top of page

1424 results found with an empty search

  • Nurses Make the Difference for Diabetes

    เร่งกู้วิกฤตเบาหวาน คร่าชีวิตคนไทย 200 ราย/วัน หนุนบทบาทพยาบาลร่วมสร้างพลังแห่งการเปลี่ยนแปลง พร้อมเดินหน้าเป็นเจ้าภาพประชุมเบาหวานนานาชาติ ในปี 2564 14 พฤศจิกายน ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็นวันเบาหวานโลก ซึ่งในปี พ.ศ. 2563 นี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF: International Diabetes Federation) ได้กำหนดให้มีการรณรงค์ในหัวข้อ หัวข้อ Nurses Make the Difference for Diabetes หรือในชื่อภาษาไทยที่ว่า เปลี่ยนวิกฤตเบาหวานด้วยพลังแห่งการพยาบาล วันเบาหวานโลก 2563 การรณรงค์ในปีนี้ สมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ มีความมุ่งหมายที่จะสร้างความตระหนักของผู้คนบนโลก ต่อบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของพยาบาล ในการร่วมคัดกรอง ให้คำแนะนำการปฏิบัติตนเพื่อการป้องกันและรักษาโรคเบาหวานตลอดจนภาวะแทรกซ้อน นอกจากนี้ พยาบาลยังมีส่วนช่วยในการเสริมพลังใจให้ผู้ป่วยและครอบครัว ทำให้ผู้เป็นเบาหวานสามารถอยู่กับโรคเบาหวานได้อย่างปกติ มีความสุข มีกำลังใจที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายที่คาดหวังในการดูแลรักษา ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO: World Health Organization) ได้เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขทั่วโลกนั้น อยู่ในวิชาชีพพยาบาลมากถึงร้อยละ 59 ของจำนวนทั้งหมด ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่การรณรงค์ในปีนี้ จึงมุ่งไปที่การสนับสนุนบทบาทของพยาบาล ซึ่งเป็นกำลังที่สำคัญอย่างยิ่งในการต่อสู้กับเบาหวานในระดับโลก อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่สำคัญที่เกิดขึ้นในทุกประเทศก็ยังคงเป็นเรื่องการขาดแคลนจำนวนบุคลากรสายการพยาบาล มีการประเมินว่าทั่วโลกยังต้องการพยาบาลอีกอย่างน้อย 6 ล้านคน จึงจะเพียงพอต่อการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขให้เดินหน้าไปได้ด้วยดี อีกทั้งพยาบาลควรมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ร้อยละ 8 ต่อปี เพื่อให้มีจำนวนพยาบาลเพียงพอในปี พ.ศ. 2573 1 ใน 11 คนไทย ป่วยเบาหวาน สำหรับสถานการณ์โรคเบาหวานในประเทศไทย ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ นายกสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เผยว่า “เราประมาณการว่าตอนนี้ในประเทศไทยมีผู้ป่วยเบาหวานอยู่ราว 5 ล้านคน หรือเปรียบเทียบ ได้ว่า 1 ใน 11 คนไทยที่อายุ 15 ปีขึ้นไป กำลังป่วยด้วยโรคเบาหวาน และมีอัตราเพิ่มขึ้นประมาณหนึ่งแสนคนต่อปี ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 40% ที่ไม่รู้ว่าตัวเองป่วย ขณะที่ผู้ได้รับการวินิจฉัยและดูแลรักษามีเพียง 54.1% หรือเพียง 2.6 ล้านคน ในจำนวนนี้มีเพียง 1 ใน 3 คน ที่สามารถบรรลุเป้าหมายในการรักษา ทำให้อัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานในเมืองไทยมีมากถึง 200 รายต่อวัน” “ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกลุ่มประเทศที่มีอัตราความชุกของโรคเพิ่มขึ้นรวดเร็ว เช่นเดียวกับประเทศในแถบแอฟริกา แปซิฟิกตะวันตก และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่น่าเป็นห่วงมากสำหรับประเทศไทย คือ ความชุกของเบาหวานที่เกิดจากปัญหาโรคอ้วนและพฤติกรรมการใช้ชีวิตในเด็กวัยรุ่นและวัยหนุ่มสาวเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งกลุ่มนี้เป็นคนวัยทำงานและเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” ศ.เกียรติคุณ พญ.วรรณี นิธิยานันท์ กล่าว เปลี่ยนวิกฤตเบาหวานด้วยพลังแห่งการพยาบาล หลายปีที่ผ่านมาสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ ได้เดินหน้าให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเบาหวาน สนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ และสร้างความตระหนักแก่สังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับการรณรงค์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ในปีนี้สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ จึงได้ร่วมมมือกับสภาการพยาบาล และสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยฯ จัดทำโครงการคัดเลือกพยาบาลดีเด่น ที่มีผลงานดีเด่นในการป้องกันและรักษาโรคเบาหวาน ในประเภทต่างๆ ได้แก่ พยาบาลนักวิชาการ/วิจัย พยาบาลนักพัฒนานวัตกรรม พยาบาลผู้ให้การบริบาลผู้ป่วยเบาหวาน ระดับ Hospital Care และ พยาบาลผู้ให้การบริบาลผู้ป่วยเบาหวาน ระดับ Primary Care โดยเปิดให้โรงพยาบาลและหน่วยงานต่างๆ เสนอชื่อเข้าพิจารณา ระหว่าง 14 พฤศจิกายน 2563 ถึง 15 มกราคม 2564 รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ เลขาธิการสมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ กล่าวว่า “นอกจากการรณรงค์วันเบาหวานโลกในปีนี้จะเป็นหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพพยาบาลแล้ว ปี พ.ศ. 2563 นี้ ยังเป็นปีแห่งการชิดชูเกียรติ 200 ปี มิสฟลอเรนซ์ ไนติงเกล ผู้บุกเบิกและวางรากฐานวิชาชีพการพยาบาลสมัยใหม่อีกด้วย ซึ่งทางสมาคมโรคเบาหวานฯ เล็งเห็นว่า การยกย่องเชิดชูเกียรติพยาบาลที่มีผลงานดีเด่นในการป้องกันและดูแลรักษาโรคเบาหวาน จะมีส่วนช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพการพยาบาลในด้านวิชาการ การวิจัย การพัฒนานวัตกรรม และการปฏิบัติการพยาบาล ที่เกี่ยวกับการป้องกันและดูแลรักษาโรคเบาหวาน ให้ก้าวหน้าและทันต่อการเปลี่ยนแปลง อีกทั้งยังช่วยเผยแพร่ชื่อเสียงของพยาบาลเบาหวาน หรือ Diabetes Nurses ให้เป็นที่ประจักษ์และยอมรับในวงการแพทย์และสาธารณสุขทั้งในระดับประเทศและนานาชาติด้วย” “อย่างไรก็ตามการจะแก้ไขปัญหาโรคเบาหวานในประเทศไทยนั้น ยังคงต้องมีการเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของพยาบาลนั้น ทุกภาคส่วนควรร่วมกันสนับสนุนให้มีการเพิ่มจำนวนพยาบาล และสนับสนุนให้พยาบาลอยู่ในระบบสาธารณสุข ส่งเสริมการอบรมพัฒนาทักษะการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานให้พยาบาลที่ทำงานอยู่แล้ว เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ไปสู่ประชาชน เพิ่มแหล่งทุนการทำวิจัยสำหรับพยาบาล และสนับสนุนการทำงานของพยาบาลในทุกๆทางด้วย” รศ.นพ.เพชร รอดอารีย์ กล่าว ประเทศไทย...เจ้าภาพประชุมเบาหวานนานาชาติ สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ เผยอีกเรื่องที่เป็นความภาคภูมิใจของประเทศ นั่นคือ การได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัด The International Diabetes Federation Congress 2021 หรือ World Diabetes Congress 2021 เป็นงานประชุมใหญ่ของสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ 2564 ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 6 – 9 ธันวาคม พ.ศ.2564 เมื่อพิจารณาจากทรัพยากร ความพร้อม และความมุ่งมั่นในการจัดการวิกฤตการณ์เบาหวาน จากสมาชิกทั้งหมด 168 ประเทศ Bangkok IDF Congress 2021 จึงถือได้ว่าเป็นก้าวสำคัญในการประกาศศักยภาพของประเทศไทยบนเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาของการแพร่ระบาดของ COVID-19 IDF congress 2021 จะเป็นการประชุมของเครือข่ายแพทย์ นักวิทยาศาสตร์ พยาบาล นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ และเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้กำหนดนโยบาย และเครือข่ายสมาคมโรคเบาหวานในประเทศสมาชิก เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการบริหารจัดการเกี่ยวกับโรคเบาหวาน ผสานความร่วมมือในด้านต่างๆ โดยมุ่งผลักดันให้โรคเบาหวานเป็นวาระด้านสุขภาพของโลกที่ต้องร่วมมือกันดูแลและป้องกัน ยกระดับการเข้าถึงการรักษาให้กับประชาชน ตลอดจนหาแนวทางที่จะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีขึ้น นอกจากนี้ การประชุมดังกล่าวยังมีวาระสำคัญพิเศษนั่นคือการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการค้นพบอินซูลิน หนึ่งในความก้าวหน้าทางการรักษาในประวัติศาสตร์ ที่ช่วยชีวิตของผู้ป่วยเบาหวานมาแล้วหลายล้านคน

  • AIS PLAY

    ชมฟรี ทุกเครือข่าย! AIS PLAY ยิงสด ปราสาทสายฟ้า เปิดบ้านรับ ปลาทูคะนอง ลูกหนัง ช้าง เอฟเอ คัพ รอบ 64 ทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมกับ AIS PLAY เอาใจเหล่าสาวก “ปราสาทสายฟ้า” เตรียมถ่ายทอดสดฟุตบอลช้าง เอฟเอ คัพ 2020 รอบ 64 ทีมสุดท้าย ที่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่ารายการนี้ 4 สมัย จะเปิด ช้างอารีนา รับการมาเยือนของ สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมจากศึกไทยลีก 3 โซนภาคตะวันตก ซึ่งจะแข่งขันวันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2563 คิกออฟเวลา 18.00 น. โดยการถ่ายทอดสดครั้งนี้ แฟนบอลสามารถรับชมแบบสดๆ ได้ฟรีทุกเครื่อข่าย ที่ AIS PLAY หลากหลายช่องทาง ทั้ง เว็บไซต์ aisplay.ais.co.th, กล่อง AIS PLAYBOX, APPLE TV และ Samsung Smart TV หรือแอปพลิเคชัน AIS PLAY บนมือถือ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น AIS PLAY ผ่านช่องทาง Play Store สำหรับระบบปฏิบัติการ android และ App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS

  • ” E-KA UP TO THE SKY”

    ขอเชิญชมภาพยนตร์พลังบุญ ”อีกา จะกู่ร้องปองรักให้ก้องฟ้า” ไม่เสียค่าใช้จ่าย พร้อมร่วมทำบุญทอดผ้าป่ากับหลวงพ่ออลงกตรายได้ช่วยเหลือผู้ป่วยเอดส์วัดพระบาทน้ำพุ มูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ขอเชิญประชาชนและพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ร่วมชมภาพยนตร์พลังบุญสุดยิ่งใหญ่สะท้านหัวใจคนดู เรื่อง “อีกา จะกู่ร้องปองรักให้ก้องฟ้า” E-KA UP TO THE SKY” ภาพยนตร์แนวดราม่าครบทุกอารมณ์ที่อาจจะทำให้คุณน้ำตาซึมอย่างไม่รู้ตัว สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงของ “วงอีกา” กลุ่มดนตรีจิตอาสาที่เป็นโรคเอดส์ของวัดพระบาทน้ำพุ เข้าชมฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น !! นำแสดงโดย ภคพล ศัตรูพินาศ,วสุ แสงสิงแก้ว , อ็อด ซีอุย , นิก โอโรโน่ , ปาร์ค ทันเดช, โดม วันภพม ตวง สาวิกา และ นักแสดงสมทบอีกมากมาย เรื่องราวเข้มข้น ที่จะสร้างพลังใจ แรงบันดาลใจและความประทับใจให้ผู้ชมอย่างไม่มีวันเลือน ภายในงานยังมีกิจกรรมสนุกและน่าสนใจต่างๆ มากมาย และยังมีพิธีทอดผ้าป่ากับพระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุเพื่อนำรายได้มอบให้กับมูลนิธิวัดพระบาทน้ำพุ ไปรักษาดูแลผู้ที่ติดเชื้อ HIV ที่อยู่ในความอุปการะอีกด้วย จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2563 นี้ ณ โรงภาพยนตร์ SF Cinema Central World เวลา 14.00-18.30 น. สำหรับสมาชิกวงอีกา เป็นเด็กที่บางคนถูกพ่อ แม่นำมาทิ้งไว้ที่วัดพระบาทน้ำพุตั้งแต่ยังเล็ก บางคน ติดเชื้อ HIV จากแม่สู่ลูกแล้วแม่เสียชีวิต และทิ้งลูกไว้ที่วัดพระบาทน้ำพุ สมาชิกของวงอีกาทุกคนจึงเป็น เด็กกำพร้าที่ พ่อ- แม่ เสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ โดยปัจจุบัน สมาชิกในวงอีกา ยังคงมีชีวิตอยู่ แต่เปลี่ยนรุ่นไปเรื่อยๆ เพราะทยอยเสียชีวิตเพราะโรคเอดส์ แต่ก็จะมีสมาชิกรุ่นใหม่มาแทนที่เสมอ โดยทุกคนจะเล่นดนตรีจิตอาสา เพื่อช่วยหารายได้มาดูแลผู้คนที่รักษาตัวในวัดพระบาทน้ำพุต่อไป โดยสมาชิกของวงอีกาทุกคนได้กล่าวกับหลวงพ่อไว้ว่า จะร้องเพลงและเล่นดนตรีจนกว่าจะตายจากโลกนี้ไป!! ### สื่อมวลชนติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ คุณพร โทร.081 812 680

  • “VOLVO CAR THAILAND CENTRAL DISTRIBUTION & TRAINING CENTER (VCT CDTC)”

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว คลังสินค้าขนาดใหญ่แห่งใหม่ล่าสุดในเมืองไทย “VOLVO CAR THAILAND CENTRAL DISTRIBUTION & TRAINING CENTER (VCT CDTC)” ชูความเป็นที่สุดแห่งศูนย์กลางการจัดจำหน่ายวอลโว่แบบครบวงจรในอาเซียน ครบครันด้วยศูนย์กระจายสินค้า ศูนย์ตรวจสอบสภาพรถ คลังอะไหล่ ศูนย์ฝึกอบรม รวมถึงศูนย์ทดสอบสมรรถนะรถสำหรับสื่อมวลชนไว้ในที่แห่งเดียว วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัวคลังสินค้าวอลโว่แห่งใหม่อย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย “VOLVO CAR THAILAND CENTRAL DISTRIBUTION & TRAINING CENTER” (VCT CDTC) บนถนนบางนา-ตราด กม. 23 จังหวัดสมุทรปราการ ทุ่มเงินลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อให้เป็นคลังสินค้าหลักแบบครบวงจรของวอลโว่ในภูมิภาคอาเซียน บนพื้นที่ขนาด 23,331 ตารางเมตร ส่วนคลังสินค้าสามารถจัดเก็บรถยนต์วอลโว่ได้มากถึง 550 คัน มีฝ่ายบริหารการจัดเก็บอะไหล่และชิ้นส่วนที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนฝ่ายการตรวจสอบสภาพรถยนต์ด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานระดับโลก ก่อนส่งมอบรถยนต์วอลโว่ไปยังผู้จัดจำหน่ายทั่วภูมิภาคเพื่อส่งตรงยังลูกค้าต่อไป อีกทั้งยังมีศูนย์ฝึกอบรมตามมาตรฐานสากลและศูนย์รถยนต์วอลโว่เพื่อการทดสอบสมรรถนะสำหรับสื่อมวลชน คลังสินค้าแห่งนี้สามารถรองรับการเติบโตและการขยายธุรกิจของวอลโว่ได้ในอนาคต สอดคล้องตามแผนกลยุทธ์และวิสัยทัศน์ของวอลโว่ในการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำในธุรกิจรถยนต์ระดับพรีเมียมของภูมิภาค มร.คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “คลังสินค้า Volvo Car Thailand Central Distribution & Training Center หรือ VCT CDTC ใหม่ ถูกออกแบบพิเศษเพื่อ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในความร่วมมือกับพันธมิตร กลุ่ม WHA ได้ติดตั้งเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการคลังสินค้าและสต็อกชิ้นส่วนอะไหล่ที่ล้ำสมัย ซึ่งถูกออกแบบเพื่อรองรับแผนกลยุทธ์ระยะยาวสำหรับประเทศไทย พวกเราเน้นในเรื่องของคุณภาพเป็นสำคัญ รถคันใหม่ทุกคันจะเข้ารับการตรวจคุณภาพอย่างละเอียด ตามขั้นตอนก่อนที่จะถูกส่งให้กับผู้ค้าปลีกและลูกค้า นี้เป็นสิ่งที่เราสามารถให้ความมั่นใจได้ว่ารถทุก ๆ คันที่ออกจากคลังสินค้านั้นสมบูรณ์แบบสำหรับลูกค้า นอกจากนี้วอลโว่ยังได้วางแผนล่วงหน้าและทำการติดตั้งตัวชาร์ตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์รีชาร์จใหม่ รวมไปถึง รถยนต์ไฟฟ้า ที่เราจะเปิดตัวในปีหน้า เราเชื่อมั่นว่าคลังสินค้าแห่งใหม่นี้จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของวอลโว่สามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างก้าวกระโดดในอนาคตอย่างแน่นอน” Volvo Car Thailand Central Distribution & Training Center (VCT CDTC) มีพื้นที่ถึง 23,331 ตารางเมตร โดยได้รับการออกแบบให้เป็นคลังสินค้าขนาดใหญ่แบบ Built-to-Suit ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยวอลโว่มีแผนการบริหารคลังสินค้าอย่างครอบคลุมโดยจัดตั้งให้เป็นศูนย์กลางของ 5 หน่วยงานหลักในธุรกิจรถยนต์วอลโว่ ได้แก่ Distribution Center ศูนย์การกระจายสินค้าขนาดใหญ่ที่ติดตั้งระบบการบริหารจัดการสุดไฮเทค ทั้งยังตั้งอยู่ในทำเลที่มีการคมนาคมสะดวกสบายและเชื่อมต่อกับช่องทางการกระจายสินค้าต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถจัดส่งรถยนต์วอลโว่ไปยังลูกค้าและผู้จัดจำหน่ายทั่วภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ Pre-Delivery Service (PDS) เปิดตัวเป็นครั้งแรกที่นี่ มอบบริการตรวจสอบสภาพรถยนต์วอลโว่ตามมาตรฐานระดับโลก มี Software Station ในการตรวจสอบความสมบูรณ์แบบของรถยนต์ เราให้ความสำคัญอย่างมากในเรื่องคุณภาพ รถยนต์คันใหม่ของเราทุกคันจะต้องผ่านจุดตรวจสอบคุณภาพมากมายหลายขั้นตอน ก่อนที่จะถูกส่งมอบให้แก่ผู้ค้าปลีกและลูกค้าของเรา ด้วยกระบวนการอันพิถีพิถันนี้เอง ทำให้เรามั่นใจว่ารถยนต์ทุกคันที่ออกจากคลังสินค้าจะมีความสมบูรณ์แบบมากที่สุด Parts Distribution Center ศูนย์กลางการบริหารชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่รถยนต์วอลโว่ เลือกใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการบริหารจัดการคลังสินค้า เพื่อเสริมประสิทธิภาพการบริการทั้งก่อนและหลังการขายได้แบบครบวงจร ตลอดจนการรับประกันชิ้นส่วนและอุปกรณ์อะไหล่ตลอดอายุการใช้งานรถยนต์วอลโว่ (Customer Lifetime Parts Warranty) Training Center ศูนย์ฝึกอบรมช่างซ่อมบำรุงและที่ปรึกษาการขายรถยนต์วอลโว่แห่งใหม่ ดำเนินงานโดยทีมงานมืออาชีพมากประสบการณ์จากฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยตกแต่งศูนย์ฝึกอบรมให้เป็นห้องเวิร์กช็อปแนวใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Volvo Personal Service (VPS) มอบบรรยากาศที่หรูหราโปร่งสบายสไตล์สแกนดิเนเวียนเช่นเดียวกับศูนย์บริการรถยนต์วอลโว่ทั่วประเทศ Press Car Center ศูนย์บริการรถยนต์วอลโว่เพื่อการทดสอบสมรรถนะของสื่อมวลชน ภายใต้การดูแลของหน่วยงาน PDS Center (Pre-Delivery Service Center) และ เจ้าหน้าที่ Press Car เพื่อการประสานงานกับสื่อมวลชนในการนำรถยนต์วอลโว่ไปทดสอบสมรรถนะ ด้วยพื้นที่ของ VCT CDTC ที่กว้างขวาง เราจึงมีพื้นที่จอดรถส่วนตัวอย่างเพียงพอสำหรับสื่อมวลชน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงห้องรับรองเพื่อการประสานงาน โดยมีเจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับรถยนต์และบริการ รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ อย่างครบถ้วน วอลโว่ คาร์ เล็งเห็นว่า “ประสบการณ์ของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด” ทำให้การดำเนินการทุกด้านของวอลโว่มีความสอดคล้องกับแนวความคิดและประสบการณ์ที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จากความรู้สึกที่แท้จริง “นอกจากมีเป้าหมายเพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ที่ต้องประสานงานทุกภาคส่วน รวมถึงกลุ่มลูกค้าและสื่อมวลชนทุกท่าน วอลโว่ยังเล็งเห็นว่าภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ระดับพรีเมียมในเมืองไทยยังมีศักยภาพในการเติบโตสูงทั้งในปัจจุบันและอนาคต การเปิดคลังสินค้าแบบครบวงจรแห่งใหม่แห่งนี้จึงถือเป็นส่วนหนึ่งของวิสัยทัศน์ของวอลโว่ในการก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำธุรกิจรถยนต์พรีเมียมอย่างแท้จริง รวมถึงการวางระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังสินค้าเพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นศูนย์กลางธุรกิจของวอลโว่ในภูมิภาคนี้ในอนาคต” มร.คริส เวลส์ กล่าวเสริม #วอลโว่คาร์ประเทศไทย #คลังสินค้าขนาดใหญ่แห่งใหม่ล่าสุดในเมืองไทย #VOLVOCARTHAILAND #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Toyota Gazoo Racing Stadium 2-3

    มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ เนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่น แนล เซอร์กิต และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมเปิดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ “โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020… ความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด” สนามที่ 2 และ 3 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิตจ.บุรีรัมย์ ผลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น มีรถเข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 51 คัน“วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ”สนามที่ 2 กับรถแข่ง 12 คน แชมป์สนามนี้ตกเป็นของ“กมลชนก บุญคร่ำ” หมายเลข 199 ตามมาด้วย ศิริภากรณ์ แยบยนต์ หมายเลข 188 ในอันดับที่ 2 และ“สุดารัตน์ พงศ์อายุกูล” หมายเลข 155 ในอันดับ 3 และวีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ” ่่ ส่วนสนามที่ 3 แชมป์ตกเป็นของ “รัชการณ์ วัชรเสถียร” หมายเลข 125 ตามมาด้วย “อนรรฆวี ตั้งเนียรนาทชัย” หมายเลข 177 ในอันดับที่ 2 และ “กมลชนก บุญคร่ำ”หมายเลข 199 ในอันดับ 3 ส่วน มารี เบรินเนอร์ นักแสดงสาวสวย หมายเลข 192 สร้างเซอร์ไพรส์ เข้ามาเป็นอันดับ 5 ขึ้นโพเดียมเป็นครั้งแรก สำหรับ วีออส วันเมคเรซ สนามที่ 2 แชมป์ได้ แก่“ภูริต ไทยทองสุข” หมายเลข 28 ในขณะที่อันดับ 2 เป็นของ “อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย” หมายเลข 77 และอันดับที่ 3 ได้แก่ “พิศาล สาละกุล” หมายเลข 22 ส่วนผลการแข่งขันในรุ่นโตโยต้า วีออส วันเมค แรซ สนามที่ 3 แชมป์สนามนี้ ได้แก่ “อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย” หมายเลข 77 ในขณะที่อันดับ 2 เป็นของ“อรุณพงศ์ ศรีฤทธิ์”หมายเลข 44 และอันดับที่ 3 ได้แก่ “พิศาล สาละกุล” หมายเลข 22 สำหรับในรุ่น โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ สนามที่ 2 แชมป์สนาม 2 ตกเป็นของ “ธีรุตม์บุญอิต” หมายเลข 7 โดยมี “สุรศักดิ์ ดาเก็ง” หมายเลข 22 ตามมาในอันดับ 2 และอัน ดับที่ 3 ได้แก่ “เพียว หงษ์ปาน”หมายเลข 100 สนุกสุดมันส์กันต่อกับสนามที่ 3 ในรุ่น “โคโรลล่า อัลติส จีอาร์ สปอร์ต วันเมคเรซ” ซึ่งแชมป์ตกเป็นของ “ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ” หมาย เลข 39 คว้าแชมป์ไปครอง โดยมี “สุรศักดิ์ ดาเก็ง” หมายเลข 22 ตามมาในอันดับ 2 และอัน ดับที่ 3 ได้แก่ “เคนทาโร ชิบะ” หมายเลข 3 มาถึงรุ่น ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ สนามที่ 2 ผล การแข่งขันกับรถกระบะทางเรียบ “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ”กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด โดยตำแหน่งแชมป์สนามนี้ตกเป็นของ“สมร มะปะเข” หมายเลข 9 ตามมาด้วย “เขมรัช ขอนพุดซา” หมายเลข 95 ในอันดับที่ 2 และ “สุรศักดิ์ ดาเก็ง” หมายเลข 22 ในอันดับ 3 ปิดท้ายสนามที่ 3 โดยตำแหน่งแชมป์สนามนี้ตกเป็นของ “เอกสิทธิ์ นามแสงผา” หมายเลข 2 ตามมาด้วย “เขมรัช ขอนพุดซา” หมายเลข 95 ในอันดับที่ 2 และ ชานนท์ รจนา หมายเลข 39 ในอันดับ 3 นอกเหนือจากการแข่งขันทั้ง 4 รุ่นแล้ว ยังมีกิจ กรรมสุดพิเศษกับการถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของแบรนด์รถแข่งระดับโลกอย่าง “โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง” ที่จัดแสดงรถ GR ในรุ่นต่างๆ เกียรติยศของ Toyota Gazoo Racing Team Thailand และ GR Models รุ่นต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงรถแห่งตำนาน Toyota GR Supra และระบบจำลองการขับขี่ของ Corolla Altis GR Sport และ GR Supra” จากกระแสตอบรับของสายแต่งซิ่งจากทั่วทุกสารทิศ ทำให้เกิดการจัดงาน Racing Mania : Free Run Fun Drag ในครั้งนี้เป็นปีที่ 3 โดยไฮลักซ์ รีโว่จะรันวงการครั้งแรกในภาคอีสาน ณ สนามบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แดร็กสเตอร์ แทร็ค โดยการรวมพลสุดยอดรถกระบะแต่งสวย รถกระบะแต่งแรง ในภาคอีสานและจากทั่วประเทศ รวมถึงเซียนนักแต่งแถวหน้าของเมืองไทย เพื่อโชว์สุดยอดสเตป นักซิ่งทางตรง และร่วมพูดคุยเกี่ยวกับวาระความแรง ใครจะแรง ใครจะเด็ดขนาดไหน ที่สำคัญภายในงานยังมี กิจกรรม Free Run Fun Drag ซึ่งโตโยต้าเปิดสนาม Drag ให้ผู้ที่สนใจ ได้นำรถของตัวเองมาลองแดร็กในสนามจริงกันอย่างเต็มที่ฟรี พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลพิเศษ ถือว่าเป็นกิจกรรมที่โตโยต้านำมามอบให้กับลูกค้าไฮลักซ์ รีโว่ โดยเฉพาะ พบกับโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2020 สนาม 4 วันที่ 13-14 พฤศจิกายน 2563 ณ สนามช้าง อิน เตอร์เนชั่นแนล เซอร์ กิต จ.บุรีรัมย์ #โตโยต้ากาซูเรซซิ่งมอเตอร์สปอร์ต2020 #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #ความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด #สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • LINE SHOPPING

    เขย่าวงการช้อปปิ้งออนไลน์ ลับคมกลยุทธ์ โฟกัสจุดแข็ง ชู LINE Ecosystem รองรับ Social Commerce เต็มรูปแบบ · อำนวยความสะดวกทั้งร้านค้าและลูกค้า คุย ขาย ซื้อ จ่าย ครบบนแพลตฟอร์มเดียว · ดึงฟีเจอร์เด่นบน LINE Ecosystem มอบประสบการณ์แชทสนิท ช้อปสนุก สไตล์นักช้อปโซเชียล · ประเดิมจับมือ “ป้าตือ - สมบัษร ถิระสาโรช” สร้างประสบการณ์ช้อปเอ็นเตอร์เทนด้วย “LINE SHOPPING x TUES LIVE” รายการวาไรตี้บวก Live Commerce ขายสินค้าหลากหลาย ในราคาจับต้องได้ พร้อมแขกรับเชิญจากหลากหลายวงการร่วมสร้างความสนุกครบรส กรุงเทพ 4 พฤศจิกายน 2563 -- LINE SHOPPING สร้างปรากฏการณ์ใหม่ เขย่าวงการช้อปปิ้งออนไลน์ เดินหน้าปรับกลยุทธ์พัฒนาแพลตฟอร์มให้ตอบโจทย์ Social Commerce มุ่งเป็นแหล่งรวมร้านค้าโซเชียลที่เปิดร้านด้วย MyShop กว่า 50,000 ราย ชูจุดแข็ง LINE Ecosystem อาทิ LINE Official Account, MyShop, LINE TV, LINE MAN อัดแน่นฟีเจอร์อำนวยความสะดวกให้กับนักช้อปยุคใหม่ แชทได้ ขายง่าย ซื้อคล่อง จบ คุ้ม ครบในแพลตฟอร์มเดียว พร้อมเสริมประสบการณ์ด้วยคอนเทนต์แนวบันเทิง จับมือ “ป้าตือ” สมบัษร ถิระสาโรช ครีเอทรายการไลฟ์สดขายของ “LINE SHOPPING x TUES LIVE” แนะนำสินค้าหลากหลายที่คัดสรรโดย “ป้าตือ” เน้นความสนุกดูเพลิน สนใจกดแชทเพื่อช้อปได้ทันที รับชมกันสดๆ บน LINE SHOPPING OA ทุกวันอังคาร เวลา 20.00 -22.00 เริ่ม 10 พ.ย. นี้เป็นต้นไป นายเลอทัด ศุภดิลก หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า “LINE SHOPPING ได้เปิดให้บริการในฐานะแพลตฟอร์มช้อปปิ้งออนไลน์มาเกือบ 2 ปี เราได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของ online shopper ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอด จนปัจจุบัน LINE SHOPPING มีผู้ใช้งานต่อเนื่อง (Active User) อยู่ที่ 3 ล้านคนต่อเดือน ซึ่งเป็นตัวเลขความสำเร็จที่น่าพอใจและยังมีโอกาสเติบโตได้อีก อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดสถานการณ์ โควิด-19 ผู้ใช้อินเตอร์เนตชาวไทยกว่า 83% เคยซื้อของทางออนไลน์ และ 71% ซื้อของผ่านมือถือ โดยเฉพาะการซื้อขายผ่านช่องทาง Social Media หรือที่เรียกว่า Social Commerce มากขึ้น สอดคล้องกับข้อมูลปี 2020 ของบริษัท LINE ประเทศไทย ที่ชี้ให้เห็นว่าในกลุ่มนักช้อปออนไลน์ชาวไทย มีถึง 62% ที่ช้อปแบบ Social Commerce นั่นเป็นเพราะว่า คนไทยยังคนมีพฤติกรรมในการชอบพูดคุย สอบถาม และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน LINE SHOPPING จึงได้ปรับกลยุทธ์โดยมุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มให้กลายเป็นแหล่งรวบรวมร้านค้าโซเชียลที่เปิดร้านด้วย MyShop มาไว้ในที่เดียว เพื่อตอบโจทย์ 3 แกนหลักของ Social Commerce นั่นก็คือ 1. Entertainment ด้วย Content ที่สนุกความบันเทิง 2. Engagement นักช้อปสามารถมีส่วนร่วมกับผู้ขายได้ทุกเมื่อ 3. Commerce การซื้อขายบนแพลตฟอร์มโซเชียลที่ง่ายและสะดวกรวดเร็ว อีกทั้งยังนำเอาจุดแข็งของ LINE Ecosystem ที่สามารถเข้าถึงคนไทยกว่า 47 ล้านคน พร้อมด้วยบริการและฟีเจอร์ที่ตอบรับกับความต้องการของทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเข้ามาร่วมเสริมศักยภาพ Social Commerce ไม่ว่าจะเป็น การทักแชทสอบถาม เครื่องมือปิดการขายในแชท การสร้างแคทตาล็อคสินค้า การซื้อสินค้าและชำระเงินด้วย Rabbit LINE Pay บัตรเครดิต และช่องทางอื่นๆ ที่หลากหลาย และในอนาคต LINE MAN จะเข้ามาเติมเต็มการบริการส่งของอีกด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้จะทำให้การค้นพบและช้อปสินค้าจากร้านค้าโซเชียลด้วย LINE SHOPPING สะดวกสบายยิ่งขึ้นและเปรียบเสมือนได้ไปซื้อที่หน้าร้านและพูดคุยกับผู้ขายโดยตรงเลยทีเดียว นอกจากนั้น LINE SHOPPING โฉมใหม่นี้ ยังจะช่วยอำนวยความสะดวกทั้งการซื้อและการขายให้กับร้านค้าทุกขนาด ทั้งร้านค้ารายย่อย หรือแบรนด์ใหญ่ ก็มีโอกาสในการขายสินค้าและบริการลูกค้าได้อย่างเท่าเทียมกัน” ภายใต้การพัฒนาบริการครั้งนี้ LINE SHOPPING ยังเตรียมจัดกองทัพคอนเทนต์ความบันเทิงเพื่อมัดใจลูกค้าและกระตุ้นการจับจ่าย โดยเปิดตัวกิจกรรมแรกซึ่งเป็นการร่วมมือกับ “ป้าตือ” สมบัษร ถิระสาโรช มาดามแห่งวงการออนไลน์ชื่อดัง จัดทำรายการ “LINE SHOPPING x TUES LIVE” ที่เป็นการผสมผสานรายการทอล์คโชว์เม้าแซ่บเข้ากับ Live Commerce เพื่อสร้างประสบการณ์ Chat & Shop ผ่านการไลฟ์ขายของกันสดๆ บน LINE SHOPPING Official Account โดย “ป้าตือ” จะใช้ความคิดสร้างสรรค์และรสนิยมส่วนตัวเป็นผู้เลือกสรรสินค้าด้วยตัวเองจาก ร้านค้าบน LINE SHOPPING ไม่ว่าจะเป็น สินค้าแฟชั่นใหม่ล่าสุด เครื่องสำอางสุดชิค ของอร่อยหาซื้อยาก อุปกรณ์ท่องเที่ยวผจญภัย และอื่นๆอีกมากมาย พร้อมเชิญเหล่าคนดังสลับสับเปลี่ยนมาร่วมสร้างเสียงหัวเราะในรายการ โดยรายการ “LINE SHOPPING x TUES LIVE” จะเผยแพร่ทุกวันอังคาร เวลา 20.00 – 22.00 น. นำเสนอตอนแรกในวันที่ 10 พ.ย. 2563 “การพัฒนาเพื่อรองรับ Social Commerce อย่างเต็มรูปแบบของ LINE SHOPPING ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการพัฒนาครั้งสำคัญ ที่เป็นการผสานรวมและนำเอาความแข็งแกร่งของทุกเซอร์วิสบน LINE Ecosystem มาสร้างความสะดวกสบาย สนับสนุนไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ และตอกย้ำวิสัยทัศน์ Life on LINE ที่มุ่งสู่การเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมต่อทุกมิติของชีวิตดิจิทัล LINE SHOPPING จะยังคงพัฒนาต่อเนื่องให้สอดรับกับพฤติกรรมการช้อปปิ้งเปลี่ยนไป เพื่อเป็นอันดับหนึ่งแพลตฟอร์ม Social Commerce ตัวจริงที่ให้คนโซเชียลได้แชทและช้อปปิ้งบน LINE” นายเลอทัด กล่าว โดย GPS เส้นทางโฟกัส /ขวัญชนก ฤทธิ์นอก

  • Thailand Car of The Year 2020

    ผลโหวต Thailand Car of The Year 2020 รอบสุดท้าย 7 คัน จาก 7 ยี่ห้อ ● สรยท. ประกาศรายชื่อรถยนต์ผ่านเข้ารอบสุด ท้าย Thailand Car of The Year 2020 จากผลโหวตของสมาชิกมีทั้งสิ้น 7 คัน จาก 7 ยี่ห้อ พร้อมเดินหน้าจัดทดสอบเพื่อลงคะแนนรอบสุด ท้าย ค้นหารถยอดเยี่ยมประจำปี 2563 เพียงหนึ่ง และประกาศผล/มอบรางวัลโดย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ศกนี้ ณ สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต สรยท. โดยคณะอนุกรรมการตัดสิน และคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 หรือ Thailand Car of The Year 2020 จัดประชุมเพื่อนับคะแนนโหวตรอบแรกเสร็จสิ้นด้วยความเรียบร้อย ผลการนับคะแนนมีรถผ่านเข้ารอบสุดท้ายจำนวน 7 คัน จาก 7 ยี่ห้อ พร้อมจัดทด สอบเพื่อลงคะแนนครั้งสุดท้ายในวันที่ 5 พฤศจิ กายน 2563 ณ สนามมอเตอร์สปอร์ต พาร์ค สุวรรณภูมิ และประกาศผลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 นี้ ณ สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.กระทรวงอุตสาห กรรม เป็นประธานมอบรางวัลอันทรงเกียตินี้ นายวชิระ เรืองมาลัย นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถ ยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) Thai Automotive Journalists Association : TAJA เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้จัดประชุมคณะอนุกรรมการตัดสินและคัดเลือกรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2563 โดยมีนายพินิต ทองสุข ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการ, นายวรพล สิงห์เขียวพงษ์ ประธานคณะอนุกรรมการ, นายรวิพล สุวรรณผ่อง อนุกรรมการ, นายรังสรร ทองภู อนุกรรมการ, นายพุฒิพัฒน์ สุริยะธัญสิริอนุกรรมการ และนายวชิระ เรืองมาลัย อนุกรรม การและเลขานุการ พร้อมด้วยคณะกรรมสมาคมฯ เพื่อนับคะแนนที่สมาชิกส่งผลโหวตลงคะแนนในรอบแรกเข้ามา ซึ่งผลการนับคะแนนมีรถยนต์เข้ารอบสุดท้ายจำนวน 7 คัน จาก 7 ยี่ห้อ 1. Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) 2. Isuzu D-max (อีซูซุ ดีแมคซ์) 3. Mazda CX-30 (มาสด้า ซีเอ็กซ์-30) 4. Mercedes-Benz GLE 300d 4MATIC AMG Dynamic (เมอร์เซเดส-เบนซ์ จีแอลอี 300 ดี) 5. Nissan Kicks (นิสสัน คิกส์) 6. Suzuki XL7 (ซูซูกิ เอ็กซ์แอล7) 7. Toyota Corolla Cross (โตโยต้า โคโรลล่า ครอส) #ThailandCarOfThéYear2020 #ผลโหวตรถยอดเยี่ยม7คันจาก7ยี่ห้อ #สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย #สรยท. #ThaiAutomotiveJournalistsAssociation #TAJA #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Travel to Nan in the land of faith in Lanna Thai

    เที่ยวน่าน ตักตวงประสบการณ์ “อิ่มบุญอุ่นใจ” ในดินแดนแห่งศรัทธาล้านนาไทย น่าน เมืองท่องเที่ยวทางเหนือที่หลายคนให้สมญานามว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว” หากยังไม่เคยมาก็ตั้งใจว่าจะต้องมาน่านให้ได้สักครั้ง คนที่มาแล้วก็อยากมาอีกซ้ำ ๆ เรื่อย ๆ บ่อย ๆ เพราะความเงียบสงบ อบอุ่น แฝงด้วยความงดงามทั้งทางประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และธรรมชาติอย่างครบครัน และที่สำคัญสาธุชนทั้งหลายปรารถนาที่จะเดินทางเพื่อมาสักการะศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดน่านเพื่อขอพร และความเป็นสิริมงคลชีวิต น่านจึงเป็นสถานที่ที่สร้างความประทับใจ ได้บุญ และประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางได้เสมอ “แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง” คำขวัญประจำจังหวัดน่านกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้นักท่องเที่ยวใช้วางแผนทริปเที่ยว หากสามารถแพลนเที่ยวได้ตรงกับช่วงเวลาที่จัด “ประเพณีแข่งเรือจังหวัดน่าน” ก็ถือเป็นโชคดีของนักท่องเที่ยวที่จะได้สัมผัสประเพณีเก่าแก่สืบต่อกันมาตั้งแต่ครั้งอดีตกาลอย่างใกล้ชิด โดยแต่ละปีจะกำหนดจัด ณ จุดต่างๆ ตลอดแนวริมแม่น้ำน่าน ส่วน “งาช้างดำ” นั้น เป็นวัตถุมงคลคู่บ้านคู่เมืองน่านเป็นสมบัติที่ตกทอดมาจากเจ้าผู้ครองเมืองน่านหลายชั่วอายุคนซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธ ภัณฑ์สถานแห่งชาติจังหวัดน่าน และไม่ควรพลาด อุโมงค์ลีลาวดี ซุ้มต้นลีลาวดีหรือต้นลั่นทมอยู่บริเวณใกล้ๆ กัน สัมผัสความงดงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นเป็นแถวเรียงรายแผ่ขยายกิ่งก้านโค้งเข้าหากัน ราวกับอุโมงค์ต้นไม้ยิ่งใหญ่อลังการ เหมาะกับการเก็บภาพ ถ่ายรูปสวย ๆ เช็คอิน และหากถามว่าน่านมีจุดขายเรื่องเกษตรหรือไม่ ก็ต้องบอกว่า “ส้มสีทอง” นั่นไง คือของฝากที่ควรซื้อติดไม้ติดมือกลับไป ซึ่งจุดเด่นอยู่ที่เปลือกสีทองอร่าม มีรสชาติหอมและหวานให้ผลผลิตหนาแน่นช่วงปลายปี คราวนี้ก็ถึงเวลาของสายบุญกันบ้าง แน่นอนว่า วัดภูมินทร์ และ พระธาตุแช่แห้ง คือเป้าหมายสำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนถิ่นล้านนา ดินแดนวัฒนธรรม สำหรับ วัดภูมินทร์ นั้น นับเป็นแลนด์มาร์คอันดับหนึ่งของน่านก็ว่าได้ กับการค้นหาภาพจิตรกรรมฝาผนัง “กระซิบรักบันลือโลก” หรือภาพ “ปู่ม่าน ย่าม่าน” ภายในอุโบสถ แต่ที่ดีเลิศไป กว่านั้นคือการได้สักการะกราบขอพรพระประ ธานจตุรทิศปางมารวิชัย 4 องค์ ว่ากันว่าจะมีอยู่เพียงทิศเดียวเท่านั้นที่หน้าองค์พระประธานจะมีลักษณะยิ้มแย้มมากที่สุด และอีกหนึ่งสถานที่ไฮไลท์ พระธาตุแช่แห้ง ซึ่งชาวเมืองล้านนามีความเชื่อกันว่าการได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือชาวล้านนาจะเรียกกันว่า การชูธาตุแล้วนั้น จะทำได้รับอานิสงค์อย่างแรงกล้าทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่าง ๆ หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า นอกจากนั้นยังมีสถานที่ชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรและเข้าไปไหว้พระขอพรอีกมากมาย เริ่มต้นเอาฤกษ์เอาชัยกันที่ ศาลหลักเมือง และวัดมิ่งเมือง ต่อด้วย วัดศรีพันต้น เด่นด้วยสีทองระยิบระยับ กับ จิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงาม โดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียรเฝ้าบันได และยังมีสถานที่ให้ได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และชมวิวเป็นของแถม อย่าง วัดภูเก็ตตั้งอยู่บนเนินเขา ทำให้หลายคนหลงใหลไปกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อันเป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา” อันศักดิ์สิทธิ์ของชาวน่าน เช่นเดียวกับ วัดศรีมงคล ที่นักท่องเที่ยวมักเดินทางเพื่อขึ้นไปชื่นชมความงามของวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง สลับกับทัศนีย ภาพที่สวยงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน และที่ควรค่าแก่การไปสักการะอย่างยิ่งเพื่อเป็นสิริมงคลชีวิต คือ วัดพระธาตุเขาน้อย ซึ่งเป็นองค์พระธาตุได้รับอิทธิพลศิลปะพม่าผสมล้านนา ตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย เป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรืออีกหนึ่งประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุไว้ภายใน อย่าง วัดพระธาตุช้างค้ำ โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ด้วยเจดีย์รูปปั้นช้างปูนปั้นเพียงครึ่งตัวประดับอยู่โดยรอบซึ่งได้รับอิทธิพลทางด้านศิลปะสุโขทัยให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสความงดงามทางศิลปะด้วยเช่นกัน และอย่าลืมว่า น่านก็มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒน ธรรมและวิถีชีวิตที่โดดเด่นไม่แพ้กัน สถานที่ต้องไปให้ได้ คือ บ่อเกลือสินเธาว์ แหล่งผลิตเกลือภูเขาที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้น และมีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปีโดยชาวบ้านยังคงสืบทอดภูมิปัญญาการทำเกลือโบราณไว้ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาศึกษาเรียนรู้ ทดลองทำ และชอปปิ้งผลิตภัณฑ์กลับไปได้ และถ้ายังอยากจับจ่ายใช้สอยต่อ ก็ต้องแวะซื้อของพื้นเมืองที่ ลำดวนผ้าทอ โดยเฉพาะผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหลลายโบราณ ชื่อดังแห่งอำเภอปัว หากต้อง การสัมผัสตัวตนของคนน่าน ต้องไปเดิน ถนนคนเดินเมืองน่าน รับรองว่าต้องได้ของที่ระลึกทำให้นึกถึงเมืองน่าน ของแฮนด์เมดต่างๆ รวมไปถึงของอร่อยเมืองน่านอย่างแน่นอน การเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดน่านสามารถไปได้ด้วยตนเองก็จริง แต่สำหรับคนที่ต้องการจะไปช่วงปลายปีนี้ ต้องทำใจยอมรับว่าการแพลนเที่ยวกันเองนั้นยุ่งยากมากกว่าเดิม ทั้งเรื่องที่พักกับการอัพราคาขึ้นเป็นเท่าตัว และอาจไม่ได้ที่พักดังที่ตั้งใจไว้ เพราะใคร ๆ ก็ต่างมุ่งเที่ยวเหนือสัมผัสลมหนาวกันทั้งนั้น หรือเรื่องการเดินทาง ตั๋วเครื่องบินก็แพงขึ้น การเดินทางภายในจังหวัดจำเป็นต้องใช้คนในพื้นที่ เพื่อทำให้สามารถเที่ยวได้ครบตามแพลน และปลอดภัย ไม่ทำให้หงุดหงิดกังวลใจ ทางที่ดีแนะนำว่าควรไปกับบริษัทนำเที่ยวที่มีประสบการณ์และเข้าใจนักท่องเที่ยวจริง ๆ เลยดีกว่า ซึ่งเร็ว ๆ นี้ Happy Experience ได้จัดทัวร์แลนด์มาร์คของเมืองน่านแบบครบจบในทริปเดียว 3 วัน 2 คืน ในวันที่ 17-19 ธันวาคมนี้ พร้อมพาทุกคนไหว้พระขอพร เดินตามรอยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ สัมผัสกับวิถีชีวิต อาหารพื้นเมืองต้นตำรับอาหารเหนือตระกูลเจ้า เต็มไปด้วยความปลอดภัย ได้มาตรฐานแบบนิว นอร์มัล ตลอดการเดินทาง สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-113-1919 หรือที่ Line : @happyexperience *ติดตามข่าว:www.gpssentangfocus.com #อิ่มบุญอุ่นใจในดินแดนแห่งศรัทธาล้านนาไทย #ที่ยวน่าน #จังหวัดน่าน #งาช้างดำ #จิ๋วแต่แจ๋ว #แข่งเรือลือเลื่องเมืองงาช้างดำจิตรกรรมวัดภูมินทร์แดนดินส้มสีทองเรืองรองพระธาตุแช่แห้ง #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานน่าน #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com โดย GPS เส้นทางโฟกัส /ขวัญชนก ฤทธิ์นอก

  • TOYOTA Wallet

    TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล มาตรฐานการรับรองจากโตโยต้า ครั้งแรกในเมืองไทย สะดวก ปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีใหม่ของคนไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมด้วย บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมแนะนำโครงการ TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล อิสระแห่งการใช้จ่ายสำหรับสังคมแห่งการขับเคลื่อน ซึ่งมีความปลอดภัยมาตรฐานสูงสุด เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ที่มอบความสะดวก ปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีใหม่ (New Normal) สำหรับคนไทย เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2563 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ TOYOTA Wallet (โตโยต้า วอลเล็ท) กระเป๋าเงินดิจิทัลจากโตโยต้า ครั้งแรกในประ เทศไทย ซึ่งถือเป็นความร่วมมือที่จะตอบโจทย์ลูกค้าในประเทศไทยภายใต้รูปแบบวิถีใหม่ (New Normal) ให้อิสระแห่งการใช้จ่ายสำหรับสังคมแห่งการขับเคลื่อน ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีผ่านแอป พลิเคชันแพลตฟอร์ม ในรูปแบบกระเป๋าเงินดิจิ ทัล (e-Wallet) ที่สามารถตอบสนองความต้อง การของลูกค้าภายใต้สังคมไร้เงินสดอย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความสะดวกสบาย และปลอด ภัยในทุกการใช้จ่าย โดยลูกค้าสามารถใช้ TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล ที่ใช้งานง่าย ใช้ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งในร้านค้าทั่วไปและร้านค้าออนไลน์ พร้อมทั้งยังสามารถเชื่อมต่อบัตรเครดิตและบัตรเดบิตเพื่อเติมเงิน โดยลูก ค้าสามารถใช้จ่ายผ่าน TOYOTA Wallet เพียงมีบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์และแอปพลิเคชัน SCB Easy ได้แล้ววันนี้ มร. อากิฮิโระ ฟุคุโตเมะ ซีอีโอ บริษัท โตโยต้า ไฟแนนเชี่ยล เซอร์วิส คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ในนามของโตโยต้า ไฟแนนเชี่ยล เซอร์วิสฯ ประเทศญี่ปุ่น ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการเงินและการบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้าและสนับสนุนการขายรถยนต์โตโยต้าทั่วโลก มีความยินดีอย่างยิ่งที่จะแนะนำ TOYOTA Wallet แก่ประ เทศไทย เป็นประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่น ซึ่ง TOYOTA Wallet เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ที่สามารถใช้ได้ทั้งโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และร้านค้าทั่วไป ทั้งนี้ เราได้พัฒนาแพลตฟอร์มรูปแบบใหม่ เพื่อที่จะบรรลุวิสัยทัศน์ของโตโยต้าในการที่จะเปลี่ยนจากบริษัทผลิตรถยนต์สู่องค์กรแห่งการขับเคลื่อน ผมเชื่อว่า TOYOTA Wallet จะเป็นกุญแจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ในฐานะผู้นำการให้บริการที่เรียบง่ายแต่ปลอดภัยสำหรับทุกการใช้จ่าย ในอนาคตเราจะพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานเพิ่มเติม เพื่อให้ TOYOYA Wallet เป็นมากกว่าช่องทางการชำระเงิน โดยจะร่วมมือกับผู้ให้บริการภายในประเทศ เพื่อที่จะนำเสนอการบริการที่ทุกท่านชื่นชอบ สำหรับวันนี้ เป็นการเริ่มต้นที่สำคัญของโตโยต้า ซึ่ง TOYOTA Wallet มีเป้าหมายไปสู่การเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลที่คุณสามารถใช้ได้ทุกที่ ทุกประ เทศทั่วโลก ผมหวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินกับการใช้จ่ายได้อย่างอิสระผ่าน TOYOTA Wallet และติดตามการพัฒนาของเราที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้” นางชื่นกมล บุปผาคำ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในนามของโตโยต้าลีสซิ่งฯ มีความภูมิใจอย่างยิ่งที่จะนำเสนอ TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัลจากโตโยต้า ผลิต ภัณฑ์ที่จะนำท่านก้าวผ่านวิถีชีวิตแบบเดิม ด้วยนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งถูกออกแบบและพัฒนาภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยของโตโยต้า (*PCI-DSSI 3.2.1) เพื่อให้ท่านได้รับความสะดวก คล่องตัว และปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย นำเสนอความอิสระในการใช้จ่าย ทั้งในร้านค้าทั่วไปหรือร้านค้าออนไลน์ รวมถึงสามารถเชื่อมต่อบัตรเครดิต และบัตรเดบิต โดยทางบริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะพัฒนา TOYOTA Wallet ให้เป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลในระดับสากล ซึ่งจะไม่จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น แต่ครอบคลุมการใช้จ่ายในประเทศต่างๆ ทั่วโลกที่ TOYOTA Wallet รองรับได้อีกด้วย TOYOTA Wallet ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายของโตโยต้า พันธมิตรทางธุรกิจ และสถาบันการเงิน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย เป็นการต่อยอดและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพิ่มเติมให้แก่ผู้ใช้งาน ในโอกาสนี้โตโยต้าลีสซิ่งฯ มีความยินดีต้อนรับพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ มาร่วมเป็นเครือข่ายของ TOYOTA Wallet กระ เป๋าเงินดิจิทัลจากโตโยต้าด้วยกัน” TOYOTA Wallet กระเป๋าเงินดิจิทัล อิสระแห่งการใช้จ่ายสำหรับสังคมแห่งการขับเคลื่อน ลูกค้าผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Toyota Walletได้จากระบบปฏิบัติการAndroid ในช่วงเปิดตัว และจะขยายไปสู่ระบบปฏิบัติการ iOS เร็วๆนี้ โดยลูกค้าจะต้องมีบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์และแอปพลิเคชัน SCB Easy เพียงลูกค้าลงทะเบียนครั้งแรกจะได้สิทธิพิเศษบัตรกำนัล Starbucks มูลค่า 100 บาท และส่วนลดค่าบริการหลังการขาย มูลค่า 100 บาท เมื่อชำระค่าบริการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดที่ศูนย์บริการโตโยต้าที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยภายในปี 2563 Toyota Wallet สามารถให้บริการเพื่อใช้จ่ายภายในศูนย์บริการโตโยต้าของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล และมีแผนที่จะขยายให้ครอบ คลุมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศภายในปี 2564 รวมถึงร้านค้าจากเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจ * Payment Card Industry Data Security Standard เวอร์ชั่น 3.2.1 เป็นมาตรฐานความปลอดภัยของข้อมูลสำหรับผู้ให้บริการที่มีความเกี่ยวข้องกับบัตรเครดิตและการพาณิชย์อิเล็ก ทรอนิกส์ เวอร์ชั่นล่าสุดของมาตรฐานด้านความปลอดภัยข้อมูลทั่วโลก ควบคุมดูแลโดย Payment Card Industry Security Standards Council มร. มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “โตโยต้าได้เริ่มต้นธุรกิจใหม่ในประ เทศไทย โดยเมื่อกลางปีที่ผ่านมาเราได้นำเสนอบริการรูปแบบใหม่ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์ม T-Connect ที่ติดตั้งในรถยนต์ ไฮลักซ์ รีโว่ ฟอร์จูนเนอร์ และ โคโรลล่า ครอส ในวันนี้เราขอนำเสนอ TOYOTA Wallet แพลตฟอร์มใหม่สำหรับการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วิถีใหม่ (New Normal) ซึ่งเป็นบริการทางการเงินที่ทุกท่านไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตอีกต่อไปเพียงดาวน์ โหลดแอปพลิเคชัน TOYOTA Wallet สำหรับใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ โดยช่วงแรกจะสามารถใช้ชำระผลิตภัณฑ์ของโตโยต้าที่ผู้แทนจำหน่ายฯ ในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่เข้าร่วมโครงการ และมีแผนที่จะขยายการรองรับดังกล่าวไปยังผู้แทนจำหน่ายฯทั่วประเทศในปีหน้า รวมถึงสามารถใช้ชำระค่าสินค้าและบริการของพันธมิตรทางธุรกิจของเราอีกด้วย ขอขอบ คุณ โตโยต้าไฟแนนเชี่ยล เซอร์วิสคอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และโตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) ที่ไว้วางใจให้ TOYOTA Wallet เปิดตัวที่ประ เทศไทยเป็นประเทศแรกนอกประเทศญี่ปุ่น และในโอกาสนี้ผมขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านได้ร่วมสัมผัสกับประสบการณ์ใหม่ล่าสุดผ่านกระ เป๋าเงินดิจิทัลที่สามารถใช้ได้ทั่วโลก” นายสุรศักดิ์ สุทองวัน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเสริมว่า “ขอแสดงความยินดีกับบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่งฯ ที่ประสบความสำเร็จในการพัฒนา Toyota Wallet จนสามารถเปิดตัวได้ในวันนี้ และจากที่โตโยต้าในประเทศไทยได้ประกาศวิสัยทัศน์สู่การเป็น “องค์กรแห่งการขับเคลื่อน”(Mobility Company)ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลคือระบบ T-Connect ซึ่งเป็นแอปพลิเค ชันบนมือถือ เพื่อให้บริการในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็นประสบการณ์การซื้อรูปแบบใหม่ (New Buying Experience) อาทิ CAL (Connected Auto Loan) ที่จะทำให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถได้ง่ายขึ้น และ KINTO โครงการเช่ารถส่วนบุคคลระยะยาวผ่านช่องทางออนไลน์ รวมถึงประสบ การณ์การใช้งานรูปแบบใหม่ (New Usage Experience) เช่น TheftTrack เพื่อความอุ่นใจและปลอดภัย ประกันภัยชั้น 1 โตโยต้าแคร์ “ขับดี ลดให้” PHYD (Pay How You Drive) ประ กันภัยรูปแบบใหม่ที่จะมอบส่วนลดตามพฤติ กรรมการขับขี่ และ Telematics CARE เพื่อให้การดูแลรถยนต์เป็นเรื่องง่ายและสมาร์ท Toyota Wallet จะเป็นอีกหนึ่งโครงการเพื่อเชื่อมโยงชีวิตของทุกคนให้ง่ายยิ่งขึ้นด้วยกระ เป๋าเงินดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกค้าโตโยต้าที่จะได้รับความสะดวก และสิทธิประโยชน์มาก มาย นอกจากนั้น ในอนาคตเราจะขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับพันธมิตรบริการอื่น ๆ ที่สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่มากกว่ารถยนต์ โดยพันธมิตรจะเข้าร่วมเป็นหนึ่งเดียวกับเรา อำนวยความสะดวก มอบสิทธิประโยชน์ร่วมกันด้วยบริการที่ยืดหยุ่น เพื่อตอบสนองผู้บริโภคทั้งในประเทศและทั่วโลก” สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียน TOYOTA Wallet ครั้งแรก ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2563- รับคูปอง Starbucks มูลค่า 100 บาท (จำนวนจำกัด 1,000 สิทธิ์ และรับคูปองผ่าน E-mail ที่ลงทะเบียนเท่านั้น) - ส่วนลดบริการหลังการขาย มูลค่า 100 บาท เมื่อชำระค่าบริการภายใต้เงื่อนไขที่กำหนดที่ศูนย์บริการโตโยต้าที่เข้าร่วมโครงการ โดยมียอดใช้จ่าย 1,000 บาทขึ้นไป ติดตามข้อมูลข่าวสาร และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า Toyota Wallet Customer Care 0-2660-5500 หรือ https://toyota-wallet.tlt.co.th หรือ คลิปวิดีโอแนะนำ Toyota Wallet บน YouTube Toyota Motor Thailand โตโยต้าขับเคลื่อนความสุข.... https://youtu.be/wUBEmdSkyvk #ToyotaWallet #TOYOTAWalletกระเป๋าเงินดิจิทัล #โตโยต้าขับเคลื่อนความสูข #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Bangkok AirwaysHost a special promotion

    บัตรเครดิตทีเอ็มบีและธนชาต ร่วมกับ บางกอกแอร์เวย์ส จัดโปรโมชันพิเศษ “เที่ยวนี้ บินได้เป็นคู่” เริ่มเพียง 790 บาท/เที่ยวบิน/คน บัตรเครดิตทีเอ็มบีและบัตรเครดิตธนชาต ร่วมกับ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส จัดโปรโมชัน “เที่ยวนี้ บินได้เป็นคู่” ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ มอบสิทธิพิเศษในการสำรองที่นั่งบัตรโดยสารให้แก่ลูกค้าในเส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และเชียงใหม่ ภูเก็ต กระบี่ และตราด เริ่มต้นเพียง 790 บาท/เที่ยวบิน/คน, เส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และลำปาง เริ่มต้นเพียง 1,050 บาท/เที่ยวบิน/คน, เส้นทางระหว่าง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และสมุย เริ่มต้นเพียง 1,890 บาท/เที่ยวบิน/คน (ราคายังไม่รวมภาษีสนามบิน) โดยสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ www.bangkokair.com/tmbthanachart ตั้งแต่วันที่ 2-11 พฤศจิกายน 2563 และเดินทางได้ตั้งแต่ 2 พฤศจิกายน 2563 – 31 สิงหาคม 2564 สอบถามเส้นทาง เที่ยวบินและเงื่อนไขก่อนทำการสำรองที่นั่งที่สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส โทร.1771 หรือ 0-2270-6699 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Contact Center โทร. 1558 สำหรับบัตรเครดิตทีเอ็มบี หรือ โทร. 1770 กด 0 กด 2 สำหรับบัตรเครดิตธนชาต #LifeUnlocked #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #TMB #ThanachartBank #MakeREALChange #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com โดย GPS เส้นทางโฟกัส /ขวัญชนก ฤทธิ์นอก

  • Want to see, must see

    !!! บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จับมือ AIS PLAY ถ่ายทอดสดฟุตบอลไทยลีก ให้แฟนบอลมือถือทุกค่ายเชียร์ได้สุดมันส์ ลุ้นแบบชิดติดขอบจอ ทั้งชมสด และย้อนหลัง 28 ตุลาคม 2563 : บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลชั้นนำ จับมือร่วมกับ AIS PLAY ผู้นำ Streaming Service Provider ความบันเทิงครบวงจร เอาใจแฟนบอล เพิ่มช่องทางรับชมการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก แบบสดๆ และย้อนหลัง ส่งตรงถึงหน้าจอให้คนไทยทุกคน ดูฟรีทุกเครือข่าย ผ่านช่องทาง AIS PLAY ได้หลากหลายช่องทาง ทั้งแอปพลิเคชัน AIS PLAY, กล่อง AIS PLAYBOX, เว็บไซต์ aisplay.ais.co.th, APPLE TV และ Samsung Smart TV เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ และอำนวยความสะดวกตามยุคสมัยที่ผู้บริโภค “อยากดู ต้องได้ดู” บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด และ เอไอเอส บรรลุข้อตกลงในการขายสิทธิ์การถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก 2020 (T1) ผ่านระบบ OVER THE TOP (OTT) หรือการถ่ายทอดสดแบบสตรีมมิ่งให้แก่ AIS PLAY โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของแฟนบอลยุค Tech savvy ที่ต้องการเข้าถึง content ต่างๆ ได้ทุกที่ทุกเวลา แบบไร้ขีดจำกัด โดย นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด จำกัด เปิดเผยถึงการตกลงขายสิทธิ์การถ่ายทอดสดในครั้งนี้ว่า “การมีเอไอเอส เข้ามาเป็นพันธมิตรในครั้งนี้นั้น ทำให้สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีโอกาสในการเข้าถึงแฟนบอลได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่าทุกคนทำทุกอย่างผ่านมือถือ การเสพสื่อทั้งสาระ และสื่อที่ให้ความบันเทิง ต่างก็ผ่านมือถือทั้งสิ้น การที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปรับตัวให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในวันที่เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลแบบนี้ จึงเป็นสิ่งที่สโมสรให้ความสำคัญ โดยเราพยายามมองหาพันธมิตรที่มีความเข้าใจ และเห็นเป้าหมายเดียวกับเราในการพัฒนาประสบการณ์การรับชมการแข่งขันฟุตบอลให้ดียิ่งขึ้น ง่ายยิ่งขึ้น และไม่มีข้อจำกัดอะไรเลย ซึ่งแฟนบอลจะได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก จากการจับมือทำงานร่วมกันครั้งนี้” ด้าน นายอลิสแตร์ เดวิด จอห์นสตั้น กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจพัฒนาธุรกิจใหม่ เอไอเอส กล่าวว่า “AIS PLAY ในฐานะผู้นำ Streaming Service Provider ความบันเทิงครบครันที่แตกต่าง และโดนใจคนไทยทั้งประเทศ เรามุ่งมั่นอย่างยิ่งในการสรรหาคอนเทนต์ที่ครบครัน และตอบโจทย์เพื่อลูกค้าและคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคอนเทนต์ด้านกีฬา ครั้งนี้เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งถือเป็นสโมสรชั้นนำระดับประเทศ ส่งมอบประสบการณ์การชมถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลไทยลีก แบบสดๆ และย้อนหลัง ให้คนไทยทุกเครือข่าย ทั้งประเทศสามารถร่วมเชียร์ และลุ้นแบบชิดติดขอบจอได้ตลอดการแข่งขันผ่านช่องทางทั้งหมดของ AIS PLAY” ด้าน นายกนกศักดิ์ ปิ่นแสง กล่าวเสริมอีกว่า “สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ของเราคิดว่านอกเหนือจากการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางฟรีทีวี ที่แฟนบอลสามารถรับชมได้ตามปกติแล้ว การรับชมการแข่งขันผ่านแอพพลิเคชั่น AIS PLAY ก็จะเป็นอีกทางเลือก ที่จะสามารถช่วยให้แฟนบอลเราที่มีอยู่ทั่วประเทศเข้าถึงสโมสรได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งช่องทางในขณะที่ทุกท่านยังอยู่นอกบ้าน ไม่ว่าจะกำลังเดินทาง หรือทำกิจกรรมอื่นๆ อยู่ ก็สามารถรับชมผ่านมือถือได้ทันที ทั้งง่าย ทั้งสะดวก ผมมั่นใจว่าประสบการณ์การรับชมฟุตบอลจะดีขึ้น ที่สำคัญแฟนบอลสามารถรับชมได้ไม่ว่าคุณจะใช้เครือข่ายไหน ไม่ต้องเปลี่ยนอะไรให้ยุ่งยาก” สำหรับแฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และแฟนบอลทั่วไป สามารถรับชมการแข่งขันทุกแมตช์ แบบสดๆ และย้อนหลัง ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้ที่ AIS PLAY ได้หลากหลายช่องทาง ทั้ง เว็บไซต์ aisplay.ais.co.th,กล่อง AIS PLAYBOX, APPLE TV และ Samsung Smart TV หรือแอปพลิเคชัน AIS PLAY บนมือถือ เพียงดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น AIS PLAY ผ่านช่องทาง Play Store สำหรับระบบปฏิบัติการ android และ App Store สำหรับระบบปฏิบัติการ iOS ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป #บุรีรัมย์ยูไนเต็ด #ฟุตบอลไทยลีก #AISPLAY #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com เ

  • “SAT Hero Series Muaythai”

    รัฐบาลเดินหน้าทวงคืนศักดิ์ศรีกีฬามวยไทย จัดศึกสุดยิ่งใหญ่ “SAT Hero Series Muaythai” ต้นแบบยกระดับการจัดการแข่งขันวิถีใหม่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จับมือ การกีฬาแห่งประเทศไทย โปรโมเตอร์และค่ายมวยจากทั่วประเทศ จัดศึกทวงบัลลังก์ ศักดิ์ศรีกีฬา “มวยไทย” รายการ “SAT Hero Series Muaythai” (แซท ฮีโร่ ซีรีส์ มวยไทย) สืบสานตำนาน วีรบุรุษมวยไทย ระดมยอดมวยชื่อดัง 7 คู่ พร้อมอัดแน่นกิจกรรม ความบันเทิงตลอดทั้งวัน ระเบิดความมันส์ เสาร์ที่ 7 พ.ย.นี้ ที่เวทีมวยเวิร์ล สยาม สเตเดี้ยม แฟนมวยเข้าชมได้ในรูปแบบ New Normal จำกัดจำนวน รับบัตรเข้าชมฟรีหน้างาน หรือรับชมถ่ายทอดสดทาง ช่อง 9 Mcot HD (หมายเลข 30) เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย : “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย จัดศึกทวงบัลลังก์ ศักดิ์ศรีกีฬา “มวยไทย” รายการ “SAT Hero Series Muaythai” (แซท ฮีโร่ ซีรีส์ มวยไทย) สืบสานตำนาน วีรบุรุษมวยไทย โดยมีนายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในงาน พร้อมด้วย นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย, คณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้อง, โปรโมเตอร์และค่ายมวย รวมทั้งนักมวยชื่อดัง ตบเท้าเข้าร่วมงานมากมาย นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จากการที่กีฬามวยไทยและบุคลากรในวงการมวยต้องประสบปัญหาด้านภาพลักษณ์ ในการเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด 19 จากเวทีการแข่งขัน แม้ในปัจจุบันนี้จะกลับมาดำเนินการได้บ้างแล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถดำเนินการเป็นปกติเช่นเดิม ภาวะดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบต่อบุคลากรในวงการมวยทั้งระบบ กระทบต่อภาพรวมด้านความเชื่อมั่นของประชาชน ระบบเศรษฐกิจ และอุตสาหกรรมกีฬาไทย รวมทั้งภาพลักษณ์ของประเทศอีกด้วย “ที่ผ่านมากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีการสร้างความมั่นใจ โดยจัดกิจกรรมกีฬาต่างๆ นำร่องขึ้นมาในหลายชนิดกีฬา สำหรับการจัดกิจกรรมมวยไทย SAT Hero Series Muaythai ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จัดขึ้นเพื่อแก้ไขและฟื้นฟูภาพลักษณ์ของวงการมวย ศิลปะการต่อสู้ของคนไทย หลังฝ่าวิกฤตโควิด 19 ให้ดีขึ้น รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นกับประชาชน และเพื่อให้เป็นรายการนำร่อง ให้ฝ่ายจัดการแข่งขันมวยไทยในศึกต่างๆ ได้ยึดเป็นโมเดล มาตรฐานในการจัดกิจกรรมต่อไป” นายปรเมษฐ์ ภักดีคีรีไพรวัลย์ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย การกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับศึกทวงบัลลังก์ ศักดิ์ศรีกีฬา “มวยไทย” รายการ “SAT Hero Series Muaythai” (แซท ฮีโร่ ซีรีส์ มวยไทย) สืบสานตำนาน วีรบุรุษมวยไทย เป็นการจัดการแข่งขันรายการใหญ่ประจำปี รวบรวมคู่มวยดังจาก ต่างค่าย ต่างศึก พร้อมบูธนิทรรศการสืบสานตำนานมวยไทย บูธจำหน่ายและแสดงสินค้า กิจกรรมเอาใจแฟนหมัดมวยมากมาย จัดการแข่งขันโดยดำเนินการตาม พรบ.มวย ในรูปแบบ New Normal ตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) และกระทรวงสาธารณสุข กำหนดเอาไว้ สำหรับกิจกรรมภายในงานจัดขึ้นอย่างอัดแน่นตลอดทั้งวัน แฟนมวยและผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงานได้ตั้งแต่เวลา 9.30 น. เป็นต้นไป บริเวณลานด้านหน้าเวทีมวยเวิร์ล สยาม สเตเดี้ยม จะถูกเนรมิตให้เป็นมหกรรมมวยไทยครบวงจร มีทั้งบูธกิจกรรมความรู้นิทรรศการสืบสานตำนานมวยไทย, บูธแสดงและจำหน่ายสินค้า, การแสดงบนเวทีที่น่าตื่นตาตื่นใจ อาทิ นาฏมวยไทย, มวยไทยประยุกต์ , ลานทดลองมวยไทยให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ เกี่ยวกับท่าทางต่างๆ ของมวยไทย จากครูมวยผู้ชำนาญการ ที่จะมาสอนเทคนิคท่าทางต่างๆ, ร่วมสนุกกับมวยรูปแบบ Virtual Reality เกมส์ต่อยมวยเสมือนจริงฯลฯ ส่วนการแข่งขันมวยจะเริ่มตั้งแต่ 16.00 น. และเข้าสู่ช่วงถ่ายทอดสดเวลา 17.00 น. “ไฮไลต์สำหรับการจัดการแข่งขันครั้งนี้คือ การรวบรวมมวยฝีมือดี 7 คู่ ซึ่งอยู่ต่างค่าย ต่างศึกมารวมในเวทีเดียวกัน เราจะเห็นได้ว่านักมวยหลายๆ คู่ หาดูไม่ได้ ไม่มีโอกาสที่เจอกัน ถือเป็นโอกาสดี กำไรสำหรับแฟนหมัดมวยที่จะได้รับชม ต้องขอขอบคุณทุกโปรโมเตอร์และค่ายมวย นักกีฬาทุกท่านที่ร่วมใจกันผลักดันงานดีๆ ให้เกิดขึ้นในวงการมวยไทย” นายปรเมษฐ์ กล่าว สำหรับโปรแกรมการแข่งขัน ทั้งหมด 7 คู่ มีดังนี้ รุ่นซูเปอร์ ไลท์เวท ก้าวหน้า ส.จ.โต้งปราจีน (135 ปอนด์) พบกับ ซุปเปอร์บอล ทีเด็ด 99 (136 ปอนด์), รุ่นเฟเธอร์เวท บุญหลง คลองสวนพลูรีสอร์ท (123 ปอนด์) พบกับ ฟ้าเป็นหนึ่ง ภ.หลักบุญ (123 ปอนด์), วรวุฒิ เอ็มยูเด็น (125 ปอนด์) พบกับ เดชไชยา เพชรยินดีอะคาเดมี่ (125 ปอนด์), รุ่นซูเปอร์แบนตั้มเวท เสาเอก ศิษย์เชฟบุญธรรม (119.5 ปอนด์) พบกับ กุมารดอย เพชรเจริญวิทย์ (119.5 ปอนด์) รุ่นไลท์เวท ช่อฟ้า ท.แสงเทียนน้อย (130 ปอนด์) พบกับ ลูกนิมิต สิงห์คลองสี่ (132 ปอนด์), รุ่น ซุปเปอร์เฟเธอร์เวท สุริยันต์เล็ก พ.เย็นยิ่ง (128 ปอนด์) พบกับ อภิวัฒน์ ส.สมนึก (128 ปอนด์) และรุ่นซูเปอร์ฟลายเวท ฟ้าวิเศษเล็ก รักชาติ (114 ปอนด์) พบกับ ไม้ซางคํา ส.ยิ่งเจริญการช่าง (114 ปอนด์) #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การกีฬาแห่งประเทศไทย #SATHeroSeriesMuaythai #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com โดย GPS เส้นทางโฟกัส /ขวัญชนก ฤทธิ์นอก

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page