top of page

1423 results found with an empty search

  • Miss Motor Show 2020

    “น้องแพม-สุชานุช ธรรมวงค์” คว้าตำแหน่ง Miss Motor Show 2020 บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) จัดงานประกวด “Miss Motor Show 2020” รอบตัดสิน ภายใต้คอนเซ็ปต์ Move on the Green Side ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยมี ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และประธานจัดงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 41 ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ กรรมการบริหาร / ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และรองประธานจัดงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 41 พร้อมด้วยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่บอลรูม อิมแพค เมืองทองธานีเริ่มต้นด้วยโชว์เปิดงาน “Open Up” จากผู้เข้ารอบทั้ง 25 คน โดยมี แบม ปิติภัทร และ เจิน ณิชชาพัณณ์ รับหน้าที่พิธีกร จากนั้นการแสดงจากผู้เข้าประกวดในชุด “Stop Dreaming Start Doing” และชุด “Move on the Green Side” นอกจากนั้นยังได้ศิลปินชื่อดังอย่าง แก้ม วิชญาณี และ กัน นภัทร มาโชว์พลังเสียงสุดประทับใจให้แก่ผู้ชมในงาน แล้วก็ถึงเวลาที่คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องคัดเลือกสาวเก่งเพียงหนึ่งเดียว ที่มีความเฉลียวฉลาดมากความสามารถ และมีปฏิภาณไหวพริบ เพื่อครองตำแหน่งผู้ชนะเลิศ “Miss Motor Show 2020” ผลการตัดสินผู้คว้าตำแหน่งMiss Motor Show 2020 ได้แก่ หมายเลข 24 “นางสาวสุชานุช ธรรมวงค์ หรือ แพม” สัดส่วน 33-25-35 ส่วนสูง 174 เซนติเมตร อายุ 20 ปี จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง ทั้งนี้ผู้ชนะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท มงกุฎ สายสะพาย ถ้วยเกียรติยศ รถยนต์Ford Ranger จำนวน 1 คัน, เงินรางวัล 100,000 บาท, หลักสูตรอบรมพัฒนาบุคลิกภาพ จากสถาบันพัฒนาบุคลิกภาพบาร์บิซอน มูลค่า 50,000 บาท, หลักสูตรเรียนทำผม Beginner full course จากสถาบันการสอนวิชาชีพช่างผมนารา อะคาเดมี่ มูลค่า 65,000 บาท, รางวัล Personal Makeup Course จาก Make Up Arts And Technique School และแพ็คเกจถ่ายภาพโปรไฟล์จาก Moabe Studio รวมมูลค่ำ 60,000 บาท, บัตรสมาชิกพฤกษาคลินิก Platinum มูลค่า 100,000 บาท, บัตรกำนัลห้องพัก Blissfully Green Villa 3 วัน 2 คืน จาก Cher Resort มูลค่า 25,000 บาท พร้อมดำรงตำแหน่ง “ทูตประชาสัมพันธ์” ให้กับงาน “Bangkok International Motor Show” ครั้งที่ 41 ระยะเวลา 1 ปีรวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท สำหรับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ได้แก่ นางสาวอิสริยาภรณ์ ถมยางกูร หรือ อ๋อมแอ๋ม อายุ 22 ปี จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น พร้อมรับสายสะพาย ถ้วยรางวัลประจำตำแหน่ง รถจักรยานยนต์ยามาฮา 1คัน เงินรางวัล 70,000 บาท และของรางวัลจากผู้สนับสนุน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ นางสาวปทิตญา โทสันทัด หรือ อาย อายุ 21 ปี จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมรับสายสะพาย ถ้วยรางวัลประจำตำแหน่ง เงินรางวัล 60,000 บาท และของรางวัลจากผู้สนับสนุน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 ได้แก่ นางสาวบัณฑายมาศ ยอดเจริญ หรือ ใบตอง อายุ 20 จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมรับสายสะพาย ถ้วยรางวัลประจำตำแหน่ง เงินรางวัล 40,000 บาท และของรางวัลจากผู้สนับสนุน รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 4 ได้แก่ นางสาวภัชชญานันธ์ กาบนันทา หรือ ไข่มุก อายุ 22 ปี จากมหาวิทยาลัย ม.หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ พร้อมรับสายสะพาย ถ้วยรางวัลประจำตำแหน่ง เงินรางวัล 30,000 บาท และของรางวัลจากผู้สนับสนุน สุดท้ายรางวัลพิเศษ Miss Congeniality ได้แก่ นางสาว จิตตพิศุทธิ์ กรรณวัฒน์ หรือ แองจี้อายุ 20 ปี จากมหาวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมรับสายสะพาย ถ้วยรางวัลประจำตำแหน่ง เงินรางวัล 20,000 บาท และของรางวัลจากผู้สนับสนุน #MissMotorShow2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Thai Smile is a Connecting Partner With the Alliance Alliance flying group

    ไทยสมายล์เข้าร่วมเป็น Connecting Partner กับกลุ่มพันธมิตรการบินสตาร์ อัลไลแอนซ์ กลุ่มพันธมิตรการบินสตาร์ อัลไลแอนซ์ ต้อนรับสายการบิน ไทยสมายล์เข้าร่วมเป็น Connecting Partner รายล่าสุด พิธีประกาศอย่างเป็นทางการพร้อมโชว์การแสดงนาฏศิลป์ไทยจากลูกเรือของไทยสมายล์ เพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสสำคัญ ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย โดยมีนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และตัวแทนสายการบินพันธมิตร ให้เกียรติเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สายการบินไทยสมายล์เข้าร่วมเป็นพันธมิตร Connecting Partner รายแรกของประเทศไทยและเป็นรายที่สองของกลุ่มพันธมิตรการบินสตาร์ อัลไลแอนซ์ โดย Connecting Partner Model เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 โดยอนุญาตให้สายการบินเชื่อมโยงกับเครือข่ายกลุ่มพันธมิตรการบินสตาร์ อัลไลแอนซ์ โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ ทั้งนี้ สายการบินไทยสมายล์ให้บริการเที่ยวบินมากกว่า 396เที่ยวบินต่อสัปดาห์สู่ 32 จุดหมายปลายทางใน 9 ประเทศและภูมิภาคต่างๆ ในฐานะพันธมิตร Connecting Partner ไทยสมายล์จะช่วยเพิ่มจุดหมายปลายทางใหม่ๆ ที่มีศักยภาพและน่าสนใจได้อีกถึง 11 จุดบิน ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผู้โดยสารที่มีแผนการเดินทางแบบใดก็ตาม รวมถึงการเชื่อมต่อระหว่างสายการบินสมาชิกสตาร์ อัลไลแอนซ์ และสายการบินไทยสมายล์ในการจองเดียวกัน จะได้รับสิทธิประโยชน์ อาทิ ผู้โดยสารสามารถเช็คอินจากต้นทางและรอรับสัมภาระที่ปลายทาง (through check-in) นอกจากนี้ ลูกค้าที่ถือบัตรเงิน และบัตรทอง Star Alliance ในโปรแกรมสะสมไมล์ของสายการบินสมาชิกสตาร์ อัลไลแอนซ์จะได้รับสิทธิพิเศษอีกมากมายโดยปัจจุบันมีสายการบินที่ร่วมให้สิทธิพิเศษบนเที่ยวบินเชื่อมต่อระหว่างสายการบินไทยสมายล์ และสายการบินพันธมิตร ดังนี้ สายการบินออสเตรีย สายการบินลุฟต์ฮันซา สายการบินสวิส และการบินไทย อีกทั้ง สายการบินไทยสมายล์ตั้งเป้าหมายที่จะร่วมมือกับสายการบินสมาชิกอื่นๆ ในอนาคต เจฟฟรีย์ โกห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มพันธมิตรการบินสตาร์ อัลไลแอนซ์ เซอร์วิสเซส จีเอ็มบีเอช กล่าวว่า “Connecting Partner Model ของกลุ่มพันธมิตรเครือสตาร์ อัลไลแอนซ์ เปิดตัวเมื่อสามปีก่อน เพื่อนำเสนอแนวทางที่น่าสนใจในการเชื่อมโยงกับเครือข่ายพันธมิตรทั่วโลกของเราให้แก่สายการบินประจำภูมิภาค โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบ ซึ่งเรายังคงเดินหน้าต่อยอดโมเดลดังกล่าว เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกในการเดินทางมากขึ้น วันนี้ ผมยินดีต้อนรับสายการบินไทยสมายล์ในฐานะพันธมิตร Connecting Partner ของสตาร์ อัลไลแอนซ์ ซึ่งลูกค้าในภูมิภาคเอเชียจะได้รับประโยชน์จากการเชื่อมต่อที่มากขึ้นและบริการที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น” นางชาริตา ลีลายุทธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้นับเป็นก้าวย่างที่สำคัญของสายการบินไทยสมายล์ ซึ่งเรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตร Connecting Partner อันเป็นการเพิ่มคุณค่าอย่างมหาศาลให้แก่ลูกค้าและภูมิภาคที่เราให้บริการ ซึ่งหากมองในเชิงกลยุทธ์แล้วถือเป็นการวางตำแหน่งให้ไทยสมายล์กลายเป็นผู้ประกอบการรายสำคัญในภูมิภาคนี้”“เรามีความมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ยอดเยี่ยมให้แก่นักเดินทางคนรุ่นใหม่ในราคาที่คุ้มค่า พร้อมการเชื่อมต่ออย่างราบรื่นไร้รอยต่อกับบริษัทแม่ของเรา คือ การบินไทย (THAI) ซึ่งเป็นสมาชิกสตาร์ อัลไลแอนซ์เช่นกัน ทั้งนี้ เรายังคงมุ่งเน้นที่การเสริมสร้างเครือข่ายเส้นทางของการบินไทยอย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น” นางชาริตา กล่าวเสริม นายสุเมธ ดำรงชัยธรรม กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)แสดงความยินดีกับสายการบินไทยสมายล์และกล่าวว่า การเข้าร่วมเป็นพันธมิตร Connecting Partner กับสตาร์ อัลไลแอนซ์จะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของสายการบินไทยสมายล์ ทำให้เป็นที่รู้จักในตลาดต่างประเทศมากมากขึ้นซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกระทรวงคมนาคมในการเชื่อมโยงประเทศไทยกับนานาอารยประเทศ ด้วยความเป็นเลิศด้านบริการและบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง ไทยสมายล์ถือเป็นสายการบินในเครือที่สร้างความภาคภูมิใจให้กับเราและช่วยสนับสนุนการบินไทย ในการแข่งขันในตลาดภูมิภาคได้ “สำหรับแผนการในอนาคตของเรา ไทยสมายล์จะได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องต่อไปในฐานะสายการบินชั้นนำระดับภูมิภาค ที่ให้บริการเที่ยวบินภายบินในประเทศแทนการบินไทย และเป็นผู้ให้บริการเที่ยวบินระบบเครือข่ายในภูมิภาค” นายสุเมธกล่าว พร้อมยืนยันอีกว่า สายการบินไทยสมายล์เป็นสายการบินที่ให้บริการ 'การต้อนรับแบบไทย' มีมาตรฐานเดียวกันกับการบินไทย สตาร์ อัลไลแอนซ์ยังคงประเมินโอกาสที่เป็นไปได้สำหรับพันธมิตร Connecting Partner ในอนาคต ซึ่งการจะเป็นพันธมิตร Connecting Partner จะต้องได้รับการประเมินอย่างรอบคอบ เพื่อให้เหมาะสมกับเครือข่าย Star Alliance ทั้งนี้ สายการบินจูนเหยา แอร์ไลน์ จากเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นสายการบินแรกที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตร Connecting Partner เมื่อเดือนพฤษภาคม 2560 #ThaiSmile #StarAlliance #ConnectingPartner #ไทยสมายล์ #สตาร์อัลไลแนซ์ #WorldTrip #www.gpssentangfocus.com

  • Toyota supports Walking-Running 2020 OLYMPIC DAY

    โตโยต้าร่วมสนับสนุน กิจกรรม เดิน-วิ่ง 2020 OLYMPIC DAY มุ่งสู่การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิก นายศุภชัย สินสุวรรณรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย พลตรีจารึก อารีราชการัณย์ รองประธานและเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และนายพิชัย ชุณหวชิร รองประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และนางปิยะดา จงพยุหะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมงานแถลงข่าวการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง 2020 OLYMPIC DAY เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 ณ ศูนย์การค้า สยามพารากอน แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาของประเทศ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบของการจัดการแข่งขันรวมไปถึงการสนับสนุนสมาคมกีฬาเพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาทีมชาติไทย ให้มีความพร้อมสำหรับการแข่งขันในทุกระดับ รวมไปถึงการแข่งขันกีฬาระดับโลก อย่างกีฬาโอลิมปิก ตลอดจนพัฒนารากฐานวงการกีฬาให้เกิดความแข็งแกร่ง รวมถึงการส่งกำลังใจให้กับนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ นายศุภชัย กล่าวว่า “และในปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ร่วมเป็นผู้สนับสนุนกิจกรรม เดิน-วิ่ง 2020 OLYMPIC DAY เป็นปีที่ 2 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมภายใต้นโยบายของเราพร้อมไปกับการให้ความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ และส่งเสริมการสร้างกระบวนการโอลิมปิกตามแนวทางนโยบายของคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) พร้อมทั้งกระตุ้นให้ประชาชนทุกเพศ ทุกวัย มีความตื่นตัวในการออกกำลังกาย ตลอดจนเสริมสร้างสุขภาพพลานามัยให้แข็งแรงสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของนักกีฬาทุกประเภท จนสามารถพัฒนาศักยภาพไปสู่ระดับสากลได้ในที่สุด และสำคัญที่สุด คือเป็นการร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเราคนไทยได้สร้าง ในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ อันเป็นการสอดคล้องกับแนวคิด Start Your Impossible แนวคิดหลัก จากการที่ บริษัท โตโยต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ ในกีฬาโอลิมปิก 2020 ซึ่งในโอกาสนี้ ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้กับกิจกรรมเดิน-วิ่ง 2020 OLYMPIC DAY ซึ่งจะจัดขึ้น ณ สนามศุภชลาศัย สนามกีฬาแห่งชาติ ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563 นี้” #OLYMPICDAY2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Yamaha celebrates 65 years

    ยามาฮ่าฉลองครบรอบ 65 ปี นำร่องช้อปปิ้งรถจักรยานยนต์ออนไลน์แบรนด์แรกของไทย มอบ ดีลสุดคุ้มคูปองส่วนลด 3,000 บาท กับ 3 รุ่น สายพันธุ์สปอร์ตพิกัด 155 ซีซี นายธนะชัย เลขวณิชกุล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดกลุ่มสินค้ารถสปอร์ต บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับนางสาวสุชาญา พาลีวงศ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ในการจับมือร่วมจัดแคม เปญใหญ่รับต้นปีกับดีลสุดคุ้ม 5 วัน ดีเดย์ Yamaha Sports Category X Shopee ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 2 มีนาคม 2563 ช้อปออนไลน์ผ่าน Shopeeใน Deals Near Me ด้วยราคา 33 บาท รับคูปองส่วนลด 3,000 บาท และดีลสุดพิเศษดีเดย์ในวันที่ 3 เดือน 3 ด้วยราคา 13 บาท รับคูปองส่วนลด 3,000 บาท สำหรับการแลกซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า สายพันธุ์สปอร์ต ได้แก่ Yamaha YZF-R15, Yamaha MT-15 และ Yamaha XSR155 โดยจำกัดสิทธิ์เพียง 200 คูปอง เท่านั้นและสามารถใช้คูปองส่วนลดได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยาน ยนต์ยามาฮ่าสแควร์ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 5 เมษายน 2563 พิเศษสุดยามาฮ่าเอาใจไบค์เกอร์สายพันธุ์สปอร์ตด้วยการใช้ดีลส่วนลด Yamaha Sports Category X Shopee นี้ร่วมกับรายการส่งเสริมการขายอื่นๆ ได้ สำหรับการลงนามความร่วมมือในแคมเปญ Yamaha Sports Category X Shopee แคมเปญใหญ่รับต้นปีในครั้งนี้มีขึ้น ณ สถาบันฝึกอบรบขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (YRA) เมื่อเร็วๆ นี้ #ยามาฮ่าฉลองครบรอบ65ปีจับมือShopee #YamahaSportsCategoryxShopee #ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ #บริษัทช้อปปี้ประเทศไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • Audi Thailand stresses its sustainable growth policy.

    อาวดี้ ประเทศไทย ย้ำชัดนโยบายเติบโตอย่างยั่งยืนเผยศักราชใหม่ รุกกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เข้มเน้นพัฒนาและเลือกรถยนต์อาวดี้รุ่นที่เหมาะสมกับประเทศไทยเป็นหัวใจสำคัญ อาวดี้ ประเทศไทย โดยบริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด เดินหน้ารุกตลาด ปี 2563 เต็มที่ เผยกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ คือกลยุทธ์หลักในการบุกตลาดปีนี้ เน้นให้ความสำคัญกับการคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับประเทศไทยเป็นหัวใจสำคัญ มั่นใจสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้กับลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดได้อย่างยั่งยืน เผยเบื้องหลังการทำงานสุดหิน เข้มข้นทุกกระบวนการ ภายใต้การสนับสนุนของ AUDI AG กว่าจะเลือกรถยนต์แต่ละรุ่นเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย ส่งผลทำให้ทุกรุ่นตอบสนองลูกค้า และการใช้งานในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัย สร้างความพึงพอใจให้ลูกค้าสูงสุด ดังนั้น หากรถยนต์อาวดี้ที่ อาวดี้ ประเทศไทย ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าและไม่ใช่เสปคของประเทศไทย จะไม่สามารถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการอาวดี้อย่างเป็นทางการได้ และไม่เข้าข่ายในการรับประกันสินค้าใดๆทั้งสิ้น นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด เปิดเผยว่า เพื่อรองรับการเติบโตของลูกค้าที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นใน ปี 2563 และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า บริษัทฯ ยังเน้นการทำงานเชิงรุก ทั้งด้านการขายและการบริการหลังการขาย ซึ่งในส่วนของการขยายตลาด บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับ กลยุทธ์การคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม รวมถึงการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นของทีมคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์กับทีมงานของAUDI AG อย่างใกล้ชิด เพื่อให้รถยนต์แต่ละรุ่นที่นำเข้ามาจำหน่ายมีสเปคที่เหมาะสม ตอบโจทย์ลูกค้า และสามารถใช้งานในประเทศไทย ซึ่งมีสภาพภูมิอากาศ, มาตรฐานไอเสียและมาตรฐานน้ำมันที่แตกต่างจากยุโรปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เป็นไปตามข้อกำหนดมาตรฐานสากล และข้อกำหนดทางมาตรฐานยานยนต์ มาตรฐานสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยของประเทศไทย “ในการพิจารณาคัดเลือก และกำหนดสเปครถแต่รุ่นที่จะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย นอกจากการพิจารณาเรื่องโอกาสทางการตลาด สิ่งสำคัญ คือ การใช้งานได้จริงในประเทศไทย รวมถึงการรองรับการบริการหลังการขาย ซึ่งมีความสำคัญมาก ก่อนที่เราจะนำรถยนต์อาวดี้แต่ละรุ่นเข้ามา เราทำงานกันอย่างหนัก เดินทางไปประชุมร่วมกับ AUDI AG เพื่อทดสอบทั้งสมรรถนะ และคัดเลือกสเปคที่ตอบโจทย์ความต้องการและความเหมาะสมกับสภาพถนน สภาพภูมิอากาศ ข้อกำหนดสิ่งแวดล้อม รวมถึงมาตรฐานน้ำมันต่างๆ ให้มากที่สุด ในหลายรุ่นที่มีจำหน่ายในยุโรป และอยู่ในความสนใจของลูกค้าประเทศไทย แต่ด้วยข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบตามมา รวมถึงสร้างภาระให้ลูกค้าในระยะยาว เช่น ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเข้ามาเปลี่ยนอะไหล่อย่างต่อเนื่องและไม่สามารถแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้ อันมีผลต่อความพึงพอใจในการบริการหลังการขาย เราก็พิจารณาที่จะไม่นำเข้ามาจำหน่าย จนกว่าจะมีการทดสอบและบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่ามีความเหมาะสมกับสภาพอากาศและถนนในประเทศไทย”“ตัวอย่างรายละเอียดการพิจารณา ที่นำไปสู่การทำงาน เพื่อปรับจูนสเปคก่อนนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ อาทิ รุ่น Q5 หรือ Q7 เครื่องยนต์ดีเซล ที่ อาวดี้ ประเทศไทย นำมาจำหน่าย จะถูกปรับจูนอุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้ใช้น้ำมันดีเซลพรีเมียม มาตรฐานยูโร 5 ในประเทศไทยได้ โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าว ไม่ต้องมีการเติมสาร AdBlue เพื่อให้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 6 อันเข้มงวดของยุโรป นอกจากนี้อุปกรณ์หลายๆชิ้น อาทิเช่น พัดลมไฟฟ้า ระบบปรับอากาศ หม้อน้ำ อะไหล่ที่ทำจากยาง กล่องสมองเครื่องยนต์ ที่มีความสำคัญจะต้องมีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับภูมิอากาศของประเทศไทยก่อน มิฉะนั้นจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของรถยนต์ รวมถึงความปลอดภัย อีกทั้งยังมีเรื่องความแตกต่างของอะไหล่บางรายการ ที่รถเสปคยุโรป ไม่สามารถใช้ร่วมกันกับรถที่ อาวดี้ ประเทศไทย นำมาจำหน่ายได้อีกด้วย”จากกระบวนการคัดเลือกและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้น และมีมาตรฐานสูง ทำให้การดำเนินงานตลอด 3 ปี ผ่านมา ลูกค้าทุกรายที่ซื้อรถยนต์จาก อาวดี้ ประเทศไทย มีความพึงพอใจอย่างมาก โดยไม่มีข้อร้องเรียนด้านความเหมาะสมของระบบเครื่องยนต์ในการใช้งานในประเทศไทย ตรงกันข้ามลูกค้ามีความมั่นใจและบอกต่อ รวมถึงมีความพึงพอใจต่อการบริการหลังการขายทั้งการบริการและอะไหล่ ซึ่งอาวดี้ให้ความสำคัญมาก โดยมีโปรแกรมการพัฒนาบุคลากรทั้งวิศวกรและช่างเทคนิค ร่วมกับ Audi AG อย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการลงทุนนำเครื่องมือ อุปกรณ์ เทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาใช้ในแต่ละศูนย์บริการ รองรับการซ่อมบำรุงรถยนต์อาวดี้แต่ละรุ่นให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” เมื่อปี 2562 อาวดี้ ประเทศไทย ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมบริการหลังการขายและการฝึกอบรมระดับภูมิภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก “Audi Silver Arrows Awards จาก Audi AG ถึง 3 รางวัล และครองตำแหน่งอันดับ 1 ในภูมิภาคอีกครั้ง สะท้อนถึงความเป็นเลิศของคุณภาพบริการหลังการขายและการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้นโยบาย Customer Centricity เน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลาง สำหรับปีนี้ กรรมการผู้จัดการ อาวดี้ ประเทศไทย ย้ำว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นรักษามาตรฐาน คุณภาพ การบริการหลังการขายซึ่งเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญ สำหรับการให้บริการลูกค้าอาวดี้ที่ซื้อรถจากผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้งในอดีตและปัจจุบัน กรรมการผู้จัดการ อาวดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า ลูกค้าสามารถนำรถมาใช้บริการหลังการขายของ อาวดี้ ประเทศไทย ได้ทุกโชว์รูม โดยไม่มีค่าลงทะเบียนแรกเข้า อย่างไรก็ตาม อาวดี้ ประเทศไทย ไม่สามารถให้บริการรถยนต์อาวดี้ ที่นำเข้าโดยผู้จำหน่ายอิสระ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เนื่องจากรถยนต์ที่นำเข้ามาไม่ได้มีการปรับจูนให้เหมาะสมกับการใช้งานในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย และยังมีความแตกต่างในรายละเอียดของชนิดน้ำมัน ที่อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของรถยนต์ รวมถึงความปลอดภัยด้วย หากแต่รถยนต์นำเข้าอิสระที่นำเข้ามาก่อนปี 2561 ยังคงนำเข้ามารับบริการได้ โดยมีค่าลงทะเบียนแรกเข้า ตั้งแต่ 20,000 ถึง 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นรถยนต์อาวดี้ที่นำเข้าโดยผู้นำเข้าอิสระก่อนหน้าวันที่ 1 มกราคม 2561 ที่ไม่ใช่เครื่องยนต์ดีเซลมาตรฐานยูโร 6 นั้น สามารถมารับบริการได้ โดยมีค่าลงทะเบียนแรกเข้าตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท ตามแต่ละรุ่นโดยมีรายละเอียดดังนี้ ค่าลงทะเบียน 20,000 บาท สำหรับรถรุ่น A1, A2, A3, A4, Q2, Q3 แต่ไม่นับรวมรุ่น S และ RS· ค่าลงทะเบียน 50,000 บาท สำหรับรุ่น A5, A6, A7, Q4, Q5, TT แต่ไม่นับรวมรุ่น S และ RS· ค่าลงทะเบียน 100,000 บาท สำหรับรุ่น Q7, A8, Q8, R8 และรุ่น S และ RS ทุกรุ่นรถยนต์อาวดี้ทุกรุ่นเป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศ ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับการดูแลจาก Audi Protection การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน5 ปี ลูกค้าอาวดี้ทุกท่านสามารถนำรถเข้ารับบริการหลังการขายได้ที่ศูนย์บริการทุกสาขา ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. วันจันทร์ถึงวันเสาร์ (สาขาเชียงใหม่เปิดบริการ 9:00 – 18:00) หรือโทรนัดหมายได้ที่ Audi Centre Thailand 02 765 8888 Audi New Petchburi 02 023 4888Audi Pattaya 038 197 888 Audi Phuket 076 646 666Audi Service Chiang Mai 052 081 188 #อาวดี้ประเทศไทย #AudiService #อาวดี้ประเทศไทยย้ำชัดนโยบายเติบโตอย่างยั่งยืน #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • “IAM BANGKOK 2020”

    โชว์สีสันรถแต่งแน่น ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ “IAM BANGKOK 2020” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 รวบรวมรถแต่งชั้นนำของเมืองไทย ทั้งแบบ 2 ประตู 3 ประตู 4 ประตู 5 ประตู และรถพิคอัพ จากสำนักแต่งชื่อดัง มาจัดแสดงอย่างคับคั่ง เต็มพื้นที่ฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม นี้ สุขสันต์ ก๊กผล กรรมการจัดงาน “IAM BANGKOK” เผยว่า บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน มหกรรมยานยนต์ ร่วมกับ บริษัท คาร์โชว์ จำกัด ที่คร่ำหวอดในวงการรถแต่ง จัดงาน IAM BANGKOK 2020 หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ได้รวบรวมรถแต่งชั้นนำของเมืองไทย ภายใต้แนวคิด “สีสันรถแต่งแห่งเมืองไทย-COLORFUL MODIFIED CARS OF THAILAND” ที่ผ่านกิจกรรม ROAD TO IAM BANGKOK 2020 มาจัดแสดงโดยแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้ ประเภท 2 ประตู ได้แก่ BLITZ RACING SUBARU BRZ By GARAGE86 / HONDA S2000 สวยซิ่งจากรั้ว GARAGE UNIQUE / MAZDA RX-7 ตัวซิ่งสูบหมุน 3 โรเตอร์จาก JICA / NISSAN SILVIA S15 หล่อไม่ตกยุค และ ACCORD USDM 2 ประตู ตัวซิ่งแรร์ไอเทม ประเภท 3 ประตู ได้แก่ HONDA CR-X ปรับลุคซิ่งให้เท่เหนือกาลเวลา / NI_K_EI HONDA CIVIC TYPE R (EP3) / VOLKSWAGEN SCIROCCO R ตัวแรงพ่วงเทอร์โบ / MINI COOPERS หัวใจซามูไร และ HONDA CIVIC EK 3D ถอดแบบตามแคตาล็อก SPOON ไว้เป๊ะ ประเภท 4 ประตู ได้แก่ NISSAN ALMERA ดำดุ / BLUEBIRD 510 ซิ่งไม่ตกยุค / BENZ สละความหรู ขอซิ่งเต็มตัว / LEXUS LS400 เต็มสูตรสไตล์ VIP และ HONDA CITY พลัง K SERIES ประเภท 5 ประตู ได้แก่ MUGEN HONDA FREED รถครอบครัวพลังเทอร์โบ / JAZZ สไตล์รถแข่งเซอร์กิทตัวนอก / FREED STREET RACING / YARIS ROCKET BUNNY และ CIVIC FK SPOON SPORT ประเภทพิคอัพ ได้แก่ ISUZU TFR มังกรซิ่งสายโชว์ / ISUZU D-MAX คันซิ่งสายโชว์จาก LUCKY SHOP / ISUZU D-MAX CAB4 ของแต่งแน่น / ALL NEW TRITON ซื้อก่อน แต่งก่อน สวยก่อน และ ISUZU D-MAX HI-LANDER ตัวซิ่งสายหมกอย่างแท้ทรู นอกจากนี้ ยังมีรถที่น่าสนใจมาร่วมแสดง เช่น รถแข่ง DRAG ที่เร็วที่สุดในประเทศ, รถแข่ง ENDURANCE, รถแข่งแรลลีทางฝุ่น, รถ SUPER CAR - LAMBORGHINI HURACAN GT3 EVO ยอดกระทิง 600 แรงม้า, รถ STREET REBUILT STYLE - NISSAN 200SX ใส่ขุมพลัง 500 แรงม้า รวมถึงมีสำนักเต่งรถชั้นนำมาแสดงอุปกรณ์ตกแต่งระดับแนวหน้าของไทย อีกทั้ง จัดโซนรถจักรยานยนต์สำหรับคนรักรถ 2 ล้อ และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย คนรักสีสันรถแต่งเมืองไทย ห้ามพลาด ! งาน IAM BANGKOK 2020 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2563 ติดตามความเคลื่อนไหวที่ iambangkok.in.th และ facebook.com/iambangkok.in.th #IAMBANGKOK2020 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • New Rebel Series

    เท่ให้ถึงแก่น! ฮอนด้าเปิดตัว New Rebel Series ล้ำด้วยชุดไฟ LED รอบคัน พร้อมแอซซิสท์สลิปเปอร์คลัทช์ เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลมั่นใจ เอ.พี. ฮอนด้า ผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย เปิดตัวรถใหม่แนวคัสตอมบ็อบเบอร์ New Honda Rebel Series ภายใต้แนวคิด “Express Yourself เท่ให้ถึงแก่น” ผสานเอกลักษณ์ความเท่สุดคลาสสิกและเทคโนโลยีอันทันสมัย ล้ำหน้าด้วยไฟหน้าทรงกลม LED แบบใหม่ ที่ได้รับการออกแบบให้ดูมีมิติจากทุกมุมมอง และชุดไฟ LED รอบคัน ทันสมัยด้วยเรือนไมล์ดิจิทัลทรงคลาสสิกพร้อมฟังก์ชั่นไฟบอกตำแหน่งเกียร์ เสริมด้วยระบบแอซซิสท์/สลิปเปอร์คลัชท์ (Assist/Slipper Clutch) ให้ความสมูททุกการขับเคลื่อน มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 ขนาด ประกอบด้วยเครื่องยนต์ขนาด 500 ซีซี สำหรับการขับขี่ท่องเที่ยวทางไกล และเครื่องยนต์ขนาด 300 ซีซีสำหรับขับขี่ในเมือง New Honda Rebel Series ได้รับการออกแบบให้เป็นรถคัสตอมบ็อบเบอร์ยุคใหม่ ตอบรับไลฟ์สไตล์การขับขี่ได้อย่างอิสระและหลากหลาย ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจากรูปทรงอากาศยานที่ล้ำอนาคต เท่ถึงแก่นด้วยโครงสร้างแบบมินิมอลโชว์เฟรมรถสีดำอันดุดัน ถังน้ำมันดีไซน์ปราดเปรียว หล่อเข้มสะกดทุกสายตากับยางขนาดใหญ่ New Honda Rebel Series พร้อมทะยานด้วยด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 500 ซีซี 2 สูบ และขนาด 300 ซีซี สูบเดียว ระบบหัวฉีด PGM-FI ระบายความร้อนด้วยน้ำ มั่นใจด้วยระบบป้องกันล้อล็อก ABS ทำงานร่วมกับดิสก์เบรกหน้า-หลัง เพื่อความปลอดภัยในทุกเส้นทาง เอ.พี. ฮอนด้า พร้อมวางจำหน่าย New Honda Rebel Series อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผ่านสองช่องทาง โดย Rebel 500 จะวางจำหน่ายที่ศูนย์ Honda BigWing ด้วยราคาแนะนำที่ 222,780 บาท และ Rebel 300วางจำหน่ายที่ศูนย์จำหน่ายและบริการ Honda Wing Center ด้วยราคาแนะนำที่ 146,830 บาท มีให้เลือก 3 สีได้แก่ สีน้ำเงินแมตยีนส์บลูเมทัลลิก สีเทาแมตอาร์เมอร์ซิลเวอร์เมทัลลิกและสีดำกราไฟท์แบล็ก ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมของ New Honda Rebel Series ได้ที่เว็บไซต์ www.hondabigbike.com และ www.aphonda.co.th #Honda #APhonda #Rebel #ExpressYourself #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • IMC Plan Contest by A.P. Honda

    เอ.พี. ฮอนด้า ประกาศผลผู้ผ่านเข้ารอบ 36 ทีมทำกิจกรรม กับ CUB House ในพื้นที่จริง เพื่อคัด 12 ทีมสุดท้าย กับ โครงการ IMC Plan Contest by A.P. Honda ครั้งที่ 12 หลังจากที่บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย ได้เปิดตัวโครงการประกวดแผนสื่อสารการตลาด IMC Plan Contest by A.P. Honda ครั้งที่ 12 วางเป้าหมายพัฒนานักศึกษารุ่นใหม่สู่การเป็นนักการตลาดมือดีที่เก่งทั้งทฤษฏีและปฏิบัติ ล่าสุด การแข่งขันได้ดำเนินมาถึงรอบ 36 ทีมสุดท้าย กับรูปแบบการแข่งขันที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงให้มีความสนุกและเข้มข้นขึ้น โดยหลังจากที่นักศึกษาได้ส่งแผนการตลาดมากกว่า 500 ผลงาน มากกว่า 50 สถาบัน ทางคณะกรรมการได้เลือกแผนที่ดีที่สุด และให้ผู้เข้าร่วมประกวดแผนงานจำนวน 140 ทีมจากทั่วประเทศ เดินทางมาพรีเซนต์แผนงาน ต่อหน้าคณะกรรมการทั้ง 5 ภูมิภาค ด้วยโจทย์การทำตลาดเชิงไลฟ์สไตล์มาร์เก็ตติ้ง ภายใต้แบรนด์ CUB House ของฮอนด้า ซึ่งประกอบไปด้วย Monkey และ C125 ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเข้าใจทั้งตัวสินค้า และวิธีทางการตลาดที่เหมาะสม โดยมีคณะกรรมการผู้มากประสบการณ์ประกอบด้วย ดร.ธีรพันธ์ โล่ห์ทองคำ นักกลยุทธ์ชื่อดังด้าน IMC , คุณจุฑามาศ อินปริงกานันท์ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปส่วนงานสื่อสารการตลาด และ คุณอธิพล เมธาวิกูล Client Service Director บริษัท ฮาคูโฮโด (กรุงเทพฯ) จำกัด ร่วมคัดเลือกผลงาน สู่รอบ 36 ทีม โดยทั้ง 36 ทีมจะได้ทำกิจกรรมจริงกันที่ CUB House ทั้ง 12 สาขา จากนั้นทางคณะกรรมการจะคัดเลือก 12 ทีมเป็นตัวแทนของแต่ละสาขา มาร่วม workshop ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 - 28 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศูนย์ฝึกอบรมฮอนด้า กรุงเทพมหานคร โดยวิทยากรชั้นนำของประเทศ และเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ ในวันที่ 5-7 มีนาคม 2563 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต สำหรับการประกวดแผนสื่อสารการตลาด IMC Plan Contest by A.P. Honda ครั้งที่ 12 เปิดโอกาสให้นิสิต และนักศึกษาที่สนใจงานด้านการสื่อสารการตลาด ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์มาประชันความสามารถ กับการประกวดวางแผนการสื่อสารการตลาดสำหรับ Monkey และ C125 จากแบรนด์ CUB House เพื่อนำความรู้มาต่อยอดความคิด วิเคราะห์ วางแผน นำเสนอ และทำให้เกิดขึ้นจริง ภายใต้โจทย์ “การสร้างแผนการสื่อสารการตลาดระหว่างปี 2020-2022 สำหรับรถ Monkey และ C125” ภายใต้แบรนด์ CUB House เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ด้วยงบประมาณสมมุติ 100 ล้านบาท ทั้งนี้ การประกวดจะแบ่งออกเป็น 3 รอบได้แก่ รอบที่ 1 (Presentation) เปิดรับแผนงานจากนิสิต นักศึกษาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน ถึง 10 ธันวาคม 2562 ก่อนคัดให้เหลือ 140 แผนงาน ที่จะได้สิทธิ์ในการนำเสนอแผนงานต่อหน้าคณะกรรมการที่จะเดินสายไปตัดสินใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศในช่วงเดือนธันวาคม 2562 เพื่อคัดให้เหลือ 36 แผนงานที่จะได้เข้าสู่รอบต่อไป รอบที่ 2 (Semi Final) ทีมที่ผ่านการคัดเลือกในรอบแรกทั้ง 36 ทีม จะต้องนำแผนงานบางส่วนมาปฏิบัติจริงในพื้นที่ร้าน CUB House ทั้ง 12 แห่งทั่วประเทศในช่วงเดือนมกราคม 2563 ก่อนคัดเหลือเพียง 12 ทีมเข้าสู่รอบสุดท้าย รอบที่ 3 (Final) 12 ทีมสุดท้ายที่เข้ารอบมาในฐานะตัวแทนของ CUB House แต่ละสาขา จะต้องนำเสนอไฮไลท์หรือความโดดเด่นของ Monkey และ C125 ในแบบที่ทีมได้วางแผนไว้ในแบบฉบับของ CUB House แต่ละสาขา โดยนำเสนอในระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2563 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ทีมชนะเลิศอันดับ 1 จะได้รับทุนการศึกษา 150,000 บาท, อันดับ 2 จะได้รับทุนการศึกษา 100,000 บาท, อันดับ 3 จะได้รับเงินรางวัล 50,000 บาท และรางวัลทุนการศึกษาชมเชยในรอบ Final ตามลำดับ นอกจากนี้ ทีมชนะเลิศ 3 อันดับแรกยังจะได้รับรางวัลพิเศษ เข้าร่วมทริปบินไปสัมผัสตำนานของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ที่ Honda Collection Hall ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเดือนพฤษภาคม 2563 รวมมูลค่ารางวัลในการแข่งขันรายการนี้สูงถึงกว่า 2,000,000 บาท #APHonda #IMCPlanContest #CUBHouse #Monkey #C125 #CultureUniqueBikes

  • WSBK 2020

    ทั่วโลกจับตา! กำหนดเปิดตัวทีมแข่งฮอนด้า HRC ทวงบัลลังก์แชมป์ WSBK 2020 ยอดทีมแข่งฮอนด้า HRC เผยกำหนดวันเปิดตัวทีมแข่งเพื่อทวงบัลลังก์แชมป์ศึกเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์(WSBK) ประจำปี 2020 อย่างเป็นทางการ เตรียมจัดขึ้นในวันที่ 21 กุมภาพันธ์นี้ ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีการถ่ายทอดสดให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกได้รับชมพร้อมกันผ่านทางช่องยูทูบ Honda Global เริ่มเวลา 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย #Honda #HRC #WSBK #CBR1000RR-R #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • World’s Largest Parade of Food Trucks’

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผนึกกำลัง ททท. และองค์กรเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัค พลิกโฉมประวัติศาสตร์ ‘ฟู้ดทรัคไทย’ --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และองค์กรเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัค หรือ Food Truck Club (Thailand) โดยนายชนินทร์ วัฒนพฤกษา ประธานและผู้ก่อตั้งฟู้ดทรัคคลับ ประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวการจัดงาน ‘World’s Largest Parade of Food Trucks’ งานสตรีทฟู้ดระดับเวิลด์คลาสและขบวนพาเหรดฟู้ดทรัคใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งมีกำหนดจัดงานในวันที่ 7-8 มีนาคม 2563 บริเวณริมทะเลสาบ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลก ณ ห้องโถง อาคาร ททท. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และ ททท.ร่วมมือกับองค์กรเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัค ส่งเสริมภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารให้กับประเทศไทย มุ่งยกระดับมาตรฐานอาหารไทย ส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวเชิงอาหารไทย (Gastronomy Tourism) พร้อมสร้างเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวเชิงอาหารอย่างเป็นรูปธรรม สร้างความน่าสนใจดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่และกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชนอย่างยั่งยืน เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ทั้งนี้ ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุน สตรีทฟู้ดไทย (Thai Street Food) หรือร้านอาหารริมทางให้เป็นรูปแบบฟู้ดทรัคมากขึ้น เริ่มจากโครงการ หนูณิชย์ฟู้ดทรัคของกระทรวงพาณิชย์ การสร้างเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัคของกระทรวงอุตสาหกรรมที่เดินหน้าอย่างจริงจังครบห่วงโซ่อุปทาน ทั้งเครือข่ายผู้ประกอบการฟู้ดทรัคและเครือข่ายสนับสนุน ซึ่งคาดว่าจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สตรีทฟู้ดของประเทศไทยนั้นมีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ และเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวต้องมาลิ้มลอง เพราะมีชื่อเสียงในเรื่องคุณภาพ รสชาติ ราคาสมเหตุสมผล และถูกหลักอนามัย ปัจจุบันกระแสความนิยมสตรีทฟู้ดไทยส่งผลให้กรุงเทพฯ เคยได้รับการจัดอันดับจากสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ให้เป็นสตรีทฟู้ดดีที่สุด อันดับ 1 ของโลก อย่างไรก็ตาม ททท. ดำเนินงานส่งเสริมภาพลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอาหารมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ “มิชลิน ไกด์” จัดทำคู่มือมิชลิน ไกด์ ฉบับประเทศไทย นับว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ 2 ในอาเซียนต่อจากสาธารณรัฐสิงคโปร์ ที่มีการสำรวจและจัดทำคู่มือโดยมิชลิน ซึ่งจะช่วย สร้างภาพลักษณ์อาหารไทยสู่ระดับสากลมากขึ้น ปัจจุบัน ททท. จัดทำคู่มือ “มิชลิน ไกด์” เป็นปีที่ 3 โดยกระจายสู่เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมต่าง ๆ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภูเก็ต พังงา และเชียงใหม่ นายชนินทร์ วัฒนพฤกษา ประธานและผู้ก่อตั้ง ฟู้ดทรัคคลับ ประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัค เตรียมจัดงาน “World’s Largest Parade of Food Trucks” ในวันที่ 7-8 มีนาคม 2563 ณ ริมทะเลสาบ อิมแพ็ค เมืองธานี เพื่อตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่งของโลกเรื่องสตรีทฟู้ด ปัจจุบันฟู้ดทรัคคลับ ประเทศไทยมีสมาชิกผู้ประกอบการในเครือข่ายมากกว่า 700 แบรนด์ทั่วประเทศ สำหรับการจัดงานครั้งนี้มี รถฟู้ดทรัคเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ จำนวนกว่า 200 คัน ภายในงานประกอบด้วยเทศกาลอาหารฟู้ดทรัค การออกบูธแสดงสินค้าที่เกี่ยวข้องกับฟู้ดทรัค การแสดงมินิคอนเสิร์ต การจับรางวัลชิงโชค ขบวนพาเหรดฟู้ดทรัค การประกวดรถฟู้ดทรัค การแข่งขันการกินจุ พิธีมอบใบประกาศนียบัตร โล่รางวัล และมีพื้นที่สำหรับให้คำปรึกษาและคำแนะนำแก่ผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจฟู้ดทรัคเป็นของตนเองอีกด้วย การจัดงาน‘World’s Largest Parade of Food Trucks’ นี้ ทั้ง 3 หน่วยงาน มุ่งหวังสร้างภาพลักษณ์ที่ดี พร้อมสร้างชื่อเสียงและเพิ่มศักยภาพในด้านการท่องเที่ยวให้แก่ประเทศไทย เพื่อให้ได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงในฐานะเมืองที่มีวัฒนธรรมทางอาหารที่หลากหลาย และตอกย้ำความเป็นเมืองแห่งสตรีทฟู้ดที่ดีที่สุดในโลกต่อไป #กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาผนึกกำลังทททและองค์กรเครือข่ายธุรกิจฟู้ดทรัค #พลิกโฉมประวัติศาสตร์ฟู้ดทรัคไทย #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • TOKICO

    “มโนยนต์” รุกหนักตลาดสินค้าอะไหล่รถยนต์ทดแทน ดัน TOKICO ครองตลาด โช้คอัพติดรถอันดับ 1 ต่อเนื่อง ตั้งเป้าปีนี้เติบโตกว่า 10% พร้อมออกโช้คอัพ สำหรับรถรุ่นใหม่กว่า 10 รุ่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ “มโนยนต์” มั่นใจตลาดสินค้าอะไหล่รถยนต์ทดแทนในไทยยังเติบโต หลังยอดขายปี 2562 พุ่ง พร้อมเดินหน้าเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในตลาดชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ทดแทนระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เร่งเครื่องดัน TOKICO โกยยอดขาย ออกโช้คอัพสำหรับรถรุ่นใหม่กว่า 10 รุ่น คาดปีนี้เติบโตกว่า 10% ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัยกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ และ รองประธานกรรมการ บริษัท เอ็ม.เอ็น. อินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่ายโช้คอัพ TOKICO (โทคิโคะ) ผู้เดียวในประเทศไทย เผยว่า “กว่า 5 ทศวรรษ กลุ่มบริษัทมโนยนต์ ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับแถวหน้าของประเทศไทย โดยกลุ่มบริษัทมโนยนต์ในส่วนของธุรกิจสายการค้า (Trading Business) ดูแลตลาดสินค้าชิ้นส่วนอะไหล่ทดแทน (Replacement Market) ทั้งในประเทศและส่งออก มีบริษัทในเครือ 14 บริษัท โดยจำหน่ายสินค้าอะไหล่ชิ้นส่วนรถยนต์ทดแทน เช่น สินค้าในกลุ่มคลัทช์, เบรก , ช่วงล่าง, กลุ่มน้ำมันและผลิตภัณฑ์ของเหลว ชิ้นส่วนอะไหล่ที่เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าภายในรถยนต์ ชิ้นส่วนอะไหล่เครื่องยนต์สำหรับรถบรรทุก เครื่องจักรเพื่อการเกษตร และก่อสร้าง ที่มีคุณภาพ ด้วยแบรนด์สินค้าที่ได้มาตรฐาน OEM ส่งให้กับโรงงานผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นแบรนด์ได้รับการยอมรับจากลูกค้า โดย รายได้จากกลุ่มธุรกิจสินค้าชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทนของกลุ่มบริษัทมโนยนต์ เติบโต 7% จากปี 2561 ยอดขายรวมกว่า 6,800 ล้านบาท และในปีนี้ 2563 บริษัทฯ มีแผนที่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา, ลาว, พม่า, เวียดนาม) เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดมีทิศทางการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และจากวิสัยทัศน์ที่มุ่งเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในตลาดชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทนระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับตลาดชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ทดแทนในประเทศ (REM) ยังคงมีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกันตามจำนวนรถยนต์สะสม โดยเฉพาะรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่ตามอายุและระยะทางการใช้งาน โดยโช้คอัพ TOKICO จะเป็นหนึ่งในสินค้าหลัก ที่จะมีส่วนผลักดันให้บริษัทบรรลุได้ตามเป้าที่วางไว้ เนื่องจาก TOKICO เป็นแบรนด์โช้คอัพอันดับ1 ที่ส่งให้กับโรงงานประกอบรถยนต์ในประเทศ ซึ่งบริษัทได้นำโช้คอัพ TOKICO เข้ามาทำตลาด Aftermarket เมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา และในช่วง 6 ปี ได้ทำตลาดอย่างจริงจัง โดยหลังจากที่ได้ขยายตลาดมาที่ตลาดทดแทน โช้คอัพ TOKICO มียอดขายเติบโตประมาณ 3 เท่า หรือ คิดเป็น 300% ซึ่งเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ โดยในระยะ 6 ปีที่ผ่านมา TOKICOได้ออกโช้คอัพรุ่นใหม่มาแล้ว 3 Series และออกโช้คอัพเบอร์ใหม่มาแล้วมากกว่า 150 เบอร์ โดยครอบคลุมทุกประเภทการใช้งาน และตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี ด้าน นายนิติ ตันเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม.เอ็น. อินเตอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้จัดจำหน่าย โช้คอัพ TOKICO (โทคิโคะ) ผู้เดียวในประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันโช้คอัพในตลาด Aftermarket มีทิศทาง การเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยปัจจัยต่างๆ อาทิ ปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น รอบการบำรุงรักษาของรถ อายุการใช้งานของโช้คอัพ ทำให้เกิดการแข่งขันของแบรนด์โช้คอัพอย่างดุเดือด ดังนั้นทาง TOKICO จึงให้ความสำคัญกับ การออกแบบที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์การขับขี่และคุณภาพของโช้คอัพที่ได้มาตรฐานระดับสากลในราคาที่เหมาะสม ควบคู่กับการวางแผนกลยุทธ์ ได้แก่ Leader in product coverage ออกสินค้ารุ่นใหม่ และเบอร์ใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมทุกประเภทการใช้งาน เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า และตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้รถ Strong in distribution channel ผ่านผู้แทนจำหน่าย ร้านอะไหล่ และ Modern Trade ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ อีกทั้งยังมี Warehouse และระบบ Logistic ที่มีประสิทธิภาพ สามารถจัดส่งและกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็ว ทันต่อความต้องการของลูกค้า Leader in customer satisfaction จัดโปรโมชั่นตามความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังมีการสนับสนุนกิจกรรมทางการตลาด โดยผ่านกิจกรรม Below the line ไม่ว่าจะเป็น Trade Fair, Road show หรือการจัด Training ให้กับลูกค้า รวมทั้งการสื่อสารและประชาสัมพันธ์ผ่านทาง Social Media อาทิเช่น line@, facebook, E-catalogue ผ่าน website และ application สำหรับปี 2563 โช้คอัพ TOKICO จะมีการออกโช้คอัพรุ่นใหม่หลายรุ่น เพื่อรองรับรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และตอบโจทย์การใช้งานของผู้ใช้รถ ทุกประเภทการใช้งาน โดยนอกจากโช้คอัพมาตรฐานติดรถแล้ว ยังเน้นไปในกลุ่ม Series ใหม่ ทั้ง 3 Series ได้แก่ 1. POWER-PLUS SERIES โช้คอัพพาวเวอร์-พลัส: โช้คอัพน้ำมันกระบอกยาว แกนใหญ่ 16 mm.(แท้) โดยเพิ่มความยาวขึ้นเหนือกว่าโช้คอัพมาตรฐาน เหมาะสำหรับรถกระบะที่มีการเสริมแหนบช่วงล่าง ให้สูงขึ้น (ตั้งแต่ 3 นิ้วขึ้นไป) และทนต่อการใช้งานหนัก 2. ALPHA-PLUS SERIESโช้คอัพขนาดใหญ่ขึ้นพิเศษชนิดแก๊ส อัลฟ่า-พลัส: เป็นโช้คอัพสมรรถนะสูงที่ผ่านการออกแบบ และทดสอบจากประเทศญี่ปุ่น พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้ความเร็วแม้ขณะบรรทุกหนัก ช่วยให้รถทรงตัวได้ดีไม่เสียการควบคุมเหมาะสำหรับรถกระบะ รถ MPV และรถตู้ 3. S-PLUS SERIES โช้คอัพ เอส-พลัส โช้คอัพเกรดพิเศษชนิดแก๊ส: เป็นโช้คอัพสมรรถนะสูงที่ผ่านการออกแบบ และทดสอบ จากประเทศญี่ปุ่นพัฒนาขึ้นเพื่อสนองตอบการขับขี่ในสไตล์ “มอเตอร์สปอร์ต” สามารถใช้กับสปริงโหลดได้ (ไม่เกิน 40 มม.) เหมาะสำหรับรถเก๋ง ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพของช่วงล่างให้เกาะถนนมากขึ้นขณะใช้ความเร็ว เพื่อความเร้าใจในการขับขี่ โดยโช้คอัพรุ่นใหม่ที่จะออกนี้ใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ ได้แก่ Toyota รุ่น ALTIS ปี 2019 / COMMUTER ปี 2019 / CAMRY ปี 2018 / C-HR ปี 2018 / ALPHARD, Honda รุ่น BR-V ปี 2016 / CR-V ปี 2012-2016 / FREED ปี 2013, Mazda รุ่น CX-3 ปี 2015 / CX-5 ปี 2017, Nissan รุ่น Teana ปี 2013 / Caravan E25 ปี 2001-12 / Caravan E26 ปี2012, Suzuki รุ่น Swift ปี 2018 / Ciaz ปี 2015 อย่างไรก็ตาม TOKICO ตั้งเป้าการเติบโตของปี 2563 ไว้กว่า 10% เพื่อรองรับ Demand ในตลาด ตามจำนวนรถยนต์สะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป ที่ถึงรอบระยะการบำรุงรักษา หรือเปลี่ยนโช้คอัพ ที่เข้ามาใช้บริการกับศูนย์บริการโมเดิร์นเทรด , อู่ หรือร้านอะไหล่ทั่วไป #มโนยนต์รุกหนักตลาดสินค้าอะไหล่รถยนต์ทดแทน #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

  • “MG FRIEND GETS FRIEND”

    เอ็มจี ส่งแคมเปญ “MG FRIEND GETS FRIEND” ลูกค้าเอ็มจีแนะนำเพื่อนซื้อ NEW MG EXTENDER รับทันที 10,000 บาท!! บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เอาใจลูกค้าเอ็มจีเปิดแคมเปญ “MG FRIEND GETS FRIEND” เพียงแนะนำเพื่อนมาซื้อกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER รับทันที 10,000 บาท ตั้งแต่วันนี้ - 31 มีนาคม 2563 ณ โชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ เงื่อนไขกิจกรรม: · สิทธิพิเศษเฉพาะเจ้าของรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นแนะนำเพื่อนหรือบุคคลในครอบครัวหรือตนเอง ซื้อรถกระบะ MG EXTENDER เท่านั้น · เจ้าของรถยนต์เอ็มจีที่ประสงค์จะเข้าร่วมกิจกรรมต้องลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ในแบบฟอร์มออนไลน์ ที่ทางบริษัทฯ กำหนด ตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 – 15 มีนาคม 2563 และจะได้รับรหัสแนะนำ 6 หลักทาง SMS เพื่อนำไปใช้ในการแนะนำเพื่อนหรือบุคคลในครอบครัว เพื่อออกรถกระบะ MG EXTENDER · การซื้อรถกระบะ MG EXTENDER คันใหม่ของผู้ถูกแนะนำ จะต้องเป็นการซื้อแบบขายปลีกเท่านั้น ต้องทำการจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 31 มีนาคม 2563 · เจ้าของรถยนต์เอ็มจี ผู้แนะนำได้รับรางวัลเงินสด 10,000 บาท ต่อการแนะนำ 1 คัน จากผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี ที่ผู้ถูกแนะนำออกรถกระบะ MG EXTENDER คันใหม่ ณ วันที่ผู้ถูกแนะนำรับรถ รางวัลผู้แนะนำไม่สามารถโอนสิทธิ์การรับรางวัลให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้ · พนักงาน และที่ปรึกษาการขายของผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจี ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมเป็นผู้แนะนำในกิจกรรมนี้ จุดเด่นและสเปคกระบะพันธุ์ยักษ์ NEW MG EXTENDER NEW MG EXTENDER มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบโมเดิร์นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเอ็มจี พร้อมมิติตัวถังขนาดใหญ่ รวมถึงกระบะท้ายใหญ่กว่า ช่วยเพิ่มปริมาณการบรรทุกได้มากยิ่งขึ้น ช่วงล่าง แบบ EUROPEAN TUNING SUSPENSION พร้อมโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและสร้างด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูง ปลอดภัยยิ่งขึ้นด้วยดิสก์เบรก 4 ล้อ และระบบความปลอดภัยมาตรฐานยุโรป Advanced Synchronized Protection System ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 161 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิด 375 นิวตันเมตร พร้อมความอัจฉริยะด้วยระบบปฏิบัติการ i–SMART เอกสิทธิ์เฉพาะสำหรับผู้ใช้รถยนต์เอ็มจี NEW MG EXTENDER มีให้เลือกทั้งแบบกระบะตอนครึ่ง (Giant Cab) และแบบ 4 ประตู (Double Cab) ซึ่งมีทั้งระบบขับเคลื่อนแบบ 2 ล้อ (2WD) และแบบ 4 ล้อ(4WD) ครอบคลุมทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม 5 สีให้เลือก คือ สีขาว Artic WHITE สีดำ BLACK Knight สีเงิน SILVER Metallic สีแดง Scarlet RED และสีเทา Metal Ash GREY โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อย ในราคาที่ดีที่สุด และให้ Option ครบที่สุด ดังนี้ NEW MG EXTENDER รุ่น GIANT CAB (กระบะตอนครึ่ง) NEW MG EXTENDER GC 2.0 C 6MT ราคาจำหน่าย 549,000 บาท NEW MG EXTENDER GC 2.0 D 6MT ราคาจำหน่าย 619,000 บาท NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6MT ราคาจำหน่าย 659,000 บาท NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND D 6AT ราคาจำหน่าย 719,000 บาท NEW MG EXTENDER GC 2.0 GRAND X 6MT ราคาจำหน่าย 729,000 บาท NEW MG EXTENDER รุ่น DOUBLE CAB (4 ประตู) NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6MT ราคาจำหน่าย 759,000 บาท NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND D 6AT ราคาจำหน่าย 819,000 บาท NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND X 6AT ราคาจำหน่าย 879,000 บาท NEW MG EXTENDER DC 2.0 GRAND 4WD X 6AT ราคาจำหน่าย 1,029,000 บาท เปิดวาร์ปโปรโมชั่นพิเศษ NEW MG EXTENDER อัดแน่น คุ้มสุด รุ่นนี้เลย NEW MG EXTENDER: กระบะพันธุ์ยักษ์ ให้มากกว่าความแกร่ง โดดเด่นทั้งในด้านรูปลักษณ์และมิติตัวถังขนาดใหญ่ สมรรถนะที่เหนือกว่า การควบคุมที่สมบูรณ์แบบ ระบบความปลอดภัยครบครัน และระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ i-SMART รองรับการสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยครั้งแรกของโลกในรถกระบะ · รับส่วนลดพิเศษแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น · รับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) · ฟรี! ค่าบำรุงรักษาตามระยะนาน 5 ปี หรือ 105,000 กม. · ดาวน์เริ่มต้นที่ 5% · ฟรี! ประกันภัยชั้น1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี · ฟรี! NEW MG EXTENDER T-Shirt ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 ทางออนไลน์ ที่เว็บไซต์ www.mgcars.com หรือทางแฟนเพจ MG Thailand : www.facebook.com/MGcarsThailand #MG #MGFRIENDGETSFRIEND #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.com

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page