top of page

1423 results found with an empty search

  • World Italian Food Week 2024 in Thailand

    สัปดาห์อาหารอิตาเลียนรอบโลก 2024 ในประเทศไทย ร่วมฉลองการได้รับเสนอชื่อของศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้โดย UNESCO สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน กรุงเทพฯ (Italian Trade Agency) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย จัดกิจกรรมประจำปีที่เชิดชูความเป็นเลิศแห่งศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียน ในเทศกาลสัปดาห์อาหารอิตาเลียน หรือ Italian Cuisine Week 2024 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-22 พฤศจิกายน 2567 นับเป็นการจัดกิจกรรมระดับโลกครั้งที่ 9 และเป็นครั้งสำคัญยิ่งเพื่อร่วมฉลองการได้รับเสนอชื่อของศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้โดย UNESCO ในโอกาสนี้ มิส เปาลา กุยด้า ข้าหลวงพาณิชย์อิตาเลียนประจำประเทศไทยได้เปิดเผยว่า เทศกาลสัปดาห์อาหารอิตาเลียนที่จัดขึ้นพร้อมกันรอบโลกนี้เป็นการนำเสนอศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนที่ไม่ใช่เป็นเพียงการประกอบอาหาร แต่เป็นหนึ่งในรากฐานวัฒนธรรมที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวอิตาเลียนสู่สายตาโลก ซึ่งสำหรับประเทศไทยปีนี้ได้มีการจัดทัพนำรสชาติต้นตำหรับ ของอิตาลีมาให้คนไทยได้ลิ้มลอง เพื่อสร้างความเข้าใจและชื่นชอบอาหารอิตาเลียนได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น กระชับความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมผ่านอาหารและเมนูพิเศษจากหลากหลายภูมิภาคของอิตาลี สัปดาห์อาหารอิตาเลียนในปีนี้มีกิจกรรมที่น่าสนใจที่จะสร้างความอิ่มเอมและดื่มด่ำกับมรดกวัฒนธรรมด้านอาหารและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของอิตาลีได้ครบทุกมิติอย่างเต็มที่ ไฮไลต์แรกเป็นเทศกาลอาหารอิตาเลียนที่จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 16-22 พฤศจิกายน 2567 ร่วมกับร้านอาหารและภัตตาคารอิตาเลียนในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองด้วยรางวัล Ospitalita Italiana Award ระดับโลกที่มีจุดประสงค์เพื่อรับรองร้านอาหารอิตาเลียนแท้ในต่างประเทศ โดยมีการนำเสนอเอกลักษณ์ของอาหารอิตาเลียนอันเป็นที่ยกย่องและชื่นชอบของผู้คนทั่วไป เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคในประเทศไทยได้เข้าถึงและเข้าใจในความโดดเด่นและอิ่มอร่อยกับวัฒนธรรมอาหารของอิตาลีอย่างแท้จริง อีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์โดยเฉพาะเพื่อผู้ชื่นชอบของอร่อยจากเบเกอรี่ ด้วยความร่วมมือของ ALMA สถาบันสอนศิลปะการทำอาหารอิตาเลียน จัดกิจกรรมเวิร์คชอปเพื่อเสริมสร้างทักษะในการทำขนมหวานอิตาลี ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ที่ The Food School, Bangkok กับเพสตรี้เชฟอิตาเลียนมากประสบการณ์ แองเจโล่ เบลลูซซี่ (Angelo Belluzzi) ที่จะมาถ่ายทอดเทคนิคการทำ ซิกเนเจอร์ช็อกโกแล็ต พานา ค็อตตา ระหว่างเวลา 10.00 - 12.00 น. เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสรสชาติขนมอิตาเลียนแท้ๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้มีใจรักการทำอาหาร รีบ ที่นั่งมีจำนวนจำกัด สำรองที่นั่งที่ bangkok@ice.it ยังมีกิจกรรมทางการค้าสุดพิเศษเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการด้านไวน์ที่พลาดไม่ได้ คือ Unit Wine Tour จะจัดขึ้นด้วยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์อิตาลีกับ Unexpected Italy ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 ที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ โดยงานนี้ได้ระดมผลิตผลของผู้ผลิตไวน์ 33 แห่ง จาก 12 ภูมิภาค ของอิตาลี รวมกว่า 150 ชนิดมาให้ลิ้มลอง โอกาสพิเศษเช่นนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำเข้าไวน์ ผู้จัดจำหน่าย เจ้าของผับ/บาร์ และซอมเมอลิเยร์ นอกจากจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับไวน์ชนิดต่างๆ และชิมไวน์จากผู้ผลิตไวน์อิตาลีโดยตรงแล้ว ผู้ที่ได้ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมยังมีโอกาสอันดีที่จะเสริมสร้างพันธมิตรทางธุรกิจกับผู้ผลิตไวน์ชั้นเลิศอิตาลีอีกด้วย สัปดาห์อาหารอิตาเลียน 2024 ยังเปิดโอกาสให้ผู้ที่รักและชื่นชอบอาหารอิตาเลียนได้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารและไวน์ในเทศกาล “Best of 4 Regions” ที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานพาณิชย์อิตาเลียนกับบริษัทเซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่าลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 21-27 พฤศจิกายน 2567 เตรียมตื่นตาตื่นใจกับความหลากหลายของอาหารและผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะแบรนด์ดังจากสี่ภูมิภาคของอิตาลีมาให้ได้ลิ้มลองและซื้อหากันได้ทุกวันตลอดสัปดาห์ อิตาเลียนเลิฟเว่อร์ต้องไม่พลาดติดตามข่าวสารและปักหมุดปฏิทินไปร่วมงานนี้ ! “สัปดาห์อาหารอิตาเลียน 2024 มีความสำคัญยิ่งกว่าปีไหนๆ เนื่องจากเป็นห้วงเวลาของการร่วมฉลองการได้รับเสนอชื่อของศิลปะการปรุงอาหารอิตาเลียนเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมอันจับต้องไม่ได้โดย UNESCO ดังนั้น สำนักงานพาณิชย์อิตาเลียน กรุงเทพฯ และสถานเอกอัครราชทูตอิตาลีในประเทศไทยจึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดยอดมรดกวัฒนธรรมด้านอาหารของอิตาลี กับรสชาติและความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมอิตาลีที่จะสร้างความประทับใจให้ไม่รู้ลืม”

  • SET Awards 2024

    เอ. เจ. พลาสท์ คว้า 2 รางวัลใหญ่ จาก SET Awards 2024 และได้รับการประเมิน CGR “ดีเลิศ” ระดับ 5 ดาว บริษัท เอ. เจ. พลาสท์ จำกัด (มหาชน) คว้า 2 รางวัลเกียรติยศจากเวที “SET Awards 2024” จากประเภท Sustainability Excellence ซึ่งได้รับรางวัล Highly Commended Sustainability Awards ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยบริษัทฯ อยู่ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดไม่เกิน 3,000 ล้านบาท และรางวัล Commended Supply Chain Management Awards เป็นปีแรก สำหรับรางวัลทั้ง 2 ที่ได้รับในปีนี้ ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของบริษัทฯ ในฐานะเป็นบริษัทจดทะเบียนที่พัฒนาองค์กรตามแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยดำเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม ยึดหลัก ภิบาล คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม รวมทั้งยังมีการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานอย่างยั่งยืน ตลอดจนให้ความสำคัญกับการสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายกิตติภัค สุทธิสัมพัทน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ. เจ. พลาสท์ จำกัด (มหาชน) ขึ้นรับโล่รางวัล จาก ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ภายในงาน SET Awards 2024 ซึ่งจัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และวารสารการเงินธนาคาร นอกจากรางวัลที่กล่าวมาข้างต้น บริษัทฯ ยังได้รับคะแนนการประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ 5 ดาว หรือ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยได้รับการประเมินตามโครงการสำรวจการกำกับดูแลกิจการบริษัท จดทะเบียนไทย (CGR) ประจำปี 2567 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ภายใต้การสนับสนุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งปีนี้มีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมการประเมินทั้งสิ้น 808 บริษัท โดย เอ.เจ. พลาสท์ ได้รับการจัดอันดับในระดับ “ดีเลิศ” อีกครั้ง ตอกย้ำการพัฒนาการกำกับดูแลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนำแนวทางการดำเนินธุรกิจด้วยความยั่งยืนมาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร ครอบคลุมในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) พร้อมการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสีย และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุนในระยะยาว

  • PT Grand Prix of Thailand 2024

    บทสรุป PT Grand Prix of Thailand 2024 อีกหน้าประวัติศาสตร์ “โมโตจีพี สนามประเทศไทย” ที่ต้องจารึกไว้ ปิดฉากลงอย่างสุดประทับใจ ทั้งความยิ่งใหญ่อลังการ ธีมเสน่ห์อีสาน “ฅนบุรีรัมย์” รวมทั้ง “หมูเด้ง”ที่มาสร้างไวรัลไปทั่วโลก เติมเต็มสุดสัปดาห์แห่งความมันส์ของสุดยอดศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกกับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ โมโตจีพี รายการ "พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024" ระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2024 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นี่คืออีกหนึ่งความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศในการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยจัดขึ้นบนผืนแผ่นดินไทย ภายใต้การขับเคลื่อน ความร่วมมือที่ผนึกแน่นทั้งภาครัฐ เอกชนและภาคประชาชนมากมาย ที่ขับเคลื่อนเทศกาลมอเตอร์สปอร์ตขนาดยักษ์นี้ เนรมิตกิจกรรมที่สมบูรณ์พร้อมทั้งด้านในและนอกสนาม ในฐานะที่ประเทศไทยและคนไทยเป็นเจ้าภาพร่วมกัน เพื่อให้ทุกอย่างออกมาสมบูรณ์แบบ ราบรื่น และงดงามที่สุด เมื่อถูกถ่ายทอดออกไปสู่สายตาชาวโลก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปีนี้ถือว่า การจัดงานโมโตจีพี สนามประเทศไทย ประสบความสำเร็จอย่างมากในทุกมิติ ตลอด 3 วันมีผู้ร่วมงาน 205,343 คน แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมงานชาวไทย จำนวน 154,666 คน และผู้เข้าร่วมงานชาวต่างชาติ จำนวน 50,677 คน เพิ่มจากในปี 2023 ที่มียอดผู้ร่วมงาน 179,811 คน โดยเฉพาะผู้ชมชาวไทย ในปีที่ผ่านมา 127,665 คน เพิ่มขึ้นถึง 27,001 คน แสดงให้เห็นถึงความนิยมในกีฬามอเตอร์สปอร์ตในประเทศไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดียิ่ง โดยในการจัดงานครั้งนี้ในแง่ของผู้ชม, บรรยากาศ รวมทั้งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในรอบการจัดงาน 5 ปี คือ 4,759 ล้านบาท ทั้งนี้สิ่งที่เป็นความงดงามคือ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยทำผลงานดีเยี่ยมแม้จะออกสตาร์ตจากลำดับที่ 13 แต่สามารถไล่แซงขึ้นมา จนเกือบขึ้นโพเดี้ยม จบในอันดับที่ 4 สร้างความสุข ความประทับใจให้กับคนไทย นายเนวิน ชิดชอบ ประธาน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า โมโตจีพีวิถีไทย ความภูมิใจที่ยิ่งใหญ่ ของคนไทยทั้งประเทศ ในปีนี้จัดในธีม “ฅนบุรีรัมย์” แสดงให้เห็นถึงเมืองเล็กๆที่ไม่มีทรัพยากรอะไรมากมาย แต่ทุกอย่างเป็นสิ่งที่“ฅนบุรีรัมย์” สามารถสร้างขึ้นมาได้ จนกลายเป็น Destination หนึ่งของโลก ทั้งฟุตบอลและมอเตอร์สปอร์ต ในปีนี้เริ่มต้นกิจกรรม Pre-Event โมโตจีพี ต้อนรับนักแข่งด้วยธีมเสน่ห์อีสาน ท่อง “ปราสาทหินเมืองต่ำ”-ถ่ายวีดีโอโปรโมตประเทศ ที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ สร้างความตื่นตาตื่นใจให้เหล่านักบิดซูเปอร์สตาร์ของโลกที่ร่วมงาน รวมทั้งทีมงานดอร์น่า สปอร์ตอย่างมาก นักบิดได้ชมและลองย้อม “ผ้าอัคนี” ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ ภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีสวยงาม รวมทั้งทดลองชิมอาหารเชิดชูถิ่นอย่าง “ขนมตดหมา” เมนูชื่อแปลกแต่แสนอร่อย รวมทั้งมี “ฅนบุรีรัมย์” ที่ได้รับโอกาสสำคัญในงานระดับโลกในบ้านเกิด อาทิ “ข้าวฟ่าง” กัลป์ธีรา ทรงประโคน ศิลปินสาวชาวบุรีรัมย์จาก The Voice Thailand ซีซั่น 6 ได้รับเลือกเป็นผู้ขับร้องเพลงชาติไทย ในเวอร์ชั่นการร้องสด ประกอบวงออเคสตร้าที่เป็นลูกหลานบุรีรัมย์ และ “ศศลักษณ์ ไหประโคน” แข้งบุรีรัมย์และทีมชาติไทย ฅนบุรีรัมย์ที่ได้รับเกียรติเป็นผู้โบกธงตราหมากรุก ในการแข่งขันรุ่น MotoGP โดยนับเป็นชาวไทยและลูกหลานบุรีรัมย์คนที่ 2 ที่ได้โบกธงในงานระดับโลก ต่อจาก “ลิซ่า” ลลิษา มโนบาล ที่ได้โบกธงตราหมากรุก ในการแข่งขันรถฟอร์มูล่าวันหรือ F1 มาแล้ว ไฮไลต์สำคัญที่สร้างสีสัน ไวรัลอีกครั้งกับ “หมูเด้ง” ที่เพจหลัก Motogp.com เผยภาพ “หมูเด้ง” ออกสตาร์ตในกริดสุดท้ายของรุ่น MotoGP ลำดับที่ 23 โดยไม่ต้องผ่านรอบควอลิฟาย ถูกกล่าวขานและแชร์ออกไปทั่วโลก เหล่าแฟนคลับชูป้ายเชียร์หมูเด้งในสนาม โดยก่อนการแข่งขัน ดอร์น่า สปอร์ตได้ทำภาพกราฟิกโปรโมตสนามประเทศไทย มีข้อความภาษาไทยว่า ยินดีต้อนรับ, ไทยจีพี และมีภาพหมูเด้งล้อมกรอบอยู่ด้านล่าง เขียนข้อความว่า ขอบคุณ นอกจากนี้ฝ่ายจัดการแข่งขัน สนามประเทศไทยได้ผุด แคมเปญ ThaiGP x MOODENG แจกจ่ายเสื้อลิขสิทธิ์ MotoGP ที่มีภาพหมูเด้งขี่รถแข่ง สุดน่ารักแจกให้กับผู้โชคดี เพียง 20 คน พร้อมส่วนลดครึ่งราคาในการเยี่ยมชมหมูเด้งที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ซึ่งทีมดอร์น่า สปอร์ต ได้นำเสื้อ ThaiGP x MOODENG แจกจ่ายให้นักบิดระดับซูเปอร์สตาร์ของโลกได้สวมใส่ ทำให้ได้รู้ว่านักบิดเหล่านี้ต่างตกหลุมรัก ฮิปโปน้อย “หมูเด้ง” ของไทยเช่นกัน ทั้งนี้ที่ถูกชื่นชมตลอดมา คือเสน่ห์ของสนามที่มีความสนุก หลากหลาย ไม่เหมือนใคร จัดเต็มทั้งคอนเสิร์ต, มวยและ PT Grand Prix Expo ที่มีร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกช้อป ชิม รวมถึงพาวิลเลียนขนาดยักษ์ของแบรนด์สินค้าและหน่วยงานราชการให้ร่วมสนุกร่วมชมมากมาย ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด, น้ำแร่ธรรมชาติ ตราช้าง, ฮอนด้า, ยามาฮ่า, โตโยต้า, ดูคาติ , กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ฯลฯ พิเศษสุดสำหรับในปีนี้ ยังมี “ไทไทย พาวิลเลียน” ที่นำเสนอแนวคิด รากฐานภูมิปัญญาภายใต้แนวคิดใหม่ สวยงามอลังการอย่างมาก นอกจากนี้หลังจบการแข่งขันคณะทำงานของไทย ได้ประชุมร่วมกับ “ดอร์น่าสปอร์ต” ทีมดอร์น่าได้กล่าวชื่นชมการจัดงานสนามประเทศไทยว่า เป็นการบริหารจจัดการภาพรวมของกิจกรรมที่ดีที่สุดในทุกสนามที่ผ่านมา ทำเอาทีมงานที่เหน็ดเหนื่อยจากการเตรียมงานมากกว่า 6 เดือน ก่อนเข้าสู่อีเว้นต์มอเตอร์สปอร์ตขนาดยักษ์นี้ ภาคภูมิใจหายเหนื่อย โดยหลายเสียงได้ชื่นชมว่า Everything is perfect ที่แสดงให้เห็นถึงการจัดงานฝีมือคนไทย และความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งรัฐ-เอกชน ที่ทำให้เกิดงานที่ดีที่สุดอีกหนึ่งงานไม่แพ้ใครในโลก ทั้งยังสร้างความสุข รอยยิ้มให้แฟนอเตอร์ปอร์ต เศรษฐกิจหมุนเวียนทั้งในจังหวัด พื้นที่ใกล้เคียง สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ทั้งนี้ โมโตจีพี ในปี 2025 จะเป็นปีแรกที่ไทยได้รับเกียรติอย่างมาก ในการเปิดฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย โดยได้มีการประกาศ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2568 จะมีการแถลงข่าวเปิดฤดูกาล เปิดตัวนักแข่ง ทีมแข่งและรถที่ใช้แข่งขันที่กรุงเทพ รวมทั้งการจัด Pre Season test ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2568 ต่อด้วยการแข่งขันโมโตจีพี สนามแรกของฤดูกาล ประเดิมแข่งขันกันในวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2568 โดยมีนักแข่งไทย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทยคนแรกที่ลงแข่งขันในรุ่น MotoGP แฟนความเร็วกาปฏิทินรอไว้ แล้วมาร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกันอีกครั้ง

  • Spark EV

    พิธีเปิดตัวแบรนด์ Spark EV พิธีเปิดตัวบริการชาร์จ EV ที่เร็วที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุด เครือข่ายการชาร์จ EV ปฏิวัติ: Spark แนะนำบริการชาร์จ EV ที่เร็วที่สุดและน่าเชื่อถือที่สุดในประเทศไทยซึ่งมีสถานีชาร์จที่เป็นนวัตกรรมเริ่มต้นที่ 180 kWh ที่สามารถชาร์จ EV ทั่วไปได้อย่างเต็มที่ในระยะเวลา 30 นาทีพร้อมกับตัวเลือก 360 KWH และ 600 kWh. การสนับสนุนที่ครอบคลุมและการเป็นหุ้นส่วน: สนับสนุนโดย Cornerstone Technologies ประกายไฟมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเครือข่ายทั่วประเทศ 1,000+ตำแหน่งการชาร์จทำให้มั่นใจได้ว่าการเข้าถึงที่ไร้รอยต่อและการสนับสนุนลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมงผ่านแอปที่ใช้งานง่าย ความร่วมมือกับบางจากกลุ่มโทมัสและพลังงาน GACจะเพิ่ม EV ECO เพิ่มเติม-ระบบในประเทศไทย. Spark มีความภูมิใจที่จะประกาศการเปิดตัวบริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ซึ่งออกแบบมาให้เป็นที่รวดเร็วและน่าเชื่อถือที่สุดในประเทศไทย ด้วยความเร่งด่วนที่เพิ่มขึ้นของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศประกายจุดมุ่งหมายที่จะทำให้การยอมรับ EV สามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้นและสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่ทุกคนที่มีส่วนร่วมในอนาคตที่สะอาดและยั่งยืนมากขึ้น ที่ Heart of Spark's SPARK เป็นเครือข่ายการชาร์จที่ก้าวล้ำซึ่งมีสถานีชาร์จขั้นสูงเริ่มต้นที่ 180 kWh สถานีเหล่านี้สามารถชาร์จ EV ทั่วไปในเวลาไม่ถึง 30 นาทีเพื่อให้แน่ใจว่าไดรเวอร์ใช้เวลารอน้อยลงและมีเวลามากขึ้นบนท้องถนน นอกจากนี้ Spark กำลังเปิดตัวตัวเลือกการชาร์จที่รวดเร็วเป็นพิเศษที่ 360 kWh และ 600 KWH - อุตสาหกรรมแรกสำหรับประเทศไทย ความมุ่งมั่นในการเพิ่มความเร็วและประสิทธิภาพนี้เป็นหนึ่งในข้อกังวลหลักสำหรับเจ้าของ EV ที่มีศักยภาพ: ความพร้อมใช้งานและประสิทธิภาพของโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จ "ประกายไฟทุ่มเทเพื่อกำจัดอุปสรรคไปสู่การยอมรับ EV โดยการให้ประสบการณ์การชาร์จที่ไร้รอยต่อ"Mr. Vincent Yip ซีอีโอของ Spark EV Co. Ltd"เป้าหมายของเราคือการสร้างเครือข่ายที่ไม่เพียง แต่ตรงกับความต้องการของไดรเวอร์ EV ของวันนี้ แต่ยังคาดการณ์ความต้องการในอนาคตเนื่องจากผู้คนจำนวนมากเปลี่ยนไปใช้ยานพาหนะไฟฟ้า" นอกเหนือจากเทคโนโลยีการชาร์จที่ทันสมัยแล้ว Spark มุ่งมั่นที่จะให้การสนับสนุนที่ครอบคลุมสำหรับผู้ใช้ แอพ Spark ให้การสนับสนุนลูกค้าตลอด 24/7 ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างง่ายดายเมื่อจำเป็น แพลตฟอร์มที่ใช้งานง่ายนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าไดรเวอร์สามารถตรวจสอบสถานะการชาร์จของพวกเขาและชำระเงินได้อย่างสะดวกเพิ่มประสบการณ์โดยรวม เพื่อสนับสนุนการเสนอเครือข่ายและบริการของมัน Spark กำลังร่วมมือกับผู้เล่นอุตสาหกรรมที่สำคัญรวมถึง บริษัท บางจากกลุ่มโทมัสและพลังงาน gac.ความร่วมมือเหล่านี้จะเปิดใช้งานประกายไฟเพื่อสร้างเครือข่ายทั่วประเทศที่ 1,000 ตำแหน่งการชาร์จทำให้ง่ายขึ้นสำหรับไดรเวอร์ EV เพื่อค้นหาตัวเลือกการชาร์จที่เชื่อถือได้ทุกที่ที่อยู่ในประเทศไทย เมื่อ Spark เปิดตัวบริการของ บริษัท จึงขอเชิญทั้งไดรเวอร์ EV ปัจจุบันและผู้ที่พิจารณาถึงสวิตช์เพื่อสัมผัสกับข้อเสนอของมัน ด้วยสี่สถานีปฏิบัติการที่มีอยู่แล้วและมีสถานที่เพิ่มเติม 100 แห่งในการพัฒนาประกายไฟจะทรงตัวเพื่อเป็นผู้เล่นที่สำคัญในระบบนิเวศ EV ของประเทศไทย

  • MotoGP, Thailand's great stadium

    “โมโตจีพี” สนามประเทศไทยยิ่งใหญ่ “บันยาญ่า” ฝ่าฝนเข้าวินรุ่นใหญ่ ก้อง-สมเกียรติ ท็อป 4 โมโตทู แฟนเฮสนั่น ศึก โมโตจีพี สนามประเทศไทย รายการ PT Grand Prix of Thailand 2024 ประสบความสำเร็จยิ่งใหญ่ ขณะเกมการแข่งขันเข้มข้นระดับ 5 ดาว ท่ามกลางแฟนความเร็วตลอด 3 วันมากถึง 205,343 คน ผลรุ่นใหญ่ “ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า”แชมป์โลก 2 สมัยชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เข้าวินพร้อมตีตื้น “ฮอร์เก มาร์ติน” คู่แข่งชาวสแปนิชจาก พรามัค เรซซิ่ง เหลือ 17 คะแนน ขณะ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ฮีโร่นักบิดชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สร้างผลงานสุดประทับใจ สตาร์ตกริด 13 แซงคว้าท็อป 4 ในรุ่น โมโตทู ส่วน “ไอ โอกูระ” นักบิดญี่ปุ่นได้ฉลองแชมป์อย่างยิ่งใหญ่กับแฟนชาวไทยที่ บุรีรัมย์ การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี 2024 สนาม 18 รายการ PT Grand Prix of Thailand 2024 (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ไฮไลต์อยู่ที่การขับเคี่ยวเพื่อลุ้นแชมป์โลกพรีเมียร์คลาส โดยก่อนแข่ง “ฮอร์เก มาร์ติน” นักบิดสแปนิชจาก พรีม่า พรามัค เรซซิ่ง มีคะแนนนำ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า แชมป์โลก 2 สมัยชาวอิตาเลียนจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม อยู่ทั้งสิ้น 22 คะแนน โดยก่อนแข่ง “เมนกรังด์ปรีซ์” มีฝนตกลงมาส่งผลให้ต้องประกาศเป็น “Wet Race” แข่งขันท่ามกลางผิวแทร็กเปียก ชิงชัยทั้งสิ้น 26 รอบสนาม กริดสตาร์ตในเรซนี้มี “บันยาญ่า” เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วยทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “เอเนีย บาสเตียนินี” ในกริดที่ 2 หลังเพิ่งคว้าชัยชนะสปรินต์มาในวันเสาร์ ส่วน “มาร์ติน” เริ่มเกมจากกริดที่ 3 ในแถวหน้าเช่นกัน และอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญคือ “มาร์ค มาร์เกซ” แชมป์โลก 8 สมัยจาก เกรซินี เรซซิ่ง ในกริดที่ 5 เริ่มเกมเป็น “มาร์ติน” ที่ออกนำได้ก่อนหลังผ่านโค้งแรก ตามด้วย “มาร์เกซ” และ “บันยาญ่า” ที่แม้จะพลาดในช่วงออกตัวแต่ก็สามารถกลับสู่ความเร็วที่ดีได้ ก่อนจะแชมป์โลกชาวอิตาเลียนจะขยับขึ้นเป็นหัวแถวได้ในรอบที่ 4 และปิดจ็อบคว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จด้วยเวลา 43 นาที 38.108 วินาที เหนือ “มาร์ติน” ในอันดับ 2 อยู่ 2.905 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “เปโดร อคอสต้า” นักบิดสแปนิชจาก เรดบูล แกสแกส เทคทรี ที่มาไล่แซงช่วงท้ายอย่างสุดมันส์ ตามหลัง 3.8 วินาที ขณะที่อันดับ 4 และ 5 ตกเป็นของ “ฟาบิโอ ดิ จิอันนันโตนิโอ” นักบิดอิตาเลียนจาก เปอร์ตามิน่า เอ็นดูโร วีอาร์46 ตามด้วย “แจ็ค มิลเลอร์” นักแข่งชาวออสเตรเลียนจาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ในอันดับ 5 ด้าน “มาร์ค มาร์เกซ” พลาดล้มที่โค้ง 8 ขณะลุ้นแซงบันยาญ่า ก่อนนำรถเข้าป้ายในอันดับ 11 สถานการณ์ลุ้นแชมป์โลกของรุ่นใหญ่ ยังคงดำเนินอย่าเข้มข้น โดยชัยชนะของ “บันยาญ่า” ทำให้สามารถบีบระยะเข้าไปหา “มาร์ติน” เหลือเพียง 17 คะแนน ขณะที่เหลือการแข่งขันทั้งสิ้น 2 กรังด์ปรีซ์ และ 2 สปรินต์ ด้านผลการแข่งขันในรุ่น โมโตทู เป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่แฟนชาวไทยลุ้นอย่างหนัก เมื่อ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ซูเปอร์สตาร์ชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย สร้างผลงานสุดประทับใจ ด้วยการออกตัวจากกริดที่ 13 ไล่แซงคว้าอันดับ 4 หลังมีธงแถงช่วง 2 รอบสุดท้าย หลังจากที่มีฝนตกลงมา ส่วนผู้ชนะได้แก่ “แอรอน คาเน็ต” นักบิดสแปนิชจาก ฟานติค เรซซิ่ง ด้วยเวลา 32 นาที 2.751 วินาที ตามด้วย “ไอ โอกูระ” นักบิดญี่ปุ่นจาก เอ็มที เฮลเม็ตส์ - เอ็มเอสไอ ในอันดับ 2 ตามหลัง 3.684 วินาที เพียงพอให้เขาคว้าแชมป์โลก โมโตทู ในฤดูกาลนี้ไปครอง ได้ฉลองอย่างยิ่งใหญ่กับแฟนชาวไทยที่ บุรีรัมย์ ขณะที่อันดับ 3 เรซนี้ ได้แก่ “มาร์กอส รามิเรซ” นักบิดสแปนิชจาก อเมริกันส์ เรซซิ่ง ตามหลัง 4.683 วินาที โดยผลการแข่งขันในรุ่นเล็กอย่าง โมโตทรี ต้องมาตัดสินกันถึงโค้งสุดท้าย ชัยชนะตกเป็นของ “ดาวิด อลอนโซ” นักบิดโคลัมเบียนแชมป์โลกปีนี้จาก ซีเอฟ โมโต กาวิโอตา อัสพาร์ ทีม ด้วยเวลา 20 นาที 29.345 วินาที เฉือน “ลูก้า ลูเน็ตต้า” นักบิดอิตาเลียนจาก ซิค58 สควอดร้า คอร์เซ อันดับ 2 เพียง 0.353 วินาที ตามด้วย “คอลลิน วายเยอร์” นักบิดดัตช์จาก ลิควิ โมลี ฮัสควาน่า อินแท็ค จีพี ตามหลัง 0.522 วินาที ส่วน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดไทยจาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย ฟอร์มเยี่ยมสตาร์ตจากกริดที่ 25 บิดคว้าอันดับ 17 ตามหลังผู้ชนะ 17.262 วินาที สำหรับ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2024 ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ โดยได้รับความสนใจจากแฟนความเร็วทั่วโลก ขณะเดียวกันก็มีผู้ชมเข้าสู่สนามตลอดทั้งสุดสัปดาห์มากถึง 205,343 คน โดยฤดูกาลหน้า สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ได้รับการยืนยันให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรกของปี ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2025 รวมถึงการเป็นสนามทดสอบ “พรี-ซีซั่น เทสต์” ในวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2025 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

  • Kong-Somkiat” wins top 4 Moto2 Home Race Thai GP 2024

    “ก้อง-สมเกียรติ” บิดแซงสุดระห่ำ ควบ “พยัคฆ์คำราม” คว้าท็อป 4 โมโตทู โฮมเรซ ไทยจีพี 2024 “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดขวัญใจชาวไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” สวมหัวใจ “พยัคฆ์คำราม” ลงบิดโฮมเรซต่อหน้าแฟนๆ ชาวไทยที่ร่วมส่งกำลังใจเชียร์ บู๊ไล่แซงสุดโหดจากกริด 13 ทะยานคว้าอันดับ 4 หลังเกิดธงแดง 2 รอบสุดท้าย ในศึก โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2024 สนาม 18 รายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ ท่ามกลางเสียงเชียร์กระหึ่มก้อง สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผลงานสุดยอดเยี่ยมของ “ก้อง-สมเกียรติ” ยอดนักบิดขวัญใจชาวไทย เจ้าของหมายเลข 35 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย โชว์ฟอร์มฝืนเจ็บท่ามกลางสายฝน ส่งท้ายการแข่งขันในรุ่น โมโตทู ครั้งสุดท้ายของเขาในบ้านเกิด อย่างสมเกียรติกับการขยับขึ้นไปสู่รุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง โมโตจีพี ในฤดูกาลหน้า ซึ่งประเทศไทยได้รับการยืนยันเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล โดยจะเป็นการเปิดตัวครั้งแรกใน “พรีเมียร์คลาส” ต่อหน้าแฟนชาวไทยเช่นกัน ร่วมส่งกำลังใจเชียร์นักแข่งฮอนด้าให้คว้าชัย สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ไปด้วยกัน โดยติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : https://facebook.com/hondamotorcyclethailand เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : https://facebook.com/HondaBigBikeTH เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซทูเดอะดรีม : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #MotoGP #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #IdemitsuHondaTeamAsia #SC35 #Kong #ThaiGP2024 #PTGrandPrixofThailand2024 #HondaNo1 #RaceToTheOne #เชียร์ไทยให้เป็นหนึ่ง

  • PT Maxnitron Racer Max Speed

    พีทีจี แนะนำ “พีที แมกซ์นิตรอน เรซเซอร์ แมกซ์ สปีด” น้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์แท้เกรดพรีเมียมสำหรับรถจักรยานยนต์ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ พีที (PT) แนะนำผลิตภัณฑ์ พีที แมกซ์นิตรอน เรซเซอร์ แมกซ์ สปีด (PT Maxnitron Racer Max Speed) น้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์แท้ 100% เกรดพรีเมียมสูตรพิเศษสำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันพื้นฐานกลุ่ม Ester (Base Oil Group V) ร่วมด้วยเทคโนโลยี SYN4MAX จาก พีที แมกซ์นิตรอน ใช้ได้กับรถจักรยานยนต์ 4 จังหวะที่มีขนาดความจุเครื่องยนต์ตั้งแต่ 450 ซีซี ขึ้นไป นายชัยทัศน์ วันชัย  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานปฎิบัติการบริษัท พีทีจี   เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เผยว่า “บริษัทฯ ได้พัฒนา “พีที แมกซ์นิตรอน เรซเซอร์ ซีรี่ย์” เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ที่ต้องการน้ำมันหล่อลื่นประสิทธิภาพสูง สำหรับผลิตภัณฑ์  พีที แมกซ์นิตรอน เรซเซอร์ แมกซ์ สปีด เป็นน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์แท้ 100% คุณภาพสูง เกรดพรีเมียมซึ่งเป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันพื้นฐานกลุ่ม Ester (Base Oil Group V) ร่วมกับเทคโนโลยี SYN4MAX จาก พีที แมกซ์นิตรอน ช่วยเพิ่มอัตราเร่งให้กับเครื่องยนต์ รักษากำลังเครื่องยนต์ให้คงที่ ส่งผลต่อการจับคลัทช์ที่ดียิ่งขึ้น ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้นในทุกย่านความเร็ว และสามารถตอบสนองได้ดีในทุกสภาวะการขับขี่”   คุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์ พีที แมกซ์นิตรอน เรซเซอร์ แมกซ์ สปีด ประกอบด้วย 1.      ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้นานขึ้น ด้วยเทคโนโลยีพิเศษ (SYN4MAX) ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ และได้รับการพิสูจน์แล้ว ทำให้มีการป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนสำคัญ ช่วยปกป้องเครื่องยนต์ และชุดเกียร์ ภายใต้สภาวะการขับขี่     ที่ใช้ความเร็ว และรอบเครื่องยนต์สูง 2.      เครื่องยนต์ทำงานได้สูงสุดเต็มกำลัง และ สมรรถนะ พีที แมกซ์นิตรอน เรซเซอร์ แมกซ์ สปีด มีสารเพิ่มคุณภาพชะล้างที่มีประสิทธิภาพโดดเด่น ช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้กำลังสูงสุด และช่วยควบคุมการเกิดคราบเขม่าสะสมที่บริเวณลูกสูบ และแหวนลูกสูบ ให้เครื่องยนต์สะอาดตลอดการใช้งาน อีกทั้งยังเพิ่มแรงเสียดทานในระบบคลัทช์ที่เหมาะสม ช่วยให้การจับของคลัทช์ดีขึ้น เปลี่ยนเกียร์ได้นุ่มนวล ทุกย่านความเร็ว 3.      ทนทานต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะอุณหภูมิสูง และยืดอายุการเปลี่ยนถ่ายที่ยาวนาน ด้วยคุณลักษณะด้านการต้านทานการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นที่ยอดเยี่ยม ทำให้แน่ใจว่า  จะมีเสถียรภาพต่อความร้อนและการเกิดออกซิเดชั่น และมีอายุการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันที่ยาวนาน      ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ พีที แมกซ์นิตรอน เรซเซอร์ แมกซ์ สปีด (PT Maxnitron Racer Max Speed)    วางจำหน่ายในราคา 750 บาท พร้อมของแถมพรีเมียมอีกมากมาย เฉพาะช่องทางแอปพลิเคชั่น Lazada ที่ร้าน LazMall PTG Group ได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2567 จัดส่งทั่วประเทศ สามารถดูรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ Facebook : PT Station หรือ http: PTenergy.co.th/PT Maxnitron

  • “PT Grand Prix of Thailand 2024”

    สุดจัด! ภาพรวมความยิ่งใหญ่ “โมโตจีพี” ประเทศไทย เปิดประเดิม อลังการ ครบเครื่องทั้งใน-นอกสนาม เข้าสู่โปรแกรมการแข่งขันอย่างยิ่งใหญ่ ของศึกกรังด์ปรีซ์อันดับหนึ่งของโลก รายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สนามที่ 18 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ล่าสุด เข้าสู่โปรแกรมการควอลิฟายของทุกรุ่น แฟนความเร็วหลายหมื่นคนหลั่งไหลเข้าสู่สนามอย่างต่อเนื่อง รัฐ-เอกชนผนึกกำลังต้อนรับอย่างดีเยี่ยมทุกมิติ ชูเสน่ห์กีฬา-อาหาร-วัฒนธรรม-ท่องเที่ยวและวิถีชีวิตอย่างไทยครบวงจร ฝ่ายจัดการแข่งขันเผยข้อมูล ภาพรวมการแข่งขันในวันแรก ซึ่งเป็นรอบซ้อมว่า เหล่าซูเปอร์ตาร์ของโลกบิดระห่ำ สามารถทำลายสถิติสนามช้างได้กระจุยในทุกรุ่น เรียกว่า โชว์ความเร็วและแรง ต่อหน้าแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่ยกทัพเข้ามาชมเนืองแน่น ดีกรีความสนุกดุเดือด เปิดหัวอย่างสวยงาม เรียกกระแสให้กับแฟนๆทั่วโลกที่คอยติดตามเชียร์อยู่ทั่วโลก มากกว่า 800 ล้านคน อย่างมาก โดยสนามประเทศไทยได้ถูกเผยแพร่ภาพและเรื่องราวผ่านสื่อมวลชนทั่วโลก ทั้งบรรยากาศการแข่งขันในสนาม สีสันสนามแข่ง การจัดเตรียมการต้อนรับที่พร้อมสมบูรณ์ ตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงดึกดื่น ในสนามก็ยังคงจัดเต็ม แสงสี เสียง สว่างไสวและคึกคักด้วยแฟนๆที่ทยอยเดินทางเข้ามาชมและร่วมกิจกรรมมากกว่าทุกปี เป็นเสมือน “เฟสติวัล” ขนาดใหญ่ที่ครบวงจร ถูกใจแฟนโมโตจีพีทั่วโลก ด้วยเสน่ห์ของสนามที่มีความสนุก หลากหลาย มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร จัดเต็มทั้งคอนเสิร์ต, มวยและ PT Grand Prix Expo ที่มีร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกช้อป ชิม รวมถึงพาวิลเลียนขนาดยักษ์ของแบรนด์สินค้าและหน่วยงานราชการให้ร่วมสนุกร่วมชมมากมาย ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด, น้ำแร่ธรรมชาติ ตราช้าง, ฮอนด้า, ยามาฮ่า, โตโยต้า, ดูคาติ , กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ฯลฯ พิเศษสุดสำหรับในปีนี้ ยังมี “ไทไทย พาวิลเลียน” ที่นำเสนอแนวคิด รากฐานภูมิปัญญาภายใต้แนวคิดใหม่ สวยงามอลังการน่าเยี่ยมชมอย่างมาก โดยพื้นที่กิจกรรม (Commercial Area) ของโมโตจีพี สนามประเทศไทย จัดได้อย่างยิ่งใหญ่ อลังการ ครบรสชาติ และสนุกกว่ากรังด์ปรีซ์อื่นๆ จนได้รับเสียงชื่นชมจากนักแข่ง ทีมแข่ง ดอร์น่าสปอร์ต สื่อมวลชน และแฟนๆจากทั่วโลก ต่างยกให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์และเสน่ห์ของการจัดแข่งขันสนามประเทศไทย

  • MotoGP Thailand stadium kicks off on the first day

    ถึงก่อนได้เปรียบกว่า! MotoGP สนามประเทศไทยเปิดฉากวันแรกสุดคึกคัก นักบิดเซอร์วิสแฟนคลับสุดประทับใจ เปิดฉากวันแรกของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ การแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ที่สุด ที่มีการจัดในประเทศไทย และมีผู้ติดตามชมมากกว่า 800 ล้านคน จาก 220 ประเทศทั่วโลก บรรยากาศในวันแรกเต็มไปด้วยความคึกคัก นักบิดทยอยเข้าสู่สนามตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม ก่อนจะแข่งขันรอบควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับสตาร์ตในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 26 ตุลาคมนี้ และชิงชัยในรอบสปรินต์เรซ ในบ่ายของวันเดียวกัน และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคมนี้ เริ่มต้นด้วย โมโตโทรี 13.15 น. ต่อด้วย โมโตทู 14.05 น. และ โมโตจีพี 15.00 น. ด้านแฟนคลับ MotoGP ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เริ่มทยอยเข้ามายังสนามแข่งขันตั้งแต่เช้าวันของศุกร์ที่เข้าสู่โปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการ บรรยากาศสุดคึกคักด้วยขบวน "ชัตเทิ่ล แต๋น"นับร้อยคัน อีกหนึ่งความภูมิใจของ "ฅนบุรีรัมย์" ที่พร้อมให้บริการนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยแฟนคลับที่เดินทางมาถึงก่อน ได้พบกับการเซอร์วิสแฟนๆของเหล่าซูเปอร์สตาร์นักบิดที่เป็นกันเอง ทั้งการถ่ายภาพ แจกลายเซ็น การรับมอบของที่ระลึกจากแฟนๆ ในอิริยาบถสบายๆ หลัง Paddock ก่อนเข้าสู่โปรแกรมแข่งขันที่เข้มข้น คาดตลอด 3 วันจะมีผู้ร่วมงานกว่า 2 แสนคน ส่วนซูเปอร์ตาร์ 4 ขาแก้มอมชมพู “หมูเด้ง” ก็อาละวาดทั่วพิตนักบิด โดยทีม Motogp ได้นำเสื้อ ThaiGP x MOODENG แจกจ่ายให้นักบิดได้สวมใส่ ซึ่งเสื้อนี้จะเป็น Limited Edition พิเศษ สำหรับแฟนโมโตจีพี สนามประเทศไทย เพียง 20 ตัว ในโลก สุ่มผู้โชคดีจากเลขหลังบัตรในระบบ Allticket ประกาศผลวันที่ 4 พ.ย. 67 ทางเพจ Chang Circuit Buriram โดยมอบสิทธิ์เด้งที่ 2 ในการนำบัตรชม MotoGP ไปเป็นส่วนลด 50% เยี่ยมบ้านที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว หมดเขตวันที่ 30 พ.ย. 67

  • Pre Event Welcome to MotoGP

    สวัสดีประเทศไทย! นักบิดร่วม Pre Event ต้อนรับสู่ MotoGP ที่จะระเบิดศึกสุดสัปดาห์นี้ ภายใต้ธีมเสน่ห์อีสานใต้ สุดอบอุ่น-ประทับใจ 6 สุดยอดนักบิดของโลก ตะลุยกิจกรรมต้อนรับ และถ่ายวีดีโอประชาสัมพันธ์ประเทศไทย พาทัวร์ย้อนยุค “ปราสาทหินเมืองต่ำ” สัมผัสมนต์ขลังแดนอีสาน ทอผ้าพื้นเมืองภูเขาไฟ พร้อมทั้งคัดสรร “เมนูเชิดชูอาหารท้องถิ่น” หาทานยาก อย่าง“ขนมตดหมา” อาหารถิ่นประจำ จ.บุรีรัมย์ เมนูชื่อแปลกแต่สุดแสนอร่อย ภายใต้การต้อนรับอบอุ่น ครบเครื่อง อลังการ ประเทศไทยจัดกิจกรรม Pre Event ต้อนรับนักแข่ง โมโตจีพี สนามประเทศไทย รายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” อย่างยิ่งใหญ่ เมื่อวันพุธที่ 23 ตุลาคม 2567 โดยนักบิดชื่อดัง ได้แก่ อเล็กซ์ รินส์, ลูก้า มารินี่, มาร์โก้ เบซเซคกี้, เฟอร์มิน อัลเดอร์แกร์ รวมทั้ง 2 นักบิดไทยที่ลงทำการแข่งขัน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และธัชกร บัวศรี ในธีมเสน่ห์อีสาน พาท่องเที่ยวย้อนยุค ชมปราสาทหินเมืองต่ำ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยเหล่าคณะผู้บริหารฝ่ายจัดการแข่งขัน แฟนคลับและกองทัพสื่อมวลชนร่วมงานมากมาย ทั้งนี้ ถ่ายทำวีดีโอประชาสัมพันธ์ประเทศไทย โดยทีมงานดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ จะนำไปเผยแพร่ในช่วงการแข่งขัน ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สู่สายตาแฟนมอเตอร์สปอร์ตกว่า 220 ประเทศ 800 ล้านคนทั่วโลก กิจกรรมเริ่มจากคณะนางรำ ต้อนรับด้วยดนตรีพื้นบ้าน “กันตรึมประยุกต์” ที่มีท่วงทำนองสนุกสนาน โดยมีคณะผู้บริหารร่วมให้การต้อนรับและมอบพวงมาลัยคล้องมือ ได้แก่ นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย, มงคล วัตตะโร ผู้อำนวยการกองเผยแพร่โฆษณาต่างประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายฉลอง ติรไตรภูษิต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), ว่าที่ร้อยตรีณรงค์เดช แจ้งดี ผู้จัดการขาย-ออนเทรด ศูนย์บุรีรัมย์ ตัวแทนน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, พล.ต.ต.รุทธพล เนาวรัตน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และนายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จากนั้นเหล่านักบิดชมการทอ “ผ้าอัคนี” ของดีจากดินภูเขาไฟ หรือ ผ้าย้อมดินภูเขาไฟ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่มีความมหัศจรรย์ สวยงามและ “ผ้าบารายพันปี สีกลีบบัว” ของดีประโคนชัย ผ้าไทยพื้นถิ่นที่มีเรื่องราว มีตำนาน สืบสานรุ่นสู่รุ่น ด้วยกรรมวิธีการผลิตจากสีธรรมชาติ มีสีสวยหวาน ใครสวมใส่ก็ดูดี ทั้งหญิงชาย ทุกเพศทุกวัย ปัจจุบันผ้าทั้ง 2 ชนิดนี้ได้รับการสนับสนุนผลักดันเป็นสินค้า OTOP ของชุมชน สร้างอาชีพสร้างรายได้มากมายให้แก่คนในชุมชน นอกจากนี้ยังมีการคัดสรรเมนู “เชิดชูอาหารท้องถิ่น” บางเมนูหารับประทานยากและอาจเลือนหายไปตามกาลเวลา ได้แก่ “ขนมตดหมา” หรือ ภาษาถิ่นเรียกว่า "เวือระพอม" ที่มีส่วนผสมของน้ำจากเครือ “ต้นตดหมา” พืชสมุนไพรพื้นบ้านสรรพคุณหลายอย่าง เป็นยาอายุวัฒนะ รักษาโรคได้หลายชนิด เนื้อสัมผัสขนมนุ่มหนึบ หอมอร่อยลักษณะคล้ายกับขนมจาก, “ทองม้วนสดข้าวนกกระเรียน” ที่ทำจากข้าวหอมมะลิอินทรีย์พื้นเมืองที่ปลูกในแหล่งอยู่อาศัยของนกกระเรียนพันธุ์ไทยหายาก โดยสร้างนิเวศน์ให้เป็นแหล่งอาหาร ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี ยาฆ่าแมลง รวมทั้งเมนู “กระยาสารท” ขนมโบราณ ของฝากขึ้นชื่อของถิ่นอีสานใต้ให้นักบิดได้ลองลิ้มชิมรส บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน อบอุ่น และประทับใจทั้งกับทีมงานดอร์น่า สปอร์ตและเหล่านักบิดที่ร่วมงานอย่างมาก เนื่องจากเป็นครั้งแรกในการจัดพิธีต้อนรับ Pre Event ที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมาจัดในกรุงเทพมหานคร ได้นำเสนอภาพลักษณ์และสนับสนุนการท่องเที่ยวภาพรวมของประเทศ ขณะที่ในปีนี้โยกมาจัดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้นักบิดชื่อดังได้มีโอกาสสัมผัสวัฒนธรรมที่หลากหลายและเสน่ห์ความงดงามของถิ่นอีสานใต้ นำไปเผยแพร่สู่สายตาผู้ชมทั่วโลกในช่วงการแข่งขันสุดสัปดาห์นี้ แฟนความเร็วที่สนใจเข้าชมการแข่งขัน ยังสามารถหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือเว็บไซด์ All Ticket โดยบัตรชมการแข่งขัน สามารถเข้าชมพื้นที่กิจกรรม (Commercial Area) ได้ฟรี ด้วยความบันเทิงจัดเต็มทั้งคอนเสิร์ต, มวยและร้านค้า ร้านอาหารให้เลือกช้อป ชิม พาวิลเลียนขนาดยักษ์ของแบรนด์สินค้าและหน่วยงานราชการให้ร่วมสนุกร่วมชมมากมาย หรือซื้อบัตรแอดมิชชั่น(ADMISSION) สำหรับเข้าชมพื้นที่กิจกรรม ราคา 100 บาทต่อวัน หรือเหมา 3 วัน 200 บาท โดยซื้อบัตรได้ที่บูธ All Ticket หน้างาน วันที่ 25-27 ต.ค. เท่านั้น! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram

  • Relax Rerun Reunion 2025

    ส.ศิษย์เก่าวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล จัดกิจกรรม Relax Rerun Reunion 2025 ภายใต้ธีม "วิ่ง Chill Heal ใจ" วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้จัดงานแถลงข่าวเตรียมความพร้อมจัดกิจกรรม Relax Rerun Reunion 2025 ภายใต้ธีม "วิ่ง Chill Heal ใจ" โดยมี อาจารย์วิมลสิริ เหมทานนท์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย นายคณพัฒน์ เฉลิมพันธุ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล และ นายพบเอก พรพงเมตตา ผู้ประกาศข่าวช่อง MONO29 ศิษย์เก่า วิทยาลัยนานาชาติ , นายปีเตอร์ เดนแมน นักแสดง นัก กีฬามวย และนายแบบ ศิษย์เก่า วิทยาลัยนานาชาติ ร่วมแถลงข่าวจัดกิจกรรม Relax Rerun Reunion 2025 ภายใต้ธีม "วิ่ง Chill Heal ใจ" ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่เวลา 04.45 น. เป็นต้นไป ทางด้าน อาจารย์วิมลสิริ เหมทานนท์ รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เพื่อความสำคัญของสุขภาพร่างกาย และ ความสัมพันธ์ของศิษย์เก่าวิทยาลัยนานาชาติเห็นความสำคัญและความเหมาะสมของสถานที่ในการจัดงานวิ่ง Relax Rerun Reunion 2025 โดยทางวิทยาลัยนานาชาติ มหา วิทยาลัยมหิดลมีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนเรื่องสถานที่อย่างเต็มที่ ส่วนทางด้าน นายคณพัฒน์ เฉลิมพันธุ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงกิจกรรมเครือข่ายศิษย์เก่าฯ รวมทั้งที่มาที่ไปของการจัดกิจกรรมครั้งนี้ โดยมี นายพบเอก พรพงเมตตา ผู้ประกาศข่าวช่อง MONO29 ศิษย์เก่าวิทยาลัยนานาชาติ และ นายปีเตอร์ เดนแมน นักแสดง นักกีฬามวย และนายแบบ ศิษย์เก่า วิทยาลัยนานาชาติ ร่วมแถลงข่าวในครั้งนี้ ณ อาคารอทิตยาทรวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิท ยาลัยมหิดล นายคณพัฒน์ เฉลิมพันธุ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่าถึง กิจกรรม Relax Rerun Reunion 2025 ภายใต้ธีม "วิ่ง Chill Heal ใจ" กำหนดจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 มกราคม 2568 วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งแต่เวลา 04.45 น. กิจกรรมประกอบด้วย 2 ระยะ ■ ระยะ 1. ระยะทาง 10.5 กม. วิ่งเพลิน เหมาะกับผู้ที่ชอบออกกำลังกายสายสุขภาพ ผู้สนใจวิ่งระยะ 10.5 กิโล จะมีถ้วยรางวัล Overall 3 อันดับแรก ■ระยะ 2. ระยะทาง 5 กม. เดินชิล เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบเดินๆ วิ่งๆ ชิลๆ โดย ระหว่างทางจะมีฐานกิจกรรมให้ร่วมสนุก 2 ฐาน สำหรับผู้ที่สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม Relax Rerun Reunion สำหรับผู้สนใจสมัครวิ่งและเข้าร่วมกิจกรรม Relax Rerun Reunion สามารถดูรายละเอียดได้ที่ website www.runlah.com ตั้งแต่วันนี้ – 15 พฤศจิกา ยน 2567 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ทีมงานได้ทาง Facebook MUIC Alumni Fanpage และเบอร์โทร 099-797-4959   #RelaxRerunReunion2025 #วิ่งChillHealใจ #วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยมหิดล #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con

  • MotoGP riders have arrived in Buriram.

    เตรียมเปิดฉาก! นักบิด MotoGP ถึงบุรีรัมย์แล้ว มาร์ค มาร์เกซ และ ฟรานโก้ โมบิเดลลี่ รวมถึงเหล่านักแข่ง และขบวนตู้คอนเทนเนอร์ทีมแข่ง รถจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ได้เดินทางมาถึง จ.บุรีรัมย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เพื่อร่วมทำการแข่งขัน ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ความเคลื่อนไหว การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่จะมีขึ้น ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นการแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ที่สุด ที่มีการจัดในประเทศไทย โดยมีผู้ติดตามชมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก จาก 220 ประเทศทั่วโลก ล่าสุดเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา บรรดาทัพนักบิดชื่อดังระดับโลกจากนานาประเทศ อาทิ มาร์ค มาร์เกซ และ ฟรานโก้ โมบิเดลลี่ รวมถึงเหล่านักบิดโมโตจีพีคนอื่นๆ เดินทางถึงท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ต.ร่อนทอง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ แล้วจากเที่ยวบินเช่าเหมาลำ 3 เที่ยวบิน จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รอบเวลา 22.00 น. 23.05 น. และ 23.45 น. เป็นที่เรียบร้อย เพื่อเตรียมทำศึกโมโตจีพี สนามที่ 18 รายการ PT Grand Prix of Thailand 2024 โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการฝ่ายการแสดงต้อนรับและจัดแสดงสินค้า พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาคเอกชน ประชาชน และเหล่าบรรดาแฟนคลับโมโตจีพีที่มารอรับ พร้อมชุดการแสดง 5 ชุดการแสดง ได้แก่ การแสดงอัปสราต้อนรับ, การแสดงชุดเชิ้งกะโป๊ะ ,การแสดงชุดรำวงบุรีรัมย์ ,การแสดงชุดฟ้อนกลองยาว และการแสดงประกอบเพลง นี่คือ บุรีรัมย์ ท่ามกลางการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่และอบอุ่น

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page