top of page

1423 results found with an empty search

  • “GT World Challenge Asia 2025”

    แถลงใหญ่! ศึกซูเปอร์คาร์ระดับพรีเมียม “GT World Challenge Asia 2025”สนามประเทศไทย ตื่นตากับรถแข่งในฝัน-ทีมแข่งระดับโลก ประเทศไทยผงาดเจ้าภาพอีกครั้ง กับศึกซูเปอร์คาร์สุดหรู “GT World Challenge Asia 2025” หนึ่งในซีรีส์การแข่งขันรายการยักษ์ของโลกที่จัดขึ้นใน 4 ทวีป ได้แก่ ทวีปอเมริกา,เอเชีย, ออสเตรเลีย และยุโรป ฝ่ายจัดเผยความสำคัญที่ “สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์“ ได้รับเลือกบนปฏิทินการแข่งขัน กระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวผ่านกีฬาระดับพรีเมียม ทั้งยังสนับสนุนการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมมอเตอร์สปอร์ตและยานยนต์ พร้อมกระหึ่มแข่งขันซัพพอร์ตเรซ รายการ Honda One Make Race 2025 โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เพิ่มประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตเต็มระบบให้กับคอความเร็วอย่างแท้จริง วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ที่ ราชพฤกษ์คลับ กรุงเทพฯ : บริษัท บุรีรัมย์ ยูไนเต็ดอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จำกัด ผู้บริหารสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โปรโมเตอร์มอเตอร์สปอร์ตเบอร์หนึ่งของไทย แถลงข่าวการจัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ “GT World Challenge Asia 2025” (จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย ) สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 1 มิถุนายน 2568 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายในงานยังได้มีการแถลงข่าวจัดการแข่งขันซัพพอร์ตเรซ รายการ Honda One Make Race 2025 โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมระเบิดศึกอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์เดียวกัน นายเบนจามิน ฟรานาสโซวิซิ ผู้จัดการทั่วไป จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย พาวเวอร์ บาย เอ ดับเบิ้ลยู เอส เปิดเผยว่า GT World เป็นซีรีส์ซูเปอร์คาร์ทางเรียบระดับโลกที่มีชื่อเสียงและเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดรายการหนึ่ง ซึ่งฤดูกาล 2025 จะเป็นฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับ GT World Challenge ที่ขับเคลื่อนโดย AWS โดยมีรถ GT3 มากกว่า 130 คันที่พร้อมลงแข่งขันในอเมริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และยุโรป “ส่วน GT World Challenge Asia ฤดูกาล 2025 นี้ ถือเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุด ด้วยรถแข่งซูเปอร์คาร์ GT3 มากถึง 33 คัน จาก 8 ผู้ผลิตชั้นนำ แฟนความเร็วจะได้พบกับรถซูเปอร์คาร์ชั้นนำ อาทิ Mercedes-AMG, Ferrari 296, Porsche 911, Porsche 992, Lamborghini Huracan, Audi R8 LMS, BMW M4, Chevrolet Corvette Z06, Nissan GT-R NISMO ฯลฯ และยังเป็นการรวมตัวของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ ทีมแข่งชั้นนำ นักแข่งฝีมือดีจากทั่วโลกหลากหลายทวีปมากกว่า 60 คน สนามแข่งขันครอบคลุมทั่วภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน และไทยก็เป็นหนึ่งในสนามไฮไลต์ของฤดูกาล ด้วยมาตรฐานของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล” นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า ขณะนี้สนามมีความพร้อม 100% ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุดจาก FIA ที่สามารถจัดการแข่งขันรถสูตร 1 หรือ Formula 1 ได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านความปลอดภัย,เจ้าหน้าที่ประจำจุดต่างๆ, ระบบควบคุมการแข่งขัน, อุปกรณ์สนับสนุน ตลอดจนสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักแข่ง-ทีมงาน, สื่อมวลชน และแฟนๆ ที่จะเดินทางมาชมที่สนาม ไม่ต่างจากการเป็นเจ้าภาพ MotoGP หรือการแข่งขันระดับโลกอื่นๆ เพื่อให้แฟนๆได้สัมผัสกับความเร็ว เสียงเครื่องยนต์ของรถ GT3 และสมรรถนะของรถแข่งเหล่านี้อย่างใกล้ชิดบนแทร็กระดับเวิลด์คลาส รวมถึงกิจกรรม PIT Walk พันล้านที่จะได้สัมผัสรถซูเปอร์คาร์ในฝันแบบใกล้ชิด เหล่านี้ถือเป็นประสบการณ์ที่พิเศษ และหาได้ยากในประเทศไทย นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวว่า นอกจากศึกสองล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง MotoGP แล้ว GT World ก็ถือเป็น International series ที่ยิ่งใหญ่ในฝั่งสี่ล้อเช่นกัน น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เล็งเห็นว่ามอเตอร์สปอร์ตคือแพลตฟอร์มที่ทรงพลัง และการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพรายการนี้อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่เป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของประเทศ แต่ยังสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในระดับโลก สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน กระตุ้นเศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวผ่านกีฬาระดับพรีเมียม ทั้งยังสนับสนุนการเติบโตให้กับอุตสาหกรรม มอเตอร์สปอร์ตและยานยนต์ อีกด้วย “น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง” ได้เตรียมกิจกรรมพิเศษไว้ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ลุ้นรางวัลใหญ่ในแคมเปญ “Chang’s Friend Pass” แจกใหญ่และจัดหนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ด้วยการแจกบัตร VIP โค้ง 12 สำหรับชม MotoGP 2026 พร้อม Paddock Pass + Official Guide Tour และบัตร Pit Lane Walk 15 รางวัล รางวัลละ 2 ใบ รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท สำหรับผู้ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขัน “GT World Challenge Asia 2025” ถ่ายรูปคู่กับน้ำแร่ธรรมชาติตราช้างและบัตรเข้าชมการแข่งขัน โพสต์ลงเฟซบุ๊คของตัวเอง เขียนบรรยายความรู้สึก พร้อมติด #Chang’sFriendPass และ Tag ไปยังเพจ Chang Circuit Buriram โดยเปิดเป็นสาธารณะ พร้อมทั้ง Capture ภาพที่โพสต์ลง เฟสบุ๊คส่วนตัวส่งมาที่ Inbox เพจ Chang Circuit Buriram ภายในงานยังได้มีการแถลงการจัดการแข่งขันซัพพอร์ตเรซ รายการ “Honda One Make Race 2025” โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เตรียมระเบิดศึกอย่างยิ่งใหญ่ในช่วงสุดสัปดาห์เดียวกัน โดยมีนักแข่งมากฝีมือร่วมพูดคุยบนเวที นำโดย "วี" ธนาศิวณัฐ พงสินณัช-อาชัญ แชมป์ประจำปี “ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก วันเมคเรซ 2024", "เต้ย" อัฐพล แก้วอาษา และ“กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร นางศิริพร ศรีสุข ผู้จัดการส่วนงานการตลาดและสื่อสารแบรนด์ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ฮอนด้าได้ร่วมเป็น Circuit Partner มาอย่างยาวนาน และพิเศษปีนี้ ฮอนด้าในฐานะผู้จัดการแข่งขัน “Honda One Make Race” ได้ร่วมเป็นซัพพอร์ตเรซ (Support Race) ในการแข่งขัน “GT World Challenge Asia” เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ในสนามแรกของปี ฮอนด้ายังได้เชิญชวนลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าผู้โชคดีมาร่วมทริป “Honda One Make Race 2025 Exclusive Trip” ซึ่งมีกิจกรรมพิเศษมากมาย ทั้งการเรียนรู้การขับขี่จากมืออาชีพ Driving Clinic และพิเศษสุด ๆ กับ Track experience ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้านำรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจลงสนามจริงขับขี่บนสนามแข่งระดับโลกแบบเอ็กซ์คลูซีฟอีกด้วย ทั้งนี้ GT World Challenge Asia 2025 ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 6 สนาม ได้แก่ สนาม 1 วันที่ 10-13 เม.ย. ที่ สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย, สนาม 2 วันที่ 9-11 พ.ค. สนามมันดาลิกา ประเทศอินโดนีเซีย, สนามที่ 3 วันที่ 30 พ.ค.-1 มิ.ย. ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จากนั้นอีก 2 สนามดวลกันในประเทศญี่ปุ่น โดยสนาม 4 วันที่ 11-13 ก.ค. ที่ฟูจิ อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์, สนาม 5 วันที่ 29-31 ส.ค. ที่โอคายาม่า, สนาม 6 วันที่ 17-19 ต.ค.ที่ปักกิ่ง ประเทศจีน จำหน่ายบัตรแล้ววันนี้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ allticket.com บัตร VIP 1 วัน ราคา 2,000 บาท 2 วัน ราคา 3,000 บาท และบัตร GRANDSTAND 1 วัน ราคา 200 บาท 2 วัน ราคา 300 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram / GT World Challenge Asia

  • Asia Road Racing 2025 season opening

    เพลงชาติไทยกระหึ่มสนาม! “ชิพ” นครินทร์ประเดิมแชมป์ “เอเชีย โร้ด” เรซแรก เปิดฤดูกาลสุดเดือด ศึกสองล้อชิงเจ้าแห่งความเร็วทวีป “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2025” เปิดม่านสุดประทับใจ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เข้าป้ายอันดับหนึ่งของเอเชีย ผงาดคว้าชัยชนะรุ่นใหญ่ เพลงชาติไทยกระหึ่มสนาม การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 สนามแรก ดวลความเร็วเรซแรก วันเสาร์ที่ 26 เมษายน 2568 ท่ามกลางการติดตามจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วทั้งเอเชีย ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ไฮไลต์อยู่ที่การแข่งขันในรุ่นใหญ่ที่ของทวีปอย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) ที่รวมเอายอดนักบิดแถวหน้าไว้มากมาย โดยตำแหน่งโพลโพซิชั่นเป็นของ “ซัควาน ไซดี้” นักบิดมาเลเซียจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า เรซซิ่ง มาเลเซีย ขนาบข้างด้วยนักบิดไทยอย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 ได้แก่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ขณะที่ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดไทยอีกคนลงบิดร่วมกับสังกัดใหม่อย่าง เอวัน เอเนอร์จี้ บีเอ็มเบิลยู เริ่มเกมจากกริดที่ 7 เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ภายใต้สถานการณ์ที่ยากแก่การตัดสินใจเลือกใช้ยาง เพราะสภาพแทร็กก้ำกึ่งระหว่างแห้งหรือเปียก หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างหนักในรุ่นก่อนหน้านี้ โดยท้ายที่สุดนักบิดทุกคน ก็ลงแข่งขันด้วยยางสลิคสำหรับแทร็กแห้ง ซึ่งหลังออกตัวเป็น “ชิพ-นครินทร์” และ ซัควาน ไซดี้ ที่ไล่บดชิงตำแหน่งหัวแถว และมี ฮาฟิซ ซยาห์ริน เป็นตัวสอดแทรก ก่อนที่ ”แสตมป์-อภิวัฒน์” ที่ขยับขึ้นมาจากกริทดี่ 7 จะไต่ขึ้นมารวมกลุ่มนำได้อย่างรวดเร็ว จุดเปลี่ยนของการแข่งขันเกิดขึ้นในช่วง 3 รอบสุดท้าย เมื่อ “ชิพ-นครินทร์” อาศัยความเร็วที่เหนือกว่า ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงและหนีการไล่ล่าของ ซัควาน ไซดี้ อย่างสุดมันส์ ก่อนจะบิดเข้าป้ายเป็นคันแรก ด้วยเวลารวม 16 นาที 06.372 วินาทีผงาดคว้าชัยชนะโฮมเรซไปครองอย่างยิ่งใหญ่ เหนือ ซัควาน ไซดี้ อันดับ 2 เพียง 0.241 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ฮาฟิซ ซยาห์ริน ที่เฉือน “แสตมป์-อภิวัฒน์” ที่หน้าเส้นชัยไปอย่างเฉียดฉิว ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) เจอฝนถล่มอย่างหนัก จนต้องลดจำรวนรอบลงเหลือ 8 รอบสนาม ท่ามกลางแทร็กที่ชุ่มไปด้วยน้ำ ชัยชนะตกเป็นของ “โมฮัมหมัด อะเดนันต้า พูตร้า” นักบิดอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ที่ทะยานจากกริดที่ 8 แซงรวดเดียว 7 คันในรอบแรก บิดเข้าป้ายในฐานะผู้นำด้วยเวลารวม 15 นาที 0.12 วินาทีเท่านั้น ตามด้วย แม็คคินลีย์ ไคล์ พาซ นักบิดฟิลิปปินส์จาก ฮง หลง ยามาฮ่า เรซซิ่ง ในอันดับ 2 ตามหลัง 0.421 วินาที และอันดับ 3 เป็นของ วาห์ยู นูโกรโฮ นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ตามหลัง 0.724 วินาที ขณะที่นักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ออกตัวจากกริดที่ 4 มีโอกาสขยับขึ้นนำได้ ก่อนจะจบเรซในอันดับ 4 ตามหลังผู้ชนะเพียง 0.817 วินาทีเท่านั้น ด้าน “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม เข้าป้ายอันดับ 5 ตามหลัง 2.792 วินาที โดยมี “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในอันดับ 11 ตามหลัง 18.633 วินาที ด้านเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) เป็นเรซที่ต้องมาตัดสินชัยชนะกันถึงโค้งสุดท้าย เมื่อ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งชาวไทยจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ซึ่งได้ออกตัวจากโพลโชว์ความเร็วอย่างยอดเยี่ยม ไล่บดกับคู่แข่งอย่าง ฟาดิลลาห์ อาร์บี อะดิทาม่า ดาวรุ่งชาวอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม อย่างสุดมันส์ตลอดทั้งเรซ แต่น่าเสียดายที่พลาดล้มโค้งสุดท้าย ในจังหวะที่พยายามจะแซงเพื่อลุ้นชัยชนะ ผลปรากฏว่าชัยชนะในเรซนี้ตกเป็นของ ฟาดิลลาห์ อาร์บี อะดิทาม่า ด้วยเวลารวม 18 นาที 44.334 วินาที ส่วนอันดับ 2 เป็นของ คันดร้า เฮนมาวาน นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ตามหลัง 2.070 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ดาวิโน บริตานี ดาวรุ่งชาวอินโดนีเซียจาก แอสตร้า ฮอนด้า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 2.313 วินาที ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2025 สนามแรกจะดวลความเร็วเรซที่ 2 ในวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน โดยจะเป็นเรซที่มีการขับเคี่ยวเข้มข้นสุดมันส์อย่างแน่นอน แฟนชาวไทยซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขา หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซด์ allticket หรือซื้อบัตรหน้างาน สามารถซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้างาน 2 จุด ที่ทางขึ้น Grand Stand ฝั่งทิศตะวันตก (Paddock B) และบริเวณโดมแก้ว บัตร VIP 1,000 บาท/1 วัน และ 1,500 บาท/2 วัน บัตร GRANDSTAND 200 บาท/1 วันและ 300 บาท/2 วัน มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ บัตรชมการแข่งขันโมโตจีพี 2026 ในกิจกรรม “Chang Int's Friend Pass” ไม่ว่าจะเป็นบัตร VIP โค้ง 12 และบัตร Paddock Pass + Official Guide Tour (Paddock Raffle) และบัตร PIT Lane Walk รับชมถ่ายทอดสด ผ่านทางหน้าจอ PPTV HD 36 วันที่ 27 เม.ย. เริ่ม 13.55 - 16.30 น. หรือรับชมออนไลน์ทางเพจ PPTV Sports และ Chang Circuit Buriram และทางยูทูบ PPTV Sports

  • TECNO CAMON 40 Pro

    TECNO CAMON 40 Pro สมาร์ทโฟนสุดคุ้มเพียง 6,999 บาท! พร้อมฟีเจอร์ FlashSnap เซนเซอร์กล้องหลัก Sony คว้าตัวพรีเซ็นเตอร์สุดฮอต “พลอยชมพู” เอาใจคนยุคใหม่ พร้อมยกทัพ เบนซ์ ข้าวขวัญ สร้างสีสันในงาน TECNO ปลุกตลาดสมาร์ทโฟนมิดเรนจ์ในไทยและอาเซียน กับ CAMON 40 Pro สเปคจัดหนักในราคาสุดคุ้มเพียง 6,999 บาท โดดเด่นด้วย กล้องหลัก ความคมชัด 50MP พร้อมเซ็นเซอร์กล้อง Sony LYT-700C + OIS กล้องหน้า 50MP AF หน้าจอ AMOLED 120Hz กันรอย Gorilla Glass 7i แบต 5,200 mAh ชาร์จเร็ว 45W พร้อมมาตรฐาน IP68/IP69 ตั้งเป้าจับกลุ่ม Gen Z และ Millennial ที่ต้องการสมาร์ตโฟนประสิทธิภาพสูงสำหรับการถ่ายภาพระดับโปรใช้งานมัลติมีเดียและสร้างคอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนใหม่ “พลอยชมพู” ศิลปินวัยรุ่นสายครีเอทีฟสะท้อนตัวตนของสมาร์ตโฟนครองใจตลาดไทย CAMON 40 Pro เป็นสมาร์ทโฟน ที่รวมจุดแข็งด้าน กล้อง หน้าจอ และความทนทานในราคาคุ้มค่าโดยมีสเปคไฮไลต์ดังนี้ เริ่มจากกล้องระดับโปรที่ใช้เซนเซอร์ Sony LYT-700C ความละเอียด 50MP พร้อมระบบกันสั่น OIS มาพร้อมกล้อง Ultra-wide 8MP และรองรับการถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 2K ที่ 30FPS เทคโนโลยี XDR และ AI Enhancement ช่วยปรับภาพให้สวยสมจริง ส่วน กล้องหน้า ความละเอียด 50MP พร้อมระบบ Autofocus ช่วยให้ทุกช็อตคมชัดแม้ถ่ายในมุมที่แตกต่างพร้อมฟีเจอร์ One-Tap FlashSnap ที่ให้คุณถ่ายภาพได้ทันใจเพียงแตะเดียว FlashSnap – ถ่ายภาพสุดล้ำในพริบตา TECNO CAMON 40 Pro มาพร้อม AI Camera อัจฉริยะที่ช่วยปรับแต่งภาพให้สวยสมจริงไม่ว่าจะเป็น AI Scene Recognition ที่แยกแยะฉากได้อัตโนมัติและ AI Super Night Mode ที่ช่วยให้ถ่ายภาพกลางคืนสว่าง คมชัดลดนอยส์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ One-Tap FlashSnap เป็นฟีเจอร์ที่ช่วยให้การถ่ายภาพเร็วและแม่นยำในเสี้ยววินาทีด้วยระบบ AI ที่เรียนรู้พฤติกรรมการใช้งานช่วยโฟกัสอัตโนมัติพร้อมกดถ่ายได้ในคลิกเดียวเหมาะสำหรับสายคอนเทนต์ที่ต้องการภาพสวยแบบมือโปรโดยไม่ต้องเสียเวลาตั้งค่า หน้าจอที่คมชัด พร้อมอัตรารีเฟรชเรต 120Hz มอบประสบการณ์ใช้งานที่ลื่นไหล หน้าจอของ CAMON 40 Pro ก้าวล้ำไปอีกระดับด้วยหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว แบบ 3D Curved ความละเอียด Full HD+ และรีเฟรชเรต 120Hz มอบประสบการณ์การรับชมที่ลื่นไหล สีสันสดใส ครอบทับด้วยกระจกกันรอย Gorilla Glass 7i ที่ช่วยปกป้องหน้าจอจากรอยขีดข่วน ด้านประสิทธิภาพ CAMON 40 Pro ขับเคลื่อนด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio G100 Ultimate ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 6nm ให้การประมวลผลเร็วแรงและประหยัดพลังงาน พร้อม RAM 8GB ที่ขยายได้สูงสุด 16GB และหน่วยความจำภายใน 256GB แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 5,200 mAh ใช้งานได้ตลอดวัน และรองรับชาร์จเร็ว 45W ชาร์จ 50% ในเวลาเพียง 23 นาที และเต็ม 100% ใน 43 นาที ทนทานทุกสถานการณ์ด้วยมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68/IP69 สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 2 เมตรเป็นเวลา 30 นาที พร้อมดีไซน์บางเฉียบเพียง 7.3 มม. และน้ำหนักเบาเพียง 178 กรัม ทำให้พกพาสะดวก เสียงทรงพลังด้วยลำโพงสเตอริโอคู่ Dolby Atmos รองรับ Hi-Res Audio ให้เสียงคมชัดเต็มอรรถรส และมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 15 ที่ครอบทับด้วย HIOS 15 ซึ่งได้รับการปรับแต่งให้ลื่นไหล TECNO CAMON 40 Pro ตั้งเป้าทำตลาดมิดเรนจ์และขึ้นเป็นผู้นำตลาดดังกล่าวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทยที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากผู้บริโภคในภูมิภาคให้ความสำคัญกับฟีเจอร์ครบ ราคาสมเหตุสมผล ซึ่ง TECNO CAMON 40 Pro ออกแบบให้ตอบโจทย์ ด้านกล้อง หน้าจอ และความทนทาน การแสดงสุดพิเศษภายในงาน ภายในงานเปิดตัว TECNO CAMON 40 Pro นอกจากจะมี “พลอยชมพู” เป็นพรีเซ็นเตอร์หลักแล้ว ยังได้รับเกียรติจาก “เบนซ์ ข้าวขวัญ” ศิลปินนักร้องและนักแสดงดาวรุ่ง ซึ่งเป็น Friend of TECNO มาร่วมสร้างสีสันบนเวที พร้อมโชว์พิเศษที่สะท้อนสไตล์คนรุ่นใหม่นอกจากนี้ ยังได้ 5 หนุ่มจาก Boy Lost Thailand รายการที่ TECNO เป็นผู้สนับสนุนหลัก มาร่วมเดินแบบในงาน พร้อมถือ CAMON 40 Pro อวดโฉมสมาร์ทโฟนสุดล้ำในลุคสุดเท่ เพิ่มสีสันและความน่าสนใจให้กับงานเปิดตัว สร้างกระแสให้ TECNO ครองใจกลุ่มวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น TECNO CAMON 40 Pro พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ผ่านช่องทาง ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และแพลตฟอร์มออนไลน์ชั้นนำ tiktok: Security Check lazada: https://www.lazada.co.th/products/i5643731116-s24040542175.html?urlFlag=true shopee: https://shopee.co.th/product/1123390537/24941984450 ติดตามข้อมูลเพิ่มเติม: เว็บไซต์: www.tecno-mobile.com/th เฟซบุ๊ก: TECNO Mobile Thailand

  • Riverworth Racing Unveils AERO X-25 Aeropart Upgrade Kit for Ranger Raptor & MS-RT

    ริเวิร์ธ เรซซิ่ง เปิดตัว AERO X-25 ชุดอัพเกรดแอโรพาร์ทสำหรับ Ranger Raptor & MS-RT  ริเวิร์ธ เรซซิ่ง  บริษัทที่เกิดจากการรวมตัวกันของ 2 ผู้บริหาร ที่เปี่ยมด้วย Passion ด้วยประสบการณ์กว่า 28 ปี จากนักแข่งในเวทีระดับสากล ทั้งในรูปแบบทางเรียบ (Racing) และทางฝุ่น (Rally) ของ คุณ นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์  ผนึกไอเดียในการออกแบบกับ คุณ ธนพล หาญพัฒนพาณิชย์  ผู้เชี่ยวชาญด้านชิ้นส่วนยานยนต์ สู่ธุรกิจแอโร่ดีไซน์เต็มรูปแบบในชื่อ Reworth Racing Aero  หรือ RWR ด้วยการรวมตัวของบุคคลที่เปี่ยมด้วย Motorsport DNA กลายมาเป็นที่มาของแอโร่พาร์ทคุณภาพระดับแข่งขัน ประเดิมด้วย AERO X-25 ชุดแต่งที่จะมาช่วยยกระดับของปิคอัพสมรรถนะสูงอย่าง Ford Ranger Raptor รวมถึง Ranger MS-RT   ให้มีประสิทธิภาพที่โดดเด่นขึ้นไปอีกขั้น โดยชุดแต่ง AERO X-25 นับเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยเพิ่มอัพเกรดเสถียรภาพการขับขี่ ภายใต้ดีไซน์ที่สะกดทุกสายตาตั้งแต่หัวจรดท้าย สะท้อนเอกลักษณ์ของผู้ครอบครอง รวมถึงยกระดับสมรรถนะ ทั้งกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน รวมถึงการขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างลงตัว Reworth Racing Aero  รุ่น AERO X-25 สำหรับ   Ford Ranger Raptor และ Ranger MS-RT ผ่านสรรค์สร้างภายใต้จิตวิญญาณแห่งการแข่งขัน โดยมาในรูปแบบ Limited Edition เพียง 168 ชุด พร้อมตัวเลขระบุลำดับการผลิต โดยชุดแต่ง AERO X-25  เลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงที่ทำจาก เพียวคาร์บอน (Pure Carbon) ซึ่งมีน้ำหนักเบาเพียงไม่เกิน 9 กก. เมื่อรวมทุกชิ้นส่วน และมีความแข็งแรงสูงกว่าชิ้นงานคาร์บอนทั่วๆ ไป สามารถสร้าง Downforce ให้กับตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสามารถเพิ่มแรงกดได้ถึง 61 กก. เมื่อวิ่งด้วยความเร็ว 160 กม./ชม. (ตามมาตรฐานการทดสอบในระดับนานาชาติ) นอกจากนี้ AERO X-25  ยังสามารถติดตั้งได้ง่าย ไม่ต้องดัดแปลงชิ้นส่วนของตัวรถ นอกจากจะช่วยยกระดับภาพลักษณ์และประสิทธิภาพด้านแอโร่ไดนามิคส์ของตัวรถแล้ว แนวความคิด และ ประสบการณ์ที่มอบให้ลูกค้า Reworth Racing Aero  รุ่น AERO X-25  ยังนับว่าเป็นกุญแจสู่ Motorsport Lifestyle ที่ผู้ครอบครอง จะได้ทลายข้อจกัดของตัวรถที่มีตั้งแต่หัวจรดท้าย พร้อมสัมผัสถึงกลิ่นอายความเป็นมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก จากผลของความตั้งใจในการออกแบบชิ้นงาน ที่ใช้เวลารวมกว่า 2 ปี ในการสรรสร้าง นอกจากนี้แล้ว...ผู้ครอบครองพาร์ท AERO X-25  จะได้สิทธิพิเศษเข้าร่วมกิจกรรม Motorsport ของ Reworth Racing  เช่น Pro Rally Experience, Circuit Racing Experience จาก คุณ เอส นราศักดิ์ อิทธิริทพงษ์  กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีเวิร์ธ เรซซิ่ง จำกัด  ผู้มีประสบการด้านมอเตอร์สปอร์ตทุกรูปแบบกว่า 28 ปี เร็วๆ นี้ บริษัทยังมีแผนจะสร้าง Academy Speed Rally  หรือคอร์สการเรียนรู้ทักษะการขับขี่ในรูปแบบแรลลี่ โดยเริ่มจากกลุ่มผู้ครองชุดแต่ง RWR  เพื่อสร้างประสบการณ์และการตอบแทนที่ให้การสนับสนุนเป็นอย่างดี โดยหลักสูตรดังกล่าว เป็นการถ่ายทอดสุดยอดประสบการณ์จากโรงเรียนที่สร้างนักแข่งในรายการ World Rally Championship จากประเทศสเปนสู่ลูกค้าชาวไทย เพื่อสร้างทักษะขั้นสูงในการขับขี่รูปแบบแรลลี่ นอกจากนี้  RWR  ยังมีแผนที่จะเปิดโครงการ 1 Day Racing  เปิดประสบการณ์การใช้ชีวิตเสมือนนักแข่ง เรียนรู้เทคนิคการขับขี่ในสนามด้วยรถที่ใช้ในการแข่งขันจริงแบบตัวต่อตัว เพื่อให้ผู้ที่มาร่วมกิจกรรมได้เห็นว่า ใน 1 วันของนักแข่ง จะต้องทำอะไร มีมุมมองอย่างในต่อการแข่งขัน และยกระดับขีดจำกัดของตัวเอง เพื่อให้รู้ว่า “การแข่งขัน” เป็นความชอบหรือเป็นกิจกรรมที่ต้องการจะเดินไปทางนี้อย่างจริงจังหรือไม่ ? คุณสมบัติที่เด่นของ RWR AERO X-25 (Full Carbon) วัสดุ : คาร์บอนไฟบอร์คุณภาพสูง โดย P1 Composites Co., Ltd. ผู้ผลิตคาร์บอนคอมโพสิตส์มาตรฐานโลก, ผู้เชี่ยวชาญด้าน Motorsport และยานยนต์ โดยมีวัสดุคาร์บอนให้เลือกถึง 3 ประเภท 1.Gloss/Wet carbon 2.Satin/Dry carbon 3.Forge Carbon สมรรถนะหลังจากอัพเกรดชุด RWR AERO X-25 1.สร้างแรงกดจากลม (Downforce) สูงถึง 61.12 กก. ที่ความเร็ว 160 กม./ชม.  2.ไม่สร้างแรงต้าน (Drag) เพิ่มใดๆ ที่ส่งผลต่ออัตราสิ้นเปลืองสำหรับการขับขี่ในความเร็วปกติ อันเป็นผลจากการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้วยการลดพื้นที่หน้าตัด และระเบียบการไหลของทิศทางลม 3.  RWR AERO X-25 มีน้ำหนักเริ่มต้นเพียง 8.15 กก. เท่านั้น  ดีไซน์อันเป็นลิขสิทธิ์เฉพาะ RWR 1.ดีไซน์ให้กลมกลืนไปกับเส้นสายของตัวรถ 2.ได้แรงบัลดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ตระดับสูง ทั้ง Dakar Rally, WRC Rally Car และ Formula 1 3.ผ่านการคำนวณและจำลองการออกแบบด้วย CFD Software ทางวิศวกรรม การันตีทั้งสมรรถนะ รวมถึงความแข็งแรงในทุกย่านความเร็ว 4.ติดตั้งกับจุดยึดเดิมจากโรงงาน โดยไม่มีการเจาะหรือต้องติดตั้งชิ้นส่วนเพิ่มเติม กลุ่มเป้าหมาย และแผนการตลาด Stage I : ประเทศไทย, มาเลเซีย Stage II : ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ Stage III : อเมริกาเหนือ, ยุโรป กระบวนการผลิตปัจจุบัน : 1เดือน  สถานะสิทธิบัตร : ยื่นจดภายใต้บริษัท Reworth Racing Co., Ltd. ช่องทางการติดต่อและอัพเดทข้อมูล 1. Instragram: rwr_aero 2. Facebook: Reworth Racing Aero

  • NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID

    NEW SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID รถยนต์ MPV รุ่นแรกที่มาพร้อมเครื่องยนต์ SMART HYBRID "รถครอบครัวที่คุ้มค่า ทั้งพลังงานและราคา เชื่อผมเถอะ ครั้งแรกกับอิสรภาพแห่งการเดินทางที่สมาร์ท และความสมบูรณ์แบบกับยนตรกรรม 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมเทคโน โลยี SMART HYBRID ใหม่ เต็มที่ทุกฟังก์ชัน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน เต็มพลังกับเครื่องยนต์ SMART HYBRID ปราดเปรียวแต่นุ่มนวล อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน ยกระดับชีวิตสู่ความสมาร์ท คุ้มค่าในทุกเส้นทาง รูปลักษณ์ Smart ในทุกดีไซน์ ให้ทุกมุมมองโดดเด่น ด้วยกระจังหน้ารูปแบบใหม่ หรูหรา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ครบครันทุกความสบาย กับห้องโดยสาร 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก สบาย มาตรวัดพร้อมจอ LCD แสดงพลังงานแบตเตอรี่ ข้อมูลการขับขี่ Driving G-force และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง แท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย พร้อมรองรับการเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth, USB และ HDMI เบาะปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ รองรับทุกการใช้งาน รองรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยการปรับพื้นที่นั่งแถวที่สองแบบ 60:40 และแถวที่สามแบบ 50:50 เย็นสบายทั่วคันด้วยช่องปรับอากาศแถวหลัง ช่องวางเครื่องดื่ม 8 ตำแหน่ง พร้อมช่องเป่าลมเย็น บริเวณคอนโซลกลางสะดวกสบาย ตลอดการเดินทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันทรง D-Shape คล่องตัว พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และปุ่มสั่งการโทรศัพท์บนพวงมาลัย สะดวกสบาย ปลอดภัยทุกการขับขี่ Smart Safety เซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน มั่นใจปลอดภัย ช่วยให้ผู้ขับขี่กะระยะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ และมั่นใจทุกมุมมองด้วยกล้องมองหลัง อีกทั้งยังมี Hill Hold Control ระบบช่วยออกตัว ขณะอยู่บนทางลาดชัน โครงสร้างตัวถัง (TECT)* ถูกออกแบบจากเหล็กกล้าที่มีน้ำหนักเบาและทนทานต่อการสึกหรอเป็นพิเศษ ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกและแรงสั่นสะเทือนขณะขับขี่ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดและนุ่มนวลตลอดการเดินทาง * ผ่านมาตรฐานการปกป้องผู้โดยสารจากการชนด้านหน้าของตัวรถตาม ข้อกำหนดทางเทคนิค UN R94 และมาตรฐานการปกป้องผู้โดยสาร จากการชนด้านข้างของตัวรถตามข้อกำหนดทางเทคนิค UN R95 ระบบควบคุมเสถียรภาพ การทรงตัว ESP®* ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ไม่ให้สูญเสียการควบคุม ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ *ได้รับการรับรองมาตรฐานการทดสอบระบบเบรกแบบป้องกันการล็อก และระบบควบ คุมเสถียรภาพการทรงตัวตามข้อกำหนดของเทคนิค UN R13H ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน เพิ่มประสิทธิภาพในการหักหลบสิ่งกีด ขวาง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ระบบกระจายแรงเบรก(EBD)เทคโนโลยีที่ช่วยกระจายแรงเบรกให้ทุกล้อเบรกได้อย่างสมดุล ในระยะทางที่สั้นลง ควบคุมการขับขี่ได้ทุกสถานการณ์ ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer ป้องกันการโจรกรรม ไม่ให้กุญแจที่ปลอมแปลง สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้ อีกทั้งยังมี ISOFIX จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก พร้อมจุดรั้งตำแหน่งด้านบนของเบาะที่นั่งเด็ก สมาร์ททุกพลังการขับเคลื่อน มั่นใจในทุกการขับขี่ ด้วย SMART HYBRID ในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยี SMART HYBRID VEHICLE (SHVS) ที่ผสานการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ K15B และ Integrated Starter Generator (ISG) พร้อมด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ช่วยเพิ่มกำลังการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม SMART POWER...มอเตอร์ ISG จะนำพลังงานที่ถูกกักเก็บไว้มาช่วยสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ หลังจากระบบ Auto Start/Stop ทำงาน ระหว่างที่รถยนต์ชะลอความ เร็ว ISG จะช่วยสร้างพลังงานไฟฟ้าและกักเก็บไว้ ซึ่งพลังงานจะถูกหมุนเวียนมาช่วยในการทำงานของเครื่อง ยนต์ใหม่อีกครั้ง. พลังงานไฟฟ้าที่ถูกเก็บไว้ในช่วงที่รถชะลอความเร็ว จะถูกดึงมาใช้เมื่อมีการเร่งเครื่องยนต์ พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ทั้ง 2 แบบจะเป็นแหล่งจ่ายไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในรถยนต์ แพลตฟอร์ม HEARTECT โครงสร้างช่วงล่างจากเหล็ก High-tensile เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความแข็ง แกร่ง และประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น ถูกออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ปราดเปรียว คล่องตัว ให้แรงเสียดทานอากาศต่ำ มั่นใจทุกการขับขี่ อีกทั้งยังมีระบบ NVH ช่วยลดเสียงรบกวนภายนอก และลดแรงสั่นสะเทือน เพื่อความนุ่มนวลตลอดการเดินทาง สรุปส่งท้าย...นี้คือ SUZUKI ERTIGA SMART HYBRID รถยนต์ MPV รุ่นแรกที่มาพร้อมเครื่องยนต์ SMART HYBRID โดยระบบไฮบริดแบบนี้นีมีข้อดีคือ การบำรุงรักษาต่ำไม่ยุ่งยากเพราะอุปกรณ์น้อยแถมตัวแบตเตอรี่เล็ก ราคาไม่แพงเหมือนแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ประหยัดพลังงานน้ำมันช่วยเชฟทุนทรัพย์ในกระเป๋าของคุณ อีกทั้งสมบูรณ์แบบกับยนตรกรรม 3 แถว 7 ที่นั่ง พร้อมเทคโนโลยี SMART HYBRID ใหม่ ที่เต็มทุกฟังก์ชันช่วย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน เต็มพลังกับเครื่องยนต์ ที่ปราดเปรียว นุ่มนวลกับช่วงล่าง ยกระดับชีวิตสู่ความสมาร์ท คุ้มค่าในทุกเส้นทาง โชว์รูมใก้ลบ้านแวะเข้าไปเลยค๊ะ อย่าช้า *ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่:www.gpssentangfocus.com #NEWSUZUKIERTIGASMARTHYBRID #ซูซูกิมอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con

  • RAAT NIGHT OF CHAMPIONS 2024 ณ ESC PARK HOTEL

    “สื่อสากล” รับมอบโล่สนับสนุน "ร.ย.ส.ท." ปี 2024 พฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกสมาคม และคณะกรรมการบริหาร ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา มอบโล่ผู้สนับสนุนการแข่งขัน RAAT 2024 แก่ ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด เพื่อขอบคุณที่สนับสนุนการแข่งขันกีฬายานยนต์ ในงาน RAAT NIGHT OF CHAMPIONS 2024 ณ ESC PARK HOTEL เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2568

  • Collection of impressive photos from MotoGP pre-season

    ThaiGP Pre-Season Test สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภาพบรรยากาศการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล “โมโตจีพี” ที่ประเทศไทย ช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนารถแข่งและชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อตัดสินใจครั้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขัน เปิดให้แฟนความเร็วเข้าชมในสนามแข่ง ซึ่งแฟนๆ จะได้เห็นการทำงานอย่างหนักตลอดทั้งวันของนักแข่งทุกคนที่ลงบิดในสนาม รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ของรถแข่งที่จะถูกส่งลงเทสต์ในสนาม อย่างที่ไม่เคยได้เห็นในสนามแข่งขันจริง ก่อนจะเข้าสู่การแข่งขันสนามแรกของปีที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในรายการ PT Grand Prix of Thailand 2025 ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2568 #MotoGP2025 #PTGrandPrixofThailand2025 #SportsAuthorityofThailand

  • MotoGP" "Marc Marquez", the leader of the first day.

    สวัสดีบุรีรัมย์! “โมโตจีพี” หวดคันเร่งกระหึ่ม “มาร์ค มาร์เกซ” รั้งจ่าฝูงวันแรก “ทัพนักบิดโมโตจีพี” พร้อมหน้าลงดวลคันเร่งรถแข่งต้นแบบใหม่ กระหึ่ม สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ในการทดสอบ “ThaiGP Pre-season Test” วันแรก ด้วยการโชว์เทคโนโลยีใหม่ๆ อวดสายตาแฟนความเร็วที่เข้าชมถึงขอบสนาม โดย มาร์ค มาร์เกซ แชมป์โลก ชาวสแปนิช จากทีมโรงงานดูคาติ เค้นเวลาช่วงท้ายขยับขึ้นรั้งจ่าฝูง แต่ยังไม่สามารถทำลายสถิติของสนามลงได้ ขณะ “ก้อง” สมเกียรติ นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์จาก ฮอนด้า ลงบิดรถแข่งโมโตจีพีในบ้านเกิดครั้งแรกในชีวิต ทั้งสิ้น 59 รอบสนาม การทดสอบพรีซีซั่นอย่างเป็นทางการของศึก โมโตจีพี 2025 “ThaiGP Pre-season Test” มีขึ้นระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยล่าสุดผ่านการลงสนามวันแรก โดยนักบิดทุกคนลงสู่สนามทดสอบอย่างเข้มข้นตลอดทั้งวัน บรรยากาศภายในสนามแข่งคึกคักไปด้วยแฟนความเร็วจำนวนมากที่เดินทางเข้าชมในสนาม เพื่อสัมผัสประสบการณ์การทำงานของทีมแข่งระดับโลก ในการทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ และชิ้นส่วนต่างๆ ที่อาจไม่เคยเห็นมาก่อนในสนามแข่ง เพื่อตัดสินใจเลือกสเป็ครถแข่งก่อนเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขัน ผลการทดสอบวันแรกปรากฏว่า “มาร์ค มาร์เกซ” แชมป์โลกชาวสแปนิชจาก ดูคาติ เลอโนโว ทีม มาเค้นความเร็วในช่วง 5 นาทีสุดท้าย ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.184 วินาที หลังวิ่งไปทั้งสิ้น 81 รอบสนาม ยังไม่สามารถทำลายสถิติเดิม 1 นาที 28.700 วินาที ที่ทำไว้ในปีที่แล้วโดยทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า” ได้ โดยในวันนี้ บันยาญ่า จบในอันดับ 8 อันดับ 2 ได้แก่ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” นักบิดสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง รั้งอันดับ 2 ตามหลังพี่ชาย 0.465 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ตกเป็นของ “ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี” นักบิดอิตาเลียนจาก เปอร์ตามิน่า เอ็นดูโร วีอาร์46 เรซซิ่ง ตามหลัง 0.499 วินาที ตามด้วย “มาร์โก เบซเซ็คคี” นักบิดอิตาเลียนจาก อพริเลีย เรซซิ่ง ในอันดับ 4 ตามหลัง 0.610 วินาที และ “เปโดร อคอสต้า” นักบิดสแปนิชจาก เรดบูล เคทีเอ็ม แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ในอันดับ 5 ตามหลัง 0.720 วินาที ขณะที่นักบิดจาก ฮอนด้า ถือว่าส่งสัญญาณยอดเยี่ยมในการพัฒนารถแข่ง โดย “ลูก้า มารินี” นักบิดอิตาเลียนจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล จบวันแรกในอันดับ 6 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 29.928 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 0.744 วินาที ตามด้วย “โยฮันน์ ซาร์โก” นักบิดเฟรนช์จาก คาสตรอล ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในอันดับ 7 ตามหลัง 0.777 วินาที ส่วนแชมป์โลก 1 สมัยจาก มอนสเตอร์ อีเนอร์จี้ ยามาฮ่า โมโตจีพี อย่าง “ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร” จับวันแรกในอันดับ 13 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.233 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 1.049 วินาที ด้านกลุ่มนักบิดรุกกี้ ทำงานอย่างหนักกับการเซ็ตอัพรถแข่งร่วมกับทีม โดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ลงบิดรถแข่งโมโตจีพีในบ้านเกิดครั้งแรก ทั้งหมด 59 รอบสนาม รั้งอันดับ 20 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 31.208 วินาที ตามหลังจ่าฝูง 2.024 วินาที ส่วนรุกกี้ที่เร็วที่สุดคือ “เฟร์มิน อัลเดเกร์” นักบิดดาวรุ่งชาวสแปนิชจาก เกรซินี เรซซิ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.373 วินาที ตามด้วย “ไอ โอกูระ” นักบิดญี่ปุ่นจาก แทร็คเฮาส์ เรซซิ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.453 วินาที ทั้งนี้ การทดสอบบรรดานักบิดโมโตจีพี ทุกคนจะยังคงมีคิวลงสนามทดสอบ “ThaiGP Pre-season Test” ต่อเนื่องไปอีก 1วัน ในวันพฤหัสบดีที่ 13 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 10:00-18:00 น. โดยจะถือเป็นโอกาสสุดท้ายในการลงสนามเทสต์เพื่อตัดสินใจเลือกสเป็ครถแข่งคันใหม่ในฤดูกาล 2025 ก่อนจะเริ่มต้นสนามแรกของปี ในรายการ "PT Grand Prix of Thailand 2025” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2568 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

  • ThaiGP Pre-season Test

    “ทัพนักบิดโมโตจีพี” สำรวจแทร็ก “สนามช้างฯ” ชูเสน่ห์ “ThaiGP Pre-season Test” เปิดให้ชม 2 วันเต็มอิ่ม กองทัพนักบิดระดับพระกาฬ นำโดยยอดแชมป์โลกอย่าง “มาร์ค มาร์เกซ” นักบิดสแปนิชจาก ดูคาติ และ “ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า” ทีมเมทชาวอิตาเลียน, ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร นักบิดเฟรนช์จาก ยามาฮ่า และ โจอัน เมียร์ นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า ลงเดินสำรวจแทร็กอย่างพร้อมเพรียงก่อนทดสอบ “พรี-ซีซั่น เทสต์” ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ โดย“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ร่วมถ่ายทำ VTR โปรโมตที่จะเผยแพร่ในช่วงวันแข่งขัน ขณะ “สนามช้างฯ” เผยเสน่ห์ของกิจกรรมทดสอบสนาม ThaiGP Pre-season Test พร้อมเปิดให้แฟนเข้าชมทั้ง 2 วันเต็ม ศึก โมโตจีพี เวิลด์ แชมเปียนชิพ 2025 เตรียมเข้าสู่โปรแกรมการทดสอบอย่างเป็นทางการในช่วง พรี-ซีซั่น เทสต์ ครั้งสุดท้าย ระหว่างวันที่ 12-13 กุมภาพันธ์นี้ โดยใช้ชื่อว่า “ThaiGP Pre-season Test” ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญในการพัฒนารถแข่งและชิ้นส่วนต่างๆ เพื่อตัดสินใจครั้งสุดท้ายก่อนเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขัน ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 ทัพนักบิดโมโตจีพีทุกคนเข้าสู่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ บรรดาทีมงานเข้าเซ็ตอัพพิตและรถแข่ง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการทดสอบในช่วง 2 วัน นำโดยบรรดาแชมป์โลก “มาร์ค มาร์เกซ” นักบิดสแปนิชจาก ดูคาติ และ ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า ทีมเมทชาวอิตาเลียน ซึ่งในฤดูกาลนี้ถูกจับตามองว่าจะเป็น “ตัวเต็ง” ในการล่าแชมป์โลกอีกครั้ง ขณะเดียวกัน แชมป์โลกชาวฝรั่งเศสอย่าง “ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร” จาก ยามาฮ่า โมโตจีพี ก็ทำงานอย่างหนักกับทีม หลังผ่านการทดสอบครั้งล่าสุด มีทิศทางการพัฒนารถแข่งที่น่าสนใจ เช่นเดียวกับ “โจอัน เมียร์” อดีตแชมป์โลกชาวสแปนิชจาก ฮอนด้า ซึ่งยกระดับความเร็วขึ้นจากปีที่ผ่านมาได้ถึง 1.3 วินาทีในการเทสต์ที่ บุรีรัมย์ นอกจากนี้ นักบิดดาวดังทุกคนก็ลงสำรวจสนามเช่นกัน อาทิ มาเวริค บีญาเลส นักบิดสแปนิช, เปโดร อคอสต้า, อเล็กซ์ มาร์เกซ นักบิดสแปนิช ซึ่งเร็วที่สุดจากการเทสต์ครั้งที่ผ่านมา รวมถึง ฟรานโก้ มอร์บิเดลลี นักบิดอิตาเลียน และ โยฮันน์ ซาร์โก นักบิดเฟรนช์ รวมถึงบรรดานักบิดรุกกี้นำโดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่กำลังอยู่ในช่วงทำงานหนักเพื่อเรียนรู้และปรับตัวกับรถแข่ง โมโตจีพี, ไอ โอกูระ นักบิดชาวญี่ปุ่น และ เฟร์มิน อัลเดเกร์ นักบิดสแปนิช ที่พร้อมลงสนามทดสอบเช่นกัน นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า “การทดสอบ พรี-ซีซั่น เทสต์ ครั้งนี้ จะมีขึ้นทั้งสิ้น 2 วัน โดยจะเปิดให้แฟนความเร็วเข้าชมในสนาม ซึ่งแฟนๆ จะได้เห็นการทำงานอย่างหนักตลอดทั้งวันของนักแข่งทุกคนที่ลงบิดในสนาม รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ของรถแข่งที่จะถูกส่งลงเทสต์ในสนาม อย่างที่ไม่เคยได้เห็นในสนามแข่งขันจริง ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่สำคัญมากๆ ของแฟนชาวไทยครับ เพราะมีไม่กี่สนามทั่วโลกที่จะได้รับความไว้วางใจให้ทำหน้าที่สนามทดสอบ และเราก็จะเป็นเจ้าภาพสนามแรกของปีในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ในรายการ พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ ซึ่งจะยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปีแน่นอน” สำหรับแฟนความเร็วในปีนี้สุดพิเศษ ซื้อบัตร Main Race แถมเข้าชม Pre-season Test ฟรี โดยบัตรทุกสแตนด์เปิดให้นั่งชมได้ในที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ส่วนใครที่ไม่สะดวกมาชมการแข่งขัน Main Race สามารถแยกซื้อบัตรชม Pre-Season Test ได้โดยราคาบัตรที่นั่ง แกรนด์สแตนด์ ราคา 500 บาทต่อวัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท ส่วนใครอยากชมแบบ Exclusive สามารถซื้อบัตร VIP ราคา 5,000 บาท ต่อวัน แฟนความเร็ว ยังสามารถหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket

  • Dorna Sport sends "MotoGP" vanguard to Buriram.

    ดอร์น่า สปอร์ตเตรียมเสิร์ฟความมันส์ต่อเนื่อง ส่งทัพหน้า “โมโตจีพี” เดินทางถึงบุรีรัมย์แล้ว ล่าสุดฝ่ายจัดการแข่งขันฯ “โมโตจีพี สนามประเทศไทย” เผยภาพทัพหน้า ของขบวนตู้คอนเทนเนอร์ ขนอุปกรณ์ต่างๆเดินทางเข้าสู่สนามช้างฯ ท่ามกลางการรอคอยของแฟนความเร็วทั่วโลก ทุกฝ่ายเตรียมการเข้มข้นทั้งการจัดการองค์รวม การจัดสถานที่ อบรมทีมแพทย์ เตรียมการต้อนรับนักท่องเที่ยวเต็มขั้น ทุกฝ่ายมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างความประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงจนวินาทีสุดท้ายที่เดินทางกลับ ความเคลื่อนไหวการจัดการแข่งขัน “โมโตจีพี” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพสนามแรกของฤดูกาล ภายใต้ชื่อรายการ "PT Grand Prix of Thailand 2025” ตามกำหนดการหลังจบ ออฟฟิเชียล เทสต์ที่ เซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย 3 วัน ระหว่างวันที่ 5-7 กุมภาพันธ์นี้ ดอร์น่าสปอร์ต จะยกทัพมาจัด Season Premier กิจกรรมใหญ่แห่งปี ที่กรุงเทพฯ ต่อด้วยโปรแกรมทดสอบก่อนสนาม “พรี-ซีซั่น” ในประเทศไทย วันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ และ สนามที่ 1 ของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-2 มีนาคม 2568 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต เผิดเผยว่า ขณะนี้คณะกรรมการจัดการแข่งขันได้ประสานความร่วมมือย่างเต็มกำลังในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่ทัพใหญ่ โมโตจีพี จะเดินทางเข้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยคอนเทนเนอร์ล็อตแรกเป็นการขนส่งอุปกรณ์สำคัญสำหรับการจัดการแข่งขัน เพื่อติดตั้งล่วงหน้า รวมทั้งการติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวกโดยรอบ สแตนด์ผู้ชม พาวิลเลียน และบูธกิจกรรมต่างๆ ทุกฝ่ายเตรียมการเข้มข้นทั้งการจัดการองค์รวม การจัดสถานที่ การต้อนรับนักท่องเที่ยวเต็มขั้น และยังมีการเตรียมการของ "ทีมแพทย์" และศูนย์การแพทย์ใน สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในการซ้อมรับมือเคสฉุกเฉิน ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสนามแข่งขันในเรซระดับโลก “การจัดงานโมโตจีพี ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องบริหารจัดการพื้นที่จัดงานรองรับอีเว้นต์ระดับโลกครั้งนี้ นักแข่ง ทีมแข่ง ทีมงาน ผู้ชม สำนักข่าวต่างๆทั้งจากในประเทศและสื่อยักษ์ใหญ่แห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตที่จะมุ่งหน้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์ และนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทุกฝ่ายมีความมุ่งมั่นตั้งใจให้ประทับใจตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงจนถึงวินาทีสุดท้ายที่เดินทางกลับ ” สำหรับแฟนความเร็วในปีนี้สุดพิเศษ ซื้อบัตร Main Race แถมเข้าชม Pre-season Test ฟรี โดยบัตรทุกสแตนด์เปิดให้นั่งชมได้ในที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ส่วนใครที่ไม่สะดวกมาชมการแข่งขัน Main Race สามารถแยกซื้อบัตรชม Pre-Season Test ได้โดยราคาบัตรที่นั่ง Grand Stand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท ส่วนใครอยากชมแบบ Exclusive สามารถซื้อบัตร VIP ราคา 5,000 บาท ต่อวัน แฟนความเร็วที่ยังไม่มีบัตรชมการแข่งขัน ยังสามารถหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษ เรียก Grab เดินทางไป-กลับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระหว่าง วันที่ 28 ก.พ. - 2 มี.ค.68 ใส่รหัส "THAIGP" รับส่วนลด 15% สูงสุด 100 บาท สามารถใช้ได้กับทุกบริการ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit

  • Countdown to “MotoGP”

    ประเทศไทยชวนแฟนความเร็วทั่วโลก Countdown สู่ “โมโตจีพี” บิ๊กอีเว้นต์มอเตอร์สปอร์ต ครั้งแรกที่ไทย-ครั้งแรกในโลก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2025” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) ศึกมอเตอร์สปอร์ตพรีเมียมที่มีผู้ชมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ที่ไทยได้รับบทบาทสำคัญ ทั้ง การแถลงเปิดฤดูกาล Season Premier ที่ One Bangkok กรุงเทพ โดยดอร์น่าสปอร์ต วันที่ 9 ก.พ. ต่อด้วย Pre-Season Test 12-13 ก.พ. และ Main Race 28 ก.พ.-2 มี.ค.68 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีที่ 6 5 กุมภาพันธ์ 2568 ที่สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพ : นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐและเอกชน นำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ, จังหวัดบุรีรัมย์, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด (ดูคาติ ไทยแลนด์), แกร็บ ประเทศไทย (Grab) รวมทั้ง, ทัพสื่อมวลชน-อินฟลูเอนเซอร์ และผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย นางโปรดปราน สมานมิตร รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย เปิดเผยว่า “นับถอยหลังอีกเพียงไม่กี่วัน ก็จะเข้าสู่สุดสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทย กับการเป็นสนามเปิดฤดูกาลโมโตจีพีเป็นครั้งแรก โดยจะมีการจัดงาน Season Premier อย่างยิ่งใหญ่ ที่ One Bangkok ซึ่งเป็นกิจกรรมแฟนมีต ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลกที่ประเทศไทย และถือเป็นวันที่ยิ่งใหญ่แห่งโลกมอเตอร์สปอร์ต โอกาสสำคัญที่จะได้ประชาสัมพันธ์ความสวยงามของกรุงเทพผ่านการถ่ายทอดสดออนไลน์สู่สายตาแฟนๆ โมโตจีพีที่มีมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก ขอยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อม 100% ทั้งในส่วนการทดสอบสนามก่อนเปิดฤดูกาล ( Pre-Season Test ) และวันแข่งขัน (Main Race) เราจะใช้โอกาสนี้เป็นเวทีแสดงศักยภาพของประเทศไทยในด้านกีฬามอเตอร์ระดับโลกอีกครั้ง” นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โมโตจีพีไม่ใช่เพียงแค่การแข่งขันกีฬาในระดับโลก แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย Sport Tourism ของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยการเป็นเจ้าภาพ สนามเปิดฤดูกาล ถึง 2 ปีติดต่อกัน (2025 และ 2026) ถือเป็นโอกาสสำคัญอย่างมากของประเทศไทยในการประชาสัมพันธ์ประเทศ รวมถึง ในโอกาสปี “Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025” นี้ ไทยจีพีจะถือเป็นส่วนสำคัญของกลยุทธ์ Grand Festivity โดยเป็นหมุดหมายของมอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัลระดับโลก เป็นพลังสำคัญในขับเคลื่อนสร้าง การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอย่างยั่งยืนต่อไป นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ผู้จัดการกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ กล่าวว่า กองทุนฯ มีพันธกิจที่สำคัญในการสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการจัดการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา โดยอีกหนึ่งพันธกิจคือการสนับสนุนนักกีฬาไทยให้ก้าวขึ้นไปสร้างชื่อเสียงบนเวทีระดับโลก ซึ่งในปีนี้มี 'ก้อง สมเกียรติ จันทรา' นักแข่งโมโตจีพีคนแรกในประวัติศาสตร์ เริ่มต้นจากสนามโฮมเรซในประเทศไทย ขอเชิญชวนแฟนกีฬาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญ ผลักดันกิจกรรมในครั้งนี้ ที่ยังมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศมหาศาลให้กระหึ่มโลกด้วยกันอีกครั้ง นายรังสรรค์ พวงปราง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการเงินและความยั่งยืน บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ในฐานะ Title Sponsor กล่าวว่า ปีนี้ PTG เตรียมการต้อนรับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการขยายพาวิลเลียนขนาดยักษ์ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ติดตั้ง จอ LED ยักษ์ สูงเทียบเท่ากับตึก 2 ชั้น ไว้เป็นแลนด์มาร์คใหม่ โดยใช้เทคนิคการ แอนนิเมทภาพ 3 มิติที่สวยงาม ภายในยังมีกิจกรรมสนุกเต็ม Max ไปกับ Hero Walk และ Meet and Geet นักแข่งจากทุกคลาสทั้ง MotoGP Moto2 Moto3 แฟนความเร็วจะได้ถ่ายภาพและขอลายเซ็นได้อย่างใกล้ชิด รวมทั้งทัพใหญ่ของแบรนด์ในเครือของ PTG ไม่ว่าจะเป็น PT Station / PT Maxnitron / Autobacs / กาแฟพันธุ์ไทย / Coffee World / Max Card Plus พิเศษสำหรับสมาชิกบัตร Max Card Plus และบัตร Max Card รับสิทธิพิเศษภายในงานอีกมากมาย นางเจษฎากร โคชส์ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง ในฐานะหัวเรือหลักของผู้เสิร์ฟกิจกรรมบันเทิงในรูปแบบของมอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัล กล่าวว่า ปีนี้ช้างฯ จัดเต็มความสนุกครบรส ตลอด 3 วัน ส่งมอบประสบการณ์การชมโมโตจีพีแบบสุด Exclusive ใน Chang House เต้นท์ติดแอร์ขนาดใหญ่ วงดนตรี และดีเจ นอกจากนี้ยังมี คอนเสิร์ต Chang Music Connection ที่ยกทัพศิลปินดัง เริ่มจาก 28 กุมภาพันธ์ UrboyTJ (ยัวร์บอยทีเจ) และ “กอล์ฟ F.Hero” (เอฟ.ฮีโร่), 1 มีนาคม Musketeers และ “โจอี้ ภูวศิษฐ์”, ส่งท้าย 2 มีนาคมด้วยวง “Paradox” (พาราดอกซ์) พร้อมจุดบริการ Chang Shuttle Station รับส่งแฟนๆเข้าสู่สนาม กันแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า การที่โมโตจีพีเลือกประเทศไทยจัดกิจกรรมที่สุดพิเศษ ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ได้จัดงานแบบนี้มาก่อน ทั้ง Season Premier ความพิเศษของตัวงานนี้มีอยู่ด้วยกันหลายกิจกรรมถ่ายโปรโมตประเทศไทย ณ วัดเบญจมบพิตร, ขบวนรถแข่งโมโตจีพีบริเวณ One Bangkok, กิจกรรม Hero Walk, การเดินพรมแดงของเหล่านักบิด ฯลฯ นอกจากนี้ยังมี Pre-season Test และ Main Race ทั้งหมดจัดขึ้นที่ประเทศไทย กำไรพิเศษของแฟนความเร็ว ซื้อบัตร Main Race แถมเข้าชม Pre-season Test ฟรี แฟนความเร็วซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสุดพิเศษ เรียก Grab เดินทางไป-กลับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ระหว่าง วันที่ 28 ก.พ. - 2 มี.ค.68 ใส่รหัส "THAIGP" รับส่วนลด 15% สูงสุด 100 บาท สามารถใช้ได้กับทุกบริการ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit

  • PT Grand Prix of Thailand 2025

    รัฐบาลแถลงใหญ่! เปิดประเทศต้อนรับอีเว้นต์ประวัติศาสตร์ PT Grand Prix of Thailand 2025 ด้วย 3 กิจกรรมที่ทั่วโลกเฝ้ารอ พร้อมกระหึ่มขายบัตรอย่างเป็นทางการวันแรก รัฐบาลไทย โดย ก.ท่องเที่ยวและกีฬา แถลงข่าวใหญ่ต้อนรับศึกกรังด์ปรีซ์เบอร์ 1 ของโลก ยิ่งใหญ่ไปกับการเป็นสนามเปิดฤดูกาล “โมโตจีพี” ครั้งแรกในไทยและครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในรอบ 25 ปี กับ 3 กิจกรรมสุดพิเศษที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด- ทั่วโลกเฝ้ารอ คณะกรรมการฝ่ายจัดฯ ยืนยันพร้อมเสิร์ฟประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ต เฟสติวัล ชั้นพรีเมียม ด้วยเสน่ห์วิถีไทยครองใจคนทั่วโลก ร่วมเชียร์นักบิดไทยคนแรกในรุ่นโมโตจีพี “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” อย่างเต็มภาคภูมิ ถ่ายทอดสดกว่า 200 ประเทศ สู่ผู้ชม 800 ล้านคนทั่วโลก หลังเปิดจำหน่ายบัตร ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ กว่า 10,000 ที่นั่ง ทุบสถิติ Sold Out ด้วยเวลา 2.55 นาที ขณะที่สแตนด์อื่นๆ มียอดจองอย่างรวดเร็วกว่าทุกปี คาดกระแสดี เต็มที่นั่งแน่นอน การแถลงข่าวการจัดการแข่งขันและเปิดจำหน่ายบัตร ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สนามที่ 1 ของฤดูกาล รายการ PT Grand Prix of Thailand 2025 (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) ที่ไทยได้รับบทบาทสำคัญ ทั้ง การแถลงเปิดฤดูกาล Season Premier ที่ One Bangkok กรุงเทพ โดยดอร์น่าสปอร์ต วันที่ 9 ก.พ. ต่อด้วย Pre-Season Test 12-13 ก.พ.และ Main Race 28 ก.พ.-2 มี.ค.68 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีที่ 6 วันที่ 9 มกราคม 2568 ที่ CW Tower รัชดาภิเษก กรุงเทพ : นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานในพิธีแถลงข่าว พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐ-เอกชน นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG, น้ำแร่ธรรมชาติ ตรา ช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ( ดูคาติ ไทยแลนด์ ), สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ทัพสื่อมวลชนและผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า ปีนี้นับเป็นปีที่ 6 ของการเป็นเจ้าภาพจัด “โมโตจีพี” บนผืนแผ่นดินไทย โดยได้รับเกียรติสูงสุดในการเป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาล 2 ปีซ้อนทั้งในปี 2568 และ 2569 ซึ่งสนามแรกในประเทศไทยในปีนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ -2 มีนาคม 2568 จากทั้งหมด 22 สนามใน 18 ประเทศ นับเป็นการเปิดฤดูกาลครั้งแรกในไทย และครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รอบ 25 ปี โมโตจีพี สนามประเทศไทย ถือเป็นแบบอย่างนโยบาย Sport Tourism อย่างเป็นรูปธรรม ในหลายมิติ ทั้งด้านกีฬา เศรษฐกิจ ท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ประเทศ โดยปี 2567 มียอดผู้ชมในสนามสูงถึง 205,343 คน สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 4,759 ล้านบาท และในปีนี้ ดอร์น่า สปอร์ตยังเลือก ที่จะจัด 3 กิจกรรมหลักที่แฟนความเร็วทั่วโลกรอคอย ได้แก่ แถลงเปิดฤดูกาล Season Premier, ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล Pre-Season Test และ Main Race สนามแรกของปี เหล่านี้เองเป็นเครื่องแสดงศักยภาพของไทยที่เป็นที่ประจักษ์ในเวทีระดับโลกในการจัดมหกรรมกีฬาระดับสากลและก้าวสู่ศูนย์กลางของกีฬามอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาคเอเชียในอนาคต ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปีนี้มีความท้าทายค่อนข้างมาก จากกรอบเวลาการทำงานที่สั้นลง แต่ด้วยประสบการณ์และความร่วมมือของทุกภาคส่วนที่เดินหน้าเต็มระบบ มั่นใจได้ว่าการแข่งขันในปีนี้จะยิ่งใหญ่ที่สุด สมกับการเป็นสนามเปิดฤดูกาลอย่างแน่นอน ซึ่งความพิเศษในครั้งนี้ คือคนไทยจะได้ร่วมจารึกประวัติศาสตร์การมีนักแข่งไทยคนแรก คือ “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” ที่จะได้ลงแข่งในรุ่นโมโตจีพี ซึ่งนับเป็นความสำเร็จสูงสุดของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนานักกีฬา และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนและนักกีฬารุ่นใหม่อย่างแท้จริง มร. มาร์กอส ตอร์โรบา ผู้จัดการด้านการจัดการแข่งขัน ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ กล่าวว่า เหตุผลที่ดอร์น่าสปอร์ตเลือกประเทศไทย เป็นเจ้าภาพในกิจกรรมหลักและเปิดประเดิมฤดูกาล มาจากทั้งความพร้อมด้านสนามแข่งขัน การจัดการ และความคลั่งไคล้ในโมโตจีพีของแฟนชาวไทย ทำให้มีผู้ชมที่จำนวนมาก โดยเฉพาะการจัดแถลงเปิดฤดูกาล Season Premier ที่กรุงเทพ ซึ่งเป็นมหานครที่ใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยเป็นปีที่พิเศษที่คนไทยสามารถส่งกำลังใจให้ฮีโร่เจ้าบ้านในคลาส MotoGP ได้เป็นครั้งแรก การเปิดฤดูกาลในกรุงเทพ จะทำให้เข้าถึงแฟนๆ ชาวไทยได้มากขึ้น รวมทั้งทำให้ “โมโตจีพี สนามประเทศไทย” กลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างแท้จริง นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ความพิเศษของปีนี้ชาวบุรีรัมย์จะมีโอกาสเปิดประตูเมืองต้อนรับ “โมโตจีพี” ด้วยช่วงเวลาที่มากขึ้นกว่า 2 สัปดาห์ ซึ่งการเตรียมพร้อมสำหรับ การแข่งขัน จังหวัดฯได้ประสานทุกภาคส่วน เพื่อมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจ และมอบช่องเวลาที่แสนพิเศษให้แก่ผู้มาเยือน ตลอดช่วงเวลาที่พำนักอยู่ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยนำบทเรียนจากการแข่งขันในปีก่อนๆ มาปรับปรุง ไม่ว่าจะเป็นการจัดการจราจร การรักษาความสะอาด และการเพิ่มศูนย์ให้ข้อมูลที่ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ชมจากหลากหลายประเทศ ขยายที่พัก สนับสนุนที่พักแบบโฮมสเตย์เพื่อให้แฟนความเร็วได้สัมผัสเสน่ห์ของวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริง นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า ในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และเป็นส่วนสำคัญในการจารึกไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์บทใหม่ในปี 2025 นั้น PTG ภายใต้ปณิธาน “บริษัทพลังงานของคนไทย เพื่อเติมความสุขให้คนไทย อยู่ดีมีสุข” การสนับสนุนการแข่งขันในครั้งนี้ เป็นการเติมเต็มความฝันของแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทย มอบโอกาสให้ได้สัมผัสกับการแข่งขันระดับโลกในบ้านเรา โดยไม่ต้องเดินทางไปชมยังต่างประเทศ นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของ PTG ในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในวงการมอเตอร์สปอร์ต จะช่วยผลักดันประเทศไทยให้เป็น Destination สำคัญในโลกของมอเตอร์สปอร์ต และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและพัฒนาวงการกีฬาอย่างยั่งยืน นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมา สนามประเทศไทยได้รับความชื่นชมจากดอร์น่า สปอร์ตว่าเป็นสนามที่มีการจัดการด้านกิจกรรมเสริมได้ดีที่สุดในฤดูกาล 2024 ไม่ว่าจะเป็น Hero walk, Meet & Greet, Rider Parade, กิจกรรมเสริมในลาน Commercial Area, คอนเสิร์ตจาก Chang Music Connection รวมถึง Thai Thai Pavilion ในปีนี้การได้เป็นเจ้าภาพ กิจกรรมหลักที่สำคัญมากมาย ยืนยันถึงความพร้อมและมาตรฐานการทำงานระดับโลกที่เป็นที่ยอมรับ คณะกรรมการจัดการแข่งขัน รวมถึงสนามช้างฯ จะทำทุกวิถีทางเพื่อรักษามาตรฐาน พร้อมกับพัฒนาทุกๆ ด้านให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพื่อให้แฟนๆ ทุกท่าน ได้ประทับใจ กับ มนต์เสน่ห์ของโมโตจีพีวิถีไทย ที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก ภายในงานยังได้มีการเปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขัน โมโตจีพี สนามประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. โดยที่นั่งบัตรแกรนด์สแตนด์ ทุบสถิติอีกครั้ง Sold Out ด้วยเวลา 2.55 นาที ด้วยความพิเศษของ “บัตรชมโมโตจีพี” ที่สุดคุ้มถึง 2 ต่อ ได้ชม “Pre-Season Test” ฟรี รวมทั้งปรากฎการณ์แห่งการร่วมใจเชียร์นักบิดไทย ฝ่ายจัดฯคาดว่า บัตรชมการแข่งขันปีนี้ จะประสบความสำเร็จในแง่ยอดจัดจำหน่ายสูงสุด เต็มทุกสแตนด์ที่นั่งอย่างรวดเร็วแน่นอน ทั้งนี้ “บัตรเข้าชม โมโตจีพี สนามประเทศไทย 2025” แบ่งเป็น 4 ประเภท เข้าชม Pre-Season Test ได้ฟรี และชม Main Race ได้ทั้ง 3 วัน ได้แก่ 1.แกรนด์สแตนด์ (Grandstand) 5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) 2.ไรเดอร์ สแตนด์ (Rider Stand) 3,000 บาท สำหรับกองเชียร์นักแข่ง 3 คน ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์, จันทรา สแตนด์ (พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักบิด) 3. แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand ) 2,000 บาท สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ Honda, YAMAHA และ DUCATI (พร้อมสิทธิ์ลุ้นชิงโชคและรับของที่ระลึกจากผู้สนับสนุน) 4. ไซด์สแตนด์ (Side Stand) 2,000 บาท ส่วนผู้ชมที่ต้องการซื้อเฉพาะบัตรชม Pre-Season Test ทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล วันที่ 12-13 กุมภาพันธ์ 2568 ราคาจำหน่ายบัตร แบ่งเป็น บัตร Grand Stand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท, บัตร VIP 5,000 บาท ต่อวัน สำหรับส่วนลดและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ยังคงจัดเต็มเช่นเคย โดย PTG มอบส่วนลดในการซื้อบัตรชม การแข่งขัน เพื่อเติมความสุขอย่างเต็ม Max ไม่ว่าจะเป็น บัตรแดง PT Max Card Plus เพียงโชว์บัตรที่ จุดจำหน่าย รับส่วนลด 25% ,บัตรเขียว PT Max Card ลด 20% และยังมีกิจกรรมพิเศษ ลด-แลก-แจก-ช้อปภายในงาน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ในเครือ PT Maxnitron กาแฟพันธุ์ไทย ศูนย์บริการ Autobacs ฯลฯ และยังมีของที่ระลึกโมโตจีพีลิมิเต็ดมากมาย ติดตามได้ที่แฟนเพจ PT Station หรือสิทธิ์ส่วนลด 20% จากผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda, YAMAHA ส่วนกุญแจรถ DUCATI ใช้เป็นส่วนลดได้เฉพาะสแตนด์ดูคาติเท่านั้น (สงวนสิทธิ์เลือกใช้ส่วนลดได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง) แฟนความเร็วซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซด์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page