top of page

Search this site

1388 results found with an empty search

  • ททท. สนับสนุน “Weibo Gala 2026 : Weibo Cultural Communication Night” ผสานพลังสื่อดิจิทัลและคอนเทนต์ รุกตลาดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพ

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้ารุกตลาดนักท่องเที่ยวจีน สนับสนุนการจัดงาน “Weibo Gala 2026 : Weibo Cultural Communication Night” ในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ สยาม พารากอน ฮอลล์ กรุงเทพมหานคร ใช้พลังแพลตฟอร์มดิจิทัลและอุตสาห กรรมบันเทิงเชื่อมความสัมพันธ์ไทย–จีน 51 ปี พร้อมรับรางวัล Weibo Thailand Best Travel Destination Country ตอกย้ำความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวจีนที่มีต่อประเทศไทย ดึงศิลปินไทย–จีนถ่ายทอดเสน่ห์การท่องเที่ยวผ่านคอนเทนต์ Vlog สู่ผู้ชมหลายร้อยล้านคนบน Weibo ควบคู่การผลักดันแคมเปญ Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads เพื่อสร้างการรับรู้ กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพ และเสริมสร้างความผูกพันระยะยาวระหว่างนักท่องเที่ยวจีนกับประเทศไทย ผ่านประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่อย่างครอบคลุม นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ททท. สนับสนุนการจัดงาน “Weibo Gala 2026 : Weibo Cultural Communication Night” ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 8 สิงหาคม 2569 ณ สยามพารากอน ฮอลล์ กรุงเทพมหา นคร เพื่อยกย่องบุคคลและองค์กรผู้สร้างสรรค์ผลงานด้านบันเทิง วัฒนธรรม และการสื่อสารที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยงานดังกล่าวสอดคล้องกับภารกิจของ ททท. ในการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวคุณภาพจากตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดยุทธศาสตร์สำคัญ งานนี้รวบรวมศิลปิน ผู้ทรงอิทธิพลบนสื่อสังคมออนไลน์ สื่อมวลชน และผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์จากทั้งไทยและจีน ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว อีกทั้งยังได้รับการเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม Weibo และสื่อออนไลน์ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากในประเทศจีน จึงนับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทย และขยายการรับรู้ด้านการท่องเที่ยวสู่กลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในโอกาสเดียวกันนี้ ททท. ยังได้รับรางวัล Weibo Thailand Best Travel Destination Country สะท้อนความร่วมมือและความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการยกระดับมาตรฐานสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวไทย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาสัมผัสเสน่ห์ Amazing Thailand รวมทั้งสะท้อนความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่นักท่องเที่ยวชาวจีนมีต่อประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ททท. ยังเชิญนักแสดงชาวจีน He Changxi และ He Yanzhao เดินทางมาสัมผัสประ สบการณ์ท่องเที่ยวในประเทศไทย ทั้งเกาะเสม็ด จังหวัดระยอง และย่านทรงวาด–ตลาดน้อย กรุงเทพมหานคร ขณะที่นักแสดงไทย อาโป ณัฐวิญญ์ และ Butterbear เดินทางไปถ่ายทำคอนเทนต์ ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อนำเสนอเสน่ห์ของวัฒนธรรม อาหาร วิถีชีวิต และแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของทั้งสองประเทศสู่ผู้ชมชาวจีน ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีนานาชาติ พร้อมกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีน รวมถึงกลุ่มแฟนคลับศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ และผู้ใช้งานแพลต ฟอร์ม Weibo ให้เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย สร้างการใช้จ่ายในภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง และตอกย้ำบทบาทของอุตสาหกรรมบันเทิงในฐานะ Soft Power สำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเสน่ห์ไทยสู่สายตาชาวโลก การสนับสนุนและความร่วมมือครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมแรงขับเคลื่อนตลาดนักท่องเที่ยวจีน ควบคู่กับการดำเนินงานด้านการตลาดของ ททท. สำนัก งานในประเทศจีนทั้ง 5 แห่ง ผ่านแคมเปญ Amazing Thailand, The Journey Your Heart Leads ภายใต้โครงการ “中泰一家亲 : จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” ถ่ายทอดแนวคิด “การเดินทางที่หัวใจเลือก” เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่เข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวจีนยุคใหม่ พร้อมมอบประสบการณ์การเดินทางที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ ความสนใจ และความรู้สึกของแต่ละบุคคล อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่น ความประทับใจ และความผูกพันกับประเทศไทยในระยะยาว

  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ส่ง “มิตซูรุ” รีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์รับ 65 ปี พร้อมเชื่อมแนวคิด “Enjoy the Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” สู่ลูกค้าชาวไทยทุกเจเนอเรชัน จอยได้ทุกแชต!

    ดาวน์โหลดสติกเกอร์ไลน์ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” ฟรี วันนี้ – 26 สิงหาคมนี้ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด รีเฟรชภาพลักษณ์แบรนด์ด้วย “มิตซูรุ” (MITSURU) แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่! ในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยโดย “มิตซูรุ” ถือเป็นตัวแทนของแนวคิด “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” สะท้อนวิสัยทัศน์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในฐานะ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านการเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับผู้คนในรูปแบบที่ทันสมัยและเข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น พร้อมส่งต่อเรื่องราวของแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ลูกค้า รวมถึงถ่ายทอดพลังแห่งความสนุกสนานและแรงบันดาลใจให้ทุกเจเนอเรชัน พร้อมต่อยอดคาแรกเตอร์ให้ใกล้ชิดกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น ผ่านชุดสติกเกอร์ไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” ที่จะพาความจอยไปอยู่ในทุกบทสนทนา “มิตซูรุ” (MITSURU) เป็นเด็กหนุ่มพลังงานสูง (The Energetic Boy) ผู้เปี่ยมด้วยพลังบวก รักการเดินทาง ชื่นชอบการผจญภัย และเปิดรับประสบการณ์ใหม่อยู่เสมอ โดยความหมายของชื่อมิตซูรุ เกิดจากการผสมคำว่า “มิตซู” (MITSU) จากชื่อ “มิตซูบิชิ” แบรนด์ที่คนไทยคุ้นเคย ซึ่งเมื่อได้ยินแล้วสะท้อนถึงความใกล้ชิดและเชื่อมโยงกับแบรนด์ได้ทันที และ “รุ” (RU) เสียงลงท้ายในแบบภาษาญี่ปุ่น สื่อถึงรากฐานความน่าเชื่อถือและความสมบูรณ์ โดยเมื่อรวมกันแล้ว “มิตซูรุ” (MITSURU) จึงเป็นชื่อที่ออกเสียงและจดจำได้ง่าย หลอมรวมความเป็นมิตซูบิชิ แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น ประกอบกับความคุ้นเคยของผู้บริโภคชาวไทยไว้ด้วยกัน แม้จะมีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น แต่มิตซูรุได้รับการหล่อหลอมให้เติบ โตและใช้ชีวิตในประเทศไทย จึงเข้าใจผู้คน วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ของคนไทยได้เป็นอย่างดี เปรียบเสมือนมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ดำเนินธุรกิจเคียงข้างสังคมไทยและได้รับความไว้วางใจมายาวนานกว่า 65 ปี เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ตั้งแต่การใช้ชีวิต การขับขี่ เทคโนโลยี ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย มิตซูรุได้รับการออกแบบให้มี 4 คาแรกเตอร์ เริ่มจาก Master คาแรกเตอร์ออริจินัล ของมิตซูรุ ที่ให้ความมั่นใจ พร้อมพาทุกคนออกไป “จอยได้ทุกเส้นทาง ” ต่อด้วย Motorsport คาแรกเตอร์ที่ ตอกย้ำดีเอ็นเอแห่งการผจญภัย ความมุ่งมั่น และความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ผ่านลุคนักแข่งทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต เจ้าของแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลและประเภททีม จากการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 สำหรับ HEV มาด้วยคาแรกเตอร์โทนสีฟ้าตามแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 เทคโนโลยีการขับขี่ ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ซึ่งเป็นจุดเด่นของไลน์อัปรถยนต์ไฮบริดอย่าง มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ปิดท้ายด้วย AFS (After-Sales Service) คาแรกเตอร์ช่างเทคนิคมืออาชีพ ที่พร้อมดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถัน ในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าอุ่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดตลอดการใช้งาน “มิตซูรุ” จะทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการสื่อสารเรื่องราวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ทั้งบนแพลตฟอร์มดิจิทัล กิจกรรมทางการตลาด และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ในแบบฉบับ “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” ไปด้วยกัน เติมความจอยกับ มิตซูรุ ผ่านชุดสติกเกอร์ไลน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Enjoy The Ride with Mitsuru!” เพียงเพิ่มเพื่อน LINE Official Account: @MitsubishiMotorsTh หรือที่ https://mmth.site/4w29tZS และดาวน์โหลดสติกเกอร์ฟรีทันทีได้ที่ https://line.me/S/sticker/37641 ตั้งแต่วันนี้ – 26 สิงหาคม 2569

  • เสน่ห์ไทย Feel All The Feelings @สองสมุทร... สุดสา คร 🌊 🕊️ ชวนทุกคนมาเที่ยว ชิม ช้อป เรียนรู้ และสัมผัสเสน่ห์ของสมุทรสาคร และสมุทรสงคราม ในงานเดียว! 14-16 สิงหาคมนี้

    🍽 Must Taste & Must Buy "ตลาดสองสมุทร" อิ่มอร่อยกับอาหารทะเลสด อาหารทะเลแปรรูปจากร้านค้าชื่อดัง พร้อมเลือกซื้อสินค้า GI และของดีขึ้นชื่อจากสองจังหวัด พร้อมลิ้มลอง เมนู Signature ที่รังสรรค์จากวัตถุดิบท้องถิ่น 🎨 Must Try "Experience Workshop" ร่วมกิจกรรมเวิร์กชอปสุดสร้างสรรค์ ✨ เพ้นท์ลายเบญจรงค์ (ดอนไก่ดี) ✨ ประดิษฐ์ของที่ระลึกจากวัสดุเหลือใช้ (Freedom Art) ✨ ผลิตภัณฑ์เปเปอร์มาเช่จากกระดาษเหลือใช้ (Paper Art Thai) ✨ เรียนทำขนมไทยโบราณ (บ้านเตาตาล) ✨ สาธิตการทำอาหารสำรับชาววัง (อุทยาน ร.2) 📖 Must Seek "Learning & Storytelling" เรียนรู้เรื่องราวอันทรงคุณค่าของสองสมุทร ผ่านนิทรรศการและการเล่าเรื่องราวของสมุทรสาครและสมุทรสงคราม เส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงสองจังหวัด 🎭 Must See "Cultural Performance Stage" ชมการแสดงสุดประทับใจตลอดทั้งงาน : การแสดงเชิดสิงโตและมังกร : โขนเด็ก : ระบำสาวนาเกลือ 🗓 14–16 สิงหาคม 2569 📍 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล มหาชัย 💃 ไฮไลต์พิเศษ! พบกับการประกวด MAHACHAI Cover Dance Contest 2569 📅 15 สิงหาคม 2569 🎉 พร้อมกิจกรรม ความสนุก โปรโมชั่น และของอร่อยอีกมากมายตลอด 3 วัน แล้วมาสัมผัสทุกความรู้สึก...กับเสน่ห์ของสองสมุทรไปด้วยกัน

  • ปั๊ม PT รับป้ายมาตรฐาน "หัวจ่ายเชื้อเพลิงสีทอง" ตอก ย้ำบริการโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค

    บมจ. พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) รับมอบป้ายสัญลักษณ์ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ระดับสีทอง” ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของการันตีมาตรฐานความถูกต้องแม่นยำของหัวจ่ายน้ำมัน จากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานการให้บริการที่มีคุณภาพสุงสุดให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดย นายเอก อภิรักษ์ธนากร ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายบริหารสถานี บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด รับมอบป้ายสัญลักษณ์ “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตร ฐาน (Fuel Dispenser Verified)” สีทอง จากนางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ทั้งนี้ PTG เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้บริโภคในการใช้บริการสถานีบริการน้ำมัน PT ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและความตั้งใจของ PTG ที่ให้ความสำคัญและมีความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานทั้งด้านปริมาณ คุณภาพ และความโปร่งใสในการให้บริการ ถือเป็นกำลังใจสำคัญในการพัฒนาคุณภาพการให้บริการอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญให้ประชาชนได้มั่นใจได้ว่าสถานีบริการน้ำมันภายใต้แบรนด์ PT ทุกแห่งทั่วประเทศให้บริการด้วยมาตรฐานที่ดี ถูกต้อง โปร่งใส และเชื่อถือได้ นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยภายหลังร่วมตรวจสอบมาตรวัดปริมาตร น้ำมันเชื้อเพลิง และมอบป้ายสัญลักษณ์ “โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน (Fuel Dispenser Verified)” สีทอง ให้กับสถานีบริการน้ำมันซัสโก้ สถานีบริการน้ำมันพีที และสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ เพียวไทย กรมการค้าภาย ใน ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภค และการสร้างมาตรฐานการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับน้ำมันเชื้อเพลิงครบปริมาณตามที่ชำระเงิน และได้รับความเป็นธรรมทุกครั้งที่เข้ารับบริการ สำหรับป้ายสัญลักษณ์ “สีทอง” ถือเป็นระดับสูงสุดของโครงการฯ ที่มอบให้แก่สถานีบริการน้ำมัน ที่สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ได้อย่างถูกต้องครบถ้วนต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยสถานีบริการที่ได้รับป้ายดังกล่าวจะต้องมีการทดสอบหัวจ่ายน้ำมันอย่างสม่ำเสมอ มีถังตวง 5 ลิตรที่ผ่านการสอบเทียบตามระยะเวลาที่กำหนด และมีพนักงานที่ผ่านการอบรมการทดสอบน้ำมันจากกรมการค้าภายใน สะท้อนถึงความพร้อมของสถานีบริการในการดูแลมาตรฐานหัวจ่ายน้ำมันด้วยตนเอง ควบคู่กับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ชั่งตวงวัด โครงการ "หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน (Fuel Dispenser Verified)" เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการค้าน้ำมัน เพื่อยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลหัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง โดยส่งเสริมให้สถานีบริการมีระบบตรวจสอบคุณภาพด้วยตนเองควบคู่กับการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ ชั่งตวงวัด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการกำกับดูแลและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ มีผู้ประกอบการค้าน้ำมันเข้าร่วมโครงการรวม 12 บริษัท ได้แก่ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.บริหารธุรกิจค้าปลีก จำกัด บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไซโนเปค ซัสโก้ จำกัด บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด บริษัท พี โอ ออยล์ จำกัด และบริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ปัจจุบัน มีสถานีบริการน้ำมันแบรนด์หลักทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการ 7,092 สถานี จากจำนวนสถานีบริการน้ำมันแบรนด์หลักทั้งหมด 8,234 สถานี คิดเป็น 86.13% โดยแบ่งเป็นสถานีที่ได้รับป้ายสัญลักษณ์สีน้ำเงิน 2,088 สถานี ป้ายสีเงิน 4,073 สถานี และป้ายสีทอง 931 สถานี สะท้อนถึงความร่วมมือของผู้ประกอบการในการยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างเป็นรูปธรรม การได้รับป้ายสัญลักษณ์แต่ละระดับไม่ได้เกิดขึ้นจากการสมัครเพียงอย่างเดียว แต่สถานีบริการจะต้องผ่านหลักเกณฑ์ที่กรมการค้าภายในกำหนด อาทิ การราย งานผลการทดสอบหัวจ่ายอย่างสม่ำเสมอ การมีถังตวงมาตรฐานที่ผ่านการสอบเทียบ การมีพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมจากกรมการค้าภายใน รวมถึงต้องไม่กระทำผิดกฎหมายชั่งตวงวัด หากไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะถูกเพิกถอนสิทธิการเข้าร่วมโครงการทันที “กรมการค้าภายในตั้งเป้าหมายให้ภายในปี 2569 มีสถานีบริการที่ได้รับป้ายสีทองประมาณ 700 สถานี และภายในปี 2570 จะขยายจำนวนสถานีบริการที่ได้รับป้าย สีทองให้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองประชาชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทั้งนี้ กรมการค้าภายในจะยังคงกำ กับดูแล ตรวจสอบ และส่งเสริมให้สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศรักษามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง” นางสาวญาณี กล่าว

  • KFC ประเทศไทย อัปเลเวลความอร่อยมื้อวันแม่ปีนี้ให้จุใจกว่าเดิม รับฟรี! “ซอสพริกจัมโบ้” ปริมาณเพิ่มขึ้น 50% เพียงซื้อชุดบักเก็ตที่ร่วมรายการราคา 349 บาทขึ้นไป ตั้งแต่ 8 – 12 สิงหาคมนี้ ที่ร้าน KFC

    วันแม่ปีนี้ KFC ประเทศไทย ชวนทุกครอบครัวร่วมเติมเต็มมื้อพิเศษด้วย “ซอสพริกจัมโบ้” รับฟรี 1 ถุง เมื่อซื้อชุดบักเก็ตที่ร่วมรายการราคา 349 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้าน KFC ทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ) การกลับมาของ “ซอสพริกจัมโบ้” ครั้งนี้ ต่อยอดมาจากความสำเร็จของปีผ่านมา ที่ได้สร้างกระแสและได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างถล่มทลาย กลายเป็นเรื่องระดับชาติ และไอคอนของวันแม่ไทยไปแล้ว จากอินไซต์เรียบง่ายสุดโดนใจของมนุษย์แม่ทั่วฟ้าเมืองไทยที่ชอบเก็บซองซอสไว้ให้คนในครอบครัว จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสู่การเสิร์ฟ “ซอสพริกจัมโบ้” ที่พลิกนิยามประสบการณ์การเฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่แบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ปีนี้ KFC ประเทศไทย ในฐานะแบรนด์อันดับ 1 เจ้าตลาดไก่ทอด ขอสานต่อการเอาใจคุณแม่สายเก็บ และตอบรับคำเรียกร้องของแฟน ๆ ที่อยากได้ซอสซองใหญ่ขึ้นและจุใจขึ้นกว่าเดิม จึงขอส่ง “ซอสพริกจัมโบ้” ที่ขนาดใหญ่จุใจกว่าเดิมถึง 50% จากขนาดที่เคยเทียบเท่าซอสพริกปกติ 55 ซอง เพิ่มเป็นจำนวนเทียบเท่าถึง 83 ซอง ให้คุณแม่ไม่ต้องแอบเก็บ ไม่ต้องคอยแบ่ง และไม่ต้องกังวลว่าซอสจะหมด ทุกคนในครอบครัวสามารถจิ้มได้เต็มคำ ฉ่ำได้เต็มที่ และแชร์ความอร่อยร่วมกันได้ทั้งครอบครัว เพราะสำหรับ KFC ความพิเศษของวันแม่เกิดขึ้นได้จากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แสดงถึงความเข้าใจและความใส่ใจ เช่นเดียวกับซอสพริกจัมโบ้ ที่ช่วยให้มื้อไก่ทอดกลายเป็นช่วงเวลาที่สนุก อบอุ่น และอร่อยยิ่งขึ้น เมื่อทุกคนได้พร้อมหน้ากันกินไก่ทอดคู่กับซอสพริกผู้พันกันอย่างจุใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแฮชแท็ก #ซอสพริกจัมโบ้ #ซอสพริกฟรี #เคเอฟซี #kfcthailand พร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษ รวมถึงข่าวสารจาก KFC ได้ที่ Facebook @KFCThailand, TikTok @KFCThailand, Instagram @kfcthailand และ X @KFCThailand .....

  • คาลเท็กซ์ ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทอง สะท้อนคุณภาพการบริการ ตอกย้ำความมั่นใจทุกการเติม

    คาลเท็กซ์ โดยบริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SFL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SPRC นำโดย นางสาวภิญญดา ธนาติณณภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกิจการสัมพันธ์ นายสายัณห์ ธนาธีรธร ผู้จัดการภาค ฝ่ายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจบัตร และ บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด นำโดย นางสาวกนกพร จารุกุลวนิช กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงที่ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ (เพียวไทย) ศาลากลาง อำเภอบางกรวย พร้อมมอบเครื่อง หมายการรับรอง "หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทอง" ซึ่งเป็นระดับการรับรองสูงสุดของโครงการ เพื่อสะท้อนถึงการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านการชั่งตวงวัดอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าได้รับปริมาณน้ำมันที่ถูกต้อง และเป็นธรรม บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบความพร้อมของหัวจ่ายน้ำมัน การกำ กับดูแลการปฏิบัติงานของสถานีบริการ และการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองแล้วจำนวน 35 แห่ง ขณะเดียวกัน สถานีบริการคาลเท็กซ์แห่งอื่น ๆ ยังได้เข้าร่วมโครงการ และทยอยผ่านการประเมินได้รับเครื่องหมายการรับรองในระดับต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมแล้วกว่า 476 แห่ง จากเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ 530 แห่งทั่วประเทศ และบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้สถานีบริการเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในทุกพื้นที่ ...... #คาลเท็กซ์ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองสะท้อนคุณภาพการบริการตอกย้ำความมั่นใจฯ #คาลเท็กซ์ #สตาร์ฟูเอลส์มาร์เก็ตติ้งจำกัด #gpsเส้นทางโฟกัส

  • เดือดทะลุเกาะลอมบอก! ทัพนักบิด "ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์" จัดเต็มสูบ ลุ้นล่าโพเดียม ศึก ARRC สนาม 4 ที่มัลดาลิกา

    ความมันส์ระดับเอเชียเตรียมปะทุขึ้นอีกครั้ง การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 (ARRC) เคลื่อนทัพเข้าสู่สนามที่ 4 โดยจะดวลความเร็วกัน ณ สนามสุดท้าทายริมชายหาดอย่าง มัลดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนี เซีย งานนี้ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เตรียมขุมกำลังมาแบบเต็มสูบ พร้อมเปิดโหมดล่าแชมป์ครบทุกรุ่นการแข่งขัน ประเดิมความเร้าใจกันที่คลาส เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร พร้อมควบรถแข่ง Honda CBR250RR หมายเลข 12 ลงล่าแต้ม หลังจากใช้เวลาปรับตัวในฐานะนักบิดรุกกี้ได้ไม่นาน เจ้าตัวก็สามารถปลดล็อกขีดจำกัดของตัวเองด้วยการระเบิดฟอร์มเหมาโพเดียมทั้งสองเรซในโฮมเรซที่สนามช้างฯ ผลงานนี้ช่วยยกระดับความมั่นใจอย่างมหาศาล ส่งผลให้ดาวรุ่งพุ่งแรงคนนี้ทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนนสะสม และพร้อมเต็มที่สำหรับการบุกทะลวงล่าแต้มในสนามที่ 4 ขยับมาที่รุ่นไฮไลต์อย่างคลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) นาทีนี้ต้องจับตาดู “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว กับรถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 31 อย่างใกล้ชิด หลังปลดล็อกศักยภาพด้วยสถิติสุดโหดในการกวาดโพเดียมมาครองได้อย่างต่อเนื่องตลอด 3 สนามแรก โดยปัจจุบันมิกซ์รั้งอยู่ในอันดับที่ 2 ของตารางแชม เปี้ยนชิพ ตามหลังจ่าฝูงเพียงแค่ 6 คะแนนเท่านั้น เจ้าตัวพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าพร้อมลุยต่อในสนามนี้ ทางด้านคู่หูอย่าง “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ก็สามารถยกระดับความเร็วและบวกคะแนนสะสมเข้ากระเป๋าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไฮเปคมีความพร้อมเต็มร้อยที่จะลงไปไล่ล่าแต้มสำคัญที่อินโดนีเซียเช่นกัน ปิดท้ายความดุดันกันที่รุ่นใหญ่สุด เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร หมายเลข 41 ดีกรีรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปีนี้เขามาพร้อมความภาคภูมิใจ และความท้าทายอันยิ่งใหญ่ในฐานะ “นักแข่งไทยเพียงหนึ่งเดียว” บนกริดสตาร์ตของรุ่น 1000 ซีซี ชิงแชมป์ระดับเอเชีย โดยชิพยังคงรักษามาตรฐานและยกระดับผลงานของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ามาได้แล้วถึง 2 โพเดียมในคลาสที่ขึ้นชื่อว่าหฤโหดและท้า ทายที่สุดในรายการนี้ โดยรั้งอยู่ในอันดับที่ 4 บนตารางคะแนนสะสม สำหรับการแข่งขัน FIM Asia Road Racing Champion ship สนามที่ 4 ณ มัลดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์ กิต ประเทศอินโดนีเซีย จะระเบิดความมันส์กันในวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 นี้ ตามเชียร์ติดขอบจอผ่านทางถ่ายทอดสด https://www.facebook.com/AsiaRoadRacing แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

  • ฟอร์ดประกาศความพร้อมลุยศึกออฟโรด AXCR ปีที่ 4 ส่งแร็พเตอร์ 2 คัน ป้องกันแชมป์ พร้อมโชว์สมรรถนะระดับสูง

    ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการลงแข่งสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) ประ จำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ลงสนาม 2 คัน เพื่อป้องกันแชมป์พร้อมพิสูจน์สมรรถนะในการเอาชนะอุปสรรคสุดโหดบนเส้นทางท้าทายหลายรูปแบบในพื้นที่ 5 จังหวัดบนระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2569 ตอกย้ำความ ‘แกร่งตัวจริงต้อง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’ หลังจากคว้าแชมป์อันดับ 1 รุ่นโปรดักชัน เอเชีย หรือ T2A ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับรถที่ผลิตจากโรงงานในเอเชีย รายการ AXCR เมื่อปีที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ ทีม FTR เดินหน้าให้การสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ในการพัฒนาและส่งรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2 คัน นำโดยไมเคิล ฟรีแมน ผู้อำนวยการทีมที่มากด้วยประสบการณ์จากสนามแข่งทางเรียบและออฟโรด และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมือฉมังที่จะกลับมาลงสนามร่วมกันอีกครั้งเป็นปีที่ 4 ในรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 121 นอกจากนี้ ยังได้นักขับดีกรีแชมป์ปีที่แล้วอย่าง เบลีย์ โคล นักแข่งอเมริกันทักษะสูงที่เชี่ยวชาญสนามออฟโรด และ เพื่อน-ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ ผู้นำทางชาวไทยที่มีไหวพริบเฉียบคม ที่จะมาร่วมป้องกันแชมป์สมัยที่ 2 ในรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 103 ซึ่งเป็นขุมพลังเดียวกับที่พารถคว้าแชมป์ในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ได้รับการยกระดับสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทั้งบนทางเรียบและทางวิบากฝ่าสภาพพื้นผิวสุดท้าทายไปอีกขั้น ทั้งทางโคลน หลุมบ่อน้ำ ทางหิน และหินกรวด ด้วยการรับรองและสนับสนุนการร่วมแข่งขันจาก ฟอร์ด เรซซิ่ง (Ford Racing) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ที่ร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนารถ และจัดหาอะไหล่สำคัญ อย่าง โช้คอัพ FOX แบบไลฟ์วาล์ว (Live Valve) ที่ผ่านการอัปเกรดค่าความหนืดให้เข้ากับสมรรถนะการขับของนักแข่งในสนามได้ดีกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น วิศวกรจากโรงงานของฟอร์ดในประเทศไทย ยังได้นำทักษะความชำนาญในการวิเคราะห์ข้อมูลที่สั่งสมจากการลงแข่งในสนามจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มาวางแผนการแข่งร่วมกับทีมวิศวกรของทีมแข่ง รวมถึง นักขับและผู้นำทาง สำหรับด้านความพร้อมของอะไหล่และการบำรุงรักษา ทีม FTR ได้จัดเตรียมทีมช่างเทคนิคมืออาชีพ หน่วยบริการเคลื่อนที่ฟอร์ด หรือ MSV (Mobile Service Vehicle) และรถฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 2 คัน ที่เหมาะกับการบรรทุกหนักและลากจูง มาใช้ขนส่งแกลลอนน้ำขนาดใหญ่ และจัดเก็บอุปกรณ์ช่วยเหลือและซ่อมบำรุงที่ครบครัน เพื่อสนับสนุนรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ให้ฝ่าฟันทุกบททดสอบในสนามแข่งได้อย่างเร้าใจ ฟอร์ดยังได้สนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ หรือ TRRC ซึ่งเป็นการแข่งออฟโรดรายการสำคัญในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2569 นี้ การแข่งขัน TRRC ผ่านไปแล้ว 3 สนาม และทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม คว้ารางวัลไปแล้ว 8 ถ้วย ในจำนวนนี้ ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี พารถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รับรางวัลชนะเลิศในรุ่น T2 หรือโปรดักชัน รวมแล้ว 2 รางวัล ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตแบบออฟโรดฝ่าเส้นทางป่าและทางเรียบที่แตกต่างในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย สามารถร่วมติดตามความสนุก เร้าใจ ของสมรรถนะรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่ง ขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ 2026 รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวระหว่างการแข่งขันระหว่างวันที่ 10 - 15 สิงหาคม 2569 ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

  • ฮุนไดขนทัพครบไลน์อัพลงสนาม ส่งแคมเปญ “Hyundai Game On, Deal On” ร่วมเชียร์ไทย คว้าชัย ASEAN Hyundai Cup™ 2026 พร้อมดีลแรงลดสูงสุด 500,000 บาท(1) จองและรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น

    Hyundai all-new SANTA FE Hybrid SUV ไฮบริด 3 แถว 6 ที่นั่ง ดีไซน์ Boxy มีทั้งรุ่น 2WD และ AWD พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ย 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือส่วนลดเงินสดสูงสุด 100,000 บาท Hyundai PALISADE Diesel D-SUVดีเซลระดับพรีเมียม ห้องโดยสารหรูและกว้างขวางขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร เลือกรับดอกเบี้ย 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือส่วนลดเงินสด 500,000 บาท ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,799,000 บาท Hyundai STARIA Diesel MPV ดีเซล 11 ที่นั่ง ห้องโดย สารกว้างขวาง ตอบโจทย์ทั้งครอบครัว แก๊งเชียร์บอล และธุรกิจ รุ่น Essence และ Elite ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,249,000 บาท ส่วนรุ่น Elite Plus และ Premium รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน The new STARGAZER รถ 3 แถว 6 ที่นั่ง อเนกประสงค์พร้อมความปลอดภัยครบที่สุดในคลาส ด้วย Hyundai SmartSense สำหรับครอบครัวสายคุ้ม ราคาพิเศษเริ่มต้น 719,000 บาท และรับฟรี Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer The new 2026 IONIQ 5 N Line รถพลังงานไฟฟ้า 100 % ดีไซน์สปอร์ต มอเตอร์กำลังสูงสุด 225 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 800V ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 1,399,000 บาท สำหรับ 400 คันแรก พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% และโฮมชาร์จเจอร์ฟรี ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จัดทัพยนตรกรรมฮุนไดครบทุกไลน์อัพลงสนาม ตั้งแต่ MPV สำหรับครอบครัว ธุรกิจ SUV ระดับพรีเมียม รถ 3 แถว 6 ที่นั่ง ไปจนถึงรถพลังงานไฟฟ้า 100% ดีไซน์สปอร์ต พร้อมชวนคนไทยร่วมส่งแรงเชียร์ทีมชาติไทยสู้ศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 กับแคมเปญ “Hyundai Game On, Deal On” ส่งดีลแรงเต็มเกมตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ทั้งส่วนลดเงินสดสูงสุด 500,000 บาท(1) และรับฟรี Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer สำหรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ รวมถึงสิทธิประโยชน์หลังการขาย myHyundaiCare เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง เมื่อจองและรับรถภายในวันที่ 31 สิงหา คม 2569 เท่านั้น สำหรับแฟนบอล ครอบครัว และผู้ประกอบการที่กำลังมองหา MPV ดีเซล 11 ที่นั่ง Hyundai STARIA (Euro 5) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและธุรกิจ ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย รองรับทั้งทริปครอบ ครัว การไปเชียร์แมตช์สำคัญ การรับรองลูกค้า และการเดินทางเป็นหมู่คณะ พร้อมพื้นที่สัมภาระที่ใช้งานได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ให้ทั้งสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความมั่นใจในทุกเส้นทาง พิเศษช่วงแคมเปญนี้ ฮุนไดมอบข้อเสนอสุดคุ้ม ให้การเป็นเจ้าของ Hyundai STARIA (Euro 5) ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์หลังการขาย ได้แก่ การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร(2) สำหรับแต่ละรุ่นย่อยมาพร้อมจุดเด่นและข้อเสนอพิเศษ ดังนี้ STARIA Diesel รุ่นย่อย Essence (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากเกาหลี ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความคุ้มค่า เหมาะสำหรับครอบครัวหรือธุรกิจที่ต้องการพื้นที่โดยสารกว้างขวางในราคาที่เข้าถึงง่าย รับส่วนลดเงินสด 250,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,499,000 บาท STARIA Diesel รุ่นย่อย Elite (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากเกาหลี เพิ่มความสะดวกสบายและอุปกรณ์จากรุ่น Essence เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความครบครันมากขึ้น รับส่วนลดเงินสด 250,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,409,000 บาท จากราคาปกติ 1,659,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) STARIA Diesel รุ่นย่อย Elite Plus รุ่นนำเข้าจากมาเล เซียที่เพิ่มความสะดวกในการขึ้น–ลงรถ พร้อมบันไดข้างไฟฟ้า Power Side Step เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ รับส่วนลดเงินสด 100,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,799,000 บาท จากราคาปกติ 1,899,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 30 คัน พร้อมดอก เบี้ยพิเศษ 1.98% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) STARIA Diesel รุ่นย่อย Premium รุ่นท็อปนำเข้าจากมาเลเซีย ที่เน้นความหรูหราและบรรยากาศโปร่งสบายภายในห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้า 2 บาน ราคา 1,999,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวที่มองหารถ SUV ขนาดใหญ่ พร้อมยกระดับความสะดวกสบายและความพรีเมียมในทุกการเดินทาง คือ Hyundai PALISADE Diesel รถ D-SUV ดีเซลระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ภาพลักษณ์สง่างาม และห้องโดยสารที่มอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่และผู้โดย สาร ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทริปพักผ่อนกับครอบครัว และการเดินทางไกล รวมถึงการพาทุกคนออกไปส่งแรงเชียร์ในแมตช์สำคัญอย่างพร้อมเพรียง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล มั่นคง และมั่นใจทั้งในเมืองและบนเส้นทางไกล พร้อมรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอพิเศษ และทุกรุ่นย่อยในทุกทางเลือกยังได้รับสิทธิประโยชน์หลังการขายอย่างครบครัน ทั้งการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดโดยไม่จำกัดระยะทาง(2) รุ่น Exclusive (2WD) ราคาพิเศษ 1,799,000 บาท จากราคาปกติ 2,299,000 บาท รับส่วนลดเงินสด 500,000 บาท(1) หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) รุ่น Prestige (AWD) ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท จากราคาปกติ 2,499,000 บาท รับส่วนลดเงินสด 500,000 บาท(1) หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการผสานความอเนกประสงค์ สมรรถนะ และความประหยัดไว้ในคันเดียว คือ The all-new SANTA FE Hybrid รถ SUV ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง พร้อมเบาะแถวที่ 2 แบบ Captain Seat รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทริปพักผ่อนกับครอบครัว และการพาทุกคนออกไปส่งแรงเชียร์ในแมตช์สำคัญ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรง Boxy ห้องโดยสารกว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดเทอร์ โบ ให้กำลังรวมสูงสุด 232 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะที่มั่นใจควบคู่กับความประ หยัดน้ำมันสูงสุดถึง 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร เสริมความมั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS พร้อมฟังก์ ชันอำนวยความสะดวกครบครัน โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอพิเศษ รวมถึงสิทธิประโยชน์หลังการขาย ได้แก่ การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร(2) ดังนี้ รุ่น Exclusive (2WD) ราคา 1,599,000 บาท เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) หรือเลือกรับส่วนลดเงินสด 90,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,509,000 บาท รุ่น Prestige (2WD) ราคา 1,749,000 บาท เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) หรือเลือกรับส่วนลดเงินสด 100,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,649,000 บาท รุ่น Inspiration (AWD) มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ ราคา 1,799,000 บาท รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ 6 ที่นั่ง ในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมความคุ้มค่า ความประหยัด และเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน The new STARGAZER คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง กว้างขวาง พร้อมเบาะแถวที่ 2 แบบ Captain Seat รองรับทั้งการรับส่งสมาชิกในครอบครัว การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด หรือการพาทุกคนออกไปส่งแรงเชียร์ในแมตช์สำคัญได้อย่างสะดวกสบาย The new STARGAZER ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน จับคู่กับเกียร์ IVT ที่ให้การตอบสนองอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง พร้อมโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport และ Smart เพื่อให้เหมาะกับทุกเส้นทาง เสริมความมั่นใจด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอด ภัย Hyundai SmartSense (ADAS) โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย พร้อมสิทธประโยชน์หลังการขาย myHyundai Care ทั้งการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร (2) ได้แก่ รุ่น Trend 6 ราคาพิเศษเพียง 719,000 บาท (จากราคาปกติ 795,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) รุ่น Smart 6 ราคาพิเศษเพียง 799,000 บาท (จากราคาปกติ 875,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับ The new STARGAZER ลูกค้ายังรับฟรี Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer มูลค่า 2,990 บาท(3) เพื่อเติมเต็มบรรยากาศการเชียร์ทุกแมตช์ที่บ้านให้สนุกและเต็มอรรถรสยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับครอบ ครัวที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความปลอดภัย และความบันเทิงครบจบในคันเดียว ปิดท้ายด้วยทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่ไลฟ์สไตล์ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมอารมณ์สปอร์ตในทุกการเดินทาง The new 2026 IONIQ 5 N Line โดดเด่นด้วยดีไซน์ N Line และสมรรถนะจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 225 แรงม้า พร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow อีกทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 84 kWh และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที ช่วยให้ทุกการเดินทางทั้งในชีวิตประจำวัน ทริปพักผ่อน และทุกแมตช์สำคัญ คล่องตัว สนุก และมั่นใจยิ่งขึ้น พิเศษสำหรับช่วงแคมเปญนี้ The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัวเพียง 1,399,000 บาท จากราคาปกติ 1,699,000 บาท สำหรับลูกค้า 400 ท่านแรก(1) พร้อมรับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท(1) สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนความสนใจล่วงหน้า รวมถึงข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) นอกจากนี้ ลูกค้า The new 2026 IONIQ 5 N Line ยังได้รับสิทธิประโยชน์หลังการขายครบครัน ทั้งการรับประ กันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโล เมตร(2) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร(2) รวมถึงโฮมชาร์จเจอร์ฟรี รับประกัน 3 ปี พร้อมค่าแรงติดตั้งและการรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี(2) เพื่อให้การเริ่มต้นใช้รถพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมั่นใจยิ่งขึ้น แคมเปญ “Hyundai Game On, Deal On” เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกฮุนไดคันที่ใช่ จากหลากหลายไลน์อัพ พร้อมข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทั้งราคา การผ่อนชำระ และสิทธิประโยชน์หลังการขาย และร่วมส่งแรงเชียร์ทีมชาติไทยในศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 โดยในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ ทีมชาติไทยมีโปรแกรมลงสนามพบกับทีมชาติเมียนมาในแมตช์สำคัญของรอบแบ่งกลุ่ม หากทีมชาติไทยสามารถคว้าชัยชนะ ฮุนไดจะมอบเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ฤดูกาลใหม่ 2026/2027 มูลค่า 399 บาท ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมทดลองขับรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ณ โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศตลอดเดือนสิงหาคม จำนวนจำกัดหรือจนกว่าของจะหมด ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด ทดลองขับ และรับข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น เพราะเกมนี้ ทั้งแรงเชียร์และดีลสุดคุ้มต้องจัดเต็มไปพร้อมกัน ■ หมายเหตุ: 1) เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด 2) โปรดสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพรถยนต์และแบตเตอรี่ รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินและบริการยกรถเป็นไปตามเงื่อนไขของรถยนต์แต่ละรุ่นฉบับสมบูรณ์ได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ 3) ของแถม Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer มูลค่า 2,990 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลูกค้าจะได้รับของแถมภายใน 60 วันนับจากเดือนที่รับรถ

  • โตโยต้า ระเบิดความมันส์สนั่นใต้! ปิดฉากสนามแรก “Hilux Revo Racing Mania 2026” สุราษฎร์ธานี แฟนมอเตอร์สปอร์ตแห่ร่วมงานล้นหลาม

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดงาน "Hilux Revo Racing Mania 2026" มหกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะ การตกแต่งรถ และกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งประเดิมเปิดฉากสนามแรกอย่างอลังการ ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต เมื่อวันที่ 1- 2 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ปีนี้มาในคอนเซปต์สุดเร้าใจ “เฟี้ยว ฟาสต์ ไฟท์” สมรภูมิเดือดสะเทือนแทร็คที่รวมพลคนรักความเร็วระดับประเทศไว้อย่างคับคั่ง กระแสตอบรับอย่างท่วมท้น การจัดงานโตโยต้ามาในคอนเซป "คลีน พรีเมียม" เน้นความเรียบหรู ดูแพง แต่แฝงความดุดัน พร้อมตอบรับกระแสรถทรงสูง (High-Stance) ผ่านกลยุทธ์เจาะกลุ่มทั้ง Drag Performance และ Decoration Lover ซึ่งช่วยขยายฐานคอมมูนิตี้คนรักกระบะโตโยต้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ■ กิจกรรมไฮไลต์ตลอด 2 วัน PRO & AMATEUR DRAG RACE: ยกระดับความเดือดด้วยยอดรถแข่งที่ลงชิงชัยรวมกันถึง 103 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 26 คัน) พร้อมการนำกฎ BOP (Balance of Performance) ถ่วงน้ำหนักมาใช้จริงเป็นครั้งแรก เพิ่มความสูสีและสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ ติดขอบสนาม ชิงเงินรางวัลรวมทั้งปีกว่า 3.9 ล้านบาท AI DREAM BUILD: แคมเปญออนไลน์กระแสแรง “RACING MANIA AI DREAM BUILD” (รุ่น REVO และ TRAVO) ได้รับความสนใจจากแฟนๆ ส่งผลงานดีไซน์เข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งเตรียมนำผลงานที่ชนะเลิศไปสร้างเป็นรถคันจริง (AI TO REALITY) ต่อไป CAR CLUB & EXPERIENCES: ทัพรถกระบะตกแต่งสวยงามจากคาร์คลับชั้นนำกว่า 100 คัน ร่วมจัดแสดงในพื้นที่ PIT ZONE พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานลงแทร็คจริงผ่านกิจกรรม Toyota Bracket Challenge 19 Sec, Free Run Fun Drag RT Challenge และ Drag Academy โดยปอนด์เทค INFLUENCER TEAM HOST: สร้างสีสันและความใกล้ชิดกับแฟนๆ โดยมี KOL สายยานยนต์ นำโดย เอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์, อั๋น DRAG DIESEL และ โอ สมาคมรถแต่ง DEALER ZONE & SPECIAL PROMOTION: ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าร่วมจัดแสดงรถ Hilux Revo & Travo มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด รวมถึงยอดเข้าชม Live Streaming ผ่าน Monomax ที่ร่วมสแกน QR Code รับ Secret Deal ส่วนลดพิเศษหน้างานอย่างคึกคัก ■ ส่องตารางความเดือด... สถานีต่อไปชิงชัยความเร็ว! สัมผัสความมันส์กันต่อในอีก 3 สนามที่เหลือ: ■สนามที่ 2 วันที 26 – 27 กันยายน 2569 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แดรกสเตอร์แทร็ก เดือดไม่ยั้งกับแทร็กระดับโลก ■สนามที่ 3 วันที่ 5 – 6 ธันวาคม 2569 บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี ร่วมมันส์ไปกับ Join Race Souped up GP ■สนามที่ 4 วันที่ 30 – 31 มกราคม 2570บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี ศึกตัดสินแชมป์แห่งปี ห้ามพลาด! ติดตามข่าวสาร บรรยากาศไฮไลต์ และความเคลื่อนไหวของกิจกรรมความมันส์แบบติดขอบสนามได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook / YouTube / TikTok : Hilux Revo Racing Mania

  • มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จับมือ บก.จร. ส่งมอบ BMW 28 คัน พร้อมจัดอบรมเข้ม ยกระดับทักษะการขับขี่ เสริมศักยภาพตำรวจจราจร เพื่อความปลอดภัยประชาชน

    หนุนภารกิจ บก.จร. ด้วยการส่งมอบ BMW R 1300 GS และ F 900 GS Adventure รวม 28 คัน ควบคู่การฝึกอบรม On Road Training ยกระดับทักษะการขับขี่สมรรถนะสูงแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ และหน่วยคฑา บก.จร. มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ผู้จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ บีเอ็ม ดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ เดินหน้ายกระดับความร่วมมือกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ส่งมอบ BMW R 1300 GS จำนวน 13 คัน ให้แก่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) นำโดย พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ให้เกียรติร่วมรับมอบ ซึ่งก่อนหน้าได้มีการส่งมอบ BMW F 900 GS Adventure รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 28 คัน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร และให้บริการประชาชน นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความไว้วางใจในมาตรฐานและสมรรถนะระดับโลกของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด นอกจากนั้น ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการใช้งานอย่างมืออาชีพ โดยจัดโครงการ On Road Training สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ณ แก่งกระจาน เซอร์กิต เพชรบุรี นำรถ BMW F 900 GS Adventure มาฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ควบคุมโดยทีมผู้ฝึกสอนเชี่ยวชาญ ครอบคลุมเทคนิคการเบรก การเข้าโค้ง การหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉิน พร้อมต่อยอดการฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยคฑา บก.จร. กับรุ่น BMW R 1300 GS เน้นเทคนิคการขับนำขบวน การควบคุมรถขณะใช้ความเร็วต่ำ และการใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับ โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งการบูรณาการทั้งการส่งมอบรถ และจัดอบรมอย่างครบวงจรในครั้งนี้ สะท้อนถึงพันธกิจของ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ในการเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

  • ททท. จับมือกับสายการบิน TransNusa และแพลต ฟอร์มท่องเที่ยว Traveloka ลงนามบันทึกความเข้าใจผลักดันตลาดนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย เชื่อมเที่ยวบินตรง ยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทาง Muslim-Friendly ชั้นน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.ลงนามบันทึกความเข้าใจ จำนวน 2 ฉบับ ร่วมกับ Datuk Bernard Francis ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการบินสายการบิน TransNusa และ Mr. Albert ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Traveloka พร้อมด้วย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand: Feel All the Feelings” ครอบคลุมความร่วมมือด้านการตลาดและการจัดทำแคมเปญประชาสัมพันธ์ร่วมกัน จัดกิจกรรมพบปะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว (Business Networking) รวมถึงการสนับสนุนการเชื่อมโยงเที่ยวบินตรงระหว่าง กรุงจาการ์ตา–กรุงเทพมหานคร และบาหลี–ภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวของประเทศไทย กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ เสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาค โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และ H.E Hashim Djojohadikusumo, Special Presidential Envoy For Climate and Energy Chairman of Advisory Board at Kadin Indonesia ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยน MOU ระหว่างสองหน่วยงาน ณ โรงแรม Fairmont กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความเชื่อมโยงด้านการเดินทางและการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกันระหว่างสองประเทศ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดอินโดนีเซียถือเป็น TOP 5 นักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดศักยภาพของตลาดระยะใกล้ที่น่าจับตามอง มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอินโดนีเซีย โดยร่วมกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของอินโดนีเซีย ได้แก่ สายการบิน TransNusa และแพลต ฟอร์มท่องเที่ยว Traveloka เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการเดินทางภายในภูมิภาคอาเซียนตลอดจนขยายโอกาสทางการตลาดและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ยกระดับบทบาทของไทยและอินโดนีเซียในฐานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนในศตวรรษที่ 21 ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับอย่างลง ตัวกับการเปิดเส้นทางบินใหม่ของสายการบิน Trans Nusa ที่พร้อมให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์เชื่อมโยงจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียตรงสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยทำการบินวันละ 2 เที่ยว โดยความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งโดยสาร แต่ยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ตลอดจนกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งความร่วมมือกับ แพลตฟอร์ม Traveloka เป็นการต่อยอดแคมเปญการตลาดเพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวศักยภาพ และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ และกลุ่ม Free Independent Traveler (FIT) ส่งเสริมให้เกิดการจองที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยว และแพ็กเกจท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์ม พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทาง Muslim - Friendly อาทิ จังหวัดกระบี่ และ สงขลา และชุมชนท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อชื่อมโยงประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชุมชนสนับสนุนการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ภูมิภาค พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน ตลอดจนร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย Sustainable Tourism Goals สำหรับนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมีพฤติกรรมการเดินทางมาประเทศไทยโดยนิยมจัดการเดินทางด้วยตนเอง (FIT) มีจํานวนวันพักเฉลี่ย 6 คืน ส่วนใหญ่ชื่นชอบการรับประทานอาหารไทย ชมสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติ ศาสตร์ การท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ กิจกรรมชายหาด ตามลำดับ ทั้งนี้ ในปี 2569 มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 376,337 คน โดย ททท. พร้อมเดินหน้าในการส่งเสริมการตลาดทุกมิติเพื่อบรรลุเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียจำนวน 890,000 คน ภายในปี 2569 พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาคอย่างยั่ง ยืน

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page