top of page

1423 results found with an empty search

  • Jet Ski World Cup Grand Prix Thailand 2024 WGP#1

    ระเบิดศึกชิงเจ้าความเร็วทางน้ำระดับโลก Jet Ski World Cup Grand Prix Thailand 2024 WGP#1 ขนความบันเทิงมาครบครันหวังดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก ​​ นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น รองประธานสภาเมืองเมืองพัทยา พร้อมด้วย พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ, นายปริเขต สืบสหการ ผู้อำนวยการทัวร์นาเม้นท์ WGP#1, มร.ฮิโรโนริ คาโต้ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น และ มร.แวน ดุง ทรัง กรรมการบริหารบริษัทสยาม วอเตอร์คร้าฟท์ แอนด์ พาวเวอร์สปอร์ต จำกัด ร่วมแถลงข่าว เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก รอบชิงชนะเลิศ รายการ WGP #1 Waterjet World Cup 2024 ณ หาดจอมเทียน เมืองพัทยา ​​นายไพรวัลย์ อารมณ์ชื่น รองประธานสภาเมืองเมืองพัทยา กล่าวว่า ตามที่ WGP#1 ได้รับเกียรติจากเมืองพัทยา รับเป็นเมืองเจ้าภาพ ทัวร์นาเม้นท์เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก รอบชิงชนะเลิศ รายการ WGP#1 Waterjet World Cup 2024, Thailand Grand Prix ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 ณ หาดจอมเทียน เมืองพัทยา ประเทศ ไทย ​​นอกจากการแข่งขันเจ็ตสกีชิงแชมป์โลกดังกล่าวแล้ว WGP#1 ได้พยายามเริ่มต้นจัดงานแสดงเจ็ตสกีโลกขึ้น เพื่อเพิ่มความสำเร็จและการสร้างประโยชน์ต่อประเทศ ไทยและเมืองพัทยา ขยายตัว จากการเป็น “ศูนย์กลางการแข่งขันกีฬาเจ็ตสกีโลก” เพิ่มสู่การเป็น “ศูนย์กลางเวทีการค้ากีฬาเจ็ตสกีโลก” พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จที่เริ่มต้นในครั้งนี้ ได้แก่ การที่บริษัท คาวาซากิ สำนักงานใหญ่ของโลก ประเทศญี่ปุ่น ได้ตัดสินใจที่จะเปิดตัวเรือรุ่นใหม่ของโลก 2025 ที่เมืองพัทยา ครั้งนี้ โดยมีการจัดประชุมผู้แทนจำหน่ายนานาชาติเพิ่มการนำเข้าบุคลากรมายังเมืองพัทยาอีกกว่า 100 คน รวมถึงผู้ค้าเจ็ตสกีอีก 2 แบรนด์ของโลก ก็นำเจ็ตสกีมาจัดแสดงในครั้งนี้ด้วย ร่วมกับผู้ขายผลิตภัณฑ์นานาชาติต่างๆ ทำให้เชื่อมั่นต่อการมุ่งสู่เป้าหมายว่า อนาคตผู้ผลิตเจ็ตสกีและอุปกรณ์ทั่วโลก จะมาเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ เป็นเวทีพบปะธุรกิจกีฬาเจ็ตสกีโลก ที่เมืองพัทยา เพิ่มการนำเข้าชาวต่างชาติมาสู่เมืองพัทยาจากเฉพาะทีมแข่งระดับ 3,000 คน ขยายตัวเป็น 4,000-5,000 คน ในอนาคต นายปริเขต สืบสหการ ผู้อำนวยการทัวร์นาเม้นท์ WGP#1 กล่าวว่า นอกจากการแข่งขันแล้ว ในส่วนของกิจกรรมความบันเทิงนอกสนาม ยังอัดแน่นตลอดทุกวัน เริ่มต้นด้วยงาน Waterjet World Exhibition ที่มีการแสดงนวัตกรรมของเจ็ตสกียุคใหม่ ที่มีความน่าตื่นตาตื่นใจ, การเปิดตัวเจ็ตสกีรุ่นใหม่ครั้งแรกในโลก รวมทั้งมีสินค้าจากบริษัทชั้นนำ และของที่ระลึกมาจำหน่ายในงาน โดยงานมีตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน นอกจากพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธันวาคม แล้ว ยังมีไฮไลท์ของความบันเทิง อยู่ในวันที่ 14 และ 15 ธันวาคม โดยช่วงเที่ยงวันเสาร์จะเป็นโฟโต้ แอคชั่น ของ 4 สาวนางแบบส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น โพสท่าถ่ายภาพกับเรือเจ็ตสกี แฟนเจ็ตสกีที่มีบัตรเข้าชมบนแกรนด์ สแตนด์ สามารถร่วมถ่ายรูปนางแบบได้ และในช่วงเย็นจะเป็นการโชว์เจ็ตสกีฟรีสไตล์ ที่นักแข่งระดับโปรจะโชว์การเหาะเหินตีลังกามุดน้ำด้วยเรือเจ็ตสกี นอกจากจะเป็นการโชว์แล้ว ยังเป็นการเก็บคะแนนลุ้นถ้วยเวิล์ด คัพ ด้วย ส่วนวันอาทิตย์ เริ่มช่วงเที่ยงตั้งแต่เวลา 11.20 น. เป็น การแข่งขัน เพาะกาย ร่วมกับ เจ็ตสกี แบ่งเป็นประเภทชาย 3 คน และหญิง 3 คน จากนั้นเป็นกิจกรรม โฟโต้ แอคชั่น กับนางแบบ 4 สาวจากญี่ปุ่น ก่อนที่ในช่วงเย็นจะปิดการแข่งขันด้วยเจ็ตสกีฟรีสไตล์ และช่วงค่ำ 20.00 น. เริ่มงานปาร์ตี้ฉลองแชมป์ที่ริมหาดจอมเทียน การแข่งขันที่ได้ชื่อว่ากีฬาความเร็วทางน้ำ อันดับ 1 ของโลก “เกมส์ดีที่สุดในโลก ต้องมาชมที่เมืองไทยเท่านั้น” ทั้งภาครัฐและเอกชนตั้งใจร่วมสนับสนุนโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (Amazing Thailand), TOYOTA MOTOR THAILAND, การบินไทย, Siam watercraft, PTT Lubricants, Freedom Racing, Pattaya People Media Group, Jettribe Racing, โรงแรม ดิวารี จอมเทียน บีช พัทยา, เมืองพัทยา, IJSBA สมาคมเจ็ตสกีนานาชาติ, สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย, WGP#1 Waterjet World Grand Prix, ห้าง makro สาขาพัทยาเหนือและสาขาพัทยาใต้, ห้าง Lotus สาขาพัทยาเหนือและสาขาพัทยาใต้ #ระเบิดศึกชิงเจ้าความเร็วทางน้ำระดับโลก #JetSkiWorldCupGrandPrixThailand2024WGP#1 #เจ็ตสกีชิงแชมป์โลก2024 #WGP1 #WaterjetWorldCup #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  •  VOLVO CERTIFIED DAMAGE REPAIR CENTRE (VCDR)

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เตรียมความพร้อมเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร แห่งที่ 4 บนถนนพัฒนาการ ในภาพ (ขวา) คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ                  คุณวิน สันติพงศ์ไชย, ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีที ออโต้ จำกัด (ซ้าย) ในพิธีลงนามความร่วมมือเปิด   โชว์รูมแห่งใหม่ วอลโว่ พัฒนาการ และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร แห่งที่ 4   วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศเตรียมความพร้อม เปิดโชว์รูมแห่งใหม่ - วอลโว่ พัฒนาการ  - และ ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร  VOLVO CERTIFIED DAMAGE REPAIR CENTRE (VCDR) แห่งที่ 4 ซึ่งจะบริหารงานโดย บริษัท จีที ออโต้ จำกัด เพื่อขยายพื้นที่บริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าวอลโว่ในพื้นที่รามคำแหง พัฒนาการ หัวหมาก พระราม 9 และเพชรบุรี โดยโชว์รูมแห่งใหม่นี้คาดว่าจะพร้อมเปิดให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2025 เป็นต้นไป   คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จำกัด  กล่าวว่า “การแข่งขันที่เข้มข้นของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบันส่งผลให้การปรับตัวเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อความก้าวหน้าทางนวัตกรรม และการเติบโตของธุรกิจสู่อนาคต  การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีแห่งใหม่นี้คือก้าวสำคัญของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการสานต่อความมุ่งมั่นด้านการให้บริการที่ตอบโจทย์ และมีประสิทธิภาพโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบสแกนดิเนเวียน พร้อมสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่เอื้อต่อการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่พาร์ทเนอร์ของเราไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งทั้งโชว์รูม และศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีแห่งใหม่ จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในการรองรับความต้องการของลูกค้าวอลโว่ คาร์ ได้ดียิ่งขึ้น   ในทุกกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของวอลโว่มีลูกค้าเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเสมอ เรามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน และคำนึงถึงความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ บริษัทฯ ขอขอบคุณลูกค้าในความไว้วางใจ และการสนับสนุนอันเป็นอย่างดีโดยเสมอมา และหวังว่าเราจะได้รับโอกาสในการดูแลท่านที่โชว์รูมแห่งใหม่เร็ว ๆ นี้”   โชว์รูมรูปแบบใหม่ครบวงจร วอลโว่ พัฒนาการ  ให้บริการบน พื้นที่ขนาด 1,200 ตารางเมตร ซึ่งได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน Volvo  Retail Standard  อันประกอบด้วย     โชว์รูมเพื่อการขาย ที่ได้รับการออกแบบให้ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของแบรนด์วอลโว่ผ่านความเรียบง่ายที่ตอบโจทย์การใช้งานตามแบบสแกนดิเนเวียนดีไซน์  ผสานการตกแต่งที่เน้นความโปร่งสบาย เป็นธรรมชาติผ่านวัสดุที่คัดสรรมาเป็นอย่างดีว่าเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมพนักงานที่ปรึกษาด้านการขายที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์อันครบครันแก่ลูกค้าผู้สนใจประกอบการตัดสินใจซื้อรถ   แผนกบริการหลังการขาย ที่ให้บริการบำรุงรักษา และซ่อมแซมรถโดยช่างผู้ชำนาญการ ซึ่งผ่านการอบรมตามหลักสูตรที่มีมาตรฐานจากวอลโว่ พร้อมกระบวนการการปฎิบัติงานภายใต้คอนเซ็ปต์ LEAN Management ซึ่งเน้นการจัดการขั้นตอนดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ลดกระบวนการหรือองค์ประกอบที่ไม่สร้างมูลค่า เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่น่าพอใจสำหรับธุรกิจ และส่งมอบการบริการที่รวดเร็วให้แก่ลูกค้าในเวลาเดียวกัน โดยแผนกบริการหลังการขายนี้จะสามารถรองรับการให้บริการได้สูงสุดถึง 20 คันต่อวัน   คลังอะไหล่ ที่เก็บรวบรวมอะไหล่แท้ของวอลโว่เพื่อลูกค้าจะได้รับบริการซ่อม และเปลี่ยนอะไหล่ที่รวดเร็ว  โดยศูนย์บริการรูปแบบใหม่นี้จะช่วยยกระดับประสบการณ์รับบริการของลูกค้าอย่างแท้จริง  พร้อมเป็นการเตรียมความพร้อมสู่การเติบโตในอนาคตของกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสนใจซื้อรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบของวอลโว่ รวมถึงรถในกลุ่มปลั๊กอิน-ไฮบริด ที่มีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ในฐานะผู้นำทางอุตสาหกรรมกลุ่มรถไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมจากสวีเดน นอกจากนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังประกาศความพร้อมในการขยาย ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร แห่งที่ 4 ในกรุงเทพมหานคร เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าในการเข้ารับบริการ   บนพื้นที่ขนาด 1,200 ตารางเมตร   เพื่อให้บริการซ่อมตัวถังและสีที่มีมาตรฐานซึ่งได้รับการรับรองจากวอลโว่ในด้านคุณภาพ รวมถึงความปลอดภัยต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและพนักงานผู้ปฏิบัติงาน อาทิ การใช้เทคโนโลยีสีสูตรน้ำ (Water based paint) ที่เป็นมาตรฐานของวอลโว่ เพื่อลดปริมาณสารพิษที่ปนเปื้อนในอากาศและแหล่งน้ำ, การติดตั้งแผ่นกรองอากาศ 3 ชั้น ภายในห้องพ่นสี เพื่อกรองและดักอนุภาคขนาดเล็กของฝุ่น และกลิ่นของสีไม่ให้ปนเปื้อนกับอากาศภายนอก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพให้ผลลัพธ์ของสีเรียบเนียนยิ่งขึ้น, การอบสีรอบตัวถังด้วยหัวเป่าลมพลังเจ็ท กับเทคโนโลยี Dent Jet System จาก PIVAB ตามมาตรฐานสวีเดน เพื่อสีที่แห้งเร็วขึ้น จึงทำให้ระยะเวลาการรอของลูกค้าลดลง, การใช้เทคโนโลยีการเคลื่อนย้ายรถด้วยระบบรางมาตรฐานในทุก ๆ การกระบวนการซ่อมสี เพื่อความรวดเร็วในการปฎิบัติ และสามารถส่งมอบรถกลับถึงลูกค้าได้โดยเร็ว พร้อมคุณภาพ และประสิทธิภาพหลังซ่อมที่ดีเยี่ยมเหมือนวันแรกที่ออกจากโรงงานผลิต ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีแห่งใหม่นี้จะดำเนินการภายใต้คอนเซ็ปต์ Lean Management เช่นเดียวกัน ซึ่งจะส่งผลให้สามารถรองรับการให้บริการลูกค้าสำหรับการซ่อมตัวถังและทำสีได้สูงสุดถึง 150 คันต่อเดือน   โชว์รูมแห่งใหม่ วอลโว่ พัฒนาการ  ตั้งอยู่บริเวณถนนพัฒนาการซอย 13   เลขที่ 48 ถนนพัฒนาการ, แขวง/เขต สวนหลวง กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในเดือนเมษายน 2025   ศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐานครบวงจร แห่งที่ 4   ตั้งอยู่บริเวณพัฒนาการซอย 19 เลขที่  1107 ถนนพัฒนาการ, แขวง/เขต สวนหลวง กรุงเทพมหานคร คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในไตรมาสที่สาม 2025

  • Pitwalk Asia Road Racing Championship 2024

    งดงาม! พิตวอล์คศึกสองล้อเอเชีย สนามส่งท้ายปี แฟนแห่ส่งกำลังใจ! บรรยากาศความสวยงามจากขอบสนาม การแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 สนามสุดท้ายที่เปิดฉากดวลกัน 6-8 ธันวาคม 2567 พร้อมฉลองแชมป์ในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ ทัพสาวงาม-แฟนความเร็วแห่ส่งกำลังใจให้นักบิดระดับซูเปอร์สตาร์ไทย-เทศคับคั่ง การแข่งขันสนามส่งท้ายปีนี้ ดวลกันทั้งสิ้น 2 เรซ เชียร์สนุกในทุกคลาส ดีกรีความตื่นเต้นเร้าใจเกินร้อย จากดีกรีการรวมตัวของดาวบิดดังเอเชีย-ทั่วโลก และถือเป็นงานใหญ่ส่งท้ายปี ก่อนรองรับศึกโมโตจีพีในฤดูกาลหน้า สนามตัดสินแชมป์นี้ได้รับความสนใจจากแฟนความเร็วทั่วโลก โดยจากความสำเร็จของการจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตตลอดปีที่ผ่านมาของสนามช้างฯ ได้เป็นเครื่องชี้ชัดถึงอัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตไทยที่พัฒนาอย่างมากทั้งระบบ โดยในส่วนของการแข่งขันระดับภูมิภาคเอเชีย รายการเอเชีย โรด เรซซิ่งนี้ ก็จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการยกระดับนักแข่ง ทีมแข่งและบุคลากรต่างๆ รวมถึงช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการจับจ่ายใช้สอย และต่อยอดให้ประเทศไทย ให้พัฒนาเป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก เป็นหมุดหมายสำคัญบนปฏิทินการแข่งขันที่แฟนความเร็วจากทั่วโลกต้องมาเยือนสักครั้งในชีวิต แฟนความเร็วติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง แฟนเพจเพจ Asia Road Racing Championship และ Chang Circuit Buriram

  • Asia Road" Thailand

    “เอเชีย โร้ด” สนามประเทศไทย เกมลุ้นแชมป์พลิก! ยื้อชิงดำถึงเรซ 2 “แสตมป์-อภิวัฒน์” บู๊เข้าวินจ่อครองบัลลังก์ “ซูเปอร์สปอร์ต” ศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024” เปิดฉากสนามสุดท้ายของปีอย่างสุดเดือดในทุกคลาส ทัพนักบิดไทยผลงานโดดเด่น “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก ยามาฮ่า เทคนี เรซซิ่ง ทีม อาเซียน โชว์ความเก๋าพลิกแซงรอบสุดท้ายคว้าชัยในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต ลุ้นแชมป์เอเชียเต็มตัว ขณะรุ่นใหญ่ชัยชนะเป็นของ แอนดี้ ฟาริซ อิซดิฮาห์ นักบิดอินโดนีเซียจาก ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท เอสเตโม พร้อมขยับแซงขึ้นเป็นจ่าฝูง ด้าน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักบิดไทยจบที่ 4 ยังมีลุ้นพลิกสถานการณ์ ก่อนตัดสินแชมป์แบบ “ชิงดำ” ทุกรุ่นในเรซที่2 การแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 สนามสุดท้าย ดวลความเร็วเรซที่ 1 วันเสาร์ที่ 7 ธันวาคม 2567 ภายใต้สถานการณ์ลุ้นแชมป์ดุเดือด เชียร์สนุกทุกคลาส โดยนักบิดไทยก็มีลุ้นทำผลงานยอดเยี่ยมส่งท้ายปีในทุกรุ่น โดยในรุ่นใหญ่ที่สุดของเอเชียอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี กริดสตาร์ตมี แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาห์ นักบิดอินโดนีเซียจาก ฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง วิท เอสเตโม เป็นเจ้าของตำแหน่งโพล ขนาบข้างด้วยทีมเมทชาวไทยอย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของจ่าฝูงบนตารางแชมเปียนชิพอย่าง ยูกิ คูนิ นักบิดชาวญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ทีม ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า พีเอช ขณะที่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 11 เกมเรซนี้ดวลทั้งสิ้น 13 รอบสนาม แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาห์ ขยับออกตัวได้ยอดเยี่ยมขึ้นมาเป็นผู้นำได้ทันที โดยมี “นครินทร์” นักบิดไทยที่ยังลุ้นแชมป์อยู่ตามหลังในอันดับ 2 ตามด้วย โมฮัมหมัด ซัควาน ไซดี้ ทีมเมทชาวมาเลเซียในอันดับ 3 ขณะที่ ยูกิ คูนิ เจอสถานการณ์ในกลุ่มกลางเล่นงานอย่างหนัก จากการไล่บดของอดีตนักบิดชิงแชมป์โลกอาทิ เท็ตซูตะ นากาชิม่า รวมถึง อาซลัน ชาห์ และ ฮาฟิซ ซยาห์ริน ด้วย สถานการณ์ในกลุ่มนำไม่มีอะไรพลิกผัน “แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาห์” บิดนำม้วนเดียวคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 20 นาที 44.539 วินาที ตามด้วย ซัควาน ไซดี้ อันดับ 2 ตามหลัง 1.617 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ยูกิ คูนิ ที่ขยับแซงผ่านนักบิดไทยอย่าง นครินทร์ ขึ้นมาได้ในช่วง 2 รอบสุดท้าย หลังผ่านเรซแรกที่ บุรีรัมย์ ตารางคะแนนสะสมมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดย แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาห์ ขยับขึ้นมาเป็นจ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสม เหนือ ยูกิ คูนิ 7 คะแนน ขณะที่ “ชิพ” นครินทร์ ยังรั้งอันดับ 4 ตามหลังจ่าฝูง 24 คะแนน ต้องไปตัดสินแชมป์เอเชียอีกครั้งในเรซที่ 2 ด้านการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ต้องมาตัดสินผู้ชนะกันถึงรอบสุดท้าย โดย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมชาวไทยจาก ยามาฮ่า เทคนี เรซซิ่ง ทีม อาเซียน ออกสตาร์ตจากโพล แม้จะโดนแซงตกไปเป็นอันดับ 3 ในช่วง 2 รอบสุดท้าย แต่ยังสามารถแซงคืนและบิดคว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ ด้วยเวลา 20 นาที 2.211 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง โมฮัมหมัด อะเดนันตา พูตร้า นักบิดอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.364 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ มูฮัมหมัด เฮลมี อัซมาน นักบิดมาเลเซียจาก อิเดมิตสึ บุนซิว ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 0.418 วินาที ส่วน “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ ดาวรุ่งชาวไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จบการแข่งขันในอันดับ 6 ตามด้วย “โฟลท” รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 7, ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส อันดับ 11 และ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลด์ ที่พลาดล้มขณะลุ้นอันดับในกลุ่มนำ ก่อนลุกขึ้นมาคว้าอันดับ 12 โดยหลังจบเรซแรก “แสตมป์” อภิวัฒน์ มีเส้นทางลุ้นแชมป์เอเชียที่สดใส ขยับหนีคู่แข่งอย่าง โมฮัมหมัด อะเดนันต้า พูตร้า ออกไปเป็น 19 คะแนน ก่อนจะตัดสินแชมป์ในเรซที่ 2 ขณะที่การแข่งขันในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่ายที่หน้าเส้นชัย โดยชัยชนะตกเป็นของ มูฮัมหมัด เคียนดร้า รามาดิปา ดาวรุ่งชาวอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 18 นาที 53.236 วินาที เฉือน อาไร อกาสก้า ลัคซาน่า เพื่อนร่วมชาติจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย อันดับ 2 เพียง 0.159 วินาที ส่วน มูฮัมหมัด แฟโรซี ทีมเมทโดนปรับอันดับจากที่ 2 ลงมาคว้าอันดับ 3 ด้านนักบิดดาวรุ่งชาวไทยไทยอย่าง “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม จบเรซในอันดับ 5 ตามหลังเพียง 0.362 วินาทีเท่านั้น โดยเกมในรุ่นนี้ต้องตัดสินแชมป์ในเรซที่ 2 เช่นกัน เมื่อ รามาดิปา ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงเหนือทีมเมทอย่าง เฮอร์จุน แอทน่า เฟอร์ดาอุส เพียง 2 แต้มเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่นเล็กอย่าง อันเดอร์โบน 150 ซีซี ชัยชนะเป็นของ มูร็อบบิน วิตโตนี นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า แอลเอฟเอ็น เอชพี969 อินโดนีเซีย เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 16 นาที 28.200 วินาที เฉือนเพื่อนร่วมชาติอย่าง อะดิตยา ฟาอูซี จาก เรซเทค ซิกตี้ เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 เพียง 0.079 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ฮุสนี ไซนุล ฟูอัดซี นักบิดอินโดนีเซียอีกคนจาก ยามาฮ่า แอลเอฟเอ็น เอชพี969 อินโดนีเซีย เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 0.271 วินาที สำหรับเกมในรุ่น ทีวีเอส เอเชีย วันเมค แชมเปียนชิพ เรซแรก ชัยชนะเป็นของ ฮิโรกิ โอโนะ นักบิดญี่ปุ่นด้วยเวลา 14 นาที 56.727 วินาที เฉือน ซาร์ทัค ชาวัน นักบิดอินเดียอันดับ 2 เพียง 0.122 วินาทีเท่านั้น ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ อาทิตย์ กังแฮ นักบิดชาวไทยตามหลังเพียง 0.169 วินาที ด้าน “เอ้” วรพงศ์ มาลาหวล เข้าป้ายอันดับ 6 ตามหลัง 0.779 วินาที ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2024 สนามสุดท้าย จะดวลกันในเรซที่ 2 ปิดฉากสนามสุดท้าย พร้อมฉลองแชมป์ในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ธันวาคม 2567 ถ่ายทอดสดทาง PPTVHD36 เริ่ม 14.00 - 16.30 น.หรือรับชมทางออนไลน์ได้ที่เพจ และยูทูป PPTV Sports หรือเพจ Asia Road Racing Championship และ Chang Circuit Buriram เริ่มตั้งแต่ 12.35 น. เป็นต้นไป ซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา ,เว็บไซด์ allticket หรือซื้อบัตรที่หน้างานบริเวณ โดมแก้ว สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

  • Leapmotor

    Leapmotor นำทัพสู่ความยั่งยืนในการเดินทาง พร้อมเปิดตัวรุ่น C10 ราคา 1,098,000 บาท ในงาน Motor Expo 2024 สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่ปรับจูนโดย Maserati และเทคโนโลยี Cell-To-Chassis 2.0 ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรกที่จองรถ ในงาน Motor Expo 2024 พร้อมบริการเสริมสุดคุ้ม บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว Leapmotor C10 รถยนต์ไฟฟ้า SUV รุ่นใหม่ล่าสุด เข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญสำหรับ Leapmotor Interna tional บริษัทร่วมทุนระหว่าง Stellantis และ Leapmo tor ในสัดส่วน 51:49 ที่มีเป้าหมายในการขยายยอดขายรของถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) จากจีน ที่มีนวัตกรรมอันล้ำสมัยออกสู่ตลาดโลกนอกประเทศจีน Leapmotor ติดอันดับ 1 ใน 3 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าแบบสตาร์ทอัพที่ใหญ่ที่สุดในตลาดของประเทศจีน และได้สร้างความเติบโตอย่างน่าทึ่ง ด้วยยอดที่ขายเกินกว่า 172,000 คัน ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2567 สำหรับความสำเร็จในครั้งนี้ ทำให้ Leapmotor ก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำที่พร้อมเดินหน้าสู่เวทีโลกผ่านเครือข่ายการขายและการให้บริการของ Stellantis Leapmotor C10 มาพร้อมระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 477 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ขับเคลื่อนด้วยมอ เตอร์เดี่ยวที่เพลาหลัง ภายในมีกว้างขวาง, เบาะที่นั่งแบบซิลิโคนที่มีความปลอดภัยต่อเด็กทารก มาพร้อมซอฟต์แวร์ four-leaf clover แบบศูนย์รวม Leap 3.0 และระบบจัดการแบตเตอรี่ด้วย AI คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พระนครออโตโมบิล จำกัด (PNA) กล่าวว่า “การเปิดตัว Leapmotor C10 ที่งาน Motor Expo 2024 นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับเราอีกหนึ่งก้าว และถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกหลังจากที่ Stellantis แต่งตั้งให้เราเป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย สำหรับในงาน Motor Expo ในปีนี้ เรามีความภาคภูมิใจที่จะได้นำเสนอรถ SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เหมาะสำหรับตลาดแบบครอบครัวในไทย โดย C10 เป็นรถไฟฟ้าที่มีความ ล้ำสมัย อัจฉริยะ และระบบช่วยขับขี่มากมายเหมาะกับผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งในงานนี้เราได้จัดแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรกที่จองรถในงาน Motor Expo โดยเป้าหมายในอนาคตของเรา พร้อมที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง และในอีก 4 ปีข้างหน้าอีกด้วย” นาย Daniel Gonzalez ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ประจำภูมิภาค ASEAN ของ Stellantis กล่าวเสริมว่า “ในนามของ Stellantis ผมขอแสดงความยินดีกับพันธมิตรใหม่ของเราในวันนี้ ซึ่ง พระนครยนตรการ (PNA) ก็พร้อมที่จะเปิดตัวและเปิดราคารถยนต์ไฟฟ้า Leapmotor C10 รุ่นใหม่ล่าสุด ในงาน Motor Expo ในครั้งนี้ โดย Leapmotor ได้ทำการเปิดตัวเป็นครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ในแถบภูมิภาค ASEAN ไป เมื่อเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเริ่มจากประเทศมาเลเซียเป็นประเทศแรก และวันนี้ เราก็พร้อมที่จะเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า รุ่น C10 ให้กับลูกค้าในประเทศไทยได้สัมผัสคันจริงกัน ภายใต้แบรนด์ Leapmotor และเราก็มีความมุ่งมั่นที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านนำไปสู่การเดินทางที่ยั่งยืนในแถบ ASEAN และประเทศไทย ต่อไปในอนาคข้างหน้าอีกด้วย” ■การออกแบบที่ล้ำสมัย■ Leapmotor C10 ได้รับรางวัลการออกแบบระดับนานา ชาติ ได้แก่ International CMF Design Award 2023 และ French Design Award 2024 ด้วยการออกแบบที่แปลกใหม่ ผสมผสานระหว่างเส้นสายแนวนอนและความโค้งมนอย่างลงตัว ไฟหน้า LED แบบ “Angel- Wing” มาพร้อม DRL แบบ Sequential ระบบ Active Grille Shutter (AGS) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพแอโรไดนามิก และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วลาย “Trident” เพื่อเพิ่มความลงตัวให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น ■เทคโนโลยีแพลตฟอร์มและความปลอดภัยขั้นสูง■ สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม Leap 3.0 และมีพื้นที่กว้างขวาง ปลอดภัย มีสมรรถนะในการขับขี่สูง ด้วยมิติรถขนาดใหญ่ ยาว 4,739 มิลลิเมตร, กว้าง 1,900 มิลลิเมตร, สูง 1,680 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,825 มิลลิเมตร ระยะห่างจากพื้น 190 มิลลิเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่แบบ Lithium-Iron Phosphate (LFP) ขนาด 69.9 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง รองรับการชาร์จเร็ว 30%-80% ภายใน 30 นาที นอกจากนี้ Leapmotor C10 ยังมาพร้อมแชสซีที่ปรับจูนโดย Maserati เพื่อความสมดุลระหว่างความหรูหรา ความสะดวกสบายเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ส่วนการควบคุม เทคโนโลยีแบบ Cell-To-Chassis (CTC) 2.0 ช่วยเพิ่มความจุแบตเตอรี่ 17.5 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้าง และปรับปรุงการจัดการความร้อนได้ดียิ่งขึ้น ■ ระบบดิจิทัลแบบขั้นสูง Leapmotor C10 ใช้ชิป Qualcomm®Snapdragon™ 8155 พร้อม Leap OS 4.0 มีหน้าจอ Infotainment ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับคำสั่งเสียง ระบบ OTA และหน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 10.2 นิ้ว นอกจากนี้ยังมี กล้อง 360 องศา ไฟตกแต่งภายในที่ปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 สี และระบบ ADAS ขั้นสูง อาทิ Adaptive Cruise Control (ACC), Automatic Emergency Braking (AEB), และ Lane Keeping Assist (LKA) ■ภายในที่สะดวกสบายและทันสมัย เบาะซิลิโคนที่ผ่านการรับรอง OEKO-Tex Standard 100® ปลอดภัยและไม่เป็นอันตรายต่อเด็กทารก มาพร้อมกับหลังคา Panoramic Sunroof ขนาด 2.1 ตารางเมตร เบาะคนขับออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ พร้อมระบบระบายอากาศ, พื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุด 1,410 ลิตร, พร้อมพอร์ต USB หลายจุด, การชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย Wireless Charger และระบบเสียงรอบทิศทางด้วยลำโพง 12 ตัว ■ข้อเสนอสุดพิเศษ มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า 200 ท่านแรกที่จองรถในงาน Motor Expo 2024 และแคมเปญพิเศษรวมมูลค่ากว่า 120,000 บาท มีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ฟรีประกันภัยปีแรก ฟรีเครื่องชาร์จบ้านพร้อมติดตั้ง ฟรีค่าจดทะเบียน ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ฟรีแพ็กเกจบำรุงรักษา 5 ปี รับประกันตัวรถ 5 ปี/100,000 กิโลเมตร รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี/160,000 กิโลเมตร ■สีตัวถัง และสีภายใน สำหรับ Leapmotor C10 เรามีให้เลือกตัวถัง 5 สี ได้แก่ Glazed Green, Pearly White, Canopy Grey, Tundra Grey และ Metallic Black และภายในมี 2 สี คือ Criollo Brown และ Midnight Aurora ■ ราคาจำหน่าย รถ Leapmotor รุ่น C10 ราคจำหน่ายอยู่ที่ 1,098,000 บาท ■ การขยายเครือข่ายการขาย พระนครยนตรการ ตั้งเป้าและพร้อมเปิดโชว์รูม Leapmotor อย่างเป็นทางการทั้ง 15 แห่ง ภายในสิ้นปี 2567 โดยโชว์รูม Leapmotor สาขาลาดพร้าว และ Leapmotor สาขารัชโยธิน ที่พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ในปลายเดือนพฤศจิกายนศกนี้ และตั้งเป้าที่จะขยายโชว์รูมเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง ในปี 2568 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่สนใจรถ Leapmotor C10 อีกด้วย สำหรับลูกค้าที่สนใจรถ C10 สามารถเข้าเยี่ยมชมรถคันจริงได้ที่โชว์รูม Leapmotor สาขาลาดพร้าว และสาขา รัชโยธิน หรือเข้ามาทดลองขับรถ C10 ได้ที่งาน Motor Expo 2024 ที่บูธ Leapmotor B15 ได้ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2567 (วันธรรมดา เริ่มเวลา 12.00-18.00 น. และในวันหยุดเสาร์- อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการ เริ่มเวลา 11.00 - 18.00 น.) สนใจสามารถลงทะเบียนทดลองขับได้ที่บูธLeapmotor (พร้อมรับของที่ระลึก หมวก Leapmotor) **สำหรับลูกค้า Leapmotor Thailand สามารถดูรายละเอียดขอ้มูลรถC10 หรือรายละเอียดของแคมเปญพิเศษต่างๆ ได้ที่ Leapmotor Thailand และ Instagram: leapmotorthailand อย่างเป็นทางการ #LeapmotorThailand. #Leapmotr #พระนครยนตรการ #MotorExpo2024 #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • SGMW joins hands with EV Primus to invest and promote the electric vehicle market.

    SGMW จับมือ อีวี ไพรมัส เพิ่มการลงทุนและการสนับสนุนรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ·       จัดนโยบายชุดใหญ่ซัพพอร์ตดีลเลอร์ WULING ไปจนถึงนโยบายสนับสนุนผู้บริโภค ยกระดับช่องทางจำหน่ายและบริการหลังการขาย ·       อัดแคมเปญสุดเร้าใจ ดอกเบี้ยต่ำ 0.99% พร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี หรือ เลือกรับประกันภัยชั้นหนึ่ง ฟรี 3 ปี ·       ตั้งศูนย์ธุรกิจในประเทศไทยเป็นฐาน ขยาย Business Model ไปยังมาเลเซียและเวียดนาม SAIC-GM-WULING Automobile Company Limited หรือ SGMW ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าแนวหน้าของจีน ประกาศเพิ่มการสนับสนุนใยไทยให้กับ บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบบมัลติแบรนด์ (Multi-Brand EV Distributor) แห่งแรกของไทย และเป็นผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) รุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ เพิ่มนโยบายสนับสนุนดีลเลอร์ ทั้งปัจจุบันและในอนาคต เพิ่มความมั่นคงในช่องทางการขายและบริการ สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค พร้อมสนับสนุนงบการตลาด และ ผลิตภัณฑ์ใหม่อีกไม่ต่ำกว่า 4 รุ่นภายในปี 2570 ชูแบรนด์ WULING ให้เติบโตในไทยได้อย่างมั่นคงและพัฒนาตลาดระยะยาว มร. เดวิด จาง ผู้จัดการทั่วไป สำนักงานภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ศูนย์วิศวกรรมและธุรกิจต่างประเทศ SGMW เปิดเผยว่าจากความร่วมมือกับบริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด สร้างฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้า “วู่หลิง” ในประเทศไทยมาร่วม 2 ปี ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าวู่หลิง เป็นที่รู้จักในตลาด และ มีรถยนต์ WULING วิ่งบนถนนแล้วกว่า 2,000 คัน ถือว่าประสบความสำเร็จในช่วงเริ่มต้นอย่างไรก็ดี จากภาวะการแข่งขันของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่รุนแรงในประเทศไทยในช่วงปี 2567 นี้ SGMW จึงได้เพิ่มการสนับสนุนแก่ อีวี ไพรมัส ในการรุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการเติบโตในตลาดประเทศไทยระยะยาว โดย แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือการเพิ่มนโยบายพัฒนาและยกระดับ (Up Grade) โชว์รูมให้ผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความน่าเชือถือของแบรนด์และทำให้มั่นใจได้ว่าลูกค้า WULING ทุกรายจะได้รับการบริการที่ดีที่สุด ส่วนที่สองคือเรื่องงบการตลาดที่จะสร้างแบรนด์ WULING ให้เกิดการรับรู้มากขึ้น ปูพื้นฐานแบรนด์เพื่อรองรับกับรถยนต์ไฟฟ้าอีกไม่ต่ำกว่า 4 รุ่นที่ WULING จะนำมาทำตลาดในไทย ในอีก 3 ปี ข้างหน้า    “หากมองกลับมาที่ประเทศจีน แบรนด์วู่หลิงเป็นแบรนด์ที่แข็งแรงและได้รับการยอมรับจากตลาดอย่างมาก มียอดจำหน่ายอยู่ในระดับ TOP 5 ซึ่งเป็นผลมาจากคุณภาพและการออกแบบของตัวรถ ที่มีเอกลักษณ์และสอดคล้องกับความต้องการใช้งานในชีวิตประจำวันที่แท้จริง ดังนั้น เมื่อผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและรูปลักษณ์ที่ตอบโจทก์การใช้งาน เราจะต้องนำโมเดลความสำเร็จนี้มาสู่ไทยเพื่อการพัฒนาให้ได้ดีขึ้นและเร็วขึ้น ผ่านทางเพิ่มการสนับสนุนในการสร้างแบรนด์ และ ช่องทางการขาย (โชว์รูมผู้จำหน่าย)” มร. จาง กล่าว มร. จาง กล่าวว่างบประมาณที่จะมอบให้แก่ดีลเลอร์นั้น เป็นงบประมาณสำหรับการจัดแต่งโชว์รูมให้เป็นไปตามแบบมาตรฐานเพื่อให้ทุกโชว์รูมมีรูปลักษณ์ที่เหมือนกัน ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน เพื่อยกระดับมาตรฐานของ  แบรนด์ ขณะเดียวกัน SGMW จะเน้นการให้บริการหลังการขายผ่านทุกดีลเลอร์เพื่อสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภค โดยทุกโชว์รูมจะต้องมีศูนย์บริการที่มีมาตรฐานเพื่อรองรับการบริการลูกค้าทุกราย นอกจากนี้ SGMW ยังให้การสนับสนุน อีวี ไพรมัส จัดตั้งคลังอะไหล่กลางขนาดใหญ่บนถนนบางนา-ตราด เพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายอะไหล่หมุนเวียนและชิ้นส่วนต่าง ๆ ไปทุกดีลเลอร์ทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้ามีความมั่นใจในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าวู่หลิง ทางด้าน นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่านอกจากการสนับสนุนดีลเลอร์แล้ว SGMW ยังพร้อมให้การสนับสนุนการส่งเสริมการตลาด โดยเฉพาะงบประมาณด้านการสร้างแบรนด์ เป็นการชูแบรนด์ให้มั่นคงในระยะยาว นายพิทยา กล่าวว่าในส่วนการสนับสนุนระยะสั้นเป็นความร่วมมือระหว่าง SGMW กับ อีวี ไพรมัส ด้วยแคมเปญส่งเสริมการตลาดช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ในงาน Motor Expo ซึ่งเสนอ 3 ทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่จองรถ WULING Air EV (ราคาเริ่มต้น 425,000 บาท) และ WULING Binguo EV (ราคาเริ่มต้น 449,000 บาท) และรับรถภายในสิ้นปีนี้ 1.      แพ็คเก็จ รับดอกเบี้ยพิเศษคงที่ 0.99% นาน 4 ปี แถมประกันภัยชั้นหนึ่ง 2.      แพ็คเก็จ แถมประกันภัยชั้นหนึ่ง 3 ปี 3.      กรณีลูกค้าซื้อเงินสด รับส่วนลดทันที 40,000 บาท   โดยทั้ง 3 ทางเลือก ในทั้งสองรุ่น จะได้รับการรับประกันแบบ Passive Lifetime Waranty จาก SGMW ผ่านบริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด รวมมูลค่าโปรโมชั่นทั้งหมดกว่า 100,000 บาท ซึ่งลูกค้าจะได้รับการรับประกันแบตเตอร์รี่และคอนโทรลเลอร์ ตลอดอายุการใช้งาน สำหรับทุกคันที่ซื้อภายใน 2 แคมเปญนี้    นายพิทยากล่าวว่าแพ็คเก็จในงาน Motor Expo นี้ ลูกค้าจะได้รับข้อเสนอเช่นเดียวกันที่สั่งจองรถ WULING ทุกรุ่นกับดีลเลอร์ทั่วประเทศ 32 แห่งทั่วประเทศ โดยตั้งเป้ายอดขายตลอดแคมเปญนี้ไม่ต่ำกว่า 500 คัน จากทั้ง 2 รุ่นคือ WULING Air EV และ WULING Binguo EV “การที่ SGMW หรือ บริษัทแม่ทุ่มความช่วยเหลือแบบจริงจังให้กับ อีวี ไพรมัส ทั้งระยะสั้น และระยะยาว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความร่วมมือระหว่างเรากับทางผู้ผลิตที่จะพัฒนาตลาด WULING ในไทย ในระยะยาว ซึ่งการสนับสนุนครั้งนี้ ถือเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนในการรับมือสภาพการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น วันนี้ตลาดเปลี่ยนไปอย่างมาก เราจึงต้องปรับกลยุทธ์รับมือ นี่คือสิ่งยืนยันจากทั้งเราและ SGMW ว่าจะทำตลาด WULING ในประเทศไทยอย่างยั่งยืน” นายพิทยา กล่าว มร. จาง กล่าวเพิ่มเติมว่าจากความร่วมมือกับ อีวี ไพรมัส ทำให้ SGMW ตั้งศูนย์ธุรกิจขึ้นที่กรุงเทพมหานคร โดย SGMW ได้ขยายความร่วมมือในลักษณะเดียวกันกับ อีวี ไพรมัส ไปยัง Partner ที่ประเทศมาเลเซียและประเทศเวียดนาม ซึ่งขณะนี้ SGMW ได้แต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายแต่ผู้เดียวในสองประเทศดังกล่าว โดยจะใช้กรุงเทพมหานคร เป็นศูนย์กลางประสานงานกับตัวแทนจำหน่ายทั้งสองประเทศอีกด้วย “ความร่วมมือกับมาเลเซียและเวียดนาม จะเป็นไปในแบบเดียวกันกับ อีวี ไพรมัส ซึ่งเราได้ผ่านขั้นตอนการทดสอบมาแล้วว่าจะสามารถผลักดันรถยนต์ไฟฟ้าวู่หลิงให้เป็นที่ยอมรับในตลาดทั้งสองแห่ง เฉกเช่นเดียวกันกับประเทศไทย โดยมีการวางจำหน่าย และขึ้นฐานผลิตในประเทศทั้งสอง ในลักษณะเดียวกันกับที่ร่วมมือกับ อีวี ไพรมัส เพื่อให้ตลาดแข็งแกร่งขึ้น สำหรับในไทย เราจึงต้องเพิ่มนโยบายสนับสนุนทั้งดีลเลอร์และส่งผ่านไปถึงผู้บริโภคเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะสร้างตลาดให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป” มร. จาง กล่าว

  • Mitsubishi Motors Charity Run 2024 #5 'Together We Run, Together We Share'

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้ ครั้งที่ 5 (Mitsubishi Motors Charity Run 2024 #5 'Together We Run, Together We Share') ■บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดและ มูลนิธิ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดงานวิ่งการกุศล “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้ ครั้งที่ 5” (Mitsubishi Motors Charity Run 2024 #5 'Toge ther We Run, Together We Share') ในวันอาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ณ วิหารเซียน เขาชีจรรย์ จังหวัดชลบุรี มีผู้ร่วมวิ่งมากกว่า 6,600 คน โดยรายได้ส่วนหนึ่งนำไปสมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของโรงพยาบาลที่ขาด แคลน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการเพื่อสังคมภายใต้วิสัยทัศน์ “สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย” ใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม การศึกษา และสุขภาพ ■งานวิ่งครั้งนี้ (Mitsubishi Motors Charity Run 2024 #5) จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้” โดยเชิญชวนผู้ที่สนใจทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นนักวิ่งที่มีประสบ การณ์ หรือผู้ที่ชื่นชอบการออกกำลังกาย เข้าร่วมงาน โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้ แก่ Fun Run ระยะทาง 5 กิโลเมตร ซึ่งพิเศษ! สำหรับปีนี้ ผู้ที่ต้องการชมจุดสำคัญ (Highlight)สามารถวิ่งตามเส้นทางเพิ่มอีก 2 กิโล เมตร เพื่อไปถึงพระพุทธรูปแกะสลักหน้าผาเขาชีจรรย์ และ Mini Marathon ระยะทาง 10 กิโลเมตร โดยผู้เข้าร่วมงานทุกท่านจะได้รับเสื้อ หมายเลขวิ่ง เหรียญรางวัล ของที่ระลึก ' ■เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ การวิ่งการกุศล "มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ชวนกันวิ่ง ชวนกันให้ครั้งที่ 5" (Mitsubishi Motors Charity Run 2024#5‘ Together We Run, Together Share‘) สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ ภายใต้วิสัยทัศน์ "สรรค์สร้าง เคียงข้าง สังคมไทย" โดยปีนี้มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 6,600 คน ด้วยน้ำใจจากทุกภาคส่วนทำให้การจัดงานครั้งนี้มอบเงิน 850,000 บาท แก่โรงพยาบาลเกาะจันทร์ เพื่อสนับสนุนการจัดซื้อเครื่องมือทางการแพทย์ ส่งเสริมการพัฒนาสุขภาพของผู้คนในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคม หรือ CSR ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย)ฯภายใต้พันธกิจในหมวดการส่งเสริมสุขภาพ ■พร้อมกันนี้ยังได้ดำเนินงานที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม เช่น เสื้อนักวิ่งที่ผลิตจากวัสุดรีไซเคิล และส่เงสริมการคัดแยกขยะแต่ละประเภท รวมถึงขยะรีไซเคิล อีกทั้งยังมีบูธที่นำเสนอโครงการเพื่อสังคมตามแกนหลัง 3 หมวดหลัก ได้แก่ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และการศึกษา ■สำหรับปีนี้บริษัทฯยังได้เริ่มกิจกรรมแจกกล้าไม้ 3,000 ต้น ให้แก่นักวิ่งทุกท่าน ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่อโครงการ "รากกล้าแห่งความยั่งยืน" ร่วมสร้างสิ่งแวด ล้อมที่ดีต่อโลก ...... #MMThcharityrun2024 #MitsubishiMotorsCharityRun #MitsubishiMotorsCharityRun2024 #ชวนวิ่งการกุศล #วิ่งมิตซู #ชวนกันวิ่งชวนกันให้ #MitsubishiMotors​ #MitsubishiMotorsThailand #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • “VIJIT CHAO PHRAYA 2024”

    เนรมิตปรากฏการณ์แห่งแสง สี ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ชมความสวยงาม ความสง่าของประเทศไทยที่ยิ่งใหญ่ตระ การตา อลังการกว่าที่เคย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เนรมิตปรากฏการณ์แห่งแสง สี ริมแม่น้ำเจ้าพระยาสุดยิ่งใหญ่กับการจัดงาน “VIJIT CHAO PHRAYA 2024”ตั้งแต่วันที่16 พฤศจิกายน–15 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 – 22.00 น. กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวส่งท้ายปี ดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้าร่วมงาน ตั้งเป้าสร้างรายได้หมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท โดยมี นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงกลาโหม, นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาห กรรม, พลตำรวจโท ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว, นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกรุงเทพมหา นคร,นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการททท.,คณะทูตานุทูตประเทศต่าง ๆ ผู้แทนคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ และพันธมิตรร่วมเปิดงาน นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่ารัฐบาลมุ่งสร้างบรรยากาศ แห่งความสุข และการเฉลิมฉลองในช่วงปลายปี ด้วยการจัดงาน“VIJIT CHAO PHRAYA 2024”ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิ กายน – 15 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 - 22.00 น. ซึ่งเป็นหนึ่งในบิ๊กอีเวนต์สำคัญภายใต้เทศกาล Thailand Winter Festivals 2024 ที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนจัดขึ้นเพื่อสร้างบรรยากาศและสีสันให้กับแม่น้ำเจ้าพระยาด้วยแสงไฟและการแสดงทางวัฒน ธรรมในยามค่ำคืน ให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมชื่นชมความงดงามของแลนด์มาร์คประเทศไทยริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่แสดงถึงศิลปวัฒนธรรมไทยแบบดั้งเดิม และสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ พร้อมด้วยแสงสีตระการตาที่จะมาเพิ่มเสน่ห์ให้กับกรุง เทพมหานคร และสร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนยิ่งกว่าเดิม รวมถึงสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการเรืออาหาร เรือนำเที่ยว โรงแรม ที่ พัก ตลอดจนร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยคาดว่า การจัดงานในครั้งนี้จะสร้างรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐ กิจไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า งาน “VIJIT CHAO PHRAYA 2024” ในปีนี้ ถือเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ภายใต้ความร่วมมือแบบ 360 องศา กับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเพิ่มมูลค่าและต่อยอดต้นทุนทางวัฒนธรรมของไทยอย่างสร้างสรรค์ ด้วยการผสานศิลปะและนวัตกรรมมัลติมีเดียหลากหลายรูปแบบ รวมถึงการจัดแสดงพลุอย่างยิ่งใหญ่ ที่จะช่วยเนรมิตให้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสายน้ำที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์คุณค่าทางวัฒนธรรมสะท้อนเรื่องราวในรูปแบบและมุมมองใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ โดยงาน “VIJIT CHAO PHRAYA 2024” เป็นหนึ่งกิจกรรมภายใต้แนวคิด 7 Wonders of Thailand ของเทศกาล Thailand Winter Festivals 2024 เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความมหัศจรรย์ของกิจกรรมใน 7 หมวดหมู่ ได้แก่ เทศ กาลลอยกระทง เทศกาลแสงสี (Lighting & Illumina tion) เทศกาลดนตรี กีฬา อาหาร วัฒนธรรม และเทศ กาล Countdown ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างเดือนพฤศจิกายน - มกราคม 2567 เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศด้วยบิ๊กอีเวนต์ โดยคาดว่างาน “VIJIT CHAO PHRAYA 2024” จะดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมไม่ต่ำกว่า 500,000 คน งาน“VIJIT CHAO PHRAYA 2024” เนรมิตปรากฏการณ์แห่งแสง สี การประดับไฟการฉายภาพบนตัวอาคาร การแสดงพลุ การแสดงทางวัฒนธรรม บริเวณสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างยิ่งใหญ่ กับการร้อยเรื่องราวของความงามดั่งวิจิตรเจ้าพระยา ในพื้นที่ริมน้ำของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ วัดคฤหบดี, สะพานพระราม 8, พิพิธภัณฑ์ศิริราชพิมุขสถาน, วัดระฆังโฆสิตารามวรมหา วิหาร, อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา กองทัพเรือ, วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร, ป้อมวิไชยประสิทธิ์, วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร,อาคารสุนันทาลัย (โรงเรียนราชินี), สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า), ศูนย์การค้าไอคอนสยาม, สะพานพระปกเกล้า, ต้นไม้ใหญ่ บริเวณร้านอาหารยกยอ มารีน่า ท่าดินแดง, ตึกร้าง (ซอยล้ง 1919) และแนวต้นไม้ใหญ่ เขตคลอง สาน ด้านหลังกระทรวงมหาดไทย (ใหม่), ธนาคารแห่งประเทศไทย, อาคารคมนาคมแห่งชาติ บางรัก (NT TOWER), วัดซางตาครู้ส (วัดกุฎีจีน),สมาคมเผยแผ่คุณ ธรรม “เต็กก่า” จีจินเกาะ, ธนาคารไทยพาณิชย์ (สาขาตลาดน้อย), เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ เป็นต้น เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวอันอัศจรรย์ที่พร้อมเปิดให้เข้าชมกิจกรรมของแสง สี ที่สวยงามอลังการได้ทุกวัน สำหรับการแสดงไฮไลท์ ที่จะจัดขึ้นบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยการแสดง ดังนี้ 1. สะพานพระราม 8 การจัดแสดงภายใต้แนวคิด “กวีกลอนร้อยกรองเจิดจรัส” ในการจัดแสดงเลเซอร์ ประ กอบ Light & Sound และการจัดแสดงแสง สี เทคนิคพิเศษ พร้อมเสียงดนตรี - จัดแสดงวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 วันละ 6 รอบ เวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., 21.00 น. และ 21.30 น. รอบละ 5 นาที 2. อาคารสำนักงานราชนาวิกสภา กองทัพเรือ การจัดแสดงภายใต้แนวคิด “นาวิกวิถี แสงสีทัพเรือ” ในการจัดแสดงเลเซอร์ประกอบ Light & Sound และการจัดแสดงแสง สี เทคนิคพิเศษ พร้อมเสียงดนตรี - จัดแสดงวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 วันละ 6 รอบ เวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., 21.00 น. และ 21.30 น. รอบละ 5 นาที 3. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหารการจัดแสดงภายใต้แนวคิด “อรุณรุ่งสู่ราตรี” ในการจัดแสดง เลเซอร์ ประกอบ Light & Sound โดยผสมผสานเทคโนโลยีของการแสดงโดรนแปรอักษร - จัดแสดงวันที่ 16, 17, พฤศจิกายน และ 15 ธันวาคม 2567 วันละ 1 รอบ เวลา 19.50 น. รอบละ 5 นาที - จัดแสดงวันที่ 24 พฤศจิกายน และ 1, 8 ธันวาคม 2567 วันละ 2 รอบ เวลา 19.50 น. และ 21.15 น.รอบละ 5 นาที 4. วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร การจัดแสดงภายใต้แนว คิด “วิจิตรแสงแห่งศรัทธา” ด้วยการแสดงเลเซอร์ ประกอบ Light & Sound ประกอบการแสดงวัฒนธรรมไทย ผสมผสานเทคโนโลยี ด้านแสง สี เสียง และเอฟ เฟ็กต์พลุ - จัดแสดงวันที่ 16, 17, 22, 23, 24, 29, 30 พฤศจิกายน และวันที่ 1, 5, 6, 7, 8, 13, 14, 15 ธันวาคม 2567 วันละ 2 รอบ เวลา 19.20 น. และ 20.20 น. รอบละ 10 นาที (วันที่ 5 ธันวาคม 2567 ไม่มีการแสดงทางวัฒนธรรม) 5.อาคารสุนันทาลัย (โรงเรียนราชินี) การจัดแสดงภายใต้แนวคิด “แสงมหัศจรรย์แห่งการเรียนรู้” ในการจัดแสดง Projection Mapping ประกอบ Light & Sound - จัดแสดงวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 วันละ 6 รอบ เวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., 21.00 น. และ 21.30 น. รอบละ 5 นาที 6.สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ (สะพานพระพุทธยอดฟ้า) การจัดแสดงภายใต้แนวคิด “มหัศจรรย์แสง แห่งฝัน” ในการจัดแสดง Illumination ประกอบ เลเซอร์ และ Light & Sound พร้อมการจุดพลุประกอบ การแสดง - จัดแสดงวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 วันละ 6 รอบ เวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., 21.00 น. และ 21.30 น. รอบละ 5 นาที - การแสดงพลุประกอบการแสดง ในวันที่ 16, 22, 23, 29, 30 พฤศจิกายน และวันที่ 5, 6, 7, 13, 14 ธันวาคม 2567 วันละ 1 รอบ เวลา 20.45 น. รอบละ 3 นาที 7. ตึกร้าง (ซอยล้ง 1919) จัดแสดงภายใต้แนวคิด “ปริศนาลี้ลับราตรีแห่งแสง”ด้วยเทคนิคพิเศษ ของ เล เซอร์ ประกอบ Light & Sound โดยผสมผสานเทคโน โลยีด้านแสง สี และเสียงดนตรี - จัดแสดงวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 วันละ 6 รอบ เวลา 19.00 น., 19.30 น., 20.00 น., 20.30 น., 21.00 น. และ 21.30 น.รอบละ 5 นาที 8.ไอคอนสยาม (ICONSIAM) จัดแสดงภายใต้แนวคิด “The Thai-conic Christmas Symphony” การแสดงต้นคริสต์มาสกระพริบขยับแสงตามเสียงเพลง - จัดแสดงวันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 วันละ 3 รอบ เวลา 18.55 น., 19.55 น., 20.55 น. รอบละ 8 นาที ทั้งนี้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมสีสันบรรยากาศบริเวณริมแม่น้ำในแต่ละพื้นที่ หรือริมแม่น้ำฝั่งตรงข้ามจุดที่ทำการแสดงได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และสามารถเข้าชมได้ทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม 2567 เวลา 18.00 – 22.00 น. โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : Vijit Chao Phraya 2024 #VijitChaoPhraya2024. #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา #การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย #TAT #ททท. #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con

  • Juneyao launches "JY AIR", the first electric vehicle.

    ครั้งแรกในไทย! จูนเหยา เปิดตัว “JY AIR” ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ผสมผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและความยั่งยืน บริษัท จูนเหยา ออโต (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า ในเครือเดียวกับบริษัท จูนเหยา กรุ๊ป (JuneYao Group) บริษัทแม่ของสายการบินจูนเหยาแอร์ไลน์ (JuneYao Airlines) เป็นหนึ่งในสายการบินเอกชนชั้นนำในประเทศจีน เปิดตัวแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะอย่างเป็นทางการ ประเดิมรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกอย่าง “JY รุ่น AIR” มิติใหม่แห่งการขับเคลื่อนอัจฉริยะ  ที่มุ่งเน้นตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในยุคใหม่ที่ต้องการยานยนต์ที่มีความล้ำสมัย สะดวกสบาย ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์ของบริษัทที่ขยายธุรกิจจากการคมนาคมขนส่ง การเงิน การศึกษา ไปจนถึงการพัฒนานวัตกรรมด้านยานยนต์เพื่อตอบรับกระแสความต้องการด้านการขับเคลื่อนอัจฉริยะในอนาคต คุณหวัง จูนจีน ประธาน บริษัท จูนเหยา กรุ๊ป  เปิดเผยว่า “ สำหรับ จูนเหยา เป็นองค์กรที่มีรากฐานในธุรกิจการคมนาคมขนส่ง สินค้าอุปโภคบริโภค การศึกษา  บริการด้านการเงิน  และนวัตกรรมเทคโนโลยี โดยมุ่งเน้นการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืนในทุกด้าน จูนเหยา ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีในฐานะองค์กรที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและมีวิสัยทัศน์ในการสร้างประโยชน์ต่อสังคม ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจสายการบินเชิงพาณิชย์ จูนเหยา ได้ขยายธุรกิจเข้าสู่ตลาดยานยนต์ โดยได้เข้าซื้อกิจการ YUDO Auto ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2022 ซึ่ง YUDO Auto ได้ทำตลาดในจีนมาตั้งแต่ปี 2015 กับรถรุ่นแรก YUDO YUNTU ซึ่งเป็น SUV พลังงานไฟฟ้าขนาดเล็ก” อย่างไรก็ตาม จูนเหยา ได้เริ่มดำเนินธุรกิจในกลุ่มยานยนต์อย่างจริงจังตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาและนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม กลยุทธ์ที่มุ่งมั่นของกลุ่มเน้นการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อสร้างนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้พลังงานสะอาดในอุตสาหกรรมยานยนต์ นอกจากนี้ กลุ่ม จูนเหยา ยังมุ่งหวังที่จะขยายตลาดในระดับสากล เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและแข่งขันในอุตสาหกรรมที่มีความน่าสนใจนี้ ในครั้งนี้ จูนเหยา พร้อมแล้วที่จะนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรก JY AIR รูปแบบใหม่ของการเดินทาง พร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะมอบความสุขในทุกมิติ ผสมผสานระหว่างนวัตกรรมการขับขี่ที่ให้ความสะดวกสบายเหมือนที่อยู่บน First class เจาะลึกคุณสมบัติเด่นและเทคโนโลยีสุดล้ำของ JY AIR รถยนต์ไฟฟ้า JY AIR ได้รับการออกแบบให้มีสมรรถนะสูงสุดทั้งในด้านประสิทธิภาพการขับขี่และความปลอดภัย มาพร้อมกับระบบ Crystal OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาโดยทีมวิจัยและพัฒนาของจูนเหยา ระบบ Crystal OS นี้มีฟีเจอร์ควบคุมและสั่งงานแบบอัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทุกฟังก์ชันได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมไฟ ระบบหน้าต่าง และประตูท้ายรถ ทั้งยังรองรับการตั้งค่าตามสภาพถนนได้แบบเรียลไทม์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นในทุกสภาพการใช้งาน แพลตฟอร์ม SKY ความปลอดภัยระดับห้าดาว เป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติที่ช่วยเสริมความมั่นใจในด้านความปลอดภัย โดยแพลตฟอร์มที่สามารถพัฒนารุ่นรถใหม่สำหรับทั่วโลก ประสิทธิภาพดี และมีความปลอดภัยสูง ช่วยสร้างความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่า โดยครอบคลุมรถยนต์ประเภท A ถึงรถซีดานคลาส C, SUV, Coupe, MPV และประเภทอื่น ๆ เทคโนโลยี ขับขี่อัตโนมัติ Level 2+ ที่ติดตั้งมากับ JY AIR ช่วยให้รถสามารถขับขี่อัตโนมัติได้อย่างมั่นใจ   ด้วยฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ช่วยในการรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า ระบบช่วยจอดที่เพิ่มความสะดวกในทุกการจอดรถ การเตือนจุดอับสายตาที่ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ และการควบคุมเลนเพื่อเพิ่มความปลอดภัยสูงสุดขณะขับขี่ รถรุ่นนี้ยังได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยระดับสูงตามมาตรฐาน NCAP และ E-NCAP ระดับ 5 ดาว ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารมั่นใจได้ในทุกการเดินทาง เพลิดเพลินไปกับดีไซน์สุดหรูและความสะดวกสบายที่เหนือชั้น นอกจากเทคโนโลยีอันล้ำสมัยแล้ว JY AIR ยังออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ที่ต้องการความสะดวกสบายและความหรูหรา ด้วยการออกแบบที่ใช้หลักแอโรไดนามิกส์ ONE BOX ทำให้รถรุ่นนี้มีสมรรถนะการขับขี่ที่เงียบและลดแรงต้านอากาศได้อย่างดี ห้องโดยสารยังใช้วัสดุคุณภาพสูงและเนื้อสัมผัสที่หรูหรา มีพื้นที่กว้างขวางและเงียบสงบ พร้อมทั้งช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก มอบความสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสาร มากไปกว่านั้น นวัตกรรมภายในห้องโดยสาร ยังรวมถึงระบบควบคุมรถ 3D ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่มีการตอบสนองที่ดี โดยมีการควบคุมไฟ หน้าต่าง และประตูท้ายด้วยสัมผัสเดียว นอกจากนี้ยังมีหลังคาพาโนรามาขนาด 2.072 ตร.ม. ที่ช่วยสร้างความรู้สึกโปร่งโล่งสบาย ส่วนสีตัวรถมีให้เลือก 4  สี ประกอบด้วย สีขาว Moon White, สีฟ้า Meteorite Blue, สีเขียว Aurora Green, และ สีดำ Galactic Black นอกจากนี้ ยังมีโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าที่สั่งจองรถในช่วงแรก เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในบริการหลังการขายและความคุ้มค่าในการลงทุนกับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่นี้ ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมและสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบอัจฉริยะของ JY AIR ได้ที่ โชว์รูม และ งาน Thailand Motor Expo 2024 บูธ B17 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2567  พร้อมทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัย นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการหลังการขายที่สต็อกอะไหล่สำรองทุกประเภท เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการบริการหลังการขายอย่างรวดเร็วและครบถ้วน สำหรับผู้ที่สนใจติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ JY AIR และโปรโมชันล่าสุด สามารถติดตามได้ทางเว็บไซต์ www.juneyaoauto.com  และเฟสบุ๊ก https://www.facebook.com/Juneyaothailand  ที่จะมีการอัปเดตข้อมูลและข่าวสารเกี่ยวกับแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง รวมถึงข่าวสารเกี่ยวกับโปรแกรมการจอง การรับประกัน และสิทธิ พิเศษอื่น ๆ ที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้ใช้งาน

  • Hyundai PALISADE

    ฮุนได เปิดตัว “Hyundai PALISADE” พลิกโฉมวงการเอสยูวีเมืองไทย กับสุดยอด D-SUV ระดับพรีเมียมหนึ่งเดียวในตลาด ทลายทุกขีดจำกัดด้วยดีไซน์หรูล้ำสมัย สมรรถนะเหนือชั้น และฟังก์ชันอเนกประสงค์ครบครันตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและสายลุยตัวจริง ดีไซน์ภายนอกและภายในหรูหราสอดรับไลฟ์สไตล์พรีเมียมเหนือระดับ ระบบความปลอดภัยล้ำสมัยครบครันพร้อม Hyundai SmartSense ห้องโดยสารกว้างพิเศษ พร้อมตัวเลือกเสริมระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ชีวิตเหนือระดับ วางจำหน่าย 2 รุ่น: Prestige (4WD) ราคา 2,499,000 บาท และ Exclusive (2WD) ราคา 2,299,000 บาท ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย (HMT)  เปิดตัว "Hyundai PALISADE " สุดยอดพรีเมียมเอสยูวีแบบเบาะ 3 แถวรุ่นใหม่ล่าสุด พลิกโฉมมาตรฐานทั้งด้านฟังก์ชันการใช้งาน สมรรถนะที่เหนือชั้น และการออกแบบหรูหราในฐานะยานยนต์พรีเมียมกลุ่ม D-segment เพียงรุ่นเดียวในตลาดเมืองไทย PALISADE พร้อมพาทุกคนก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ตอบโจทย์ทั้งกิจกรรมครอบครัวและการขับขี่ที่สนุกสนานของนักผจญภัยตัวจริง ชวนผู้โดยสารออกเดินทางภายใต้แนวคิด “ออกไปเปิดรับทุกประสบการณ์เพื่อสร้างสรรค์ชีวิตในแบบที่ต้องการได้ทุกวัน” Hyundai PALISADE เป็นเอสยูวีพรีเมียมที่โดดเด่นและเป็นเจ้าของรางวัลระดับโลกมากมาย เพียบพร้อมทั้งในด้านความเป็นเลิศและนวัตกรรมที่ล้ำสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ รถยนต์ D-SUV รุ่นใหม่ที่พร้อมปฏิวัติถนนเมืองไทย ด้วยมุมมองใหม่ทั้งในการขับขี่และการใช้ชีวิตด้วยวิศวกรรมการออกแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย PALISADE   สร้างสมดุลระหว่างยานยนต์ที่สวยสะดุดตา สะท้อนตัวตนที่ทันสมัย ไปกับรถยนต์พร้อมดูแลทุกคนในครอบครัวพร้อมกัน  เพื่อปลุกเร้าให้ผู้ขับเปิดรับทุกความเป็นไปได้ในชีวิต นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย  กล่าวว่า “การเปิดตัว PALISADE ถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยียานยนต์ครั้งสำคัญ ที่ผสานประสบการณ์ด้านไลฟ์สไตล์การเดินทางและการสร้างช่วงเวลาพิเศษกับคนรอบตัว ประเทศไทยนับเป็นตลาดที่สำคัญของฮุนได เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์กับลูกค้าผ่านการยกระดับมาตรฐานด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ในฐานะ D-SUV พรีเมียมหนึ่งเดียวในภูมิภาค PALISADE ได้รับการออกแบบให้สร้างความประทับใจแก่ผู้ขับขี่ชาวไทยในทุกมิติ ด้วยความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ระบบความปลอดภัยล้ำสมัย และดีไซน์ที่โดดเด่นทรงพลัง PALISADE จึงสะท้อนความตั้งใจของเราในการเป็นผู้นำตลาด SUV ด้วยการผสานความหรูหรา สมรรถนะ และความอเนกประสงค์ที่ไร้คู่แข่ง” ดีไซน์พรีเมียมอันโดดเด่นและฟีเจอร์ล้ำสมัย Hyundai   PALISADE ใช้โครงสร้าง Monocoque Structure ที่เพิ่มความปลอดภัย พร้อมยกระดับประสิทธิภาพแห่งการควบคุม ความสะดวกสบายในการขับขี่ และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ผ่านการลดน้ำหนักเครื่องยนต์และการสั่นสะเทือน การออกแบบนี้ยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแกร่งของโครงสร้างรถยนต์ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ราบรื่นและเปี่ยมประสิทธิภาพ ในส่วนของดีไซน์ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Premium Parametric Shield เพิ่มความเข้มด้วยการตกแต่งแบบ Dark Metallic Chrome สอดรับกับไฟส่องสว่างเวลากลางวัน DRL แบบ LED เอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมไฟแบบ Full LED ทั้งด้านหน้าและหลังดีไซน์ไม่เหมือนรถยนต์รุ่นใด ให้ทั้งความสวยงามและปลอดภัย งามสง่าด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 20 นิ้ว ห้องโดยสารกว้างขวางพร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัยด้วยกระจกมองหลังแบบไร้ขอบ Frameless พร้อมตัดแสงอัตโนมัติ เบาะแถวที่ 1 และแถวที่ 2 สามารถปรับอุณหภูมิได้ทั้งอุ่นและเย็น เบาะผู้ขับขี่มีระบบบันทึกตำแหน่งที่นั่ง สะดวกสบายกับพื้นที่ legroom กว้างขวาง พร้อมตกแต่งด้วยวัสดุระดับพรีเมียม จอแสดงผลเป็นแบบ Supervision Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว ส่วนคอนโซลกลางเป็นแบบ Bride-type ให้ทั้งอรรถประโยชน์และภาพลักษณ์เรียบหรู ดื่มด่ำไปกับดนตรีผ่านเครื่องเสียง Infinity Premium Sound System 12 ลำโพง ทั้งยังมีที่ชาร์จสมาร์ตโฟนไร้สาย สมรรถนะเครื่องยนต์ที่เหนือชั้น PALISADE มีให้เลือกทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อและ 2 ล้อ ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยขุมพลังประสิทธิภาพสูงกับ เครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,750 รอบ/นาที รองรับทุกการใช้งานทั้งในเมืองและการเดินทางช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ด้วยรูปแบบการขับขี่ที่ปรับได้ตามความต้องการ มุ่งสร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะและความอเนกประสงค์ Hyundai PALISADE สุดยอดยานยนต์เจ้าของรางวัลระดับโลก Hyundai PALISADE เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง โดยในปี 2023 ได้รับการยกย่องเป็น Best 3-row SUV for the Money จาก U.S. News และคว้ารางวัล Best Large Utility ในงาน MotorWeek รวมถึงถูกยกย่องให้เป็น Family Vehicle of the Year จาก Midwest Automotive Media Association นอกจากนี้ยังได้รับรางวัลอื่น ๆ มากมายทั้งรางวัล Car and Driver’s Mid-Size SUV Editor's Choice, รางวัล Top Safety Pick+ จากสถาบันประกันความปลอดภัยทางหลวงแห่งสหรัฐฯ (IIHS) และรางวัล 10 Best Interiors & UX จาก Wards Auto โดยรางวัลเหล่านี้ได้เสริมสถานะอันแข็งแกร่งของยานยนต์ฮุนไดให้ยืนหนึ่งในงาน 2023 Best SUV Brands ซึ่งจัดโดย U.S. News & World Report   และต่อมาในปี 2024 Hyundai PALISADE ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากการคว้ารางวัลในงาน Car and Driver's Editors’ Choice Awards ในหมวด Mid-Size SUV และสามารถรักษาตำแหน่ง คว้ารางวัล TSP ของ IIHS มาได้ต่อเนื่องอีกปี ฮุนไดมอบความปลอดภัยขั้นสูงสุด Hyundai PALISADE ผ่านการจัดอันดับด้านความปลอดภัยโดย ANCAP 5 Star ในปี 2022 ถือเป็นรถยนต์เอสยูวีขนาดใหญ่ ซึ่งขับเคลื่อนด้วยขุมพลังดีเซล ได้รับการออกแบบเพื่อมอบความปลอดภัยขั้นสูงสุด พร้อมปกป้องคุณด้วยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ประกอบด้วย คู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมนิรภัย เสริมด้วยเทคโนโลยี Hyundai SmartSense™ ที่มีทั้งระบบช่วยเตือนและเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Forward Collision-Avoidance) ระบบเตือนและช่วยคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตา  ( Blind-Spot Collision Avoidance), ระบบป้องกันการเปิดประตูเมื่อมีรถวิ่งมาด้านข้าง (Safe Exit Assist), ระบบควบคุมรถให้อยู่กลางเลน (Lane Following Assist), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Smart Cruise Control) และระบบกล้องมองภาพจุดอับสายตา (Blind-Spot View Monitor) เพิ่มประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "การเปิดตัว Hyundai PALISADE ถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ด้วยชื่อเสียงอันโดดเด่นในตลาดเอสยูวี ฮุนไดได้ออกแบบรุ่นพรีเมียมนี้ให้ผสานความหรูหรา ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะได้อย่างลงตัว เรามั่นใจว่า PALISADE จะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มเป้าหมายที่มองหารถคุณภาพที่เปี่ยมนวัตกรรมล้ำสมัย พร้อมปักหมุดสร้างมาตรฐานใหม่ให้รถในเซกเมนต์นี้ต่อไป” การเปิดตัว Hyundai PALISADE ยังเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเอสยูวีของฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ต่อยอดจากความสำเร็จในตลาดเอ็มพีวี ด้วยการเจาะกลุ่มตลาด D-SUV พรีเมียม PALISADE ได้แสดงถึงความมุ่งมั่นของฮุนไดในการรุกตลาดไทย พร้อมเดินหน้าขยายไลน์อัปเอสยูวีรุ่นพรีเมียมอื่น ๆ ในอนาคต เพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่ไม่หยุดนิ่ง นับเป็นจุดเริ่มต้นสู่อนาคตอันมั่นคงที่สะท้อนความตั้งใจของฮุนไดอย่างชัดเจน สัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษกับ Hyundai PALISADE ได้แล้ววันนี้ Hyundai PALISADE มีให้เลือก 2 รุ่น: PALISADE Prestige  ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 2,499,000 บาท และ PALISADE Exclusive  ขับเคลื่อน 2 ล้อ ราคา 2,299,000 บาท พร้อมเฉดสีพรีเมียม 2 สี ได้แก่ Pearl White และ Space Black สัมผัส Hyundai PALISADE ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.99% ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และการรับประกันตัวรถนาน 7 ปี หรือสูงสุด 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบไม่จำกัดตลอด 7 ปี พิเศษสุด สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก รับฟรี แพ็กเกจบำรุงรักษานาน 4 ปี หรือสูงสุด 40,000 กิโลเมตร ให้คุณได้รับความคุ้มค่าและความอุ่นใจเสมือนมีทีมงานคอยให้ความช่วยเหลือในทุกเส้นทาง Hyundai PALISADE ไม่เป็นเพียงแค่รถเอสยูวีทั่วไป แต่เป็นยานยนต์ระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ความหรูหราที่เหนือระดับ และเทคโนโลยีล้ำสมัย PALISADE พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับและความประทับใจในทุกเส้นทาง สะท้อนถึงความเป็นผู้นำของฮุนไดในการสร้างมาตรฐานใหม่ของยานยนต์ระดับพรีเมียม พบกับงานเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Hyundai PALISADE ที่เอ็มสเฟียร์ วันที่ 8 - 10 พฤศจิกายน 2567 ร่วมสัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยและความเหนือระดับของ Premium D-SUV หนึ่งเดียวของเมืองไทย พร้อมกิจกรรมพิเศษ Meet & Greet กับอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ร่วมฟังประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการออกไปใช้ชีวิต ดังนี้ วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567: คุณแดน - คุณแพทตี้, คุณภูริ - คุณแอน อลิชา – น้องริชา – น้องลิษา, ดีเจเผือก - คุณลูกจ๋า - น้องลูกครับ วันที่ 9 พฤศจิกายน 2567: คุณยอร์ช พร้อมด้วยเบต้าและนมกล่อง จากเพจ Gluta Story ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก “Hyundai Thailand” หรือดูข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์ https://hyundai.com/th     เกี่ยวกับ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด ฮุนได มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมีบุคลากรร่วมงานมากกว่า 120,000 ตำแหน่ง พร้อมอุทิศตนให้กับการรับมือความท้าทายด้านโมบิลิตี้ในทุกพื้นที่ ฮุนได มอเตอร์ เร่งเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสมาร์ทโมบิลิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ก้าวไปข้างหน้าเพื่อมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) บริษัทยังลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงด้านหุ่นยนต์ และยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางอากาศ เอเอเอ็ม (AAM – Advanced Air Mobility) เพื่อเร่งเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริการขนส่งแห่งอนาคต ซึ่งจะมาปฏิวัติวงการโมบิลิตี้ ฮุนไดยังเดินหน้าเปิดตัวยานพาหนะไร้มลพิษซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับชั้นนำอย่างพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานไฟฟ้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลก สำหรับข้อมูลอื่นของ ฮุนได มอเตอร์ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com เกี่ยวกับ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2566 ในฐานะบริษัทในเครือของฮุนได มอเตอร์ โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำวงการรถยนต์และผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมมอบเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นประโยชน์และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโมบิลิตี้ที่ครบถ้วนในทุกมิติ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมแล้วที่จะเติบโตไปกับลูกค้าทุกท่าน และพร้อมดูแลผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่แท้จริงในทุกการเดินทาง สื่อมวลชนสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ วิวาลดี้ อินทิเกรเต็ด พับลิค รีเลชั่นส์   วีรวรรณ แซ่จ๋าว โทรศัพท์: 092-593-6944 อีเมล: veerawan.s@vivaldipr.com       ณิชา นับดี          โทรศัพท์: 080-579-7559   อีเมล: nicha.nabdee@vivaldipr.com ทักษ์ดนัย สวรรยาธิปัติ แผนกการตลาด / ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) thakdanai.s@hyundai-thailand.com

  • ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW

    สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” สัมผัสตำนานรถโบราณ ริมเจ้าพระยา สมาคมรถโบราณฯ เชิญชมงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” รวมที่สุดของตำนานรถโบราณหาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม วันที่ 8 -10 พฤศจิกายน 2567 ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย  เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” ภายใต้แนวคิด “ตำนานรถ…บริบทโลก – Car Legend…Global Context” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยจัดแสดงรถโบราณ รถคลาสสิค ที่มีตำนานเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ และบุคคลสำคัญในอดีต” อนนต์ อัตถวิบูลย์ รักษาการผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “งาน ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW ปีนี้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยสองครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ สะท้อนถึงการเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก  และยังกระตุ้นการท่องเที่ยวและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับสากล พร้อมตอกย้ำแนวคิด “Collaboration to Win” ที่ไอคอนสยามยึดมั่นในการผนึกกำลังกับพันธมิตรในวงการต่างๆ เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมใหม่ๆ และมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายให้แก่ลูกค้าทุกคน” ไฮไลต์ในงาน ได้แก่ รถ Lancia Artena ปี 1931 รถสัญชาติอิตาเลียน ที่ตั้งชื่อตามเมืองโบราณของชาว Volsci ยุคก่อนโรมัน และได้รับความนิยมในหมู่ชนชั้นปกครองของอิตาลี ภายใต้การนำของ Benito Mussolini Mercedes-Benz 300SL Gullwing ปี 1955 หนึ่งในรถสปอร์ทที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ยานยนต์โลก โดดเด่นด้วยประตูเปิดแบบปีกนกนางนวล มีเสน่ห์ งดงาม น่าหลงใหล และมักถูกเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของคนดังในยุคนั้น เช่น Sophia Loren Ford Thunderbird (Little Bird) ปี 1955 รถหรูหราสไตล์อเมริกันขนานแท้ ขับเคลื่อนได้อย่างคล่องแคล่ว จึงถูกขนานนามว่า “Little Bird” ซึ่งคนดังอย่าง Elvis Presley ราชารอคแอนด์โรลล์เคยปรากฏตัวพร้อมกับรถรุ่นนี้หลายครั้ง นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจ พร้อมมินิคอนเสิร์ทจากสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK และงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ร่วมชมตำนานรถโบราณ “ICONSIAM VINTAGE CAR SHOW” ระหว่างวันที่ 8 -10 พฤศจิกายน 2567 ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 1338 หรือ Facebook: ICONSIAM และ Facebook: Vintage Car Club of Thailand    รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย: โทร. 0-2055-8444 ต่อ 313 หรือ ทีมประชาสัมพันธ์สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย: โทร.0-2102-0024 # 32, 34 Email: chatchawal_s@pmb.co.th , vason_t@pmb.co.th

  • Hyundai PALISADE

    ฮุนได ชวน “แดดดี๊มือใหม่สายคูล” สัมผัสเอสยูวีพรีเมียมสุดคูล ในงานเปิดตัว “Hyundai PALISADE” พบครอบครัว แดน-แพทตี้, ภูริ-แอน และ ดีเจเผือก ที่ยกขบวนกันมาพร้อมหน้า ร่วมแชร์ประสบการณ์กับเอสยูวีคันโปรด ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ที่ ดิ เอ็มสเฟียร์ บ้านคนดังร่วมเปิดประสบการณ์ D-SUV พรีเมียมรุ่นแรกของเมืองไทย!  เมื่อ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย (HMT)  จัดงานเปิดตัวสุดยอดพรีเมียมเอสยูวีแบบที่นั่ง 3 แถวรุ่นใหม่ล่าสุด “Hyundai PALISADE”  สมบูรณ์แบบทั้งฟังก์ชันการใช้งาน สมรรถนะที่เหนือชั้น และการออกแบบหรูหรา ภายใต้คอนเซ็ปต์ Embraces Your Possibilities  พร้อมดึงครอบครัวคนดัง ทั้งคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ “แดน-แพทตี้” และคู่ขวัญสายลุยขวัญใจนักเดินทาง “ภูริ-แอน” มาร่วมแชร์ประสบการณ์ รวมถึงครอบครัวดีเจเผือก ที่จะมาเล่าประสบการณ์ทริปสุดประทับใจ พร้อมเรื่องราวสนุก ๆ อีกมากมาย “แดน” วรเวช ดานุวงศ์ คุณพ่อมือใหม่ของสองแฝด “ลิกก้า-โรร่า” พูดคุยถึงความประทับใจต่อ Hyundai PALISADE ว่า   “ส่วนที่ผมรู้สึกประทับใจใน Hyundai PALISADE คือสามารถจุได้ทั้งของและคน ในขณะที่ยังสามารถขับขี่ในเมืองได้อย่างสะดวกสบาย ในส่วนของดีไซน์ก็สวยโดดเด่นไม่แพ้ใคร ทำให้ผมมั่นใจว่า Hyundai PALISADE จะเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ ของคนรักเอสยูวีที่ต้องการความหรูหราพรีเมียม” ส่วนคุณพ่อสาย Adventure อย่าง “ภูริ” ภูริ หิรัญพฤกษ์  ได้แชร์ประสบการณ์การทำงานและใช้รถว่า “ปกติผมก็ทำรายการใน YouTube ท่องเที่ยว ถ้ามีโอกาสก็จะพาครอบครัวเดินทางไปพร้อมๆ กับถ่ายรายการด้วย และได้ยินมาว่า Hyundai PALISADE มีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เลยมองว่าค่อนข้างตอบโจทย์การใช้งานเลยทีเดียว” ด้าน “ดีเจ.เผือก” พงศธร จงวิลาส  ได้แสดงความเห็นเรื่องปัจจัยการเลือกซื้อรถว่า “อย่างผมกับลูกจ๋าและน้องลูกครับ ก็จะเดินทางด้วยกันบ่อย แต่ก็ชอบ เรื่องของดีไซน์ภายในที่สวย แต่ยังตอบสนองความต้องการของทุกคนได้ อย่างที่นั่งแถวสองที่นั่งได้สบาย การเข้าออกที่นั่งแถวหลังสุด ทำให้ตั้งใจมาดู PALISADE เลยครับ เพราะได้ยินมาว่าเป็นครั้งแรกที่เปิดตัวในประเทศไทย ” สัมผัส Hyundai PALISADE  ได้แล้ววันนี้ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ ด้วยอัตราดอกเบี้ย 1.99% ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และการรับประกันตัวรถนาน 7 ปี หรือสูงสุด 150,000 กิโลเมตร พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบไม่จำกัดตลอด 7 ปี พิเศษสุด สำหรับลูกค้า 200 ท่านแรก รับฟรี แพ็กเกจบำรุงรักษานาน 4 ปี หรือสูงสุด 40,000 กิโลเมตร   ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊ก “Hyundai Thailand” หรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่นได้ที่เว็บไซต์ https://hyundai.com/th   เกี่ยวกับ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด ฮุนได มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมีบุคลากรร่วมงานมากกว่า 120,000 ตำแหน่ง พร้อมอุทิศตนให้กับการรับมือความท้าทายด้านโมบิลิตี้ในทุกพื้นที่ ฮุนได มอเตอร์ เร่งเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสมาร์ทโมบิลิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ก้าวไปข้างหน้าเพื่อมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) บริษัทยังลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงด้านหุ่นยนต์ และยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางอากาศ เอเอเอ็ม (AAM – Advanced Air Mobility) เพื่อเร่งเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริการขนส่งแห่งอนาคต ซึ่งจะมาปฏิวัติวงการโมบิลิตี้ ฮุนไดยังเดินหน้าเปิดตัวยานพาหนะไร้มลพิษซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับชั้นนำอย่างพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานไฟฟ้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลก สำหรับข้อมูลอื่นของ ฮุนได มอเตอร์ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์  ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com   เกี่ยวกับ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2566 ในฐานะบริษัทในเครือของฮุนได มอเตอร์ โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำวงการรถยนต์และผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมมอบเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นประโยชน์และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโมบิลิตี้ที่ครบถ้วนในทุกมิติ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมแล้วที่จะเติบโตไปกับลูกค้าทุกท่าน และพร้อมดูแลผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่แท้จริงในทุกการเดินทาง

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page