสำหรับซื้อยานยนต์ไฟ ฟ้าในราคาไม่แพง ทาลาเรียประเทศไทยตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2566 อยู่ในบางกอกฟรีเทรดโซนซึ่งได้รับเป็นเขตอุตสาหกรรมโดยกระทรวงอุตสาหกรรม อีกไม่นานนี้ทาลาเรียจะมีศูนย์จำหน่ายและบริการ 300 แห่งทั่วกลุ่มประเทศอาเซียน สามารถส่งผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าในระยะเวลา 10 - 15 วันเท่านั้น “ทาลาเรียมีการวิจัยและพัฒนาโดยผสมผสานเทค โนโลยีจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุดเข้ากับกระบวนการผลิตที่ทันสมัยที่สุดจึงได้อีไบค์ที่มีน้ำหนักเบา สมรรถนะสูง ความคล่องตัวสูง และเร้าใจในทุกพื้นผิวการขับขี่ โดยอีไบค์ที่ได้พัฒนาออกมาใหม่ล่าสุดมี 2 รุ่นใหญ่ๆ ได้แก่ Sting และ xXx ซึ่งทั้ง Sting และ xXx จะมีรุ่นย่อยลงไปอีกหลายรุ่น ทั้งหมดผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO9001 มาตร ฐาน CE และ E-mark ของยุโรป รวมถึงมาตรฐานความปลอดภัย UL ของสหรัฐอเมริกา” นายลี่ ซื่อ หลิน ระบุ นายเกอ ฟง ประธานกรรมการบริษัท ฉงชิ่ง เจียหลิง -เจียเผิง อินดัสทรี จำกัด (ประเทศจีน) กล่าวว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้ทุ่มเทให้กับการค้นคว้าวิจัย พัฒนา และผลิตรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก เราพร้อมแบ่งปันผลประโยชน์ที่จะได้รับจากการทำงานร่วมกับบริษัทที่มีฐานการตลาดในประเทศจีนรวมถึงทั่วโลก การร่วมมือกันสามารถเกิดขึ้นได้เพราะการพัฒนาร่วมกันระหว่างทั้งสองฝ่ายมาโดยตลอด ทำให้เกิดโครง การความร่วมมือเชิงลึกมากมาย และเกิดพันธมิตรความร่วมมือระหว่างทั้งสองฝ่ายในที่สุด นางสาวภิญญ์ชยุตม์ อัครกุลศานต์ ประธานกรรม การบริหาร บริษัท เอ็ม กรุ๊ป โฮลดิ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งได้ร่วมลงทุนและเป็นหนึ่งในกรรมการบริหาร บริษัท ทาลาเรีย อินดัสทรี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เอ็มกรุ๊ปทำธุรกิจโดยยึดโมเดลเศรษฐกิจ BCG นั่นคือเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว จึงได้ลงทุนในการทำธุรกิจยานพาหนะที่ใช้พลังงานสะอาดกับบริษัททาลาเรียของจีน เพราะเทคโนโลยี EV ของจีนนั้นเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ในส่วนของ E-Bike หรือจักรยานยนต์ไฟฟ้านั้นในประเทศไทยมีให้เห็นตามท้องถนนบ้างแล้วแต่จักรยานยนต์ประเภทออฟโร้ดที่มีน้ำหนักเบานั้นยังแทบไม่มี และทาลาเรียที่ส่งออกจักรยานยนต์ไฟฟ้าประเภทนี้ไปทั่วโลกคือคำตอบที่ลงตัวที่สุดในการร่วมลงทุน “เราต้องการเป็นผู้นำในการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ขับขี่ชาวไทยหันมาใช้จักรยานยนต์ไฟฟ้ากันให้มากขึ้น เพื่อคุณภาพของสุขภาพร่างกาย เกิดการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ” นางสาวภิญญ์ชยุตม์ กล่าว และเสริมว่าเอ็มกรุ๊ปยังมีบริษัทเกี่ยวกับจุลินทรีย์ชีวภาพเพื่อการเกษตรและบริษัทเกี่ยวกับการกำจัดของเสียและแปรรูปสิ่งของเหลือใช้เพื่อส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมอยู่แล้วด้วย สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าของทาลาเรียประเทศจีน ใน พ.ศ. 2566 มียอดจำหน่าย ในสหรัฐอเมริกา 13,542 คัน แคนาดา 10,732 คัน อิตาลี 9,785 คัน เยอรมนี 9,468คัน ฝรั่งเศส 8,704คัน สหราชอาณาจักร 8,594 คัน และประเทศในสหภาพยุโรปอื่นๆ 3,632 คัน ตะวันออกกลาง 431 คัน แอฟริกาตะวันตก 248 คัน ประเทศในอเมริกาใต้ 206 คัน ซึ่งถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากจากทั่วโลก....... #เปิดประสบการณ์ความท้าทายครั้งใหม่ทาลาเรีย #TALARIATHAILAND #เอ็มกรุ๊ปโฮลดิ้งประเทศไทย #เจียหลิงกรุ๊ป #ทาลาเรียอินดัสทรีประเทศไทย #ทาลาเรียพาวเวอร์เทคประเทศจีน #EBIKE #จักรยานยนต์ไฟฟ้าของทาลาเรีย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com











