top of page

1423 results found with an empty search

  • All types of PT Max Card, just add gas. Get the MotoGP 2024 keychain right away.

    เติมความแรงที่ปั๊มพีที! กับของพรีเมียมที่ระลึกสุดพิเศษ "พวงกุญแจ MotoGP" นายสุทธิพงษ์ วรรณวานิช (ที่ 2 จากซ้าย) กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร บริษัท ปิโตรเลียมไทยคอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ให้บริการสถานีบริการน้ำมันพีที ในกลุ่ม บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เรียนเชิญลูกค้าทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ความแรง ผ่านการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ที่ได้รับความนิยมจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก  ด้วยการมอบของพรีเมียมสุดพิเศษ "พวงกุญแจ MotoGP" ให้ได้เก็บสะสมกันเป็นที่ระลึก สำหรับสมาชิกบัตร PT Max Card ทุกประเภท เพียงเติมน้ำมันกลุ่มเบนซินทุกชนิด ครบ 1,200 บาท หรือ เมื่อเติมน้ำมันดีเซล ครบ 2,000 บาท รับทันทีพวงกุญแจ MotoGP 2024 จำนวน 1 ชิ้น (มูลค่า 159 บาท) ที่สถานีบริการน้ำมันพีทีที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 21 ตุลาคม 2567 ถึง 31 ตุลาคม 2567 หรือจนกว่าของจะหมด

  • vintage car club joins hands with Central to drive the route Bangkok - Phra Nakhon Si Ayutthaya

    รถโบราณฯ จับมือ เซ็นทรัลขับรถเที่ยวกรุงเก่า เยี่ยมเงาอดีต สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 30 คัน ขับเที่ยวชานกรุง เส้นทางกรุงเทพฯ – พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม ที่ผ่านมา    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า สมาคมฯ ร่วมกับ เซ็นทรัลพัฒนา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดงาน “คาราวานชานกรุง 2024” ภายใต้แนวคิด “เยือนกรุงเก่า เยี่ยมเงาอดีต” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวกรุงเทพมหานคร และจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมถึงบริเวณใกล้เคียง ผ่านขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิคทรงคุณค่ากว่า 30 คัน ด้านผู้บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา เป็นโครงการมิกซ์ยูสสปอตไลท์ระดับโลก แลนด์มาร์กของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้แนวคิด “อัศจรรย์อยุธยา” ด้วยสถาปัตยกรรมการตกแต่ง โดยเฉพาะฟาซาดสีขาวและสีทองที่สะท้อนอัตลักษณ์อันโดดเด่นของจังหวัดฯ ใช้เป็นสถานที่จัดแสดงรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชมเสน่ห์ของรถโบราณที่ทรงคุณค่า ขบวนคาราวานรถโบราณ เริ่มเดินทางจาก ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล อีสต์วิลล์ มุ่งหน้าสู่ เบนซ์เภตรา อยุธยา เยี่ยมชมโชว์รูม และศูนย์บริการฯ ครบวงจรแห่งแรกในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมพักทานอาหารกลางวัน ช่วงบ่าย เคลื่อนขบวนไป พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ชมกรุเครื่องทองสมัยกรุงศรีอยุธยา จำนวนมากกว่า 2,200 รายการ ณ อาคารเครื่องทองอยุธยา โดยมีโบราณวัตถุชิ้นเด่น เช่น พระแสงขรรค์ชัยศรี พระคชาธารจำลอง จุลมงกุฎ และพระสุวรรณมาลา นอกจากนั้นยังมี เครื่องทองจากวัดราชบูรณะ และส่วนจัดแสดงเนื้อหาเกี่ยวกับคติการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่พบในโบราณสถาน ได้แก่ พระปรางค์วัดพระราม พระปรางค์วัดมหาธาตุ เจดีย์วัดพระศรีสรรเพชญ์ และเจดีย์ศรีสุริโยทัย เป็นต้น หลังจากนั้น มุ่งหน้าสู่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล อยุธยา เพื่ออวดโฉมรถโบราณ และรถคลาสสิค ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด และมอบเกียรติบัตรให้แก่เจ้าของรถโบราณที่เข้าร่วมกิจกรรม ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมของสมาคมรถโบราณฯ ได้ที่  vintagecarclub.or.th และ facebook.com/vintagecarclub ###   รายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ: สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย: โทร. 0-2055-8444 ต่อ 313 หรือ ทีมประชาสัมพันธ์สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย: โทร.0-2102-0024 # 32, 34 Email: chatchawal_s@pmb.co.th , vason_t@pmb.co.th

  • ThaiGP x MOODENG

    ครั้งแรกของโลก! ThaiGP x MOODENG ใครมีบัตร “โมโตจีพี” มี 2 “เด้ง” หมูเด้งรันทุกวงการ ล่าสุด“โมโตจีพี” สนามประเทศไทย หรือ ThaiGP สร้างตำนานบทใหม่ จับมือสวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย คอลแลบ   (Collab) “หมูเด้ง” ซูเปอร์สตาร์ตัวกลม สู่ศึกกรังด์ปรีซ์ที่เร็วและแรงที่สุดในโลก ที่กำลังจะระเบิดศึกบนผืนแผ่นดินไทย จัดแคมเปญเอาใจแฟนความเร็วทั่วโลกที่มีใจรัก  ลูกฮิปโปโปเตมัสแคระสุดน่ารัก เจ้าของมีมเกรี้ยวกราดแห่งปี โดยผู้ที่มีบัตรโมโตจีพี เตรียมลุ้นสิทธิ์ 2 เด้ง แบบลิมิเต็ด สนามเดียวในโลก   ข่าวดีรับโค้งสุดท้ายการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก  ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์  การแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ที่สุดที่มีการจัดในประเทศไทย มีผู้ติดตามชมมากกว่า  800 ล้านคนทั่วโลก จาก 220 ประเทศทั่วโลก   คณะกรรมการฝ่ายจัดการแข่งขัน โดย นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมย์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต  เปิดเผยว่า การจัดการแข่งขันโมโตจีพี ถือเป็นศึกสองล้อที่มีผู้ติดตามมากที่สุดในโลก ในแต่ละปีจัดการแข่งขันมากกว่า 20 สนาม แต่ละประเทศที่เป็นเจ้าภาพจะถือโอกาสนี้นำแหล่งท่องเที่ยว เสน่ห์ทางวัฒนธรรม อัตลักษณ์ท้องถิ่นมาโชว์ รวมถึงทำแคมเปญต่างๆร่วมกับดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์   ในปีนี้ “หมูเด้ง” ได้สร้างมีมและไวรัลไปแล้วทั่วโลก ด้วยความน่ารัก สดใส สามารถสร้างชื่อเสียงและผลักดันการท่องเที่ยวได้อย่างทรงพลัง จึงมีการนำหมูเด้งมาร่วมทำแคมเปญโมโตจีพี สนามประเทศไทยขึ้นมา ซึ่งดีลสุดพิเศษแห่งปีนี้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ในการแข่งขันโมโตจีพี   โดยฝ่ายจัดการแข่งขัน ร่วมกับดอร์น่า สปอร์ต และสวนสัตว์เปิดเขาเขียว องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ตัดสินใจนำ “หมูเด้ง” ซูเปอร์สตาร์แก้มชมพูสู่โลกมอเตอร์สปอร์ต คอลแลบกันภายใต้แคมเปญ ThaiGP x MOODENG โอกาสสุดพิเศษสำหรับแฟนความเร็วที่มีบัตรโมโตจีพี สนามประเทศไทยเท่านั้น เด้งที่ 1  เพียงแสดงบัตรเข้าชมโมโตจีพี รายการ PT Grand Prix of Thailand 2024 (ยกเว้นบัตร Admission) รับไปเลยส่วนลด 50% สำหรับบัตรเข้าชมความน่ารัก เยี่ยมบ้าน “หมูเด้ง” ที่สวนสัตว์เปิดเขาเขียว หมดเขตวันที่ 30 พ.ย. 67 เด้งที่ 2  ลุ้นรับเสื้อ MOODENG Limited Edition พิเศษ สำหรับแฟนๆโมโตจีพี เพียง 20 ตัว ในโลกเท่านั้น! ตัวเสื้อเป็นสีขาว เนื้อผ้าสวมใส่สบาย ด้านหน้าเป็นมีมใหม่สุดคิ้วท์ “หมูเด้งเรซซิ่ง” พร้อมข้อความ Time to Race สร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ให้ซูเปอร์สตาร์แห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว สวมบทบาทนักบิดตัวกลมควบรถแข่งโมโตจีพีแบบตะมุตะมิ ที่เชื่อว่าจะกลายเป็นของแรร์ ไอเท็ม มีค่าหายาก สำหรับคนรักหมูเด้งทั่วโลกแน่นอน จากผู้ชมโมโตจีพี สนามประเทศไทยมากกว่า 2 แสนคน จะมีผู้โชคดี เพียง 20 คนเท่านั้น โดย Random ผู้โชคดีจากเลขหลังบัตรในระบบ Allticket ประกาศผลวันที่ 4 พ.ย. 67 ทางเพจ Chang Circuit Buriram   ✅ใครยังไม่มีบัตรชมการแข่งขัน ยังสามารถหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือเว็บไซด์ allticket แล้วมาเด้งด้วยกันในงาน PT Grand Prix of Thailand 2024 วันที่ 25-27 ต.ค.นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์   #PTGrandPrixofThailand2024 #ThaiGP2024🇹🇭 #SportsAuthorityofThailand #KhaoKheowOpenZoo #MOODENG

  • Vietjet Thailand together with SCGC and The Youth Fund launched the "Nets Up" project.

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมกับ เอสซีจีซี และกลุ่มเยาวชน The Youth Fund ริเริ่มโครงการ 'Nets Up' เปลี่ยนขยะในมหาสมุทรเป็นเสื้อผ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เวียตเจ็ทไทยแลนด์ ร่วมกับ เอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) และ กลุ่มเยาวชน The Youth Fund เปิดตัวโครงการ "Nets Up"  โดยมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนอวนประมงที่ไม่ใช้แล้วและถูกทอดทิ้งในมหาสมุทร สู่ Marine Materials วัสดุทางเลือกใหม่จากนวัตกรรมรีไซเคิลสู่ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน เช่น เสื้อและกระเป๋า มุ่งส่งเสริมหลักเศรษฐกิจหมุนเวียนและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการดูแลรักษาระบบนิเวศในมหาสมุทร   โครงการความร่วมมือนี้มีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนอวนประมงที่ไม่ใช้แล้วให้กลายเป็น Marine Materials ซึ่งเป็นวัสดุทางเลือกใหม่ที่ได้จากนวัตกรรมการรีไซเคิล โครงการนี้ไม่เพียงมุ่งลดมลภาวะในมหาสมุทรเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มมูลค่าให้กับขยะ พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน นายกฤษดา เรืองโชติวิทย์  หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจหมุนเวียน บริษัท เอสซีจี เคมิคอลส์ จำกัด (มหาชน) ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารฝ่ายการพาณิชย์เวียตเจ็ทไทยแลนด์ พร้อมด้วย นางสาวสาธิตา นิลสุวรรณากุล และ นางสาวฟ้าใส พิบูลสงคราม  ตัวแทนองค์กรจากกลุ่มเยาวชน The Youth Fund เข้าร่วมงานเปิดตัวโครงการด้วยความภาคภูมิใจ   โครงการ “Nets Up” ใช้ Marine Materials ซึ่งเป็นวัสดุทางเลือกใหม่จากนวัตกรรมรีไซเคิลในการผลิตเสื้อผ้า 2 ประเภท ได้แก่ เสื้อยืดและเสื้อโปโล โดยเสื้อยืดมีตัวเลือกผ้า 3 ชนิด ได้แก่ ผ้า Phuket ผลิตจากไนลอนรีไซเคิล 75% และไนลอน 25% ผ้า Maritime ทอจากไนลอนรีไซเคิล 96% และสแปนเด็กซ์ 4% และผ้า Rayong ผลิตจากไนลอนรีไซเคิล 100% ส่วนเสื้อโปโลมีตัวเลือกผ้า 3 ชนิด ได้แก่ ผ้า Oceanic ทอจากไนลอนรีไซเคิล 100% ถักแบบวาฟเฟิล ผ้า Deep Sea ผลิตจากไนลอนรีไซเคิล 100% ทอแบบ pique และผ้า Phuket ผลิตจากไนลอนรีไซเคิล 75% และไนลอน 25% ทอแบบ Single Jersey โดยปริมาณการผลิตขั้นต่ำเริ่มต้นที่ 300 ตัวต่อแบบ ทำให้สินค้าแฟชั่นที่ยั่งยืนเหล่านี้เข้าถึงตลาดได้หลากหลาย   ภายใต้โครงการริเริ่มนี้ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เอสซีจีซี (SCGC)  และ กลุ่มเยาวชน The Youth Fund ร่วมกันมุ่งมั่นสร้างแนวทางที่มีประสิทธิภาพเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์มหาสมุทร โดยมุ่งเน้นการพัฒนาวัสดุรีไซเคิลจากขยะอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอย่างต่อเนื่องของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ในการดูแลสิ่งแวดล้อมและสนับสนุนโครงการเพื่อความยั่งยืน รวมถึงความทุ่มเทในการปกป้องระบบนิเวศทางทะเลและสิ่งแวดล้อมเพื่ออนาคตสีเขียวสำหรับประชาชนและคนรุ่นต่อไป

  • Thailand prepares to organize Pre-Event MotoGP

    ไทยเตรียมจัด Pre-Event โมโตจีพี ต้อนรับนักแข่งด้วยธีมเสน่ห์อีสาน ท่อง “ปราสาทหินเมืองต่ำ”-ถ่ายวีดีโอโปรโมตประเทศ พร้อมเปิดให้แฟนความเร็วเข้าร่วมงานฟรี!   ฝ่ายจัดการแข่งขันโมโตจีพี สนามประเทศไทย เผย 23 ต.ค.2567 นี้ เตรียมจัดกิจกรรม Pre-Event ต้อนรับนักบิดที่จะเดินทางร่วมแข่งขัน และถ่ายทำวีดีโอโปรโมตประเทศไทย สำหรับออกโชว์สู่สายตาแฟนความเร็ว 800 ล้านคนทั่วโลก โดยในปีนี้โยกไปจัดที่ปราสาทหินเมืองต่ำ จ.บุรีรัมย์ กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป   โดยมีการเผยรายชื่อนักบิดที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ ฟาบิโอ กวาร์ตาราโร, ลูก้า มารินี่, มาร์โก้ เบซเซคกี้, เฟอร์มิน อัลเดอร์แกร์ รวมทั้ง 2 นักบิดไทยที่ลงทำการแข่งขัน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และธัชกร บัวศรี ในธีมเสน่ห์อีสาน พาท่องเที่ยวย้อนยุค ชมปราสาทหินเมืองต่ำ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์   ภายในงานยังมีการเตรียมการต้อนรับอย่างอบอุ่น นำเสนอความงดงามทางวัฒธรรมอีสานใต้ อาทิ หัตถกรรมการทอผ้าพื้นเมือง, อาหารของดีบุรีรัมย์ ฯลฯ   มอบโอกาสสุดพิเศษให้แฟนความเร็ว ร่วมต้อนรับนักแข่งฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายหรือรับชมถ่ายทอดสดทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram, PPTV Sports และ Youtube: PPTV Sports   #PTGrandPrixofThailand2024 #ThaiGP2024🇹🇭 #SportsAuthorityofThailand

  • THE HAUS OF LUXE

    บาเซโลนา มอเตอร์ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “THE HAUS OF LUXE” เปิดประสบการณ์เหนือระดับในแบบฉบับ BMW Excellence Club บาเซโลนา มอเตอร์ ผู้จำหน่ายรถยนต์ BMW, MINI และ BMW Motorrad จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “THE HAUS OF LUXE” ครั้งที่2 เปิดประสบการณ์เหนือระดับ เอกสิทธิ์ สำหรับ BMW Excellence Club เท่านั้น โดยครั้งนี้ยังได้รับความร่วมมือจาก 2 ธนาคารยักษ์ใหญ่ ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารทหารไทยธนชาติ จำกัด (มหาชน) โดยภายในงานยังได้รับเกียรติจาก ผู้บริหาร BMW Barcelona Motor คุณไพบูลย์ บุญนิพัทธ์ Dealer Principal และ คุณอลิสา ลีนุตพงษ์ ณ โรงแรม คาเพลล่า กรุงเทพ ที่ผ่านมา ภายในงานยังได้นำเสนอประสบการณ์ไลฟ์สไตล์ผ่าน Haus of Luxe กับทัพยนตรกรรมหรูระดับ Luxury Class สะท้อนความเป็นเลิศแห่งยนตรกรรมที่ผสานเข้ากับไลฟ์สไตล์ที่หรูหรา ตามแบบฉบับของ BMW Excellence Club ให้แขกและลูกค้าคนสำคัญได้ดื่มด่ำกับกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ เพลิดเพลินกับศิลปะ ดนตรี และอาหารมื้อสุดพิเศษ เพื่อสร้างความทรงจำและความประทับใจที่ยากจะลืม ครอบคลุมทุกมิติของชีวิต ตามเอกสิทธิ์เฉพาะสมาชิก BMW Excellence Club สิทธิพิเศษทั้งหมดนี้สำหรับลูกค้าคนสำคัญจาก BMW Barcelona Motor เท่านั้น สอบถามข้อมูลได้ที่ บาเซโลนา มอเตอร์ ทั้งสามแห่งได้ แก่ สำนักงานใหญ่วิภาวดีรังสิต บางแค และเชียงใหม่ สาขาวิภาวดี 02-481-7777 สาขาบางแค 02-080-5888 สาขาเชียงใหม่ 053-306-472 Line : @bmwbarcelonamotor Website : https://www.bmwbarcelonamotor.com #BMW #BarcelonaMotor #บาเซโลนามอเตอร์ #BMWTH #MidYearBonus2023 #gpsเส้นทางโฟกัส #www.gpssentangfocus.con

  • TOAVH Group

    TOAVH กางแผนธุรกิจสร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้าน พร้อมทุ่มงบ 650 ล้านบาท ขยายการเติบโตสู่ธุรกิจสีเขียว TOAVH กางแผนธุรกิจสร้างรายได้ 1.1 หมื่นล้าน ตั้งเป้าโต 5% เตรียมทุ่มงบ 650 ล้านบาท สยายปีกสู่ธุรกิจสีเขียว ปักหมุดตั้งโรงงานสีฝุ่นแห่งใหม่ ขึ้นแท่นผู้นำกำลังการผลิตสูงสุดในไทย พร้อมต่อยอดธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์ รุกตลาดรถไฟฟ้า จับมือ 5 พันธมิตรแบรนด์จีน ร่วมสร้างความแข็งแกร่งธุรกิจรักษ์สิ่งแวดล้อม นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัทในเครือ ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง (TOAVH Group) เปิดเผยว่า ในปี 2567 ทาง TOAVH มีนโยบายที่จะขยายธุรกิจสู่การเติบโตที่แข็งแกร่งและมั่นคง โดยให้ความสำคัญกับแนวคิด “ดีต่อสุขภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม” ด้วยการพัฒนานวัตกรรมด้านการผลิต และการเลือกสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่ให้ความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภคและดีต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการตอบสนองต่อความต้องการสูงสุดของผู้บริโภคคนไทยอย่างแท้จริง ดังนั้น เพื่อรองรับแนวคิดและนโยบายดังกล่าว ทาง TOAVH ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจสีเขียวของกลุ่มบริษัทในเครือ ด้วยงบประมาณด้านการลงทุน รวมทั้งสิ้น 650 ล้านบาท โดยแบ่งการลงทุนด้านต่างๆ ดังนี้ 1. กลุ่มธุรกิจสีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ ได้ขยายการลงทุนในส่วนของ ทีโอเอ เพอฟอร์มมานซ์ โค๊กติ้ง คอร์ปอเรชั่น (TOAPC) โดยตั้งโรงงานผลิตสีฝุ่น (Powder Coating) แห่งใหม่ ที่นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย (สุวรรณภูมิ) บนพื้นที่ 10 ไร่ รวมมูลค่าการลงทุนทั้งสิ้น 300 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้อย่างเป็นทางการ ภายในปี 2569 ซึ่งโรงงานแห่งใหม่นี้ จะมีกำลังการผลิตเบื้องต้นอยู่ที่ 3,000 ตันต่อปี พร้อมกันนี้ ได้ขยายการลงทุนอีก 130 ล้านบาท ในโรงงาน TOAPC ปัจจุบัน ที่สมุทรปราการ ด้วยการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ ที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัย เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตสีฝุ่นสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน หลังติดตั้งครื่องจักรแล้วเสร็จ โรงงานแห่งนี้ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 6,000 ตันต่อปี และจากการลงทุนในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้ TOAPC มีกำลังผลิตรวมทั้งสิ้น 9,000 ตันต่อปี นับเป็นผู้ผลิตสีฝุ่นที่มีกำลังผลิตสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในประเทศไทย ปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสนใจผลิตภัณฑ์ที่มีความปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซี่งผลิตภัณฑ์สีฝุ่น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยช่วยลดสารระเหย (VOCs) และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2) มากถึง 40% เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์สีน้ำมัน ทั้งช่วยลดค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้บริโภค อีกด้วย ทำให้ความต้องการผลิตภัณฑ์สีฝุ่นโดยรวม มีการเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปีๆ ละ 10% คิดเป็นมูลค่า 3,000 ล้านบาท หรือประมาณ 30,000 ตันต่อปี ด้วยเหตุนี้ ทาง TOAVH ได้เล็งเห็นความสำคัญของตลาดสีฝุ่นที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จึงได้ทุ่มงบการลงทุนด้านการผลิตในธุรกิจดังกล่าว เพื่อขยายฐานการผลิตสำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภค ควบคู่การสร้างความแข็งแกร่งและโอกาสในการเติบโตสู่ความเป็นผู้นำตลาดสีฝุ่นต่อไปในอนาคต 2. กลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ภายใต้ชื่อ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของ TOAVH ได้มุ่งเน้นขยายธุรกิจสู่ตลาดรถยนต์กลุ่ม EV โดยให้ความสำคัญกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ในปีนี้ TOAVH ได้ร่วมเป็นพันธมิตรกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าของจีน จำนวน 5 แบรนด์ ได้แก่ ZEEKR, DEEPAL, MG, OMODA&JAECOO, AION ซึ่งล้วนเป็นแบรนด์รถยนต์ระดับชั้นแนวหน้า ที่มีศักยภาพด้านการแข่งขัน โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์, โรงงานผลิตยานยนต์ และผลิตภัณฑ์สำหรับรองรับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลาย ซึ่งการขยายธุรกิจในครั้งนี้ จะสร้างความแข็งแกร่งและมั่นคงอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจในกลุ่มผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ได้ขยายการลงทุนในธุรกิจดังกล่าวด้วยเม็ดเงิน 220 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างโชว์รูม-ศูนย์บริการแห่งใหม่ของ ZEEKR จำนวน 1 แห่ง บนถนนราชพฤกษ์ และการปรับโฉมโชว์รูม-ศูนย์บริการ จำนวน 6 แห่ง รวมทั้งโชว์รูม MG Evolution เพื่อรองรับการขยายธุรกิจสู่แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าทั้ง 5 แบรนด์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนไทยอย่างครบถ้วนและครบวงจร ส่งผลทำให้คาดการณ์ว่า ปีนี้ ธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ จะมียอดขายสะสมโดยรวมเพิ่มขึ้น 10% หรือคิดเป็นรายได้ เติบโตเพิ่มเป็น 7% “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและได้รับความนิยมจากผู้บริโภคคนไทยเป็นจำนวนมาก โดยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า BEV มียอดจดทะเบียนสะสมรวม 69,047 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 17.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566 ขณะที่ยอดจดทะเบียนสะสมโดยรวม ถึง วันทีสิงหาคม 2567 มีตัวเลขสูงถึง 200,109 คัน จากตัวเลขดังกล่าว สะท้อนถึงความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้า ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อันแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ตระหนักและมีความรับผิดชอบสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น” นายณัฏฐวุฒิ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขยายการลงทุนธุรกิจสีเขียวในครั้งนี้ จะส่งผลทำให้ธุรกิจในเครือของ TOAVH มีผลิตภัณฑ์และบริการสำหรับรองรับความต้องการของตลาดโดยรวมมากขึ้น ทั้งสร้างการเติบโตและความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจเป็นอย่างมาก โดยปีนี้ ทาง TOAVH ตั้งเป้ารายได้ 11,000 ล้านบาท หรือ เติบโตเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปี 2566 แบ่งสัดส่วนรายได้ของกลุ่มธุรกิจสีอุตสาหกรรมและชิ้นส่วนยานยนต์ อยู่ที่ 40% คิดเป็นมูลค่า 4,400 ล้านบาท, กลุ่มธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ สัดส่วน 50% คิดเป็นมูลค่า 5,500 ล้านบาท และกลุ่มธุรกิจอื่นๆ อีก 10% คิดเป็นมูลค่า 1,100 ล้านบาท

  • Thai GP 2024

    พร้อมกระหึ่ม! รัฐ-เอกชนผนึกแถลงนับถอยหลังสู่กรังด์ปรีซ์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก “โมโตจีพี” ปีที่5 บนแผ่นดินไทย พร้อมเปิดตัวถ้วยรางวัล ThaiGP2024 รัฐบาลไทยผนึกภาคเอกชน แถลงความพร้อมโค้งสุดท้ายสู่สุดยอดศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก “PT Grand Prix of Thailand 2024” ที่แฟนความเร็วทั่วโลกรอคอย ชูความพร้อมเดินเครื่องเต็มระบบ บูรณาการความร่วมมือทุกมิติ พร้อมเปิดตัวโทรฟี่ ThaiGP สง่างามด้วยธีม “บัลลังก์เจ้าแห่งความเร็ว” สไตล์ไทยโมเดิร์นผสานความงดงามปราสาทหินพนมรุ้ง โดยมีการนำชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์มาเป็นส่วนหนึ่งของถ้วยรางวัล กลางถ้วยมีสัญลักษณ์การพนมไหว้ “สวัสดี” สื่อถึงการต้อนรับอันอบอุ่นและการให้ความเคารพในแบบไทย เผยภายในงานจะได้พบกับจุดไฮไลท์ใหม่ Thai Thai Pavilion นำเสนอเสน่ห์แบบไทยสุดอลังการ 25-27 ต.ค.นี้ที่ จ.บุรีรัมย์ การันตีชื่อชั้นความมันส์ พร้อมสร้างความประทับใจและความสุขครบเครื่องระดับโลกสู่แฟนกว่า 800 ล้านคนทั่วโลกแล้ว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือโมโตจีพี ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2024” ศึกสองล้อที่เร็วที่สุดและยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ระหว่าง 25- 27 ตุลาคม 2567 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ 30 กันยายน 2567 ที่สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพ : ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐและเอกชน นำโดย, จังหวัดบุรีรัมย์, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท โมโตเร อิตาเลียโน จำกัด (ดูคาติ ไทยแลนด์) รวมทั้ง อินฟลูเอนเซอร์ แพร ทวินันท์ เพิ่มพูน และ ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์ ทัพสื่อมวลชน-ผู้สนับสนุนร่วมงานมากมาย พร้อมกันนี้ยังได้เปิดตัว “ถ้วยรางวัลการแข่งขันหรือโทรฟี่” ThaiGP ประจำปี 2024 ด้วยธีม “บัลลังก์เจ้าแห่งความเร็ว” ลักษณะไทยโมเดิร์น ผสานความงดงาม “ปราสาทหินพนมรุ้ง” ส่วนกลางถ้วยมีสัญลักษณ์การพนมไหว้ “สวัสดี” สื่อถึงการต้อนรับอันอบอุ่นและการให้ความเคารพในแบบไทย “ตัวเลข ๑ ของไทย” อยู่ตรงกลางและด้านล่างจะเป็นลวดลายไทย ส่วนวัสดุของตัวถ้วยมีการดัดแปลงนำ “ชิ้นส่วนรถมอเตอร์ไซค์” มาเป็นส่วนหนึ่งของถ้วยรางวัล เช่น ตัวน็อต และ เฟรมอลูมิเนียม 5 แผ่น สื่อถึงการจัดการแข่งขันโมโตจีพีที่ประเทศไทยเป็นปีที่ 5 ด้วยสีทองและดำที่เป็นสีแห่งเกียรติยศ ความแข็งแกร่ง ความสง่าและทรงคุณค่า การออกแบบสอดผสานความงดงามแบบไทยสู่สายตาชาวโลก ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โมโตจีพี ถือเป็นการแข่งขันกีฬาระดับโลกรายการใหญ่ที่สุดที่มีการจัดในประเทศไทย มีผู้ติดตามชมมากกว่า 800 ล้านคนทั่วโลก โอกาสสำคัญที่จะได้แสดงศักยภาพมาตรฐานการจัดแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติฝีมือคนไทยและพัฒนาอุตสาหกรรมกีฬาไทยในทุกมิติ รวมทั้งช่วยผลักดันการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยไปสู่ระดับโลกอย่างแท้จริง “นับถอยหลังอีกเพียงไม่ถึง 1 เดือน จะเข้าสู่สุดสัปดาห์แห่งประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตไทย จากความร่วมแรงร่วมใจของหน่วยงานทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค ภาคเอกชน-ประชาชนที่ร่วมกันวางแผนงานเป็นอย่างดีนั้น จะทำให้การจัดการแข่งขันในครั้งนี้จะบรรลุเป้าหมายตามที่รัฐบาลตั้งไว้ รวมทั้งทำให้การแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประทับอยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดไป เป็นสนามแข่งขันที่ถูกยกย่องว่าที่ดีสุด มีความสุขที่สุดในโลก ครบเครื่อง คุ้มค่าที่สุด ตามเป้าหมายสำคัญของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่จะใช้ “มหกรรมกีฬา” ในการเป็นแรงส่งสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องทั้งระบบ สร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ดึงดูดนักท่องเที่ยวอย่างเป็นรูปธรรม” นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTGกล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 5 ของการแข่งขันโมโตจีพีบนผืนแผ่นดินไทย แต่เป็นปีแรกของ PTG ในฐานะ Title Sponsor รายใหม่ของการแข่งขัน ยาวนานต่อเนื่องถึง 3 ปี สิ่งหนึ่งที่ทาง PTG มองว่าสำคัญไม่แพ้กันคือการได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยพัฒนาประเทศไทยตามสโลแกน “บริษัทพลังงานของคนไทย เพื่อเติมความสุขให้คนไทยอยู่ดีมีสุข” นั่นคือการได้ประชาสัมพันธ์ประเทศสู่สายตาคนทั่วโลก แสดงศักยภาพคนไทยและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยว กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของคนในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์และจังหวัดใกล้เคียง “ขอเชิญชวนทุกท่านให้มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ระดับโลก ในสีสันที่แตกต่างออกไปในครั้งนี้ ภายใต้กิจกรรมมากมายที่เตรียมไว้ต้อนรับที่ PTG Pavilion โดยได้ยกทัพแบรนด์ในเครือของ PTG ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น PT Station, PT Maxnitron, Autobacs, กาแฟพันธุ์ไทย, Coffee World, Max Card Plus ฯลฯ ขนสิทธิพิเศษ ของรางวัล และกิจกรรมสนุกๆ ให้ร่วมลุ้น แลก แจก ชม ช็อป อย่างเต็มอิ่มจุใจ รวมทั้งกิจกรรมสุด Exclusive ที่แฟนๆ จะได้กระทบไหล่นักแข่งคนดังทุกรุ่นแบบใกล้ชิด ซึ่งจะมีที่ PTG Pavilion ที่เดียวเท่านั้น คือ กิจกรรม Hero Walk และ Meet and Greet ซึ่งจะมีนักแข่งจากทุกคลาสไม่ว่าจะเป็น MotoGP Moto2 Moto3 แฟนๆ จะสามารถ ถ่ายภาพและขอลายเซ็นได้อย่างใกล้ชิด โดย PTG มุ่งมั่นและตั้งใจ ที่จะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่แฟนมอเตอร์สปอร์ตจากทั่วโลกได้มาสัมผัสกับประสบการณ์อันยิ่งใหญ่นี้ด้วยกัน” นายโรจนสิทธิ์ มีนิจสิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกีฬา บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) โดยน้ำแร่ธรรมชาติ ตรา ช้าง กล่าวว่า หนึ่งในไฮไลต์ของการจัดโมโตจีพีวิถีไทยที่ได้รับเสียงชื่นชมมากที่สุด นอกจากจะได้ชมเรซที่สนุกสุดมันส์ แฟนความเร็วจากทั่วโลกยังได้สนุกสนานไปกับกิจกรรมบันเทิงในรูปแบบของมอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัล ซึ่งน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง เตรียมจัดเต็มความสนุกตลอดทั้ง 3 วัน บริเวณลานกิจกรรมเพื่อให้ผู้ชมได้สนุกเต็มอิ่ม ครบรส ได้แก่ ประสบการณ์สุด Exclusive ใน Chang House ที่จะได้รับชมการแข่งขันโมโตจีพีในเต็นท์ติดแอร์ขนาดใหญ่ วงดนตรี และดีเจ พร้อมมีผลิตภัณฑ์น้ำแร่ธรรมชาติตราช้างบริการตลอดทั้งวัน รวมทั้งคอนเสิร์ต Chang Music Connection ตลอด 3 วัน เริ่มต้นวันแรก วันศุกร์ที่ 25 ตุลาคม พบกับ “ยังโอม” เจ้าพ่อฮิปฮอปขวัญใจวัยรุ่น และปิดท้ายค่ำคืนกับศิลปินลูกทุ่งขวัญใจชาวอิสาน อย่าง “ก้อง ห้วยไร่”, วันเสาร์ที่ 26 ตุลาคม สนุกกันต่อกับการแข่งขัน “ศึกมวยไทย วิถีถิ่นไทย” โดยมีการประกบคู่ชกสุดมันส์ด้วยกันถึง 7 คู่ โดยมีไฮไลท์คู่เอกอยู่ที่ ยอดกตัญญู จิตรเมืองนนท์ ปะทะ เพชรสมาน ส.สมานการ์เมนท์ เอาใจแฟนมวยทั้งไทยและต่างชาติอย่างเต็มที่ และปิดท้ายค่ำคืนพบกับ “จ๊ะ นงผณี” ลูกทุ่งตัวแม่สุดเซ็กซี่ ส่วนวันสุดท้าย อาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม ปิดฉากโมโต จีพี 2024 ไปกับคอนเสิร์ตสุดมันส์จากศิลปินสุดกวนที่ยกมาทั้งแก็งอย่าง “แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก” และมียังมีจุดบริการ Chang Shuttle Station บริการ “ชัตเติ้นแต๋น” นับร้อยคัน มาใช้ในการรับ - ส่งผู้ชมสู่เซอร์กิต ซึ่งมีที่เดียวในโลก คอยรับส่งแฟนๆ กันแบบฟรีๆ ไม่มีค่าใช้จ่าย ด้านนายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า สนามช้างฯพร้อมเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะตลอดทั้งปีมีอีเวนต์ต่างๆ มากมาย ที่ต้องรองรับมาตรฐานระดับโลกทั้ง FIM และ FIA ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพื้นผิวสนาม เจ้าหน้าที่บุคลากร หรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆที่พรั่งพร้อม ซึ่งปีนี้จะมีจุดเล็กๆ ที่เพิ่มมิติการแข่งขันในสนุก เร้าใจมากยิ่งขึ้นก็คือเรื่อง Misano Curve ที่ปีที่แล้วได้ทำเพิ่ม 1 จุด และปีนี้เพิ่มเป็น 3 จุด ที่โค้ง 1 โค้ง 5 และโค้ง 8 ซึ่งจะส่งผลให้การแข่งขันขับเคี่ยวกันสนุกยิ่งขึ้นกว่าเดิม ส่วนลานกิจกรรมปีนี้ยังได้พบกับครั้งแรกของ Thai Thai Pavilion ที่มีคอนเซ็ปต์ต่อยอดจากโมโตจีพีวิถีไทย ที่จะนำเสนอเสน่ห์ วัฒนธรรมของไทย ทั้งงานศิลปะ หัตถกรรม ของกิน ของฝากที่เป็นผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน นอกจากนี้ด้านการอำนวยความสะดวกของผู้ชม จังหวัดบุรีรัมย์เป็นแกนหลักในประสานไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบขนส่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย อาสาสมัคร และที่พัก เพื่อให้ทุกๆ อย่างออกมาสมบูรณ์แบบที่สุดรองรับแฟนความเร็วผู้มาเยือนให้มีช่วงเวลาที่สุดแสนจะประทับใจ รับรองว่ามาชมการแข่งขันที่สนาม สนุกกว่ารับชมที่จอโทรทัศน์ที่บ้านแน่นอน ปีนี้เรียกได้ว่าจะเป็นปีที่มีความสุขที่สุดของแฟน MotoGP ประเทศไทย เพราะนอกจากจะได้เชียร์นักบิดระดับโลกที่ชื่นชอบ ยังได้เชียร์ “ก้อง สมเกียรติ จันทรา” นักบิดที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย แข่งขันทิ้งท้ายในรุ่น Moto2 ก่อนที่ในฤดูกาลที่จะถึงในปี 2025 นี้ จะได้ขยับไปแข่งขันในรุ่นใหญ่ที่สุดของโลก MotoGP ได้สำเร็จ เป็นคนไทย คนแรกที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับวงการกีฬารถจักรยานยนต์ของไทย นอกจากนี้ยังมี PT Grand Prix of Thailand 2024 Expo ที่เนรมิตลานกิจกรรมด้านหน้าสนามช้างอินเตอร์- เนชั่นแนลเซอร์กิต เป็นงานเอ็กซ์โปสำหรับคนมอเตอร์ไซค์ ตั้งแต่ 09.00-20.00 น. ตลอด 3 วันเต็ม โดยมีทั้งพาวิลเลียนขนาดยักษ์และร้านค้ารายย่อยมากมาย ได้แก่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), น้ำแร่ธรรมชาติ ตราช้าง, ฮอนด้า, ยามาฮ่า, โตโยต้า, ดูคาติ, กรมการขนส่งทางบก โดย กปถ. ฯลฯ ที่พร้อมสร้างสีสัน ความสนุกให้แก่แฟนๆ ได้ช็อปสินค้าแบรนด์ดังมากมาย รวมทั้งครั้งแรกกับการเนรมิต Thai Thai Pavilion ได้ส้มผัสความสวยงามของวัฒนธรรมไทย ชม ชิมเลือกซื้อของดีของขึ้นชื่อ ร้านอาหารชื่อดังจากบุรีรัมย์และทั่วประเทศมาไว้ในงาน ครบจบที่เดียว โดยลานกิจกรรมนี้ผู้ถือบัตรชมการแข่งขันทุกประเภทเข้าชมฟรี หรือซื้อบัตรแอดมิชชั่น (ADMISSION) ราคา 100 บาทต่อวัน หรือเหมา 3 วัน 200 บาท บัตรเข้าชมการแข่งขันยังสามารถหาซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ส่วนบัตรแอดมิชชั่น (ADMISSION) ซื้อบัตรได้ที่บูธ All Ticket หน้างาน วันที่ 25-27 ต.ค. เท่านั้น! ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram

  • The 15th Identity of Siam

    สศท. จัดใหญ่ “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” มุ่งสืบสานต่อยอดภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ไทยชั้นบรมครูในเวทีระดับสากล รมช.พาณิชย์ เปิดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” ประกาศเดินหน้าสืบสานภูมิปัญญา รักษา และต่อยอดหัตถศิลป์ไทย ดันเป็นจุดแข็งบนเวทีระดับสากล โชว์ไฮไลท์ “หัตถศิลป์ที่คิดถึง” จัดแสดง 50 ผลงาน ล้ำค่าของครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ หวังสร้างไอเดียต่อยอดแก่คนรุ่นใหม่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ในการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” งานแสดงและจำหน่ายงานหัตถศิลป์ไทยชั้นบรมครู พร้อมระบุว่า กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่เสริมสร้างคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทยให้มีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้น้อมนำพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ในการสืบสาน รักษา ต่อยอดมาเป็นแนวทางในการดำเนินงานให้กับประชาชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดงานอัตลักษณ์แห่งสยามในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการผนึกกำลังของกระทรวงพาณิชย์ โดยสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. ร่วมกับภาคเอกชนและพันธมิตร เพื่อสร้างการรับรู้และความตระหนักในคุณค่าและภูมิปัญญางานหัตถศิลป์ไทย ให้คนรุ่นใหม่เรียนรู้วัฒนธรรมในอดีตในรูปแบบศิลปหัตถกรรมและรักษาให้คงอยู่ตลอดไป ภายใต้แนวคิด “สืบสานตำนานหัตถศิลป์ไทย (The Legend of Thai Craft)” อีกทั้ง ยังเป็นโอกาสในการเพิ่มช่องทางการส่งออก การจัดจำหน่ายให้กับผู้สร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรมไทย นำจุดแข็งด้านภูมิปัญญาและทักษะเชิงช่างเหล่านี้ ให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล ขณะเดียวกันในปีนี้ เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้ผู้สร้างสรรค์หัตถศิลป์ไทยได้เกิดความภาคภูมิใจในการอนุรักษ์ คุณค่าภูมิปัญญาทักษะฝีมือเชิงช่างที่อยู่ในตัวบุคคล ที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติอันมีค่าไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และส่ง ต่อไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน สศท. ได้คัดสรรบุคคลที่เป็นที่สุดในการอนุรักษ์ และสร้างสรรค์ผลงานแห่งปีเพื่อมอบโล่ รางวัลเชิดชูเกียรติครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2567 รวม 31 ราย แบ่งเป็นครูศิลป์ของแผ่นดิน จำนวน 4 ราย , ครูช่างศิลปหัตถกรรม จำนวน 11 ราย และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม จำนวน 16 ราย นางพรรณวิลาส แพพ่วง รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวเสริมว่า งาน อัตลักษณ์แห่งสยาม ในปีนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 15 เพื่อสืบสานงานศิลปหัตถกรรมไทยที่ใกล้สูญหาย รักษาภูมิปัญญาองค์ความรู้ของบรรพบุรุษที่มีอัตลักษณ์ และสะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์ และต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทย ให้เป็นที่ประจักษ์ในฐานะมรดกภูมิปัญญาคู่แผ่นดิน สู่การเป็น Craft Power สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ คาดการณ์ว่าจะสามารถสร้างเงินสะพัดภายในงานไม่น้อยกว่า 80 ล้านบาท สำหรับกิจกรรมภายในงานปีนี้ ออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่หนึ่ง การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในการวางรากฐานสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมบนผืนแผ่นดิน ส่งเสริมอาชีพด้วยภูมิปัญญา ภายใต้แนวคิด “คือพระหัตถ์สร้างงาน รากฐานงานหัตถศิลป์ไทย” รวมถึงจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รวมไปถึงส่วนสาธิต อาทิ ทอผ้าจก , จักสานย่านลิเภา , จักสานไม้ไผ่ลายขิด ฯลฯ โดยสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ อีกทั้ง ยังมีไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด คือ นิทรรศการ “หัตถศิลป์ที่คิดถึง” พื้นที่จัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ล้ำค่าของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย ที่หาชมได้ยาก และใกล้สูญหาย กว่า 50 ผลงาน ซึ่งเป็นงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ทั้งที่หาชมได้ยาก และใกล้สูญหาย อาทิ ขันลงหิน-บ้านบุ ครูเมตตา เสลานนท์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2552 , มีดเหล็กลาย ครูพชร พงศกรรังศิลป์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2559 , หัตถกรรมทองเหลืองสาน ครูวนิตย์ ธรรมประทีป ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2553 เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีโซนสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมชิ้นเอก ถ่ายทอดเทคนิค กระบวนการกว่าจะมาเป็นงานหัตถกรรม โดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม กว่า 25 ราย อาทิ เครื่องประดับมุกโบราณ , งานต้องลายปานซอย (งานฉลุลายโลหะแบบศิลปะไทใหญ่) , ลายรดน้ำ , เครื่องเขิน , พวงมโหตร , แกะสลักไม้ , ว่าวเบอร์ฮามัส ฯลฯ และนิทรรศการ “ตำนานบทใหม่ของช่างฝีมือคนไทย” เชิดชูครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย และทายาทศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2567 ขณะที่กิจกรรมส่วนที่สอง ภายในงานได้จัดพื้นที่เพื่อส่งเสริมคุณค่างานหัตถศิลป์ จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรม เพื่อสนับสนุนการจำหน่าย รวมไปถึงเพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดแก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมให้กับกลุ่มผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสร้างสรรค์งานศิลป์ (Workshop) กว่า 20 กิจกรรม ถ่ายทอดโดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม อาทิ หุ่นกระบอกไทยจิ๋ว , สลักดุนโลหะ , ทำหัวโขนแม่เหล็ก และการลงรักปิดทอง เป็นต้น นางพรรณวิลาส กล่าวทิ้งท้ายว่า งานอัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15 เป็นงานจัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ชั้น บรมครู และจำหน่ายงานหัตถศิลป์ไทยที่ยิ่งใหญ่ มีกิจกรรมภายในงานที่หลากหลายให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัส พร้อมนำเทคนิคในการผลิตชิ้นงานอันทรงคุณค่าเหล่านี้ไปต่อยอดเป็นผลงานชิ้นงานใหม่ ๆ ที่มีเอกลักษณ์จากภูมิปัญญาไทย โดย สศท. หวังเป็นอย่างยิ่งว่างานอัตลักษณ์แห่งสยามครั้งนี้ จะเป็นอีกงานที่ทำให้ทั่วโลกได้เห็น ว่างานหัตถศิลป์ฝีมือของคนไทยมีมูลค่าและคุณค่าทางความคิด สศท. ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสเสน่ห์ และสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมไทยให้ยังคงอยู่ รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างกำลังใจให้กับครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ได้สร้างสรรค์งานหัตถกรรมอันทรงคุณค่าให้ยังคงอยู่คู่ประเทศชาติต่อไป ในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” สืบสาน ตำนานหัตถศิลป์ไทย (The Legend of Thai Craft) นับว่าเป็นงานที่รวบรวมมรดกของชาติที่หาชมได้ยากไว้ในที่เดียว จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

  • Hyundai opens showroom "Hyundai KP Auto Klong Luang"

    ฮุนได เปิดตัวโชว์รูม “ฮุนไดเคพีออโต้  คลองหลวง” รุกตลาดยานยนต์เต็มสูบครึ่งปีหลัง พร้อมเดินหน้าอัปเกรดศูนย์บริการ ตามมาตรฐานระดับโลก Global Dealership Space Identity 2.0  กรุงเทพฯ 14 กันยายน 2567 – บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด  เปิดตัวโชว์รูม “ฮุนไดเคพีออโต้ คลองหลวง” อย่างเป็นทางการ พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าทั้งใหม่และเก่าในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล สอดคล้องตามแผนกลยุทธ์การขยายเครือข่ายธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง โดยโชว์รูมสาขาใหม่นี้ได้รับการออกแบบที่ทันสมัยตาม มาตรฐานสากลของฮุนได Global Dealership Space Identity 2.0 (GDSI 2.0)  ซึ่งผสานอัตลักษณ์องค์กร (Corporate Identity) และอัตลักษณ์โชว์รูม (Showroom Identity) ของฮุนไดเอาไว้อย่างลงตัว เพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในเมืองไทยให้ เทียบเท่าศูนย์บริการฮุนไดทั่วโลก นายเจ กิว จอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด  กล่าวว่า “GDSI 2.0 ไม่ใช่แค่การอัปเกรดเรื่องดีไซน์ ให้มีความเรียบหรู ทันสมัย สะดวกสบาย แต่คือการเปลี่ยนแปลงประสบการณ์การซื้อขายรถยนต์ให้ตอบโจทย์คนยุคใหม่เพื่อสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ระดับโลกของฮุนได ‘Progress for Humanity’ โดยเราได้ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับนวัตกรรมที่ล้ำสมัยเพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้าของเรา ซึ่งโชว์รูมฮุนไดสาขาคลองหลวงนี้พร้อมเข้ามาสั่นสะเทือนวงการ โดยไม่เพียงแค่สร้างมาตรฐานศูนย์บริการใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมโยงแบรนด์กับลูกค้าในรูปแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน” โชว์รูมมาตรฐาน GDSI 2.0 แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า ด้วยบรรยากาศที่อบอุ่นและเชื้อเชิญเป็นกันเองนับตั้งแต่ก้าวแรก พร้อมพื้นที่รับคำปรึกษาซึ่งถูกจัดสรรอย่างลงตัวเพื่อการพูดคุยที่เป็นส่วนตัวและสะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงโซนพิเศษที่จัดแสดงรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับนวัตกรรมยานยนต์อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังจัดให้มีเลานจ์สุดหรูในบรรยากาศที่ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลายพร้อมรับฟังข้อมูลจากพนักงานขายมืออาชีพได้อย่างครบถ้วน อีกหนึ่งความพิเศษของโชว์ฮุนไดเคพีออโต้ คลองหลวงคือเป็นศูนย์บริการและอะไหล่ที่ทันสมัยที่สุด พร้อมให้บริการหลังการขายอย่างครบวงจรทั้งรถยนต์เครื่องสันดาปและรถยนต์ไฟฟ้าด้วยมาตรฐานบริการระดับสากล อีกทั้งยังมีศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสี ที่ได้รับการรับรองตามมาตรฐานฮุนได เพื่อให้บริการลูกค้าอีกด้วย นายวัลลภ วงศ์ภัทรกุล ผู้บริหาร ฮุนไดเคพีออโต้   กล่าวว่า “สำหรับฮุนไดเคพีออโต้ คลองหลวง (Hyundai KP AUTO Klongluang) เราเชื่อถือในความมุ่งมั่นด้านคุณภาพของแบรนด์ฮุนได โดยรถยนต์ฮุนไดเป็นที่ต้องการของตลาด มีความอเนกประสงค์ และเปี่ยมประสิทธิภาพที่มั่นใจได้ ตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดี การได้ร่วมมือเป็นพันธมิตรกับฮุนไดจึงถือเป็นสิ่งที่น่ายินดี และเราพร้อมทุ่มเท ไม่เพียงนำเสนอรถยนต์ที่ยอดเยี่ยมและบริการที่เหนือกว่าคู่แข่งเท่านั้น แต่รวมถึงการมอบศูนย์บริการที่เปี่ยมด้วยอัธยาศัยไมตรีและพร้อมที่จะสนับสนุนลูกค้าอย่างเต็มที่อีกด้วย เพราะเราต้องการให้ลูกค้าทุกท่านรู้สึกว่าได้รับการดูแล ตั้งแต่วินาทีแรกที่เข้ามาในโชว์รูมของเรา และกลับไปด้วยความประทับใจกับประสบการณ์สุดพิเศษอย่างแท้จริง” การเปิดตัวโชว์รูม ฮุนไดเคพีออโต้ คลองหลวง ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ในการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผ่านการนำเสนอประสบการณ์ของศูนย์บริการระดับโลกและตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไทยของฮุนได นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด   กล่าวว่า “การเปิดตัวโชว์รูมฮุนไดเคพีออโต้ คลองหลวงนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่แสดงถึงศักยภาพของแบรนด์ฮุนไดในประเทศไทย ซึ่งโชว์รูมแห่งนี้พร้อมให้บริการและจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดรุ่นต่างๆ รวมถึงรถไฟฟ้า IONIQ นับจากความสำเร็จและกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมต่อแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า IONIQ  ที่เราเปิดตัวไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่เพิ่มขึ้นต่อยานยนต์นวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน โดยในปัจจุบัน ฮุนได โมบิลิตี้ ประเทศไทย ยังมีแผนการอัปเกรดโชว์รูมฮุนไดแห่งอื่น ๆ ในประเทศให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน GDSI 2.0 เพื่อร่วมยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในเมืองไทยให้ได้สัมผัสมาตรฐานสากลของฮุนไดในทุกพื้นที่อย่างทั่วถึง” ฮุนไดเคพีออโต้ คลองหลวงพร้อมมอบทั้งบริการขายและบริการหลังการขายอย่างเป็นทางการ ลูกค้าสามารถสอบถามข้อเสนอและรายละเอียดอื่น ๆ ผ่านช่องทางต่อไปนี้ ·         โทรศัพท์: 095 454 6939 ·         LINE: @hyundaikpauto ·         Facebook: Hyundai KP Auto ·         Google Maps: Hyundai KP Auto Location  สัมผัสประสบการณ์โชว์รูมมาตรฐานฮุนไดได้แล้ววันนี้ที่ฮุนไดเคพีออโต้ คลองหลวงเพื่อเปิดโลกใหม่แห่งการเดินทางที่พร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการของคุณ     เกี่ยวกับ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด ฮุนได มอเตอร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1967 จนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ดำเนินธุรกิจในมากกว่า 200 ประเทศทั่วโลก และมีบุคลากรร่วมงานมากกว่า 120,000 ตำแหน่ง พร้อมอุทิศตนให้กับการรับมือความท้าทายด้านโมบิลิตี้ในทุกพื้นที่ ฮุนได มอเตอร์ เร่งเปลี่ยนถ่ายรูปแบบการดำเนินธุรกิจ สู่การเป็นผู้ให้บริการ ด้านสมาร์ทโมบิลิตี้ ภายใต้วิสัยทัศน์ “ก้าวไปข้างหน้าเพื่อมนุษยชาติ” (Progress for Humanity) บริษัทยังลงทุนในเทคโนโลยีขั้นสูงด้านหุ่นยนต์ และยานพาหนะเพื่อการขนส่งทางอากาศ เอเอเอ็ม (AAM - Advanced Air Mobility) เพื่อเร่งเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ของบริการขนส่งแห่งอนาคต ซึ่งจะมาปฏิวัติวงการโมบิลิตี้ ฮุนไดยังเดินหน้าเปิดตัวยานพาหนะไร้มลพิษ ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีระดับชั้นนำอย่างพลังงานไฮโดรเจนและพลังงานไฟฟ้า เพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของโลก สำหรับข้อมูลอื่นของ ฮุนได มอเตอร์ รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์ ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่: http://worldwide.hyundai.com หรือ http://globalpr.hyundai.com     เกี่ยวกับ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อเดือนเมษายน 2566 ในฐานะบริษัทในเครือของฮุนได มอเตอร์ โดยมีเป้าหมายในการเป็นผู้นำวงการรถยนต์และผู้ให้บริการด้านโมบิลิตี้ นอกจากนั้น บริษัทยังเตรียมมอบเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ ที่เป็นประโยชน์และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ให้กับผู้บริโภค ด้วยผลิตภัณฑ์ด้านโมบิลิตี้ที่ครบถ้วนในทุกมิติ ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) พร้อมแล้วที่จะเติบโตไปกับลูกค้าทุกท่าน และพร้อมดูแลผู้บริโภคชาวไทย ในฐานะเพื่อนร่วมทางที่แท้จริงในทุกการเดินทาง

  • TOY FEST & TEST DRIVE 2024 @BENZ BKK BANGNA

    เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป-บางนา เอาใจคนรักอาร์ตทอย ชวน J.P.Toys Gallery จัดงาน TOY FEST & TEST DRIVE 2024 @BENZ BKK BANGNA Benz BKK Group-Bangna  แชร์พื้นที่แห่งความฝัน เปิดโลกแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขต ชวนสัมผัสยนตรกรรมใหม่ล่าสุดจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ The all-new CLE Coupé ทั้ง 2 รุ่น ไปพร้อมกับโลกของอาร์ตทอยที่งาน BENZ BKK TOY FEST & TEST DRIVE ในคอนเซ็ปต์ “Shaped by Desire” พบกับไฮไลท์สุดพิเศษ ของรัก ของสะสมหายากของเจ้าพ่ออาร์ตทอย เจ้าของ J.P. Toys Gallery คุณจี๊ป พงศธร ธรรมวัฒนะ ที่ยกมาจัดแสดงให้ชมพร้อมกัน 13-17 กันยายน 2567 ที่เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป-บางนา นางสาวตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัทเบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวในงานว่า “BENZ BKK GROUP-Bangna : Mercedes-Benz Experience Center เวิลด์คลาสออโต้โมทีฟเดสติเนชั่น ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์คเชื่อมโยงโลกแห่งยานยนต์และประสบการณ์ไลฟ์สไตล์เหนือระดับ เชิญชวน Mercedes-Benz Lover และกลุ่มคนรักอาร์ตทอย ตื่นตาตื่นใจไปกับงาน BENZ BKK TOY FEST & TEST DRIVE ให้ลูกค้าผู้สนใจในยนตรกรรมใหม่ล่าสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เข้าชมและสัมผัสรถคันจริงกับ The all-new CLE Coupé สปอร์ตคูเป้สองประตู ทั้ง 2 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz CLE 300 4MATIC Coupé               ราคา 3,950,000 บาท, Mercedes-AMG CLE 53 4MATIC+ COUPÉ ราคา 5,250,000 บาท พร้อมรถรุ่นอื่นๆครบทุกเซกเมนต์ที่มีให้ได้ทดลองขับก่อนตัดสินใจอีกกว่า 15 รุ่น         นอกจากนั้นถ้าคุณกำลังมองหายนตรกรรมไฟฟ้า เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ใหม่ Mercedes-Benz EQ คือคำตอบที่ใช่สำหรับคุณ แคมเปญนี้มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ เพื่อให้คุณเป็นเจ้าของรถไฟฟ้าคันใหม่ได้ง่ายขึ้นกับเงินดาวน์เริ่มต้นเพียง 990,000 บาท* และผ่อนเริ่มต้นเพียง 39,000 บาท* ฟรี! Extra Guarantee 5 ปี, ฟรี! Easy Care 5 ปี, ฟรี! MB Protection 3 ปี ข้อเสนอดีดีแบบนี้ ตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2567 นี้เท่านั้น!     และนอกจากรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์แล้ว เรายังได้เปิดโชว์รูมเพื่อแชร์พื้นที่แห่งความฝัน พื้นที่แห่งความผ่อนคลาย         ไร้กังวล ร่วมกับ J.P.Toys Gallery ให้ลูกค้าผู้ที่สนใจอาร์ตทอย ได้เข้ามาลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆที่ Mercedes-Benz Experience Center แห่งนี้ ความฝันเป็นแรงขับเคลื่อนทั้งการทำงาน และการใช้ชีวิต บางคนฝันอยากมีบ้าน บางคนฝันอยากมีรถ บางคนฝันอยากเวลามีความสุขกับของเล่น ของสะสมที่มีคุณค่าฯ ในครั้งนี้เป็นการเปิดโลกแห่งจินตนาการที่ไร้ขอบเขตผ่านนวัตกรรมของรถ และ ART TOY สุดแรร์ ของสะสมที่มีคุณค่าทางใจ และ Sold out หมดแล้วทุกชิ้น ไม่ผลิตขายแล้ว ทำให้มีมูลค่าสูงมากในปัจจุบัน  ของเจ้าพ่ออาร์ตทอยชื่อดังของเมืองไทย คุณจี๊ป พงศธร ธรรมวัฒนะ ที่จะมาร่วมปลุกความฝัน และจินตนาการของทุกคน ผ่านการสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ และดื่มด่ำกับเหล่าของสะสมเหนือจินตนาการจากนิทรรศการที่นำมาจัดแสดง อีกทั้งยังมีกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เปิดตัว JPX x COARSE Presents Kwaii: NONG JP 5” tall (Sa Nuk) สีใหม่! (เรืองแสง) ที่เหล่าแฟนๆตั้งตารอคอย เปิดตัวเป็นพิเศษในงาน และให้ลูกค้าเบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป-บางนา ได้รับชมเป็นที่แรกก่อนใครอีกด้วย พร้อมร่วมเปิดประสบการณ์แห่งโลกจินตนาการไร้ขอบเขต และเพลิดเพลินกับกิจกรรมภายในงาน จัดเต็มความยิ่งใหญ่ทั่วทั้งโชว์รูมตลอด 5 วัน อิ่มอร่อยกับ 5 วัน 5 ร้านดัง พร้อมเสิร์ฟ Baby Pizza, MOS Burger, Emily’s, Uglydog และขนมโตเกียวร้านดัง อย่าลืม! นัดหมายเข้าชมรถ The all-new CLE หรือทดลองขับรถรุ่นอื่นๆ รับฟรี! แก้วเก็บอุณหภูมิไซส์ 40oz. สุดคูล!! ตั้งแต่วันที่ 13-17 กันยายน 2567 จัดเต็มที่ Benz BKK Bangna : Mercedes-Benz Experience Center ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-745-2222, Line OA, Facebook, Instagram, YouTube, TikTok : @benzbkkgroup )   #BENZBKKGROUP #BENZBKKBANGNA #TOYFESTTESTDRIVE #MERCEDESBENZ #ARTTOY

  • “Identity of Siam,15th”

    สศท. เตรียมจัด “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” โชว์หัตถศิลป์ไทยชั้นบรมครู พร้อมสืบสานภูมิปัญญา รักษา ต่อยอดงานศิลปหัตถกรรม สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ สศท. เตรียมจัดแสดงงานศิลปหัตถกรรมไทยแห่งปี “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” ระหว่างวันที่ 18 - 22 กันยายนนี้ หวังส่งต่อภูมิปัญญาและทักษะเชิงช่างหัตถศิลป์ไทยชั้นครูศิลป์ฯ ครูช่างฯ และทายาทฯ ให้เกิดการสืบสาน รักษา ต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่าคู่แผ่นดินไทย นางพรรณวิลาส แพพ่วง รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เปิดเผยถึงความพร้อมการจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” มหกรรมจัดแสดงผลงานหัตถศิลป์ชั้นบรมครู และจำหน่ายงานหัตถศิลป์ไทย โดยระบุว่า ภายใต้ภารกิจของ สศท. ในการส่งเสริม สนับสนุน ศิลปหัตถกรรมไทยทุกพื้นที่ของประเทศไทย ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรมมาเสริมสร้างอาชีพให้กับคนไทยมาอย่างต่อเนื่อง และนำมาสู่การพัฒนาหัตถศิลป์ไทยให้ยั่งยืน เพื่อผลักดันภารกิจดังกล่าวปีนี้ สศท. ยังคงสานต่อการจัดงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” ภายใต้แนวคิด สืบสาน ตำนานหัตถศิลป์ไทย (The Legend of Thai Craft) เพื่อเป็นการสืบสานงานศิลปหัตกรรมไทยที่ใกล้สูญหาย รักษาภูมิปัญญาองค์ความรู้ของบรรพบุรุษที่มีอัตลักษณ์ สะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์ผลงานไม่ให้สูญหาย และต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมไทยของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ให้เป็นที่ประจักษ์ในฐานะมรดกภูมิปัญญาคู่แผ่นดิน รวมทั้งปลุกตำนาน และฟื้นคืนชีวิตภูมิปัญญาคุณค่างานหัตถศิลป์ไทยชั้นบรมครูให้กับคนรุ่นใหม่เป็นแรงขับเคลื่อนภูมิปัญญามรดกศิลป์ มรดกชาติ สู่การเป็น Craft Power สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ สำหรับกิจกรรมภายในงานปีนี้ แบ่งกิจกรรมออกเป็น 2 ส่วนหลัก คือ ส่วนที่หนึ่ง การจัดแสดงนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง , พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในการวางรากฐานสนับสนุนงานศิลปหัตถกรรมบนผืนแผ่นดิน ส่งเสริมอาชีพด้วยภูมิปัญญา ภายใต้แนวคิด “คือพระหัตถ์สร้างงาน รากฐานงานหัตถศิลป์ไทย” รวมถึงจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ รวมไปถึงส่วนสาธิต อาทิ ทอผ้าจก, จักสานย่านลิเภา, จักสานไม้ไผ่ลายขิด ฯลฯ โดยสมาชิกมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ นิทรรศการส่วนไฮไลท์ “หัตถศิลป์ที่คิดถึง” ผลงานหัตถศิลป์ล้ำค่าของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย ผู้ล่วงลับกว่า 50 ผลงาน ซึ่งเป็นงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่า ทั้งที่หาชมได้ยาก และใกล้สูญหาย เนื่องจากเหลือช่างทำน้อยราย ที่นับวันจะลดลง อนาคตอาจเหลือเพียงตำนาน อาทิ ขันลงหิน-บ้านบุ ครูเมตตา เสลานนท์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2552, มีดเหล็กลาย ครูพชร พงศกรรังศิลป์ ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2559, หัตถกรรมทองเหลืองสาน ครูวนิตย์ ธรรมประทีป ครูศิลป์ของแผ่นดิน ปี 2553 เป็นต้น รวมถึงสาธิตกระบวนการสร้างสรรค์ผลงานหัตถกรรมชิ้นเอก ถ่ายทอดเทคนิค กระบวนการกว่าจะมาเป็นงานหัตถกรรม โดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม กว่า 25 ราย อาทิ เครื่องประดับมุกโบราณ, งานต้องลายปานซอย (งานฉลุลายโลหะแบบศิลปะไทใหญ่), ลายรดน้ำ, เครื่องเขิน, พวงมะโหตร, แกะสลักไม้, ว่าวเบอร์ฮามัส ฯลฯ และนิทรรศการ “ตำนานบทใหม่ของช่างฝีมือคนไทย” เชิดชูครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรมไทย และทายาทศิลปหัตถกรรมไทย ประจำปี 2567 ส่วนที่สอง การส่งเสริมคุณค่างานหัตถศิลป์ จัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมของครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ผลิตภัณฑ์จาก SACIT Shop เพื่อสนับสนุนการจำหน่าย รวมไปถึงเพิ่มโอกาสและช่องทางการตลาดแก่ผู้ผลิตงานศิลปหัตถกรรมให้กับกลุ่มผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศ และกิจกรรมสร้างสรรค์งานศิลป์ (Workshop) กิจกรรมการทดลองสร้างสรรค์งานศิลปหัตถกรรม กว่า 20 กิจกรรม สัมผัสประสบการณ์สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ไทยด้วยฝีมือตนเอง ซึ่งถ่ายทอดโดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม อาทิ หุ่นกระบอกไทยจิ๋ว, สลักดุนโลหะ, ทำหัวโขนแม่เหล็ก และการลงรักปิดทอง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษภายในงาน ด้วยพิธีมอบรางวัลเชิดชูเกียรติครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม และทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ประจำปี 2567 กิจกรรมเสวนาในหลากหลายมุมมองเกี่ยวกับงานศิลปหัตถกรรมอันทรงคุณค่า เพื่อเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และแนวคิดระหว่างกัน โดยครูศิลป์ของแผ่นดิน ครูช่างศิลปหัตถกรรม ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม รวมทั้งกิจกรรมสันทนาการ บริเวณเวทีกลางสำหรับถ่ายทอด สืบสาน และส่งเสริมคุณค่างานศิลปวัฒนธรรมของไทย อาทิ การแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์, การแสดงหนังใหญ่, การแสดงจากศิลปินที่เป็นแบบอย่าง ชรัส อารมณ์ การแสดงจากคนรุ่นใหม่ที่สืบสานความเป็นไทย ไรอัล กาจบัณฑิต, เก่ง ธชย และการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย ทั้งนี้ สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) ขอเชิญทุกท่านมาร่วมสัมผัสเสน่ห์ของงานหัตถศิลป์ระดับชาติ ซึ่งรวบรวมไว้ซึ่งศาสตร์และศิลป์ชั้นบรมครูด้านศิลปหัตถกรรมไทยที่นี่ที่เดียวในงาน “อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 15” สืบสาน ตำนานหัตถศิลป์ไทย (The Legend of Thai Craft) จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 18-22 กันยายน 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ฮอลล์ 5 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page