


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1424 results found with an empty search
- UntitleBenz Star Flag Organize a promotion for the month of love "SUPER VALENTINE"
เบนซ์สตาร์แฟลก จัดโปรโมชั่นเดือนแห่งความรัก “รักจัด เลยจัดให้” จัดหนักตลอดเดือนนี้เท่านั้น ! รุกหนักบริการเต็มสูบ นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม Benz Star Flag ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ พร้อมศูนย์บริการครบวงจร กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่ผ่านมา เบนซ์สตาร์แฟลก มีความรู้สึกยินดี และภาคภูมิใจที่ได้บริการลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงลูกค้ายังให้การตอบรับทุกๆแคมเปญ และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า เบนซ์สตาร์แฟลกขอมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ ตอนรับเดือนแห่งความรัก ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ เบนซ์สตาร์แฟลก “รักจัด เลยจัดให้” SUPER VALENTINE พร้อมจัดหนักให้ตลอดเดือนนี้เท่านั้น ! ความพิเศษ เบนซ์สตาร์แฟลก จัดให้อย่างเต็มสูบ ไม่ว่าจะเป็น ซื้อรถ ดาวน์ให้* ลูกค้าที่ซื้อ Mercedes-Benz และ Mercedes-AMG ทุกรุ่น* อาทิ Mercedes-AMG C 43 4MATIC/Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ และรุ่นอื่นๆ อีกมากมาย พิเศษสุดๆ กับ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé ราคาพิเศษ 7.99 ล้านบาท เพียง 1 คันเท่านั้น ช้าไม่ได้แล้วนะ มีแค่ 1 คันเท่านั้นจริงๆ พิเศษต่อ 2 พลาดไม่ได้กับ Mercedes-AMG A45 S 4MATIC+ รถ high performance ที่มาพร้อมครบรส ทั้งสี และรุ่น พร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้า ราคาเริ่มต้นพิเศษเพียง 5.7 ล้านบาท สำหรับเดือนนี้ และรับความพิเศษอีกต่อเมื่อจองที่เบนซ์สตาร์แฟลก ฟรีเปลี่ยนถ่ายนำมันเครื่องนาน 5 ปี ที่เบนซ์สตาร์แฟลกแห่งเดียวเท่านั้นที่ให้ได้ครบจบที่เดียว รับความพิเศษแบบเต็มๆ เบนซ์สตาร์แฟลก จัดให้เลือกอีกแบบพิเศษ เลือกได้เลยกับ แคมเปญ ผ่อน 0 % นาน 48 เดือน* หากเลือกซื้อ Mercedes-Benz C 200 Coupe AMG Dynamic, Mercedes-Benz C 300e Avantgarde, Mercedes-Benz C 300e AMG Dynamic, Mercedes-Benz C 300e AMG Sport, Mercedes-Benz C 220d Avantgarde Mercedes-Benz C 220d AMG Dynamic และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ Mercedes-Benz S 560 e AMG Premium สามารถเลือกรับเลยโปรพิเศษ ดาวน์ 0 % ผ่อน 99,999 บาท นาน 24 เดือน พร้อมฟรี ! ประกันภัยชั้น 1 และโปรแกรมบำรุงรักษา นาน 2 ปี เริ่มวันนี้ ถึง 28 กพ. เท่านั้น *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด พร้อมกันนี้ เบนซ์สตาร์แฟลก ยังเพิ่มความสุขให้แก่ลูกค้าเจ้าของรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ที่นำรถเข้ามาใช้บริการในส่วนบริการหลังการขาย รับบริการพิเศษ ซ่อมอะไรก็มีรถทดแทนให้ใช้ฟรี โดยเมื่อลูกค้านำรถเข้ามาใช้บริการระหว่างซ่อม มีรถทดแทนให้ใช้ฟรี* ไม่ว่าลูกค้าจะนำรถเข้าซ่อมสี และตัวถัง, เช็คระยะ, เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, ซ่อมรถ, ยางแตก มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อมฟรี สบายใจ ไม่ต้องกังวล พร้อมความพิเศษที่เหนือกว่าบริการอื่นใด ซ่อมรถผ่อน 0 % นาน 3 เดือน พร้อมบริการส่งรถถึงหน้าบ้าน อย่างไรก็ตาม ลูกค้าของเบนซ์สตาร์แฟลกมั่นใจได้ถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจในเรื่องการขายและบริการที่ เบนซ์สตาร์แฟลก มุ่งมั่นมาตลอดกว่า 10 ปี ด้วยการลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การบริการที่ดีกว่า Benz Star Flag Mercedes-AMG Performance Center Workshop บนพื้นที่กว่า 1,000 ตารางเมตร พร้อมช่างเฉพาะทางของ AMG Certified เพราะด้วยปรัชญาสำคัญในการทำธุรกิจ การดูแลรักษารถยนต์ให้คงประสิทธิภาพอย่างดีที่สุด เป็นหัวใจสำคัญ เพราะรถสมรรถนะสูงอย่างเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ที่โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์พิเศษเฉพาะตัวของรถยนต์ และตัวเครื่องยนต์ ต้องอาศัยความเข้าใจและการดูแลอย่างพิถีพิถันจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ผ่านการรับรองมาโดยเฉพาะ ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถัง สะดวก รวดเร็ว มั่นใจงานคุณภาพ ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยพร้อมช่างที่มากประสบการณ์ รับประกันคุณภาพสีนาน 1 ปี พร้อมประกันในเครือมากกว่า 20 รายชื่อ ศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง มีเครื่องดึงและตัดต่อตัวถังสำหรับงานซ่อมหนักเป็นตัวแรกของศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในประเทศไทย ที่สามารถวัดค่าความเสียหายจากอุบัติเหตุหนักด้วยระบบดิจิตอล เพื่อการซ่อมที่ละเอียดและแม่นยำซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยสายตา รวมถึงห้องอบสีระบบไฟฟ้าอินฟราเรดที่ให้กำลังความร้อนต่อพื้นที่สูงช่วยให้สีสามารถผ่านเข้าไปในเนื้อวัสดุได้ลึก ทำให้สีแห้งเร็วขึ้น จนถึงปัจจุบัน เบนซ์สตาร์แฟลก มีขีดความสามารถในการให้บริการรถยนต์ได้มากกว่า 100 คันต่อวัน เพื่อตอบสนองความเป็นโชว์รูมและศูนย์บริการ ของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ดีที่สุดในประเทศไทย ในส่วนของโชว์รูมที่มีมูลค่ากว่า 800 ล้านบาท และศูนย์บริการหลังการขาย ไปจนถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถัง เรามีการพัฒนาให้การบริการมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของศูนย์บริการมีพื้นที่ใช้สอยกว่า 12,000 ตารางเมตร ได้รับการออกแบบโดยทีมวิศวกรจากประเทศเยอรมัน ที่ดูแลเรื่องสถาปัตยกรรมต่างๆของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก พร้อมอุปกรณ์เครื่องจักรที่ทันสมัยสามารถรองรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้ทุกรุ่น อาทิเช่น ลิฟท์ยกรถสำหรับรถ Mercedes-AMG ซึ่งมีลักษณะพิเศษอยู่ที่ความสูงจากพื้นถึงแป้นยกที่มีเพียง 100 มิลลิเมตร ประกอบกับแขนลิฟท์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ ทำให้สามารถลอดผ่านรถที่โหลดเตี้ยได้เพื่อยกรถขึ้นสำหรับปฏิบัติงานซ่อมบำรุง รักษาความเป็นอันดับ 1 ในด้านยอดขายมากกว่า 5 ปีซ้อน ยังคงยืนยันที่จะสร้างสรรค์ การบริการ และความปลอดภัย ที่ห่วงใยลูกค้าในทุกด้าน เบนซ์สตาร์แฟลก ขอเชิญลูกค้า และผู้ที่สนใจทุกท่านทดลองขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งรถใหม่ และรถผู้บริหาร ไมล์น้อย ป้ายแดง ได้ที่โชว์รูม Benz Star Flag ถนนวิภาวดีรังสิต โดยเปิดบริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00-20.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.00-17.00 น. หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขายโทร. 0-2248-6699 ตามวัน และเวลาทำการเดียวกัน หรือ Line: @benzstarflag, Facebook : Benz Star Flag, Instagram @BenzStarFlag *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
- “DRIVE Connect Platform”
ธนชาตDRIVE เปิดตัว “DRIVE Connect Platform” แพลตฟอร์มใหม่ผ่าน Facebook เสริมแกร่งกลุ่มลูกค้าผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว รุกตลาดออนไลน์ มัดใจผู้ซื้อ กรุงเทพฯ 2 ก.พ. 2564 - ธนชาตDRIVE โดยทีเอ็มบี | ธนชาต รุกช่วยลูกค้ากลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว (ดีลเลอร์เต็นท์รถมือสอง) พัฒนาการตลาดผ่านทาง Facebook ภายใต้แพลตฟอร์ม “DRIVE Connect Platform” มิติใหม่ของการทำตลาดออนไลน์ ที่มัดใจลูกค้าเพียงคลิกเดียว ทำให้การโฆษณาขายรถง่ายขึ้นและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จริง ช่วยผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วเพิ่มยอดขาย หวังกระตุ้นการซื้อขายของเต็นท์รถ เพื่อสนับสนุนให้ธุรกิจของลูกค้าเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน นายป้อมเพชร รสานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านสินเชื่อรถยนต์ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และรองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันกลุ่มลูกค้ากลุ่มผู้จำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วหันมาให้ความสำคัญกับการตลาดออนไลน์ผ่าน Facebook มากขึ้น เพราะสามารถวัดประสิทธิภาพและผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ประกอบกับพฤติกรรมคนซื้อรถยนต์มือสองเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ต้องการเข้าถึงดีลเลอร์เต็นท์รถที่เหมาะสม เพื่อให้ได้รถที่ตอบโจทย์ที่สุด โดยเป้าหมายของธนชาตDRIVE มุ่งมั่นเป็นพลังขับเคลื่อนไปกับคู่ค้า เพราะเราเป็นมากกว่าสินเชื่อรถ...ให้ชีวิตคู่ค้าดีขึ้น (DRIVE your life to the next step of financial well-being) ธนชาตDRIVE จึงพัฒนา “DRIVE Connect Platform” เครื่องมือการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงร่วมกับ Facebook ประเทศไทย เพื่อนำเสนอมิติใหม่แห่งการทำตลาดออนไลน์ที่จะมัดใจลูกค้าได้ง่ายขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีการใช้รูปแบบบัญชีโฆษณาหรือจัดการแคมเปญออนไลน์ผ่าน Facebook Ads ได้ง่ายๆ เพียงคลิกเดียว นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ทีเอ็มบี หรือ ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) และผู้อำนวยการอาวุโส ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธุรกิจสินเชื่อ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “DRIVE Connect Platform” เป็นแพลตฟอร์มที่ช่วยให้คู่ค้ารถยนต์ใช้แล้ว สามารถใช้งานได้ง่าย เข้าถึงลูกค้าได้รวดเร็ว และรู้ใจลูกค้าที่สนใจรถยนต์มือสองอย่างตรงจุด โดยมีคุณสมบัติเด่น 5 ประการ ประกอบด้วย 1.Smart Automation ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะแบ่งเป็นเครื่องมือด้านการตลาด เครื่องมือบริหารจัดการหน้าร้านและคลังสินค้าออนไลน์ให้คู่ค้า ซึ่งเป็นระบบที่จะช่วยจัดกลุ่มรถแยกตาม แบรนด์รถ รุ่นรถ ปีรถ สีรถ ราคาที่ต้องการขาย รวมถึงจัดกลุ่มรถยนต์ กระบะ และ SUV อีกทั้งยังมีเครื่องมือเพื่อการโฆษณาที่ช่วยแสดงโฆษณาอัตโนมัติ ปล่อยโฆษณาในเวลาที่ใช่กับสินค้าที่ชอบสอดคล้องกับสิ่งที่ลูกค้าอยากเห็น 2. Data Analytics ความโดดเด่นด้านการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้า ช่วยให้ผู้ขายเข้าใจลูกค้าของตัวเองมากขึ้น พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลล่วงหน้า ทำให้การลงโฆษณาได้แม่นยําและมีประสิทฺธิภาพมากขึ้น 3. Cost-Effectiveness แก้ปัญหาค่าใช้จ่ายได้อย่างตรงจุด โดยเพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนด้วยระบบ AI ซึ่งเป็นการดูแลโฆษณาตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยเฟ้นหาลูกค้าที่ตรงกลุ่มเป้าหมายที่สุด ทำให้ผู้ค้าสามารถลดต้นทุนในการทําโฆษณาลงได้ถึง 30% 4. Lead Management System แพลตฟอร์มนี้ยังช่วยบริหารจัดการลูกค้าเป้าหมาย โดยจ่ายงานแบบ Real-time แจ้งเตือนเพื่อติดตามลูกค้า และวัดผลได้ 5. Intelligence Dashboard ช่วยสรุปภาพรวมของแคมเปญโฆษณาสะท้อนทุกมิติ เพื่อให้ผู้ขายเห็นภาพรวม ทำให้ง่ายต่อการจัดการระบบต่าง ๆ และสามารถปิดการขายได้อย่างรวดเร็ว “DRIVE Connect Platform” จึงเป็นเครื่องมือที่เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นผู้ที่ต้องการซื้อรถยนต์มือสองจริง ๆ ช่วยคาดการณ์ วิเคราะห์ และประเมินผลจากพฤติกรรมของผู้ซื้อได้อย่างแม่นยำและรวดเร็วฉับไว ทำให้ผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วสามารถเสนอขายสินค้าได้ตรงกับที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด ช่วยสร้างประสบการณ์การซื้อให้ตรงใจลูกค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันระบบยังช่วยบริหารจัดการด้านการตลาดได้เหมือนทีมการตลาดที่มีศักยภาพสูงทำงานอยู่ในองค์กร เชื่อว่า DRIVE Connect Platform จะผลักดันให้ตลาดรถยนต์มือสองเติบโตขึ้นอย่างมาก คาดจะสามารถกระตุ้นให้เกิดการซื้อขาย สร้างยอดขายในตลาดได้มากกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งจะส่งผลให้ยอดสินเชื่อของ ธนชาตDRIVE เพิ่มขึ้นกว่า 10% นางสาวชวดี วงศ์พยัต หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ Facebook ประเทศไทย “Facebook มีความยินดีที่ได้เห็นการผสมผสานนวัตกรรมด้านดิจิทัลกับการตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่มองหาโซลูชันที่ง่ายต่อการใช้ สะดวกและมีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย พันธกิจของเราคือ การเร่งการเติบโตด้าน digital transformation ในประเทศไทยและนำเสนอประสบการณ์ออนไลน์และโซลูชันที่ไร้รอยต่อสำหรับภาคธุรกิจอันจะเอื้อประโยชน์ต่อเป้าหมายด้านเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรมDRIVE Connect Platform ของธนชาตDRIVE โดยทีเอ็มบีและธนชาต จะช่วยเพิ่มการเข้าถึงและสร้างการเติบโตทางธุรกิจผ่านการตลาดออนไลน์ให้กับผู้จำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วของธนชาตDRIVE นอกจากนั้น Facebook เองยังได้จัดการอบรมการใช้เครื่องมือทางการตลาดของ Facebook เพื่อช่วยเสริมทักษะด้านดิจิทัลให้กับดีลเลอร์เต็นท์รถของธนชาตDRIVE ด้วย” ดีลเลอร์ผู้จำหน่ายรถยนต์มือสองที่สนใจร่วมโครงการของ DRIVE Connect สามารถลงทะเบียนสมัครได้แล้ววันนี้ที่ http://bit.ly/driveconnectplatform ส่วนลูกค้าดีลเลอร์ของธนชาตDRIVE สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เจ้าหน้าที่เช่าซื้อที่ดูแลผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้ว * * * * * * #ธนชาตDRIVE #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #TMB #ThanachartBank #MakeREALChange
- TMB and Thanachart credit cards to shop at King Power Online.Get discounts and cash back 3 worth
บัตรเครดิตทีเอ็มบีและธนชาต ให้ช้อปที่ คิง พาวเวอร์ ออนไลน์ รับส่วนลดและเครดิตเงินคืน 3 คุ้ม บัตรเครดิตทีเอ็มบีและบัตรเครดิตธนชาต ร่วมกับ คิง พาวเวอร์ ให้สมาชิกบัตรรับส่วนลดและเครดิตเงินคืน 3 คุ้ม เมื่อช้อปที่ www.kingpower.com และแอปพลิเคชัน KING POWER ตั้งแต่วันนี้ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2564 คุ้มที่ 1 รับส่วนลดสูงสุด 20% เมื่อช้อปสินค้าที่ร่วมรายการครบ 5,000 บาทขึ้นไป / รายการสั่งซื้อ และกรอกรหัสส่วนลด TMBT20 ไม่จำกัดสิทธิ์การใช้รหัสส่วนลดต่อบัญชีสมาชิก คุ้มที่ 2 รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 5,400 บาท เมื่อมียอดใช้จ่ายต่อเซลล์สลิปตามที่กำหนด โดยลูกค้าบัตรเครดิตทีเอ็มบี ลงทะเบียน SMS พิมพ์ TMBKO ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต TMB 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 และลูกค้าบัตรเครดิตธนชาต พิมพ์ TKO ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ส่งมาที่ 4712066 คุ้มที่ 3 แลกคะแนนสะสม Rewards Plus หรือ T-Rewards เท่ายอดซื้อ รับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 12% โดยแลกใช้คะแนนสะสมสูงสุดได้ถึง 50,000 คะแนน / บัญชีบัตรหลัก / ตลอดรายการ โดยลูกค้าบัตรเครดิตทีเอ็มบี ลงทะเบียน SMS พิมพ์ OKING ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 12 หลักสุดท้าย ส่งมาที่ 4806026 และลูกค้าบัตรเครดิตธนชาต พิมพ์ OKING ตามด้วยหมายเลขบัตรเครดิต 16 หลัก ส่งมาที่ 4712066 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ Contact Center สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตทีเอ็มบี โทร. 1558 และลูกค้าบัตรเครดิตธนชาต โทร. 1770 * * * * * * #LifeUnlocked #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #TMB #ThanachartBank #MakeREALChange
- “MOTOR EXPO 2020”
MOTOR EXPO 2020” จับรางวัลคืนกำไรให้ผู้ชม “IMC สื่อสากล” จับรางวัลผู้โชคดีจากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชม และประกาศชื่อบูธรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ที่ได้รับรางวัล จากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” กล่าวว่า “งาน Motor Expo 2020 ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จเกินคาด ด้วยการสนับสนุนของผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้ง บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และผู้ชมงาน โดยในงานมีการจัดกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมหลายรายการ ทั้งซื้อรถ...ชิงรถ / ซื้อบัตร...ชิงรถ / ซื้อสินค้า...ชิงรถ / ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์ และชม MOTOR EXPO ONLINE ชิงรางวัล” “สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบว่าปฏิบัติตามกฏกติกาของการชิงรางวัล เราจะประกาศชื่อผู้ได้รับรางวัลทางเวบไซท์ www.motorexpo.co.th, www.autoinfo.co.th, ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และทางนิตยสาร ฟอร์มูลา, 4WHEELS ฉบับประจำเดือนเมษายน 2564” นอกจากนั้น ผู้จัดยังประกาศรางวัลสำหรับบูธรถยนต์ รถจักรยานยนต์ที่ร่วมแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 37” ดังนี้ • บูธรถยนต์ที่ออกแบบและตกแต่งได้งดงามที่สุดในงาน ได้แก่ Nissan • ผู้ออกแบบและตกแต่ง ได้แก่ Gorilla Event • บูธจักรยานยนต์ที่ออกแบบและตกแต่งได้งดงามที่สุดในงาน (มอเตอร์ไซค์) ได้แก่ Vespa • ผู้ออกแบบและตกแต่ง ได้แก่ Takeit Builder • บูธรถยนต์ที่ออกแบบและตกแต่งได้สร้างสรรค์ที่สุดในงาน ได้แก่ BMW • ผู้ออกแบบและตกแต่ง ได้แก่ Kingsmen C.M.T.I. • รถยนต์ที่มีลักษณะสอดคล้องคำขวัญประจำงานที่สุด ได้แก่ Nissan Kicks • บริษัทรถยนต์ที่นำคำขวัญฯ มาแสดงออกสอดคล้องเป็นรูปธรรมที่สุดในงาน ได้แก่ Volvo • ผู้ออกแบบและตกแต่งบูธรถยนต์ที่นำคำขวัญฯ มาแสดงออกสอดคล้องเป็นรูปธรรมที่สุดในงาน ได้แก่ Takeit Builder • บูธรถยนต์ที่ควบคุมเสียงได้มาตรฐานที่สุดในงาน ได้แก่ MG • ผู้ควบคุมเสียง ได้แก่ Pico • บริษัทรถยนต์ที่จัดชุดแต่งกายพรีเซนเตอร์ได้งามสง่าที่สุดในงาน ได้แก่ Mitsubishi • ผู้ออกแบบชุดแต่งกาย ได้แก่ Gorilla Event
- Work From Home
Work From Home แบบหน้าสดก็ไม่หวั่น LINE Meeting ฟีเจอร์สุดเจ๋งให้ประชุมผ่านจอพร้อมฟิลเตอร์หน้าใส • ใช้ฟรีผ่านแอป LINE ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปเพิ่ม ไม่ต้องเป็นเพื่อนบน LINE ก็คุยได้ • เปิดกล้องเผยหน้าสดได้ไม่หวั่น ใส่ฟิลเตอร์ แบคกราวด์และเอฟเฟกต์ เพิ่มสีสันให้การประชุม • พร้อมให้แชร์หน้าจอและไฟล์ผ่านกรุ๊ปแชท ใช้งานได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ รองรับสูงสุด 500 คน เมื่อสถานการณ์โควิด – 19 กลับมาทำให้คนไทยต้องเฝ้าระวังมากขึ้นพร้อมนโยบาย Work From Home อีกครั้ง แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถรับมือและปรับไลฟ์สไตล์ให้เข้ากับวิถี New Normal ได้เร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารที่ต้องการแอปพลิเคชั่นที่จะช่วยให้การพูดคุยและประชุมกลุ่มในชีวิตประจำวันให้มีสีสันราวกับได้เจอกันตัวเป็นๆ เวลานี้ก็ต้องโหวตให้ LINE Meeting ฟีเจอร์ต้องห้ามพลาดบนแอปฯ LINE ถูกออกแบบมาได้ถูกจริตคนไทยที่มาพร้อมกับฟังก์ชั่นครบครัน ตอบโจทย์การสื่อสารในชีวิตประจำวันทั้งการประชุมงาน พบปะเพื่อนฝูงและครอบครัวในยามที่ต้องรักษาระยะห่าง ซึ่งได้รับความนิยมสุดๆ หลังจากเปิดตัวเมื่อปลายปี 2020 ลากยาวมาถึงตอนนี้ ที่คนต้องกลับมา Work From Home และ Stay at Home กันอีกครั้ง ถอดรหัสความสำเร็จของ LINE Meeting ถึงเป็นฟีเจอร์เพื่อการ “ประชุมออนไลน์” ของพ.ศ.นี้ ที่พูดได้เลยว่า “ใช้สะดวก คุยสนุก ตอบโจทย์ทุกการสื่อสาร” ทั้งเรื่องงานและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ LINE 1. เข้าถึงง่าย ใช้งานสะดวก - ไม่ต้องไปดาวน์โหลดแอปฯ ใหม่ให้ยุ่งยาก ไร้ขั้นตอนยุ่งหยุมหยิม เพราะไม่ต้องสร้าง Line Group ไม่ต้องเป็นเพื่อนบน LINE ก็ได้ เริ่มต้นใช้งานเพียงกดไปที่ไอคอน LINE Meeting สัญลักษณ์รูปกล้องวีดีโอที่มีเครื่องหมายบวก (+) ด้านใน ด้านบนหน้าแท็ปแชท จากนั้นก็แชร์ลิงก์ เชิญคนต้องการจะให้ร่วมประชุมก็คลิกกดเข้ามารวมตัวได้ทันที 2. ฟังก์ชั่นประชุมครบครัน – ด้วยหน้าที่เป็น “ห้องประชุมเสมือนจริง” ดังนั้นทุกองค์ประกอบของ LINE Meeting จึงฟังก์ชั่นรองรับการทำงานประชุมจริง สามารถย่อหน้าจอระหว่างประชุม เพื่อมาตอบแชทอื่น หรือพิมพ์ในห้องแชทเฉพาะกิจสำหรับประชุมนั้น พร้อมให้แชร์ไฟล์งาน โดยระบบจะสร้างห้องแชทชั่วคราวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ และห้องแชทดังกล่าวจะหายไปเมื่อประชุมเสร็จสิ้น มาพร้อมฟังก์ชั่น Watch Together ไว้แชร์หน้าไฟล์วิดีโอออนไลน์หรือวิดีโอบนยูทูปให้ชมไปพร้อมๆกันทั้งภาพและเสียง ซึ่งใครจะเอาไว้ใช้ดูคลิปใหม่แล้วรีแอคร่วมกันก็น่าเอนจอยไม่น้อย 3. ฟิลเตอร์ เอฟเฟค แบคกราวด์แน่น – จุดชนะใจผู้ใช้ LINE เห็นจะเป็นลูกเล่นแพรวพราว ทั้งภาพแบคกราวด์แบบสำเร็จรูป ให้เบลอพื้นหลังหรือจะตกแต่งเองได้ตามใจชอบ และที่ต้องใช้ให้ได้เลยคือ “ฟิลเตอร์” ปรับหน้าใสที่เหมาะกับใครที่กลัวเปิดกล้องเผยหน้าสด หรือถ้ายังไม่มั่นใจก็เพิ่มเอฟเฟกต์ตกแต่งใบหน้าก็ยิ่งสนุกเข้าไปใหญ่ ทั้งหน้าหนู หน้าแมว หน้ากากอนามัย จนผู้ใช้บางรายยอมเข้ามารอประชุมในกรุ๊ปก่อนเพราะอยากเลือกเอฟเฟคเก๋ๆ ดังนั้นจะทางการหรือไม่ทางการ LINE Meeting ก็จัดให้ทุกโอกาส 4. ฟีเจอร์ฟรี มีความปลอดภัย - LINE Meeting รองรับการใช้งานได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ ชวนผู้เข้าร่วมประชุมได้สูงสุดถึง 500 คน แถมผู้จัดการประชุมยังสามารถเชิญเพื่อนเข้าห้องเพิ่ม หรือลบคนออกจากห้องประชุมก็ได้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้การประชุมครั้งนั้นปลอดภัย ไม่มีใครรบกวนหรือทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมนั่นเอง ต้องยอมรับว่า LINE Meeting มาช่วยให้เราๆที่ต้องรักษาระยะห่าง กักตัวอยู่บ้านยังคงรันงานต่อได้ไม่สะดุด แถมยังสร้างสีสันความสุขความสนุก ให้บางช่วงเวลาเครียดๆกลายเป็นช่วงเวลาน่าเอนจอยกันได้ง่ายๆ
- TMB and Thanachart
ทีเอ็มบีและธนชาต เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อรายย่อย พร้อมสู้โควิด-19 ระลอกใหม่ไปด้วยกัน กรุงเทพฯ 20 มกราคม 2564 – ทีเอ็มบีและธนชาตเดินหน้าให้ความช่วยเหลือด้านการเงินเพิ่มเติมแก่ลูกค้าสินเชื่อรายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกใหม่ ซึ่งส่งผลให้เกิดผลกระทบเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยได้ขยายระยะเวลามาตรการตั้งหลักให้ความช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อรายย่อยของทีเอ็มบีและธนชาต ทั้งบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล และสินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจให้สามารถตั้งหลัก ผ่านสถานการณ์วิกฤต และเป็นโอกาสในการสร้างรากฐานชีวิตทางการเงินที่ดี หรือ Financial Well-being ต่อไป โดยมีมาตรการดังนี้ สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำ ทั้งลูกค้าบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ทุกรายโดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร · บัตรเครดิต ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจาก 10% เป็น 5% ในปี 2563-2564 เป็น 8% ในปี 2565 และเป็น 10% ในปี 2566 เป็นต้นไป · บัตรกดเงินสด (ทีเอ็มบี) ปรับอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจาก 5% เป็น 3% ในปี 2563-2566 สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบโดยตรง สามารถติดต่อลงทะเบียนเพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติม · บัตรเครดิตลดดอกเบี้ยเหลือ 12% พร้อมผ่อนชำระยอดค้างได้สูงสุด 48 เดือน · บัตรกดเงินสด (ธนชาต) ลดดอกเบี้ยเหลือ 22% พร้อมผ่อนชำระยอดค้างได้สูงสุด 60 เดือน สินเชื่อบ้าน พักชำระเงินต้น โดยยังคงชำระเฉพาะดอกเบี้ย นาน 6 เดือน หรือ ลดยอดผ่อนชำระเหลือ 70% นาน 6 เดือน หรือ พักชำระค่างวดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย นาน 3 เดือน สินเชื่อบุคคล ลดยอดผ่อนชำระเหลือ 70% นาน 6 เดือน และลดอัตราดอกเบี้ยเหลือไม่เกิน 22% สินเชื่อรถยนต์ธนชาตDRIVE สำหรับสินเชื่อรถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้ว และรถแลกเงิน ลดค่างวดโดยขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ หรือพักชำระค่างวดนาน 3 เดือน สำหรับสินเชื่อเล่มแลกเงิน ดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกิน 22% และลดค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนสูงสุด 30% ไม่เกิน 6 เดือน ทั้งนี้ ลูกค้าที่มีความสนใจ สามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมมาตรการได้ทางเว็บไซต์ www.tmbbank.com/loan-covid19 ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายน 2564 โดยเงื่อนไขและการพิจารณาอนุมัติเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด
- Benz Star Flag
"เบนซ์สตาร์แฟลก" โชว์ Mercedes AMG A45 S 4MATIC+ ที่เดียวเท่านั้นที่มีครบ "เบนซ์สตาร์แฟลก" จัดโชว์ Mercedes AMG A45 S 4MATIC+ รถ high performance ที่เดียวเท่านั้นที่มีครบทุกรุ่น ทุกสี แห่งเดียว จัดเต็ม AMG Festival ครั้งที่ 2 ตามคำเรียกร้อง ขนกองทัพรถ AMG กว่า 40 คัน ให้คุณเลือกและเป็นเจ้าของกับราคาที่พิเศษมากกกกกก ทุกรุ่นทุกคัน พร้อมโปรโมชั่น แบบจัดเต็มรูปแบบ แห่งเดียวเท่านั้น ย้ำ!!!! ที่เดียวเท่านั้น ตั้งแต่วันนี้ -31 มกราคม 2564 คุณชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ผู้ที่หลากหลายคนรู้จักกันดีในวงการแข่งขันรถยนต์ นักธุรกิจชื่อดังในแวดวงยานยนต์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในผู้บริหารที่รักความเร็วเป็นชีวิตจิตใจ ทั้งคร่ำหวอด หลงใหลรวมถึงสนใจในเรื่องยานยนต์เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ จึงก่อกำเนิดเป็น บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ขึ้นเมื่อปี 2556 พร้อมการตั้งเป้าหมายที่จะเป็นโชว์รูม และศูนย์บริการครบวงจรบนพื้นที่ขนาดใหญ่ ในระดับต้นๆ ของภาคพื้นเอเชีย ในการให้บริการด้วยมาตรฐานระดับเวิลด์คลาส จากวันนั้นถึงวันนี้ เบนซ์สตาร์แฟลกประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมามียอดขายเติบโตอย่างเห็นได้ชัดเจนในทุกปี และรักษาความเป็นอันดับ 1 มาโดยตลอด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา เบนซ์สตาร์แฟลกได้ทุ่มงบกว่า 75 ล้านบาท Benz Star Flag AMG Performance Center ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ AMG ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย พร้อมศูนย์บริการหลังการขายที่ครบวงจรสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ AMG โดยเฉพาะ บนพื้นที่รวมกว่า 2,000 ตารางเมตร เพื่อตอบรับกระแสความนิยมและกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจเมอร์เซเดส-เบนซ์ AMG ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใน Benz Star Flag AMG Performance Center มีพื้นที่จอดรถโชว์กว่า 600 ตารางเมตร สามารถจอดรถได้อย่างเต็มพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าที่เยี่ยมชมสามารถสัมผัสประสบการณ์อย่างเต็มรูปแบบกับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ AMG หลากหลายรุ่น เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจ เบนซ์สตาร์แฟลกมาจนถึงปัจจุบัน เบนซ์สตาร์แฟลก พร้อมส่งมอบความสุขแก่ลูกค้าที่หลงใหล และต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูง high performance อย่างAMG จัดโชว์ Mercedes AMG A45 S 4MATIC+ รถ high performance ที่มาพร้อมครบรสทั้งสี และรุ่นที่พร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าที่ เบนซ์สตาร์แฟลกแห่งเดียวเท่านั้นที่ให้ได้ครบจบที่เดียว พร้อมกันนี้ ตามคำเรียกร้องของลูกค้า เบนซ์สตาร์แฟลก ขอเสนอแบบจัดเต็มอีกครั้ง AMG Festival ครั้งที่ 2 สำหรับลูกค้าที่พลาดจากครั้งที่แล้ว เบนซ์สตาร์แฟลกขอจัดภาค 2 แบบไม่ยั้ง ยกขบวนกองทัพ AMG กว่า 40 คัน ให้คุณเลือกและเป็นเจ้าของกับราคาที่พิเศษสุดๆ แบบไม่ต้องเกรงใจกันเลย ซึ่งรถทุกรุ่นทุกคันจะมาพร้อมกับโปรโมชั่น แบบจัดเต็มอย่างที่ลูกค้าไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งในเรื่องของ ราคา การบริการ และการส่งเสริมในรูปแบบต่างๆ อาทิ Mercedes AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupe มาพร้อมกับข้อเสนอพิเศษที่เลือกได้ตามใจชอบ เราดาวน์ให้ 1.5 ล้านบาท หรือ เริ่มต้นผ่อนเพียงเดือนละ 70.647 บาท หรือ ซื้อปีนี้ให้คุณผ่อนปีหน้าพร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี Mercedes-AMG CLS 53 4MATIC+ และ Mercedes-AMG C43 4MATIC Coupe เบนซ์สตาร์แฟลก พร้อมดาวน์ให้ หรือเลือก ฟรีประกันภัยชั้น 1 นานถึง 5 ปี ยังไม่พอ เพราะเบนซ์สตาร์แฟลก ไม่ได้จัดเพียงแค่นี้ ลูกค้ายังพบกับ AMG รุ่นอื่นๆอีกมากมาย ในราคาพิเศษที่สามารถเอื้อมกันได้ไม่ยากไม่เพียงแค่นี้ นอกจากลูกค้าจะได้พบกับรถใหม่ป้ายแดงที่มาเต็มพิกัดแล้ว เบนซ์สตาร์แฟลก ยังมอบความสนุกที่มาพร้อมกับความคุ้มค่ากับ รถผู้บริหาร ป้ายแดง ไมล์น้อย คุณภาพเทียบเท่ารถยนต์ โดยรถยนต์ทุกคันผ่านการรับรองและตรวจสอบด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยกว่า 200 จุด ตลอดทั่วทั้งคัน ปลอดภัยสูงสุดด้วยอะไหล่แท้ และงานซ่อมที่ได้รับมาตรฐาน และการการันตีจาก Mercedes-Benz Certified (MBC) ให้ลูกค้าได้ทดลองขับและจับจองในราคาสุดพิเศษในจำนวนจำกัด อาทิ Mercedes – AMG C 43 4MATIC Coupe ราคาพิเศษเพียง 2,xxx,xxx บาทเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีรุ่นอื่นให้เลือกอีกมากมาย ในราคาเริ่มต้นเพียง 2 ล้านบาทเท่านั้น ก็สามารถเป็นเจ้าของ Mercedes-Benz ได้ไม่ยาก เชิญลูกค้าเลือกให้สัมผัสได้ที่ เบนซ์สตาร์แฟลก ซึ่งพร้อมให้ลูกค้าเลือกเป็นเจ้าของกันแบบจุใจ ในราคาที่คุ้มสุดๆ คุณชยุส กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ เบนซ์สตาร์แฟลก ห่วงใยลูกค้าเสมอ ด้วยการออกมาตรการที่เข้มงวดสำหรับรองรับการควบคุมและการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ เน้นความสะอาด ด้วยการฉีดพ่นฆ่าเชื้อพื้นที่ในโชว์รูมและศูนย์บริการทุกตารางนิ้ว เป็นประจำทุกสัปดาห์ พร้อมจัดพื้นที่ตามแบบ Social Distancing ในโชว์รูม / ที่นั่งลูกค้า / และพื้นที่อื่นๆ อย่างเคร่งครัด แต่หากลูกค้ายังไม่คลายความกังวล เบนซ์สตาร์แฟลกจัดบริการพิเศษสุด เพื่อการเว้นระยะห่าง “Exclusive appointment” ลูกค้าสามารถนัดหมายเฉพาะคุณ แบบชมรถที่โชว์รูมแบบส่วนตัว รักษาระยะห่าง พร้อมบริการแบบพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบาย และความมั่นใจในการเข้ามาที่โชว์รูม เพียงนัดหมายล่วงหน้าที่เบอร์ 02 248 6699 เบนซ์สตาร์แฟลก โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ ถนนวิภาวดีรังสิต โทร. 02 248 6699 หรือ Line : @benzstarflag
- Thai Team
ผู้ประกอบการไทยผนึกกำลังสร้าง ‘Thai Team’ มุ่งเป้าสู่ ‘Feeder Line’ ยกระดับฝีมือคนไทยสู้ต่างชาติ จากการผลักดันโครงการ “Thai First” ภายใต้แนวคิด “ไทยทำ ไทยใช้ คนไทยต้องได้ก่อน” ของรัฐบาล ประกอบกับด้านกระทรวงคมนาคมได้เน้นสร้างมาตรฐานระบบรางทั้งในส่วนของรถไฟ และระบบไฟฟ้า ด้วยการใช้วัตถุดิบในประเทศ ฝีมือคนไทย จากแนวคิดดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการคนไทยมองเห็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะทำให้ทั่วโลกได้เห็นฝีมือคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก เหตุนี้ ผู้ประกอบการไทยได้รวมตัวกันจัดตั้งกลุ่ม ชื่อว่า “Thai Team” พร้อมมีหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันการศึกษาร่วมสนับสนุน โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท โชคนำชัย ไฮ-เทค เพรสซิ่ง จำกัด และ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด เป็นผู้นำทัพ และผู้ร่วมสนับสนุนได้แก่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บริษัท ยางโอตานิ จำกัด บริษัท แม่น้ำ สแตนเลสไวร์ จำกัด (มหาชน) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcon) รวมถึงสถาบันการศึกษา เช่น คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน ทั้งนี้ โครงการที่มุ่งหวังในการเข้าร่วมพัฒนา คือ โครงการระบบตัวรถไฟฟ้าขนาดรอง (Feeder Line) เพื่อเชื่อมโยงพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ด้วยระบบรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้า โดยเน้นเรื่องของการศึกษาและพัฒนาระบบต่าง ๆ ให้เกิดการนำไปสู่ภาคปฏิบัติได้จริง เพราะคนไทยมีศักยภาพในการพัฒนา และจัดทำอุปกรณ์ พร้อมระบบเสริมการเดินรถไฟฟ้าตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ตั้งแต่การออกแบบ ผลิต ติดตั้งพร้อมทดสอบ บริการซ่อมบำรุง โดยเชื่อว่าการผนึกกำลังกันนี้จะนำไปสู่การขับเคลื่อนพัฒนานวัตกรรมระบบรางและขนส่งมวลชนของประเทศโดยคนไทย เพื่อคนไทย ตามนโยบาย Thai First ให้เห็นเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง และผู้ประกอบการคนไทยพร้อมจะเดินหน้าตามแผนการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งของไทยตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ให้สำเร็จลุล่วง พร้อมกันนี้ ผู้ประกอบการภาคเอกชนและภาครัฐได้มีการจัดเสวนาขึ้นในหัวข้อ “การขับเคลื่อนนวัตกรรมไทยด้วยกลุ่ม Thai Team ภายใต้แนวนโยบายของรัฐ” เพื่อร่วมพลังกันเปลี่ยนโฉมประเทศไทย ผ่าน 2 นักวิชาการและ 3 ผู้คร่ำหวอดในแวดวงอุตสาหกรรมระบบรางและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง คุณพิเชษฐ สถิรชวาล ประธานที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คณะกรรมาธิการอุตสาหกรรมชุดนี้ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมขนส่งระบบรางเป็นอย่างมาก ซึ่งมีคณะอนุกรรมาธิการดูแลและส่งเสริม โดยความสำคัญคือ คุณภาพต้องได้มาตรฐานสากล ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันได้ทุ่มงบมหาศาล แต่ผู้ประกอบการไทยกลับไม่ได้รับโอกาสและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงได้เริ่มศึกษาถึงสาเหตุว่าอะไรที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยเสียโอกาส ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่าชิ้นส่วนได้นำเข้าทั้งหมด รวมถึงกฎหมายที่ออกมาขัดต่อผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทยแต่เอื้อประโยชน์ให้กับนักลงทุนชาวต่างชาติ รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้าง การให้สัมปทาน ซึ่งเป็นหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐ พบว่า บริษัทของคนไทยกลับได้รับสัดส่วนการบริหารแค่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ดังนั้น คณะอนุกรรมาธิการอุตสาหกรรมจึงได้เตรียมแก้ไขกฎระเบียบใหม่ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการไทยมากขึ้น ปัจจุบัน ระบบรางมีเส้นทางใหญ่ทั้งหมดราว 104 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟความเร็วสูง รถไฟฟ้าในกรุงเทพ และอื่น ๆ รวมถึงความต้องการในการสร้างตู้ หรือ โบกี้ ไม่ต่ำกว่า 5 พันตู้ มีมูลค่ารวมกันสูงถึง 1.5 ล้านล้านบาท ด้าน ดร.จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มองว่าการรวมกลุ่ม Thai Team ของเครือข่ายภาคอุตสาหกรรมระบบรางและอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง การแก้ไขกฎระเบียบของทางภาคนิติบัญญัติ ควบคู่ไปกับการสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีที่จำเป็นเป็นสิ่งที่สำคัญ ซึ่งทาง MTEC ได้เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตของไทยเข้ามามีส่วนร่วมทั้งในด้านการผลิต และการให้บริการมากขึ้น โดยเข้าช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ตามเทคโนโลยีต่าง ๆ ไม่ทันให้ได้เรียนรู้ โดยผ่าน “กองทุนการบริหาร” เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกัน สวทช. และหน่วยงาน ยังเข้ามาช่วยการพัฒนา พร้อมเป็นที่ทดสอบงานวิจัย เพื่อให้ได้ตามมาตรฐานสากล ซึ่งเราต้องร่วมมือกันทำงาน นายสุพจน์ สุขพิศาล เลขาธิการ กลุ่มชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มองเห็นเป็นโอกาสเพื่อพัฒนาศักยภาพร่วมกันในอนาคต ปัจจุบัน สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทยมีสมาชิกกว่า 650 บริษัท ซึ่งในแต่ละปีมีรายได้จากการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์ประมาณ 7 แสนล้านบาท และชิ้นส่วนเพื่อประกอบรถยนต์ อีกประมาณ 6.5 แสนล้านบาท ซึ่งผู้ผลิตแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่ม OEM เป็นการผลิตชิ้นส่วนให้โรงงานประกอบ และกลุ่ม REM เป็นอะไหล่ทดแทน โดยทั้ง 2 กลุ่ม มีจุดแข็งอยู่ 3 เรื่อง นั่นคือ ต้นทุนไม่สูงเพราะใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ คุณภาพมีมาตรฐาน และบริการที่ดี ขณะที่ราคาเป็นไปตามกลไกลราคาจากจีน ซึ่งการที่ผู้ประกอบการไทยจะอยู่ต่อได้นั้น สิ่งสำคัญต้องปรับตัวเท่านั้น ดังนั้นจึงมั่นใจว่าการร่วมกลุ่มครั้งนี้เราทำได้ นายวีระชัย ตรีพรเจริญ ประธานคลัสเตอร์อุตสาหกรรมระบบราง สมาคมส่งเสริมการรับช่วงการผลิตไทย (Thai Subcon) กล่าวว่า ในส่วนของคลัสเตอร์ระบบราง ส่วนหนึ่งมีการ MOU เกิดขึ้น เพราะเราไม่สามารถทำคนเดียวได้ เพราะเรื่องของระบบรางต้องใช้ความรู้และทักษะในหลายด้าน ในส่วนของสมาคมนั้นมองในมุมการผลิต สิ่งที่เราพยายามจะขับเคลื่อนคือ มาตรฐานการรับรองและการสนับสนุนเรื่องของราคา รวมไปถึง TOR ถ้าสามารถปรับเปลี่ยนได้ จะสามารถเพิ่มโอกาสให้กับผู้ประกอบการคนไทยได้มากขึ้น เพราะ TOR ทุกตัวนั้นมีการระบุในเรื่องประสบการณ์ทำงานด้านระบบรางต้องมีประสบการณ์มาแล้วอย่างน้อย 3-5 ปี ถึงจะสามารถเข้าร่วมโครงการระบบรางได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เองทำให้บริษัทไทยไม่สามารถเข้ามาร่วมธุรกิจในระบบรางได้เลย รวมถึงปัญหาและอุปสรรคใหญ่ของผู้ประกอบการไทย นั่นคือ คนไทยไม่ยอมรับฝีมือคนไทยด้วยกันเอง นายนำชัย สกุลฎ์โชคนำชัย ประธานกลุ่มบริษัท โชคนำชัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าขนาดรองเป็นอุตสาหกรรมที่สามารถเกิดขึ้นได้ แต่เหตุผลที่ผู้ประกอบการไทยสู้กับต่างชาติไม่ได้ไม่ใช่้เรื่องของความสามารถ แต่วันนี้ภาครัฐไม่สนับสนุน ยกตัวอย่าง BOI เปิดโอกาสให้กับผู้ประกอบการต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย และพยายามเรียกร้องให้กลุ่ม Supplier ต่างชาติเข้ามาด้วย พร้อมจัดโปรโมชั่นทุกอย่าง 0% ส่งผลให้ Supplier ไทยอยู่ไม่ได้ เป็นต้น ขณะที่เรื่องค่าแรง คิดเป็นราคารถยนต์ 1 คันรวมเป็นค่าแรงคนไทยที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ต่างชาติอย่างบริษัทรถยนต์ มีกำไรจากการขายรถยนต์ปีละหลายหมื่นล้านบาทและนำเงินออกไปจากไทย ซึ่งอยากให้รัฐบาลไทยเข้ามาดูแลคนไทยบ้าง นายมารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด กล่าวว่า เป้าหมาย Thai Team เกิดจากการสร้างโอกาสให้กับคนไทย และความต้องการที่จะพัฒนานวัตกรรมระบบรางและขนส่งมวลชนของประเทศโดยคนไทย เพื่อคนไทย ซึ่งช่วงที่ผ่านมา Thai Team ได้มีการหารือในเชิงวิชาการ แนวทางดำเนินการของกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนต่าง ๆ รวมถึงกลุ่มผู้ผลิตกระจก เบาะ ราวจับ เฟอร์นิเจอร์ตกแต่ง ตามคุณลักษณะเฉพาะตรงตามการใช้งาน เพื่อลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงความพร้อมทางด้าน Technology ชั้นสูงเทียบเท่าการผลิตสากล พร้อมกับพันธมิตร Supply chain ไทย ที่มีความเข้าใจเรื่องการผลิตตามมาตรฐานสากลเป็นอย่างดี เราเชื่อว่าการร่วมมือกันในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นให้เกิดการผลิตรถไฟฟ้าที่ผลิตออกจากกลุ่มคนไทยทั้งคัน และเป็นจุดเริ่มต้นของระบบรางสำหรับอนาคตต่อไป
- Great Wall Motor
จับมือนิด้าโพล ชี้คนไทยพร้อมเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ฉายภาพตลาดใหญ่หลังเดินสายจัดกิจกรรมรับฟังคนไทยทั่วประเทศ พร้อมหนุนไทยเป็นศูนย์กลางรถยนต์ไฟฟ้าระดับอาเซียน เกรท วอลล์ มอเตอร์ (GWM) จัดแคมเปญ Get to know Thai Consumers ตลอดเดือนพฤศจิกายน -ธันวาคม ที่ผ่านมา เพื่อสำรวจความต้องการเกี่ยวกับการซื้อขายและการใช้รถยนต์ของผู้บริโภคชาวไทย และร่วมมือกับนิด้าโพลสำรวจความคิดเห็น พบว่าคนไทย77.68% พร้อมเปิดรับรถยนต์ไฟฟ้า (xEV)นอกจากนี้ทีมผู้บริหารยังได้ลงพื้นที่ 5 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรับฟังความเห็นของคนใช้รถในแต่ ละพื้นที่ รวมไปถึงการจัดกิจกรรมออนไลน์เฟ้นหาแฟนพันธุ์แท้ GWM กลุ่มแรกมาเข้าร่วมงาน GWM Exclusive Meet Up เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับทีมผู้บริหารได้อย่างเต็มที่ นายณรงค์ สีตลายน กรรมการผู้จัดการ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประเทศไทย เผยว่า “แคมเปญ Get to know Thai Consumers” ช่วยตอกย้ำกลยุทธ์ consumer-centric ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่เน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในการวางแนวทางและวิธีการทำการตลาดและการให้บริการเพื่อให้ตอบโจทย ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ประสบความสำเร็จในหลากหลายประเทศ และตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือนที่ผ่านมา เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงเดินหน้าพูดคุย สอบถามความคิดเห็น และเก็บข้อ มูลจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างใกล้ชิด ทั้งในแง่ปัญหาที่พบและสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการซื้อรถ การขับขี่ การขาย รวมไปถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งทุกเสียง ทุกความเห็น และทุกข้อเสนอแนะที่ได้รับมานั้น เกรท วอลล์ มอเตอร์ จะนำไปใช้ในการสร้างสรรค์และออกแบบผลิต ภัณฑ์ เทคโนโลยี และรูปแบบการให้บริการที่ตรงตามความต้องการ และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคชาวไทย”ภายใต้แคมเปญGet to know Thai consu mers เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังได้ร่วมมือกับศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เพื่อสำรวจความคิดเห็นและพฤติกรรมผู้ใช้รถยนต์ของคนไทย 1,000 คน ทั่วประเทศ ซึ่งผลการสำรวจระบุว่า ผู้บริโภคชาวไทยมีความสนใจในรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) สูงถึง 77.68% โดยมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าเป็นการช่วยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 28.97% มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย 26.88% และอีก 16.96% มองว่าเป็นการช่วยประ หยัดค่าบำรุงรักษาในระยะยาว โดยรูปแบบรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ที่คนไทยสนใจแบ่งเป็น รถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (Battery Electric Vehicle: BEV) 38.69% รถยนต์ไฟฟ้าแบบผสม (Hybrid Electric Vehicle: HEV) 30.95% และรถยนต์ไฟฟ้าแบบผสมเสียบปลั๊ก (Plug-In Hybrid Electric Vehicle: PHEV) 30.36% จากผลสำรวจยังพบว่า ยังมีปัจจัยที่ทำให้คนไทยเปลี่ยนใจมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า (xEV) แทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมันคือเรื่องของความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 22.02% แสดงถึงความกังวลและความตระหนักถึงปัญหา PM2.5 ซึ่งมีที่มาจากควันจากท่อไอเสียรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ในขณะที่ 19.05% มองว่ารถยนต์ไฟฟ้ามีราคาที่เป็นมิตรมากกว่าและมาพร้อมเทคโนโลยีที่ดีกว่า นอกจากนี้ผลการสำรวจยังระบุประเด็นสำคัญ อื่นๆ อาทิ 57.74% จะนำรถ ยนต์ไฟฟ้ามาใช้ทดแทนทุกกิจกรรมที่เคยใช้งานรถยนต์พลังงานน้ำมัน โดยคำนึงถึงปัจจัยสำคัญ 3 อันดับแรกในการตัดสินใจซื้อ คือ ความคุ้มค่า ความปลอดภัย และศักยภาพของรถ และคนไทย 99.31% มีความเห็นเชิงบวกต่อรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน และมีมุมมองที่เปิดกว้างต่อเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่จากจีน โดยส่วนใหญ่ยอมรับว่านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากจีนนั้น มีความน่าสนใจน่าติดตามในราคาที่เข้าถึงง่าย จากการสำรวจยังพบปัญหาหรืออุปสรรคในการซื้อรถใหม่ของคนไทย โดย 34.13% ระบุว่าไม่มีข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจ 27.08% คิดว่าตัวเลือกในตลาดมีน้อยเกินไป และอีก 25.30% พบปัญหาการเปรียบเทียบราคาจากหลายที่แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปที่ถูกใจ นอก จากนี้ ยังพบประเด็นที่ผู้บริโภคไม่พึงพอใจเกี่ยวกับบริการหลังการขายของบริษัทรถยนต์ โดย 42.76% ประสบปัญหาการใช้เวลานานในการรอสายหรือรอการตอบคำถามจากเจ้าหน้าที่ในบริการแชทออนไลน์หรือบริการฮอทไลน์ ในขณะที่ 41.07% มีความกังวลเรื่องค่าบริการที่อาจจะแพง 29.46% ไม่มั่นในคุณภาพการซ่อม หรือกังวลว่าจะมีข้อผิดพลาดจากการซ่อม และอีก 28.57% ระบุว่าศูนย์บริการอยู่ไกลจากบริเวณที่พักอาศัย ทำให้ต้องเสียเวลาในการเดินทางไปรับบริการ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทค โนโลยีระดับโลก” (Global Mobility Technology Company) เกรท วอลล์ มอเตอร์ ยังคงมุ่งมั่น และตอกย้ำจุดยืนที่ชัดเจนตามกลยุทธ์ consumer -centric ในการรับฟังทุกความเห็นของผู้บริโภคมาวางแผน พัฒนา และส่งมอบผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการให้บริการอันล้ำสมัยเข้าสู่ตลาดไทย รวมไปถึงการร่วมพัฒนารถยนต์ไฟฟ้า (xEV) พร้อมผลักดันเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อสร้าง Ecosystem ของรถยนต์ไฟฟ้าให้เกิดขึ้น ควบคู่ไปกับการยกระดับคุณภาพการบริการ ส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ของไทยให้ก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในอนาคต....... #เกรทวอลล์มอเตอร์จับมือนิด้าโพล #รถยนต์ไฟฟ้าxEV #เกรทวอลล์มอเตอร์ #GreatWallMotor #GWM #GWMThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Thailand Traveller Voice
ททท.สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ Thailand Traveller Voice: เที่ยวมั่นใจ บอกได้ทุกเรื่อง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ ถนนเพชรบุรี : 24 ธันวาคม 2563 - การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแพลตฟอร์มออนไลน์ Thailand Traveller Voice : เที่ยวมั่นใจ บอกได้ทุกเรื่อง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของ Covid-19 ดึงพันธมิตรภาคธุรกิจร่วมสร้างแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลจากนักท่องเที่ยวเพื่อการพัฒนาและสร้างมารตฐานด้านความปลอดภัย นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวให้มากขึ้นในยุคดิจิทัลที่เรามีข้อดีของอินเทอร์เน็ตที่เข้าถึงทุกคนได้โดยง่าย ททท. จึงต้องการใช้โอกาสนี้เปิดแพลตฟอร์มออนไลน์ Thailand Traveller Voice เที่ยวมั่นใจ บอกได้ทุกเรื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวแจ้งข้อมูล ปัญหา ที่พบจากจุด/แหล่งบริการท่องเที่ยวต่างๆ ผ่านระบบออนไลน์ อาทิเช่น เรื่องมาตรฐานสุขอนามัยที่ได้รับจากผู้ให้บริการ , มาตรฐานความปลอดภัย, การให้บริการต่างๆ ของผู้ประกอบการ เป็นต้น โดยแพลทฟอร์มออนไลน์ Thailand Traveler Voice : เที่ยวมั่นใจ บอกได้ทุกเรื่อง จะเป็นศูนย์กลางในการรับข้อมูลความคิดเห็น/ปัญหาต่างๆ จากนักท่องเที่ยวและส่งต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้บริหารจัดการต่อไป เพื่อร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมและธุรกิจการท่องเที่ยวให้ตอบโจทย์ความต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น นายยุทธศักดิ์ ให้ข้อมูลว่า “แพลตฟอร์ม Thailand Traveler Voice : เที่ยวมั่นใจ บอกได้ทุกเรื่อง จะช่วยสร้างความอุ่นใจและความเชื่อมั่นในการเดินทางท่องเที่ยว ทุกความเห็นของนักท่องเที่ยวจะถูกส่งต่อไปยังหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง ช่วยให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวสามารถนำข้อมูลที่ได้รับไปปรับปรุง พัฒนาบริการต่างๆ เช่น รักษามาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย SHA ที่จะส่งตรงถึงกระทรวงสาธารณะสุข ตลอดจนบริการด้านอื่น ๆ ที่สามารถส่งเรื่องได้โดยตรงไปยังผู้เกี่ยวข้อง โดยข้อมูลความเห็นและข้อติชมที่นักท่องเที่ยวได้ส่งเข้ามาจะได้รับการประมวลและสรุปเป็นข้อมูลเชิงลึกที่ ททท. และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทุกภาคส่วนสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการวางแผนพัฒนากลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว จะทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยมีทิศทางในการพัฒนาที่ชัดเจน” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ทั้งนี้ ททท. อยากจะขอเชิญผู้ประกอบการการท่องเที่ยวทุกกลุ่มเข้ามามีส่วนร่วมในใช้แพลตฟอร์มนี้ร่วมกัน Thailand Traveller Voice เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดกว้างและออกแบบมาสำหรับความหลากหลายนั้น เรามีแบบฟอร์มพื้นฐานที่ผู้ประกอบการสามารถเลือกใช้ได้แบบ Ready To Use หรือหากผู้ประกอบการท่านใดต้องการปรับแต่งให้ข้อคำถามให้เจาะลึก หรือตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะมากขึ้น หากทุกธุรกิจท่องเที่ยวหันมาร่วมใช้แพลตฟอร์มนี้เก็บข้อมูลร่วมกันก็จะทำให้ประเทศไทยมี Big Data ที่มีคุณภาพ จะสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาวิเคราะห์และพัฒนา พร้อมส่งต่อข้อมูลในรูปแบบ “White Paper” ให้แก่กลุ่มผู้ประกอบการ เพื่อนำข้อมูลและทิศทางเหล่านั้นไปพัฒนาธุรกิจของตนเอง ซึ่งเมื่อผู้ประกอบการได้รับข้อมูลที่มีประสิทธิภาพเหล่านี้ ทิศทางการพัฒนาธุรกิจก็จะชัดเจนขึ้น การบริการตอบโจทย์นักท่องเที่ยวมากขึ้น นำมาซึ่งรายได้ที่มากขึ้น ทั้งของผู้ประกอบการและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ “ททท. หวังว่า Thailand Traveller Voice จะเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ประกอบการการท่องเที่ยว ได้รับข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อนำมาพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยร่วมกัน โดยปลายปีนี้ ช่วงเทศกาลปีใหม่ เรามีแคมเปญ “เที่ยวปีใหม่ มั่นใจ บอกได้ทุกเรื่อง” ทุกความเห็นที่ส่งเข้ามาจะมีการจับแจกรางวัล iphone 12 Pro Max (128 GB) จำนวน 5 เครื่อง ในวันที่ 15 มกราคม 2564 ที่จะถึงนี้ ทั้งนี้ ททท. ขอขอบคุณพันธมิตรทุกฝ่ายที่เข้ามามีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์โครงการ เพื่อร่วมสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยว หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแพลตฟอร์มออนไลน์ Thailand Traveller Voice จะช่วยสร้างโอกาส และพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้มีศักยภาพในการแข่งขันมากยิ่งขึ้น” นายยุทธศักดิ์ สุภสร กล่าวทิ้งท้าย
- Brake pads, Bendix Congratulations to B-Quik to open a new service center.
ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ ร่วมแสดงความยินดี บี-ควิก เปิดศูนย์บริการใหม่ สาขาบางจาก หนองมน นายประพัฒน์ อัศวาดิศยางกูร กรรมการบริษัท ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาดประจำภูมิภาค บริษัท เอฟเอ็มพี ดิสทริบิวชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผ้าเบรกเบ็นดิกซ์ ร่วมแสดงความยินดี เนื่องในโอกาส บี-ควิก (B-Quik) ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์ครบวงจรและทันสมัย เปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ สาขาบางจาก หนองมน และได้ร่วมมอบเงินสมทบทุน เพื่อบริจาคให้แก่โรงพยาบาล หรือโรงเรียนยากจนในพื้นที่ โดยมี คุณเฮงก์ โจฮัน คิกส์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ คุณบุศรารัตน์ อัสสรัตนกุล ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปฏิบัติการ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ของเบ็นดิกซ์ สามารถหาซื้อได้ที่ศูนย์บริการ บี-ควิก ใกล้บ้านท่าน
- AMRS Asia joins the opening ceremony of the Green Line - Golden Line
มารุต ศิริโก กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ร่วมพิธีเปิดให้บริการเดินรถโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต - สะพานใหม่ – คูคต) จำนวน 7 สถานี พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมพิธีเปิดการเดินรถโครงการระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง สายสีทอง ระยะที่ 1 (สถานีรถไฟฟ้ากรุงธนบุรี-สถานีคลองสาน) พร้อมทั้งทดลองโดยสารขบวนรถไฟฟ้าสายสีทองจากสถานีกรุงธนบุรีถึงสถานีคลองสาน ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีทองนี้ถือเป็นความภูมิใจของบริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด ที่ได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาขึ้นมา เพราะได้รับการออกแบบและติดตั้งระบบเดินรถไฟฟ้าด้วยวิศวกรชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นงานด้านโยธา ระบบราง ระบบไฟฟ้า ระบบ SCADA หรือส่วนติดตามควบคุมติดต่อสื่อสาร ซอฟต์แวร์ควบคุมระบบการเดินรถทั้งหมดก็เขียนโดยคนไทยและยังสามารถออกแบบให้เชื่อมต่อไปยังศูนย์ควบคุมการเดินรถไฟฟ้าที่สถานีหมอชิตได้อีกด้วย ทำให้การเชื่อมโยง 3 จังหวัด กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี และ สมุทรปราการ แบบไร้รอยต่ออีกด้วย











