top of page

Search this site

1388 results found with an empty search

  • เอ็มจี ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก โตแรง 67% เหนือกระแสตลาด พร้อมปรับเป้าใหม่ 36,000 คัน เดินเกมด้วย “DUAL-MARKET”รุกหนักทั้งแมส และพรีเมียม

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จครึ่งปีแรกด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 67% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รั้งตำแหน่ง TOP 5 ของตลาดรถยนต์ไทย พร้อมประกาศปรับเป้าหมายยอดขายประจำปีสู่ 36,000 คัน เดินหน้าครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งตลาดแมส และพรีเมียม ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL ที่ยึดมั่นเจตนา รมณ์ “IN THAILAND FOR THAILAND” เข้าใจคนไทย ส่งมอบคุณค่าที่ใช่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนสะสมรวมอยู่ที่ 374,424 คัน เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ เอ็มจี เติบโตเหนือตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 67% โดยมี 3 รุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน จำนวน 6,341 คัน ตามมาด้วย MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กอีวีโกลบอลโมเดลยอดฮิต จำนวน 6,018 คัน และ MG IM6 รถ e-SUV อัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ จำนวน 1,013 คัน ส่งผลให้ เอ็มจี รั้งตำแหน่งในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ไทยอย่างแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 4.5% ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL มุ่งเน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกสู่ผู้ใช้งานคนไทยอย่างตรงจุดผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ (GLOBAL INNOVATION) ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มระบบในการดำเนินงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติของงานบริการ (THAIPASSION) ในขณะที่ลูกค้าต่างสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่ไม่ใช่เพียงราคาค่าตัวของรถยนต์ แต่ยังรวมถึงคุณค่าด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การขับขี่บนถนนเมืองไทย เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ในยุคปัจจุบันทำได้ง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น (VALUE CHOICE) ด้าน นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ เอ็มจี เติบโตในทุกมิติอย่างมั่นคง ด้วยจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์กลุ่มอีวีที่มีความครอบคลุมทุกเซกเมนต์หลักของตลาด และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่สามารถรองรับการเติบโตได้เป็นอย่างดี เอ็มจี จึงได้ตัดสินใจปรับเป้าหมายยอดขายใหม่ของปี 2569 จากเดิม 30,000 คัน สู่ 36,000 คัน พร้อมวางกลยุทธ์ช่วงครึ่งปีหลัง“ด้านผลิตภัณฑ์” เอ็มจี ชูความได้เปรียบด้านความหลากหลาย หากพิจารณายอดขายอีวีครึ่งปีแรกพบว่า 3 เซกเมนต์ที่เติบโตสูงสุดได้แก่ B-SUV, ECO CAR & B CAR และ C-SUV ตามลำดับ ในขณะที่ D CAR มีแนวโน้มเติบโต ครึ่งปีหลังจึงยังคงเดินหน้าผลักดัน อีวีกลุ่มตลาดแมส (MASS MARKET) ที่สอดรับกับเทรนด์ตลาดไม่ว่าจะเป็น NEW MG S5 EV PLUS ในฐานะ e-SUV ขวัญใจมหาชน NEW MG URBAN ซิตี้ คาร์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่เกินราคาค่าตัว เสริมทัพด้วยโมเดลยอดนิยมอย่าง MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกหลักของการทำตลาดรถไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการขยายตลาดอีวีกลุ่มพรีเมียม (PREMIUM MARKET) อย่าง MG IM6 และ MG IM5 โดยเตรียมแผนส่งรุ่น LIMITED EDITION สร้างสีสันในตลาดเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังมี 2 e-MPV อย่าง MG MAXUS 7 และ MG MAXUS 9 ทางเลือกสำหรับกลุ่มครอบครัว พร้อมสื่อสาร EV LIFETIME WARRANTY ในทุกรุ่น ขณะที่กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปจะใช้ MG3 HYBRID+ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขยายส่วนแบ่งการตลาด สำหรับ “ด้านการตลาด และการสื่อสารแบรนด์” เนื่องด้วยรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นในปัจจุบันมักมาพร้อม SMART TECHNOLOGY แนวทางการสื่อสารครึ่งปีหลัง 2569 จึงมุ่งเน้นการถ่ายทอดคุณสมบัติของรถยนต์แต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ และตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้ตรงกับลักษณะการใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไปพร้อม ๆ กับการมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และ COMMUNITY ที่แข็งแกร่ง และเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าผู้ใช้งานจริงได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผลิต ภัณฑ์ ด้วยแนวคิด“เพราะเสียงของลูกค้าผู้ใช้จริงสำคัญที่สุด” และความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ที่เข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การยกระดับ ด้านการบริการ ภายใต้สัญลักษณ์ “รอยยิ้ม” หรือ “MG SMILE” ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักด้วยการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลา ทุกช่วง TOUCH POINT ยังกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรของ เอ็มจี โดยการปรับระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในทุกส่วนงานให้สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการนำระบบ E-WORKSHOP เข้ามาใช้ในงานบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานซ่อมบำรุงให้ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวกัน เอ็มจี เดินแผนปรับภาพลักษณ์ และยกระดับโชว์รูมสู่ยุค NEW ERA OF MG DEALER ทั้งผู้จำหน่ายปัจจุบัน 126 แห่ง พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดพรีเมียม ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็น 1 ใน 3 แบรนด์รถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยภายในทศวรรษที่สองนี้ เอ็มจี จึงไม่ได้มองเพียงแค่ความสำเร็จจากตัวเลขยอดจำหน่าย แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการเติบโตเชิงคุณภาพและการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืน การก้าวต่อไปในครึ่งปีหลัง 2569 จึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของแบรนด์ที่พร้อมจะเคียงคู่ไปกับคนไทยภายใต้หลักการ “IN THAILAND FOR THAILAND”เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่เป็น “VALUE CHOICE” อย่างแท้จริง พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยให้ก้าวไกลไปพร้อมกันในระดับสากล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่ Website: www.mgcars.com Line: @MGThailand Facebook: MG Thailand Twitter: @mg_thailand Instagram: @mgthailand Youtube: MG Thailand TikTok: @mgthailand Application: MG Thailand

  • จากคิวบู๊สู่คิวรับรถ! "จาพนม" เลือก DEEPAL S05 BEV MAX เลิกตามหาช้าง เมื่อพบ EV คู่ใจคันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกองศา

    CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโน โลยียานยนต์พลังงานใหม่(NEV)ภูมิใจส่งมอบ DEEPAL S05 รุ่น BEV MAX ให้กับ "จาพนม ยีรัมย์" หรือ "โทนี่ จา (Tony Jaa)" หลังทดลองขับแล้วประทับใจ โดยมี นายคริส อู๋ รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศ ไทย) จำกัด ร่วมแสดงความยินดีและเป็นผู้มอบกุญแจรถให้จาพนมอย่างเป็นทางการ สำหรับ DEEPAL S05 รุ่น BEV MAX ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) คันแรกของจาพนม หลังจากที่ผ่านมาใช้งานรถเครื่องยนต์สันดาปมาโดยตลอด สะท้อนความเชื่อมั่นที่จาพนมมีต่อแบรนด์ DEEPAL ทั้งในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่มีระดับและการขับอย่างมีสไตล์ในทุกวัน ความประทับใจหลังได้ทดลองขับ DEEPAL S05 คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้จาพนมตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้โดยจาพนม กล่าวว่า"ที่ผ่านมาผมใช้รถเครื่อง ยนต์สันดาปมาตลอด แต่พอยากลองเปลี่ยนมาขับรถไฟ ฟ้า และได้เริ่มมองหารถไฟฟ้าสักคัน DEEPAL S05 คือตัวเลือกที่ผมสนใจมากที่สุด และพอมีโอกาสได้ทดลองขับ ยิ่งรู้สึกว่ารถคันนี้ตอบโจทย์ชีวิตผมได้ครบและลง ตัวมากที่สุด เป็นรถที่พร้อมลุยไปกับทุกจังหวะของชีวิต ทั้งดีไซน์สปอร์ต แข็งแรง ขับสนุก อัตราเร่งดี และมีเทค โนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง พอได้ใช้งานจริงก็ยิ่งมั่นใจที่ตัดสินใจเลือก DEEPAL" นอกจากนี้ ด้วยงานที่ต้องเดินทางอยู่เป็นประจำ จาพนมมองว่ารถยนต์คู่ใจต้องพร้อมรองรับทุกการใช้งาน ตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเดินทางไปต่างจังหวัดระยะทางไกล DEEPAL S05 คันนี้ สามารถตอบโจทย์ทุกการเดินทางได้อย่างลงตัว ทั้งสมรรถนะการขับขี่ ความคล่องตัว เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และสนุกยิ่งขึ้น DEEPAL S05 รุ่น BEV MAX ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนว คิดรถไฟฟ้าสำหรับคนยุคใหม่ ผสานดีไซน์สปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะได้อย่างลงตัว มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองฉับไว อัตราเร่งทันใจ 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.48 วินาที และระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน NEDC) รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ ในส่วนของภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้กว้างขวางและทันสมัย ติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ โหมดเอ็นเตอร์เทนเม้นต์เพื่อความบันเทิงและผ่อนคลาย โหมดแคมปิ้ง และโหมดสัตว์เลี้ยง อีกทั้งฟังก์ชันหลากหลายที่ช่วยอำนวยความสะดวก ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สะดวกสบาย และเพลิด เพลินยิ่งขึ้นนอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ช่วยเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยในทุกเส้นทาง สำหรับจาพนม DEEPAL S05 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนคู่หูที่รู้ใจตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิต ตั้งแต่การเดินทางเพื่อทำงานในฐานะแอ็กชันสตาร์ ไปจนถึงบทบาทนักกีฬาและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวในชีวิตประจำวัน สะท้อนตัวตนของจาพนม และตอกย้ำภาพลักษณ์ของ DEEPAL S05 ในฐานะ Hero Product ของ CHANGAN ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Hero นอกจออย่างจาพนม จนเจ้าตัวเอ่ยปากว่า “เพราะดีพอล เป็นรถที่พอดี ที่ผมเลือก” สำหรับผู้ที่สนใจตามรอยแอ็กชันสตาร์ จาพนม ไปทดลองขับ DEEPAL S05 สามารถติดต่อและจองคิวทดลองขับได้ที่ โชว์รูม Jin Motor ศรีนครินทร์ หรือ ค้นหาโชว์รูม DEEPAL ใกล้บ้านได้ที่https://www.changan.co.th/th/

  • ไทยฮอนด้า พร้อมลุยครึ่งปีหลัง ชู Honda 160 Series นำทัพ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 4 รุ่น

    รุ่น พร้อมเติมสีสันคอลแลบดิสนีย์และพิกซาร์ BUZZ LIGHTYEAR และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition เสริมทัพทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว "Thai Honda Press Conference & Mid Year Meeting 2026 : Move Up to Future Ahead" ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็น เตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานได้สรุปภาพรวมผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมเปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดตัวรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ถึง 4 รุ่น นำโดย New Honda Click160 และ New Honda PCX160 ที่ร่วมตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Honda 160 Series ควบคู่กับ New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition สะท้อนการเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของฮอนด้าทั้งในกลุ่มพรีเมียมเอ.ที. กลุ่มสปอร์ตเอ.ที. และกลุ่มไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ในทุกเซกเมนต์ มร.มาซายูกิ ฮามามัตสึ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 แม้ตลาดรถจักรยานยนต์จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ด้วยแรงสนับสนุนและความไว้วางใจที่ทุกท่านมีให้กับไทยฮอนด้าเสมอมา ทำให้ไทยฮอนด้ายังคงรักษาความเป็นผู้นำของตลาดได้อย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตคิดเป็น 102% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2025 และสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง เราคาดว่าตลาดรวมตลอดทั้ง ปีจะอยู่ประมาณ 1.73–1.77 ล้านคัน และเราตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายของฮอนด้าไว้ที่ 1.40–1.43 ล้านคัน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตที่สำคัญของฮอนด้าในระดับโลก ไทยฮอนด้าจึงพร้อมเดินหน้าลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน” “สำหรับการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ไทยฮอนด้าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวม 4 รุ่น มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Premium A.T. , Sport A.T. และ Lifestyle โดยยังคงเดินหน้าพัฒนาทั้งรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าในแต่ละไลฟ์สไตล์ ในส่วนของรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป ฮอนด้ายังคงเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของ Honda 160 Series ผ่าน New Honda Click160 สปอร์ตเอ.ที. ดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวสปอร์ตขั้นกว่าและ New Honda PCX160 พรีเมียมเอ.ที. เฉดสีใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสีสันให้กับตลาดรถจักรยานยนต์แฟชั่นเอ.ที. ด้วย New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition จำนวนจำกัด 2,000 คันเท่านั้น และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่นำเสน่ห์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นยุค 80s มาสร้างสรรค์เป็นรถลิมิเต็ดอิดิชัน จำนวนจำกัด 500 คันเท่านั้น” มร.มาซายูกิ กล่าวเสริม หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ New Honda Click160 ภายใต้คอนเซปต์ "Click อย่างผู้นำ จ่าฝูงทุกเส้นทาง" ตัวจริงสายสปอร์ตแห่ง Honda 160 Series ที่มอบความคล่องตัวและแรงเร้าใจในทุกการขับขี่ โดยได้รับการยกระดับดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวและคล่องตัวยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยลวด ลาย Forged Composite Carbon และ New Soft Emblem Click สี Hologram เสริมความพรีเมียมสปอร์ต ตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี ให้สมรรถนะที่สนุก เร่งได้ดั่งใจ เสริมความมั่นใจด้วยระบบ ABS ที่ล้อหน้า และ Disc Brake ดิสก์เบรกหน้า-หลัง ระบบไฟ Full LED Lighting, หน้าจอ Full Digital Speedometer, Honda SMART Key ที่มาพร้อมฟังก์ชันระบุตำแหน่งรถและป้องกันการโจรกรรม, USB- C Charger, Pop-up Hook และพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 18 ลิตร โดยมีให้เลือก 4 สีใหม่ ได้แก่ สีเหลือง - ดำ , สีขาว-ดำ, สีดำ, และสีเขียว-ดำ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 69,900 บาท นอกจากนี้ New Honda Click160 ยังเปิดตัว CLICK160 R Limited Edition รุ่นตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ตจาก H2C โดดเด่นด้วยโช้กอัพหลัง Profender AIR PLUS รุ่นพรีเมียมล่าสุด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 76,400 บาท รวมถึงมีอุปกรณ์ตกแต่ง H2C ให้เลือกเพิ่มเติมอย่างครบครัน New Honda PCX160 ตัวจริงแห่งความพรีเมียมของ Honda 160 Series ที่มอบความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ภายใต้คอนเซปต์ "Be The Mark of PRIDE อีกระดับความภูมิใจ สู่ความเชื่อมั่นไม่สิ้นสุด" มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใน 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ดำ Matt Guardian Silver สำหรับรุ่น RoadSync Type และสีเขียว-ดำ Vapor Green กับสีน้ำเงิน-ดำ Blue Metallic สำหรับรุ่น Standard Type สะท้อนภาพลักษณ์ที่ความโดดเด่นและสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบ ABS และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ช่วยเพิ่มเสถียร ภาพในการขับขี่ พร้อมวางจำหน่ายรวม 6 สี โดยรุ่น RoadSync Type วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 99,900 บาท และรุ่น Standard Type วางจำหน่ายในราคาแนะ นำ 96,000 บาท ไทยฮอนด้าเติมสีสันให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ด้วย New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition ผลงานคอลแลบครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างไทยฮอนด้า และ Disney & Pixar ที่พา BUZZ LIGHT YEAR คาแรกเตอร์ระดับไอคอนจากภาพยนตร์แอนิเม ชัน Toy Story ซึ่งครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกมายาวนานกว่า 30 ปี ออกเดินทางครั้งใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “Beyond The New High สู่สไตล์ใหม่ อันไกลโพ้น” ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ BUZZ LIGHTYEAR ลงบนรถจักรยาน ยนต์ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างกลมกลืน ตั้งแต่ตัวรถโทนสีขาว เขียว และม่วงที่ชวนให้นึกถึงชุด Space Suit พร้อมรายละเอียดเฉพาะที่แฟนตัวจริงจดจำได้ทันที อาทิ Classic LED Headlight ดีไซน์ครอบไฟหน้าและเรือนไมล์สีม่วง โดดเด่น มีสไตล์, Space Ranger Icon ไอคอนเอกลักษณ์ประจำหน่วยสำรวจจักรวาล, Buzz Space Soft Emblem ปุ่มสามสี เหมือนชุดอวกาศของ BUZZ LIGHTYEAR, Buzz Red Soft Emblem ปุ่มสีแดงตรงหน้าอกซ้าย BUZZ LIGHTYEAR, Andy Signature สติกเกอร์ลายเซ็นใต้เท้า BUZZ LIGHTYEAR, BUZZ LIGHTYEAR Aluminium Floor Mat แผ่นรองเท้าดีไซน์พิเศษ ลวดลายปั๊มนูนรูปยานอวกาศ, Toy Story Soft Emblem สัญลักษณ์โลโก้ลิขสิทธิ์จาก Disney & Pixar, Space Ranger License Plate กรอบป้ายทะเบียนดีไซน์ลิมิเต็ด รวมถึง Running Number Sticker ตั้งแต่คันที่ 1 ถึง 2,000 ตอกย้ำความเป็นลิมิเต็ดอิดิชันสำหรับแฟน Disney & Pixar รวมถึงนักสะสมโดยเฉพาะ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะ นำ 74,900 บาท อีกหนึ่งรุ่นพิเศษที่เปิดตัวในครั้งนี้คือ New HondaSuper Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่ออกแบบพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในเจแปนวินเทจ ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Tokyo Vibes ยุค 80s ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ผ่านการดีไซน์เฉดสี ลายเส้น และชุดแต่งพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป๊อปอาร์ตญี่ปุ่น ชวนให้ผู้ขับขี่ได้ย้อนกลับไปสัมผัสสีสันและบรรยากาศแบบซิตี้ป๊อปอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นยุค 80s มาพร้อม Light Brown Wind Shield บังลมหน้าสั้นดีไซน์ใหม่ เติมความวินเทจในทุกเส้นทาง, Tokyo 80s Body Sticker เรซินสติกเกอร์ลาย Tokyo 80s ด้วยดีไซน์และโทนสีสไตล์ป๊อปอาร์ตญี่ปุ่น, Chrome Body Protector & Front Carrier กันลายและตะแกรงหน้าสีโครเมียม,Tokyo 80s Classic Helmet หมวกกันน็อกทรงคลาสสิกเฉดสีเดียวกับตัวรถ และ Tokyo 80s Jacket ลายพิเศษที่ออกแบบมาให้แมตช์กับตัวรถอย่างลงตัว เติมเต็มแฟชั่นญี่ปุ่นยุค 80s ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดย Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน มาพร้อมตัวรถ โทนสีขาว-เหลือง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 54,000 บาท ภายใต้ทิศทาง "Move Up to Future Ahead" ไทยฮอน ด้าพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 รุ่นในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของฮอนด้าในระดับโลก ด้วยศักยภาพของตลาด เครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง และความพร้อมด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน พร้อมกันนี้ไทยฮอนด้ายังเดินหน้าต่อยอด Honda 160 Series และรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ และรักษาความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 รุ่นจะพร้อมวางจำหน่ายภาย ในเดือนสิงหาคมนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ใกล้บ้าน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/ เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เตรียมปล่อยสมรรถนะออฟโรดพิชิตทุกเส้นทาง ผสานความนุ่มนวลสบายเหนือระดับ กับรถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวีสายลุย “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร”

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เตรียมเผยโฉม “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี เป็นครั้งแรกของโลกในไตร มาสที่ 3 ของปีนี้ ด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน ควบคู่กับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายตลอดการเดินทาง ออล-นิว ปาเจโร มาพร้อมโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่แข็งแกร่งและทนทานเป็นพิเศษ ผสานการทำงานกับระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรม เพื่อสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่เหนือระดับ ช่วยเสริมศักยภาพการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับเส้นทางทุรกัน ดารที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและแรงกระแทกสูง ขณะเดียว กัน ออล-นิว ปาเจโร ยังมอบความนุ่มนวลในการขับขี่บนท้องถนน ด้วยการลดแรงสั่นสะเทือนและการโคลงตัวของตัวรถบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล พร้อมมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่และทุกคนในห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้น ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังมาพร้อมเทค โนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการควบคุม เสริมสมรรถนะการขับขี่ลุยออฟโรด และความมั่นคงในการทรงตัว ครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังได้เผยแพร่วิดีโอโฆษณา “The Pajero* is ready to write its next chapter.” ผ่านเว็บไซต์พิเศษของออล-นิว ปาเจโร โดยถ่ายทอดให้เห็นถึงระบบช่วงล่างอันเป็นหัวใจสำคัญ ของสมรรถนะการขับขี่ พร้อมจุดประกายให้ผู้ขับขี่พร้อมรับความท้าทาย และออกเดินทางสู่การผจญภัยบทใหม่ เว็บไซต์พิเศษสำหรับรุ่นออล-นิว ปาเจโร รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี: https://www.mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/teaser/ *ทำตลาดในชื่อ มอนเตโร (Montero) ในบางประเทศ

  • ซูซูกิ เดินหน้ากระตุ้นตลาด B-SUV ช่วงกลางปีจัดแคมเปญพิเศษ ลูกค้าซูซูกิและครอบครัวเป็นเจ้าของ SUZUKI FRONX ได้ง่ายยิ่งขึ้น รุ่น GL ราคาพิเศษเริ่มต้น 599,000 บาท จำนวน 200 คันเท่านั้น

    บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้า กระ ตุ้นตลาดรถยนต์ B-SUV Hybrid พร้อมเปิดตัวแคมเปญพิเศษ เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์มาโดยตลอด โดยมอบโอกาสให้ลูกค้าซูซูกิและสมาชิกในครอบครัวก้าวสู่การเป็นเจ้าของยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวี SUZUKI FRONX ได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านข้อเสนอพิเศษสำหรับ SUZUKI FRONX รุ่น GL ในราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท จำนวนจำกัด 200 คันเท่านั้น พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก ขณะที่รุ่น GLX และ GLX PLUS ลูกค้าซูซูกิและครอบครัวรับส่วนลดพิเศษเพิ่ม 20,000 บาท พร้อมข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก โดยแคมเปญดังกล่าวเปิดให้จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 30 กันยายน 2569 นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า นับจากการประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในประเทศ ไทย SUZUKI FRONX ยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวียังคงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญสำหรับกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์คุณภาพดี ซึ่งมอบความคุ้มค่าสูงสุดในราคาที่จับต้องได้ ตอบโจทย์การใช้งานในสภาวะแวดล้อมที่หลากหลายได้อย่างลงตัว พร้อมรองรับทุกไลฟ์สไตล์ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัวและมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทค โนโลยีความปลอดภัยที่บรรจุมาให้อย่างครบครัน เราจึงต้องการเปิดโอกาสให้ลูกค้าซูซูกิและสมาชิกในครอบ ครัวสามารถเข้าถึงยนตรกรรม B-SUV Hybrid ได้ง่ายยิ่งขึ้น ผ่านแคมเปญพิเศษที่จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์มาโดยตลอด SUZUKI FRONX เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่มองหายนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวีคุณภาพ ที่ผสานความโดดเด่นด้านดีไซน์ สมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และเทค โนโลยีความปลอดภัยไว้อย่างลงตัว พร้อมสืบทอดแนว คิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของซูซูกิที่มุ่งเน้นการส่งมอบความคุ้มค่าให้แก่ผู้บริโภค ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบน ซินขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมควบคู่กับความประหยัดน้ำมัน พร้อมสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย SUZUKI SAFETY SUPPORT ที่ติดตั้งมาอย่างครบครัน ทั้งนี้ เพื่อส่งมอบความประทับใจและกระตุ้นการตัดสินใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมสปอร์ตเอสยูวี SUZUKI FRONX ได้สะดวกยิ่งขึ้น ซูซูกิจึงพร้อมนำเสนอข้อเสนอสุดพิเศษเพื่อมุ่งเน้นการสร้างความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ซูซูกิที่มีชื่อเป็นผู้ครอบครองและลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Hello Suzuki หรือให้สิทธิ์กับสมาชิกครอบครัว ด้วยราคาพิเศษเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท ใน SUZUKI FRONX รุ่น GL โดยมีจำนวนจำกัด 200 คัน เท่านั้น พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลานานถึง 3 ปี อีกทั้ง ยังมอบแคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจ SUZUKI FRONX รุ่น GLX และ GLXPLUS ซูซูกิมอบส่วนลดพิเศษเพิ่ม 20,000 บาท พร้อมข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งปีแรก เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถยนต์ SUZUKI FRONX ยิ่งขึ้น โดยลูกค้าสามารถจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม - 30 กันยายน 2569 นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกเหนือจากข้อเสนอพิเศษในการเป็นเจ้าของ SUZUKI FRONX แล้ว ซูซูกิยังคงมุ่งมั่นส่งมอบความอุ่นใจตลอดระยะเวลาการครอบครองรถ ด้วยโปรแกรม SUZUKI FRONX Worry Free Maintenance Package ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษารถตามระยะทางนานถึง 7 ปี สามารถนำไปรวมกับการผ่อนชำระค่างวดรถ เพื่อให้ลูกค้าสามารถวางแผนการบริหารค่าใช้จ่ายและมั่นใจในการครอบครองรถในระยะยาว โดยแพ็กเกจมีราคาเริ่มต้นเพียง 27,999 บาท สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาได้สูงสุด 6,781 บาท เมื่อเทียบกับราคาปกติ เมื่อซื้อภายหลังการรับรถภายใน 90 วัน Ø ครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะ: 7 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) Ø ครอบคลุมเต็มรูปแบบ: ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่แท้ ตามตารางบำรุงรักษาอย่างเป็นทางการของซูซูกิ Ø ป้องกันความเสี่ยงด้านราคา: การันตีราคาชิ้นส่วนอะไหล่ภายใต้แพ็กเกจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการปรับขึ้นราคาในอนาคต Ø รายการบำรุงรักษาหลัก: ครอบคลุมอะไหล่สำคัญ อาทิ น้ำมันเครื่องเกรดมาตรฐาน ไส้กรองน้ำมันเครื่อง แหวนรองนอตถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเบรก น้ำยาหม้อน้ำ ไส้กรองอากาศ หัวเทียน สายพานหน้าเครื่อง (Hybrid) สายพานแอร์ เป็นต้น SUZUKI FRONX มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร มีให้เลือกทั้งแบบ K15B ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้น และ K15C DUALJET ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี Smart Hybrid Vehicle (SHVS) เอกสิทธิ์เฉพาะของซูซูกิ ที่เป็นการผสานพลังเครื่องยนต์ด้วยเทคโนโลยี Integrated Starter Generator (ISG) และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ พร้อมมอบสมรรถนะที่เร้าใจด้วยอัตราเร่งที่เฉียบคม และประหยัดน้ำมัน ทำให้ทุกการเดินทางเป็นไปอย่างนุ่มนวลและเงียบสบายอย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตทันสมัย ทั้งไฟหน้า LEDพร้อม Daytime Running Light กระจังหน้าทรงพลัง ไฟท้าย LED เชื่อมต่อเต็มแนว ภายในห้องโดยสาร ติดตั้งจอสัมผัส 9 นิ้วรองรับ Apple CarPlay แบบไร้สาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน Paddle Shift ระบบ Push Start แท่นชาร์จไร้สาย และช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง โครงสร้างตัวถัง TECT และแพลตฟอร์ม HEARTECT ที่แข็งแรงแต่น้ำหนักเบา พร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เช่น Hill Hold Control, ESP, ระบบ Idling Stop, จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX, และรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.8 เมตร ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานทั้งในเมืองและนอกเมือง อุ่นใจทุกเส้นทางกับเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคันของ SUZUKI FRONX ในทุกรุ่น ด้วยถุงลมนิรภัย SRS มากถึง 6 ตำแหน่ง และพิเศษเฉพาะสำหรับ GLX PLUS ที่ครบครันด้วยเทคโนโลยี SUZUKI SAFETY SUPPORT เพื่อเสริมความมั่นใจในการขับขี่สูงสุดในทุกเส้นทาง ประกอบไปด้วย • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ Dual Sensor Brake Support II (DSBS II) • จอแสดงข้อมูล Head-up Display (HUD) • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control (ACC) • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน Lane Keep Assist (LKA) • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Warning (LDW) • ระบบช่วยป้องกันรถออกนอกเลน Lane Departure Prevention (LDP) • ระบบเตือนเมื่อรถส่าย Vehicle Sway Warning • ระบบเตือนสิ่งกีดขวางในจุดอับสายตา Blind Spot Monitor (BSM) • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอยหลัง Rear Cross Traffic Alert (RCTA) • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ High Beam Assist (HBA) • กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา Surround View Monitor • เซนเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน Parking Sensor ■ ราคาจำหน่าย SUZUKI FRONX ทั้ง 3 รุ่นย่อย • รุ่น GL ราคา 689,000 บาท สิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าซูซูกิและสมาชิกในครอบครัว ราคาเริ่มต้น 599,000 บาท จำกัดจำนวน 200 คันเท่านั้น • รุ่น GLX ราคา 749,000 บาท • รุ่น GLX PLUS ราคา 799,000 บาท (สี Pearl Snow White เพิ่ม 5,000 บาท / สี Two-tone เพิ่ม 10,000 บาท) “ซูซูกิขอขอบคุณลูกค้าคนไทยที่เปิดโอกาสให้เราได้ดูแลและเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนชีวิตอย่างมีคุณภาพ เราจะยังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพ พร้อมพัฒนางานบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว ความไว้วางใจจากลูกค้าทุกท่านคือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ซูซูกิมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจในประเทศ ไทย และพร้อมเคียงข้างลูกค้าชาวไทยอย่างยั่งยืนต่อไป” ซูซูกิมีโชว์รูมรถยนต์ซูซูกิครอบคลุม 77แห่งทั่วประเทศ พร้อมด้วยศูนย์ซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน 46 แห่ง และศูนย์บริการ 2S (Service & Spare Parts) จำนวน 11 แห่ง อีกทั้งยังมีบริการ “Mobile Service” ที่พร้อมดูแลรถยนต์นอกสถานที่ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตรวจสอบระบบเบรก แบตเตอรี่ หรือการบำรุงรักษาพื้นฐานต่างๆ พร้อมด้วยการขยายเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 2S (Service & Spare Parts) เพื่อให้บริการควบคู่ไปกับศูนย์บริการหลักประเภท 3S (Sales, Service & Spare Parts) เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วยิ่งขึ้นอีกด้วย ■ ช่องทางการติดต่อ Suzuki Motor Thailand SUZUKI Cause We Care: 1800-600-900

  • กรุงไทย – แอกซ่า ประกันชีวิต ร่วมฉลอง Pride Month 2026 เสริมสร้างแรงบันดาลใจ ภายใต้ธีม “KTAXA A Space To Dare With Pride 2026”

    บมจ.กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จัดงาน “KTAXA A Space To Dare With Pride 2026” นำโดย คุณสรัสวดี คุปตพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ฝ่ายทรัพยากรบุคคล (คนที่ 8 จากซ้าย แถวสอง) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูง และพนักงาน ร่วมเฉลิมฉลองเดือนแห่งความภาคภูมิใจของคนที่มีความแตกต่างทางเพศ หรือ Pride Month เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันในที่ทำงาน และสนับสนุนให้ทุกคนเป็นตัวของตัวเองได้อย่างมีอิสระ และไม่มีข้อจำกัด ผ่านกิจกรรม KTAXA Dare Out Loud Talks ที่เชิญตัวแทนพนักงานจากทุกแผนกร่วมบอกเล่าประสบการณ์ที่ก้าวผ่านความท้าทายของชีวิตในแง่มุมต่าง ๆ อาทิ ความกล้าที่จะเข้าใจผู้อื่น (Dare To Shine Your Own Way) ความกล้าที่จะเฉิดฉายและเป็นตัวของตัวเอง (Dare To Be Yourself) ความกล้าที่จะนำประสบ การณ์มาเป็นแรงผลักดันให้เรากล้าไปต่อ (Dare To Keep Going) ความกล้าด้วยพลังเชิงบวกที่ทำให้เรากลายเป็นคนที่โชคดีที่สุด (Dare To Be The Luckiest Person In The Room) และความกล้าที่จะเอาชนะความกลัวด้วยการลงมือทำ (Dare To Conquer Your Fear) นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรม KTAXA Pride Parade ขบวนพาเหรดของพนักงานที่สะท้อนถึงความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานในบริษัทที่สนับสนุนความเท่าเทียม และความหลากหลาย (Inclusion and Diversity) โดยภายในขบวนพาเหรดนี้ พนักงานทุกคนได้แต่งตัวเป็นตัวของตัวเองอย่างไร้ข้อจำกัด ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Dare To Be Yourself At Work” เพราะบริษัทฯ พร้อมที่จะสนับสนุนให้ทุกคนกล้าที่จะเป็นตัวของตัวเอง และสนับสนุนให้สถานที่ทำงานเป็นพื้นที่ปลอดภัย (Safe Space)สำหรับทุกคน ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายสูงสุดของบริษัทฯ ที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่น ดูแลกันตลอดไป สำหรับท่านใดที่สนใจสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับผลิต ภัณฑ์เพิ่มเติม พร้อมติดตามกิจกรรมต่างๆ ของ บริษัทฯ ได้ที่ https://www.krungthai-axa.co.th/ หรือ โทร. 1159 ทั้งนี้สามารถอ่านรายละเอียดข่าวนี้เพิ่มเติมได้ที่ https://ktaxa.live/Pride_Parade

  • ททท. 𝘅 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 เปิดโปรเจกต์ “𝗕𝘂𝗿𝗶𝗿𝗮𝗺 𝗖𝗵𝗲𝗰𝗸-𝗶𝗻 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗟𝗼𝗰𝗮𝗹 𝗚𝘂𝗶𝗱𝗲” ชวน 4 นักบิดดังออกเดินทางค้นพบเสน่ห์บุรีรัมย์

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดย ททท. สำนักงานบุรีรัมย์ ร่วมกับสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในฐานะโปรโมเตอร์มอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของประเทศไทย เปิดตัวโปรเจกต์คอนเทนต์พิเศษ “Buriram Check-in with Local Guide” ถ่ายทอดมุมมองใหม่ของการเดินทาง 4 นักแข่งดาวดังที่ออกไปสัมผัสเสน่ห์ของบุรีรัมย์ในหลากหลายมิติ ก่อนกลับมาทำหน้าที่ในสนาม เชื่อมประสบการณ์ระหว่างสนามแข่งขันกับเมืองบุรีรัมย์ ทำให้ทุกจุดเช็กอิน ทุกเมนูอาหาร และทุกกิจกรรม กลายเป็นส่วนหนึ่งของสุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ต นางสาวกาญจน์นภัทร จิรไกรพงศ์ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานบุรีรัมย์ กล่าวว่า บุรีรัมย์ในวันนี้ก้าวขึ้นเป็นทั้งเมืองกีฬาและจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวที่สามารถเดินทางเชื่อมโยงไปยังจังหวัดต่าง ๆ ในกลุ่มอีสานใต้ได้อย่างสะดวก โครงการ “Buriram Check-in with Local Guide” จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการใช้พลังของกีฬาและคอนเทนต์ดิจิทัล ถ่ายทอดเสน่ห์ของบุรีรัมย์ผ่านมุมมองของนักกีฬา เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้นักท่องเที่ยวออกเดินทางตามรอย และต่อยอดการเดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในภูมิภาคอีสานใต้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริม Sports Tourism ของ ททท. ด้าน นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า บทบาทของฝ่ายจัดการแข่งขันยุคนี้ ไม่ได้จบแค่ในสนามด้วยการจัดการแข่งขันให้สนุกและมีมาตรฐานเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างคุณค่าให้เกิดกับเมืองและเศรษฐ กิจในพื้นที่ ความร่วมมือกับ ททท. สำนักงานบุรีรัมย์ ในครั้งนี้ จึงเป็นการใช้พลังของมอเตอร์สปอร์ตเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อให้บุรีรัมย์เป็นจุดหมายที่ผู้คนอยากกลับมาอีกครั้ง แม้จะไม่มีการแข่งขันก็ตาม เบื้องหลังการถ่ายทำคอนเทนต์ชุดนี้ เกิดขึ้นจากแนวคิดว่า "การแข่งขันไม่ได้เริ่มต้นเมื่อไฟสตาร์ตดับ แต่เริ่มตั้งแต่วินาทีที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตเดินทางมาถึงบุรีรัมย์" โดยมี "ลูกปลา" สาวชาวบุรีรัมย์ รับหน้าที่เป็นเจ้าบ้านและ Local Guide พาเหล่านักแข่งออกไปสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่ ผ่านสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ธรรม ชาติ และอาหารท้องถิ่น ถ่ายทอดเรื่องราวของเมืองบุรีรัมย์ผ่านมุมมองของนักแข่ง ไม่ใช่การพาเที่ยวแบบทั่วไป แต่เป็นการเล่าเรื่องที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตของคนบุรีรัมย์เข้ากับโลกของมอเตอร์สปอร์ต ทำให้ทุกการเดินทางกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ Race Weekend Location 1 : Prepare |ศาลหลักมือง : "อิงค์" อัฏฐ์ อัศวานันท์ จากทีม Black Bull Racing นักแข่งรุ่น Super Sport 600cc. SS1 เดินทางไปสักการะ ศาลหลักเมืองบุรีรัมย์ สถานที่ที่ชาวบุรีรัมย์นิยมขอพรเพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนลงแข่งขัน ก่อนแวะเติมพลังกับ "ปาท่องโก๋ชุมพล" ร้านอาหารท้องถิ่นชื่อดังที่อยู่คู่เมืองบุรีรัมย์มายาวนาน สะท้อนอีกหนึ่งเสน่ห์ของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมการกินของคนในพื้นที่ Location 2 : Check-in |ช้าง อารีนา : "เบนซ์ เรซซิ่ง" อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักแข่งจาก Yamalube R- Series Team รุ่น R9 Cup เช็กอินแลนด์มาร์กสำคัญของจังหวัดอย่าง ช้าง อารีนา เดินลอดอุโมงค์นักเตะ พร้อมสัมผัสบรรยากาศสนามฟุตบอลมาตรฐานระดับโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวสายกีฬา และเป็นสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวบุรีรัมย์ Location 3 : Warm Up |อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก : ปิดท้ายด้วย "มิกซ์" ธนัช ละอองปลิว นักแข่งรุ่น Super Sport 600cc. SS1 Pro และ “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ผู้จัดการทีม จาก Idemitsu Honda Team Christmas ที่ออกเดินทางไปกับ ลูกปลา เพื่อวอร์มร่างกายด้วยการปั่นจักรยานรอบ อ่างเก็บน้ำห้วยจระเข้มาก พร้อมค้นหามุมถ่ายภาพวิวสวยและสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ แนะนำอีกหนึ่งพื้นที่พักผ่อนยอดนิยมของชาวบุรีรัมย์ที่เหมาะสำหรับการออกกำลังกายและท่องเที่ยวเชิงไลฟ์สไตล์ ทั้งนี้ “Buriram Check-in with Local Guide” เผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และพันธมิตร เพื่อประชาสัมพันธ์เส้นทางท่องเที่ยวของจังหวัดบุรีรัมย์และกลุ่มจังหวัดอีสานใต้ ผ่านรูปแบบ Storytelling ที่เข้าถึงทั้งแฟนมอเตอร์สปอร์ตและนักเดินทางรุ่นใหม่ สะท้อนแนวคิด Sports Tourism ที่ใช้การแข่งขันกีฬาเป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างประสบ การณ์ท่องเที่ยว กระตุ้นการเดินทาง การใช้จ่าย และการกระจายรายได้สู่ชุมชน แฟนความเร็วสามารถติดตามชมการแข่งขัน NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 16- 18 ตุลาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซื้อบัตรได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน (จำหน่ายบัตรเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์) ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026

  • ฮุนได ร่วมฉลองชัย “ช้างศึก” เปิดบ้านชนะมาเลเซีย 2-0 ศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ชวนแฟนบอลร่วมทดลองขับรถยนต์ฮุนได รับเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย หลังชัยชนะของทัพ “ช้างศึก”

    การแข่งขันฟุตบอล ASEAN Hyundai Cup™ 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มบี นัดที่สองของทีมชาติไทย จบลงด้วยชัยชนะของทัพ “ช้างศึก” หลังโชว์ฟอร์มได้อย่างแข็ง แกร่งตลอด 90 นาที เอาชนะมาเลเซียไปด้วยสกอร์ 2-0 เก็บชัยชนะ 2 นัดรวด ท่ามกลางบรรยากาศการเชียร์ที่คึกคักจากแฟนบอลในสนาม ซึ่งร่วมส่งเสียงสนับสนุนทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่องตลอดการแข่งขัน สะท้อนถึงความผูกพันและกระแสความสนใจที่แฟนฟุตบอลมีต่อศึกชิงแชมป์อาเซียนในฐานะหนึ่งในรายการลูกหนังสำคัญของภูมิภาค ฮุนได มอเตอร์ ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน เดินหน้าสนับสนุนเวทีฟุตบอลอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์สำคัญในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมุ่งสร้างการเติบโตในตลาดหลัก เพิ่มการรับรู้แบรนด์ และกระชับสายสัมพันธ์กับกลุ่มแฟนบอลอาเซียนที่มีความหลงใหลในเกมลูกหนัง โดยการแข่งขันชิงแชมป์อาเซียนเมื่อปี 2024 ประสบความสำเร็จอย่างสูงด้วยยอดผู้ชมกว่า 541.5 ล้านคนทั่วโลก และยอดรับชมผ่านโซเชียลมีเดียรวมกว่า 12.66 พันล้านครั้ง ตอกย้ำสถานะของรายการในฐานะการแข่งขันฟุตบอลอันดับหนึ่งของภูมิภาค เกมนัดนี้เปิดฉากด้วยความเข้มข้นตั้งแต่นาทีแรก ทั้งสองทีมเดินหน้าเปิดเกมรุกแลกกันอย่างสนุก มีจังหวะเข้าทำหลายครั้งและสร้างความตื่นเต้นให้แฟนบอลตลอดทั้งเกม ก่อนที่ ทีมชาติไทย จะโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม เอาชนะ มาเลเซีย ไปได้ 2-0 จากจุดโทษของ “มิค” ยศกร บูรพา ในนาทีที่ 38 และ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย มายิงประตูปิดท้ายในนาทีที่ 56 เก็บชัยชนะ 2 นัดติดต่อกัน พร้อมขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของกลุ่มบี โดย สารัช อยู่เย็น คว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ในเกมนี้ไปครอง นอกเหนือจากการแข่งขัน ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ยังเดินหน้าสานต่อแนวคิด Year of Football ซึ่งมุ่งใช้ฟุตบอลเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงผู้คน ส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับแฟนกีฬา และสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้บริโภคผ่านกิจกรรมตลอดทั้งปี สะท้อนความมุ่งมั่นในการเติบโตเคียงข้างวงการฟุตบอลไทยและภูมิภาคอาเซียน ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ไม่ได้เป็นเพียงการแข่ง ขันฟุตบอลเพื่อค้นหาแชมป์ของภูมิภาค แต่ยังเป็นเวทีแห่งการเฉลิมฉลองคุณค่าที่ชาวอาเซียนยึดมั่นร่วมกัน ทั้งความหลากหลาย ความแข็งแกร่ง และจิตวิญญาณแห่งความเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันและสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของฮุนไดในการเชื่อมโยงผู้คนผ่านกีฬา บริเวณข้างสนาม ฮุนไดนำรถยนต์ 2 รุ่นมาร่วมเติมสีสันให้บรรยากาศการแข่งขัน เริ่มจาก Hyundai all-new SANTA FE Hybrid with HTRAC All Wheel Drive รถ SUV แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่มาพร้อมดีไซน์ทรงเหลี่ยมแบบ Boxy ดูแข็งแรงและพร้อมใช้งานทั้งในเมืองและเส้นทางไกล ขุมพลังไฮบริดช่วยผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อการขับขี่ที่ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ขณะที่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ HTRAC All Wheel Drive ช่วยกระจายกำลังไปยังล้ออย่างเหมาะสม เพิ่มการยึดเกาะและความมั่นใจในทุกจังหวะการขับขี่ อีกคันคือ The new 2026 IONIQ 5 N Line รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นประกอบในประเทศไทย ที่มากับชุดแต่งสปอร์ต N Line และรูปทรงที่ดูปราดเปรียวขึ้น ใช้ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้อย่างฉับไว พร้อมเทคโนโลยีระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800 โวลต์ ซึ่งช่วยรองรับการชาร์จอย่างมีประสิทธิภาพ และทำระยะทางขับขี่สูงสุด 581 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานประจำวันและการเดินทางไกล สำหรับผู้ขับขี่ที่ต้องการทั้งความคล่องตัว ความสบาย และอารมณ์สปอร์ตในคันเดียว การแข่งขัน ASEAN Hyundai Cup™ 2026 ยังคงเดินหน้าสร้างความประทับใจให้กับแฟนฟุตบอลทั่วภูมิภาค ทั้งในแง่ของคุณภาพการแข่งขัน บรรยากาศภายในสนาม และการสนับสนุนจากฮุนได มอเตอร์ ที่ร่วมยกระดับประสบการณ์ฟุตบอลอาเซียนให้ก้าวสู่มาตรฐานระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่อง แฟนฟุตบอลชาวไทยสามารถร่วมส่งแรงเชียร์ทัพ “ช้างศึก” ในการแข่งขัน ASEAN Hyundai Cup™ 2026 นัดต่อไป ซึ่งมีโปรแกรมออกไปเยือนฟิลิปปินส์ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 ที่สนามกีฬานิว คลาร์ก ซิตี้ แอธเลติก เวลา 20.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ก่อนกลับมาลงเล่นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม พบกับเมียนมา วันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ชัยชนะของทัพ “ช้างศึก” ยังต่อยอดความสนุกจากในสนามสู่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ เมื่อบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด มอบเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ฤดูกาล 2026/2027 มูลค่า 399 บาท ให้แก่แฟนบอลที่เข้าร่วมทดลองขับรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ระหว่างวันที่ 2–7 สิงหาคม 2569 ภายใต้กิจกรรม “ถ้าทีมไทยชนะ.. ฮุนไดจะแจก! เสื้อทีมชาติไทยที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ” จำนวนจำกัดและเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทฯ ก่อนร่วมส่งเสียงเชียร์ทีมชาติไทยกันต่อในเกมพบเมียนมา วันที่ 8 สิงหาคม 2569 โดยสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ หรือ เฟสบุ๊ก Hyundai Thailand

  • 𝗡𝗘𝗫𝗭𝗧𝗘𝗥 𝗕𝗥𝗜𝗖 𝗦𝘂𝗽𝗲𝗿𝗯𝗶𝗸𝗲 ผ่านครึ่งทางลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด

    ศึกสองล้อเบอร์หนึ่งของไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 ดวลสนาม 2 สุดมันส์ในรูปแบบเรซระดับนานาชาติ มีนักบิดไทย-เทศตบเท้าเข้าร่วมล่าแชมป์มากมาย จาก 17 ชาติ ผลรุ่นใหญ่ปรากฏว่า ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสซี คว้าแชมป๋ 2 สนามติด คว้าชัยรุ่นใหญ่ 2 สนามติด ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส นำม้วนเดียวเข้าวินในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สองเรซติด ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้การลุ้นแชมป์ประจำปียังคงเข้มข้นหลังผ่านครึ่งทางแรกของฤดูกาล การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศ ไทย รายการ เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569 ปัจจุบัน NEXZTER BRIC Superbike Championship ได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติ เพราะไม่เพียงนักบิดและทีมแข่งแถวหน้าของไทยเท่านั้นที่ลงแข่งขัน แต่ยังสามารถดึงดูดนักแข่งและทีมต่างชาติให้เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยมีผลมาจากมาตร ฐานของการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ซึ่งในสนามนี้มีนักบิดลงแข่งขันมากมาย จากทั้งสิ้น 17 ชาติ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, ออสเตรเลีย, สวีเดน,รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อินเดีย, ไต้หวัน, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, อินโดนีเซีย, จีน, เมียนมาร์, สปป.ลาว, ญี่ปุ่น, สเปน รุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ 2 สนามติด ทำเวลาได้ 19 นาที 56.384 วินาที ตามมาด้วย ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ตามหลัง 11.790 วินาที อันดับ 3 “เฟอร์” ปัญจพล จรุงกิจกูล จาก เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม เวลาตามหลัง 22.697 วินาที ส่วนผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ต้องมาตัดสินกันถึงช่วงปลายเรซ โดยชัยชนะตกเป็นของเจ้าของโพลอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญ จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ที่บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 11.241 วินาที คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน เฉือนอันดับ 2 อย่าง เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย เพียง 0.565 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 13.735 วินาที อีกหนึ่งในรุ่นไฮไลต์ของปีนี้อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งรวมเอาดาวรุ่งแถวหน้าของไทยไว้หลายคนถือว่ามีเกมที่ขับเคี่ยวกันอย่างสนุกทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ทว่าในเรซนี้ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส สามารถครองความได้เปรียบได้ตั้งแต่ต้นเกม หลังออกสตาร์ทจากโพล ก่อนจะบิดนำม้วนเดียวจบเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 10.608 วินาที คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกัน ขณะที่อันดับ 2 เป็นการไล่บี้กันอย่างสุดมันส์ระหว่าง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม และนักบิดเจ้าถิ่นอย่าง “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ก่อนที่ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” จะแซงเข้าป้ายในอันดับ 2 ทำเวลาตามหลัง 4.108 วินาที ตามด้วย ต่อศักดิ์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.883 วินาที ส่วน อิงค์ อัศวานนท์ นักบิดซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก แบล็ค บูลล์ เรซซิ่ง บิดเข้าป้ายในอันดับ 5 ด้าน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋าจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม พลาดล้มในโค้งแรก ด้านผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 และ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี SB3 ลงแข่งพร้อมกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ปรากฏว่าชัยชนะในรุ่น SB3 ตกเป็นของ จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ด้วยเวลา 17 นาที 54.137 วินาที เฉือน เจี้ยน หยู หลิว นักบิดไต้หวันจาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค บริดจสโตน เอวีอาร์พี เรซซิ่ง อันดับ 2 เพียง 0.236 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.520 วินาที สำหรับ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม คว้าท็อปเท็นในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 ส่วนผู้ชนะในรุ่นนี้ได้แก่ ณัฐวัฒน์ แท่งทอง ด้วยเวลา 18 นาที 10.909 วินาที ตามด้วย นรินทร์ ม่วงทอง ในอันดับ 2 และ ซานติหม่า นักบิดชาวเมียนมาร์จาก พีทีเอ็ม เรซซิ่ง ในอันดับ 3 นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี ที่รวมเอาดาวรุ่งฝีมือดีไว้มากที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นเกมที่ขับเคี่ยวกันโค้งสุดท้ายเพื่อวัดชัยชนะของนักบิดถึง 7 คนในกลุ่มหน้า ตลอดการชิงชัยทั้งสิ้น 10 รอบสนาม โดยชัยชนะตกเป็นของ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม เจ้าของโพลที่ชิงจังหวะได้ดีในรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 20.634 วินาที เฉือน “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ อันดับ 2 เพียง 0.088 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ตามหลังเพียง 0.211 วินาทีเท่านั้น ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike Cham pionship 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์ กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย

  • สุดเดือด! "ธนัช-พีระพงษ์" ผงาดคว้าโพล "มุกข์ลดา" คัมแบ็กแรงยึดแถวหน้า NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2

    ศึกซูเปอร์ไบค์เบอร์หนึ่งของไทย รายการ "เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2026" ดวลความเร็วสนาม 2 ด้วยการแข่งขันรอบควอลิฟายสุดเข้มข้น โดยรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี "มิกซ์" ธนัช ละอองปลิว คว้าโพล ขณะที่ "มุกข์" มุกข์ลดา สารพืช ประเดิมสนามแรกของฤดู กาลด้วยการออกตัวจากแถวหน้า ส่วนรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี "เติ้ล" พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง ครองตำแหน่งโพลโพซิชั่น ขณะ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี นักแสดงซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วขยับคว้าอันดับ 4 ซูเปอร์สต็อก (ST3) ก่อนลุ้นแชมป์รอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.นี้ ที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศ ไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Champion ship 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ หลังผ่านสนามแรกด้วยการขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น นักบิดทุกคนกลับมาสู่สนามนี้อีกครั้งด้วยความพร้อมที่มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการยกระดับผลงานของตัวเอง และความคาดหวังในการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล โดยไฮไลต์ยังคงอยู่ที่การต่อสู้อย่างสนุกในทุกคลาสของการแข่งขัน โดยผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ปรากฏว่าตำแหน่งโพลตกเป็นของ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะสนามแรกที่ยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่อง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 38.478 วินาที ทิ้งห่าง เหนือกริดที่ 2 อย่าง ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ถึง 1.264 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ โคลิน บัตเลอร์ นักบิดชาวแคนาดาจาก ศาวิตาร์ ทีม เอเชีย ตามหลัง 1.974 วินาที ด้านตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ตกเป็นของ ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.060 วินาที เฉือน เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย กริดที่ 2 เพียง 0.304 วินาที ตามด้วยจอมเก๋าอย่าง ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.308 วินาที ส่วนรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) และ ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ซึ่งลงแข่งพร้อมกัน ปรากฏว่าตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) ของ รอนนี่ สุลบิยักโต นักบิดอินโดนีเซียจาก มูเลีย จาย่า อาร์ไอที ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 44.956 วินาที เหนือกริดที่ 2 อย่าง จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ถึง 1.599 วินาที ส่วนกริดที่ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.870 วินาที ขณะที่โพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ได้แก่ รณชัย ใจยา นักบิดชาวไทยจาก เดอะ ชไวน์ การาจ แซดทีอาร์ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 1 นาที 47.087 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ซานติ หม่า นักบิดชาวเมียนมาร์ เพื่อนร่วมทีม อยู่ 0.515 วินาที ส่วน “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วอย่างน่าพอใจ รั้งอันดับ 5 ในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 48.577 วินาที ด้านอินฟลูเอ็นเซอร์สาวชื่อดังอย่าง “แพร” ทวินันท์ เพิ่มพูน จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ต้องพลาดลงแข่งสนามนี้หลังได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมส่วนตัว รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม รวมพลนักบิดดาวดังระดับท็อปของเมืองไทยจากทุกค่าย มาร่วมเปิดศึกสู้กันอย่างดุเดือด โดยไฮไลต์สำคัญในเรซนี้ อยู่ที่การกลับคืนสู่สังเวียนอีกครั้งของ "มุกข์" มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่ง ที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกของฤดูกาลในสนามที่ 2 ให้กับ เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม โดยเพิ่งคว้าโพเดียมระดับโลกมาได้ในยุโรป ถูกใส่ชื่อลงบิดแทนนักบิดเวิลด์คลาสอย่าง ฮอร์เก นาบาร์โร ให้กับทีม เพิ่มความเข้มข้นให้กับการลุ้นแชมป์เป็นอย่างมาก โดยผลควอลิฟายปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ผู้ชนะสนามแรกด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.260 วินาที ส่วน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋า คว้ากริดที่ 2 มาครอง ตามหลังเจ้าของโพล 1.117 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.331 วินาที ตามด้วย “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย นักบิดเจ้าถิ่นชาวบุรีรัมย์จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ได้ออกตัวจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.619 วินาที ส่วนกริดที่ 5 เป็นของ โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 2.238 วินาที สำหรับผลควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี แข่ง 9 รอบ ปรากฏว่านักบิดจอมเก๋าอย่าง “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 54.352 วินาที ขนาบข้างด้วย “เอิร์ธ” ธุรกิจ บัวผา ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.538 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี จาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิล เรซ ตามหลัง 0.570 วินาที ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนามที่ 2 จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อิน เตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน รับชมถ่ายทอดสดได้ทาง True Sports 1 ช่อง 666 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 14.30-17.30 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2026 และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป

  • Honda Marine เปิดโชว์รูม “Honda Marine Rayong” อย่างเป็นทางการ ยกระดับบริการครบวงจร รองรับลูก ค้าภาคตะวันออก พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษถึง 30 ก.ย. นี้

    Honda Marine เดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการ เปิดโชว์รูม “Honda Marine Rayong” ศูนย์จำหน่ายและบริการเครื่องยนต์ติดท้ายเรือมือสองครบวงจร เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ณ จังหวัดระยอง เพื่อยกระดับมาตร ฐานการจำหน่ายและบริการหลังการขาย รองรับลูกค้าทั้งกลุ่มผู้ประกอบการและผู้ใช้งานเครื่องยนต์ติดท้ายเรือในพื้นที่ภาคตะวันออก พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองเครื่องยนต์รุ่น BF250 ภายในงาน รับของแถมมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท พร้อมเดินหน้ามอบสิทธิ์ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน เฉพาะที่ Honda Marine Rayong และแคมเปญ “MARINE EXCLUSIVE DEAL ดีลแรง ฝ่าทุกคลื่น” ที่มอบทั้งราคาพิเศษและของแถมสำหรับเครื่องยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ภายในงานได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ผู้ประกอบการธุรกิจทางทะเล และพันธมิตร พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษและลุ้นรับของรางวัลจาก Honda Marine โดยผู้จองเครื่องยนต์ติดท้ายเรือรุ่น BF250 ภายในงาน ยังได้รับชุดของแถมเอ็กซ์คลูซีฟมูลค่ารวมกว่า 200,000 บาท เพิ่มความคุ้มค่าและตอบโจทย์ผู้ประกอบการและเจ้าของเรือที่ต้องการเครื่องยนต์สมรรถนะสูง นอกเหนือจากสิทธิพิเศษภายในงาน Honda Marine ยังเดินหน้ามอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่ Honda Marine Rayong ด้วยสิทธิ์ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 6 เดือน สำหรับเครื่องยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 เพื่อช่วยให้ลูกค้าเป็นเจ้าของเครื่องยนต์ติดท้ายเรือฮอนด้าได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมกันนี้ Honda Marine ยังมีแคมเปญ "MARINE EXCLUSIVE DEAL ดีลแรง ฝ่าทุกคลื่น" ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2569 มอบราคาพิเศษสำหรับเครื่องยนต์ติดท้ายเรือรุ่นยอดนิยม ได้แก่ BF20 ราคา 119,000 บาท (จากปกติ 165,000 บาท) BF50 ราคา 257,000 บาท (จากปกติ 310,000 บาท) BF100 ราคา 345,000 บาท (จากปกติ 480,000 บาท) BF150 ราคา 499,000 บาท (จากปกติ 580,000 บาท) พร้อมรับชุดติดตั้งมาตรฐาน (Standard Kit) และของพรีเมียมจาก Honda Marine ฟรี! ประกอบด้วย เสื้อ หมวก และกระเป๋า อย่างละ 1 ชิ้น รวมถึงชุดบำรุงรักษา ได้แก่ น้ำมันเกียร์ 1 หลอด และน้ำมันเครื่อง 2 แกลลอน ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด Honda Marine มุ่งมั่นในการขยายเครือข่ายการให้บริการให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมยกระดับมาตรฐานการจำหน่ายและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและตอบสนองความต้องการของลูกค้าในพื้นที่ภาคตะวันออกและจังหวัดใกล้เคียง ด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพและบริการที่ครบวงจรในทุกมิติ ติดตามข่าวสารของ Honda Marine เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์: http://thpp.thaihonda.co.th Facebook: Honda Marine Thailand TikTok: Hondamarinethailand Call Center ศูนย์บริการ สาขาพัทยา โทร. 038-425-228 สาขาภูเก็ต โทร. 076-608-998 สาขากระบี่ โทร. 065-293-9746 สาขาสตูล โทร. 092-071-6321 สาขาสมุย โทร. 081-970-5093 สาขาระยอง โทร. 099-625-9324

  • โตโยต้า ระเบิดความมันส์ ยกทัพกระบะซิ่งท้าความเร็ว กับงาน “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026” เตรียมเปิดประเดิมสนามแรก สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต วันที่ 1-2 สิงหาคมนี้

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าสานต่อการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถกระบะโตโยต้า จัดงาน "Hilux Revo Racing Mania 2026" มหกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะ การตกแต่งรถ และกีฬามอเตอร์สปอร์ต ประเดิมสนามแรกของฤดูกาล ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต ระหว่างวันที่ 1–2 สิงหาคม 2569 โตโยต้า เตรียมเปิดฉากมหกรรมแห่งความเร็วครั้งยิ่งใหญ่เอาใจสายมอเตอร์สปอร์ตภาคใต้ ประเดิมสนามแรกของปีกับงาน “Hilux Revo Racing Mania 2026” ภายใต้คอนเซปต์สุดเร้าใจ "เฟี้ยว ฟาสต์ ไฟต์ สมรภูมิไฟต์ เดือด สนั่นแทรค" ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต ในวันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมยกระดับความมันส์แบบคูณสอง ขนทัพกิจกรรมและโปรโมชันแบบจัดเต็มเพื่อตอบโจทย์ทั้งสายแต่งสวยและสายแข่งรถอย่างแท้จริง จากผลสำรวจผู้ร่วมงานพบว่า ผู้บริโภคให้ความนิยมรถตกแต่งสไตล์ Clean Premium ที่เน้นความเรียบหรู โดดเด่น และสะท้อนตัวตน ควบคู่กับกระแสรถยกสูง (High- Stance) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานในปีนี้จึงจัดขึ้นภายใต้กลยุทธ์เจาะกลุ่มทั้ง Drag Perfor mance และ Decoration Lover เพื่อขยายฐานคอมมูนิตี้คนรักกระบะโตโยต้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ■กิจกรรมไฮไลต์ · PRO & AMATEUR DRAG RACE การแข่งขันแดรกเรซสำหรับนักแข่งมืออาชีพและมือสมัครเล่น รวมรถแข่งมากกว่า 100 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการจัด การแข่งขันมา พร้อมยกระดับมาตรฐานการแข่งขันด้วยการนำกติกา Balance of Performance (BOP) มาปรับใช้เพื่อสร้างความสมดุลและเพิ่มความเข้มข้นในการชิง ชัยของนักแข่งทุกรุ่นการแข่งขัน โดยมีเงินรางวัลสะสมรวมตลอดฤดูกาลมูลค่ากว่า 3.9 ล้านบาท · ONLINE ACTIVITY – RACING MANIA AI DREAM BUILD เปิดตัวกิจกรรมออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสนุกออกแบบรถ Hilux Revo ผ่านเทคโนโลยี AI ภายใต้แคมเปญ "RACING MANIA AI DREAM BUILD" โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะมีโอกาสได้รับการพัฒนาเป็นรถต้นแบบจริงภายใต้แนวคิด "AI to Reality" พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษ · CAR CLUB PIT ZONE EXPERIENCES พื้นที่รวมตัวของคาร์คลับกว่า 100 คัน พร้อมกิจกรรม Toyota Bracket Challenge 19 Sec, Free Run Fun Drag RT Challenge และ Drag Academy โดยปอนด์เทค ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งอย่างใกล้ชิด · INFLUENCER TEAM HOST พบกับอินฟลูเอนเซอร์สายยานยนต์ชั้นนำ ได้แก่ เอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์, อั๋น DRAG DIESEL และ โอ สมาคมรถแต่ง ที่จะร่วมสร้างสีสัน พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และร่วมกิจกรรมกับผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งงาน ■ดีลเด็ด โปรดี หน้างาน! สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะคู่ใจ พลาดไม่ได้กับ DEALER ZONE ผนึกกำลังดิลเลอร์ใหญ่ในพื้นที่อย่าง โตโยต้าสุราษฎร์ธานี และ โตโยต้าตาปี จัดแสดงรถ Hilux Revo & Travo มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมระเบิดโปรโมชันสุดเร้าใจหน้างาน Secret Deal ช่วง Live สด: สำหรับผู้ชมทางบ้านผ่านระบบ Live Streaming (Monomax และช่องทางพาร์ตเนอร์) สามารถสแกน QR Code เพื่อรับดีลลับเฉพาะและส่วนลดพิเศษจากโลคัลดีเลอร์ได้ทันที! นอกจากนี้ภายในงานยังมี GAME ZONE & PARTNER ZONE รวมร้านค้าพาร์ทเนอร์อุปกรณ์ตกแต่งแบรนด์ดังระดับประเทศกว่า 21 แบรนด์มาร่วมออกบูทในราคาพิเศษ พร้อมรับชมประวัติศาสตร์ความเก๋าในโซน The Hilux Legendary ตั้งแต่รุ่น Hero, Mighty X, Vigo ไปจนถึง Revo และ Travo มาร่วมผสานพลังความแรงและสัมผัสการแข่งขันกระบะซิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้ ย้ำอีกครั้ง วันที่ 1 – 2 สิงหา คม 2569 นี้ ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต เข้าชมฟรีตลอดงาน! พบกับรุ่นการแข่งขัน สนามที่ 1 สุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต DRAGSTER GD SUPER REVO REVO PRO MODIFY REVO SPECIAL REVO TURBO F55 STREET TUNED REVO TURBO 3000 STREET TUNED REVO TURBO STANDARD STREET TUNED HIACE STREET DRAG FORTUNER STREET DRAG สัมผัสความสนุกสนาน เร้าใจของ “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026” ทั้ง 4 สนาม ■สนามที่ 1 1-2 สิงหาคม 2569 สุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต ■สนามที่ 2 26 – 27 กันยายน 2569 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แดรกสเตอร์แทร็ก ■สนามที่ 3 5 – 6 ธันวาคม 2569 บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี ■สนามที่ 4 30 – 31 มกราคม 2570 บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันและกิจกรรมได้ที่ Facebook / YouTube / TikTok : Hilux Revo Racing Mania

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page