


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- We Care We Save
ยามาฮ่ามอบหมวกนิรภัย 100 ใบ ให้โรงพยาบาลศิริราช ในโครงการ We Care We Save นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาดกลุ่มรถออโตเมติก และตราสินค้า บริหารลูกค้าสัมพันธ์ ประชาสัมพันธ์ และสื่อดิจิทัล พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมส่งมอบหมวกนิรภัย ให้กับ ศ.นพ.ประเสริฐ อัสสันตชัย รองคณบดี คนที่ 2 แพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล พร้อมด้วยคณะผู้บริหารคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาลเป็นผู้รับมอบ พร้อมกันนี้ยังมีขบวนรณรงค์การสวมหมวกนิรภัย และบูธนิทรรศการการการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยจากยามาฮ่า เพื่อเป็นการรณรงค์ให้กับคณะแพทย์ นักศึกษา บุคลากรในโรงพยาบาลศิริราช และผู้เข้ารับบริการได้ร่วมกันตระหนักถึงความปลอดภัย และร่วมสวมหมวกนิรภัยเพื่อลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ โดยการมอบหมวกนิรภัยในโครงการ We Care We Save ครั้งนี้มีขึ้น ณ ศาลาศิริราช 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช เมื่อเร็วๆ นี้ #WeCareWeSave #ยามาฮ่า #รงพยาบาลศิริราช #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Honda Racing Thanks Day
ฮอนด้าฉลอง 60 ปีของการเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลก จัดกิจกรรมสุดยิ่งใหญ่ Honda Racing Thanks Day ที่ทวินริงโมเตกิ เพื่อแฟนๆฮอนด้าโดยเฉพาะ เมื่อเร็วๆนี้ ที่สนามทวินริง โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ฮอนด้ามอเตอร์ได้จัดงานขอบคุณแฟนมอเตอร์สปอร์ตครั้งใหญ่ภายใต้ชื่องานว่า “Honda Racing Thanks Day” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเข้าร่วมแข่งขันในรายการระดับโลกครบรอบ 60 ปี ของฮอนด้า โดยมีชาวญี่ปุ่นเข้าร่วมชมกิจกรรมมากถึง 17,000 คน ภายในงานนี้ ฮอนด้าได้เปิดโอกาสให้แฟนๆเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พบกับรถแข่งในตำนานและนักแข่งระดับโลกมากมายอาทิเช่น คาร์ล ครัชโลว์ และทาคาอากิ นาคากามิ สองนักแข่งโมโตจีพี แดนนี่ ควิยาท นักแข่งฟอร์มูล่าวัน และเจนสัน บัตตัน อดีตแชมป์โลกฟอร์มูล่าวันในตำนาน รวมถึงนักแข่งชื่อดังอีกมากมายHonda Racing Thanks Day เต็มไปด้วยความสนุกจากเรซจำลองการแข่งขันจากนักแข่งชื่อดังที่มาร่วมสนุกในรุ่นที่ไม่เคยขับขี่มาก่อน และไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การขับขี่ตัวแข่งรุ่น NSR500 ในสนามแข่งเป็นครั้งแรกของคาร์ล ครัชโลว์ ผู้ซึ่งเคยคว้าแชมป์สนามในโมโตจีพีมาแล้วถึงสามครั้ง “ผมพึ่งอายุ 4 ขวบ ตอนที่เอ็ดดี้ ลอว์สัน คว้าแชมป์โลกรุ่น 500cc ด้วยรถ NSR500 มันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อมากที่ได้รับเกียรติให้ขี่รถรุ่นนี้ ผมเองเริ่มดูการแข่งรถเป็นครั้งแรกในยุคของไมเคิล ดูฮาน และผมก็ชอบสไตล์การขับขี่ของเขามาก ผมเป็นแฟนฮอนด้ามาแต่แรกตั้งแต่เริ่มดูการแข่งรถ มันจึงเป็นอะไรที่เจ๋งมากกับการได้ขี่ NSR500 ในสนามโมเตกิ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำในชีวิตนักแข่งของผมเลยทีเดียว มันเป็นรถที่ขี่สนุกแต่คุมยาก ไม่มีเทคโนโลยีช่วยเหมือนรถแข่งสมัยใหม่ ทุกอย่างอยู่ที่เราคุมเองล้วนๆ มันเป็นความรู้สึกที่แปลก แต่ผมก็ชอบมันนะ” คาร์ล ครัชโลว์ กล่าว ทั้งนี้ ฮอนด้าเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกเป็นครั้งแรกในปี 1959 ในรายการ Isle of Man TT ที่สหราชอาณาจักร โดยความตั้งใจของโซอิจิโร่ ฮอนดะ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ฮอนด้าที่มีความฝันที่จะนำแบรนด์ญี่ปุ่นสู่ตลาดโลก กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในเวทีระดับโลกมากมายในปัจจุบัน #WhatStopsYou #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Mitsubishi Motors Thailand
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เติบโตต่อเนื่องตลอด 3 ไตรมาส ปี 2562 กรุงเทพฯ – 14 พฤศจิกายน 2562: บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศยอดจำหน่ายและส่วนแบ่งการตลาดเมื่อสิ้นสุดไตรมาสที่ 3 ของปี 2562 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ยอดจำหน่ายรถยนต์ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อยู่ที่ 67,445 คัน ขยายตัวร้อยละ 10.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่ยอดจำหน่ายรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคม – กันยายน 2562 อยู่ที่ 761,847 คัน เติบโตร้อยละ 2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนแบ่งการตลาดของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อยู่ที่ร้อยละ 8.9 เติบโตสูงขึ้นจากร้อยละ 8.2 ในช่วงเวลาเดียวกันของปี 2561 “เรามีความยินดีต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2562 มาจนถึงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ถือเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมสำหรับเรา ภายใต้สภาวการณ์ที่มีการแข่งขันอย่างเข้มข้นมากขึ้นจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของแบรนด์อื่นในเซ็กเมนท์เดียวกับเรา” มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งเกิดขึ้นจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ของเราที่สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดและลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้โปรแกรมบริการหลังการขายเพื่อดูแลลูกค้าทั่วประเทศเป็นอีกปัจจัยที่สำคัญต่อการเติบโตที่น่าพอใจของเรา” มร. ชกกิ กล่าวเพิ่มเติม แรงขับเคลื่อนผลการดำเนินงานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มาจาก มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นก่อนหน้านี้และรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม 2562 รถอเนกประสงค์รุ่นนี้มียอดจำหน่ายรวม 3 ไตรมาสอยู่ที่ 10,377 คัน เติบโตร้อยละ 11.0 จากปีที่แล้ว ขณะที่รถครอสโอเวอร์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ ใหม่ มียอดจำหน่ายแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องท่ามกลางการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของแบรนด์อื่น ๆ โดยมียอดจำหน่ายรวมตั้งแต่ต้นปีถึงไตรมาสที่ 3 รวมทั้งหมด 12,317 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 616.9 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว รถยนต์มิตซูบิชิรุ่นอื่นๆ ยังคงมียอดจำหน่ายที่แข็งแกร่งตลอด 3 ไตรมาสของปี 2562 ทั้ง มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ยอดจำหน่ายรวม 26,914 คัน และรถซิตี้คาร์ มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิตซูบิชิ มิราจ ยอดจำหน่ายรวม 17,837 คัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่ายซึ่งปัจจุบันมี 226 แห่งทั่วประเทศ ตกแต่งด้วยดีไซน์ที่เป็นมาตรฐานใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์องค์กร (CI) ใหม่ พร้อมมุ่งมั่นให้บริการด้วยมาตรฐานการปฏิบัติงานขั้นสูงอย่างต่อเนื่องทั้งนี้เจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ จะได้รับความสะดวกสบายในด้านบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องภายใต้สโลแกน “เราดูแล คุณแค่ขับ” ประกอบด้วย การมอบคุณภาพสินค้าและบริการที่ดี อะไหล่แท้พร้อมบริการโดยช่างที่ผ่านการฝึกฝน การมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ตลอดจนความสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการและเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ อีกทั้งยังสะดวกสบายยิ่งขึ้นเมื่อใช้งานแอปพลิเคชั่น M-Drive ในการตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับสถานะตัวรถและการบริการ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2562 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติม และพร้อมสำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 (มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019) เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์และการบริการที่เหนือระดับ เพื่อความมุ่งมั่นและสร้างแรงบันดาลใจสู่ความสำเร็จใหม่ ๆ ในชีวิต ภายใต้กลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส
- Chevrolet Knock Out Deal
เชฟโรเลต อัดโปรโมชั่นพิเศษ “เชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล”* ส่งท้ายปี ดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์ ข้อเสนอพิเศษพร้อมชุดแต่ง และแคมเปญนำรถเก่าแลกซื้อรถใหม่ รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 85,000 บาท เชฟโรเลต ประเทศไทย นำเสนอ “เชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล”* โปรโมชั่นเด็ดส่งท้ายปี เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถเชฟโรเลตทุกรุ่นได้ง่ายยิ่งขึ้น ทั้งอัตราดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์สำหรับรถอเนกประสงค์ แคปติวา ใหม่ ทุกรุ่น ข้อเสนอพิเศษพร้อมฟรีชุดแต่งรอบคันสำหรับรถอเนกประสงค์ เทรลเบลเซอร์ และแคมเปญนำรถเก่าแลกซื้อรถใหม่รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท สำหรับรถกระบะ โคโลราโด ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกับงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2019 โปรโมชั่นเด็ดแห่งปี ยกนี้จัดหนัก สำหรับลูกค้ารถอเนกประสงค์ เชฟโรเลต แคปติวา ใหม่ รับข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 0 เปอร์เซ็นต์สำหรับแคปติวา ใหม่ ทุกรุ่น พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี เมื่อจองและรับรถระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ถึง 31 ธันวาคม 2562 ลูกค้าที่สนใจเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ จะได้รับข้อเสนอราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคาขายปกติ 1,144,000 บาท (ส่วนลด 145,000 บาท) โดยคำนวณจากเทรลเบลเซอร์ รุ่น 4x2 A/T LT รุ่นปี 20 พร้อมรับฟรีชุดแต่งฟีนิกซ์ อีดิชั่น มูลค่า 25,175 บาท ประกอบด้วยสติกเกอร์ตกแต่งรอบคัน สปอยเลอร์หลังคาสีดำด้าน ชุดตกแต่งฝาท้ายสีดำด้าน ชุดกันรอยกันชนท้าย ซุ้มล้อสีดำด้าน และ ตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำด้านหน้าและหลัง ยกระดับความโดดเด่นพร้อมดึงดูดทุกสายตา โปรโมชั่นเชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล สำหรับรถกระบะ เชฟโรเลต โคโลราโด มอบข้อเสนอ นำรถเก่ายี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้มาแลกซื้อรถกระบะโคโลราโด รุ่นใหม่ โดยมีรายละเอียดดังนี้ · เชฟโรเลต โคโลราโด เอ็กซ์-แคป อาร์เอส 4x2 M/T LT รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา รุ่นปี 2020 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 55,000 บาท และรับเพิ่มส่วนลดชุดแต่งมูลค่า 15,000 บาทสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์ตกแต่งพิเศษของเชฟโรเลตเท่านั้น · เชฟโรเลต โคโลราโด เอ็กซ์-แคป LT Z71 4x2 M/T รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา รุ่นปี 2019 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 70,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ · เชฟโรเลต โคโลราโด ซี-แคป อาร์เอส 4x2 M/T LT รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา รุ่นปี 2020 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ · เชฟโรเลต โคโลราโด ซี-แคป 4x2 M/T LT รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา รุ่นปี 2020 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ · เชฟโรเลต โคโลราโด เทรล บอส 4x2 M/T รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา รุ่นปี 2020 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 85,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ · เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮคันทรี รุ่นปี 2020 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่า มาแลกรถใหม่ · เชฟโรเลต โคโลราโด ไฮคันทรี สตอร์ม รุ่นปี 2020 รับส่วนลดเพิ่มสูงสุด 80,000 บาท เมื่อนำรถเก่ามาแลกรถใหม่ ลูกค้าสามารถรับข้อเสนอโปรโมชั่นเชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล ที่ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลต ทั่วประเทศและบูธเชฟโรเลต ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36 (มอเตอร์เอ็กซ์โป 2019) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2562 ที่อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี รายละเอียดเพิ่มเติมของโปรโมชั่นเชฟโรเลต น็อค เอ้าท์ ดีล เข้าชมได้ที่ www.chevrolet.co.thหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1734 และ ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลต ทั่วประเทศ * ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด #เชฟโรเลตน็อคเอ้าท์ดีล #เชฟโรเลตประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- ‘THE POWER OF UNITY Presents ROAD TO TOKYO 2020’
โตโยต้า ผนึกกำลังกลุ่มพันธมิตร จัดงานวิ่งระดมทุนหนุนทัพนักกีฬาไทย คว้าชัยโอลิมปิกและพาราลิมปิก โตเกียว 2020 ในกิจกรรม ‘THE POWER OF UNITY Presents ROAD TO TOKYO 2020’ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จับมือกลุ่มพันธมิตรภาคเอกชน ประกอบด้วย บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์เเละบริษัทในเครือฯ, บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด บริษัท บริดจสโตนเซลส์ ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะ (ประเทศไทย) จํากัด และกลุ่มผู้สนับสนุนร่วมได้แก่ บริษัท เจทีบี (ประเทศไทย) จํากัด, บริษัท แกรนด์สปอร์ต กรุ๊ป จำกัด, ผลิตภัณฑ์ ไฟร์สโตน, ธนาคารออมสิน และ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จํากัด (มหาชน) ผนึกกำลังร่วมกับคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, มูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมจัดงานวิ่ง ‘THE POWER OF UNITY Presents ROAD TO TOKYO 2020’ เพื่อรวมพลังคนไทยส่งกำลังใจให้ทัพนักกีฬาไทยสู้ศึกโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 พร้อมทั้งระดมทุนเพื่อสนับสนุนนักกีฬา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 หน้าลาน INDOOR STADIUM หัวหมาก การกีฬาแห่งประเทศไทย กิจกรรมวิ่งระดมทุน ‘THE POWER OF UNITY Presents ROAD TO TOKYO 2020’ ถือเป็นกิจกรรมเริ่มต้นของแคมเปญ THE POWER OF UNITY มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นสื่อกลางในการรวมพลังแรงเชียร์จากคนไทยทั้งประเทศ ส่งตรงไปยังนักกีฬาไทยทุกคนให้ประสบความสำเร็จในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก โตเกียว 2020 โดยงานนี้เปิดโอกาสให้ประชาชนที่สนใจได้มีโอกาสร่วมวิ่งกับฮีโร่นักกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกทีมชาติไทย รวมทั้งยังเปิดกว้างในการรับสมัครผู้พิการ และรับสมัคร Guide Runner หรือ ผู้ช่วยนักวิ่งผู้พิการให้สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้อย่างเท่าเทียม โดยได้เปิดรับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2562 ซึ่งได้รับกระแสตอบรับและความสนใจจากนักวิ่งอย่างมาก มีผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม จำนวนกว่า 7,000 คน และสามารถระดมทุนจากค่าสมัครได้กว่า 2,500,000 บาท ซึ่งกลุ่ม THE POWER OF UNITY ได้มอบรายได้ทั้งหมดจากการสมัครโดยไม่หักค่าใช้จ่าย ให้กับนักกีฬาไทย เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนทีมนักกีฬาไทย ในการคว้าชัยโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 กิจกรรมครั้งนี้ นอกจากจะได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไป ที่มาร่วมส่งกำลังใจให้นักกีฬา ยังได้รับความร่วมมือจาก ตูน – อาทิวราห์ คงมาลัย นักร้องและนักวิ่งขวัญใจคนไทย มาร่วมเป็นผู้นำในการวิ่งครั้งนี้ ร่วมด้วยกลุ่มศิลปิน BNK48 ใบเตย อาร์สยาม และตัวแทนนักกีฬาโอลิมปิก พาราลิมปิก ทีมชาติไทย นำโดย เทนนิส พานิภัค, วุฒิชัย มาสุข, เทวินทร์ หาญปราบ, ปิ่น อัญชญา และ อดีตเจ้าของเหรียญโอลิมปิกอย่าง วิว เยาวภา, สมจิตร จงจอหอ, สมรักษ์ คำสิงห์ และอีกมากมายมาร่วมวิ่งในงานกันอย่างคับคั่ง สำหรับแฟนกีฬาชาวไทยที่ไม่ได้มาร่วมกิจกรรมวิ่งระดมทุนในครั้งนี้ ยังสามารถร่วมแสดงพลัง ด้วยการวิ่งสะสมระยะทาง (VIRTUAL RUN) ผ่านทาง RACE.THAI.RUN ได้ตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 – 8 กุมภาพันธ์ 2563 โดยมีเป้าหมายในการวิ่งสะสมให้ครบระยะทาง 460,600 กิโลเมตร ซึ่งคำนวนมาจากเส้นทางกรุงเทพ-โตเกียว 4,606 กิโลเมตร จำนวน 100 รอบ นักวิ่งที่สะสมระยะทางครบ 4.6 กิโลเมตร และ 46 กิโลเมตร จะได้รับเสื้อวิ่ง เหรียญที่ระลึก และ E-Certificate จาก THE POWER OF UNITY ทั้งนี้ รายได้หลังหักค่าใช้จ่าย THE POWER OF UNITY จะมอบเพื่อสนับสนุนฮีโร่นักกีฬาไทยในการแข่งขันโอลิมปิกและพาราลิมปิก โตเกียว 2020 โดยนอกจากกิจกรรมวิ่ง THE POWER OF UNITY Presents ROAD TO TOKYO 2020ภายในงานยังมีการเปิดตัวเพลงเชียร์และมาสคอตสำหรับการเชียร์ไทยในโอลิมปิกและพาราลิมปิก 2020 โดยสำหรับเพลงเชียร์นั้น ได้นักร้องระดับแถวหน้าของประเทศอย่าง “ตูน อาทิวราห์” “BNK48” ร่วมกับศิลปินชั้นนำ ได้แก่ โจอี้ บอย, ป๊อด ธนชัย อุชชิน, แสตมป์ อภิวัชร์ และ ใบเตย อาร์สยาม มาร่วมกันถ่ายทอดบทเพลงที่ชื่อว่า ‘รวมใจสู่ชัยชนะ’ เพลงเชียร์เพื่อชาติที่ประชาชนชาวไทยจะร่วมร้องไปด้วยกันในมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติโอลิมปิกและพาราลิมปิก โตเกียว 2020 สำหรับมาสคอต ได้นักวาดการ์ตูนชื่อดัง “เดอะดวง” มาออกแบบมาสคอต ‘ยักษ์สู้ (YAK SU)’ ตัวการ์ตูนที่ผสมผสานความเป็นไทย ที่มีทั้งความแข็งแกร่งและหนักแน่น มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนของคนไทยคอยส่งแรงใจและแรงเชียร์ให้นักกีฬาตลอดการแข่งขัน ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถซื้อของที่ระลึก หรือดาวน์โหลดไลน์สติ๊กเกอร์ ‘ยักษ์สู้ (YAK SU)’ 16 ท่าทางตามแบบประเภทกีฬา ได้แล้วที่ https://store.line.me/stickershop/product/9359170/en โดยรายได้จากการจำหน่ายสินค้าและดาวน์โหลดสติ๊กเกอร์ THE POWER OF UNITY จะมอบให้กับนักกีฬาไทยทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอื่นๆ ให้ได้ร่วมสนับสนุนนักกีฬาไทยอีกมากมาย อาทิ กิจกรรมการประมูลของรักนักกีฬาและศิลปิน โดยของรักศิลปินที่มีผู้โชคดีชนะประมูลไปเป็นชิ้นแรกคือ รองเท้า “ทีมชาติไทย” จาก ตูน อทิวราห์ ที่ใช้วิ่งในโครงการก้าวคนละก้าว บนเส้นทาง เบตง – แม่สาย ซึ่งตูน อทิวราห์ ได้ส่งมอบรองเท้าคู่นี้กับผู้โชคดีด้วยตัวเองภายในงาน ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูรายละเอียดและร่วมประมูล รวมถึงติดตามกิจกรรมที่น่าสนใจอื่นๆ จาก the power of unity ได้ที่ facebook.com/teamthailandofficial #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #รวมใจสู่ชัยชนะ #THEPOWEROFUNITY #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’
ฟอร์ดชูผลงานพัฒนาบริการ ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ รองรับฐานลูกค้าเติบโตต่อเนื่อง กรุงเทพฯ ประเทศไทย, 13 พฤศจิกายน 2562 – ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความคืบหน้าการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าภายใต้แผนงาน ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการมอบประสบการณ์การครอบครองรถฟอร์ดที่เหนือระดับ ด้วยการเพิ่มศักยภาพทั้งด้านเทคโนโลยีและคุณภาพของการให้บริการอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการและรองรับลูกค้าฟอร์ดที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง “ฟอร์ดมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่แผนงาน ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทั้งจากลูกค้าเดิมที่ใช้รถฟอร์ดมาอย่างยาวนาน และลูกค้าใหม่ๆ ที่ให้ความไว้วางใจเป็นเจ้าของรถฟอร์ดมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการประเมินผลในช่วงแรกของการดำเนินงานพบว่า นวัตกรรมและความมุ่งมั่นในการพัฒนาบริการของเราช่วยเพิ่มความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าฟอร์ดได้จริง” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว ทั้งนี้ นับตั้งแต่การเปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา หลายบริการใหม่ๆ ที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ประกอบด้วย การจัดตั้ง ทีมค้นหาและช่วยเหลือ รับหน้าที่ค้นหาบทสนทนาเกี่ยวกับรถฟอร์ดบนโลกออนไลน์ และตอบกลับเพื่อให้ข้อมูลหรืออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้าอย่างรวดเร็ว ขณะที่ โปรแกรมควิกทัช ซึ่งเป็นช่องทางติดตามความพึงพอใจที่ลูกค้ามีต่อศูนย์บริการฟอร์ดหลังการเข้ารับบริการแต่ละครั้ง เริ่มดำเนินงานครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน และได้รับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้ามากกว่า 4,800 รายต่อเดือน ด้าน ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้าสัมพันธ์ฟอร์ด (Ford Call Center) ได้ขยายเวลาการให้บริการเพื่อให้คำปรึกษาและรับคำแนะนำจากลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวันไม่เว้นวันหยุด ทำให้ฟอร์ดสามารถดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจได้ทุกช่วงเวลา นอกจากนี้ เว็บไซต์ที่ช่วยให้เจ้าของรถยนต์ฟอร์ดสามารถตรวจสอบข้อมูลการเรียกรถยนต์เพื่อเข้ารับบริการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ได้ด้วยตนเอง ยังได้รับความนิยมจากลูกค้าที่เข้ามาค้นหาข้อมูลบนเว็บไซต์ดังกล่าวมากกว่า 53,000 ราย นับตั้งแต่เริ่มเปิดใช้งานในเดือนเมษายน สำหรับการเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเมื่อเดือนตุลาคม ฟอร์ดได้เปิดศูนย์บริการขนาดเล็กรูปแบบใหม่ 3S ที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร และอำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งยังเปิดศูนย์บริการตัวถังและสีเพิ่มที่อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยฟอร์ดมุ่งมั่นขยายเครือข่ายศูนย์บริการให้ครบ 180 แห่งในปีนี้ และมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนศูนย์บริการแบบครบวงจร (One stop service 4S) ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการ ฝ่ายอะไหล่ ที่มาพร้อมศูนย์บริการตัวถังและสีมาตรฐานระดับโลกของฟอร์ดให้ครบ50 แห่ง สำหรับลูกค้าเจ้าของรถฟอร์ดในยุคดิจิทัลที่ต้องการความสะดวกสบาย ฟอร์ดมีการพัฒนานวัตกรรมการบริการที่หลากหลาย เพื่อดูแลลูกค้าครอบครัวฟอร์ดทุกคนด้วยความใส่ใจยิ่งขึ้น บริการเหล่านี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยแอพพลิเคชั่น Ford Roadside Assistance ที่พร้อมมอบความอุ่นใจให้ลูกค้าฟอร์ดด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนทุกวันตลอด 24 ชม. พิเศษสำหรับลูกค้าฟอร์ด สามารถตรวจสอบตำแหน่งรถช่วยเหลือผ่านแอพพลิเคชั่นบนระบบแอนดรอย โดยปัจจุบัน มีผู้ใช้งานกว่า 6,000 คน และจากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าหลังใช้บริการนี้พบว่าคะแนนความพึงพอใจสูงถึง 99% อีกหนึ่งนวัตกรรมด้านบริการเพื่อความสะดวกรวดเร็วที่ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องคือ บริการรับประกันเช็กระยะเสร็จภายใน 60 นาที ผ่านการนัดหมายออนไลน์ (60-Minute Express Service Guaranteed Online Booking)* ลูกค้าสามารถนัดหมายเข้ารับบริการเช็กระยะผ่านเว็บไซต์ onlinebooking.ford.co.th ตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าจะได้รับบริการฟรีหากเกินเวลา ซึ่งปัจจุบันมีให้บริการที่ศูนย์บริการ 82 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนจะขยายบริการครอบคลุมศูนย์บริการ 90 แห่งทั่วประเทศภายในสิ้นปีนี้ บริการนี้มีสถิติการนัดหมายรับบริการผ่านเว็บไซต์กว่า 2,700 ครั้งต่อเดือน สำหรับความสะดวกสบายในการให้ข้อมูลด้านประกันภัย ฟอร์ด เอนชัวร์ ประกันภัยชั้น 1 ยังมีบัญชีไลน์ของ ฟอร์ด เอนชัวร์ ให้ลูกค้าสามารถตรวจสอบสิทธิพิเศษและความคุ้มครองของกรมธรรม์ได้ตลอดเวลาที่ต้องการ “ในปัจจุบัน พฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้ามีการปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ฟอร์ดจึงได้นำเอาเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแบบองค์รวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่การเข้าถึงการบริการทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์เชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ ทำให้ฟอร์ดเพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าและนวัตกรรมบริการที่หลากหลายและครอบคลุม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคดิจิทัล พร้อมดูแลเจ้าของรถฟอร์ดทุกคนให้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น” นายสุรวัฒน์ จึงสมประสงค์ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายปฏิบัติการบริการลูกค้า ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว ทั้งนี้ แผนงาน ‘ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ คือความมุ่งมั่นตั้งใจจริงของฟอร์ดในการพัฒนาการให้บริการอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าครอบครัวฟอร์ด ผ่านคำมั่นสัญญา 4 ประการ ได้แก่ ฟอร์ดพร้อมรับฟัง (We Listen) ฟอร์ดพร้อมให้คุณมั่นใจ (We Assure) ฟอร์ดพร้อมช่วยเหลือ (We Support) และ ฟอร์ดพร้อมพัฒนา (We Follow Up) “ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฟอร์ดและผู้จำหน่ายในการร่วมมือกันพัฒนานวัตกรรมการบริการของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อมอบประสบการณ์การครอบครองรถยนต์ฟอร์ดที่เหนือระดับ ด้วยบริการคุณภาพที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความใส่ใจแบบครอบครัว” นายวิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว #ฟอร์ดการันตีความใส่ใจ #ฟอร์ดประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Yamaha
ยามาฮ่ามอบรถจักรยานยนต์ 65 คัน ให้สถาบันอาชีวศึกษา 36 สถาบัน ในโครงการ “รถจักรยานยนต์เพื่อการศึกษา” รวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท นายสมเกียรติ พูลขวัญ รองผู้จัดการใหญ่ด้านบริหาร พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด มอบรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า จำนวน 65 คัน ให้กับ 36 สถาบันอาชีวศึกษา ในโครงการ “รถจักรยานยนต์เพื่อการศึกษา” รวมมูลค่า 6,044,000 บาท เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน และเป็นประโยชน์ในการศึกษาเทคโนโลยีอันทันสมัยของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า โดยที่ผ่านมาทาง บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ได้ทำการสนับสนุนรถจักรยานยนต์ และจัดอบรมด้านเทคโนโลยีและส่งมอบสื่อการเรียนการสอนให้กับคณะอาจารย์ และนักศึกษาได้ประยุกต์ใช้เป็นอุปกรณ์เพื่อการศึกษา ส่งเสริมความรู้ความสามารถของนักศึกษาให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีรถจักรยานยนต์สมัยใหม่ และเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพการเรียนการสอนในระดับอาชีวศึกษาในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ที่เปิดหลักสูตรสาขาวิชารถจักรยานยนต์ โดยมีนางปัทมา วีระวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นผู้รับมอบ โดยการส่งมอบรถจักรยานยนต์จำนวน 65 คัน ให้กับสถาบันอาชีวศึกษาในครั้งนี้มีขึ้น ณ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อเร็วๆ นี้






