top of page

1424 results found with an empty search

  • SANY THAIYONT organizes a friendly golfing event 2021

    ซานี่ไทยยนต์ฯ จัดกิจกรรมตีกอล์ฟกระชับมิตร 2021 เมื่อวันที่ 16-18 พฤศจิกายน 2564 ที่ผ่านมา บริษัท ซานี่ไทยยนต์ จำกัด ผู้แทนจำหน่ายเครื่องจักรกลหนักประเภทรถขุด และงานวิศวกรรมโยธาของแบรนด์ SANY แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดย ยศวัฒน์ เรืองรักษ์ลิขิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO)และกรรมการผู้จัดการ ได้จัดงานแข่งขันกอล์ฟกระชับมิตร ณ สนามกอล์ฟสวนสนประดิพัทธ์และสนามกอล์ฟบันยัน จ. ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า และพันธมิตรทางธุรกิจ บริษัท ช.ทวีก่อสร้าง จำกัด, บริษัท พะเยาทองใบ จำกัด บริษัท แสงชัยโชค จำกัด และบริษัท ธงชัยเจริญก่อสร้าง 2566 จำกัด ที่สนับสนุนบริษัทฯ ด้วยดีมาตลอด รวมทั้งเพื่อสานต่อความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้าต่อไปในอนาคตอีกด้วย

  • Phuket Gems & Jewelry Fest

    DITP พร้อมจัดงาน “Phuket Gems & Jewelry Fest” 8-12 ธ.ค. ’64 นี้ ณ จังหวัดภูเก็ต ตั้งเป้ากระตุ้นเศรษฐกิจและมูลค่าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับไทย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ ประกาศความพร้อมจัดงาน“Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair” ผสาน 2 กิจกรรม ได้แก่ Online Business Matching จัดระหว่าง 29 พ.ย.-5 ธ.ค. และ Mini Exhibition จัดแสดง สินค้าอัญมณี และเครื่อง ประดับ จากผู้ส่งออกไทยชั้นนำ 50 ราย ระหว่าง 8-12 ธ.ค. ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล จังหวัดภูเก็ต ตั้งเป้าช่วยเหลือผู้ส่งออกไทยหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและขยายมูลค่าส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับของไทย นายภูสิต รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ กล่าวระหว่างงานแถลงข่าว ซึ่งจัดขึ้นในวันนี้ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ว่า โครงการ Phuket Gems & Jewelry Fest by Bangkok Gems & Jewelry Fair จัดขึ้นเพื่อสร้างช่องทางและเวทีการค้าทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ให้ผู้ผลิตและส่งออกไทย ให้สามารถพบปะ สร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจและเจรจาการค้ากับผู้ซื้อ/ ผู้นำเข้าในประเทศเป้าหมายได้ในยุคNew Normal ซึ่งเป็น ไปตามนโยบาย และตามยุทธศาสตร์ การ รักษาและขยายตลาดเดิม เปิดตลาดใหม่ รวมถึงฟื้นตลาดเก่าที่เคยเป็นตลาดสำคัญ เพื่อมุ่งช่วยเหลือและสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย ตลอดจน กระตุ้นมูลค่า การส่งออกซึ่งนายจุรินทร์ ลักษณณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศดำเนินการ “อัญมณีและเครื่องประดับเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอัญมณีและเครื่องประดับจากประเทศไทยได้รับการ ยอมรับจากผู้ซื้อและผู้นำเข้าทั่วโลกด้วยจุดเด่นและศักยภาพ ทั้งด้านวัตถุดิบซึ่งไทยถือเป็นศูนย์กลางการค้าพลอยสีที่ใหญ่แห่งหนึ่งของโลก ขณะที่ ด้านการผลิต ช่างฝีมือไทยมีทักษะและความประณีตในการปรับปรุงคุณภาพพลอย การออกแบบที่โดดเด่นและการขึ้นรูปเครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์ ส่งผลให้ไทย เป็นหนึ่ง ในศูนย์กลางการค้าและห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับที่สำคัญของโลก โดยในปี 2563 ไทยส่งออกสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ รวมทองคำไม่ขึ้นรูป คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 18,208.94 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2564 สินค้าอัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวม ทองคำ ยังไม่ ได้ขึ้นรูป สร้างมูลค่าการส่งออกรวม 4,936.00 ล้านเหรียญสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 26.43 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในปี 2563” อธิบดี กรมส่งเสริม การค้า ระหว่างประเทศ กล่าวเสริม ภายในงานแถลงข่าวยังมีการเสวนาซึ่งได้ 3 วิทยากร คุณสิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ จากบริษัทเดอมอนด์ อนัณดารา จำกัด แบรนด์เครื่องประดับเพชร เดอ มอนด์ คุณศรัณย์ อยู่คงดี จิวเวลรี่ดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์เครื่องประดับ SARRAN ร่วมพูดคุยถึงการพัฒนาต่อยอดจิวเวลรี่แบรนด์ไทยให้มีความร่วมสมัย และครองใจ ผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อม อแมนด้า ชาลิสา ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2564 ร่วมแบ่งปัน เคล็ดลับการเลือก เครื่องประดับชิ้น งามให้เหมาะกับ สาวยุคใหม่ พร้อมเชิญชวนชมงาน ณ จังหวัดภูเก็ตอีกด้วย กิจกรรมภายใต้โครงการ “Phuket Gems and Jewelry Fest by Bangkok Gems0 and Jewelry Fair” แบ่งออกเป็น 2 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรม Online Business Matching หรือการจับคู่เจรจาการค้าออนไลน์โดยมีทูตพาณิชย์ทั่วโลกเป็นผู้เชื่อมโยงการจับคู่ผู้ซื้อต่างประเทศกับผู้ประกอบการไทยที่เข้าร่วมโครงการกว่า 350 ราย ซึ่งมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 5 ธันวาคมนี้ ส่วนกิจกรรมที่ 2 คือ งานแสดงสินค้า “Phuket Gems and Jewelry Fest by Bangkok Gems and Jewelry Fair” ในรูปแบบของ Mini Exhibition กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-12 ธันวาคม นี้ ณ ลานโปรโมชั่นชั้น 1 เซ็นทรัล ภูเก็ต เฟสติวัล รวบรวมสินค้าอัญมณีและเครื่องประดับจากผู้ผลิตและส่งออกไทยชั้นนำ 50 ราย สินค้าที่จัดแสดงในงานครอบคลุมหลากหลายประเภท อาทิ เครื่องประดับ Costume และ Fashion Jewelry เครื่องประดับ Fine Jewelry เครื่องประดับเงิน เครื่องประดับทอง เพชร พลอยสี มุก พลอยและอัญมณีสังเคราะห์ รวมถึงอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาอัญมณีคุณภาพ หรือเครื่องประดับ ฝีมือคนไทยคุณภาพส่งออก หรือจะเลือกหาเครื่องประดับเป็นของขวัญ สามารถเลือกซื้อเลือกชมได้ภายในงาน และนับเป็นโอกาสดีที่จะได้ท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต ดินแดนไข่มุกแห่งอันดามัน ที่ติดอันดับแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกไปด้วยในขณะเดียวกัน ผู้สนใจสามารถเข้าชมงานแสดงสินค้าที่เซ็นทรัลเฟสติวัล หรือชมถ่ายทอดสดผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 8-10 ธันวาคม ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.bkkgems.com หรือ Facebook และ Instagram: Bangkok Gems Official หรือโทรสายตรงกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ 1169 * * * * * * * * *

  • LINE launches a reality show THE NEXT CREATORS

    LINE ผุดรายการเรียลริตี้โชว์ THE NEXT CREATORS สานต่อภารกิจ ปั้นครีเอเตอร์ไทยสู่ดาวรุ่ง มุ่งสร้างผลงานระดับโลก LINE ประเทศไทย เชื่อในศักยภาพครีเอเตอร์ไทย มุ่งสนับสนุนความสามารถต่อยอดผลงานสู่ระดับโลก สร้างสรรค์รายการ THE NEXT CREATORS เรียลลิตี้โชว์รูปแบบใหม่ผนวกความรู้คู่ความบันเทิง เปิดโอกาส 6 ครีเอเตอร์ดาวรุ่งหน้าใหม่ สานฝันแสดงฝีมือพัฒนาผลงานตอบโจทย์ธุรกิจและแบรนด์ระดับโลก พร้อมออกอากาศให้คนไทยได้รับชมผ่านโทรทัศน์ช่องเวิร์คพอยท์ (ดิจิทัลทีวีช่อง 23) ทุกวันจันทร์ เวลา 21.30 น. หรือรับชมรีรันในเวลา 22.30 น. ได้บน LINE TV และ LINE TODAY เริ่ม EP แรก 6 ธันวาคม 2564 นี้ นางสาวชุตินันท์ ธีมะสมบัติ ผู้จัดการหน่วยธุรกิจ LINE STICKERS ประเทศไทย กล่าวว่า จากการทำงานกับครีเอเตอร์ไทยมาอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยมีจำนวนครีเอเตอร์เพิ่มขึ้นอย่างมากมายในแต่ละปี จนปัจจุบันมีจำนวนกว่า 9 แสนคน ร่วมสร้างสรรค์ผลงานที่จำหน่ายในตลาดสติกเกอร์ประเทศไทยรวมกว่า 4.4 ล้านชุดและมีจำนวนไม่น้อยที่ได้รับการยอมรับมีชื่อเสียงในต่างประเทศ ทำให้เราได้เห็นถึงศักยภาพของครีเอเตอร์ไทย ที่หากได้รับการพัฒนาและเปิดโอกาสจะสามารถต่อยอดผลงานไปสู่ระดับสากล ทั้งในรูปแบบของผลงานสติกเกอร์ และในรูปแบบธุรกิจสินทรัพย์ทางปัญญา หรือ IP สร้างรายได้ให้กับตนเองและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของไทยได้ดี LINE จึงได้ริเริ่มโปรแกรมการพัฒนาครีเอเตอร์ ภายใต้ชื่อ “Star Programs” ที่เริ่มตั้งแต่การค้นหาครีเอเตอร์ดาวดวงใหม่ (New Star) ต่อยอดพัฒนาดาวรุ่ง (Rising Star) รวมถึงส่งเสริมเป็นตัวกลางด้านธุรกิจให้กับครีเอเตอร์ที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้า (Super Star) ให้สามารถอยู่ในธุรกิจยึดเป็นอาชีพหลักได้อย่างยั่งยืน อีกทั้ง LINE ยังให้ความสำคัญของการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ที่สนใจอยากเข้าวงการครีเอเตอร์ ที่ปัจจุบันถือเป็นทางเลือกอาชีพหลักที่สร้างรายได้ให้กับทุกคนที่มีความสามารถได้ รายการ THE NEXT CREATORS ล่า ท้า ฝัน จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นสื่อในการให้ความรู้คู่ไปกับความบันเทิงให้กับคนไทย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานในอาชีพครีเอเตอร์” รายการ THE NEXT CREATORS ล่า ท้า ฝัน เป็นรายการรูปแบบเรียลลิตี้โชว์ ความยาว 6 ตอน ที่สร้างสรรค์โดยทีมงาน LINE STICKERS ซึ่งผู้เข้าแข่งขันเป็นครีเอเตอร์ที่ได้รับการคัดเลือกมาจากการแข่งขัน LINE STICKERS Contest ในปี 2563 ที่ผ่านมา ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นครีเอเตอร์ที่มีศักยภาพสูงและมีความหลากหลายในลายเส้นและไอเดีย โดยทุกคนจะได้รับการอบรมเกี่ยวกับคาแรคเตอร์แบรนดิ้ง รวมถึงกระบวนการคิดแบบ Commercial Art จากผู้เชี่ยวชาญก่อนการแข่งขัน และระหว่างการแข่งขันตลอดรายการจะมีผู้เชี่ยวชาญมากฝีมือ อย่าง คุณยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล Illustrator ชื่อดังที่มีผลงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก และ คุณซัน-อภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์ ครีเอเตอร์ไทยชื่อดัง เจ้าของผลงานสติกเกอร์ “ดึ๊บ ดึ๊บ” (Dueb Dueb) คาแรคเตอร์ยอดฮิตตลอดกาล มาร่วมเป็นวิทยากรประจำรายการที่ช่วยให้คำแนะนำในการพัฒนาลายเส้นของครีเอเตอร์ผู้เข้าแข่งขัน พร้อมสอดแทรกความสนุกด้วยพิธีกรมากอารมณ์ขัน คุณป๋อมแป๋ม-นิติ ชัยชิตาทร ที่จะสร้างความสนุก เสียงหัวเราะตลอดรายการ ด้านคุณยูน-ปัณพัท เตชเมธากุล กล่าวว่า “ปัจจุบัน งานสร้างสรรค์ที่มีความแปลกใหม่กำลังเป็นที่ต้องการมากในตลาด Commercial Art และวงการนี้เปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีความสามารถทุกคน เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากที่ LINE เล็งเห็นโอกาสของธุรกิจนี้และร่วมเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์ไทย การได้มีส่วนร่วมในรายการ THE NEXT CREATORS ทำให้ได้เห็นความสามารถของครีเอเตอร์รุ่นใหม่ที่มีความคิดสร้างสรรค์น่าสนใจมาก หากแต่ยังมีจุดอ่อนในเรื่องของการขาดประสบการณ์ และความเข้าใจในการสื่อสารตามวัตถุประสงค์ของการออกแบบตามโจทย์ ซึ่งรายการ THE NEXT CREATORS ได้เข้ามาช่วยชี้ให้แต่ละคนมองเห็นจุดแข็งของตนเอง เติมเต็มในจุดอ่อนที่ยังขาดไป และเสริมประสบการณ์ในการทำงานกับองค์กรธุรกิจ เชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพครีเอเตอร์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น พร้อมที่จะเดินหน้าต่อในเส้นทางสาย Commercial Art ระดับโลก” ในขณะที่ คุณซัน-อภิชาต ธีรวิทยานิพนธ์ กล่าวว่า “ในฐานะที่อยู่ในวงการครีเอเตอร์มาอย่างยาวนาน ได้เห็นถึงพัฒนาการของรุ่นพี่รุ่นน้องครีเอเตอร์มาอย่างต่อเนื่องว่ามีการพัฒนาลายเส้นและผลงานมากขึ้นเรื่อยๆ รายการ THE NEXT CREATORS เข้ามาช่วยเติมเต็มความต้องการของพวกเราในการพัฒนาตนเองได้อย่างดี ไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อครีเอเตอร์ทั้ง 6 คนในรายการเท่านั้น ผู้ชมรายการที่สนใจในอาชีพครีเอเตอร์ จะได้เห็นถึงแนวทางการพัฒนางานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงเห็นเป็นชิ้นงานสุดท้ายที่แต่ละคนนำเสนอ ซึ่งสามารถนำเอาความรู้เหล่านี้ไปใช้ในการพัฒนาอาชีพครีเอเตอร์ของตนได้ ดังนั้นต้องบอกเลยว่า คนที่อยากเป็นครีเอเตอร์ หรือสนใจในงาน Commercial Art ห้ามพลาดชมรายการ THE NEXT CREATORS” การแข่งขันในแต่ละสัปดาห์ จะมีโจทย์จากคนดังในหลากหลายวงการและแบรนด์ระดับอินเตอร์ ที่จะมาท้าทายความสามารถของครีเอเตอร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาทิ การออกแบบคาแรคเตอร์เพื่อประกอบแอนิเมชัน การออกแบบคาแรคเตอร์เพื่อโปรโมทผลิตภัณฑ์แบรนด์ KFC ประเทศไทย และการออกแบบคาแรคเตอร์แนวสตรีทอาร์ตเพื่อแบรนด์ Converse เป็นต้น โดยแต่ละคนจะต้องแสดงความสามารถด้านความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ เพื่อที่จะเก็บคะแนนในแต่ละสัปดาห์และสะสมเพื่อชิงชัยพิชิตความเป็นสุดยอดสู่การเป็น THE NEXT CREATOR คนแรกของเมืองไทย “รายการ THE NEXT CREATORS คือปรากฎการณ์ครั้งสำคัญของการเปิดกระบวนการทางความคิดสร้างสรรค์สู่สาธารณะ ที่ไม่เพียงให้ประโยชน์กับผู้คนที่อยู่ในวงการครีเอเตอร์อยู่แล้ว แต่ยังเป็นการจุดประกายอาชีพใหม่ให้กับเยาวชน คนรุ่นใหม่ ที่รักการวาดรูป รักงานสื่อสารผ่านศิลปะ ให้มุ่งมั่นพัฒนาฝีมือเพื่อเดินเข้าสู่สายอาชีพนี้ และสร้างสรรค์งานที่มีมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยต่อไปในอนาคต” นางสาวชุตินันท์ กล่าวทิ้งท้าย ผู้สนใจสามารถติดตามรับชมรายการ THE NEXT CREATORS ได้ทางช่องเวิร์คพอยท์ (ทีวีดิจิทัลช่อง 23) ทุกวันจันทร์ เวลา 21.30 น. เริ่มตั้งแต่จันทร์ที่ 6 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป โดยสามารถดูรีรันเวลา 22.30 น. ของวันที่ออกอากาศใน LINE TV และ LINE TODAY ห้ามพลาด! ชมไฮไลท์ก่อนเริ่มแข่งขัน (EP 0) ได้ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้ เวลา 21.30 น. ทาง LINE TV #THENEXTCREATORS #ล่าท้าฝัน

  • Honda LPGA Thailand 2022 celebrates its 15th anniversary

    ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ฉลองก้าวสู่ปีที่ 15 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมต้อนรับโปรกอล์ฟสาวจากทั่วโลกดวลวงสวิง 10-13 มีนาคม 2565 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา กลับมาอีกครั้งกับการแข่งขันกอล์ฟสตรีระดับโลก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022” โดยในโอกาสฉลองครบรอบการจัดแข่งขันเป็นปีที่ 15 นี้ ฮอนด้า และ ไอเอ็มจี ประกาศพร้อมจัดการแข่งขัน วันที่ 10-13 มีนาคม 2565 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี เผยความพร้อมทุกด้านเพื่อการจัดงานเตรียมต้อนรับโปรกอล์ฟสาวระดับแนวหน้าจากทั่วโลกที่จะเดินทางมาร่วมชิงความเป็นหนึ่งและคว้าเงินรางวัล 1.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 53 ล้านบาท พร้อมเปิดตัวโลโก้พิเศษครบรอบ 15 ปี เพื่อเฉลิมฉลองการเดินทางสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาของทัวร์นาเมนต์นี้ นายโนริยุกิ ทาคาคุระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นและสานต่อการยกระดับมาตรฐานกีฬากอล์ฟไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนนักกีฬากอล์ฟเยาวชนให้สามารถเดินตามความฝันสู่การเป็นนักกีฬากอล์ฟอาชีพในอนาคต ในโอกาสฉลองครบรอบ 15 ปี ของการจัดแข่งขันกอล์ฟสตรีรายการ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เรามีความยินดีที่จะประกาศธีมใหม่สำหรับการจัดการแข่งขันในปีนี้ คือ ‘Beyond Greatness’ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายในการส่งเสริมให้ทุกคนสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดและมุ่งสู่ความเป็นเลิศบนแนวทางของตนเอง โดยตลอดระยะเวลา 15 ปีของทัวร์นาเมนต์นี้ เราได้เห็นศักยภาพและพัฒนาการของนักกอล์ฟไทยจำนวนมากที่ได้ก้าวสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นนักกอล์ฟดาวรุ่ง เช่น โปรจีนอาฒยา ฐิติกุล โปรแพตตี้ ปภังกร ธวัชธนกิจ รวมถึงนักกอล์ฟอาชีพอย่าง โปรเม เอรียา จุฑานุกาล ที่ล่าสุดสามารถคว้าชัยในรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 ซึ่งล้วนพิสูจน์ให้เราเห็นว่า หากทุกคนมีความมุ่งมั่นและความพยายามก็สามารถประสบความสำเร็จและก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ได้ไกลกว่าที่คิดฝัน (Beyond Greatness) ได้อย่างแน่นอน” “ถึงแม้ว่าคณะผู้จัดงานจะต้องมีการวางแผนรูปแบบการจัดงานและปรับกลยุทธ์ในการเตรียมงานเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เรายังคงเชื่อมั่นว่าการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ จะยังเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสไม่เพียงเฉพาะนักกีฬาชั้นนำ แต่ยังรวมถึงนักกีฬาหน้าใหม่ที่ต้องการพิสูจน์ฝีมือในวงการกอล์ฟระดับโลก และจะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านกีฬากอล์ฟชั้นนำของโลกได้อีกครั้ง” นายโนริยุกิ ทาคาคุระ กล่าวเสริม ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เริ่มการแข่งขันครั้งแรกในปี พ.ศ 2549 โดยได้กลายเป็นหนึ่งในการแข่งขันกอล์ฟสตรีของเอเชียบนปฏิทินแอลพีจีเอที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สามารถสร้างดาวเด่นในสนามได้เป็นประจำทุกปี อีกทั้งมีนักกีฬาระดับโลกตอบรับเข้าร่วมแข่งขันอย่างต่อเนื่อง อาทิ ซูซาน แพตเทอร์เซน (2007) แชมป์ 22 รายการ รวมถึงขวัญใจแฟนกอล์ฟอย่าง ลอรีน่า โอชัว (2009) อดีตมือวางอันดับ 1 ของโลกที่ครองอันดับอย่างยาวนาน เจิ้ง หย่าหนี (2011 และ 2012) แชมป์รายการเมเจอร์ 5 ครั้ง และ อินบี พาร์ค (2013) อดีตแชมป์ Grand Slam และเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิก ในปีที่ผ่านมาการแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 จัดขึ้นในรูปแบบสนามปิด โดยไม่เปิดจำหน่ายบัตรแก่ผู้ชมทั่วไป แต่รายการนี้ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จและยังคงเป็นการแข่งขันระดับโลกที่น่าจดจำมากที่สุดรายการหนึ่งในประวัติศาสตร์วงการกีฬาไทย โดยเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจเมื่อดาวรุ่งอย่าง โปรแพตตี้ ปภังกร ธวัชธนกิจ และ โปรจีน อาฒยา ฐิติกุล นำร่วมในสองวันแรก และท้ายที่สุดโปรกอล์ฟขวัญใจชาวไทยอย่าง โปรเม เอรียา จุฑานุกาล ก็สามารถระเบิดฟอร์มวันสุดท้ายจนคว้าชัยชนะมาให้ชาวไทยได้ชื่นใจในที่สุด โปรเม เอรียา จุฑานุกาล แชมป์จากรายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 กล่าวว่า “ชัยชนะในฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2021 คือหนึ่งในความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ของเมค่ะ เพราะนี่คือการแข่งขันในประเทศบ้านเกิด เมฝึกซ้อมหนักมาอย่างสม่ำเสมอและตั้งใจกับรายการนี้มาก ถือเป็นความสำเร็จครั้งที่น่าจดจำมากที่สุดในเส้นทางอาชีพของตัวเอง ซึ่งเมต้องขอขอบคุณ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ที่เป็นเวทีให้ทั้งนักกอล์ฟไทยและนักกอล์ฟต่างชาติได้มาร่วมแข่งขันเพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ในทุกๆ ด้าน และรู้สึกภูมิใจมากที่ได้เห็นนักกอล์ฟดาวรุ่งของไทยเพิ่มขึ้นมากมายตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเยาวชนที่สนใจในกีฬากอล์ฟกันมากขึ้น สำหรับฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 เมก็รอคอยที่จะได้สร้างผลงานอย่างเต็มที่อีกครั้ง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่น้องๆ นักกอล์ฟรุ่นใหม่ เช่นเดียวกับที่น้องๆ ได้เป็นแรงบันดาลใจคอยผลักดันให้เมก้าวต่อไปเช่นกันค่ะ” หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 รัฐบาลไทยได้หันมาให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ผ่านการจัดโครงการทั้งในประเทศและระหว่างประเทศมากมาย ตลอดจนมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ เพื่อการเปิดประเทศ โดยในขั้นแรกคือการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศความเสี่ยงต่ำ 63 ประเทศ ให้สามารถเดินทางเข้าเมืองไทยเพื่อช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่ซบเซาจากมาตรการจำกัดการเดินทางในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเริ่มดีขึ้นตามลำดับ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ได้ให้ความร่วมมือสนับสนุนการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ซึ่งรวมถึงการแข่งขันกอล์ฟสตรี ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ที่กำลังจะจัดขึ้นอีกครั้ง เพื่อประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ที่ดีสำหรับการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ การแข่งขันกอล์ฟสตรี ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ในฐานะผู้บุกเบิกการแข่งขันกีฬาในประเทศไทย สามารถแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศในการจัดการแข่งขันกีฬาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในขณะที่ยังคงรักษามาตรการด้านความปลอดภัยด้านสาธารณสุขที่เข้มงวด และปฏิบัติตามมาตรการของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรมการผู้จัดการ ไอเอ็มจี ประเทศไทย ในฐานะผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ในฐานะผู้จัดการแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ มาอย่างยาวนาน เรามีความยินดีอย่างมากที่ได้ร่วมงานกับฮอนด้าในการสนับสนุนให้ผู้หญิงก้าวสู่ความเป็นเลิศทั้งในและนอกสนามแข่งขัน ซึ่งนอกจากความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นจากการทำงานร่วมกันกับฮอนด้า ไอเอ็มจียังรู้สึกเป็นเกียรติได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของเมืองไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล” “การจัดงานแข่งขันฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ปีที่ 15 นี้จะดำเนินงานบนมาตรการด้านความปลอดภัยและสาธารณะสุขที่เข้มงวดในทุกพื้นที่การจัดงาน ซึ่งเราขอขอบคุณผู้สนับสนุนและพันธมิตรทุกฝ่ายที่ให้ความสนับสนุนเป็นอย่างดีและเอื้อต่อการจัดงานในปีนี้ แม้ยังอยู่ภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19” มิสวินนี่ เฮง กล่าวเสริม อีกหนึ่งไฮไลต์ของการครบรอบปีที่ 15 ของ ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ ได้มีการร่วมงานกับศิลปินนักวาดภาพประกอบชาวไทย จิรายุ คูอมรพัฒนะ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม Jirayu Koo ในการสร้างสรรค์งานออกแบบของที่ระลึกพิเศษเพื่อจำหน่ายในทัวร์นาเมนต์นี้โดยเฉพาะ ซึ่งผลงานของจิรายุต้องการสื่อให้เห็นว่า กอล์ฟไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นไลฟ์สไตล์ที่จะสร้างความผูกพันและช่วงเวลาดีๆ ให้แก่ผู้คน งานออกแบบแนวใหม่นี้จะมอบความรู้สึกที่สดใสมีชีวิตชีวา ทำให้กอล์ฟดูเป็นกีฬาที่สนุกสนานน่าสนใจ และฉีกภาพลักษณ์กีฬาที่เก่าแก่ ผ่านการใช้รูปทรงหลากสีสันวางซ้อนเหลื่อมกัน เพื่อสื่อว่ากีฬากอล์ฟในแต่ละสนามจะมอบประสบการณ์ที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำกันแก่ผู้เล่น ซึ่งพร้อมจำหน่ายแล้วทีเว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com นอกจากนี้ ยังได้มีการสานต่อการแข่งขัน Honda LPGA Thailand National Qualifiers 2022 ซึ่งจะจัดขึ้น 2 วันในเดือนมกราคม เพื่อเฟ้นหานักกอล์ฟไทยหนึ่งเดียวที่จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขันใน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 และได้เรียนรู้ประสบการณ์ความเป็นเลิศจากนักกีฬาชั้นนำ โดยจะเปิดรับสมัครในเดือนธันวาคมนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com แฟนกอล์ฟชาวไทยสามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่านทางหน้าจอโทรทัศน์ PPTV HD ช่อง 36 หรือเว็บไซต์ www.pptvhd36.com แอพลิเคชั่น PPTVHD36 รวมทั้งเฟซบุ๊กและยูทูปของสถานีฯ ได้ตลอด 4 วันของการแข่งขัน และแฟนกอล์ฟทั่วโลกสามารถรับชมผ่านการช่องทางการถ่ายทอดสดซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com สำหรับรูปแบบการจัดงานและการเปิดจำหน่ายบัตรเข้าชมงานในปีนี้ ทางคณะผู้จัดงานจะประกาศในลำดับต่อไป ติดตามข่าวสารกิจกรรม รายการฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2022 ได้ที่เว็บไซต์ www.hondalpgathailand.com หรือทางเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม https://www.instagram.com/hondalpgathailand

  • Fah 60, a drug developed from herbs to treat Covid-19

    “ฟ้า 60 ยาพัฒนาจากสมุนไพรรักษาโควิด - 19 กลุ่มเขียว รายแรกของโลก” สมุนไพรไทย เพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย เพื่อเศรษฐกิจไทย เพื่อการเปิดประเทศอย่างมั่นใจ เปิดตัว “ฟ้า 60 ยาพัฒนาจากสมุนไพรรักษาโควิด - 19 กลุ่มเขียว รายแรกของโลก” ตอกย้ำประสิทธิภาพของสมุนไพรไทย ตอบโจทย์ความต้องการผู้ป่วยโควิด-19 ในระยะที่เกิดความรุนแรงน้อย ชูสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรเป็นอันดับ 1 ในการช่วยลดความรุนแรงของโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี เปิดตัว “ฟ้า 60” ณ โรงแรม Swissôtel Bangkok Ratchada เมื่อวันศุกร์ที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เวลา 11.00 น. โดยนายแพทย์ สว่าง อัมพรพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอสดับบลิว เฮลธ์แคร์ จำกัด ให้รายละเอียด ในฐานะที่บริษัทฯ ได้รับการแต่งตั้งจากบริษัท ทีดับบลิวเอ็ม จำกัด ให้เป็นผู้แทนจำหน่าย “ฟ้า60” ยาฟ้าทะลายโจรสกัดชนิดแคปซูลที่มีสารสำคัญ คือ แอนโดรกราโฟไลด์ ในปริมาณ 60 มิลลิกรัม ต่อแคปซูล มุ่งเป้าในการช่วยรักษากลุ่มผู้ได้รับเชื้อโควิด-19 (กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว) โดย “ฟ้า60” ได้มีการระบุบนฉลากว่า “ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง” เป็นยารักษาโควิด-19 จากสมุนไพรเดี่ยวรายแรกของโลก “ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านเครื่องมือการแพทย์ ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ ยา เครื่องมือ เวชสำอางค์ เป็นต้น ทำให้บริษัท เอสดีบบลิว เฮลธ์แคร์ จำกัดได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ที ดับบลิว เอ็ม จำกัด ให้เป็นผู้จัดจำหน่าย “ฟ้า60” ซึ่งถือกำเนิดเป็น ยาสมุนไพรเดี่ยว (สมุนไพรเดี่ยว 1 ชนิด ที่ได้มาจากใบ ราก ดอก หรือผล มีสรรพคุณรักษาอาการใดอาการหนึ่ง โดยเรามักเคยพบเห็นกันในรูปยาชนิดแคปซูล เช่น ยาแคปซูลฟ้าทะลายโจร ยาแคปซูลขมิ้นชัน ยาแคปซูลมะระขี้นก ยาแคปซูลกระเทียม เป็นต้น) นายแพทย์ สว่าง อัมพรพันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในสมุนไพรไทยฟ้าทะลายโจร จะมีสารสกัดสำคัญคือ แอนโดรกราโฟไลด์ ซึ่งจะมีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสในเซลล์ (Viral replication) และโดยปกติจะต้องใช้ในปริมาณ 180 มิลลิกรัม ต่อ 1 วัน ต่อเนื่องกันตามคำสั่งแพทย์ (โดสรักษาโควิด-19 ที่ปริมาณแอนโดรกราโฟไลด์ 180 มก.ต่อวันในระยะเริ่มแรกของการติดเชื้อ และใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 5 วัน) เพื่อลดการเกิดโรคโควิด-19 ที่ไม่รุนแรง หรือในกลุ่มผู้ป่วยสีเขียว เป็นตัวตอบโจทย์ทั้งในการบรรเทาอาการที่รุนแรงน้อย (กลุ่มผู้ป่วยสีเขียว) และอำนวยความสะดวกให้ผู้ป่วย โดยไม่ต้องทานยา ปริมาณหลายๆ เม็ดใน 1 ครั้ง ซึ่ง “ฟ้า60” ได้มีการระบุบนฉลากว่า ใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง เป็นรายแรกที่วางจำหน่าย ณ ขณะนี้ นอกจากนั้นจุดเด่นเพิ่มเติมของ “ฟ้า60” คือเพิ่ม Compliance ของผู่ป่วย ทำให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแพทย์สั่งครบตามจำนวน ซึ่งจำเป็นมากในการรักษาโรคติดเชื้อ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราคิดค้น ทำเพื่อคนไทย เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาให้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย ได้มีทางออกภายใต้นวัตกรรมการคิดค้น นำสมุนไพรไทยมาสร้างชื่อเสียง และสร้างสุขภาพที่แข็งแรงให้กับคนไทย ” ฟ้าทะลายโจร ถูกนำมาใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด - 19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง โดยใช้ตามขนาดที่กำหนด คือ 180 มิลลิกรัมต่อวัน หรือมากกว่าขนาดที่ใช้ในการรักษาไข้หวัด 3 เท่า แต่ก็เป็นขนาดที่มีความปลอดภัยและพบว่าช่วยให้อาการเกิดปอดอักเสบลดลง ในปี พ.ศ. 2564 ฟ้าทะลายโจร ได้ถูกบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร ฉบับที่ 2 เพื่อใช้กับผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่มีความรุนแรงน้อย เพื่อลดการเกิดโรคที่รุนแรง ส่งผลให้ความต้องการสมุนไพรฟ้าทะลายโจรสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่จะสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพรบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 ผ่านกลไกการวิจัยและพัฒนายาจากสมุนไพรอย่างเป็นระบบ ส่งผลให้ประเทศไทยสามารถพึ่งพาตนเอง และเป็นการเสริมสร้างความมั่นคงทางยาให้กับประเทศ อีกทั้งรัฐบาลได้เปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 โดยนำร่องในพื้นที่ 17 จังหวัดเมืองท่องเที่ยวของไทยพร้อมเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากประเทศเสี่ยงต่ำ 46 ประเทศ (ตามประกาศ) โดยไม่ต้องกักตัว ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยยาสมุนไพรฟ้าทะลายโจรจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อใช้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นี้ อีกทั้งยังเป็นการยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล และตอบโจทย์การดูแลสุขภาพดีวิถีใหม่ Living with COVID 19” ทั้งนี้ คุณชัชวีร์ ชีวีวัฒน์ CMO บริษัท เฮอเบิล เทคโนโลยี จำกัด ได้ให้ข้อมูลสำคัญเพิ่มเติมว่า “ในเมื่อฟ้า60 ถูกออกแบบให้เป็นยาที่มีติดตัวและติดบ้าน หลักการสำคัญในการเข้าถึงฟ้า60 ก็คือจะต้องเข้าถึงได้ง่าย ในทุกพื้นที่ และทุกเวลา ทางบริษัท เฮอเบิล เทคโนโลยี จำกัด จึงได้เข้ามาช่วยในการทำ Line Official Account เพื่อเป็นจุดในการรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับฟ้า60 ตั้งแต่สรรพคุณ โดสการรักษา การให้คำแนะนำปรึกษา การเข้าถึงผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่มร้านขายยา โรงพยาบาล คลีนิค โดยมีทั้งทีมงานและเภสัชกรคอยตอบคำถามตั้งแต่เวลา 7.00-22.00 น.ทุกวัน ไม่มีวันหยุด และยังจัดเพิ่มเติม คลีนิคออนไลน์ มีแพทย์คอยให้คำแนะนำในการใช้ยาสำหรับผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อในทุกกลุ่ม ซึ่งนอกเวลาทำการ จะมีระบบอัตโนมัติคอยให้ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นโดยตลอด ง่ายเพียงท่านกดแอดไลน์เพิ่มเพื่อน แล้วพิมพ์คำว่า “@Fah60” และในส่วนของร้านขายยา เพื่อให้การกระจายยาฟ้า60 ทั่วถึงให้เร็วที่สุด ในช่วงแรกพันธมิตรในช่องทางฟาร์มาซี ที่มีเภสัชกรให้บริการ คือ ร้านจำหน่ายยาและอุปกรณ์ทางการแทพย์ Health Up และ Supersave ทุกสาชา และกลุ่มร้านขายยาอีกนับพันแห่ง ภายใต้การกระจายผลิตภัณฑ์ฟ้า60 ผ่านดิสทริบิวชั่นของ DN Center และร้านขายยาในพื้นที่ห่างไกลยังสามารถสั่งผลิตภัณฑ์ฟ้า60 ผ่าน LineOA Fah60 ได้อีกด้วย ข้อมูลประกอบ ฟ้าทะลายโจร (Andrographis paniculata) เป็นพืชสมุนไพร ที่ในการรักษาโรคต่าง ๆ มานานหลายสิบปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคติดเชื้อและอาการหวัด สารสำคัญที่ออกฤทธิ์ คือ แอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) ซึ่งมีรายงานการวิจัย พบว่าสารสกัดแอนโดรกราโฟไลด์มีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสชนิดต่าง ๆ นาน กว่า 10 ปี รวมทั้งมีการวิจัยหาขนาดยาและผลข้างเคียง เมื่อเกิดการระบาดของโควิด - 19การวิจัยพบว่าสารแอนโดรกราโฟไลด์มีฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสโควิด - 19 (SARS-CoV-2) ได้ จากข้อมูลวิจัยดังกล่าว จึงได้มีการใช้ยาฟ้าทะลายโจร (ที่มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ตามที่กำหนด) รักษาผู้ติดเชื้อโควิด - 19 และพบว่ามีความปลอดภัยและพบผลข้างเคียงน้อย มีประโยชน์ในการรักษาผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ และ ผู้มีอาการน้อย (ยังไม่มีปอดอักเสบ) โดยระงับไม่ให้โรครุนแรงขึ้น หายจากการติดเชื้อโดยไม่เกิดปอดอักเสบ นอกจากนี้ความเชื่อเรื่องฟ้าทะลายโจร อาจทำลายตับนั้น ย้อนแย้งกับข้อมูลงานวิจัยในปัจจุบัน เพราะพบว่าฟ้าทะลายโจรกลับมีผลในการป้องกันและฟื้นฟูสภาพตับ (hepatoprotection) ใช้ในการรักษาโรคตับหลายชนิด ทั้งตับอักเสบจากไวรัส ไขมันพอกตับ ฯลฯ อย่างไรก็ตามไม่แนะนำให้ใช้ฟ้าทะลายโจรเป็นเวลานานเกินกว่าคำแนะนำ เพราะการใช้ยาอื่นร่วมด้วยหลายชนิด หรือโรคของผู้ป่วยอาจมีผลต่อตับ จำเป็นต้องวิเคราะห์ให้ดี ดังนั้นการพัฒนา “ฟ้า 60” รักษาโควิด - 19 สีเขียว จึงเป็นภาระกิจสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนคนไทยและนักท่องเที่ยวในการเปิดประเทศ

  • TTB credit card offers special privileges Great value shopping at leading shopping centersGet up to

    บัตรเครดิต ทีทีบี มอบสิทธิพิเศษ ช้อปสุดคุ้มที่ศูนย์การค้าชั้นนำ รับเครดิตเงินคืนสูงสุด 25% บัตรเครดิตทีทีบี เอาใจนักช้อปให้สนุกและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เพียงใช้คะแนนสะสม ttb rewards plus เท่ายอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 1,000 บาทขึ้นไป แลกรับเครดิตเงินคืนสูงสุด 25% ณ ศูนย์การค้า Central Embassy, Emporium & EmQuartier, ICONSIAM และ Siam Paragon ตั้งแต่วันนี้ ถึง 15 มกราคม 2565 พิเศษ! บัตรเครดิต ทีทีบี รีเซิร์ฟ อินฟินิท (ttb reserve infinite) แลกคะแนนเท่ายอดใช้จ่ายรับเครดิตเงินคืน 25% สำหรับวันเสาร์ – วันอาทิตย์ และ 15% สำหรับวันธรรมดา บัตรเครดิต ทีทีบี รีเซิร์ฟ ซิกเนเจอร์ (ttb reserve signature) แลกคะแนนเท่ายอดใช้จ่ายรับเครดิตเงินคืน 20% สำหรับวันเสาร์ - วันอาทิตย์ และ 12% สำหรับวันธรรมดา ลูกค้าบัตรเครดิตทีทีบี ประเภทที่มีคะแนนสะสม แลกคะแนนเท่ายอดใช้จ่ายรับเครดิตเงินคืน สำหรับวันเสาร์ - วันอาทิตย์ 15% และวันธรรมดา 10% สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ttb contact center 1428 #ttbcreditcard #ทีเอ็มบีและธนชาตเปลี่ยนเป็นทีทีบี #เปลี่ยนเพื่อให้ชีวิตคุณดีขึ้น #TMBThanachart #ttb #MakeREALChange

  • Maison Berger Paris

    เมซอง แบร์เช่ ปารีส ร่ายมนตร์สะกดแห่งความหอมจากน้ำหอม 2 กลิ่นล่าสุด ด้วยโปรโมชัน Miracle of Joy เมซอง แบร์เช่ ปารีส (Maison Berger Paris) ผู้นำเครื่องหอมสำหรับบ้านระดับพรีเมี่ยมจากประเทศฝรั่งเศส สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ทุกมุมในบ้าน ขอส่งต่อมนตร์สะกดแห่งความหอมในโอกาสส่งท้ายปีที่กำลังจะมาถึง ด้วยน้ำหอม 2 กลิ่นล่าสุด กับโปรโมชันชุด Miracle of Joy ในราคาพิเศษ 1,170 บาท (จากปกติ 2,340 บาท) โปรโมชัน Miracle of Joy ประกอบด้วย น้ำหอมกลิ่น Vanilla Gourmet ให้บรรยากาศของความอบอุ่นผ่อนคลาย แตกต่างจากกลิ่นหอมวานิลลาอื่นๆ ด้วยส่วนผสมที่เข้ากันอย่างลงตัวทั้งวานิลลา รัม โกโก้ และเมล็ดทองก้า ขนาด 500 มิลลิลิตร 1 ขวด และ น้ำหอมกลิ่น Savory Tangerine ช่วยกระตุ้นความสดชื่นด้วยส่วนผสมที่มีทั้งส้มแมนดาริน มะนาว แต้มความหอมละมุนจากดอกไม้น้ำ ขนาด 500 มิลลิลิตร 1 ขวด ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความหอมที่พร้อมให้บริการถึง 10 สาย สอบถามรายละเอียด โทร. 02-672-2088 หรือ call & collect ได้ที่ The Bedroom Company ถนนชิดลม โทร. 02-254-2780 และทุกช่องทางออนไลน์ Facebook: MaisonBergerThailand LINE: @maisonbergerthai IG: maisonbergerthailand และ www.maisonbergerthailand.com #อยู่บ้าน…. บ้านต้องหอม นึกถึง Maison Berger Paris ความหอมที่บริสุทธิ์และปลอดภัยด้วยมาตรฐานการผลิต ISO : 9001 จากประเทศฝรั่งเศส #MaisonBergerThailand #LampeBerger #HomeFragrance #Decor #Nature #Design #Wellness #HomeFragrance #StaySafe #ThankYou #Festival #HaffOfFame #HomeFragrance #น้ำหอมสำหรับบ้าน #น้ำหอมสำหรับบ้านสไตล์ฝรั่งเศส

  • LINE Hospitality Tech 2021

    เปิดไฮไลท์สำคัญงาน LINE Hospitality Tech 2021 จัดหนักทุกมิติทางรอด คืนชีพธุรกิจท่องเที่ยว ธุรกิจสุขภาพ พลิกฟื้นประเทศไทย เมื่อเรากำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ “Now Normal” หลังสถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลาย ทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทาง ภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มกลับมา “ฟื้นตัว” โดยเฉพาะธุรกิจบริการ ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยวและด้านสุขภาพ ที่กำลังถูกวางให้เป็นธุรกิจ “เรือธง” นำไทยทะยานสู่น่านน้ำแห่งความท้าทายในยุคหลังโควิด 19 ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมาเข้มแข็งได้อีกครั้ง LINE ในฐานะผู้นำแพลตฟอร์มดิจิทัลของไทย จึงขอเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการให้ความรู้ภาคธุรกิจบริการ ในการใช้เทคโนโลยีให้มีประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้จัดงาน “LINE Hospitality Tech 2021: Next in the new era ท่องเที่ยว สุขภาพ พลิกฟื้นประเทศไทย” เพื่อเจาะลึกทางรอดประเทศไทย จากผู้เชี่ยวชาญทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ และเอกชน อีเวนต์สุดยิ่งใหญ่แห่งปี รวมพลรัฐ-เอกชนเพื่อคนท่องเที่ยว-สุขภาพ ไฮไลท์ของงาน LINE Hospitality Tech 2021 ในครั้งนี้ มาพร้อมความหลากหลาย ตอบโจทย์ทุกมุมมองธุรกิจในภาคบริการ เริ่มจากการชวนนักธุรกิจเตรียมตัวให้พร้อม เตรียมกลยุทธ์ให้สอดรับกับแผนเดินหน้าของภาครัฐ โดย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กับ Roadmap บอกเล่านโยบายขับเคลื่อนประเทศไทย ภายใต้เศรษฐกิจที่พึ่งพาการท่องเที่ยว ในหัวข้อ “THAILAND ROADMAP FOR TOURISM ECONOMY” ต่อด้วย คุณยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ในหัวข้อ “THE UPCOMING OF THAILAND TOURISM 2022” ฉายภาพทิศทางท่องเที่ยวไทยในปีหน้า แนวทางการกระตุ้นนักท่องเที่ยวทั้งจากในและนอกประเทศ เทรนด์และรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เติบโตขึ้น รวมถึงโอกาสของไทยในการก้าวสู่ผู้นำการท่องเที่ยวยุคใหม่ และผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษาด้านการจัดการและวางกลยุทธ์ธุรกิจระดับโลก อย่าง Boston Consulting Group (BCG) มาร่วมสรุปพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป นำมาสู่เทรนด์ใหม่สำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและสุขภาพ ภายใต้หัวข้อ “THE RECOVERY OF THAILAND’S ECONOMIC CONTRIBUTORS” เผยกรณีศึกษา ปรับตัวรับเทรนด์ผู้บริโภคอย่างไรในยุคหลังโควิด ในด้านของการจัดการธุรกิจบริการภาพรวม ผู้ร่วมงานจะได้รับมุมมองจากการปรับตัวทางธุรกิจผ่านกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ อย่าง OR ผู้นำในธุรกิจบริการและค้าปลีก ในหัวข้อ “THE STRATEGIC TRANSFORMATION OF BUSINESS” ที่จะมาถอดรหัสการทำ Business Transformation ตลอดจนการปรับตัวของธุรกิจสู่แนวทาง Retail Tech & Digital Lifestyle นับเป็นตัวอย่างที่จะช่วยชี้ช่องทางสำหรับนักธุรกิจที่ต้องการจะทรานซ์ฟอร์มตัวเองให้อยู่รอดและเติบโตในยุค Now Normal พลาดไม่ได้ กับช่วงเสวนา “PANEL TALK : THE ARRIVAL OF TRAVELLERS POST-PANDEMIC” ร่วมวิเคราะห์พูดคุยอย่างออกรสกับคนในแวดวงสื่ออย่าง Mindshare และเอเจนซี่ผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญใหญ่จากภาครัฐเชิงการท่องเที่ยวอย่าง Bangkok Writer and Partners ร่วมด้วยมุมมองความคิดเห็นในมุมธุรกิจการแพทย์จากโรงพยาบาลพระราม 9 ที่จะมาชี้ให้เห็นผลกระทบจากโควิด-19 ในแง่ของการสื่อสาร มีเดียต่างๆ ในยุคใหม่หลังโควิด-19 พร้อมแนะนำเทรนด์ใหม่น่าจับตามองสำหรับการตลาดหรือการโฆษณาสำหรับอุตสาหกรรม Hospitality หลังเปิดประเทศ รวมไปถึงปัจจัยการขับเคลื่อนจากภาครัฐ เช่น โครงการ Phuket Sandbox หรือ เราเที่ยวด้วยกัน เป็นต้น โชว์เคล็ดลับต่อยอดบริการสุขภาพ ฟันธง HealthTech ดาวรุ่งพุ่งแรง สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เกิดการคิดค้นนวัตกรรมจัดการด้านสาธารณสุขภายในเวลาอันสั้น ส่งผลให้แต่ละประเทศกลับมาทบทวนกลยุทธ์ด้านระบบสาธารณสุขครั้งใหญ่ และให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้พัฒนาเทคโนโลยีการแพทย์หรือ HealthTech มากขึ้น ในงาน LINE Hospitality Tech 2021 จึงได้ชวนองค์กรในภาคธุรกิจบริการสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น สมาคม HealthTech ไทย และผู้ให้บริการด้านสุขภาพชื่อดังอย่าง Health At Home และ CHIIWII ร่วมถอดบทเรียนการจัดการด้านบริการสุขภาพในช่วงโควิด-19 โดยใช้เทคโนโลยี ภายใต้การเสวนาหัวข้อ “THE RISE OF HEALTHTECH” กรุยทางให้ทุกคนเข้าใจถึงความสำคัญของ HealthTech และอิทธิพลที่จะส่งผลต่อโลกการบริการสุขภาพในอนาคต เพื่อเป็นแนวทางให้กลุ่มธุรกิจด้านการแพทย์และสุขภาพสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างประสิทธิภาพ พร้อมด้วยกรณีศึกษาน่าสนใจของ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ที่ถือเป็นผู้นำในการปรับธุรกิจสู่การเป็น Smart Hospital เป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย และโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กับการเผยแผนเตรียมความพร้อมสู่การเป็นจุดมุ่งหมายของการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์รับการเปิดประเทศ นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อการให้ความรู้ แนะนำเครื่องมือใหม่บนโลกออนไลน์ สำหรับธุรกิจเพื่อสุขภาพโดยเฉพาะ อย่าง LINE OPENCHAT ช่องทางสำคัญช่วยเชื่อมต่อการสื่อสารยุคใหม่ระหว่างผู้ป่วย หรือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ กับองค์กรหรือหน่วยงานด้านการแพทย์ สุขภาพ พร้อมแชร์กรณีศึกษาที่เกิดขึ้นในช่วงการแพร่ระบาดอันน่าสนใจ ในหัวข้อ “OPENCHAT THE NEW AID FOR HEALTHCARE COMMUNICATION” ร่วมวิเคราะห์เจาะลึก อนาคตใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ในด้านของธุรกิจท่องเที่ยว งาน LINE Hospitality Tech 2021 มุ่งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางความคิดสำหรับคนในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวอย่างเต็มที่เช่นเดียวกัน ในหัวข้อเสวนา “THE NEXT DIRECTION OF THAILAND TOURISM” โดยมีกลุ่มธุรกิจแถวหน้าในวงการท่องเที่ยว อาทิ Agoda, Airbnb, The Standard Hotels และที่ปรึกษาชั้นนำ อย่าง Hospitality Advisory Services มาร่วมถกประเด็น ห้คำแนะนำในการพลิกฟื้นธุรกิจท่องเที่ยวด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ดีกว่าให้กับผู้บริโภค อีกทั้ง ยังมีองค์กรภาครัฐ นำโดย นายกเทศมนตรียะลา มาร่วมบอกเล่าการปรับตัวผ่านกลยุทธ์เปลี่ยนเมืองให้เป็นสมาร์ทซิตี้ เพิ่มความสะดวกในด้านบริการสาธารณะให้กับประชาชนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนด้วยเทคโนโลยี ภายใต้หัวข้อ “DRIVE BETTER TOURISM WITH SMART CITY” นอกจากนั้น ภายในงานยังนำเสนอหัวข้ออื่นๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็น หัวข้อ “LINE MAN WONGNAI PERSPECTIVE AND WAY FORWARD WITH MYRESTAURANT” การปรับตัวของกลุ่มธุรกิจร้านอาหารสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลและเดลิเวอรี่ พร้อม Insight การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในช่วงโควิด-19 จาก LINE MAN Wongnai รวมไปถึงตัวอย่างแนวทางการใช้ช่องทางโซเชียลและ Chat เพื่อธุรกิจบริการกลุ่มท่องเที่ยวและโรงแรมต่างๆ ในหัวข้อ “SOCIAL COMMERCE & CHAT SOLUTIONS FOR HOSPITALITY SECTOR” จาก LINE ประเทศไทย อีกด้วย นักธุรกิจ ผู้ประกอบการในธุรกิจบริการด้านการท่องเที่ยวและด้านสุขภาพ ที่สนใจ สามารถเข้ารับชมงานในวันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ https://lin.ee/3v8r7Ja/wcvn , LINE Official Account: LINE for Business (@linebizth) และ FB & LINE TV: LINE for Business ดูรายละเอียดเพิ่มเติมพร้อมกำหนดการได้ที่ https://lin.ee/3v8r7Ja/wcvn

  • Women's Scottish Open 2022

    ทรัสต์กอล์ฟ เดินหน้าสนับสนุนศึก “วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น 2022” อีก 4 ปี รวด อัดฉีดเงินรางวัลสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ เตรียมระเบิดศึกสนามดันโดนัลด์ลิงก์ ฟากไรแอนน์ โอทูล ตั้งเป้าเดินหน้าป้องกันแชมป์ ดร.ปริญ สิงหนาท (ขวาสุด) ผู้ก่อตั้งทรัสต์กอล์ฟ และไรแอนน์ โอทูล (กลาง) แชมป์ปี 2021 บริษัทนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อกีฬากอล์ฟชั้นนำจากประเทศไทย โดย ดร.ปริญ สิงหนาท เดินหน้าสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยสู่วงการกอล์ฟระดับโลกอีกครั้ง ประกาศขยายระยะเวลาการเป็นผู้สนับสนุนหลักทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น ต่อเนื่องอีก 4 ปี พร้อมอัดฉีดเพิ่มเงินรางวัลขึ้นอีก 33% รวมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์ โดยรายการทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น 2022 กำหนดจัดที่สนามดันโดนัลด์ลิงก์ สก็อตแลนด์ ตั้งแต่วันที่ 28-31 กรกฎาคม 2565 โดยมี ไรแอนน์ โอทูล ยืนยันกลับมาป้องกันแชมป์ สนามดันโดนัลด์ลิงก์ถือเป็นสนามลิงก์แบบคลาสสิกและเคยเป็นสถานที่จัดแข่งขันรายการนี้มาแล้วเมื่อปี 2015, 2016 และ 2017 จากนั้น ดาร์วิน เอสเคปส์ เจ้าของรายใหม่ได้ลงทุนมหาศาลกว่า 25 ล้านปอนด์ เพื่อยกเครื่องสนามใหม่ทั้งหมดให้กลายเป็นกอล์ฟรีสอร์ตหรูในปัจจุบัน ในปี 2021 ทรัสต์กอล์ฟ บริษัทด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อกีฬากอล์ฟสัญชาติไทย ซึ่งก่อตั้งโดย ดร.ปริญ สิงหนาท ได้เริ่มเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันกอล์ฟสตรีรายการนี้เป็นปีแรก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและเพิ่มโอกาสให้นักกอล์ฟไทยรุ่นใหม่สามารถไต่ขึ้นสู่เวทีระดับโลกได้มากขึ้น ผ่านการสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับประเทศสกอตแลนด์และการพัฒนาโปรแกรมการศึกษากีฬากอล์ฟให้มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล ดร.ปริญ สิงหนาท ผู้ก่อตั้งทรัสต์กอล์ฟ กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่จะประกาศให้การสนับสนุนการแข่งขันทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น ต่อเนื่องไปอีก 4 ปี และเพิ่มเงินรางวัลเป็น 2 ล้านดอลลาร์ ด้วยความเชื่อมั่นว่าการแข่งขันรายการนี้จะเป็นเวทีสำคัญที่ช่วยให้ทรัสต์กอล์ฟเป็นที่รู้จักของแฟนกอล์ฟทั่วโลก ตลอดจนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทรัสต์กอล์ฟในการส่งเสริมการแข่งขันเพื่อมอบโอกาสการสร้างผลงานให้แก่นักกอล์ฟสตรีรุ่นต่อไปในอนาคต” “ด้วยความร่วมมืออย่างต่อเนื่องกับแอลพีจีเอ, เลดีส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์, VisitScotland และไอเอ็มจี เรายินดีอย่างยิ่งที่รายการนี้จะกลับไปจัดที่สนามดันโดนัลด์ลิงก์อีกครั้ง เนื่องจากเป็นสนามระดับเวิลด์คลาสที่เหมาะสมและสอดคล้องอย่างยิ่งกับวิสัยทัศน์และความทุ่มเทต่อกีฬากอล์ฟของทรัสต์กอล์ฟ และเรารู้สึกตื่นเต้นมากที่ได้ขยายบทบาทของเราไปสู่ประเทศ สก็อตแลนด์ โดยหลังจากที่ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักครั้งแรกในปีที่แล้ว เราก็รอที่จะได้จัดการแข่งขันนี้อีกครั้งที่สนามดันโดนัลด์ลิงก์ในปีหน้า” ด้าน ไรแอนน์ โอทูล เจ้าของแชมป์รายการเมื่อปีที่แล้วหลังเล่นมา 228 รายการ โดยในวันสุดท้ายของการแข่งขันสามารถทำ 8 อันเดอร์พาร์ 64 โดยไม่เสียโบกี้ ยืนยันจะไปป้องกันตำแหน่งแชมป์ที่สนามโดนัลด์ลิงก์ในปีหน้าเพื่อครองถ้วยทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น อีกครั้งในปี 2022 กล่าวว่า “ฉันตั้งตารอที่จะได้กลับไปป้องกันแชมป์ที่สกอตแลนด์ในปีหน้า โดยในปีที่ผ่านมา การครองแชมป์แอลพีจีเอครั้งแรกคือฝันที่เป็นจริง ยิ่งเป็นรายการที่จัดในสกอตแลนด์ที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดกีฬากอล์ฟแล้ว ก็ยิ่งทำให้ชัยชนะครั้งนั้นพิเศษขึ้นไปอีก แม้ว่าจะใช้เวลานานแต่ก็คว้าชัยชนะมาได้ในที่สุด และฉันยังต้องการประสบความสำเร็จให้มากกว่านี้อีก ดังนั้น ฉันจึงตั้งตารอที่กลับไปป้องกันแชมป์อย่างสุดความสามารถ นอกจากนี้ยังรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าสนามดันโดนัลด์ลิงก์เปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหนเมื่อเทียบกับตอนที่ไปแข่งขันเมื่อปี 2017” ##### เกี่ยวกับ ทรัสต์กอล์ฟ ในฐานะบริษัทที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในประเทศไทย ทรัสต์กอล์ฟส่งเสริมการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี โดยมุ่งหวังให้เกิดการพัฒนานักกอล์ฟอาชีพชาวไทยรุ่นต่อไป ด้วยการใช้เทคโนโลยี ตลอดจนการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับทั้งร่างกายและจิตใจ ดร.ปริญ สิงหนาท ผู้ก่อตั้งทรัสต์กอล์ฟ ได้คิดค้นโปรแกรมการฝึกซ้อมที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาทักษะของนักกอล์ฟไทยรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่ระดับอาชีพในอนาคต ทรัสต์กอล์ฟให้การสนับสนุนทุกมิติของการแข่งขัน ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนเยาวชน นักกีฬากอล์ฟและแคดดี้ โดยมีแผนการสำคัญคือการเปิดมหาวิทยาลัยทรัสต์แห่งแรกในประเทศไทยเพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาที่กว้างขึ้นให้แก่นักกอล์ฟไทย และมีจุดมุ่งหมายที่จะขยายโอกาสนี้ให้ครอบคลุมทั่วโลก เนื่องจากเทคโนโลยีเป็นเสมือนหัวใจสำคัญในปรัชญาของทรัสต์ กอล์ฟ การเป็นผู้สนับสนุนรายการวีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น จึงถือเป็นโอกาสให้ ดร.ปริญ สิงหนาท สามารถนำเสนอปรัชญาและวิสัยทัศน์ของทรัสต์ กอล์ฟ ออกสู่ระดับโลก พร้อมมอบโอกาสให้นักเรียนของทรัสต์กอล์ฟ มีส่วนร่วมในรายการแข่งขันระดับสากล ผ่านการจับมือเป็นพันธมิตรซึ่งจะเพิ่มโอกาสให้นักเรียนระดับสูงของศูนย์ได้ลงแข่งในสนามแข่งขันชื่อดังในรายการทรัสต์กอล์ฟ วีเมนส์ สก็อตติช โอเพ่น สกอตแลนด์ แหล่งกำเนิดกีฬากอล์ฟ สกอตแลนด์มีชื่อเสียงไปทั่วโลกในฐานะแหล่งกำเนิดกีฬากอล์ฟ โดยเป็นต้นกำเนิดเกมกีฬาชนิดนี้และยังคงเป็นศูนย์รวมจิตวิญญาณของกีฬากอล์ฟจวบจนปัจจุบัน ทั้งยังถือเป็นสถานที่จัดการแข่งขันกอล์ฟสมัยใหม่อันน่าตื่นตาตื่นใจด้วยมาตรฐานระดับโลก รวมถึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำที่พร้อมต้อนรับนักกอล์ฟนับแสนคนในแต่ละปีและพร้อมสำหรับการเป็นสถานที่จัดทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกหลายรายการ อุตสาหกรรมกอล์ฟในสกอตแลนด์มีมูลค่าต่อเศรษฐกิจของสกอตแลนด์มากกว่า 1 พันล้านปอนด์ในแต่ละปี โดยส่วนใหญ่มาจากการจัดอีเวนต์แข่งขันและการท่องเที่ยวเชิงกีฬากอล์ฟ ด้วยการจัดงานต่าง ๆ ขององค์การ VisitScotland, Scottish Development International และ Scottish Golf ทำให้รัฐบาล สกอตแลนด์ทำข้อตกลงให้การสนับสนุนการแข่งขันภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจและการเติบโตทางธุรกิจของประเทศ กระตุ้นการมีส่วนร่วมในเกมกีฬา และช่วยพัฒนานักกอล์ฟดาวรุ่งชาวสก็อตรุ่นใหม่ ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ในโปรแกรม Clubgolf สำหรับนักกอล์ฟเยาวชน ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรัฐบาลสกอตแลนด์และพันธมิตรได้ที่ www.scotland.org | www.visitscotland.com | www.scotent.co.uk | www.sdi.co.uk | www.scottishgolf.org | www.clubgolfscotland.com เกี่ยวกับ สนามดันโดนัลด์ลิงก์ กรุณาคลิก Irvine, Scotland Golf Course | Dundonald Links เกี่ยวกับ ไอเอ็มจี ไอเอ็มจี คือผู้นำระดับโลกด้านการจัดงานแข่งขันกีฬา อีเวนต์ งานสื่อ และแฟชั่น บริษัทยังเป็นผู้แทนและผู้จัดการของนักกีฬาและนายแบบนางแบบชื่อดัง รวมถึงเป็นเจ้าของและผู้จัดอีเว้นท์และความบันเทิงมากมายเป็นประจำทุกปี ถือเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตอิสระและผู้จัดจำหน่ายสื่อกีฬาและความบันเทิงรายใหญ่ที่สุดของโลก ไอเอ็มจียังมีความเชี่ยวชาญในด้านการฝึกฝนกีฬา การพัฒนาลีกการแข่งขัน และการตลาด สื่อ ปัจจุบัน ไอเอ็มจีถือเป็นส่วนหนึ่งของเอนเดฟเวอร์ บริษัทด้านความบันเทิง กีฬา และคอนเทนต์ระดับโลก เกี่ยวกับ แอลพีจีเอ สมาคมกอล์ฟอาชีพสตรี (แอลพีจีเอ) คือองค์กรกอล์ฟอาชีพสตรีระดับชั้นนำของโลก ก่อตั้งในปี ค.ศ. 1950 โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เดย์โทนาบีช ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา ซึ่งมีสมาชิกมากกว่า 2,300 คนจาก 30 ประเทศ ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างแรงบันดาลใจ ให้ความรู้ และมอบความบันเทิงด้วยการนำเสนอสุดยอดนักกอล์ฟหญิงโดยจัดการแข่งขันเกิดขึ้นทั่วโลก ในขณะที่ Symetra Tour ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์คัดเลือกนักกีฬาอย่างเป็นทางการของแอลพีจีเอได้สร้างเส้นทางให้แก่นักกีฬาที่มีความสามารถไปสู่เวทีระดับโลก นอกจากนี้ LPGA Teaching and Club Professionals ยังช่วยพัฒนาวงการกีฬากอล์ฟผ่านการสอน การฝึกซ้อม และการบริหารจัดการ แอลพีจีเอแสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทในการพัฒนาวงการผ่านมูลนิธิแอลพีจีเอ โดยองค์กรการกุศลนี้มุ่งมั่นเสริมสร้างศักยภาพและสนับสนุนเด็กหญิงและสตรีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 ผ่านการจัดกิจกรรมด้านการพัฒนา มนุษยธรรม และสังคมกอล์ฟ ซึ่งรวมถึง LPGA*USGA Girls Golf, LPGA Women’s Network, และสมาคมกอล์ฟสมัครเล่นแอลพีจีเอ (LPGA Amateur Golf Association) ผู้สนใจสามารถติดตามแอลพีจีเอได้ทางโทรทัศน์ กอล์ฟชาแนล และผ่านเว็บไซต์ www.LPGA.com สามารถเข้าร่วมสนทนากับเราได้ทาง www.facebook.com/lpga, www.twitter.com/lpga และ www.youtube.com/lpgavideo และอินสตาแกรม @lpga_tour เกี่ยวกับ เลดีส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ เลดีส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ (Ladies European Tour: LET) คือทัวร์นาเมนต์กอล์ฟหญิงระดับอาชีพชั้นนำของยุโรป ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1978 โดยมีชื่อเดิมว่า WPGA ด้วยจำนวนสมาชิกนักกอล์ฟ 324 คนจาก 38 ประเทศ ผู้เป็นแรงบันดาลใจให้แฟน ๆ ในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์มากกว่า 20 รายการใน 5 ทวีป ทำให้เลดีส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ เชื่อมโยงผู้คนและแบรนด์สินค้าผ่านการมีประสบการณ์ร่วมกัน และยังช่วยส่งเสริมความบันเทิงจากการแข่งขันกีฬาระดับโลกผ่านการจัดอีเวนต์ที่โดดเด่นซึ่งสามารถดึงดูดสื่อมวลชนต่างประเทศและสถานีโทรทัศน์ได้อย่างมหาศาล โดยในการจัดงานแต่ละครั้ง ไม่ได้มีเพียงการแข่งขันดวลวงสวิง หากเป็นวันที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานแบบครบวงจร โดยมีทั้งกิจกรรมความบันเทิงที่สนุกสนานและบรรยากาศของงานเทศกาลท่ามกลางทัศนียภาพที่สวยงามน่าประทับใจ นักกอล์ฟสมาชิกของเลดีส์ ยูโรเปี้ยน ทัวร์ สร้างความน่าหลงใหลและความตื่นตาตื่นใจด้วยทักษะการเล่นที่ยอดเยี่ยม หากมิใช่แค่เดินทางมาแข่งขันเท่านั้น หากยังช่วยสร้างมรดกตกทอดผ่านการเชื่อมโยงชุมชนเข้ากับการพัฒนากีฬากอล์ฟของภูมิภาคนั้น ๆ โดยมีคณะกรรมการบริการทำหน้าที่ดูแลทัวร์นาเมนต์ ร่วมกับสมาพันธ์นักกีฬาซึ่งช่วยสร้างความมั่นใจถึงการเติบโตและการพัฒนาที่ต่อเนื่องทั้งสำหรับผู้เล่น ผู้ชม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

  • "Buriram Marathon 2022"

    พร้อมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ บทพิสูจน์ ความท้าทายบนเส้นทางสู่ไนท์รันระดับโกล์ดเลเบิล รมต.ท่องเที่ยว-ลุงเน การันตี วิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” วันที่ 22 ม.ค.ปีหน้า เข้มมาตรการสาธารณสุข ต้นแบบอีเว้นต์ท่องเที่ยวและกีฬา บททดสอบให้คนทั่วโลกรู้ว่าสามารถท่องเที่ยวเมืองไทยอย่างปลอดภัย ผุดกองเชียร์ในน้ำครั้งแรกกลางห้วยจรเข้มาก พร้อมเสิร์ฟ “ลูกชิ้นยืนกิน” นับร้อยกระทะเอาใจนักวิ่ง จัดเซราะกราวแคมปิ้งแก้ปัญหาที่พัก ตั้งเป้าในปี 2023 ผลักดันให้เป็นมาราธอนระดับเหรียญทองรายการแรกของโลกในรูปแบบไนท์รัน ความเคลื่อนไหวของการแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” มาราธอนงานแรกและงานเดียวของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ หรือ WORLD ATHLETICS ROAD RACE ให้เป็นมาราธอนเหรียญเงินของโลก SILVER LABEL (ซิลเวอร์ เลเบิล) สวรรค์ของนักวิ่งที่ทุกคนรอคอย ในรูปแบบ Night Run (ไนท์ รัน) ที่จัดขึ้นเป็นปีที่ 6 ติดต่อกัน ในวันที่ 22 มกราคม 2565 ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,650,000 บาท ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต และสนามช้าง อารีนา จ.บุรีรัมย์ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า การจัดแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอนในปีหน้า เปรียบเสมือนการเปิดประเทศของการจัดกีฬาเช่นกัน เนื่องจากเปิดให้นักวิ่งนานาชาติเข้ามาร่วมแข่งขันได้ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ง่าย ทั้งนี้ด้วยมาตรการสาธารณสุขและประชาชนในพื้นที่ได้รับวัคซีน มากกว่า 80 เปอร์เซนต์ ทำให้จังหวัดบุรีรัมย์มีศักยภาพพร้อมรองรับการจัดการแข่งขัน ซึ่งการจัดงานระดับโลกเช่นนี้ เป็นความท้าทายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นักวิ่ง และพี่น้องชาวจังหวัดบุรีรัมย์ ที่จะผลักดันให้จัดงานลุล่วง ปลอดจากโควิด19 ซึ่งกระทรวงฯเข้าไปติดตามดูผลการจัดการแข่งขันและร่วมกิจกรรมอย่างใกล้ชิด ถือเป็นเป้าหมายแรกของประเทศไทย ที่จะมีการแข่งขันกีฬารายการใหญ่และจะเป็นต้นแบบในการจัดแข่งขันรายการอื่นๆ ในอนาคตต่อไป” ด้าน นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า สำหรับ การจัดการแข่งขันบุรีรัมย์มาราธอน 2022 ในวันที่ 22 มกราคมปีหน้า จะเป็นงานที่ท้าทาย เป็นบททดสอบว่าคนไทยสามารถใช้ชีวิตปกติได้ และมีเป้าหมายที่จะสร้างความมั่นใจให้คนทั่วโลกว่า ไปที่ไหนในประเทศไทยก็ปลอดภัยจากโควิด-19 ด้วยมาตรการทางสาธารณสุขของประเทศไทยเข้มแข็งเพียงพอ ทั้งนี้ “บุรีรัมย์มาราธอน” จัดการแข่งขันวิ่งไนท์ รัน เป็นปีที่ 2 ของบุรีรัมย์และของประเทศไทย ตั้งเป้าจะเป็นการวิ่งในระดับ Gold Label (โกลด์ เลเบิล) ในปี 2023 เหมือนกับบอสตัน,นิวยอร์ก,โตเกียว, ลอนดอน โดยจะเป็น โกลด์ มาราธอนแรกของโลกในรูปแบบไนท์ รัน สำหรับการจัด “บุรีรัมย์มาราธอน 2022” คำนึงถึงความปลอดภัยทางด้านสาธารณสุขเป็นสำคัญ ซึ่งจนถึงวันแข่งขัน คาดว่าประชาชนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์จะได้รับวัคซีน 90% ทั้งนี้ การจัดอีเว้นท์ใหญ่ที่ มีพื้นที่ความยาวกว่า 42.5 กิโลเมตร มีนักวิ่งเกือบ 30,000 คน ตลอดเส้นทางวิ่งมีผู้คนที่เกี่ยวข้อง กองเชียร์ 4-5 หมื่นคน มีผู้คนทั้งงานร่วมแสนคน เพื่อความปลอดภัยจะเน้นเรื่องมาตราการทางสาธารณสุข นักวิ่งที่เข้าแข่งขันต้องฉีดวัคซีนครบโดสและต้องตรวจ ATK ก่อนวิ่ง รวมทั้งมีการสุ่มตรวจ ATK กับพี่น้องประชาชนในชุมชน เพื่อความปลอดภัยของนักวิ่งและผู้ร่วมงานทุกคน “บุรีรัมย์มาราธอน 2022” จะเป็นบุรีรัมย์ที่นักวิ่งทุกคนมีความสุข ปีนี้มีอากาศที่เย็นสบาย และเรายังสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ๆ ให้เป็นที่จดจำ เป็นไนท์ รันที่เต็มไปด้วย วิถีชีวิตแบบคนบุรีรัมย์ นักวิ่งจะได้พบกับกองเชียร์ที่มากกว่าทุกปี รวมทั้งกองเชียร์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน โดยเป็นครั้งแรกที่มีกองเชียร์ในน้ำกลางอ่างเก็บน้ำห้วยจรเข้มาก เรียกว่ากองเชียร์จัดเต็มทั้งบนบกและในน้ำ มีความพร้อมทุกด้านทั้งเส้นทางวิ่ง ไฟฟ้า แสงสว่าง น้ำดื่มสำหรับนักวิ่ง อุปกรณ์การแพทย์สนับสนุนตลอดเส้นทาง เป็นไนท์ รันที่สร้างความประทับใจให้กับทุกคน เมื่อเข้าเส้นชัย หลังรับเหรียญรางวัล จะมีของดีบุรีรัมย์สตรีทฟู้ดไว้รองรับ มีลูกชิ้นยืนกินที่นักร้องดังอย่าง ลิซ่า แบล็คพิงค์ โหยหา จัดเตรียมหลายร้อยกระทะ เพื่อรองรับนักวิ่งทุกคน” “ส่วนเรื่องปัญหาที่พักที่ไม่เพียงพอ เราได้เตรียม “เซาะกราวแคมป์ปิ้ง” เป็นที่พักในอินดอร์ บริเวณองค์การบริหารส่วนจังหวัดบุรีรัมย์ รับได้ 2,000 คน และจากจุดนี้จะมีรถชัตเติลบัส วิ่งรับส่งเข้ามาที่สนามแข่งตลอด 24 ชั่วโมง เราพยายามแก้ไขจุดอ่อน และตรงไหนที่เป็นจุดแข็ง เราจะต้องต่อเติมให้ดีมากขึ้นไปอีก” “ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คนไทยเราเผชิญกับ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งบุคลากรทางการแพทย์ มีส่วนสำคัญทำให้คนไทยปลอดภัย บุคลากรทางการแพทย์ที่สมัครวิ่ง ถ้าชำระเงินไปแล้ว ในวันวิ่งสามารถเอาบัตรมาแสดงตนเพื่อไปรับค่าสมัครคืนได้ 50% ที่สนามแข่งขัน ส่วนบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังไม่ได้สมัครวิ่ง ก็จะเสียค่าสมัครเพียง 50% ของทุกระยะ” “ในปีหน้า อีกการแข่งขันระดับโลกที่ทางบุรีรัมย์จะเป็นเจ้าภาพ ก็คือการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก “โมโตจีพี” ซึ่งเราจะต้องเตรียมตัวรับการเป็นเจ้าภาพในเดือนตุลาคมปี 2022 อีกรายการสำคัญที่จะเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาที่มีเป้าหมายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก และคนไทยทั้งประเทศ เพราะฉะนั้น วิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022” จะเป็นบททดสอบและบทพิสูจน์ให้เห็นว่า “บุรีรัมย์” มีความพร้อม สามารถจัดการแข่งขันให้เป็นไปตามมาตรฐานของมาราธอนโลกได้ และพร้อมที่จะเป็นผู้เปิดกุญแจให้คนทั้งโลกเห็นว่า ประเทศไทยปลอดภัยเพียงพอที่จะกลับมาท่องเที่ยว และใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย” ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2022 พรีเซ็นเต็ดบายเครื่องดื่มตราช้าง” เปิดรับสมัครแล้วอย่างเป็นทางการ การแข่งขันจะจัดในรูปแบบไนท์รัน นักวิ่งทุกคนจะต้องได้รับวัคซีนครบโดสก่อนการแข่งขัน และตรวจ Antigen Test Kit ก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน โดยแบ่งการแข่งขันเป็น 4 ระยะวิ่งได้แก่ มาราธอน ระยะทาง 42.195 ก.ม.ปล่อยตัวเวลา 18.30 น. เข้าเส้นชัยภายใน 02.00 น., ฮาล์ฟ มาราธอน ระยะทาง 21.1 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 20.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 00.30 น., มินิมาราธอน ระยะทาง 10 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.00 น. เข้าเส้นชัยภายใน 23.45 น. และ ฟันรัน ระยะทาง 4.554 ก.ม. ปล่อยตัวเวลา 21.45 น. เข้าเส้นชัยภายในเวลา 23.30 น. โดยวันแข่งขันวิ่ง จะจัดวันเดียวจบ ครบทุกระยะ ในวันที่ 22 มกราคม 2565 นอกจากนี้ยังมีการงานจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. ขนทัพสินค้ากีฬาและสุขภาพเอาใจนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วโลก ผู้สนใจยังสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ที่ www.burirammarathon.com หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.facebook.com/bru.marathon

  • Honda City e:HEV RS 2021

    Honda City e:HEV RS 2021 ใหม่ รถระดับ B-segment ครบเครื่องที่สุดเท่าที่จะหาได้ในขณะนี้ พละกำลังมีให้ใช้อย่างล้นหลาม และเหลือเฟือ ควบคู่ไปกับความประหยัดในแบบไฮบริด โครตคุ้มกับค่าตัวไม่ถึงล้าน ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ถูกเปิดตัวพร้อมกับ Honda City Hatchback ที่มีดีไซน์เอาใจวัยเริ่มต้นทำงาน ซึ่งมีให้เลือกเฉพาะเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 1.5 ลิตรเท่านั้น และก็ถือเป็นครั้งแรกในตลาดที่มีเครื่อง ยนต์ Full-hybrid ให้เลือกในรถระดับ B-segment แถมยังเป็นหนึ่งเดียวในตระกูลซิตี้ที่พ่วงระบบความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING มาให้ด้วย ถือว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฮบริดที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุดในขณะนี้ ด้วยราคาจำหน่าย ไม่ถึงล้านบาท ด้วยสมรรถนะและความประหยัด รวมถึงออปชั่น บางอย่างเทียบชั้นได้กับ Civic และ Accord ถือว่าเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจทีเดียวค๊ะ ชื่อเต็มอย่างเป็นทางการของ ซิตี้ ไฮบริด ก็คือฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี อาร์ เอส จึงไม่แปลกที่รถรุ่นนี้จะมีหน้าตาเหมือนกับ :ซิตี้ อาร์เอส โฉม 4 ประตูแทบทุกกระเบียดนิ้ว จะต่างกันก็เพียงโลโก้ฮอนด้ารูปตัว "H" ที่ถูกออกแบบให้มีพื้นหลังสีน้ำเงินแสดงถึงความเป็นรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี อาร์ เอส มาพร้อมชุดแต่งภายนอกสไตล์ RS ซึ่งประกอบด้วย กระจังหน้าสีดำพร้อมสัญลักษณ์ RS กันชนหน้าแบบ RS ฝาครอบกระจกมองข้างและสปอยเลอร์ท้ายสีดำ Gloss Black เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีทูโทน กลึงเงาขนาด 16 นิ้ว ไฟหน้าแบบ Full LED ที่มีไฟส่องสว่างเวลากลางวันและไฟเลี้ยวแบบ LED, ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโน มัติตามสภาพแสง, ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED, กระจกมองข้างปรับ-พับด้วยระบบไฟฟ้า, ที่ปัดน้ำฝนแบบปรับหน่วงเวลา และไฟท้ายแบบ LED และยังเป็นเพียงรุ่นเดียวที่มีระบบดิสก์เบรกมาให้ทั้ง 4 ล้อ เพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนให้ดียิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารเน้นความสปอร์ตด้วยโทนสีดำตั้งแต่เบาะนั่งไปจนถึงแผงบุเพดานหลังคาเหนือศีรษะ โดยเบาะนั่งคู่หน้าเป็นแบบปรับมือ สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ ฝั่งผู้ขับได้ หุ้มด้วยวัสดุหนังกลับสลับผ้าและหนังสังเคราะห์ เพิ่มความสวยงามด้วยตะเข็บสีแดง ชุดควบคุมระบบไฟฟ้า IPU ของระบบไฮบริดถูกติดตั้งไว้บริเวณห้องเก็บส้มภาระด้านท้าย ส่งผลให้พื้นห้องเก็บสัมภาระสูงขึ้นกว่าปกติเล็กน้อย และมีพื้นที่ขนาด 410 ลิตรไว้ให้ใช้งาน ซึ่งก็เพียงพอต่อการบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาดกลาง 4 ใบ อีกทั้งยังติดตั้งหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 7 นิ้วไว้ข้างมาตรวัดความเร็ว เพื่อแสดงการทำงานของระบบไฮบริดและระบบช่วยเหลือการขับขี่ต่างๆแถม ยังช่วยสร้างบรรยากาศภายในรถให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น ขณะที่พวงมาลัยเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง โดยมีปุ่มควบคุมการทำงานของระบบควบคุมความเร็วแบบแปรผัน มาให้เพื่อความสะดวกสบาย ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ Single-zone เสริมด้วยช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังมาให้ ความเย็นสบายทั่วทั้งห้องโดยสาร พร้อมทั้งช่องจ่ายไฟแบบ 12 โวลต์ด้านหลังมาให้อีก 2 ตำแหน่ง คอนโซลมีการออกแบบใหม่ สำหรับรุ่น E :HEV โดยเฉพาะ มาพร้อมกับปุ่มเบรกมือไฟฟ้า มีช่องวางแก้วและขวดน้ำ และที่เก็บของแบบมีฝาปิดซึ่งสามารถใช้เป็นที่พักแขนได้ ขณะที่ระบบกุญแจเป็นแบบ Honda Smart Key System ทำงานคู่กับปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ One Push Ignition Start เสริมด้วยระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเปิดระบบปรับอากาศด้วยรีโมท Remote Engine Start มาให้อีกต่างหาก ซึ่งการสั่งงานก็เพียงกดปุ่มล็อกประตู 1 ครั้ง จากนั้นกดปุ่มรูปลูกศรบนรีโมทค้างไว้ประมาณ 2 วินาที รถจะติดขึ้นพร้อมทั้งเปิดระบบปรับอากาศให้เย็นฉ่ำก่อนขึ้นรถค๊ะ มีระบบอินโฟเทนเมนท์ ติดตั้งหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว Advanced Touch สามารถรองรับ Apple CarPlay ได้ แถมรองรับ Android Auto ได้ด้วยเช่นกัน แต่ปัจจุบันกูเกิ้ลยังไม่เปิดให้ใช้บริการอย่างเป็นทางการในไทย มีปุ่มสำหรับปรับระดับเสียงและเข้าถึงเมนูต่างๆ มาพร้อมช่อง USB จำนวน 2 ตำแหน่ง สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และใช้ระบบสั่งงานด้วยเสียง SIRI ได้ มีระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT มาให้ในตัว และลำโพง 8 ตำแหน่งรอบคัน ไฮไลท์เด่น อยู่ที่การติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง Honda SENSING แบบเดียวกับที่พบใน Civic และ Accord โดยมีฟังก์ชั่นการทำงาน 5 ฟังก์ชั่น ได้แก่ ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมระบบช่วยเบรก , ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดิน รถ , ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกเลน , ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ส่วนระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆครบครัน ประกอบด้วย ถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ถุงลมนิรภัยด้านข้าง, ม่านถุงลมนิรภัย, ระบบแสดงภาพมุมอับสายตา Honda LaneWatch, กล้องมองภาพด้านหลังปรับมุมมองได้ 3 ระดับ, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง VSA, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA และจุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX เป็นต้น ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี อาร์เอส ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด Sport Hybrid i-MMD ทำงานคู่กับระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ไอ- วีเทค ให้กำลังสูงสุด 98 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 127 นิวตัน-เมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตัน-เมตร ซึ่งแรงบิดทั้งหมดมาตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ 0 ถึง 3,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ E-CVT มีอัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 27.8 กิโลเมตร ต่อลิตร ตามมาตรฐาน Eco Sticker ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี อาร์เอส ไม่มีปุ่มเลือกโหมดการทำงานของระบบไฮบริดมาให้ แต่สมองกลของรถจะเป็นตัวสั่งการสลับโหมดไปมาระหว่าง EV, Hybrid, Engine และ Regenerating ตามสภาพการขับขี่ด้วยตัวเอง เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองลง ดังนั้นหากแบตเตอรี่มีปริมาณเพียงพอ การขับรถแบบไปช้าๆ โดยเฉพาะในหมู่บ้านก็จะเป็นการขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วน ซึ่งจะมีเสียงเพียงเบาๆ เพื่อเตือนคนภายนอกว่ากำลังมีรถเคลื่อนที่เข้ามา สำหรับการสัมผัส ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี อาร์เอส เนื่องจากเป็นรถรุ่นไฮบริด ที่ให้ความเงียบและนุ่มนวล ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว เสียง พละกำลังของระบบไฮบริดที่มาแบบเงียบๆ แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ของซิตี้ก่อนหน้า ความนุ่ม นวลส่วนหนึ่งเป็นเพราะช่วงล่างที่ถูกเซ็ตมาค่อนข้างนุ่ม ประกอบกับการพัฒนาปรับปรุงในด้าน NVH ที่ลดแรงสะเทือนภายในห้องโดยสารลง ควบคู่กับการเก็บเสียงที่ทำได้ค่อนข้างดี พละกำลังของเครื่องยนต์ Sport Hybrid i-MMD มีให้ใช้อย่างเหลือเฟือ ด้วยแรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร จึงสามารถเร่งความเร็วในจังหวะ แซง ได้อย่างทันใจ ทำให้คุ้มค่า ด้วย เพราะเป็นรถที่เหมาะสมทั้งการขับขี่ในเมือง และขับขี่ต่างจังหวัดได้อย่างสบาย สรุปโดยรวม ถือว่า ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี อาร์เอส เป็นรถที่ขับขี่สนุก อีกทั้งยังมีระบบความปลอดภัยมาให้แบบจัดเต็ม พละกำลังมีให้ใช้แบบไม่ต้องเกร็งในขณะเร่งแซง ควบคู่ไปกับความประหยัดในแบบไฮบริด จนลืมเติมน้ำมันไปเลยคะ ห้องโดยสารก็กว้างขวางเพียงพอสำหรับครอบครัว ถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าทีเดียวกับการควักเงินในกระเป๋าจ่ายออกไปคะ โชว์รูมฮอนด้า ใกล้บ้านเข้าไปสัมผัสกันเลยคะ อย่าช้า….. #ฮอนด้าซิตี้อีเอชอีวีอาร์เอส #HondaCityeHEVRS2021 #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • TCEB opens the Chiang Rai tea and coffee route stimulate seminar

    TCEB เปิดเส้นทางชากาแฟเชียงราย กระตุ้นการประชุมสัมมนา ดึงเครือข่ายMICE ร่วมสัมผัสประสบการณ์ท้องถิ่น สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ จัดกิจกรรม Fam Trip เปิดเส้นทางการกิจกรรม MICE สร้างสรรค์: ชากาแฟ ดอยช้าง ดอยแม่สลอง ดอยตุง 3 แหล่งปลูกและผลิตชากาแฟคุณภาพดีของจังหวัดเชียงราย เพื่อกระตุ้นการจัดกิจกรรม MICE ด้านประชุม สัมมนา ศึกษาดูงาน ภายใต้โครงการ World tea and Coffee Expo พร้อมดึงเครือข่าย MICE ทั่วไทย ร่วมสัมผัสประสบการณ์และสร้างเครือข่ายเมืองแห่ง ชากาแฟของประเทศไทย นางจุฑา ธาราไชย ผู้อำนวยการ สำนักส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ ภาคเหนือ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เปิดเผยว่า ทีเส็บได้จัดกิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธ์เส้นทางไมซ์สร้างสรรค์ เพื่อการประชุม สัมมนา ศึกษาดูงานแก่กลุ่มเป้าหมาย โดยการจัดกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ FAM TRIP เส้นทางชากาแฟ จังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 9 – 12 พฤศจิกายน 2564 ภายใต้โครงการพัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสินค้าชุมชน World Tea and Coffee Expo โดยมีเครือข่าย MICE ทั่วไทย ประกอบไปด้วย สมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) หรือ TICA, สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA), สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.), สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดขอนแก่น, สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดนครศรีธรรมราช และชมรมภาคีท่องเที่ยวไทย พร้อมทั้งบริษัทที่ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ที่รับคณะประชุม สัมมนา และเดินทางเพื่อเป็นรางวัล เช่น บริษัท คัลเลอร์ฟูล ทราเวล จำกัด บริษัทสมาร์ท ทราเวล จำกัด บริษัท เจอร์นีย์ ทู เอเชีย จำกัด บริษัท อินสปิริต ฮอลิเดย์ จำกัด และ บริษัท ฟรายเดย์ ทริป จำกัด นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชน บล็อกเกอร์ อินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดัง เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อร่วมกันผนึกกำลังในการประชาสัมพันธ์เส้นทางกิจกรรมไมซ์แบบสร้างสรรค์ด้านชากาแฟของจังหวัดเชียงราย ระหว่างวันที่ 9-12 พฤศจิกายน 2564 กิจกรรมภายใต้โครงการ World Tea and Coffee Expo มุ่งสร้างความเข้าใจและความตระหนักในการที่จะร่วมมือกันทำงานทุกภาคส่วน ร่วมกันผลักดันให้ภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวด้านชา-กาแฟของภูมิภาคอาเซียน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างความร่วมมือและเครือข่ายทางธุรกิจของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมชา-กาแฟในประเทศไทยตลอดห่วงโซ่การผลิต การพัฒนาศักยภาพเกษตรกร ผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้ประกอบการ โดยตามศักยภาพธุรกิจชากาแฟสามารถขยายผลไปสู่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ตามยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ผ่านกิจรรมไมซ์หลากหลายรูปแบบเช่นงานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ การประชุมวิชาการ/วิชาชีพ และการศึกษาดูงาน เพื่อใช้กิจกรรมไมซ์เป็นช่องทางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวมูลค่าสูง โดยที่ผ่านมา ทีเส็บได้มีการจัดทำแผนแม่บทร่วมกับจังหวัดเชียงราย ที่ครอบคลุมการจัดทำฐานข้อมูลเครือข่ายชาและกาแฟของประเทศไทย และแผนที่นำทาง (roadmap) เพื่อการบริหารจัดการอุตสาหกรรมชาและกาแฟของจังหวัดเชียงราย และเครือข่ายพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย สำหรับกิจกรรม FAM trip เส้นทางไมซ์สร้างสรรค์ชากาแฟ จังหวัดเชียงรายครั้งนี้ ตอกย้ำความพร้อมของจังหวัดเชียงราย ในฐานะแหล่งผลิตชากาแฟที่มีคุณภาพสูง โดยเฉพาะแหล่งผลิตชั้นนำอย่าง ดอยช้าง ดอยแม่สลอง และดอยตุง ที่นอกจากจะผลิตชากาแฟรสเลิศแล้ว ยังมีความสวยงามตามธรรมชาติจึงถือเป็นเส้นทางกิจกรรมที่สามารถดึงดูดนักเดินทางจำนวนมากในแต่ละปี และเป็นอีกหนึ่งเส้นทางตัวอย่างเส้นทางกิจกรรมไมซ์ยอดนิยมของภาคเหนือสมกับคำที่ว่า ขึ้นเหนือที่เดียว ครบทั้งเที่ยวทั้งประชุม และในอนาคต สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) ยังมีการดำเนินโครงการ พัฒนาต่อยอดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสินค้าชุมชนด้านชาและกาแฟในพื้นที่ภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ และขยายเครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมชากาแฟไปยังภาคอื่นๆ เช่น ภาคใต้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแหล่งปลูกกาแฟของประเทศ เพื่อให้อุตสาหกรรมชา กาแฟของประเทศไทย และภาคเหนือได้คงความเป็นเลิศในธุรกิจในระดับสากลได้อย่างมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ทั้งนี้ พืชชาและกาแฟมีการปลูกอย่างแพร่หลายในหลายจังหวัดของภาคเหนือตอนบน มีปริมาณการผลิต คุณภาพ และศักยภาพ ที่สามารถยกระดับเป็นให้ฐานเศรษฐกิจมูลค่าสูง และส่งเสริมเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวด้านชาและกาแฟของภูมิภาคอาเซียนได้ ทีเส็บ ในฐานะหน่วยงานภาครัฐจึงสนองยุทธศาสตร์รัฐบาลด้านการพัฒนาพื้นที่ มุ่งใช้กิจกรรม MICE เป็นเวทีในการพัฒนา ประชาสัมพันธ์ ทำการตลาดอุตสาหกรรมชา กาแฟแบบครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เริ่มตั้งแต่ ยกระดับศักยภาพเกษตรเพื่อพัฒนาคุณภาพชา-กาแฟ ขยายการรับรู้ระดับประเทศและต่างประเทศในรูปแบบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง ส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการเพื่อการแสดงสินค้าที่มีประสิทธิภาพ สร้างฐานการจัดงานและส่งเสริมการมีส่วนร่วม และ สร้างเครือข่ายทางวิชาการและทางธุรกิจผ่านการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า และงานประชุมวิชาการ ขยายกลุ่มเป้าหมายสู่ตลาดสากลอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมธุรกิจ สร้างมูลค่าการค้าขายชา-กาแฟ โดยมีแนวปฏิบัติที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) ของสหประชาชาติอีกด้วย

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page