


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- New Safety Option from Subaru
Safety Option ใหม่จากซูบารุ กล้อง 360 องศา AVM (Around View Monitor) เปิดตัวในงาน “THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2019” บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ภูมิใจนำเสนอรถยนต์ซูบารุทั้ง 6 ได้แก่ Subaru Forester, XV, Outback, WRX, BRZ และ Levorg ในงาน “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019” ครั้งที่ 36 ที่จะมีขึ้นในวันที่ 28 พฤศจิกายน ไปจนถึง 10 ธันวาคม 2562 ที่อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี กรุงเทพฯ ข้อเสนอพิเศษในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ผู้เยี่ยมชมงาน “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019” ที่ตัดสินใจซื้อ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ (Subaru Forester) จะได้รับข้อเสนอพิเศษ เช่น ผ่อนชำระดอกเบี้ย 1.85% รวมไปถึงการบำรุงรักษาฟรีภายในเวลา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และรับประกันคุณภาพ 5 ปี พิเศษรถยนต์ซูบารุ Outback, WRX, และ BRZ ฟรีค่าบำรุงรักษา 10 ปี หรือ 100,000 กม. พร้อมการรับประกันคุณภาพ 5 ปี นอกจากนี้ ผู้ที่ซื้อ XV หรือ XV GT Edition จะยังได้เพลิดเพลินกับแผนการผ่อนชำระแบบปลอดดอกเบี้ย เพิ่มเติมจากการบำรุงรักษาฟรีภายในเวลา 10 ปี หรือ 100,000 กม. และการรับประกันคุณภาพ 5 ปีที่จะได้รับอยู่แล้วอีกด้วย Forester และ XV ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น The All-New Forester ถือเป็น SUV ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ได้ทุกอย่างอย่างเหนือชั้น ด้วย เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ Subaru Global Platform, Symmetrical All-Wheel Drive และ Eyesight ระบบเสริมความปลอดภัยที่เปรียบเสมือนดวงตาอีกคู่ ทั้งความเป็น SUV ที่มีพื้นที่ในตัวรถที่กว้างขวางสำหรับทั้งครอบครัว The All-New Forester ก็ยังถูกออกแบบขึ้นเพื่อเผชิญกับการผจญภัยทุกรูปแบบได้อย่างปลอดภัยไร้กังวล นอกจากนี้ The All-New Forester ยังได้รับรางวัล 2019 Grand Prix Award จากการทำคะแนนสูงสุดในการประเมินความปลอดภัยจากการชน ของรถยนต์ใหม่ญี่ปุ่น (Japanese New Car Assessment Program) จัดโดยรัฐบาลญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังได้รับคะแนนระดับ Triple Plus ในด้านยานพาหนะที่มีความปลอดภัยขั้นสูง หรือ Advanced Safety Vehicle Triple Plus (ASV +++) ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในปี 2018-2019 ด้านประสิทธิภาพความปลอดภัยเชิงป้องกันจากการประเมินของ JNCAP และที่ปลอดภัยไม่แพ้กันก็คือรุ่น XV และ XV GT Edition ที่ได้รับรางวัล Grand Prix 2016-2017 จากการทำคะแนนความปลอดภัยสูงสุดในประวัติศาสตร์การประเมินความปลอดภัยของรถยนต์ใหม่ญี่ปุ่น (JNCAP) ด้านความปลอดภัยจากการชน จัดโดยกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว (MLIT) ของญี่ปุ่น และหน่วยงานระดับชาติเพื่อความปลอดภัยของยานยนต์และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (NASVA) และในงาน “ไทยแลนด์ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019” นี้ ซูบารุเปิดตัว กล้อง 360° Around View Monitor (AVM) ประกอบไปด้วยกล้อง 4 ตัว โดยจะวางอยู่ด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลังของรถ เพื่อการมองเห็นแบบ 360 องศาขณะเดินทาง ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดและเคลื่อนย้ายรถในพื้นที่แคบ ๆ ได้ง่ายขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่ขอบล้อถูกขีดข่วนเมื่อเข้า หรือออกจากซองจอด ความภาคภูมิใจ รถยนต์ ซูบารุ ฟอเรสเตอร์ใหม่ (The All-New Forester) ที่ผลิตในประเทศไทย The All-New Forester ที่ผลิตในประเทศไทย เพื่อรองรับฐานการซื้อที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย มาเลเซีย เวียดนาม และกัมพูชา โดยมีมาตรฐานและกระบวนการผลิตระดับที่เข้มงวดทัดเทียมกับในประเทศญี่ปุ่น ควบคุมโดยเครื่องจักรกลประสิทธิภาพสูง เพื่อคุณภาพที่เหนือกว่า นอกจากนี้ยังมีการตรวจสอบและควบคุมคุณภาพในทุกกระบวนการประกอบ เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันที่ผลิตโดย TCSAT นั้นปลอดภัย สะดวกสบาย และเชื่อถือได้ TCSAT และ The All-New Forester ถือเป็นจุดสำคัญของการลงทุนของบริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด (Tan Chong International Limited - TCIL) ในประเทศไทย โดยภายในปีแรกของการดำเนินการ บริษัทได้ผลิต ฟอเรสเตอร์ ออกมาแล้วถึง 6,000 คัน ขณะนี้โรงงานกำลังวางแผนสำหรับการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้ถึงขีดสุดที่ 100,000 คันต่อปี และรองรับสายการผลิตให้ได้มากถึง 4 รุ่นในอนาคต รถยนต์ซูบารุสำหรับครอบครัวและซูบารุสไตล์สปอร์ต หากพูดถึงรถยนต์ซูบารุสำหรับครอบครัวแล้ว นอกเหนือไปจาก Forester และ XV ซูบารุยังมี รุ่น Outback ซึ่งมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบสมมาตรทุกล้อ และเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ ซึ่งมอบการยึดเกาะ การควบคุม และความเสถียรที่ยอดเยี่ยม ในทุกเส้นทาง ด้วยรูปทรงเพรียวบาง หรูหรา และทนทาน รถยนต์ซูบารุรุ่น Outback ช่วยให้ทุกคนมีอิสระในการเดินทางอย่างสง่างามและมีรสนิยมได้ทุกที่ สำหรับผู้เข้าชมงานที่ชื่นชอบความรวดเร็ว ขอเชิญสัมผัสกับความมีชีวิตชีวาของซูบารุรุ่น WRX, BRZ และ Levorg สำหรับรุ่น WRX นั้น เป็นรุ่นที่ได้รับการยกย่องมาเป็นเวลายาวนานในฐานะซีดานสปอร์ต ขนาด 268 แรงม้า ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ บ็อกเซอร์เทอร์โบชาร์จ ขนาด 2.0 ลิตร ที่ยกระดับการควบคุมและสมรรถนะให้สูงขึ้นด้วยพลังงานที่เต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นถนนในป่าสู่เมือง WRX พร้อมมอบความตื่นเต้นเร้าใจให้กับทุกเส้นทาง รถยนต์ซูบารุรุ่น BRZ ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์ด้านหน้า ได้รับการยกย่องจากทั่วโลกในด้านการขับเคลื่อนที่ยอดเยี่ยม ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำมากและการกระจายน้ำหนักที่แทบจะ 50/50 รถยนต์รุ่น BRZ มอบกำลังขับ 200 แรงม้า จากเครื่องยนต์ บ็อกเซอร์ขนาด 2.0 ลิตร พวงมาลัยที่ตอบสนองได้ดี และห้องคนขับที่ออกแบบมาเพื่อความสะดวกสูงสุด รถยนต์รุ่น BRZ มอบประสบการณ์ขับขี่แบบสปอร์ตที่น่าตื่นเต้น เพื่อจุดประสงค์เดียว คือการยกระดับความสุขของทุก ๆ คนที่ได้สัมผัส และตัวแทนของซูบารุเจเนอร์เรชั่นใหม่ ก็คือ Levorg เป็นการต่อยอดจากความเชี่ยวชาญที่สะสมมาของซูบารุในการสร้างรถยนต์ที่ใช้งานง่าย และสนุกสนาน ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบสมมาตรทุกล้อ และเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ 170 แรงม้า ซูบารุ Levorg พัฒนาขึ้นมาเพื่อครอบครัว แต่แฝงไปด้วยสปอร์ตในทุก ๆ มิติ เพื่อให้คุณได้สิ่งที่ดีที่สุดจากทั้งสองขั้วของประสบการณ์ ด้วยพื้นที่เก็บของที่กว้างขวาง แต่มีความคล่องตัวของรถสปอร์ต #AroundViewMonitor #Subaru #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Chevrolet
“ก้าวผ่านทุกความท้าทายไปกับเชฟโรเลต” ที่มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 พร้อมเผยโฉมรถกระบะต้นแบบ โคโลราโด อาร์เอส สตรีท และโคโลราโด แพนเธอร์ เชฟโรเลตเผยโฉมรถกระบะต้นแบบสองสไตล์ โคโลราโด อาร์เอส สตรีท และโคโลราโด แพนเธอร์ รถต้นแบบที่นำมาแสดงเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรักรถกระบะร่วมกับ โคโลราโด อาร์เอส อีดิชั่น รุ่นพิเศษ รถกระบะโคโลราโดและรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ รองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล บี 20 ได้แล้วรถอเนกประสงค์เชฟโรเลตยอดนิยม รุ่นแคปติวา ใหม่ และรุ่นเทรลเบลเซอร์ ฟินิกซ์ อีดิชั่น พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของแล้วที่งานมหกรรมยานยนต์ โปรโมชั่นแรงส่งท้ายปี น็อค เอ้าท์ ดีล ข้อเสนอพิเศษสำหรับรถเชฟโรเลตทุกรุ่นทั้งรถกระบะโคโลราโด รถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ และรถอเนกประสงค์ แคปติวา ใหม่ เชฟโรเลต ประเทศไทยเผยโฉมรถกระบะต้นแบบโคโลราโดที่โดดเด่นด้านการออกแบบในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 วันนี้ สร้างความตื่นตาให้กับเหล่าคนรักรถกระบะทั่วประเทศ รถกระบะต้นแบบทั้งรุ่นอาร์เอส สตรีท ตัวเตี้ย และรุ่นโคโลราโด แพนเธอร์ สไตล์ยกสูง ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่องานครั้งนี้ โดยรถต้นแบบทั้งสองคันพร้อมอวดโฉมร่วมกับรถกระบะโคโลราโด อาร์เอส อีดิชั่น ที่เพิ่งเปิดตัวไป เสริมทัพด้วยรถอเนกประสงค์ แคปติวา ใหม่ และรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ ที่บูธเชฟโรเลต พร้อมกันนี้เชฟโรเลต ประเทศไทย ได้ประกาศในงานมหกรรมยานยนต์ว่ารถกระบะโคโรลาโดและรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้แล้ว นี่คือก้าวสำคัญของการพัฒนารถยนต์เพื่อลูกค้าทุกคน ไม่เพียงช่วยลูกค้าประหยัดค่าน้ำมันแต่เชฟโรเลตได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมลดปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 อีกด้วยรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่นที่นำมาแสดงในงานครั้งนี้มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ เชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล รับโปรแรงส่งท้ายปีเมื่อจองรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่นที่บูธเชฟโรเลต A02 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี งานมหกรรมยานยนต์ หรือที่ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตทั่วประเทศ ภายใต้ธีม “Challenge All Possibilities” หรือ ก้าวผ่านทุกความท้าทายไปกับเชฟโรเลต เชฟโรเลต ประเทศไทยได้เผยโฉมรถกระบะต้นแบบ 2 สไตล์ที่ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่องานนี้โดยเฉพาะ ได้แก่ โคโลราโด อาร์เอส สตรีท รถกระบะตัวเตี้ย ที่นำ โคโลราโด อาร์เอส อีดิชั่น มาตกแต่งในสไตล์มอเตอร์สปอร์ต สวยสะกดทุกสายตา ด้วยลายสติ๊กเกอร์สุดเท่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งระดับตำนานของเชฟโรเลต ที่ใช้แข่งขันในรายการแข่งรถ NASCAR และตอบสนองความนิยมการตกแต่งรถกระบะในประเทศไทยรถกระบะต้นแบบคันนี้มีพื้นฐานมาจากรุ่นโคโลราโด เอ็กซ์-แคป แอลที อาร์เอส ซึ่งเป็นรถกระบะเพื่อคนรักรถแต่ง สะกดทุกสายตาด้วยช่วงล่างโหลดเตี้ย ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว เบาะแบบรถแข่งพร้อมรางเบาะของ RECARO ชุดพวงมาลัยแบบรถแข่ง หัวเกียร์แบบสปอร์ต แป้นเบรกและคลัทช์ พร้อมมาตรวัดแบบรถแข่ง และดิสก์เบรกหน้า-หลังของ Brembo โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยสติ๊กเกอร์ ตกแต่งตัวรถโดยได้แรงบันดาลใจมาจากตำนานรถเชฟโรเลตจากการแข่งขัน NASCAR อันเลื่องชื่อ และถูกออกแบบขึ้นเป็นพิเศษโดยทีมออกแบบของจีเอ็ม ประเทศออสเตรเลีย ส่วนรถกระบะต้นแบบอีกคันหนึ่ง คือ โคโรลาโด แพนเธอร์ ซึ่งเป็นรถกระบะยกสูงเปี่ยมด้วยสมรรถนะ รถต้นแบบคันนี้ได้รับการพัฒนามาจากรถกระบะโคโลราโด มิดไนท์ อีดิชั่น (รถกระบะไฮคันทรี รุ่นพิเศษ) ด้วยความช่วยเหลือของทีมวิศวกรของจีเอ็ม ประเทศออสเตรเลีย โดยทีมสร้างสรรค์ต้องการสร้างรถกระบะที่มีความดุดัน รถคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขันรถกระบะออฟโรดรายการ Baja และรถต้นแบบพิเศษรุ่นต่างๆ ที่ทำให้เชฟโรเลตก้าวขึ้นมาเป็นตำนานของวงการรถกระบะ กระบะโคโรลาโด แพนเธอร์ เกิดจากการตกแต่งรถกระบะโคโลราโด ไฮคันทรี ให้มีความแข็งแกร่ง สมบุกสมบัน และเปี่ยมด้วยสมรรถนะยิ่งขึ้น พร้อมพิชิตความหฤโหดในทุกสภาพเส้นทาง เชฟโรเลต ประเทศไทยและจีเอ็ม ประเทศออสเตรเลียได้เสริมเขี้ยวเล็บให้แพนเธอร์คันนี้พร้อมลุยเต็มที่ ด้วยอุปกรณ์เสริมแบบจัดหนัก ได้แก่ ชุดแผ่นเหล็กกันกระแทกแบบ 3 ชิ้น, รอกมอเตอร์ของ Warn® ติดตั้งแผงบนกันชนเหล็กแบบออฟโรด, ติดตั้งชุดลากพ่วงพร้อมใช้งาน, พ่นเคลือบกระบะท้าย ด้วยวัสดุกันกระแทกแบบสมาร์ทฟิต, ชุดแผงไฟสปอร์ทไลท์ ด้านหน้าแบบ LED สีดำ, กันชนท้ายแบบออฟโรด สีดำ พร้อมที่เหยียบด้านข้าง, ล้อแบบออฟโรดขับเคลื่อน 4 ล้อ, ยางลุยโคลนรุ่น KM3 จาก BF Goodrich และชุดช่วงล่าง OLD MAN EMU พร้อมติดตั้งฝาครอบกระโปรงหน้าเพิ่มความดุดันไปอีกขั้น “รถกระบะต้นแบบทั้ง 2 คันนี้ สะท้อนให้เห็นว่าทุกอย่างเป็นไปได้กับเชฟโรเลต โคโลราโด ซึ่งเป็นหนึ่งในรถกระบะตอบสนองการใช้งานได้ทุกรูปแบบที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดรถยนต์ เป็นรถที่เหมาะกับทุกความต้องการของคนไทยที่อยากปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ของรถเพื่อสะท้อนบุคลิกของตัวเอง” นายเฮกเตอร์ บีจาเรียล ประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าว นายเฮกเตอร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “รถแบบโหลดเตี้ยสไตล์รถแข่งและแบบยกสูงสไตล์ออฟโรดทั้งสองคันนี้เป็นอีกครั้งที่เชฟโรเลตพิสูจน์ว่าเราไม่เคยหยุดพัฒนาเพื่อลูกค้าทุกคน เราหวังว่ารถต้นแบบ ที่นำมาแสดงในงานมหกรรมยานยนต์จะทำให้คนรักรถกระบะในประเทศไทยร่วมก้าวผ่านทุกความท้าทายไปด้วยกันกับเชฟโรเลต”รถกระบะโคโลราโด อาร์เอส อีดิชั่น พร้อมให้ทุกคนเป็นเจ้าของที่งานมหกรรมยานยนต์ สัมผัสความเข้ม เท่ โดนใจคนรักรถแต่ง บ่งบอกตัวตนของคนชอบความเร็วและแรง ตกแต่งด้วยดีไซน์ดิบดุ ผลิตจำนวนจำกัด เพียง 200 คัน ในราคาที่เพิ่มขึ้นเพียง 10,000 บาท จากรุ่นปกติ รุ่นเอ็กซ์-แคป ราคาเริ่มต้นที่ 665,000 บาท และรุ่นซี-แคป ราคาเริ่มต้นที่ 789,000 บาท พร้อมรองรับน้ำมัน B20 ได้แล้ววันนี้ นอกจากนี้ เชฟโรเลต ประเทศไทย ยังประกาศในงานมหกรรมยานยนต์ว่าขณะนี้เครื่องยนต์ ดูราแมกซ์ในรถกระบะโคโลราโดและรถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์สามารถรองรับการใช้น้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้แล้วการพัฒนาเครื่องยนต์ของเชฟโรเลตเป็นการขานรับนโยบายด้านพลังงานจากภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนใช้น้ำมันไบโอดีเซลในประเทศเพิ่มมากขึ้น เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันให้มีเสถียรภาพในด้านราคา ป้องกันการลักลอบนำเข้า และเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรชาวสวนปาล์มซึ่งเป็นส่วนสำคัญหนึ่งของเศรษฐกิจไทย อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยมลพิษและลดการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ทำให้นโยบายด้านพลังงานของไทยมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น “นี่คือก้าวสำคัญของการพัฒนาเพื่อลูกค้าทุกคน ไม่เพียงช่วยประหยัดค่าน้ำมันแต่ยังมีส่วนในการลดมลพิษจากฝุ่น PM2.5 และเป็นการช่วยสร้างรายได้ให้เกษตรกรสวนปาล์มอีกทางหนึ่ง เชฟโรเลต ประเทศไทย ยินดีอย่างยิ่งที่ได้พัฒนาเครื่องยนต์ให้สามารถรองรับน้ำมัน B10 และ B20” นายเฮกเตอร์ บีจาเรียล ประธานกรรมการ จีเอ็ม เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเพิ่มเติม พบกับอาเล็ก ธีรเดช แอมบาสซาเดอร์ของแคปติวา ใหม่ และกิจกรรมผ่านโซเชียลมีเดีย พบกับแขกรับเชิญคนสำคัญ คุณอาเล็ก ธีรเดช เมธาวรายุทธ แอมบาสซาเดอร์รถอเนกประสงค์ แคปติวา ใหม่ ที่จะมาพบกับทุกคน และแนะนำแคปติวา ใหม่ ด้วยตัวเอง ในวันที่ 30 พ.ย. 62 เวลา 16:15 – 17:45 น. และสนุกกับมินิคอนเสิร์ตจากวงไทบ้าน ที่บูธเชฟโรเลต ในวันเสาร์ที่ 7 ธ.ค. 62 เวลา 14:00 น.พร้อมร่วมกิจกรรมรีวิวเพื่อค้นหา แคปติวา โซเชียล แอมบาสซาเดอร์ พร้อมของรางวัลมากมาย โดยร่วมสนุกได้ถึง 31 ธ.ค. 62 ผู้เยี่ยมชมบูธเชฟโรเลตสามารถร่วมสนุกในโครงการเฟ้นหา “แคปติวา โซเชียล แอมบาสซาเดอร์” ของรถยนต์เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ ภายใต้แคมเปญ กล้า-ท้า-รีวิว โดยกิจกรรมนี้จะเริ่มตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึง วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ผู้ชนะเลิศจะได้รับการแต่งตั้งให้เป็น “แคปติวา โซเชียล แอมบาสซาเดอร์” พร้อมรับเงินรางวัล 20,000 บาทต่อเดือน และได้สิทธิ์ในการขับรถอเนกประสงค์ แคปติวา ใหม่ เป็นระยะเวลา 1 ปี (พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง ไม่รวมค่าน้ำมันเชื้อเพลิง) ผู้ชนะเลิศจะต้องผลิตวิดีโอคลิปเกี่ยวกับแคปติวา ใหม่ จำนวน 2 คลิปต่อเดือน และโพสต์บนโซเชียลมีเดียของตนเป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขัน กิจกรรมเทคโนโลยีสุดล้ำจากเชฟโรเลต ได้แก่ Boldest VR Challenge, เกม Knock-Out Deal Boxing, จอแสดงผลแบบอินเตอร์แอคทีฟ Chevy Tech และการนำเสนอข้อมูลรถผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด ให้ผู้เยี่ยมชมสามารถใช้สมาร์ทโฟนสแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดูข้อมูลต่างๆของรถเพิ่มเติม น็อค เอ้าท์ ดีล โปรแรงส่งท้ายปี สำหรับสมาชิกเชฟวีพลัสที่ทำการจองรถยนต์เชฟโรเลตในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 และรับมอบรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 จะได้รับบัตรสมนาคุณโรงแรมในเครือ Centara มูลค่า 4,000 บาท โดยบัตรสมนาคุณดังกล่าวจะส่งมอบให้แก่ลูกค้าภายใน 60 วันหลังจากวันออกรถ เชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล รับโปรแรงส่งท้ายปีเมื่อจองรถยนต์เชฟโรเลตทุกรุ่นที่บูธเชฟโรเลต A02 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี งานมหกรรมยานยนต์ หรือที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ โปรโมชั่นแรงส่งท้ายปี น็อค เอ้าท์ ดีล* ประกอบด้วย: - รถอเนกประสงค์แคปติวา ใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 999,000 บาท พร้อมรับโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% และประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี - รถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ LT 4x2 A/T ข้อเสนอพิเศษ 999,000 บาท ฟรีชุดแต่งฟีนิกซ์ อีดิชั่น มูลค่า 25,175 บาท - รถอเนกประสงค์เทรลเบลเซอร์ LTZ Z71 4x4 A/T ข้อเสนอพิเศษ 1,319,000 บาท ฟรีชุดแต่งเพอร์เฟ็ค อีดิชั่น ทู มูลค่า 23,855 บาท - รถกระบะ โคโลราโด เอ็กซ์-แคป LT Z71 4X2 M/T ราคาเริ่มต้นที่ 655,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 70,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ - รถกระบะ โคโลราโด เอ็กซ์-แคป อาร์เอส LT 4X2 M/T ราคาเริ่มต้นที่ 665,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 55,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ และรับเพิ่มส่วนลดชุดแต่งมูลค่า 15,000 บาท สำหรับแลกซื้ออุปกรณ์ตกแต่งพิเศษของเชฟโรเลตเท่านั้น - เชฟโรเลต โคโลราโด ซี-แคป LT 4X2 M/T ราคาเริ่มต้นที่ 779,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ - รถกระบะ โคโลราโด ซี-แคป อาร์เอส LT 4X2 M/T ราคาเริ่มต้นที่ 789,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ - รถกระบะ โคโลราโด เทรล บอส 4x2 M/T ราคาเริ่มต้นที่ 859,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 85,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ - รถกระบะ โคโลราโด ไฮคันทรี ราคาเริ่มต้นที่ 998,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่รถกระบะ โคโลราโด ไฮคันทรี สตอร์ม ราคาเริ่มต้นที่ 1,028,000 บาท รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ * เฉพาะลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ในรุ่นที่ร่วมรายการและรับมอบรถยนต์ระหว่าง 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2562 จึงสามารถร่วมโปรโมชั่นนี้ได้ รายละเอียดเพิ่มเติมของโปรโมชั่นเชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล เข้าชมได้ที่ www.chevrolet.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1734 และผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลต ทั่วประเทศ #chevrolet #เชฟโรเลต #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- The Finnish “SuperPark”
“ซุปเปอร์พาร์ค” สวนสนุกในร่มสุดฮิตจากฟินแลนด์ พร้อมนำประสบการณ์ที่สนุกสนานเร้าใจสู่เมืองไทย ณ ไอคอนสยาม เสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์รวมกิจกรรมการออกกำลังกายและไลฟ์สไตล์แนวใหม่เพื่อการเสริมสร้างพลานามัยสำหรับทุกคนในครอบครัว ภายใต้การควบคุมโดยผู้เชี่ยวชาญบนมาตรฐานระดับโลก กรุงเทพฯ – 27 พฤศจิกายน 2562: ซุปเปอร์พาร์ค สวนสนุกในร่มซึ่งรวบรวมกิจกรรมที่ปลอดภัยและสนุกสนานไว้อย่างครบครันมากที่สุดจากประเทศฟินแลนด์ เตรียมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ที่ประเทศไทย โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการรอบบุคคลทั่วไปครั้งแรกในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายนนี้ เพื่อนำเสนอประสบการณ์ความสนุกสนานเร้าใจที่ผสานกิจกรรมการเสริมสร้างพลานามัยที่แข็งแรงสำหรับทุกคนในครอบครัวซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4,000 ตารางเมตร ภายในไอคอน สยาม นำเสนอกิจกรรมและฐานเครื่องเล่นที่ทั้งสนุกสนานและปลอดภัยสำหรับผู้คนทุกเพศทุกวัยมากกว่า 25 ชนิด เพื่อการสร้างสรรค์ช่วงเวลาคุณภาพของครอบครัว ผ่านกิจกรรมที่มอบชีวิตชีวา พลังงาน และความกระฉับกระเฉง อันเปี่ยมด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของทุกคน มร.ยูฮา แทนสกาเน็น ประธานกรรมการบริหารซุปเปอร์พาร์คสากล กล่าวว่า “เป้าหมายของเราคือการนำเสนอการละเล่นที่สนุกสนานเพื่อส่งเสริมให้ผู้คนทุกเพศทุกวัยและทุกระดับความฟิตมีชีวิตชีวาและความกระฉับกระเฉง ด้วยเหตุนี้ เราจึงสร้างสรรค์สวนสนุกในร่มที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เพื่อเป็นสถานที่แห่งการสร้างเสริมสุขภาพและความสุข ที่ซึ่งทุกคนสามารถมาสนุกสนานร่วมกันฉันมิตรสหาย ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าผู้บริโภคในเมืองไทยจะชื่นชอบ ‘ไลฟ์สไตล์แบบซุปเปอร์พาร์ค’ ที่เปี่ยมด้วยความสนุกสนาน มิตรภาพ และสุขภาพพลานามัย อย่างแน่นอน” ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย นำเสนอฐานเครื่องเล่นมากกว่า 20 ชนิดภายในพื้นที่กิจกรรมหลัก 3 โซน เช่นเดียวกับซุปเปอร์พาร์คที่ฟินแลนด์ อันได้แก่ ดินแดนนักผจญภัย (Adventure Area): นำเสนอกิจกรรมการเล่นที่สนุกสนานตื่นเต้นสำหรับเด็กๆ และ เยาวชน รวมถึงพ่อแม่ผู้ปกครอง ซึ่งมีทั้ง ไอ ทีชเชอร์ ลู - ห้องเรียนอัจฉริยะ (iTeacher·Lü), ด่านโหนสลิงดัง จิ้งจอกแห่งสายลม (Flying Fox), เครื่องเล่นสไลด์เรือยาง (Tube Slide), เมืองนักผจญภัยตัวน้อย (Kid’s Adventure City), ด่านเครื่องกีดขวาง - หนทางสู่ยอดนินจา (Super Ninja), สนามสิงห์นักถีบ (Pedal Car Track) และอื่นๆ อีกมากมาย เกมอารีน่า – สังเวียนเจ้าแห่งเกม (Game Arena): ผู้เล่นสามารถเสิร์ฟและแข่งขันกันอย่างดุเดือดในเกม SuperTennis (เกมรูปแบบใหม่และมีเฉพาะที่ ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย แห่งเดียว), โชว์วงสวิงในเกม Baseball 2.0 สุดมันส์ (นำเสนอเวอร์ชั่นอัพเกรดที่ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย), ท้าทายกันใน โรโบคีปเปอร์ – ชิงประตูโกลจักรกล (Robo Keeper - AI goalie), แข่งกระโดดชู้ตลูกในสตรีทบาสเกตบอล (Street Basketball) โดยทุกฐานเครื่องเล่นมีเรดาร์และระบบดิจิทัลคอยวัดคะแนน ดังนั้น ผู้เล่นจึงท้าดวลแข่งขันเพื่อนๆ (หรือคุณพ่อคุณแม่) ได้อย่างสนุกสนาน ฟรีสไตล์ฮอลล์ (Freestyle Hall): ช่วยให้วัยรุ่นได้วางสมาร์ทโฟนและลงแข่งขันใน ซุปเปอร์บิ๊กดร็อป (SuperBigDrop) เกมรูปแบบใหม่ความสูงกว่า 7 เมตร และมีเฉพาะที่ ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย แห่งเดียว, ซุปเปอร์ไคลม์ – ฝ่าอุปสรรคหน้าผาจำลอง สูงกว่า 8 เมตร (SuperClimb) (นำเสนอเวอร์ชั่นอัพเกรดที่ ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย), สเก็ต แอนด์ สกู๊ต เวิลด์ – โลกติดล้อ (Skate and Scoot World) หรือกระเด้ง ลอยตัวกลางอากาศบน แทรมโพลีน แพล็ตฟอร์ม - เวทีฟรีจัมพ์ปิ้ง (Trampoline Platform), ท้าทายกันใน ซุปเปอร์บ็อกเซอร์ - AI มวยอัจฉริยะ (SuperBoxer - AI boxing) หรือสัมผัสกีฬาเมืองหนาวกับ ซุปเปอร์สกี ซีมูเลเตอร์ (SuperSki Simulator) และ ซุปเปอร์ไอซ์สเก็ตติ้ง (Super Ice Skating) พิเศษเฉพาะที่ ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย พบกับ เม้าท์ (Mound) สะพานที่จะพาคุณไปตื่นเต้นกับกิจกรรมที่ สนามสิงห์นักถีบ (Pedal Car Track) และ สเก็ต แอนด์ สกู๊ต เวิลด์ – โลกติดล้อ (Skate and Scoot World) เด็กๆ และเยาวชนจะเกิดแรงบันดาลใจในการสร้างเสริมสุขภาพด้วยกีฬาและฐานเครื่องเล่นใหม่ๆ มากมายที่ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย พร้อมบริการให้ยืมอุปกรณ์ที่จำเป็นครบครันทั้งรองเท้าสเก็ตน้ำแข็ง หมวกกันน็อก สเก็ตบอร์ด สกูตเตอร์ แผ่นรองเพื่อความปลอดภัย ไม้เบสบอลและลูกบอล ฯลฯ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม กิจกรรมทั้งหมดอยู่ภายใต้การควบคุมโดยทีมงานมากประสบการณ์ ซึ่งหลายคนเป็นผู้ฝึกสอนระดับสูง ภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ปลอดภัยจากคลื่นความร้อน ฝน มลภาวะ รังสีอัลตร้าไวโอเลต รวมถึงแมลงและยุง เหนือสิ่งอื่นใด ซุปเปอร์พาร์ค เป็นมากกว่า “การเล่นในสวนสนุก” เพราะเราไม่ชอบ “การเล่นแบบสวนสนุกทั่วไป” กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เพราะหัวใจเรายังเป็นเด็กอยู่เสมอ ดังนั้น ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย จึงถูกออกแบบมาสำหรับคนทุกเพศทุกวัยให้สามารถมาสนุกสนานอย่างมีชีวิตชีวาร่วมกัน “เราทราบดีว่าเพื่อนและครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับคนไทย สิ่งที่ยอดเยี่ยมของ ‘ไลฟ์สไตล์แบบซุปเปอร์พาร์ค’ ก็คือทุกคนสามารถสนุกสนานร่วมกันได้ เพราะที่ ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น พ่อแม่ลูก รวมถึงคุณปู่คุณย่าและคุณตาคุณยาย สามารถมาเล่น ทำกิจกรรม และสนุกสนานกันได้อย่างแท้จริง” มร.มาร์ค กุมาราสินห์ ประธานกรรมการบริหารซุปเปอร์พาร์คเอเชีย กล่าวเสริม ครอบครัวคือหัวใจสำคัญในเรื่องราวของซุปเปอร์พาร์ค ย้อนกลับไปเมื่อครั้งหนึ่ง ทาเนลี ซูติเน็น นักธุรกิจชาวฟินแลนด์ กำลังนั่งอยู่ในร้านอาหารพลางอ่านหนังสือพิมพ์ ลูกสาววัย 4 ขวบของเขาก็มาคว้าแขนของเขาและขอให้เขาออกไปเล่นกับเธอ แต่เมื่อรู้สึกอึดอัดกับเครื่องเล่นขนาดเล็กสำหรับเด็กในสนามเด็กเล่น ทำให้เขาเกิดความคิดขึ้นมาว่า ทำไมเราไม่สร้างสวนสนุกที่ผู้ใหญ่และเด็กเล่นสนุกด้วยกันได้อย่างสะดวกสบายจริงๆ ? ด้วยเหตุนี้ ไลฟ์สไตล์แบบซุปเปอร์พาร์คจึงถือกำเนิดขึ้น ซุปเปอร์พาร์คแห่งแรกเปิดตัวขึ้นที่เมืองวูโอคาตติ ประเทศฟินแลนด์ ปี ค.ศ. 2012 และได้กระแสตอบรับอย่างท่วมท้น หลังจากนั้นจึงมีการเปิดซุปเปอร์พาร์คทั้งหมดอีก 10 สาขาในประเทศ ปัจจุบัน ไลฟ์สไตล์แบบซุปเปอร์พาร์คกำลังแพร่หลายไปทั่วโลก โดย ซุปเปอร์พาร์ค ประเทศไทย คือส่วนหนึ่งของแผนการขยายธุรกิจระดับสากลซึ่งครอบคลุมทั้งยุโรป จีน (ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้) สิงคโปร์ และมาเลเซีย โดยซุปเปอร์พาร์คมีแผนเปิดอีกนับร้อยสาขาทั่วโลก เพื่อนำทุกคนในครอบครัวมาสนุกสนานร่วมกัน ด้วยการละเล่นที่เพลิดเพลินและเปี่ยมด้วยพลังชีวิต บัตรใช้บริการทั้งวัน (All Day pass) โดยบัตรราคา 450 บาท สำหรับวันธรรมดา จันทร์ - ศุกร์ และ 650 บาท สำหรับซุปเปอร์เดย์ ระหว่างวันเสาร์ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันปิดภาคเรียน โดยซุปเปอร์พาร์คได้นำเสนอบัตรราคาพิเศษสำหรับวันธรรมดา จันทร์ - ศุกร์ ช่วงเย็น ราคา 220 บาท บัตรซุปเปอร์เดย์ ระหว่างวันเสาร์ - อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และวันปิดภาคเรียน ช่วงเช้า ราคา 450 บาท รอบกลางวันราคา 500 บาท และรอบเย็นราคา 380 บาท นอกจากนี้ ด้วยบริการห้องจัดงานเลี้ยง 6 ห้อง ทำให้ซุปเปอร์พาร์คเหมาะสำหรับการจัดกิจกรรมขององค์กร งานเลี้ยง วันเกิด งานอีเว้นท์ งานพบปะสังสรรค์ในหมู่มิตรสหาย หรืองานฉลองในครอบครัว ข้อมูลสำคัญของซุปเปอร์พาร์ค ปัจจุบัน ซุปเปอร์พาร์คเปิดบริการสวนสนุกในร่ม 16 แห่งทั่วโลก ทั้งในฟินแลนด์ จีน (ฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้) สิงคโปร์ และมาเลเซีย ซุปเปอร์พาร์ค นำเสนอการละเล่นที่สนุกสนาน มิตรภาพ และพลานามัยที่ดีกว่าแก่ผู้คน ตั้งอยู่บนพื้นฐานความสนุกสนานของการละเล่นและการเคลื่อนไหวร่างกาย โดยปราศจากเครื่องเล่นที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์แบบสวนสนุกทั่วไป เพราะคุณต้องใช้ร่างกายของตนเองเป็นตัวขับเคลื่อนในการทำกิจกรรมทุกชนิดที่ซุปเปอร์พาร์ค ระบบการศึกษาของฟินแลนด์ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบการศึกษาที่ดีที่สุดของโลก จากการใช้ปรัชญาการเรียน รูปแบบต่างๆ อาทิ “การเรียนรู้นอกห้องเรียน” ที่ส่งเสริมให้เด็กๆ ได้พัฒนาสมรรถภาพร่างกายผ่านการเล่นกีฬาและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและแรงบันดาลใจ ซึ่งพันธกิจและแนวทางของซุปเปอร์พาร์คมีความสอดคล้องกับหลักการศึกษาดังกล่าวของฟินแลนด์ การพลศึกษาและครูวิชาพลศึกษาถูกพิจารณาว่าเป็นส่วนสำคัญในระบบการศึกษาของฟินแลนด์ โดยครูวิชาพละมักจัดกิจกรรมนอกสถานที่ในซุปเปอร์พาร์ค เพื่อสร้างรูปแบบกิจกรรมกีฬาที่หลากหลายตามหลักการที่ใช้ในฟินแลนด์ ทั้งนี้เพื่อการศึกษาด้านกีฬาและกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานเป็นประจำทุกปี ผลวิจัยทางวิทยาศาสตร์พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สมรรถภาพและความแข็งแรงของร่างกายส่งผลดีต่อสุขภาพจิตและปฏิสัมพันธ์ทางสังคม โดยช่วยให้ผู้คนมีสุขภาวะทั้งทางร่างกายและจิตใจ จึงนำไปสู่การมีชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุข และซุปเปอร์พาร์คมีความภาคภูมิใจอย่างมากที่ได้ร่วมแบ่งปันแนวความคิดนี้แก่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซุปเปอร์พาร์คถือว่าความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด และใส่ใจอย่างยิ่งในทุกรายละเอียดของการออกแบบและเทคนิคการก่อสร้างสวนสนุกของเรา ทีมงานซุปเปอร์พาร์คทุกคนได้รับการฝึกอบรมอย่างเต็มรูปแบบและต้องผ่านการรับรองคุณวุฒิจากยุโรป เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกคนที่มาใช้บริการและเข้าร่วมในกิจกรรมที่ซุปเปอร์พาร์ค จะสามารถสนุกสนาน อย่างเต็มที่และรู้สึกอุ่นใจมากที่สุด ซุปเปอร์พาร์คคือสถานที่ซึ่งเด็ก ผู้ใหญ่ วัยรุ่น และทุกคนในครอบครัว สามารถมาสนุกสนานร่วมกันด้วยกิจกรรมที่ส่งเสริม พลานามัยและสร้างช่วงเวลาอันน่าประทับใจร่วมกัน ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในหมู่มิตรสหาย เพื่อนร่วมงาน รวมถึงลูกๆ กับพ่อแม่ผู้ปกครอง นับเป็นสวนสนุกที่ช่วยกระตุ้นให้ทุกคนหันมาเล่นกีฬาที่สนุกสนาน เพื่อการมีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรงและชีวิตที่กระฉับกระเฉง #SuperPark #Finnish #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- APHonda
อยากโดนตัวไหน มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าจัดให้! โปรแรงถึงใจในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2019 เอ.พี. ฮอนด้า จัดโปรแรงต้อนรับมอเตอร์เอ็กซ์โป 2019 ทั้งรถบิ๊กไบค์ รถพรีเมียม เอ.ที. รถสปอร์ต และรถระดับตำนาน ด้วยข้อเสนอดอกเบี้ยต่ำ ผ่อนสบาย พร้อมรับ Gift Voucher มูลค่าสูงสุดถึง 50,000 บาท และของแถมแบบจัดเต็มอีกมากมาย กลุ่มรถฮอนด้าบิ๊กไบค์ ทุกรุ่นในงานผ่อนเบา ๆ นาน 60 เดือน รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง ทะเบียน พรบ. รถบิ๊กไบค์นำเข้าจากญี่ปุ่นรับ Gift Voucher สูงสุดถึง 50,000 บาท รถฮอนด้าบิ๊กไบค์ 500 และ 650 ซีรีย์ รับ Gift Voucher เริ่มต้นที่ 10,000 บาท สูงสุด 20,000 บาท รถสปอร์ตนำเข้าจากญี่ปุ่น CBR250RR ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% ต่อปี ผ่อนสบาย ๆ เพียง 4,760 บาทต่อเดือน หรือเลือกซื้อเป็นเงินสดแล้วรับฟรี ประกันชั้นหนึ่ง ทะเบียน พรบ. ทั้งสองเงื่อนไขรับฟรีหมวกกันน็อก H2C แบบเต็มใบมูลค่า 2,000 บาท รถพรีเมียมเอ.ที. ADV150, PCX Hybrid ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 0.9% ต่อเดือน รับฟรีเสื้อโปโลเฉพาะรุ่นมูลค่า 800 บาท พิเศษเฉพาะ PCX Hybrid รับฟรีทะเบียน พรบ. รถสปอร์ต CBR150R, CB150R ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.9% ต่อเดือน รับ Gift Voucher 4,000 บาท และหมวกกันน็อก H2C แบบเต็มใบมูลค่า 2,000 บาท บิ๊กสกูตเตอร์ Forza ดอกเบี้ยเริ่มต้น 5% ต่อปี รับ Gift Voucher 5,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก H2C แบบเต็มใบมูลค่า 2,000 บาท รถนีโอสปอร์ตคาเฟ่ CB300R ดอกเบี้ยเริ่มต้น 6.5% ต่อปี รับ Gift Voucher 8,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อก H2C แบบเต็มใบมูลค่า 2,000 บาท กลุ่มรถจาก CUB House ทั้ง Monkey และ C125 รับฟรีทันที Gift Voucher มูลค่า 3,000 บาท พร้อมหมวกกันน็อกเฉพาะรุ่นจาก H2C มูลค่า 3,800 บาท พิเศษเฉพาะจองในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป รับฟรีเสื้อโปโลเฉพาะรุ่นเพิ่มอีก 1 ตัว และสำหรับผู้ที่จอง Monkey Dragon Ball Limited Edition นอกจากจะได้รับคอลเลคชั่นเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ Naked & Famous มูลค่า 8,500 บาทแล้ว ยังจะได้รับเสื้อโปโล Monkey เพิ่มอีก 1 ตัว พบกับข้อเสนอพิเศษเกินห้ามใจในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2019 ได้ที่บูทรถจักรยานยนต์ฮอนด้า หมายเลข G 09 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. ถึง 10 ธ.ค. นี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.aphonda.co.th #APHonda #HondaMotorcycle #HondaBigBike #CUBHouse #MotorExpo2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- NEW MG EXTENDER
เอ็มจี เปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรก “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ตอกย้ำความมั่นใจรถกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER พร้อมนำเสนอสุดยอดยนตรกรรมและหลากข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2019 บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว “บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์” ในฐานะ พรีเซนเตอร์คนแรกของ NEW MG EXTENDER กระบะพันธุ์ยักษ์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 (Motor Expo 2019) พร้อมนำยนตรกรรมทุกรุ่นมาจัดแสดงและจำหน่ายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - วันที่ 10 ธันวาคมนี้ ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A13 อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ เอ็มจี ได้บรรลุแผนงานด้านการบริการหลังการขายแบบครบวงจร ด้วยการเพิ่มจำนวนโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมเป็น 130 แห่งภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงแผนงานในการขยายเซกเมนต์โดยได้เปิดตัวรถใหม่ตลอดทั้งปีถึง 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น NEW MG V80 รถยนต์ Passenger van ขนาด 11 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย และมีความปลอดภัยสูง NEW MG ZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกของเอ็มจี ที่ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) อีกทั้งยังสามารถสร้างการรับรู้และการยอมรับในรถยนต์พลังงานทางเลือกให้กับคนไทย โดยเราได้ส่งมอบรถถึงมือลูกค้าแล้วกว่า 1,000 คัน ต่อเนื่องด้วย NEW MG EXTENDER สมาร์ทปิคอัพคันแรกของเอ็มจีที่ให้ความคุ้ม ครบ จบในคันเดียว เหนือชั้นด้วยระบบปฏิบัติการ i–SMART ที่สามารถสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ และล่าสุดกับ NEW MG HS ที่ยกระดับมาตรฐานรถยนต์ SUV ไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยการออกแบบที่ลงตัว พร้อมสมรรถนะที่โดดเด่น และมั่นใจยิ่งกว่าด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน ซึ่งเราได้นำมาจัดแสดงและจำหน่ายพร้อมด้วยข้อเสนอ สุดพิเศษสำหรับงาน Motor Expo 2019 นี้ อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญและนับเป็นครั้งแรกของเอ็มจี คือการเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรกของรถกระบะ NEW MG EXTENDER ที่ได้ คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ มาตอกย้ำในคุณภาพ ความคุ้มค่า และความทนทานของรถยนต์ ในฐานะผู้ใช้งานจริงและมีประสบการณ์ตรงกับ NEW MG EXTENDER เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในวงกว้าง พร้อมกันนี้เรายังได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษ ด้วยการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะทางนาน 5 ปี ให้กับลูกค้าที่เป็นเจ้าของ NEW MG EXTENDER ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงสิ้นเดือนธันวาคมนี้เท่านั้น” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว ทางด้าน นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เปิดเผยถึงที่มาของการเป็นพรีเซนเตอร์รถกระบะ NEW MG EXTENDER ว่า “ผมได้รู้จักและใกล้ชิดกับแบรนด์เอ็มจีในช่วงวิกฤติน้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานีผ่านทางผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี ในพื้นที่ ซึ่งสนับสนุนรถกระบะ NEW MG EXTENDER และรถตู้ NEW MG V80 ให้ผมและทีมงานนำมาใช้ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งกว่า 2 เดือนที่ผมได้สัมผัสสมรรถนะของรถรุ่นนี้ด้วยตัวเอง ได้ใช้งานในแบบสมบุกสมบันขับข้ามจังหวัด ลุยทุกพื้นที่ทั้งน้ำท่วมสูง ลุยเลน ลุยโคลน เจอทั้งสภาพถนนทั้งที่ปกติและไม่ปกติทำให้ผมรู้ว่า NEW MG EXTENDER เป็นมากกว่ารถกระบะ ผมจึงอยากบอกทุกคนด้วยตัวผมเองว่ารถรุ่นนี้ดีจริงๆ และเป็นกระบะพันธุ์ยักษ์ที่ผมมั่นใจ” ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เอ็มจีในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562 และรับรถภายในสิ้นปีนี้ มีดังนี้ NEW MG EXTENDER : กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์และมิติตัวถังขนาดใหญ่ สมรรถนะที่เหนือกว่า การควบคุมที่สมบูรณ์แบบ ระบบความปลอดภัยครบครัน และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ · รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) · ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี หรือ 105,000 กม. · ดาวน์เริ่มต้นที่ 5% · ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี NEW MG HS : รถยนต์ SUV ที่เหนือระดับ ที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันในทุกๆ ด้าน เพื่อให้เป็นรถที่มีความสง่างามทั้งภายนอกและภายใน ผสานมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่า พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ภายใต้แนวคิด “ELEGANCE” · ราคาเริ่มต้นพิเศษ 919,000 บาท พร้อมส่วนลดพิเศษ 34,000 บาท · ดอกเบี้ย 1.89% · ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี NEW MG ZS EV : รถยนต์เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% ที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศไทย มาพร้อมเทคโนโลยียนตรกรรมเพื่อการขับขี่ที่เหนือกว่าและการใช้ชีวิตที่ “ง่าย” ยิ่งขึ้น · ฟรี! MG HOME CHARGER จำนวน 1 ชุด · ฟรี! ค่าติดตั้ง MG HOME CHARGER · ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี · พิเศษ! เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี ไม่จำกัดระยะทาง NEW MG V80 : รถยนต์ Passenger van ขนาด 11 ที่นั่ง ที่มีความโดดเด่นด้านความกว้างขวาง โอ่โถง สะดวกสบาย เพื่อการเดินทางกับครอบครัวหรือหมู่คณะ · พิเศษ! รับส่วนลด หรือเลือกรับวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า 65,000 บาท All New MG3 : รถยนต์แฮทช์แบ็ค มิติใหม่ของความสนุกที่มาพร้อมนิยาม “WE ARE FUN” สีสันความสนุกเร้าใจ สมรรถนะโดดเด่นและอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัย · ราคาเริ่มต้นพิเศษ 469,000 บาท · ดาวน์เริ่มต้น 5% · ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี NEW MG ZS : รถ Smart SUV ยอดนิยมตอบสนองการใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า · ราคาเริ่มต้นพิเศษ 641,000 บาท หรือ ผ่อนเพียง 6,790 บาทต่อเดือน · ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี * เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ผู้สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของเอ็มจี ได้ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ Motor Expo 2019 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน - วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2562 ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A13 อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี หรือ ที่โชว์รูมเอ็มจี ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com #Hashtag #mgthailand #MGCarsTH #PassionDrives #MotorExpo2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Asia Road Racing ends the fun.
เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง ปิดฉากสุดมันส์ “พีรพงศ์” ฉลองแชมป์เอเชียในบ้านเกิด “ปิยะวัฒน์” พลิกเข้าวิน เอเชีย โปรดักชั่น โฮมเรซ ศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย ปิดฉากฤดูกาลอย่างสุดมันส์ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทัพนักบิดไทยสร้างผลงานได้อย่างร้อนแรงขึ้นโพเดี้ยมทุกคลาส “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซิวอันดับ 3 ส่งท้ายปีฉลองแชมป์เอเชียในคลาส ซูเปอร์สปอร์ต ด้วยสถิติขึ้นโพเดี้ยมทุกเรซ ขณะ “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซิวที่ 3 เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ เรซสุดท้าย ด้านคลาสเล็กอย่าง เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี “ฟิล์ม” ปิยะวัฒน์ ประทุมยศ จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ พลิกผงาดแชมป์ส่งท้ายปี ควง “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล นักบิดไวลด์การ์ดจาก ยามาฮ่า ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม ครองโพเดี้ยมหลังจบเรซสุดโหดเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 เข้าสู่โปรแกรมสนามสุดท้ายอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายนี้-1 ธันวาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระยะทางต่อรอบ 4.554 กิโลเมตร โดยล่าสุดเป็นการแข่งขันเรซสุดท้ายของฤดูกาลในวันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ไฮไลต์ของวันอาทิตย์อยู่ที่การลุ้นแชมป์เอเชียของคลาส เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี ที่เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2019 โดยเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพอย่าง บร็อค พาร์คส์ อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวออสเตรเลียนจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม เอเชียน ที่มีคะแนนเหนืออันดับ 2 อย่าง อาซลัน ชาห์ นักบิดมาเลเซียน จาก วันเอ็กซ์โอเอ็กซ์ ทีเคเคอาร์ แซ็ก ทีม และ ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียน จาก ฮอนด้า เอเชีย ดรีม เรซซิ่ง วิท โชวะ ที่สอดแทรกในอันดับ 3 แต่มีคะแนนตามหลังหัวแถวถึง 25 คะแนน ตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของ ไซดี้ ขนาบข้างด้วย ชาห์ ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ด้าน พาร์คส์ จ่าฝูงบนแชมเปี้ยนชิพได้ออกสตาร์ทจากกริดที่ 4 เกมเริ่มต้นด้วยการขึ้นนำของ ชาห์ ตามด้วย “แสตมป์” อภิวัฒน์ นักบิดไทยที่ต้องการคัมแบ็กโพเดี้ยมอีกครั้งหลังพลาดล้มในเรซแรกเมื่อวันเสาร์ และทีมเมทอย่าง “โฟลท”รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ ในอันดับ 4 ขณะที่ บร็อค พาร์คส์ จ่าฝูงที่ลุ้นแชมป์กับชาห์ รั้งอันดับ 6 ในรอบแรก โดยในรอบที่ 3 รัฐพงษ์ ขยับแซง ไซดี้ ขึ้นมารั้งอันดับ 2 ขณะที่ ชาห์ ผู้นำฉีกห่างออกไปถึง 2.9 วินาที โอกาสในการคว้าแชมป์ เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ สมัยแรกสดใสอย่างมาก ทว่าในรอบที่ 4 รัฐพงษ์ กลับพลาดล้มอย่างน่าเสียดาย ผลการแข่งขันรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี จบ 13 รอบสนาม อาซลัน ชาห์ นักบิดมาเลเซียน จาก วันเอ็กซ์โอเอ็กซ์ ทีเคเคอาร์ แซ็ก ทีม บิดเข้าป้ายเป็นคันแรกแบบหายห่วงด้วยเวลารวม 20 นาที 57.034 วินาที ทิ้งห่าง ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียน จาก ฮอนด้า เอเชีย ดรีม เรซซิ่ง วิท โชวะ อันดับ 2 ถึง 5.175 วินาที ตามด้วย “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร นักบิดไทยจาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.109 วินาที และ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ยอดนักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ในอันดับ 4 ตามหลัง 7.779 วินาที ตามด้วย “ซีเค” ชัยวิชิต นิสกุล จาก คาวาซากิ ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 6 ตามหลังแชมป์ 12.616 วินาที ขณะที่ พาร์คส์ จบเรซในอันดับ 7 ส่งผลให้แชมป์เอเชียในคลาส เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี ตกเป็นของ ชาห์ ไปในที่สุด ส่วนการแข่งขันเรซสุดท้ายของ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ตำแหน่งโพลเป็นของ คาสมา แดเนียล คาสมายูดิน นักบิดมาเลเซียนจาก หง หลง ยามาฮ่า มาเลเซีย ขนาบข้างด้วยแชมป์เอเชียอย่าง “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ อดัม นอร์โรดิน ดาวรุ่งมาเลเซียนจาก เอสไอซี จูเนียร์ ซีเค เรซซิ่ง ทีม ดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ผลการแข่งขันรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี แชมป์ในเรซนี้ตกเป็นของ คาสมา แดเนียล คาสมายูดิน นักบิดมาเลเซียนจาก หง หลง ยามาฮ่า มาเลเซีย ที่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 53.494 วินาที เหนือ อดัม นอร์โรดิน ดาวรุ่งมาเลเซียนจาก เอสไอซี จูเนียร์ ซีเค เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.268 วินาทีเท่านั้น ด้าน “ต๋ง” พีรพงศ์ บุญเลิศ นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม จบเรซในอันดับ 3 ตามหลังแชมป์ 0.425 วินาที สร้างสถิติขึ้นโพเดี้ยมแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ รวมทั้งสิ้น 14 เรซตลอดทั้งปี พร้อมกับฉลองตำแหน่งแชมป์เอเชียในบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่ ด้านเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี เรซสุดท้าย ตำแหน่งโพลในเรซนี้เป็นของยอดนักบิดสาวแกร่งชาวไทยอย่าง “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช เจ้าของหมายเลข 44 จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ขนาบข้างด้วย ราฟิด โทปัน ซูซิปโต นักบิดอินโดนีเซียนจาก ไบค์ คัมเมอร์ เอสวายเอส เควายที เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ฟิล์ม” ปิยะวัฒน์ ประทุมยศ นักบิดไทยเจ้าของหมายเลข 188 จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ออกสตาร์ทด้วยการขยับขึ้นนำอย่างรวดเร็วของ มุกข์ลดา ก่อนจะทิ้งห่างคู่แข่งไปกว่า 2 วินาที มีโอกาสคว้าชัยชนะแก้ตัวจากเรซแรก ทว่านักบิดสาวไทยกลับต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดายในรอบที่ 4 จากรถแข่งเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิค อย่างไรก็ดี ในช่วง 3 รอบสุดท้าย แฟนชาวไทยได้ลุ้นเห็นนักบิดดาวรุ่งชาวไทยคว้าแชมป์ในบ้านเกิดอีกครั้ง เมื่อ ธัชกร ทะยานแซงคู่แข่ง 4 คัน ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำได้สำเร็จ ทว่าในรอบสุดท้ายนักบิดไทยกลับเสียตำแหน่งร่วงลงไปหลายอันดับ ผลการแข่งขันรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี จบการแข่งขัน 10 รอบสนาม แม้ มูฮัมหมัด มูซัคคีร์ โมฮัมเหม็ด ดาวรุ่งมาเลเซียนจาก วันเอ็กซ์โอเอ็กซ์ ทีเคเคอาร์ แซ็ก ทีม จะเข้าป้ายเป็นคันแรกแต่โดนปรับฟาล์ว ส่งผลให้นักบิดไทยอย่าง “ฟิล์ม” ปิยะวัฒน์ ประทุมยศ นักบิดไทย จาก เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ที่พลิกจากกลุ่มกลางขยับแซงโค้งสุดท้าย ขึ้นมาคว้าแชมป์ได้สำเร็จด้วยเวลา 19 นาที 11.373 วินาที เฉือน วรพงศ์ มาลาหวล นักบิดไทยอีกคนจาก ยามาฮ่า ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม ที่ลงแข่งขันด้วยสิทธิ์ไวลด์การ์ดเพียง 0.183 วินาทีเท่านั้น ด้าน ธัชกร บัวศรี จบเรซในอันดับ 5 ตามหลังแชมป์ 0.646 วินาที ส่วนแชมป์เอเชียในรุ่นนี้ตกเป็นของ แอนดี้ มูฮัมหมัด ฟาดลี นักบิดอินโดนีเซียนจาก แมนวล เทค เควายที คาวาซากิ เรซซิ่งสำหรับ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2019 ปิดฉากลงด้วยความเข้มข้น ในการแข่งขันที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยในฤดูกาล 2020 ประเทศไทยจะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน 2 สนามเช่นเคย
- RollsRoyce
โรลส์-รอยซ์ ‘เรธ อีเกิล 8’ (WRAITH EAGLE VIII) หนึ่งเดียวในไทยและคันแรก ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถูกจำหน่ายอย่างรวดเร็ว โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถยนต์ โรลส์-รอยซ์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มธุรกิจ มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) หรือ เอ็มจีซี-เอเชีย ได้นำเข้า โรลส์-รอยซ์ ‘เรธ อีเกิล 8’ ยนตรกรรมรุ่นพิเศษเพื่อนักสะสม เพื่อจัดแสดงที่งาน ‘The Pinnacle of Luxury 2019’ ระหว่างวันที่ 26 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2562 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยหลังการมาถึงเพียงไม่นาน ก็ถูกจับจองเป็นที่เรียบร้อย คุณกฤษฎา สวามิภักดิ์, ผู้จัดการทั่วไป โรลส์-รอยซ์ มอเตอร์ คาร์ส แบงคอก กล่าวว่า “บริษัทฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ยนตรกรรมสุดพิเศษคันนี้ถูกจับจองอย่างรวดเร็ว ซึ่งประเทศไทยได้โควต้าเพียง 1 คัน จากการผลิตจำกัดเพียง 50 คันทั่วโลก” โรลส์-รอยซ์ เรธ อีเกิล 8 ผลิตขึ้น ณ ศูนย์กลางแห่งความเป็นเลิศในการผลิตยนตรกรรมลักซ์ชัวรีระดับโลก ที่เมืองกู๊ดวูด สหราชอาณาจักร เพื่อเฉลิมฉลองการครบรอบ 100 ปี ของประวัติศาสตร์การเดินทางอันยิ่งใหญ่ กับความกล้าหาญของกัปตันจอห์น อัลค็อก และ ร้อยโทอาร์เธอร์ บราวน์ ผู้ประสบความสำเร็จในการบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกโดยไม่จอดพัก เป็นครั้งแรกในโลก ช่วงปี 2462 โดยนำวัสดุชั้นเลิศ ไม่ว่าจะเป็นทองคำ, เงิน, ทองแดง และทองเหลือง มาใช้ตกแต่งยนตรกรรมที่ได้แรงบันดาลใจจากอากาศยานผู้ที่สนใจ สามารถมายลโฉมและดื่มด่ำกับรายละเอียดอันงดงามของ โรลส์-รอยซ์ เรธ อีเกิล 8 รวมถึง โรลส์-รอยซ์ แฟนธอม และ โรลส์-รอยซ์ คัลลิแนน ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2562 ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน #RollsRoyce #Bespoke #WraithEagleVIII #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- The new Ranger Wild Track X
ฟอร์ดเสริมทัพกระบะพันธุ์แกร่ง เปิดตัว เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ ใหม่ เผยโฉมเรนเจอร์ แร็พเตอร์ และฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีใหม่ พร้อมสุดยอดข้อเสนอแห่งปี ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 · เผยโฉมกระบะเกิดมาแกร่งรุ่นล่าสุด ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ พร้อมแนะนำ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สีใหม่ สีน้ำเงิน Performance Blue และฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีใหม่ สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue ในรุ่นไทเทเนี่ยม พลัส · ฟอร์ดจัดแสดงผลิตภัณฑ์รุ่นเรือธงยอดนิยมครบทุกรุ่น ทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ เอเวอเรสต์ และมัสแตง โดยมี ไฮไลต์เป็นฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 และฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ใหม่ รวมทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่อัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ · พบกับข้อเสนอสุดเร้าใจสำหรับรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ด ทั่วประเทศ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดฉากงานมหกรรมยานยนต์ ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ด้วยการเปิดตัวรุ่นย่อยล่าสุดของกระบะ ‘เกิดมาแกร่ง’ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ พร้อมเผยโฉมสีใหม่ล่าสุดของ ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สีน้ำเงิน Performance Blue และฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue ในรุ่นไทเทเนี่ยม พลัส พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษแห่งปีภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ณ อาคารอิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี “ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ที่มาพร้อมความแกร่ง เปี่ยมด้วยสมรรถนะ เทคโนโลยีอัจฉริยะ ความประหยัดน้ำมัน และดีไซน์อันโดดเด่นเหนือระดับ ทำให้ฟอร์ดประสบความสำเร็จ และครองความเป็นผู้นำตลาดมาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรถรุ่นใหม่ในครั้งนี้เป็นการเพิ่มตัวเลือกเพื่อให้ตอบรับการทำงานและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น นอกจากราคาแนะนำสุดเร้าใจของฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 และฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ใหม่ ข้อเสนอสุดพิเศษที่ฟอร์ดมอบให้ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ยังทำให้ช่วงเวลานี้เหมาะอย่างยิ่งแก่การจับจองเป็นเจ้าของรถฟอร์ด” นายวิชิต ว่องวัฒนา การ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว ทัพรถยนต์ฟอร์ดครบทุกรุ่น ฟอร์ดนำกระบะ ‘เกิดมาแกร่ง’ ฟอร์ด เรนเจอร์ มาจัดแสดงภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครบทุกรุ่น ซึ่งรวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ใหม่ ที่เสริมลุคและดีไซน์ใหม่ด้วยกระจังหน้าใหม่ลวดลายตะแกรง ล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 18 นิ้ว สปอร์ตบาร์สีดำ ตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ FX4 ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล ดูราทอร์ค 2.2 ลิตร ที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปในครั้งนี้ ฟอร์ดยังได้เผยโฉม ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ รุ่นย่อยที่ 28 รุ่นล่าสุดในตระกูลฟอร์ด เรนเจอร์ เป็นครั้งแรก ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทาง พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ มาพร้อมอุปกรณ์อัจฉริยะมากมาย ยกระดับนิยามกระบะพันธุ์แกร่งขึ้นไปอีกขั้นด้วยกันชนเสริมด้านหน้าแบบสปอร์ตสีดำ ติดสนอร์เกิลสุดเท่ พร้อมซุ้มล้อดีไซน์ใหม่ ประดับหมุดที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีตให้มีโลโก้ฟอร์ดติดอยู่ด้านบนหมุดทุกตัว ล้ออัลลอยใหม่ และตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ไวลด์แทร็ค เอ็กซ์ บนประตูและท้ายกระบะ โดย ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์ มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ สีขาว Arctic White สีเงิน Aluminium Metallic สีส้ม Saber สีเทา Meteor Grey และสีดำ Shadow Black ฟอร์ด เรนเจอร์ ยังเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์รถกระบะอย่างต่อเนื่องด้วยความสามารถอันหลากหลาย สมรรถนะอันเหนือระดับ โดยล่าสุดฟอร์ดได้อัพเกรดฟีเจอร์ใหม่ใน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูง ด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่ ทั้งระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ไฟหน้าแบบแอลอีดี และเพิ่มช่องต่อ USB ด้านหน้า ในโอกาสนี้ ฟอร์ดได้แนะนำสีใหม่ล่าสุดในฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือ สีน้ำเงิน Performance Blue ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค ได้รับการเสริมลุคให้โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยใหม่ ในขณะที่ฟอร์ด เรนเจอร์ XLT และ XLS มีการยกระดับความบันเทิงให้ผู้ขับขี่ด้วยระบบ SYNC ใหม่ที่มาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ฟอร์ดยังนำ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถเอสยูวีอเนกประสงค์ที่เปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาจัดแสดง ทุกรุ่น ซึ่งรวมถึงฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต ใหม่ ที่ยกระดับการดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวทันสมัย อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีช่วยการขับขี่ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบเดี่ยว ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ยกระดับสมรรถนะและความสะดวกสบาย โดยมาพร้อมกับอุปกรณ์ตกแต่งแบบสปอร์ตสีดำ ทั้งกระจังหน้า กระจกข้าง กันชนหลัง และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมเพิ่มความหรูหราด้วยตัวอักษรนูน ‘EVEREST’ บนฝากระโปรงหน้า นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้เผยโฉมฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีใหม่ล่าสุด สีน้ำเงิน Deep Crystal Blue ในรุ่นไทเทเนี่ยม พลัส เพื่อเสริมรูปลักษณ์ภายนอกของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ให้มีความสวยงามหรูหรายิ่งขึ้นไปอีกระดับ ผู้เข้าเยี่ยมชมบูธฟอร์ดจะได้สัมผัสกับรถสปอร์ตระดับตำนาน ฟอร์ด มัสแตง ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์อันทรงพลังสองรุ่น คือ เครื่องยนต์ 5.0L V8 และ เครื่องยนต์ 2.3L EcoBoost มอบสมรรถนะการขับขี่ที่โฉบเฉี่ยวเหนือชั้น นอกจากนี้ มัสแตงรุ่นปัจจุบันยังอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะจนได้รับขนานนามว่าเป็นรถสปอร์ตที่ล้ำสมัยที่สุดอีกรุ่นหนึ่ง ข้อเสนอสุดพิเศษ ฟอร์ดพร้อมมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์มากมายภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป และที่ผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 36 ดังนี้ · ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4: ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 899,000 บาท จากราคาปกติ 919,000 บาท · ฟอร์ด เอเวอเรสต์ สปอร์ต: ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 1,399,000 บาท จากราคาปกติ 1,469,000 บาท · ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค เอ็กซ์: ราคาเดียวกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค รุ่น 4x4 ในราคา 1,265,000 บาท · ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น ไวลด์แทรค และ XLT: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 48 เดือน · ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น STD Cab 4x4: ดอกเบี้ย 0% ผ่อนนาน 24 เดือน · ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น XL และ XL+ พร้อมโปรโมชั่นผ่อนชำระพิเศษ o ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL: ผ่อนเพียงเดือนละ 5,999 บาท o ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL+: ผ่อนเพียงเดือนละ 6,999 บาท o ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Double Cab XL+: ผ่อนเพียงเดือนละ 7,999 บาท o ทุกรุ่นมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง Ford Ensure ฟรี ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคแล้ว ฟอร์ดยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าครอบครัวฟอร์ด ด้วยแผนงาน ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ ต่อยอดบริการที่มีอยู่เดิม พร้อมทั้งเพิ่มนวัตกรรมใหม่ ให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้าเจ้าของรถฟอร์ด อาทิ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด (Ford Call Center) ที่หมายเลข 02-686-5899 ซึ่งพร้อมให้บริการ 24 ชั่วโมง ตลอด 7 วันต่อสัปดาห์ มากไปกว่านั้น เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของลูกค้าในยุคดิจิทัล ฟอร์ดได้นำนวัตกรรมมาพัฒนาบริการออนไลน์เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกค้า อย่างการจัดตั้งทีมค้นหาและช่วยเหลือลูกค้าบนโลกออนไลน์ แอพพลิเคชั่น Roadside Assistance ให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนทุกวันตลอด 24 ชม. ซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบตำแหน่งรถช่วยเหลือผ่านแอพพลิเคชั่นได้ รวมถึงบริการรับประกันเช็กระยะเสร็จภายใน 60 นาทีผ่านการนัดหมายออนไลน์ หรือ 60-Minute Express Service Guaranteed Online Booking เพื่อมอบความสะดวกสบายและบริการที่รวดเร็วให้แก่ลูกค้าที่ทำการนัดหมายออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ onlinebooking.ford.co.th ได้ตลอดเวลา “ฟอร์ดมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การครอบครองรถฟอร์ดที่เหนือระดับให้กับลูกค้าฟอร์ดในทุกๆ ขั้นตอนของงานบริการด้วย ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ เพื่อสร้างความไว้วางใจในระยะยาวให้กับลูกค้าครอบครัว ฟอร์ดทุกคน” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย #RangerWildTrackX #Ford #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Royal Enfield
รอยัล เอนฟิลด์ ส่งรถมอเตอร์ไซค์มาตรฐานไอเสียยูโร 4 ครบทุกรุ่นในประเทศไทย พร้อมเปิดตัวหิมาลายัน สีใหม่ในมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 · รถมอเตอร์ไซค์ รอยัล เอนฟิลด์มาตรฐานไอเสียยูโร 4 ครบทุกรุ่นในประเทศไทย · เปิดตัว หิมาลายันสีใหม่ ได้แก่ สีแดง Rock Red สีน้ำเงิน Lake Blue และสีเทา Gravel Grey · สัมผัสรถรอยัล เอนฟิลด์ คัสตอม จาก คอนติเนนทัล จีที 650 และอินเตอร์เซปเตอร์ 650 จากสำนักแต่งชาวไทยชื่อดัง Zeus Custom และ K-Speed รอยัล เอนฟิลด์ ผู้นำตลาดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดกลางระดับโลก (250 – 750 ซีซี) นำเสนอผลิตภัณฑ์ระดับตำนานทุกรุ่นของรอยัล เอนฟิลด์ที่มาพร้อมมาตรฐาน ไอเสียยูโร 4 และเปิดตัวรถมอเตอร์ไซค์หิมาลายันสีใหม่ ได้แก่ สีแดง Rock Red สีน้ำเงิน Lake Blue และสีเทา Gravel Grey พร้อมชวนสายคัสตอมสัมผัสรถแต่งสุดเท่จากคอนติเนนทัล จีที 650 และอินเตอร์ เซปเตอร์ 650 โดยสำนักแต่ง Zeus Custom และ K-Speed และพบกับโปรโมชั่นมากมายสำหรับรถแต่ละรุ่น ณ บูธ รอยัล เอนฟิลด์ B13-2 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 รอยัล เอนฟิลด์ ประกาศในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 รถมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทยทั้งรถระดับตำนานอย่างบุลเล็ต 500, คลาสสิก 500 และหิมาลายัน มาพร้อมมาตรฐานไอเสียยูโร 4 เหมือนกับรถจักรยานยนต์สูบคู่ที่มีจำหน่ายในปัจจุบันทั้งอินเตอร์เซปเตอร์ 650 และคอนติเนนทัล จีที 650 พร้อมประกาศแนะนำสีใหม่ของรถแอดเวนเจอร์ทัวเรอร์อย่างหิมาลายัน ได้แก่ สีแดง Rock Red สีน้ำเงิน Lake Blue และสีเทา Gravel Grey หิมาลายันซึ่งมีมาตรฐานไอเสียยูโร 4 จะมอบการปกป้องที่เหนือระดับยิ่งขึ้นให้แก่ผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถจักรยานยนต์แบบแอดเวนเจอร์บนพื้นผิวถนนที่เปียกลื่น เต็มไปด้วยฝุ่นและหินกรวด มีเสถียรภาพและความปลอดภัยมากขึ้นด้วยระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock Braking System หรือ ABS) แบบ Dual Channel และระบบไฟส่องสว่างอัตโนมัติ (Automatic Headlamp On หรือ AHO) ซึ่งไฟหน้าจะเปิดโดยอัตโนมัติเพื่อเพิ่มทัศนวิสัยของผู้ขับขี่ มร.วิมัล ซุมบ์ลี หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก รอยัล เอนฟิลด์ กล่าวว่า “ประเทศไทยยังคงเป็นตลาดที่มีความสำคัญอันดับหนึ่ง ของรอยัล เอนฟิลด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เราดำเนินธุรกิจในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2559 และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในปีที่แล้วที่มีการเปิดตัวรถจักรยานยนต์สูบคู่ หรือ รอยัล เอนฟิลด์ ทวิน ที่ช่วยยกระดับการรับรู้และการจดจำแบรนด์ของเราในกลุ่มผู้บริโภค พร้อมกับเข้าถึงกลุ่มคอมมูนิตี้รถจักรยานยนต์ชาวไทยอย่างยอดเยี่ยม ในปีนี้เราพลิกโฉมประเทศไทยให้เป็นบริษัทลูกอย่างเป็นทางการด้วยการก่อตั้งสำนักงานแห่งใหม่ที่เป็นสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และดำเนินกลยุทธ์การขยายธุรกิจอย่างมั่นคงทั้งการเพิ่มรอยัล เอนฟิลด์สโตร์ 15 แห่งและศูนย์บริการ หรือ Service Center อย่างเป็นทางการอีก 25 แห่งทั่วประเทศไทยภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2563 ทั้งหมดนี้เดินหน้าไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์ระดับตำนานที่ทำให้เรามีศักยภาพเป็นเลิศมุ่งสู่การเติบโตในตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดกลางในประเทศไทย “เราได้ลงทุนในการส่งเสริมศักยภาพและการสร้างไลฟ์สไตล์แห่งการขับขี่มอร์เตอร์ไซค์ที่แท้จริง หรือ Pure Motorcycling ผ่านโปรแกรมการขับขี่รูปแบบใหม่ที่มีความหลากหลายและกิจกรรมที่เข้าถึง คอมมูนิตี้นักขับขี่ รวมถึงเครื่องแต่งกายสำหรับผู้ขับขี่และอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับรถมอเตอร์ไซค์เพื่อการสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป้าหมายของเราคือการสร้างการเติบโตให้ตลาดการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์เพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนทั่วประเทศไทยด้วยรถจักรยานยนต์ที่ทั้งสร้างแรงบันดาลใจและเข้าถึงได้ง่าย” วิมัลกล่าวเพิ่มเติม รถจักรยานยนต์ของรอยัล เอนฟิลด์ ที่จัดแสดงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ได้แก่ ● บุตเล็ต ไทรอัลส์ 500 – บุลเล็ต ไทรอัลส์ 500 มีจำนวนการผลิตจำกัด มีเพียง 210 คันในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ตำนานรถมอเตอร์ไซค์บุลเล็ต ไทรอัลส์สุดทรหดของรอยัล เอนฟิลด์ซึ่งเปลี่ยนโฉมหน้าของการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ด้วยการออกแบบที่สามารถต่อยอดได้และยังคว้าแชมป์การแข่งขันไทรอัลส์หลายครั้งในช่วงทศวรรษ 1940 และ 1950 ตอกย้ำศักยภาพและความแข็งแกร่งของตำนานรถบุลเล็ต ● รอยัล เอนฟิลด์ อินเตอร์เซปเตอร์ 650 – รถโรดสเตอร์สไตล์โมเดิร์น คลาสสิกที่เปี่ยมด้วยความมีชีวิตชีวา ถ่ายทอดดีไซน์แบบรถจักรยานยนต์สูบคู่ของรอยัล เอนฟิลด์ในยุค 1960 ด้วยถังน้ำมันรูปทรงหยดน้ำ พร้อมพื้นที่พักเข่าบริเวณตัวถังแบบดั้งเดิม สะดวกสบายด้วยเบาะนั่งคู่ ตัดเย็บบุนวมและแฮนด์จับกว้างชวนให้นึกถึงสไตล์สตรีทสแครมเบิลอันโด่งดังแห่งยุค 1960 ในแคลิฟอร์เนีย ตำแหน่งท่านั่งที่สะดวกสบายและควบคุมง่ายทำให้อินเตอร์เซปเตอร์มอบทั้งความสนุกและการใช้งานได้ในทุกสภาพถนน ตั้งแต่ถนนเรียบชายฝั่งที่เต็มไปด้วยทางโค้งไปจนถึงเส้นทางในเมือง และการโลดแล่นออกนอกเมืองไปถึงการขับขี่รับสายลมริมชายหาด ● รอยัล เอนฟิลด์ คอนติเนนทัล จีที 650 – รถคาเฟ่เรเซอร์ขนานแท้ที่มอบความสนุกในการ ขับขี่ คอนติเนนทัล จีที 650 ดึงดูดผู้ขับขี่แนวสปอร์ตมากเป็นพิเศษด้วยตัวเลือกอุปกรณ์อย่างเบาะที่นั่งเดี่ยว ถังน้ำมันที่เว้ารับเข่า ชุดพักเท้าหลัง และแฮนด์จับแบบคลิปออนที่มีการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ (ergonomic) เพื่อมอบความสะดวกสบายเมื่อต้องใช้งานในเมือง บนถนนทางไกล หรือบนถนนสายรองที่คดเคี้ยวซึ่งผู้ขับขี่จะได้สัมผัสความสนุกจากรถจักรยานยนต์ได้อย่างแท้จริง ● คลาสสิก 500 พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 189,800 บาท – รอยัล เอนฟิลด์ นำเสนอรถมอเตอร์ไซค์ที่ผสมผสานสไตล์แบบคลาสสิกเข้ากับชิ้นส่วนที่ทันสมัยซึ่งทำให้รถมอเตอร์ไซค์รุ่นนี้เป็นที่ปรารถนาอย่างแรงกล้า ซึ่งผสานพละกำลัง ความประหยัดน้ำมัน ความไว้วางใจ และความเรียบง่าย พร้อมสไตล์การออกแบบในยุคหลังสงครามที่สวยงามอย่างยิ่ง คุณสมบัติที่โดดเด่นที่สุดคือเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่โด่งดังซึ่งดึงดูดทุกสายตาให้หันมามอง และถังน้ำมันที่มาพร้อมกราฟฟิกยุคหลังสงครามที่มีเอกลักษณ์ซึ่งสร้างรูปลักษณ์แบบย้อนยุคให้แก่รถรุ่นนี้ ● หิมาลายัน พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 169,800 บาท – เป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่มีความอเนกประสงค์ที่สุดของรอยัล เอนฟิลด์ สะท้อนจุดสูงสุดของ 60 ปีแห่งประวัติศาสตร์และการออกแบบ หิมาลายันปูทางสู่การขับขี่รถมอเตอร์ไซค์แบบแอดเวนเจอร์ ทัวริ่งอย่างแท้จริง ไม่สุดโต่ง และเข้าถึงได้มากกว่าเดิม ศักยภาพที่เหนือชั้นบนเส้นทางออฟโรดทำให้รถรุ่นนี้เหมาะสำหรับการขับขี่ผ่านถนนขรุขระในเมืองไปจนถึงการฟันฝ่าไปตามเส้นทาง อันยากลำบากบนเทือกเขาสูงชัน ● บุลเล็ต 500 พร้อมเครื่องยนต์มาตรฐานยูโร 4 ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 179,800 บาท – รถระดับตำนานที่เปิดตัวในปี 2475 คือรถมอเตอร์ไซค์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ยังเดินสายการผลิตมาจนถึงปัจจุบัน รถจักรยานยนต์รุ่นนี้มาพร้อมการออกแบบที่เป็นเลิศและเหนือกาลเวลา รักษารูปลักษณ์แบบดั้งเดิมมานานกว่า 8 ทศวรรษ แต่เพียบพร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดตามความก้าวหน้าของระบบวิศวกรรม บุลเล็ตในตำนานยังรักษาการพ่นสีและเขียนลวดลายตัวถังด้วยมือแบบคลาสสิคเช่นเดิมซึ่งสะท้อนถึงความภักดีต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ รถมอเตอร์ไซค์คัสตอมจากรอยัล เอนฟิลด์ ทวิน ที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 นอกจากนี้ ภายในงาน รอยัล เอนฟิลด์ ยังจัดแสดงรถคัสตอมสุดพิเศษ ที่คัสตอมจากคอนติเนนทัล จีที 650 และอินเตอร์เซปเตอร์ 650 โดยสำนักแต่ง Zeus Custom และ K-Speed · Moose by Zeus Custom คัสตอมขึ้นจากพื้นฐานของตัวรถคอนติเนนทัล จีที 650 ที่เป็นสไตล์ Café Racer แต่ทาง Zeus เอามาคัสตอมใหม่หมดจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ยังให้กลิ่นอายความเป็นรอยัล เอนฟิลด์อยู่ โดยทางสำนักแต่งต้องการฉีกแนวให้รถคันนี้ไม่เหมือนใคร จึงเลือกให้รถคันนี้ออกมาเป็นสไตล์ Flat-track ที่เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อแข่งบนสนามดินทางเรียบ เน้นความเป็นงาน Handcraft สไตล์ Zeus ด้วยโครงรถมีความโค้งมนสอตดรับกับท่อไอเสียที่โค้งอ้อมใต้เครื่องยนต์ เสริม ดีเทลด้วยปลายท่อทองเหลือง ด้านท้ายของตัวรถทำขึ้นใหม่หมดให้เหลือโช้คตัวเดียว ตัวถังมาในสีเรียบหรูขาวมุกตัดด้วยเทาเข้ม เมื่อมองจากด้านหน้า ตัวแฮนด์เดิลบาร์ของรถคันนี้ดูคล้ายเขาของกวางมูส จึงเป็นที่มาของชื่อรถสุดแนวว่า “Moose” · Rock Rod by K-Speed “Rock Rod” สื่อถึงความเป็นรถที่ดิบ สนุก และขี่มันส์เหมือนฟังเพลง Rock ทาง K-Speed รื้อทุกส่วนของรถอินเตอร์เซปเตอร์ 650 จนเหลือแค่เครื่องยนต์ ก่อนประกอบขึ้นมาใหม่หมด โดยเปลี่ยนจากรถสไตล์ Roadster ให้กลายเป็นสไตล์ Chopper ที่ทางสำนักแต่งบอกว่าเป็นอินเตอร์เซปเตอร์คันแรกของโลกที่คัสตอมในสไตล์ Chopper! โมดิฟายโครงรถใหม่ทั้งหมด ให้ล้อหน้าใหญ่ขนาด 21 นิ้วพร้อมโช้คหน้าแบบสปริงเกอร์ ล้อหลัง 16 นิ้ว ถังน้ำมันขนาดเล็กแบบยกสูงย้ายระบบหัวฉีดไปใต้เบาะ พร้อมแฮนด์จับขนาดกระทัดรัดให้อารมณ์ Old School แบบ Vintage เปลี่ยนไฟหน้าเป็นไฟ LED และเพิ่มความดุดันด้วยสีเทาเข้มบนตัวถังทั้งหมด เกียร์รถถูกโมดิฟายมาไว้ที่ด้านข้างซ้ายของตัวรถ พร้อมแฮนด์จับ สร้างความแปลกใหม่ในการขับขี่ โปรโมชั่นงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 รอยัล เอนฟิลด์ มอบข้อเสนอสำหรับลูกค้าเมื่อซื้อหรือจองรถมอเตอร์ไซค์ รอยัล เอนฟิลด์ในงานทุกรุ่น ฟรี! ค่าจดทะเบียน และพ.ร.บ.ทุกรุ่น · คลาสสิก 500, บุลเล็ต 500 และหิมาลายัน – รับ Gift Voucher มูลค่า 14,000 บาท เพื่อนำมาแลกซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์การขับขี่ของรอยัล เอนฟิลด์ พร้อมรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงฟรี! ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เป็นระยะเวลา 2 ปี และฟรี! การตรวจเช็คระยะครั้งแรก · อินเตอร์เซปเตอร์ 650 และ คอนติเนนทัล จีที 650 – Gift Voucher มูลค่า 1,500 บาท เพื่อนำมาแลกซื้อเสื้อผ้าและอุปกรณ์การขับขี่ของรอยัล เอนฟิลด์ กิฟต์บ๊อกซ์สุดพิเศษ พร้อมรับบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงฟรี! ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เป็นระยะเวลา 3 ปี และฟรี! การตรวจเช็คระยะครั้งแรก พร้อมทั้งรับคอร์สการฝึกอบรมการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญ 1 วัน · บุลเล็ต ไทรอัลส์ 500 – Gift Voucher มูลค่า 6,000 บาท และ ฟรี! การตรวจเช็คระยะครั้งแรก พร้อมทั้งรับคอร์สการฝึกอบรมการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญ 1 วัน พบกับข้อเสนอสุดพิเศษจากรอยัล เอนฟิลด์ ณ บูธ รอยัล เอนฟิลด์ B13-2 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 หรือ มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 สำหรับลูกค้าที่สนใจสอบถามรายละเอียดต่างๆ สามารถสอบถามได้ที่ รอยัล เอนฟิลด์ คอนแทค เซ็นเตอร์ เซอร์วิส โทร.1800 012 720 เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง #RoyalEnfieldThailand #PureMotorcycling #RidewithRoyalEnfield #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- The new BMW X3 M and BMW X4 M
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยโฉมทัพยนตรกรรมสุดพรีเมียมและเทคโนโลยีล้ำสมัย นำโดย บีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่ และ บีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 คุณประพงษ์ ไม้เจริญ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการปฏิบัติการทั่วไป งานมหกรรม ยานยนต์, มร. กัลดริค ดอนเนอซาน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย, มร. อเล็กซานเดอร์ บารากา ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย, คุณขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน จัดงานมหกรรมยานยนต์, คุณชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป งานมหกรรมยานยนต์ และคุณชไมพร ปภัสร์พงษ์ ผู้ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ งานมหกรรมยานยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยโฉมยนตกรรมระดับพรีเมียม ครบครันทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์จากบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด พร้อมข้อเสนอพิเศษอีกมากมาย นำขบวนโดยบีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่ และ บีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่ สมาชิกใหม่ในตระกูล M ที่ผสมผสานมิติรถที่กว้างขวางในสไตล์รถยนต์เอนกประสงค์ รวมถึงความโฉบเฉี่ยวกับทรวดทรงแบบรถสปอร์ตคูเป้ เข้ากับขุมพลังในแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยู M ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ มินิ ยังต้อนรับแฟน ๆ ด้วยรถยนต์มินิ คลับแมน ใหม่ พร้อมกับการเปิดตัวเจ้าสนามแข่งอย่าง มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คลับแมน ใหม่ และ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คันทรีแมน ใหม่ พร้อมด้วยบิ๊กไบค์สองรุ่นล่าสุด บีเอ็มดับเบิลยู R 1250 RT และบีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 36 ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2561 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี ทัพยนตรกรรมใหม่จากบีเอ็มดับเบิลยูในปีนี้นอกจากบีเอ็มดับเบิลยู X3 M ใหม่ และ บีเอ็มดับเบิลยู X4 M ใหม่ แล้ว ยังร่วมขบวนโดยบีเอ็มดับเบิลยู M5 รุ่นฉลองครบรอบ 35 ปี (Edition 35 Years) ที่มาพร้อมชุดแต่ง BMW Individual เสริมความสปอร์ตแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟ และปิดท้ายด้วยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดบีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive45e M Sport ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 2 ของบีเอ็มดับเบิลยู X5 ที่มาพร้อมกับการขับเคลื่อนระบบไฟฟ้า #BMW #BMWIndividual #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- เปิดฉาก MOTOR EXPO 2019
รวมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 60 แบรนด์ ระดมโปรแรงส่งท้ายปี เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ระดมค่ายรถ 34 แบรนด์ จักรยานยนต์ 26 แบรนด์ ประชันรถใหม่พร้อมแคมเปญเด็ด ผู้ชมลุ้นชิงรถฟรี 4 คัน คาดเม็ดเงินสะพัดกว่า 50,000 ล้าน ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” เปิดเผยว่า ปีนี้ “IMC สื่อสากล” จัดงาน MOTOR EXPO 2019 ภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน - Ride and Drive Together Now” โดยได้รับเกียรติจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มีผู้ผลิตรถยนต์ร่วมงานจำนวน 34 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 26 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ ในงานมีการเปิดตัวรถใหม่หลายรุ่น ได้แก่ BMW X3 M, MAZDA 2, PORSCHE CAYENNE COUPE, VOLVO V60 นอกจากนั้นยังมีรถที่เพิ่งเปิดตัว และกำลังได้รับความสนใจ อาทิ BMW X4 M, FORD EVEREST SPORT, FORD RANGER FX4, HONDA CITY, HONDA CIVIC HATCHBACK, HYUNDAI VELOSTER, MAZDA CX-8, MINI JOHN COOPER WORKS CLUBMAN, MITSUBISHI ATTRAGE, MITSUBISHI MIRAGE, MITSUBISHI TRITON ATHLETE, NISSAN ALMERA, NISSAN GT-R 50th ANNIVERSARY, TOYOTA YARIS ATIV, TOYOTA YARIS ฯลฯ ทุกบูธจัดโปรโมชันพิเศษมากมาย ยิ่งกว่านั้นผู้จัดยังมีกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ...ชิงรถ / ซื้อบัตร...ชิงรถ / ซื้อสินค้า...ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์ / โหลด MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล รวมมูลค่ามากกว่า 3.5 ล้านบาท สำหรับยอดจองรถภายในงานคาดว่าจะสูงถึง 50,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,000 คัน ผู้ชมงานราว 1.6 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 56,000 ล้านบาท กิจกรรมที่น่าสนใจ ภายในอาคาร ได้แก่ IMC COMMUNITY แสดงผลงานสื่อดิจิทอลของ "IMC สื่อสากล" เช่น เวบไซท์ autoinfo.co.th และรายการพี่น้องลองรถ ทางยูทูบ ช่อง AUTOINFO ONLINE MOTOR EXPO BOAT FEST 2019 แสดงเจทสกี เครื่องยนต์เรือ โมเดลเรือยอชท์ อุปกรณ์กีฬาและกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย บริเวณ ลอบบี ชาลเลนเจอร์ 2 SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR อบรมขับขี่ปลอดภัย เพื่อปลูกฝังวินัยการจราจรให้แก่เยาวชน อายุ 6-12 ปี นิทรรศการ F1 IN SCHOOLS และ LAND ROVER 4x4 IN SCHOOLS กิจกรรมเพื่อเยาวชนระดับนานาชาติ พร้อมการแข่งขัน F1 IN SCHOOLS ESPORT RACING CHAMPION LEAGUE THAILAND 2019 บริเวณลอบบี ชาลเลนเจอร์ 2 มุมมอเตอร์สปอร์ท แสดงรถแข่งหลากหลายรูปแบบ ทั้ง เซอร์กิท ดแรก และดริฟท์ รวมถึงรถแต่งทุกสไตล์ รวมถึง ฮอนดา ซีวิค อีจี 3 ประตู วางเครื่อง 3UZ ขับหลังคันแรกในประเทศไทย บริเวณชาลเลนเจอร์ 3 นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถทรงคุณค่า และหาชมได้ยาก ตามแนวคิด “DNA แห่งความคลาสสิค” บริเวณชาลเลนเจอร์ 1 INTERNATIONAL PAVILION พื้นที่แสดงสินค้า และเจรจาเชิงธุรกิจ ของผู้ผลิตอุปกรณ์ยานยนต์จากประเทศจีน สาธารณรัฐเกาหลี และอินโดนีเซีย บริเวณชาลเลนเจอร์ 3 ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2562 MOTOR EXPO PROFESSIONAL SEMINAR การเสวนาที่น่าสนใจ หัวข้อ “2020 ทิศทางยานยนต์ไทย คิด..ทำ..ปรับตัว ?!?!” ห้องจูปิเตอร์ 4-5 วันที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00-16.00 น. หัวข้อ “ความรู้เรื่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า” ห้องจูปิเตอร์ 8-9 วันที่ 7 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00-15.30 น. หัวข้อ “อู่กลางการประกันภัย ยุคใหม่ มั่นใจ รับใช้ประชาชน” ห้องจูปิเตอร์ 8-9 วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00-16.30 น. MOTOR EXPO-CANON PHOTO CONTEST 2019 ประกวดภาพประทับใจในงานหัวข้อ “ICONIC” ชิงกล้อง CANON MIRRORLESS รุ่น EOS RP (เฉพาะ BODY) และรางวัลอื่นรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ฯลฯ กิจกรรมภายนอกอาคาร ได้แก่ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ (SPIRIT OF THE 4x4 DRIVING SCHOOL) สร้างสนามจำลองอุปสรรคให้ทดลองนั่งรถ 4x4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ ลานทดลองขับ พื้นที่ทดลองขับรถรุ่นที่ผู้ชมสนใจ โดยมีมาตรการคุมเข้มพิเศษเพื่อความปลอดภัย บริเวณด้านหลังชาลเลนเจอร์ สนามทดสอบระบบช่วยขับอัตโนมัติ พื้นที่สำหรับทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ ที่ติดตั้งมากับรถ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ฯลฯ ภายใต้คำแนะนำ และการดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากผู้แทนจำหน่าย และจากโครงการ "ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล" (SKILL DRIVING EXPERIENCE) บริเวณลานจอดรถขนส่ง หลังอาคารชาลเลนเจอร์ MOTORING CLUB สมาชิกคลับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ นำรถคันโปรดมาจัดแสดงให้คนรักรถได้ชมบริเวณ Drop Off ชั้น 2 อาคารชาลเลนเจอร์ 2 ฯลฯ กิจกรรมริมทะเลสาบเมืองทองธานี ได้แก่ โครงการ "ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล" จัดการอบรม Skill Driving Experience Demo เพื่อเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างถูกต้อง ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 8.30-16.00 น. Road to IAM Bangkok & Car Meeting ซิ่ง! ป่ะล่ะ เฟ้นหารถสวย STREET USE RACING 5 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ 2 ประตู 3 ประตู 4 ประตู 5 ประตู และพิคอัพ เพื่อเข้าร่วมแสดงในงาน IAM BANGKOK 2020 โดยคัดเลือกในวันที่ 8 ธันวาคม 2562 การเดินทางไปชมงานมีบริการ ฟรี ! รถรับ-ส่ง ปรับอากาศ ต่อเดียว...เที่ยว MOTOR EXPO 2019 ขาเข้างาน รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น. รายละเอียด ดังนี้ 1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต MRT สถานีจตุจักร EXIT 4, BTS สถานีหมอชิต EXIT 2 2. อ่อนนุช-IMPACT-อ่อนนุช สถานีอ่อนนุช EXIT 2 3. สีลม-IMPACT-สีลม MRT สถานีสีลม EXIT 1, BTS สถานีศาลาแดง EXIT 5 4. รังสิต-IMPACT-รังสิต ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ลานจอดรถตู้ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2562 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี พร้อมชมการถ่ายทอดสดงานได้ทาง ททบ. 5 TV5HD1 Facebook: TV5HD1 และ Facebook: MotorExpo ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00-16.00 น. รวมถึงการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดียในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00-19.00 น. 5 ช่องทาง ได้แก่ Facebook: TV5HD1, Youtube: TV5HD1, Facebook: MotorExpo, Youtube: IMC Online และ Twitter: MotorExpoTH ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th แอพพลิเคชัน MOTOR EXPO และ Line: @motorexpo รวมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ 60 แบรนด์ ระดมโปรแรงส่งท้ายปี เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ระดมค่ายรถ 34 แบรนด์ จักรยานยนต์ 26 แบรนด์ ประชันรถใหม่พร้อมแคมเปญเด็ด ผู้ชมลุ้นชิงรถฟรี 4 คัน คาดเม็ดเงินสะพัดกว่า 50,000 ล้าน ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” เปิดเผยว่า ปีนี้ “IMC สื่อสากล” จัดงาน MOTOR EXPO 2019 ภายใต้แนวคิด “โลดแล่นทันใด ทะยานไปด้วยกัน - Ride and Drive Together Now” โดยได้รับเกียรติจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดงาน มีผู้ผลิตรถยนต์ร่วมงานจำนวน 34 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ รถจักรยานยนต์ 26 แบรนด์ จาก 9 ประเทศ ในงานมีการเปิดตัวรถใหม่หลายรุ่น ได้แก่ BMW X3 M, MAZDA 2, PORSCHE CAYENNE COUPE, VOLVO V60 นอกจากนั้นยังมีรถที่เพิ่งเปิดตัว และกำลังได้รับความสนใจ อาทิ BMW X4 M, FORD EVEREST SPORT, FORD RANGER FX4, HONDA CITY, HONDA CIVIC HATCHBACK, HYUNDAI VELOSTER, MAZDA CX-8, MINI JOHN COOPER WORKS CLUBMAN, MITSUBISHI ATTRAGE, MITSUBISHI MIRAGE, MITSUBISHI TRITON ATHLETE, NISSAN ALMERA, NISSAN GT-R 50th ANNIVERSARY, TOYOTA YARIS ATIV, TOYOTA YARIS ฯลฯ ทุกบูธจัดโปรโมชันพิเศษมากมาย ยิ่งกว่านั้นผู้จัดยังมีกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมทั้ง ซื้อรถ...ชิงรถ / ซื้อบัตร...ชิงรถ / ซื้อสินค้า...ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์ / โหลด MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล รวมมูลค่ามากกว่า 3.5 ล้านบาท สำหรับยอดจองรถภายในงานคาดว่าจะสูงถึง 50,000 คัน รถจักรยานยนต์ 9,000 คัน ผู้ชมงานราว 1.6 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดในงานกว่า 56,000 ล้านบาท กิจกรรมที่น่าสนใจ ภายในอาคาร ได้แก่ IMC COMMUNITY แสดงผลงานสื่อดิจิทอลของ "IMC สื่อสากล" เช่น เวบไซท์ autoinfo.co.th และรายการพี่น้องลองรถ ทางยูทูบ ช่อง AUTOINFO ONLINE MOTOR EXPO BOAT FEST 2019 แสดงเจทสกี เครื่องยนต์เรือ โมเดลเรือยอชท์ อุปกรณ์กีฬาและกิจกรรมทางน้ำหลากหลาย บริเวณ ลอบบี ชาลเลนเจอร์ 2 SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR อบรมขับขี่ปลอดภัย เพื่อปลูกฝังวินัยการจราจรให้แก่เยาวชน อายุ 6-12 ปี นิทรรศการ F1 IN SCHOOLS และ LAND ROVER 4x4 IN SCHOOLS กิจกรรมเพื่อเยาวชนระดับนานาชาติ พร้อมการแข่งขัน F1 IN SCHOOLS ESPORT RACING CHAMPION LEAGUE THAILAND 2019 บริเวณลอบบี ชาลเลนเจอร์ 2 มุมมอเตอร์สปอร์ท แสดงรถแข่งหลากหลายรูปแบบ ทั้ง เซอร์กิท ดแรก และดริฟท์ รวมถึงรถแต่งทุกสไตล์ รวมถึง ฮอนดา ซีวิค อีจี 3 ประตู วางเครื่อง 3UZ ขับหลังคันแรกในประเทศไทย บริเวณชาลเลนเจอร์ 3 นิทรรศการสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดแสดงรถทรงคุณค่า และหาชมได้ยาก ตามแนวคิด “DNA แห่งความคลาสสิค” บริเวณชาลเลนเจอร์ 1 INTERNATIONAL PAVILION พื้นที่แสดงสินค้า และเจรจาเชิงธุรกิจ ของผู้ผลิตอุปกรณ์ยานยนต์จากประเทศจีน สาธารณรัฐเกาหลี และอินโดนีเซีย บริเวณชาลเลนเจอร์ 3 ระหว่างวันที่ 7-10 ธันวาคม 2562 MOTOR EXPO PROFESSIONAL SEMINAR การเสวนาที่น่าสนใจ หัวข้อ “2020 ทิศทางยานยนต์ไทย คิด..ทำ..ปรับตัว ?!?!” ห้องจูปิเตอร์ 4-5 วันที่ 3 ธันวาคม 2562 เวลา 13.00-16.00 น. หัวข้อ “ความรู้เรื่องการใช้รถยนต์ไฟฟ้า” ห้องจูปิเตอร์ 8-9 วันที่ 7 ธันวาคม 2562 เวลา 14.00-15.30 น. หัวข้อ “อู่กลางการประกันภัย ยุคใหม่ มั่นใจ รับใช้ประชาชน” ห้องจูปิเตอร์ 8-9 วันที่ 9 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00-16.30 น. MOTOR EXPO-CANON PHOTO CONTEST 2019 ประกวดภาพประทับใจในงานหัวข้อ “ICONIC” ชิงกล้อง CANON MIRRORLESS รุ่น EOS RP (เฉพาะ BODY) และรางวัลอื่นรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท ฯลฯ กิจกรรมภายนอกอาคาร ได้แก่ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อนสี่ล้อ (SPIRIT OF THE 4x4 DRIVING SCHOOL) สร้างสนามจำลองอุปสรรคให้ทดลองนั่งรถ 4x4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ ลานทดลองขับ พื้นที่ทดลองขับรถรุ่นที่ผู้ชมสนใจ โดยมีมาตรการคุมเข้มพิเศษเพื่อความปลอดภัย บริเวณด้านหลังชาลเลนเจอร์ สนามทดสอบระบบช่วยขับอัตโนมัติ พื้นที่สำหรับทดลองใช้งานระบบช่วยเหลือ ที่ติดตั้งมากับรถ เช่น ระบบถอยจอดอัตโนมัติ ระบบเบรคอัตโนมัติ ฯลฯ ภายใต้คำแนะนำ และการดูแลของผู้เชี่ยวชาญจากผู้แทนจำหน่าย และจากโครงการ "ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล" (SKILL DRIVING EXPERIENCE) บริเวณลานจอดรถขนส่ง หลังอาคารชาลเลนเจอร์ MOTORING CLUB สมาชิกคลับรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ นำรถคันโปรดมาจัดแสดงให้คนรักรถได้ชมบริเวณ Drop Off ชั้น 2 อาคารชาลเลนเจอร์ 2 ฯลฯ กิจกรรมริมทะเลสาบเมืองทองธานี ได้แก่ โครงการ "ขับเป็น...ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล" จัดการอบรม Skill Driving Experience Demo เพื่อเรียนรู้วิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างถูกต้อง ในวันที่ 5 ธันวาคม 2562 เวลา 8.30-16.00 น. Road to IAM Bangkok & Car Meeting ซิ่ง! ป่ะล่ะ เฟ้นหารถสวย STREET USE RACING 5 ประเภท ได้แก่ รถยนต์ 2 ประตู 3 ประตู 4 ประตู 5 ประตู และพิคอัพ เพื่อเข้าร่วมแสดงในงาน IAM BANGKOK 2020 โดยคัดเลือกในวันที่ 8 ธันวาคม 2562 การเดินทางไปชมงานมีบริการ ฟรี ! รถรับ-ส่ง ปรับอากาศ ต่อเดียว...เที่ยว MOTOR EXPO 2019 ขาเข้างาน รอบแรก 11.00 น. รอบสุดท้าย 20.30 น. ขาออกงาน รอบแรก 12.00 น. รอบสุดท้าย 22.30 น. รายละเอียด ดังนี้ 1. หมอชิต-IMPACT-หมอชิต MRT สถานีจตุจักร EXIT 4, BTS สถานีหมอชิต EXIT 2 2. อ่อนนุช-IMPACT-อ่อนนุช สถานีอ่อนนุช EXIT 2 3. สีลม-IMPACT-สีลม MRT สถานีสีลม EXIT 1, BTS สถานีศาลาแดง EXIT 5 4. รังสิต-IMPACT-รังสิต ฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต ลานจอดรถตู้ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2562 ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี พร้อมชมการถ่ายทอดสดงานได้ทาง ททบ. 5 TV5HD1 Facebook: TV5HD1 และ Facebook: MotorExpo ในวันเสาร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2562 เวลา 14.00-16.00 น. รวมถึงการถ่ายทอดสดผ่านโซเชียลมีเดียในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2562 เวลา 12.00-19.00 น. 5 ช่องทาง ได้แก่ Facebook: TV5HD1, Youtube: TV5HD1, Facebook: MotorExpo, Youtube: IMC Online และ Twitter: MotorExpoTH ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th แอพพลิเคชัน MOTOR EXPO และ Line: @motorexpo #มหกรรมยานยนต์ครั้งที่36 #MotorExpo2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Mercedes-Benz
เมอร์เซเดส-เบนซ์ สร้างสีสันตลาดรถหรูส่งท้ายปี เปิดตัวยนตรกรรม 5 รุ่นล่าสุด ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 36 บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด รุกเซ็กเมนต์เอสยูวี และปลั๊กอินไฮบริด ต่อเนื่อง เปิดตัว 5 ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด ได้แก่ สองยนตรกรรมเอสยูวีแบบ 7 ที่นั่ง “Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium” ขุมพลังดีเซล ที่มาพร้อมกับ ความหรูหรา และเทคโนโลยีความปลอดภัยอันล้ำสมัย และ “Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic” รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมส่งครอสโอเวอร์สายพันธุ์แรง จากแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่าง “Mercedes-AMG GLC 63 S 4MATIC+ Coupé” และ “Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé” รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ สองยนตรกรรมเอสยูวีสมรรถนะสูงที่ผสมผสานความอเนกประสงค์ของรถยนต์สไตล์เอสยูวี และความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของรถยนต์สไตล์คูเป้ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นอกจากนี้ ยังได้เปิดตัว “Mercedes-Benz E 300 e” ยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดภายใต้แบรนด์ EQ โดดเด่นด้วยประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ที่สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม พร้อมขนทัพยนตรกรรมหรูรุ่นอื่นๆ รวมกว่า 29 รุ่น มาจัดแสดงภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2562 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี มร.โรลันด์ โฟล์เกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา รถยนต์ตระกูลเอสยูวี ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มยนตรกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ที่มีส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ เป็นอย่างมาก ด้วยยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยอดขายทั่วโลกในปีที่ผ่านมาสูงถึง 820,721 คัน และมีสัดส่วนยอดขาย มากกว่าหนึ่งในสามของยอดขายรวมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ดังนั้น เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำ ในตลาดรถยนต์พรีเมี่ยมในประเทศไทย และความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองในทุกๆ ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า บริษัทฯ จึงได้นำเสนอยนตรกรรมเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดจำนวน 4 รุ่น ประกอบด้วย “Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium” รถยนต์เอสยูวีระดับ S-Class แบบ 7 ที่นั่ง เครื่องยนต์ดีเซลที่พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์ ในการใช้ชีวิตอันไร้ขีดจำกัดในทุกเส้นทางทั้ง on-road และ off-road และ “Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic” รุ่นประกอบในประเทศ รถยนต์สไตล์ออฟโรดที่ พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ พร้อมทั้ง “Mercedes-AMG GLC 63 S 4MATIC+ Coupé” ครอสโอเวอร์สไตล์คูเป้สายพันธุ์แรงที่จะมาช่วยเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอรถยนต์ตระกูล 63 ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น และ “Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé” รุ่นประกอบในประเทศโฉมใหม่ นอกจากนี้เรายังได้เปิดตัวรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด ภายใต้แบรนด์ EQ รุ่นล่าสุด “The new Mercedes-Benz E 300 e” โดยทั้ง 5 รุ่นนี้ จะเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ หรือมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคมนี้ ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี” “สำหรับงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปในครั้งนี้ ภายในบริเวณบูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แบ่ง โซนการจัดแสดงรถยนต์ออกเป็น 4 โซน ครอบคลุมรถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury, Dream Car และ SUV รวมถึงแบรนด์รถยนต์หรูระดับอัลตร้า ลักชัวรีอย่าง เมอร์เซเดส-มายบัค แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และแบรนด์เทคโนโลยีกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดอย่าง EQ เพื่อให้ลูกค้า ได้สัมผัสกับยนตกรรมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ทุกกลุ่มได้อย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น” มร.โรลันด์ กล่าวเสริม มร.บีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้นำเสนอรถยนต์ในกลุ่มเอสยูวีจากแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ GLC, GLC Coupé, GLE, G-Class และล่าสุด Mercedes-Benz GLS และ Mercedes-AMG GLC จึงทำให้ในปัจจุบัน บริษัทฯ นำเสนอรถยนต์ในกลุ่มนี้ทั้งสิ้น 6 รุ่นด้วยกัน โดย Mercedes-Benz GLS 350 d 4MATIC AMG Premium ถือเป็นเจเนอเรชันที่ 3 ของยนตรกรรมเอสยูวีขนาด 7 ที่นั่งที่มอบความหรูหรา และสะดวกสบายเทียบเท่ารถยนต์ในตระกูล S-Class ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้น 60 ม.ม. เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้าทำให้มีพื้นที่ในห้องโดยสารมากขึ้นโดยเฉพาะบริเวณที่นั่งแถวที่ 2 และ Mercedes-Benz GLE 300 d 4MATIC AMG Dynamic รุ่นประกอบในประเทศ ยนตรกรรมเอสยูวี 7 นั่งระดับ E-Class ที่สะท้อนตัวตนในฐานะรถยนต์สไตล์ออฟโรดที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ แต่ยังคงความหรูหราทันสมัยได้เป็นอย่างดี และสำหรับยนตกรรมไฮไลท์จาก แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ประกอบด้วยครอสโอเวอร์สไตล์คูเป้ พันธุ์แรงสองรุ่นล่าสุด อย่าง Mercedes-AMG GLC 63 S 4MATIC+ Coupé รถยนต์เอสยูวีรุ่นแรกในตระกูล 63 ที่เปิดตัวในประเทศไทย มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน V8 ขนาด 4.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบคู่แบบ Biturbo ด้วยเทคนิคการติดตั้งแบบ Hot inside V ผสานกับระบบเกียร์แบบสปอร์ต AMG SPEEDSHIFT MCT 9-Speed Sports Transmission ที่ช่วยให้การตอบสนองของรถในระหว่างที่มีการเปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว และราบรื่นยิ่งขึ้น และ Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé รุ่นประกอบในประเทศ โฉมใหม่ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน แบบ AMG Performance 4MATIC ระบบส่งกำลังแบบ AMG SPEEDSHIFT TCT 9G และเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบคู่ แบบ Biturbo ที่มีจุดเด่นในเรื่องระบบแรงดันเสริมท่อสำหรับนำอากาศของชุดเทอร์โบ (boost pressure) ส่งผลให้สามารถเพิ่มแรงม้า และแรงบิดให้กับเครื่องยนต์รุ่นนี้ได้อย่างทรงพลัง โดยทั้งสี่รุ่นนี้มาพร้อมระบบมัลติมีเดียแบบ “MBUX” (Mercedes-Benz User Experience) ที่ช่วยยกระดับความสะดวกสบายขณะขับขี่ด้วยการเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดเสมือนมีผู้ช่วยส่วนตัวผ่านระบบการสั่งการด้วยเสียง และมาพร้อมบริการ Mercedes me connect ซึ่งมีความสามารถในการเชื่อมต่อระหว่างลูกค้า รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ อีกหนึ่งรุ่นไฮไลท์ที่บริษัทฯ นำเสนอในงาน คือ The new Mercedes-Benz E 300 e ยนตรกรรมปลั๊กอินไฮบริดรุ่นใหม่ล่าสุดภายใต้แบรนด์ EQ ที่มาพร้อมกับแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนชนิดใหม่ที่สามารถประจุไฟฟ้าได้มากกว่าเดิม ส่งผลให้ระยะทางสูงสุดสำหรับการขับขี่โดยใช้พลังงานไฟฟ้าอย่างเดียวเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 60%” นอกจากการเปิดตัว 5 ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดแล้ว บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้นำรถยนต์รุ่นอื่นๆ รวมกว่า 29 รุ่น ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ในทุกเซ็กเมนต์จากแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-มายบัค เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และแบรนด์เทคโนโลยี EQ มาจัดแสดงในงาน เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกชม และสัมผัสกันอย่างใกล้ชิด โดยได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมายเพื่อมอบให้กับลูกค้าทุกคนที่จองรถยนต์ ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป อาทิ การนำเสนอรถยนต์ในราคาสุดพิเศษจำนวนจำกัด ประกอบด้วย Mercedes-Benz E 350 e Final Edition ล็อตสุดท้าย ราคาเริ่มต้นที่ 2,900,000 บาท และ Mercedes-Benz GLA 200 Urban ราคาเริ่มต้นที่ 1,899,000 บาท “พร้อมกันนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ยังได้เปิดตัว LINE Official Account ในชื่อ “Mercedes-Benz Thailand” (@mercedesbenzth) เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสื่อสาร และให้บริการลูกค้าโดยความพิเศษของการเปิด LINE Official Account ในครั้งนี้ คือ การรวมบัญชีของเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) เข้าไว้ด้วยกันเพื่อมอบความสะดวกรวดเร็วในการรับข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวต่างๆ และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าคนสำคัญ โดยจะเป็นช่องทางดิจิทัลที่สามารถส่งข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ กิจกรรมที่น่าสนใจ และข้อเสนอพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง ประเทศไทย นอกจากนี้ ยังสามารถให้บริการอื่นๆ ผ่านเมนูที่ ง่ายต่อการเข้าใช้ อาทิ ข้อมูลเกี่ยวกับรุ่นรถต่างๆ (Car Models) บริการค้นหาผู้จำหน่าย อย่างเป็นทางการ (Dealer Locator) บริการจองคิวทดสอบรถ (Book a Test Drive) บริการทางการเงิน (Financial Services) ไปจนถึง การอัพเดทข้อมูลกิจกรรม และข้อเสนอพิเศษต่างๆ (Event and Promotion) และเมนูสำหรับเจ้าของรถ (Owner Section) เป็นต้น ทั้งนี้ บริษัทฯ มั่นใจว่าการขยายช่องทางการสื่อสารบนดิจิทัลแพลตฟอร์มในครั้งนี้ จะช่วยให้แบรนด์มีความใกล้ชิดกับลูกค้า และกลุ่มเป้าหมายได้มากยิ่งขึ้นเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับทุกคน”











