


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- CarX joins forces with TPG
คาร์เอ็กซ์ ผนึกกำลัง TPG X อัพเกรดธุรกิจรถมือสองในไทย คาร์เอ็กซ์ (CARS x) ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจซื้อ-ขายรถยนต์มือสองผ่านการบริหารแบบมืออาชีพ ด้วยการคัดสรรรถยนต์มือสองคุณภาพผ่านทีมงานที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างของอุตสาหกรรมรถยนต์มือสอง ประกาศการขยายกิจการด้วยการจับมือกับ บริษัท ทีพีจี เอ็กซ์ จำกัด (TPG X) ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนชั้นนำที่สนับสนุนสตาร์ทอัพเพื่อเสริมสร้างศักยภาพและเตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมในปลายปีนี้ ดร.สัณหพัฒน ตันติธนาทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ “CARS x” กล่าวว่า “การร่วมทุนกับ “TPG X” ซึ่งเป็นบริษัทลงทุนชั้นนำ เป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของเรา การร่วมทุนในครั้งนี้จะช่วยให้เราสามารถขยายสาขาและสร้างสรรค์บริการใหม่ ๆ ผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับธุรกิจรถยนต์มือสองในไทย โดย “CARS x” มีความมุ่งมั่นสูงสุดในการคัดสรรรถยนต์คุณภาพ และมีการตรวจเช็กรถ 210 จุดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน พร้อมทั้งการดูแลบริการหลังการขายให้กับลูกค้า โดยมีการรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความอุ่นใจในทุกสถานการณ์และเสริมสร้างประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า เพื่อให้ “ทุกการขับขี่มีรอยยิ้ม” การผนึกกำลังครั้งนี้ “CARS x” ในฐานะที่อยู่ในวงการรถยนต์มือสองมายาวนาน มีความเข้าใจในความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภครวมถึงสามารถปรับตัวให้เข้ากับทุกสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี จึงมั่นใจว่าการผนึกกำลังในครั้งนี้ร่วมกับ “TPG X” ที่มีศักยภาพและความพร้อมในทุกด้านจะช่วยผลักดันธุรกิจให้เติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น โดย “CARS x” ยังคงเน้นเรื่องความเป็นมืออาชีพและคุณภาพในเรื่องรถยนต์มือสอง โดยมุ่งมั่นจะยกระดับธุรกิจรถยนต์มือสองในไทย และในปลายปีนี้มีแผนขยายสาขาเพิ่มเติมเพื่อส่งมอบที่สุดของประสบการณ์การซื้อ-ขายรถยนต์มือสองให้ครอบคลุมการบริการแก่ลูกค้าชาวไทยในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์มือสองในประเทศ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CARS x สามารถติดต่อได้ที่ Line Official : @carsx หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ที่ www.carsx.info
- Volvo Car Thailand announces the change of model name of the new generation electric car along with the launch of the special edition Black Edition.
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศเปลี่ยนชื่อรุ่นรถไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมเปิดตัวรุ่นพิเศษ Black Edition (ที่สองจากขวา) คุณคริส เวลส์ - กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่สองจากซ้าย) คุณภัทรพงษ์ อชะปาละศิริ - ผู้อำนวยการฝ่ายปฎิบัติการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด (ขวา) คุณนิชานันท์ ปัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) (ที่สามจากขวา) คุณอัจฉริยา คุณพันธ์ - ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด (ซ้าย) คุณสวพงษ์ พงษ์เก่า - ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด · รถไฟฟ้า Volvo C40 Recharge เปลี่ยนชื่อเป็น Volvo EC40 และ Volvo XC40 Recharge เปลี่ยนชื่อเป็น Volvo EX40 · เปิดตัวรุ่นพิเศษ Black Edition เพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้ทุกเส้นทาง สำหรับผู้กล้าที่จะแตกต่าง ด้วยโทนสีดำทั้งภายในและนอก อาทิ สีภายนอก Onyx Black , ตราโลโก้วอลโว่หน้ากระจังรถสีดำ, ล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วแบบก้านดำเงา และการตกแต่งภายในสี charcoal · Volvo EC40 และ EX40 เจนเนอเรชั่นล่าสุดยังมาพร้อมสีใหม่ Sand Dune วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศพร้อมจำหน่าย Volvo EC40 และ EX40 รถไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นล่าสุด ซึ่งได้รับการเปลี่ยนชื่อให้สอดคล้องกับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าของวอลโว่ พร้อมเปิดตัวรุ่นพิเศษ แบล็ค เอดิชั่น (Black Edition) Volvo EC40 และ EX40 ได้รับการเปลี่ยนชื่อจากรุ่นเดิม ได้แก่ Volvo C40 Recharge และ XC40 Recharge ตามลำดับ เพื่อสร้างความชัดเจนให้กลุ่มผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าจากวอลโว่ และสอดคล้องกับรุ่นที่เพิ่งเปิดตัวอย่าง Volvo EX30 นอกจากนี้ วอลโว่ ยังได้ยุติการใช้คำว่า Recharge ในชื่อผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นรวมถึงรถปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “เพื่อสร้างความเข้าใจที่ชัดเจนแก่ผู้บริโภค และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นบริษัทรถไฟฟ้าในอนาคต วอลโว่ คาร์ จึงเปลี่ยนชื่อรถไฟฟ้าสองรุ่นแรกของเราให้สอดคล้องกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ ๆ ที่เพิ่งเปิดตัว เราเชื่อว่าชื่อผลิตภัณฑ์ที่ถูกเปลี่ยนจะช่วยมอบความชัดเจนแก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นเมื่อซื้อรถไฟฟ้า หรือรถปลั๊กอินไฮบริด จากวอลโว่” นอกจากชื่อและเจนเนอเรชั่นใหม่ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยังประกาศการจำหน่าย Volvo EC40 และ Volvo EX40 ในรุ่น Black Edition เพื่อมอบตัวเลือกที่มากขึ้นแก่ผู้บริโภคที่มองหารถไฟฟ้าที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สีโดดเด่นสะดุดตา และให้คุณสมบัติการใช้งานที่คล่องตัว ตอบโจทย์ในทุกบทบาทที่เป็นคุณ ในทุกมิติของการใช้ชีวิต ชื่อรุ่นที่บ่งบอกตัวตน: Black Edition มาพร้อมการออกแบบโทนสีภายนอกด้วยสีดำ Onyx Black องค์ประกอบการตกแต่งอื่น ๆ อาทิ โลโก้วอลโว่ที่กระจังหน้า ตัวอักษรวอลโว่ที่ด้านหลัง ป้ายชื่อรุ่น และล้อแม็กซ์อัลลอย์ขนาด 20 นิ้วดีไซน์ 5 ก้าน ล้วนมาในสีดำไฮกรอส ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเข้มรับกับสีตัวรถด้านนอก อาทิ พวงมาลัยแบบสปอร์ตที่ออกแบบมาเพื่อการจับที่ถนัดมือ เพดานหลังคาภายใน และการตกแต่งภายในมาในโทนสีดำ charcoal เบาะที่นั่งผลิตขึ้นจากวัสดุเนื้อผ้าสีดำแบบ Connect Suede Textile/ Microtech ให้สัมผัสพรีเมียมที่แฝงความเท่ห์ไว้ในตัว ทำให้ Black Edition ของรถทั้งสองรุ่นมีความสปอร์ต และเรียบหรู ในคันเดียวกัน ตำแหน่งการจัดวางอุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารของ Volvo EC40 และ Volvo EX40 ได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดีเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่เกะกะ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งผู้ขับและผู้โดยสารสามารถเข้าถึงการใช้งานต่าง ๆ ภายในรถได้ง่าย ทั้งยังให้ลุคที่มินิมอล เรียบหรู ในแบบสแกนดิเนเวียนดีไซน์อันเป็นเอกลัษณ์ของวอลโว่ นอกเหนือจากตัวเลือกพิเศษอย่างรุ่น Black Edition รถไฟฟ้า Volvo EC40 และ EX40 ยังมาพร้อมสีตัวถังภายนอกใหม่ ได้แก่ สี Sand Dune ที่ตัดกับโครงหลังคาสีดำของตัวรถอย่างลงตัว รถทั้งสองรุ่นมาพร้อมระบบสาระบันเทิง (infotainment) ที่มีคุณสมบัติและประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยม โดยรองรับการทำงานร่วมกับแอปพลิเคชั่นจาก Google และระบบปฏิบัติการณ์ Android โดยผู้ใช้งานสามารถใช้บริการจาก Google อาทิ บริการนำทาง Google Maps, การสั่งงานต่าง ๆ ผ่าน Google Assistant หรือดาว์นโหลดแอปที่รองรับผ่าน Google Play Store พลังขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ (Twin Motor)* ของ Volvo EC40 และ EX40 ให้ระยะทางการขับสูงถึง 650 กิโลเมตร ใน Volvo EC40 และ 645 กิโลเมตร ใน Volvo EX40 แบตเตอรี่ความจุขนาด 82kWh แรงม้าสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 408hp ให้แรงบิดสูงสุดถึง 670Nm รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 200 kW DC. พลังขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว (Single Motor)* ของ Volvo EC40 และ EX40 ให้ระยะทางการขับสูงถึง 590 กิโลเมตร ใน Volvo EC40 และ 565 กิโลเมตร ใน Volvo EX40 แบตเตอรี่ความจุขนาด 69kWh แรงม้าสูงสุดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 238hp ให้แรงบิดสูงสุดถึง 420Nm รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 150 kW DC. Volvo EC40 และ EX40 เจนเนอเรชั่นใหม่ รวมถึงรุ่น Black Edition พร้อมให้ผู้สนใจจองแล้ววันนี้ · Volvo EC40 Ultra - Twin Motor Black Edition ราคา 2,490,000 บาท · Volvo EX40 Ultra - Twin Motor Black Edition ราคา 2,390,000 บาท · Volvo EC40 Ultra - Twin Motor ราคา 2,790,000 บาท · Volvo EC40 Ultra – Single Motor ราคา 2,090,000 บาท · Volvo EX40 Ultra - Twin Motor ราคา 2,690,000 บาท · Volvo EX40 Ultra – Single Motor ราคา 1,990,000 บาท ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่ Website - www.volvocars.com/th Facebook - https://www.facebook.com/volvocarsth Youtube - https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true หรือเยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Downtown Store Bangkok ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-161-4144 สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าวอลโว่เท่านั้นได้ที่ https://bit.ly/459u6HD
- iEVTech 2024
สรุปภาพรวมการจัดงานเเสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและสัมมนาวิชาการสุดยิ่งใหญ่เเห่งปี iEVTech 2024 จัดโดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมกับอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ชูคอนเซ็ปต์ Global EV Industry Transformation Towards Decarbonization ความร่วมมือจากนานาชาติเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) พร้อมด้วย คุณสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย เปิดงานเเสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและงานสัมมนาวิชาการเเห่งปี iEVtech 2024 งานเเสดงนวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้าสุดยิ่งใหญ่ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี และในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 9 ของการจัดงานสัมมนาวิชาการด้านยานยนต์ไฟฟ้า โดยนำเสนอในคอนเซ็ปต์ Global EV Industry Transformation Towards Decarbonization ความร่วมมือจากนานาชาติเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน ซึ่งจัดขึ้นตั้งเเต่วันที่ 3-5 กรกฎาคม 2567 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (ภาพหมู่พิธีเปิดงานเเสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและสัมมนาวิชาการ iEVtech 2024 โดยได้รับเกียรติจากเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการ ลงทุน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ (ที่ 8 จากขวา) ร่วมด้วย นายกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (ที่ 9 จากขวา), ดร. พิมพา ลิ้ม ทองกุล นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (ที่ 6 จากขวา), นายสรรชาย นุ่มบุญนำ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย (ที่ 7 จากขวา) พร้อมด้วยคณะกรรมการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย) และในโอกาสเดียวกันนี้ ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ยังได้จัดให้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างพันธมิตรเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะกับหน่วยงานต่างๆ ในชื่อกลุ่ม “Charging Consortium” เพื่อส่งเสริมให้เกิดการเชื่อมต่อการใช้งานร่วมกันของแต่ละเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า สำหรับวาระการทำงานร่วมกันในช่วงปี 2567-2569 โดยมี 18 หน่วยงานเข้าร่วมลงนามดังนี้ 1. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย 2. การไฟฟ้านครหลวง 3. บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จํากัด (มหาชน) 4. บริษัท อรุณ พลัส จำกัด 5. บริษัท พลังงานมหานคร จํากัด 6. บริษัท กริดวิซ (ประเทศไทย) จํากัด 7. บริษัท ชาร์จ แมเนจเม้นท์ จำกัด 8. บริษัท อัลเตอร์วิม พาวเวอร์ อีวี จำกัด 9. บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จํากัด 10. บริษัท ฮ้อปคาร์ จำกัด 11. บริษัท เอสโปร นูเดอร์ จำกัด 12. บริษัท ชาร์จทเวนตี้โฟร์ จำกัด 13. บริษัท จีโอไนน์ซอฟต์แวร์ จำกัด 14. บริษัท พิธาน กรีน จำกัด 15. บริษัท โชเซ่น ดิจิตอล จำกัด 16. บริษัท ไอเกน เอนเนอร์ยี่ (ประเทศไทย) จำกัด . 17. บริษัท เกรท วอลล์ มอเตอร์ แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด 18. บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ภาพหมู่ เครือข่าย Charging Consortium โดยมีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ (ที่ 11 จากซ้าย), นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า ไทย นายกฤษฎา อุตตโมทย์ (ที่ 10 จากซ้าย), นายฉันทกร เดวิชญ์ กริดวิชญยาการ อุปนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ฝ่ายข้อมูล, การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ (ที่ 9 จากซ้าย) และรศ. ดร. ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยกิตติมศักดิ์ (ที่ 10 จากขวา) ร่วมเป็นสักขีพยาน) ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของพันธมิตรเครือข่ายสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะกลุ่ม “Charging Consortium เพื่อร่วมกันพัฒนาโครงสร้างเครือข่ายให้สามารถใช้บริการอัดประจุไฟฟ้าได้ในทุกเครือข่ายฯ และมีระบบการ ให้บริการที่เป็นมาตรฐาน สามารถใช้เครื่องมือ เช่น บัตร หรือ QR code โปรแกรม แอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อื่น ๆ เพื่อให้สามารถอัดประจุไฟฟ้าได้ข้ามเครือข่ายๆ โดยไม่จํากัดเฉพาะของเครือข่าย ใดเครือข่ายหนึ่งเท่านั้น และร่วมกันพัฒนาการเชื่อมโยง ระบบการเก็บค่าบริการจากผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้บริการเครือข่ายต่าง ๆ ที่สามารถบริหารจัดการทั้งรายรับและรายจ่ายให้กับเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจได้อย่างเป็นธรรม นอกจากนี้ยังร่วมมือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันในกลุ่ม Charging Consortium ช่วยให้มีการรวบรวมข้อมูลสถานะล่าสุดรวมถึงพิกัดของสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะจากทุกค่ายที่ตั้งอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ในประเทศไทย ไว้ในเว็บไซต์เดียว ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าของผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ผ่านเว็บไซต์สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย www.evat.or.th ทำให้ผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าสามารถวางแผนการเดินทางได้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น (เสวนาไฮไลท์ของงานในหัวข้อ Global EV Industry Transformation Towards Decarbonization ความร่วมมือจากนานาชาติเพื่อลดการ ปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน นำโดย ดร. อุเทน สุปัตติ อุปนายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ฝ่ายการศึกษาและการพัฒนาบุคลากร ที่ 5 จากซ้าย) โดย เสวนาไฮไลท์ของงานในหัวข้อ Global EV Industry Transformation Towards Decarbonization ความร่วมมือจากนานาชาติเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนอย่างยั่งยืน ซึ่งในหัวข้อเสวนาดังกล่าวนี้มีตัวเเทนผู้ร่วมเสวนาจากหลากหลายภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยจากประเทศต่างๆ เช่นประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา นอร์เวย์ เกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าร่วม และต่อด้วยปาฐกถาพิเศษ Digital Solutions for Profitable EV Charging Business โดยผู้แทนจากบริษัท ABB E-Mobility และปิดท้ายวันแรกด้วยปาฐกถาพิเศษ “EV Market Outlook 2024” โดย ผู้แทนจากสำนักวิเคราะห์ Bloomberg (วิทยากรและผู้เข้าร่วมสัมมนาในหัวข้อความคืบหน้าด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการลดคาร์บอน) (ดร.พิมพา ลิ้มทองกุล นายกสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย และกรรมการสมาคมยานยนต์ ไฟฟ้าไทย มอบของที่ระลึกให้แก่วิทยากรจากศูนย์เทคโนโลยีพลังงานแห่งชาติ) (คณะกรรมการสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย และวิทยากรรับเชิญ คุณสุพจน์ สุขพิศาล ประธานกลุ่ม อุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ให้เกียรติมาบรรยายในหัวข้อ ชิ้นส่วนยานยนต์ยุคใหม่) งานเสวนาถัดมา วันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 ในช่วงเช้า ประกอบไปด้วยหัวข้อที่น่าสนใจต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ยุคใหม่ “Automotive Components for the Next Generation” โดยมี คุณวรากร กติกาวงศ์ เป็นประธานจัดการเสวนาในหัวข้อนี้ ควบคู่ไปกับการเสวนาเรื่อง ความคืบหน้าด้านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการลดคาร์บอน “Progress on Electric Two-Wheeler Contribution towards Decarbonization” ร่วมกับสมาคมเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานไทย (TESTA) โดย ดร.พิมพ์พา ลิ้มทองกุล และ ดร.นุวงศ์ ชลคุป เป็นประธานจัดการเสวนา (การสัมมนาในหัวข้ออุปสรรคและโอกาสทางธุรกิจด้านระบบอัดประจุไฟฟ้าในที่อยู่อาศัย) และในช่วงบ่ายวันเดียวกัน มีการเสวนาเรื่องความรู้ต่างๆ ด้านการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีไปสู่การใช้พลังงานสะอาด “EV Industry Transformation” โดยมี คุณธมลวรรณ ชลประทิน เป็นประธานจัดการเสวนา ควบคู่ไปกับการเสวนาเรื่อง โอกาสทางธุรกิจในระบบนิเวศน์ของยานยนต์ไฟฟ้า “Business Opportunities in the EV Ecosystem towards Decarbonization” โดยมี ดร.อรรถวิทย์ เตชะวิบูลย์วงศ์ ดร.วิศทวัสธ์ เกษเวชเจริญศุข และ คุณสยามณัฐ พนัสสรณ์ เป็นคณะทำงานจัดการเสวนา (ช่วงเสวนา ASEAN EV Roundtable ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่ง อาเซียน (Asian Federation of Electric Vehicle)) Associations – AFEVA) (Mr. Edmund Araga ประธานสหพันธ์ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งเอเชีย (AFEVA) และนายกสมาคมยานยนต์ ไฟฟ้าแห่งประเทศฟิลิปปินส์ ให้ข้อมูลในการเสวนา ASEN EV Roundtable ร่วมกับสมาชิกของสหพันธ์ ยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียน) ในวันเดียวกันนั้น ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการเสวนา ASEAN EV Roundtable ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียน (Asian Federation of Electric Vehicle Associations – AFEVA) ประกอบไปด้วยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าประเทศฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และไทย เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือระหว่างประเทศ เช่นการเชื่อมต่อระบบอัดประจุไฟฟ้าข้ามเครือข่ายในแต่ละประเทศและมาตรฐานด้านความปลอดภัยต่างๆ โดยในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานของภาครัฐ ได้แก่ คุณอุษิณ วิโรจน์เตชะ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และ Mr. Bakri Alias, Senior General Manager, Value Chain, Development Division of Malaysia Automotive, Robotics and IoT Institute (MARii) ประเทศมาเลเซีย ร่วมเสวนาเพื่อให้ข้อมูลความร่วมมือเพื่อพัฒนาระบบนิเวศน์ของยานยนต์ไฟฟ้าในมุมมองของภาครัฐด้วยเช่นกัน (ช่วงเสวนา EV Tech Forum) งานเสวนาวันสุดท้ายวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2567 มีการจัดสัมมนา “EVAT Tech Forum” หัวข้อ “รู้ไว้ ก่อนใช้ยานยนต์ไฟฟ้า” โดยสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยได้เชิญ สมาคมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าโดยตรง อาทิ คุณจิตวุฒิ ศศิบุตร นายกสมาคมนายหน้าประกันภัยไทย, คุณนพดล ชุ่มวงศ์ รองประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย, รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล หัวหน้าศูนย์วิจัย Mobility and Vehicle Technology Research Center (MOVE) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, คุณวรรณดิษย์ แว่นอินทร์ แห่งช่องยูทูป Captain DIY, และคุณกรฤต ลีลาประชากุล หรืออาจารย์อ๋อง ตรีเนตร โดยมี คุณกฤษดา ธีรศุภลักษณ์ เป็นผู้ดำเนินรายการในเสวนาครั้งนี้ ด้าน คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า “ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนสำคัญในการร่วมผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโต สำหรับงาน iEVtech 2024 ในปีนี้ ทางสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ขอขอบพระคุณผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานต่างๆ รวมไปถึงสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าจากประเทศในอาเซียน และผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้ให้เกียรติตอบรับเข้ามาเป็นตัวเเทนในการนำเสนอนวัตกรรมสมัยใหม่และบรรยายในประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า ทำให้การจัดงาน iEVTech 2024 ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานในปีนี้มากเป็นประวัติการณ์ และในโอกาสเดียวกันนี้ สมาคมฯ ขอขอบคุณบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย สำหรับความร่วมมือในการจัดงานสัมมนาวิชาการ iEVTech ครั้งที่ 9 ให้ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในปีถัดๆไป เราจะได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ มาจัดเเสดงสอดรับกับเทรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าโลกที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิตของเราทุกคนในอนาคต” เกี่ยวกับ สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand) สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทยเป็นสมาคมที่ไม่เเสวงหาผลกำไร โดยแนวทางของสมาคมมุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการเเลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท ยังรวมไปถึงการให้คำปรึกษาข้อบังคับมาตรฐาน และการดำเนินงานในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ในปัจจุบันสมาคมมี คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ทำหน้าที่นายกสมาคม และมีสมาชิกที่มาจากภาคเอกชน สถาบันศึกษา รัฐวิสาหกิจ และบุคคลทั่วไปรวมทั้งสิ้นกว่า 390 รายโดยทางสมาคมมีการกำหนดการจัดการประชุม ในทุกๆเดือน และมีการเเบ่งคณะทำงานในด้านต่างๆ เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ติดตามข่าวสารของสมาคมได้ที่ www.evat.or.th
- Plan-B Media BRIC Superbike Track 3
Plan-B Media BRIC Superbike ประชันคันเร่งสุดมันส์ “บอล-จักรกฤษณ์” เฉือนเสี้ยววินาทีคว้าโพลรุ่นใหญ่ ศึกซูเปอร์ไบค์อันดับหนึ่งของไทย รายการ “แพลน-บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024” สนาม 3 ควอลิฟายเดือด เฉือนกันเสี้ยววินาทีทุกรุ่น พิสูจน์มาตรฐานนักบิดไทย โดยผลรุ่นใหญ่ปรากฏว่า “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม คว้าโพลไปครอง ขณะ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ ยอดนักบิดไทยดีกรีระดับโลกจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส บาดเจ็บจากการซ้อม ด้าน ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ครองหัวแถว ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ก่อนลุ้นแชมป์วันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ แพลน-บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 สนาม 3 เตรียมดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม 2567 โดยล่าสุดผ่านการจับเวลารอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ต จ่าฝูงบนตารางคะแนนสะสมอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ได้รับบาดเจ็บจากการซ้อม ทำให้ไม่สามารถลงแข่งในรอบควอลิฟายได้ ส่งผลให้ตำแหน่งโพลตกเป็นของ “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 37.339 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง “ซีเค” ชัยวิชิต นิสกุล จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ เพียง 0.317 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี จาก ยามาฮ่า บริดสโตน อนุชา เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 0.520 วินาที ด้านนักบิดดาวรุ่งอย่าง วริทธิ์ ทองนพคุณ จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ได้ออกตัวจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.004 วินาที ขยับมาดูผลควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ปรากฏว่า นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.071 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ ศรีนคร ไออาร์ซี ดีไอดี อัลไพน์สตาร์ ดิเรก ทีม เพียง 0.004 วินาทีเท่านั้น ด้านกริดที่ 3 เป็นของ สิรภพ พูลศรี จาก ไบค์ สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 0.543 วินาที ส่วนผลในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เข้มข้นตั้งแต่การซ้อม โดยโพลโพซิชั่นในรุ่นนี้เป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.721 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ถึง 1.008 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ สุทธิภัทร พัชรีธร จาก สปีด800 ยัวซ่า ยามาฮ่า ตาตั้ม เรซซิ่ง ทีม ช้ากว่าหัวแถว 1.129 วินาที ด้านผลควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี ปรากฏว่า กันตภัทร แยบการไถ นักบิดดาวรุ่งจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 46.666 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.035 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก สปีด800 ยัวซ่า ปอเรซซิ่ง เชียงใหม่ ตามหลังหัวแถว 0.0.614 วินาที ขณะที่ผลควอลิฟายในรุ่นเล็กที่สุดอย่าง สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ตำแหน่งโพลตกเป็นของ พงศ์สถิต แสนหลวง ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า บลู ครู ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 51.985 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง สวพล นิลพงษ์ จาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.095 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ ดรัณภพ ทองย้อย จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ตามหลังหัวแถว 0.415 วินาที ทั้งนี้ ศึก “แพลน-บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024” สนาม 3 จะดวลความเร็วในรอบชิงชนะเลิศวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคมนี้ รับชมถ่ายทอดสด ทาง True Sport 7 ช่อง 686 เวลา 14.30-17.15 น. หรือเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป ยิงสดทั่วอาเซียน สปป.ลาว รับชมทางช่อง MVL, เมียนมาร์ รับชมทางช่อง MVM, กัมพูชา รับชมทางช่อง TV3 ส่วนช่องทางออนไลน์ รับชมผ่านทาง YouTube : TVB Thailand และ Application MVTV เวลา 14.30 - 17.15 น. ร่วมเชียร์และลุ้นแชมป์ประเทศไทย โดยซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันที่นั่งแกรนด์แสตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น แกรนด์แสตนด์ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พิเศษ ! เพียงซื้อบัตรชมการแข่งขัน Plan-B Media BRIC Superbike มีสิทธิ์ลุ้นรับบัตร VIP โค้ง 12 และบัตร Paddock Pass ชมการแข่งขันโมโตจีพี 2024
- PT Grand Prix of Thailand 2024
พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่! MotoGP สนามประเทศไทยแถลงใหญ่ กระหึ่มขายบัตรวันแรก ตั้งเป้า “PT Grand Prix of Thailand 2024” สนามที่ดีที่สุด-ประทับใจที่สุด ประจำฤดูกาล สู่ฐานแฟนความเร็ว 800 ล้านคนทั่วโลก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดแถลงข่าวการจัดการแข่งขันและเปิดจำหน่ายบัตร ศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ MotoGP ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ สนามที่ 18 พร้อมเปิดตัวไตเติ้ล สปอนเซอร์ใหม่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT, ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ PT Maxnitron และยังมีธุรกิจอื่นในเครือ เช่น แบรนด์ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย, คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ระดับเวิลด์คลาส นำเสนออัตลักษณ์ความงดงามแบบไทย พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ต เฟสติวัล เต็มรูปแบบที่หาที่ไหนไม่ได้ โดยจะชิงชัยที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่าง 25-27 ตุลาคม 2567 ถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ไปกว่า 200 ประเทศทั่วโลก สู่ผู้ชม 800 ล้านคน โดยหลังเปิดจำหน่ายบัตรแกรนด์ สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 03.12 นาที วันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพ : ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมด้วยตัวแทนผู้สนับสนุนทั้งภาครัฐและเอกชน นำโดย การกีฬาแห่งประเทศไทย, จังหวัดบุรีรัมย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG, น้ำแร่ธรรมชาติ ตรา ช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด ( ดูคาติ ไทยแลนด์ ), สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต รวมทั้งทัพสื่อมวลชนหลายร้อยคนและผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย ล่าสุดเป็นการเปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขันวันแรก โดยปีนี้ปรับเวลาการจัดจำหน่ายให้เร็วขึ้นกว่าทุกปีและมีการปรับผังที่นั่ง เพิ่มประเภทสแตนด์ หรือ อัฒจันทร์ เพื่อดึงดูดใจให้ผู้ชมกระจายตัวสู่รอบสนาม มีการเพิ่มกิจกรรมความสนุก ลุ้นรางวัล ของที่ระลึกมากมาย หลังเปิดจำหน่ายบัตรแกรนด์ สแตนด์ Sold Out ด้วยเวลา 03.12 นาที ดร.พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทยและคนไทย ถือว่าตลอด 4 ปี ของการจัดการแข่งขันศึกรถจักรยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง MotoGP บนผืนแผ่นดินไทย ประสบความสำเร็จอย่างมากในการสร้างภาพจำ “โมโตจีพี วิถีไทย” สื่อสารถึงความเป็นไทยที่เต็มไปด้วยความงดงาม อ่อนช้อย ศิลปวัฒนธรรม สู่มหกรรมกีฬาแห่งความสุข สร้างความประทับใจ มอบประสบการณ์ที่ล้ำค่าให้แก่ผู้ชม ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นหมุดหมายหนึ่ง ในแผนที่มอเตอร์สปอร์ต ในหัวใจแฟนความเร็วทั่วโลกที่อยากมาเยือนสักครั้งในชีวิต “การจัดโมโตจีพีในประเทศไทยเป็น Mega Event ฟันเฟืองสำคัญ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตามนโยบาย Sport Tourism ในปีที่ผ่านมามียอดผู้ชมการแข่งขันสูงถึง 179,811 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มมากถึง 11% สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจมากกว่า 4,493 ล้านบาท จากการใช้จ่าย ทั้งค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าอาหารเครื่องดื่ม ค่าของที่ระลึก ฯลฯ “ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดการแข่งขันโมโตจีพีในประเทศไทยในปีนี้นั้น กระแสค่อนข้างแรง จึงเปิดจำหน่ายบัตรเร็วขึ้นกว่าทุกปี รวมทั้งภารกิจของคณะผู้จัดฯ ยากขึ้นทุกปีเช่นกัน เนื่องจากได้สร้างมาตรฐานไว้สูงมาก ตั้งแต่การจัดงานในครั้งแรก โดยพันธกิจสำคัญของการกีฬาแห่งประเทศไทย คือการพัฒนานักกีฬาไทย เพื่อยกระดับขึ้นไปเทียบเท่าระดับสากล ปีที่ผ่านมา “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา สร้างประวัติศาสตร์คว้าโพเดียม โมโต 2 สุดยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ สร้างความภูมิใจให้คนทั้งประเทศ และในปีนี้มีนักแข่งสายเลือดไทยทั้ง “ก้อง-สมเกียรติ จันทรา” ในรุ่นโมโต2 และ “ก๊อง-ธัชกร บัวศรี” ในรุ่นโมโต3 ที่ลงทำการแข่งขันตลอดฤดูกาลและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอย่างมาก นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาจังหวัดบุรีรัมย์ใช้กีฬาเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในจังหวัดอย่างแท้จริง โดยการจัดการแข่งขันโมโตจีพีในปีที่ผ่านมาก่อให้เกิดการสร้างงานของคนในพื้นที่กว่า 6,426 ตำแหน่ง สร้างเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจให้แก่พี่น้องในจังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง สำหรับปีนี้ จังหวัดพร้อม 100% แน่นอนในการรองรับนักท่องเที่ยว นักแข่ง ทีมแข่ง สื่อมวลชน รวมทั้งบุคลากรฝ่ายจัดการแข่งขัน รวมกว่า 2 แสนคน ตลอด 3 วัน ปรับปรุงและพัฒนาทุกส่วน เพื่อให้มอบประสบการณ์อันยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่จะทำได้ และหนึ่งปีมีครั้ง สนามเดียวในโลกที่ “ชัตเติ้ลแต๋น” สินทรัพย์และภูมิปัญญาไทยของพี่น้องเกษตรกร จะได้อวดโฉมรับส่งผู้มาเยี่ยมเยือนจากทั่วโลก มร.เฟร์ราน จุงก้า ผู้อำนวยการอาวุโสด้านผู้สนับสนุนระดับโลก ดอร์น่าสปอร์ต กล่าวว่า ดอร์น่า สปอร์ต มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เข้าสู่การเป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันโมโตจีพี หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ทำงานร่วมกัน เพื่อส่งเสริมโมโตจีพีประเทศไทยที่แสนพิเศษนี้ให้พิเศษขึ้นไปอีก ในปีนี้ผมมั่นใจว่าการแข่งขันสนามประเทศไทยที่จังหวัดบุรีรัมย์ จะเป็นสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยม สนุก เข้มข้น เร้าใจ ทั้งยังมีกิจกรรมที่รอสร้างความประทับใจกับแฟนโมโตจีพีที่เข้ามาชมในสนามมากมาย นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า PTG มีความยินดีและภูมิใจอย่างมากที่ได้เข้ามาเป็นครอบครัว ThaiGP หนึ่งในกรังด์ปรีซ์ที่ดีที่สุดสนามหนึ่งของโลก ด้วยฝีมือคนไทย ยิ่งใหญ่ อลังการ สมบูรณ์แบบ โดยคว้าโอกาสสนับสนุนต่อเนื่องถึง 3 ปี ตั้งแต่ 2024-2026 โอกาสนี้จึงได้มอบสิทธิ์ในการซื้อบัตรราคาพิเศษ สำหรับ สมาชิก PT Max Card Plus เพียงแค่แสดงบัตรรับส่วนลดทันที 25% นอกจากนี้ยังสามารถรับส่วนลด 20% เมื่อแสดงบัตร PT Max Card Prestige หรือ บัตร PT Max Card ณ จุดจำหน่ายบัตร รวมทั้งจัดเตรียมกิจกรรมสุดพิเศษและยิ่งใหญ่ จากสถานีบริการน้ำมัน พีที และธุรกิจรในเครือ ไม่ว่าจะเป็นกาแฟพันธุ์ไทย, คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs และอื่นๆอีกมากมายไว้บริการในวันแข่งขัน บัตรเข้าชม โมโตจีพี 2024 เป็นบัตรชมงานแบบ 3 วัน แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1.แกรนด์ สแตนด์ 5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) ราคาหลังหักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 3,750 บาท 2. ไซด์ สแตนด์ 2,000 บาท (ราคาสบายกระเป๋า) หักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 1,500 บาท 3.ไรเดอร์ สแตนด์ สำหรับกองเชียร์นักแข่ง 3 คน ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์, จันทรา สแตนด์ สำหรับแฟน ก้อง-สมเกียรติ จันทรา ราคา 3,000 บาท หลังหักส่วนลดสูงสุดเหลือเพียง 2,250 บาท พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักแข่งที่ชื่นชอบ และ 4. แบรนด์ สแตนด์ ( Brand Stand) ในปีนี้พิเศษสุด มีการปรับผังที่นั่ง เพิ่มประเภทสแตนด์ หรือ อัฒจันทร์ เพื่อดึงดูดใจให้ผู้ชมกระจายตัวสู่รอบสนาม โดยจัดให้มีสแตนด์สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ชั้นน้ำ พร้อมรับของรางวัลจากผู้สนับสนุน และรับสิทธิ์ลุ้นรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมายได้แก่ ฮอนด้า สแตนด์, ยามาฮ่า สแตนด์ ราคา 2,000 บาท ราคาหลังหักส่วนลดสูงสุด 25 % เหลือเพียง 1,500 บาท ส่วน “ดูคาติ สแตนด์“ รับส่วนลดสูงสุด 20% จากราคา 2,000 บาท เหลือเพียง 1,600 บาท ราคาจำหน่ายบัตรในประเทศไทย จัดว่าถูกและคุ้มค่าที่สุด สนามเดียวในโลก เนื่องจากทุกภาคส่วนจัดเต็มมหกรรมความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม คอนเสิร์ต มวย ช้อป ชิม สำหรับแฟน ๆ สามารถซื้อบัตรชม PT Grand Prix of Thailand 2024 ได้แบบสบายกระเป๋า ด้วยส่วนลดสุดปัง สมาชิก PT Max Card Plus เพียงแค่แสดงบัตรรับส่วนลดทันที 25% นอกจากนี้ยังสามารถรับส่วนลด 20% เมื่อแสดงบัตร PT Max Card Prestige หรือ บัตร PT Max Card หรือใช้สิทธิ์ส่วนลดจากผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ Honda, กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA ส่วนกุญแจรถจักรยานยนต์ DUCATI ใช้เป็นส่วนลด 20% ได้เฉพาะสแตนด์ดูคาติเท่านั้น (สงวนสิทธิ์เลือกใช้ส่วนลดได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง) ข่าวดีสำหรับ “ยามาฮ่า สแตนด์” ซื้อบัตรทุกที่นั่ง ลุ้นรับ รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า R15M Connected-ABS รุ่นปี 2024 จำนวน 1 คัน มูลค่า 138,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม www.yamaha-motor.co.th และ “ฮอนด้า สแตนด์” จะได้รับ Cheering kit มูลค่ากว่า 800 บาททุกที่นั่ง ประกอบด้วย เสื้อยืด Collection ก้อง สมเกียรติ, หมวก, กระเป๋า, กระบองลม และพัด ส่วน “ดูคาติ สแตนด์ ” ได้รับ Ducati Fan Kits มูลค่า 500 บาท, หมวกดูคาติ, สายคล้องคอ Ducati Tribuna, กระบองลม ซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ allticket.com ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit
- PT Maxintron Racing Series
PT Maxintron Racing Series เปิดศักราชฤดูกาล 2024 สนาม 1-2 สุดคึกคัก บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด ร่วมจัดการแข่งขันรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ PT Maxnitron Racing Series (PTRS) สนามที่ 1และ 2 ของฤดูกาล 2024 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ณ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมเสียงตอบรับอย่างล้นหลาม จากนักแข่งภายในประเทศและต่าง ประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ เป็นต้น โดยมีรถแข่งเข้าร่วมทำการแข่งขันมากกว่า 250 คัน ทั้งในรุ่นของ SIAM Series และ Club Race นับว่าเป็นรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่มีรถแข่งเข้าร่วมการแข่งขันมากที่สุดในประเทศไทยในขณะนี้ โดยการจัดการแข่งขันในฤดูการนี้ได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากสปอนเซอร์หลากหลายแบรนด์ อาทิ น้ำมันเครื่อง PT Maxnitron, ศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs, กาแฟพันธุ์ไทย, ยาง Yokohama, ผ้าเบรก Nexzter, ผลิตภัณฑ์กีฬา FBT, โชว์รูมรถยนต์ Primus Autohaus, ร้านดูแลรถยนต์ Max Wash, ผลิตภัณฑ์ KG Solar และผลิตภัณฑ์ดูแลรถยนต์ Wise อีกทั้งยังรวมถึงพาร์ทเนอร์ในการจัดการแข่งขันอย่าง บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่ร่วมในการจัดการแข่งขัน Support Race อย่าง Honda City Hatchback One Make Race ซึ่งการแข่งขันรายการ PT Maxnitron Racing Series ไม่เพียงแต่เป็นรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบเพียงแค่นี้ยังเป็นการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียน ของวงการ motorsport จํานวนมาก จากรถแข่งที่มีการสร้างขึ้นมาเพื่อการแข่งขัน ตลอดจนเกิดการจ้างงานสร้างอาชีพของผู้ที่เรียนรู้ทางด้านเครื่องยนต์ และสายงานอื่นๆอีกมากมาย เพื่อที่จะพัฒนาบุคคลากรในวงการมอเตอร์สปอร์ตของเมืองไทยให้เติบโตและมีประสบการณ์อย่างยั่งยืน อย่างต่อเนื่อง รายการ PT Maxnitron Racing Series มีการแข่งขันทั้งสิ้น 6 รุ่นการแข่งขัน ได้แก่ Siam Eco, Siam Group N, Siam 1500, Siam Group A, Siam Truck รุ่นรถกระบะยอดนิยมของชาวไทย และรุ่นที่ใหญ่ที่สุดของการแข่งขัน Siam GT มีการแข่งขันในระหว่างวันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน และวันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน ผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการในแต่ละรุ่น สามารถสรุปได้เป็นอันดับ 1-3 ดังต่อไปนี้ Siam Eco (8 มิถุนายน 2567) สุรศักดิ์ ดาเก็ง –หมายเลข 22 ทีม Nexzter Motul S63 Ruk Services by PMC52 Motorsport ณัฐ นิมมานวุฒิพงษ์ –หมายเลข 14 ทีม PT Autobacs Team Thailand รภัทกร วงษ์ศิริ - หมายเลข 87 ทีม ฮอนด้าบางเขน & Nexzter by Squad Racing Team Siam Eco (9 มิถุนายน 2567) ณัฐ นิมมานวุฒิพงษ์ – หมายเลข 14 ทีม PT Autobacs Team Thailand นามคเณศฆ์ พสุทธาดา -หมายเลข 65 ทีม Mugen Thailand Singha RPM by Insane Motorsport สุรศักดิ์ ดาเก็ง -หมายเลข 22 ทีม Nexzter Motul S63 Ruk Services by PMC52 Motorspor Siam Group N (8 มิถุนายน 2567) ณัฐฐวุฒิ ปลื้มดวง –หมายเลข 71 ทีม Fast-Store ศรัณยู ประชากริช - หมายเลข 99 ทีม 333 CJ โชว์จุ่งลูกหมาก Liqui Moly by BeamSaranyoo กรณ์ดนัย อมรศักดิ์วรกุล – หมายเลข 32 ทีม Only One Siam Group N (9 มิถุนายน 2567) ณัฐฐวุฒิ ปลื้มดวง –หมายเลข 71 ทีม Fast-store อลิสา ขุนแขวง –หมายเลข 59 ทีม BBMP Motorsport ศรัณยู ประชากริช - หมายเลข 99 ทีม 333 CJ โชว์จุ่งลูกหมาก Liqui Moly by BeamSaranyoo Siam Group A (8 มิถุนายน 2567) ธนเทพ พู่ประเสริฐศักดิ์ – หมายเลข 22 ทีม Singha TT Motorsport ชนัญชิชา ธนัฐิธาดากุล -หมายเลข 65 ทีม Mugen Thailand Singha RPM by Insane Motorsport ฤทธิรงค์ บริหารธนานนท์ - หมายเลข 15 ทีม Nailfie Studio บ้านเรือเล็ก WISE by The Hub Siam Group A (9 มิถุนายน 2567) ธนเทพ พู่ประเสริฐศักดิ์ –หมายเลข 22 ทีม Singha TT Motorsport สาชัย ณัฐกุญชร – หมายเลข 12 ทีม PT Autobacs Team Thailand พรรณภัทร พรรณทรัพย์ – หมายเลข 34 ทีม Sky Gallery Racing Team Siam 1500 (8 มิถุนายน 2567) อรุณพงศ์ ศรีฤทธิ์ – หมายเลข 44 ทีม Nexzter HGR Racing Team by VG ปริวัตร เมฆาเสถียรสกุล –หมายเลข 33 ทีม Singha Elf Master Meat วสิษฐ์พล พิทักษ์วงศาภรณ์ –หมายเลข 9 ทีม PT Autobacs Team Thailand Siam 1500 (9 มิถุนายน 2567) อรุณพงศ์ ศรีฤทธิ์ –หมายเลข 44 ทีม Nexzter HGR Racing Team by VG วสิษฐ์พล พิทักษ์วงศาภรณ์ -หมายเลข 9 ทีม PT Autobacs Team Thailand ธีรพันธ์ พรมขำ -หมายเลข 39 ทีม Nexzter Motul S63 Ruk Services by PMC52 Motorsport Siam Truck (8 มิถุนายน 2567) ธนพล ชูเจริญผล - หมายเลข 15 ทีม ชาบูเถ้าแก่น้อย CNC รักกัญ by อู๊ดอ๋องระยอง อนุวัฒน์ มณีอินทร์ - หมายเลข 95 ทีม Isuzu Suphan Explorer Liqui Moly Racing Team ศุภชัย คงมั่น –หมายเลข 7 ทีม Fortron Racing Team by รวมช่างเชียงกง Siam Truck (9 มิถุนายน 2567) ธนพล ชูเจริญผล - หมายเลข 15 ทีม ชาบูเถ้าแก่น้อย CNC รักกัญ by อู๊ดอ๋องระยอง อนุวัฒน์ มณีอินทร์ - หมายเลข 95 ทีม Isuzu Suphan Explorer Liqui Moly Racing Team ศุภมงคล เดชเพชร - หมายเลข 58 ทีม ชาบูเถ้าแก่น้อย CNC รักกัญ by อู๊ดอ๋องระยอง Siam GT (8 มิถุนายน 2567) สิทธิโชค ขอนยาง – หมายเลข 65 ทีม AP Motorsport พรรณภัทร พรรณทรัพย์ – หมายเลข 34 ทีม Sky Gallery Racing Team ประทีป ตันประเสริฐ – หมายเลข 55 ทีม Bendix SRT Racing Team Siam GT (9 มิถุนายน 2567) พรรณภัทร พรรณทรัพย์ –หมายเลข 34 ทีม Sky Gallery Racing Team สิทธิโชค ขอนยาง –หมายเลข 65 ทีม AP Motorsport อภิวิชญ์ เนตรายน –หมายเลข 48 ทีม Garage 48 Nexzter Racing Team สำหรับการแข่งขันรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ PT Maxnitron Racing Series (PTRS) ในสนามต่อไปจะจัดขึ้นวันที่ 30 สิงหาคมถึงวันที่ 1 กันยายน 2567 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรีมย์ สามารถรับชมการถ่ายทอดสด และติดตามได้ที่ Facebook: https://www.facebook.com/ptmaxnitronmotorsport Instagram : https://www.instrgram.com/pt_maxnitronmotorsport/ Youtube: https://www.youtube.com/@ptmaxnitronmotorsport87 #PT #PTMAXNITRON #ptmaxnitronracingseries2024 #PTRS #PTRS2024 #PTSONGKHLAGP #PTSKAGP #SKAGP #PTSongkhlaGrandPrix #PTSongkhlaStreetCircuit #2024season #S63 #S63project #PTmaxnitronmotorsport #PassionForSpeed #AUTOBACS #punthaicoffee #yokohamatire #NEXZTER #FBT #PRIMUSautohaus #MaxWash #KGsolar #Wise #BKClutch
- MU-X “THE NEXT PEAK”
อีซูซุเปิดตัว ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” จุดสูงสุดใหม่...กับชีวิตที่เหนือกว่า ส่งสุดยอดรถอเนกประสงค์ สู่ตลาดเมืองไทย อีซูซุรุกตลาดรถเอนกประสงค์พีพีวี เดินหน้าเปิดตัวสุดยอดรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” (มิว-เอ็กซ์ “เดอะ เน็คซ์พีค”) ภายใต้นิยาม “จุดสูงสุดใหม่...กับชีวิตที่เหนือกว่า” ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกจดภายใน พร้อมสีใหม่! สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet มาพร้อมกล้องรอบคัน 360 องศา (360° Surround View Camera) ภาพคมชัดระดับพรีเมี่ยม เพิ่มความมั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ ขับสบายด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า และเสริมความปลอดภัยเหนือขั้น ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS Generation ล่าสุด! พร้อมการอัพเกรดครั้งใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ความพีคที่เหนือกว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 - 1,771,000 บาท กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันผู้บริโภคเลือกซื้อรถโดยพิจารณาจากอรรถประโยชน์ของรถที่สามารถตอบสนอง ไลฟ์สไตล์และการใช้งานได้อย่างหลากหลาย จึงทำให้รถอเนกประสงค์เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ครบทุกด้าน ตลอดจนความสะดวกสบาย เทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่มากกว่า อีซูซุจึงขอแนะนำ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” โดยมีเป้าหมายให้ MU-X “THE NEXT PEAK” เป็นรถอเนกประสงค์ที่ดีที่สุดในคลาส ซึ่งได้รับการพัฒนาขึ้นสู่จุดสูงสุดใหม่ที่เหนือกว่าในทุก ๆ ด้าน โดยเฉพาะ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS ที่ออกแบบพลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น มาพร้อมชุดแต่ง RS Design รอบคัน ผ่านเส้นสายที่มีความ Dynamic สปอร์ต หรูหรา กับสีใหม่! สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet และครั้งแรกใน MU-X กับพวงมาลัยไฟฟ้า และ 360° Surround View Camera กล้อง 360 องศา มั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ พร้อมอัพเกรดระบบความปลอดภัยที่เหนือไปอีกขั้นกับ ADAS Generation ล่าสุด! ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 - 1,771,000 บาท ไตรมาส 1 ที่ผ่านมาในปีนี้ อีซูซุสามารถสร้างยอดขายที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่นใหม่นี้ จะตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างครบครัน และสามารถครองใจผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี” งานแนะนำรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ โดยการใช้เทคนิคคาไลโดสโคป (Kaleidoscope) และโชว์สุดพิเศษที่มีความโมเดิร์นมาแสดง เพื่อสะท้อนทุกมุมมองผ่านแรงบันดาลใจสู่จุดสูงสุดใหม่ของการออกแบบที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่นและเหนือกว่า ให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน พร้อมกับการเปิดตัวรถเอนกประสงค์ใหม่! หลากหลายรุ่น ถึง 8 คัน นำทีมโดย MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS จุดสูงสุดใหม่...ของดีไซน์สปอร์ตที่เหนือกว่า สร้างความแตกต่างอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีเป้าหมายให้ MU-X “THE NEXT PEAK” เป็นรถอเนกประสงค์ที่ดีที่สุดในคลาส ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” จุดสูงสุดใหม่...กับชีวิตที่เหนือกว่า มาพร้อมความพีคที่เหนือกว่า ดังนี้ The PEAK of DESIGN จุดสูงสุดใหม่...ของความโดดเด่น ที่เหนือกว่า ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS จุดสูงสุดใหม่...ของดีไซน์สปอร์ตที่เหนือกว่า กับการออกแบบครั้งใหม่! ของ THE PEAK OF RS DESIGN ที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น และสปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ Dynamic รอบคันมาพร้อมสีสันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ทําให้ทุกจังหวะพีค...ชัดเจนสูงสุด ดีไซน์ภายนอก (Exterior) ทรงพลังด้วยกระจังหน้าใหม่! Black Diamond Grille พร้อมสะท้อนความพีคด้วยสัญลักษณ์ RS ด้วยวัสดุ Black Chrome โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่! Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line สปอร์ตด้วยล้ออัลลอยใหม่! RS Design ขนาด 20 นิ้ว เพิ่มความสปอร์ตด้วย Fender Garnish สีดำ และ Side Garnish สัญลักษณ์ RS เร้าใจด้วยชุดกันชนหน้าใหม่! แบบ Fighter Jet ดุดันพร้อม Air Curtain เพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ ดีไซน์ใหม่! เร้าใจอารมณ์สปอร์ต กับสีใหม่ล่าสุด! Eiger Gray Opaque และหลังคาดำ Black Roof พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นเท่สะดุดตาด้วยสี Lime Green ดีไซน์ภายใน (Interior) การออกแบบครั้งใหม่! ที่ช่วยยกระดับบรรยากาศภายในห้องโดยสารให้พีคกว่าเดิมด้วยโทนสีดำใหม่! พร้อมตกแต่งด้วย Matte Silver Garnish เพอร์เฟกต์ทุกองศา ด้วยเบาะนั่งดีไซน์สปอร์ตใหม่! นั่งสบายโอบรับสรีระ พร้อมโดดเด่น ด้วยการเดินด้ายสี Lime Green และสัญลักษณ์ RS บนหัวเบาะ เร้าใจด้วยบรรยากาศภายใน Red Ambient Light คอนโซลสีดำดีไซน์ใหม่เหนือระดับทุกรายละเอียด ตกแต่งด้วย Matte Silver ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ULTIMATE จุดสูงสุดใหม่... ของความพรีเมี่ยม กับการออกแบบครั้งใหม่! ของ THE PEAK OF ULTIMATE DESIGN ที่พลิกโฉม MU-X ให้โดดเด่น และพรีเมี่ยม ผ่านเส้นสายภายนอกที่มีความ Dynamic สู่ภายในที่ หรูล้ำหน้า กับเทคโนโลยีใหม่ ทําให้ทุกจังหวะความสำเร็จ...พีคได้สูงสุด ดีไซน์ภายนอก (Exterior) ~ กระจังหน้าดีไซน์ใหม่! Dynamic Grille หรูหราด้วยวัสดุสีดำ Titanium Carbide ~ โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้าและไฟท้ายใหม่! Dynamic Blade พร้อมผสานดีไซน์สปอร์ตของชุดไฟท้ายด้วยเส้น Embrace Line ~ ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ Dynamic Turbine ขนาด 20 นิ้ว สี Magnetite II พร้อม ดีเทลก้านแม็กแบบ 3D ดีไซน์ภายใน (Interior) การออกแบบครั้งใหม่! ที่ยกระดับความหรูหรา ภายในห้องโดยสาร ด้วยโทนสี Truffle Brown - Black ให้ความรู้สึกอบอุ่น High Class ~ เบาะ 7 ที่นั่ง ดีไซน์ใหม่! สี Truffle Brown ที่นั่งสบายเหนือกว่า โอบรับสรีระ ด้วยวัสดุ Cool Max ช่วยลดการสะสมความร้อน ~ คอนโซลดีไซน์ใหม่! สี Truffle Brown-Black พรีเมี่ยมด้วยวัสดุ Piano Black - Satin Silver ~ บรรยากาศภายในหรูหราด้วย White Ambient Light The PEAK of LIFESTYLE จุดสูงสุดใหม่...ของความสบาย ที่เหนือกว่า การอัพเกรดครั้งใหม่! ที่ทำให้ทุกคนใช้ชีวิตไปถึงขีดสุดในทุกด้าน ด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าที่เหนือไปอีกขั้น พร้อมพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ที่ปรับให้เข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์ ทําให้ทุกจังหวะพีค...ตอบทุกความต้องการสูงสุด ใหม่! กล้อง 360 องศา (360° Surround View Camera) มั่นใจเหนือกว่าด้วยมุมมองใต้ท้องรถ ใน ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Steering) ขับสบายเหนือกว่าคล่องตัวทั้งในเมือง และนอกเมือง ในรุ่น RS และ Ultimate ใหม่! Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แบบสัมผัส รองรับ Wireless Android Auto & Wireless Apple CarPlay พร้อม Multitasking System เชื่อมต่อข้อมูลกับ Integrated MID แสดงผลได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS ระบบแสดงองศามุมปีนไต่ ลาดเอียง และทิศทางการเลี้ยวของล้อ ในรุ่น RS และ Ultimate Smart Tailgate with Step Sensor ฝาท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้าและหยุดเมื่อมีสิ่งกีดขวางด้วยระบบ Jam Protection ที่นั่งโดยสาร 7 ที่นั่ง เบาะคู่หน้าปรับไฟฟ้า ฝั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง และเบาะนั่งตอน 2 และตอน 3 ปรับเอนได้พร้อมพับได้ราบสนิท เพิ่มพื้นที่เก็บของ เข้าออกที่นั่งตอน 3 แบบ One Touch ดีไซน์ใหม่! เร้าใจอารมณ์สปอร์ต กับสีใหม่ล่าสุด! Eiger Gray Opaque และหลังคาดำ Black Roof พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นเท่สะดุดตาด้วย สี Lime Green ในรุ่น RS The PEAK of CONFIDENCE จุดสูงสุดใหม่...ของระบบความปลอดภัย ที่เหนือกว่า ระบบความปลอดภัยที่เหนือไปอีกขั้น ด้วยระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS Generation ล่าสุด! กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และ เซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน มั่นใจด้วยเทคโนโลยีเพื่อระบบความปลอดภัย Active & Passive Safety ทำให้ทุกจังหวะพีค...มั่นใจสูงสุด ใน ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS และ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Ultimate ADAS Generation ล่าสุด! เพิ่มเติมใหม่ 5 ระบบ กล้องหน้าคู่ พร้อมเรดาร์ 2 จุด และ เซ็นเซอร์ 8 จุดรอบคัน ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKAS (Lane Keep Assist System) ใหม่! ระบบช่วยควบคุมทิศทางของรถตามรถคันหน้า TJA (Traffic Jam Assist) ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ELK (Emergency Lane Keeping) ใหม่! ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกเลน LDP (Lane Departure Prevention) พร้อม ระแบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW (Lane Departure Warning) ใหม่! ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติขณะถอย RCTB (Rear Cross Traffic Brake) พร้อม ระบบช่วยเตือนขณะถอย RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมฟังก์ชัน Stop and GO ACC (Full Speed Range Adaptive Cruise Control) ระบบช่วยแจ้งเตือนก่อนการชนด้านหน้า FCW (Forward Collision Warning) พร้อมระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB (Autonomous Emergency Braking) ระบบช่วยแจ้งเตือนจุดอับสายตา BSM (Blind Spot Monitoring) ระบบเซ็นเซอร์ช่วยจอดรถยนต์ Parking Aid System ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติเมื่อมีรถสวนทางขณะเลี้ยวขวา TA-AEB (Turn Assist with Autonomous Emergency Braking) ระบบช่วยควบคุมไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Automatic High Beam) ระบบช่วยตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด PMM (Pedal Misapplication Mitigation) ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติหลังการเกิดอุบัติเหตุ MCB (Multi-Collision Brake) ระบบช่วยตั้งค่าจำกัดความเร็วสูงสุดด้วยตัวเอง MSL (Manual Speed Limiter) เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย Active & Passive Safety ระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก ABS (Anti-Lock Brake System) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-Force Distribution) ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) และระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก BOS (Brake Override System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS (Traction Control System) ระบบควบคุมการทรงตัว ESC (Electronic Stability Control) ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA (Hill Start Assist) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control) ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control) โครงสร้างห้องโดยสาร Ultra-High Tensile แกร่ง และทนทาน The PEAK of PERFORMANCE จุดสูงสุดใหม่...ของสมรรถนะ ที่เหนือกว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่! ที่ไม่หยุดพัฒนาขีดสุดสมรรถนะ พร้อมท้าทายทุกอุปสรรค ด้วยขุมพลังเหนือชั้น ทําให้ทุกจังหวะพีค...ลุยได้สูงสุด Professional 4WD ~ ระบบ Terrain Command ลุยได้ทุกสภาพถนนด้วยระบบขับเคลื่อนที่สามารถเลือกได้ทั้งแบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทนทาน และประหยัดน้ำมันกว่า ~ ระบบ Rough Terrain Mode ช่วยควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และเบรกให้เหมาะสม เพื่อสามารถผ่านอุปสรรคได้ดีขึ้น ใช้ได้ทั้งในโหมดขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ ทรงตัวเยี่ยม นุ่มนวลนั่งสบาย ด้วย ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น Double Wishbone และช่วงล่างหลังแบบ 5-Link Suspension เอกสิทธิ์เฉพาะ MU-X ตำแหน่งเครื่องยนต์เยื้องหลังเพลาหน้าแบบ Semi-Midship กระจายน้ำหนัก เกาะถนน ทรงตัวดียิ่งขึ้น คล่องตัวทุกการขับขี่ ด้วยรัศมีวงเลี้ยวเพียง 5.6 เมตร ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” มาพร้อมทางเลือกที่หลากหลายถึง 4 รุ่น ได้แก่ RS, Ultimate, Elegant และ Active มีให้เลือกถึง 6 สี ได้แก่ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque), ขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl), แดง เอทนา ไมก้า (Etna Mica), ดำ บาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica), เงินไอซ์เบิร์ก ไมก้า (Iceberg Silver Mica) และ เงินโบฮีเมียน เมทัลลิก (Bohemian Silver Metallic) แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ด้วยราคาคุ้มค่าเงิน ตั้งแต่ 1,184,000 - 1,771,000 บาท สัมผัสความพีคของรถอเนกประสงค์ ใหม่! MU-X “THE NEXT PEAK” ได้ที่โชว์รูมอีซูซุ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 มิถุนายน 2567 หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai *************************
- Space reservations open for MOTOR EXPO 2024
เปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2024 ด่วน ! ค่ายรถยนต์ จักรยานยนต์ แห่จองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เต็มภายในครึ่งชั่วโมง บริษัท สื่อสากล จำกัด เปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ได้รับความสนใจจากค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์อย่างล้นหลาม โดยพื้นที่แสดงรถยนต์ถูกจองหมดภายในเวลาเพียง 40 นาที ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จของงานปีก่อน ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ 53,248 คัน จักรยานยนต์ 7,373 คัน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 7.2 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้การเปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2024 ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 รวม 60,000 ตารางเมตร ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยนอกจากพื้นที่รถยนต์ ซึ่งมีการขยายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับแบรนด์ใหม่ๆ จะถูกจองเต็มอย่างรวดเร็วแล้ว พื้นที่สำหรับจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องยังถูกจองไปกว่า 98 %” “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม…ยานยนต์ล้ำอนาคต-Innovative Spirit…Futuristic Vehicles” โดยมีผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และบริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 41” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2567 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
- ONE 167
กระหึ่มโลก! ONE ตอกย้ำเบอร์หนึ่งอาณาจักรการต่อสู้ แถลงข่าว ONE 167 คู่มวยใหญ่หยุดโลก เสาร์ที่ 8 มิ.ย.นี้ ดุเด็ดทุกวินาที ริช แฟรงคลิน รองประธาน วัน แชมเปียนชิพ นำทัพแถลงความยิ่งใหญ่ ONE 167: ตะวันฉาย vs โจ II ที่มีคิวระเบิดศึกในประเทศไทย คัดมาเน้นๆ กับมวยใหญ่หยุดโลกทั้งหมด 10 คู่ คัดสรรนักกีฬาดังระดับซูเปอร์สตาร์-ดาวรุ่งไฟแรงมากมาย การันตีความมันตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมทั้งกิจกรรม Open Workout เช็กความฟิตและฝึกซ้อมโชว์สื่อมวลชน บอสใหญ่เผยมุ่งเน้นพา “ศิลปะแม่ไม้มวยไทย”ผงาด-ครองใจแฟนในตลาดกำปั้นอเมริกาอย่างต่อเนื่อง ยิงสดจากอิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี ในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกา ซึ่งตรงกับช่วงเช้าเวลา 07.00 น. ของวันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.ของไทย ออกอากาศมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ : วัน แชมเปียนชิพ (ONE) องค์กรศิลปะการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แถลงข่าว-ซ้อมโชว์สื่อมวลชน ศึก ONE 167: ตะวันฉาย vs โจ II ในวันพุธที่ 5 มิถุนายน 2567 โดยมีเหล่านักกีฬาระดับซูเปอร์สตาร์-ดาวรุ่งที่ลงทำการแข่งขัน รวมทั้งทัพสื่อมวลชนหลายร้อยสำนัก อินฟลูเอนเซอร์, แฟนคลับ เข้าร่วมงานมากมาย ริช แฟรงคลิน รองประธาน วัน แชมเปียนชิพ เปิดเผยว่า “สำหรับการแข่งขันรายการนี้ เป็นการรวมกันของนักกีฬาระดับแม่เหล็กทั้งไทย-เทศมากมาย นักมวยไทยระดับซูเปอร์สตาร์ ไม่ว่าจะเป็นตะวันฉาย พีเค.แสนชัย, รถถัง จิตรเมืองนนท์, โจ ณัฐวุฒิ, สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง ซึ่งมีแฟนคลับอยู่ทั่วโลก รอชมและนับถอยหลังสู่การแข่งขันอย่างใจจดใจจ่อ” นอกจากนี้ยังมี “ไมกี มูซูเมกี” สุดยอดนักปล้ำจับล็อกชาวอเมริกัน ที่ถูกยกให้เป็นหนึ่งในนักกีฬาปล้ำจับล็อกที่เก่งที่สุดในโลก และ “โจฮัน กาซาลี” นักมวยไทยดาวรุ่งลูกครึ่งมาเลเซีย-อเมริกัน วัย 17 ปี ที่สร้างชื่อใน ONE ลุมพินี ตั้งแต่ไฟต์เปิดตัว ด้วยการทำสถิติน็อกไวที่สุดของรายการด้วยเวลาเพียง 16 วินาที ทำให้โด่งดังชั่วข้ามคืน ก่อนจะเก็บชัยอีก 3 ไฟต์รวด จนได้เซ็นสัญญากับ ONE ด้วยวัยเพียง 16 ปี “การจัดแข่งขัน ยังมุ่งเน้นการถ่ายทอดสดในช่วงไพรม์ไทม์อเมริกาที่เป็นตลาดใหญ่ ประชากรกว่า 300 ล้านคน ถ่ายทอดสดส่งตรงความมันไปในช่วงเวลาที่มีคนดูมากที่สุด ส่งผ่านศิลปะแม่ไม้มวยไทย รวมทั้งความมันของการต่อสู้ในกติกาอื่นๆ ออกอากาศมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก ด้วยชื่อชั้นความเป็น ONE การันตีได้ถึงความสนุก-ดุเดือดทุกวินาทีแน่นอน” สำหรับซีรีส์ความมัน ONE 167: ตะวันฉาย vs โจ II มีคิวดวลในประเทศไทย วันเสาร์ที่ 8 มิ.ย.2567 ที่ อิมแพ็ค อารีนา เมืองทองธานี เริ่มคู่แรกเวลา 07.00 น. โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 10 คู่ คู่เอกจะเป็นศึกสายเลือด การพบกันระหว่าง “ตะวันฉาย พีเค.แสนชัย” แชมป์โลก ONE มวยไทย รุ่นเฟเธอร์เวต (145 – 155 ป.) วัย 25 ปี ที่จะกลับมาป้องกันเข็มขัดครั้งที่ 3 เผชิญหน้ากับผู้ท้าชิงอันดับ 3 ของแรงกิง “โจ ณัฐวุฒิ” วัย 34 ปี ที่เคยปะทะเดือดกันมาแล้วในกติกาคิก บ็อกซิ่งเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ในศึก ONE Fight Night 15 ซึ่งตะวันฉายเป็นฝ่ายชนะคะแนนอย่างเอกฉันท์ ขณะที่โจ ณัฐวุฒิ สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก เพราะในครั้งนั้นลงแข่งขันในฐานะมวยแทนที่รู้ตัวล่วงหน้าไม่กี่วัน แต่สามารถต่อสู้ได้อย่างสนุกสมศักดิ์ศรี ทำให้ครั้งนี้ถือเป็นนัดล้างตา ได้พิสูจน์ฝีมือกันอีกครั้ง คู่รองเป็นการกลับมาของ “ดิไอรอนแมน” รถถัง จิตรเมืองนนท์ ราชันมวยไทย รุ่นฟลายเวต (125 – 135 ป.) คืนเวที ศึกแรกของปี 2567 ในกติกาคิกบ็อกซิ่ง พบกับ “เดนิส พูริช” จอมดีเดือดจากบอสเนีย-แคนาดา ขณะที่ “สิทธิชัย ศิษย์สองพี่น้อง” ตำนานคิกบ็อกซิ่งชาวไทย ขอกลับมากู้ศรัทธาแฟนมวยทั่วโลกอีกครั้ง พบกับซูเปอร์สตาร์คิกบ็อกซิ่งจากแดนซามูไร “มาซาอากิ โนอิริ” ที่จะประเดิมโชว์ฝีมือใน ONE เป็นครั้งแรก ภายใต้กติกาคิกบ็อกซิ่ง รุ่นเฟเธอร์เวต (145 – 155 ป.) ด้าน “โนแอล กรองด์ชอง” ลูกครึ่งสาวไทย-ฝรั่งเศส คว้าโอกาสครั้งสำคัญ ในการพิสูจน์ตัวเองกับนักสู้ตัวท็อปของแรงกิง อย่าง “เดนิส แซมโบอันกา” หลังจากที่ “แสตมป์ แฟร์เท็กซ์” แชมป์โลก ONE การต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA) รุ่นอะตอมเวต (105 – 115 ป.) ประกาศถอนตัวจากอาการบาดเจ็บ สำหรับคู่อื่นๆ ได้แก่ ปล้ำจับล็อก รุ่นแบนตัมเวต 135 – 145 ป.ไมกี มูซูเมกี (สหรัฐอเมริกา) พบ กาเบรียล ซูซา (บราซิล), มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135 – 145 ป. เลียม แฮร์ริสัน (สหราชอาณาจักร) พบ คัตซูกิ คิตาโนะ (ญี่ปุ่น), การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นไลต์เวต 155 – 170 ป. เคด รูโทโล (สหรัฐอเมริกา) พบ เบลก คูเปอร์(สหรัฐอเมริกา), การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นไลต์เวต 155 – 170ป. อาเดรียน ลี (สหรัฐอเมริกา-สิงคโปร์) พบ อันโตนิโอ มัมมาเรลลา (ออสเตรเลีย) มวยไทย รุ่นฟลายเวต 125 – 135 ป. โจฮัน กาซาลี (มาเลเซีย-สหรัฐเมริกา) พบ เหงียน ตรัน ดุย งัด (เวียดนาม), การต่อสู้แบบผสมผสาน รุ่นอะตอมเวต 105 – 115 ป. อิตซูกิ ฮิราตะ (ญี่ปุ่น) พบ วิกตอเรีย ซูซา (บราซิล) และ มวยไทย รุ่นแบนตัมเวต 135 – 145 ป.โยฮัน เอสตูปินาน (โคลัมเบีย) พบ ซาเฟอร์ ซายิก (ตุรกี) สำหรับศึก ONE 167: ตะวันฉาย vs โจ II รับชมได้ทางช่อง 7HD กด 35 เริ่มเวลา 10.00 น. ส่วนเฟซบุ๊ก ONE Championship Thailand, ยูทูบ ONE Championship (บางประเทศ), Watch.ONEFC.com (บางประเทศ) จะเริ่มถ่ายทอดสดคู่แรก เวลา 07.00 น.
- Open for sale of tickets to watch the "MotoGP" race in Thailand. Officially on June 18th.
เฮต่อเนื่อง! โมโตจีพีสนามประเทศไทย กำหนดวันขายบัตร -ส่วนลดสุดปัง แฟนความเร็วเตรียมนิ้วให้ดี 18 มิ.ย.นี้ 14.00 น.เป็นต้นไป การกีฬาแห่งประเทศไทย เคาะวันแถลงข่าวและเปิดจำหน่ายบัตรชมการแข่งขัน “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย อย่างเป็นทางการในวันที่ 18 มิย. เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป คาดกระแสตอบรับท่วมท้น สามารถสร้างสถิติใหม่ ทำลายสถิติเดิมที่บัตรแกรนด์สแตนด์จำหน่ายหมดภายใน 2.29 นาที พร้อมเผยส่วนลด พิเศษสุดจากสปอนเซอร์ใหม่สุดปัง ความเคลื่อนไหวการจัดการแข่งขัน “โมโตจพี สนามประเทศไทย” รายการ PT Grand Prix of Thailand ความภาคภูมิใจของคนไทยในการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ซีรีส์ศึกสองล้อสุดยิ่งใหญ่มีผู้ติดตามชมมากที่สุดของโลก ที่จะจัดในวันที่ 25-27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพปีที่ 5 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ สะเทือนวงการมอเตอร์สปอร์ต กับข่าวการผงาดคว้าสิทธิ์ “ไตเติ้ล สปอนเซอร์” ของบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รู้จักกันดีในฐานะเจ้าของสถานีบริการน้ำมัน PT ผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นเครื่องยนต์ PT Maxnitron และยังมีธุรกิจอื่นในเครือ เช่น แบรนด์ร้านกาแฟ พันธุ์ไทย คอฟฟี่เวิล์ด รวมถึงศูนย์บริการรถยนต์ Autobacs กับการจรดปากกาเซ็นต์สัญญาในฐานะไตเติ้ล สปอนเซอร์ 3 ปีต่อเนื่อง มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท ล่าสุดได้มีการเผยจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะเจ้าภาพหลักฝ่ายจัดการแข่งขันว่า คณะทำงานได้กำหนดจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวการแข่งขัน โมโตจีพี อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวผู้สนับสนุนใหม่ ภายใต้ชื่อ “PT Grand Prix of Thailand” โดยมี ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ นำโดย มร.เฟร์ราน จุงก้า ผู้อำนวยการอาวุโสด้านผู้สนับสนุนระดับโลก บินลัดฟ้าจากสำนักงานใหญ่ในกรุงมาดริด ประเทศสเปน มาร่วมงานและแสดงความยินดี ภายในงานยังมีพิธี “จำหน่ายบัตรชมการแข่งขันโมโตจีพี สนามประเทศไทย” อย่างเป็นทางการ โดยงานจัดขึ้นในวันที่ 18 มิถุนายน 2567 ที่ห้องประชุมชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย เปิดจำหน่ายบัตร เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สถานที่จัดการแข่งขัน สนามประเทศไทย เปิดเผยว่า “กระแสความนิยมโมโตจีพีในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก มีกระแสเสียงเรียกร้องจากแฟนความเร็วในส่วนการเปิดจองบัตรแข่งขันในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง กกท.และคณะทำงาน ร่วมกับ “ออลทิกเก็ต” จึงได้กำหนดวันจำหน่ายบัตรเร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา รวมทั้งเตรียมการระบบต่างๆ เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้แฟนๆ ที่จะจองบัตรในวัน เวลาดังกล่าวอย่างดีที่สุด โดยในปีที่ผ่านมาบัตรแกรนด์สแตนด์จำหน่ายหมดภายใน 2.29 นาที เท่านั้น โดยในปีนี้คาดว่าจะมีกระแสตอบรับท่วมท้นเช่นเดิม ทำให้บัตรจำหน่ายหมดไว สามารถสร้างสถิติใหม่ขึ้นได้” ทั้งนี้ ราคาจำหน่ายบัตรในประเทศไทย จัดว่าถูกและคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากทุกภาคส่วนจัดเต็มมหกรรมความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม รวมทั้งมีส่วนลดผู้จากสนับสนุนมากมาย อาทิ ลูกค้าที่เป็นสมาชิกปั๊มน้ำมัน PT แสดงบัตร Max Card Plus บัตรสุดปังที่ให้คุณมากกว่าใคร รับส่วนลดทันที 25% หรือรับส่วนลดทันที 20% สำหรับสมาชิก Max Card ผู้สนับสนุนอื่นๆ ได้แก่ Chang International Circuit Friend Club, กุญแจรถจักรยานยนต์ HONDA และ กุญแจรถจักรยานยนต์ YAMAHA รับส่วนลดทันที 20% โดยเลือกใช้ส่วนลดได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แฟนความเร็วหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ allticket.com เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันอังคารที่ 18 มิถุนายน 2567 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป #ThaiGP2024 #SportAuthorityofThailand #ChangInternationalCircuit
- Plan-B Media BRIC Superbike Championship 2024, Field 2
ปิดฉากประทับใจ!"แสตมป์-อภิวัฒน์" แรงต่อเนื่องเข้าวิน 2 สนามติด "ดีเจปอ-นันทชัย" ปลดล็อกคว้าชัยแรกระดับประเทศ ศึกสองล้อเบอร์หนึ่งของไทย "แพลน-บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 สนาม 2" ดวลสุดมันส์ เกมเข้มข้นระดับเวิลด์คลาส "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ อดีตแชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส คัมแบ็กคว้าชัยรุ่นใหญ่ 2 สนามติดต่อกัน ขณะ “ต่อศักดิ์ นวลสาย” รุ่นน้องจากสังกัดเดียวกัน ยังร้อนแรงเบิ้ลแชมป์ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ด้าน "ดีเจปอ" นันทชัย เตชะศรีวิเชียร จาก จิคาระ ลิควิด โมลี เรซซิ่ง ทีม เบิกฤกษ์เข้าวิน ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ครั้งแรกในระดับชิงแชมป์ประเทศไทย การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ แพลน-บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 สนาม 2 ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ยังคงอยู่ในรุ่นใหญ่ที่สุดของเมืองไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี โดย "แสตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ อดีตแชมป์เอเชียจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ได้ออกตัวจากโพล ขนาบข้างด้วยคู่แข่งคนสำคัญอย่าง "บอล" จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม และ "ซีเค" ชัยวิชิต นิสกุล จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2-3 เกมเรซนี้ชิงชัยทั้งสิ้น 12 รอบสนาม โดยสถานการณ์ช่วงต้นเกมปรากฏว่า จักรกฤษณ์ อาศัยจังหวะที่ยอดเยี่ยมทะยานขึ้นมารั้งจ่าฝูงหลังผ่านรอบแรก ตามด้วยทีมเมทอย่าง วริทธิ์ ทองนพคุณ ในอันดับ 2 ขณะที่ อภิวัฒน์ รูดลงไปถึงอันดับ 3 อย่างไรก็ดี หลังผ่านไปไม่กี่รอบ อภิวัฒน์ ก็ไล่แซงทวงจ่าฝูงมาได้สำเร็จ ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มระยะห่างบิดคว้าชัยไปครอง 2 สนามติดต่อกัน ด้วยเวลารวม 21 นาที 34.320 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง จักรกฤษณ์ ถึง 19.323 วินาที ตามด้วย ชัยวิชิต ในอันดับ 3 ตามหลัง 31.719 วินาที ส่วนเกมในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี เป็นอีกคลาสที่มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อเจ้าของโพลอย่าง “ออ ปิตะบุตร” จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ รูดลงไปอยู่ท้ายแถว ส่งผลให้ชัยชนะเมื่อผ่านไป 12 รอบสนาม ตกเป็นของ นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ด้วยเวลา 20 นาที 6.164 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ตะวัน ตั้งจิตรเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ ศรีนคร ไออาร์ซี ดีไอดี อัลไพน์สตาร์ ดิเรก ทีม ถึง 6.643 วินาที ขณะที่อันดับ 3 ได้แก่ ณัฐวุฒิ คำหอม จาก เน็กซ์เตอร์ เรปโซล โมริเทค ยามาฮ่า เอวีอาร์พี ตามหลัง 9.024 วินาที หนึ่งในประเด็นน่าสนใจของสนามนี้คือการคว้าชัยชนะครั้งแรก ในการแข่งขันระดับชิงแชมป์ประเทศไทยของ "ดีเจปอ" นันทชัย เตชะศรีวิเชียร จาก จิคาระ ลิควิ โมลี เรซซิ่ง ทีม ในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของนักบิดแถวหน้าในเมืองไทยหลายคน ด้านการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เรซนี้ยังคงมีความเข้มข้นอย่างสูง เพราะมีเดิมพันในการลุ้นแชมป์ประจำปีที่ดุเดือด ชิงชัยกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม โดย “ต่อศักดิ์ นวลสาย” นักบิดดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส สตาร์ตจากโพลออกนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 20 นาที 23.826 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง วัชรินทร์ ทับทิมอ่อน จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ถึง 3.822 วินาที ขณะที่อันดับ 3 เป็นของ โกยุ นางากาวะ นักบิดญีปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม ตามหลังผู้ชนะ 6.017 วินาที ขณะที่ผลในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 400 ซีซี รวมเอาดาวดังหลายคนไว้ โดยแข่งขันกันทั้งสิ้น 7 รอบสนาม ผลปรากฏว่า "ฟอง" คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม นำม้วนเดียวจบคว้าชัยไปครองด้วยเวลา 12 นาที 34.606 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง พีรพงศ์ หลุยบุญเป็ง จาก สปีด800 ยัวซ่า โปรเรซซิ่ง เชียงใหม่ เพียง 1.320 วินาทีเท่านั้น โดยอันดับ 3 เป็นของ กันตภัทร แยบการไถ จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 2.619 วินาที เกมในรุ่นจูเนียร์ถือเป็นหนึ่งในเรซที่ไล่บดกันอย่างเข้มข้น โดยชัยชนะหลังผ่าน 7 รอบสนาม ตกเป็นของเจ้าของโพลอย่าง “สวพล นิลพงษ์” จาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลารวม 13 นาที 11.019 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง ภูริทัต จันจาด จาก เคแอล เพาเวอร์การ์ด ไทยแลนด์ วีอาร์ แร็ป เรซซิ่ง ทีม เพียง 0.807 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ สุทธิพจน์ พัชรีธร จาก ยามาฮ่า ไออาร์ซี ดีไอดี เฮง เอสสตรอง เอ็มเอ็มซี เน็กซ์เตอร์ สปีด800 ตาตั้ม เรซซิ่ง ตามหลัง 6.269 วินาที ทั้งนี้ ศึก แพลน-บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024 จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย
- Pitwalk, Thailand's number one superbike battle Plan-B Media BRIC Superbike
ฟิน! พิตวอล์ค ศึกซูเปอร์ไบค์เบอร์หนึ่งของไทย Plan-B Media BRIC Superbike เดินทางมาถึงการแข่งขันสนามที่ 2 ของฤดูกาลแล้ว สำหรับศึกรถจักรยานยนต์ทางเรียบ “แพลน-บี มีเดีย บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2024” รายการอันดับหนึ่งในใจทั้งของนักแข่งและแฟนความเร็ว ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ รายการนี้รวบรวมยอดนักบิดระดับดาวดังที่โลดแล่นในการแข่งขันรายการทั้งระดับประเทศ ระดับเอเชียและระดับโลก ทีมแข่งมากฝีมือจากภูมิภาคต่างๆ , ดาวรุ่ง รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความฝันและหัวใจรักความเร็ว นอกจากนี้ รายการนี้ ยังเป็นการแข่งขันที่มีการแข่งขันซัปพอร์ตเรซ จากแบรนด์ รถจักรยานยนต์ชั้นนำระดับประเทศ เข้าร่วมมากที่สุด หลังประเดิมจัดการแข่งขันสนามแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา จนมาถึงสนาม 2 เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบควอลิฟาย และวันอาทิตย์ที่ 2 มิถุนายน เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ล่าสุด “กิจกรรมพิตวอล์ค” ที่นักบิดทั้งไทย-เทศจากทีมต่างๆ ออกมาต้อนรับแฟนความเร็ว ได้ถ่ายภาพ, แจกลายเซ็น , ของที่ระลึกที่ผลิตมาเฉพาะแฟนๆ ของทีม เช่น สติกเกอร์ลายนักแข่ง ทีมแข่ง ,พัด, พวงกุญแจ,เสื้อทีม ฯลฯ เรียกว่า ถูกใจสายสะสมอย่างมากทีเดียว นอกจากนี้แต่ละทีม ยังมีการเฟ้นหาสาวสวยสุดเซ็กซี่ ประจำพิต เพื่อทำหน้าที่เป็นอัมเบรลล่า เกิร์ล หรือสาวที่คอยกางร่มให้นักแข่งที่กริดสตาร์ท มาไว้รอต้อนรับสร้างสีสันให้กับแฟนๆที่มาร่วมชม-เชียร์อีกด้วย แฟนความเร็วสนใจกิจกรรมแฟนฟินเหมือนกับในครั้งนี้ กาปฏิทินรอไว้เลย กับการแข่งขันในสนามที่ 3 ระหว่างวันที่ 5-7 กรกฎาคม 2567 โดยกิจกรรมพิตวอล์คจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 กรกฎาคม เวลา 11.30-11.50 น. ซึ่งเป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยเวลาอาจมีการเปลี่ยนแปลง สามารถติดตามตารางการแข่งขันได้ที่แฟนเพจ Chang Circuit Buriram, BRIC Superbike











