Search this site
1389 results found with an empty search
- Honda BRV
Honda BRV เป็นรถแนวครอสโอเวอร์ SUV ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์ผลิตภัณฑ์รถอเนกประสงค์ของ Honda ให้สมบูรณ์และครอบคลุมในทุกเซ็กเมนต์ โดยคงเอกลักษณ์ที่แข็งแกร่งสไตล์สปอร์ตเช่นเดียวกับ Honda CRV และ Honda HRV อีกทั้งยังใช้เบาะนั่งแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งเช่นเดียวกับ Mobilio ถือเป็นการตอบโจทย์ลูกค้าทั้งระดับคอมแพคและซับคอมแพคท์ Honda BRV มาพร้อมดีไซน์ภายนอกที่เน้นความแข็งแกร่ง แร็คหลังคา ขอบบังโคลนขนาดใหญ่และยกสูงในสไตล์รถ SUV มีระยะต่ำสุดจากพื้น 210 มม. ผสานกับเส้นสายรอบคันที่สปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างลงตัว ไฟหน้าโปรเจค เตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED กันชนหน้าพร้อมแผงกันกระแทกและช่องดักลมขนาดใหญ่รับกับช่องรับลมใต้กระจังหน้า ด้านท้ายอวบอิ่มแตกต่างไปจาก โมบิลิโอ ฝาท้ายบานใหญ่เปิดจากแนวหลังคาจนถึงแผงกันกระแทกกันชนหลัง เสริมหล่อด้วยไฟท้ายแบบ LED รูปตัวC รับกับแผงทับทิม ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วยาง 195/60 R16 ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่ปรับพับได้หลากหลายรูปแบบ ช่วยให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ เบาะแถวที่ 3 สามารถแยกปรับ 50:50 และพับยกขึ้นไปเก็บหลังเบาะแถวที่ 2 เพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้โดยเหลือเบาะนั่ง 2 แถว 5 ที่นั่ง ถ้าต้องการเพิ่มความยาวพื้นที่เก็บสัมภาระยังสามารถแยกปรับ และพับเบาะแถวที่ 2 แบบ 60:40 ได้อีก ฝาท้ายบานใหญ่เปิดจากแนวหลังคาจนถึงแผงกันกระแทกกันชนหลังทำให้ขนสัมภาระเข้าออกได้สะดวก เบาะนั่งบุด้วยหนัง มีพื้นที่บริเวณหัวเขาและพื้นที่บริเวณเหนือศีรษะที่มากกว่า โมบีลิโอพร้อมทั้งเติมแฟชั่นทันสมัยเช่น หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ Multi information Display , ระบบเครื่องเสียงแบบสัมผัสรองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ One Push ignition System ,ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ Honda Smart Key System พร้อมด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติและระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลังติดตั้งอยู่ระหว่างเบาะนั่งแถวที่ 1 และแถวที่ 2 กระจายความเย็นได้เร็วและทั่วถึง เครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว i-Vtec ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้าหรือ 88 กิโลวัตต์ที่ 6,600 รอบ และมีแรงบิด 14.8 กิโลกรัมเมตรที่ 4,600 รอบระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ที่ปรับปรุงใหม่ ส่งกำลังมากขึ้นซึ่งพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมผ่านมาตรฐานยูโร 4 และรองรับพลังงานทางเลือก E85 ควบคู่ไปกับอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยมีอัตราสิ้นเปลืองอยุ่ที่ 14.5 -15.6 กม./ลิตร ทั้งนี้ขึ้น อยุ่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับและจากการ เครมอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใช้เวลาเพียง 11 วินาที สำหรับรุ่นเกียร์ธรรมดาและน้อยกว่า 12 วินาทีในรุ่นเกียร์อัตโนมัติ แม้จะไม่จัดจ้านตามสไตล์ CVT แต่ความเร็วในการใช้เดินทาง 70 -100 กม./ชม. สามารถที่จะตอบสนองผู้ขับขี่ได้เป็นอย่างดี Honda BRV มีรูปลักษณ์สูงใหญ่กว่า โมบิลิ โล เพียงเล็กน้อย โดยมีความยาวกว่า 58 มม. และ มีความสูงใต้ท้องรถ 201 มม.มากกว่าเพียง 12 มม. ช่วงล่างหน้าอิสระ แม็คเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังเป็นทอร์ชั่นบีม ที่ทีมวิศวกรฮอนด้า เซ็ทมาให้รับกับรถรุ่นนี้ได้อย่างลงตัวทำให้การควบคุมรถง่าย และมั่นใจเมื่อใช้ความเร็ว อีกทั้งยังติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัยทั้งหมดอาทิ ถุงลมคู่หน้า ,ระบบป้องกันล้อล็อก ABS ,ระบบกระจายแรงเบรก,ระบบควบคุมการทรงตัวและระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน อีกทั้งยังมีโครงสร้างตัวถัง จี-คอน ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อลดแรงกระแทกและลดการบาดเจ็บจากกันชน Honda BRV รถครอสโอเวอร์ SUV รุ่นเล็กพัฒนาการอีกขั้นของเอ็มพีวี รุ่นประหยัด จากค่ายฮอนด้า ที่เพิ่มความสูงและตกแต่งพร้อมลุยภายในห้องโดยสารกว้างขวางและสะดวกสบายสไตล์ 7 ที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่สมตัว เป็นอีกหนึ่งทางเลือกแบบ 7 ที่นั่ง #ฮอนด้าบีอาร์วี #HondaBRV #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส
- Hino Motors Sales (Thailand)
ชัยรัชการ (กรุงเทพ) ฉลองยอดขายสะสมครบ 40,000 คัน บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย มิสเตอร์ ชิน นาคามูร่า และคณะผู้บริหาร จัดงานแสดงความยินดีให้กับ บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด สำหรับยอดจำหน่ายรถบรรทุกและรถโดยสารสะสมครบ 40,000 คัน เป็นตัวแทนจำหน่ายแรก ตอก ย้ำการเป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่ อันดับ 1 ในประเทศไทย บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ 2531 ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณสุมิตร เพชราภิรัชต์ บริษัทจึงเติบโตอย่างรวดเร็ว และสามารถมียอดขายสะสม 10,000 คัน ในปี พ.ศ. 2545 / 20,000 คัน ในปี พ.ศ. 2554 และ 30,000 คัน ในปี 2559 ตามลำดับ และด้วยความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างยาวนานถึง 31 ปี ทำให้ในปี พ.ศ. 2562 นี้ บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) สามารถทำยอดขายสะสมสูงสุดได้ถึง 40,000 คัน เป็นที่แรกก่อนใคร ด้วยการบริการด้วยใจ ที่ไม่ธรรมดา’ บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ถือเป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกฮีโน่อันดับหนึ่งของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการขายและการบริการ โดยมีโชว์รูมที่เพียบพร้อมไปด้วยพนักงานขายและช่างเทคนิคมืออาชีพที่ผ่านการอบรมจาก บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมบริการลูกค้าอย่างครบวงจร ซึ่งใน ปัจจุบัน บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด มีโชว์รูมให้บริการถึง 5 สาขา ทั่วเขตกรุงเทพและปริมณฑล ครอบคลุมพื้นที่ในทุกรัศมี 30 กิโลเมตร ได้แก่ สาขาบางนา-ตราด สาขาวิภาวดี สาขาพระราม2 สาขาบางบัวทอง และสาขาเมืองทองธานี รวมถึงในพื้นที่ต่างจังหวัดอีกถึง 3 โชว์รูม ได้แก่ สาขาเชียงใหม่ สาขาราชบุรี และ ใหม่ล่าสุดสาขาชลบุรี ที่เรียกได้ว่าเป็นสาขาที่มีศูนย์บริการฮีโน่ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและมีอุปกรณ์ดูแลรักษารถสุดทันสมัย บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ขอขอบคุณทุกการสนับสนุน ทั้งจาก บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และพันธมิตรในทุกๆด้าน บริษัท ชัยรัชการ (กรุงเทพ) จำกัด ขอยืนหยัดที่จะไม่หยุดพัฒนาและจะอยู่เคียงคู่กับสังคมไทยตลอดไป รถบรรทุกต้องฮีโน่ ฮีโน่ต้องชัยรัชการ #ชัยรัชการ #ฮีโน่ #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- New MAZDA 2
● New Mazda 2 นำคุณสู่อีกขั้นของความรู้สึกเปิดทุกประสาทสัมผัสไปกับกิจกรรมที่สะท้อนตัวตนที่เป็นเอกลักษณ์ตอบโจทย์และสไตล์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใครเพื่อมอบประสบการณ์ที่มากกว่าคำว่าธรรมดา ดีไซน์ภายนอกบ่งบอกถึงความสปอร์ตพรีเมี่ยม ด้วยอัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว พร้อมวัสดุภายในห้องโดยสารที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันและการออกแบบภายในห้องโดยสารอย่างประณีตในทุกรายละเอียดให้คุณรู้สึกสนุกทุกครั้งที่อยู่หลังพวงมาลัยกับอีกขั้นของเทคโนโลยี Skyactiv-Vehicle Dynamics ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้นเพลินกับเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlayและมั่นใจไปกับที่สุดแห่งเทคโนโลยีความปลอดภัยให้คุณสัมผัสความสนุกที่ไม่ซ้ำทางใครจาก New Mazda 2 ได้ในทุกเส้นทาง ●New Mazda 2 อีกระดับของการออกแบบและพัฒนาจากแนวคิด Kodo: Soul of Motion ด้วยเส้นสายที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยความโฉบเฉี่ยวทรงพลังราวกับมีชีวิต โดดเด่นปราดเปรียวในสไตล์พรีเมี่ยมภายใต้คอนเซ็ปต์" Less is More" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นที่เน้นความเรียบง่ายแต่งดงามสะท้อนเอกลักษณ์ที่มีซ้ำทางใครและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายในแบบที่เป็นตัวคุณทั้งดีไซน์ภายนอกไปจนถึงภายในห้องโดยสารเพื่อมอบความรู้สึกและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ● ทุกองค์ประกอบของ New Mazda2 ได้รับการออกแบบและจัดวางอย่างเหมาะสมกับการใช้งานทำให้ขับง่ายสนุกได้กับทุกเส้นทางวัสดุที่ใช้ผ่านการคัดสรรอย่างประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียดดุจงานศิลปะที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัว ภายในห้องโดยสารของ New Mazda2 จึงให้ความรู้สึกหรูหรามีสไตล์และมอบความประทับใจที่เหนือกว่า ●New Mazda 2 ถูกพัฒนาขึ้นโดยคำนึงถึงการใช้งานและประโยชน์ใช้สอยของมนุษย์เป็นหลักทำให้การออกแบบฟังก์ชันและการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆอยู่ตำแหน่งที่ลงตัวกับไลฟ์สไตล์สนุกๆพร้อมเปิดรับกิจกรรมใหม่ๆได้ตลอดเวลาตามคอนเซ็ปต์ HMI(Human-Machine lnterface ) ช่วยผู้ขับรู้สึกได้ถึงความเป็นหนึ่งเดียวกับการขับรถมอบความสะดวกสบายและปลอดภัยตลอดการเดินทาง สะท้อนสไตล์ในแบบคุณด้วยดีไซน์ภายในของ New Mazda2 ที่โดดเด่นกับแผงคอนโซลหน้าและเบาะหนังสีเทาดีไซน์ใหม่ผสานอย่างลงตัวกับห้องโดยสารสไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยมที่มาพร้อม Active Driving Display สกรีนใสแสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญ Sport Paddle Shift ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยและ Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วคงที่ ●อีกครั้งของการเชื่อมต่อแบบไร้ขีดจำกัดของ New Mazda 2 ให้คุณเพลิดเพลินกับไลฟ์สไตล์ดิจิตอลต่อเนื่องไม่พลาดทุกการติดต่อในทุกเส้นทางทั้งโลกโซเชียลและอัพเดท ข้อมูลข่าวสารได้ตลอดเวลาผ่านระบบ Mazda Connect ที่มาพร้อม Apple CarPlay ให้คุณสามารถใช้งานฟังก์ชันสำคัญได้โดยแสดงข้อมูลผ่านหน้าจอสี Center Display แบบสัมผัสขนาด 7 นิ้วควบคุมด้วย Center Commander ปุ่มควบคุมอัจฉริยะในตำแหน่งที่สะดวกสบายต่อการใช้งาน มั่นใจได้ตลอดการเดินทางกับเทคโนโลยีความปลอดภัยสุดล้ำ i- Activsense ใน New Mazda 2 ทั้งความปลอดภัยเชิงป้องกันและการลดความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุรอบคันอาทิระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน(Advanced Blind Spot Monitoring), ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง( Rear Cross Traffic Alert),ระบบแสดงภาพ 360 องศารอบทิศทางพร้อมระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและอีกหลากหลายเทคโนโลยีความปลอดภัยให้คุณอุ่นใจในทุกเส้นทาง ●อีกขั้นของเทคโนโลยี Skyactiv -Vehicle Dynamics ใน New Mazda 2 ที่ผสาน และควบคุมการทำงานของรถทั้งคัน ให้ทำงานประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างประสบการณ์ในการขับขี่ตามแนวคิด "จินบะ อิไต"(jinba lttai) ของ Mazda ที่ไม่ใช่เพียงทำให้ผู้ขับและรถเป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้นแต่ยังให้ผู้โดยสารสัมผัสถึงความสบายตลอดการเดินทาง ●Skyactiv-D เครื่องยนต์สกายแอคทีฟ คลีนดี เซล 1,500 ซีซี.ให้แรงบิดสูง ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอัตราส่วนการอัตต่ำเพียง 14.8: 1ประหยัดน้ำมันถึง 26.3 กม./ลิตร ●Skyactiv-G เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1,300 ซีซี. เครื่องยนต์เผาไหม้สมบูรณ์ ให้แรง ม้าสูงและแรงบิดสูง ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อัตราส่วนการอัด 12.0: 1 ประ หยัดน้ำมันถึง 23.3 กม./ลิตร ●อีกบททดสอบกับการพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ หลังเปิดตัว ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่น แนลเซอร์กิตกับ New Mazda #NewMazda2 #mazda #มาสด้าเซลส์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Goodyear launches Cargo Max
Goodyear เปิดตัว Cargo Max ยางพรีเมียมรุ่นใหม่ เอาใจผู้รักรถกระบะ ดึง ‘บัวขาว’ นักชกขวัญใจชาวไทยเป็นพรีเซนเตอร์ ย้ำความ ‘อึด ทนทาน วิ่งนานเกินใคร’ กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ส่งยางคาร์โก้ แมกซ์ ยางรถกระบะคุณภาพพรีเมียม ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถกระบะและรถตู้ พร้อมสร้างมาตรฐานคุณภาพใหม่ให้ยางเซ็กเมนท์นี้ เน้นจุดขายเรื่องความทนทาน และใช้งานได้ยาวนานกว่ายางคู่แข่งถึง 20% พร้อมดึงยอดนักชกขวัญใจชาวไทย “บัวขาว” เป็นพรีเซนเตอร์ปี 2563 ย้ำภาพลักษณ์ความแข็งแกร่ง ทนทาน ของยางกู๊ดเยียร์ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดตัว กู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ยางสำหรับรถกระบะและรถตู้ รุ่นใหม่ล่าสุด ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ มีความแข็งแกร่งและให้ความทนทานมากขึ้น เสริมสมรรถนะในการบรรทุกสินค้าได้เต็มกำลังและมีอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น จากการใช้เทคโนโลยีแมกซ์โหลด (MaxLoad) เทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของกู๊ดเยียร์ ด้วยโครงสร้างยางที่เสริมความแกร่ง อึด ทนทาน จึงทำให้ขีดความสามารถในการรับน้ำหนักเพิ่มขึ้น และเหมาะสมกับทุกสภาพถนนในประเทศไทย นอกจากนี้ ยางกู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ ยังออกแบบหน้ายาง และปรับปรุงเนื้อยางสูตรพิเศษ ที่ช่วยลดการสึกหรอ และเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นกว่ายางคู่แข่งถึง 20% ขณะเดียวกันยังรักษาคุณสมบัติที่โดดเด่น ของยางกู๊ดเยียร์ เรื่องการยึดเกาะบนถนนเปียก การรีดน้ำได้เป็นอย่างดี ซึ่งเหมาะกับฤดูฝนของประเทศไทย “กู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมให้มีความเหมาะสมกับสภาพถนนของประเทศไทย รวมทั้งพฤติกรรมการขับขี่และการใช้งานรถยนต์ของคนไทยด้วย คาร์โก้ แมกซ์ จึงเป็นยางที่ได้รับการออกแบบมาด้วยความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงความต้องการในการใช้งานของคนไทย แม้ว่ายางตัวนี้จะผลิตและจำหน่ายในประเทศไทยแต่ได้รับการออกแบบจากศูนย์นวัตกรรมของกู๊ดเยียร์ในประเทศลักเซมเบิร์ก พร้อมทั้งได้รับการทดสอบสมรรถนะของยางมาอย่างเข้มข้นจากกลุ่มผู้ทดสอบและผู้ขับขี่ที่ใช้งานจริง เพื่อให้แน่ใจได้ว่ายางคาร์โก้ แมกซ์ มีความแข็งแรง ทนทาน และได้รับการปรับแต่งมาเพื่อให้เหมาะสมกับสภาพถนนของเมืองไทยอย่างแท้จริง” มร. ลูก้า เครปาโชลี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กู๊ดเยียร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว “ปัจจุบันเรามียางรุ่น แอสชัวแรนซ์ ทริปเปิลแมกซ์ (Assurance TripleMax) สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคล และ แรงเลอร์ ทริปเปิลแมกซ์ (Wrangler TripleMax) สำหรับกลุ่มรถยนต์เอนกประสงค์ (SUV) การเปิดตัวกู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ สำหรับกลุ่มรถกระบะและรถตู้ จึงทำให้ยางในตระกูลแมกซ์ครอบคลุมทุกกลุ่มการใช้งานในกลุ่มยางพรีเมียมของลูกค้า” มร. ลูก้า กล่าวเสริม นอกเหนือไปกว่านั้น กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย ได้ดึงยอดนักชกชาวไทยอย่าง “บัวขาว บัญชาเมฆ” มาเป็นแบรนด์พรีเซนเตอร์ของกู๊ดเยียร์ เพื่อเสริมภาพลักษณ์อันแข็งแกร่ง ทนทาน สอดคล้องกับแคมเปญการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง กู๊ดเยียร์ คาร์โก้ แมกซ์ โดยแคมเปญนี้จะถูกเผยแพร่ออกไปตามสื่อต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมทางการตลาดครอบคลุมหลายพื้นที่ตลอดปี 2563 นี้ กรรมการผู้จัดการ กู๊ดเยียร์ ประเทศไทย กล่าวถึงการดึงบัวขาวมาเป็นพรีเซนเตอร์ว่า “บัวขาวมีความเหมาะสมกับแบรนด์กู๊ดเยียร์ เราเป็นแบรนด์ชั้นนำในด้านนวัตกรรมระดับโลกมากว่า 120 ปี ขณะที่บัวขาวเป็นยอดนักชกที่โด่งดังท่ามกลางบรรดายอดนักชกมวยไทยมากว่า 30 ปี พร้อมทั้งมีสถิติคว้าชัยชนะในการขึ้นชกระดับโลกมาแล้วอีกนับครั้งไม่ถ้วน” ความแข็งแกร่ง ความทรงพลัง และจิตวิญญาณนักสู้ ล้วนเป็นคุณสมบัติและภาพลักษณ์แห่งคุณภาพของบัวขาว เมื่อพูดถึงบัวขาว คุณสมบัติของบัวขาวจึงมีความน่าสนใจและสามารถเชื่อมโยงกับ ยางคาร์โก้ แมกซ์ ของกู๊ดเยียร์ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรารู้สึกตื่นเต้นไปกับแคมเปญการตลาดที่จะเกิดขึ้นในปี 2563 นี้ เป็นอย่างมาก เรามั่นใจว่าแคมเปญนี้จะทำให้แบรนด์กู๊ดเยียร์เข้าถึงและใกล้ชิดกับลูกค้าของเราในวงกว้าง นอกเหนือจากการเปิดตัวยางรุ่นใหม่คาร์โก้ แมกซ์แล้ว กู๊ดเยียร์ยังนำยางต้นแบบแห่งอนาคต “กู๊ดเยียร์ แอโร (Goodyear Aero)” และ “กู๊ดเยียร์ ออกซิเจน (Goodyear Oxygene)” มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย ซึ่งยางต้นแบบทั้ง 2 รุ่น ได้รับการคิดค้นขึ้นเพื่อจุดประกายความคิดให้กับ ุตสาหกรรมยางและเทคโนโลยียานยนต์ สำหรับการสรรค์สร้างยานยนต์แห่งอนาคตที่เหมาะสมกับระบบนิเวศของโลก จากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของกู๊ดเยียร์ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นจุดยืนอันชัดเจนว่า กู๊ดเยียร์มีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะดำเนินธุรกิจและเติบโตในประเทศไทยต่อไปอย่างมั่นคง ขณะเดียวกันยางรุ่นใหม่อย่าง คาร์โก้ แมกซ์ จะพร้อมวางตลาดเพื่อให้ลูกค้าเลือกใช้งานตามเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการกู๊ดเยียร์ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 นี้ #Goodyear #GoodyearlaunchesCargoMax #บัวขาวบัญชาเมฆ #กู๊ดเยียร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Visual Memory…Polka Dot
“หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 17” สร้างความประทับใจตลอดเส้นทาง สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย โรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ, อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท, เทศบาลเมืองชะอํา, เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 17” รวมรถโบราณ และรถคลาสสิคร่วมขบวนกว่า 50 คัน เมื่อ 13-15 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ จัดงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด” ขึ้นเป็นครั้งที่ 17 ด้วยแนวคิด “ภาพจำ...ลายจุด - Visual Memory…Polka Dot” โดยได้ร่วมงานกับโรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ และอวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 รวมถึงได้รับการสนับสนุนจาก เทศบาลเมืองชะอํา เทศบาลเมืองหัวหิน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี มาร์ค โอซูลีวาน (Mark O’Sullivan) ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรมอวานีพลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ผู้ร่วมจัดงานหลัก และเป็นสถานที่ปล่อยตัวขบวนรถโบราณที่หาชมได้ยากกว่า 50 คัน สู่หัวหินในปีนี้ เปิดเผยว่า “โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ มีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติและความไว้วางใจจากสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ให้เป็นสถานที่จัดงานแถลงข่าว และจุดปล่อยตัวของงานหัวหินวินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งนี้ และเป็นอีกหนึ่งปีที่เราได้ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ผ่านขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคที่สวยงามทรงคุณค่า รวมถึงมีส่วนช่วยอนุรักษ์ และธำรงไว้ซึ่งประวัติศาสตร์อันงดงามที่แฝงอยู่ในรถเหล่านั้น” แมทธิว ฟรายา (Matthew Fryar) ผู้จัดการทั่วไป ของ อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท หนึ่งในโรงแรมใหม่ล่าสุดของเมืองหัวหิน สถานที่จัดงานอย่างเป็นทางการอีกครั้งในปีนี้กล่าวว่า “งานหัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด นับเป็นงานประจำปีของอำเภอหัวหินที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่ทางผู้จัดมาในแนวคิด ภาพจำ...ลายจุด เราในฐานะโรงแรมก็มีความเตรียมพร้อมเป็นอย่างมากในการเตรียมสถาที่ให้เข้ากับ theme งานนี้เราตระหนักถึงความสำคัญในการมีส่วนช่วยสร้างสีสันด้านการท่องเที่ยวในมิติใหม่ นอกเหนือจากการพักผ่อนริมชายทะเล และเรามั่นใจว่า สถานที่ตั้งที่ดีของโรงแรม พร้อมสนามริมชายหาดส่วนตัว รวมถึงห้องบอลรูมที่นับเป็นหนึ่งในห้องประชุมที่ใหญ่ที่สุดในหัวหินจะมีส่วนผลักดันให้งานปีนี้ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากอีกปี” ขบวนคาราวานรถโบราณและรถคลาสสิคกว่า50 คัน ซึ่งประกอบด้วยดาวเด่นอย่าง ALFA ROMEO DUETTO ปี 1966, BENTLEY S2 ปี 1960, MORGAN PLUS4 ปี 1958 ออกเดินทางจากโรงแรม อวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยเจ้าของรถตกแต่งรถให้เป็นลายจุดเข้ากับแนวคิดงาน สร้างสีสันแห่งความสนุกสนานตลอดเส้นทาง จุดหมายแรกคือการมอบเงินสนับสนุนให้มูลนิธิอุทยานพระนครคีรี เพชรบุรี โดยมี กอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นผู้รับมอบ จากนั้นไปรับประทานอาหารกลางวัน ณ บ้านขนมนันทวัน ซึ่งหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี ให้การสนับสนุน เดินทางเที่ยวชุมชนย่านเมืองเก่าริมน้ำเพชรบุรี ก่อนมุ่งสู่โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ซึ่งมีการสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก” วันที่สองสมาชิกคาราวานรับประทานอาหารเช้าที่ห้องสตาส์ (Staa’s) ก่อนเดินทางสู่ สถานีรถไฟหัวหิน โดยได้รับการต้อนรับจาก นพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเมืองหัวหิน และโศรยา หอมชื่น ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบคีรีขันธ์ พร้อมมอบทุนการศึกษาให้นักเรียน โรงเรียนเทศบาลบ้านหัวหิน จากนั้นรับประทานอาหารกลางวัน และพักผ่อนที่บ้านเลขที่ 111 ซึ่งเป็นของ ศิริพงษ์ บูรณะพันธุ์ อุปนายก สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ก่อนจะเดินทางกลับมาร่วมงาน วินเทจคาร์ กาลา ดินเนอร์ ณ ห้องราชพฤกษ์ โรงแรม อวานี พลัส หัวหิน รีสอร์ท ผู้ชื่นชอบรถโบราณ และรถคลาสสิค ที่พลาดชมคาราวานเมื่อวันที่ 13–15 ธันวาคม ที่ผ่านมาสามารถติดตามภาพความประทับใจของงาน “หัวหิน วินเทจคาร์ พาเหรด ครั้งที่ 17” ย้อนหลังได้ที่facebook.com/VintageCarClub
- Primus Autohaus
ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ เบนซ์ / เอเอ็มจี สุดยิ่งใหญ่อลังการ บนถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา สุดอลังการ! ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดสุดยอดโชว์รูมต้นแบบ “เมอร์เซเดส-เบนซ์/เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี” พร้อมสำนักงานใหญ่ บนถนนเลียบด่วนเอกมัย-รามอินทรา มั่นใจกลยุทธ์ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผงาดแจ้งเกิด ดันยอดขายปีแรก 600 คัน ยอดรถเข้ารับบริการหลังขาย 10,000 คันต่อปี นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด (Primus Autohaus Co.,Ltd.) ในเครือกลุ่มทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOA Venture Holding หรือ TOAVH) ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า จากประสบการณ์ของ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ที่มีบทบาทสำคัญด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ มายาวนาน โดยเป็นผู้ผลิตอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องให้แก่โรงงานประกอบรถยนต์ อาทิ เข็มขัดนิรภัย พวงมาลัยรถยนต์ กระดาษทราย สีชุบกันสนิมและสีพ่นล้อแม็ก ทั้งเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิ และเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ขณะที่แนวโน้มของตลาดรถยนต์ยังมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง ตัดสินใจที่จะขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพและมีชื่อเสียงระดับโลก อย่าง “เมอร์เซเดส-เบนซ์” แบรนด์รถยนต์ระดับพรีเมี่ยม ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก และเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จในชีวิต โดยได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการ ในนาม บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด ซึ่งดำเนินการก่อตั้ง เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ด้วยทุนจดทะเบียน มูลค่า 300 ล้านบาท (ชำระเต็มจำนวน) พร้อมกันนี้ ได้ลงทุนในการก่อสร้างโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ด้วยงบประมาณรวมทั้งสิ้น 1,100 ล้านบาท บนพื้นที่ 4 ไร่ ย่านถนนเลียบทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา (ประดิษฐ์มนูธรรม) โดยได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 15 โชว์รูมต้นแบบมิติใหม่ของผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในอนาคต ภายใต้โครงการ Choices of Overseas ประเทศเยอรมนี วันนี้ (12 ธ.ค. 2562) โชว์รูมและศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ของ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้ว ทั้งในส่วนการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อเปิดประสบการณ์ใหม่ในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ด้วย 3 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การบริการครบวงจร, การบริหารงานโดยบุคลากรมืออาชีพ ที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์และความชำนาญ พร้อมทีมงานที่มีใจรักด้านบริการ และสุดท้าย คือ ทิศทางการบริหารงานที่เน้นการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า ที่สำคัญ โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ ยังตั้งอยู่บนทำเลที่มีศักยภาพสูง และเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คที่สำคัญของกรุงเทพฯ ประกอบกับการออกแบบที่โดดเด่น สวยงาม ด้วยพื้นที่ประโยชน์ใช้สอยที่กว้างขวาง หรูหรา ล้ำสมัย พร้อมสื่อดิจิตอลเต็มรูปแบบ และระบบการทำงานรูปแบบใหม่ ทำให้เรามั่นใจว่า “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” จะสร้างความสะดวกสบายและความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมชมและใช้บริการในที่แห่งนี้อย่างแน่นอน ตามสโลแกน “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ เปิดประสบการณ์ใหม่ เพื่อความพึงพอใจสูงสุด” นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จำกัด (Primus Autohaus Co.,Ltd.) เปิดเผยว่า “สำหรับโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ของ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” เป็น 1 ใน 15 แห่งของโชว์รูมต้นแบบมิติใหม่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในอนาคต การออกแบบสถาปัตยกรรมภายใต้แนวคิด TOPOGRAPHY & SKY ซึ่งเป็นการออกแบบที่สวยงามและสมบูรณ์แบบที่สุด สำหรับแบรนด์ “เมอร์เซเดส-เบนซ์” ทั้งส่งเสริมภาพลักษณ์ของสินค้ายานยนต์ที่มีการดีไซน์อย่างสวยงาม ผสานเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้โดดเด่น และสง่างามเพิ่มมากขึ้น โดยการออกแบบตามแนวคิด TOPOGRAPHY & SKY นี้ ได้ถูกสื่อสารอย่างชัดเจน ด้วยเส้นโค้งดั่งเส้นตัดขอบฟ้าที่แบ่งตัวอาคารออกเป็น 2 ส่วน ด้วยเส้นสีดำที่เสมือนผืนดิน และเส้นสีขาวที่สื่อถึงผืนฟ้านั่นเอง การออกแบบภายใน ใช้เส้นสายที่ลื่นไหล เชื่อมโยงพื้นที่ภายในและภายนอก ด้วยวัสดุโทนสีดำเป็นหลัก ประดับด้วยโคมไฟนับไม่ถ้วน บนบริเวณฝ้าเพดาน เปรียบเสมือนดวงดาวนับล้านดวงที่ส่องสว่างบนผืนฟ้าอันมืดมิดในยามค่ำคืน โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้ สร้างเป็นอาคาร 2 หลัง เพื่อให้บริการด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยอาคารด้านหน้าเป็นโชว์รูม สูง 4 ชั้น ชั้นล่าง เป็นพื้นที่สำหรับจัดแสดงรถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นต่างๆ พร้อมส่วนต้อนรับลูกค้า ที่มี Media Wall ขนาดใหญ่ ติดตั้งในมุมต่างๆเพื่อการสื่อสารข้อมูลด้านรถยนต์ในแต่ละรุ่นให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้องและชัดเจน พร้อมห้องส่งมอบรถใหม่ขนาดใหญ่ จำนวน 2 ห้อง ที่สามารถปรับเปลี่ยนเป็นห้องเดียว เพื่อรองรับความเป็นส่วนตัวในการส่งมอบรถของลูกค้าโดยเฉพาะ และพื้นที่สำหรับปรึกษาด้านการขายและการบริการหลังการขาย ซึ่งมีทั้งแบบพื้นที่เปิดและพื้นที่ห้องพิเศษส่วนตัว กระจายอยู่ทั่วโชว์รูม เพื่ออำนวยความสะดวกในการให้คำแนะนำตามความต้องการของลูกค้าแต่ละท่าน ชั้น 2 แบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนจัดแสดงรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี โดยเฉพาะ ส่วนรับรองลูกค้า ที่มีขนาดกว้างขวาง พร้อมบริการอาหารว่างและเครื่องดื่มพิเศษเฉพาะจากแบรนด์ชั้นนำ DEAN & DELUCA นอกจากนี้ ยังมีห้องเกม Simulator และมุมพักผ่อนที่ให้ความสะดวกสบายสูงสุด และส่วนสุดท้าย Exclusive Lounge สำหรับรับรองลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวในการเลือกชมรถยนต์รุ่นที่สนใจโดยเฉพาะ ขณะที่ชั้น 3 และชั้น 4 เป็นพื้นที่สำหรับจัดเก็บรถยนต์ในสต๊อก และเป็นสำนักงานใหญ่ของ “ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์” พร้อมพื้นที่สำหรับรองรับการขยายงานด้านการจำหน่ายรถยนต์ใช้แล้วในอนาคตอีกด้วย ส่วนด้านหลัง เป็นอาคาร 5 ชั้น สำหรับงานบริการหลังการขาย โดยแบ่งเป็นศูนย์ซ่อมบำรุงรักษารถยนต์ทั่วไป มีช่องซ่อมสำหรับให้บริการมากถึง 40 ช่องซ่อม พร้อมช่อง Express Service รองรับลูกค้าที่มีความต้องการเร่งด่วน ทั้งยังมีศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังระดับมาตรฐาน โดยใช้ห้องอบสีระบบแขนกลอินฟราเรด ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพงานซ่อมสีให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ ยังมีบุคลากรที่มีคุณภาพ ด้วยทีมช่างที่มีประสบการณ์และความชำนาญในการซ่อมบำรุงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะ ทั้งยังมีช่างเทคนิควิเคราะห์ที่เป็นวิศวกรยานยนต์ ซึ่งมีความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์เป็นอย่างดี ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่า ทุกงานซ่อมบำรุงรถยนต์ของเราจะเปี่ยมด้วยคุณภาพและประสิทธิภาพ ด้านยอดจำหน่ายในช่วงปีแรก คาดว่าจะสามารถทำได้ประมาณ 600 คันต่อปี ส่วนด้านบริการหลังการขาย คาดว่าจะมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ประมาณ 10,000 คันต่อปี ทั้งนี้ ด้วยนโยบายที่เน้นความพึงพอใจของลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกการดำเนินงาน และการจัดกิจกรรมการตลาด เพื่อสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับทำเลที่ตั้งที่มีศักยภาพ และที่สำคัญคือ คุณภาพและความหลากหลายของผลิตภัณฑ์รถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ที่รองรับตลาดในทุกเซกเมนต์ ทำให้มั่นใจว่า ไพรม์มัส ออโต้เฮาส์ จะได้รับความไว้วางใจและการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี #ไพรม์มัสออโต้เฮาส์ #ศูนย์บริการเบนซ์เอเอ็มจี #PrimusAutohaus #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- “MOTOR EXPO-CANON PHOTO CONTEST 2019”
“MOTOR EXPO 2019” ประกาศรางวัลภาพถ่ายตามแนวคิด “ICONIC” โดยผลงาน "Motor Expo จุดนัดพบระหว่าง รถ กับ คน" ของ เสกสรรค์ วสุวัต คว้ารางวัลชนะเลิศ ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงานควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” เผยว่า โครงการ MOTOR EXPO-CANON PHOTO CONTEST 2019 หัวข้อ " ICONIC " จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ชื่นชอบการถ่ายภาพได้ถ่ายทอดความประทับใจในงาน โดยได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรด้านการถ่ายภาพทั้ง CANNON, CAMERART, FOTO INFO และ ThaiMultiply ซึ่งมีผู้ส่งผลงานเข้าประกวด เป็นจำนวนมาก และประกาศผลการตัดสินดังนี้ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ภาพ "Motor Expo จุดนัดพบ ระหว่าง รถ กับ คน" ของ เสกสรรค์ วสุวัต รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมกล้อง CANON MIRRORLESS รุ่น EOS RP (เฉพาะ BODY) มูลค่า 48,990 บาท และเครื่องพิมพ์ภาพขนาดพกพา CANON รุ่น SELPHY CP1300 มูลค่า 4,990 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ภาพ “ความสวยงามโดดเด่น ของยานยนต์และบรรยายาศในงาน Motor Expo 2019” ของ เสกสรรค์ วสุวัต รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมกล้อง CANON DSLR รุ่น EOS 200D MARK II พร้อมเลนส์ 18-55 mm จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 23,900 บาท และเครื่องพิมพ์ภาพขนาดพกพา CANON MINI PHOTO PRINTER รุ่น INSPIC (P) PV-123 มูลค่า 4,250 บาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ภาพ “ชัดเจน โดดเด่น ทันสมัย” ของ พิมพ์พร กังวานเจษฎา รับถ้วยเกียรติยศ พร้อมเครื่องพิมพ์ภาพขนาดพกพาพร้อมกล้องในตัว CANON MINI PHOTO PRINTER รุ่น INSPIC(S) ZV-123 มูลค่า 5,990 บาท รางวัลชมเชย ได้รับประกาศนียบัตร พร้อมเครื่องพิมพ์ภาพขนาดพกพาพร้อมกล้องในตัว CANON MINI PHOTO PRINTER รุ่น INSPIC(C) CV-123 มูลค่า 4,250 บาท จำนวน 5 รางวัล รวมมูลค่า 21,250 บาท สามารถติดตามผลงานที่ส่งเข้าประกวดโครงการ MOTOR EXPO-CANON PHOTO CONTEST 2019 ได้ที่ motorexpo.co.th/photocontest
- MOTOR EXPO 2019
“MOTOR EXPO 2019” แรงถึงวันสุดท้าย เก๋งเล็กยืนหนึ่ง เอสยูวี รถหรู ยิ้มได้ “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” ปิดฉากแล้ว ยอดขายรถรวมเฉียด 40,000 คัน รถเก๋งเล็กขายดี รถเอสยูวี รถหรู จักรยานยนต์ คึกคัก ผู้ชมทะลัก 1.5 ล้านคน เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 5 หมื่นล้าน ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 36” เปิดเผยว่า “งานปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยแรงสนับสนุนจาก บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนผู้เข้าชมงาน และสื่อมวลชนทุกแขนง” “ยอดขายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ภายในงานรวม 44,740 คัน ลดลงจากปีก่อน 16.2% มีสาเหตุจากหลายปัจจัย ทั้ง ปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ สงครามการค้า และปัจจัยภายในประเทศ เช่น การปรับขึ้นอัตราภาษีที่ดิน รวมถึงภาษีรถจักรยานยนต์อัตราใหม่คิดตามค่าการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 มกราคม 2563 ส่งผลให้ประชาชนใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ส่วนยอดผู้เข้าชมงาน ยังได้รับความสนใจจากประชาชนตามเป้าที่ตั้งไว้” สำหรับยอดขายรถยนต์จาก 34 ผู้ผลิต มีจำนวนทั้งสิ้น 37,489 คัน ลดลงจากปีก่อน 15.2% จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อรถ...ชิงรถ” พบว่า รถยนต์ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 6 อันดับแรก ได้แก่ HONDA, TOYOTA, MITSUBISHI, MAZDA, MG และ NISSAN ปีนี้รถเก๋งได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 45.5% มากกว่าปีก่อน (38.9%) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 29.2% แฮทช์แบค 12.6% และเก๋งประเภทอื่น 3.7% โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ HONDA CITY, NISSAN ALMERA, HONDA CIVIC, MAZDA 2 และ TOYOTA YARIS รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) มีสัดส่วน 33.4% ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (34.3%) 5 อันดับแรก ได้แก่ MITSUBISHI PAJERO SPORT, MG ZS, MG HS, FORD EVEREST, และ TOYOTA FORTUNER รถกระบะมีสัดส่วน 14.5% ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (17.2%) 5 อันดับแรก ได้แก่ ISUZU D-MAX, TOYOTA REVO, FORD RANGER, MITSUBISHI TRITON และ NISSAN NAVARA ส่วนรถหรู มียอดขายรวม 4,181 คัน โดย 5 บแรนด์ ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ BMW, MERCEDES-BENZ, VOLVO, PORSCHE และ AUDI รถจักรยานยนต์จาก 26 ผู้ผลิต ยอดขายรวม 7,251 คัน ลดลงจากเป้าที่ตั้งไว้เล็กน้อย จากข้อมูลของผู้ร่วมกิจกรรม “ซื้อมอเตอร์ไซด์...ชิงบิกไบค์” พบกว่า รถจักรยานยนต์ ที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ HONDA, YAMAHA, KAWASAKI, HARLEY-DAVIDSON และ GPX ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงาน 1,251,743 บาท และราคาเฉลี่ยของรถจักรยานยนต์ 265,860 บาท เงินหมุนเวียนภายในงานราว 50,000 ล้านบาท ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,510,307 คน ใกล้เคียงปีก่อน (1,534,961) #MOTOREXPO2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Honda ADV150
ตระการตา! กองทัพตัวเแต่ง Honda ADV150 บุกอวดโฉมในมอเตอร์ เอ็กซ์โป 2019 ชมชุดภาพกองทัพรถแต่ง Honda ADV150 สุดยอดรถสตรีทแอดเวนเจอร์ เอ.ที. (Street Adventure A.T.) ที่มาในมาดคัสตอมสุดเท่ ตกแต่งพิเศษ 2 สไตล์ ได้แก่ Sport และ Adventure จากสำนักแต่งชั้นนำของเมืองไทย ถึง 38 คัน จอดเรียงรายอวดโฉมอย่างตระการตา พร้อมประชันความคิด สร้างสรรค์การออกแบบ ภายใต้กิจกรรม Motorbike Idea Challenge 2019 ซึ่งเตรียมประกาศผลผู้คว้ารางวัลชนะเลิศ ภายในงานมอเตอร์ เอ็กซ์ โป 2019 วันที่ 7 ธ.ค.นี้ พบรถแต่งโชว์จากทั้ง 38 สำนักแต่งได้ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2019 ที่บูท Motorbike Idea Challenge หมายเลข MT 01 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. ถึง 10 ธ.ค. นี้ #ADV150 #Honda #APHonda #MotorExpo2019 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Toyota Gazu Racing Motorsport 2019
“โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2019” สนาม 5 ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่ การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการ “โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต 2019… Spirit to push the limits” ปิดท้ายความมันส์กับสนามสุดท้าย 2019 สนามที่ 5 เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา ณ สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี จ.เชียงใหม่โดยมี นายรุ่งโรจน์ ขันชะลี ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย คุณวิรุฬ พรรณเทวี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ คุณสงค์ศักย์ คำดีรุ่งริรัตน์ ผู้อำนวยการ การกีฬาแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ คุณจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ พันเอก สุปกรณ์ เรือนสติ ผู้แทนผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 33 พันตำรวจโท ปธิกร สุยะวา สารวัตรป้องกันและปราบปราม สถานีตำรวจภูธรแม่ริม และผู้บริหารผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมเปิดการแข่งขันท่ามกลางพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่ ที่ให้ความสนใจเข้าร่วมชมการแข่งขันอย่างเนืองแน่น.. โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์สปอร์ต ในปีนี้ นับเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่ ที่พัฒนาให้มีความตื่นเต้นเร้าใจยิ่งกว่าเคย ด้วยการนำเอาสปิริตความมุ่งมั่นของการพัฒนารถยนต์อย่างไม่สิ้นสุดจาก “โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง (Toyota Gazoo Racing)” มาใช้เป็นแนวทางหลักในการจัดกิจกรรม ซึ่งถูกจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Spirit to push the limits” หรือ “ความกล้าที่จะข้ามขีดจำกัด” คือ ความกล้าที่จะเปิดทุกโสตประสาทสัมผัส ปลุกความกล้าที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดแห่งความท้าทายของผู้เข้าชมทุกท่าน ไปกับสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยมของรถโตโยต้าอย่างใกล้ชิด กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น. สำหรับผลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบวันเมคเรซ ทั้ง 4 รุ่น เริ่มจาก“วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 1” โดยแชมป์สนามนี้ ตกเป็นของ “ธัญชนก เจริญสุขะวัฒนะ” หมายเลข 24 ที่คว้าอันดับ 1 ในสนามนี้ไปครอง ” ในขณะที่อันดับ 2 ตกเป็นของ “พีรกานต์ เงินมีศรี” หมายเลข 77 จาก Superclub Racing และอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “โสภณ ภุมรินทร์” หมายเลข 36.....ในขณะที่รุ่น “วีออส วันเมคเรซ ดิวิชั่น 2” อันดับ 1ตกเป็นของ “Clement Leung” หมายเลข 39 โดยมี “Ayumi Shijuzuka” หมายเลข 40 คว้าอันดับที่ 2 ในขณะที่อันดับที่ 3 ตกเป็นของ “Mung Chi Hung” หมายเลข 66............ และสนุกเร้าใจไปกับ “วีออส เลดี้คัพ วันเมคเรซ” ซึ่งแชมป์ตกเป็นของ “กมลชนก บุญคร่ำ” หมายเลข 99 จากทีม SittipolGroup โดยมี “เมฆรัชคีฏาก์ กะลันตานนท์” หมายเลข 98 ตามมาในอันดับ 2 และอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “ธนวรรณ แจ้งกมลกุลชัย” หมายเลข 89 สำหรับ “โคโรลล่า อัลติส วันเมคเรซ” ซึ่งแชมป์ตกเป็นของ “กฤษฎิ์ วสุรัตน์”หมาย เลข 69 คว้าแชมป์ไปครอง โดยมี “ชัญญบุศย์ ธนะพาสุข” หมายเลข 95 ตามมาในอันดับ 2 และอันดับที่ 3 ตกเป็นของ “เชาวลิต สุุขหร่อง” หมายเลข 66......... และสำหรับรุ่นไฮไลท์ของการแข่งขันกับรถกระบะทางเรียบ“ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” กับเครื่องยนต์ 2,400 ซีซี . บทพิสูจน์ของกระบะสายพันธุ์แกร่ง กับช่วงล่างที่หนึบและสมรรถนะที่แรงสุดขีด ด้วยความหนึบจากช่วงล่างของไฮลักซ์ รีโว่ ทำให้ทุกคนผ่านเข้าไลน์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ“พิตติพล พรหมโชติกุล” หมายเลข 85 ตามมาด้วย “ปกรณ์ ธรรมโชติ” หมายเลข 44 ในอันดับที่ 2 และ “สุวิทย์ คำจีน” หมาย เลข 88 ในอันดับ 3....เตรียมพบกับความมันส์ในฤดูกาลหน้า กับการแข่งขันรถยนต์รายการ“โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง มอเตอร์ สปอร์ต” ได้อีกครั้งในปี 2020...... #ToyotaGazooRacingMotorsportThailand #โตโยต้ากาซูเรซซิ่งมอเตอร์สปอร์ต2019สนามที่5 #โตโยต้ามอเตอร์ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- WIX FILTERS
WIX FILTERS ไส้กรองคุณภาพพรีเมี่ยมจากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้บริษัท MANN+HUMMEL ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1939 เป็นผู้นำและผู้เชี่ยวชาญทางด้านไส้กรองโดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 80 ปี ได้ร่วมมือกับบริษัทเสรีวัฒนาเอนเทอรไพรซดำเนินการแนะนำสินค้ารวมถึงการทำกิจกรรมต่างๆทั่วประเทศ เพื่อเน้นให้ความรู้และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับไส้กรองชนิดต่างๆ....... โดยได้มีกิจกรรมเดินประชา สัมพันธ์ในย่านวรจักร กทม. ซึ่งเป็นแหล่งรวมของร้านอะไหล่รถยนต์ทุกประเภท ซึ่งมีการแนะนำ ไส้กรองน้ำมันเครื่อง, ไส้กรองอากาศ, ไส้กรองแอร์ในห้องโดยสาร, ไส้กรองเชื้อเพลิง, ไส้กรองเกียร์และไส้กรองไฮโดรลิคสำหรับรถทุกประเภท เช่น รถยนต์นั่งส่วนบุคคล, รถบรรทุก รถการ เกษตร รถขุด รถตัก เครื่องจักรหนัก และรถในเหมืองแร่ เป็นต้น...... บริษัท MANN+HUMMEL และตัวแทนจัดจำหน่ายได้เดินสายทั่วประเทศแนะนำไส้กรอง WIX FILTERS กับทางร้านอะไหล่และอู่รถยนต์เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจในคุณภาพของสินค้า Mr. Teo YiTuan, Vice President of Automotive Aftermarket, Rest of Asia, MANN+HUMMEL ได้กล่าวว่า “ไส้กรองคุณภาพสูงช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประหยัดน้ำมัน ยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนต่างๆ มากไปกว่านั้นในห้องโดยสารจะมีอากาศที่สะอาด ทำให้คุณมีสุขภาพดี หายใจได้อย่างเต็มปอด ตลอดทุกเส้นทางการเดินทาง”......... ในภาพรวมของกิจกรรม ได้ผลตอบรับดีมากจากทุกฝ่าย ทั้งจากร้านอะไหล่ อู่ รวมถึงผู้ใช้งานหรือเจ้าของรถ เราจะสนับสนุนส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ผู้ใช้งานนึกถึงไส้กรอง WIX FILTERS เป็นอันดับแรก....ดูแลคนที่คุณรักใช้ไส้กรอง WIX FILTERS นะครับ....... #MANNHUMMEL #WIXFILTERS #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- UDEMC
"บจก. นิ่มซี่เส็งขนส่ง1988 คว้าแชมป์ UDEMC เป็นตัวแทนเข้าชิงแชมป์โลกสนามญี่ปุ่น"...... พนักงานขับรถ บริษัท นิ่มซี่เส็ง ขนส่ง 1988 จำกัด นายศุภชัย ทาเจริญ คว้าแชมป์ UD Extra Mile Challenge 2019 เป็นตัวแทนเข้าสู่สนามระดับโลกที่ประเทศญี่ปุ่นในต้นปีหน้า โดยแชมป์ภูมิใจย้ำการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันกับตัวเองโดยต้องทำให้ดีที่สุด ด้วยความมานะฝึกฝน ไม่ย่อท้อต่อความพ่ายแพ้หลังเข้าแข่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทำให้มีวันนี้ มร. อีริค ลาบัท ประธานกรรมการ ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) กล่าวชื่นชม และแสดงความยินดีต่อนายศุภชัย ผู้เป็นแชมป์ประจำประเทศไทยในปีนี้ว่า “ผมขอแสดงความชื่นชมถึงความมุ่งมั่นและความพยายามของคุณศุภชัยที่เข้าร่วมการแข่งขันรายการนี้ถึง 3 ปีต่อเนื่อง ซึ่งในการแข่งขันครั้งแรก คุณศุภชัย สามารถคว้ารองแชมป์อันดับที่ 2 ของรายการ และปีนี้สามารถคว้าแชมป์ได้สมดังที่ตั้งใจไว้ จัดว่าเป็นตัวอย่างของสมาร์ท ไดร์เวอร์ อย่างแท้จริง ที่มีทั้งความสามารถ และความมุ่งมั่น และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง” มร. ลาบัท กล่าว ยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) จัดกิจกรรมค้นหาสุดยอดนักขับที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างมืออาชีพให้แก่นักขับรถบรรทุกยูดี ทรัคส์ ภายใต้ชื่อการแข่งขัน ยูดี เอ็กซ์ตร้าไมล์ ชาเลนจ์ (UD Extra Mile Challenge) ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทย เป็นปีที่ 3 โดยการแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รอบ รอบแรกเป็นการสอบข้อเขียนเพื่อคัดเลือกผู้สมัครในปีนี้จำนวน 160 คน เหลือเพียง 40 คนเพื่อเข้าสู่สนามแข่งขันรอบชิงชนะเลิศประเทศไทย ที่สนามแข่งรถปทุมธานีสปีดเวย์ จ.ปทุมธานี ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเข้าแข่งขันภาคปฏิบัติ โดยเน้น 3 ประเด็นหลัก คือการตรวจเช็ครถก่อนการใช้งาน การขับ ขี่ประหยัดน้ำมัน และการขนส่งสินค้าไปสู่เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพและพิเศษสำหรับปีนี้ ผู้เข้ารอบสุดท้าย 40 นักขับ ยังได้รับการอบรมบุคลิกภาพของนักขับยุค 4.0 โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านบุคลิกภาพ เพื่อช่วยผลักดันเปลี่ยนภาพลักษณ์พนักงานขับรถบรรทุกยูดี ทรัคส์ สู่ สมาร์ท ไดร์เวอร์ ตามมาตรฐานสากลอีกด้วย ทางด้านนายศุภชัย กล่าวถึงการแข่งขันครั้งนี้ว่าหลังจากเข้าร่วมการแข่งขันมาถึง 2 ครั้งติดต่อกัน แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้นำข้อผิดพลาดที่เจอมาตลอด 2 ปีมาฝึกฝนระหว่างทำงานจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่การแข่งขันในปีนี้ โดยให้มีความผิดพลาดน้อยที่สุด"ผมอยากจะบอกกับพวกเราพนักงานขับรถทุกคนว่าการแข่งขัน UD EMC นี้ถือเป็นรายการแข่งขันที่มีประโยชน์กับตัวเราอย่างมาก ผมได้นำประสบการณ์การทำงานจริง และได้ใช้ทักษะที่ได้รับการฝึกอบรมที่เป็นพื้นฐานความรู้ และทักษะการใช้รถในการทำงานจริงจากโปรแกรมการฝึกอบรมของยูดี และจากนี้ผมก็จะมุ่งมั่นฝึกซ้อมจากการทำงานจริงให้เข้มข้นขึ้น บวกกับทาง ยูดี ทรัคส์ จะมีแผนการฝึกอบรมให้กับผมก่อนเดินทางไปแข่งที่ญี่ปุ่นในต้นปีหน้า ผมให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ที่ญี่ปุ่นครับ” นายศุภชัย กล่าว ในการแข่งขันครั้งนี้ ได้ผู้ชนะเลิศจากการแข่งขันคือ นายศุภชัย ทาเจริญ พนักงานขับรถประจำบริษัท นิ่มซี่เส็ง ขนส่ง 1988 จำกัด โดยผู้ชนะเลิศครั้งนี้ ได้รับรางวัลมูลค่ารวม 300,000 บาท และมี นายอุทัย ศรีลาโพธิ์ จากบริษัท บจก. ฮ่องจือจั่น โลจิสติกส์คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 รับรางวัลมูลค่า 70,000 บาท และนายชาญชัย บุญหนัก จากบจก. ทิปโก้แอสฟัลท์ (มหาชน) คว้ารางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 รับรางวัลมูลค่า 40,000 บาท โดยนายศุภชัยในฐานะแชมป์ประจำปีนี้ ทางยูดี ทรัคส์ (ประเทศไทย) จะจัดหลักสูตรอบรมเข้มข้นก่อนเดินทางไปแข่งขัน UD Extra Mile Challenge รอบชิงแชมป์โลก ที่จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมปี 2563 ณ สำนักงานใหญ่ยูดี ทรัคส์ เมืองอะเกโอะ ประเทศญี่ปุ่น........ #ยูดีทรัคประเทศไทย #ยูดีเอ็กช์ตร้าไมล์ชาเลนจ์ #UDEMC #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com











