


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- “NATURE FOR FUTURE: AGRICULTURE + INNOVATION”
🎉🌿 ขอเชิญร่วมงาน “NATURE FOR FUTURE: AGRICULTURE + INNOVATION” 🌿🎉 🛍️ มาเดินชมเดินช้อป ลองชิม ส่องไอเดียเก๋ๆ ของสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสุดล้ำกัน!! 🗓️ ระหว่าง วันที่ 8 สิงหาคม - 21 กันยายน 2568 📍 ณ DFT Pop-up Counter ชั้น 1 King Power รางน้ำ ดิวตี้ฟรี 💡 👩🏻🌾 ร่วมเปิดโลกนวัตกรรมสินค้าเกษตรสุดล้ำ ทั้งสินค้าอาหารและไลฟ์สไตล์ จากโครงการ Agri Plus Award และ สินค้าจากผู้ประกอบการในเครือข่ายของกรมการค้าต่างประเทศ กว่า 60 รายการ ที่ดีต่อสุขภาพ ดีต่อใจ และดีต่อโลก! ที่เราคัดสรรมาให้ช้อปกันอย่างจุใจ! 🎉🎉 ได้ฤกษ์เปิดร้าน แกะกล่องศุกร์ที่ 8 สิงหาคม 2568 นี้ 👑 เชิญพบ เชิญกระทบไหล่ แอนโทเนีย โพซิ้ว รองอันดับหนึ่ง มิสยูนิเวิร์ส 2023 และมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ✨ ช้อปสนุก ลองของจริง ชมของเจ๋ง ไม่ว่าจะซื้อฝาก หรือซื้อใช้เอง ก็ฟินแน่นอน ห้ามพลาดกันนะคะ! 📞 สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร: +662 547 4744 FB: Institute for Agricultural Product Innovation (APi)
- CYCLONE enters the Thai motorcycle market with the launch of the MINI PANDA 150cc engine.
CYCLONE รุกต่อ! ลุยตลาดมอเตอร์ไซค์ไทย เปิดตัว MINI PANDA เครื่องยนต์ 150 ซีซี ผนึกกำลังผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ ดันยอดขายทุกแบรนด์แตะ 6,000 คันในปี 2568 ซอนเซ็น มองตลาดรถจักรยานยนต์ไทยยังเติบโตต่อเนื่อง ผู้บริโภคต้องการสินค้าคุณภาพเยี่ยม เน้นดีไซน์โดดเด่น เดินหน้าขยายตลาดเครื่องยนต์ 150 ซีซี. ส่ง MINI PANDA ภายใต้แบรนด์ CYCLONEเปิดตัวในไทย พร้อมจับมือผู้ผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ ผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้กับแบรนด์ RYUKA ที่ จำหน่ายในประเทศ มั่นใจยอดขายเติบโตรวมทุกแบรนด์ 6,000 คันในปีนี้ นายเกา จาน (Mr.Gao Zhan) ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซอนเซ็น แมชชินเนอรี แมนูแฟคเจอริ่ง (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ CYCLONE, RYUKA และ CINECO ในประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเปิดตลาดรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศ ไทยในช่วงปี 2567 ที่ผ่านมา ในช่วงภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว คาดว่าปี 2568 จะยังเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัท ในการเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศ ทั้งในเรื่องของการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่จะมีอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี การพัฒนาด้านการให้บริการหลังการขาย ที่รวมถึงการขยายเครือข่ายการให้บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ รวมถึงการจับมือกับพันธมิตร เพื่อที่จะสามารถให้บริการกับลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ ทั้งในส่วนของรถจักรยานยนต์น้ำมันและไฟ ฟ้าที่ทำตลาดอยู่ “เราคาดว่าปี 2568 จะยังคงเป็นปีแห่งความท้าทาย อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวทางการวางรากฐานและพัฒนาธุรกิจอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เราจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ทั้งน้ำมันและไฟฟ้าที่ได้รับการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและได้มาตร ฐาน พร้อมยกระดับศักยภาพในการให้บริการ เพื่อก้าวขึ้นเป็น แบรนด์ชั้นนำในตลาดไทย” ■ ขยายไลน์อัพสินค้าเครื่องยนต์ 150 ซีซี. สำหรับแผนงานหลักในปีนี้ ก็คือการเดินหน้าขยายตลาดรถจักรยานยนต์น้ำมัน เครื่องยนต์ 150 ซีซี. ภายใต้แบรนด์ CYCLONE รุ่น MINI PANDA เนื่องจากมองว่ารถจักรยานยนต์ขนาดกลางและขนาดเล็กยังเป็นตลาดหลักของประเทศไทย ซึ่งผู้บริโภคต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ ราคาสมเหตุสมผล และดีไซน์ที่โดนใจ ซึ่งเป็นแนวทางที่บริษัทใช้ในการพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับ MINI PANDA ถูกออกแบบมาให้เป็นรถสไตล์มินิที่มีความคล่องตัวสูง เลือกใช้เครื่องยนต์ขนาด 150 ซีซี. เพื่อตอบสนองด้านพละกำลังและการใช้งานจริง โดดเด่นด้วยถังน้ำมันขนาดใหญ่ 11.5 ลิตร รองรับการ เดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ มาพร้อมระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS) และระบบเบรก ABS ซึ่งมีไม่มากในรถมอ เตอร์ไซค์ขนาดเล็ก เสริมด้วยไฟหน้าและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว 3 สี Adventure White , Timeless White และ Digital Blue ราคาส่วนลดพิเศษช่วงเปิดตัว 69,900 บาท พิเศษ ฟรีทะเบียน ประกัน พรบ. มูลค่า 3,000 บาท , ฟรี บริการ CYCLONE ASSISTANCE 2 ปี รับประกันเครื่องยนต์ 3 ปี/ 30,000 กม. ด้วยขนาดที่กะทัดรัดแต่ลงตัว MINI PANDA จึงเหมาะสำหรับผู้ใช้งานทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยรุ่น คนทำ งาน หรือผู้ที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์แบบเรียบง่ายแต่มีสไตล์ อีกทั้งยังรองรับผู้ขับขี่หลากหลายรูปร่างและสรีระ สะท้อนความเป็นมินิไบค์ที่ผสานทั้งความสนุก. ความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับเหมาะ สมสำหรับลูกค้าในประเทศไทย “รถจักรยานยนต์ CYCLONE ไม่ว่าจะเป็นรุ่น RE3, RT1, RT2 และ RA401(Standard) ที่เปิดตัว และวางจำหน่ายก่อนหน้านี้ ได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะจากข้อมูลด้านคุณภาพสินค้าและอัตราการสั่งอะไหล่เคลม ซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานคุณภาพที่น่าพึงพอใจ เราเชื่อมั่นว่าผู้ใช้งานจะยังคงได้รับประสบการณ์ที่ดีจากผลิตภัณฑ์ของเราอย่างต่อเนื่อง และเรามีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นอื่น ๆ อีกในอนาคต” ■จับมือพันธมิตรเดินหน้ารถจักรยานยนต์ไฟฟ้า นอกจากนี้ ในปีนี้จะเดินหน้าการทำตลาดรถจักรยาน ยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ RYUKA โดยมีแผนที่จะเปิดตัวรถรุ่นใหม่ๆ ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมีไฮไลท์ที่การจับมือกับพันธมิตรด้านแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยาน ยนต์ไฟฟ้า ที่มีฐานการผลิตในประเทศ เพื่อใช้สำหรับรถรุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยทั้งหมด เพื่อส่งมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของที่ยอดเยี่ยม บริษัท ซอนเซ็นฯ ได้จับมือกับ Farasis Energy ซึ่งเป็นผู้นำด้านเซลล์แบตเตอรี่แบบ Pouch Cell สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าระดับแนวหน้าของจีน ร่วมกับ Dynavolt Power ซึ่งเป็นผู้ประกอบชุดแบตเตอรี่และ มีโรงงานผลิตตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ โดยจะมีการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ทำตลาดในประเทศไทยภายใต้แบรนด์ RYUKA “การผลิตแบตเตอรี่รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าภายใน ประ เทศ จะช่วยให้เราสามารถควบคุมคุณภาพสินค้าได้อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้านการจัดส่ง และตอบสนองงานบริการหลังการขายได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งแบตเตอรี่ชนิดนี้ จะถูกนำไปใช้ในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เปิดตัว 2 รุ่นแรก และจะขยายไปที่รุ่นอื่น ๆ ตามมาในอนาคต” ที่ผ่านมา RYUKA ได้จำหน่ายรถจักรยานยนต์น้ำมันหลากหลายรุ่นและซีรีย์ เช่น CLASSIC, INFINITY, SAVE และรถสามล้อรุ่น BULL, NUITON ซึ่งล้วนผ่านการพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ความชื่นชอบด้านดีไซน์ ความต้องการด้านคุณภาพ และมาตรฐานการให้บริการที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญ โดยได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งผู้ใช้ปลายทางและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ และยังคงมียอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 19 ปีที่ผ่านมา สร้างเครือข่ายการให้บริการ รับยอดขายเติบโตปีนี้ ในส่วนของการให้บริการลูกค้านั้น ได้มีการผสานเครือข่ายการให้บริการของทุกแบรนด์เข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าเป็นสิทธิ์ในการรับประกันทั่วประเทศ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างครอบคลุม เพื่อยกระดับการบริการและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ในปัจจุบัน มีเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ 115 ราย ครอบคลุม 650 จุดขายทั่วประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากการเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่ที่โดนใจผู้บริโภค ด้วยคุณภาพที่ยอดเยี่ยมแล้ว บริษัทก็พร้อมที่จะเดินหน้ายกระดับศักยภาพในการให้บริการ เพื่อก้าวขึ้นเป็นแบรนด์ชั้นนำในตลาดไทยที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ทั้งรถจักรยาน ยนต์น้ำมันและไฟฟ้าอย่างครบวงจร “สำหรับเป้าหมายการจำหน่ายในประเทศไทยในปีนี้ ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 6,000 คัน สำหรับทุกแบรนด์ ซึ่งถือว่าเป็นเป้าหมายที่มีความท้าทาย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังชะลอตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งทั้ง CYCLONE , RYUKA และCINECO จะมุ่งมั่นในการพัฒนาสินค้าคุณภาพเยี่ยม ดีไซน์ที่โดดเด่นและการให้บริการที่ดีกับลูกค้า เพื่อเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในประเทศไทยในอนาคต” ผู้สนใจสามารถติดตามข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์ บริการ ตัวแทนจำหน่าย และกิจกรรมของแบรนด์ภายใต้ผู้ผลิต บริษัท ซอนเซ็น แมชชินเนอรี แมนูแฟคเจอริ่ง(ไทยแลนด์) จำกัด เพิ่มเติมได้ที่ Cyclone Thailand Zongshen Ryuka Thailand "จงเซิน ริวก้า" Cineco Thailand LINE Official : @zongshenth หรือ โทร. 038-027-397 *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #CYCLONEลุยตลาดมอเตอร์ไซค์ไทย #MINIPANDAเครื่องยนต์150ซีซี #ซอนเซ็นแมชชินเนอรีแมนูแฟคเจอริ่งไทยแลนด์ #CycloneThailand #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com
- Truevisions-Toyota Junior Kart Championship 2025
2 นักแข่งเยาวชน Superclub 1000 Racing Team “Super Loeb และ Super Kin” คว้าโพลเดียมรายการ Truevisions-Toyota Junior Kart Championship 2025 การแข่งขัน รายการ Truevisions-Toyota Junior Kart Championship 2025 เมื่อวันที่ 20 กรกฏาคม 2025 ที่ผ่านมา ณ สนามพีระคาร์ท พัทยา จ.ชลบุรี ทาง Super club 1000 Racing Team ร่วมมือกับ ผ้าเบรค Compact Brakes และ BIG Cola Mini ส่ง 2 เยาวชนนักแข่ง “Super Loeb” เด็กหนุ่มวัย 8 ขวบ ที่กำลังศึกษาอยู่ที่ โรงเรียนสาธิตรามคำแหง วิทยาเขตบางนา EP P2/2 ลงแข่งในรุ่น Cadet B. อายุ 8-9 ปี และ “Super Kin” อายุ 11 ขวบ กำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียน St. Andrews Interna tional School Year 7 ลงรุ่น Cadet B.อายุ 10-11 ปี เข้าร่วมทำการแข่งขันในรายการนี้ เริ่มการแข่งขัน Heat ที่ 1 "SuperLoeb" เบอร์ 95 ออกสตาร์ทในอันดับที่ 2 Over All จากการควอลิฟายในช่วงเช้า และไล่แซงจนจบอันดับที่ 1 Over all ทำเวลาเร็วที่ สุดใน heat ส่วน "Super Kin" เบอร์ 8 ออกสตาร์ทในอันดับที่ 4 Over All ผลการควอลิฟายในช่วงเช้า แต่จังหวะไม่ดีทำให้จบอันดับที่ 17 Over All ในรอบ Super Heat ที่ 2 โล้บออกสตาร์ทในอันดับที่ 1 Over All ระหว่างแข่งขันจังหวะไม่ดีเลยทำให้อันดับของโล้บตกมาอยู่ในอันดับที่ 13 Over All สำหรับ "Super Kin" เบอร์ 8 ออกสตาร์ทที่ 17 Over All สามารถไล่แซง จนสามารถจบการแข่งขันในอันดับที่ 7 Over All รอบ Final "SuperLoeb" เบอร์ 95 โล้บออกสตาร์ทในอันดับที่ 13 Over All ระหว่างการแข่งขัน โล้บ ไล่แซงและไล่อันดับขึ้นมาเรื่อยๆ จนสามารถจบในอันดับที่ 8 Over All ส่วน "Super Kin" เบอร์ 8 ออกสตาร์ทที่ 7 Over All สามารถไล่แซงขึ้นมาได้ 1 อันดับ และรับธงหมากรุกในอันดับที่ 6 Over All สรุปผลการแข่งขัน "SuperLoeb" เบอร์ 95 จบการแข่ง ขันอันดับที่ 4 ในรุ่น Cadet B. อายุ 8-9 ปี ส่วน "Super Kin" เบอร์ 8 จบการแข่งขันอันดับที่ 2 รุ่น Cadet B. อายุ 10-11 ปี *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #TruevisionsToyotaJuniorKartChampionship2025 #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com
- Uniex EV collaborates with U Power to launch the first battery swapping station in Thailand.
ยูเน็กซ์ อีวี จับมือ ยู เพาเวอร์ เปิดตัวสถานีสลับแบตเตอรี่แห่งแรกในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภูเก็ต, บริษัท ยูเน็กซ์ อีวี จำกัด (UNEX EV) ร่วมกับ บริษัท ยู เพาเวอร์ จำกัด (U Power Limited, Nasdaq: UCAR) เปิดตัวแพลตฟอร์มขับเคลื่อนอัจฉริยะและสถานีสลับแบตเตอรี่ UOTTA™ แห่งแรกในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เลขที่ 17/4 หมู่ 5 ถ.เจ้าฟ้าตะวันตก ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต ด้วยความร่วมมือกับ บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) และการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดภูเก็ต เป็นการวางรากฐานระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าครบวงจร และยกระดับการคมนาคมอย่างยั่งยืน นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ยูเน็กซ์ อีวี กล่าวว่า “สถานีสลับแบตเตอรี่แห่งนี้ เป็นส่วนสำคัญของการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าแบบสลับแบตเตอรี่ของ UNEX EV-MG ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าเราสามารถบูรณาการ การทำงานจริงได้ทันที จากนี้ สถานีที่สอง และ สามจะตามมาในจังหวัดถูเก็ต (ใกล้สนามบิน) และกรุงเทพมหานคร” ความร่วมมือข้ามพรมแดนและระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าสถานีสลับแบตเตอรี่แห่งใหม่ที่ภูเก็ตนี้ เป็นความร่วมมือ 3 เสาหลักได้แก่: 1. เทคโนโลยี UOTTA™: เทคโนโลยีสลับแบตเตอรี่จาก ยู เพาเวอร์ ซึ่งเป็นบริษัทแรกและรายเดียวในโลกที่จดทะเบียนใน Nasdaq (UCAR) สำหรับเทคโนโลยีนี้ 2. การรองรับทุกการเคลื่อนที่ UNEX EV: รองรับยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภทตั้งแต่ รถรับจ้างสาธารณะ รถเพื่อการพาณิชย์ ไปจนถึงยานพาหนะทางน้ำ และอากาศ 3. ห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง: ภายใต้ความร่วมมือกับหลากหลายพันธมิตรที่สนับสนุนในภาคพลังงานของประเทศไทย และในภูมิภาคนี้ มร.จอห์นนี่ ลี (Johnny Lee) ผู้ก่อตั้ง ยู เพาเวอร์ ได้เสริมว่า “ปัจจุบันสถานีสลับแบตเตอรี่อัจฉริยะของ UOTTA ™ และยานพาหนะที่รองรับการสลับแบตเตอรี่ได้เริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ เช่น บริษัทผู้ให้บริการเช่าขับแท็กซี่ บริษัทขนส่งสินค้า และบริษัทขนส่งผู้โดยสาร เพื่อให้บริการในรูปแบบการสลับแบตเตอรี่อย่างครบวงจร”
- UD Trucks Thailand celebrates its 90th anniversary.
ยูดี ทรัคส์ ประเทศไทย ร่วมฉลองครบรอบ 90 ปี ชูแนวคิด “Better Life” พร้อมเปิดรับนักลงทุนขยายเครือข่ายศูนย์บริการครอบคลุมทั่วประเทศ • พร้อมเปิดเกมรุกตลาดครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ครบมิติ • ผลประกอบการปีที่ผ่านมา ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น สวนทางตลาดที่ซบเซา ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชัน ประเทศไทย ร่วมฉลองวาระ ยูดี ทรัคส์ ครบรอบ 90 ปีขององค์กร พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ "Better Life" ที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คน และสิ่งแวดล้อม ผ่านโซลูชันภายใต้แนวคิด การขนส่งที่ยั่งยืน โดยมุ่งมั่นพัฒนาเน้นกลยุทธ์หลักด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม บริการหลังการขายที่แข็งแกร่ง การขยายเครือข่าย และการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “ยูดี ทรัคส์ เริ่มต้นในประเทศญี่ปุ่น ในปี พ.ศ. 2478 ดำเนินธุรกิจเพื่อการขนส่งมาจนครบรอบ 90 ปีในวันนี้ และเติบโตจนมีฐานการดำเนินธุรกิจกว่า 59 ประเทศทั่วโลก ด้วยนโยบายหลักขององค์กรที่เน้นวิสัยทัศน์ “Better Life” โดยมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้คนและสิ่งแวดล้อม ภายใต้แนวคิด “โซลูชันการขนส่งที่ยั่งยืน” ทำให้บริษัทเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่สำคัญ อาทิ การพัฒนาเครื่องยนต์ UD อันโด่งดัง การเปิดตัวเกียร์อัตโนมัติ ESCOT และที่สำคัญคือการเป็นบริษัทแรกของโลกที่ติดตั้งระบบบำบัดไอเสีย SCR (Selective Catalytic Reduction) ในรถบรรทุก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของมาตรฐาน Euro 5 ด้านสิ่งแวดล้อม” ชูแนวคิด "Better Life" เพื่อคน เพื่อโลก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ยูดี ทรัคส์ ทั่วโลก พร้อมใจประกาศเจตนารมณ์ในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยแนวคิด “Better Life” ครอบคลุม 3 แกนหลัก ได้แก่ 1. Better for Growth: ระบบเทคโนโลยีในฟีเจอร์รถบรรทุก และงานบริการ เช่นระบบ UD Connected และ Volvo I-See และอื่น ๆ พร้อมแผนเพิ่มพันธมิตรขยายศูนย์บริการเสริมแกร่งด้านบริการ ดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด 2. Better for the Planet: ส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน Euro 5 ทั้งแบรนด์ UD และ Volvo พร้อมใช้พลังงานสะอาด และยังคงเดินหน้าทดสอบรถพลังงานทางเลือกที่ ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น 3. Better for People: จัดกิจกรรม CSR อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยในการใช้ถนนร่วมกับรถบรรทุก และโครงการตรวจสุขภาพสายตาสำหรับพนักงานขับรถ และอื่น ๆ ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) เดินหน้าฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจ รักษาส่วนแบ่งตลาด 10% นางสาววิลาวัลย์ เปิดเผยว่า “แม้ปี 2567 ประเทศไทยจะเผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยทางเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการชะลอตัวของ GDP ส่งผลให้ตลาดรวมรถบรรทุกในประเทศไทยหดตัวลงกว่า 30% แต่ยูดี ทรัคส์ ยังคงรักษาส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มตลาดรถบรรทุกขนาดใหญ่ ได้ถึง 9% และเมื่อรวมกับวอลโว่ ทรัคส์ อีก 1% ทำให้บริษัทสามารถครอง Market Share รวมถึง 10% ของตลาด ปีที่ผ่านมา ยูดี ทรัคส์เป็นแบรนด์รถบรรทุกแบรนด์แรกในไทยที่พร้อมเปิดตัว Euro 5 ที่มาพร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีบำบัดไอเสีย SCR ในทุกรุ่นรถเพื่อให้ครอบคลุมทุกความต้องการของลูกค้า รวมทั้งยังสามารถส่งมอบรถฟลีทใหญ่ให้แก่ลูกค้ารายสำคัญระดับประเทศ และขยายเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายเพิ่มอีก 3 แห่ง เป็น 25 สาขาทั่วประเทศ นอกจากนี้ เราปรับตัวอย่างหนัก เพื่อรองรับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ด้วยการเปิดตัวโปรโมชั่นไฟแนนซ์เจ้าแรกในอุตสาหกรรมรถบรรทุกไทย ที่สามารถผ่อนได้ยาวนานถึง 96 เดือน” นางสาววิลาวัลย์กล่าวต่ออีกว่า “สำหรับผลประกอบการด้านงานบริการและอะไหล่ เติบโตถึง 5% และสัญญาบริการเติบโต 7% และเพิ่มสัญญาในการใช้ระบบ Telematics อีก 15% ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความมั่นใจในตัว แบรนด์สินค้าและการบริการที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามและจัดการการทำงานของรถบรรทุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับผลสำรวจภายในที่พบว่า คะแนนของแบรนด์ ยูดี ทรัคส์ และวอลโว่ ทรัคส์ ดีขึ้นในปีที่ผ่านมาเช่นกัน” แผนธุรกิจครึ่งปีหลัง 2568: เดินหน้าเต็มกำลังสู่อนาคตเพื่อสนับสนุนลูกค้าและสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่ง ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) หวังก้าวสู่ผู้นำด้านความยั่งยืนในตลาดรถบรรทุกของไทย โดยจะมุ่งเน้นการตั้งเป้าเติบโตทั้งยอดขายรถใหม่และบริการหลังการขาย ด้วยการขยายเครือข่ายดีลเลอร์ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายใต้แนวนโยบายการขยายเครือข่ายดีลเลอร์ของยูดี ทรัคส์ โดยยูดี ทรัคส์ เปิดกว้างกับนักลงทุนที่สนใจร่วมเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับยูดี ทรัคส์ เปิดศูนย์บริการ โดยมีพื้นที่เป้าหมายสำหรับดีลเลอร์ใหม่ในเขตจังหวัดลพบุรี กำแพงเพชร ราชบุรี เพชรบุรี บุรีรัมย์ มหาสารคามและจังหวัดเลย ทั้งนี้เพื่อยกระดับความพึงพอใจของลูกค้า สร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้แข็งแกร่งขึ้น “แม้ว่าตลาดจะเผชิญกับความท้าทายมากมาย แต่เราเชื่อมั่นว่าด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการบริการที่ครอบคลุม เรามุ่งมั่นที่จะสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งต่อองค์กร ลูกค้า และสังคม ด้วยพันธกิจ Better Life ที่เรายึดมั่น เราเชื่อว่าการขนส่งที่ยั่งยืน คือกุญแจสำคัญของอนาคต และเราพร้อมเดินหน้าไปกับลูกค้า เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อประเทศไทยและภูมิภาค” นางสาววิลาวัลย์กล่าวสรุป
- The all-new SANTA FE
ฮุนได พลิกโฉมวงการ SUV ไทย! เปิดตัว “The all-new SANTA FE” ชูดีไซน์ Boxy พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ที่เหนือกว่า ด้วยสโลแกน “Open for More Horizons” · SUV ดีไซน์ Boxy หรูหรา อเนกประสงค์ พร้อมฝาท้ายเปิดกว้าง และพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยทำมา เสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ · สมรรถนะไฮบริดเหนือชั้น ขุ มพลัง 1.6 Turbo Parallel Hybrid 232 แรงม้า แรงบิด 367 นิวตัน-เมตร ประหยัดสูงสุด 19.6 กม./ลิตร · ห้องโดยสารกว้างขวาง 3 แถว 6 ที่นั่ง หรูหรา พร้อม Captain Seat เบาะแถวสองปรับไฟฟ้าหนึ่งเดียวในตลาด สบายเหมือนเลาจน์ส่วนตัว จอคู่ Panoramic Curved Display 12.3 นิ้ว + 12.3 นิ้ว ฟังก์ชันครบ · สัมผัสจริง 19-20 ก.ค. นี้ ทดลองขับ The all-new SANTA FE ได้ที่เมกะบางนา และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย เดินเกมรุกตลาดรถยนต์ต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวยานยนต์ D-SUV ใหม่ล่าสุด “The all-new SANTA FE” นับเป็นเจเนอเรชันที่ 5 ของ SANTA FE ภายใต้สโลแกน “Open for More Horizons เพราะมากกว่าเส้นขอบฟ้า คือคำว่าอิสระ” สะท้อนจิตวิญญาณ SUV ยุคใหม่ที่พร้อมพาคุณออกไปสู่จุดหมายใหม่ สัมผัสประสบการณ์ใหม่ และขยายขอบเขตการใช้ชีวิตให้ไกลกว่าที่เคย เพราะ The all-new SANTA FE ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนโฉม แต่เป็นการรีเซตภาพลักษณ์ SUV ยุคใหม่ ด้วยเส้นสายทรงพลังที่ผสานความหรูหราและอารมณ์แห่งการผจญภัยในหนึ่งเดียว ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดที่ให้สมรรถนะเหนือชั้น แต่ยังประหยัดพลังงาน พร้อมอัดแน่นเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน พร้อมวางจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 1.599 ล้านบาท นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The all-new SANTA FE ไม่ได้เป็นเพียง SUV รุ่นใหม่ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความมุ่งมั่นของฮุนไดในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ฮุนไดก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ลำดับ 3 ของโลก ด้วยยอดจำหน่ายมากกว่า 4 ล้านคันต่อปีในกว่า 190 ประเทศ ความสำเร็จนี้เกิดจากการสร้างนวัตกรรมและกำหนดทิศทางใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ฮุนไดให้ความสำคัญอย่างมากในฐานะตลาดยุทธศาสตร์หลักในอาเซียน และพร้อมลงทุนอย่างจริงจังเพื่อสร้างความเติบโตระยะยาว พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาด และส่งมอบรถยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในทุกมิติ ทั้งวันนี้และอนาคต” ทุกรายละเอียดของ The all-new SANTA FE สะท้อนถึงความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอันลึกซึ้ง ทั้งในเรื่องของการออกแบบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างที่สุดเท่าที่เคยทำมาเมื่อเทียบกับ SANTA FE รุ่นเดิม ที่นั่งแบบ Captain Seats สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย เพราะแก่นแท้แห่งความงามต้องเริ่มต้นจากฟังก์ชันการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ และตอบสนองประโยชน์สูงสุดในชีวิตจริง นำเสนอผ่านรูปลักษณ์ทรงเหลี่ยม สไตล์ Boxy Design ที่เฉียบคม สะท้อนความแข็งแกร่งและความพรีเมียมแบบ SUV ยุโรป นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The all-new SANTA FE รุ่นใหม่นี้พัฒนาขึ้นจากการผสานดีไซน์แห่งอนาคต ด้วยรูปทรงเหลี่ยม สไตล์ Boxy Design เข้ากับฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ทุกมิติของรถถูกออกแบบอย่างมีเหตุผลและความหมาย ทุกเส้นสายและเหลี่ยมมุมสะท้อนเจตนารมณ์ที่ชัดเจน ห้องโดยสาร 3 แถว 6 ที่นั่ง พร้อม Captain Seat ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ด้วยพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระท้าย ที่ขยายพื้นที่ได้กว้างขวางเสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่ (Living Room-Like) มาพร้อมเทคโนโลยี Turbo Hybrid ของฮุนได ที่ทั้งแรงและประหยัด โดยสื่อสารผ่านคำว่า Open for More Horizons ซึ่งไม่ใช่เป็นแค่สโลแกน แต่คือแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบในทุกองค์ประกอบ และต้องการสื่อสารว่า “ เพราะมากกว่าเส้นขอบฟ้า คือคำว่าอิสระ” ทำให้มั่นใจได้ว่านี่คือ SUV ที่ตอบโจทย์การเดินทางทุกไลฟ์สไตล์ ให้อิสระทั้งในชีวิตประจำวันและการเดินทางพักผ่อน พร้อมพาทั้งผู้ขับและผู้โดยสารไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ และเปิดโลกแห่งการผจญภัย ให้คุณใช้ชีวิตได้เต็มที่และดื่มด่ำยิ่งกว่าเดิม” ห้องโดยสารกว้างขวาง หรูหรา และอเนกประสงค์เกินคลาส ห้องโดยสาร SANTA FE ใหม่ ผสานความหรูหรา ความอเนกประสงค์ และเทคโนโลยีเหนือระดับ โดดเด่นด้วยเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับไฟฟ้า หนึ่งเดียวในคลาส มอบความสะดวกสบายเสมือนเลาจน์ส่วนตัว พร้อมจอคู่ Panoramic Curved Display ขนาด 12.3 นิ้ว + 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อจอมาตรวัดและอินโฟเทนเมนต์อย่างไร้รอยต่อ Bi-directional Multi-console ที่เก็บของคอนโซลกลางที่ใช้งานสะดวกทั้งผู้ขับและผู้โดยสารแถวสอง ขณะที่ Dual Wireless Charger มาพร้อมพัดลมระบายความร้อน เพื่อชาร์จสมาร์ตโฟนได้รวดเร็วและปลอดภัย เสริมบรรยากาศพรีเมียมด้วย Ambient Light Colour ถึง 64 เฉดสี ในห้องโดยสาร ขุมพลังไฮบริดที่จัดเต็มพลังและความประหยัด The all-new SANTA FE Gen 5 ขับเคลื่อนด้วย 1.6 Turbo Parallel Hybrid Technology ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรีลิเธียมไอออนโพลิเมอร์ขนาด 1.49 kWh ให้พลังสูงสุดถึง 232 แรงม้าที่ 5,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตัน-เมตร ที่ 1,000–4,100 รอบ/นาที พร้อมมาตรฐานการปล่อยไอเสีย Euro 6 และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ที่เหมาะกับทุกสภาพการขับขี่ มอบอัตราการประหยัดน้ำมันเฉลี่ยสูงสุดที่ 19.6 กม./ลิตร ระบบบังคับเลี้ยวเป็นพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า ให้ความแม่นยำและตอบสนองทันใจ ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท และด้านหลังแบบมัลติลิงค์ มอบประสบการณ์ขับที่นุ่มนวลและมั่นคง ระบบเบรกทั้งหน้าและหลังเป็นดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อน เสริมความมั่นใจในการเบรก พร้อมล้ออัลลอยหรู ขนาด 18 นิ้ว เติมเต็มความ พรีเมียมและสมรรถนะในทุกมิติ มั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือชั้น ความปลอดภัยยังคงเป็นหัวใจสำคัญของ The all-new SANTA FE ติดตั้งชุดเทคโนโลยีอัจฉริยะ Hyundai SmartSense ถึง 13 ระบบ ที่ครบครันที่สุดในคลาส มอบความมั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยขับอันชาญฉลาด ทั้ง Smart Cruise Control พร้อม Stop & Go ที่ควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า, Forward Collision-Avoidance Assist (FCA) ระบบเบรกอัตโนมัติหากเสี่ยงต่อการชนปะทะด้านหน้า, Blind-Spot Collision-Avoidance Assist (BCA) ระบบเตือนและช่วยเบรกเมื่อเปลี่ยนเลน, Lane Following Assist และ Lane Keeping Assist ระบบรักษาตำแหน่งรถให้อยู่กลางเลน, Rear Cross-Traffic Collision-Avoidance Assist ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อถอยหลังหรือมีรถวิ่งตัดหลัง, Safe Exit Assist ระบบเตือนและล็อกประตูอัตโนมัติหากมีรถแล่นผ่านขณะเปิดประตู, Surround View Monitor (เฉพาะรุ่น Prestige) กล้องรอบคันช่วยให้จอดได้อย่างมั่นใจ และ Reverse Parking Collision-Avoidance Assist ระบบช่วยเบรกเมื่อมีสิ่งกีดขวางขณะถอยจอด เพื่อทำให้ทุกการเดินทางของคุณปลอดภัยและอุ่นใจยิ่งกว่าเดิม The all-new SANTA FE นำเสนอ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ Exclusive ราคา 1.599 ล้านบาท และ Prestige ราคา 1.749 ล้านบาท มาพร้อม 3 เฉดสีภายนอกสุดพรีเมียม ได้แก่ Beach Sand, Pearl White และ Space Black เสริมความมั่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. และการรับประกันแบตเตอรีไฮบริด 8 ปี หรือ 160,000 กม. พร้อมดอกเบี้ยพิเศษช่วงเปิดตัว 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน เมื่อออกรถภายใน 31 สิงหาคม 2568 เชิญมาสัมผัสและทดลองขับ The all-new SANTA FE ได้ด้วยตัวคุณเองที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ และในวันที่ 19-20 กรกฎาคม 2568 พบกับงาน “The all-new SANTA FE: Meet The New Horizon” ณ ศูนย์การค้า เมกะบางนา แล้วมาร่วมเปิดประสบการณ์กับมาตรฐานใหม่ของ SUV ยุคใหม่ที่ทุกคนรอคอยไปด้วยกัน เกี่ยวกับ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด ฮุนได มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมีบุคลากรร่วมงานมากกว่า 120,000 ตำแหน่ง พร้อมอุทิศตนให้กับการรับมือความท้าทายด้านโมบิลิตี้ในทุกพื้นที่ ฮุนได มอเตอร์ เร่งเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสมาร์ทโมบิลิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ก้าวไปข้างหน้าเพื่อมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) บริษัทยังลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงด้านหุ่นยนต์ และยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางอากาศ เอเอเอ็ม (AAM - Advanced Air Mobility) เพื่อเร่งเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริการขนส่งแห่งอนาคต ซึ่งจะมาปฏิวัติวงการโมบิลิตี้ ฮุนไดยังเดินหน้าเปิดตัวยานพาหนะไร้มลพิษซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับชั้นนำอย่างพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานไฟฟ้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลก สำหรับข้อมูลอื่นของ ฮุนได มอเตอร์ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com เกี่ยวกับ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2566 ในฐานะบริษัทในเครือของฮุนได มอเตอร์ โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำวงการรถยนต์และผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมมอบเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นประโยชน์และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโมบิลิตี้ที่ครบถ้วนในทุกมิติ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมแล้วที่จะเติบโตไปกับลูกค้าทุกท่าน และพร้อมดูแลผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่แท้จริงในทุกการเดินทาง
- Buriram Marathon 2026
บิ๊กอีเวนต์กลางกรุง! “บุรีรัมย์ มาราธอน 2026” แถลงใหญ่ฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จ คิกออฟแคมเปญสุดอลังการ พร้อมรางวัลจัดเต็ม 10 ล้าน การแถลงข่าว "บุรีรัมย์ มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง" ภายใต้แนวคิด “สวรรค์ของนักวิ่ง” สร้างตำนานอีกครั้ง กับอีเวนต์พิเศษฉลองทศวรรษแห่งความสำเร็จสุดอลังการ กับการเปิดรับสมัคร On site ที่ One Bangkok ใจกลางกรุงเทพเป็นครั้งแรก และของรางวัลจัดเต็มมากกว่าทุกปี นับเป็นรายการวิ่งที่มีมูลค่ารางวัลรวมสูงที่สุดในประเทศไทย รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้ “บุรีรัมย์มาราธอน 2026 พรีเซนเต็ด บาย น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง" จะจัดขึ้นในช่วงเย็นวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 ภายใต้แนวคิด Your Ultimate Destination สวรรค์ของนักวิ่ง ออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถระดับโลก “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” และเข้าเส้นชัยที่สนามฟุตบอล ”ช้างอารีนา” แข่งขันทั้งสิ้น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะมาราธอน (42.195 กม.), ระยะฮาล์ฟมาราธอน (21.1 กม.), ระยะมินิมาราธอน (10 กม.), ระยะฟันรัน (4.554 กม.) หนึ่งในงานวิ่งที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีนักวิ่งร่วมงานมากกว่า 3 หมื่นคน ต่อปี ได้รับการรับรองจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (World Athletics) และมีการจัดงานเอ็กซ์โป เวลา 10.00-20.00 น. ขนทัพสินค้ากีฬาและสุขภาพเอาใจนักวิ่งปอดเหล็กจากทั่วโลกอีกด้วย นางนิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา “บุรีรัมย์มาราธอน” คือตัวอย่างความสำเร็จของการพัฒนากีฬาวิ่งอย่างเป็นรูปธรรม น่าประทับใจในทุกมิติ ทั้งด้านคุณภาพของการแข่งขัน การบริหารจัดการมาตรฐานระดับโลก รวมทั้งเป็นต้นแบบการมีส่วนร่วมของชุมชน ที่กล่าวได้ว่า เป็นหนึ่งในจังหวัดที่ประชาชน มีส่วนร่วมในการจัดมหกรรมกีฬามากที่สุด โดยการจัดงานยังช่วยยกระดับศักยภาพของเมืองบุรีรัมย์อย่างรอบด้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมสุขภาพ สร้างแรงบันดาลใจในการใช้ ‘กีฬา’ เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาในระดับจังหวัดและระดับประเทศได้อย่างแท้จริง พล.ต.ต.สุรพงษ์ อาริยะมงคล อุปนายกอาวุโสและเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่า บุรีรัมย์มาราธอนเป็นตัวอย่างความสำเร็จของการจัดการแข่งขันวิ่งบนถนนที่มีมาตรฐานระดับสากลในประเทศไทย ซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อทั้งวงการกีฬาและการท่องเที่ยว พร้อมแนะนำแนวทางการพัฒนางานวิ่งที่อยากให้ผู้จัดงานวิ่งในประเทศไทยตระหนัก เพื่อให้การจัดการแข่งขันวิ่งบนถนนในประเทศไทยมีมาตรฐานที่ดีอย่างต่อเนื่องและได้รับการยอมรับในระดับสากล อาทิ การขอรับรองมาตรฐานจากสมาคมกรีฑาฯ และขอการรับรองเส้นทางจาก World Athletics, การจัดระบบความปลอดภัยที่เข้มข้น, พัฒนาบุคลากรให้มีความรู้ด้านการจัดการแข่งขันอย่างมืออาชีพ สร้างมาตรฐานเดียวกันสำหรับงานวิ่งทุกรายการในประเทศ และส่งเสริมการวิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green Running Event) นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า เมื่อสิบปีก่อน ไม่มีใครคาดคิดว่าเมืองเล็ก ๆ ในภาคอีสาน จะก้าวขึ้นมาเป็น Sport Destination ระดับโลกได้ กลายเป็นสถานที่จัดงานมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก โมโตจีพี และงานวิ่งมาตรฐานระดับโลกอย่างบุรีรัมย์มาราธอน ทุกปีจังหวัดได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก สร้างเงินหมุนเวียนเศรษฐกิจหลายพันล้านบาท งานวิ่งบุรีรัมย์มาราธอนได้กลายเป็นแรงผลักสำคัญในการเปลี่ยนโฉมเมือง ทั้งในด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เกิดจากความร่วมมือทั้งภาครัฐเอกชนและประชาชน โดยเฉพาะกองเชียร์และอาสาสมัครนับหมื่นคน ที่ดูแลและส่งกำลังใจนักวิ่งตลอดเส้นทาง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นเทศกาลดนตรีที่ยาว 42.195 กิโลเมตร ถือเป็น Soft Power ที่ไม่มีที่ใดเหมือน นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการการแข่งขัน กล่าวถึงแนวคิดการพัฒนางานตลอด 10 ปี ว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากแค่การจัดงานปีละครั้ง แต่เกิดจากการทำงานหนักตลอด 365 วันของทุกปี โดยเราให้ความสำคัญกับเสียงของนักวิ่งทุกคน นำมาปรับปรุงให้ทุกครั้งดีขึ้นกว่าเดิม คำว่า “สวรรค์ของนักวิ่ง” ไม่ได้เป็นเพียงสโลแกน แต่เป็นแนวคิดหลักในการทำงานทุกขั้นตอน เราเคยนำบุรีรัมย์มาราธอนไปสู่จุดสูงสุดด้วยมาตรฐานสากลในระดับ Gold Label ในปี 2024 ทั้งหมดเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่ดีที่สุดของนักวิ่งที่ไม่เหมือนที่ไหนในโลก ปัจจุบันนักวิ่งสามารถนำเวลาของรายการเราไป ต่อยอดสมัครรายการวิ่งระดับเมเจอร์ในโลกนี้ได้ทุกเรซ ส่วนการสนับสนุนนักวิ่งต่อยอดไปยังเมเจอร์ระดับโลกรายการโตเกียวมาราธอนที่จะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 15 – 29 สิงหาคมนี้ เมื่อสมัครแล้วให้มารายงานตัวทางเพจบุรีรัมย์มาราธอนตามเวลาที่กำหนด ชาย 10 คน และหญิง 10 คนที่ทำเวลาดีที่สุดในระยะฟูลมาราธอน ซึ่งไม่ใช่ทีมชาติ ฝ่ายจัดฯ จะสนับสนุน ค่าสมัคร ค่าที่พักและค่าเดินทางเพื่อเป็นรางวัลพิเศษให้กับนักวิ่งได้สัมผัสงานวิ่งมาตรฐานระดับ Platinum Label นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวถึงการเดินทางตลอด 10 ปี ของงานว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมากมายหลายสิ่ง ทั้งจากวิ่งตอนเช้าเป็น Night Run, การเผชิญสถานการณ์โควิด-19, การพัฒนางานยกระดับจนได้รับการรับรองระดับเหรียญ Bronze, Sliver และ Gold ในปี 2024 รวมทั้งการตัดสินใจไม่ไปต่อในระดับ Platinum ในปี 2025 แต่หันมุ่งเน้นการตอบแทนและดูแลนักวิ่งเป็นหัวใจสำคัญเหนือทุกสิ่ง “สวรรค์ของนักวิ่ง” ยังคงเป็นแนวทางในการรังสรรค์งาน โดยได้รับความร่วมมือจากพี่น้องชาวบุรีรัมย์ที่แสดงให้เห็นว่าเมืองเล็กๆ สามารถสร้างมาตรฐานโลกได้ด้วยหัวใจที่ยิ่งใหญ่ และในโอกาสแห่งการเฉลิมฉลองในวาระ 1 ทศวรรษ นอกเหนือจากเงินรางวัล 1.65 ล้านบาท บุรีรัมย์มาราธอนปีนี้ จัดเต็มมอบของขวัญพิเศษและเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท ความพิเศษฉลอง10 ปี ได้แก่ 1.นักวิ่งที่สมัคร On site ด้วยตนเองทุกคนจะได้รับถุงเท้าวิ่งรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น เวอร์ชันฉลอง 10 ปี มูลค่า 420 บาท และสิทธิ์ลุ้นทองคำ 1 สลึง 10 เส้น 2.นักวิ่งที่วิ่งต่อเนื่องครบ 10 ปีจะได้รับเหรียญ BRM Superfan 3.มอบ “หมวก BRM Sub 3 ลิมิเต็ด” สำหรับนักวิ่งระยะ Marathon Sub 3 ที่วิ่งภายในเวลาต่ำกว่า 3:00:00 ชม. 4. มอบ “ไอเท็มลับ ฉลอง 10 ปี” ให้กับนักวิ่งทุกคน (จัดส่งไปกับ Race pack) นอกจากนี้บุรีรัมย์มาราธอนยังมอบเงินรางวัลพิเศษแบบจัดเต็มเช่นเคย มูลค่ารวม 1,300,000 บาท โดยจะสุ่มแจกให้กับนักวิ่งในทุกระยะ จำนวน 50 รางวัลต่อระยะ รวมทั้งหมด 200 รางวัล และบริการ “ภาพนักวิ่งฟรี” ในรูปแบบเรียลไทม์ ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ โดยปีนี้ยกระดับคุณภาพ และเพิ่มจำนวนของช่างภาพมากขึ้น , รางวัลพิเศษสำหรับนักวิ่งที่ทำ NEW PB จะได้รับคูปองหมูกระทะ 1 ชุด มูลค่า 250 บาท และยังมีของรางวัลจากผู้สนับสนุนอีกกว่า 100 รายการ นายสุรพล อุทินทุ ผู้บริหารน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง พันธมิตรหลักในฐานะไตเติ้ลสปอนเซอร์กล่าวว่า เพื่อตอกย้ำ ความมุ่งมั่นในการสนับสนุนมหกรรมการวิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยมาอย่างยาวนาน ในปี 2026 นี้ ซึ่งเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี จะมีทั้งกิจกรรมและของรางวัลพิเศษสำหรับนักวิ่งเพิ่มขึ้นไม่แพ้ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีการเสริมกิจกรรม “เก็บ-กลับ-รีไซเคิล” โดย บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ รีไซเคิล หรือ TBR ร่วมกันคัดแยกขวดน้ำดื่มหลังการบริโภค ทิ้งลงถังที่จัดไว้ทั่วบริเวณงาน เพื่อนำกลับเข้าสู่กระบวนรีไซเคิลอย่างถูกวิธี เพื่อนำไปแปรรูปเพื่อสร้างประโยชน์สูงสุด เพื่อสร้างงานวิ่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการจัดนิทรรศการ 10 ปี บุรีรัมย์มาราธอน พร้อมกิจกรรมพิเศษมากมายได้แก่ เปิดรับสมัครแบบ On-Site ซึ่งได้รับความสนใจจากนักวิ่งขาแรงจากทั่วประเทศนับพันคน ร่วมสมัครและรับของที่ระลึกเป็นถุงเท้าวิ่งรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่น เวอร์ชันฉลอง 10 ปี มูลค่า 420 บาท และสิทธิ์ลุ้นทองคำ 1 สลึง 10 เส้น ทั้งนี้ ฝ่ายจัดการแข่งขัน กำหนดการเปิดรับสมัครแบบออนไลน์ ในวันที่ 19 กรกฎาคม สำหรับนักวิ่งเก่าและวันที่ 20 กรกฎาคม สำหรับนักวิ่งใหม่ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครได้ที่ แฟนเพจ Buriram Marathon
- Millennium Auto Group celebrates its 25th anniversary.
มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จัดงานฉลองครบรอบ 25 ปี มอบ Exclusive Program สำหรับ BMW ‘The i7’ ลุ้นรับบัตรโดยสารการบินไทย ไป-กลับญี่ปุ่น และอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด ผู้จำหน่ายรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ มอเตอร์ไซค์ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายใต้ MGC-ASIA จัดงานฉลองครบรอบ 25 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัว Exclusive Program สำหรับ บีเอ็มดับเบิลยู ‘The i7’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The i7 the Incredible 7 Series’ โดยร่วมมือกับการบินไทย ให้ลูกค้าได้ลุ้นรับบัตรโดยสารสายการบินไป-กลับญี่ปุ่น มูลค่ารวมกว่า 600,000 บาท ยนตรกรรมอัลตราลักชัวรี่ เปี่ยมด้วยเทคโนโลยี ล้ำสมัย และเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 พร้อมมอบ Exclusive Program สุดคุ้มค่า ที่โชว์รูม บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขาทั่วประเทศ มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี แห่งความร่วมมืออันแน่นแฟ้นระหว่าง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และ มิลเลนเนียม ออโต้ ทั้ง 2 องค์กรนี้ได้ร่วมกันเสริมสร้างรากฐานทางธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆ กับการก้าวสู่ศักราชใหม่ร่วมกัน นอกจากนี้ เรายังคงร่วมกันยืนหยัดทำงานอย่างมุ่งมั่นเพื่อลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู, มินิ และ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างต่อเนื่อง สำหรับโอกาสพิเศษนี้ ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจกับทีมงาน มิลเลนเนียม ออโต้ สำหรับความมุ่งมั่นยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าในทุกๆ ด้าน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการรักษาสถานะของ บีเอ็มดับเบิลยู ในฐานะแบรนด์อันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทย เป็นเวลา 5 ปีติดต่อกัน ขอแสดงความยินดีอีกครั้งในโอกาสครบรอบ 25 ปี อันทรงคุณค่า และยินดีสำหรับความร่วมมือและการทำงานอย่างต่อเนื่องในอนาคต” ดร. สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู มิลเลนเนียม ออโต้ ก่อตั้งโชว์รูมแห่งแรกบนถนนพระราม 4 ตามด้วยสาขาลาดพร้าวเป็นแห่งที่สอง จากนั้นได้มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีโชว์รูมทั้งหมด 11 สาขาทั่วประเทศ รวมมินิเอกมัย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 7 สาขา - พระราม 4, ลาดพร้าว, พระราม 3, พัฒนาการ-ศรีนครินทร์, สยามพารากอน, ไอคอนสยาม และ มินิ เอกมัย ขณะที่ต่างจังหวัดมี 4 สาขาหัวเมืองหลัก – อุบลราชธานี, หาดใหญ่, ภูเก็ต และ สุราษฎร์ธานี มิลเลนเนียม ออโต้ มีความสัมพันธุ์ที่ดีกับ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และบริษัท การบินไทย มายาวนาน จึงขอใช้โอกาสนี้ แทนคำขอบคุณลูกค้าทุกๆ ท่าน ที่ได้มอบความไว้วางใจให้เราดูแล ด้วยการนำเสนอ ‘BMW The i7’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘The i7 the Incredible 7 Series’ ยนตรกรรมลักชัวรีระดับแฟลกชิป และเป็นรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100% รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 โดยมอบสิทธิประโยชน์ พร้อม Exclusive Program และสิทธิประโยชน์จาก การบินไทย รวมมูลค่ากว่า 600,000 บาท” คุณ กรกฏ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผมรู้สึกยินดีกับความร่วมมือครั้งนี้ ระหว่าง การบินไทย และ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ซึงทั้งสององค์กรนับว่ามีความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน โดยผมเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า การร่วมมือกันของทั้งสององค์กร จะเป็นการเกื้อกูลกันทางธุรกิจได้เป็นอย่างดี” ++ 25 ปีแห่งความภาคภูมิใจ กับ BMW Millennium Auto เนื่องในโอกาสฉลองครบรอบ 25 ปี มิลเลนเนียม ออโต้ ขอมอบสิทธิประโยชน์ พร้อม Exclusive Program ให้กับลูกค้า BMW ‘The i7’ ดังต่อไปนี้ • ฟรีแพ็คเกจดูแลบำรุงรักษานาน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง* • ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 3 ปี* • Wallbox Charger* • บัตรโดยสารสายการบินไทย ไป-กลับญี่ปุ่น จำนวน 4 ที่นั่ง(2 BC และ 2 ECO)* • กล่องใส่กุญแจ* • คะแนนสะสม Mobilife Point* • BMW Advance car eye 3.0 pro* • บัตรเครดิต UOB รูดจองสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่อน 0% นาน 3 เดือน* ขอเรียนเชิญลูกค้าและผู้ที่สนใจ สำรองที่นั่งเพื่อร่วมงาน High Tea Reception และกิจกรรมทดลองขับ BMW ‘The i7’ ในวันที่ 18-20 กรกฎาคม 2568 ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้ที่เบอร์โทร. 1286 ++ สั่งสมความเชื่อมั่น ผ่านงานบริการหลังการขาย ความเชื่อมั่นของลูกค้า คือ สิ่งที่ มิลเลนเนียม ออโต้ ให้ความสำคัญตามหลัก Customer Centric หรือการมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ด้วย บริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพ สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ส่งผลให้ มิลเลนเนียม ออโต้ สามารถดูแลรถยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู และ มินิได้อย่างดีที่สุดตามมาตรฐานสากล กับเครือข่ายศูนย์บริการ 9 สาขา รวมกว่า 150 ช่องซ่อม รองรับการให้บริการได้ถึง 113,000 คันต่อปี ความพร้อมของเครื่องมือพิเศษในการบำรุงรักษารถยนต์ไฟฟ้า และเครื่องชาร์จ DC กำลังแรงสูง 160 กิโลวัตต์ และ แบบ AC ทั้ง 9 สาขา รวมเป็นจำนวนกว่า 44 เครื่อง ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท ทีมช่างซ่อมรถยนต์ไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู และ มินิ ที่มีประสบการณ์สูง ผ่านการรับรองจาก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ปิดท้ายด้วยการมีสถาบันฝึกอบรมภายในองค์กร เรียกว่า มาสเตอร์ ออโตโมทีฟ เทรนนิ่ง พัฒนาต่อยอด และรักษามาตรฐานของทีมช่างในทุกมิติ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ฉลองครบรอบ 25 ปี อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมไฮไลท์เป็น ‘The i7’ ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับอัลตราลักชัวรี่’ ที่มาพร้อม Exclusive Program สุดคุ้มค่า ผสานความสนุกสนานด้วยคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ทั้งหมดเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ได้มอบความไว้วางใจ และร่วมทางมาด้วยกันอย่างอบอุ่นและยั่งยืน สอบถามข้อมูล โทร.1286 Millennium Auto Connect BMW Millennium Auto Line Official: https://bit.ly/2Z3ou46 (@millenniumauto) MINI Millennium Auto Line Official: https://lin.ee/Cg7ysco FB/IG: MINI Millennium Auto https://www.millenniumauto.co.th *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
- IRC - DID RIDE FOR LIFE 2025
สนุกเร้าใจกับ สายซิ่ง 2 ล้อ กับ IRC - DID RIDE FOR LIFE 2025 สนามที่ 6 อาทิตย์ ที่ 5-6 กรกฎาคม 2568 นี้ ณ สนามบินค่ายนวมินทราชินี มทบ.14 จ.ชลบุรี กับ 10 รุ่นแห่งความเร้าใจในการแข่ง ขัน ■1.รุ่นสมาร์ท ดรีมเวฟ 53 กล่องเดิม ล่างเดิมข้างเปิด 120โล ■2.รุ่นสมาร์ท Lead+Giorno ข้างโอเพ่น 160 โล ■3.รุ่นสมาร์ท ดรีมเวฟ 53 กล่องเดิมข้างเดิม ล่างเดิม 115 โล ■4.รุ่นสมาร์ท ทัวร์ริ่ง 59 ถังเดิม คาร์บูใหญ่ 1.5 มิล 135 โล ■5.รุ่นสมาร์ท ดรีมเวฟ 53 กล่องเดิม ทรงเชง 110 โล ■6.รุ่นสมาร์ท แฮนด์บน 59 คาร์บู 30 หรีดขาว 1.5 มิล 115โล ■7.รุ่นสมาร์ท ดรีมเวฟ 53 กล่องรีแมพ ล่างเดิมข้างเปิด 120 โล ■8.รุ่นสมาร์ท แบ็คเก็ต 14 วิ. ■9.รุ่น ( รุ่นพิเศษ กลุ่มปิด) ■10.รุ่น ( รุ่นพิเศษ กลุ่มปิด) พบกันสนามต่อไปเมืองราชบุรี วันที่ 9-10 สิงหาคม 2568 แล้วพบกัน จร้า ...... *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #IRCDIDRideForLifeSince2002 #ไรด์ฟอร์ไลฟ์บายสมาร์ทสปอร์ต #RFL2025 #IRCDIDRIDEFORLIFE2025 #IRC #DID #ไม่ซิ่งบนถนนหลวง #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con
- AION UT
นอกจากการอัปเกรดฟีเจอร์แล้ว เรายังมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้กับลูกค้า AION UT เพื่อสร้างความมั่นใจ และความสะดวกสบายในการเริ่มต้นใช้งาน ดังนี้: 1.ข้อเสนอพิเศษ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท ผ่อนรายวันต่ำสุดเพียง 180 บาท 2.รับประกันแบตเตอรี่ และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบรวม 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) , รับประกันตัวรถยนต์ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) 3.ฟรีอินเทอร์เน็ตบนรถยนต์ 2GB ต่อเดือน นาน 2 ปี สำหรับระบบความบันเทิงภายในรถ 4.บริการอัปเกรดระบบซอฟต์แวร์ OTA บนรถยนต์ตลอดอายุการใช้งาน 5.บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนฟรี 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 8 ปี 6.ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปีพร้อมบริการจดทะเบียนครบวงจร 7.ฟรีตรวจเช็คระยะครั้งแรก 8.ฟรีแพ็กเกจของตกแต่ง: ฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์และพรมปูพื้น 9.โปรโมชันพิเศษสำหรับอุปกรณ์ตกแต่งแท้และอุปกรณ์เสริม ส่วนลดสูงสุดถึง 6,000 บาท เช่น Wall Charger พร้อมบริการติดตั้ง, อุปกรณ์ V2L, ปืนชาร์จพกพาแบบ EU, ชุดสเกิร์ตรถยนต์ และอื่น ๆ (สิทธิประโยชน์นี้มีจำนวนจำกัด สำหรับผู้ที่จองภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 เท่านั้น) การเป็นตัวแทนของความทันสมัยและเทคโนโลยีของ AION UT ในงาน Bangkok Motor Show ปีนี้ เราสร้างประวัติศาสตร์ขึ้นมาได้ ติดอันดับที่ 2 ในหมวดแบรนด์พลังงานใหม่ และอันดับที่ 3 ในบรรดาแบรนด์รถยนต์ทั้งหมด ด้วยยอดสั่งจอง AION UT ถึง 4,568 คัน! การเปิดตัว AION UT ถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์ One GAC 2.0 ซึ่งได้ขับเคลื่อนโครงการในประเทศไทยในทุกด้านไม่ว่าจะเป็น ทั้งผลิตภัณฑ์ การผลิต ช่องทางจำหน่าย บริการ และระบบพลังงาน & โมบิลิตี้ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีกว่า ในด้านผลิตภัณฑ์ AION UT เป็นโมเดลกลยุทธ์ระดับโลกใหม่ของ GAC ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกของโลกในประเทศไทย และจะมีผลิตภัณฑ์ระดับโลกเพิ่มเติมในอนาคต เรามอบคุณค่าหลัก 3 ประการ คือ ■เทคโนโลยี: คุณค่าผลิตภัณฑ์ที่เหนือกว่า เพื่อประสบ การณ์ที่ดีกว่า ■การเพลิดเพลินในไลฟ์สไตล์: มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ■คุณภาพระดับชั้นยอด: เรานำมาซึ่งคุณค่าที่ยั่งยืนเกินความคาดหมาย ในด้านการผลิต เราจะเปิดตัวโมเดลดาวรุ่ง 2-3 รุ่นต่อปี ทั้ง EV และ Hybrid พร้อมส่งเสริมการผลิตในท้องถิ่น โดยร่วมมือกับซัพพลายเออร์ท้องถิ่น อัตราการใช้ชิ้นส่วนท้องถิ่นปัจจุบันอยู่ที่ 51% และจะเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ในด้านช่องทางจำหน่าย ภายในปี 2025 เราจะจัดตั้งตัวแทนจำหน่ายมาตรฐาน ONE GAC จำนวน 80 แห่ง เพื่อให้ครอบคลุมตลาดสำคัญทั้งหมด เรากำลังเร่งการ นำมาตรฐานการขายและบริการระดับโลก (GSSW) มาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของตัวแทนจำหน่ายและคุณ ภาพการบริการ ในด้านบริการ ในปีนี้จะมีการสร้างศูนย์บริการพรีเมียมมาตรฐาน 5 ดาวจำนวน 50 แห่ง พร้อมอะไหล่ในสต็อกท้องถิ่นกว่า 6,000 รายการ (มีพร้อมใช้ 90% สำหรับกรณีเร่งด่วน) บริการจัดส่งภายใน 24 ชั่วโมงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และ 2 วันสำหรับต่างจังหวัด มีช่างเทคนิคที่ได้รับการรับรองกว่า 300 คน พร้อมสนับสนุนศูนย์บริการแบตเตอรี่แห่งแรกของ GAC ซึ่งเป็นแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถซ่อมแซมชุดแบตเตอรี่ โมดูล และเซลล์ในทุกระดับได้ ในด้านระบบพลังงานและโมบิลิตี้ GAC เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายเดียวจากจีนที่มีระบบนิเวศพลังงานครบวง จรในต่างประเทศ โดยดำเนินการสถานีชาร์จ 58 แห่งแล้ว ผ่านแผน "ร้อยเมือง พันเครื่องชาร์จ" และ "ร้อยร้านพลังงานแสงอาทิตย์" ร่วมกับพาร์ทเนอร์และเรายังสนับ สนุนการพัฒนาบุคลากรด้าน EV อีกด้วย AION UT คือนิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนรุ่นใหม่ที่มีสไตล์สะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นทันสมัย ภายใต้แนวคิด "Futuristic Minimali sm" ซึ่งผสานระหว่างความล้ำยุคและ เรียบง่ายอย่างลงตัว ไฟหน้าแบบ Matrix LED ที่คมชัด พร้อมเส้นสายของตัวรถที่เฉียบคม ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยว เหมาะสำหรับผู้ใช้งานที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดย AION UT มาพร้อม 4 จุดเด่น ที่จะสร้างประสบการณ์ใหม่ของวงการยานยนต์ไฟฟ้าดังนี้ ■ จุดเด่นที่ 1 : UTmost Design Milan Design Aestheticsแรงบันดาลใจจากเมืองมิลาน ผสานศิลปะเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เปลี่ยนทุกการเดินทางให้มีสไตล์เหนือระดับ พร้อมกำหนดมาตรฐานใหม่แห่งยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยม ■Winky Headlight แรงบันดาลใจจากดวงตาที่เปล่งประกายและสง่างาม เส้นสายที่โค้งไหลลื่นสะท้อนความล้ำสมัย เสมือนดวง ตาที่มีชีวิต มอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความมีชีวิตชีวาให้กับทุกเส้นทาง ■Matrix Cube Light ไฟเลี้ยวหน้าและไฟท้ายทรงคิวบิก โชว์ดีไซน์ที่ผสานเทคโนโลยีกับแฟชั่นได้อย่างลงตัว โดดเด่นสะกดทุกสายตา ■จุดเด่นที่ 2 : UTmost Comfort ■Playground Cabin Comfort Space ห้องโดยสารแถวหลังมีพื้นที่กว้างถึง 1,385 มม. พร้อมพื้นที่วางขาที่สะดวกสบายมากขึ้นถึง 905 มม.รองรับผู้โดยสาร 3 คนได้สบายๆ กว้างขวางเกินคาดหมาย ■Transformable Seat สนุกกับการปรับเปลี่ยนพื้นที่ห้องโดยสารทั้งแถวหน้าและแถวหลังได้ตามความต้องการ หรือเลือกเปลี่ยนห้องโดยสารให้เป็นเตียงขนาดใหญ่ได้อย่างง่ายดาย ผสานความสนุกสนานเข้ากับประโยชน์ใช้สอยสูงสุด ■Butterfly-shaped Seat สัมผัสประสบการณ์ความสบายด้วยเบาะรูปทรงผีเสื้อ โอบรับทุกสัมผัสได้อย่างนุ่มนวล อ่อนโยน ถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ■จุดเด่นที่ 3 : UTmost Tech L2 Intelligent Driving ระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ง่ายและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น - ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360 องศา - เซนเซอร์กะระยะ ด้านหน้า 4 จุด / ด้านหลัง 4 จุด - ระบบ AUTOHOLD - ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) - ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตา (BSD) - ระบบเตือนการเปิดประตู (DOW) - ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA) - ระบบช่วยเตือนเมื่อรถคันหลังเข้าใกล้ (RAW) - ปิดเครื่องและปลดล็อคด้วยสัมผัสเดียวหลังจากการชน - ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชัน Stop & Go (ACC with Stop & Go) - ระบบควบคุมความเร็วอัจฉริยะ (ICA) - ระบบแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า (FCW) - ระบบเตือนการชนด้านหลัง (RCW) - ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) - ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติเมื่อความเร็วต่ำ (TJA) - ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW) - ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (LKA) - ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน และช่วยควบคุมรถเมื่อออกนอกเลน (ELKA) ■Voice Control ระบบสั่งการด้วยเสียง รองรับ 2 ภาษา (ไทย / อังกฤษ) รับคำสั่งได้ทั้งจากผู้โดยสารแถวหน้าและแถวหลัง เพื่อความสะดวกสูงสุด ■จุดเด่นที่ 4 : UTmost Safety Global Safety Standard ออกแบบตัวถังให้มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว ด้วยโครงสร้างเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง คิดเป็น 71% ของตัวถัง พร้อมหลังคาที่สามารถรองรับแรงกดได้ถึง 7 ตัน ■Magazine Battery 2.0 แบตเตอรี่ล้ำสมัยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ทน ทานต่อการบิดตัว 180 องศา โดยไม่เกิดประกายไฟหรือความร้อนสะสม ■Long Driving Range AION UT ขับสบาย เดินทางระยะไกลไร้กังวล พัทยา- โคราช ไป-กลับได้แบบไม่ต้องชาร์จระหว่างทาง มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ดังนี้ - AION UT Standard ระยะทางวิ่งสูงสุด 420 กม. มาพร้อม Magazine Battery 2.0 ขนาด 50.27 kWh - AION UT Premium ระยะทางวิ่งสูงสุด 500 กม. มาพร้อม Magazine Battery 2.0 ขนาด 60 kWh Fast Charge รองรับการชาร์จเร็วจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 24 นาที ภายในห้องโดยสารของ AION UT ได้รับการออกแบบอย่างประณีต เพื่อตอบสนองทั้งด้านความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ครบครัน โดยมาพร้อมแผงหน้าปัดแบบ Full Digital ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อทั้ง Apple CarPlay, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน เบาะนั่งคู่หน้ามาพร้อมระบบระบายอากาศ และฟังก์ชันปรับไฟฟ้า และระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย (ในรุ่น Premium) เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของผู้ขับและผู้โดยสาร *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #GACAIONประกาศเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงAION UT #GACGroup #AIONUT #ไอออนออโตโมบิลเซลส์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com
- Defence Run 2025 Let Your Heart Run
กระทรวงกลาโหมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “กลาโหมร่วมใจ เดิน - วิ่ง ด้วยหัวใจที่เทิดทูน” (Defence Run 2025 Let Your Heart Run) กระทรวงกลาโหมเดินหน้าสานต่อภารกิจสร้างสังคมเข้มแข็งผ่านการส่งเสริมสุขภาพและ ความสามัคคีของคนไทย กำหนดจัดงาน “กลาโหมร่วมใจ เดิน - วิ่ง ด้วยหัวใจที่เทิดทูน” ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๘ หรือ Defence Run 2025 Let Your Heart Run ชวนคนไทยหัวใจแกร่งมารวมพลังรักชาติ รักสุขภาพอีกครั้ง บนเส้นทางประวัติศาสตร์ ในวันอาทิตย์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ณ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ถนนสนามไชย ในวันอังคารที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และ พลเอก อดินันท์ ไชยฤกษ์ รองปลัดกระทรวงกลาโหม ร่วมแถลงข่าวการจัดกิจกรรม “กลาโหมร่วมใจ เดิน - วิ่ง ด้วยหัวใจที่เทิดทูน” ครั้งที่ ๒ ประจำปี ๒๕๖๘ (Defence Run 2025 Let Your Heart Run) ณ ห้องพินิตประชานาถ ในศาลาว่าการกลาโหม โดยมี ผู้แทนผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้แทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมถึงสื่อมวลชนร่วมการแถลงข่าว การจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “กีฬาสร้างคน คนสร้างชาติ” ตามแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยเปิดรับสมัครนักวิ่งทั้งมือใหม่และมือโปรจากทุกภูมิภาค รวมถึงข้าราชการและครอบครัวในสังกัดกระทรวงกลาโหม หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมพิชิตเส้นทางเกียรติยศกลางกรุงอย่างภาคภูมิ โดยตั้งเป้ามีผู้ร่วมกิจกรรมไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ คน สำหรับการจัดกิจกรรม “กลาโหมร่วมใจ เดิน - วิ่ง ด้วยหัวใจที่เทิดทูน” ประจำปี ๒๕๖๘ (Defence Run 2025 Let Your Heart Run) กำหนดจัดขึ้น ในวันอาทิตย์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ ระหว่างเวลา ๐๓.๓๐ - ๐๘.๐๐ นาฬิกา โดยเริ่มต้นจาก บริเวณด้านหน้าศาลาว่าการกลาโหม มุ่งหน้าเข้าถนนราชดำเนินใน ผ่านศาลฎีกา ข้ามสะพานผ่านพิภพลีลา ตรงไปถนนราชดำเนินกลาง ผ่านอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงไปข้ามสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตรงเข้าสู่ถนนราชดำเนินนอก จนถึงแยก จปร. เลี้ยวซ้าย ขึ้นสะพานพระราม ๘ มุ่งหน้าถนนยกระดับบรมราชชนนี วิ่งกลับเส้นทางเดิม เข้าเส้นชัย และคืนพื้นผิวการจราจร (เส้นทางวิ่ง) ภายในเวลาประมาณ ๐๗.๐๐ นาฬิกา โดยมีข้าราชการในสังกัดกระทรวงกลาโหมและครอบครัว หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ตลอดจนประชาชนทั่วไป มาร่วมแสดงออกถึงพลังความสามัคคีด้วยหัวใจที่เทิดทูน ที่สำคัญยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการออกกำลังกาย ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอีกด้วย การแข่งขันครั้งนี้เปิดรับนักวิ่ง ๔ ประเภท ได้แก่ ไมโครมาราธอน (๓ กม.), มินิมาราธอน (๑๐ กม.), ฮาล์ฟมาราธอน (๒๑ กม.) และประเภท VIP สำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษ โดยค่าสมัครเริ่มต้นเพียง ๖๐๐ บาท รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะถูกนำไปสมทบทุนมูลนิธิในพระบรมราชูปถัมภ์ รวมถึงสนับสนุนกิจกรรมเพื่อชุมชน ในพื้นที่ใกล้เคียงกระทรวงกลาโหม ทั้งนี้ ความพิเศษของกิจกรรมปีนี้ เริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๘ กับการรับเสื้อ และหมายเลขวิ่ง ณ ศาลาว่าการกระทรวงกลาโหม ก่อนจะปลดปล่อยพลังกันเต็มที่ในเช้าวันอาทิตย์ที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๘ โดยจะปล่อยตัวนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอน (๒๑ กม.) ในเวลา ๐๓.๓๐ น. ต่อด้วยกิจกรรมวอร์มร่างกายสุดคึกคักบนเวทีกลาง เวลา ๐๔.๐๐ น. และพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในเวลา ๐๔.๑๕ น. จากนั้นระยะมินิมาราธอน (๑๐ กม.) จะปล่อยตัวในเวลา ๐๔.๓๐ น. ตามด้วยไมโครมาราธอน (๓ กม.) เวลา ๐๔.๕๙ น. โดยมีกำหนด Cut-off เวลา ๐๔.๔๕ น. สำหรับระยะ ๒๑ กม. ที่กิโลเมตรที่ ๑๐.๕ กม. และ Cut-off ทุกระยะที่หน้า เส้นชัยไม่เกินเวลา ๐๗.๐๐ น. ไฮไลต์ยังไม่หมด เพราะจะมีพิธีมอบรางวัลในเวลา ๐๖.๓๐ น. ก่อนปิดท้ายอย่างภาคภูมิด้วยการร่วมร้องเพลงชาติและเชิดชูธงไตรรงค์ในเวลา ๐๘.๐๐ น. ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ ทางเว็บไซต์ www.gotorace.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๘ หรือจนกว่าจะครบจำนวนผู้สมัครที่กำหนดไว้ และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Defence Run 2025 : Let Your Heart Run
- Smart Cloud Platform™
ไฟร์ไบรท์เปิดตัวระบบนิเวศแบตเตอรี่สลับครบวงจรในประเทศไทย พลิกโฉมการใช้รถ EV เชิงพาณิชย์ด้วยเทคโนโลยีลํ้าหน้าจากประเทศจีนที่ผ่านการพิสูจน์แล้ว บริษัท ไฟร์ไบรท์ (ประเทศไทย) จำกัด (FBT) ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) ได้เปิดตัว “ระบบนิเวศแบตเตอรี่สลับ” อย่างเป็นทางการในประ เทศไทย ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการเข้าสู่ตลาดไทยอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการแนะนำโซลูชั่นการสลับแบต เตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแบบครบวงจรที่ผสานรวมยานยนต์อัจฉริยะ แบตเตอรี่แบบแยกส่วน สถานีสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติ และแพลตฟอร์มคลาวด์เฉพาะทาง โดยระบบนี้จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และความยั่งยืนให้แก่ภาคขนส่งและโลจิสติกส์ ในประเทศ ไทย ด้วยประสบการณ์ด้านการวิจัยและพัฒนามากกว่า 15 ปี ในอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ไฟร์ไบรท์เป็นผู้ นำในการพัฒนาเทคโนโลยีเฉพาะทางแบบครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ระบบจัดการแบตเตอรี่อัจฉริยะ (BMS) ที่ขับเคลื่อนด้วย AI แบตเตอรี่แบบแยกส่วนที่มีนํ้าหนักเบา ไปจนถึงสถานีสลับแบตเตอรี่แบบอัตโนมัติครบวง จร โดยระบบสามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้ภายในเวลาเพียง 3 นาที ลดเวลาการจอดรถได้ถึง 70% และเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงานของยานพาหนะในระบบขนส่งและคมนาคมอย่างเห็นได้ชัด สถานีแบบ ‘All-in-One’ ของไฟร์ไบรท์ ผสานการสลับแบตเตอรี่ การตรวจสอบคุณภาพอัตโนมัติ และระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะเข้าด้วยกัน สามารถให้บริการยานพาหนะได้มากกว่า 300 คันต่อวัน และปรับความจุของแบตเตอรี่ให้เหมาะกับลักษณะของยานยนต์แต่ละประเภท ไฟร์ไบรท์เป็นผู้ริเริ่มเทคโนโลยี Split Pack Swap™ เทคโนโลยีที่พัฒนาเพื่อให้สามารถใช้งานแบตเตอรี่ร่วมกันได้ระหว่างรถหลากหลายประเภท ตั้งแต่ รถ SUV รถกระบะ ไปจนรถเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก นวัตกรรมนี้ ช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน และเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งานให้แก่ผู้ประกอบการอย่างมีประสิทธิภาพแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อนด้วยระบบจัดการแบตเตอรี่ที่เป็นมาตร ฐานและยั่งยืน ■ แพลตฟอร์มคลาวด์อัจฉริยะของไฟร์ไบรท์ (Smart Cloud Platform™) ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางระบบ ■จัดการพลังงานโดยสามารถ ➤ ตรวจสอบสุขภาพแบตเตอรี่แบบเรียลไทม์ (SOH) ➤ ระบบประเมินความปลอดภัยล่วงหน้า ➤ จัดตารางเดินรถเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดด้วยระบบ AI ➤ การจำลองแบบดิจิทัลในการเลือกเส้นทางเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ➤ บริการด้านการจัดการพลังงานและการดูแลแบตเตอรี่ ในพิธีเปิดตัวระบบ EV ของไฟร์ไบรท์ คุณเฉินฟาง CEO ได้ประกาศเปิดตัวบริการ Energy-as-a-Service (EaaS) รวมถึงเปิดตัวบริการซ่อมบำรุงแบตเตอรี่อัตโนมัติอย่างเป็นทางการในประเทศไทย คุณเฉินฟาง ระบุว่า บริการด้านพลังงานและแบตเตอรี่ของไฟร์ไบรท์ออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหาหลักของผู้ใช้รถ EV และยังคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของลูกค้า โดยจุดเด่นของบริการนี้ประกอบด้วย : 1. ลดระยะเวลาการชาร์จ: แทนที่จะต้องชาร์จนาน 2–3 ชั่วโมง การเปลี่ยนแบตเตอรี่ใช้เวลาเพียง 3–5 นาที 2. ลดโอกาสการเสื่อมของแบตเตอรี่: เหมาะอย่างยิ่งกับระบบขนส่งที่ใช้งานหนัก เช่น วิ่งเกิน 200 กิโลเมตรต่อวัน เพราะแบตเตอรี่ EASY EV ของ FBT มีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไปอย่างมีนัยยะสำคัญ 3. ระบบการจัดการแบบ WIN-WIN: โมเดลธุรกิจสร้างขึ้นให้มีความยืดหยุ่นและสร้างประโยชน์ร่วมกันสำหรับทุกฝ่าย หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นคือ รถกระบะที่ใช้ระบบสลับแบตเตอรี่ของ FBT แม้ผ่านการใช้งานไปแล้วกว่า 400,000 กิโลเมตรในระยะเวลากว่า 6 ปี การทำงานของแบตเตอรี่ยังคงประสิทธิภาพ “เหมือนใหม่” คุณเฉินยังยํ้าว่า “โซลูชั่นของไฟร์ไบรท์ ยังช่วยลดต้น ทุนรวมของการเป็นเจ้าของรถ (TCO) ได้มากกว่า 20% สำหรับการใช้งานในระบบขนส่งและภาคธุรกิจที่ต้องใช้รถวิ่งในระยะทางไกลในทุกวัน โดยที่นักลงทุนสามารถมีเงินสดหมุนเวียนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้งาน และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (IRR) ได้มากกว่า 30% ■วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ด้านการตลาด สำหรับประเทศไทย ไฟร์ไบรท์มุ่งเน้นกลุ่มลูกค้า B2B โดยเฉพาะผู้ให้บริการระบบขนส่ง ผู้ประกอบการแท็กซี่ ธุรกิจขนส่งควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐ ไฟร์ไบรท์ตอบทุกโจทย์ด้วยรูปแบบธุรกิจที่หลากหลาย ตั้งแต่การขายขาด ระบบเช่า ไปจนการร่วมทุนกับพันธ มิตรในประเทศ โดยยึดหลัก “ต้นทุนตํ่า รวดเร็ว และความปลอดภัย รอบด้าน” พร้อมทีมวิศวกรและบริการหลังการขายในประเทศไทย ในปีแรก ฝ่ายจัดการบริการพลังงานของไฟร์ไบรท์ตั้งเป้าเปิดสถานีสลับแบตเตอรี่มากกว่า 20 แห่งภายในปี 2568 และจะเพิ่มอีกกว่า 100 แห่งในปี 2569 โดยในช่วงแรกบริษัทฯ จะขยายบริการด้านการจัดการพลังงานในพื้นที่กรุงเทพฯ ตามด้วยการให้บริการทั่วประเทศ บริษัทฯ ได้เชิญพันธมิตรในประเทศเข้าร่วมในรูปแบบ Co-Investment หรือ แฟรนไชส์ ซึ่งสามารถคืนทุนได้ภายใน 2–3 ปี ขณะเดียวกันยังร่วมมือกับผู้ให้บริการพลังงานระดับประเทศและ บริษัทฯ ขนส่งในประเทศ ไทยเพื่อพัฒนาโครงการนำร่องที่สามารถใช้งานได้จริง อีกหนึ่งในจุดแข็งหลักของไฟร์ไบรท์ คือความเข้าใจตลาดประเทศไทยอย่างลึกซึ้ง บริษัทฯ ได้พัฒนารถยนต์และ รถกระบะไฟฟ้าพวงมาลัยขวาระบบสลับแบตเตอรี่ได้รุ่นแรกของโลก แสดงถึงจุดยืนในการมุ่งมั่นพัฒนาไปไกลกว่าเพียงดัดแปลงจากโซลูชั่นที่มีอยู่แล้ว “ไฟร์ไบรท์ไม่ได้เปิดตัวที่ประเทศไทยเพียงเพื่อขายรถยนต์ไฟฟ้า แต่เรามาเพื่อสร้างระบบที่ทำให้การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยง่ายขึ้น คุ้มค่าขึ้น และใช้ได้จริง เรานำเสนอระบบที่พร้อมใช้งานทันที ช่วยลดเวลาชาร์จ ลดต้นทุนการดำเนินงาน ยืดอายุแบตเตอรี่ และเพิ่มประสิทธิภาพ เราขอขอบคุณพันธ มิตรทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ และขอเชิญทุกคนมาร่วมกันสร้างระบบพลังงานที่ฉลาด ยั่งยืน และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน” คุณ Carrie Xiong รองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ไฟร์ไบรท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือเพื่อความสำเร็จร่วมกัน” ไฟร์ไบรท์พร้อมร่วมมือกับพันธมิตรในประเทศ ทั้งผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ให้บริการ และนักลงทุน เพื่อเพิ่มคุณค่าสูงสุด ผ่านระบบจัดการพลังงานของไฟร์ไบรท์ คุณเฉินฟางกล่าว ■เกี่ยวกับ Firebright■ บริษัท Shanghai Firebright New Energy Technology จำกัด เป็นผู้บุกเบิกโซลูชั่น EV แบบครบวงจร ที่ผสานรถยนต์ แบตเตอรี่ สถานี และระบบคลาวด์เข้าด้วยกัน ด้วยประสบการณ์มากกว่า 15 ปีในภาคพลังงานใหม่ ขณะที่ Firebright Thailand (FBT) ทำหน้าที่เป็นศูนย์ กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับตลาดในประเทศและภูมิภาค ■เหตุการณ์สำคัญของไฟร์ไบรท์ 2010 • พัฒนาระบบจัดการแบตเตอรี่ (BMS) ที่ลํ้าหน้าระดับโลก 2013 • เปิดให้บริการแท็กซี่ EV ที่เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้เชิงพาณิชย์เป็นครั้งแรกของโลก 2015 • พัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่แบบสลับแยกชิ้นแรกของโลก 2020 • เปิดตัว Easy EV Solution 1.0 ที่งาน CES ลาสเวกัส 2021 • เปิดตัว Easy EV Solution 2.0 ที่งาน EVS34 เมืองหนานจิง 2022 • เริ่มโครงการนำร่องในจีน ‣ สถานีสลับแบตเตอรี่ 15 แห่ง ‣ ให้บริการแท็กซี่นับพันคัน 2023 • เปิดตัวสถานีสลับแบตเตอรี่ที่รวมระบบไมโครกริด พร้อมระบบจัดเก็บพลังงาน (ESS) 2024 • เปิดตัว Easy EV Solution 3.0 ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45 2025 • ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ Firebright Thailand ที่กรุงเทพฯ • สร้างสถานีสลับแบตเตอรี่อัตโนมัติแห่งแรกในอาเซียน • เปิดตัวรถ EV แบบสลับแบตเตอรี่พวงมาลัยขวารุ่นแรกของโลก • เปิดตัวรถกระบะไฟฟ้าที่เปลี่ยนแบตเตอรี่ได้รุ่นแรกของโลก *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ไฟร์ไบรท์เปิดตัวระบบนิเวศแบตเตอรี่สลับครบวงจรในประเทศไทยพลิกโฉมการใช้รถEV #รถไฟฟ้า #แบตเตอรี่รถไฟฟ้า #ไฟร์ไบรท์ประเทศไทย #สลับแบตเตอรี่ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con











