


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- “CHERY THAILAND GRAND PREMIERE LAUNCH”
CHERY เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย!ในงาน “CHERY THAILAND GRAND PREMIERE LAUNCH” CHERY (เชอรี) แบรนด์ชั้นนำภายใต้บริษัท Chery Automobile ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ก้าวสู่การเดินทางอย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานเปิดตัวครั้งยิ่งใหญ่ “CHERY THAILAND GRAND PREMIERE LAUNCH” พร้อมประกาศราคา V23 รถยนต์ไฟฟ้า EV ดีไซน์เท่สำหรับคนเมือง และเปิดตัว TIGGO8 CSH พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ที่มาพร้อมราคาเริ่มต้นสุดเร้าใจ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติ พันธมิตรทางธุรกิจ สื่อมวลชน และอินฟลูเอนเซอร์ ที่มาร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ณ UOB Live ชั้น 5 ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ ในวันอังคารที่ 30 กันยายนนี้ บรรยากาศในงานจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “From Global Presence to a Lifelong Journey with Thailand” สะท้อนความยิ่งใหญ่และวิสัยทัศน์แห่งอนาคต ผ่านเทคโนโลยีแสง สี เสียง และจอ LED ขนาดยักษ์กว่า 40 เมตร รวมถึงนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวความสำเร็จของแบรนด์ตั้งแต่ปี คศ.1997 ถึงปัจจุบัน สู่คำมั่นสัญญาที่จะเติบโตเคียงข้างคนไทยอย่างยั่งยืน มร. ชุย จวิ้นหยวน ประธาน เชอรี (ประเทศไทย) กล่าวถึงวิสัยทัศน์และความสำคัญของตลาดประเทศไทยว่า “ประเทศไทยคือหัวใจสำคัญของภูมิภาคอาเซียน สำหรับ CHERY การเปิดตัวในวันนี้ไม่ใช่เพียงการนำรถยนต์เข้ามาจำหน่าย แต่คือการแสดงความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของเราที่จะนำเทคโนโลยีระดับโลกที่ได้รับการพิสูจน์แล้วมาสู่ผู้บริโภคชาวไทย เราเชื่อมั่นในศักยภาพของตลาดและพร้อมที่จะเติบโตเคียงข้างไปกับสังคมไทยอย่างยั่งยืน” ด้าน มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งนี้ว่า “วันนี้เป็นก้าวที่สำคัญที่สุดอีกก้าวหนึ่งของเรา ผมขอขอบคุณคนไทยสำหรับการต้อนรับที่อบอุ่น CHERY พร้อมแล้วในการเปิดตัวยนตรกรรมที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมทั้ง 2 รุ่น พร้อมราคาที่ทุกคนรอคอย ซึ่งเรามั่นใจว่าจะสร้างมาตรฐานใหม่และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทยทุกคน” พร้อมกันนี้ CHERY ได้การประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรถยนต์ V23 ทั้ง 3 รุ่นย่อย ได้แก่ V23: เอสยูวีพลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องสไตล์เรโทร (Boxy Design) ที่สะท้อนตัวตนของคนเมืองยุคใหม่ พร้อมพื้นที่ใช้สอยที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนาน โดย CHERY V23 มีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่ CHERY V23 2WD PLAY และ CHERY V23 2WD PLUS ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 59.93 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 180 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 360 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 11 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ราคา V23 2WD PLAY: 699,900 บาท / V23 2 WD PLUS: 759,900 บาท CHERY V23 4WD PEAK ติดตั้งแบตเตอรี่ขนาด 81.76 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 292 นิวตันเมตร ระยะการขับสูงสุด 430 กิโลเมตร/ชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ให้ อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 7.5 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ราคา V23 4WD PEAK: 889,900 บาท พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ 🧡 รับส่วนลดพิเศษ 10,000 บาท* 🧡 อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.98%* 🧡 ฟรี! Wall Charge พร้อมติดตั้ง* และข้อเสนอสุดคุ้มอื่นๆ ✅ ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี* ✅ ฟรี! สายชาร์จฉุกเฉิน* ✅ ฟรี! V2L (Vehicle-to-Load)* ✅ ฟรี! ชุดพรมปูพื้น* ✅ รับประกันคุณภาพตัวรถนาน 8 ปี หรือ 200,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)* ✅ รับประกันระบบมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูงนาน 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)* ✅ ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี* *เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ระยะเวลาโปรโมชัน ตั้งแต่วันนี้ - 31 ต.ค. 68 สีที่วางจำหน่าย: Dynamic Green, Vibe Orange, Sporty White, Ignite Black และ Sparkle Silver รวมถึงการเปิดตัว TIGGO8 CSH โดยประกาศราคาเริ่มต้นที่ 9XX,XXX บาท พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ TIGGO8 CSH: พรีเมียมเอสยูวี 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง CSH (Chery Super Hybrid) แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางและเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะครบครัน CHERY TIGGO8 CSH มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ CHERY TIGGO8 CSH PHEV 2WD ESTEEM ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 310 นิวตันเมตร ระยะการขับทั้งระบบสูงสุด 1,200 กิโลเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ใน 8.5 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. CHERY TIGGO8 CSH PHEV 4WD ELITE ให้กำลังสูงสุด 358 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 520 นิวตันเมตร ระยะการขับทั้งระบบสูงสุด 1,200 กิโลเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 6.8 วินาที และให้ความเร็วสูงสุด 180 กม./ชม. เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความสนใจ CHERY TIGGO8 CSH ขยายระยะเวลาแคมเปญจองสิทธิ์ล่วงหน้า พร้อมมอบส่วนลดมูลค่า 10,000 บาท* และพิเศษยิ่งขึ้นด้วยของขวัญมูลค่า 5,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2568 *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สีที่วางจำหน่าย: Aura Green, Crystal Black, Emerald Gray และ Ivory White นอกจากนี้ในงานยังมีโซน Special Experience ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสและทดลองนั่งรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมและรับโปรโมชั่นสุดพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถภายในงานอีกด้วย ผู้สนใจเป็นเจ้าของ CHERY พร้อมรับข้อเสนอที่ดีที่สุด ที่โชว์รูมทั้ง 3 3 แห่งทั่วประเทศใกล้บ้าน ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ Website: www.chery-thailand.com Facebook: cherymotorthailand Instagram: @cheryauto ######################### เกี่ยวกับ CHERY Chery Automobile Co., Ltd. ก่อตั้งขึ้นในปี 1997 เป็นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศจีน ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงก่อตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศจีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล นอกจากนี้ยังได้จัดตั้งทีมวิจัยและพัฒนายานยนต์ระดับโลกที่มีบุคลากรมากกว่า 25,000 คน รวมถึงเทคโนโลยียานยนต์แบบบูรณาการที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทอีกมากมาย CHERY มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) ในหลายประเทศ อาทิ จีน เยอรมนี สหรัฐอเมริกา และบราซิล CHERY ถือเป็นแบรนด์ที่มีผลิตภัณฑ์ระดับไฮเอนด์ โดยมียอดขายสะสมทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคัน เป็นบริษัทรถยนต์แห่งแรกของจีนที่ส่งออกยานยนต์ ชิ้นส่วน CKD เครื่องยนต์ และเทคโนโลยีการผลิตยานยนต์และอุปกรณ์ไปทั่วโลก ปัจจุบัน CHERY ดำเนินธุรกิจในหลายภูมิภาคทั่วโลกครอบคลุม 120 ประเทศ และตั้งโรงงานในต่างประเทศ 16 แห่ง มีตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการในต่างประเทศมากกว่า 3,200 แห่ง มีผู้ใช้เกือบ 17 ล้านคนทั่วโลก รวมถึงผู้ใช้จำนวน 5 ล้านคนนอกประเทศจีน นอกจากนี้ CHERY ยังครองอันดับหนึ่งในด้านการส่งออกรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจากประเทศจีนเป็นเวลา 22 ปีติดต่อกัน
- “Benz BKK Group: The Endless Appreciation Concert”
Benz BKK Group ฉลองก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่าย ครองแชมป์ยอดขายพร้อมจัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนคำขอบคุณไม่สิ้นสุด “Benz BKK Group: The Endless Appreciation Concert” กลุ่มบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ แถลงผลการดำเนินธุรกิจในช่วง 3 ไตรมาสของปี 2568 พร้อมประกาศความสำเร็จขึ้นแท่นผู้นำดีลเลอร์กรุ๊ปด้วย ยอดขายรวม 932 คัน ถือเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายที่สร้างผลงานได้ยอดเยี่ยมที่สุดจาก 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพมหานคร โดย Benz BKK Bangna ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันออก Benz BKK Vipawadee ครอบคลุมพื้นที่ตอนเหนือ และ BKK Autohaus Kanchanapisek ครอบคลุมพื้นที่ฝั่งตะวันตก สำหรับผลประกอบการธุรกิจตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึง 31 สิงหาคม 2568 แม้จะต้องเผชิญกับความท้าทายด้านเศรษฐกิจและการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาดรถยนต์ลักชัวรี กลุ่ม Benz BKK Group ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่แข็งแกร่งด้วยยอดขายรวม 932 คัน โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 621 คัน หรือคิดเป็นส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ที่ 15.62 % และ Mercedes-Benz Certified รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง จำนวน 311 คัน ซึ่งมีอัตราการเติบโตเทียบปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 32% ก้าวขึ้นแท่นผู้นำกลุ่มตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ โดยภาพรวมส่วนของรถยนต์ใหม่ (New Car) ยังคงตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ทั้งกลุ่มรถสปอร์ต รถอเนกประสงค์ (SUV) รวมถึงไลน์รถยนต์ไฟฟ้า (EQ) ที่นับเป็นกลุ่มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ช่วยขยายฐานลูกค้าและถือเป็นหัวใจของการเสริมพอร์ตสินค้าระยะยาว ในขณะเดียวกัน Mercedes-Benz Certified ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดด้วยเช่นกันด้วยข้อเปรียบเทียบเชิงโครงสร้างที่ชัดเจน ทั้งพื้นที่โชว์รูมและขนาดการลงทุนที่ใหญ่ที่สุด ตอบโจทย์ลูกค้าด้วยโชว์รูม Experience Center แบบครบวงจร มีรถให้เลือกครบทุกเซกเมนต์หมุนเวียนกว่า 150 คัน รวมถึงรถทุกคันผ่านการตรวจเช็กแบบ Multi-point มากกว่า 200 รายการ รองรับบริการหลังการขายและการรับประกันคุณภาพที่มาพร้อมโปรแกรมสินเชื่อเฉพาะบุคคล และบริการซื้อ-ขายแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทำให้รถยนต์ Mercedes-Benz Certified กลายเป็น “ตัวเลือกที่คุ้มค่า และเชื่อถือได้สำหรับลูกค้าที่มองหารถยนต์พรีเมียมพร้อมใช้งานในงบประมาณที่คุ้มค่า ซึ่งการตอบรับเห็นได้จากงาน BIG Motor Sale 2025 และช่องทางขายอื่นๆ ที่ยืนยันถึงศักยภาพของไลน์ Mercedes-Benz Certified ในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ ด้านแผนการดำเนินธุรกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ทาง Benz BKK Group ยังคงเสริมทัพรถยนต์ Mercedes-Benz ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสอง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการที่หลากหลาย พร้อมมุ่งเน้นกลยุทธ์ Customer Centric เป็นการสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ด้วยการให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นที่สุด มอบประสบการณ์การดูแลรถยนต์และการรองรับบริการที่เหนือระดับ เพราะลูกค้าคือคนพิเศษ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ Benz BKK Group ประสบความสำเร็จมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับ CRM (Customer Relationship Management) แบบ 360 องศา เพื่อเข้าถึง เข้าใจ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความพึงพอใจอย่างสูงสุด ควบคู่ไปกับการสร้าง Brand Experience ผ่านกิจกรรม Lifestyle & Entertainment สร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านกิจกรรมที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับลูกค้าในทุกมิติครอบคลุมกลุ่มลูกค้าทุกเจนเนอเรชัน Benz BKK Group จึงได้จัดกิจกรรมสุดพิเศษแห่งปีแทนความขอบคุณไม่สิ้นสุด สำหรับกิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” แทนความขอบคุณที่ไม่สิ้นสุดบนการเดินทางแห่งเสียงดนตรีและความซาบซึ้งใจ คือการถ่ายทอดความผูกพันอันยาวนานระหว่าง Benz BKK Group และลูกค้า ที่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ แต่เป็นการเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความทรงจำที่งดงามตลอดหลายทศวรรษ ไฮไลต์สำคัญครั้งนี้จะเป็นการรวมกันครั้งสำคัญของลูกค้าคนพิเศษของ Benz BKK กว่า 5,200 คน ของกลุ่ม Gen X และ Gen Y คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยานยนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป กล่าวว่า “กว่า 34 ปีที่เราอยู่เคียงข้างลูกค้า Mercedes-Benz วันนี้ Benz BKK Group ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการได้ด้วยพลังศรัทธาและการสนับสนุนของลูกค้าทุกท่าน เรามุ่งมั่นที่จะพัฒนาทั้งยอดขาย บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง” คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป กล่าวเสริมว่า “ กลยุทธ์หลักของเราในไตรมาสที่ 4 คือการเดินหน้าทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง เชื่อมต่อกับลูกค้าในทุกมิติ ทั้ง Online Marketing ที่เข้าถึงแบบ Personalized และ กิจกรรม Offline ที่สร้างประสบการณ์จริง เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิมให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งมุ่งดึงลูกค้า Lapsed Customer ให้กลับมาใช้บริการ โดยใช้ CRM ที่แม่นยำ และกิจกรรมการตลาดเชิงประสบการณ์ (Lifestyle & Engagement Marketing) เป็นเครื่องมือสำคัญ เราเชื่อว่าความสำเร็จของ Benz BKK Group ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะยอดขาย แต่เกิดจากความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ และภารกิจของเราคือการสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวที่ยั่งยืน เพื่อก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน ” ไฮไลต์กิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” นำทีมโดยสุดยอดศิลปินระดับแนวหน้ามากมาย อาทิ ปาล์มมี่, นูโว, บอย Peacemaker, กบ Taxi, ปู Blackhead และอี๊ด FLY โดยแต่ละบทเพลงและการแสดงจะเปรียบเสมือน “ช่วงเวลา” ของเส้นทางร่วมกัน ตั้งแต่วันแรกจนถึงก้าวสู่อนาคต พร้อมจัดเต็มด้วยระบบแสง สี เสียง ย่านกลางใจเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤศจิกายน 2568 ณ UOB Live ศูนย์การค้า EmSphere พิเศษ!! สำหรับลูกค้า Benz BKK Group เท่านั้น กิจกรรมสุดพิเศษนี้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่คอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์แห่งความใส่ใจที่ Benz BKK Group มอบให้ลูกค้าเสมอมา
- Pit Walk
“โอม ภวัต” สร้างปรากฏการณ์ Race Day! แฟนคลับคึกคัก แห่กระทบไหล่นักบิดในกิจกรรม Pit Walk การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship ประจำปี 2025 ได้เดินทางมาถึง สนามที่ 3 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยในครั้งนี้สร้างปรากฎการณ์แรงไม่หยุด เมื่อพระเอกดัง “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี ลงประลองความเร็วในการแข่งขันระดับชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นครั้งแรกของชีวิต โดยบรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก เมื่อแฟนความเร็วจำนวนมากหลั่งไหลเข้าสนาม เพื่อร่วมกิจกรรม Pit Walk สุดพิเศษ ที่เปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เข้าถึงเสน่ห์เบื้องหลังสนามแข่งอย่างใกล้ชิด และรับของที่ระลึกจากทีมแข่งต่างๆ นำมาแจกให้แบบฟรีๆทั้ง เสื้อทีมแบบลิมิเต็ด, ร่ม, หมวก, พวงกุญแจ, สติ๊กเกอร์ของนักแข่ง ฯลฯ ที่ขนมาแจกแบบจุใจ ซึ่งเป็น "กำไรของแฟนความเร็ว" โดยผู้ชมที่มีบัตรชมการแข่งขันทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น Grandstand ราคา 100 บาท หรือ VIP 500 บาท ก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรม Pit Walk ได้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย โดยในสนามที่ 3 ของฤดูกาล ไฮไลต์อยู่ที่การลงสนามของนักแข่งดีกรีระดับพระเอกอย่าง “โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี” ในรุ่น Superstock 1000 ซีซี (ST3) รวมทั้งยังมี ”เบนซ์ เรซซิง“ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาลในรุ่น Superbike 1000 ซีซี (SB2) ที่ดึงกระแสแฟนคลับเข้าสู่สนาม และยังตอกย้ำคอนเซ็ปต์ของรายการแข่งขัน “Anyone Can Be A Hero” ซึ่งสื่อสารว่า การแข่งขันนี้ จับต้องได้ เข้าถึงผู้คน และเป็นเวทีที่เปิดกว้างให้คนธรรมดาที่มีความฝัน ดาวรุ่ง และนักบิดมากฝีมือ มีเวทีแข่งขันร่วมดวลในรายการเดียวกัน สามารถพัฒนาจนถึงนักบิดระดับโลกได้ อย่างไม่ไกลเกินเอื้อม รวมถึง นักบิดต่างชาติ จากหลายประเทศ (อังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อิตาลี, รัสเซีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น ฯลฯ) ทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น และรายการนี้ยังเป็น บันไดก้าวสำคัญ เพราะผู้ชนะจะได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดเข้าร่วมรายการใหญ่ระดับทวีปอย่าง "เอเชีย โรด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ" อีกด้วย ทั้งนี้ ความมันส์ของปี 2025 ยังไม่จบลง แฟนมอเตอร์สปอร์ตเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการแข่งขันสนามตัดสินแชมป์ประจำปี ในศึก NEXZTER BRIC Superbike สนามสุดท้ายของปี คือ สนามที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายนนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยในรอบชิงชนะเลิศจะมีการแข่งขันถึง 2 เรซ เพื่อตัดสินว่าใครคือ แชมป์ประเทศไทยตัวจริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2025
- Hyundai strengthens its Sports Marketing
หัวข้อข่าวประชาสัมพันธ์: Hyundai Cupฉีกเกมรุก! เสริมกลยุทธ์ Sports Marketing อุ่นเครื่องปีนี้ ดันถ้วยสโมสร ก่อนลุยอาเซียนคัพโฉมใหม่ Hyundai Cup ปีหน้า โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เร่งเครื่องเสริมกลยุทธ์ Sports Marketing เดินหน้าสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลสโมสรระดับภูมิภาคภายใต้การจัดของสมาพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFF) หรือ Shopee Cup จุดกระแสแฟนบอลให้คึกคัก พร้อมวางเส้นทางสู่ถ้วยทีมชาติอาเซียนถ้วยใหญ่ที่สุด ฮุนไดออกโรงเป็นเจ้าภาพหลักในปีหน้ากับ Hyundai Cup ซึ่งเป็นการตอกย้ำบทบาทฮุนไดในฐานะผู้นำวงการยานยนต์ระดับโลก สะท้อนพลังของแบรนด์ที่พร้อมขับเคลื่อนทั้งอุตสาหกรรม และสังคม ผ่านกิจกรรมหลากหลายแขนงที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายรวมถึงกีฬา อย่างเต็มรูปแบบ สื่อสารภายใต้สโลแกน “Move The Game” นายเจกิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) กล่าวว่า “การสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลร่วมกับสมาพันธ์ฟุตบอลอาเซียน (AFF) สะท้อนถึงกลยุทธ์ระยะยาวของฮุนไดในการใช้ Sports Marketing เป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงกับผู้บริโภค เรามองว่า ฟุตบอลไม่เพียงเป็นกีฬายอดนิยม แต่ยังเป็นพลังที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความสามัคคี และเชื่อมโยงผู้คนจากหลากหลายประเทศเข้าด้วยกัน เช่นเดียวกับฮุนไดที่มีพันธกิจในการเชื่อมโยงผู้คนผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน การเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับฟุตบอลสโมสรใน Shopee Cup ในปีนี้ในฐานะ Presenting Partner จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นในการแสดงบทบาทของแบรนด์ในด้าน Sports Marketing เพื่อก้าวสู่การเป็น Title Partner การแข่งขันในระดับทีมชาติ กับถ้วย Hyundai Cup ในปีหน้า ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่ง ทั้งต่อวงการฟุตบอลในไทยและอาเซียน” สำหรับฟุตบอล “Shopee Cup” ที่สนามทรู บีจี สเตเดียม ระหว่างสองสโมสรยักษ์ใหญ่ของไทย “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ปะทะ “เดอะ แรบบิท” บีจี ปทุม ยูไนเต็ด ฮุนไดประเดิมสร้างความคึกคักด้วยการแจกตั๋วชมฟุตบอลผ่านทางเฟซบุ๊คแฟนเพจ พร้อมเสริฟความสนุกให้กับแฟนๆ ด้วยกิจกรรม “Move The Game” รอบสนามสนาม มอบของที่ระลึกลวดลายพิเศษสำหรับแฟนบอลแบบจัดเต็ม โดยทุกกิจกรรมล้วนสะท้อนถึงการใช้แพลตฟอร์มฟุตบอลในการสร้างประสบการณ์ร่วม และเชื่อมโยงระหว่างแบรนด์ กับ แฟนบอล ได้อย่างลงตัว นอกจาก ความเร้าใจในสนามแข่งขัน ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาแฟนบอลยังอยู่ที่การจัดแสดงยนตรกรรม 4 รุ่นเด่นจากฮุนได ไม่ว่าจะเป็น IONIQ 5 รถยนต์ไฟฟ้าสุดล้ำที่สะท้อนวิสัยทัศน์ด้านพลังงานสะอาด The all-new SANTA FE Hybrid เอสยูวีเจเนอเรชันใหม่ที่ผสานสมรรถนะและความอเนกประสงค์อย่างลงตัว Staria รถ MPV ขนาดใหญ่ 11 ที่นั่งสุดพรีเมียมที่ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและธุรกิจ ไปจนถึง Stargazer รถอเนกประสงค์ 6 ที่นั่ง ที่ออกแบบมาเพื่อครอบครัวรุ่นใหม่อย่างแท้จริง การนำยนตรกรรมเหล่านี้มาเผยโฉมท่ามกลางบรรยากาศฟุตบอล จึงไม่เพียงสร้างสีสันให้กับงาน แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮุนไดในการเชื่อมโลกกีฬาเข้ากับวิสัยทัศน์การเดินทางแห่งอนาคต เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสนวัตกรรมอย่างใกล้ชิดและจับต้องได้จริง การใช้ฟุตบอลเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มหลักของฮุนไดที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสร้างการเชื่องโยง และ Engagement กับผู้บริโภคชาวไทย เพราะเชื่อว่าฟุตบอล คือ กีฬาที่มีพลังในการรวมทุกคนมารวมตัวกัน สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของฮุนไดที่เชื่อมั่นใน “การเชื่อมโยงผู้คน” ผ่านยนตรกรรมที่ทันสมัยและยั่งยืน การนำเสนอรถรุ่นไฮไลต์ในวันแข่งขันฟุตบอล ช่วยสร้างการรับรู้ถึงความเป็นแบรนด์ที่ผสานเทคโนโลยีเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว การริเริ่มสนับสนุนถ้วยสโมสรระดับภูมิภาค Shopee Cup ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสร้างความสนุกสนานเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อแสดงความพร้อมของฮุนไดที่จะสนับสนุนวงการฟุตบอลและ Move the game ในถ้วยระดับทีมชาติของภูมิภาคอาเซียน หรือ Hyundai Cup ในปีหน้า ในฐานะ Title Partner การประกาศจุดยืนว่าฮุนไดพร้อมเป็น “พลังขับเคลื่อน” ให้กับวงการฟุตบอลไทย และ อาเซียนก้าวไปสู่ระดับสูงกว่าเดิม ตอกย้ำความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั้งในอาเซียนและในประเทศไทยว่าฮุนไดยังคงยืนหยัดเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและมอบมาตรฐานแบรนด์ยานยนต์ใหม่ให้กับผู้บริโภค ร่วมกันติดตามการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของฟุตบอลไทยในระดับภูมิภาคได้ทาง เฟซบุ๊ก Hyundai Thailand ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้www.hyundai.com/th
- “Together We Rise”
กกท. จัดใหญ่ “Together We Rise” เปิดตัวผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ย้ำความพร้อมการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จัดงาน “Together We Rise” การแถลงข่าวเปิดตัวผู้สนับสนุนสิทธิประโยชน์การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อย่างเป็นทางการ ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ทชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประ เทศไทย เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พันเอกหญิง ดร.วันดี โตสุวรรณ เลขาธิการสหพันธ์กีฬาคนพิการแห่งอาเซียน ดร.กิตติพงษ์ โพธิมู รองประธานคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย คณะผู้บริหารการกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้แทนองค์กรผู้สนับสนุนกว่า 20 แห่ง แขกผู้มีเกียรติ และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคับคั่ง ดร.ก้องศักด ยอดมณีผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 ภายใต้แนว คิด “Green SEA Games” มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดชลบุรี และจังหวัดสงขลา ต่อด้วยการแข่งขันกีฬาอาเซียนพา ราเกมส์ ครั้งที่ 13 ภายใต้แนวคิด “Sustainable Paralympics” ระหว่างวันที่ 20–26 มกราคม 2569 ณ จังหวัดนครราชสีมา นับเป็นเวทีแสดงศักยภาพของนักกีฬาจาก 11 ประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมเสริมสร้างมิตรภาพ ความสามัคคี และความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศในภูมิภาค ดร.ก้องศักด ยอดมณี กล่าวต่อว่า ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ มีความตั้งใจเต็มที่ที่จะจัดการแข่งขันให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ ทั้งมาตรฐานการแข่งขัน สิ่งอำนวยความสะดวก ความปลอดภัย และการบริการ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจแก่คณะนักกีฬา เจ้าหน้าที่ ผู้ชม และนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน รวมทั้งเผยแพร่วัฒนธรรมไทยสู่นานาชาติ พร้อมกันนี้ การจัดการแข่งขันยังได้ผลักดันแนวคิด ภายใต้แนวคิด “Green SEA Games” และ “Sustainable Paralympics” เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการจัด การแข่งขันที่ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ตลอดจนสนับสนุนการสื่อสารด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน และยกระดับคุณภาพการแข่งขันให้ได้มาตรฐานสากล “ความสำเร็จครั้งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนกว่า 20 องค์กรที่เข้ามามีบทบาทสำคัญ ทั้งด้านงบประมาณ ทรัพยากร และนวัตกรรม การเปิดตัวผู้สนับสนุนในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ แต่คือพลังแห่งความร่วมมือ ความเชื่อมั่น และความภาคภูมิใจร่วมกันของคนไทยและประชาชนในอาเซียน พร้อมกันนี้จึงขอเชิญชวนหน่วยงานต่างๆ ทุกภาค และชาวไทยทุกคน ส่วนร่วมกันเป็นเจ้าภาพที่ดี ต้อนรับนักกีฬาจากทั่วภูมิ ภาคด้วยรอยยิ้มและไมตรีจิต เพื่อยืนยันว่า“TOGETHER WE RISE” เมื่อเรารวมพลัง เราสามารถสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ร่วมกันได้เสมอ” ผู้ว่าการ กกท. กล่าวย้ำ ทั้งนี้ ผู้สนับสนุนสิทธิประโยชน์การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อย่างเป็นทางการจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศ ไทย) จำกัด, บริษัท ติ๊กต๊อก (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท รู้ใจประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน), บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน), เครือเจริญโภคภัณฑ์ : CP Group, บริษัท ซีพี ออลล์ จํากัด (มหาชน) หรือ ซีพีออลล์, บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ, บริษัท ซีพี แอ๊กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน), บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด (True Money), อเมซ ซูเปอร์แอป (Amaze Super App), บริษัท บรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท ซูชิโร่ จีเอช (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท สเปซยิม จำกัด, บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน), บริษัท โซลิด กราวด์ มูฟเม้นท์ จำกัด, บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด, บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด, บริษัท เซ้นส์ มอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด, บริษัท คิงส์แพ็ค อินดัสเตรียล จำกัด, และสมาคมส่งเสริม คอนเทนต์วายไทย และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ภายในงานแถลงข่าวยังได้จัดกิจกรรมหลากหลาย ตั้ง แต่เวลา 11.00 น. – 20.00 น.อาทิ การเสวนาพิเศษ โดยมีผู้ร่วมเสวนาเป็นฮีโร่นักกีฬาไทยที่สร้างชื่อเสียงในระดับนานาชาติ ร่วมกับผู้ฝึกสอน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในแวดวงกีฬา มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์และมุมมองที่สร้างแรงบันดาลใจ การอ่านบทกวีเกี่ยวกับกีฬาและนัก กีฬา ถ่ายทอดพลัง ความมุ่งมั่น และจิตวิญญาณของการแข่งขันในรูปแบบศิลปะ นิทรรศการเกี่ยวกับการแข่งขัน ที่นำเสนอข้อมูลประวัติ ความสำคัญของซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ประเภทกีฬา นักกีฬา และผู้สนับ สนุน รวมถึงกิจกรรมจากผู้สนับสนุนบนเวทีให้ได้ร่วมสนุก มีส่วนร่วม และรับทราบข้อมูลการจัดการแข่งขันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย #การแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่33 #GreenSEAGames #gpsเส้นทางโฟกัส #การกีฬาแห่งประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con
- SPMS EST celebrates its 25th anniversary.
SPMS EST ฉลองครบรอบ 25 ปี เปิดตัว “เบียร์ ใบหยก” แบรนด์แอมบาสเดอร์ฟิล์มกรองแสง 3M พร้อมยกระดับประสบการณ์ด้วยเครือข่าย 3M PRO SHOP ผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสงติดรถยนต์ 3M รายเดียวในประเทศไทย ชู “3M PRO SHOP” ร้านค้าที่ได้รับรองมาตรฐานจาก 3M ครบวงจร: ฟิล์มกรองแสง ฟิล์มใสกันรอย สติ๊กเกอร์เปลี่ยนสี และ น้ำยา หรือผลิตภัณฑ์ เคลือบเซรามิก บริษัท เอส พี มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เซลส์ (2001)จำกัด และ บริษัท อี เอส ที (2014) จำกัด ในฐานะผู้จัดจำหน่ายฟิล์มกรองแสง 3M อย่างเป็นทางการรายเดียวในประ เทศไทย จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี แห่งความสำเร็จ พร้อมเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่ “คุณเบียร์ ใบหยก” ผู้บริหารนิวเจนแห่งตระกูลใบหยก ตอก ย้ำภาพลักษณ์ฟิล์มกรองแสงรายแรก และเป็นแบรนด์คุณภาพระดับโลกที่ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กลุ่มลูกค้ายุคใหม่ โดยมี หมวย–ดร.อริสรา กำธรเจริญ ทำหน้าที่พิธีกร ณ RARIN Bangkok Riverside Venue ยกระดับบริการด้วยเครือข่าย 3M PRO SHOP SPMS EST เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วย “3M PRO SHOP” ร้านค้าที่ได้รับรองมาตรฐานสูงสุดจาก 3M สำหรับการติดตั้งฟิล์ม3M และผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์แบบครบวงจร ครอบคลุม: • ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 3M Automotive Window Film • ฟิล์มใสกันรอย 3M Paint Protection Film • สติ๊กเกอร์สีตกแต่ง/เปลี่ยนสีรถยนต์ 3M Car Wrap Film • บริการเคลือบเซรามิก 3M Ceramic Coating3M PRO SHOP มุ่งสร้างมาตรฐานเดียวกันทั่วเครือข่าย ด้วยช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน 3M กระบวนการติดตั้งพิถีพิถัน การใช้ผลิตภัณฑ์วัสดุแท้ของ 3M เครื่องมือและแพตเทิร์นตัดเฉพาะรุ่นรถ ห้องติดตั้งที่ควบคุมความสะอาด รวมถึงการออกใบรับประกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความอุ่นใจของบริการหลังการขาย คุณปรีดา ขจรโกวิทย์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการ (Founder & Chairman) กลุ่มบริษัท SPMS EST เปิดเผยว่า “ตลอดระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยเฉพาะฟิล์มกรองแสง 3M ที่เราได้รับสิทธิ์จำหน่ายรายเดียวในประเทศไทยในปี 2020 และสามารถขยายฐานลูกค้าได้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโชว์รูมรถยนต์ ร้านคาร์แคร์ ร้านประดับยนต์ ร้านติดฟิล์ม หรือดีลเลอร์รายใหญ่ ซึ่งปัจจุบัน เรามีดีลเลอร์หรือตัวแทน มากกว่า 500 ราย พร้อมทั้งทีมงานมืออาชีพกว่า 25 ปีในสายยานยนต์ ซึ่งเป็นหัวใจของบริการที่เหนือความคาดหมาย” คุณธนกฤต ขจรโกวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท SPMS EST (Group CEO) กล่าวว่า “การเปิดตัวแบรนด์แอมบาสเดอร์ของเราอย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในกลยุทธ์การสื่อสารและขยายฐานลูก ค้าของแบรนด์ เรามีแผนการประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจนตลอดทั้งปี โดยจะเน้นสร้างการรับรู้และขยายกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อดิจิทัล ทั้งโซเชียลมีเดียและสื่อข่าวสารที่ครอบคลุม ตลอดจนการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค” กล่าวเสริมถึงบทบาทของ 3M PRO SHOP ว่า “3M PRO SHOP คือจุดหมายปลายทางสำหรับคนรักรถที่ต้องการงานติดตั้งคุณภาพตามมาตรฐาน 3M ครบ จบ ในที่เดียว ทั้งฟิล์มกรองแสง ฟิล์มใสกันรอย สติ๊กเกอร์เปลี่ยนสี และ เคลือบเซรามิก เราเชื่อว่าการยกระดับมาตรฐานหน้าร้านและคุณภาพการให้บริการ จะช่วยสร้างความไว้วางใจและความพึงพอใจให้ลูกค้าได้อย่างยั่งยืน” ผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่เปิดตัว/ตอกย้ำในงาน 3M Crystalline: ด้วยเอกสิทธิ์ เฉพาะของ 3M เนื้อฟิล์มบางมากกว่ากระดาษโพสต์อิท®-โน๊ต โดดเด่นด้วยเทคโน โลยี Multilayer Optical Film “200 ชั้น” ที่ถูกออกแบบให้ทำงานประสานกันอย่างแม่นยำ ช่วยในการกรองแสงได้อย่างยอดเยี่ยม และป้องกันความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมคงความใส ชัด และสวยหรูในทุกมุมมอง ด้วยความใสที่ “เห็นชัด” ดีต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ 3M Ceramic Ultra Clear: ฟิล์มเซรามิคแท้ ที่ใช้เทคโน โลยีเซรามิคโมเลกุลระดับนาโนที่ล้ำสมัยด้วยนวัตกรรมของ 3M ออกแบบให้มีโทนสีเทาฟ้า ซึ่งไม่เพียงแต่สวย งามแต่ยังมีประโยชน์ ด้วยคุณสมบัติ Glare Reduction ช่วยให้การขับขี่สบายตามากขึ้น โดยเฉพาะในสภาวะที่มีแสงจ้าจากดวงอาทิตย์ หรือไฟหน้ารถคันอื่น อีกทั้งยังมีความเข้มหลายระดับให้เลือก ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกระดับความเข้มที่เหมาะกับความต้องการ และสภาพการใช้งานของตัวเองได้ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่มีแสงจ้ามาก หรือการเดินทางไกลที่ต้องเผชิญกับสภาพแสงที่หลากหลาย 3M Paint Protection Film Series (PPF): ยกระดับการดูแลรถด้วยฟิล์มใสกันรอยจาก 3M ที่ออกแบบมาเฉพาะ พร้อมกาวคุณภาพสูงจาก 3M ที่แนบสนิท ผิวเนียนกลืนไปกับสีรถลอกออกไม่ทิ้งคราบไม่ทำลายสีผิวรถปกป้องอย่างรอบด้านโดยไม่สูญเสียความเงางามหรือการมองเห็นรายละเอียดของสีและผิวตัวถัง ไล่น้ำเป็นเม็ดกลม และยังสามารถคืนสภาพเมื่อเกิดรอยขีดข่วน ด้วยเทคโน โลยี Self-Healing 3M Ceramic Coating: บริการเคลือบเซรามิก 3M ใน PRO SHOP ช่วยยกระดับการดูแลผิวสีรถ ให้ความเงางาม ง่ายต่อการเช็ดล้างด้วยคุณสมบัติ Hydrophobic ลดการเกาะตัวของคราบน้ำ คราบสกปรก และช่วยลดการเกิดคราบฝังแน่นจากการใช้งานประจำวัน ทั้งยังเอื้อต่อการดูแลรักษาในระยะยาวเมื่อทำงานร่วมกับฟิล์มใสกันรอย 3M PPF 3M PRO SHOP (โปรช็อป) — มาตร ฐานหน้าร้านรับรองโดย 3M เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงบริการที่ครบและมั่นใจในคุณภาพ SPMS EST เดินหน้าขยายและสนับสนุนเครือข่าย “3M PRO SHOP” ซึ่งเป็นร้านค้าที่ได้รับรองมาตรฐานจาก 3M สำหรับงานติดตั้งและดูแลรถยนต์แบบครบวงจร โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้ ■ บริการที่ครอบคลุมใน 3M PRO SHOP • ฟิล์มกรองแสงรถยนต์ 3M ครบทุกรุ่น • ฟิล์มใสกันรอย 3M Paint Protection Film (PPF) สำหรับชิ้นส่วนสำคัญและทั้งคัน • สติ๊กเกอร์ฟิล์มสีตกแต่ง/เปลี่ยนสีรถยนต์ (Wrap) เพื่อปรับโฉมและปกป้องผิวรถ • เคลือบเซรามิก 3M Ceramic Coating บริการเคลือบเพื่อเพิ่มความเงางามและการปกป้อง มาตรฐานและกระบวนการติดตั้ง • ช่างเทคนิคผ่านการอบรมและทดสอบตามมาตรฐาน 3M • ใช้ผลิตภัณฑ์แท้ 3M เครื่องมือเฉพาะทาง และแพตเทิร์นดิจิทัลตามรุ่นรถ • ห้องติดตั้งควบคุมความสะอาด ลดฝุ่นและสิ่งแปลกปลอมขณะทำงาน • การตรวจรับงานเป็นขั้นตอน พร้อมคำแนะนำการดูแลรักษาและเอกสารรับประกัน ■ วิธีเข้าถึงบริการและข้อมูลเพิ่มเติม • ค้นหา 3M PRO SHOP ใกล้คุณและตรวจสอบบริการได้ที่: https://spms-est.com #SPMSESTฉลองครบรอบ25ปีเปิดตัวเบียร์ใบหยกแบรนด์แอมบาสเดอร์ฟิล์มกรองแสง3M #3MPROSHOP #เอสพีมาร์เก็ตติ้งแอนด์เซลส์2001 #อีเอสที2014 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con
- Harley-Davidson Asia & HUGSTICKERCUSTOM
Harley-Davidson Asia & HUGSTICKERCUSTOM เปิดตัว Project Build Your Own Performance Bagger ครั้งแรก เปิดโลกของการออกแบบรถในสไตล์ของคุณ ที่สุดแห่งการออกแบบ และสไตล์ รังสรรค์ขึ้นเพื่อเปลี่ยน Harley-Davidson ของคุณ ให้กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงอย่างแท้จริง ด้วยกราฟิกที่ดุดัน เร้าใจ จาก HUGSTICKERCUSTOM ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง ออกแบบมาเพื่อ Harley-Davidson โดยเฉพาะ ยกระดับ Harley-Davidson จากโรงงานของคุณไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์สุดพิเศษจาก HUGSTICKERCUSTOM และก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งสไตล์ได้แล้ววันนี้ ภายในงานเปิดให้สัมผัสงานออกแบบ Build Your Own Performance Bagger ทั้ง 6 รุ่นอย่างเป็นทางการก่อนใคร พร้อมสัมภาษณ์พิเศษจาก K. Imran Qadri Head Marketing & PR, Asia Emerging Markets & India จาก Harley Davidson Asia และ คุณปิยนนท์ ทองสารไตร หรือ คุณฟิวส์ จาก HUGSTICKERCUSTOM และขอบคุณ คุณปฏิสิทธิ์ มงคล Sales Executive ตัวแทนจาก Harley-Davidson of Bangkok พระราม 9 สถานที่จัดงานสุดพิเศษในครั้งนี้ สามารถสร้าง Performance Bagger ของคุณได้ ผ่านตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson ที่ใกล้ที่สุดของคุณเพื่อสร้างรถสมรรถนะสูงของคุณ #HarleyDavidsonAsia #Hugstickercustom #HarleyDavidsonBangkok #HarleyRama9 #BuildYourOwnPerformanceBagger #PerformanceBagger #Beyondthelimits
- MY26 ‘A New Era 600
Lotus เปิดตัว MY26 ‘A New Era 600’ มอบประสบการณ์ลักชัวรี่เหนือระดับผ่าน 5 Senses Experience โลตัส คาร์ ประเทศไทย ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายรถ ยนต์โลตัสอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศ ไทย เปิดตัวรถ LOTUS MY26 ในงาน ‘A New Era 600’ สิ้นสุดการรอคอยกับการเปิดตัวโมเดลเยียร์ใหม่ รถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าที่มอบสมรรถนะอันยอดเยี่ยม พร้อมยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่ให้สัมผัสความพรีเมียมผ่าน 5 Senses Experience จับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับประเทศ ร่วมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟในงานเปิดตัวครั้งนี้ที่ โชว์รูม Lotus Cars Thailand (สำนักงานใหญ่) ตั้งแต่วันที่ 20 – 21 กันยายน 2568 นายธีรพงศ์ รอดลอย Country Manager Lotus Cars Thailand โดย บริษัท แปซิฟิค ไทย มอเตอร์สปอร์ตส์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน ‘A New Era 600’ งานเปิดตัวรถยนต์โลตัสโมเดลเยียร์ใหม่ หลังจากที่ได้เปิดราคาใหม่ไปก่อนหน้านี้ และเปิดชื่อรุ่นย่อยใหม่ EMEYA และ ELETRE ทั้ง 603 แรงม้าและ 905 แรงม้า นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เราเปิดรุ่นเริ่มต้น EMEYA 600 ในราคาเพียง 4.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นรุ่นไฮไลต์ในครั้งนี้ เพื่อต้องการมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดีที่สุดพร้อมการดูแลเหนือระดับ ภายในงานพร้อมให้ยลโฉมรถยนต์รุ่นย่อยใหม่ได้อย่างใกล้ชิด ได้แก่ EMEYA 600, EMEYA 600 GT SE, ELETRE 600 GT SE และ ELETRE 900 SPORT ซึ่งเป็นการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ที่หลากหลายและอยู่ในช่วงราคาตั้งแต่ 4.89 – 7.99 ล้านบาท ถือเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ในมุมกว้างยิ่งขึ้น สร้างทางเลือกความเอ็กซ์คลูซีฟที่ต่างกันในออปชั่นของแต่ละรุ่น พร้อมฟังก์ ชันที่ตอบโจทย์การใช้งาน” นอกจากนี้ นายธีรพงศ์ กล่าวเสริมว่า “ความพิเศษในงานเปิดตัว Lotus MY26 ครั้งนี้ เราได้สร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับประเทศ เพื่อเป็นการนำเสนอประสบ การณ์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น ttb, King Power, KEF, BOROM , Mono Wheel และ Martell เพื่อมอบข้อเสนอพิเศษและสัมผัสกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ” สำหรับงาน ‘A New Era 600’ มาในคอนเซปต์ ‘When Speed Meet Style’ สร้างประสบการณ์ใหม่ผ่าน 5 Senses Experience นับเป็นอีกไฮไลต์สำคัญของงานที่ร่วมสร้างสรรค์ความเอ็กซ์คลูซีฟในการเปิดตัวรถ Lotus MY26 เพื่อมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าในทุก ๆ ด้าน ผ่านทุกสัมผัสทั้ง 5 รูปแบบ (5 Experiences and Activities) คือ ■SIGHT – ชมรถยนต์ LOTUS MY26 ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เสมือนชิ้นงาน Masterpiece ■SOUND – สัมผัสเสียงอันทรงพลัง ทั้งในตัวรถและตลอดภายในงาน จากแบรนด์ KEF ■SCENT – กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างบรรยา กาศความหรูหราจาก BOROM ■TOUCH – เพลิดเพลินกับกิจกรรมสำหรับผู้ที่รักการขับขี่กับ Car Simulator จาก Monowheel ■TASTE – ลิ้มรส Cocktail สูตรพิเศษ จาก Martell ให้ความผ่อนคลายหลังจากการขับขี่ โลตัส คาร์ ประเทศไทย ได้นำแนวคิด Sensory Experie nce สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ผ่านทุกสัมผัส ร่วมกับ DNA ความเป็นโลตัสเข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับความพรีเมียม ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างทาง BOROM แบรนด์น้ำหอมไทยสาย niche ชื่อดังที่มีความยูนีคเฉพาะตัว ผสมผสานกับความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โลตัสทั้ง 4 Pillars 1)ความเร็วที่เหนือความคาดหมาย(Speed and Racing) จุดเด่นเรื่องความเร็วอันทรงพลัง ของแบรนด์ Lotus รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงและเร็วที่สุดในฐานะ Hyper GT (Dual-Motor) สำหรับ EMEYA และ Hyper-SUV สำหรับ ELETRE ถือเป็นรถที่โดดเด่นเรื่องความเร็วและให้อรรถรสการขับขี่ที่เฉพาะตัว สอดคล้องกับคอนเซปต์ของน้ำหอมกลิ่น Naked Satin ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เป็นหนึ่งใน Signature Scent ที่ให้ความประทับใจตั้งแต่แรกที่ได้สัมผัส เสมือนคุณได้ขับรถยนต์ Lotus เช่นกัน 2) ความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี (High Technology) ด้วยพละกำลังยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 603 - 905 แรงม้า พร้อมกับขุมพลังการประมวลผลอัจฉริยะจาก NVIDIA DRIVE เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ให้ความล้ำสมัยและเงียบสงบ แต่ทรงพลังอย่างไร้ที่ติ เปรียบเสมือนน้ำหอมกลิ่น Cashmere Unnamed ที่สะท้อนถึงความ Quiet Luxury ที่ให้ความรู้สึกความเรียบหรูแฝงอยู่ในทุกสัมผัส แต่ยังคงสง่างาม 3) ความสปอร์ตที่โดดเด่น (Gentle Looks) สะท้อนภาพลักษณ์ที่ให้รสนิยมที่แตกต่าง โดดเด่นด้วยดีไซน์ Aerodynamic ที่ให้ความสปอร์ต ด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันทั้งภายนอกและภายในรถ เสมือนกับกลิ่นน้ำ หอม Gentle Oxford ที่ให้ความรู้สึกสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด และสะท้อนรสนิยมที่เฉพาะตัว ด้วยเสน่ห์ในแบบ everyday elegance 4) ความเป็นตำนานของวงการมอเตอร์สปอร์ต (Motor sport Legacy) ด้วยการพัฒนาจากรถแข่ง F1 ที่ถ่าย ทอดสมรรถนะจากสนามแข่งสู่ถนนจริง เพื่อส่งต่อประสบการณ์ขับขี่ในรูปแบบ ‘For the Drivers’ ให้ผู้ที่รักในการขับขี่ เปรียบเสมือนกับคาแรกเตอร์ของน้ำหอมกลิ่น Mysterious Wool ในแนว Animalic Note ที่ให้ความรู้สึกปลุกสัญชาตญาณความเป็นมอเตอร์สปอร์ต หลงใหลในความแรงและความเร็ว สะท้อนจิตวิญญาณและแสดงตัวตนความเป็น DNA ของรถยนต์ Lotus อย่างดี อีกทั้ง ภายในรถยนต์จะได้สัมผัสอรรถรสด้านเสียงอันโดดเด่นของทาง KEF แบรนด์เสียงระดับไฮเอนด์จากประเทศอังกฤษ เป็นเครื่องเสียงในรถยนต์ Lotus ทุกรุ่น ให้เอกลักษณ์โทนเสียงที่สมดุลและให้รายละเอียดเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติซึ่งได้มาร่วมสร้างบรรยากาศภาย ในงาน โดยจัดแสดงเครื่องเสียง Soundbar ที่เสมือนเป็นงานศิลป์มาเติมเต็มประสบการณ์การฟังเหนือระดับ นอกจากนี้จะได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่เสมือนจริง เพลิดเพลินไปกับ Car Simulator และ Electric scooter จาก Monowheel จัดเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมไปกับอรรถรสการขับขี่ของยนตรกรรมไฟฟ้า โลตัส คาร์ ในการเปิดตัวครั้งนี้ นอกจากนี้ โลตัส คาร์ ประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะดูแลลูกค้าโลตัสอย่างดีที่สุดและมุ่งหวังที่จะสร้างคอมมูนิตี้ Lotus ให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยจัดรวมคอมมูนิตี้จาก Siam Lotus มาร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนแนว คิดและประสบการณ์ขับขี่รถยนต์โลตัสจากรุ่นสู่รุ่น ตั้ง แต่รถคลาสิกจนมาถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นปัจจุบัน แม้ว่ามีการเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่รถ Lotus ยังคงให้คาแรกเตอร์การขับขี่ที่สนุกและ DNA ของรถยนต์ Lotus ยังคงอยู่เสมอ อีกทั้ง ยกระดับการดูแลหลังการขายให้ลูกค้าทุกท่านได้รับการดู แลอย่างดีที่สุดและมั่นใจกับความพร้อมด้านศูนย์บริการหลังการขายของทาง โลตัส คาร์ ประเทศไทย สำหรับลูกค้าผู้ที่สนใจ Lotus MY26 พร้อมให้เป็นเจ้า ของรถยนต์โลตัสได้แล้ววันนี้ “Lotus for Everyone” สำหรับรุ่นเริ่มต้น Emeya 600 เปิดราคาที่ 4.89 ล้านบาท* รับ Lotus Wall Box และประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี* และรุ่น Eletre 600 ราคาเริ่มต้นที่ 5.29 ล้านบาท* รับ Lotus Wall Box และประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี* นอกเหนือจากนี้ ยังมอบความพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถในงานจะได้รับข้อเสนอพิเศษรวมสูงสุด 60,000 บาท* จากพาร์ทเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง KEF มอบ Voucher สำหรับชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียม มูลค่า 50,000 บาท* พร้อมรับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทาง BOROM น้ำหอมขนาด 100 ml มูลค่า 9,900 บาท* อีกทั้ง โลตัส คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับ ttb มอบเอกสิทธิ์พิเศษ รับคะแนนสะสมพิเศษ 300,000 คะแนน เมื่อชำระเงินจองรถหรือดาวน์รถ ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป สำหรับรถยนต์ Lotus MY26 ที่พร้อมส่งมอบ และรถยนต์ Lotus รุ่นอื่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568 และทำการส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 โดยเอกสิทธิ์พิเศษนี้สำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิต ttb reserve และบัตรเครดิต ttb ประเภทที่มีคะแนนสะสม (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด) สำหรับผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับสิทธิพิเศษ Power pass ส่วนลดสูงสุด 20% จาก King Power และ Voucher พิเศษจากน้ำหอม BOROM ท่านสามารถเข้าชมรถยนต์ Lotus MY26 ได้ที่โชว์รูม Lotus Cars Thailand และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ โทร. 066 137 3330 หรือติดต่อทาง Line Official: @LotusCarsTH หรือ lin.ee/oaZpTEq ...... #LotusเปิดตัวMY26ANewEra600มอบประสบการณ์ลักชัวรี่เหนือระดับผ่าน5SensesExperience #LOTUSMY26 #โลตัสคาร์ประเทศไทย #LotusCarsThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con
- BYD Zhengzhou
รือเจิ้งโจว เป็นเรือลำที่ 7 ในเครือ BYD มีความจุรวม 7,000 - 7,500 คัน ความยาว 199 เมตร ความกว้าง 38 เมตร ขับเคลื่อนด้วยระบบเชื้อเพลิงคู่ LNG BYD มีเรือขนส่งรถยนต์ทั้งหมด 7 ลำ * BYD Explorer No.1 * BYD Changzhou * BYD Hefei * BYD Shenzhen * BYD Xi'an * BYD Changsha * BYD Zhengzhou BYD Zhengzhou (เจิ้งโจว) เป็นเรือบรรทุกรถแบบ Roll-on/Roll-off (RORO) สามารถลำเลียงรถแบบขับเข้า-ออกได้เลย ประหยัดเวลา และประหยัดต้นทุน (ไม่ต้องมีตู้คอนเทนเนอร์ ไม่ต้องใช้รถสไลด์)
- 2nd DRIVE 2GETHER WITH YOU
GAC Thailand ฉลองครบรอบ 2 ปี นวัตกรรม EV สู่อนาคต พร้อมจัดกิจกรรมทดสอบขับ “2nd DRIVE 2GETHER WITH YOU” สุดเอ็กซ์คลูซีฟ GAC เฉลิมฉลองการดำเนินธุรกิจครบรอบ 2 ปีในประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จในการก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างรวดเร็ว ตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา GAC ประเทศไทย ได้นำเสนอรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น GAC AION Y Plus, GAC AION ES, GAC HYPTEC HT, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC M8 PHEV และยังได้ลงทุนสร้างรากฐานที่มั่นคงเพื่อสนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ทั้งในด้านการผลิต, การพัฒนาบุคลากร, การขยายเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และการบริการที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมจัดกิจกรรม “2nd DRIVE 2GETHER WITH YOU” ให้ลูกค้าได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC GAC Thailand จัดกิจกรรมทดลองขับ DRIVE 2GETHER WITH YOU เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จตลอด 2 ปี GAC ประเทศไทย จึงได้จัดกิจกรรม “DRIVE 2GETHER WITH YOU” ในวันเสาร์ที่ 20 กันยายน 2568 ณ โรงแรมโพธาลัย กรุงเทพ (Phothalai Bangkok Hotel) ภายในงาน ท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์การทดลองขับรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC อย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมกิจกรรมสนุกๆ และลุ้นรับของรางวัลมากมายตลอดวัน พิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ GAC ภายในงาน จะได้รับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟทันที พร้อมรับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดีคว้ารางวัลใหญ่ภายในงานอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่าย GAC Thailand ใกล้บ้านท่าน เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม DRIVE 2GETHER WITH YOU ย้อนรอย 2 ปีแห่งความสำเร็จ: การเดินทางของนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า GAC ในไทย GAC ประเทศไทย เริ่มต้นเส้นทางในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2566 โดยได้สร้างความตื่นตัวให้กับตลาด EV ของไทยอย่างต่อเนื่องผ่านการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย GAC AION Y Plus ประเดิมตลาดด้วย GAC AION Y Plus รถยนต์ไฟฟ้าแบบ SUV ที่สร้างปรากฏการณ์ด้วยแนวคิด "Fancy Electric SUV" ชูจุดเด่นด้านพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางที่สุดในคลาส สามารถปรับเปลี่ยนเบาะโดยสารให้กลายเป็นเตียงนอนขนาดใหญ่ได้ พร้อมด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Magazine Battery ที่ปลอดภัย และระยะทางวิ่งที่ไกลถึง 490 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ความสำเร็จของ GAC AION Y Plus สะท้อนได้จากยอดจองถล่มทลายกว่า 4,500 คันภายในงาน Motor Expo 2023 ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวที่สวยงามและเป็นการประกาศการมาถึงของแบรนด์ GAC ในตลาดประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ GAC AION ES ต่อเนื่องความสำเร็จด้วยการส่ง GAC AION ES รถซีดานไฟฟ้า ที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กรและกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ ด้วยจุดเด่นด้านความทนทาน, ความคุ้มค่า, ต้นทุนการบำรุงรักษาที่ต่ำ และระยะทางวิ่งที่เพียงพอต่อการใช้งานตลอดวัน ทำให้ GAC AION ES ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีและกลายเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่การคมนาคมด้วยพลังงานสะอาดของประเทศไทย GAC HYPTEC HT ยกระดับแบรนด์สู่ตลาดพรีเมียมด้วยการเปิดตัว GAC HYPTEC HT ภายใต้แบรนด์ HYPTEC (ไฮป์-เทค) ซึ่งเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าลักชัวรีในเครือ GAC สร้างความฮือฮาด้วยดีไซน์อันโดดเด่นอย่างประตูหลังแบบปีกนก (Gull-wing Doors) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ, สมรรถนะอันทรงพลัง และความหรูหราสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร การมาถึงของ GAC HYPTEC HT เป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพทางเทคโนโลยีของ GAC และความมุ่งมั่นของ GAC ประเทศไทย ที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย GAC AION V GAC สร้างกระแสฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว GAC AION V รถ SUV ไฟฟ้าสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ซึ่งเป็น Global Model ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตลาดโลก ชูจุดเด่นด้านความสะดวกสบายครบครัน อาทิ ตู้เย็นอเนกประสงค์อัจฉริยะ, เบาะคู่หน้ามาพร้อมระบบนวดไฟฟ้า, เบาะหลังปรับเอนได้ 137 องศา, โต๊ะทำงานอเนกประสงค์, พร้อมด้วยพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง, พร้อมด้วยระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 602 กิโลเมตร GAC AION UT GAC ประเทศไทย ได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพื่อครอบคลุมความต้องการที่หลากหลายยิ่งขึ้น ด้วยการเปิดตัว GAC AION UT รถไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดของ GAC ที่มุ่งรุกเข้าสู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับ B-Segment ครั้งแรกในไทย ตอบโจทย์ผู้ประกอบการยุคใหม่ที่มองหารถยนต์เพื่อการใช้งานที่ทนทาน, มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่สามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น และมีระยะทางวิ่งที่ไกลสูงสุดถึง 500 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) GAC M8 PHEV และเพื่อเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการนำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย GAC ประเทศไทย ได้ประกาศเปิดตัว GAC M8 PHEV รถ MPV ระดับลักชัวรีขุมพลัง Plug-in Hybrid รุ่นแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้ากลุ่มผู้บริหารและครอบครัวขนาดใหญ่ที่ต้องการความหรูหราสะดวกสบายสูงสุด ควบคู่ไปกับความยืดหยุ่นในการเดินทางด้วยเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ด้วยระยะทางวิ่งรวมสูงสุด 1,032 กิโลเมตร (มาตรฐาน WLTC) ตอกย้ำความเป็นผู้นำและสร้างสรรค์อนาคต ในช่วงปีที่ผ่านมา GAC ประเทศไทย ได้บรรลุเป้าหมายและความร่วมมือครั้งสำคัญมากมาย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับในคุณภาพและเทคโนโลยีของแบรนด์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยกระดับบริการเดินทางระดับชาติ จับมือ AOT Limousine: GAC ประเทศไทย ได้รับความไว้วางใจจาก บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ในการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า AION Y Plus เพื่อเข้าร่วมให้บริการในระบบ AOT Limousine ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่เป็นการตอกย้ำถึงสมรรถนะ, ความปลอดภัย, และความสะดวกสบายของตัวรถที่ได้รับความไว้วางใจในบริการระดับพรีเมียม แต่ยังเป็นการสนับสนุนวิสัยทัศน์ Green Airport ของท่าอากาศยานไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผลักดันให้เกิดการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงประเทศไทย ผนึกกำลังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) พัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จ: เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้บริโภค GAC ประเทศไทย และบริษัทในเครือ GAC Energy ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) อย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมกันศึกษาและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า ความร่วมมือนี้จะช่วยเร่งการขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ผ่านการเชื่อมต่อและทดสอบความเข้ากันได้ระหว่างเครื่องชาร์จของ GAC Energy กับแพลตฟอร์ม PEA VOLTA ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งและอำนวยความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ เดินหน้าขยายเครือข่ายบริการเพื่อความอุ่นใจทั่วประเทศ: ปัจจุบัน GAC ประเทศไทย มีศูนย์บริการและโชว์รูมที่เปิดให้บริการแล้ว กว่า 50 แห่ง ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ทั่วประเทศไทย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ มีแผนที่จะ ขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมกว่า 80 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 เพื่อให้การบริการทั้งด้านการขายและหลังการขายเป็นไปอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพสูงสุด วางรากฐานสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ความสำเร็จในปัจจุบันต่อยอดมาจากรากฐานที่มั่นคงซึ่ง GAC ประเทศไทย ได้วางไว้อย่างแข็งแกร่งตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ผ่านการลงทุนและความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนมากมาย การลงทุนโรงงานผลิตในจังหวัดระยอง: GAC ได้ลงทุนก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในจังหวัด ซึ่งเป็นฐานการผลิตแห่งแรกนอกประเทศจีน โรงงานแห่งนี้ไม่เพียงแต่จะตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศ แต่ยังเป็นฐานการผลิตที่สำคัญสำหรับการส่งออกไปยังตลาดอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน ตอกย้ำความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาค ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน : GAC ประเทศไทย ได้ลงนามความร่วมมือ (MOU) จัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า พร้อมกับมอบรถยนต์ไฟฟ้า AION Y Plus จำนวน 1 คัน เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักศึกษาและบุคลากรในอุตสาหกรรม รองรับการเติบโตของตลาด EV ที่ต้องการแรงงานฝีมือคุณภาพสูง ซึ่งถือเป็นการลงทุนเพื่อการพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนในประเทศไทย การจัดตั้ง GAC Energy เพื่อสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จ: เพื่อเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำ GAC ประเทศไทย ได้จัดตั้งบริษัท GAC Energy ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลักในการสร้างและบริหารจัดการเครือข่ายสถานีชาร์จเร็ว (Fast-Charging Station) ภายใต้แบรนด์ของ GAC เอง หัวใจของการบริการ ยึดมั่นในแนวคิด "Customer Centric" GAC ประเทศไทย เชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงมาจากการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ภายใต้แนวคิด "Customer Centric" บริษัทฯ ได้ริเริ่มกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีและมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับเจ้าของรถยนต์ GAC AION อาทิ กิจกรรมเฉลิมฉลองการส่งมอบรถ ที่สร้างความรู้สึกพิเศษให้กับลูกค้าตั้งแต่วันแรกที่ได้เป็นเจ้าของ และ กิจกรรมทริปท่องเที่ยวสุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่น่าจดจำและสร้างชุมชนผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า GAC ที่แข็งแกร่ง ในโอกาสครบรอบ 2 ปี GAC ประเทศไทย ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านสำหรับความไว้วางใจและการสนับสนุนที่ดีเสมอมา บริษัทฯ ขอยืนยันที่จะไม่หยุดนิ่งในการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพสูงสุด ควบคู่ไปกับการยกระดับบริการหลังการขายที่จะสร้างความประทับใจและความพึงพอใจสูงสุด เพื่อขับเคลื่อนอนาคตแห่งการเดินทางที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยต่อไป ผู้ที่สนใจรถยนต์ GAC สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.aionauto.com/th-th/ และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ www.aionauto.com/th-th/test-drive/AION%20V เกี่ยวกับ GAC Group GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดยมีเป้าหมายในการก้าวสู่ระดับแนวหน้าของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกที่น่าเชื่อถือในระดับโลก โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศอเมริกา, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, กลุ่มประเทศ CIS และอียิปต์ เสริมศักยภาพการขยายตัวในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่โดดเด่นและวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง ด้วยความสำเร็จที่โดดเด่น GAC Group ได้รับการจัดอันดับใน Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 12 ปี โดยในปี 2024 อยู่ที่อันดับ 181 มีบุคลากรระดับแนวหน้ากว่า 100,000 คน ครอบคลุม 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 6,000 คนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร ด้านศักยภาพทางผลิต GAC Group มียอดขายกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2023 ติดอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ในเครือที่ยืนหยัดด้วย 3 แบรนด์ได้แก่ AION, HYPTEC และ GAC Motor นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ GAC Group ใช้ Big Data ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ และระบบ AI ผ่านการทดสอบที่มีความแม่นยำสูงถึง 95% พร้อมยกระดับขอบเขตการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การผลิต พัฒนา เทคโนโลยี ไปจนถึงการให้บริการระดับโลก GAC Group ไม่เพียงแค่เป็นผู้นำด้านยานยนต์ แต่ยังเน้นย้ำถึงการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความพึงพอใจมากกว่า เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก
- “H-Meter Capital”
ปฏิวัติวงการเช่าซื้อไทย รับมือ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อ-ลัสซิ่ง ด้วย “H-Meter Capital” ชูเทคโนโลยียกระดับความโปร่งใสธุรกิจเช่าซื้อไทย ซีเนียร์ คอม เปิดตัว “H-Meter Capital” ชูเทคโนโลยีปฏิวัติวงการเช่าซื้อไทย ขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัล • H-Meter Capital แพลตฟอร์มระบบปฏิบัติการธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่งแบบครบวงจร รับมือ พ.ร.ฎ. ใหม่ ส่งรายงาน ธปท. ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ • ซีเนียร์ คอม พัฒนาเพื่อคนไทย มั่นใจช่วยลดหนี้เสียครัวเรือน ยกระดับความโปร่งใสธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และที่ปรึกษาด้านระบบสินเชื่อเช่าซื้อและบริหารจัดการดีลเลอร์ยานยนต์มายาวนานกว่า 33 ปี ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร “H-Meter Capital Experience Version BOT Comply” อย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบการ สามารถปรับตัวและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่ของพระราชบัญญัติการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในฐานะบริษัทซอฟต์แวร์ไทยหวังใช้เทคโนโลยียกระดับมาตรฐานและความโปร่งใสของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค และช่วยลดภาระหนี้ครัวเรือนในภาพรวมได้ มุมมองผู้บริหารต่อวิกฤตหนี้ครัวเรือนไทย คุณสุพนิต อึ่งอารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด ได้แสดงมุมมองต่อปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับ 87.4% ของ GDP ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่งที่มีสัดส่วนของหนี้ครัวเรือนกว่า 10% หรือมูลค่าถึง 1.6 ล้านล้านบาท "ปัญหาหลักที่เราพบคือความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน (Financial Literacy) ของผู้บริโภคไทยในเรื่องเช่าซื้อยังไม่เพียงพอ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเข้าใจเพียงรายละเอียดพื้นฐาน เช่น ค่างวดที่ต้องชำระ อัตราดอกเบี้ย แต่มักละเลยข้อกำหนดแฝงในสัญญา สิทธิ์และขั้นตอนเมื่อถูกยึดทรัพย์ รายละเอียดประกันภัยและค่าบริการเสริม รวมถึงเงื่อนไขปิดสัญญาก่อนกำหนด การเข้ามาควบคุมดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างเสถียรภาพและปกป้องสิทธิของลูกหนี้ เปิดตัว H-Meter Capital: การปฏิวัติระบบเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง คุณสุพนิต ได้เปิดตัว H-Meter Capital ในฐานะซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปรับตัวได้ไวที่สุด และเริ่มต้นใช้งานได้ทันกับกำหนดการประกาศใช้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง ด้วยการทำงานแบบครบวงจร ใช้ได้ทั้งกลุ่มรายย่อยและรายใหญ่ สามารถบริหารจัดการสินเชื่อได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งตอบโจทย์มาตรฐานของ ธปท. ได้อย่างสมบูรณ์ “แพลตฟอร์ม H-Meter Capital ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยทีมงานคนไทยเพื่อธุรกิจไทยโดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 33 ปี ทำให้เข้าใจถึงความต้องการและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพราะ H-Meter Capital ถูกออกแบบมาเป็น Turnkey Solution ที่ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่การยืนยันตัวตน การตรวจสอบเครดิต การประเมินความเสี่ยง การสร้างใบคำขอสินเชื่อ การทำสัญญา การบริหารจัดการรายการชำระเงิน ไปจนถึงการติดตามหนี้" คุณสุพนิต อธิบาย ไฮไลท์เทคโนโลยี H-Meter Capital ได้แก่ • ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (E-KYC) และ NDID: เพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ • ปัญญาประดิษฐ์ (AI): ช่วยประมวลผลและจัดทำเอกสารได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการปรับเงื่อนไขสินเชื่อให้เหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละราย • การคำนวณที่โปร่งใส: คำนวณยอดปิดบัญชีพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมตามสัญญา ทำให้ผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของ พ.ร.ฎ. ได้อย่างไม่ยุ่งยาก • Dashboard สำหรับผู้บริหาร แสดงภาพรวมธุรกิจแบบ Real-Time วิเคราะห์ข้อมูล พยากรณ์กระแสเงินสดจากการรับชำระ ประโยชน์สำหรับทุกภาคส่วน: ระบบ Turnkey ที่เหนือกว่า มุมผู้ประกอบการ: ผู้ประกอบการรายใหญ่: ระบบที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมทีมงานมากประสบการณ์ช่วยบริหารจัดการการย้ายข้อมูลเก่าขึ้นระบบใหม่ได้ครบถ้วน พร้อมดำเนินงานต่อด้วยการออกแบบการ cut-over ที่มี downtime น้อยที่สุด เพื่อช่วยบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น ลดขั้นตอนร่างเอกสาร ส่งมอบรายงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ผู้ประกอบการรายย่อย: เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เข้าถึงระบบมาตรฐานสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ให้แข่งขันในตลาดได้อย่างเท่าเทียม และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร มุมผู้บริโภค: ความโปร่งใสและเป็นธรรม: ระบบที่ใช้ AI ช่วยในการปรับเงื่อนไข โปรโมชั่นและคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมและเข้าใจในรายละเอียดสัญญาอย่างชัดเจน ลดภาระหนี้: ด้วยการคำนวณที่แม่นยำและเป็นธรรม ผู้บริโภคสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้ดีขึ้น ลดโอกาสในการเกิดปัญหาหนี้เสียในระยะยาว ปัจจุบัน H-Meter Capital เริ่มให้บริการแก่บริษัทชั้นนำในวงการสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งหลายแห่งมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีบัญชีผู้ใช้งานระบบ (concurrent user) กว่า 10,000 คน ปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยกว่า 5 ล้าน รายการต่อเดือน และมีมูลค่าพอร์ตสินเชื่อที่บริหารจัดการผ่านระบบสูงกว่า 10,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน แผนการต่อยอดเทคโนโลยีการเงินเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต คุณสุพิชชา อึงอารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เปิดเผยแผนการขยายบริการของ H-Meter Capital ไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ว่า “ระบบของ H-Meter Capital เป็นโซลูชันจัดการผลิตภัณฑ์การเงินที่เราออกแบบและพัฒนามาเพื่อลดความซับซ้อนและเร่งกระบวนการให้ผู้ประกอบการทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย ให้มีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและมีความโปร่งใส เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ซึ่งการขยายการใช้งานจะเพิ่มมูลค่าทางการเงินในประเทศได้มาก จากความสำเร็จในปัจจุบัน ซีเนียร์ คอม ยังคงเดินหน้าขยายศักยภาพของแพลตฟอร์ม H-Meter Capital สู่กลุ่มธุรกิจสินเชื่ออื่นๆ ได้แก่ Locked-Phone Financing, Agricultural Machinery Financing และ Home Loans สำหรับผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank Lender) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน” ====== เกี่ยวกับ บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2535 เป็นบริษัทซอฟต์แวร์ของคนไทยที่มุ่งมั่นพัฒนาและให้บริการ โซลูชันเทคโนโลยีสารสนเทศแก่องค์กรธุรกิจชั้นนำของประเทศมากว่า 3 ทศวรรษ ด้วยความเชี่ยวชาญในการ พัฒนาระบบงานที่ซับซ้อนและเข้าใจในกระบวนการทางธุรกิจอย่างลึกซึ้ง ซีเนียร์ คอม ได้รับความไว้วางใจจาก ลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรมในการเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความสำเร็จในยุคดิจิทัล
- Community Emergency Volunteers
สพฉ. ผนึกเครือข่าย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เสริมทักษะการเฝ้าระวังและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ป่วยฉุกเฉิน นักศึกษา/อาจารย์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ตั้งเป้าสร้าง “อาสาฉุกเฉินชุมชน” 10 ล้านคนภายใน 4 ปี สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ร่วมกับ โรงพยาบาลสมุทรปราการ และมูลนิธิอ็อกซี่ไฟต์ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมทักษะการเฝ้าระวังและการปฐม พยาบาลเบื้องต้นผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยมี นักศึกษา/อาจาสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ ร่วมกับ โรงพยาบาลสมุทรปราการ และมูลนิธิอ็อกซี่ไฟต์ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมทักษะการเฝ้าระวังและการปฐมพยา บาลเบื้องต้นผู้ป่วยฉุกเฉิน โดยมี นักศึกษา/อาจารย์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ พร้อมด้วยรย์ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ พร้อมด้วยสื่อมวลชน และผู้สนใจเข้าร่วม ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ ผศ.ดร.ธงศักดิ์ชัย สายพระราษฎร์ รองเลขาธิการสถา บันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติกล่าวว่าสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ หรือ สพฉ. เป็นหน่วยงานของรัฐ ที่มีบทบาทในการบริหารจัดการระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ “เพื่อให้ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยปลอดภัยจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน โดยมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่เป็นมาตรฐานในระดับสากลที่ประชาชนเชื่อมั่น และมีการจัดระบบบริการอย่างมีคุณภาพ ทั่วถึง เท่าเทียม โดยสังคม ประชาชน และเครือข่ายมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของแผนหลักการแพทย์ฉุกเฉิน ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2566-2570 (ฉบับปรับปรุง) โดยหนึ่งปัจจัยที่จะส่งผลให้ “ทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยปลอดภัยจากการเจ็บป่วยฉุกเฉิน” ได้ ก็คือ การสร้างการรับรู้และรอบรู้ให้แก่ประชาชนทุกเพศทุกวัยทุกช่วงอายุ ทั้งในมิติของการแจ้งเหตุ 1669 และมิติของการช่วยฟื้นคืนชีพเบื้องต้นด้วยการ CPR และการใช้เครื่อง AED “วันนี้ สพฉ. ได้ร่วมกับโรงพยาบาลสมุทรปราการ และมูลนิธิอ็อกซี่ไฟต์ จัดการอบรมเชิงปฏิบัติการเสริมทักษะการเฝ้าระวังและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ป่วยฉุกเฉิน ให้แก่น้องๆ นักศึกษาและคณาจารย์ของวิทยาลัยเทค นิคสมุทรปราการ โดยเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อขับเคลื่อนการอบรมอาสาฉุกเฉินชุมชน หรือ อฉช. ซึ่งตั้งเป้าหมายว่าจะต้องสามารถสร้าง อฉช. จำนวน 10 ล้านคนภายใน 4 ปี ตั้งแต่ พ.ศ. 2568-2572 ซึ่ง อฉช. จะเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ ในฐานะ “หมอคนแรก” ที่จะช่วยในการแจ้งเหตุและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินในสถานการณ์จริงต่อไป และ สพฉ. หวังว่า การอบรมในวันนี้จะเป็นก้าวย่างสำคัญในการสร้างรับรู้และเสริมความรอบรู้ด้านการฟื้นคืนชีพเบื้องต้นให้แก่น้องๆ นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้อง เกิดเป็นทักษะสำคัญที่พร้อมจะนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ที่พบผู้ป่วยฉุกเฉินในชีวิตจริงต่อไปได้ และหากสถานศึกษาหรือหน่วยงานใด ต้องการให้ สพฉ. ร่วมจัดกิจกรรมลักษณะนี้เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่บุคลากรในหน่วยงานและขับเคลื่อนการสร้างอาสาฉุกเฉินชุมชนไปด้วยก็สามารถติดต่อมาได้ครับ” รองเลขาธิการ สพฉ. กล่าว ด้าน ดร.สุรินทร์ บุญสนอง ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ กล่าวว่ารู้สึกยินดีและขอขอบคุณสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ โรงพยาบาลสมุทรปราการ และมูลนิธิอ็อกซี่ไฟต์ ที่เลือกวิทยาลัยเทคนิคสมุทรปรา การในการอบรมเชิงปฏิบัติการ เสริมทักษะการเฝ้าระวังและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นผู้ป่วยฉุกเฉิน ซึ่งนับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งในปัจจุบัน เพราะเป็นองค์ความรู้พื้นฐานด้านการดูแลตนเองและคนรอบข้าง ทั้งยังสามารถช่วยลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียได้ ในนามของวิทยา ลัยเทคนิคสมุทรปราการมีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศ และหวังว่านักศึกษาและคณา จารย์ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ จะได้นำทักษะและความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในฐานะ “หมอคนแรก” ที่จะช่วยในการแจ้งเหตุและปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้แก่ผู้ป่วยฉุกเฉินในสถานการณ์จริงได้ และหวังว่ากิจกรรมลักษณะนี้จะมีโอกาสได้ขยายผลไปยังสถาบันการศึกษาอื่นๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในวงกว้างต่อไป ' *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #อาสาฉุกเฉินชุมชน #สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติร่วมกับ #โรงพยาบาลสมุทรปราการ #มูลนิธิอ็อกซี่ไฟต์ #วิทยาลัยเทคนิคสมุทรปราการ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con











