Search this site
1388 results found with an empty search
- กิจกรรมนิสสันโรดโชว์ทั่วประเทศประจำเดือนสิงหาคม 2569
นิสสัน ประเทศไทย เดินหน้าจัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ภายใต้แคมเปญ "SAY YES" เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้สนใจได้สัมผัสยนตรกรรมคุณภาพจากนิสสันอย่างใกล้ชิด พร้อมข้อเสนอพิเศษ และโปรแกรมทางการเงินที่ช่วยให้เป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันได้ง่ายยิ่งขึ้น ภายในกิจกรรม ลูกค้าจะได้พบกับรถยนต์นิสสันหลากหลายรุ่นที่ตอบโจทย์การใช้งานในทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมสัมผัสเทคโนโลยี และนวัตกรรมการขับเคลื่อนที่เป็นเอกลักษณ์ของนิสสัน ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ ใหม่, นิสสัน เอ็กซ์เทรล อี-พาวเวอร์ ใหม่, นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ ใหม่ รวมถึงรถยนต์รุ่นยอดนิยมอื่น ๆ จากนิสสัน โดยมีทีมงานผู้เชี่ยวชาญคอยให้ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และดูแลการทดลองขับให้แก่ลูกค้าอย่างใกล้ชิด สำหรับรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ ของนิสสัน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ให้ความรู้สึกเสมือนรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการขับเคลื่อนจากมอเตอร์ไฟฟ้า โดยไม่จำเป็นต้องชาร์จไฟจากภายนอก ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้รับทั้งความสนุกในการขับขี่ ความสะดวกในการใช้งาน และความมั่นใจในการเดินทางในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถรับข้อเสนอพิเศษภายใต้แคมเปญ "SAY YES" ที่นิสสันจัดเตรียมไว้ พร้อมโปรแกรมทางการเงิน และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ที่ช่วยให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์นิสสันทำได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเงื่อนไข และรายการส่งเสริมการขายอาจแตกต่างกันในแต่ละพื้นที่จัดกิจกรรม นิสสันมีกำหนดการจัดกิจกรรมโรดโชว์ทั่วประเทศ ในเดือนสิงหาคม 2569 ดังนี้ ■7-13 สิงหาคม 2569 NISSAN MOTOR SHOW เซ็นทรัลขอนแก่นแคมปัส ■8-14 สิงหาคม 2569 AUTO SHOWCASE เซ็นทรัลนครศรีธรรมราช ■18-24 สิงหาคม 2569 NISSAN MOTOR SHOW เซ็นทรัลอุบลราชธานี ■18-26 สิงหาคม 2569 NISSAN MOTOR SHOW เซ็นทรัลภูเก็ต ■21-30 สิงหาคม 2569 NISSAN BIG MOTOR SALES ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพ มหานคร สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายนิสสันในจังหวัดที่จัดกิจกรรม หรือศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์นิสสัน หมายเลขโทรศัพท์ 0-2401-9600 นอกจากนี้สามารถติดต่อสอบถามผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Facebook: Nissan Thailand และ LINE: @NissanInnovation หรือตรวจสอบรายละเอียด และเงื่อนไขโปรโมชันปัจจุบันได้ที่เว็บไซต์: https://www.nissan.co.th/offers
- ได้เวลาบูสต์ความสนุกครั้งใหม่! Honda Super-ONE ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทย 14 ส.ค. นี้ ลิมิเต็ดเพียง 30 คันในปีนี้!
พร้อมเปิดโอกาสสุด Exclusive ให้ผู้สนใจร่วมสัมผัส EV น้องใหม่ตัวจี๊ดจากฮอนด้าและทดลองขับก่อนใคร ที่แรกและที่เดียวในไทย มาตามนัด! บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันเตรียมวางจำหน่าย “Honda Super-ONE ใหม่” รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รุ่นประกอบและนำเข้าจากญี่ปุ่นสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันในปีนี้ พร้อมปักวันเปิดตัวและประกาศราคา ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ห้ามพลาด! โอกาสสุด Exclusive เปิดรับผู้สนใจเพียง 50 สิทธิ์เท่านั้น (สามารถพาผู้ติดตามมาได้ 1 ท่าน รวมสูงสุด 2 ท่านต่อสิทธิ์) เข้าร่วมงาน “Super-ONE Street Club” สัมผัสคันจริงและทดลองขับก่อนใครที่แรกในไทย! ณ DAS HAUS BKK พร้อมบูสต์ความสนุกไปกับปาร์ตี้และกิจกรรมสไตล์คัลเจอร์ญี่ปุ่นสุดคูล โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 31 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2569 ผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 Honda Super-ONE เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” เพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวันให้สนุกและเร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมถ่ายทอด DNA ความสนุกในการขับขี่ (Fun of Driving) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าอย่างชัดเจน โดยชื่อ “Super-ONE” สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างยนตรกรรมที่ก้าวข้ามมาตรฐานเดิม (Super) พร้อมส่งมอบคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับของฮอนด้า (One and only) การนำเข้า Honda Super-ONE ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของฮอนด้าในการเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดมิติใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมความสนุกในการขับขี่ตามแบบฉบับฮอนด้า อีกทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และตอบรับกระแสความสนใจจากแฟน ๆ ฮอนด้าที่เฝ้ารอการมาถึงของรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Honda Super-ONE ครั้งแรกในไทย พร้อมบูสต์ประสบการณ์ความสนุกครั้งใหม่ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นี้ อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์: www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand
- ฮุนไดชวนคนไทยเชียร์ "ช้างศึก" ศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 พร้อมรับเสื้อทีมชาติไทยฤดูกาลใหม่ เมื่อไทยคว้าชัยเกมเหย้า
แฟนบอลร่วมลุ้นผลการแข่งขันและรับเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทยเมื่อทดลองขับที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 2 - 17 สิงหาคม 2569 ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมสร้างสีสันต้อนรับศึกฟุตบอลชิงแชมป์ Asean Hyundai Cup™ 2026 ชวนแฟนบอลชาวไทยร่วมส่งเสียงเชียร์ทัพ "ช้างศึก" ให้กึกก้องสนาม พร้อมเปิดกิจกรรมพิเศษฉลองทุกชัยชนะในเกมเหย้าตลอดเดือนสิงหาคม “ถ้าทีมไทยชนะ..ฮุนไดจะแจก! เสื้อทีมชาติไทยที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ”* หากทีมชาติไทยสามารถคว้าชัยชนะในแต่ละนัดที่ลงเล่นในบ้าน ฮุนไดจะมอบเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ฤดู กาลใหม่ 2026/2027 มูลค่า 399 บาท ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมทดลองขับรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ณ โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศตลอดเดือนสิงหาคม จำนวนจำกัด ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด เพื่อร่วมฉลองชัยและเปิดโอกาสให้แฟนบอลได้เป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศการเชียร์ทัพ “ช้างศึก” ตลอดทัวร์นาเมนต์ ทั้งนี้ โปรแกรมรอบแบ่งกลุ่มที่ทีมชาติไทยมีคิวลงสนามในบ้านมีทั้งหมด 2 นัด เริ่มจากการพบกับทีมชาติมาเล เซีย วันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก่อนจะลงเล่นนัดต่อไปพบกับทีมชาติเมียนมา วันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยทั้งสองเกมจะแข่งขันกันที่ราชมังคลากีฬาสถาน ร่วมเชียร์ทีมชาติไทยให้ก้องสนามไปพร้อมกับทดลองขับรถฮุนได รับเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ฤดูกาลใหม่ ทั้ง 2 นัด ■ 1 สิงหาคม 2569 ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติมาเลเซีย ทดลองขับวันที่ 2 – 7 สิงหาคม ■ 8 สิงหาคม 2569 ทีมชาติไทย พบ ทีมชาติเมียนมา ทดลองขับวันที่ 9 – 17 สิงหาคม เกมเหย้าทั้งสองนัดถือเป็นโปรแกรมสำคัญต่อเส้นทางของทีมชาติไทยในการลุ้นผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ขณะที่เสียงเชียร์จากแฟนบอลในสนาม รวมถึงแรงสนับสนุนจากแฟนฟุตบอลทั่วประเทศ จะเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการผลักดันขุนพล “ช้างศึก” ให้เดินหน้าทำผลงานตามเป้าหมายในศึกชิงแชมป์อาเซียนครั้งนี้ ฮุนไดมองว่าฟุตบอลเป็นกีฬาที่สามารถเชื่อมโยงผู้คนและสร้างพลังแห่งความสามัคคีได้เป็นอย่างดี แคมเปญครั้งนี้จึงไม่เพียงมอบสิทธิพิเศษให้แก่ลูกค้าที่เข้าร่วมทดลองขับเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ช่วยสร้างบรรยากาศแห่งความสนุก และเปิดพื้นที่ให้แฟนบอลชาวไทยได้ร่วมส่งกำลังใจให้ทีมชาติไทยไปพร้อมกันตลอดการแข่งขัน แฟนบอลที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขการรับสิทธิ์เพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ หรือเฟสบุ๊ก Hyundai Thailand โดยร่วมส่งแรงใจเชียร์ทัพ “ช้างศึก” ให้เก็บชัยชนะและร่วมฉลองความสำเร็จไปพร้อมกับกิจกรรมพิเศษตลอดศึก Asean Hyundai Cup™ 2026
- GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชย ครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ประกาศความสำเร็จในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ดำเนินงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าครบตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ได้ก่อนมาตร การสิ้นสุด สะท้อนศักยภาพอันโดดเด่นของ GWM Smart Factory พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวบนพื้นฐานของความโปร่งใส และการปฏิบัติตามข้อตกลงกับภาครัฐอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงจรรยาบรรณและความจริงใจในฐานะนักลงทุนที่ภาครัฐและผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้ พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์ กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม GWM เล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและการเติบโตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจึงได้ร่วมลงนามในข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระยะที่ 1 หรือ EV 3.0 (ปี 2565 – 2568) และระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (ปี 2567 – 2570) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยให้เกิดการขยายตัว และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคตามนโยบาย 30@30 ของรัฐบาลไทย โดย GWM เป็นบริษัทแรกที่เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้มาตรการ EV 3.0 ครบถ้วนเป็นรายแรกในปี 2568 ที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา GWM สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ส่งผลให้ GWM เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมี GWM ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นยอดนิยม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จดังกล่าว ทั้งนี้การผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าได้ครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ดังกล่าวเป็นการยืนยันการวางแผนงานที่ดีของบริษัท การปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด การสร้างความเชื่อมั่นและเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้เข้าร่วมมาตรการกับรัฐบาล เพื่อสนับสนุนให้ประเทศ ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ต่อจากรถยนต์กระบะ และ อีโคคาร์ ที่่ประสบความสำเร็จในอดึต โดยGWM จะยังคงเดินหน้าผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มกำลังต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศและรองรับการส่งออกในอนาคต โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมาจากสายการผลิตของ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นหลัก ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจรภายใต้แนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และถือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนบนสายการผลิตเดียวกัน ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และไฮบริด (HEV) รวมถึงเครื่อง ยนต์สันดาป (ICE) ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี พร้อมกันนี้ GWM จะเดินหน้ายกระดับการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทย (Local Content) ให้สูงกว่า 50% และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจสนับ สนุนการสร้างงานให้แก่พนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน รวมไปถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว โดย GWM ยังคงยืนหยัดเจตนารมณ์ในการส่งมอบผลิต ภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าคนไทย พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมไปถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ GWM สามารถดูรายละเอียดได้ที่: Facebook: GWM Thailand Instagram: GWM Thailand Website: http://www.gwm.co.th/ Twitter: GWM Thailand YouTube: GWM Thailand LINE Official: GWM Thailand TikTok: GWM Thailand
- คิดว่ารู้จักลพบุรีดีแล้ว...หรือยัง?
ททท. สำนักงานลพบุรี ชวนคุณมาค้นพบ "ลพบุรีในอีกเวอร์ชัน" ที่หลายคนอาจยังไม่เคยเห็น... 🏛️ เมืองเก่าที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ☕ เมืองที่ซ่อนคาเฟ่สุดชิคไว้ทั่วทุกมุม 🎨 เมืองที่ศิลปะ วัฒนธรรม และวิถีชีวิต...ยังคงมีลมหายใจ 💛 ✨ FEEL ALL THE FEELINGS @ LOPBURI "สุขศิลป์ ถิ่นละโว้" ✨ เพราะการเดินทางที่ดีที่สุด...ไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือการได้เก็บเกี่ยว "ทุกความรู้สึก" ระหว่างทาง ... เดินเล่นในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ชื่นชมเสน่ห์ของเมืองละโว้ แวะจิบกาแฟร้านโปรด ถ่ายภาพมุมสวย ๆ แล้วปล่อยให้วันธรรมดา กลายเป็นวันพิเศษที่น่าจดจำ 🌟 เพียงซื้ออาหาร – เครื่องดื่ม – ขนม จาก Café ที่ร่วมโครงการ ครบ 500 บาทต่อ 1 ใบเสร็จ รับฟรีทันที‼️ 🧋 แก้วเก็บความเย็น Amazing Thailand สุด Cute จำนวน 1 ใบ (คละสีคละแบบ) 🎫 บัตรเข้าชมพระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี จำนวน 1 ใบ 📅 ร่วมกิจกรรม 1 – 31 สิงหาคม 2569 🗓️ เฉพาะวันศุกร์ และวันเสาร์ เท่านั้น (สิทธิ์มีจำนวนจำกัด และเป็นไปตามเงื่อนไขที่ ททท. สำนักงานลพบุรี กำหนด) ☕ ร้าน Café ที่ร่วมโครงการ • Sriintra Specialty Coffee • = วิกมาลัย กาแฟ ชั้น 4 • | ปังข้างปรางค์ • The Monkey King Cafe • บ้านบ้านคาเฟ่ ลพบุรี • Nom-Cup-D • เสน่หาคาเฟ่ • H CRAFT Specialty Coffee & Slow Bar • LUXUO • RAYVIN'S • Kouign.Lopburi (ควินลพบุรี) • About Coffee Garden (Plus) • Atlas House • เนย นม หนม คาเฟ่ 📍 ชวนคนที่คุณรัก ครอบครัว หรือแก๊งเพื่อน ออกมาใช้เวลาคุณภาพในเมืองละโว้ แล้วสัมผัสเสน่ห์ที่ซ่อนอยู่ในทุกตรอก ทุกแก้วกาแฟ และทุกเรื่องราวของเมืองแห่งนี้ เพราะบางครั้ง...การเดินทางที่ทำให้เรายิ้มได้ที่สุด อาจอยู่ใกล้กว่าที่คิด 💛 สิงหาคมนี้...ออกมา Feel All The Feelings ที่ลพบุรี แล้วคุณอาจตกหลุมรักเมืองนี้ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
- เปิดฉากสุดสัปดาห์ความเร็ว! ศึก 𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 𝟮𝟬𝟮𝟲 สนาม 2 ที่บุรีรัมย์
บรรยากาศการเตรียมความพร้อมของเหล่านักบิด ทีมแข่ง และทีมช่าง เป็นไปอย่างคึกคักก่อนเปิดศึกจักร ยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 31 กรกฎาคม เป็นโปรแกรมการซ้อมอย่างเป็นทางการของทุกคลาส เพื่อเก็บข้อมูลและปรับเซตรถก่อนเข้าสู่ช่วงสำคัญของสุดสัปดาห์ ขณะที่โปรแกรมวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม จะเป็นการจับเวลารอบควอลิฟาย เพื่อจัดอันดับตำแหน่งออกสตาร์ตของทุกรุ่น เริ่มตั้งแต่เวลา 13.00 น. ก่อนปิดท้ายด้วยการแข่งขัน Honda Thailand Talent Cup Race 1 เวลา 15.45 น. และ Yamalube R7 Cup เวลา 16.55 น. ส่วนวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม คือไฮไลต์ของสุดสัปดาห์ กับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ เริ่มจาก Honda Thailand Talent Cup Race 2 เวลา 10.05 น. ต่อด้วย Yamalube R9 Cup เวลา 11.15 น. จากนั้นแฟนๆ ที่มีบัตรเข้าชมสามารถร่วมกิจกรรม Pit Walk เวลา 11.35- 12.30 น. เข้าชมพิตเลนแบบใกล้ชิด ก่อนเข้าสู่การแข่ง ขันรุ่นใหญ่ต่อเนื่อง ได้แก่ Super Sport 250, Super Stock/Superbike 1000 (ST3, SB3), Super Stock 1000 (ST1, ST2), Super Sport 600 และปิดท้ายด้วยรุ่นใหญ่สุด Superbike 1000 (SB1, SB2) เวลา 16.30 น. ร่วมเชียร์และลุ้นแชมป์ประเทศไทย พร้อมซื้อบัตรเข้าชมได้ที่จุดจำหน่ายบัตรบริเวณหน้าทางขึ้น Grand stand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยบัตร Grandstand ราคา 100 บาท/วัน และ VIP ราคา 500 บาท/วัน (จำหน่ายเฉพาะวันเสาร์และวันอาทิตย์) ผู้ถือบัตรเข้าชมยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่จากกิจกรรม "Chang International Circuit Friend Plus" อาทิ บัตร VIP โค้ง 12, Paddock Pass และ Pit Lane Walk สำหรับการแข่งขัน MotoGP 2027 พร้อมโอกาส Meet & Greet กับนักบิดระดับโลก แฟนความเร็วรับชมถ่ายทอดสดได้ทาง True Sports 1 ช่อง 666 วันที่ 2 ส.ค. 2569 เวลา 14.30-17.30 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2026 และ Youtube : Chang Inter national Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป ขณะเดียวกัน BRIC Superbike ยังเดินหน้าขยายฐานผู้ชมสู่ระดับเอเชีย ด้วยความร่วมมือระยะยาวกับ MFZ Racing ประเทศจีน พร้อมถ่ายทอดการแข่งขันผ่านแพลตฟอร์มชั้นนำ ได้แก่ Douyin, Weibo, iQIYI และ Huya นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยสู่เวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับภูมิภาคและสร้างการรับรู้ในตลาดจีนอย่างเต็มรูปแบบ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026
- All-new Mitsubishi Pajero
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เตรียมปล่อยสมรรถนะออฟโรดพิชิตทุกเส้นทาง ผสานความนุ่มนวลสบายเหนือระดับ กับรถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวีสายลุย “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” โครงสร้างแลดเดอร์เฟรม (ภาพจำลอง) กรุงเทพฯ – 4 สิงหาคม 2569: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เตรียมเผยโฉม “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี เป็นครั้งแรกของโลกในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน ควบคู่กับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายตลอดการเดินทาง ออล-นิว ปาเจโร มาพร้อมโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่แข็งแกร่งและทนทานเป็นพิเศษ ผสานการทำงานกับระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรม เพื่อสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่เหนือระดับ ช่วยเสริมศักยภาพการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับเส้นทางทุรกันดารที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและแรงกระแทกสูง ขณะเดียวกัน ออล-นิว ปาเจโร ยังมอบความนุ่มนวลในการขับขี่บนท้องถนน ด้วยการลดแรงสั่นสะเทือนและการโคลงตัวของตัวรถบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล พร้อมมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่และทุกคนในห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้น ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังมาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการควบคุม เสริมสมรรถนะการขับขี่ลุยออฟโรด และความมั่นคงในการทรงตัว ครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังได้เผยแพร่วิดีโอโฆษณา “The Pajero* is ready to write its next chapter.” ผ่านเว็บไซต์พิเศษของออล-นิว ปาเจโร โดยถ่ายทอดให้เห็นถึงระบบช่วงล่างอันเป็นหัวใจสำคัญของสมรรถนะการขับขี่ พร้อมจุดประกายให้ผู้ขับขี่พร้อมรับความท้าทาย และออกเดินทางสู่การผจญภัยบทใหม่ เว็บไซต์พิเศษสำหรับรุ่นออล-นิว ปาเจโร รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี: https://www.mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/teaser/ *ทำตลาดในชื่อ มอนเตโร (Montero) ในบางประเทศ
- GAC GN8 PHEV
GAC AION Thailand เปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV ราคาเริ่มต้น 2.199 ล้านบาท พร้อมแคมเปญพิเศษช่วงเปิดตัว และบริการหลังการขายระดับพรีเมียม GAC AION Thailand ประกาศเปิดจำหน่าย GAC GN8 PHEV รถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมียมแบบปลั๊กอินไฮบริด (Premium Plug-in Hybrid MPV) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอรถยนต์พลังงานทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “SMART LUXURY FOR EXECUTIVES” ผสานความหรูหรา เทคโนโลยีอัจฉริยะ ความสะดวกสบาย และสมรรถนะการขับขี่ เพื่อรองรับกลุ่มผู้บริหารและครอบครัวยุคใหม่ที่มองหาประสบการณ์การเดินทางระดับพรีเมียม โดยมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2.0T Plug-in Hybrid (PHEV) ให้ระยะทางขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC) พร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 2,199,000 บาท ดีไซน์หรูสง่างาม สะท้อนภาพลักษณ์ผู้บริหารยุคใหม่ GAC GN8 PHEV ถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบ COMMANDING EXECUTIVE DESIGN ที่สะท้อนความสง่างามและความภูมิฐานระดับผู้บริหาร โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์เอกลักษณ์ LION CLAW GRILLE สอดรับกับไฟหน้า GRAND LION HEADLIGHTS ที่โฉบเฉี่ยวทรงพลัง ผสานเทคโนโลยีมิติของแสงและเงาอันเป็นเอกลักษณ์ และไฟท้าย LED ดีไซน์เขี้ยวสิงโต LION FANG TAIL LIGHTS ที่สะท้อนเอกลักษณ์อันทรงพลังในทุกมุมมอง พร้อมเพิ่มความสะกดทุกสายตาด้วย FLOATING EMBLEM HUB หรือฝาครอบดุมล้อแบบลอยตัวที่ช่วยรักษาตำแหน่งโลโก้ GAC ให้คงที่ตั้งตรงขณะขับขี่ นอกจากนี้ ตัวรถยังได้รับการปรับรายละเอียดกันชนหน้า–หลัง รวมถึงองศามุมไต่และมุมจาก (Approach & Departure Angles) เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่และการใช้งานจริง ทั้งในเมือง บนทางลาด อาคารจอดรถ และการเดินทางระยะไกล ห้องโดยสารระดับ Executive Comfort มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับความสบายสูงสุดภายใต้แนวคิด UPGRADED EXECUTIVE COMFORT สัมผัสความประณีตด้วยเบาะหนัง NAPPA เกรดพรีเมียม LUXURIOUS LEATHER SEATS พร้อมงานเย็บตะเข็บ 3 มิติ และการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ โดยเบาะนั่งคู่หน้า UPGRADED EXECUTIVE FRONT-ROW SEATS มาพร้อมระบบนวด 10 จุด ปรับได้ 3 โหมด ที่รองขาปรับได้ 60 มิลลิเมตร และฟังก์ชัน ONE-TOUCH SPA เพื่อเพิ่มความผ่อนคลายระหว่างการเดินทาง ขณะที่เบาะโดยสารแถวที่สองมอบความสบายขั้นสุดด้วยเบาะนั่ง DUAL ZERO-GRAVITY ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ผสานระบบนวด 3 โหมด รวม 16 จุด (เบาะรองนั่ง 6 จุด และพนักพิง 10 จุด) ระบบดันหลังปรับไฟฟ้า ที่รองขาปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง พร้อมฟังก์ชัน SPA ในตัว ผ่อนคลายเพียงสัมผัสเดียวด้วยโหมด ONE-TOUCH ZERO-GRAVITY เพิ่มความสะดวกสบายด้วยหน้าจอควบคุมส่วนตัว EXECUTIVE ARMREST TOUCH COMMAND ขนาด 5 นิ้ว บนที่วางแขน ช่วยให้ผู้โดยสารแถวที่สองสามารถควบคุมการปรับตำแหน่งเบาะ ระบบปรับอากาศ การเปิด-ปิดประตูและหน้าต่าง ม่านบังแดดเหนือศีรษะ และระบบความบันเทิงได้อย่างอิสระ พร้อมด้วย EXECUTIVE FLOATING TABLE โต๊ะพับอเนกประสงค์หลังพนักพิงเบาะหน้า ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการพักผ่อนตลอดการเดินทางอย่างลงตัว เบาะโดยสารแถวที่สามมาพร้อมรางเลื่อนยาวพิเศษ ช่วยให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารได้อย่างอิสระ สามารถพับแยกแบบ 40:60 และพับได้เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังให้มีความจุสูงสุดถึง 1,500 ลิตร พร้อมรองรับกระเป๋าเดินทางได้ถึง 6–7 ใบ แม้ในขณะที่ใช้งานเบาะที่นั่งครบทั้ง 7 ตำแหน่ง นอกจากนี้ GAC GN8 PHEV ยังมอบบรรยากาศการเดินทางที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวขั้นสุดด้วย LEADING QUIET NVH EXPERIENCE ผ่านการติดตั้งวัสดุซับเสียงคุณภาพสูงมากกว่า 100 จุดทั่วคัน ทำงานร่วมกับระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยก 3 โซนแบบไร้ลมปะทะตัว พร้อมระบบฟอกอากาศพลาสมาและระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM2.5 เพื่อสุขอนามัยและความผ่อนคลายระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง เติมเต็มทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะและความบันเทิงระดับพรีเมียม โดดเด่นด้วยหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว ประมวลผลด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8155 ทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการ ADiGO 6.0 รองรับทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายและสาย พร้อมระบบปรับกลิ่นหอมภายในห้องโดยสาร รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียง 4-ZONE VOICE CONTROL อิสระทุกตำแหน่งที่นั่ง เสริมความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารตอนหลังด้วยหน้าจอความละเอียดสูงติดเพดานขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับระบบเสียง YAMAHA Premium Audio System 16 ลำโพง พร้อมลำโพงพิเศษบริเวณพนักพิงศีรษะแถวที่ 2 ถ่ายทอดมิติเสียงคมชัดสมจริง โอบล้อมรอบทิศทาง มอบพื้นที่ส่วนตัวสุดพิเศษตลอดการเดินทาง ขุมพลัง PHEV สมรรถนะสูง ประหยัดพลังงาน GAC GN8 PHEV ขับเคลื่อนด้วยระบบปลั๊กอินไฮบริด 2.0T ทำงานร่วมกับเกียร์ GMC400 (2-Speed DHT) ให้กำลังสูงสุด 274 กิโลวัตต์ (373 แรงม้า) แรงบิดสูงสุด 630 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0–100 กม./ชม.ใน 8.8 วินาที สามารถขับขี่ด้วยโหมดไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 120 กิโลเมตร (NEDC) และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (WLTC) ด้วยอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเพียง 6.1 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยและระบบช่วยขับขี่ GAC GN8 PHEV ติดตั้งระบบกันสะเทือนไฟฟ้า SDC (Electromagnetic Damping Suspension) และระบบควบคุมเสถียรภาพ AVDC (Adaptive Vehicle Dynamic Control) ช่วยเพิ่มความนุ่มนวล ลดอาการโคลงขณะเข้าโค้ง และเพิ่มความมั่นใจในทุกสภาพถนน พร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ กล้องและเรดาร์ 3 มิติ ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ FAPA และระบบถุงลมนิรภัยรอบคันแบบ Matrix เพื่อเพิ่มการปกป้องผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง ความปลอดภัยอัจฉริยะรอบด้าน 360 องศา (360 Protection) GAC GN8 PHEV มอบความปลอดภัยสูงสุดระดับ ALL-AROUND SAFETY เพื่อปกป้องผู้โดยสารในทุกตำแหน่ง GPMA SAFETY ARCHITECTURE: โครงสร้างตัวถัง GPMA ประกอบด้วยเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High-Strength Steel) สูงถึง 81.7% เสริมความแข็งแกร่งและรักษาโครงสร้างห้องโดยสารเพื่อการปกป้องสูงสุดแม้เกิดการชนรุนแรง GAC MAGAZINE BATTERY: มั่นใจด้วยแบตเตอรี่ความปลอดภัยสูง พร้อมระบบป้องกันความร้อนรอบทิศทาง 360 องศา ทนต่ออุณหภูมิสูงถึง 800°C และระบบความปลอดภัย 10 ชั้น ที่ผ่านการทดสอบมาตรฐานขั้นสูง ป้องกันการลุกไหม้และระเบิดอย่างสิ้นเชิง ALL-SCENARIO ACTIVE SAFETY (Level 2+): ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะที่ตอบสนองในระดับมิลลิวินาที แจ้งเตือนความเสี่ยงล่วงหน้า ครอบคลุมทุกความเร็ว ทุกทิศทาง และทุกสภาพแวดล้อม FULL-COVERAGE MATRIX AIRBAGS: ถุงลมนิรภัยรอบคันแบบ MATRIX ครอบคลุมทุกตำแหน่งที่นั่งรวมถึงบริเวณกระจกบังลมหลัง ด้วยพื้นที่การปกป้องรวมกว่า 148 ตารางฟุต 360 PROTECTION & ADVANCED DRIVER ASSIST: ทำงานร่วมกับเรดาร์ 3 มิติ, กล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส, ระบบช่วยจอดอัตโนมัติ FAPA, ระบบเตือนการเปิดประตูเมื่อมีรถหรือวัตถุเคลื่อนผ่าน Door Opening Warning (DOW), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) และระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (ACC) แคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ GAC GN8 PHEV ระหว่างวันที่ 3 สิงหาคม 2569 - 31 สิงหาคม 2569 ราคาเริ่มต้น 2,199,000 บาท* สิทธิพิเศษช่วงเปิดตัว เมื่อซื้อ GN8 PHEV (รับสิทธิ์เลือก 1 ใน 2 แพ็กเกจสุดพิเศษ) Package A : HUAWEI FUSION SOLAR PACKAGE ระบบโซลาร์เซลล์อัจฉริยะสำหรับที่อยู่อาศัย พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 130,900 บาท* Package B : GAC PREMIUM ACCESSORY PACKAGE ฟิล์มกรองแสงเซรามิกไทเทเนียมไนไตรด์ พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 30,000 บาท* พร้อมรับเพิ่ม: ของแถมอุปกรณ์ตกแต่ง (พรมปูพื้น, ฟิล์มกรองแสงเซรามิก GAC และ HOME CHARGER) รวมมูลค่า 49,700 บาท* *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า สิทธิพิเศษหลังการขายและการรับประกันคุณภาพ (Service Benefits & Warranty) GAC AION Thailand มอบเอกสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ GAC GN8 PHEV ด้วยบริการหลังการขายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ "GAC Care" ที่มาพร้อมที่ปรึกษางานบริการส่วนตัวแบบตัวต่อตัว (Exclusive Service Advisor) และสิทธิประโยชน์การรับประกันคุณภาพรวม 10 รายการ ได้แก่ LIFETIME WARRANTY: รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อน และชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้าตลอดอายุการใช้งาน (ประเมินมูลค่าความคุ้มครอง 100,000 บาท)* WARRANTY: รับประกันตัวรถ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน HOME CHARGER: ฟรีเครื่องชาร์จ พร้อมบริการติดตั้ง* มูลค่า 25,800 บาท (สิทธิ์ติดตั้ง 1 ปี นับจากวันที่ออกรถตามใบกำกับภาษี) FREE FIRST MAINTENANCE: ฟรีการตรวจสอบ PDI และฟรีการเข้ารับบริการบำรุงรักษาครั้งแรก LOANER CAR SERVICE: บริการรถสำรองใช้ระหว่างซ่อม (กรณีเกิดปัญหาคุณภาพภายในระยะรับประกัน* ตามข้อกำหนดของทาง GAC Thailand) PRIORITY SERVICE APPOINTMENT: สิทธิ์การนัดหมายบริการหลังการขายแบบพิเศษ (ได้รับการดูแลเป็นลำดับแรก) FREE ROADSIDE SERVICE: ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน ตลอด 24 ชั่วโมงนาน 8 ปี GENUINE PARTS & TECHNICAL SERVICE: อะไหล่แท้ พร้อมการสนับสนุนด้านเทคนิคและการให้บริการโดยช่างผู้ชำนาญการ FREE INTERNET: ฟรีอินเทอร์เน็ตบนรถยนต์ 2GB/เดือน นาน 2 ปี FREE OTA UPDATE: ฟรีอัปเดต OTA ตลอดอายุการใช้งาน* *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ทั้งนี้ สิทธิพิเศษมีจำนวนจำกัด ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถใช้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นได้ บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า *รายละเอียดและเงื่อนไขของรถแต่ละรุ่นมีความแตกต่างกัน โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GAC AION ทุกสาขาทั่วประเทศ *มูลค่าการรับประกันตลอดอายุการใช้งานที่แสดงเป็นการประมาณการมูลค่าการคุ้มครองต่อคัน เพื่อใช้ในการสื่อสารเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการกำหนดหรือจำกัดยอดเคลมจริง ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้แทนจำหน่าย GN8 Exclusive Center ทั้ง 20 สาขา ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางสื่อสารอย่างเป็นทางการของ GAC AION Thailand ____________________________________________________
- 𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲
𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 ผ่านครึ่งทางลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด ศึกสองล้อเบอร์หนึ่งของไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 ดวลสนาม 2 สุดมันส์ในรูปแบบเรซระดับนานาชาติ มีนักบิดไทย-เทศตบเท้าเข้าร่วมล่าแชมป์มากมาย จาก 17 ชาติ ผลรุ่นใหญ่ปรากฏว่า ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสซี คว้าแชมป๋ 2 สนามติด คว้าชัยรุ่นใหญ่ 2 สนามติด ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส นำม้วนเดียวเข้าวินในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สองเรซติด ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้การลุ้นแชมป์ประจำปียังคงเข้มข้นหลังผ่านครึ่งทางแรกของฤดูกาล การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 ปัจจุบัน NEXZTER BRIC Superbike Championship ได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติ เพราะไม่เพียงนักบิดและทีมแข่งแถวหน้าของไทยเท่านั้นที่ลงแข่งขัน แต่ยังสามารถดึงดูดนักแข่งและทีมต่างชาติให้เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยมีผลมาจากมาตรฐานของการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ซึ่งในสนามนี้มีนักบิดลงแข่งขันมากมาย จากทั้งสิ้น 17 ชาติ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, ออสเตรเลีย, สวีเดน,รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อินเดีย, ไต้หวัน, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, อินโดนีเซีย, จีน, เมียนมาร์, สปป.ลาว, ญี่ปุ่น, สเปน รุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ 2 สนามติด ทำเวลาได้ 19 นาที 56.384 วินาที ตามมาด้วย ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ตามหลัง 11.790 วินาที อันดับ 3 “เฟอร์” ปัญจพล จรุงกิจกูล จาก เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม เวลาตามหลัง 22.697 วินาที ส่วนผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ต้องมาตัดสินกันถึงช่วงปลายเรซ โดยชัยชนะตกเป็นของเจ้าของโพลอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญ จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ที่บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 11.241 วินาที คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน เฉือนอันดับ 2 อย่าง เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย เพียง 0.565 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 13.735 วินาที อีกหนึ่งในรุ่นไฮไลต์ของปีนี้อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งรวมเอาดาวรุ่งแถวหน้าของไทยไว้หลายคนถือว่ามีเกมที่ขับเคี่ยวกันอย่างสนุกทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ทว่าในเรซนี้ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส สามารถครองความได้เปรียบได้ตั้งแต่ต้นเกม หลังออกสตาร์ทจากโพล ก่อนจะบิดนำม้วนเดียวจบเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 10.608 วินาที คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกัน ขณะที่อันดับ 2 เป็นการไล่บี้กันอย่างสุดมันส์ระหว่าง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม และนักบิดเจ้าถิ่นอย่าง “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ก่อนที่ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” จะแซงเข้าป้ายในอันดับ 2 ทำเวลาตามหลัง 4.108 วินาที ตามด้วย ต่อศักดิ์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.883 วินาที ส่วน อิงค์ อัศวานนท์ นักบิดซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก แบล็ค บูลล์ เรซซิ่ง บิดเข้าป้ายในอันดับ 5 ด้าน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋าจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม พลาดล้มในโค้งแรก ด้านผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 และ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี SB3 ลงแข่งพร้อมกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ปรากฏว่าชัยชนะในรุ่น SB3 ตกเป็นของ จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ด้วยเวลา 17 นาที 54.137 วินาที เฉือน เจี้ยน หยู หลิว นักบิดไต้หวันจาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค บริดจสโตน เอวีอาร์พี เรซซิ่ง อันดับ 2 เพียง 0.236 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.520 วินาที สำหรับ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม คว้าท็อปเท็นในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 ส่วนผู้ชนะในรุ่นนี้ได้แก่ ณัฐวัฒน์ แท่งทอง ด้วยเวลา 18 นาที 10.909 วินาที ตามด้วย นรินทร์ ม่วงทอง ในอันดับ 2 และ ซานติหม่า นักบิดชาวเมียนมาร์จาก พีทีเอ็ม เรซซิ่ง ในอันดับ 3 นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี ที่รวมเอาดาวรุ่งฝีมือดีไว้มากที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นเกมที่ขับเคี่ยวกันโค้งสุดท้ายเพื่อวัดชัยชนะของนักบิดถึง 7 คนในกลุ่มหน้า ตลอดการชิงชัยทั้งสิ้น 10 รอบสนาม โดยชัยชนะตกเป็นของ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม เจ้าของโพลที่ชิงจังหวะได้ดีในรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 20.634 วินาที เฉือน “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ อันดับ 2 เพียง 0.088 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ตามหลังเพียง 0.211 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย
- Pit Walk
พิตวอล์ค! 𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 สนาม 2 รวมนักบิดดาวดัง-ดาวรุ่ง ทัพเรซควีนสาวสวย เสิร์ฟสีสันคู่แฟนความเร็ว ศึก "NEXZTER BRIC Superbike 2026" ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นอกเหนือจากการดวลความเร็วในแทร็ก กิจกรรม "Pit Walk" ยังคงเป็นไฮไลต์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตเฝ้ารอ เมื่อพิตเลนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความประทับใจ เปิดให้ผู้ถือบัตรเข้าชมได้สัมผัสโลกของการแข่งขันแบบใกล้ชิดฟรี บรรยากาศตลอดกิจกรรมเต็มไปด้วยความคึกคักจากบรรดาพริตตี้หรือเรซควีนจากผู้สนับสนุนและทีมแข่งต่างร่วมสร้างสีสันแน่นพิตเลน นับเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่รวบรวมพริตตี้จากหลากหลายแบรนด์และทีมแข่งไว้มากมายที่สุด รายการหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีมีนักบิดคนดังร่วมพบปะแฟน ๆ อาทิ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี, แพร-ทวินันท์ เพิ่มพูน, เบนซ์ เรซซิ่ง, มุกข์ลดา สารพืช และ ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ฯลฯ ร่วมสร้างรอยยิ้มและเพิ่มสีสันให้กับแฟน ๆ ที่เดินชมพิตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่แต่ละทีมแข่งต่างจัดเต็มกิจกรรมเอาใจแฟนความเร็ว ทั้งการแจกลายเซ็น ถ่ายภาพร่วมกับนักแข่ง และขนของที่ระลึกมาแจกอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวก ถุงผ้า โปสเตอร์ พวงกุญแจ สติ๊กเกอร์ การ์ดนักแข่ง รวมถึงของสะสมประจำทีมที่แฟน ๆ ต่อแถวรอรับกันตลอดช่วงกิจกรรม อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ Pit Walk ของ BRIC Superbike แตกต่าง คือการเปิดโอกาสให้แฟนความเร็วจะได้ชม-เชียร์กับนักแข่งทั้งนักบิดระดับโลก แชมป์เอเชีย แชมป์ประเทศไทย ทีมปั้นจากค่ายโรงงาน ทีมอิสระ นักบิดต่างชาติ ดาวรุ่ง หรือเยาวชนที่กำลังไล่ล่าความฝัน พร้อมสะท้อนแนวคิด "Anyone Can Be a Hero" ใครๆก็เป็นฮีโร่นักบิดได้ กิจกรรม Pit Walk จึงกลายเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งความเร็ว ความบันเทิง สีสัน และความอบอุ่นไว้ในจุดเดียว เติมเต็มประสบการณ์ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้สนุกครบทุกมิติ ทั้งในและนอกสนามแข่งขัน ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2026 สนามที่ 3 จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2569 แฟนความเร็วติดตามรายละเอียดการแข่งขัน ภาพบรรยากาศความสนุก และผลการแข่งขัน ได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026
- LUMAX Thailand Racing Team
PRESS RELEASE LUMAX Thailand Racing Team เดินหน้าสู่ศึก NEXZTER BRIC Championship 2026 พร้อมพิสูจน์คุณภาพน้ำมันเครื่อง LUMAX RS-1 ใน สนามแข่งจริง บุรีรัมย์ – 2 สิงหาคม 2569 LUMAX Thailand Racing Team เดินหน้าสานต่อภารกิจ พัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ด้วยการส่งนักแข่ง “น้องมายด์” หมายเลข 200 ลงแข่งขันในรายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 รุ่น Super Sport 250 cc (SS1) ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ การแข่งขันในรายการระดับประเทศครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแห่งการชิงชัย แต่ยังเป็นสนามทดสอบสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ LUMAX RS-1 10W-40 ภายใต้สภาพการใช้งานจริงที่มีความหนักหน่วง ทั้งรอบเครื่องยนต์สูง อุณหภูมิสูง และการเปลี่ยนเกียร์อย่างต่อเนื่องตลอดการแข่งขัน คุณ พลัฏฐ์ ประวีร์ชานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ LUMAX กล่าวว่า “เราต้องการให้สนามแข่งเป็นห้องทดลองที่ดีที่สุด เพราะทุก อย่างสามารถพิสูจน์ได้จากการใช้งานจริง ไม่ใช่เพียงการ ทดสอบในห้องแล็บ เมื่อผลิตภัณฑ์สามารถผ่านการแข่งขัน ในระดับมอเตอร์สปอร์ตได้ ก็ยิ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้ งานทั่วไป” จุดเด่นของ LUMAX RS-1 ที่พิสูจน์จากสนามแข่ง จากประสบการณ์ของทีมแข่งและนักแข่งที่ใช้งานจริงในสนาม พบว่าจุดเด่นของ LUMAX RS-1 10W-40 ประกอบด้วย 1. ควบคุมอุณหภูมิความร้อนได้ดี ช่วยรักษาประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ภายใต้การใช้งาน รอบสูงต่อเนื่อง ลดผลกระทบจากความร้อนสะสมระหว่างการแข่งขัน 2. เข้าเกียร์ง่าย เกียร์สมูธ จับคลัตช์ได้ดีช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์มีความนุ่มนวลและแม่นย ลดอาการ กระด้างของเกียร์ และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ 3. เครื่องยนต์ลื่นไหล อัตราเร่งตอบสนองดีช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างต่อเนื่อง การตอบสนองของ คันเร่งเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในสนามแข่งและบนท้องถนน สนามแข่งคือบทพิสูจน์คุณภาพ LUMAX เชื่อว่าการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ต คือมาตรฐานการทดสอบที่เข้มข้นที่สุดสำหรับน้ำมันเครื่อง ทุกข้อมูลที่ได้รับจากสนามแข่งขันจะถูกนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับน้ำมันเครื่องที่มีประสิทธิภาพสูง ทั้งในด้านการปกป้องเครื่องยนต์ ความทนทาน และสมรรถนะในการขับขี่ LUMAX Thailand Racing Team ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาทีมแข่งนักแข่ง และผลิตภัณฑ์ เพื่อยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย พร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้hรถจักรยานยนต์ทุกคน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม LUMAX Lubricants (Thailand) Facebook : LUMAX Lubricants Thailand Website : (https:\LUMAXTHAILAND) LUMAX Lubricants Feel The Real Difference
- ทั่วโลกจับตา! “𝗠𝗼𝘁𝗼𝗚𝗣” ประกาศเลือก “ไทย” เปิดศึกฤดูกาล 2027 ต้อนรับกติกาใหม่ ตอกย้ำหมุดหมายมอเตอร์สปอร์ตสำคัญ 3 ปีซ้อน
MotoGP Group เจ้าของสิทธิ์การแข่งขันรถจักรยาน ยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก (MotoGP) ออกแถลง การณ์อย่างเป็นทางการผ่านเว็บไซต์ MotoGP.com และช่องทางออฟฟิเชียล ประกาศเลือก “ประเทศไทย” เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลศึกโมโตจีพี ประจำปี 2027 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5 - 7 มีนาคม 2027 ซึ่งถือเป็นการรับหน้าที่สนามเปิดฤดูกาลเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน (2025– 2027) พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะสนามแรกของโลกที่เปิดใช้กฎกติกาด้านเทคนิคใหม่ของ MotoGP (2027-2031) ในการแข่งขันจริง ในโอกาสก้าวเข้าสู่ฤดูกาลที่ 79 ของรายการชิงแชมป์โลก MotoGP Group ระบุว่า การที่ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสนามเปิดฤดูกาล 3 ปีซ้อน สะท้อนถึงบทบาทและความสำคัญของประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นในเวทีการแข่งขัน MotoGP รวมถึงฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ หลังจากการแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลในปี 2025 และ 2026 ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยการแข่งขัน "ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2027" จะเป็นศึกครั้งประวัติศาสตร์ที่แฟนๆ ทั่วโลกจะได้เห็นรถแข่งโมโตจีพียุคใหม่เปิดตัวในการแข่งขันจริง ถือเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของ MotoGP ภายใต้กฎเทคนิคชุดใหม่ ซึ่งจะถูกใช้ตลอดช่วงปี 2027-2031 ทำให้แฟนความเร็วทั่วโลกได้ร่วมเป็นสักขีพยานของการเริ่มต้นยุคใหม่ของการแข่งขัน MotoGP MotoGP Group ยังยกให้บุรีรัมย์เป็นหนึ่งในสนามแข่ง ขันที่โดดเด่นที่สุดของปฏิทินการแข่งขันโลก ย้อนกลับไปในการแข่งขันสนามเปิดฤดูกาลปี 2026 ที่ผ่านมา สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ ได้สร้างประวัติศาสตร์ต้อนรับแฟนความเร็วสูงถึง 228,228 คน ซึ่งเป็นสถิติผู้ชมสูงสุดของการแข่งขันสนามประเทศไทย โดยมี มาร์โก เบซเซคคี คว้าชัยชนะอันน่าประทับใจให้กับทีม Aprilia ตอก ย้ำถึงบรรยากาศอันเร้าใจและยืนยันสถานะของประเทศ ไทยในฐานะหนึ่งในตลาดที่สำคัญที่สุดของการแข่งขันชิงแชมป์โลก คาร์เมโล เอซเปเลตา (Carmelo Ezpeleta) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MotoGP Group กล่าวว่า "การได้เป็นเจ้าภาพจัดสนามเปิดฤดูกาล MotoGP เป็นปีที่สามติด ต่อกัน ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความร่วมมืออันยอดเยี่ยมที่เราได้สร้างขึ้นในประเทศไทย รวมถึงความหลงใหลอันเหลือเชื่อของแฟนๆ บุรีรัมย์สามารถจัดการแข่งขันที่ดีที่สุดรายการหนึ่งของปฏิทิน MotoGP ได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้เป็นสถานที่ที่สมบูรณ์แบบในการเปิดศักราชใหม่ของโมโตจีพีภายใต้กฎระเบียบด้านเทคนิคใหม่" คาร์เมโล กล่าวเพิ่มเติมว่า การแข่งขันสนามแรกภายใต้กฎกติกาปี 2027 จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทใหม่ของ MotoGP และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การเดินทางครั้งสำคัญนี้จะเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศไทย MotoGP Group ระบุด้วยว่า ด้วยฐานแฟนคลับที่แข็ง แกร่ง สิ่งอำนวยความสะดวกระดับโลกของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และความตื่นเต้นจากการเริ่มต้นใช้กฎระเบียบใหม่ บุรีรัมย์พร้อมเป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเปิดฤดูกาล MotoGP 2027 ■ เกี่ยวกับ MotoGP Group MotoGP Sports Entertainment Group คือองค์กรที่อยู่เบื้องหลังการแข่งขัน MotoGP™ ซึ่งเป็นการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกระดับพรีเมียร์คลาส ในฐานะผู้ขับเคลื่อนกีฬารถจักรยานยนต์สองล้อระดับสูงสุดของโลก องค์กรแห่งนี้ดูแลพอร์ตโฟลิโอระดับโลกที่ครอบคลุมทั้งการแข่งขันระดับสูง การพัฒนานักกีฬา และการสร้างประสบการณ์ให้กับแฟนกีฬา ผ่านการแข่งขันชั้นนำของโลกและความบันเทิงที่สร้างสรรค์ MotoGP Group เชื่อมโยงแฟนกีฬาหลายล้านคนทั่วโลกเข้ากับหนึ่งในกีฬาที่น่าตื่นเต้นและทรงพลังที่สุดของโลก











