top of page

1423 results found with an empty search

  • Asia Nexus: Bangkok Metropolitan Council

    “สภามหานครแห่งเอเชีย” Asia Nexus: Bangkok Metropolitan Council สภา กทม. ประกาศยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน สู่มหานครแห่งเอเชีย โอบรับทุกความหลากหลาย พร้อมก้าวทันเทคโนโลยี ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร  สภากรุงเทพมหานครจัดงานนิทรรศการ “สภามหานครแห่งเอเชีย Asia Nexus: Bangkok Metropolitan Council” แสดงผลงานสภากรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครในปี พ.ศ.2568 พร้อมวิสัยทัศน์การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนและพัฒนาสู่การเป็นมหานครแห่งเอเชีย นำโดย นายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร นายวิพุธ ศรีวะอุไร รองประธานสภากรุงเทพมหานครคนที่หนึ่ง นายฉัตรชัย หมอดี รองประธานสภากรุงเทพมหานคร คนที่สอง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ตัวแทนจากสภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร โรงเรียนใน กทม. และประชาชนชาวกรุงเทพมหานครเข้าร่วมงาน  นายสุรจิตต์ กล่าวว่า กรุงเทพมหานครในวันนี้ ไม่อาจจำกัดอยู่เพียงการเป็น “เมืองหลวงของประเทศไทย” แต่เรากำลังขับเคลื่อนให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็น “มหานครแห่งเอเชีย” ที่มีบทบาททั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี วัฒนธรรม และคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกมิติ ตลอดปีที่ผ่านมา สภากรุงเทพมหานครได้ทำงานอย่างหนัก ทั้งการผลักดันนโยบาย การตรวจสอบถ่วงดุล การรับฟังเสียงจากประชาชน การสร้างความร่วมมือระดับนานาชาติเพื่อแลกเปลี่ยน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และแนวทางการบริหารเมืองที่ทันสมัยจากสภาของเมืองต่างๆ ทั่วโลก นอกจากนี้ยังส่งเสริมวัฒนธรรมไทยให้กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้วยการผลักดันให้มีการบรรจุหลักสูตรมวยไทยในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร เป็นต้น  ประธานสภากรุงเทพมหานคร ยังกล่าวว่า การจะทำให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครระดับโลกต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย ซึ่งสภากรุงเทพมหานครเปิดพื้นที่รับฟังเสียงของประชาชน เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการยกระดับเมืองหลวงไปด้วยกัน “การพัฒนาเมืองไม่อาจทำได้เพียงโดยฝ่ายบริหารหรือฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ต้องเกิดจาก พลังร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งฝ่ายบริหาร ภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาชน และนานาประเทศ” นายสุรจิตต์ กล่าว   จากนั้นเป็นการแสดงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสภากรุงเทพมหานคร ผ่านการซักถามของตัวแทนจาก สภาเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร ได้แก่ นายรัตนชาติ แพงคำ นายอัครพล แสงอรุณ และนางสาวปวริศา ด่านธำรงกูล ในหัวข้อ “สภาแห่งอนาคต มหานครแห่งเอเชีย” ที่ดำเนินรายการโดย นายกิตติพงศ์ รวยฟูพันธ์ โฆษกสภากรุงเทพมหานคร  ต่อคำถามเรื่องการสร้างมหานครให้โอบรับคนทุกเพศทุกวัย นายวิพุธ กล่าวว่า มหานครที่น่าอยู่ไม่ได้หมายถึงแค่ความเจริญทางกายภาพหรือเทคโนโลยี แต่มันต้องเป็นเมืองที่คนทุกเพศ ทุกวัย ทุกความหลากหลาย รู้สึกว่าเขามีที่ยืน และมีคุณค่า ทางสภากรุงเทพมหานครและฝ่ายบริหารได้เห็นชอบให้มีนโยบายการไม่เลือกปฏิบัติทางเพศและการป้องกันการล่วงละเมิดทางเพศหรือการคุกคามทางเพศในที่ทำงาน เพื่อความเสมอภาคและการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน การเปิดคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย การตราข้อบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการเพื่อเป็นการประกันสิทธิและคุณภาพชีวิตของคนพิการในระดับท้องถิ่น โดยย้ำถึงจุดแข็งของกรุงเทพมหานคร คือ การเปิดรับและยอมรับความหลากหลายของทุกคนและทำให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจในตัวเอง   ส่วนคำถามในประเด็นสภากรุงเทพมหานครมีกลยุทธ์ในการป้องกันปัญหาการที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทและส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนมากขึ้น นายฉัตรชัย กล่าวว่า สภากรุงเทพมหานคร ตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์และเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อวางแนวทางรับมือดิสรัปชันทั้งในด้าน เศรษฐกิจ สังคม และการบริการภาครัฐ นอกจากนี้ยังกำลังผลักดันการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้บริการของกทม. เข้าถึงง่ายขึ้น ส่งเสริมการเรียนรู้ดิจิทัลในโรงเรียนของ กทม. และป้องกันผลกระทบต่อกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุหรือแรงงาน เพื่อให้คน กทม. วิ่งไปพร้อมกันกับเทคโนโลยี  ทั้งนี้ในงานยังประกอบไปด้วยนิทรรศการแสดงวิสัยทัศน์ของสภากรุงเทพมหานคร ผลงานสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผลงานของคณะกรรมการสามัญและวิสามัญของสภากรุงเทพมหานคร การแสดงแม่ไม้มวยไทยจากนักเรียนชั้นประถมศึกษาโรงเรียนวัดปลูกศรัทธา เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งการทำแฟลชโพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนต่อวาระเร่งด่วนในการแก้ปัญหาของคนกรุง ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาน้ำท่วม PM2.5 ทางเท้า ไฟฟ้าส่องสว่าง ขยะ การแข่งขันเกมภารกิจของสภากรุงเทพมหานครเพื่อชิงรางวัล และบริเวณหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครยังมีศิลปะจัดวางรูปทรงพีระมิดที่เป็นฐานรับลูกโลกสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของฝ่ายนิติบัญญัติที่จะผลักดันให้กรุงเทพมหานครพัฒนาสู่การเป็น มหานครของเอเชียและโลก

  • Sailun Tire

    ไซลุน ไทร์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการ เดินหน้ารุกตลาดยางรถยนต์ไทยเต็มพิกัด ชูเทคโนโลยี Ecopoint³  เอาใจสาวกสาย Performance ยกระดับสมรรถนะยาง พร้อมแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อผู้บริโภคชาวไทย ที่มา บริษัท ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ปี 2567 ไซลุน ไทร์ มี รายได้รวมกว่า 4.436 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ในไทยวางเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 10%  เทคโนโลยี Ecopoint³  และผลิตภัณฑ์ใหม่ บริษัท ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ได้ก่อตั้งเมื่อปี 2564 เพื่อเป็นสำนักงานขายในประเทศไทย ภายใต้บริษัท ไซลุน กรุ๊ป จำกัด  ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตยางรถยนต์ชั้นนำในประเทศจีน มีหลักการที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจ คือ การสร้างมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยอาศัยความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์และความน่าเชื่อถือในความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและผู้บริโภค ดำเนินธุรกิจในการนำเข้า “ยาง EcoPoint³ และ ยาง SAILUN” จากฐานการผลิตในประเทศเวียดนามและจีน นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ยางรถยนต์นั่ง และยางที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศไทย ซึ่งไซลุน ไทร์ มุ่งมั่นสร้างแบรนด์ยางอีโคพอยท์3 (EcoPoint³) และ ยางไซลุน (SAILUN) ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน บริษัท ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด มีผลิตภัณฑ์ใน 6 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1.ยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และรถเอ็มพีวี 2.ยางรถอีวี 3.ยางรถเอสยูวี 4.ยางรถกระบะทั่วไป 5.ยางเรเดียลสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร และ 6.ยางเพื่อเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม  โดยผลิตภัณฑ์ใหม่และผลิตภัณฑ์เด่นของยาง EcoPoint³ และ ยาง SAILUN คือกลุ่มยางสำหรับรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ครอบคลุมถึงรถยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ ERANGE PERFORMANCE, ATREZZO ERANGE, ERANGE PREMIUM, ATREZZO ZSR2  และในระยะต่อไป ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) จะนำตัวเลือกยางรุ่นใหม่ ๆ เข้ามาให้คนไทยได้เลือกใช้บนท้องถนนอย่างต่อเนื่อง มร.บรูซ โจว รองประธานบริษัท ไซลุน กรุ๊ป และกรรมการบริหารภูมิภาคการขายเอเชีย (Mr.Bruce Zhou Vice President of Sailun Group and Executive Director of  Asia Sales Region)  เปิดเผยว่า “ ในปี 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของไซลุน ไทร์ โดยมีรายได้รวมกว่า 4.436 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตขึ้น 22.42% ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 1 ของบริษัทผู้ผลิตยางที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของจีน และครองอันดับที่ 10 ของโลกในบรรดาบริษัทผู้ผลิตยางชั้นนำ อีกทั้ง ไซลุน ไทร์ ยังครองอันดับหนึ่งในด้านอัตราการเติบโตของรายได้และปริมาณยอดขาย สะท้อนถึงศักยภาพของแบรนด์และการยอมรับในตลาดโลก  การจัดอันดับของ Brand Finance ประจำปี 2025     ไซลุน ไทร์ เป็นบริษัทจีนเพียงหนึ่งเดียวที่ติดอันดับ Top 10 แบรนด์ยางที่มีมูลค่าสูงสุดของโลก  แสดงถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระดับสากล  นอกจากนี้  ในด้าน การแข่งขันระดับนานาชาติ       ไซลุน ไทร์ ยังเป็นผู้จัดหายางอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน F4 และมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ FIA โดยจัดหายางสมรรถนะสูงสำหรับการแข่งขันในหลายประเทศ ถือเป็นการยกระดับเทคโนโลยียางของจีนในเวทีระดับโลกอีกด้วย สำหรับเทคโนโลยียางรุ่น EcoPoint³    ที่เปิดตัวในวันนี้ เป็นผลลัพธ์ของการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเทคโนโลยียางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้น โดยยาง SAILUN มีคุณสมบัติเด่นทั้งด้านการควบคุมที่แม่นยำ การเบรกบนถนนเปียก ความต้านทาน การหมุน และความเงียบขณะขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ซึ่งมีอากาศร้อนชื้นและสภาพถนนที่หลากหลาย   ยาง EcoPoint³   สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัย มั่นคงในทุกสภาพถนน รวมถึงประหยัดพลังงาน ตอบโจทย์แนวคิด “เทคโนโลยีเปลี่ยนการขับขี่” สำหรับประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญในกลยุทธ์ของภูมิภาคเอเชีย โดยทาง ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) ได้ร่วมมือกับบริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายยาง SAILUN  อย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการจับมือทางธุรกิจ แต่ยังเป็นการหลอม รวมแนวคิด เพื่อขยายความแข็งแกร่งในด้านผลิตภัณฑ์ ช่องทางจำหน่าย แบรนด์ และการบริการ  ในตลาดประเทศไทย  โดยในอนาคต ไซลุน ไทร์ จะยังคงลงทุนอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่น  พร้อมร่วมมือกับ บริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด และพันธมิตรในการสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง  มืออาชีพ และเข้าถึงได้” มร.สตีฟ จาง ผู้อำนวยการทั่วไปประจำประเทศไทยและกัมพูชาของบริษัท ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) จำกัด (Mr.Steve Zhang General Manager of Thailand and Cambodia, Sailun Tire (Thailand) co., Ltd)  กล่าวว่า “ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดยางรถยนต์ที่มีความคึกคักที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไซลุน ไทร์ จึงได้จัดตั้งสำนักงานขายในประเทศไทย พร้อมสร้างเครือข่ายคลังสินค้าและโลจิสติกส์ครอบคลุมทั้งประเทศ และทีมบริการหลังการขายที่เป็นคนไทย เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และใกล้ชิดยิ่งขึ้น ปัจจุบันธุรกิจของ ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์)   ครอบคลุมหลัก ๆ ใน 3 กลุ่ม ได้แก่  ยางรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (PCR) เป็นซัพพลายเออร์ให้กับโรงงาน BYD ในประเทศไทย ยางรถบรรทุกและรถโดยสาร (TBR) ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมียม เช่น S690  ยางนอกถนน (OTR) ร่วมเป็นซัพพลายเออร์ให้กับลูกค้าหลักอย่าง EGAT และ SAHAKOL  ไซลุน ไทร์   ให้บริการทั้งผู้บริโภคทั่วไป และลูกค้าเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม  ในฐานะที่เป็นผู้เล่นหลักในตลาดประเทศไทย เรายึดมั่นในแนวคิด "ลูกค้าคือศูนย์กลางเป็นอันดับแรก" เพราะเรามองว่าการเข้าใจตลาด เข้าถึงลูกค้า และตอบสนองอย่างรวดเร็ว คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ และภายในอีก 5 ปีข้างหน้า เราวางเป้าหมายที่จะมีส่วนแบ่งตลาดไม่น้อยกว่า 10% ในแต่ละกลุ่มผลิตภัณฑ์หลัก และมุ่งมั่นที่จะทำให้ SAILUN เป็นแบรนด์ยางรถยนต์ชั้นนำที่น่าเชื่อถือในประเทศไทย โดยล่าสุดขอแนะนำผลิตภัณฑ์ยางอันเป็นผลลัพธ์จากการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับความเข้าใจในตลาด รุ่น EcoPoint³   พัฒนาโดย ไซลุน ไทร์   เพื่อยกระดับการควบคุม ความปลอดภัย การประหยัดพลังงาน และความเงียบสบายในการขับขี่ ซึ่งเรามั่นใจว่า EcoPoint³    จะเป็นตัวเลือกคุณภาพสำหรับตลาดระดับกลางถึงบนของประเทศไทย” ในอนาคตกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์นั่ง (PCR) เน้นพัฒนา 4 แนวทางหลัก ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ : เพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ระดับสูง โดยเน้นยางรุ่น EcoPoint³  เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของตลาดระดับกลางถึงบน การขยายช่องทาง : เสริมสร้างความร่วมมือกับ บริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด ผู้แทนจัดจำหน่าย เพื่อเพิ่มจำนวนร้านค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ การพัฒนาบริการ : ยกระดับการฝึกอบรมทีมงานและการตอบสนองหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์บริการที่เป็นเลิศ การสร้างแบรนด์ : ใช้กิจกรรมทดลองขับและการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภค เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์    นอกจากนี้ นวัตกรรมสำคัญที่สร้างชื่อให้กับแบรนด์คือ  เทคโนโลยี   Ecopoint³  ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสารประกอบอย่างขั้นสูงที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก  ด้วยกระบวนการ “LPM (Liquid Phase Mixing)” หรือการผสมยางในสถานะของเหลว ซึ่งช่วยให้ยางธรรมชาติ ซิลิกา และสารเสริมแรงต่างๆ สามารถผสมผสานเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์แบบในระดับโมเลกุล ส่งผลให้โครงสร้างเนื้อยางมีความสม่ำเสมอ แข็งแรง ยึดเกาะถนน ลดแรงต้านการหมุน ทำให้พร้อมรองรับสมรรถนะในทุกสภาวะการใช้งาน เพื่อยกระดับสมรรถนะยางใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ ความปลอดภัยในการขับขี่ ด้านความทนทาน และประสิทธิภาพด้านการประหยัดพลังงาน ซึ่งเหนือกว่ายางทั่วไป โดยยังคงรักษาความสมดุลในทุกด้านของสมรรถนะไว้อย่างครบถ้วน  และด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการวิจัยและกระบวนการผลิตที่ทันสมัย ครอบคลุมศูนย์วิจัยและเครือข่ายการผลิตทั้งเอเชีย ยุโรป และอเมริกา ทุกเส้นยางล้วนได้รับการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด พร้อมด้วยสิทธิบัตรกว่า 3,500 รายการ  นับเป็นบทบาทสำคัญในการร่วมกำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรมยางระดับสากล   สำหรับช่องทางจัดจำหน่ายยางรถยนต์ “ EcoPoint³ และ SAILUN” ปัจจุบัน ทาง บริษัท เค พี เอส แอ็คเซสเซอรี่ส์  จำกัด เป็นผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ   สามารถติดตามข่าวสาร และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook : kps-accessories / Facebook : SAILUN TIRE THAILAND และ Facebook : EcoPoint3 Thailand  หรือ โทร.02-751-1853 ### เกี่ยวกับบริษัท ไซลุน กรุ๊ป SAILUN GROUP บริษัท ไซลุน กรุ๊ป จำกัด (รหัสหุ้น: 601058) ก่อตั้งขึ้นในปี 2002  เป็นบริษัทยาง เอกชนรายแรกที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ A        ในประเทศจีน และเป็นบริษัทแรกที่ก่อตั้งธุรกิจในต่างแดนในตลาดต่างๆ รวมถึงเอเชียแปซิฟิก อเมริกาเหนือ และยุโรป  โดยมีโรงงานผลิตทั้งสิ้น 8 แห่ง ตั้งอยู่ในประเทศจีน 5 แห่ง และในภูมิภาคอาเซียน 3 แห่ง ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา และอินนีเซีย   ในปี 2023 ไซลุน ไทร์ มีรายได้ 3.6 พันล้านดอลล่าสหรัฐ (3.6 Billion USD) ซึ่งการขยายตัวอย่างรวดเร็ว และความสามารถในการทำกำไรจากผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการมุ่งเน้นด้านการวิจัยและพัฒนา ทำให้ ไซลุน ไทร์ อยู่อันดับที่ 10 ในการจัดอันดับบริษัทยางรถยนต์ระดับโลก 75 อันดับแรกประจำปี 2023 และอยู่อันดับที่ 2 ในประเทศจีน  รายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อ ไซลุน ไทร์ (ไทยแลนด์) : คุณฐนยศ ทรงกิตติภักดี  Asia Marketing Director / Director of Sales and Marketing in Thailand อีเมล์ : Tanayos.S@sailuntire.com

  • NEXZTER BRIC Superbike 2025

    แถลงเปิดฤดูกาล NEXZTER BRIC Superbike 2025 ยกระดับความเข้มข้น-พัฒนาอีกขั้น สู่เป้าหมายสำคัญนำไทยสู่มหาอำนาจมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย สนามช้างฯ จับมือพันธมิตรยักษ์ แห่งวงการมอเตอร์ไซค์ พร้อม 7 นักบิดดาวรุ่ง แถลงข่าวเปิดศึกชิงเจ้าความเร็วสองล้อที่ใหญ่ที่สุดของไทย ภายใต้ชื่อรายการ NEXZTER BRIC Superbike 2025 พร้อมเปิดตัวไตเติ้ลสปอนเซอร์รายใหม่ ฉลองปีที่ 11 บนเส้นทางแห่งความสำเร็จ เติมเต็มเป้าหมายสำคัญในการนำไทยสู่มหาอำนาจมอเตอร์สปอร์ตเอเชียและเทียบเท่าระดับสากล ยิ่งใหญ่ไปกับ 15 รุ่นการแข่งขัน ไฮไลต์พิเศษเพิ่มคลาสการแข่งขัน Supersport 250cc เป็นครั้งแรก เตรียมระเบิดศึกสนามแรก 20-22 มิ.ย.นี้ งานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike 2025 (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์) วันที่ 5 มิถุนายน 2568 ที่ราชพฤกษ์คลับ กรุงเทพฯ โดยมี บริษัท เอส.ซี.เอช. อินดัสตรี้ จำกัด” ผู้ผลิตและจำหน่ายผ้าเบรก “เน็กซ์เตอร์” ผ้าเบรกประสิทธิภาพสูงเทคโนโลยีจากประเทศญี่ปุ่น คว้าสิทธิ์ในการเป็นไตเติ้ลสปอนเซอร์ ประจำฤดูกาล 2025 อย่างยิ่งใหญ่ ภายในงานยังมีนักบิดดาวรุ่งของไทยและผู้สนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆขึ้นกล่าวบนเวที อาทิ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) "ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ ไออาร์ซี" และสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต รวมทั้งทัพสื่อมวลชนจากหลายร้อยสำนักข่าวและผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย นายสมภพ สีสด ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด ธุรกิจผ้าเบรกมอเตอร์ไซค์ NEXZTER เปิดเผยว่า “เน็กซ์เตอร์” ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนนักแข่ง ทีมแข่ง หรือกิจกรรมการแข่งขันต่างๆ ทั้ง 2 ล้อ และ 4 ล้อ ในปีนี้ได้ก้าวเข้ามาเป็นไตเติ้ล สปอนเซอร์ใหม่ประจำฤดูกาล 2025 ภายใต้ชื่อ “NEXZTER BRIC Superbike” อย่างเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก เนื่องจากเล็งเห็นศักยภาพของรายการ BRIC Superbike ที่เป็นเวทีการแข่งขันที่มีมาตรฐานสูง และสามารถผลักดันนักแข่งไทยสู่เวทีระดับเอเชียและระดับโลกได้จริง “เราคาดหวังว่ารายการนี้ จะไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่จะเป็นเวทีที่รวมเอาความสามารถ พลัง ของทุกฝ่ายมาขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้ก้าวไปอีกขั้น โดยเน็กซ์เตอร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สามารถตอบโจทย์ทั้งนักแข่งในสนามและผู้ใช้งานจริงนอกสนามด้วยมาตรฐานระดับโลก” นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า สำหรับปีที่ 11 ของรายการชิงแชมป์ประเทศไทย อย่าง BRIC Superbike พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การแข่งขันรายการนี้เติบโตขึ้นในทุกมิติ จนเทียบเท่าระดับเอเชีย ทั้งในด้านกฎกติกา ระบบจัดการ มาตรฐานบุคลากร และเทคโนโลยี ด้วยระบบนิเวศของวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกแบบครบวงจร “เวทีนี้เป็นบันไดก้าวแรกที่สร้างนักบิดไทยหน้าใหม่เข้าสู่วงการสองล้ออย่างต่อเนื่องทั้งเอเชียและระดับโลก นักแข่งและทีมแข่งน้อยใหญ่ได้มีสนามที่ติดปีก ฝึกฝน ทั้งด้านโครงสร้าง และการใช้เทคโนโลยีการบริหารจัดการทีมขั้นสูง ด้วยมาตรฐานการจัดงานและทีมงานระดับโมโตจีพี สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสนามช้างฯ ในการพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ตของไทยให้เป็นเจ้าเอเชีย และเทียบเท่าระดับสากล” สำหรับ “ไฮไลต์พิเศษ” ของฤดูกาล 2025 นี้ จะมีการเพิ่มคลาสการแข่งขัน Supersport 250cc เป็นครั้งแรก เพื่อเป็นเวทีบ่มเพาะนักแข่งดาวรุ่ง เตรียมพร้อมสู่เวทีระดับเอเชียอย่างไร้รอยต่อ สู่เวทีแข่งขันชื่อดังของทวีป รายการ Asia Road Racing Championship สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและตอบโจทย์การเติบโตของนักแข่งรุ่นใหม่ โดยมียางจาก IRC เข้ามาเป็น Official Tire สำหรับการแข่งขันรุ่นนี้อีกด้วย นายคณิน เหล่าจินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ ไออาร์ซี กล่าวว่า IRC ในฐานะผู้ผลิตยางชั้นนำที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 55 ปี และอยู่เคียงข้างวงการมอเตอร์สปอร์ตมาอย่างยาวนาน ในปีนี้นับเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยไปอีกขั้น ในการเข้ามาเป็น Official Single Tire ในรุ่น Supersports 250cc ให้กับนักแข่งที่ทำการแข่งขันในสังเวียนตลอดฤดูกาล 2025 “เราได้นำยางที่พัฒนาขึ้นใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของนักแข่งระดับมืออาชีพโดยเฉพาะมาใช้ในการแข่งขัน รุ่น Supersports 250cc ซึ่งยางที่ดีจะเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของชัยชนะของนักบิด โดยนำยาง 2 ประเภท ได้แก่ ยางสลิค IRC RC-01 สำหรับสนามแห้ง โดดเด่นด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงขึ้น ใช้ Soft Compound ที่พัฒนาต่อยอดจากรุ่น IZ-003 ยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ทนทาน ช่วยให้นักแข่งสามารถเบรกและเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจ และ ยางสำหรับสนามเปียก IRC WR-001 ใช้ Soft Compound ที่เหมาะกับพื้นผิวที่ลื่น ดอกยางรีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ หน้ายางถูกออกแบบให้ป้านขึ้น เพื่อเพิ่มการทรงตัวในสนามเปียก เชื่อว่าการขับขี่ด้วยยางสมรรถนะสูง จะช่วยยกระดับการแข่งขัน นักแข่งสามารถปลดล็อกขีดจำกัด ทำผลงานในสนามให้ดีขึ้น พัฒนาทักษะได้มากขึ้น ชม-เชียร์สนุกมากยิ่งขึ้นตามไปด้วย” ภายในงานแถลงข่าวยังมี 7 นักบิดดีกรีแชมป์ประเทศไทยร่วมพูดคุยถึงการแข่งขันในปี 2025 ได้แก่ ทรัพย์สถิต ศรีสุวรรณ แชมป์ปี 2024 รุ่น Super Bikes 1000cc. (SB2) และ รุ่น Super Stock 1000cc. (ST2), นทีธาร ทองโคตร แชมป์ รุ่น Super Stock 1000cc. (ST1), ต่อศักดิ์ นวลสาย แชมป์ รุ่น Super Sport 600cc. (SS1), สุทธิพจน์ พัชรีธร แชมป์ รุ่น Sport Production 400cc. (SP), ภูริทัต จันจาด แชมป์ รุ่น Sport Production 400cc. (SP-Junior), เตชินท์ อินทร์อภัย แชมป์ปี 2024 จาก Honda Thailand Talent Cup, นันทกร ปรีชาธรรมรัช แชมป์ปี 2024 จาก Yamaha R7 Cup ร่วมพูดคุยบนเวที ทั้งนี้ การมีรุ่นการแข่งขันที่หลากหลายกว่า 15 รุ่น ให้นักแข่งได้เลือกลงแข่งขันในคลาสที่เหมาะสมมากที่สุด เป็นตัวแปรสำคัญในการพัฒนาและยกระดับการแข่งขันอย่างตรงจุด รวมทั้งการมีจำนวนทีมและนักแข่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในรายการ และ ได้รับความสนใจจากนักแข่ง ทีมแข่ง จากต่างประเทศมากขึ้นในทุกปี ทำให้สนามช้างฯไม่ได้เป็นเพียง “ผู้จัด” แต่เป็นส่วนหนึ่งใน “ผู้สร้าง” วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในเชิงโครงสร้าง ภายใต้คอนเซ็ปต์ Anyone can be a hero ใครๆก็สามารถเป็นฮีโร่นักบิดได้ ส่วนปฏิทินการแข่งขันรายการ NEXZTER BRIC Superbike ฤดูกาล 2025 จัดเต็มความสนุกสนาน เร้าใจให้แฟนความเร็วได้ชมยาวๆทั้งปี แบ่งเป็น 4 สนาม 5 เรซ สนามที่ 1 วันที่ 20-22 มิถุนายน, สนามที่ 2 วันที่ 8-10 สิงหาคม, สนามที่ 3 วันที่ 26-28 กันยายน และปิดฉากสนามสุดท้าย พร้อมฉลองแชมป์กันในสนามที่ 4 ส่งท้ายปี แข่งขัน 2 เรซ ใน วันที่ 20-23 พฤศจิกายน 2568 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ แข่งขันทั้งสิ้น 6 คลาส นำโดยคลาสสูงสุดของประเทศไทย ได้แก่ Super Bike 1000cc., Super Stock 1000cc., Super Sport 600cc., Sport Production 400cc. และฤดูกาลนี้ได้มีการเพิ่มคลาสพิเศษ Super Sport 250cc. เป็นครั้งแรก โดยมีการแยกนักแข่งรุ่น Pro ใน 3 คลาสหลักออกมาเพื่อความดุเดือดยิ่งขึ้น ได้แก่ Super Bike 1000cc. (SB1 Pro), Super Sport 600cc. (SS1 Pro), และ Super Sport 250cc (SS1 Pro) ผู้ชนะเลิศจะได้รับสิทธิไวลด์การ์ดเข้าแข่งขันในศึกสองล้อรายการใหญ่แห่งทวีป “Asia Road Racing Championship” 2026 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊คแฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือ BRIC Superbike

  • Provinces Thailand Grand Expo 2025”

    งาน“4 Provinces Thailand Grand Expo 2025” ระหว่างวันที่ 4 – 8 มิถุนายน 2568 ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศาลายา ตำบลบางเตย อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐมจังหวัดนครปฐม กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล (ได้แก่ นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ) จัดงาน 4 Provinces Thailand Grand Expo 2025" มหกรรมแสดง และจำหน่ายสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมเกษตร กว่า 100 รายการ จาก 4 จังหวัดภาคกลางปริมณฑล ระหว่างวันที่ 4-8 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลศาลายา จังหวัดนครปฐม งานนี้จัดขึ้น ภายใต้โครงการตามแผนปฏิบัติราชการประจำปีของกลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล ประจ าปีงบประมาณ 2568 เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านการตลาดและเชื่อมโยงเครือข่ายการตลาด และสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการ กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล กิจกรรมภายในงานครั้งนี้ ประกอบด้วย กิจกรรมแสดงและจำหน่ายสินค้าจำนวน 100 คูหา กิจกรรมเจรจาธุรกิจการค้า กิจกรรมส่งเสริมการขาย อาทิ กิจกรรมนาทีทอง และกิจกรรมชิงโชครับของรางวัลมากมาย รวมถึงการแสดงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ หนิง-ตั้ม ซุปตาร์, แม็ค วัชรพล , กิ๊ก รุ่งนภา, กานต์ ทศน, และ แน็ท ศิริพงษ์ กลุ่มจังหวัดภาคกลางปริมณฑล โดยจังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นเจ้าภาพ ในการจัดงานครั้งนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าคุณภาพดี จากผู้ประกอบการ 4 จังหวัด ภาคกลางปริมณฑล ในงาน “4 Provinces Thailand Grand Expo 2025” ระหว่างวันที่ 4–8 มิถุนายน 2568 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ศาลายา จังหวัดนครปฐม

  • ZEEKR PRIMUS

    ZEEKR PRIMUS ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ รุดสร้าง FLAGSHIP โชว์รูม-ศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก บนราชพฤกษ์ ZEEKR PRIMUS (ซีเคอร์ ไพรม์มัส) ตอกย้ำผู้นำแบรนด์พรีเมี่ยม-ลักชูรี่ย์ เดินหน้าโครงการก่อสร้าง FLAGSHIP โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR แห่งแรก ย่านราชพฤกษ์ สะท้อนความสมบูรณ์แบบด้านบริการ รองรับการขยายตัวลูกค้าในไทย คาดเปิดบริการไตรมาส 3 ปี 2568 นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ตามที่ PRIMUS GROUP (ไพรม์มัส กรุ๊ป) ได้ขยายการลงทุนและสร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์ในไทยอย่างต่อเนื่อง โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับ ZEEKR ประเทศไทย แบรนด์รถยนต์พรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ จากประเทศจีน และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ในนาม ZEEKR PRIMUS เมื่อปลายปี 2567 นั้น ล่าสุด ทาง ZEEKR PRIMUS ได้เริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ด้วยพื้นที่กว่า 4 ไร่ เป็น FLAGSHIP ZEEKR SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก ด้วยมาตรฐาน CI ใหม่ล่าสุด ที่ครอบคลุมบริการทั้งด้านการขาย และบริการหลังการขายที่ครบวงจร พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการให้แก่ลูกค้าอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แบบและรองรับการเติบโตของลูกค้าในอนาคต “ด้วยแนวคิดและวิสัยทัศน์ของ ZEEKR ประเทศไทย ที่ให้ความสำคัญการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมาตรฐานระดับสูง เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ควบคู่กับการสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ PRIMUS GROUP เราจึงเชื่อมั่นว่า การลงทุนก่อสร้าง ZEEKR HOUSE แห่งใหม่นี้ จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของ PRIMUS GROUP และ ZEEKR ประเทศไทย ให้ความแข็งแกร่งและมั่นคงต่อไปในอนาคต นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส เพรสทีจ จำกัด และบริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ด้วยหลักการของ PRIMUS GROUP ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เราจึงเน้นการยกระดับมาตรฐานการบริการทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย ที่แตกต่างและเหนือระดับ รวมถึงการมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยม-ลักชูรีย์ให้แก่ลูกค้า และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าในระยะยาว ดังนั้น การดีไซน์โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ นอกจากเป็นไปตามมาตรฐาน CI ใหม่แล้ว เราได้เพิ่มเติมความหรูหรา ล้ำสมัย และความสะดวกสบายสูงสุด เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสถึงความเป็นพรีเมี่ยมแบรนด์ ที่เพียบพร้อมด้วยบริการที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ สำหรับการออกแบบภายในโชว์รูม จัดเป็นโซนแสดงรถยนต์ ZEEKR ขนาดใหญ่ ครอบคลุมรถยนต์ทุกรุ่นทุกแบบ พร้อมพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นสัดส่วนโดยเฉพาะ, โซนรับรองลูกค้าสุดเอ็กซ์คลูซีพ เพื่อรองรับการเข้ารับบริการในทุกๆ ด้าน โดยมีเครื่องดื่มและอาหารสำหรับบริการพิเศษโดยเฉพาะ พร้อมโซนส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้า เพื่อสร้างความประทับใจในช่วงเวลาพิเศษสำหรับการเป็นครอบครัวเดียวกันกับ ZEEKR PRIMUS ด้านบริการหลังการขาย ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับศูนย์บริการขนาดใหญ่ รองรับงานบริการหลังการขายที่ครอบคลุมการดูแลรักษา และซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ ZEEKR ตามมาตรฐานระดับสูง ด้วยอุปกรณ์เครื่องมือที่ทันสมัย รองรับความสะดวสบายอย่างเต็มรูปแบบให้แก่ลูกค้าในทุกงานบริการ สำหรับ ZEEKR HOUSE แห่งนี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ ภายในไตรมาส 3 ของปี 2568 ปัจจุบัน ทาง ZEEKR PRIMUS ได้จัดทำโชว์รูมและศูนย์บริการ (ชั่วคราว) บนถนนราชพฤกษ์ เพื่อรองรับความสะดวกสบายในการเข้ารับบริการของลูกค้าพื้นที่ดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง ด้าน นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์รถยนต์ ZEEKR กล่าวว่า ผมต้องขอแสดงความยินดีในพิธีบวงสรวงยกเสาเอกการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ของ PRIMUS GROUP ซึ่งเป็น FLAGSHIP SHOWROOM & SERVICE CENTER แห่งแรก บนถนนราชพฤกษ์ นับเป็นทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ และถือเป็นยุทธ์ศาสตร์ที่สำคัญในการรองรับ และมอบการบริการให้แก่ลูกค้า ZEEKR ในอนาคต ด้วยความเป็นมืออาชีพ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจของ PRIMUS GROUP ผมเชื่อมั่นว่า ZEEKR PRIMUS จะสามารถส่งมอบยนตรกรรมและบริการที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ดังนั้น การเริ่มโครงการก่อสร้าง ZEEKR HOUSE ในวันนี้ จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่จะขับเคลื่อนธุรกิจและภาพลักษณ์ของแบรนด์ ZEEKR ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย

  • Obesity “The X(L)hibition”

    โนโว นอร์ดิสค์ เปิดตัวนิทรรศการเชิงประสบการณ์ Obesity “The X(L)hibition” น้ำหนักที่ดีต่อใจ เริ่มได้ที่เรา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และเปลี่ยนมุมมองต่อโรคอ้วน บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด หรือ “โนโว นอร์ดิสค์” เปิดตัวนิทรรศการเชิงประสบการณ์ Obesity “The X(L)hibition” น้ำหนักที่ดีต่อใจ เริ่มได้ที่เรา เพื่อสร้างความตระหนักรู้ และเปลี่ยนมุมมองต่อภาวะโรคอ้วน ผ่านกิจกรรมที่ให้ทั้งความรู้ ความเข้าใจ และแรงบันดาลใจในการเริ่มต้นดูแลสุขภาพ และสัมผัสประสบการณ์การลองใช้ชีวิตในชุดจำลองของผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน เพื่อเข้าใจถึงความรู้สึกในแต่ละวัน พร้อมด้วยข้อมูลเกี่ยวกับสุขภาพและการลดน้ำหนักโดยนิทรรศการเชิงประสบการณ์ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 พฤษภาคม-1 มิถุนายน 2568 ตั้งแต่เวลา 10:00 – 20:00 น.ณ ลาน Eden ชั้น 3 ศูนย์การค้า Central World ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้โรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรังที่มีความรุนแรง1 ในประเทศไทย โรคอ้วนถือเป็นปัญหาทางสาธารณสุขสำคัญ โดยมีประชากรมากกว่าร้อยละ 40 ที่มีภาวะน้ำหนักเกินหรือเป็นโรคอ้วน2 นอกจากนี้โรคอ้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆอีกมากกว่า 200 โรครวมทั้งโรคเรื้อรัง อาทิ เบาหวาน โรคไตเรื้อรังและโรคหัวใจ โดย 2 ใน 3 ของผู้ที่น้ำหนักเกินเสียชีวิตเพราะโรคหัวใจและหลอดเลือด3 โรคอ้วนควรเป็นมากกว่าการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว การควบคุมน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสามารถนำไปสู่ประโยชน์ด้านสุขภาพอื่น ๆ เช่น การลดความเสี่ยงจากโรคทางหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งในที่สุดจะช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดภาระด้านการดูแลสุขภาพ นายเอ็นริโก้ คานัล บรูแลนด์ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด สนับสนุนมุมมองดังกล่าว ว่าเราควรเปลี่ยนความคิดเดิมๆ ที่ว่าโรคอ้วนเป็นเรื่องของพฤติกรรม แค่กินให้น้อย ออกกำลังกายให้มาก แต่เราควรเริ่มหันมามองว่าโรคอ้วนเป็นโรคเรื้อรัง และช่วยกันสร้างความเข้าใจผ่านการสร้างความตระหนักรู้ในสังคม และการทำงานร่วมกันในทุกภาคส่วนทั้ง ในฐานะคนรอบข้าง บุคลากรทางการแพทย์ และภาคเอกชน สำหรับ Novo Nordisk เราได้ทำงานร่วมกับภาครัฐผู้ให้บริการทางการแพทย์ และหน่วยงานในประเทศไทยเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในการดูแลรักษาโรคอ้วนและนำเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ เพราะเป้าหมายของเราคือการให้ผู้ป่วยมีวิธีการที่ครบวงจรที่ไม่ใช่แค่การลดน้ำหนัก แต่ยังป้องกันโรคร่วม เช่น โรคเบาหวานประเภท 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคไต รวมถึงช่วยให้คนรักษาสุขภาพโดยรวมได้ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน

  • “GT World Challenge Asia”

    “GT World Challenge Asia” สนามประเทศไทยดวลโหด “เจ้าชายมาเลเซีย” ผงาดคว้าชัยส่งท้ายอย่างยิ่งใหญ่ ศึกซูเปอร์คาร์พันล้าน รายการ “GT World Challenge Asia” (จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย) ดวลกระหึ่ม สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ผลการแข่งขันปรากฏว่า “เจฟรี อิบราฮิม” เจ้าชายแห่งยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย สร้างผลงานระดับมาสเตอร์ ควงทีมเมทชาวบริติช “เบน กรีน” ควบรถแข่ง เชฟโรเลต จีที3 ผงาดคว้าชัยชนะเรซที่ 2 ปิดฉากสนาม 3 ของฤดูกาล 2025 อย่างสุดประทับใจ “จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2025” หนึ่งในซีรีส์การแข่งขันรายการยักษ์ของโลกที่จัดขึ้นใน 4 ทวีป ได้แก่ ทวีปอเมริกา,ยุโรป, ออสเตรเลีย และเอเชีย โดยรายการนี้มีสนามแข่งขันครอบคลุมทั้งเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน และไทย ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ อยู่ที่การลุ้นแชมป์ในแผ่นดินไทยของทัพนักแข่งจากทั่วโลก 60 คน ด้วยรถแข่ง จีที3 สุดล้ำ มากถึง 30 คัน ท่ามกลางแฟนความเร็วไทย-เทศ ที่เดินทางเข้าชมที่สนามและติดตามชมผ่านช่องทางการถ่ายทอดสดทุกแพลตฟอร์มอย่างคับคั่ง โดยในวันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน 2568 เป็นการแข่งขันในเรซที่ 2 เกมเรซนี้ดวลกันสุดโหด 1 ชั่วโมงเต็ม บวก 1 รอบสนาม เริ่มจากกริดสตาร์ตที่ “เบน กรีน” ยอดนักขับจากสหราชอาณาจักรภายใต้รถแข่ง เชฟโรเลต คอร์เวทท์ ซีโอ6 จีที3 อาร์ หมายเลข 99 เป็นเจ้าของโพล โดยจับคู่กับ “เจ้าชายเจฟรี อิบราฮิม” แห่งยะโฮร์ ประเทศมาเลเซีย จากสังกัด ยะโฮร์ มอเตอร์สปอร์ต ซิ่ง เจเอ็มอาร์ เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วย “มักซีม ออสเตน” นักขับดัตช์จาก ทีม เคอาร์ซี ในรถแข่ง บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม4 จีที3 อีโว หมายเลข 89 โดยมีทีมเมทชาวจีนอย่าง “หร่วน ชุ่น ฟั่น” เป็นมือที่สอง โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงออกตัว จากการปะทะกันของรถแข่งหลายคัน ส่งผลให้ตัวเต็ง 3 คัน ต้องออกจากการแข่งขันทันที และกรรมการต้องส่ง “เซฟตี้คาร์” ออกมาวิ่งเพื่อเคลียร์แทร็ก และกินเวลามากกว่า 10 นาที หลังจากนั้น เกมกลับมาดวลกันอีกครั้งในช่วงราว 45 นาทีที่เหลือ และไม่มีอะไรพลิกผันในตำแหน่งหัวแถว โดยชัยชนะตกเป็นของ “เจ้าชายเจฟรี อิบราฮิม” ที่ควบรถแข่งเชฟโรเลต คอร์เวทท์ ซีโอ6 จีที3 อาร์ หมายเลข 99 โดยรับช่วงต่อจาก “เบน กรีน” ทีมเมทชาวบริติช เข้าป้ายเป็นคันแรก ด้วยเวลา 1 ชั่วโมง 56.990 วินาที ได้ฉลองแชมป์เรซที่ 2 ส่งท้ายเกมที่บุรีรัมย์ไปครองอย่างยิ่งใหญ่ ขณะที่อันดับ 2 เป็นของ “หร่วน ชุ่น ฟั่น” นักแข่งรถชาวจีน จาก ทีม เคอาร์ซี ควบรถแข่ง บีเอ็มดับเบิลยู เอ็ม4 จีที3 อีโว หมายเลข 89 หลังรับช่วงจาก “มักซีม ออสเตน” ทีมเมทดัตช์ตามเข้าป้ายแบบเฉียดฉิว ด้วยเวลาตามหลังเพียง 0.350 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “ไมค์ โจ” นักแข่งชาวจีน และ “ราฟ อารอน” ทีมเมทชาวสแปนิช ภายใต้รถแข่ง เมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที3 อีโว จากสังกัด ไคลแม็กซ์ เรซซิ่ง ตามหลัง 1.223 วินาที ด้านอันดับ 4 ได้แก่ “ฉี เกา” นักแข่งจีน และ “แดเนียล โมรัด” ทีมเมทชาวแคนาดาในรถแข่ง เมอร์เซเดส เอเอ็มจี จีที3 อีโว หมายเลข 31 จาก คราฟท์ แบมบู เรซซิ่ง ตามหลัง 2.642 วินาที ส่วนอันดับ 5 ได้แก่ “แอนโทนี หลิว” นักแข่งจีนและ “โดเรียง บอคโคลาชชี” ในรถแข่ง ปอร์เช่ 911 จีที3อาร์ หมายเลข 37 จาก แฟนธอม โกลบอล เรซซิ่ง ตามหลังผู้ชนะ 6.119 วินาที หลังผ่าน 6 เรซ จาก 3 สนามแรก สถานการณ์บนตารางแชมเปียนชิพเปลี่ยนแปลงอย่างมาก โดย “เจ้าชายเจฟรี อิบราฮิม” และ “เบน กรีน” ขยับขึ้นรั้งจ่าฝูงจากผลงานยอดเยี่ยมในประเทศไทย โดยมีทั้งสิ้น 93 คะแนน เหนือคู่แข่งอย่าง “แอนโทนี หลิว” และ “โดเรียง บอคโคลาชชี” อันดับ 2 อยู่ 10 แต้ม ทั้งนี้ ศึก จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย 2025 สนามถัดไปจะยกพลไปดวลความเร็วกันที่ สนาม ฟูจิ อินเตอร์เนชั่นแนล สปีดเวย์ ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 11-13 กรกฎาคมนี้

  • International Yacht Competition Samui Regatta 2568, 22nd Edition

    สมุยรีกัตต้าครั้งที่ 22 ปิดฉากประทับใจนักแข่งเรือใบทั่วโลก ทีม Team Hollywood Samurai จากออสเตรเลียคว้าชัยรุ่นไออาร์ซีโอเพ่น สุราษฎร์ธานี 31 พฤษภาคม 2568 - การแข่งขันเรือใบนานาชาติ สมุย รีกัตต้า 2568 ครั้งที่ 22 ปิดฉากพร้อมความประทับใจนักกีฬาเรือใบจากทั่วโลก หลังจากห้าวันแห่งการแข่งขันที่ต้องใช้กลยุทธ์ในการแล่นเรือ สภาพลมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา และการประชันฝีมือระดับโลกนอกชายฝั่งหาดเฉวงของเกาะสมุย ตอกย้ำสถานะของงานนี้ในฐานะหนึ่งในรายการแข่งเรือใบชั้นนำของเอเชีย โดยมีนักกีฬาระดับแชมป์ทั้งไทยและต่างชาติและยอชท์คลับต่างๆเข้าร่วมการแข่งขัน ทีม Team Hollywood Samurai จากออสเตรเลียคว้าชัยรุ่น IRC Open Class และทีม Gloria คว้าชัยในรุ่น Cruising Division ด้านผู้จัดชี้การสร้างมารีน่าจอดเรือจะช่วยผลักดันการท่องเที่ยวทางเรือของสมุยและดึงดูดนักแล่นเรือยอชท์จากทั่วโลก พิธีมอบรางวัลและงานเลี้ยงกาล่าดินเนอร์แก่ทีมเรือผู้ชนะจัดขึ้น ณ โรงแรมแฟร์เฮาส์ บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล โดยมี พล.ร.ต.ภาณุพันธุ์ ทรัพย์ประเสริฐ เลขาธิการสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานในพิธี และมอบรางวัลให้ผู้ชนะการแข่งขัน นางสาวอรวินทนีร์ วัฒนา คณะกรรมการจัดการแข่งขันเรือใบนานาชาติ สมุยรีกัตต้า กล่าวว่า “เป็นสัปดาห์ที่ท้าทายทั้งสำหรับนักแข่งและการจัดการ แต่เราก็สามารถจัดการแข่งขันได้ครบตามแผน และผลการแข่งขันที่สูสีแสดงให้เห็นว่า ระบบคะแนน IRC นั้นมีประสิทธิภาพกับเรือหลายประเภทและขนาดที่แตกต่างกัน” เมื่อพูดถึงอนาคตของการแข่งขันเรือใบและการพัฒนากีฬาทางน้ำในเกาะสมุย นางสาวอรวินทนีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ตอนนี้สิ่งที่เราต้องการ คือ ท่าจอดเรือยอชท์หรือมารีน่า และเรือสำหรับให้เช่า ซึ่งจะทำให้สมุยสามารถจัดการแข่งขันเรือใบได้อย่างเต็มรูปแบบยิ่งขึ้นและดึงดูดนักแล่นเรือยอชท์จากทั่วโลกให้มาแล่นใบทะเลฝั่งเกาะสมุยมากขึ้น” หนึ่งในดาวเด่นของการแข่งขันสมุยรีกัตต้าในปีนี้ คือ เรย์ โรเบิร์ตส์ กัปตัน Team Hollywood Samurai จากออสเตรเลีย ผู้มากด้วยประสบการณ์ในสนามแข่งเรือระดับภูมิภาคเอเชีย และเคยคว้าชัยมาแล้วหลายรายการทั่วเอเชีย เช่น Phuket King’s Cup Regatta, Airlie Beach Race Week และ China Cup ตลอดการแข่งขัน การวางกลยุทธ์และการนำทีมได้อย่างยอดเยี่ยม คว้าชัยชนะอันดับหนึ่งในประเภท IRC Open Class ไปครองได้อย่างน่าประทับใจ สตีฟ แม็คคอนากี นักกีฬาโอลิมปิก และแชมป์โลกหลายสมัยในรุ่น 11 Metre One Design ก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ของการแข่งขัน นำทีม AfterTremor คว้าอันดับที่สองในรุ่น IRC Open Class ได้สำเร็จ กัปตันสตีฟกล่าวถึงการแข่งขันในปีนี้ว่า “เป็นสัปดาห์ที่ท้าทายมาก ในการแข่งสมุยรีกัตต้าทั้ง 18 ครั้งที่ผมเคยลงแข่งมา ไม่เคยเจอกระแสน้ำแรงขนาดนี้มาก่อน แต่สมุยรีกัตต้ายังคงเป็นรีกัตต้าที่ผมชอบที่สุด และหวังว่าจะได้กลับมาอีกในปีหน้า” ผลการแข่งขันสมุยรีกัตตาครั้งที่ 22 ประเภท IRC Open Class • อันดับ 1: Team Hollywood Samurai — นำโดยกัปตัน เรย์ โรเบิร์ตส์ คะแนนรวม 7 แต้ม • อันดับ 2: AfterTremor —โดยนักกีฬาเรือใบโอลิมปิก สตีฟ แม็คคอนากี คะแนนรวม 13 แต้ม • อันดับ 3: Iolanthe 3 —จาก Ocean Marina Yacht Club โดยกัปตัน เทอร์รี่ ฟอสเตอร์ คะแนนรวม 21 แต้ม ประเภท Cruising Division • อันดับ 1: Gloria (Oceanis 45) ทีมจาก Royal Perth Yacht Club นำโดยสามกัปตัน ฟิลลิป แฮร์ริส, เดวิด เฮปเบิร์น, และ ไซม่อน พลันเกตต์ ทำผลงานไร้พ่ายตลอดทั้งการแข่งขัน มีคะแนนรวม 6 แต้ม • อันดับ 2: SV Senetor (Jeanneau 45) โดย คริส อัพทโกรฟ พร้อมนักแล่นเรือระดับตำนานชาวเดนมาร์ก นิลส์ เดเกนโคลว์ ร่วมทีม ทำคะแนนรวม 12 แต้ม สมุย รีกัตต้า จัดโดยคณะกรรมการจัดการแข่งขันสมุยรีกัตต้า ร่วมกับสมาคมกีฬาแข่งเรือใบแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมถ์ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมการท่องเที่ยวเกาะสมุย การแข่งขันเรือใบนานาชาติสมุย รีกัตต้า ครั้งที่ 22 ประจำปี 2568 ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนที่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จของงาน โดยมีผู้สนับสนุนหลักคือโนรา บีช รีสอร์ท แอนด์ สปา,โรงแรม แฟร์ เฮ้าส์ บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล และผู้ร่วมสนับสนุน ได้แก่ เฉวง รีเจนท์ บีช รีสอร์ท, บางกอกแอร์เวย์ส, โรงพยาบาลกรุงเทพสมุย, บมจ. หาดทิพย์, สมุย เวอร์ติคัลเลอร์ รีสอร์ท, UK Sailmakers (HK), Jelik, Workforce International Group สมุย รีกัตต้า ทำการแข่งขันทั้งสิ้น 5 วัน โดยจัดให้มีวันพักหนึ่งวัน หลังการแข่งทุกวันจะมีการสังสรรค์ในแต่ละวัน การสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก โรงแรม โนรา บีช รีสอร์ท แอนด์ และโดยเฉพาะวันสุดท้ายของการแข่งขันจะจัดให้มีงานพิธีมอบรางวัลและพิธีปิดกาล่าดินเนอร์บนชายหาด ที่ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจาก โรงแรม แฟร์ เฮ้าส์ บีช รีสอร์ท แอนด์ โฮเทล.,mn bv '

  • GWM TANK 300 HEV

    GWM TANK 300 HEV โดดเด่นสไตล์แบบย้อนยุค ผสมผสานความทันสมัย รูปทรงแบบกล่องเหลี่ยม เกรท วอล์ มอเตอร์ ประเทศไทยแบรนด์รถจีน เข้ามาทำตลาดรถยนต์เอสยูวีระดับหรูในประเทศไทย มาหลายรุ่น และ GWM TANK 300 HEV เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ทำตลาดอยู่ในขณะนี้ ด้วยเหตุผลที่ว่า ความโดดเด่น ด้วยดีไซน์บึกบีนสไตล์ออฟโรดพร้อมขุมพลังเบนซินเทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 227 แรงม้า แทงค์ 300 ใหม่ เป็นรถเอสยูวีขนาด 5 ที่นั่งระดับพรีเมียมสำหรับผู้ที่ต้อง การความแปลกไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกทั้งรุ่น City Edition ที่เน้นการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไปในเมือง และรุ่น Off-Road ที่เน้นไปที่การขับขี่สไตล์ออฟโรดมากขึ้นมีความยาวตัวถัง 4,760 นลิเมตร. ความกว้าง 1,930 มินลิเมตร. ความสูง 1,903 มินลิเมตร. และความยาวฐานล้อ 2,750 มินลิเมตร GWM TANK 300 HEV :แทงค์ 300 เป็นรถเอสยูวีขนาดกลาง มีการออกแบบภายนอกที่ต่างจาก Haval H6 ที่ใช้พแลทฟอร์มเดียวกัน แต่มีกลิ่นไอของ Jeep Wrangler เพราะรูปลักษณ์ของ แทงค์ 300 โดดเด่นตรงที่สไตล์แบบย้อนยุคผสมผสานความทันสมัย รูปทรงแบบกล่องเหลี่ยม ติดตั้งไฟหน้าทรงกลมคาดด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED เชื่อมต่อเป็นชิ้นเดียวกับกระจังหน้า เสริมความบึกบึนด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่คล้าย Jeep Wrangler พร้อมไฟท้ายแบบ LED ทรงตั้ง และที่เก็บล้อ อะไหล่ติดตั้งไว้บริเวณประตูท้ายช่วยเสริมบุคลิกความเป็นรถออฟโรด ภายในห้องโดยสารถูกตกแต่งอย่างหรูหราตามฉบับรถพรีเมียม พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น 3 ก้าน มาตรวัดเป็นแบบจอฟูลดิจิทัลที่เชื่อมต่อกับจอแสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์ 12.3 นิ้วพร้อมระบบนำทางแบบ 3 มิติเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่องแอร์ทรงกลมที่มีดีไซน์คล้ายไอพ่นเครื่องบินเจ็ท คอนโซลกลางติดตั้งสวิทช์และคันเกียร์ใช้งานง่าย คอนโซลหน้าออกแบบให้ตั้งฉากสไตล์ออฟโรดทำ ให้บรรยากาศในรถดูบึกบึนพร้อมลุยทุกเส้นทาง เสริมด้วยระบบชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย กล้องตรวจจับใบหน้าของผู้ขับขี่ และรองรับการอัปเกรดเฟิร์มแวร์แบบ FOTA ระบบความปลอดภัยครบครันไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้า Front Collision Warning, ระบบป้องกันการชนด้านหน้า Automatic Emergency Braking ที่สามารถตรวจจับคนเดินถนนได้, ระบบควบ คุมความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control, ระบบช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน Lane Keeping Assist, ระบบช่วยขับขี่ขณะการจราจรหนาแน่น Traffic Congestion Assist และระบบเตือนรถเคลื่อนผ่านขณะเปิดประตู Door Open Warning เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบเทอร์โบชาร์จ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 167 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 387 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800 ถึง 3,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมโหมดการขับ ขี่แบบออฟโรดที่มีให้เลือก 7 โหมด ในรุ่น City Edition และ 9 โหมดในรุ่น Off-Road สรุป GWM TANK 300 HEV : แทงค์ 300 สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มออฟโรด มีความโดดเด่นด้านดีไซน์และสมรรถนะ ให้ภาพลักษณ์ที่ทันสมัยไม่เหมือนใคร ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในเมือง มีความคล่องตัวความสะดวกสบายและความปลอดภัยครบครัน อีกทั้งให้ความมั่นใจเมื่อเดินทางออกนอกเมือง และในเส้นทางที่ต้องเจออุปสรรคในรูปแบบออฟโรด ด้วยรูปทรงของตัวรถที่เป็นทรงยกสูงและเป็นทรงกล่อง หากเราใช้ความเร็วที่มากเกินไป จะรู้สึกว่ารถต้านลม แต่ถ้าใช้ความเร็วไม่เกิน 120 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง. จะให้ความรู้สึกมั่นใจทั้งช่วงที่เป็นทางโค้งและทางตรง น้ำหนักของพวงมาลัย ปรับเบา- หนัก ได้ 3 ให้ความรู้สึกเบา เมื่อขับในเมืองจะรู้สึกสบายไม่เมื่อยแขน ห้องโดยสารเก็บเสียงลมจากภาย นอกได้ดีเมื่อใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถ้าเกินกว่านั้นจะเริ่มได้ยินเสียงลมภายนอกเข้าห้องโดย สารบ้าง ส่วนการเก็บเสียงที่ดังจากเครื่องยนต์ทำได้ดีเลยทีเดียวค๊ะ เอาเป็นว่า เป็นรถที่สามารถใช้งานได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองค๊ะ โชว์รูมใก้ลบ้านสอบถามข้อมูลโดยตรงเลย *ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่:www.gpssentangfocus.com #GWMTANK300HEV #แทงค์300 #เกรทวอล์มอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • ALL NEW GWM HAVAL H6

    ALL NEW GWM HAVAL H6 เปิดประสบการณ์การเดินทางที่แม่นยำ ด้วยระบบนำทางอัจฉริยะ Petal Map ล้ำสมัยยิ่งขึ้น ปลอดภัยยิ่งกว่า เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ในทุกเส้นทาง GWM (Thailand) พร้อมยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users) ” ล่าสุด GWM ได้นำเสนอประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตผ่าน ALL NEW GWM HAVAL H6 หลังจากการลงนามในข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ครั้งสำคัญกับ HUAWEI HMS for Car ซึ่งได้พลิกโฉมทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ไม่เคยมีมาก่อน กับการติดตั้งระบบแผนที่นำทางอัจฉริยะ Petal Map ที่ไม่เพียงแค่พาผู้ขับขี่ไปถึงจุดหมาย แต่ยังเปิดมิติใหม่แห่งการสัม ผัสโลกกว้างได้อย่างเหนือกว่า ทั้งความแม่นยำ เรียลไทม์ ล้ำสมัย ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงในทุกการเดินทาง ทุกเส้นทาง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ในทุกสภาพถนนของคนไทยโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นนักเดินทางที่รักการผจญภัย คนทำงานที่ต้องเผชิญกับการจราจรที่หนาแน่นในเมืองทุกวัน หรือครอบครัวยุคใหม่ที่ชอบท่องเที่ยวในวันหยุด 3 ไฮไลต์สำคัญของ ALL NEW GWM HAVAL H6 ด้วย Petal Map เพื่อทุกการเดินทางที่แม่นยำ เรียลไทม์ ล้ำสมัย ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงยิ่งขึ้น ไฮไลต์ที่ 1: การนำทางสมจริงระดับเลน (Immersive lane-level navigation experience)ที่มีอยู่ใน ALL NEW GWM HAVAL H6 ได้ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้แม่นยำและเหนือชั้นกว่าที่เคย ไม่เพียงแค่บอกทางแต่ยังแสดงภาพเสมือนจริงแบบเต็มหน้าจอที่รวมทุกรายละเอียดสำคัญไว้อย่างครบถ้วน ทั้งจำนวนช่องทางเดิน รถ ทิศทางการเลี้ยว เส้นแบ่งเลน และป้ายจำกัดความ เร็ว ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับโลกการขับขี่ในมุมมอง 3 มิติ (3D mode) ที่จำลองอาคารและจุดสังเกตสำคัญรอบตัว ทำให้การรับรู้ทิศทางและบริบทของถนนเป็นเรื่องง่ายและเป็นธรรมชาติ เสมือนมีผู้ช่วยมืออาชีพที่คอยแนะนำเส้นทางให้ตลอดเวลา เมื่อ ALL NEW GWM HAVAL H6 เข้าใกล้จุดสำคัญอย่างสี่แยกหรือทางแยกซับซ้อน ระบบอัจฉริยะขยายมุมมองทางแยก (Zoom-in view) จะทำงานทันที ด้วยการซูมภาพโดยอัตโนมัติเพื่อแสดงรายละเอียดของเส้นทางและทิศทางการเลี้ยว รวมถึงมีคำแนะนำการเลี้ยวแบบละเอียด (Turn-by-Turn) บนหน้าจออย่างชัดเจน ขจัดความลังเลและความสับสนในการตัดสินใจ ทำให้มั่นใจในทุกเสี้ยววินาทีของการขับขี่ และแม้ในกรณีที่ต้องเผชิญกับทางยกระดับซับซ้อนหลายชั้น ระบบจะช่วยแก้ไขความสับสนด้วยฟีเจอร์สลับมุมมองทางยกระดับ (Switch bridge levels) เป็นการสลับมุมมองระหว่างถนนพื้นราบและทางยกระดับที่ทำได้อย่างรวดเร็วและราบรื่น ทำให้การนำทางเป็นไปอย่างต่อเนื่องและแม่นยำในทุกสถานการณ์ ไม่มีคำว่าหลงทางอีกต่อไป ไฮไลต์ที่ 2: ความปลอดภัยคือหัวใจสำคัญของ ALL NEW GWM HAVAL H6 ด้วยระบบแจ้งเตือนอัจฉริยะแบบเรียลไทม์ (Real-time online, smart reminders) ที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ระบบแจ้งเตือนความเร็วอัจฉริยะจะคอยติดตามและเปรียบเทียบความเร็วของรถกับข้อกำหนดตามกฎจราจรตลอดเวลา พร้อมแจ้งเตือนจำกัดความเร็ว (Speed limit reminder) ทันทีเมื่อผู้ขับเร่งความเร็วเกินกำหนด ช่วยให้ขับขี่อย่างปลอดภัยและไม่ต้องกังวลกับการละเมิดข้อกำหนด นอกจากนี้ ยังมีข้อ มูลสภาพการจราจรแบบเรียลไทม์ (Real-time traffic) ที่แสดงผลด้วยรหัสสีบนแผนที่ พร้อมระบบเสียงแจ้งเตือนเมื่อใกล้ถึงพื้นที่ที่มีการจราจรหนาแน่นช่วยให้หลีกเลี่ยงความวุ่นวายและเลือกเส้นทางที่ดีที่สุดได้อย่างทันท่วงที สะดวกสบายกว่าที่เคยด้วยการวางแผนเส้นทางที่ได้รับการยกระดับจากระบบคำนวณและเตือนค่าทาง ด่วน (Highway toll calculation and reminder)* ล่วงหน้าที่แม่นยำ ช่วยให้สามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องเสียเวลาค้นหาข้อมูลจากแหล่งอื่น ไฮไลต์ที่ 3: ในยุคที่เวลามีจำกัดและพฤติกรรม “ชอบความรวดเร็ว” ของคนยุคใหม่ ALL NEW GWM HAVAL H6 เข้าใจผู้ใช้งานอย่างลึกซึ้ง โดยได้ร่วมพัฒนาระบบการนำทางให้ตอบโจทย์ด้วยระบบค้นหาและดูเส้นทางอย่างรวดเร็ว (Quick search and view) ที่มีทั้งการค้น หาเส้นทาง (Route search) ที่ทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ไม่ว่าจะต้องการค้นหาปั๊มน้ำมัน ร้านอาหาร สถานีชาร์จไฟ หรือห้องน้ำระหว่างทาง นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ภาพรวมเส้นทาง (Route overview) ที่ทันสมัยที่จะสรุปแผนการเดินทางทั้งหมดให้เห็นภาพรวมอย่างชัด เจน พร้อมข้อมูลประกอบที่ครบถ้วน ทั้งระดับการจราจร จุดตัด ถนนหลัก และข้อมูลจำเป็นอื่น ๆ ทำให้การวาง แผนล่วงหน้าเป็นเรื่องง่าย แม่นยำ และปลอดภัย อีกทั้งยังช่วยให้สามารถคาดการณ์เวลาเดินทางได้อย่างง่าย ดาย และจัดการตารางเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ■ จะมีอัปเดตเพิ่มเติมจาก GWM (Thailand) ภายในเดือนเมษายนนี้ ALL NEW GWM HAVAL H6 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ SUV เพื่อทุกคนในครอบครัวยุคใหม่เท่านั้น แต่คือศูนย์ กลางนวัตกรรมล้ำสมัยที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกความต้องการในชีวิตจริงและสถานการณ์จริงในหลากหลายรูปแบบของผู้ขับขี่ เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ผสานเข้ากับการออกแบบที่ทันสมัย ขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวาง ความสมดุลที่ลงตัวระหว่างความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความเพลิดเพลินในการขับขี่ ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความมั่นใจ ลดความ เครียดและความเหนื่อยล้าจากการขับขี่ระยะยาว ยกระดับทุกการเดินทางด้วยประสบการณ์การเดินทางที่ดีกว่า ครอบคลุมทั้งความแม่นยำ เรียลไทม์ ล้ำสมัยปลอด ภัย และมีประสิทธิภาพสูง ก้าวสู่ประสบการณ์ใหม่แห่งการเดินทางที่ดียิ่งกว่า กับ ALL NEW GWM HAVAL H6 ได้แล้ววันนี้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ 69 สาขาทั่วประ เทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888 ■ ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GWM สามารถดูรายละเอียดได้ที่: Facebook : GWM Thailand Instagram : GWM Thailand Website : http://www.gwm.co.th/ Twitter : GWM Thailand YouTube : GWM Thailand LINE Officia. : GWM Thailand TikTok : GWM Thailand *ติดตามข่าวเพิ่มได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ALLNEWGWMHAVALH6เปิดประสบการณ์การเดินทางที่แม่นยำด้วยระบบนำทางอัจฉริยะPetalMap #GWM #GWMThailand #gosเส้นทางโฟกัส. # www.gpssentangfocus.com

  • T MARK FESTIVAL 2025

    DITP ผนึกกำลัง บิ๊กซี จัดงาน T MARK FESTIVAL 2025 เสริมความเชื่อมั่นผู้บริโภค และนักท่องเที่ยวจีน อาเซียน ดึง 21 KOL ไทย-จีน ร่วมโปรโมทสินค้าแบรนด์ไทยคุณภาพเป็นของฝากเป้าหมาย กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รุกตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ เสริมความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค ดึง KOL ไทย-จีน กว่า 21 คน ร่วมโปรโมทสินค้าคุณภาพของไทยภายใต้ตราสัญลักษณ์ T MARK หวังโกยยอดซื้อ สร้างรายได้ ให้ผู้ประกอบการไทย ใน T MARK FESTIVAL 2025 วันที่ 23 พ.ค. – 5 มิ.ย. นี้ ที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ผนึกกำลังร่วมกับพันธมิตรค้าปลีกขนาดใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) จัดงาน T MARK FESTIVAL 2025 รวมสินค้าและบริการแบรนด์ไทยคุณภาพดี ภายใต้ตราสัญลักษณ์ Thailand Trust Mark หรือ “T MARK” ที่ได้รับการรับรองจากกระทรวงพาณิชย์ กว่า 60 แบรนด์ ภายใต้ข้อความสื่อสารหลัก “ALL YOU CAN TRUST” สินค้าและบริการของไทยอันเป็นเอกลักษณ์ ภายใต้การการันตีของ T MARK นั้นถูกคัดสรรมาอย่างดี คนทั่วโลกสามารถมั่นใจ และไว้วางใจได้ โดยการจัดงานในครั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้ผู้ประกอบการยุคใหม่ขับเคลื่อนธุรกิจด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มในมิติต่างๆ ทั้งในด้านคุณภาพสูง ด้านการผลิตสินค้า บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีมาตรฐาน รวมถึงด้านการใช้แรงงานที่เป็นธรรม และเพื่อสร้างการรับรู้ สะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศให้ผู้บริโภคทั่วโลกเชื่อมั่นว่า ไทยเป็นแหล่งผลิตสินค้าและบริการ ที่มีคุณภาพ มาตรฐานที่มั่นใจได้ สู่การสร้างรายได้ สร้างโอกาสในการนำเสนอสินค้าและบริการของไทยเข้าสู่ตลาดโลก พร้อมยกระดับและส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศไทยให้ก้าวไกลในระดับสากล ด้าน ม.ล.คฑาทอง ทองใหญ่ นักวิชาการพาณิชย์เชี่ยวชาญ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศกล่าวว่า การประชาสัมพันธ์ตราสัญลักษณ์ T MARK เพื่อให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ ภายใต้การจัดงาน T MARK FESTIVAL 2025 : ALL YOU CAN TRUST ในปีนี้ มุ่งให้ความสำคัญในกลุ่มผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน อาเซียน เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีความนิยมสินค้าไทยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นกลุ่มที่ชื่นชอบเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย และมองหาสินค้าที่มีคุณภาพ ซึ่งภายในงานจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ดีมีคุณภาพจากสินค้า T MARK มากมาย หลากหลายกิจกรรม ประกอบด้วย 1. กิจกรรมส่งเสริมการขายร่วมกับ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ในรูปแบบ Pop up Shelf talker โดยสินค้าที่มีตราสัญลักษณ์ T MARK จะได้รับการส่งเสริมการขาย กระตุ้นการซื้อแฝงผ่านป้ายประชาสัมพันธ์บริเวณจุดสปอร์ตไลท์บนชั้นวางสินค้าของบิ๊กซี กว่า 10 สาขาทั่วประเทศ ที่มีกลุ่มผู้บริโภค/นักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างประเทศ อาทิ สาขาราชดำริ สาขาวัน แบงค็อก สาขาเอเชียทีค สาขารัชดาภิเษก สาขาพระราม 4 สาขาพัทยา 3 แห่ง สาขาภูเก็ต 2 แห่ง เป็นต้น 2. กิจกรรม T MARK SHOWCASE เพื่อสร้างประสบการณ์ต่อสินค้าไทยให้กับผู้บริโภค ให้จดจำยอมรับในคุณภาพของสินค้าไทย และเสริมสร้างความรู้ (Knowledge) เกี่ยวกับตราสัญลักษณ์ T MARK ในด้านคุณภาพ มีการใช้แรงงานที่เป็นธรรม (Fair Labour) อุตสาหกรรมสีเขียว และมีการดำเนินงานที่คำนึงถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) ระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2568 ที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ โดยกลุ่มผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว จะได้พบกับกิจกรรมมากมาย อาทิ - T MARK CRAFT & TRUST: กิจกรรมเวิร์กชอปสัมผัสประสบการณ์สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อันเป็นเอกลักษณ์ของไทยผ่านการทดลองทำด้วยตัวเอง โดยใช้สินค้า T MARK เป็นส่วนประกอบหลัก กับ 5 กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ ได้แก่ ทำลิปออยล์ จากน้ำมันมะพร้าวออร์แกนิคแบรนด์ทรอปิคานา ทำยาดมสมุนไพรไทย จากสมุนไพรหอมแบรนด์ผลไพร ทำสครับเกลือขัดผิว ผสมผงสมุนไพรแบรนด์ชีววิถี ทำน้ำหอมแห้ง (Solid Perfume) จากสารสกัดน้ำมันหอมระเหยสมุนไพรแบรนด์ SNPS และทำลูกประคบสมุนไพร จาก บจก. มังกรฟ้า ในทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ เวลา 14.00 น. - REAL THAI REAL TASTE: พื้นที่สำหรับให้ผู้บริโภค/นักท่องเที่ยว ได้ร่วมสัมผัส และชิมรสชาติความอร่อยของไทยที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล อาหารไทยที่เป็นที่นิยม ภายใต้ตราสัญลักษณ์ T MARK อาทิ เครื่องแกงตราบลูเอเลเฟ่นท์ น้ำพริกแม่ประนอม เครื่องแกงตรากินดี แป้งตราเหรียญทองคู่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า - T MARK HOT PICK: เลือกซื้อสินค้าคุณภาพ ที่ได้รับความนิยมจากทั้งผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ยาอมแก้ไอตราตะขาบ 5 ตัว ยาดมสมุนไพรตรารูปต้นโพธิ์ น้ำมันมะพร้าวทรอปิคานาออยล์ ชาเรนอง สาหร่ายเถ้าแก่น้อย ถั่วลิสงโก๋แก่ ผลไม้อบแห้งฟรุ๊ตคิง น้ำผลไม้มาลี นมถั่วเหลืองแลคตาซอย น้ำมะพร้าวโคโคแม็ก เบบี้มาย ยาสีฟันราชยาน เกลือขัดผิวเซนต์ - T MARK FEST TO FUN: ชมดนตรี และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยที่หมุนเวียนมาให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของไทย กว่า 14 ชุดการแสดง ในช่วงเวลา 13.00 น. ของทุกวัน อาทิ ชุดนาฏยกรรมสยามหุ่นกระบอกไทย การแสดงโขน การแสดงเซิ้งบั้งไฟ การแสดงชุดกินรีร่อน การแสดงชุดโนรา เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการเชิญกลุ่ม KOL หรือผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด (Key Opinion Leader) ที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลต่อการซื้อ และการบริโภคสินค้า ทั้ง KOL ไทย และจีนกว่า 21 คน เดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ด้วย เพื่อแชร์ประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยว พร้อมของฝากน่าซื้อจากประเทศไทยที่มีคุณภาพ เกิดความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการ โดยมีการพาชมกระบวนการผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐาน T MARK ผ่านกิจกรรม SITE VISIT ณ บริษัท ห้าตะขาบ (ซิมเทียนฮ้อ) จำกัด ก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย และดึงดูดผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวจีน อาเซียน มองหา จดจำ และเลือกซื้อสินค้าคุณภาพของไทยที่มีตราสัญลักษณ์ T MARK ผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ที่เป็นที่นิยม เช่น Facebook, TikTok, Wechat, DouYin (โต่วอิน), Xiaohongshu (เสี่ยวหงซู) เป็นต้น โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศตั้งเป้าหมายการจัดกิจกรรมครั้งนี้ จะช่วยสร้างยอดขายสินค้าและบริการไทยที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T Mark ได้มากกว่า 30 ล้านบาท นอกจากนี้ ด้านนายอัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราให้การสนับสนุนพื้นที่ภายในห้างสรรพสินค้า โดยร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชน รวมถึงผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่ช่วยผลักดันแบรนด์สินค้าไทยให้เข้าถึงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง สำหรับความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกที่ บิ๊กซี ในฐานะผู้นำห้างค้าปลีก รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการช่วยประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้แบรนด์ไทยคุณภาพให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ผ่านการจัดงาน T MARK FESTIVAL 2025 พร้อมตอกย้ำความมั่นใจในสินค้าภายใต้ตราสัญลักษณ์ T MARK ซึ่งมีวางจำหน่ายที่บิ๊กซี ทุกสาขาทั่วประเทศ ให้แก่ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นายอัศวิน กล่าวเสริมว่า บิ๊กซี ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับจัดงาน T MARK FESTIVAL 2025 ที่บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายสินค้าและธุรกิจบริการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ T MARK ซึ่งเราเชื่อว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เนื่องจาก บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญใจกลางกรุงเทพฯ ทั้งยังเป็น “ทัวร์ริสท์ เดสติเนชัน” (Tourist Destination) จุดหมายปลายทางแห่งการเลือกซื้อของฝากจากประเทศไทยของนักท่องเที่ยวนานาประเทศ โดยเฉพาะชาวจีน และอาเซียน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของกิจกรรม และสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาสินค้าอุปโภคบริโภคคุณภาพดี ในราคาสุดประหยัดได้อย่างครบครัน โดย บิ๊กซี มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์การชอปปิ้งและการบริการด้วยใจเสมอมา อีกทั้งเรายังเชื่อมั่นว่ากิจกรรมนี้ จะสามารถสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ตลอดจนสามารถกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการไทย และขับเคลื่อนแบรนด์สินค้าไทยสู่ตลาดโลกได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ งาน T MARK FESTIVAL 2025 : ALL YOU CAN TRUST จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2568 ที่ บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ สาขาราชดำริ ชั้น 3 ระหว่างเวลา 10.00-02.00 น. และสามารถพบตราสัญลักษณ์ T MARK ได้บนฉลากและบรรจุภัณฑ์ของสินค้า หรือป้ายตราสัญลักษณ์ ณ สถานประกอบการที่ผ่านการรับรอง และสำหรับผู้ประกอบการที่สนใจ สามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.thailandtrustmark.com

  • DENZA Harmony

    DENZA Harmony เปิดโชว์รูมใหม่พร้อมศูนย์บริการครบวงจร บนถนนศรีนครินทร์ เรายึดมั่นด้วยคุณภาพ ควบคู่กับการใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งมั่นใจตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันผู้ผลิตสินค้า นอกจากจะให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพของสินค้าเป็นหลักแล้ว ยังต้องใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อแบรนด์ของตัวเอง ดังเช่น Harmony Auto Group รถยนต์ระบบไฟฟ้า ที่คำนึงถึงเรื่องนี้ นาย หลี่ ซั่วหราน ผู้อำนวยการภูมิภาคประจำประเทศไทย Harmony Auto Group กล่าวว่า: “ Denza มีความมุ่งมั่นในการส่งเสริมนวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูงอย่าง BYD Blade Battery ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความปลอดภัยและความทนทาน พร้อมผสานการออกแบบที่หรูหราและสบาย เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุด และในปัจจุบัน BYD ได้ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นแต่เพียง ผู้เดียวของแบรนด์ Denza ” สำหรับ Harmony Auto Group ผู้จำหน่ายรถยนต์ระดับพรีเมียมระดับโลก ได้เดินหน้าขยายเครือข่ายในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวโชว์รูม Denza Harmony สาขาศรีนครินทร์ อย่างเป็นทางการแล้ววันนี้ โดยชูจุดเด่นที่มีพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ที่ออกแบบใหม่อย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ลูกค้าสัมผัสกับเทคโนโลยีล้ำสมัยจากแบรนด์ Denza ได้อย่างใกล้ชิด ภายในโชว์รูมประกอบ ด้วยหลากหลาย Zone พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมอย่างเข้มข้น ไว้คอยให้บริการด้วยความเป็นมืออาชีพ โดยที่เปิดทำการมาตั้งแต่เดือน ธันวาคม 2567 นั้น ได้ส่งมอบรถ Denza ไปแล้วมากกว่า 500 คัน ทำให้ Denza Harmony สาขาศรีนครินทร์ เป็นดีลเลอร์ที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย นาย หลี่ ซั่วหราน กล่าวอีกว่าและสำหรับรถยนต์รุ่นยอดฮิตอย่าง Denza D9 นั้นมีจุดเด่นหลายประการ อย่างแรกก็คือในด้านศักยภาพที่มีความได้เปรียบในเรื่องของพื้นที่ใช้สอย ความสามารถในการวิ่งระยะไกล เทคโนโลยีอัจฉริยะ และอุปกรณ์ที่มีความหรูหรา อย่างที่สองคือเทคโนโลยี 3 ประการ ได้แก่ แบตเตอรี่ มอเตอร์และระบบควบคุมไฟฟ้า ได้รับการยอมรับจากตลาดในวงกว้าง อย่างที่สาม คือราคาที่เป็นราคาที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง (Competitive Price) ในส่วนของรถรุ่นใหม่ที่นำมาแสดงที่โชว์รูม ได้แก่ Denza Z9 GT โดยรถรุ่นนี้นั้นมาพร้อมดีไซน์และการออกแบบที่ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน พร้อมกับขุมพลังไฟฟ้าที่ทรงพลัง ระบบขับขี่อัตโนมัติอัจฉริยะและเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ชั้นสูง ส่วนราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศในภายหลัง ซึ่งมั่นใจได้ว่าจะเป็นราคาที่น่าตื่นเต้นและเป็นที่ประทับใจสำหรับลูกค้าทุกท่านอย่างแน่นอน เป็นที่น่าจับตามองว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในไทย และมีการแข่งขันกันค่อนข้างสูง ซึ่งเรื่องนี้ นาย หลี่ ซั่วหราน กล่าวว่า Denza คือแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าระดับอัลตร้าลักซ์ชัวรี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือทางกลยุทธ์ระหว่าง BYD Auto และ Daimler AG บริษัทแม่ของ Mercedes-Benz มุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้าคุณภาพสูงสู่ตลาดประเทศไทย เพื่อขับเคลื่อนสู่การใช้พลังงานอย่างยั่งยืน และลดการปล่อยมลพิษ " เราเป็นตัวแทนแบรนด์ผู้จำหน่ายรถยนต์ EV ระดับโลก ที่มีสาขาในหลายประเทศ ในเขตภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ได้แก่ ฮ่องกง, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, กัมพูชา, ญี่ปุ่น, เกาหลี, เวียดนาม, ออสเตรเลีย และประเทศไทย รวมถึงในยุโรป อเมริกา และแอฟริกา เช่น สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ โปแลนด์ สเปน เม็กซิโก แอฟริกาใต้ และอื่นๆ โดยสิ่งที่เราให้ความสำคัญ คือ คุณภาพ บริการ และความไว้วางใจของลูกค้า เป็นค่านิยมหลักเสมอมา ” นาย หลี่ ซั่วหราน กล่าวเพิ่มเติมว่าในปัจจุบันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว ด้วยความตระหนักรู้ด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นประกอบการนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐและองค์กรต่างๆ ทำให้แนวแนวโน้มของตลาดรถไฟฟ้าในประเทศไทยรวมถึงในระดับนานาชาติเติบโตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้รถยนต์พลังงานใหม่ยังถือเป็นทิศทางแห่งอนาคตอีกด้วย และเรามั่นใจว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มีแนวโน้มได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น โชว์รูมศรีนทร์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น จึงมีแผนขยายสาขาในพื้นที่ศักยภาพอื่นทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงประสบการณ์ EV ระดับไฮเอนด์จาก Denza ได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมวางเป้าหมายเป็นผู้นำตลาดรถ EV ระดับพรีเมียมในไทย ทั้งนี้ Harmony Auto ยังเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า BYD โดยมีโชว์รูมเปิดให้บริการแล้ว 6 สาขา ในเขตกรุงเทพและพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ BYD Harmony สาขา กัลปพฤกษ์, BYD Harmony สาขา ปทุมธานี คลอง 2, BYD Harmony สาขารังสิต, BYD Harmony สาขาสำโรง , BYD Harmony สาขาพิบูลสงคราม และ BYD Harmony สาขา สายไหม โดยในอนาคตเราจะเปิดสาขาเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์ลูกค้าที่หลากหลายกลุ่มให้ได้ดีที่สุด DENZA Harmony Srinakarin: Website: https://denza-promotion.com/ Facebook: https://www.facebook.com/Denza.Srinakarin TikTok: https://www.tiktok.com/@denzaharmony.srinakarin Line OA: @denza-harmony

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page