top of page

1423 results found with an empty search

  • The new Mitsubishi Xpander and Xpander Cross HEV make their debut! Along with other models in the full lineup at the 42nd Motor Expo.

    มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ เผยโฉมเป็นที่แรก! พร้อมรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ครบไลน์อัพ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42เร่งเครื่องแรง ส่งท้ายปี! ชูแคมเปญ “ดอกเบี้ย 0%” นายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และ ประสบ การณ์ลูกค้า บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเปิดบูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูก ค้าสัมผัสสุดยอดยนตรกรรมล้ำสมัยครบทุกไลน์อัพ พร้อมเดินหน้าเร่งเครื่องแรง ชูแคมเปญเด็ด ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ส่งท้ายปี ภายใน งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 นำโดย ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีไฮบริดรุ่นล่าสุด พร้อมเผยโฉมรถใหม่ 3 โมเดล มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ รถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่งมิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่ กระบะเมกะ แค็บ ตัวเตี้ยโฉมใหม่ และ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที รุ่นย่อยใหม่ที่ใส่ฟีเจอร์มาแบบจัดเต็ม มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปัจจุบัน อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย กำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ ท่ามกลางกระแสความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้รถยนต์ไฮบริด (HEV) เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นเทรนด์ที่สะท้อนให้เห็นการขับเคลื่อนสังคมไปสู่ยุคของพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน เนื่องจากเป็นระบบที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า เฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางไกล ให้ลูกค้ามีความสะดวกและไร้กังวล ในขณะเดียวกันรถประเภทนี้ยังมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้นมาก และก่อมลพิษลดน้อยลงอีกด้วย การพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษจึงไม่ใช่เพียงโอกาสทางธุรกิจ แต่เป็นความรับผิดชอบต่ออนาคตของโลกอย่างแท้จริง มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มุ่งมั่นพัฒนาและสร้างสรรค์ยนตรกรรมคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง โดยยึดหัวใจสำคัญคือ ‘การรับฟังเสียงของลูกค้าทุกโมเดลของเราจึงให้ความสำคัญทั้งด้านสมรรถนะ ความปลอดภัยความสะดวกสบายและ ความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยในทุกขั้นตอน เราควบ คุมคุณภาพการผลิตอย่างเข้มงวด ณ โรงงานผลิตรถยนต์มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในนิคมอุตสาห กรรมแหลมฉบัง ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักของภูมิภาค เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านมั่นใจว่าทุกการเดินทางจะเปี่ยมไปด้วยความหมายและความปลอดภัยอย่างแท้จริง บูธของเราในปีนี้มาในแนวคิด “SO, INSPIRE. DRIVE EVERYWHERE” เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และความมั่นใจในทุกวันของการเดินทางให้กับทุกท่าน ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่าง ๆ พร้อมรับข้อเสนอดีที่สุดแห่งปีอีกมากมาย ที่เราตั้งใจนำเสนอมาให้ลูกค้าทุกท่านโดยเฉพาะ” ไฮไลต์สำคัญภายในงาน นำโดย“ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี” ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ยอดเยี่ยม กวาดยอดขายไปแล้วเกือบ 7,000 คัน นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมพ่วงรางวัลการันตีความสำเร็จด้วย รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (Thailand Car of The Year 2025) จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) อีกด้วย ตอก ย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฮบริดอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วยแนวคิด“Xperience the Force”มอบประสบ การณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง แบบฉบับ MITSUBISHI e:MOTION ที่ผสาน 3 เทคโนโล ยีที่ล้ำสมัยที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อยกระดับประ สบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) พร้อม ช่วงล่างและ ระบบกันสะเทือน ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ให้เหมาะกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย จากการทดสอบจริงบนถนน ของเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีรถใหม่ทั้ง 3 โมเดล ที่เพิ่งเปิดตัวไป อวดโฉมเป็นที่แรก เริ่มจาก “มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่” รถครอบครัวอเนก ประสงค์ 7 ที่นั่ง ซึ่งครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ของเซกเมนต์ และยังคว้ารางวัลอันดับ 1 "รถใหม่คุณ ภาพสูง" จากผลการสำรวจความคิดเห็นด้านคุณภาพของผู้ซื้อรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ปี 2568 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) ในกลุ่ม รถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) ตอกย้ำในคุณภาพและความเชื่อมั่นในมาตรฐานการผลิต โดยในรุ่นปี 2026 นี้ มาพร้อมสโลแกน “พื้นที่ใหญ่ ใส่ให้เต็มที่” อัพลุค ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใหม่ โดดเด่นกว่าเดิม ปรับแต่งดีไซน์ภายนอกด้วยกระจังหน้าทันสมัย โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น พร้อมไฟท้าย LED สี Smoke ให้อารมณ์ความสปอร์ต ภายในโทนสีใหม่ เพิ่มความรู้สึกเรียบหรู พรีเมียม พร้อมวัสดุหุ้มเบาะแบบ สะท้อนความร้อน (Heat Guard) พื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่ กว้างขวาง สะดวกสบาย เบาะนั่งปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ เพิ่มเติมถุงลม 6 ตำแหน่ง และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ครอบคลุม 360 องศา มาอย่างครบครัน อาทิ ระบบเตือนด้านหลังขณะถอยออกจากช่องจอด (Rear Cross Traffic Alert) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา พร้อมระบบเตือนขณะเปลี่ยนเลน (Blind Spot Warning with Lane Change Assist - BSW with LCA) และระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning) และยังได้เพิ่มกล้องมองภาพรอบคัน (Multi Around Monitor) ในรุ่นเอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ อีกด้วย เพื่ออำนวยความสะดวกในการขับขี่มากยิ่งขึ้น ตอบสนองไลฟ์ไตล์สุดแอ็กทีฟของครอบครัวยุคใหม่ ที่พร้อมออกไปสนุกกับการใช้ชีวิตและกิจกรรมร่วมกัน เสริมทัพสำหรับสายใช้งานด้วย “มิตซูบิชิ ไทรทัน สตรีท ใหม่”กระบะเมกะ แค็บ ตัวเตี้ยโฉมใหม่ภายใต้คอนเซปต์ “เท่ทุกถนน ทนทุกงาน” เสริมลุคหล่อ ด้วยชุดตกแต่งกระจังหน้าดีไซน์สปอร์ต โฉบเฉี่ยว มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ให้ลุยได้เต็มที่ ตอบโจทย์การใช้งานในทุกสภาพถนน ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ และยังประหยัดน้ำมัน พร้อมเสริมความมั่นใจกว่าด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว และระบบตรวจจับคนเดินถนน (Forward Collision Mitigation System with Pedestrian Detection — FCM) ครบทั้งความเท่ และอัดแน่นด้วยสมรรถนะ ให้ความคุ้มค่าในหนึ่งเดียว ปิดท้ายด้วย “มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที” รถอเนกประ สงค์ รุ่นย่อยใหม่ที่ใส่ฟีเจอร์มาแบบจัดเต็ม ในราคาเพียง 1,139,000 บาท พร้อมชูคอนเซปต์ “ครบเกินคุ้ม ให้เกินคลาส” หนึ่งในผลิตภัณฑ์เรือธงที่ครองความนิยมในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน หัวใจสำคัญของ มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต จีที คือสมรรถนะที่เหนือคลาส ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ไฮเปอร์พาวเวอร์ (Hyper Power) ดีเซลเทอร์โบ 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และประหยัดน้ำมันถึง 15.2 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker) ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะการขับขี่ที่แรงและประหยัด โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ถ่ายทอดบุคลิกที่เป็นเอกลักษณ์อันทรงพลังในทุกรายละเอียด ทั้งยังสะดุดตาด้วยกระจังหน้าดีไซน์แบบรังผึ้ง สอดรับกับแผงกันชนหน้าและหลัง ด้วยเส้นสายที่คมชัด มอบความรู้สึกปราดเปรียวแต่มั่น คง นำเสนออีกขั้นของมิติความสปอร์ตที่โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว (ใหญ่ที่สุดเมื่อเทียบรถยนต์ในระดับเดียวกัน) รวมถึงฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ เบาะหนังพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทางด้านคนขับ และเทคโนโลยีความปลอดภัย Diamond Sense ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว หรือ FCM (Forward Collision Mitigation) และ ระบบล็อกความเร็วบนพวงมาลัย (Cruise Control) เหมาะสำหรับผู้ใช้รถยุคใหม่ที่มองหาคุณค่าและสไตล์ในคันเดียว ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ที่คุ้มค่าเหนือระดับอย่างแท้จริง ภายในบูธดีไซน์ให้เป็น Lifestyle Hub ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ ความสนุก และประสบการณ์ที่แตกต่างในแบบมิตซูบิชิอย่างแท้จริง และมีการจัดแสดงรถยนต์ตกแต่งพิเศษที่สะท้อนหลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกค้า อาทิ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอช อีวี ใหม่ ที่ดัดแปลงเป็นร้านค้าเปิดท้ายขนาดย่อม ในการต่อยอดธุรกิจ หรือการใช้งาน เชิงพาณิชย์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี ใหม่ ตกแต่งแนวผจญภัย เอาใจสายแคมป์ปิ้ง ติดตั้งฟังก์ชันอเนกประสงค์สำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง และอีกหนึ่งไฮไลต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ในเวอร์ชันตกแต่งพิเศษสไตล์รถแข่ง AXCR ถ่ายทอดจิตวิญญาณแรลลี่ เพื่อฉลองชัยชนะของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ที่คว้าแชมป์โอเวอร์ออลมาครองได้ในปีนี้ ให้ทุกท่านได้สัมผัสภายในงานอย่างใกล้ชิด พลาดไม่ได้ กับดีลเด็ด “โปรแรง ส่งท้ายปี” ดอกเบี้ยพิเศษ 0% ที่มาพร้อมกับข้อเสนอสุดคุ้มอื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่จองซื้อรถ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี จะได้รับบัตรของขวัญที่พักโรงแรมและรีสอร์ต ในเครือเซ็นทารา มูลค่า 10,000 บาท เพิ่มเติมอีกด้วย ผู้ที่สนใจสามารถมาสัมผัสทัพยนตรกรรมล้ำสมัยจากมิตซูบิชิหลากหลายรุ่น ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A17) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี หรือที่โชว์ รูมมิตซูบิชิกว่า 190 แห่ง ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ Mitsubishi Motors Thailand *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #มิตซูบิชิเอ็กซ์แพนเดอร์และเอ็กซ์แพนเดอร์ครอสเอชอีวีใหม่เผยโฉมพร้อมรถยนต์รุ่นอื่นๆในงานมหกรรมยานยนต์ฯ #มิตซูบิชิมอเตอร์สประเทศไทย #MitsubishiMotors #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • The SANTA FE XRT Con cept

    ฮุนได จัดแสดงรถต้นแบบ The SANTA FE XRT Con cept โชว์เคสนวัตกรรมยานยนต์เพื่ออนาคต ในคอนเซปต์ ‘Hyundai: Sense of SEOUL’ ตอกย้ำผู้นำ Mobility Solutions จากเกาหลีใต้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 พร้อมแคมเปญพิเศษ “Hyundai Deal SEOUL Good”ทางเลือกดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% หรือ ผ่อนสบายเริ่ม 5,024 บาทต่อเดือน พร้อมส่วนลดออนท็อปอีก 20,000 บาท* บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างปรากฏ การณ์ส่งท้ายปีในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025)” ยกทัพยนตรกรรมครบทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน Mobility Solutions ภายใต้คอนเซปต์ “Hyundai: Sense of SEOUL” ถ่ายทอดเสน่ห์ วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และแรงบันดาลใจจากประเทศเกาหลีใต้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านบูธดีไซน์ล้ำที่สะท้อนเอกลักษณ์ของฮุนไดในทุกมิติ พร้อมสัมผัสกิจกรรมและกลิ่นน้ำหอมพิเศษ ที่พัฒนาร่วมกันระหว่าง Hyundai x Sulwhasoo พบโซนถ่ายรูปกับชุด “ฮันบก” ชุดประจำชาติของเกาหลี และโซน Hyundai x Asphalt Legends Unite ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังของ IONIQ 5 N ผ่านเกมแข่งรถสุดมันส์ พร้อมข้อเสนอพิเศษจากแคมเปญ“Hyundai Deal SEOUL Good” ที่สุดแห่งดีล ฟีลเกาหลี มอบทางเลือกดอกเบี้ยต่ำเริ่มต้น 0% หรือ ผ่อนสบายเพียง 5,024 บาทต่อเดือน และส่วน ลดพิเศษออนท็อปข้อเสนอรายรุ่นเพิ่มอีก 20,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ร่วมรายการ ภาย ในงาน Motor Expo และโชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 และรับรถยนต์ภายใน 31 ธันวาคม 2568 นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในอุตสาหกรรมยานยนต์เมืองไทย ทั้งจากผู้เล่นรายใหม่ สงครามราคา และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า ฮุนไดเชื่อว่านี่คือช่วงเวลาแห่งโอกาสในการกำหนดทิศทางอนาคตของแบรนด์ฮุนได เราไม่เคยมองการเติบโตระยะสั้น เราขับเคลื่อนด้วยวิสัยทัศน์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนรากฐานของคุณภาพ นวัตกรรมและ ความยั่งยืน เรามุ่งมั่นส่งมอบยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภค ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภาย ในคุณภาพสูง พร้อมยกระดับเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถทุกรุ่นภายใต้มาตรฐานระดับโลก เพื่อยกระดับบทบาทของฮุนไดจากผู้ผลิตรถยนต์ สู่ผู้นำด้านโซลูชันการเดินทางอัจฉริยะ ปลอดภัย และยั่งยืนสำหรับคนไทย” นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้ ในบูธฮุนไดใช้แนวคิด "Hyundai: Sense of SEOUL" ชูนวัตกรรมแห่งอนาคตที่มาบรรจบกับไลฟ์สไตล์ความเป็นเกาหลี พร้อมจัดแสดง The SANTA FE XRT Concept ครั้งแรกในประเทศไทย ที่สะท้อนดีไซน์แข็งแกร่งและสมบุกสมบัน พร้อมลุยสำหรับสายผจญภัยอย่างแท้จริง ควบคู่กับการเปิดตัวรุ่นย่อยใหม่ Staria Essence สำหรับลูกค้าองค์กรเท่านั้น ที่ต้องการความคุ้มค่าแต่ยังคงไว้ซึ่งคุณ ภาพและความสบายในแบบฮุนได และในปีนี้เรายังได้ร่วมมือกับ Sulwhasoo เพื่อยกระดับประสบการณ์ภาย ในบูธ ด้วยกลิ่นอายวัฒนธรรมเกาหลีที่ผสานเข้ากับยนตรกรรมได้อย่างกลมกลืน ทั้งหมดนี้สะท้อนความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนาโซลูชันการเดินทางที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนไทยมากยิ่งขึ้น” ภายในงาน ฮุนไดยกทัพยนตรกรรมครบทุกไลน์อัปมาจัดแสดงอย่างยิ่งใหญ่ นำเสนอความหลากหลายของยนตรกรรมที่ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) รถยนต์ไฮบริด (Hybrid) ไปจนถึงรถยนต์สันดาป (ICE) ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ของคนรุ่นใหม่อย่างครบถ้วน สะท้อนความมุ่งมั่นของฮุนไดในการพัฒนา “ยนตรกรรมเพื่อทุกการเดินทาง” เริ่มด้วยไลน์อัประดับโลกจากตระกูล IONIQ ที่สะท้อนความก้าวล้ำของเทคโนโลยี EV บนแพลตฟอร์ม E-GMP (Electric Global Modular Platform) มอบสมรรถนะการขับขี่ที่มั่นใจ ผสานประสิทธิภาพพลังงานเหนือระดับ ครบครันด้วย IONIQ 5 เอสยูวีไฟฟ้าดีไซน์ไอคอนิกเจ้า ของรางวัลระดับโลก, IONIQ 5 N Line รุ่นตกแต่งสปอร์ตที่เพิ่มความเร้าใจ, IONIQ 6 ซีดานไฟฟ้าพรีเมียมดีไซน์ล้ำยุคที่โดดเด่นทั้งความหรูและอากาศพลศาสตร์เหนือชั้น และ IONIQ 5 N รถสมรรถนะสูงในตระกูล N ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตสู่โลก EV อย่างแท้จริง ฮุนไดยังเสริมความแข็งแกร่งให้ไลน์อัปด้วยกลุ่มนวัต กรรมยานยนต์ไฮบริดด้วยกลุ่ม SUV Hybrid ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Parallel Hybrid System สุดล้ำ สร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะและความประหยัดพลังงานได้อย่างเหนือระดับ โดยเฉพาะ The all-new SANTA FE Hybrid พรีเมียม SUV เจเนอเรชันใหม่แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรง BOXY แข็งแกร่งทันสมัย ผสานขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง ให้กำลังรวม 232 แรงม้า พร้อมอัตราประหยัดน้ำมันถึง 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร สะท้อนแนวคิดแห่งการขับเคลื่อนที่ทรงพลังแต่ยั่งยืนในแบบฉบับฮุนได ขณะที่ Hyundai PALISADE Diesel SUV 7 ที่นั่งระดับแฟลกชิปของแบรนด์ ถ่ายทอดความหรูหรา แข็งแกร่ง และความปลอดภัยเหนือระดับ ผสานความสะดวกสบายล้ำสมัยในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่มองหายานยนต์พรีเมียมสำหรับทุกการเดินทางอย่างแท้จริง นอกจากนี้ ฮุนไดยังนำเสนอไลน์อัปรถยนต์ยอดนิยมในกลุ่มครอบครัวและอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมือง ได้แก่ STARIA EURO 5 รถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม 11 ที่นั่ง MPV นำเข้าทั้งคันจากเกาหลี ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลสะอาดมาตรฐาน Euro 5 แรงบิดสูงสุด 431 นิวตันเมตร รองรับน้ำมันดีเซล B20 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สามารถทำอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยเพียง 8.2 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร หรือประมาณ 12 กิโลเมตรต่อลิตร อีกทั้งยังมาพร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 75 ลิตร ที่ให้ระยะทางวิ่งกว่า 900 กิโลเมตรต่อการเติมเต็มหนึ่งถัง พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงอย่าง Hyundai SmartSense อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและช่วยขับขี่ล้ำสมัยกว่า 12 ฟังก์ชัน ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สนุก ขับง่าย และปลอดภัยขึ้น ผสานกับความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นประตูไฟฟ้าทั้งสองด้านและประตูท้ายไฟฟ้า ตอบโจทย์ทั้งครอบครัวและธุรกิจได้อย่างสมบูรณ์แบบ และ Hyundai CRETA Alpha SUV ขนาดกลางที่มาพร้อมสมรรถนะคล่องตัวและดีไซน์สปอร์ตสะท้อนพลังแห่งความมั่นใจ STARGAZER X7 รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่โดดเด่นด้วยความคุ้มค่า ฟังก์ชันครบครัน และการออกแบบที่รองรับทุกความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการจัดแสดง “The SANTA FE XRT Concept” ครั้งแรกในประเทศไทย แนวคิดของรถต้นแบบ The SANTA FE XRT Concept ได้รับการยก ย่องในการตอบโจทย์ที่หลากหลายของกลุ่มผู้ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และจุดประกายจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสมบุกสมบัน สามารถรับมือกับภูมิประเทศที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจและง่ายดาย และมุ่งเน้นที่การมอบประโยชน์ใช้สอย ด้วยองค์ประกอบต่างๆ เช่น ล้อและยางออฟโรดขนาดใหญ่, แร็คบรรทุกสัมภาระบนหลังคาที่แข็งแกร่ง และพื้นที่เก็บของภายนอกที่เพิ่มขึ้น ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความอเนกประสงค์ในสไตล์ SUV ผสานสมรรถนะที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกกับดีไซน์ที่เสริมความโดดเด่นให้ผู้ขับขี่ ภายใต้แนวคิด “Open for More Inspiration” การตีความใหม่ของจิตวิญญาณแห่งอิสระ แรงบันดาลใจให้ผู้ขับขี่รุ่นใหม่ที่ต้องการดีไซน์อันแข็งแกร่ง และเทคโน โลยีสำหรับทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ภายในบูธฮุนไดยังถ่ายทอดเสน่ห์และกลิ่นอายของเกาหลีผ่านประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟภายใต้แนวคิด “Hyundai: Sense of Seoul” ด้วยกิจกรรม Hyundai x Sulwhasoo ที่ร่วมกันรังสรรค์กลิ่นหอมเอกลักษณ์ สะท้อนจิตวิญญาณความเป็นเกาหลีที่ผสานดีไซน์ ศิลปะ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน พร้อมกิจกรรมเวิร์กช็อปสุดพิเศษจาก Sulwhasoo ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้สร้าง “กลิ่นแห่งแรงบันดาลใจ” ในแบบของตนเอง ภายในบูธยังออกแบบให้ถ่ายทอดบรรยากาศของกรุงโซลผ่านทุกโสตสัมผัส พร้อมเพิ่มความเร้าใจด้วยโซน Hyundai x Asphalt Legends Unite ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสสมรรถนะอันทรงพลังของ IONIQ 5 N ผ่านเกมแข่งรถสุดมันส์ เติมเต็มประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นในสไตล์มอเตอร์สปอร์ตยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เปิดดีลสุดท้ายของปี! ด้วยแคมเปญพิเศษ “Hyundai Deal SEOUL Good” ข้อเสนอที่ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ พร้อมรับส่วนลดพิเศษเพิ่มอีก 20,000 บาท* และพิเศษรับเซ็ทผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจาก Sulwhasoo สำหรับผู้ที่จองรถยนต์ฮุนไดรุ่นที่ร่วมราย การ ภายในงาน ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายใน 31 ธันวาคม 2568 ■ Hyundai STARIA เปิดตัวรุ่นย่อย Staria Essence สำหรับลูกค้าองค์กรเท่านั้น ที่ราคาเริ่มต้น 1,499,000 บาท ข้อเสนอสำหรับรุ่นอื่นเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด มูลค่า 400,000 บาท ในรุ่น Staria Premium ■ Hyundai STARGAZER X7 รับราคาพิเศษเริ่มต้น 799,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,024 บาท ■ Hyundai PALISADE DIESEL เลือกรับส่วนลดเงินสดสูงสุด มูลค่า 300,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน ■ Hyundai SANTA FE HYBRID รับราคาพิเศษเริ่มต้น 1,599,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0.99% นานสูงสุด 48 เดือน ■ Hyundai CRETA Alpha รับราคาพิเศษเริ่มต้น 779,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน หรือเลือกผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,731 บาท ■IONIQ 5 ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,239,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 84 เดือน หรือเลือกผ่อนต่ำ เริ่มต้นเพียง 15,170 บาท ■IONIQ 6 ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,729,000 บาท หรือเลือกรับดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 48 เดือน หรือเลือกผ่อนต่ำ เริ่มต้นเพียง 19,062 บาท พบกันที่ บูธฮุนได ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025)” ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมือง ทองธานี สัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคตที่สะท้อนตัวตนของฮุนไดอย่างแท้จริง ฮุนได ใช้เวที “Motor Expo” ครั้งนี้ ประกาศวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการก้าวสู่ผู้นำด้านนวัตกรรมการขับเคลื่อนที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีเข้ากับวัฒนธรรมและแรงบันดาลใจจากเกาหลี เพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคไทยในทุกมิติ ภายใต้คำมั่นสัญญาของฮุนได “Progress for Humanity” *หมายเหตุ: เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด สามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ฮุนไดจัดแสดงรถต้นแบบTheSANTAFEXRTConceptโชว์เคสนวัตกรรมยานยนต์เพื่ออนาคตฯ ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ฮุนไดจัดแสดงรถต้นแบบTheSANTAFEXRTConceptโชว์เคสนวัตกรรมยานยนต์เพื่ออนาคตฯ #ฮุนไดมอเตอร์ #ฮุนไดโมบิลิตี้ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • GAC AION Thailand

    GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ GAC AION Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ประกาศความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยในปีนี้ GAC ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงบูท A12 ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีโลกอนาคต ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนทัพยนตรกรรมไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และไฮไลต์สำคัญกับการเปิดตัวสีใหม่ของ HYPTEC HT และการปรากฏตัวครั้งแรกของนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ “Govy AirCab” พร้อมจัดหนักแคมเปญส่งเสริมการขาย พร้อมขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty Mr. Wang Haoyong ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จและทิศทางกลยุทธ์ของแบรนด์ในประเทศไทยว่า “ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ‘ONE GAC 2.0’ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) แบบครบวงจร โดยยึดมั่นในปรัชญา ‘In local, for local’ หรือการดำเนินงานในท้องถิ่นเพื่อคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง” Mr. Wang Haoyong กล่าวเสริมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า “ประเทศไทยเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักในกลยุทธ์ระดับโลกของเรา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ เรามียอดขายรถยนต์ในประเทศไทยมากกว่า 10,000 คัน เติบโตขึ้นถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ GAC ยังคงรักษาตำแหน่งท็อป 3 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างเหนียวแน่น” “เราไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมในตลาด แต่เราคือพันธมิตรที่ช่วยยกระดับการผลิตในท้องถิ่น โดยปัจจุบันเรามีอัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Localization rate) สูงถึง 51% และในปีนี้จะมีรถยนต์อีกหลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การส่งมอบรถรวดเร็วยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ GAC ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายเดียวในประเทศไทยที่มีขีดความสามารถในการซ่อมแบตเตอรี่ได้ครบทุกระดับ ทำให้การซ่อมบำรุงแบตเตอรี่มีความรวดเร็วและปลอดภัย” สำหรับทิศทางในปี 2026 GAC มุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่ปรับจูนให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ และขยายคลังอะไหล่ให้มีขนาดถึง 12,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Drive GAC WITH CONFIDENCE’” เผยโฉมความหรูหราบทใหม่ GAC HYPTEC HT สีใหม่ “Moonstone Grey” GAC AION Thailand ได้เผยโฉม GAC HYPTEC HT ในเฉดสีใหม่ “Moonstone Grey” (สีเทามูนสโตน) ที่สะท้อนความสปอร์ตลักชัวรีขั้นสุด สีเทาพิเศษนี้ช่วยขับเน้นเส้นสายตัวถังให้ดูมีมิติ ลึกลับ และทรงพลัง ผสานเข้ากับดีไซน์ประตูแบบปีกนก (Gull-wing Doors) อันเป็นเอกลักษณ์ และห้องโดยสารระดับ First Class มอบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างลงตัว     ข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2025 GAC AION Thailand มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ตอบสนองมาตรการ EV 3.0 ก่อนมีการปรับโครงสร้างราคาในปีถัดไป สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถและออกใบกำกับภาษี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจดทะเบียนรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 GAC AION UT ·        ราคาพิเศษ: GAC AION UT รุ่น 420 Standard ราคา 469,900 บาท (จากปกติ 519,900 บาท) และรุ่น 500 Premium ราคา 599,900 บาท (จากปกติ 669,900 บาท) ·        ข้อเสนอทางการเงิน:  เลือกผ่อนชำระสบาย เริ่มต้นเพียง วันละ 165 บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท ·     สิทธิประโยชน์:  ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท, รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) และเลือกรับฟรี Home Charger หรือ สายชาร์จพกพาและสายต่อพ่วง VtoL GAC AION V ·        ราคาพิเศษ:  GAC AION V รุ่น 602 Luxury ราคาเพียง 899,900 บาท (จากปกติ 1,029,900 บาท)  ·        สิทธิประโยชน์:  รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท), ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) GAC HYPTEC HT ·        ราคาพิเศษ:  GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium ราคาเพียง 1,249,000 บาท (จากปกติ 1,449,000 บาท) และรุ่น 620 Luxury ราคาเพียง 1,549,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท) ·        ข้อเสนอทางการเงิน:  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ·     สิทธิประโยชน์:  รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท) พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) GAC M8 PHEV ·        ข้อเสนอพิเศษ:  ราคาเริ่มต้น 2,499,000 บาท ·        ข้อเสนอทางการเงิน:  อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.88% หรือเลือกแผน Smart Buy ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 12,232 บาท/เดือน ·        สิทธิประโยชน์: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ. พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 60,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (จอเพดานและตู้เย็นภายในรถยนต์ พร้อมบริการติดตั้ง) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) GAC AION Thailand ประกาศมอบสิทธิ์ “Lifetime Warranty” ให้กับรถยนต์ รุ่น GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC AION Y Plus เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทย เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา GAC AION Thailand ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการดูแลครั้งสำคัญ ด้วยการมอบสิทธิ์การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ให้ครอบคลุมรถยนต์ GAC AION ครบทุกรุ่น ได้แก่ GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V,  GAC AION UT และ GAC AION Y Plus โดยสิทธิพิเศษนี้มอบให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ที่จองและออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงที่จะดูแลสมาชิกครอบครัว GAC AION ทุกท่านเสมือนคนในครอบครัว และสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง  การขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty ครั้งนี้ ครอบคลุมการรับประกัน 3 หัวใจหลักของยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน, มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาภายใต้ปรัชญา “Drive GAC WITH CONFIDENCE” ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล และเชื่อมั่นในคุณภาพระดับโลกของ GAC AION ตลอดอายุการใช้งาน    ทะยานสู่อนาคตกับ “Govy AirCab” ครั้งแรกในไทย “Govy AirCab” (โกวี่ แอร์แค็บ) สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ในฐานะยานยนต์บินได้ไร้คนขับ (Autonomous Flying Vehicle) รุ่นแรกของโลกที่มีการผลิตแบบ Mass Production ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ GAC AION ในการปฏิวัติการเดินทางสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 6 แกน 12 ใบพัด พร้อมระบบความปลอดภัยสำรอง (Redundancy Design) ที่ช่วยประคองตัวเครื่องลงจอดได้อย่างนิ่มนวลแม้เกิดเหตุขัดข้อง รองรับการบินไกล 30 กิโลเมตร และชาร์จเร็วเพียง 25 นาที จากกระแสตอบรับที่ท่วมท้นด้วยยอดจองกว่า 1,000 คันในฮ่องกง ปัจจุบัน Govy AirCab ได้รับใบอนุญาตทำการบินพิเศษ (Special Flight License) เรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินหน้าขอใบรับรองความสมควรเดินอากาศ โดยมีเป้าหมายเริ่มสายการผลิตและส่งมอบภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการขนส่งระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางให้กับประเทศไทย ผู้ที่สนใจรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC AION Thailand สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.aionauto.com/th-th/   และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ www.aionauto.com/th-th/test-drive/AION%20V    เกี่ยวกับ GAC Group GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดยมีเป้าหมายในการก้าวสู่ระดับแนวหน้าของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกที่น่าเชื่อถือในระดับโลก โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศอเมริกา, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, กลุ่มประเทศ CIS และอียิปต์ เสริมศักยภาพการขยายตัวในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่โดดเด่นและวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง ด้วยความสำเร็จที่โดดเด่น GAC Group ได้รับการจัดอันดับใน Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 12 ปี โดยในปี 2024 อยู่ที่อันดับ 181 มีบุคลากรระดับแนวหน้ากว่า 100,000 คน ครอบคลุม 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 6,000 คนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร ด้านศักยภาพทางผลิต GAC Group มียอดขายกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2023 ติดอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ในเครือที่ยืนหยัดด้วย 3 แบรนด์ได้แก่ AION, HYPTEC และ GAC Motor นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ GAC Group ใช้ Big Data ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ และระบบ AI ผ่านการทดสอบที่มีความแม่นยำสูงถึง 95% พร้อมยกระดับขอบเขตการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การผลิต พัฒนา เทคโนโลยี ไปจนถึงการให้บริการระดับโลก GAC Group ไม่เพียงแค่เป็นผู้นำด้านยานยนต์ แต่ยังเน้นย้ำถึงการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความพึงพอใจมากกว่า เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก

  • i-Motor launches BREEZE, the EV leader

    i-Motor เปิดตัว BREEZE ปักธงผู้นำ EV สองล้อที่เข้าใจผู้ใช้ไทยมากที่สุด i-Motor เปิดตัว “BREEZE” มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด นำเสนอคอนเซ็ปต์ Effortless Mobility พลิ้วดุจสายลม ตอบโจทย์ผู้ใช้เมืองไทยด้วยการออกแบบที่คล่องตัว เทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริง และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมด้วยคุณภาพระดับสากล เทคโนโลยีล้ำสมัย และดีไซน์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมือง นายปรีชา ประเสริฐถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไอ-มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า i-Motor เปิดเผยว่า จุดยืนของ i-Motor คือการเป็น “แบรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่เข้าใจผู้ใช้ชาวไทยมากที่สุด” โดยยึดหลักการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูง ปลอดภัย และมาพร้อมเทคโนโลยีที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวันในราคาที่เข้าถึงได้ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายในสู่ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างยั่งยืนและมั่นใจ ซึ่ง i-Motor BREEZE ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองและกลุ่มผู้ที่ต้องการเปลี่ยนมาสู่รถไฟฟ้าครั้งแรก ซึ่งต้องการรถที่ใช้งานง่าย มีความน่าเชื่อถือ และให้ความสบายใจด้านความปลอดภัย i-Motor BREEZE โดดเด่นด้วยชุดมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลที่บริษัทให้ความสำคัญ ตั้งแต่การออกแบบโครงสร้างไปจนถึงการติดตั้งระบบไฟและเบรกที่ผ่านการรับรองตามหลักสากล อาทิ UNR136 สำหรับความปลอดภัยแบตเตอรี่, E-Mark, ECE R78 เรื่องระบบเบรก และ ECE R53 เกี่ยวกับการติดตั้งไฟ ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกนำมาใช้เป็นเกณฑ์ยืนยันคุณภาพของ BREEZE เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าไม่ได้เป็นเพียงรถไฟฟ้าราคาประหยัด แต่เป็นรถที่ผ่านกระบวนการทดสอบและการตรวจสอบตามมาตรฐานนานาชาติ หนึ่งในฟีเจอร์เด่นที่บริษัทชูขึ้นมาคือระบบ i-Start (NFC Unlock System) ซึ่งเป็นระบบกุญแจดิจิทัลอัจฉริยะที่ผู้ใช้เพียงแค่แตะสมาร์ทคีย์การ์ดก็สามารถปลดล็อกและสตาร์ทรถได้ทันที ฟีเจอร์นี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ลดขั้นตอนการหากุญแจ และยังเพิ่มความปลอดภัยด้วยการยืนยันตัวตนที่รวดเร็วและเป็นส่วนตัว ส่งผลให้ประสบการณ์การใช้งานมีความล้ำสมัยมากกว่ามอเตอร์ไซค์ทั่วไป เพื่อรองรับรูปแบบการใช้งานที่หลากหลาย BREEZE ถูกแบ่งออกเป็น 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Breeze ที่ใช้แบตเตอรี่ LFP (Lithium Iron Phosphate) ซึ่งขึ้นชื่อในด้านความทนทาน อายุการใช้งานที่ยาว และความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความอุ่นใจในระยะยาว และรุ่น Breeze Lite ที่ใช้แบตเตอรี่ NMC (Lithium Nickel Manganese Cobalt) ซึ่งให้ความหนาแน่นพลังงานสูง น้ำหนักเบา และระยะทางต่อการชาร์จที่ไกลกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด และสามารถถอดแบตเตอรี่มาชาร์จภายนอกได้สะดวก เช่น ในคอนโดมิเนียม i-Motor ยังประกาศแผนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟด้วยการติดตั้งสถานี I-Charger แบบชาร์จไว (22.5A) ปัจจุบันได้ติดตั้งไปแล้วกว่า 20 จุดทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดปัญหาการชาร์จและสร้างความสะดวกในการใช้งานจริงต่อผู้บริโภค นอกจากนี้บริษัทกล้าการันตีความทนทานของผลิตภัณฑ์ด้วยการให้ การรับประกันโครงสร้างยาวนานถึง 10 ปี ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นผลมาจากกระบวนการผลิตและมาตรฐานการควบคุมคุณภาพที่ถ่ายทอดจากผู้ผลิตระดับ OEM ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 60 ปีในอุตสาหกรรม ด้านสมรรถนะ BREEZE ถูกออกแบบมาเพื่อให้ความรู้สึกขับขี่ที่นุ่มนวล คล่องตัว และควบคุมง่ายในทุกสภาพถนน ซึ่งเป็นการตอบโจทย์การใช้งานจริงของผู้ใช้ในเมือง ทั้งการเร่งความเร็ว การเข้าโค้ง และการขับขี่ในสภาพการจราจรหนาแน่น ผู้ขับขี่ควรรับรู้ได้ถึงความสะดวกสบายและความมั่นใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ขับขี่ สำหรับช่องทางการจำหน่าย i-Motor จะจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งทั่วประเทศ โดยราคาเปิดตัวของ Breeze จะอยู่ที่ 64,000 บาท และ Breeze Lite จะอยู่ที่ 49,000 บาท ซึ่งทั้งสองรุ่นนี้มีความแตกต่างกันที่ชนิดของแบตเตอรี่ที่นำมาใช้ ทั้งนี้ i-Motor มีแผนขยายตลาด BREEZE สู่ต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน เริ่มจากประเทศที่บริษัทเคยมีการทดลองทำตลาด เช่น ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา ก่อนจะขยายสู่ประเทศอื่น ๆ ในอนาคต โดยเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในอีก 3 ปีข้างหน้า คือการก้าวสู่การเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคเชื่อมั่นและวางใจได้ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Reliability, not Liability” นายปรีชา กล่าวเชิญชวนคนไทยที่กำลังพิจารณาเปลี่ยนจากรถน้ำมันเป็นรถไฟฟ้าว่า “การเปลี่ยนผ่านสู่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าไม่ใช่เพียงเทรนด์ แต่เป็นการตัดสินใจเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งด้านความประหยัด อากาศที่บริสุทธิ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและง่ายกว่าเดิม i-Motor BREEZE พร้อมแล้วที่จะเป็นก้าวแรกที่มั่นใจและปลอดภัยที่สุดในการเดินทางสู่โลกยานยนต์ไฟฟ้าของคุณ มาสัมผัสความรู้สึก ‘EFFORTLESS’ ไปด้วยกันวันนี้” ผู้ที่สนใจมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าของ “ไอ-มอเตอร์” หรือ สนใจเป็นตัวแทนจำหน่าย สามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0-855-396-070 หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้ที่ www.imotorthailand.com หรือ www.facebook.com/imotorthailandbkk

  • STP opens a new branch at 'Tha It', Nonthaburi Province

    STP เปิดสาขาใหม่ “ท่าอิฐ” จ.นนทบุรี รวมพันธมิตรแบรนด์ดัง โปรแรง ลดค่าอะไหล่สูงสุด 50% ลดค่าบริการทุกรายการสูงสุด 30% พร้อมตรวจเช็กรถฟรี 40 รายการ บริษัท ซิสเท็ม พาร์สท์ จำกัด (SYSTEM PARTS – STP) ผู้นำด้านอะไหล่และศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจร เดินหน้าขยายสาขาใหม่ “STP สาขาท่าอิฐ” เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในพื้นที่นนทบุรีและปริมณฑล ภายใต้แนวคิด “ซ่อมตรงจุด จบทุกปัญหา ราคาประทับใจ และ One-Stop Service” ด้วยบริการตรวจเช็ก-ติดตั้ง–พร้อมจำหน่ายอะไหล่ราคาส่งคุณภาพมาตรฐาน ภายในงาน Grand Opening มีพิธีทำบุญเปิดอู่และพิธีตัดริบบิ้นอย่างเป็นทางการ โดยคณะผู้บริหารและแขกผู้มีเกียรติจากทั้งภาครัฐและเอกชน พร้อมด้วยพันธมิตรแบรนด์ชั้นนำในวงการยานยนต์ ได้แก่ Liqui Moly, Runstop, Top Performance, DTM, New Air, EEP, NIBD, S&H และ Super Wiper ที่มาร่วมแสดงสินค้าและจัดกิจกรรมสุดพิเศษในงาน นายประพจน์ ขจรปรัชญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิสเท็ม พาร์สท์ จำกัด กล่าวว่า “System Parts เกิดจากความตั้งใจ ที่จะให้ลูกค้าเข้าถึงบริการที่โปร่งใส ยุติธรรม และได้มาตรฐาน เราเชื่อว่างานบริการด้านรถยนต์ไม่ควรเป็นเรื่องวัดดวง ลูกค้าทุกคนควรได้รับความอุ่นใจ เข้าใจงานติดตั้ง และจ่ายในราคาที่สมเหตุสมผล เรามีจุดแข็งด้านการจัดการอะไหล่และต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้สามารถให้บริการที่มีคุณภาพในราคายุติธรรม เพราะเราให้ความสำคัญกับ ‘คุณค่าที่มอบให้ลูกค้าในระยะยาว’ มากกว่าการได้รับกำไรในระยะสั้น วันนี้ SYSTEM PARTS เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนท่าอิฐ ไทรม้า เพื่อยกระดับงานบริการรถยนต์ให้ครอบคลุมและได้มาตรฐานมากที่สุด เราหวังว่าจะเป็นอีกหนึ่งแรงในการพัฒนาชุมชน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าในพื้นที่นี้ หัวใจของเรายังคงเหมือนเดิม ‘ซ่อมตรงจุด จบทุกปัญหา ราคาประทับใจ’ ครับ” ภายในงานได้มีการจัดพิธีทำบุญเปิดอู่และพิธีเปิดอย่างเป็นทางการในช่วงเช้า บรรยากาศเต็มไปด้วยกิจกรรมจากบูธแบรนด์พันธมิตร รวมถึงมุมกิจกรรม “สะสมแต้ม–จับฉลาก” ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานลุ้นรับของรางวัลตลอดทั้งวัน สร้างสีสันและความสนุกสนานให้กับแขกผู้มาร่วมงานและสื่อมวลชน ไฮไลต์สำคัญของงาน คือ “โปรโมชั่นแรงแห่งปี” ลดอะไหล่สูงสุด 50% ลดค่าแรง 30% ทุกรายการ ตั้งศูนย์ล้อ ลด 50% รวมถึงบริการตรวจเช็กรถฟรี 40 รายการ, ถ่ายน้ำมันเครื่อง ฟรีค่าแรง! ซื้อครบ 3,000 บาท รับฟรี! ใบปัดน้ำฝนมูลค่า 300 บาท พร้อมจับฉลากลุ้นของพรีเมียมและคูปองส่วนลดอีกมากมาย! ต่อด้วยกิจกรรมเปิดตัวแบรนด์พันธมิตรชั้นนำร่วมแสดงอะไหล่รถยนต์ครบวงจร ครอบคลุมไปทั้ง ช่วงล่าง เครื่องยนต์ ระบบเบรก สินค้าเช็กระยะสำหรับรถญี่ปุ่น และรถยุโรปอย่าง Mercedes-Benz, BMW พร้อมกับการแสดงสินค้าและโปรโมชั่นพิเศษ จากแบรนด์พันธมิตรด้านยานยนต์ชั้นนำ ที่นำสินค้าคุณภาพมาให้สัมผัสจริง ไม่ว่าจะเป็น EEP Thailand แบรนด์อะไหล่ช่วงล่างจากญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อด้านความทนทานและความคุ้มค่า พร้อมไฮไลต์ “หม้อน้ำ EEP รุ่นใหม่ (Coming Soon)” ที่เตรียมเปิดตัวในประเทศไทย, NIBD แบรนด์อะไหล่รถยุโรประดับพรีเมียมภายใต้คอนเซ็ปต์ European Precision Zone ที่นำอะไหล่ช่วงล่างมาตรฐานยุโรปสำหรับ Mercedes-Benz และ BMW มาแสดง, Handyman Auto ผู้เชี่ยวชาญด้านอะไหล่รถยนต์ครบวงจรที่ตอบโจทย์ศูนย์บริการและอู่ซ่อมรถยนต์, Runstop ผ้าเบรกสมรรถนะสูงสัญชาติไทยที่ได้รับความนิยมในวงการมอเตอร์สปอร์ต, Top Performance ผู้ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่ายอะไหล่รถยนต์มากกว่า 2,000 รายการ ครอบคลุมทั้งงานซ่อมและงานบำรุงรักษา, Liqui Moly จากเยอรมนี ผู้นำด้านน้ำมันเครื่องและสารเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่ได้รับมาตรฐานระดับโลก, และ DTM น้ำมันเครื่องเทคโนโลยีจากอเมริกาที่โดดเด่นด้านความลื่น ลดการสึกหรอ และความทนทานในการใช้งาน พร้อมด้วยโปรโมชั่นพิเศษรวมถึงไลฟ์สดจากบูธแบรนด์ดังตลอดช่วงบ่าย จากทุกบูธเฉพาะในงานนี้เท่านั้น ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Flash Sale” จาก SYSTEM PARTS SYSTEM PARTS ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและขยายเครือข่ายอู่ซ่อมมาตรฐาน เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านอะไหล่และงานซ่อมที่ลูกค้าไว้วางใจได้ในทุกพื้นที่ โดยให้บริการครบวงจรทั้งงานตรวจเช็กสภาพรถ งานซ่อมบำรุงตามระยะ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ระบบเบรก ช่วงล่าง เครื่องยนต์ รวมถึงบริการจำหน่ายอะไหล่คุณภาพมาตรฐานที่ผ่านการคัดสรรอย่างเข้มงวด เพื่อให้ลูกค้าได้รับความคุ้มค่า โปร่งใส และมั่นใจในทุกขั้นตอนการให้บริการ บริษัท ซิสเท็ม พาร์สท์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเพื่อยกระดับมาตรฐานอู่ซ่อมรถยนต์ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด “ซ่อมตรงจุด จบทุกปัญหา ราคาประทับใจ และ One-Stop Service” โดยเน้นคุณภาพอะไหล่ มาตรฐานงานซ่อม และบริการโปร่งใส ปัจจุบัน STP มีทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ - สาขา 0001 ลาดพร้าว กรุงเทพฯ - สาขา 0002 นวลจันทร์ กรุงเทพฯ - สาขา 0003 ท่าอิฐ นนทบุรี (เปิดใหม่ล่าสุด) SYSTEM PARTS – ซ่อมตรงจุด จบทุกปัญหา ราคาประทับใจ และ One-Stop Service

  • LUMAX

    ของดี ฝีมือคนไทย… พร้อมสตาร์ทแล้ววันนี้ จากความตั้งใจ สู่พลังขับเคลื่อนใหม่ของวงการน้ำมันเครื่องไทย LUMAX ให้คุณสัมผัสความแรง เรียบ ลื่น และทนทานในทุกจังหวะการขับขี่ https://www.facebook.com/share/19tgHrcRB4/?mibextid=wwXIfr https://lumaxthailand.com #LUMAXThailand #FeelTheRealDifference #พลังของคนไทย #LUMAX

  • AVATR RAMA 3

    Infinite Automobile เปิดตัวโชว์รูม AVATR RAMA 3 แฟลกชิปแห่งใหม่ พื้นที่ขายใหญ่ที่สุดและครบวงจรที่สุดในประเทศไทย พร้อมเผยโฉม AVATR 11 Royal Edition อย่างเป็นทางการ บริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด ในเครือ เอเอเอส กรุ๊ป (AAS Group) ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ AVATR ในประเทศไทย เดินหน้าประกาศก้าวสำคัญทางธุรกิจ ด้วยการเปิดตัวโชว์รูมแห่งใหม่ AVATR RAMA 3 Flagship Showroom อย่างเป็นทางการ โดยโชว์รูมนี้ถือเป็นโชว์รูมแฟลกชิปแห่งแรกของ อินฟินิท ออโตโมบิล ที่มีพื้นที่ขายใหญ่ที่สุดและครบวงจรที่สุดในประเทศไทย สะท้อนวิสัยทัศน์ของบริษัทที่ต้องการยกระดับประสบการณ์ลูกค้ารถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) สู่มาตรฐานระดับโลก โชว์รูม AVATR RAMA 3 Flagship แห่งนี้ ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 9,000 ตารางเมตร บนที่ดินกว่า 2.5 ไร่ มีการออกแบบที่ทันสมัยตามมาตรฐานสากลของ AVATR โดยแบ่งพื้นที่การใช้งานอย่างครบถ้วน ประกอบด้วย พื้นที่จัดแสดงรถยนต์รุ่นต่าง ๆ พร้อมด้วยพื้นที่รองรับลูกค้า (Customer Lounge) ระดับพรีเมียม และศูนย์บริการครบวงจร ครอบคลุมงานเช็กระยะ ซ่อมแซมทั่วไป และศูนย์ซ่อมสีที่ได้รับมาตรฐานยุโรป เช่นเดียวกับทุกศูนย์ในเครือ AAS พร้อมด้วยพื้นที่ส่งมอบรถ และบริการหลังการขายในบรรยากาศหรูหรา เพื่อมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้าในทุกขั้นตอนของการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า ภายใต้งบลงทุนกว่า 120 ล้านบาท นายอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด กล่าวว่า “โชว์รูม AVATR พระราม 3 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของอินฟินิท ออโตโมบิล ในการสร้างแฟลกชิปโชว์รูมแห่งแรกในประเทศไทย ที่ไม่เพียงแต่จะมีพื้นที่ขายใหญ่ที่สุด แต่ยังครบวงจรที่สุด ทั้งในด้านการขาย การบริการ และการรับรองลูกค้าในมาตรฐานระดับสากล เรามุ่งมั่นให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางในการสร้างประสบการณ์ระดับพรีเมียมแก่ลูกค้า AVATR ในประเทศไทย และพร้อมเดินหน้าขยายเครือข่ายเพื่อตอบรับความต้องการที่เติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า” โดยในเดือนพฤศจิกายน 2568 จะเปิดให้บริการในส่วนของโชว์รูม และจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2569 พร้อมกันนี้ยังมีแผนพัฒนาพื้นที่บริเวณชั้น 3 ให้เป็นศูนย์อบรมและห้องประชุมสำหรับผู้จำหน่ายในเครืออินฟินิท ออโตโมบิล ในขณะที่ชั้นดาดฟ้าเป็นพื้นที่จัดงานสังสรรค์กลางแจ้งสำหรับพาร์ทเนอร์และลูกค้าของบริษัท โชว์รูม AVATR RAMA 3 ยังสะท้อนถึงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับฉางอาน ออโตโมบิล หนึ่งในผู้นำเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะระดับโลก เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมตั้งเป้ารองรับความต้องการจากผู้ใช้งานกว่า 2,000 คน ภายใน 1-2 ปีนี้ ไฮไลต์ของงาน นอกจากจะเป็นการเปิดตัวโชว์รูมแฟลกชิปแห่งใหม่ให้ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกแล้ว ยังเป็นการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ AVATR 11 Royal Edition ยนตรกรรมไฟฟ้าพรีเมียมที่ผสานสมรรถนะอัจฉริยะเข้ากับความหรูหราระดับแนวหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถัง Dual Tone สี Glossy Grey และ Glossy Black พร้อมเส้นสาย Platinum Silver รอบตัวถัง สะท้อนความประณีตและสง่างามในทุกมิติ ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังแท้ Full Grain Semi-Aniline ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Opera House เพื่อมอบประสบการณ์แห่งความหรูหราและความสบายสูงสุดแก่ผู้ขับขี่ นอกจากนี้ยังมีไฮไลต์การเผยราคาคาดการณ์เป็นที่แรก ในตัวเลข 2,8XX,XXX บาท ซึ่งต้องติดตามราคาอย่างเป็นทางการอีกครั้งจากทางฉางอานประเทศไทย นอกจากนี้ลูกค้า AVATR จากอินฟินิท ออโตโมบิล ทุกท่านยังได้รับสิทธิพิเศษเหนือระดับ “INFINITR” (อินฟินิทาร์) พื้นที่ที่ไลฟ์สไตล์หรูหรามาบรรจบกับนวัตกรรม คือคลับที่ยกระดับประสบการณ์ทุกการกินดื่ม การเฉลิมฉลอง และการท่องเที่ยวให้กลายเป็นความประทับใจที่ไม่เหมือนใคร และคือสังคมที่เชื่อมโยงกับกลุ่มคนที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน สัมผัสถึงคุณค่าของการใช้ชีวิตที่เหนือกว่าในทุกรายละเอียด สะท้อนถึงการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุดในโลกแห่งสิทธิพิเศษเหนือระดับที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อผู้ครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู AVATR จากอินฟินิท ออโตโมบิลโดยเฉพาะ พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ AVATR 11 Royal Edition แล้ววันนี้ ที่โชว์รูม AVATR ภายใต้การดูแลของบริษัท อินฟินิท ออโตโมบิล จำกัด ทั้ง 7 สาขาทั่วประเทศ ได้แก่ สาขาพระราม 3 (AVATR Rama 3) โทร. 081-919-8615 สาขาสยามพารากอน (AVATR Siam Paragon) โทร. 080-042-5574 สาขาวิภาวดี (AVATR Vibhavadi) โทร. 087-078-6644 สาขากาญจนาภิเษก (AVATR Kanchanaphisek) โทร. 088-501-4299 สาขาภูเก็ต (AVATR Phuket) โทร. 093-364-9647 สาขาหาดใหญ่ (AVATR Hat Yai) โทร. 091-969-7999 และสาขาเชียงใหม่ (AVATR Chiang Mai) โทร. 065-839-9888 หรือสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.avatrthailand.com ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดราคาและข้อเสนออย่างเป็นทางการได้จากบริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด..... *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #InfiniteAutomobileเปิดตัวโชว์รูม AVATRRAMA3แฟลกชิปแห่งใหม่ #AVATR11RoyalEdition #อินฟินิทออโตโมบิล #เอเอเอสกรุ๊ป #AASGroup #AVATR #AVATRRAMA3 #avatrthailand #ฉางอานออโต้เซลส์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con

  • New XPENG G6 Standard Range

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เปิดตัว New XPENG G6 Standard Range รุ่นย่อยใหม่ ยกระดับมาตรฐานของกลุ่ม C-SUV ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นระดับพรีเมียม แต่เข้าถึงง่าย และคุ้มค่ามากขึ้น พร้อมรับข้อเสนอ มอเตอร์ เอ็กซ์โป  เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดตัว New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ภายใต้คอนเซปต์  ‘The Standard That Raises Standards ’ ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีขนาดกลาง ที่มุ่งตอบโจทย์การใช้งานจริง และมีเป้าหมายเพื่อทำให้เทคโนโลยีล้ำสมัย ได้รับการปรับให้สอดคล้องกับความต้องการ พร้อมราคาที่เหมาะสมและคุ้มค่า แต่ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะ ความปลอดภัย พร้อมแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง มอบประสบการณ์เหนือระดับและแตกต่าง ในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน     อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง คือแบรนด์แห่งนวัตกรรมและเทคโนโลยี ทั้ง เอ็กซ์เผิง รุ่น G6 อัลตราสมาร์ท เอสยูวี คูเป้ และ X9 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ ขับเคลื่อนด้วย AI ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง วันนี้ G6 พร้อมขยายการเข้าถึงไปสู่กลุ่มผู้ใช้ที่หลากหลาย ตั้งแต่ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าคันแรก ไปจนถึงต้องการยกระดับไลฟ์สไตล์สู่ยุคการขับขี่อัจฉริยะ หรือให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง ที่พร้อมรองรับอนาคตการเดินทางอย่างยั่งยืน กับ New XPENG G6 รุ่นย่อยใหม่ ‘Standard Range’ ที่ยกระดับคำว่า ‘Standard’ ให้เหนือกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยี 800V SiC Platform และแบตเตอรี่แบบ 5C นับเป็นการสร้างนิยามใหม่ ที่ไม่ใช่เพียงราคาจับต้องได้ แต่เป็นมาตรฐานใหม่ของความฉลาด และคุณภาพระดับพรีเมียม ตามคอนเซปต์ The Standard That Raises Standards”  New XPENG G6 Standard Range ยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีแบตเตอรี่ พร้อมคงระบบขับขี่อัจฉริยะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกสุดล้ำ คงเอกลักษณ์ Robot Face ด้วยไฟ Full-width Integrated Daytime Running Light ด้านหน้า เสริมความสปอร์ตด้วยฝาท้ายดีไซน์แบบ Ducktail และกันชนท้ายแบบ C-Ring พร้อมล้ออัลลอย Five-spoke ขนาด 20 นิ้ว มาพร้อม 5C AI Battery Ultra-fast Charging แบบ LFP ขนาด 68.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับกำลังในการชาร์จแบบกระแสตรง (DC) สูงสุด 382 กิโลวัตต์ สามารถชาร์จจาก 10-80% ในเวลาเพียง 12 นาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลสุด 540 กิโลเมตร (NEDC) อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน 14.7 กิโลวัตต์ชั่วโมง/100 กิโลเมตร (NEDC) นับเป็นรุ่นที่ชาร์จเร็วและใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเอสยูวี ในระดับราคาและขนาดแบตเตอรี่ใกล้เคียงกัน   นอกจากนี้ New XPENG G6 Standard Range   ยังรองรับการอัปเดตแบบออนไลน์ (OTA) เพื่อปรับปรุงซอฟต์แวร์ระบบความปลอดภัย และเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าได้ขับรถที่มีซอฟท์แวร์ทันสมัย และใหม่ตลอดเวลา  จองและออกรถ New XPENG G6 Standard Range วันนี้ รับข้อเสนอเดียวกับ มอเตอร์ เอ็กซ์โป ·         บัตรชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า มูลค่า 20,000 บาท* ·         ม่านหลังคาไฟฟ้าพร้อมติดตั้ง พร้อมอุปกรณ์ดูดฝุ่น* ·         ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อม พรบ. นาน 1 ปี * ·         Wallbox Charger พร้อมติดตั้ง* ·         เครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบพกพา* ·         คะแนน MGC-MOBILIFE 6,000 คะแนน*  ·         บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (Premium Roadside Assistance) นาน 5 ปี* ·         รับประกันคุณภาพสินค้า 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร* ·         รับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*   มั่นใจกับเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบบริการที่ดีที่สุด เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ตลอดจนหัวเมืองหลักในแต่ละภูมิภาค นำโดย เอ็กซ์เผิง รามคำแหง, สุขุมวิท, ประดิษฐ์มนูธรรม, แจ้งวัฒนะราชพฤกษ์, พัทยา, ขอนแก่น, อุบลราชธานี, เชียงใหม่, ภูเก็ต,  วิภาวดี-รังสิต, ตลิ่งชัน,  ศรีนครินทร์, สุราษร์ธานี และ เกษตร-นวมินทร์ รวมทั้งหมด 15 แห่ง โดยให้ความสำคัญกับ คุณภาพการบริการที่เป็นมาตรฐาน ผสานเครื่องมืออันทันสมัย และคลังเก็บอะไหล่ ‘XPENG Parts Center’ เพื่อประสิทธิภาพการให้บริการ และความพึงพอใจของลูกค้า อย่างทั่วถึง   XPENG G6 Standard Range   ใหม่   ราคา 1,189,000 บาท XPENG G6 Long Range   ราคา 1,349,000 บาท XPENG G6 AWD Performance ราคา 1,489,000 บาท   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย โทร. 1526 Facebook: xpeng thailand www.xpeng.co.th   *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด   +++++++++++++++ เกี่ยวกับ เอ็กซ์เผิง เอ็กซ์เผิง เป็นผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับแนวหน้าจากจีน ออกแบบ พัฒนา ผลิต และทำการตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคระดับกลางที่ชื่นชอบเทคโนโลยี โดยพันธกิจของ เอ็กซ์เผิง คือ การยกระดับยานยนต์ไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยี เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีระบบ ช่วยขับอัตโนมัติ และระบบปฏิบัติการภายในรถแบบครบวงจรภายในองค์กร รวมถึงระบบหลักของรถ เช่น ระบบขับเคลื่อนและสถาปัตยกรรมไฟฟ้า/อิเล็กทรอนิกส์ โดยมีสำนักงานใหญ่ที่เมืองกวางโจว ประเทศจีน และมีสำนักงานหลักในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ซิลิคอนวัลเลย์ ซานดิเอโก และอัมสเตอร์ดัม ปัจจุบันยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง ผลิตที่โรงงานในเมืองเจ้าเฉิงและกวางโจว มณฑลกวางตุ้ง   ข้อมูลสำหรับสื่อมวลชน กรุณาติดต่อ: ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) ธาร สุขานุศาสน์ (Corporate Communications Manager) โทร.065-525-5710 อี-เมล tarn.suk@mgc-asia.com ชาญยุทธ ปะวะขัง (PR Content Specialist) โทร.061-819-4303 อี-เมล  chanyut.paw@mgc-asia.com

  • WULING THAILAND

    WULING THAILAND อัดแคมเปญสุดคุ้ม EV 3.0 ส่งท้ายปี พร้อมเปิดตัว New Wuling Binguo EV MY25 และเผยโฉม WULING STARLIGHT MPV-VAN ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง วิ่งได้ไกล 540 กม. ในงาน Motor Expo 2025 • เปิดตัว “New Wuling Binguo” (MY25) เพิ่มออปชั่นหลายรายการ เริ่มต้นเพียง 369,000 บาท • เผยโฉมครั้งแรก WULING STARLIGHT MPV-VAN ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง วิ่งได้ไกล 540 กม. Wuling Thailand ภายใต้การบริหารงานด้านการขายและการตลาดโดย บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด (EV Primus) ผู้จัดจำหน่ายแต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) และการร่วมทุนอย่างเป็นทางการกับ SGMW (SAIC-GM-Wuling) ผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมใช้เวทีงาน Motor Expo 2025 (มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42) เป็นสถานที่เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าโมเดลใหม่ล่าสุด "New Wuling Binguo (บิงโก) EV MY25" ซึ่งได้รับการปรับปรุงครั้งสำคัญทั้งด้านสเปคและออปชั่น เพื่อมอบ "โซลูชันที่ดีกว่า" และความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้บริโภคชาวไทย โดยมาพร้อมราคาใหม่ที่น่าดึงดูดใจภายใต้แคมเปญ EV 3.0 และเปิดตัว WULING STARLIGHT MPV-VAN ประตูสไลด์ 7 ที่นั่งไฟฟ้า วิ่งไกลถึง 540 กม. มาให้ผู้สนใจได้สัมผัสด้วย นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์วู่หลิง (WULING) แต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) กล่าวถึงการเปิดตัวครั้งนี้ว่า "New Wuling Binguo (MY25)” ที่ปรับปรุงใหม่นี้เป็นคำตอบของเราที่ส่งมอบ 'โซลูชันที่ดีกว่า' สู่ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม City EV เราได้รวบรวมข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานมาปรับปรุงทั้งสเปคและออปชั่นสำคัญๆ รวมถึงการปรับโครงสร้างราคาใหม่ให้เริ่มต้นเพียง 369,000 บาท ชูจุดเด่น เป็นรถอีวีคันที่สองของบ้าน เรียบหรู มีสไตล์ คู่ใจชีวิตคนเมือง ซึ่งถือเป็นการเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราที่จะทำให้คนไทยเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคุณภาพได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยความคุ้มค่าที่เหนือกว่าในทุกมิติ เรามั่นใจว่า Binguo ใหม่จะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามในงาน Motor Expo 2025 นี้อย่างแน่นอน New Wuling Binguo MY25: คุ้มค่าเหนือระดับ ด้วยออปชั่นที่ 'ใช่' ในราคาที่ 'ต้องเป็นเจ้าของ' New Wuling Binguo EV MY25 ได้รับการพัฒนาในรูปแบบ Minor Change เพื่อตอบสนองความต้องการและข้อเสนอแนะของลูกค้าอย่างแท้จริง ทำให้เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ "คุ้มค่าน่าซื้อ" ในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับลดราคาจำหน่ายลง • รุ่น Lite 333 กม. ราคาเริ่มต้น 369,000 บาท (จากเดิม 399,000 บาท) • รุ่น Pro 333 กม. ราคาเริ่มต้น 389,000 บาท (จากเดิม 429,000 บาท) พร้อมกันนี้ ยังได้เพิ่มฟังก์ชันและลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามาเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่ารถในกลุ่มเดียวกัน ดังนี้: • เบาะนั่งไฟฟ้า ตำแหน่งคนขับ 6 ทิศทาง • สีภายนอกใหม่ (NEW Metallic Grey): เพิ่มทางเลือกใหม่ที่ดูล้ำสมัยและภูมิฐานยิ่งขึ้น • การตกแต่งภายในใหม่โทนสี Caramel Latte ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น หรูหรา และมีสไตล์ • ระบบเชื่อมต่อเต็มรูปแบบรองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เป็นมาตรฐาน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้อย่างสมบูรณ์แบบ • ความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นด้วยการเพิ่มฟังก์ชัน One-Touch (กดปุ่มครั้งเดียว) สำหรับกระจกฝั่งผู้ขับขี่ • กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า • หน้าจอคู่ LCD 10.25” High Definition มอบประสบการณ์การมองเห็นที่คมชัดและล้ำสมัย • มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบควบคุมความเร็ว Cruise Control • โหมดการขับขี่ ปรับได้ 4 แบบ ECO+/ECO/Normal/Sport ตอบโจทย์ทุกสไตล์การขับขี่ • เบรกมือแบบไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto Hold ตัวช่วยผู้ขับขี่ • พื้นที่ความจุสัมภาระด้านท้าย 790 ลิตร เมื่อพับเบาะ เพื่อรองรับทุกการเดินทาง • รองรับการชาร์จแบบ DC Fast Charging (30%-80%) ภายใน 35 นาที เพื่อความรวดเร็วและพร้อมเดินทาง • มอบความอุ่นใจด้วยกุญแจรีโมทอัจฉริยะ 2 ดอก พร้อมเผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย WULING STARLIGHT MPV-VAN ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง Wuling Thailand ยังได้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าอีกรุ่น WULING STARLIGHT MPV-VAN ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการใช้รถตูไฟฟ้าระดับหรู ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง ระยะวิ่งไกลถึง 540 กม. ที่นั่งเรียงแถวแบบ Captain Seat ที่ใคร ๆ ก็เป็นเจ้าของได้ เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง บ้านที่มีเด็กและผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลิมูซีน VIP Taxi และ กลุ่ม Ride Hailing ที่ต้องการการใช้งานที่กว้างขวางและสะดวกสบายมากขึ้น ในภาพลักษณ์ที่หรูหราด้วย นายพิทยากล่าวว่า “ความมุ่งมั่นของ Wuling Thailand ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจำหน่ายรถยนต์ แต่ยังมุ่งเดินหน้าเคียงข้างผู้บริโภคไทยในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่คุ้มค่าที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการในยุคนี้ ในนาม Wuling Thailand พร้อมแผนนำเข้าขยายโมเดลใหม่ สำหรับการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อีกกว่า 5 รุ่น ภายในปี 2569 สำหรับโปรโมชั่นที่เร้าใจในงาน Motor Expo 2025 ขอเรียนเชิญผู้สนใจทุกท่านร่วมเยี่ยมชมบูธของ Wuling เพื่อสัมผัสกับ New Wuling Binguo EV (MY25) ตัวจริง พร้อมรับสิทธิพิเศษก่อนใคร และเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุดแห่งยุคนี้” ดาวน์โหลดภาพประกอบได้ที่นี่ https://drive.google.com/drive/folders/1bUE50_ZpqYUsPhH3PN7G3tF1936FEd_6

  • FIT Auto RUN

    FIT Auto ชวนคนไทย “ฟิตทั้งคน ฟิตทั้งรถ” กับกิจกรรมวิ่งสุดเฟรชแห่งปี “FIT Auto RUN คนฟิต รถฟิต 2025” FIT Auto ศูนย์บริการยานยนต์ครบวงจร ภายใต้การบริหารของ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR จัดกิจกรรม “FIT Auto RUN คนฟิต รถฟิต 2025” งานวิ่งสุดพิเศษครั้งแรกจาก FIT Auto ที่มุ่งส่งเสริมให้คนไทยหันมาใส่ใจสุขภาพ พร้อมตอกย้ำแนวคิดการดูแล “สุขภาพทั้งคนและรถยนต์” ให้แข็งแรงไปด้วยกัน โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการสมัครร่วมกิจกรรมจำนวน 100,000 บาท ได้มอบให้แก่ศิริราชมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านสาธารณประโยชน์ โดยได้รับเกียรติจาก คุณรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ กรุงเทพมหานคร งานนี้ได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากนักวิ่งและผู้ชื่นชอบการออกกำลังกาย โดยมีผู้สมัครเต็มจำนวนกว่า 1,000 คนภายในเวลาไม่กี่วันหลังเปิดรับสมัคร ซึ่งผู้ร่วมงานต่างได้สัมผัสเส้นทางวิ่งสุดร่มรื่นใจกลางเมือง ท่ามกลางธรรมชาติและบรรยากาศผ่อนคลาย ที่ออกแบบมาเพื่อให้นักวิ่งทุกระดับตั้งแต่ 2 กม. / 6 กม. และ 10 กม. ได้ร่วมสนุกอย่างเต็มที่ พร้อมรับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งเสื้อวิ่งดีไซน์เก๋เฉพาะงานนี้ เหรียญรางวัลสุดเท่ และสินค้าพรีเมียมจากแบรนด์ Café Amazon เพื่อแทนคำขอบคุณจาก FIT Auto นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสุดพิเศษและโซนของกินแสนอร่อยตลอดงาน สร้างสีสันให้กับการออกกำลังกายอย่างเพลิดเพลิน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ FIT Auto ตั้งใจมอบประสบการณ์แห่งความสุข เพื่อชวนทุกคน “ฟิตร่างกายและหัวใจ” ไปพร้อมกับ “ฟิตรถ” ให้อยู่ในสภาพพร้อมเดินทางเสมอ นอกจากนี้ FIT Auto ยังเดินหน้ามอบความสุขต่อเนื่องด้วยแคมเปญใหญ่ส่งท้ายปี “ฟิตรถให้พร้อม มั่นใจทุกการเดินทาง” มอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้า อาทิ โปรโมชันยาง “3 แถม 1” พร้อมโปรแกรมดูแลยาง FIT Care มูลค่า 4,000 บาท และโปรเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง PTT Lubricants เริ่มต้นเพียง 690 บาท ฟรีค่าแรงและไส้กรอง รวมถึงส่วนลดอะไหล่และบริการอีกมากมาย ตั้งแต่วันนี้ - 15 มกราคม 2569 พร้อมผลิตภัณฑ์ประกันภัยใหม่ “FIT KUB TIP” ที่ครอบคลุมทุกความคุ้มครองทั้งรถยนต์และยางรถ เพื่อยกระดับความมั่นใจในทุกการเดินทาง FIT Auto พร้อมเคียงข้างคนไทยในทุกเส้นทาง ด้วยบริการดูแลรถยนต์ครบวงจร และกิจกรรมดี ๆ ที่ใส่ใจสุขภาพของทั้งคนและรถ ให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยพลังบวกและความมั่นใจอย่างแท้จริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pttfitauto.com/th/promotion หรือโทร 1365 Contact Center ติดตามข่าวสารทาง หรือเช็ก FIT Auto ใกล้บ้าน ได้ที่ https://www.pttfitauto.com/th/branches #FITAuto #เชี่ยวชาญบริการจากใจ *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com ฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท #ปตทน้ำมันและการค้าปลีกจำกัดมหาชน. #OR #PTTOR #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con

  • LUMAX

    “LUMAX” น้ำมันเครื่องแบรนด์ไทยน้องใหม่ จุดพลังอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ของผู้ประกอบการไทยรุ่นใหม่ บริษัท ทีเอสแอล เทคโนโลยี จำกัด ประกาศเปิดตัวแบรนด์น้ำมันเครื่องสัญชาติไทยน้องใหม่ “LUMAX” (ลูแม็กซ์) อย่างเป็นทางการ เดินหน้าสู่ตลาดน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ ด้วยแนวคิด “Feel the Real Difference” สัมผัสความแตกต่าง...ที่แท้จริง ที่มุ่งสร้างความแตกต่างทั้งด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความรู้สึกในการขับขี่ที่แตกต่าง ภายใต้การนำของ คุณพลัฏฐ์ ประวีร์ชานนท์ ประธานบริษัทฯ และ คุณฐิติภัทร เอกดิษฐ์ ผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งรวมพลังกันสร้างแบรนด์น้ำมันเครื่องของคนไทยอย่างแท้จริง โดยมี คุณจินตนา อุดมทรัพย์ เป็นที่ปรึกษาร่วมกันวางกลยุทธ์ด้านภาพลักษณ์และการตลาดให้แบรนด์เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว LUMAX เกิดจากแรงบันดาลใจของทีมผู้ประกอบการไทย ที่ต้องการยกระดับมาตรฐานน้ำมันเครื่องให้ทัดเทียมแบรนด์ต่างประเทศ โดยใช้วัตถุดิบนำเข้าระดับพรีเมี่ยมจากโรงกลั่นน้ำมันระดับต้นของโลก ประสานเทคโนโลยีการผลิตและการทดสอบคุณภาพในระดับสากล พร้อมปรับสูตรให้เหมาะกับสภาพอากาศและการใช้งานจริงของผู้ขับขี่ชาวไทย “เราต้องการให้ LUMAX เป็นมากกว่าน้ำมันเครื่องที่ดีต่อเครื่องยนต์ เป็นแบรนด์ที่เกิดจากคามตั้งใจของคนไทยที่อยากสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน” คุณพลัฏฐ์ ประวีร์ชานนท์ ผู้ก่อตั้งแบรนด์และประธานบริษัท ทีเอสแอล เทคโนโลยี จำกัด “สิ่งที่เราทำไม่ใช่แค่สร้างผลิตภัณฑ์ แต่คือการสร้าง ‘แบรนด์ของคนไทย’ ที่มีความจริงใจ ตั้งใจ และเชื่อมั่นในพลังของคุณภาพ เราอยากให้ทุกคนรู้ว่า น้ำมันเครื่องไทย…ก็สามารถยืนบนเวทีโลกได้เช่นกัน” คุณฐิติภัทร เอกดิษฐ์ ผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์ และกรรมการบริหาร บริษัท ทีเอสแอล เทคโนโลยี จำกัด “แบรนด์ไทยยุคใหม่ต้องไม่หยุดที่การขาย แต่ต้องสื่อถึงคุณค่าในทุกหยดของผลิตภัณฑ์ LUMAX คือผลลัพธ์ของความร่วมมือ ความตั้งใจ และความเชื่อมั่นในศักยภาพของคนไทย ที่พร้อมแข่งขันอย่างสง่างามบนเวทีโลก” คุณจินตนา อุดมทรัพย์ ที่ปรึกษา เกี่ยวกับ LUMAX LUMAX เป็นแบรนด์น้ำมันเครื่องคุณภาพสูงภายใต้การบริหารของ บริษัท ทีเอสแอล เทคโนโลยี จำกัด ก่อตั้งโดยคนไทย เพื่อพัฒนาน้ำมันเครื่องที่ตอบโจทย์ทุกสภาพการขับขี่ของผู้ใช้ในประเทศไทย ผลิตด้วยเทคโนโลยีมาตรฐานสากล ผ่านการทดสอบคุณภาพอย่างเข้มงวด เพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดในทุกหยด ภายใต้สโลแกน “Feel the Real Difference – สัมผัสความแตกต่าง…ที่แท้จริง” LUMAX เปิดตัวด้วย น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100% เกรดพรีเมี่ยม 2 รุ่นหลัก ได้แก่ • LUMAX RS-1 10W-40 และ 10W-50 มาตรฐาน JASO MA2 สำหรับรถสปอร์ตเกียร์ธรรมดา • LUMAX AX-1 10W-40 มาตรฐาน JASO MB สำหรับรถออโตเมติก ทั้งสองรุ่นผ่านการพัฒนาภายใต้มาตรฐานสากล และได้รับการรับรองจากห้องปฏิบัติการทดสอบคุณภาพระดับโลก เน้นการปกป้องเครื่องยนต์ ลดการสึกหรอ เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น ในอนาคต LUMAX มีแผนขยายผลิตภัณฑ์ไปสู่กลุ่มรถจักรยานยนต์ทุกประเภท และผลิตภัณฑ์หล่อลื่นอื่น ๆ สำหรับรถจักรยานยนต์ พร้อมกิจกรรมการตลาดเชิงสร้างสรรค์ เช่น “LUMAX Road Experience” เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์จริงของคำว่า Feel the Real Difference อย่างใกล้ชิด

  • GAC AION Thailand มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับ GAC AION UT พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ Lifetime Warranty แบตเตอรี่และชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนไฟฟ้า

    GAC AION Thailand ตกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และสานต่อเจตนารมณ์ในการทำให้ยานยนต์ EV คุณภาพสูงเป็นสิ่งที่คนไทยสามารถเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ล่าสุด ประกาศเปิดตัวแคมเปญส่งเสริมการขายสุดพิเศษสำหรับ GAC AION UT พร้อมมอบสิทธิประโยชน์ "Lifetime Warranty" ซึ่งจะครอบคลุมในส่วนของ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน และชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนไฟฟ้าแรงดันสูงพร้อมกล่องควบคุม เพื่อสร้างความอุ่นใจสูงสุดในการใช้งาน แคมเปญพิเศษนี้เกิดขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการขยาย ฐานลูกค้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดย GAC AION Thailand ได้ปรับราคาจำหน่ายพิเศษสำหรับ GAC AION UT ทั้งสองรุ่นย่อย ดังนี้ ระยะเวลาของแคมเปญส่งเสริมการขาย สำหรับ GAC AION UT สำหรับลูกค้าที่ซื้อตั้งแต่ 22 ตุลาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2568 GAC AION UT รุ่น 420 Standard ราคาพิเศษเพียง 469,900 บาท (ราคาปกติ 519,900 บาท)* GAC AION UT รุ่น 500 Premium ราคาพิเศษเพียง 599,900 บาท (ราคาปกติ 669,900 บาท)* พร้อมเลือกรับข้อเสนอพิเศษ แพ็กเกจ A:  ฟรี! Home Charger พร้อมบริการติดตั้ง* หรือ แพ็กเกจ B:  ฟรี! สายชาร์จแบบพกพา และสายต่อพ่วงอุปกรณ์ไฟฟ้า V2L* * ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า * เงื่อนไขพิเศษนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน คืน หรือทอนเป็นเงินสดได้ และใช้ได้เฉพาะที่ตัวแทนจำหน่าย GAC เท่านั้น * โปรโมชันพิเศษนี้ตั้งแต่วันที่ 22 ตุลาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2568 นอกจากนี้ GAC AION Thailand ยังได้มอบสิทธิประโยชน์ การรับประกันตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)  ซึ่งจะครอบคลุมการรับประกันในส่วนของ “แบตเตอรี่ขับเคลื่อน และชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนไฟฟ้าแรงดันสูงพร้อมกล่องควบคุม ” โดยสิทธิประโยชน์นี้จะครอบคลุมลูกค้า GAC AION UT ทุกท่าน ที่ซื้อรถในปี พ.ศ. 2568 ทั้งลูกค้าใหม่ที่ซื้อรถในแคมเปญนี้ และลูกค้าเก่าทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจซื้อรถ GAC AION UT ไปก่อนหน้าแคมเปญนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความขอบคุณและความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการดูแลลูกค้าทุกท่านภายใต้มาตรฐานสูงสุดในระยะยาว *การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมไฟฟ้าแรงดันสูงตลอดอายุการใช้งาน ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขการรับประกันดังต่อไปนี้ 1. การรับประกันนี้ให้สิทธิแก่รถยนต์ GAC AION UT 420 Standard และ GAC AION UT 500 Premium ทุกคัน ที่จำหน่ายในปี พ.ศ.2568 โดยอ้างอิงจากวันที่ออกใบกำกับภาษีซื้อขายรถยนต์ระหว่างผู้แทนจำหน่ายและลูกค้าผู้ซื้อรถ 2. รับประกันตลอดอายุการใช้งานสำหรับผู้ครอบครองรถยนต์ลำดับที่ 1* เท่านั้น กรณีมีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของรถยนต์การรับประกันจะเปลี่ยนเป็น 8 ปีหรือ 200,000 กิโลเมตรทันที แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน  3. การรับประกันนี้ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ใช้ในเชิงพาณิชย์ และรถยนต์ที่นำไปใช้ประเทศอื่นที่มิใช่ประเทศผู้จัดจำหน่าย 4. ระยะทางการใช้งานรถยนต์ต้องไม่เกิน 50,000 กิโลเมตรต่อหนึ่งปี  5. รถยนต์ต้องได้รับการบริการอย่างสม่ำเสมอตามรอบตารางเช็กระยะหรือตามคู่มือการใช้งานที่ GAC AION กำหนดครบถ้วนทุกรอบ (โดยยึดจากวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ตามประกาศข้อกำหนดนี้ เป็นต้นไป) การนำรถเข้ามารับบริการล่าช้าที่มีระยะทางและ / หรือ ระยะเวลาเกินกำหนด สะสมกันมากกว่า 12,000 กิโลเมตร หรือ 14 เดือน จะมีผลทำให้ระยะการรับประกันเปลี่ยนเป็น 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน ทันที 6. ใช้อะไหล่แท้ของ GAC AION ในการบำรุงรักษาและซ่อมแซม โดยดำเนินการผ่านศูนย์บริการ GAC AION 7. ห้ามทำการดัดแปลง เปลี่ยนแปลง ต่อเติม และถอดประกอบชิ้นส่วนผลิตภัณฑ์ โดยมิได้รับอนุญาตอย่างเป็นทางการจาก GAC AION  8. การรับประกันจะไม่ครอบคลุมถึงการใช้รถอย่างไม่ถูกวิธี ความประมาทเลินเล่อในการขับขี่หรือการเกิดอุบัติเหตุ การนำรถให้บุคคลอื่นซ่อมแซม ซึ่งมิใช่ผู้จำหน่ายของ GAC AION อย่างเป็นทางการ การใช้งานอย่างไม่เหมาะสม รวมถึงการเกิดอุบัติเหตุและการสึกหรอตามอายุการใช้งาน การนำรถไปใช้ในกิจกรรมเพื่อการแข่งขันต่างๆ รวมถึงการใช้รถในลักษณะนอกเหนือปกติ หรือมีการตกแต่งเพิ่มเติมโดยปราศจากการแนะนำจากบริษัทฯ 9. กรณีที่รถลูกค้าไม่เข้าเงื่อนไขดังที่กล่าวมาข้างต้น การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมไฟฟ้าแรงดันสูง จะเปลี่ยนเป็น 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตรทันที (นับจากอย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) GAC AION Thailand ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาและยกระดับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยอย่างรอบด้าน โดยบริษัทเดินหน้าขยายเครือข่ายศูนย์บริการและสถานีชาร์จทั่วประเทศ พร้อมพัฒนาบุคลากรและช่างเทคนิคให้มีความเชี่ยวชาญสูงสุด ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมด้านอะไหล่อย่างครบวงจร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกการขับขี่ การเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้า GAC AION จึงไม่ใช่เพียงการเลือกเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังเป็นการเลือกคุณภาพ การบริการที่ยอดเยี่ยม และอนาคตแห่งความสบายใจที่แท้จริงในทุกเส้นทาง ผู้ที่สนใจรถยนต์ GAC สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.aionauto.com/th-th/   และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ www.aionauto.com/th-th/test-drive/AION%20V เกี่ยวกับ GAC Group GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดยมีเป้าหมายในการก้าวสู่ระดับแนวหน้าของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกที่น่าเชื่อถือในระดับโลก โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศอเมริกา, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, กลุ่มประเทศ CIS และอียิปต์ เสริมศักยภาพการขยายตัวในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่โดดเด่นและวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง ด้วยความสำเร็จที่โดดเด่น GAC Group ได้รับการจัดอันดับใน Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 12 ปี โดยในปี 2024 อยู่ที่อันดับ 181 มีบุคลากรระดับแนวหน้ากว่า 100,000 คน ครอบคลุม 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 6,000 คนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร ด้านศักยภาพทางผลิต GAC Group มียอดขายกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2023 ติดอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ในเครือที่ยืนหยัดด้วย 3 แบรนด์ได้แก่ AION, HYPTEC และ GAC Motor นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ GAC Group ใช้ Big Data ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ และระบบ AI ผ่านการทดสอบที่มีความแม่นยำสูงถึง 95% พร้อมยกระดับขอบเขตการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การผลิต พัฒนา เทคโนโลยี ไปจนถึงการให้บริการระดับโลก GAC Group ไม่เพียงแค่เป็นผู้นำด้านยานยนต์ แต่ยังเน้นย้ำถึงการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความพึงพอใจมากกว่า เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page