


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- KRUNGSRI AYUTTHAYA KIZUNA EKIDEN 2020
ท่องเที่ยวและกีฬา,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย,โทรทัศน์ RKB แห่งประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา จัดการแข่งขันวิ่งผลัดเชื่อมสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น “กรุงศรีอยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง 2020" (KRUNGSRI AYUTTHAYA KIZUNA EKIDEN 2020) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ในวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา เพื่อสานความสัมพันธ์อันดีที่มีมากว่า 130 ปีไทย-ญี่ปุ่น โดยมี นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ นายนิวัฒน์ ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ มร. ชินโกะ โอซุโบะ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนา สำนักงานใหญ่ หนังสือพิมพ์ไมนิจิ (Mainichi) ร่วมงาน นายฉัททันต์ กุญชร ณ อยุธยา รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิคใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า “การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยภาคภูมิใจที่ได้ร่วมสนับสนุนการจัดการแข่งขันวิ่งผลัด “กรุงศรีอยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง” เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยทั้ง 3 สำนักงานในประเทศญี่ปุ่น ได้ดำเนินการประสานงานร่วมกับพันธมิตรในพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์และเชิญชวนให้ชาวญี่ปุ่นสมัครเข้าร่วมกิจกรรมนี้ให้มากขึ้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นได้รู้จักแหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทย ตอกย้ำถึงความสวยงามของอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาให้มากขึ้นอีกด้วย สำหรับการแข่งขันในปีนี้ยังคงมุ่งเน้นเรื่องสุขภาพและความสวยงาม โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะมีการออกบูธเพื่อแนะนำแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ผลิตภัณฑ์เสริมความงามและสุขภาพ ซึ่งผลิตจากวัตถุดิบภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาจัดแสดงอีกด้วย” ด้านนายนิวัฒน์ ภาตะนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในฐานะเจ้าบ้าน เผยว่า “ในส่วนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีความพร้อมทุกด้านเพื่อรองรับการแข่งขันวิ่งผลัด “กรุงศรีอยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง 2020” เหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา เราได้รับความร่วมมืออย่างดียิ่งจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมระดมกำลังพลทุกหน่วยทั้งด้านการจราจร การติดตั้งไฟส่องสว่างและป้ายบอกเส้นทาง ที่สำคัญคือการปิดการจราจร 100 เปอร์เซ็นต์บริเวณโดยรอบเส้นทางการแข่งขันตั้งแต่เวลา 06.00 – 09.00 น. เพื่ออำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และเปิดโอกาสให้นักวิ่งได้สัมผัสบรรยากาศและทิวทัศน์ตลอดเส้นทางวิ่ง ซึมซับความงดงามของโบราณสถาน อาทิ วัดมหาธาตุ, วิหารพระมงคลบพิตร, วัดราชบูรณะ โดยรอบอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาได้อย่างเต็มที่ โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะสร้างความประทับใจและมีโอกาสต้อนรับเหล่านักวิ่งในปีต่อ ๆ ไปอีกด้วย” สำหรับนายเซอิจิโระ อาคิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ผู้ร่วมสนับสนุนการแข่งขันฯ กล่าวว่า “กรุงศรี กรุ๊ป มีความยินดีที่เป็นผู้สนับสนุนหลักของ “กรุงศรี อยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง 2020” กิจกรรมที่สนุกสนานและท้าทาย ซึ่งเราได้ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 นับตั้งแต่การจัดครั้งแรกในปี 2017 โดยในปี 2020 ที่จะมาถึงนี้ นอกจากจะเป็นปีที่กรุงศรีฉลองครบรอบ 75 ปี ในการเป็นสถาบันการเงินที่ดำเนินธุรกิจและให้บริการทางการเงินด้วยความรับผิดชอบ โดยคำนึงถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของธนาคารและสังคมไทยมาโดยตลอด ปี 2020 ยังเป็นปีพิเศษสำหรับประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิค 2020 ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ของกรุงศรี คือ มิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป หรือ MUFG ได้ดำเนินธุรกิจในฐานะกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น คำว่า “คิซูน่า” เป็นภาษาญี่ปุ่นที่มีความหมายลึกซึ้ง สื่อถึงความสามัคคีและมิตรภาพ ซึ่งเป็นหลักการที่กรุงศรียึดมั่นในคุณค่าดังกล่าว ไม่เพียงแต่ในกิจกรรมวิ่งผลัดครั้งนี้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับผู้มีส่วนได้เสียของธนาคาร รวมถึง MUFG ซึ่งได้ช่วยสร้างผสานพลังความแข็งแกร่งในหลาย ๆ ด้านให้กับกรุงศรี ในฐานะที่เป็นสถาบันการเงินไทยที่ก้าวไกลสู่เวทีโลก กรุงศรียึดมั่นในการร่วมสร้างการเติบโตอย่างทั่วถึง เรามุ่งมั่นในการส่งเสริมและขยายผลเชิงบวกให้กับลูกค้าและสังคม และยังคงส่งมอบคุณค่าทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างต่อเนื่อง เราได้ให้บริการสังคมอย่างยั่งยืนในหลายรูปแบบ รวมทั้งสนับสนุนให้พนักงานกรุงศรีตอบแทนสังคมที่เรามีส่วนร่วมด้วย สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งเป็นบ้านเกิดของกรุงศรี การจัดงานกรุงศรี อยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง ได้แสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ของธนาคารและถิ่นกำเนิด ซึ่งเราได้ให้การสนับสนุนมาอย่างต่อเนื่องร่วมกับภาครัฐและเอกชนในการร่วมอนุรักษ์และปรับปรุงโบราณสถานผ่านหลาย ๆ โครงการ” “เอกิเด้ง” เป็นการแข่งขันวิ่งผลัดที่แสดงออกถึงความสามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้อย่างชัดเจน ด้วยเอกลักษณ์การวิ่งผลัดแบบทีมผ่านสัญลักษณ์สายสะพาย “ทาซูกิ (TASUKI)” สำหรับการแข่งขันวิ่งผลัด “กรุงศรีอยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง 2020” จะกำหนดให้ผู้สนใจสมัครแข่งขันเป็นทีม ๆ ละ 4 คน มีสมาชิกในทีมเป็นชาวไทยและชาวญี่ปุ่น สัญชาติละ 1 คนเป็นอย่างน้อย วิ่งผลัดโดยการส่งต่อสายสะพาย “ทาซูกิ” (TASUKI) ที่มีการติด Chip Timing เพื่อพิชิตระยะทางรวม 13.6 กิโลเมตร ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ทั้งนี้ตลอดการแข่งขันจะใช้มาตรฐานการจับเวลาด้วยการใช้ระบบชิพ RFID Race Timing ที่ได้รับการยอมรับว่าตรงตามมาตรฐานสากล และจะยึดถือเวลา Finish Time เป็นเกณฑ์การตัดสิน รับสมัครเพียง 500 ทีม เริ่มตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤศจิกายน ศกนี้ เท่านั้น การแข่งขัน “กรุงศรีอยุธยา คิซูน่า เอกิเด้ง 2020” (KRUNGSRI AYUTTHAYA KIZUNA EKIDEN 2020) จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ.2563 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พิเศษสุด!!! พบกับเกิร์ลกรุ๊ปไอดอล SWEAT16! (สเวท ซิกทีน) และ ‘Tai from 9SP’ (ไท ฟอร์ม นาย เอสพี) 3 หนุ่มสมาชิกวงไอดอลชาย 10JINACTOR (เท็นจิน แอ๊กเตอร์) ตัวแทนความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น จะมาร่วมสร้างสีสันความสนุกสนานและร่วมวิ่งผลัด พร้อมทั้งแสดงมินิคอนเสิร์ตให้ได้ชมกันในงานนี้อีกด้วย ผู้สนใจสมัครแข่งขันสอบถามรายละเอียดได้ที่ www.goodsportsthailand.com หรือ www.facebook.com/uniquerunning หรือ โทร.0-2949-2855 #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #จังหวัดพระนครศรีอยุธยา #ธนาคารกรุงศรีอยุธยา #หนังสือพิมพ์ไมนิจิ #กรุงศรีอยุธยาคิซูน่าเอกิเด้งปี4 #กรุงศรีอยุธยาคิซูน่าเอกิเด้ง2020 #KRUNGSRIAYUTTHAYAKIZUNAEKIDEN2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Cafe Amazon
คาเฟ่ อเมซอน มอบโชคใหญ่ สิทธิ์ เป็นเจ้าของกิจการร้านคาเฟ่ อเมซอน ในกิจกรรม"ลุ้นรวยร้านกับบิลอเมซอน"@นางสาวจิราพร ขาวสวัสดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีกจำกัด(มหาชน)หรือ โออาร์ เป็นประธานในพิธีจับรางวัลกิจกรรมส่งเสริมการขาย"ลุ้นรวยร้านกับบิลอเมซอน"พร้อมด้วยคณะผู้บริหารร่วมจับรางวัลให้แก่ลูกค้าร้านค่เฟ่ อเมชอน ผู้โชคดีรับสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของกิจการร้าน Cafe Amazon จำนวน 1 รางวัล และรางวัลอื่นอีก 165 รางวัลรวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท ณ อาคาร ปตท.สำนักงานใหญ่ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม ถึงวันที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยกิจกรรทนี้จัดขึ้นเพื่อคืนกำไรและแทนคำขอบคุณให้แก่ลูกค้าร้าน คาเฟ่ อเมซอน โดยมอบรางวัลใหญ่ รับสิทธิ์เป็นเจ้าของร้านกาแฟ คาเฟ่ อเมซอน และ รางวัลอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีลูกค้าร้านคาเฟ่ อเมซอน ส่งใบเสร็จร่วมลุ้นรางวัลกว่า 12 ล้านใบ จากทั่วประเทศ โดยจะมีพิธีมอบรางวัลแก่ผู้โชคดีในวันที่ 13 ธันวาคม 2562 นี้ สำหรับกิจกรรมลุ้นรวยร้านกับบิลอเมซอนนี้มอบรางวัลจำนวน 166 รางวัลมูลค่ารวมทั้งสิ้น 7,200,000 บาทประกอบด้วยรางวัลที่ 1 สิทธิ์ในการเป็นเจ้าของกิจการร้านคาเฟ่ อเมซอน จำนวน 1 รางวัลมูลค่า 4,100,000 บาท รางวัลที่ 2 ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 10 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท รางวัลที่ 3 ทองคำแท่งหนัก 1 บาทจำนวน 50 รางวัล รวมมูลค่า 1,000,000 บาท รางวัลที่ 4 นาฬิกาสมาร์ทวอทช์ ซุนโต้(Suunto) จำนวน 5 รางวัลรวมมูลค่า 100,000 บาท และรางวัลที่ 5 บัตรกำนัลร้าน คาเฟ่ อเมชอน จำนวน 100 รางวัลรวมมูลค่า 1,000,000 บาท โดยลูกค้าที่ซื้อเครื่องดื่มขนม หรือสินค้าในร้านคาเฟ่ อเมซอน ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศมูลค่า 60 บาทขึ้นไปต่อ 1 ใบเสร็จจะได้รับ 1 สิทธิ์ในการลุ้นรางวัลโดยสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีได้ทั้งหมดได้ทางเว็บไซต์ www.cafe-amazon.com ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่พลาดกิจกรรมในครั้งนี้สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมครั้งต่อไปของคาเฟ่ อเมซอนได้ทาง www .cafe-amazon.com โดย คาเฟ่ อเมซอน จะยังคงจัดกิจกรรมดีๆเช่นนี้อย่างต่อเนื่องและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะยังคงเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และการบริการของ โออาร์ นี้ตลอดไป #คาเฟ่อเมซอน #ลุ้นรวยร้านกับบิลอเมซอน #โออาร์ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- ITIC FORUM 2019 : Big Data and Al for safer Roads
โตโยต้า ร่วมมือกับทุกภาคส่วนจัดงานสัมมนาไอที ITIC FORUM 2019 : Big Data and Al for safer Roads " รู้ล่วงหน้าลดความเสี่ยงเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน นายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและนายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานมูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทยและประธานคณะกรรมการบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทยจำกัด ร่วมงานสัมมนา"ITIC FORUM 2019:Big Data and AI for Safer Roads" เพื่อเผยแพร่ผลที่ได้จากการทำโครงการวิจัยและพัฒนาข้อมูลอุบัติเหตุเพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน มูลนิธิศูนย์ข้อมูลจราจรอัจฉริยะไทย (lntelligent Traffic lnformation Center Foundation หรือ ITTC)เป็นองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร ก่อตั้งโดยนักวิชาการและนักอุตสาหกรรมมาตั้งแต่ปี 2553 เพื่อเป็นศูนย์รวมข้อมูลจราจรภาครัฐและภาคเอกชนมาประมวลผลและเผยแพร่สู่สาธารณะแบบ Real-time โดยประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ฟรี ผ่านเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นของ ITTC เพื่อใช้วางแผนการเดินทาง หลีกเลี่ยงการจราจรติดขัด และเพื่มความปลอดภัยบนท้องถนนด้วยข้อมูลแจ้งเตือนอันตรายหรืออุบัติเหตะทางถนน ซึ่งความสำเร็จตลอด 9 ปีที่ผ่านมาล้วนเกิดจากความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกัน ของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อุบัติเหตุและการเสียชีวิตบนท้องถนนของประเทศไทย ยังอยุ่ในระดับที่สูงมากถึงแม้ว่าจะมีการรณรงค์และมีความร่วมมือจากหลายภาคส่วนอย่างจริงจังในเรื่องนี้ จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกพบว่าในปี 2560 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงถึง 22,491 ราย มากเป็น"อันดับ 9 ของโลก" และ "อันดับ 1 ในเอเซีย" คิดเป็นค่าเฉลี่ยคือมีผู้เสียชีวิต วันละ 60 ราย และยังพบว่าอุบัติเหตุกว่า 50% เกิดขึ้นในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่ง 90 % กระจุกตัวอยึ่ในพื้นที่เพียง 5% ของกรุงเทพฯ ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตเหล่านี้ถือเป็นความสูญเสียที่มากเกินกว่าจะประมินค่าได้ ทั้งนี้ทุกภาคส่วนจึงมีความเห็นตรงกันว่า ยัวมีโอกาสที่จะแก้ปัญหาได้ โดยควรจะตั้งเป้าหมายในการลดจำนวนอุบัติเหตุให้ได้ 20% ภายในเวลา 2 ปี โดยโครงการฯนี้ ได้ใช้ฐานข้อมูลสถิติอุบัติเหตุจากการจัดเก็บข้อมูล 3 ฐาน คือ กระทรวงสาธารณสูข , สำนักงานตำนวจแห่งชาติ และ บริษัทกบางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ รวมกับข้อมูลของมูลนิธิ ITTC และ กรมทางหลวง โดยใส่ข้อมูลอุบัติเหตุดังกล่าวทั้งหมดลงบนแผนที่ ดิจิทัล เพื่อใช้ในการวิเคาระห์หาสาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยง วัน เวลา ตลอดจนสถานที่เสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และนำผลที่ได้มาใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขและป้องกันปัญหาในอนาคต ในโอกาสนี้ยังได่รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นมาร่วมแชร์ประสบการณ์การบริหารจัดการความปลอดภัยบนท้องถนนที่ประสบความสำเร็จในการลดจำนวนอุบัติเหตุในเขตไอจิ ประเทศญี่ปุ่น ให้ฟังในงานนี้อีกด้วย ซึ่งสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนนจาก 10,000 ราย เหลือเพียง 5,000 ราย ในปี 2553 และเหลือเพียง 3,500 ราย ในปี 2561 ซึ่งถือเป็นความสำเร็จที่มีค่าและน่าสนใจที่จะนำมาศึกษาเป็นตัวอย่างเพื่อปรับใช้กับประเทศไทยเราต่อไป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ถนนได่ตระหนักถึงการเดินทางอย่างปลอดภัย เคารพกฎวินัยจราจร และแบ่งปันน้ำใจในการใช้รถใช้ถนนร่วมกัน อันจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุและร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง"สังคมคนขับรถดี" ผ่านความร่วมมือกับภาคืเครือข่ายความปลอดภัยทางถน โดยหว้งว่าการมีส่วนร่วมของโตโยต้าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถช่วยเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนและสร้างความสูขให้กับคนไทยได้ #iticforum2019 #BigDataandAlforSaferRoads #รุ้ล่วงหน้าลดความเสี่ยงเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Isuzu spends over 4,000 million to upgrade the showroom and the new service center.
อีซูซุทุ่มกว่า 4,000 ล้านปรับโชว์รูมและศูนย์บริการใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ “The TOUCH” เพื่อลูกค้าคนสำคัญ กลุ่มตรีเพชร โดย คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กลุ่มตรีเพชรได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศดำเนินการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุคอนเซ็ปต์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “The TOUCH” ซึ่งไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนแปลงด้าน “ฮาร์ดแวร์” คือตัวโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่เท่านั้น แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องสถานที่คือเรื่องของ “ซอฟต์แวร์” ซึ่งเรามุ่งเน้นที่จะยกระดับการบริการด้านต่าง ๆ โดยนำเอาเอกลักษณ์การบริการตามแบบฉบับอีซูซุที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 62 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มาสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้กับลูกค้าเมื่อมาที่อีซูซุ รวมทั้งได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการอำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดเวลาของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ปัจจุบันการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการคอนเซ็ปต์ใหม่เริ่มทยอยปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยจำนวน 16 แห่งทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นจากอาคารสำนักงานใหญ่และศูนย์บริการของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เพื่อเป็นต้นแบบให้กับผู้จำหน่ายทั่วประเทศ หลังจากนี้คาดว่าภายในปี 2565 จะแล้วเสร็จมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 4.3 พันล้านบาท นับเป็นเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” สำหรับความหมายที่แฝงผ่านตัวอักษร T-O-U-C-H มีดังนี้ T มาจาก “Trust” หรือ “ความเชื่อมั่น” ที่ผู้ใช้รถชาวไทยมีให้กับ “อีซูซุ” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “แบรนด์ที่คุ้มค่าเงินสูงสุด” (Best Value for Money) นั่นคือคุณภาพดีที่สุด ประหยัดน้ำมันที่สุด เครือข่ายการจำหน่ายและการบริการหลังการขายดีที่สุด และราคาขายต่อดีที่สุด ทำให้ “อีซูซุ” เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นเสมอมา จนเกิดคำกล่าวของผู้ใช้รถชาวไทยที่ว่า“รถบรรทุก ต้องอีซูซุ” “รถปิกอัพ ต้องอีซูซุ” O มาจาก “Omotenashi” หรือ “วัฒนธรรมการบริการเหนือระดับ” ซึ่งเป็นแนวคิดของวัฒนธรรมการบริการของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงว่าคนมีจิตบริการเป็นเลิศ อีซูซุถือเป็นเจ้าแรกในแวดวงธุรกิจเมืองไทย ไม่เฉพาะแต่ในวงการรถยนต์เท่านั้น ที่นำวัฒนธรรมการบริการนี้มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยยกระดับจากโครงการ “ยิ้มจากใจ” หรือ Hearty Smile ซึ่ง ผู้จำหน่ายอีซูซุทุกแห่งได้ปฏิบัติเป็นมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว U มาจาก “Understanding” หรือ “ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า” โดยอีซูซุมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเสมอ โดยยึดจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลักตลอดมา C มาจาก “Community” หรือ “เพื่อชุมชน” เป็นสถานที่ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกในชุมชนต่าง ๆ ของสังคมไทย H มาจาก “Hi-tech” หรือ “เทคโนโลยีล้ำสมัย” อีซูซุคือผู้นำด้านนวัตกรรมในวงการรถยนต์ของไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! ที่พัฒนาตามแนวคิด “ยนตรกรรมที่เหนือคำว่าปิกอัพ” (Beyond the Pickup) สำหรับการบริการหลังการขายในยุคดิจิตอลนี้ อีซูซุได้นำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น เช่น เว็บแอพลิเคชั่น “my-ISUZU” , Line official และ Social media ต่าง ๆ เป็นต้น
- Isuzu spends over 4,000 million to upgrade the showroom and the new service center.
อีซูซุทุ่มกว่า 4,000 ล้านปรับโชว์รูมและศูนย์บริการใหม่ ชูคอนเซ็ปต์ “The TOUCH” เพื่อลูกค้าคนสำคัญ กลุ่มตรีเพชร โดย คุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กลุ่มตรีเพชรได้ร่วมมือกับผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศดำเนินการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการอีซูซุคอนเซ็ปต์ใหม่ ภายใต้แนวคิด “The TOUCH” ซึ่งไม่เพียงเป็นการเปลี่ยนแปลงด้าน “ฮาร์ดแวร์” คือตัวโชว์รูมและศูนย์บริการรูปแบบใหม่เท่านั้น แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้เรื่องสถานที่คือเรื่องของ “ซอฟต์แวร์” ซึ่งเรามุ่งเน้นที่จะยกระดับการบริการด้านต่าง ๆ โดยนำเอาเอกลักษณ์การบริการตามแบบฉบับอีซูซุที่สั่งสมมาตลอดระยะเวลา 62 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย มาสร้างประสบการณ์สุดประทับใจให้กับลูกค้าเมื่อมาที่อีซูซุ รวมทั้งได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการอำนวยความสะดวกและช่วยประหยัดเวลาของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ปัจจุบันการปรับโฉมโชว์รูมและศูนย์บริการคอนเซ็ปต์ใหม่เริ่มทยอยปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยจำนวน 16 แห่งทั่วประเทศ โดยเริ่มต้นจากอาคารสำนักงานใหญ่และศูนย์บริการของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เพื่อเป็นต้นแบบให้กับผู้จำหน่ายทั่วประเทศ หลังจากนี้คาดว่าภายในปี 2565 จะแล้วเสร็จมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ รวมมูลค่าเงินลงทุนทั้งสิ้น 4.3 พันล้านบาท นับเป็นเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย” สำหรับความหมายที่แฝงผ่านตัวอักษร T-O-U-C-H มีดังนี้ T มาจาก “Trust” หรือ “ความเชื่อมั่น” ที่ผู้ใช้รถชาวไทยมีให้กับ “อีซูซุ” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “แบรนด์ที่คุ้มค่าเงินสูงสุด” (Best Value for Money) นั่นคือคุณภาพดีที่สุด ประหยัดน้ำมันที่สุด เครือข่ายการจำหน่ายและการบริการหลังการขายดีที่สุด และราคาขายต่อดีที่สุด ทำให้ “อีซูซุ” เป็นแบรนด์รถยนต์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นเสมอมา จนเกิดคำกล่าวของผู้ใช้รถชาวไทยที่ว่า“รถบรรทุก ต้องอีซูซุ” “รถปิกอัพ ต้องอีซูซุ” O มาจาก “Omotenashi” หรือ “วัฒนธรรมการบริการเหนือระดับ” ซึ่งเป็นแนวคิดของวัฒนธรรมการบริการของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีชื่อเสียงว่าคนมีจิตบริการเป็นเลิศ อีซูซุถือเป็นเจ้าแรกในแวดวงธุรกิจเมืองไทย ไม่เฉพาะแต่ในวงการรถยนต์เท่านั้น ที่นำวัฒนธรรมการบริการนี้มาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยยกระดับจากโครงการ “ยิ้มจากใจ” หรือ Hearty Smile ซึ่ง ผู้จำหน่ายอีซูซุทุกแห่งได้ปฏิบัติเป็นมาตรฐานเรียบร้อยแล้ว U มาจาก “Understanding” หรือ “ความเข้าใจในความต้องการของลูกค้า” โดยอีซูซุมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์หรือบริการต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นเสมอ โดยยึดจากความต้องการของลูกค้าเป็นหลักตลอดมา C มาจาก “Community” หรือ “เพื่อชุมชน” เป็นสถานที่ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่สมาชิกในชุมชนต่าง ๆ ของสังคมไทย H มาจาก “Hi-tech” หรือ “เทคโนโลยีล้ำสมัย” อีซูซุคือผู้นำด้านนวัตกรรมในวงการรถยนต์ของไทยที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! ที่พัฒนาตามแนวคิด “ยนตรกรรมที่เหนือคำว่าปิกอัพ” (Beyond the Pickup) สำหรับการบริการหลังการขายในยุคดิจิตอลนี้ อีซูซุได้นำเทคโนโลยีต่าง ๆ มาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากขึ้น เช่น เว็บแอพลิเคชั่น “my-ISUZU” , Line official และ Social media ต่าง ๆ เป็นต้น
- Isuzu Race Spirit 2019
อีซูซุระเบิดความมัน...เฟ้นหาสุดยอดรถ “อีซูซุดีแมคซ์” ที่แรงและเร็วที่สุดแห่งปี ในการแข่งขัน Isuzu Race Spirit 2019 รอบชิงชนะเลิศ บริษัท ตรีเพชรอีซูซูเซลส์ จำกัด จัดแข่งขัน “Isuzu Race Spirit 2019” รอบชิงชนะเลิศ ครั้งยิ่งใหญ่ของเมืองไทย เฟ้นหาสุดยอดรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์” ที่แรงและเร็วที่สุดแห่งปี นำเหล่านักแข่งสุดยอดแชมป์จากสนามรอบคัดเลือกมาร่วมประลองความเร็วทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ชิงเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 1.2 ล้านบาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ และกิจกรรมความบันเทิงสุดเร้าใจอีกมากมายสำหรับผู้รักความเร็วตัวจริง ณ สนามบางกอกแดร็ก อเวนิว คลอง 5 ปทุมธานี กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันพัฒน์ กรรมการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน Isuzu Race Spirit เป็นการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางตรงแบบควอเตอร์ไมล์ ระยะทาง 402 เมตร ที่จัดการแข่งขันในรอบคัดเลือกเพื่อเก็บคะแนนรวมทั้งหมด 4 สนาม ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อนำผู้ชนะในแต่ละสนามมาชิงชัยความเป็นเจ้าแห่งความเร็วตัวจริงในรอบชิงชนะเลิศ รวมทั้งหมด 6 รุ่น ชิงเงินรางวัลรวมทั้งสิ้นกว่า 1.2 ล้านบาท ซึ่งการแข่งขัน Isuzu Race Spirit นั้นเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตที่อีซูซุได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และประสบความสำเร็จอย่างสูงตั้งแต่ครั้งแรก จนถึงปัจจุบันจัดมาเป็นปีที่ 7 โดยรวมเหล่าสุดยอดรถแข่งเครื่องยนต์อีซูซุจากสำนักแต่งชั้นนำของเมืองไทยไว้อย่างครบถ้วน อาทิ หนุ่ย&เป๋อ สุพรรณ เบิร์ดหลัก 5 มนตรีดีเซล เอ้ ปลาทู เอ๋เทอร์โบ นครปฐม เจี๊ยบ เซอร์วิส นครปฐม เบิร์ด เหม่ง Pro Garage รวมถึงนักแข่งรถที่ร่วมส่งรถอีซูซุเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อทำลายสถิติของตัวเอง และชิงความเป็นที่หนึ่งของเครื่องยนต์อีซูซุ ประจำปี 2019” ทั้งนี้ผลการแข่งขันชิงความเป็นหนึ่งด้านความเร็วเฉือนกันแบบวินาทีของ “อีซูซุดีแมคซ์” ในรอบชิงชนะเลิศที่มีเงินรางวัล 100,000 บาท 50,000 บาท และ 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศสำหรับผู้ชนะทั้ง 3 อันดับในแต่ละรุ่น รวม 6 รุ่น ได้แก่ · Isuzu D-Max Pro 1.9 Ddi Blue Power ชนะเลิศ ฐาปกรณ์ เข็มกลัด ทีม เอ้เรซซิ่งการาจ (10.768 วินาที) รองอันดับ 1 จาตุรนต์ เอี่ยมรอด ทีม แบ่งปันเรซซิ่ง รองอันดับ 2 ศุภพรพงศ์ ทรัพย์ศิริ ทีม กำนันสไลออน ช่างจิว หลัก 5 · All-New Isuzu Turbo 46mm. ชนะเลิศ ชัยวัฒน์ อนุรักษ์ชาติ ทีม อู่ช่างวัฒน์ รองอันดับ 1 ศุภทัศน์ บุญเรือง ทีม พิเชษยนต์ สมหมายเซอร์วิส รองอันดับ 2 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ยเป๋อ · All-New Isuzu F55 Pro ชนะเลิศ พิเชษฐ์ สัยยะนิฐี ทีม ป.ออโต้แม็กซ์ ช่างพีเสนา Alpahtech Team (9.212 วินาที) รองอันดับ 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม ดาอะไหล่สด หนุ่ย+เป๋อ รองอันดับ 2 ธรรมรัช เพิ่มสุข ทีม รักษ์ดีเซล ช่างน้อยมีนบุรี D-Fast · All-New Isuzu Pro Modify ชนะเลิศ พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบมนตรี มนตรีดีเซล ECU Shop (7.640 วินาที) รองอันดับ 1 อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม โชคกุ้งทองคำ หนุ่ยเป๋อ รองอันดับ 2 ศุภเวช อชิระกุนทร ทีม หนุ่ยเป๋อ ศักดิ์เทอร์โบ · All-New Isuzu Open Unlimited ชนะเลิศ อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ยเป๋อ นพพิจิตร (7.172 วินาที) รองอันดับ 1 ธนพล ชูเจริญผล ทีม เบิร์ดหลักห้า รองอันดับ 2 ชูเกียรติ แซ่ตัน ทีม วราศักดิ์อะไหล่ยนต์ Prospeed · Dragster Diesel ชนะเลิศ อนุวัฒน์ มณีอินทร์ ทีม หนุ่ยเป๋อ เสี่ยแซม 3P (7.000 วินาที) รองอันดับ 1 พิจารณ์ วงษ์สมบูรณ์ ทีม จ๊อบมนตรี ECU Shop สยามเซ็นทรัลก๊าซ รองอันดับ 2 ธนพล ชูเจริญผล ทีม เบิร์ดหลักห้า นอกจากนี้ อีซูซุยังได้จัดกิจกรรมสุดมันภายในงานให้แฟนอีซูซุได้สัมผัสกับ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” พลานุภาพ...พลิกโลก! (The “All-New Isuzu D-Max…Infinite Potential”) ยนตรกรรมที่เหนือกว่าคำว่าปิกอัพ ภายใต้แนวคิด BOLD, EMOTIONAL and SMART ดีไซน์ใหม่หมดทุกมิติจากภายนอกจรดภายใน แรงสะใจกับขุมพลังเครื่องยนต์ใหม่ แพลตฟอร์มใหม่เพื่อดุลยภาพของการขับขี่ พร้อมระบบความปลอดภัยใหม่เต็มรูปแบบ พบกับรถ “ออลนิว อีซูซุดีแมคซ์” แต่งซิ่งจากสำนักแต่งชั้นนำ พร้อมกิจกรรมความบันเทิงเต็มรูปแบบ อาทิ การขับ Drift Performance Show โดย Pop Drift King, Sexy Wash สุดเซ็กซี่โดยนางแบบจาก Penthouse Thailand พร้อมความสนุกสุดมันกับ DJ Lady และบูธผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์ตกแต่งคุณภาพชั้นนำ อาทิ ECU Shop, Alpha Tech, Caltex, PTT, BRC Clutch, Monzashop, Akana Carbon มาร่วมสร้างสีสันในงานอย่างคับคั่ง จัดเต็มสำหรับแฟนอีซูซุโดยเฉพาะ ร่วมติดตามและอัพเดทข่าวสาร และกิจกรรมสุดมันสำหรับคนรักปิกอัพอีซูซุตัวจริงได้ทาง www.isuzu-tis.com #Isuzu #IsuzuRaceSpirit2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- New Wave125i
ฮอนด้าเปิดตัว New Wave125i โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ พร้อมสีใหม่ Blue Metallic เอ.พี. ฮอนด้า ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ครอบครัวของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัว New Wave125i พร้อมสีใหม่ “Blue Metallic” ภายใต้คอนเซปต์ “The Superior of All Time โดดเด่นสมค่าแห่งผู้นำ” ด้วยแรงบันดาลใจจากยานยนต์ระดับไฮคลาสสู่รถจักรยานยนต์ครอบครัวระดับพรีเมี่ยม ดึงดูดทุกสายตาด้วยสีน้ำเงินเมทัลลิกตัดกับเบาะและอินเนอร์สีแดงอย่างลงตัว ดูสง่างามทุกมุมมองด้วยรูปลักษณ์แบบ Superior Design ที่เน้นความปราดเปรียวหรูหรา ทันสมัยด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมหน้าปัดเรือนไมล์เรียบหรู สะดวกสบายด้วย U-Box ขนาด 17 ลิตร ใส่หมวกกันน็อกแบบเต็มใบได้ ทั้งยังใช้งานง่ายด้วย Seat Opener & Key Shutter ขับขี่สนุกและประหยัดด้วยเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 125ซีซี หัวฉีด PGM-FI ตอบสนองทันใจแต่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 69 กม./ลิตร (วัดตามมาตรฐาน EURO4 ใหม่) พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ที่ Honda Wing Center ทั่วประเทศ รุ่นล้อแม็กมีให้เลือก 4 สีได้แก่ น้ำเงิน-แดง, เทา-แดง, ดำ-แดง, ขาว-แดง ราคาแนะนำ 55,600 บาท และรุ่นล้อลวดมีให้เลือก 3 สีได้แก่ แดง-ดำ, ดำ, น้ำเงิน-ดำ ราคาแนะนำ 53,400 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.aphonda.co.th #Honda #Wave125i #TheSuperirorOfAllTime #BlueMetallic #Whatstopsyou? #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Nissan continues the project, just the heart is enough.
นิสสัน สานต่อ โครงการแค่ใจก็เพียงพอ 2562 สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน นักศึกษาทั่วประเทศร่วมนำนวัตกรรมอัพไซเคิล โซลูชัน มาประยุกต์ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย สานต่อโครงการ แค่ใจก็เพียงพอ 2562 เพื่อส่งเสริมพัฒนาความก้าวหน้าอย่างยั่งยืนแก่ชุมชน พร้อมทั้งสนับสนุนให้นักศึกษาทั่วประเทศไทย จัดการกับปัญหาวัสดุ ของเหลือใช้ ในท้องถิ่นด้วยนวัตกรรมอัพไซเคิล โซลูชัน เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ปีที่สามของโครงการฯ ได้รับแรงบันดาลใจจากมรดกแห่ง “การให้” ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ มีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศให้ความสนใจ และเข้าร่วมโครงการฯ รวมทั้งสิ้น 138 ทีม จาก 33 มหาวิทยาลัย ทั่วประเทศนิสสันส่งเสริมโอกาสให้นักศึกษาตั้งแต่ชั้นปีที่สามขึ้นไป ได้นำการเรียนรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และทักษะการวางแผนอย่างบูรณาการเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และยกระดับผลิตภัณฑ์ นักศึกษาสามารถนำนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ได้กับงานด้านการออกแบบ การตลาด การสร้างแบรนด์ กลยุทธ์การสื่อสาร และการสร้างผลิตภัณฑ์ โดยในโครงการฯ รอบแรกนักศึกษาได้ส่งแผนธุรกิจเพื่อจัดการกับความท้าทายที่ชุมชนท้องถิ่นกำลังเผชิญอยู่คณะผู้บริหารนิสสันพร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ และนวัตกรรม ได้ทำการคัดเลือกผู้เข้ารอบรองชนะเลิศจำนวน 12 ทีม จากผลงานการวางแผนเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ ความเป็นไปได้ของแผนงาน และความยั่งยืนของแผนในระยะยาวที่ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพมหานครในรอบสุดท้าย ทีมที่เข้ารอบทั้ง 6 ทีม จะเริ่มต้นทำงานร่วมกับชุมชนจากจังหวัดจันทบุรี จำนวน 3 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนบ้านน้ำใส ชุมชนบ้านน้ำโจน และชุมชนบ้านตะกาดเหง้า ทุกทีมจะพัฒนานวัตกรรมที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและยั่งยืนในการแก้ปัญหาวัสดุ และของเหลือใช้สำหรับชุมชนเหล่านี้ ซึ่งนักศึกษาจะใช้ความรู้ที่ได้รับจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ ผู้เชี่ยวชาญ ประสบการณ์จริง และนวัตกรรมของนิสสันนิสสัน เตรียมมอบทุนการศึกษา และของรางวัลรวมมูลค่ามากกว่า 500,000 บาท ให้แก่ทีมชนะเลิศ และทีมที่ได้อันดับรองลงมา ในโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ 2562” ซึ่งจะมีการประกาศทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในเดือนมีนาคม 2563 “นักศึกษาที่เข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้จะได้รับสิ่งตอบแทนมากกว่ารางวัล พวกเขาจะได้รับทั้งทักษะจากการใช้ชีวิต การอบรมจากผู้เชี่ยวชาญ และโอกาสที่มอบให้แก่ชุมชนจากหัวใจ” กล่าวโดย ราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย โดยเสริมว่า นิสสันรู้สึกขอบคุณจากใจ และยินดีที่ได้เห็นการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายอย่างแท้จริงจากความสำเร็จของโครงการในปีที่ผ่านมา ในปี 2562 นี้ นิสสัน เปิดโอกาสให้แก่มหาวิทยาลัยต่างๆ ทั่วประเทศ โดยมี 7 ภาควิชาจาก 6 มหาวิทยาลัยได้ทำการบรรจุการแข่งขันครั้งนี้ในหลักสูตรการเรียนด้วย“ในฐานะที่เป็นบริษัทฯที่มีความยึดมั่นในทุกตลาดที่เราได้เข้าไปดำเนินงาน เรามุ่งมั่นที่จะทำการสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นอย่างแข็งขัน” กล่าวโดย นาราสิมัน “เราเชื่อในความหลงใหล ความคิดสร้างสรรค์ และจิตวิญญาณของนักศึกษามหาวิทยาลัยทุกคน การแข่งขันในปี 2562 นี้ เรามองเห็นการมีส่วนร่วมที่ยอดเยี่ยมของนักศึกษาในการพัฒนาอัพไซเคิล โซลูชัน ที่ช่วยชุมชนท้องถิ่นในการจัดการกับวัสดุ และของเหลือใช้ แผนงานที่นักศึกษาได้ส่งเข้ามา เป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเขามีใจที่เปิดกว้างและแนวคิดที่แปลกใหม่สำหรับการออกแบบการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการพัฒนาสังคมที่มีมลพิษเป็นศูนย์”ปีเตอร์ แกลลี่ รองประธานสายงานสื่อสารองค์กร นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าวเกี่ยวกับโครงการที่ให้โอกาสแก่นักศึกษาในการนำทักษะ และความมุ่งมั่นที่จะช่วยสร้างสังคมที่ยั่งยืนว่า “นิสสันรู้สึกประทับใจกับจำนวนนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการเป็นจำนวนมาก ประกอบกับทักษะที่แตกต่างกันจากหลากหลายสาขาวิชา ซึ่งพร้อมที่จะอุทิศเวลาว่างในการเข้าร่วมโครงการที่มีความหมายนี้ นิสสันกำลังดำเนินงานมากกว่าการผลิตและขายรถยนต์ เราใส่ใจกับสิ่งแวดล้อม และให้โอกาส เราภูมิใจ และรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำงานร่วมกับนักศึกษาเหล่านี้ เพื่อช่วยกันสร้างสรรค์และพัฒนาชุมชนให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ภายใต้มรดกอันล้ำค่าของกษัตริย์ไทยในอดีตจนถึงปัจจุบันทุกพระองค์ ดร.ปรเมษฐ์ ชุ่มยิ้ม ที่ปรึกษาอาวุโส เมืองนวัตกรรมอาหาร (Food Innopolis) สํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้แสดงความยินดีกับนักศึกษาได้รับการคัดเลือกเข้าสู่รอบรองชนะเลิศว่า “นักศึกษา มีแนวคิดและพัฒนานวัตกรรมในการแก้ไขปัญหาได้อย่างน่าสนใจ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์ความต้องการของชุมชนในพื้นที่ได้” และกล่าวเพิ่มเติมว่า “พวกเขาใช้ชุมชนเป็นหัวใจหลักในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเหล่านี้ขึ้นมา รวมทั้งใส่อัตลักษณ์ของพวกเขาเข้าไปในแต่ละชิ้นงานเพื่อช่วยสร้างชุมชนที่ยั่งยืน พวกเราเชื่อว่าแผนงานของนักศึกษาจะสามารถนำนวัตกรรมในด้านต่างๆ ที่สามารถนำของเหลือใช้ไปต่อยอดและสร้างรายได้ให้กับชุมชนและเรียนรู้วิธีการสร้างโมเดลธุรกิจเพื่อสังคมที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าแบบทำกำไร (Business Value) ควบคู่ไปกับคุณค่าต่อสังคม (Social Value) อย่างยั่งยืนต่อไป”นักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบต่อไป จะได้เข้าร่วมเวิร์คช็อปการออกแบบทางความคิด สำหรับแนะนำแนวการออกแบบและกลยุทธ์ต่างๆ ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยให้นักศึกษาสามารถวางแผนสร้างสรรค์ผลงาน แต่ยังจะช่วยให้พวกเขาสามารถเตรียมตัวสำหรับอาชีพและความก้าวหน้าในอนาคต นักศึกษาจะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมและเวิร์คช็อปต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าหลากหลายสาขา อาทิ การตลาด แบรนด์ดิ้ง และการสื่อสารการตลาด กิจกรรมต่างๆ ที่ได้จัดเตรียมไว้ให้กับนักศึกษาจะเป็นโอกาสในการสร้างเครือข่ายและความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน ผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง เพี่อที่จะเสริมความเป็นเลิศให้กับนักศึกษาสำหรับการทำงานในอนาคตนิสสันได้ทำการเปิดตัวโครงการ “แค่ใจก็เพียงพอ” ครั้งแรกเมื่อปี 2560 เพื่อให้มั่นใจว่าแนวคิดและปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้รับการสืบสานต่อไป โดยในปีนั้นมีบุคคลต้นแบบจำนวน 10 คน ที่ได้น้อมนำคำสอนแนวคิดไปปรับเปลี่ยนทั้งด้านการทำงานและชีวิตส่วนตัว โดยมีพื้นฐานจากคำสอนของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในปี 2561 โครงการมุ่งเน้นไปที่แนวคิดของ “การให้” ซึ่งเป็นคุณลักษณะที่โดดเด่นพระมหากษัตริย์ไทย โดยมีนักศึกษาออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สามารถนำไปขายได้ จากการรีไซเคิลและอัพไซเคิลวัสดุ และของเหลือใช้ในท้องถิ่นเพื่อสร้างกระแสรายได้สำหรับชุมชนท้องถิ่น “ในปี 2561 พวกเราได้เห็นความความตั้งใจ ความคิดสร้างสรรค์ และสปิริตของน้องๆ นักศึกษา โครงการฯ ในปี 2561 พวกเรารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่ามากที่จะได้เห็นผลงานจากความทุ่มเทของเหล่านักศึกษาที่จะสร้างสรรค์ผลงานที่จะช่วยชุมชนแก้ไขปัญหาวัสดุและของเหลือใช้ในชุมชน” นาราสิมัน กล่าว “แผนงานต่างๆ ที่นักศึกษาได้นำเสนอ เป็นที่ประจักษ์ว่าพวกเขาได้เปิดหัวใจที่จะสร้างสรรค์ผลงงาน นวัตกรรมที่เป็นเลิศเพื่อสานต่อการดำเนินวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน” ผู้ที่สนใจ สามารถติดตามข่าวสารของโครงการนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ แค่ใจก็เพียงพอ.com, กดไลค์เฟซบุคเพจ “แค่ใจก็เพียงพอ” ได้ที่ Facebook page, หรือกดติดตาม Instagram #โครงการแค่ใจก็เพียงพอ #นิสสัน #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- All-New Mazda CX-8
อีกหนึ่งบทพิสูจน์สมรรถนะ ALL-NEW MAZDA CX-8 2.5 SP / XDL / XDL EXCLUSIVE รถยนต์อเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ SUV ใหม่ 7 ที่นั่ง และ 6 ที่นั่ง ที่มีราคา 1,699,000 , 1,899,000 , 2,069,000 บาท เส้นทางเชียงใหม่ - เชียงรายหลังจาก มาสด้าเซลส์ ประเทศไทย และ มาสด้า มอ เตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น จัดงานเปิดตัวแนะนำ All New Mazda CX 8 ครอสโอเวอร์ อเนกประสงค์ SUV ระดับพรีเมี่ยมแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งและ 6 ที่นั่ง พร้อมเปิดประสบ การณ์การขับขี่อันล้ำค่ากับช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่สำหรับคุณและคนที่คุณรัก ที่ถือเป็นครอสโอเวอร์ SUV ที่สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความภูมิฐาน สง่างามและความสมบูรณ์แบบตอบโจทย์ความต้องการของทุกคน ในครอบครัวมาพร้อมแนวคิด "The Precious Moment for All ทุกช่วงเวลา.....มีค่าไม่สิ้นสุด" All-New Mazda CX-8 คือรถอเนกประสงค์เพื่อยกระดับความหรูหราของครอสโอเวอร์ SUV ขึ้นไปอีกขั้นด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายแต่งดงามกับคอนเซ็ปต์"Less is More" ที่ลดทอนบางสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปนี่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ด้วยช่วงล่างหนึบ....."Mazda CX-8 2.5 SP 7 Seat รถ SUV แท้ๆ กับเส้นทางทดลองขับที่คดเคี้ยวจากเชียงราย - เชียงใหม่ เครื่องเบนซิน 2.5 ไม่มีเทอร์โบ 194 แรงม้า แรงบิด 258 นิวตันเมตร 6 สปีด อัตราเร่งออก ตัวดีรวมถึงการเร่งแซง และการควบคุมแม่นยำ เหมือนขับรถซีดาน เกาะถนนหนึบ พวงมาลัยคม น้ำหนักเบา ขับสบายทั้งในเมืองและนอกเมืองระบบความปลอดภัยมีครบ ท้ัง G-vectoring Control ระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติแปร ผันตามคันหน้า กล้อง 360 องศา ช่วงล่างหนึบพอๆ กับ CX-5 นุ่มนวล นั่งสบาย ห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะแถว 2 นั่งสบายและเอนได้ระดับหนึ่งเพื่อให้นั่งสบาย เบา:แถวที่ 3 มีพื้นที่วางขาแบบพอดี และเมื่อเลื่อนแถว 2 จะยิ่งกว้างขึ้น วัสดุเบาะดีนุ่มนวลรองรับสรีระได้ดี คอนโซลใช้วัสดุนุ่มมือ แผงตกแต่งลายไม้อย่างดีและห้องโดยสารเก็บเสียงได้เงียบ เทียบเท่ารถยุโรป Mazda CX-8 2.5 SP 7 Seat รถ SUV เป็นรถครอบครัว 7 ที่นั่งระดับพรี่เมื่ยม ที่โดดเด่นทั้งสมรรถนะ วัสดุงานประกอบ ความสะดวกสบายภายในและที่สำคัญเป็น SUV แท้ๆ ที่มีระบบช่วงล่างอิสระ 4 ล้อ ราคา 1,699,000 บาท... #mazdacx8 #มาสด้าเซลส์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- DB11 AMR PERFOR MANCE
"แอสตัน มาร์ติน แบงคอก เพิ่มดีกรีความเร้าใจ ด้วยรถสปอร์ต รุ่นใหม่ DB11 AMR PERFOR MANCE "แอสตัน มาร์ติน แบงคอก ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ แอส ตัน มาร์ติน อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย)จำกัด หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย แถลงข่าวการจัดงาน‘The Pinna cle of Luxury 2019’ ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์ การค้าสยามพารากอน พร้อมเปิดโอกาสให้สัม ผัสกับ‘ดีบี11 เอเอ็มอาร์ เพอร์ฟอร์มานซ์’ ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยมาพร้อมความแรงจัดจ้าน เหนือระดับ พรเศก ภาคสุวรรณ"ผู้จัดการทั่วไปแอสตัน มาร์ติน แบงคอก เผยว่า “แอสตัน มาร์ติน เป็นรถสปอร์ตสุดหรูที่ได้แรงบันดาล ใจจากรถแข่งและ ‘ดีบี1 เอเอ็มอาร์ เพอร์ฟอร์มานซ์’เป็นรถ สปอร์ต ที่มีดีไซน์สะดุดตา ทั้งภายนอกและห้องโดยสาร พร้อมความแรงแบบเหนือชั้น จึงนับเป็นโอกาสอันดีของผู้ที่ ชื่นชอบรถสปอร์ตในไทย ที่จะได้ยลโฉมของ แอสตัน มาร์ติน ‘ดีบี11 เอเอ็มอาร์ เพอร์ฟอร์ มานซ์’อย่างใกล้ชิดในงานนี้” DB11 V8 AMR PERFORMANCE เพิ่มความแรงให้รถสปอร์ตจีที ที่ดูดีที่สุดในโลกแอสตัน มาร์ติน ‘ดีบี11 เอเอ็มอาร์ เพอร์ฟอร์มานซ์ ’คือ ที่สุดแห่งยนตรกรรมจีที โครงสร้างตัวถังอะลูมิ เนียม เบาแต่แข็งแกร่ง โดดเด่นด้วยเส้นสายตัวถังอันพลิ้วไหวลงตัวกับสัดส่วนอันงดงาม ราว กับงานศิลป์ พร้อมกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ รวมถึงครีบข้าง ‘Aeroblade’ ทรงสปอร์ต และสติ๊กเกอร์ลายพิเศษ ขับเคลื่อนอย่างเร้าใจ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี12 สูบ 5.2 ลิตร เทอร์โบคู่ 630 แรงม้า เพิ่มขึ้นจากรุ่นปกติ 30 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 3.7 วินาทีความเร็วสูงสุด 334 กม./ชม. นับเป็นยนตรกรรมสปอร์ตที่มีดีไซน์โดดเด่น พร้อมความแรงและเร็วแบบเหนือชั้น ห้องโดยสารผ่านการตกแต่งอย่างประณีต หรู หรา ด้วยหนังแท้และวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เบาะ คู่หน้านุ่มสบายแต่โอบกระชับ ขณะที่เบาะหลังก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับโดยสาร ให้อย่างสะดวก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน เกาะถนนเป็นเลิศด้วยช่วงล่างอิสระ ผสานระบบควบคุมการทรงตัว พร้อมล้อแม็กขอบ 20 นิ้ว แอสตัน มาร์ติน แบงคอก สร้างปรากฏการณ์ความเร้าใจอีกครั้ง กับที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ต ‘ดีบี11 เอเอ็มอาร์ เพอร์ฟอร์มานซ์’ ที่ผ่านการเพิ่มความแรงอีกระดับ สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตของผู้ครอบครอง ขอเชิญผู้สนใจมายลโฉมพร้อมสัมผัสอย่างใกล้ชิดได้ในงาน ‘The Pinnacle of Luxury 2019’ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคมนี้ ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แอสตัน มาร์ติน แบงคอก โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการสาขาพระราม 3โทร.02-670 -6040 ,โชว์รูมสาขาสยามพารากอน โทร. 02- 610-9775 ,โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการสาขาภูเก็ตโทร 076-201-966..ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.gpssentangfocus.com #Astonmartinbangkok #มาสเตอร์กรุ๊ปคอร์ปอเรชั่นเอเชียจำกัด #DB11AMRPERFORMANCE #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Yamaha Fino 125
ยามาฮ่ามอบ ฟีโน่ 125 สนับสนุนเป็นรางวัล ในงานกาชาด ประจำปี 2562 นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาดกลุ่มรถออโตเมติกและตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ 125 ออโตเมติกแฟชั่นที่ครองใจชาวไทย ให้กับกระทรวงการต่างประเทศ ในงานกาชาดประจำปี 2562 โดยมี นางต้องฤดี มากบุญ เอกอัครราชฑูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ เป็นผู้รับมอบ สำหรับกรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ ได้มีการออกบูธจำหน่ายสินค้า เครื่องอุปโภค บริโภค รวมทั้งสินค้าจากต่างประเทศ และกิจกรรมต่างๆ โดยมีรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ 125 เป็นของรางวัลใหญ่ และรายได้จากการออกบูธงานกาชาดไทยประจำปี 2562 ระหว่างวันที่ 15 – 24 พฤศจิกายน 2562 ณ สวนลุมพินี ในปีนี้จะนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี โดยการส่งมอบรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟีโน่ 125 ให้กับกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้มีขึ้น ณ งานกาชาด ประจำปี 2562 บูธกระทรวงการต่างประเทศ สวนลุมพินี เมื่อเร็วๆ นี้
- Mercedes-Benz Certified
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เสริมแกร่งธุรกิจยูสคาร์ระดับพรีเมี่ยม “Mercedes-Benz Certified” รุกจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองให้กับลูกค้าโดยตรง ผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์มเป็นครั้งแรก เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เขย่าวงการรถหรูมือสองส่งท้ายปี เดินหน้าเสริมแกร่งกลุ่มธุรกิจยูสคาร์ระดับพรีเมี่ยมภายใต้ชื่อ “Mercedes-Benz Certified” (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์ทิฟายด์) รุกจำหน่ายรถผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ให้กับลูกค้าโดยตรงผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์มเป็นครั้งแรกบนเว็บไซต์ www.mercedesbenzcertified.com เน้นจุดแข็งเป็นรถผู้บริหารไมล์น้อย คุณภาพสูงที่ได้รับการตรวจเช็คสภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก โดยศูนย์ตรวจสอบ คุณภาพรถยนต์ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกทั้งข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษ และบริการหลังการขายที่เป็นเลิศ อาทิ เพิ่มระยะรับประกันสูงสุดถึง 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับผู้บริโภคในการซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองคุณภาพสูง นอกจากการซื้อรถยนต์มือสองผ่านผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่ง ทั่วประเทศมร. โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับภาพรวมธุรกิจยูสคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทั่วโลกมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยหาก เป็นประเทศที่ตลาดมีความมั่นคงแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา จีน และเยอรมนี ขนาดของตลาดยูสคาร์ จะโตกว่าตลาดรถยนต์ใหม่ 3-4 เท่า แต่หากเป็นประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ขนาดของตลาด ยูสคาร์จะมีขนาดเล็กกว่า แต่มีอัตราการเติบโตสูง เช่นเดียวกับธุรกิจยูสคาร์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน โดยในปี 2561 ยอดขายรถยูสคาร์ภายใต้โปรแกรม Mercedes-Benz Certified โตขึ้นจากปี 2560 มากถึง 57%” “ปัจจุบันความต้องการรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมในตลาดยูสคาร์ยังมีอยู่มาก ส่งผลให้ภาพรวมตลาด เซ็กเมนต์นี้มีการเติบโตมาโดยตลอด และมีแนวโน้มว่าจะเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็น เซ็กเมนต์ที่มีอุปทานจำกัด ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะมองหารถยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานน้อยหรือต่ำกว่า 1-2 ปี ซึ่งรถหรูกลุ่มนี้จะมีจำนวนค่อนข้างจำกัดในขณะที่อุปทานที่มีอยู่ในตลาดส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 3-4 ปีขึ้นไป โดยพฤติกรรมการเลือกซื้อรถหรูมือสองของ ผู้บริโภคในปัจจุบันจะให้ความสำคัญเรื่องความน่าเชื่อถือ ความคุ้มค่า และนิยมมองหาช่องทาง ที่สะดวก รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และปลอดภัยในการซื้อ เช่น การซื้อผ่าน e-marketplace ต่างๆ”“ดังนั้นเพื่อเป็นตอบสนองความต้องการของตลาด และสานต่อความสำเร็จของธุรกิจยูสคาร์ ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ บริษัทฯ จึงได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจยูสคาร์ภายใต้โปรแกรม ‘Mercedes-Benz Certified’ ด้วยการรุกจำหน่ายรถผู้บริหารเมอร์เซเดส-เบนซ์ให้กับลูกค้า โดยตรงผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์มเป็นครั้งแรกบนเว็บไซต์ www.mercedesbenzcertified.com เน้นจุดแข็งเป็นรถผู้บริหารคุณภาพสูงที่ได้รับการตรวจเช็คสภาพภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วโลก เพื่อเพิ่มโอกาส และความสะดวกให้กับลูกค้าในการเข้าถึงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองคุณภาพสูงได้โดยตรง โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่และผู้ที่มองหารถเมอร์เซเดส เบนซ์ ใช้แล้วคุณภาพระดับพรีเมี่ยม” มร. โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม ในเฟสแรกของการจำหน่ายรถยูสคาร์บนออนไลน์ แพลตฟอร์ม ภายใต้โปรแกรม Mercedes-Benz Certified บริษัทฯ จะนำร่องด้วยการจำหน่ายรถผู้บริหารจากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวนไม่เกิน 30 คัน โดยมีจุดแข็ง คือ รถทุกคันมีอายุการใช้งานเฉลี่ยเพียง 6 เดือนถึง 1 ปี พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังได้เตรียมมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับลูกค้าคนสำคัญทุกท่านด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง เพื่อให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้ง่ายขึ้น บริการหลังการขายแบบจุใจ ประกอบด้วยเพิ่มระยะเวลาการรับประกัน 2 ปี จากระยะเวลารับประกันมาตรฐานโดยไม่จำกัดระยะทาง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Mercedes-Benz Star Assist) และหากเกิดกรณีพบปัญหาระหว่างการใช้งานหลังจาก รับรถไปแล้ว สามารถส่งคืนรถภายใน 3 วันทำการ พร้อมรับเงินคืนเต็มจำนวน (ตามเงื่อนไข ที่บริษัทฯ กำหนด) “การขยายช่องทางการจำหน่ายรถยูสคาร์ระดับพรีเมี่ยมในครั้งนี้ นับเป็นการเติมเต็มทางเลือก ให้กับลูกค้าผู้ใช้บริการโปรแกรม Mercedes-Benz Certified ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้มากยิ่งขึ้น ต่อจากนี้ลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการได้ทั้งแบบติดต่อเข้าไปที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 33 แห่งทั่วประเทศ หรือจะเข้าไปที่เว็บไซต์ www.mercedesbenzcertified.com เพื่อเลือกว่า จะซื้อรถยูสคาร์โดยตรงจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย หรือจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ นับเป็นการนำเสนอบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย ได้อย่างครอบคลุม” มร. โรลันด์ กล่าวสรุป










