top of page

1424 results found with an empty search

  • New Scoopy Snoopy Limited Edition

    ฮอนด้าจับคู่ความ Fun ครั้งใหม่ เปิดตัว New Scoopy Snoopy Limited Edition รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ให้วัยรุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถแฟชั่น เอ.ที. ของเมืองไทย ด้วยการเปิดตัวรถลิมิเต็ดรุ่นพิเศษ New Scoopy Snoopy Limited Edition ที่เกิดจาก การครอสแบรนด์กันระหว่าง Scoopy และ Snoopy ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น! New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ได้รับการออกแบบภายใต้คอนเซปต์ “สนู๊ป...หลุดกรอบ” ครั้งแรกของโลกกับการผสาน 2 ไอคอนแห่งความสนุกเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว นั่นคือ Scoopy ไอคอนรถจักรยานยนต์ที่โดนใจวัยรุ่นไทย และ Snoopy ไอดอลแห่งความกวนจากการ์ตูน 4 ช่องของหนังสือพิมพ์อเมริกัน ตัวรถถ่ายทอดคาแรกเตอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของ Snoopy และ Charlie Brown อย่างเด่นชัด เท่ทุกมุมมอง ด้วยลวดลายที่ไม่เหมือนใคร ด้านหนึ่งเป็นการ์ตูน Snoopy ที่มาในชุดนักบินมาดเท่ และอีกด้านหนึ่งเป็นเพื่อนซี้คู่ใจอย่าง Charlie Brown เสริมความเท่ด้วยการเล่นแถบสีเหลือง แดง น้ำเงิน บนพื้นสีขาวของตัวรถ พร้อมกับบ่งบอกความเป็นลิมิเต็ดด้วยแบดจ์ Scoopy x Snoopy ผสานความสนุกและความกวน Scoopy ไอคอนรถจักรยานยนต์ที่เต็มไปด้วยความสนุก และ Snoopy ไอคอนการ์ตูนที่เป็นสัญลักษณ์ของความกวน หลุดกรอบจากการ์ตูน 4 ช่องของหนังสือพิมพ์อเมริกัน ส่งมอบความมันส์ นอกจากลวดลายที่โดดเด่นแล้ว New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ยังทันสมัยด้วยไฟหน้า LED ช่องชาร์จไฟสำรอง USB Socket กุญแจรีโมทอัจฉริยะ Honda SMART Key และกล่องเก็บของ U Box ที่มีความจุถึง 15.4 ลิตร New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ eSP New Generation ขนาด 110 ซีซี หัวฉีด PGM-FI ให้อัตราเร่งติดมือ ขับขี่สนุกยิ่งกว่า และให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 55.6 กม./ลิตร (ทดสอบภายใต้มาตรฐานไอเสียระดับ 7 โดยสถาบันยานยนต์) พร้อมระบบหยุดเครื่องยนต์อัตโนมัติ Idling Stop System และระบบ Combi Brake ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลัง New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 4,000 คัน เท่านั้น พร้อมวางจำหน่ายคู่กับหมวกกันน็อกลายพิเศษ Scoopy x Snoopy สีดำเงาสุดพรีเมียม ด้วยราคาแนะนำ 54,500 บาท ตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคมนี้ เป็นต้นไป ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda Scoopy Snoopy Limited Edition ได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand #ScoopySnoopy #สนู๊ปหลุดกรอบ #Scoopy #FunDistrict #มันส์ให้สุดเวย์ #WhatStopsYou #มุ่งไปอย่าให้อะไรมาหยุด #Honda #HondaMotorcycle #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • TRUE POWER IS THAI POWER

    มากกว่าชัยชนะ คือพลังใจของคนไทยทุกคน...“TRUE POWER IS THAI POWER” ทรู ขอบคุณทุกพลังใจไทยที่เชื่อมโยงถึงกันและกัน สร้างความสุขร่วมกันอีกครั้ง พร้อมดึงพลัง 2 ฮีโร่โอลิมปิก 2020 “น้องแต้ว” และ “โค้ชเช” สู่ครอบครัวทรู ย้ำชัดความเป็น “King of Sports” ที่รวมทุกความสุขของกีฬาเพื่อคนไทย ได้เร็วกว่า แรงกว่า กรุงเทพฯ 11 สิงหาคม 2564 – เพราะพลังที่แท้จริงคือ พลังใจของคนไทยทุกคน “TRUE POWER IS THAI POWER”....ทรู ขอขอบคุณทุกความพยายาม ทุกพลังใจที่เชื่อมโยงส่งต่อถึงกันและกัน จนทำให้วันนี้คนไทยได้มีความสุขอีกครั้ง กับชัยชนะประวัติศาสตร์ในการแข่งขัน โอลิมปิก เกมส์ 2020 สะท้อนชัด ทุกสิ่งเป็นจริงได้ เมื่อมีกันและกัน ตามความเชื่อกลุ่มทรู ผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์ พร้อมประกาศดึงพลัง 2 ฮีโร่โอลิมปิก 2020 “น้องแต้ว” กำปั้นแกร่งสาวไทย เจ้าของเหรียญโอลิมปิกแรกกีฬามวยสากลสมัครเล่นหญิง และ “โค้ชเช” โค้ชหัวใจไทยผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของวงการกีฬาเทควันโดไทยเกือบ 20 ปี เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจ สร้างพลังบวกแบบฉบับนักสู้ เคียงคู่คนไทยไปด้วยกัน ตอกย้ำความมุ่งมั่นของกลุ่มทรูที่ไม่เคยหยุดนิ่ง สร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อประโยชน์สูงสุดของคนไทยและประเทศ รวมถึงความเป็น King of Sports ที่เป็นที่สุดของกีฬา ทั้งปั้นเยาวชนสู่เส้นทางอาชีพนักกีฬา ส่งเสริมคนไทยก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาระดับสากล และรวบรวมหลากหลายคอนเทนต์ประเภทกีฬาฮิต ครบที่สุดในไทย เพื่อเติมเต็มความสุขให้คนไทยรับชมได้ ผ่านทุกแพลตฟอร์มชั้นนำของกลุ่มทรู ด้วยเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G ที่เร็วกว่า แรงกว่า นายณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “กลุ่มทรู รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้นำศักยภาพขององค์กรเอกชนไทย ในฐานะผู้นำดิจิทัลไลฟ์สไตล์ครบวงจร มาสนับสนุนด้านการสื่อสารอย่างเป็นทางการแก่นักกีฬาทีมชาติ โค้ช และเจ้าหน้าที่ ในการแข่งขันโอลิมปิก โตเกียวเกมส์ 2020 ซึ่งนำความภาคภูมิใจและสร้างความสุขแก่คนไทยทั้งประเทศ ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณทุกคน ที่มีส่วนร่วมสำหรับความสำเร็จครั้งนี้ อันเกิดจากพลังใจของคนไทยทุกคนที่เชื่อมโยงถึงกันและกัน “TRUE POWER IS THAI POWER” และครั้งนี้ กลุ่มทรู มีความยินดีอย่างมากที่ได้ต้อนรับสมาชิกใหม่สู่ครอบครัวทรูอย่างเป็นทางการ ทั้ง “น้องแต้ว” สุดาพร สีสอนดี และ “โค้ชเช” ชเว ยอง-ซอก ผู้สร้างประวัติศาสตร์แก่วงการกีฬาไทย ในฐานะฮีโร่ ทรู 5G คนล่าสุด เพื่อเป็นตัวแทนส่งต่อพลังบวกและแรงบันดาลใจให้แก่คนในสังคม สอดคล้องกับความมุ่งมั่นตั้งใจของกลุ่มทรู ในการพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีสื่อสารเพื่อผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง และการให้ความสำคัญด้านกีฬา ตอกย้ำภาพ King of Sports ที่สุดของกีฬา ด้วยเชื่อว่ากีฬา เป็นสิ่งที่สามารถเชื่อมความสัมพันธ์ เติมพลังใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาสู้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งกลุ่มทรู ให้ความสำคัญ ตั้งแต่การปั้นเยาวชนสู่เส้นทางอาชีพนักกีฬา สนับสนุนนักกีฬาไทยทุกรูปแบบ ส่งเสริมคนไทยให้ก้าวขึ้นเป็นนักกีฬาระดับโลก และเป็นศูนย์รวมคอนเทนต์ทุกประเภทกีฬาที่ครบสุดในไทย ให้คนไทยได้รับชมอย่างเต็มอิ่ม ผ่านทุกแพลตฟอร์มชั้นนำของกลุ่มทรู ทั้งทรูวิชั่นส์ ทรูไอดี ทรูสปอร์ต ผ่านความเร็วกว่า แรงกว่าของเครือข่ายอัจฉริยะทรู 5G” นายโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านแบรนด์และการสื่อสาร บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “ความสำเร็จในการแข่งขันโอลิมปิก เกมส์ 2020 นี้ คือการได้เห็นพลังใจของนักกีฬา โค้ช ทีมงานที่ต่างทุ่มเท ทำหน้าที่ตัวแทนประเทศไทยอย่างเต็มที่ และที่สำคัญ มากกว่าชัยชนะที่เป็นประวัติศาสตร์ครั้งนี้ คือการได้เห็นพลังใจของคนไทยทุกคนที่เชื่อมโยงถึงกันและกัน ซึ่งเป็นพลังที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงยิ่งกว่า จึงเป็นที่มาของแนวคิด “TRUE POWER IS THAI POWER” สะท้อนภาพกีฬาเชื่อมโยงผู้คนทุกกลุ่มเข้าไว้ด้วยกันให้เป็นหนึ่งเดียว ซึ่งการนำ 2 ฮีโร่จากกีฬาโอลิมปิก 2020 ทั้งผู้อยู่เบื้องหน้าอย่าง “น้องแต้ว” สุดาพร สีสอนดี ตัวแทนพลังนักสู้ ผู้สร้างประวัติศาสตร์ไทยให้มวยสากลสมัครเล่นหญิงไทย และผู้อยู่เบื้องหลังอย่าง “โค้ชเช” ชเว ยอง-ซอก ซึ่งเป็นพลังสู่ชัยชนะให้แก่นักกีฬาเทควันโดไทยมาเกือบ 20 ปีนั้น ได้ตอกย้ำภาพ แบรนด์ทรู ที่เชื่อมั่นว่าทุกสิ่งเป็นจริงได้เมื่อมีกันและกัน ทั้งพลังของผู้อยู่เบื้องหน้า เบื้องหลัง รวมทั้งพลังของคนไทยทุกคน ที่ได้ร่วมกันสร้างสังคมให้เกิดมิติบวก สามารถสร้างความสุขให้คนไทยได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ทั้ง 2 สมาชิกใหม่ของครอบครัวทรู ยังจะร่วมขับเคลื่อนกลยุทธ์ Sport Marketing ที่กลุ่มทรู มีความโดดเด่น เป็นผู้นำคอนเทนต์ด้านกีฬาระดับเวิลด์คลาสมาโดยตลอด ทั้งคอนเทนต์อันดับหนึ่ง อย่าง ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ และลีกแถวหน้าของยุโรปจากช่องบีอิน สปอร์ตส์ (beIN Sports) ที่ทำให้ทรู มีครบทุกบอลรายการดังและมากที่สุดในไทยถึง 7 ลีก 11 ถ้วย กว่า 1,700 แมตช์ ตลอดจนกีฬาอื่นๆ มากถึง 21 ช่องรายการ อาทิ ซูเปอร์โบว์ล, กอล์ฟ รายการเมเจอร์, เทนนิส รายการแกรนด์สแลม, แบดมินตันชิงแชมป์โลก, สนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก, สุดยอดมอเตอร์สปอร์ต โมโตจีพี และเอ็นบีเอ ไฟนัลส์ ทั้งนี้ สำหรับแฟนๆ ชาวไทยที่ชื่นชมน้องแต้ว และโค้ชเช เตรียมติดตามเรื่องราวสร้างแรงบันดาลและส่งต่อพลังบวกให้ทุกคนก้าวต่อไปด้วยหัวใจที่เข็มแข็งผ่านภาพยนตร์โฆษณาซึ่งจะได้รับชมพร้อมกันเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน” #ทรูเชียร์ไทย #CheerThaiTogether #คนไทยหัวใจนักสู้ #True5G #BESTwithTRUE5G #truemovehroaming #TrueTogether #โอลิมปิก2020 #Olympic2020 #TokyoOlympic

  • Vandapac Co., Ltd. launches ICE-u (Ice-Muse) film, the most intelligent brand.

    แวนด้าแพค ปฏิวัติวงการฟิล์มกรองแสงสำหรับรถยนต์ และอาคาร ภายใต้แบรนด์‘ ICE-u (ไอซ์ มิว)’ ฟิล์มอัจฉริยะ ANTI VIRUS 99.9% เทคโนโลยี ฟิล์มเจนเนอเรชั่นที่ 5 อันดับ 1 ในญี่ปุ่น แจ้งเกิดอย่างเป็นทางการ บริษัท แวนด้าแพค จำกัด เปิดตัวฟิล์มกรองแสง ICE-u (ไอซ์-มิว) แบรนด์สุดอัจฉริยะ นั่งแท่นผู้แทนจำหน่าย 1 เดียวในประเทศไทย ส่งนวัตกรรมล้ำสมัย State of The Art Technology ตอบสนองความต้องการใช้งานยุค New Normal กับ แบรนด์ ‘ ICE-u (ไอซ์-มิว) ’ ฟิล์มกรองแสงอันดับ 1 ในญี่ปุ่น และ ‘ ไอซ์-มิว ไรค์ การ์ด’ ( RIKEGUARD ICE SERIES ) ฟิล์มเพื่อสุขภาพ ด้วยเทคโนโลยี Anti Virus และแบคทีเรีย ยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และฆ่าแบคทีเรีย ลดโอกาสการติดเชื้อจากการสัมผัส 99.99% รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์และอาคาร นายวีรวงศ์ ตั้งกิจเวทย์ ตำแหน่งกรรมการบริหาร บริษัท แวนด้าแพค จำกัด เปิดเผยว่า “Vandapac เติบโตอย่างมั่นคงและเริ่มต้นจากการเป็นผู้ผลิตพื้นปูกระบะรายแรกนอกทวีปอเมริกาเหนือด้วยแบรนด์ “MAXLINER” เราได้กลายเป็นผู้นำในการผลิตอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ชั้นนำของโลกอย่างรวดเร็วพร้อมการจัดจำหน่ายไปทั่วโลก เราจึงมองเห็นถึงความสำคัญของอุปกรณ์ที่เป็นส่วนหนึ่งกับรถยนต์คือฟิล์มกรองแสง และด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid-19 ในปัจจุบัน ที่สร้างความกังวลต่อการดำเนินชีวิตในยุค New Normal แม้ว่าเราจะพยายามลดการสัมผัสตามพื้นผิวต่างๆ แต่ก็อาจไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งจากงานวิจัยทางการแพทย์ที่พบว่า โคโรน่าไวรัส จะมีอายุเฉลี่ยเมื่อติดบนเสื้อผ้าที่ 8-12 ชั่วโมง แต่เมื่ออยู่บนพื้นผิวที่แข็งและมันวาว อาทิ แสตนเลส เหล็ก กระจก ฯลฯ จะมีชีวิตอยู่ได้นานถึง 72 ชั่วโมง ดังนั้น หากเชื้อไวรัสติดอยู่บนสิ่งของเครื่องใช้ประจำวัน อาทิ คอมพิวเตอร์ มือถือ มือจับประตู โดยที่เราไม่รู้ตัว ก็อาจเป็นเหตุให้เกิดความเสี่ยงได้ บริษัท แวนด้าแพค จำกัด จึงได้เปิดตัวฟิล์มไอซ์-มิว ‘ไรค์ การ์ด’ (Rike+Guard) ฟิล์มอัจฉริยะ AntiVirus/AntiBacteria เพื่อสุขภาพ ตอบโจทย์ความต้องการการใช้งาน สร้างความมั่นใจให้ทุกการสัมผัส” ไอซ์-มิว (ICE-u) ฟิล์มกรองแสงอัจฉริยะเทคโนโลยีล้ำสมัยอันดับ 1 ในญี่ปุ่น ฟิล์มไอซ์-มิว (ICE-u) เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น เมื่อปี 2554 จากการพัฒนาของ Konica minolta ผู้เชี่ยวชาญด้านภาพยนตร์ การถ่ายภาพเลนส์ และเป็นผู้นำในการปฏิวัติทางนวัตกรรมวงการฟิล์มกรองแสงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบัน Riken Technos Corporation ผู้ชำนาญเฉพาะเรื่อง ฟิล์มอาคารชั้นนำ จากประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าซื้อกิจการ ( Acquire ) และเทคโนโลยีการผลิตฟิล์มกรองแสงไอซ์-มิว ( ICE-u ) จาก Konica minolta ด้วยเทคโนโลยี Heat Rejection และ Ultra Nano IR Technology ที่ป้องกันและสะท้อนรังสีความร้อน แสง และรังสี UV ในทุกช่วงคลื่นความร้อน One of the World Highest Reflection Ratio ที่สามารถสะท้อนแสงจากภายนอกได้มากกว่า เพิ่มความคมชัด และมิติการมอง ที่เคลียร์ชัดยิ่งขึ้น โดยไม่สกัดกั้นทุกคลื่นสัญญาณการเชื่อมต่อ แบบไร้ขีดจำกัด พร้อมการรับรองมาตรฐาน และผ่านการทดสอบขั้นสูง จากสถาบัน JIS (Japan Industrial Standard) และ SJS เทคโนโลยีหลัก ที่ Konica Minolta นำมาใช้ กับฟิล์มกรองแสงไอซ์มิว (ICE-u ) ได้แก่ 1. เทคโนโลยีออปติคอล โดยนำหลักการทำงานแบบออปติคอลของเครื่องถ่ายเอกสารเข้ากับฟิล์มกรองแสง ICE-µ เพื่อการป้องกันของรังสีอินฟราเรดได้ดีที่สุด (Infra Red Rejection ) 2. เทคโนโลยีการควบคุมความยาวคลื่นของฟิล์มกรองแสง ฟิล์มกรองแสงที่มีค่าดัชนีหักเหสูงและดัชนีการหักเหของแสงต่ำที่ทำจากวัสดุที่พัฒนาขึ้นใหม่จะถูกวางสลับกันเพื่อความหนาที่เหมาะสม สิ่งนี้ช่วยให้สามารถคัดแยกหรือดูดซับเฉพาะความยาวคลื่น UV และ IR ของสเปกตรัมแสงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. Coating Technology เทคโนโลยีล่าสุดจากวิธีการเคลือบแบบนาโนที่มีความแม่นยำสูง และความสามารถในการควบคุมการหักเหของฟิล์มกรองแสง ICE-u ช่วยให้แสงสว่างส่องผ่านได้สุงสุด ในขณะที่สามารถลดความร้อนรวมภายในได้มากที่สุด 4. เทคโนโลยีการประยุกต์ใช้วัสดุ โดยการนำเทคโนโลยีหลายอย่างในการใช้วัสดุอินทรียสารไวแสงที่สามารถปรับปรุงคุณภาพความทนทานของการผลิต สำหรับฟิล์มกรองแสง ไอซ์-มิว สามารถตอบโจทย์ได้ตรงจุด ด้วยคุณสมบัติเด่นเฉพาะ พร้อมการรับประกันคุณภาพของฟิล์มถึง 6 ปีเต็ม ซึ่งมีให้เลือก 3 ซีรีย์ ตามไลฟ์สไตล์ BLACK ICE SERIES ฟิล์มเซรามิค เนื้อฟิล์ม สี CHARCOAL BLACK โดดเด่นในเรื่อง ให้ความเป็นส่วนตัว ดำเงางาม มืดนอก สว่างใน AMBER ICE SERIES ฟิล์มเซรามิค เนื้อฟิล์ม โทนสีชา CLASSIC LOOK โดดเด่นในเรื่องของการลดแสงสะท้อน ทั้งภายในและภายนอก ได้เป็นอย่างดี ช่วยให้ความรู้สึกสบายตา ในทุกมิติการมอง CRYSTAL ICE SERIES ฟิล์ม MULTI NANOLAYER REFLECTIVE เนื้อฟิล์ม โทนสีฟ้า โดดเด่นในเรื่องของการลดค่าความร้อนรวมได้ดีที่สุด พร้อมความใสสว่างที่ดีเยี่ยม จึงช่วยให้ทุกการขับขี่ สัมผัสได้ถึงความเย็นสบาย และง่ายต่อการมองเห็น ทั้งกลางวันและกลางคืน ฟิล์ม ‘ไรค์ การ์ด’ จากไอซ์-มิว ( RIKEGUARD ICE SERIES ) เพิ่มเติมเทคโนโลยีเหนือชั้น Antivirus 99.99% ให้ทุกการสัมผัสพื้นผิวปลอดภัย ทั้งอาคารสำนักงาน บ้านเรือน รถยนต์ และรวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆในชีวิตของคุณ ตอบโจทย์ความต้องการการใช้งาน สร้างความมั่นใจให้ทุกการสัมผัส ด้วย 7 คุณสมบัติพิเศษ ได้แก่ 1. ลดโอกาสการติดเชื้อ ช่วยยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัส และฆ่าแบคทีเรีย ได้ถึง 99.99% รับรองโดย SIAA (Society of Industrial Technology for Antimicrobial Articles) จากประเทศญี่ปุ่น หลักการทำงานของ ฟิล์มไอซ์-มิว ไรค์+การ์ด ด้วยการเคลือบผิวฟิล์มด้วยสารพิเศษ ทำหน้าที่เป็นเสมือนประจุบวก ในขณะเดียวกัน โคโรน่าไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นประจุลบ จึงทำให้เกิดปฏิกิริยาบนผิวของฟิล์ม และสามารถทำลายไวรัสและฆ่าแบคทีเรียได้ในที่สุด จึงช่วยป้องกันการเกิดโรค จากการสัมผัสได้ 2. ความโปร่งใสสูง เหมาะสำหรับหน้าต่าง กระจก และจอแสดงผล อาทิ โทรทัศน์ คอมพิวเตอร์ มือถือ หน้าจอแสดงผลอัจฉริยะ เช่น ตู้จำหน่ายตั๋วบนรถไฟฟ้า MRT รวมไปถึง มือจับประตู ราวบันได เป็นต้น 3. ป้องกันคราบรอยนิ้วมือจากการสัมผัสหน้าจอ 4. ความทนทานสูง แม้มีการถู 10,000 ครั้งก็ไร้รอยขีดข่วน 5. สามารถลดความร้อนได้สูง พร้อมป้องกันรังสี UV ได้ 99.99% และ IR ได้สูงสุดถึง 96% 6. ฟิล์ม ไรค์การ์ด มีกาวที่รองรับการนำไปใช้ตามความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า 7. รับประกันคุณภาพสูงสุดถึง 7 ปีเต็ม ผู้ใช้งานจึงสัมผัสได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุดของฟิล์มกรองแสงไอซ์-มิว ที่เพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจในทัศนวิสัยทั้งกลางวันและกลางคืน ด้วยแสงสะท้อนทั้งภายในและภายนอกต่ำ ชัดเจนทุกมิติทุกมุมมอง สามารถเชื่อมต่อสัญญาณดิจิตัลได้อย่างไร้ขีดจำกัด ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ด้วยเป้าหมายและความมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่การเป็นบริษัทผู้นำในยุคดิจิทัล บริษัท แวนด้าแพค จำกัด ก่อกำเนิดขึ้นในปี พ.ศ. 2531 ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย 3 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติก ภายใต้แบรนด์ ” แวนด้าแพค “ กลุ่มธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “ MAXLINER “ ผู้ผลิตพื้นปูกระบะอันดับ 1 ของประเทศ และกลุ่มธุรกิจยางฉนวน ภายใต้แบรนด์ “ MAXFLEX ” จากการได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค รวมถึงบริษัทชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศกว่า 150 ประเทศทั่วโลก เราจะมุ่งมั่นต่อการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ภายใต้มาตรฐานสากล ISO 9002, ISO 9001, ISO/TS16949 , ISO/14001 , FSSC22000 , HACCP และ GMP รองรับทุกแพลดฟอร์ม ทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ ครอบคลุมทุกด้านในชีวิตประจำวันของลูกค้า เพื่อครองความเป็นที่หนึ่งในใจลูกค้าต่อไป บนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุกผลิตภัณฑ์ของแวนด้าแพค เป็นมิตรกับคุณและสิ่งแวดล้อม ค้นหาและสัมผัสความอัจฉริยะของฟิล์มกรองแสง ICE-u เพิ่มเติมได้ที่ www.ice-u.co.th หรือ Facebook.com/ice-u thailnad.

  • Trust Golf Women's Scottish Open 2021

    นักกอล์ฟสาวไทยพร้อมโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงที่สนามกอล์ฟดัมบาร์นีลิงก์ ในรายการทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น 2021 9 สิงหาคม 2564 - 11 นักกอล์ฟสาวไทยพร้อมลงแข่งขันในรายการทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น 2021 ทัวร์นาเมนต์กอล์ฟระดับโลก ณ สนามกอล์ฟดัมบาร์นีลิงก์ สก็อตแลนด์ ซึ่งปีนี้มี ทรัสต์กอล์ฟ บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีจากประเทศไทยลงนามให้การสนับสนุนหลักเป็นปีแรก ทัวร์นาเมนต์นี้เดิมใช้ชื่อว่าเลดี้ส์ สก็อตติช โอเพ่น โดยทรัสต์กอล์ฟ ซึ่งก่อตั้งโดย ดร.ปริญ สิงหนาท มีความมุ่งมั่นทำงานร่วมกับนักกอล์ฟอาชีพรุ่นใหม่เพื่อพัฒนาโปรแกรมการฝึกสอนกอล์ฟที่มีประสิทธิภาพผ่านการใช้เทคโนโลยี การศึกษาและนวัตกรรมระดับสูง สองนักกอล์ฟแชมป์รายการเมเจอร์ “โปรแพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ และ “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล นับเป็นดาวเด่นที่น่าจับตามองในการแข่งขันที่กำลังจะจัดขึ้นที่สนามกอล์ฟใหม่ล่าสุดของสกอตแลนด์ ซึ่งเป็นผลงานของนักออกแบบสนามกอล์ฟชื่อดัง คลีฟ คลาร์ก ที่ได้รับเสียงชื่นชมจากวงการกอล์ฟทั่วโลก โดยสองนักกอล์ฟสาวดาวรุ่งของไทยเดินทางไปยังสกอตแลนด์ทันที หลังเสร็จสิ้นภารกิจนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ปัจจุบัน “โปรแพตตี้” ปภังกร ธวัชธนกิจ วัย 21 ปี รั้งอันดับ 12 ในการจัดอันดับโลกโดย Rolex Rankings และอันดับ 2 ในรายการ Race to CME Globe ของแอลพีจีเอ ก่อนหน้านี้โปรแพตตี้เพิ่งสร้างผลงานดีที่สุดจากการคว้าแชมป์รายการเมเจอร์ ANA Inspiration พร้อมผลงานติดอันดับท็อป 10 ในรายการใหญ่ถึง 6 ครั้ง ส่วน “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือหนึ่งของโลกคว้าแชมป์แอลพีจีเอทัวร์ถึง 12 ครั้ง รวมถึง 2 ครั้งในรายการเมเจอร์ โดยตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา โปรเมสามารถทำผลงานติดอันดับท็อป 10 ในรายการใหญ่ ๆ ได้อย่างต่ำปีละหนึ่งครั้ง “โปรเม” เอรียา จุฑานุกาล แชมป์แอลพีจีเอ 12 สมัย กล่าวว่า “เมชอบสกอตแลนด์มาก เพราะมีความทรงจำที่ประทับใจตอนที่ชนะการแข่งขันเมื่อปี 2018 ดังนั้นการได้มาที่นี่อีกจึงถือเป็นเรื่องที่พิเศษมาก แต่ก็เป็นการแข่งขันในสนามใหม่ที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง และเมรู้ว่าคงไม่ใช่ทัวร์นาเมนต์ที่ง่ายแน่นอน ถึงอย่างนั้นสนามแข่งขันปีนี้ก็สวยงามมาก และเมภูมิใจที่ทางทรัสต์กอล์ฟ พยายามสร้างโอกาสให้กับนักกอล์ฟไทยมากขึ้น เพราะยังมีนักกอล์ฟรุ่นใหม่อีกมากในเมืองไทย ซึ่งความมุ่งมั่นและความตั้งใจของพวกเขาก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับเมด้วยเช่นกันค่ะ” รายการนี้ “โปรโม” โมรียา จุฑานุกาล จะมาร่วมแข่งขันกับน้องสาวอย่างโปรเมที่สนามกอล์ฟดัมบาร์นีลิงก์เช่นกัน ซึ่งทั้งสองสาวถือเป็นนักกอล์ฟมากประสบการณ์ที่เคยติดอันดับผู้นำในรายการวีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น โดย “โปรเม” เอรียา ครองแชมป์ในการแข่งขันปี 2018 และติดอันดับ 5 ในปี 2019 โดยที่ “โปรโม” โมรียา ได้อันดับ 2 ในปีเดียวกัน นักกอล์ฟสองพี่น้องยังเพิ่งชนะรายการ Dow Great Lakes Bay Invitational แบบทีมที่จัดขึ้นในรัฐมิชิแกนอีกด้วย อีกหนึ่งนักกอล์ฟสาวไทยที่ต้องจับตาคือ “โปรจูเนียร์” จัสมิน สุวัณณะปุระ ซึ่งจะหวนคืนสู่สกอตแลนด์เช่นกัน หลังคว้าตำแหน่งรองแชมป์จากรายการ AIG Women’s Open เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นผลงานรายการเมเจอร์ที่ดีที่สุดของเธอ “โปรจีน” อาฒยา ฐิติกุล อดีตนักกอล์ฟสมัครเล่นมือหนึ่งของโลก เข้าร่วมแข่งขันในทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น ในปีนี้ด้วยเช่นกัน โดยโปรจีนได้ทำผลงานโดดเด่นมากมายบนสนามแข่งขันในสหราชอาณาจักรและยังคว้ารางวัล Smyth Salver 2 ปีติดต่อกัน ในฐานะนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำผลงานดีเด่น จากรายการ AIG Women’s Open ปี 2018 และ 2019 นอกจากนี้ ชื่อของเธอยังถูกบรรจุลงในหนังสือเกียรติประวัติ Ladies European Tour ในฐานะนักกอล์ฟที่มีอายุน้อยที่สุดจากการครองแชมป์รายการ Ladies European Thailand Championship 2017 เมื่ออายุเพียง 14 ปี ปัจจุบัน โปรจีนอยู่ลำดับที่ 86 จากการจัดอันดับโลกโดย Rolex Rankings เมื่อเร็ว ๆ นี้ โปรจีนเพิ่งคว้าอันดับ 2 ในการแข่งขันรายการ Honda LPGA Thailand 2021 โดยพ่ายให้แก่ “โปรเม” เอรียา เพียงหนึ่งสโตรคเท่านั้น ในกลุ่มนักกอล์ฟที่ผ่านการคัดเลือกยังมี “โปรแจน” วิชาณี มีชัย ซึ่งทำผลงานติดท็อป 15 มาแล้ว 3 ครั้งในซีซั่นนี้และรั้งอันดับ 12 ในรายการ KPMG Women’s PGA Championship รวมถึง “โปรแหวน” พรอนงค์ เพชรล้ำ เจ้าของแชมป์ Ladies European Tour 2 สมัย และ “โปรเมียว” ปาจรีย์ อนันต์นฤการ ที่เพิ่งเฉือนชนะเอ็มม่า ทัลลีย์ ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ในรอบเพลย์ออฟรายการ ISPS Handa World Invitational และคว้าแชมป์ LPGA Tour รายการแรกในชีวิตได้สำเร็จ ในฐานะสปอนเซอร์หลักรายใหม่ ทรัสต์ กอล์ฟ มุ่งสร้างโอกาสการแข่งขันให้กับนักกอล์ฟไทยดาวรุ่งมากยิ่งขึ้น และได้เชิญผู้เล่นรับเชิญ มาเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้ อย่าง “โปรพริม” พริมา ธรรมมารักษ์ ผู้ถือทัวร์การ์ด Symetra Tour เจ้าของผลงานท็อป 15 ถึง 3 ครั้งในซีซั่นนี้จากการแข่งขันรักษาตำแหน่งในรายการ LPGA Tour “โปรพราว” ชเนตตี วรรณแสน อีกหนึ่งโปรกอล์ฟดาวรุ่งที่กำลังมาแรงที่ชนะรอบคัดเลือกรายการ Honda LPGA Thailand 2021 ด้วยอายุเพียง 16 ปี รวมถึง “โปรมายด์” ตรีฉัฐ จีนกลับ ที่จะเดินทางร่วมแข่งขันเช่นเดียวกับโปรพริมและโปรพราว โดยโปรมายด์ทำผลงานดีที่สุดในปี 2019 จากรายการ PTT Thailand LPGA Masters โดยรั้งที่ 6 ของรายการ ส่วนนักกอล์ฟที่จะได้รับเชิญเป็นคนที่ 4 คือผู้ที่ผ่านการแข่งขันคัดเลือก Rose Ladies Series Qualifier ที่สนาม Scotscraig Golf Club ในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ ทรัสต์ กอล์ฟ ผู้สนับสนุนหลักรายใหม่ของทัวร์นาเมนต์นี้ เป็นบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศไทย ก่อตั้งโดย ดร.ปริญ สิงหนาท ซึ่งมุ่งมั่นทำงานร่วมกับนักกอล์ฟอาชีพรุ่นใหม่โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มโอกาสของกีฬากอล์ฟไทยสู่ระดับสากล โดยทำสัญญาสนับสนุนรายการทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น ซึ่งเป็นสนามแข่งขันระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ร่วมมือกับรัฐบาลสกอตแลนด์และองค์การ VisitScotland ซึ่งมีข้อตกลงด้านกีฬากอล์ฟสตรีมาอย่างยาวนาน โดยได้ให้การสนับสนุนรายการวีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น มาตั้งแต่ปี 2007 และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ยังได้ประกาศทำข้อตกลงมอบเงินทุนสนับสนุนระยะยาว 5 ปี เพื่อสนับสนุนรายการนี้อย่างต่อเนื่องด้วยงบประมาณสูงถึง 6 ล้านปอนด์ไปจนถึงปี 2025 โดยรัฐบาลสกอตแลนด์และองค์การ VisitScotland ถือเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนรายการกอล์ฟสตรีรายใหญ่ของโลกมากมาย โดยเฉพาะรายการ Solheim Cup 2019 ที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง สนามกอล์ฟดัมบาร์นีลิงก์ เป็นสถานที่จัดงานแห่งใหม่ ถือเป็นหนึ่งในสนามกอล์ฟที่ใหม่ที่สุดของสกอตแลนด์และยังได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุด เพราะสร้างความประทับใจแรกเห็นแก่แฟนกอล์ฟทั่วโลกเมื่อครั้งเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปี 2020 ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ห้ามพลาดของผู้ที่ต้องการสัมผัสสุดยอดประสบการณ์กอล์ฟในแถบชายฝั่งตะวันออก สนามกอล์ฟแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ติดชายหาดยาวกว่าหนึ่งไมล์ครึ่ง งดงามด้วยทิวทัศน์ริมทะเลแบบพานอรามาของพื้นที่ชายฝั่งทะเลของแม่น้ำฟอร์ธที่ไหลออกไปยังทะเลเหนือ (Firth of Forth) รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญอย่างเมืองเซนต์แอนดรูวส์ หมู่บ้านคิงส์บาร์นส์ และชุมชนเครล ซึ่งอยู่ตามชายฝั่ง

  • "Benz Primus" goes through the crisis in the first half of the yearadjust the online offensive plan

    “เบนซ์ไพรม์มัส” เดินหน้าฝ่าวิกฤต ปรับแผนรุกตลาดออนไลน์ ดันยอดขาย ครึ่งปีแรกทะลุเป้ากว่า 28.5% พร้อมเปิดเกมเร่งสร้างยอดครึ่งปีหลัง จัดแคมเปญ StarFest 2021 ฟรี! MBSP 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง หรือผ่อน 0% นาน 48 ด. ประกันชั้น 1 นาน 2 ปี ฟรี! พร้อมขยายแคมเปญรับหน้าฝน ตรวจเช็คฟรี 72 รายการ เริ่ม 1 ส.ค. – 30 ก.ย.64 เฉพาะที่เบนซ์ไพรม์มัส นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างรุนแรง รวมถึงเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ด้วยนโยบายของภาครัฐที่มีการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 และการกระจายการฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนในวงกว้าง ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลทำให้ยอดขายรถโดยรวมเติบโตเพิ่มขึ้น 13.6% หรือตัวเลขอยู่ที่ประมาณ 3.73 แสนคัน เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ด้านผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก ของ “เบนซ์ไพรม์มัส” มียอดขายเพิ่มขึ้น 26.2 % เมื่อเทียบกับยอดขายในช่วงเดียวกันของปี 2563 และเติบโตกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 28.5% แบ่งเป็นกลุ่มรถ Passenger Car เติบโต 31.5 และกลุ่มรถ AMG เติบโต 9.6% โดยรุ่นหลักที่ได้รับความนิยมสูงสุด ได้แก่ รถในกลุ่ม E-Class, Compact Car และ SUV ตามลำดับ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่งสำหรับสถานการณ์เช่นนี้ ทั้งนี้ เป็นผลจากแนวนโยบายที่เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric) และการปรับแผนธุรกิจที่สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของลูกค้าในปัจจุบัน โดยมุ่งสร้างประสบการณ์และความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าที่เข้ารับบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ผนวกกับบริษัทแม่มีการนำเสนอรถรุ่นใหม่ที่ตรงต่อความต้องการของผู้บริโภค และการสนับสนุนกลยุทธ์การจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นรากฐานสำคัญในการผลักดันยอดขายของ “เบนซ์ไพรม์มัส” สำหรับในช่วงครึ่งปีหลัง “เบนซ์ไพรม์มัส” ยังคงเดินหน้าดำเนินงานตามแผนธุรกิจที่กำหนดไว้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย และการปรับปรุงรูปแบบการบริการใหม่ๆ ให้มีประสิทธิภาพและครบวงจรมากขึ้น เพื่อเป้าหมายของการเป็น Top of Mind ของลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ในประเทศไทย นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโชว์รูมและศูนย์บริการ ลดลงกว่า 20% แต่ลูกค้าที่เข้ารับบริการส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มที่ศักยภาพและกำลังการซื้อสูง ทำให้ยอดขายของ “เบนซ์ไพรม์มัส” เติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ทั้งให้ความสำคัญกับช่องทางการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์มากขึ้น ทำให้รองรับความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สะดวกรวดเร็ว และครอบคลุมทุกการบริการ ทั้งมีกำหนดแผนการดำเนินงานที่สอดรับกับมาตรการด้านสุขอนามัยควบคู่กับการบริการหลังการขายที่ครบวงจร ทำให้ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ส่วนในช่วงครึ่งปีหลัง “เบนซ์ไพรม์มัส” ยังคงเดินหน้ากระตุ้นตลาดรถหรู และเร่งสร้างตัวเลขยอดขาย ด้วยการจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย “StarFest 2021” กับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2564 เฉพาะที่โชว์รูมและศูนย์บริการ “เบนซ์ไพรม์มัส” โดยมีรายละเอียดดังนี้ 1.ฟรี! โปรแกรมบำรุงรักษา MBSP แพ็คเกจ Compact 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมรับบัตรกำนัลส่วนลดผลิตภัณฑ์ MB Accessories มูลค่า 10,000 บาท เมื่อเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz C-Class, Mercedes-Benz GLC และ Mercedes-Benz E-Class 2.ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี เมื่อเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz A200 Progressive และ A200 AMG Dynamic 3.ผ่อน 0% นาน 48 เดือน พร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี ฟรี! หรือเลือก รับประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพ Warranty นาน 5 ปี ฟรี! เมื่อเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-AMG C43 Coupe 4.ผ่อนฟรี! ดอกเบี้ย นาน 48 เดือน พร้อม ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี หรือเลือก รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพ Warranty นาน 5 ปี เมื่อเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-AMG CLS53 นอกจากนี้ ได้ขยายแคมเปญด้านบริการหลังการขาย โดยมอบความห่วงใยและความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขับขี่และผู้ใช้รถใช้ถนนในช่วงฤดูฝน ด้วยข้อเสนอพิเศษดังนี้ -ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถยนต์ 72 รายการ พร้อมบริการฉีดพ่นฆ่าเชื้อไวรัส -รับส่วนลดอะไหล่แท้สูงสุด 20% (เฉพาะอะไหล่แท้ที่ร่วมรายการ) -ฟรี! ติดตั้ง MmA พร้อม activate (เฉพาะรถยนต์ที่ติดตั้งได้ และไม่เคยติดตั้ง MmA) เมื่อมียอดค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า หรือเข้ารับบริการหลังการขาย -รับส่วนลด Excess สูงสุด 100% พร้อม Service Voucher มูลค่า 1,000 บ. เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการซ่อมสีและตัวถัง (ตามเงื่อนไขที่กำหนด) -รับ Premium Gift ฟรี! ทันที เมื่อนำรถยนต์เข้ารับบริการ และมียอดค่าใช้จ่ายต่อใบเสร็จ ตั้งแต่ 5,000 บ. ขึ้นไป พิเศษ! บริการรับ-ส่งรถยนต์เข้าศูนย์บริการ (Pick up & Delivery Service) ฟรี! เมื่อนำรถเข้ารับบริการซ่อมบำรุง หรือติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่ง ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน นี้ เฉพาะที่ “เบนซ์ไพรม์มัส” เท่านั้น ผู้สนใจติดต่อนัดหมายบริการได้ที่ bit.ly/primussvc หรือสอบถามเพิ่มเติม โทร.02 095 5555 หรือ LINE: https://bit.ly/primusla (@benzprimus) หรือ Facebook : https://www.facebook.com/benzprimusautohaus (@benzpaimusautohaus)

  • Saint-Gobain We Care unites to fight COVID-19

    "เวเบอร์ ตราตุ๊กแก และ ยิปรอค ร่วมใจสู้โควิด-19 เวเบอร์ ตราตุ๊กแก ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์ กาวยาแนวและเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง และ ยิปรอค ผู้ผลิตและจำหน่ายแผ่นยิปซัม ปูนยิปซัมและวัสดุโครงคร่าว สองบริษัทภายใต้กลุ่มบริษัทแซง-โกแบ็ง ประเทศไทย จัดกิจกรรมเพื่อสังคม “Saint-Gobain We Care ร่วมใจสู้โควิด-19” ระดมมอบถุงยังชีพและข้าวกล่องกว่า 4,000 ชุดให้แก่แคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่งทั่วกรุงเทพฯ หลังจากมีคำสั่งปิดแคมป์คนงานก่อสร้างเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อช่วยเยียวยาความเดือดร้อนและส่งมอบกำลังใจให้แก่บรรดาผู้ประกอบอาชีพรับเหมาก่อสร้าง พร้อมกันนี้ กลุ่มบริษัทแซง-โกแบ็ง ในประเทศไทย ยังมอบกระจกเอส ชีลด์ (S-shield) ให้กับโรงพยาบาลศิริราช จำนวน 100 ชุด เพื่อใช้ติดตั้งปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ในบริเวณสถานที่ปฏิบัติงานให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมสามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่หลวงนี้ไปพร้อมกัน คุณศิวารยา ศรีติรัตน์ กรรมการผู้อํานวยการฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท แซง-โกแบ็ง ประเทศไทย กล่าวว่า “หลังจากโควิดกลับมาแพร่ระบาดอย่างหนักและมียอดผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้รัฐบาลออกมาตรการปิดแคมป์คนงานเป็นระยะเวลา 1 เดือนเพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรค ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อชีวิตความเป็นอยู่ของกลุ่มผู้ปฏิบัติงาน เวเบอร์ ตราตุ๊กแก และ ยิปรอค ภายใต้กลุ่มบริษัท แซง-โกแบ็ง ผู้นำนวัตกรรมวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างตระหนักถึงความเดือดร้อนของเพื่อนร่วมอุตสาหกรรม จึงจัดทีมออกสำรวจแคมป์คนงานในเขตกรุงเทพฯ เพื่อจัดหาอาหารและถุงยังชีพให้กับกลุ่มคนงาน รวมถึงการเลือกซื้อข้าวกล่องจากร้านค้ารายย่อยที่ประสบปัญหาจากวิกฤติโควิด-19 เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับผู้ที่เดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลืออีกทางหนึ่ง” คุณศิวารยา กล่าวต่อว่า “นอกจากความเดือดร้อนที่แคมป์คนงานได้รับจากสถานการณ์โควิดนี้แล้ว บริษัทยังตระหนักถึงความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ กลุ่มบริษัทแซง-โกแบ็ง ในประเทศไทย จึงได้ร่วมมอบฉากกั้นกระจกนิรภัยเอสชีลด์ (S-shield) ที่ทำมาจากกระจก เทมเปอร์มาตรฐานความปลอดภัยสูง ซึ่งเป็นสินค้าจากแซง-โกแบ็ง กลาส ให้แก่โรงพยาบาลศิริราชจำนวน 100 ชุด สำหรับนำไปติดตั้งบริเวณหน้างานเพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้าของเราให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 ตามวัตถุประสงค์ในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท แซง-โกแบ็ง ที่ว่า “MAKING THE WORLD A BETTER HOME” คือการทำให้โลกของเราเป็นบ้านที่น่าอยู่ยิ่งขึ้น ซึ่งบริษัทถือว่าทุก ๆ คนในสังคมล้วนอาศัยอยู่ในบ้านหลังใหญ่หลังเดียวกัน โดยเราไม่ได้ดูแลเฉพาะคนที่อยู่ในบ้านของเรา แต่ยังดูแลทุกๆคนที่อยู่รอบๆเราด้วย ด้วยเหตุนี้ บริษัทจะยังคงยืนหยัดส่งต่อความช่วยเหลือต่อไป เพื่อสร้างรอยยิ้มแก่พี่น้องชาวไทยให้สามารถร่วมฝ่าวิกฤติโควิด-19 ไปด้วยกัน” นางสุภา โรจนสังวร เจ้าของร้านขายข้าวแกงย่านวิภาวดี กล่าวว่า “สถานการณ์โควิด-19 ทำให้ยอดขายลดลงมาก ยิ่งในช่วงนี้ที่รัฐบาลสั่งล็อกดาวน์กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ทำให้ร้านค้าเงียบเหงากว่าปกติ ในฐานะแม่ค้าก็ได้แค่หวังว่ามาตรการครั้งนี้จะช่วยลดจำนวนผู้ติดเชื้อได้อย่างโดยไวและให้สถานการณ์กลับเป็นปกติเร็วที่สุด ต้องขอขอบคุณกลุ่มบริษัท แซง-โกแบ็ง ประเทศไทย ที่จัดทำกิจกรรมดี ๆ แบบขึ้นมา เพื่อช่วยกระจายรายได้มาสู่ร้านค้ารายย่อยอย่างพวกเราค่ะ” กิจกรรม “Saint-Gobain We Care ร่วมใจสู้โควิด-19” จัดขึ้นโดยความร่วมมือของเวเบอร์ ตราตุ๊กแก และ ยิปรอค ได้ทำการเลือกซื้อข้าวกล่องจากร้านค้ารายย่อยที่ประสบปัญหาจากวิกฤติโควิด-19 เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับชาวบ้านที่เดือดร้อนอีกทางหนึ่ง พร้อมทั้งแจกถุงยังชีพที่ประกอบไปด้วยข้าวสาร ปลากระป๋อง หน้ากากอนามัย และเสื้อช่าง ให้กับแคมป์คนงานก่อสร้าง 10 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ได้แก่ แคมป์คนงานอ่อนนุช 17, แคมป์คนงานพระราม 3, แคมป์คนงานสุขุมวิท 36, แคมป์คนงานลาซาล, แคมป์คนงานสุขุมวิท 50, แคมป์คนงานบางซื่อ, แคมป์คนงานแจ้งวัฒนะ, แคมป์คนงานเจริญนคร, แคมป์คนงานพระราม 9 และแคมป์คนงานพระโขนง

  • Honda CBR1000RR-R wins the world's toughest Endurance Championship in Portugal

    Honda CBR1000RR-R ผงาดแชมป์เวิลด์เอ็นดูรานซ์สุดโหดที่โปรตุเกส ทีมแข่ง F.C.C. TSR Honda France สร้างผลงานมาสเตอร์พีซกระหึ่มวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก หลังนำสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตไบค์รุ่นใหม่ล่าสุด Honda CBR1000RR-R ผงาดคว้าแชมป์ศึกดวลความอึด 12 ชั่วโมง รายการใหญ่อย่าง FIM Endurance World Championship 12 Hours of Estoril 2021 ที่สนามเอสโตริล ประเทศโปรตุเกศ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับทีม F.C.C. TSR Honda France ถือเป็นทีมแข่งอิสระระดับชั้นนำของโลกที่มีชื่อเสียงในวงการเวิลด์เอ็นดูรานซ์มาอย่างยาวนาน โดยได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากแบรนด์ Honda ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีของรถแข่ง โดยเฉพาะซูเปอร์ไบค์รุ่นล่าสุดอย่าง Honda CBR1000RR-R ที่กำลังเริ่มสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นในการแข่งขันระดับโลกหลายรายการ #Honda #HondaCBR1000RRR #Fireblade #PoweredByHonda #FCCTSRHondaFrance #FIMEWC #12HoursOfEstoril

  • “The Marché by STYLE Bangkok”

    DITP เปิดรับสมัครผู้ประกอบการไลฟ์สไตล์และแฟชั่น ร่วมงาน “The Marché by STYLE Bangkok” เพิ่มช่องทางเจรจาซื้อขายออนไลน์กับบายเออร์ทั่วโลกในช่วงโควิด กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โดยสำนักส่งเสริมการค้าสินค้าไลฟ์สไตล์ เตรียมจัดงานแสดงสินค้า The Marché by STYLE Bangkok (เดอะ มาเช่ บาย สไตล์ แบงค็อก) ในรูปแบบ Virtual Trade Fair และกิจกรรมเจรจาการค้าออนไลน์ (Online Business Matching) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นไทย ได้มีเวทีเจรจาการค้า และซื้อขายกับผู้ซื้อ-ผู้นำเข้าจากทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยผู้ประกอบการสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น สามารถสมัครเข้าร่วมงานได้ฟรี และจะได้เข้าร่วมงานถึง 3 กิจกรรมด้วยกัน ได้แก่ งานแสดงสินค้าออนไลน์ หรือ Virtual Trade Fair ซึ่งจะเปิดให้ผู้ซื้อ ผู้นำเข้าจากทั่วโลกเข้าชมระหว่างวันที่ 19-23 สิงหาคม 2564 ตามติดด้วยกิจกรรม Online Business Matching ระหว่างวันที่ 24-27 สิงหาคม 2564 และได้สิทธิ์เข้าร่วมจัดแสดงสินค้าในงานซึ่งมีกำหนดจัดในช่วงปลายปี 2564 ผู้ประกอบการและผู้ส่งออกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่พร้อมคว้าโอกาสทางธุรกิจ สามารถสมัครได้ผ่านระบบฟอร์มออนไลน์ ทาง https://bit.ly/3wDWFtX สมัครฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ปิดรับสมัคร 20 กรกฎาคม 2564 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 081-446-2655 หรืออีเมล marchebystylebkk@gmail.com * * * * * * * * * *

  • Cross Border Logistics Solution Center

    DITP ปลื้มกระแสตอบรับดีเยี่ยม Cross Border Logistics Solution Center สร้างมูลค่ากว่า 88 ล้านบาท กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินโครงการ Cross Border Logistics Solution Center ศูนย์ให้บริการโลจิสติกส์เพื่อการค้าระหว่างประเทศในส่วนภูมิภาค 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดจันทบุรี (วันที่ 4 มิถุนายน 2564) จังหวัดเชียงใหม่ (วันที่ 18 มิถุนายน 2564) และ จังหวัดอุดรธานี (วันที่ 25 มิถุนายน 2564) เพื่อสนับสนุนและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย รวมถึงสร้างเครือข่ายและขยายพันธมิตรระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย/ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ กับผู้ประกอบการการค้าระหว่างประเทศ ตรงตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) นอกจากนี้ ภายในศูนย์ให้บริการฯ ยังได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านโลจิสติกส์ด้านต่างๆ มาให้คำปรึกษาแก่ผู้ส่งออก/ผู้ที่สนใจ ในรูปแบบของศูนย์ให้บริการเคลื่อนที่ ภายใต้มาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด เพื่อให้บริการผู้เข้าร่วมงานโดยคำนึงถึงความปลอดภัยขั้นสูงสุด ทั้งนี้ ผลการดำเนินโครงการฯ ประจำปี 2564 ในส่วนภูมิภาค มีผู้ประกอบการส่งออกเข้ารับคำปรึกษากว่า 97 ราย และสร้างมูลค่าทางการค้ารวมกว่า 88 ล้านบาท กิจกรรมภายในศูนย์ให้บริการประกอบด้วย กิจกรรมให้บริการด้านคำแนะนำ/ปรึกษาโดยหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการโลจิสติกส์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น ด้านความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการส่งออก ด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ ด้านโลจิสติกส์ประเภท Last Mile Delivery ด้านเงินทุน และกิจกรรมจับคู่เจรจาธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Business Matching) ระหว่างผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทย และผู้ประกอบการในแต่ละภูมิภาค โดยการจัดโครงการฯ ในครั้งนี้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก สามารถช่วยให้ผู้บริการโลจิสติกส์ไทยสามารถสร้างโอกาสทางการค้าและขยายเครือข่ายพันธมิตรได้ทั่วประเทศ และผู้ประกอบการการค้าระหว่างประเทศไทยสามารถเข้าถึงการให้บริการโลจิสติกส์ได้อย่างสะดวกภายใต้สถานการณ์ของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกำหนดจัด Online Cross Border Logistics Solution Center ได้ภายในงานแสดงสินค้าโลจิสติกส์เสมือนจริง (TILOG VE 2021) ระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 2564 สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลและรายละเอียดกิจกรรมได้ทาง www.tradelogistcis.go.th/cross หรือ Facebook Fanpage : DITP.Logistics

  • Great Wall Motor Nomklao presents the first All New HAVAL H6 Hybrid SUV from the production line in

    เกรท วอลล์ มอเตอร์ น้อมเกล้า ฯ ถวายรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV คันแรกจากสายการผลิตในประเทศไทย แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ มร. เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศ ไทย นำทีมผู้บริหารระดับสูง พร้อมด้วย มร. ลี่ผิง หวัง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ติดตั้งเครื่องยนต์ไฮบริด (HEV) ขนาด 1.5 เทอร์โบ/ลิตร ซึ่งเป็นรถยนต์คันแรกจากสายการผลิตในประเทศไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในกองงานการกุศลและเพื่อทรงใช้ตาม พระราชอัธยาศัย หลังจากที่ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เฉลิมฉลองพิธีเปิดโรงงานอัจฉริยะ หรือ “Smart Factory” โรงงานผลิตรถยนต์เต็มรูปแบบแห่งที่ 2 ของเกรท วอลล์ มอเตอร์ นอกประเทศจีนอย่างเป็นทางการ พร้อมเผยโฉม All New HAVAL H6 Hybrid SUV คันแรกจากสายการผลิตในประเทศ ล่าสุด คณะผู้บริหารระดับสูงของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้รับพระราช ทานพระราชวโรกาสจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ณ อาคารชัยพัฒนา สวนจิตรลดา น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายรถยนต์คันแรกจากสายการผลิตจากโรงงานดังกล่าวเพื่อเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย - จีน พร้อมสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานใหม่ในการช่วยลดปัญหาการปล่อยมลภาวะสู่สิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา ในการนี้ มร.เอลเลียต จาง ประธาน เกรท วอลล์ มอเตอร์ ภูมิภาคอาเซียนและประเทศไทย กราบบังคมทูล ใจความว่า “ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน มีความใกล้ชิด สนิทสนมกันมายาวนาน มีการแลกเปลี่ยนการเยือนในทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ โดยการเสด็จฯ เยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนของพระบรมวงศานุวงศ์ของไทย เป็นหัวใจหลักที่เสริมสร้าง กระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทำให้เกิดมิตรภาพและความเข้าใจระหว่างประชาชนของสองประเทศ อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ผู้บริหารของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ทั้งในประเทศจีนและไทย ต่างซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ อันเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติและราษฎรมาโดยตลอด ซึ่งผู้บริหารระดับสูงในประเทศจีน ล้วนได้รับพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในโอกาสติดตามพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ในระหว่างเสด็จเยือนประเทศจีนหลายครั้ง ยังความปลาบปลื้มยินดีอย่างยิ่ง ที่ได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าทูลละอองพระบาท ในวันนี้” ทั้งนี้ ประเทศจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของประเทศไทย และยังเป็นตลาดส่งออกอันดับที่ 2 ของไทย ขณะที่ไทยเป็นคู่ค้าอันดับที่ 3 ของจีนในกลุ่มประเทศอาเซียน ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเป็นหัวใจของความสัมพันธ์ ไทย – จีน มาโดยตลอด และมีความสัมพันธ์ด้านการค้าที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นจากข้อตก ลงการค้าเสรีอาเซียน – จีน ที่มีการยกระดับในปี 2562 ด้าน มร. ลี่ผิง หวัง อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐ กิจและพาณิชย์ ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำประเทศไทย กราบบังคมทูลเพิ่มเติมว่า “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นทูตสันถวไมตรี และทรงมีคุณูปการในการส่งเสริมความสัมพันธ์ไมตรีอันดีงามระหว่างไทยและจีนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการทูตและความร่วมมืออันเป็นประโยชน์ระหว่างประเทศในด้านต่างๆ และทางประเทศจีนมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการสืบสานมิตรภาพและความปรองดองภายใต้แนวคิด ‘จีน-ไทย หนึ่งครอบครัว’ นี้ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไป” ทั้งนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในฐานะ “บริษัทที่ให้บริการการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีระดับโลก (Global Mobility Technology Company)” ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญและเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ในศักย ภาพของประเทศไทย ซึ่งมีความพร้อมทุกมิติในอุตสาหกรรมยานยนต์โดยเฉพาะยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) โดยได้มีการเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ในประเทศไทย รวมไปถึงการซื้อกิจ การและเข้ามาดำเนินงานที่โรงงานผลิตรถยนต์ของ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ในจังหวัดระยอง ซึ่งโรงงานแห่งนี้เคยมีโอกาสได้รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า ฯ ครั้งหนึ่งในงานพิธีเปิดโรงงาน เมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งถือเป็นเกียรติภูมิของ บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ ที่ได้ใช้โรงงานแห่งนี้เช่นกัน โดย เกรท วอลล์ มอเตอร์ มุ่งมั่นที่จะพัฒนาโรงงานแห่งนี้เพื่อให้เป็นโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) อันเป็นฐานการผลิตหลักสำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวาโดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของ ภูมิภาคอาเซียน พร้อมดำเนินงานภายใต้แนวคิด “New Energy” “New Intelligence” และ “New Experience” เพื่อต่อยอดอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ โดยโรงงานแห่งนี้ จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีและวิธีการทำงานอันชาญฉลาด ทันสมัย และรับผิดชอบต่อสังคมด้วยนวัตกรรมที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนช่วยส่งเสริมการจ้างงาน การพัฒนาศักยภาพ เสริมองค์ความรู้ และทักษะการทำงานให้กับคนไทย รวมไปถึงการนำรูปแบบการดำเนินธุรกิจ และการออกแบบประสบการณ์ใหม่มาสู่ผู้บริโภคชาวไทย เพื่อยกระดับมาตรฐานประสบการณ์ลูกค้าให้ก้าวไปอีกขั้น และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับเศรษฐกิจของประเทศไทย เนื่องในโอกาสที่บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ ได้เดินสายการผลิตรถยนต์ในประเทศไทยอย่างเป็นทาง การ จึงนับเป็นโอกาสอันเป็นมงคล ในการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายรถยนต์คันแรกจากสายการผลิตแห่งนี้ แด่สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัยต่อไป หลังจากนั้น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทอดพระเนตร และทรงมีพระราชปฏิสันถารกับผู้บริหาร บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ พร้อมทรงรับการน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV ไว้เพื่อทรงใช้ตามพระราชอัธยาศัย สำหรับรถยนต์ All New HAVAL H6 Hybrid SUV โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ/ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ ให้แรงม้าสูงสุด 179 กิโลวัตต์ หรือ 243 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนผสานกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยในคอนเซ็ปต์ LIFE+ ซึ่งเป็นระบบอัจฉริยะ ที่ตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทาง พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ โดย All New HAVAL H6 Hybrid SUV ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาไปเมื่อวันที่ 28 มิถุนายนที่ผ่านมา..... #เกรทวอลล์มอเตอร์ #GreatWallMotor #GWM #GWMThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Nissan appoints Nissan Krungthai as the official distributor of the Nissan GT-R.

    นิสสัน แต่งตั้ง นิสสัน กรุงไทย เป็นผู้จำหน่าย นิสสัน จีที-อาร์ อย่างเป็นทางการ พร้อมศูนย์บริการตามมาตรฐาน นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ นิสสัน ประเทศไทย แต่งตั้ง นิสสัน กรุงไทย เป็นผู้จำหน่ายและให้บริการสำหรับรถยนต์นิสสัน จีที- อาร์ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าที่มองหารถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับตำนานอย่าง จีที-อาร์ พร้อมบริการหลังการขายโดยตรงจากบริษัทผู้ผลิต นิสสัน กรุงไทย ได้รับการแต่งตั้งเป็นศูนย์บริการรถยนต์สมรรถนะสูงของนิสสัน หรือ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ (Nissan High Perfor mance Center - NHPC) เพื่อมอบการบริการสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง จีที-อาร์ โดยการให้บริการของ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ จะครอบคลุมทุกด้านแบบเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อความมั่นใจ และสบายใจของลูกค้าตลอดระยะเวลาการใช้งานรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตที่เป็นไอคอนของนิสสันรุ่นนี้ “นิสสัน มุ่งมั่นในการมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราทุกคน สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบความเร็ว และกำลังมองหารถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์สมรรถนะสูงที่สามารถมอบ ประสบ การณ์การขับขี่สไตล์ GT (แกรนด์ทัวริ่ง) และ R (เรซซิ่ง) ที่เร้าใจ เรามั่นใจว่า จีที-อาร์ คือหนึ่งในตัวเลือกที่ลูกค้าต้องตัดสินใจ นิสสันไม่ได้เพียงนำเข้ารถยนต์ที่ผลิตขึ้นมาอย่างประณีตจากประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น เรายังได้ปรับปรุงสมรรถนะให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เป็นไอคอนของนิสสันเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเป็นสิ่งยืนยันถึงความตั้งใจจริง และความมุ่งมั่นของนิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน กรุงไทย ว่าเราพร้อมจะดูแลลูกค้าของเราไปตลอดการใช้งาน” อิซาโอะ เซคิกุจิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย กล่าว “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ นิสสัน กรุงไทย ได้เข้ามาเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์รุ่นนี้อย่างเป็นทางการ ด้วยความพร้อมในทุก ๆ ด้าน สมกับที่ได้ผ่านการคัดเลือกให้เป็นนิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ เพื่อมอบการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเรา” “นิสสัน กรุงไทย เรามีความมั่นใจ และเข้าใจความต้องการของลูกค้าที่ต้องการใช้รถยนต์สมรรถนะสูง และรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์มักจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของลูกค้าเสมอ เพราะสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ และมีสมรรถนะที่พร้อมสร้างความเร้าใจแม้แต่ในสนามแข่ง ด้วยประสบการณ์ในการดูแลลูกค้านิสสันมายาวนานกว่า 27 ปี การดูแลและใส่ใจในคุณภาพการบริการลูกค้าตามมาตรฐานของนิสสัน ด้วยแนวคิดที่ว่ารถลูกค้าก็เหมือนรถเรา เรามีความเข้าใจคนที่รักรถประเภทนี้เป็นอย่างดี” พิสิทธิ์ จันทรเสรีกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท นิสสันกรุงไทย จำกัด กล่าว “เรามีทีมขายและทีมดูแลการบริการหลังการขายที่มีประสบการณ์สูง และผ่านการฝึกอบรมเป็นพิเศษเพื่อดูแลลูกค้า จีที-อาร์ โดยเฉพาะ นอกจากนี้เรายังมีแผนในการจัดกิจกรรมทางการตลาดกับลูกค้า อาทิ การสร้างคอมมิวนิตีสำหรับกลุ่มผู้ขับขี่ จีที-อาร์ เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และกิจกรรมการขับขี่เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่ต้องการครอบครองนิสสัน จีที-อาร์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการดูแล จีที-อาร์ ทุก ๆ คันของลูกค้าแบบครบวงจรด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด” นิสสัน จีที-อาร์ จะถูกจัดแสดงและจำหน่าย ณ โชว์ รูมของ นิสสัน กรุงไทย (สำนักงานใหญ่) ถ.รามอิน ทรา กม. 4 ซึ่งได้ปรับปรุงศูนย์บริการใหม่ มีมุมพิเศษสำหรับการจัดแสดงรถจีที-อาร์ มีความพร้อมทั้งทางด้านอะไหล่ และเครื่องมือที่ทันสมัยสำหรับจีที-อาร์ รวมถึงการซ่อมสีและตัวถัง ตามมาตรฐานเฉพาะของ นิสสัน ไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์ เซ็นเตอร์ นอกจากนี้ลูกค้าผู้มี นิสสัน จีที-อาร์ ทุกคนสามารถนำรถมาใช้บริการที่ศูนย์ นิสสัน กรุงไทย พร้อมบริการรับ-ส่งรถตามสถานที่ที่ลูกค้าสะดวกในกรุง เทพฯ ฟรี นอกจากนี้ ยังมีการดูแลป้องกันสภาพรถ ในการติดพลาสติกกันรอย การจำกัดช่างเฉพาะสำหรับการซ่อม และก่อนส่งคืนสู่ลูกค้า จะมีการทำ ความสะอาดเคลือบสีจากนิสสัน กรุงไทย ให้เป็นพิเศษอีกด้วย สำหรับ นิสสัน จีที-อาร์ รุ่นล่าสุดของปี 2021 ได้ปรับโฉมเพิ่มความหรูหรา ด้วยการอัพเกรดทั้งภายนอกและภายใน แต่ยังคงความแรง และสมรรถนะอันเป็นตำนานของจีที-อาร์ โดยมีราคาจำหน่าย 10.7 ล้านบาท พร้อมการรับประกัน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และการบริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟโดยนิสสัน กรุงไทย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นิสสัน กรุงไทย ได้มีกิจกรรม รวมพลคนรัก จีที-อาร์ ที่รวบรวม ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ภายใต้โฉมของ จีที-อาร์ R35 ซึ่งได้รับความสนใจจากเจ้าของรถและแฟนคลับจีที-อาร์ ที่นำรถซูเปอร์สปอร์ตคันโปรดมาร่วมงานอย่างคับคั่งกว่า 30 คัน รวมถึงสื่อมวลชนและบุคคลทั่วไปให้ความสนใจอีกด้วย ทั้งนี้ลูกค้าที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมนิสสัน จีที- อาร์ ได้ที่ นิสสัน กรุงไทย (สำนักงานใหญ่) ราม อินทรา กม.4 กรุงเทพฯ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลข 0-2510-5555 รวมถึงติด ตามกิจกรรมต่างๆ จากนิสสัน กรุงไทย ได้ที่ https://www.facebook.com/gtr.krungthai/ #นิสสันกรุงไทย #นิสสันจีทีอาร์ #นิสสันไฮเพอร์ฟอร์มแมนซ์เซ็นเตอร์ #นิสสันมอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • "Unblemished Breath"

    “ลมหายใจไร้มลทิน”ชวนเยาวชนส่งผลงานประกวด ชิงทุนการศึกษากว่า 300,000 บาท มูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” รณรงค์สร้างค่านิยมซื่อสัตย์สุจริตต่อเนื่อง เชิญเด็ก และเยาวชน ส่งผลงานประกวด 4 ประเภท เรียงความ ร้องเพลง วาดภาพ และ VDO Clip ตั้งแต่วันนี้-1 พฤศจิกายน 2564 สุกานดา ปภัสร์พงษ์ ผู้อำนวยการ มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน เปิดเผยว่า มูลนิธิฯ ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอเชิญเด็ก และเยาวชน ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ถึงอุดมศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมการประกวดเพื่อเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต “ลมหายใจไร้มลทิน” ประจำปี 2564 ชิงทุนการศึกษามูลค่ารวมกว่า 300,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร โดยการประกวดแบ่งเป็น 4 ประ เภท ได้แก่ 1. ประกวดเรียงความเสริมสร้างค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ซื่อสัตย์สุจริตนำชาติพัฒนา” 2. ประกวดร้องเพลงประกอบดนตรี เพลง “คิดดี ทำดี” และ “ด้วยลมหายใจที่ไร้มลทิน” 3. ประกวดวาดภาพศิลปะสะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ “ลมหายใจไร้มลพิษ ชีวิตปลอดภัย” 4. ประกวด VDO Clip สะท้อนค่านิยมแห่งความซื่อสัตย์สุจริต หัวข้อ ซื่อสัตย์สุจริต "ชีวิตออนไลน์" เยาวชน และสถานศึกษาที่สนใจสามารถ ดาวน์ โหลดรายละเอียดกิจกรรมพร้อมใบสมัคร และสอบ ถามรายละเอียดที่ www.lomhaijai.org โทรศัพท์ 0-2055-8444 ต่อ 316, 318......... #ลมหายใจไร้มลทิน #motorexpo #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page