


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1423 results found with an empty search
- Mitsu Auto, Bangpoo Branch officially open
31 มกราคม 2563 : บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด สร้างความแข็งแกร่งในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อมอบการบริการที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า โดยทางบริษัทฯ ได้เปิด บริษัท มิตซู เอส ออโต้ จำกัด อย่างเป็นทางการในพื้นที่เทศบาลตำบลบางปู จังหวัดสมุทรปราการ โดยมี มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารจาก มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีในพิธีดังกล่าว มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 2 จากขวา) นำคณะผู้บริหารร่วมแสดงความยินดีกับ นายสมศักดิ์ โพธิ์ใบกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซู เอส ออโต้ จำกัด (ที่ 1 จากซ้าย) เนื่องในโอกาสเปิดโชว์รูมใหม่ อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ โพธิ์ใบกุล ได้ดำเนินธุรกิจผู้จำหน่ายรถยนต์มานานกว่า 30 ปี โดยล่าสุดได้ร่วมกับ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดโชว์รูม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส แห่งใหม่ บนพื้นที่กว่า 6.5 ไร่ ด้วยเงินลงทุน 280 ล้านบาท ตกแต่งด้วยดีไซน์ที่มีมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งโดดเด่นด้วยองค์ประกอบ ‘ไดนามิค สโลป’ เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ (CI) และกลยุทธ์แบรนด์ในระดับโลก ‘Drive your Ambition’ ภายในอาคารยังสามารถจัดแสดงรถยนต์ มิตซูบิชิ รุ่นต่างๆ มากถึง 12 คัน มีพื้นที่สำหรับให้บริการซ่อมบำรุงได้ถึง 8 ช่องซ่อม และยังสามารถให้บริการซ่อมสีและตัวถังรถแก่ลูกค้า พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เพื่อการดูแลลูกค้าแบบครบวงจรภายใต้รูปแบบ วัน สต็อป เซอร์วิส (One Stop Service) #มิตซูเอสออโต้จำกัด #มิตซูบิชิมอเตอร์สประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Car Show at The Promenade
ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (Porsche 911 Carrera 4S) ยนตรกรรมปอร์เช่รุ่นเรือธงระดับตำนาน นำทัพเดิน สายอวดโฉมให้ผู้หลงใหลความสปอร์ตได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด กรุงเทพฯ. บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ประเดิมศักราชใหม่ ขนยนตรกรรมรุ่นเด่น นำโดย ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า 4 เอส (911 Carrera 4S), คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) พร้อมด้วย 718 บ็อกซเตอร์ จีทีเอส (718 Boxster GTS) เข้าร่วมจัดแสดงรถยนต์ปอร์เช่ในกิจกรรม AAS Porsche Roadshow at Car Show ณ ศูนย์การค้า The Promenade เพื่อให้ผู้ชื่นชอบความเร็วที่พักอาศัยในย่านรามอินทรา - มีนบุรี ได้สัมผัสที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ยังเตรียมสินค้าระดับพรีเมียม Porsche Driver’s Selection ให้เหล่าแฟนพันธุ์แท้รถยนต์ปอร์เช่ได้เลือกสรร และจับจองเป็นเจ้าของในราคาพิเศษ พร้อมสร้างความสนุกด้วยกิจกรรมมากมาย โดยงาน Roadshow จัดขึ้นตั้งแต่วัน พฤหัสบดีที่ 30 มกราคม ถึง วันจันทร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 ปอร์เช่ 911 คาร์เรร่า เอส (Porsche 911 Carrera 4S) ยนตรกรรมสปอร์ตระดับตำนานเจเนอเรชันที่ 8 รหัสตัวถัง 992 ท้าทายทุกข้อจำกัดของกาลเวลา พร้อมปลุกเร้า ชีพจรของผู้หลงในยนตรกรรมสปอร์ตด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอน เทอร์โบชาร์จ ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 450 แรงม้า สามารถเร่งออกตัวจากจุดหยุดนิ่งสู่ความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายในระยะเวลา 3.4 วินาที เมื่อติด ตั้งชุดแต่ง Sport Chrono Package พร้อมทะยานสู่ความเร็วสูงสุด 306 กิโลเมตรต่อ ชั่วโมง ปลอดภัยและสะดวกสบาย เหนือระดับด้วยนวัตกรรม ระบบช่วยเหลือการขับขี่และเพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวบนสภาพถนนที่เปียกลื่น Porsche Wet Mode ที่ได้รับการติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมหน้าจอ สัมผัส Porsche Communication Management ขนาด 10.9 นิ้ว สำหรับควบคุมและสั่งการได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย (ราคาเริ่มต้น 12.2 ล้านบาท) 3 คาเยนน์ อี-ไฮบริด (Cayenne E-Hybrid) ยนตรกรรมที่แสดงออกถึงทิศทางการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต ปอร์เช่ คาเยนน์ อี ไฮบริด ใหม่ ประจำการ ด้วยเครื่องยนต์สันดาปสมรรถนะสูง เติมเต็มประสิทธิภาพการใช้งานจากระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จากรุ่นที่ผ่านมา ด้วยพละกำลังถึง 462 แรงม้า ขนาดความจุกระบอกสูบ 3.0 ลิตร แรงบิดสูงสุด 700 นิวตันเมตร ตอบสนองการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัวด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัยอย่างระบบช่วยเหลือ ผู้ขับขี่อัจฉริยะแบบดิจิทัล พร้อมระบบควบคุมความเร็วแปรผันอัตโนมัติ adaptive cruise control อัตราการบริโภค น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอน ไดออกไซด์เฉลี่ย 78 กรัมต่อกิโลเมตร (ราคาเริ่มต้น 6.3 ล้านบาท) ปอร์เช่ 718 บ็อกซเตอร์ จีทีเอส รถสปอร์ตโร้ดสเตอร์ที่สานต่อเทคโนโลยีเครื่องยนต์ 4 สูบเรียงนอนในตำนาน โดดเด่นด้วยระบบอัดอากาศเทอร์โบ ชาร์จแบบแปรผัน เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร พละกำลังสูงสุดถึง 365 แรงม้า สำหรับอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อ เพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 10.9 – 12.1 กิโลเมตรต่อลิตร นอกจากนี้ ระบบตัวถังใหม่ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรง กระจกบังลมหน้า ภายในของหลังคาประทุน รวมไปถึงชุดแผงหน้าปัทม์และคอนโซลที่ได้รับการดีไซน์ขึ้นใหม่ทั้งหมด (ราคาเริ่มต้นที่ 8.6 ล้านบาท) #CarShowatThePromenade #Porsche #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- PEUGEOT
เหตุผลที่รถเอสยูวี ทวีความร้อนแรงในตลาดเมืองไทย หากสังเกตรถยนต์บนท้องถนน จะเห็นว่าปัจจุบันมีรถประเภทเอสยูวี (Sport Utility Vehicle) วิ่งอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแนวโน้มความนิยมเอสยูวี เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั่วโลก อ้างอิงตัวเลขล่าสุดจากบริษัทสำรวจและวิจัย JATO ในอังกฤษ พบว่ายอดจำหน่ายเอสยูวีทุกทวีป มีจำนวนสูงถึง 29.77 ล้านคัน คิดเป็น 36.4% ของยอดขายรถยนต์ทุกประเภท นอกจากนี้ตัวเลขการจดทะเบียนเอสยูวีในยุโรปช่วงปี 2019 ก็สูงถึง 40% เติบโตสูงสุดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายรถอเนกประสงค์ของไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2010–2019) ก็เติบโตถึง 130.70% ตัวเลขดังกล่าวจึงชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าตลาดเอสยูวีนั้นกำลังร้อนแรงอย่างแท้จริง ++ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ เอสยูวี ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นและได้เปรียบกว่ารถเก๋งซีดานหลายด้าน อาทิ ความสะดวกสบายจากตัวรถที่มีขนาดใหญ่ ห้องโดยสารกว้างขวาง ทัศนวิสัยดี และดีไซน์ของตัวรถที่ให้ทั้งความสปอร์ต ทันสมัย และแข็งแกร่งพร้อมปกป้องในยามขับทุกเส้นทาง ที่สำคัญเอสยูวี ยังสามารถตอบรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบันได้รอบด้าน ไม่ว่าจะขับไปทำงาน การทำกิจกรรมนอกบ้าน หรือแม้แต่การท่องเที่ยวต่างจังหวัด เพราะตัวรถมี ทัศนวิสัยดี ช่วงล่างขับสบายทุกสภาพถนน หมดกังวลเรื่องน้ำท่วม จากช่วงล่างยกสูง และยังสามารถบรรทุกอุปกรณ์กีฬาและสัมภาระได้สะดวกสบาย ++ เหนือกว่าด้านการบรรทุก ขนาดตัวรถที่ใหญ่และกว้างของเอสยูวี ทำให้สามารถบรรทุกผู้โดยสารได้มากกว่ารถซีดาน อีกทั้งยังมีให้เลือกทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง เหมาะสำหรับพาเพื่อนๆ หรือครอบครัวเดินทางไปพร้อมกัน ไม่ว่างานอดิเรกของคุณคืออะไร เอสยูวีสามารถรองรับได้ทุกรูปแบบ เช่นการพับเบาะเพื่อบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ กระเป๋า อุปกรณ์กีฬา จักรยาน เฟอร์นิเจอร์ หรือแม้กระทั่งใช้เป็นห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเคลื่อนที่ระหว่างทริปก็ยังได้ ++ สมบุกสมบันและปลอดภัยกว่า ระยะความสูงจากพื้นและระบบกันสะเทือนของรถ เอสยูวี รวมไปถึงระบบส่งกำลังที่ถูกออกแบบมารองรับสภาพทางที่สมบุกสมบันกว่า จึงรองรับทุกการขับและกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีกว่ารถซีดานในทุกสภาพ ไม่ว่าจะถนนที่ไม่เรียบในตัวเมือง ถนนลูกรังในต่างจังหวัด หรือแม้แต่การขับข้ามประเทศ ++ รูปลักษณ์ภูมิฐาน และเปี่ยมความคุ้มค่า เครื่องยนต์ของเอสยูวียุคใหม่ ถูกพัฒนาให้มีประสิทธิภาพทั้งเรื่องของพละกำลังที่มากขึ้น ในขนาดเครื่องยนต์ที่เล็กลง ทำให้ปล่อยมลพิษน้อยลงแต่ประหยัดน้ำมันกว่าเดิมมาก ตัวรถสามารถตอบโจทย์ได้รอบด้านทั้งการบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระ เสถียรภาพการขับ ทำให้เอสยูวี เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ารถยนต์สามารถบ่งบอกตัวตนและบุคคลิกของเจ้าของรถได้เป็นอย่างดี เอสยูวีรุ่นใหม่ๆ โดยเฉพาะแบรนด์จากยุโรปมีการออกแบบรูปลักษณ์ที่ดูภูมิฐาน มีเอกลักษณ์เฉพาะ และมีความโดดเด่นสวยงามเป็นพิเศษ บ่งบอกสไตล์และรสนิยมของผู้ขับได้ดี ++ เปอโยต์ 3008 และ 5008 เอสยูวีสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างอย่างมีสไตล์ เปอโยต์ 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง จากฝรั่งเศส ที่เพิ่งเปิดตัวให้ผู้ใช้ชาวไทย ได้สัมผัสความหรูหราและล้ำสมัยในราคาที่จับต้องได้ โดยเปอโยต์ 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน ทวิน สกรอลล์ เทอร์โบ (Twin Scroll Turbo) 1.6 ลิตร 167 แรงม้า แรงบิด 240 นิวตันเมตร ที่ 1,400 รอบ/นาที ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ที่มีแรงบิดและความประหยัดที่ดีสุดในรถยนต์กลุ่มเดียวกัน ส่งกำลังสู่ล้อคู่หน้าอย่างนุ่มนวลและฉับไว ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะแบบ Electric Impulse ผสานด้วยระบบ Advanced Grip Control เพื่อการยึดเกาะในทุกสภาพเส้นทางอย่างเต็มประสิทธิภาพ เปอโยต์ 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง ยังมาพร้อมความพิเศษและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเหนือใคร อาทิ ดีไซน์สไตล์ยุโรปภายนอกจรดภายใน เอกลักษณ์สไตล์ยุโรปของเปอโยต์ 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง ถูกถ่ายทอดผ่านเส้นสายที่พริ้วไหวบนตัวถังจากหน้าจรดหลัง ไฮไลท์คือไฟหน้าแอลอีดีแบบเขี้ยวสิงห์ สอดรับกับไฟท้ายแบบกรงเล็บสิงโต ‘Lion Claws’ สร้างความโดดเด่นบนท้องถนน ห้องโดยสารออกแบบอย่างลงตัวให้ผู้ขับและผู้โดยสารสัมผัสถึงความหรูหรา พร้อมสวิตช์แบบก้านเปียโน (Piano Key Toggle Switches) สำหรับการควบคุมระบบปรับอากาศและระบบอินโฟเทนเม้นต์ ++ จัดเต็มอุปกรณ์ระดับไฮเอ็นด์ เปอโยต์ 3008 เอสยูวี และ 5008 เอสยูวี 7 ที่นั่ง มาพร้อมอุปกรณ์ระดับไฮ-เอนด์เต็มคัน ห้องโดยสารแบบ ‘i-Cockpit’ ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ เลือกปรับแต่งโทนสีเพื่อสร้างบรรยากาศในการเดินทางได้ตามความต้องการ หน้าจอเฮด-อัพดิสเพลย์อเนกประสงค์ขนาด 12.3 นิ้วบริเวณเหนือพวงมาลัยขนาดกะทัดรัดกระชับมือ เพิ่มความสปอร์ตในการขับ พร้อมแพดเดิลชิฟต์ขนาดใหญ่ ในรุ่น Allure ยังมีพาโนรามิกซันรูฟ ฝาท้ายระบบไฟฟ้าและแฮนด์ฟรี Welcome Light โลโก้สิงโตเมื่อเปิดประตู รวมไปถึงระบบนำทาง 3 มิติ และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Driver Assist) หลากหลายรูปแบบ ++ คุณภาพอัดแน่นมาตรฐานยุโรป เปอโยต์ 3008 และ 5008 กวาดรางวัลมาแล้วทั่วโลกกว่า 30 รางวัล อาทิ รางวัลรถยนต์ ยอดเยี่ยมแห่งปี 2017 (2017 European Car of the Year) รถใหม่ยอดเยี่ยมปี 2019 ‘New Car of the Year’ โดย Auto Trader New Car Awards, ดีไซน์ภายนอกและห้องโดยสารยอดเยี่ยม 2017 (Red Dot Product Design Award) สำหรับ เปอโยต์ 3008 เอสยูวี, แบรนด์ที่เชื่อถือได้มากสุดในปี 2019 ‘Most Dependable Volume Brand’ โดย J.D. POWER UK Vehicle Dependability Study และรางวัลเครื่องยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี ‘International Engine of the Year’ 4 ปีซ้อน (2015-2018) ++ อุ่นใจด้วยบริการหลังการขายที่เปี่ยมคุณภาพ ปัจจุบัน เปอโยต์ มีโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจร 3 สาขาในกรุงเทพฯ คือ เกษตร-นวมินทร์ เยาวราช สุขุมวิท รวมถึงมีเออเบิร์นสโตร์ ที่สยามพารากอน และในปีนี้จะเดินหน้าเพิ่มผู้จำหน่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อเข้าถึงลูกค้าให้มากขึ้น มาพร้อมความอุ่นใจด้วยการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และแพ็คเกจบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศนาน 3 ปีเต็ม ขณะที่อะไหล่ก็มาราคาย่อมเยาและมีการจัดสต็อกอย่างเหมาะสม หมดห่วงหมดกังวลเรื่องการบำรุงรักษารถในระยะยาว ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ: เปอโยต์ ประเทศไทย คอลล์เซ็นเตอร์ โทร 02-931-8400 เว็บไซต์: www.peugeot.co.th เฟสบุ๊ค: PEUGEOT Thailand #PEUGEOT #PEUGEOTThailand #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Mitsubishi Motors Thailand showcased Dodo Drive House technology
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จัดแสดงเทคโนโลยี เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ที่สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ 5 แห่ง บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดแสดงเทคโนโลยี เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ แก่นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ อาจารย์ และบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ 5 แห่ง ตลอดเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส แคมปัส โรดโชว์ ปี 2563 ประกอบด้วย 6 กุมภาพันธ์ 2563 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 13 กุมภาพันธ์ 2563 สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง 17 กุมภาพันธ์ 2563 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 20 กุมภาพันธ์ 2563 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 25 กุมภาพันธ์ 2563 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ทั้งนี้ เทคโนโลยี เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในภาษาญี่ปุ่น “เดน” หมายถึง “ไฟฟ้า” และ “โด” หมายถึง “การขับขี่” เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ คือ ชุดระบบไฟฟ้าที่ออกแบบมาสำหรับที่พักอาศัย ประกอบด้วย มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าเทคโนโลยีแบบ Vehicle-to-Home หรือ V2H ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการจ่ายและรับกระแสไฟฟ้าระหว่างยานพาหนะและที่พักอาศัย แผงโซลาร์เซลล์ และแบตเตอรี่สำหรับที่พักอาศัยระบบ เดนโด ไดร์ฟ เฮ้าส์ สามารถผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ด้วยแผงโซลาร์เซลล์ นำไปชาร์จ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี และในทางกลับกันยังสามารถดึงพลังงานไฟฟ้ากลับจากตัวรถ เพื่อนำไปใช้ในที่พักอาศัย จึงมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยลดการบริโภคพลังงานและประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมเป็นแหล่งผลิตกระแสไฟฟ้าในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน และยังใช้ประโยชน์อื่นๆ ได้อีกมาก #มิตซูบิชิมอเตอร์สประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- AP Honda has been the market leader with the highest sales volume for the 31 year in a row.
เอ.พี. ฮอนด้า ครองผู้นำตลาดด้วยยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นปีที่ 31 ติดต่อกัน มุ่งพัฒนาเครือข่ายร้านผู้จำหน่ายสู่ความเป็น Bikers’ Solution แห่งทศวรรษ 2020s เอ.พี. ฮอนด้า รักษาความเป็นผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทยได้อย่างเหนียวแน่นด้วยยอดจำหน่าย 1.37 ล้านคัน ครองอันดับหนึ่งเป็นปีที่ 31 ติดต่อกัน พร้อมมุ่งหน้าสู่ทศวรรษใหม่แห่งยุค Disruption ด้วยนโยบายใหม่ที่ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย, การสร้างทัชพอยท์กับลูกค้าด้วยการเป็น Bikers’ Solution และการส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคม มร.ชิเกโตะ คิมูระ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เปิดเผยว่า “ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยในปี 2562 ที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนที่ 1.74 ล้านคัน ปรับตัวลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามียอดจดทะเบียนอยู่ที่ 1.37 ล้านคัน ปรับตัวลดลง 2% ดีกว่าตลาดรวมราว 1% ส่งผลให้ เอ.พี. ฮอนด้า ครองตำแหน่งยอดจำหน่ายสูงสุด 31 ปีติดต่อกัน สำหรับในปี 2020 คาดการณ์ว่าตลาดโดยรวมจะมีตัวเลขอยู่ที่ 1.7 ล้านคัน โดยทางฮอนด้าตั้งเป้าหมายการจำหน่ายไว้ที่ 1.35 ล้านคัน” “เอ.พี. ฮอนด้า ขอขอบคุณคนไทยที่ให้ความไว้วางใจรถจักรยานยนต์ฮอนด้ามาเป็นอันดับหนึ่งกว่า 3 ทศวรรษ แม้ในปีที่ผ่านมาภาพรวมของเศรษฐกิจอาจจะไม่สู้ดีนัก แต่เรายังรักษาความสามารถในการแข่งขันและสามารถส่งมอบสินค้ารวมถึงบริการที่ตอบโจทย์ผู้ใช้ได้อย่างดี ภายใต้แบรนด์คอนเซ็ปต์ ‘WHAT STOPS YOU? มุ่งไป อย่าให้อะไรมาหยุด’ อย่างไรก็ตาม เราก็ได้วางแนวทางปรับตัวการทำธุรกิจเพื่อให้เข้ากับยุคของการเปลี่ยนแปลงหรือ Age of Disruption ซึ่งเทคโนโลยีและการบริการแบบ personalized ได้เข้ามามีบทบาทเป็นอย่างมาก โดยทาง เอ.พี. ฮอนด้า ได้วางแนวทางที่สำคัญไว้ 3 เรื่องดังต่อไปนี้” 1. New Product Development การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม โดยแบ่งการพัฒนาสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ รถจักรยานยนต์ที่ใช้สำหรับชีวิตประจำวัน เหมาะกับสมาชิกทุกคนในครอบครัว, รถจักรยานยนต์ที่พัฒนาเพื่อการใช้งานตามความสนใจส่วนบุคคล, และรถจักรยานยนต์ที่แสดงสถานะทางสังคม 2. Customer Touchpoint Optimization การพัฒนาทัชพอยท์กับลูกค้า ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายจากเครือข่าย Honda Wing Center ซึ่งกำลังจะยกระดับสู่การเป็น Bikers’ Solution ของทศวรรษ 2020s สร้างความไว้วางใจและเชื่อมั่นจนเกิดเป็นแบรนด์ลอยัลตี้ (Brand Loyalty) 3. Corporate Social Responsibility as the Market Leader การสร้างความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจรถจักรยานยนต์ โดยประเด็นหลักที่ เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย ด้วยความมุ่งหวังที่จะให้ลูกค้าได้รับความสนุกจากการขับขี่ พร้อมๆ ไปกับการเรียนรู้วิธีขับขี่อย่างปลอดภัย และเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนที่ดีของสังคม เช่นเดียวกับการส่งเสริมกิจกรรมเพื่อสังคมด้านอื่นๆ อาทิ กิจกรรมวิ่ง 31 ขาสามัคคี และโครงการสังคมหัวแข็ง เป็นต้น ในขณะเดียวกัน เอ.พี. ฮอนด้า ยังเดินหน้าพัฒนาในด้าน EV โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ในการพัฒนาระบบ EV Sharing ที่นักศึกษาสามารถแบ่งปันรถ PCX Electric ผ่านทาง Application โดยมี PCX Electric Smart Station เป็นฮับในการชาร์จพลังงาน และในปีนี้เรากำลังจะพัฒนาฟังก์ชันการสลับแบตเตอรี่หรือ Battery Swapping อย่างเต็มรูปแบบ“สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การส่งมอบสินค้าและบริการที่อยู่เหนือความคาดหมาย เพื่อตอบสนองความต้องการของคนแต่ละกลุ่มที่มีไลฟ์สไตล์ไม่เหมือนกัน โดย เอ.พี. ฮอนด้า ได้กำหนดเป้าหมายในแผนระยะกลางที่จะดำรงความเป็น Number One อย่างมั่นคงในทุก 6S ด้วยการสร้างความแข็งแกร่งให้กับพื้นฐานที่สำคัญของ Honda Wing Center ที่สามารถสร้างความประทับใจ และความเหนือกว่าทางการตลาดในมุมมองของลูกค้า” “จากนี้ไป เราจะปรับรูปแบบและคอนเซ็ปต์ของเครือข่ายร้านผู้จำหน่าย Honda Wing Center ให้เป็นพื้นที่เป้าหมายของลูกค้าฮอนด้าทุกคน เป็นที่ๆ พร้อมจะตอบสนองไลฟสไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ ‘Bikers’ Solution ของยุค 2020s’ โดยมุ่งเน้นการเป็นทัชพอยท์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้าได้ทุกจุด ทั้งที่โชว์รูม รวมไปถึงการส่งมอบงานบริการ และกิจกรรมต่างๆ ที่เหนือความคาดหมาย เพื่อให้ผู้จำหน่าย ฯ สามารถรักษาฐานลูกค้าเดิมที่มี และเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดเป็นความยั่งยืนให้กับร้านผู้จำหน่าย Honda Wing Center ทุกร้านทั่วประเทศ” ประธานกรรมการบริหาร เอ.พี. ฮอนด้า กล่าวสรุป ผู้ที่สนใจสินค้าและบริการจากรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหว และข้อมูลรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้ที่เว็บไซต์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า : aphonda.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ : fb.com/hondamotorcyclethailand #APHonda #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- GS Battery
GS แบตพลังอึด เปิดตัวคอลเซ็นเตอร์ แบตเตอรี่ หมด กด 1380 GS PROMPT (พร้อม) GS Battery ปฏิวัติการวงการแบตเตอรี่รถยนต์ส่งบริการใหม่ GSPROMPT( พร้อม) 1380 ทั่วประเทศไทย เพื่อให้บริการความช่วยเหลือเปลี่ยนแบตเตอรี่กรณีฉุกเฉินในยามที่ผู้ใช้รถประสบปัญหาแบตหมดผ่านระบบคอลเซ็นเตอร์กด 1380 จาก GS Battery โดยพันธมิตรผู้ที่เป็นคู่ค้ามายาวนาน และตอบโจทย์ทุกความต้องการของผู้ใช้รถบนท้องถนนทั่วประเทศควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างไม่หยุดนิ่งเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณ ภาพ นาย"ประกาศิต พรประภา" กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท สยามยีเอสเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่าย GS Battery แบตพลังอึด เปิดเผยว่าGS BROMPT (พร้อม) แบตเตอรี่หมด กด 1380 เป็นบริการใหม่ล่าสุดจาก GS Battery เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถทุกคนยามประสบปัญหาฉุกเฉินระหว่างขับขี่บนท้องถนน โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถ ยนต์ ในฐานะที่ GS Battery เป็นผู้นำตลาดแบต เตอรี่รถยนต์ในประเทศไทยจึงไม่หยุดนิ่งในการพัฒนาบริการต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถให้ได้มากที่สุด โดยในครั้งนี้ได้ยกระดับการให้บริการมากขึ้นไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวระบบ GS PROMT( พร้อม) 1380 การบริการเชื่อมต่อระบบ Call Center ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่สอบถามข้อมูลเบื้องต้นเช่น สอบถามรุ่นรถยนต์ รุ่นแบตเตอรี่ สถานที่ที่ให้จัดส่ง หรือสถานที่ตำแหน่งที่รถเสีย และแจ้งรายละเอียดกับลูกค้าที่ประสบปัญหา จากนั้นจะส่งทีมช่าง GS PROMPT 1380 ที่ผ่านการอบรมทักษะมาอย่างดี มีความชำนาญรวมถึงมีความเชี่ยวชาญเรื่องแบตเตอรี่รถยนต์โดยเฉพาะ และกระจายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ที่พร้อมให้บริการรถยนต์ทั่วไปจนถึงรถระดับพรีเมี่ยม เพื่อคอยดูแลให้ความช่วยเหลือทำการเปลี่ยน แบตเตอรี่ให้กับลูกค้าและเดินทางถึงที่หมายภายในระยะเวลา 30 นาที GS PROMPT(พร้อม)แบตเตอรี่หมดกด 1380 เปิดให้บริการแล้วทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00 น. -19.00 น. โดยพื้นที่พันธมิตรที่ร่วมให้บริการจำนวน 50 จังหวัดทั่วประเทศ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมและกิจกรรมต่างๆของ GS Battery ทาง Facebook และ Instagram gsbattery Thailand และเว็บไซต์ www.gsbattery.co.th. #GSแบตพลังอึด #แบตเตอรี่หมดกด1380GSPROMPT #GSBATTERY #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Honda CR-VD Shel
ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดีเชล มีดีที่ต้องบอก..ต่อ รถยนต์อเนกประสงค์แบบ SUV อย่าง"ฮอน ด้า ซีอาร์-วี" สร้างปรากฎการมากมายนับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1996 หรือกว่า 22 ปีที่ผ่านมา นับจากโฉมแรกที่เป็นการนำเข้า หลังจากขายดี จนถึงระดับที่ต้องขึ้นไลน์ผลิตในเมืองไทย และสามารถคงระดับยอดขายที่ดีมาอย่างต่อเนื่องจวบจนถึงรุ่นปัจจุบัน เจนเนอเรชั่น ที่ 5 ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อปีที่ผ่านมา และโดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล ทางฮอนด้า ได้วางตำแหน่งไว้เป็นรุ่นท็อปที่ขับเคลื่อน 4 ล้อ และรองท็อปขับเคลื่อน 2 ล้อเท่านั้น ที่มากับเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร 4 สูบเทอร์โบคอมมอนเรล ให้กำลังสูงสุด 160 แรง ม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ซึ่งในส่วนของระบบเกียร์นั้นเป็นแบบเกียร์ไฟฟ้าไม่มีคันเร่ง แต่จะกลายมาเป็นปุ่มสำหรับการกดเปลี่ยนแทนโดยมีตัวอักษร P,R,N และ D เป็นปุ่มเพื่อการเลือกเข้าเกียร์ที่ถูกต้อง ส่วนการจอดขวางรถคันอื่นนั้นสามารถทำได้เพียงปลดล็อคเกียร์ผ่านทางช่องพิเศษที่อยู่ตรงคอนโซลกลาง เพื่อให้สามารถขยับรถได้ เบาะนั่งเป็นแบบ 7 ที่นั่ง และเบาะนั่งแถวที่ 3 สามารถพับให้เรียบไปกับพื้น เพิ่มเนื้อที่ในการเก็บสัมภาระได้โดยสะดวกพร้อมกับการเสริมแผ่นรองขนาดเล็กช่วยให้การเก็บของได้อรรถ ประโยชน์มากขึ้น เป็นจุดเด่นอีก 1 อย่างของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี โฉมนี้ อุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆที่ให้มานั้นจัดว่าครบครันต่อการใช้งาน โดยเฉพาะช่องต่อ USB และที่ชาร์จไฟเพียงพอต่อการใช้งาน พร้อมกับระบบเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้และรุ่นรองท็อปจะเป็นหน้าจอขนาด 5 นิ้วส่วนรุ่นท็อปอย่างคันนี้จะเป็นหน้าจอขนาด 7 นิ้วรองรับ Apple Car Play ซึ่งการใช้งานนั้นง่าย หน้าจอสัมผัสตอบสนองไวทันใจระบบพวงมาลัยมาพร้อมกับลูกเล่นครบครันหน้าจอแสดงผลการขับขี่ตัวใหญ่และแสดงผลที่ครบถ้วนดูง่ายสบายตาพร้อมฟังค์ชั่น เวลากดให้สัญญาณเลี้ยวซ้าย ภาพด้านข้างซ้ายมือของรถจะปรากฎที่หน้าจอทันที เช่นเดียวกับกล้องมองหลังที่แสดงบนหน้าจอกลางพร้อมเส้นวัดระยะช่วยเสริมด้านความปลอดภัยได้เป็นอย่างดีลูกเล่นครบที่ไม่น้อยหน้ารถยุโรปเลยทีเดียว ฮอนด้า ซีอาร์-วี เจนเนอเรชั่นที่ 5 นี้ได้รับการประกาศให้เป็นรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปีจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยประจำปี 2017 ด้วยคะแนนเหนือคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน สรุปสั้นๆสำหรับการขับขี่ในครั้งนี้ต้องบอกว่า ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดีเซล ขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบ ช่วงล่างให้ความนุ่มนวล เกาะถนนหนึบ มั่นใจ เบาะนั่งสะดวกสบายทั้งหน้าหลังและสามารถพับเก็บได้ในเรื่องของการเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระสร้างความมั่นใจในการหยุดอย่างฉับพลันด้วยระบบเบรคที่หนึบอัตราการบริโภคน้ำมันที่มีตัว เลขเฉลี่ยอยู่ที่ 16-17 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าทำได้ดีสำหรับเครื่องยนต์ดีเซลจนน่าประทับใจ ไร้เสียงรบกวนจากภายนอก เมื่อใช้ความเร็วอยุ่ในระดับความเร็วมาตราฐานตั้งแต่ 100 ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะมีเพียงเสียงลมและยางที่บดพื้นผิวถนนเวลาเจอรอยต่อของถนน ที่จะเริ่มดังเมื่อใช้ความเร็วเกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งเป็นปกติของรถเครื่องยนต์ดีเซล แต่ถ้าเปิดเพลงฟังก็ไม่มีปัญหา การนั่งของผู้โดยสารด้านหลัง แถว 2- 3 ก็สมกับการที่เป็นรถครอบครัว การตอบสนองของเกียร์นุ่มนวล ไม่กระชากจนไม่รู้สึกถึงจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ โดยสามารถปรับโหมดเป็นสปอร์ตเพื่อความกระฉับกระเฉงในการขับ การใช้เกียร์อัตโนมัติรูปแบบใหม่ช่วงแรกที่ยังไม่คุ้นชินจะมีความสับสนอยู่บ้าง แต่เมื่อคุ้นชินแล้วกลับให้ความสะดวกสบายในการใช้งาน สามารถปรับโหมดเป็น Sport เพื่อความกระฉับกระเฉงในการขับที่มากขึ้น ฟังก์ชั่นเปิดปิดฝากระโปรงท้ายจัดเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ที่สามารถเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายด้วยการแตะโดยไม่ต้องใช้มือแตะใดๆแค่พกกุญแจไว้ที่ตัวก็เพียงพอ เรียกว่าลูกเล่นครบถ้วนไม่แพ้รถยุโรป สำหรับครอบครัวขนาด 6-7 คน ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด เพราะสามารถใช้งานได้ประโยชน์ที่สุด ทั้งความกว้างของห้องโดยสาร การขับขี่ที่เน้นเรื่องของความประหยัด ในการเดินทางไกลๆที่ได้ทั้งความสบายและเรื่องของความอเนกประ สงค์ครบครัน จัดเป็น SUV เครื่องยนต์ดีเซลที่สุดคุ้มและคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปค๊ะ.......ดูเพิ่มเติมได้ที่ www.gpssentangfocus.com #ฮอนด้าซีอาร์วีดีเซล #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทย #Honda #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Buriram Marathon 2020
“แมทธิว ดีน” นำทัพศิลปินดาราร่วมวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน 2020” เชื่อมั่นมาตรฐานระดับโลกจะช่วยสร้างสถิติใหม่ฮาล์ฟมาราธอนให้ตัวเอง ความเคลื่อนไหวงานวิ่งระดับโลก “บุรีรัมย์ มาราธอน 2020 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” สนามฟูลมาราธอน ระดับบรอนซ์เลเบิลแห่งแรกของเมืองไทย ที่ได้รับการรับรองโดยสหพันธ์กรีฑานานาชาติ ภายใต้แนวคิด “YOUR ULTIMATE DESTINATION-สวรรค์ของนักวิ่ง” ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 1,650,000 บาท ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ระหว่างวันที่ 8-9 กุมภาพันธ์ 2563 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยมีนักวิ่งร่วมงานกว่า 30,000 คน ในปีนี้นอกจากจะมีทัพนักวิ่งระดับอีลีทจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขันมากขึ้นแล้ว ยังมีคนบันเทิงสมัครเข้าร่วมวิ่งจำนวนมาก ได้แก่ แมทธิว ดีน, คู่รักสายฮา แหม่ม สุริวิภา- บ๊อบบี้ และ “ลิฟท์ สุพจน์ -หญิง นราวัลย์ ฯลฯ ต่างยอมรับว่า เป็นการแข่งขันที่สร้างความประทับใจให้กับนักวิ่ง ทำให้แต่ละปีมีนักวิ่งหน้าเก่าที่เหนียวแน่นและนักวิ่งหน้าใหม่เข้าร่วมงานเพิ่มมากขึ้น ล่าสุด แมทธิว ดีน ฉันทวานิช นักแสดงและพิธีกรชื่อดัง เผยว่าตัวเองรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่ได้ลงสมัครวิ่งในรายการนี้เป็นครั้งแรก โดยจะลงชิงชัยในระยะทางฮาล์ฟ มาราธอน 21.1 กิโลเมตร “ปีนี้เป็นครั้งแรกที่ผมได้สมัครลงวิ่งในรายการบุรีรัมย์ มาราธอน ก่อนหน้านี้ผมได้ยินเรื่องเล่าจากเพื่อนๆ ที่เคยมาวิ่งรายการนี้ว่าเป็นสนามที่น่าวิ่งมากที่สุดของเมืองไทย เพราะมีมาตรฐานการจัดงานและเส้นทางวิ่งที่ดีระดับโลก ปีนี้เป็นปีแรกที่บุรีรัมย์ มาราธอน ได้การรับรองให้เป็น Thailand’s First Bronze Label in FULL MARATHON จึงต้องเพิ่มความน่าสนใจกันมากขึ้น นอกจากนี้นักวิ่งที่มาวิ่งยังจะได้รับกำลังใจจากกองเชียร์ซึ่งเป็นชาวบ้านในจังหวัดบุรีรัมย์ตลอดเส้นทาง รวมถึงยังมีเฟสติวัล ขายสินค้าและอาหารมากมาย ที่สำคัญไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้ลงไปสัมผัสทั้ง 2 สนามระดับโลก โดยออกสตาร์ทที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิตที่ใช้แข่งขันโมโตจีพี และเข้าเส้นชัยได้สัมผัสความยิ่งใหญ่ของสนามช้างอารีนา ถิ่นเหย้าของสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด ผมจึงรู้สึกตื่นเต้นและได้รวมตัวกับเพื่อนๆ อีก 10 กว่าคนมาลงสมัครในปีนี้” นักแสดงลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย วัย 41 ปี กล่าวต่อว่า ตนเองได้ฝึกซ้อมมาอย่างเต็มที่ “ปกติก็วิ่งเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ส่วนมากจะชอบวิ่งระยะ 10 กิโลเมตรมากกว่า นานๆจะลงฮาล์ฟมาราธอนสักครั้ง แต่ที่ตัดสินใจลงวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนในครั้งนี้ก็เพราะว่า อยากจะสัมผัสกับวิถีชีวิต ผู้คน บ้านเรือน และความเป็นบุรีรัมย์อย่างเต็มที่ และการที่สนามวิ่งได้มาตรฐานระดับสากลทั้งเส้นทางวิ่งที่ไม่เหมือนใคร, การจับเวลา, การปิดการจราจร 100% อย่างแท้จริง และการจัดการต่างๆ ผมจึงมั่นใจว่าจะสามารถทำสถิติใหม่ของตัวเองได้ที่สนามแห่งนี้ และเวลาที่ทำได้ก็จะถือเป็นเวลาที่ได้มาตรฐานระดับสากลสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นทางการ” แมทธิว ทิ้งท้ายว่าในครั้งต่อไปจะชวนภรรยาสาว “ลีเดีย” ศรัณย์รัชต์ ดีน มาร่วมวิ่งแน่นอน ซึ่งปีนี้ฝ่ายหญิงมาด้วยไม่ได้เพราะติดภารกิจต้องดูแล “น้องเดมี่” ลูกสาวคนเล็ก “ผมเชื่อว่าการลงวิ่งบุรีรัมย์ มาราธอน ในครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์สุดพิเศษมากมายแน่นอน และครั้งต่อไปจะชวนภรรยาและเพื่อนๆ มาร่วมวิ่งให้มากยิ่งขึ้น” ทั้งนี้ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2020 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” มีความโดดเด่นในเรื่องของเส้นทางการวิ่งอย่างมาก ทุกระยะของเส้นทางจะตัดผ่านอารยธรรมทุกช่วงสมัยของจังหวัดบุรีรัมย์ ทั้งในปัจจุบันและเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ รวมถึงขนบธรรมเนียมวัฒนธรรมต่างๆ สอดคล้องกับนโยบาย “สปอร์ต ทัวริซึม” ของรัฐบาลไทย ที่ต้องการผสานกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยวเพื่อสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในแต่ละภูมิภาคของไทย การจัดงานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากภาคเอกชนอย่างมากมายนำโดยเครื่องดื่มตราช้าง บริษัท ไทยดริ้งค์ จำกัด, บริษัท ฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด, บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) , บริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด, บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด, บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ซีพีแรม จำกัด, บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), บริษัท วอริกซ์ สปอร์ต จำกัด, บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เป็นต้น สำหรับ “บุรีรัมย์ มาราธอน 2020 พรีเซนเต็ดบาย เครื่องดื่มตราช้าง” ในปีนี้จะแข่งขัน 2 วัน โดยวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ระยะฟันรัน 4.554 กิโลเมตร ส่วนวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 จะออกสตาร์ทจากสนามแข่งรถ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และเข้าเส้นชัยสนามฟุตบอลช้างอารีน่า แข่งขันทั้งสิ้น 3 ระยะทาง ได้แก่ ระยะมาราธอน 42.195 กิโลเมตร โดยเป็นปีแรกที่เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดลำดับรุ่นอายุในระยะมาราธอน ที่เรียกว่า AbbottWMM Wanda Age Group Ranking ซึ่งจัดโดย Abbott World Marathon Majors ทำให้นักวิ่งที่ในระยะมาราธอนมีสิทธิ์ไปวิ่งในรายการ WORLD MARATHON ได้ (ลอนดอนมาราธอน) , ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กิโลเมตร, ระยะมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.burirammarathon.com และ www.facebook.com/bru.marathon #บุรีรัมย์มาราธอน2020 #BuriramMarathon2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- "Pioneer" Introduces 4 DMH-Z Series Car TVs and Smart Unit Receiver Special Models
“ไพโอเนียร์” เปิดตัวจอทีวีติดรถยนต์ DMH-Z Series 4 รุ่น และรุ่นพิเศษ Smart Unit Receiver ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ไม่พลาดทุกการเชื่อมต่อ บริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำตลาดความบันเทิงติดรถยนต์คุณภาพ ระดับโลก จัดงานแถลงข่าว เปิดตัวจอทีวีติดรถยนต์ Car Infotainment แห่งปี 2020 เครื่องเล่นพร้อมจอติดรถยนต์มัลติมีเดียรุ่นใหม่ล่าสุด DMH-Z Series 4 รุ่น และรุ่นพิเศษ Smart Unit Receiver ยกระดับประสบการณ์การใช้งานแอพพลิเคชันโปรดภายในรถยนต์ ที่นำเทคโนโลยีการใช้งานแอพพลิเคชันสุดฮิตมาไว้ในจอติดรถยนต์ ครั้งแรกกับฟังก์ชันการใช้งาน ที่สะดวกง่ายดาย ไม่ซับซ้อนผสานกับคุณภาพระดับโลกได้อย่างลงตัว ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคดิจิทัลทั้งภายในและนอกรถยนต์ และผู้ชื่นชอบความบันเทิงเหนือระดับ มร.ไดสุเกะ ทาเคคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนียร์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่จะได้มาแนะนำจอติดรถยนต์มัลติมีเดีย Smart Unit Receiver รุ่นใหม่ล่าสุด ด้วยหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ที่เป็นการจับคู่ของรุ่น SDA-835TAB และรุ่น SPH-T20BT ที่ใช้ระบบปฎิบัติการ Android 9 เครื่องแรกที่ผ่านการรับรองจาก Google และยังสามารถอัปเดตระบบปฎิบัติการได้ทุกเมื่อ อีกทั้งยังสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่าง YouTube, Netflix, Line และ Facebook จาก Google Play ยังไม่รวมแอพพลิเคชั่นพื้นฐานอย่าง Google Map ยิ่งไปกว่านั้นไพโอเนียร์ยังเปิดตัวจอติดรถยนต์ DMH-Z Series อีก 4 รุ่น ที่มีคุณสมบัติที่น่าสนใจ โดยรุ่น DMH-ZF9350BTและ DMH-ZS9350BT มาพร้อมกับหน้าจอ 9 นิ้ว ในขณะที่ DMH-Z6350BT และ DMH-Z5350BT มาพร้อมกับหน้าจอ 6.8 นิ้ว ที่มีฟีเจอร์ Apple Car Play, Android Auto และ Web Browser” สำหรับในปีนี้ ไพโอเนียร์ เปิดตัวจอทีวีติดรถยนต์ Smart Unit Receiver หน้าจอขนาด 8 นิ้ว มีความพิเศษตรงหน้าจอที่สามารถถอดออกจากตัวเครื่องเล่นเพื่อนำไปใช้งานได้ทั้งในบ้าน รถยนต์ หรือแม้กระทั่งในสำนักงาน โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีการใช้งานแอพพลิเคชันในรถยนต์แบบเหนือระดับเพื่อตอบสนองทุกความต้องการ ให้ทุกคนเพลิดเพลินไปกับเทคโนโลยี อาทิ รับชม YouTube หรือใช้งานแผนที่นำทางอย่าง Google Map รวมถึงสตรีมมิ่งแพลตฟอร์มชื่อดังอย่าง Netflix, Spotify และอีกหลากหลายแอปพลิเคชันผ่านระบบปฏิบัติการ Android ลิขสิทธ์แท้บน Google Play มากไปกว่านั้นจอทีวีพร้อมเครื่องเล่นของไพโอเนียร์ ผลิตภายใต้มาตรฐาน In-Car Specification รองรับการใช้งานภายใต้สภาวะที่อุณหภูมิสูงหรือแรงสั่นสะเทือนจากการขับขี่ได้อย่างราบรื่น รวมถึงคุณภาพเสียงระดับโลกตามมาตรฐานไพโอเนียร์ ซึ่งทำให้ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่รถยนต์ สนุก ปลอดภัย และสะดวกสบายกว่าเดิม อีกหนึ่งความน่าสนใจจาก DMH-Z Series ทั้ง 4 รุ่น ได้แก่ 1) รุ่น DMH-ZF9350BT หน้าจอขนาด 9 นิ้ว แบบลอยตัว 2) รุ่น DMH-ZS9350BT หน้าจอขนาด 9 นิ้ว แบบ Built-in 3) รุ่น DMH-Z6350BT หน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว แบบเครื่อง 2 Din ตัวเครื่องสั้น และ 4) รุ่น DMH-Z5350BT หน้าจอขนาด 6.8 นิ้ว แบบ 2 Din ซึ่งเป็นครั้งแรกของไพโอเนียร์ในประเทศไทยที่จอติดรถยนต์มีขนาดหน้าจอถึง 9 นิ้ว โดยมาพร้อมกับฟังก์ชัน ที่ตอบโจทย์ความต้องการได้ทุกระดับอย่างจากฟีเจอร์ใหม่ Web Browser ที่จะทำให้คุณเข้าถึง YouTube, Netflix , Spotify, Google Map อย่างง่ายดาย อีกทั้งคุณภาพเสียงระดับ Hi-Res Audio และองค์ประกอบภาคขยายเสียงระดับ Audiophile Grade ทำให้ลูกค้าได้รับคุณภาพของภาพและเสียงระดับพรีเมี่ยม นอกจากนี้ด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่ง่ายและสะดวกสบาย ลดความตึงเครียดจากสภาวะปัญหาการจราจร บนท้องถนน ทำให้การเดินทางของคุณเป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลาย มีความสุข ถือเป็นการผสานความสะดวกในการใช้งานควบคู่กับคุณภาพเหนือระดับได้อย่างลงตัว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ไพโอเนียร์ โทร. 02-717-0300 หรือ Line @pioneerth, เว็บไซต์ www.pioneer-thailand.com, เฟซบุ๊คแฟนเพจ Pioneer Electronics Thailand และ YouTube Channel: Pioneer TH หรือ ไมโครโซต์ Pioneer Certified Installer www.pioneerpci.com #ไพโอเนียร์ #Pioneer #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Moto GP"OR Thailand Grand Prix 2020"
กกท.-พันธมิตร พร้อมลุย “โมโตจีพี” ปี 3 มั่นใจมาตรฐานสูงสุด ครองใจผู้ชมทั่วโลก การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชนเดินหน้าจัดเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขันศึกมอเตอร์สปอร์ตอันดับหนึ่งของโลก โมโตจีพี รายการ“โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020” ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในสนามที่ 2 ระหว่างวันที่ 20-22 มีนาคม 2563 ที่สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ จัดประชุมซักซ้อมความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ยอมรับโจทย์ของการทำงานปีนี้หนักขึ้น ทั้งอากาศที่ร้อนและการแข่งขันที่เร็วขึ้น คณะทำงานต้องทำงานอย่างหนัก เพื่อให้เป็นโมโตจีพีที่ดีที่สุด !! ด้วยมาตรฐานการจัดการสูงสุดและความร่วมแรงร่วมใจ เชื่อว่าจะสามารถครองใจผู้ชมจากทั่วโลกและดึงดูดผู้ชมให้หลั่งไหลเข้ามาชมมากขึ้น สามารถรักษาแชมป์สนามที่มีผู้ชมสูงสุดอีกครั้งเป็นปีที่ 3 แน่นอน วันที่ 28 ม.ค. ที่สโมสรราชพฤกษ์ ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมการจัดการแข่งขัน โมโตจีพี รายการ “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2020” โดยมีตัวแทนภาครัฐและเอกชน คณะทำงานจาก การกีฬาแห่งประเทศไทย ผู้สนับสนุนหลัก อย่าง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน), เครื่องดื่มตราช้าง, รถจักรยานยนต์ฮอนด้า, รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า, สายการบินแอร์เอเชีย, ธนาคารไทยพาณิชย์, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท แพลนบี มีเดีย, บริษัทแกร๊บ แท็กซี่ หน่วยงานภาครัฐ ผู้สนับสนุนรายย่อยและผู้ประกอบการร้านค้าต่างๆ เข้าร่วมประชุมกว่า 150 คน นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ กล่าวว่า ขณะนี้การเตรียมจัดการแข่งขันมีความคืบหน้าไปด้วยดี ทุกฝ่ายเร่งเตรียมความพร้อมด้านต่างๆ ผลักดันและยกระดับมาตรฐานการจัดการแข่งขันให้ยั่งยืนตามมาตรฐานสากล การกีฬาแห่งประเทศไทยขอขอบคุณภาครัฐและเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของประเทศอีกครั้ง เพราะการจัดงานกีฬาระดับ World Event เช่นนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งเหล่าอาสาสมัครจิตอาสาชาวบุรีรัมย์ที่เข้ามาพร้อมกับหัวใจที่จะดูแลแฟนมอเตอร์สปอร์ต เติมเต็มให้งานสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นในทุกด้าน” “ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ปีแรกเราได้รับรางวัลการจัดงานโมโตจีพีที่ดีที่สุด โดยประเทศไทยทำสถิติผู้ชมสูงสุดในโลกติดต่อกันทั้งสองปี โดยปี 2019 ยอดผู้ชมงาน สูงสุดกว่า 226,655 คน สำหรับปีนี้คาดว่าความนิยมจะเพิ่มสูงขึ้น โดยยอมรับว่า มีความยากของงานมากขึ้น เนื่องจากปีนี้ขยับมาแข่งขันเร็วขึ้น มีเวลาเตรียมงานน้อยลง และอยู่ในช่วงอากาศที่ร้อนขึ้น เป็นโจทย์ให้กับคณะทำงาน ทำงานหนักขึ้น ให้งานในปีนี้ออกมาดีที่สุดและพร้อมที่สุด เพื่อให้ครองใจคนทั่วโลก สำหรับการประชุมครั้งนี้ จึงเป็นซักซ้อมความเข้าใจและการเตรียมงานด้านต่างๆในปี 2563 ให้กับทุกภาคส่วน ร่วมแรงร่วมใจกันในการรองรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตนับแสนคนที่จะหลั่งไหลเข้ามา ได้แก่ ตารางการแข่งขัน, การเตรียมการรองรับอากาศที่ร้อนขึ้น เช่น พัดลมไอน้ำ, เต้นท์, จุดบริการน้ำดื่มที่เพิ่มขึ้น รวมทั้ง แผนผังการเดินรถ, จุดจอดรถ, จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม, รถรับส่งทั้งภายในและนอกสนาม, จุดพยาบาล โดยนำบทเรียนที่ผ่านมา ปรับสู่มาตรฐานการจัดงานที่สูงสุด เชื่อว่าประเทศไทยจะรักษาแชมป์ สนามที่มีผู้ชมสูงที่สุดของฤดูกาล 3 ปีติดต่อกันได้สำเร็จอย่างแน่นอน” นาย ตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า นอกจากเกมส์การแข่งขันที่เช้มข้นในสนามแล้ว ซึ่งไฮไลท์ปีนี้อยู่ “อเล็กซ์ มาร์เกซ” ที่ซึ่งมาร่วมทีมกับเรปโซล ฮอนด้า สร้างประวัติศาสตร์นักแข่งพี่น้องคู่แรกที่ลงแข่งในทีมเดียวกันในประวัติศาสตร์โมโตจีพี รวมทั้ง 2 นักแข่งไทย ได้แก่ ก้อง “สมเกียรติ จันทรา” จากเอ.พี.ฮอนด้า ลงแข่ง Moto2 เต็มฤดูกาล และ ในการแข่งขันสนามที่ 2 “เขมินทร์ คูโบะ”จากไทยยามาฮ่า ได้รับสิทธิ์ไวด์การ์ด ลงแข่งในฐานะตัวแทนนักบิดของไทย ทั้งนี้ ภาคความบันเทิงสำหรับแฟนโมโตจีพีปีนี้ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน เราได้เตรียมศิลปินดังชื่อ พร้อมกิจกรรมมากมายตลอด 3 วันเต็ม เชื่อว่า กิจกรรมปีนี้จะยิ่งใหญ่และจัดเต็มกว่าที่เคย ประเดิมด้วย ช้าง มิวสิค คอนเน็กชั่น กับคอนเสิร์ตศิลปินระดับตำนาน “คาราบาว” , วงร็อคระดับแถวหน้าของวงการ “สล็อต แมชชีน” และปิดท้ายความมันส์ด้วยคอนเสิร์ตสุดมันส์ของ แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก (แจ๊ส ชวนชื่น) รวมถึงศึกมวยไทยวิถีอีสานใต้ ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในปีที่ผ่านมามีแฟนมวยให้ความสนใจแห่ชมกว่าสองหมื่นคน ในปีนี้ได้ พร้อมยอดมวยดังไทยแห่งยุคมาให้ชมกัน นำโดย รถถัง จิตรเมืองนนท์ นอกจากนี้ยังมีโซนกิจกรรม “โออาร์ ไทยแลนด์ กรังปรีซ์ เอ็กซ์โป” ซึ่งจัดเต็มตลอดสุดสัปดาห์ ไปด้วยพาวิลเลียนขนาดยักษ์ ที่นำเสนอกิจกรรมที่น่าสนใจจากภาครัฐและเอกชน, Meet & Greet นักบิดระดับโลกจากค่ายรถจักรยานยนต์ รวมทั้งร้านค้าต่างๆ มากกว่า 100 ร้าน ทั้งนี้ แฟนความเร็วที่สนใจ ยังพอมีบัตรชมการแข่งขันให้จับจอง ซื้อบัตรได้ที่ ร้าน 7-Eleven ทั่วประเทศ และ www.allticket.com #MotoGP #ORThailandGrandPrix2020 #โออาร์ไทยแลนด์กรังด์ปรีซ์2020 #โมโตจีพี #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- SIMME DARBY MOTORS ROADSHOW 2020
กลุ่มบริษัทไซม์ ดาร์บี้ ยกทัพยนตรกรรมในเครือฯ ทั้ง บีเอ็มดับเบิลยู ฟอร์ด มาสด้า ยึกพื้นที่เซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต จัด Sime Darby Motors Roadshow 2020 พร้อมจัดโปรโมชั่นพิเศษ ฉลองเทศกาลตรุษจีน แจกหนักลุ้นอังเปาและของรางวัลมากหมาย พบโปรโมชั่นลุ้นรับอังเปาชั้นที่2 อาทิเช่น ไอโฟน 11, สมาร์ททีวี, จี้ทองคำมงคล, พิเศษก่อนใครให้ลูกค้าที่ซื้อรถในงาน จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 22-28 มกราคม 63 ณ ลานกิจกรรมชั้น 1 ศูนย์ การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เวสต์เกต #ไซม์ดาร์บี้ #SimeDarbyMotorsRoadshow2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com
- Chinese New Year, Yaowarat 2020
สุดอลังการ 19 ปี จากอีซูซุ"มังกรทองเฉลิมพระเกียรติ"ตรุษจีนเยาวราช 2563 บริษัท ตรีเพชร อีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมกับกรุง เทพมหานคร ,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท ) นำ"มังกรทองเฉลิมพระเกียรติ"ที่สวย งามและยาวถึง 84 เมตรร่วมงานเทศกาลตรุษจีนเยาวราช 2563 เพื่อเสริมสิริมงคลในปีนัก ษัตร"หนูทอง"ในการแสดงประกอบแสงสีเสียงที่ตระการตาโดยใช้ชื่อชุดว่า"5 พลานุภาพ.... พลิกโลก หัวใจมังกร" ให้ประชาชนได้สัมผัสเพื่อรับพลังอำนาจแห่งพญามังกรทองอีซูซุ การแสดงโชว์ของมังกรทองเฉลิมพระเกียรติซึ่งออกแบบโดยบริษัทตรีเพชรอีซูซุเซลส์จำกัด เป็นมังกรเชิดที่สวยงามมีรูปแบบของมังกรตามคติโบราณที่ได้รวบรวมบันทึกไว้ในคัมภีร์ต่างๆของจีนอย่างเคร่งครัดเป็นมังกรห้าเล็บ โดยมีลักษณะสำคัญของสัตว์ 9 ชนิดได้แก่ หัวคล้ายอูฐ ซึ่งมีหนวดเครายาว สองข้างริมฝีปากล่างมีหนวด ลิ้นแหลมคมเหมือนดาบ ตาเหมือนกระ ต่าย เขาเหมือนกวาง หูเหมือนวัว คอเหมือนงูท้องเหมือนกบ ลำตัวมีเกล็ดแบบปลา มีครีบตลอดแนวสันหลังขาและกรงเล็บเหมือนเหยี่ยวฝ่าเท้าเหมือนเสือและหางเหมือนปลาบางชนิด ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งคือเป็นมังกรห้าเล็บ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของมังกรเสริมบารมีขององค์จักรพรรดิ์ และแต่งเติมภาพลักษณ์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นอาทิ ส่วนหัวและเขี้ยวมังกรจะแต่งเติมความสวยงามด้วยคริสตัลที่ระยิบระยับประ ดุจเพชร ดวงตาให้แสงเจิดจรัสดังพระเมตตาสู่ประชาชนทั่วหล้า ส่วนลำตัวมีสีเงินและสีทอง ประหนึ่งความเจริญรุ่งเรืองทั่วทุกอณูของเผ่นดินไทย เป็นที่ตื่นตาตื่นใจแก่ประชาชนที่มาร่วมงานบนถนนเยาวราชในเทศกาลตรุษจีนปี 2563 ตลอดเส้นทางจากซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติเขตสัมพันธวงศ์ โดยมีพลตำรวจเอก"อัศวิน ขวัญเมือง "ผู้ว่าราชการ" กรุงเทพมหานครเป็นประธานในพิธีจุดเทียนชัยถวายพระพรและกล่าวคำอวย พรชาวไทยเชื้อสายจีนเนื่องในวันตรุษจีนปี 2563 พร้อมด้วย"มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุ เชลส์ จำกัด และคุณ"ปนัดดา เจณณวาสิน" กรรมการรองผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมงาน #มังกรทองเฉลิมพระเกียรติตรุษจีน63พลานุภาพพลิกโลก #5พลานุภาพพลิกโลก #ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ #ตรุษจีนรับปีหนูทอง #ความสัมพันธ์ไทยจีน45ปี #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com











