top of page

1423 results found with an empty search

  • MOTOR EXPO

    MOTOR EXPO คืนกำไรผู้ชมอลังการ จับรางวัล รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน “IMC สื่อสากล” จับรางวัลหาผู้โชคดีจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมที่ “ซื้อรถ...ชิงรถ” “ซื้อบัตร...ชิงรถ” “ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์” และ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล" ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th , autoinfo.co.th , ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS  ฉบับประจำเดือนเมษายน 2569 ###

  • Prime E Truck Partners with DeepWay to Transform Thai Logistics, Launching the "DeepWay Star 6x4" Intelligent Electric Heavy-Duty Truck

    Prime E Truck ผนึกกำลัง DeepWay แบรนด์หัวลากไฟฟ้าล้ำสมัย พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ DeepWay Star 6x4 • Prime E Truck จับมือ DeepWay เป็นผู้จัดจำหน่าย รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมลงนามความร่วมมือพลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้า • เปิดตัว DeepWay Star 6x4 ชู EV ระยะวิ่ง 440 กิโลเมตร (Full Load) พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL เป็นกลไกหลักลดต้นทุน–คาร์บอน เจาะตลาดขนส่งอาเซียน กรุงเทพมหานคร – 21 มกราคม 2569 – บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด (Prime E Truck) ผู้นำด้านโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ DeepWay ผู้พัฒนาเทคโนโลยีรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก โดยแต่งตั้งให้ Prime E Truck เป็น ผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้า 100% รุ่นเรือธง “DeepWay Star 6x4” อย่างเป็นทางการในตลาดไทย พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนผ่านโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมขนส่งไทยสู่ยุค "โลจิสติกส์สีเขียว" Prime E Truck: ผนึกกำลังพันธมิตรแกร่ง ตั้งเป้ายกระดับการขนส่งอาเซียน บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือณรงค์ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน ได้รับเลือกจาก DeepWay ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย โดย นายณรงค์ สกุลศิริรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า "ด้วยวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ในการเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในการเปลี่ยนผ่านการขนส่งในไทยจากการใช้รถยนต์พาณิชย์สันดาปไปสู่การใช้รถยนต์พาณิชย์อีวี อย่างมีรูปแบบและชัดเจนในไทย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์เปลี่ยนผ่านจากดีเซลสู่ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ คุ้มค่าทางธุรกิจ และแข่งขันได้ในระยะยาว ความร่วมมือกับ DeepWay คือ จุดเริ่มต้นของการยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งไทยอย่างยั่งยืน เราจะนำเทคโนโลยีระดับโลกมาผสานกับความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับโลจิสติกส์ไทยในเวทีโลก" Mr. Tan Chang Yu ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิศวกรรม ของ DeepWay กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "ในฐานะที่ DeepWay เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกของโลกที่พัฒนาโซลูชันรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยแนวคิดการออกแบบและสร้างสรรค์ และสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรมได้จริง โดยมียอดส่งมอบสะสมแล้วกว่า 6,400 คันในประเทศจีน และกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาสำคัญของการที่รถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้าล้วนของ DeepWay ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นฐานยุทธศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือกับ Prime E Truck ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay ในประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อสร้างระบบนิเวศ 'รถ + บริการ' (Vehicle + Service) ที่สมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งสีเขียวในระยะยาว” Mr. Chen Jun ผู้บริหารฝ่ายบริการพื้นที่เขตอาเซียน ของ CATL ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ ได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของแบตเตอรี่รุ่นที่ 3 จาก CATL ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ DeepWay Star 6x4 ว่า "ในภาคการขนส่งรถบรรทุกหนัก อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นปัจจัยหลักของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (TCO) แบตเตอรี่ของเราสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 4,500 รอบการชาร์จ หรือแปลเป็นกิโลเมตร คือ 1.6 ล้านกิโลเมตร โดยมีการเสื่อมสภาพไม่เกิน 30% เมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมไฟฟ้าอิสระของ DeepWay อัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 kWh/กม. แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh รองรับระยะทางมากกว่า 440 กม. กล่าวได้ว่า DeepWay Star 6 x 4 มีขุมพลังแบตเตอรี่ ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์หนักอย่างแท้จริง” เปิดตัว DeepWay Star 6x4 รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก นายพัทธนัย วนาศรีสันต์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด เปิดเผยถึงจุดเด่นของ DeepWay Star 6 x 4 ว่า “เราเลือก DeepWay Star 6 x 4 เป็นรุ่นเรือธง สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากเป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์งานขนส่งตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าที่วิ่งระยะไกลโดยไม่ต้องเสียเวลาชาร์จบ่อยครั้งระหว่างขนส่ง โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ • แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh จาก CATL • ระยะวิ่งมากกว่า 440 กม./ชาร์จ (บรรทุกเต็ม) • Battery Warranty 6 ปี หรือ 1,200,000 กิโลเมตร • ระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะ ประหยัดพลังงานเฉลี่ย ~1.3 kWh/กม. • โครงสร้างความปลอดภัยระดับสูง พร้อมระบบขับขี่อัฉริยะ ระดับ 2 (L2) นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะ 360 องศา ที่ผ่านการทดสอบความทนทานในสภาพอากาศร้อนจัดแบบทะเลทราย มั่นใจว่าทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของไทยได้ เราได้ทำการทดสอบเส้นทางและสมรรถนะของรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay Star 6x4 ในไทยพบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ต่ำถึง 1.3 กิโลวัตต์ ต่อกิโลเมตร หรือ เพียง 3.4 บาท/KWh เท่านั้นแอง (คิดจาก On Peak 4.2 / Off Peak 2.6) และยืนยันได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับความคุ้มค่าและพลิกโฉมการขนส่งไทยได้อย่างแน่นอน ส่วนกลยุทธ์การตลาดจะเน้นที่ Fleet ขนาดกลาง–ใหญ่, อุตสาหกรรมอาหาร, อีคอมเมิร์ซ และ Supply Chain ที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและ Carbon Footprint และบริการหลังการขายครบวงจร ทั้งการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ (Depot Charging) การซ่อมบำรุง และการฝึกอบรมพนักงานขับรถ พร้อมเปิดรับจอง DeepWay Star 6x4 แล้ววันนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร ประกาศราคาจำหน่าย 6,550,000 บาท และมีส่วนลดพิเศษคันละ 300,000 บาท สำหรับลูกค้า 100 รายแรก” นายพัทธนัยกล่าว นายพัทธนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “Prime E Truck และ DeepWay ให้ความสำคัญกับการเปิดตัว DeepWay Star 6x4 ในตลาดประเทศไทย เนื่องจากตลาดมีความพร้อมที่จะรับเทคโนโลยีขนส่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถหัวลากไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลจากนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมรถไฟฟ้าตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา ทำให้สังคมเกิดการเรียนรู้เรื่องชีวิตประจำวันกับยานยนต์ไฟฟ้าจนความเชื่อมั่นได้ขยายจากภาคครัวเรือนไปสู่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐ และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ได้มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมธุรกิจสีเขียว (ESG) ทำให้ภาคเอกชนต้องสนใจกับนโยบายคาร์บอนต่ำ ดังนั้น เราเข้าตลาดครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ทุกภาคส่วนตื่นตัวและพร้อมที่จะเข้าสู่ Green Society อย่างแท้จริง” นายพัทธนัย กล่าว นายพัทธนัย กล่าวว่า “ในระยะเริ่มต้น บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายในปีแรก 100 คัน โดยจะมีดีลเลอร์ กระจายทั่วประเทศ 20 แห่ง พร้อมศูนย์บริการ โดย Prime E Truck ได้ลงทุนสร้างศูนย์เทคนิคและคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ ณ สำนักงานใหญ่ย่านเทพารักษ์ เราต้องรุกหนักในช่วงเริ่มต้นในการให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้รถหัวลากไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสันดาปภายในสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และที่สำคัญ เราจะต้องสามารถให้ความมั่นใจลูกค้าได้ในด้านบริการหลังการขาย” นอกจากนี้ Prime E Truck ยังได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ DeepWay ในการร่วมวิจัยและศึกษาเทคโนโลยีการแปลงรถหัวลากสันดาปภายในเดิมของลูกค้า ที่มีอยู่จำนวนมากในไทย มาเป็นรถหัวลากไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญของ DeepWay การศึกษานี้คาดว่าจะใช้เวลา 6-12 เดือน โดยจะศึกษาแบบครบวงจรตั้งแต่การดัดแปลงตัวรถ ระบบขับเคลื่อน (E-Axle) ระบบแบตเตอร์รี่ ไปจนถึงการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ในรูปแบบ Swap เพื่อสร้างความมั่นใจและตอบโจทย์กับตลาดเรื่องระบบการชาร์จแบตเตอร์รี่ที่รวดเร็วขึ้น “เราเชื่อมั่นว่าด้วยแนวคิดทั้งการนำรถใหม่เข้ามาทำตลาดกับการบริการแปลงรถน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกบ้านเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายพัทธนัยกล่าว = = = = = = = = = = = = = = เกี่ยวกับ Prime E Truck บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด ผู้นำด้านโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย มุ่งมั่นให้บริการด้านโลจิสติกส์สีเขียวแบบครบวงจร ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เกี่ยวกับ DeepWay บริษัทเทคโนโลยีรถบรรทุกพลังงานใหม่อัจฉริยะ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Baidu มุ่งเน้นการปฏิวัติการขนส่งสินค้าผ่านการผสมผสานเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติและพลังงานไฟฟ้า

  • FIFA World Cup 2026™ Trophy Tour by Coca-Cola

    ฮุนไดชวนแฟนบอลลุ้นสัมผัสถ้วย FIFA World Cup™ Trophy ของจริง ที่ ICONSIAM 24 มกราคมนี้ กระแสฟุตบอลโลกเริ่มอุ่นเครื่องก่อนศึกใหญ่จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เมื่อ ฮุนได จับมือกับ “โคคา-โคล่า” จุดประกายความคลั่งไคล้ลูกหนังในประเทศไทย ผ่านกิจกรรมระดับโลก FIFA World Cup 2026™ Trophy Tour by Coca-Cola นำถ้วยแห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลอย่าง FIFA World Cup™ Trophy เดินทางมาให้แฟนบอลชาวไทยได้สัมผัสของจริงแบบใกล้ชิด ก่อนศึก FIFA World Cup 2026™ จะระเบิดความมันทั่วโลก โดยฮุนไดในฐานะ Mobility Partner จัดขบวนรถยนต์พิเศษทำหน้าที่ขนส่งถ้วยแชมป์สัญลักษณ์แห่งความฝัน ความสำเร็จ และเกียรติยศสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพ สร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ให้คอบอลไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศการนับถอยหลังสู่มหกรรมลูกหนังที่แฟนกีฬาทั่วโลกเฝ้ารอ นอกจากการจัดแสดงถ้วยแชมป์โลก ฮุนไดยังเอาใจแฟนบอลด้วยกิจกรรมบนแฟนเพจของ Hyundai Thailand ให้ได้ร่วมลุ้นบัตรเข้าชมถ้วย FIFA World Cup Trophy ของจริง ในงาน FIFA World Cup 2026 Trophy Tour by Coca-Cola ณ ICONSIAM บริเวณ River Park ชั้น G ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. เพียงร่วมสนุกผ่าน Facebook: Hyundai Thailand www.facebook.com/HyundaiThailand ด้วยการกดไลก์และแชร์โพสต์กิจกรรม จากนั้นคอมเมนต์ตอบคำถามว่า “รถฮุนไดรุ่นไหนจะร่วมขบวนขนถ้วยมาไทย” พร้อมเหตุผลสั้นๆ (ตอบได้เพียง 1 รุ่น) ผู้ที่ตอบถูกต้อง 50 คนแรก รับบัตรเข้าชมถ้วย รางวัลละ 2 ใบ รวม 100 ใบ โดยบัตรอยู่ในรูปแบบ Pin Code กำหนดร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 19 – 21 มกราคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 21.00 น. นี่คืออีกหนึ่งอีเวนต์กีฬาระดับโลกที่แฟนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเขย่าเสียงเชียร์ไปทั่วทุกมุมโลก

  • 'Borneo' strengthens the entire Value Chain

    มโนยนต์’ เสริมแกร่ง ‘บอร์เนียว’ เสริมสร้าง Value Chain ทั้งระบบ ย้ำภาพผู้นำอุปกรณ์ยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม พร้อมวางเป้ารายได้เติบโต 5,000 ล้านบาท ขยายตลาดใหม่ทั่วภูมิภาค SEA ‘กลุ่มบริษัทมโนยนต์’ โดย ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรม การบริหาร ผู้ผลิต ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอะไหล่ยานยนต์ทดแทน ร่วมกับ ‘บอร์เนียว’ โดย นายรัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ จัดงาน “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. ณ ห้องนภาลัย แกรน ด์ บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี เพื่อแถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์องค์กร ตอกย้ำบอร์เนียว ด้านความเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ยานยนต์ และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม หลังยกระดับศักยภาพธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายใต้พลังจากกลุ่มบริษัทมโนยนต์ สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและลูกค้าทั่วประเทศ ร่วมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการยกระดับ ‘Value Chain’ เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยโมเดลที่แตกต่าง เตรียมขยายตลาดใหม่ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ กล่าวว่า บริษัท มโนยนต์ชัย จำกัด เป็นบริษัทแรกในกลุ่มธุรกิจการค้าของกลุ่มบริษัทมโนยนต์ สร้างชื่อจากการดำเนินธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ทดแทนตั้งแต่ปี 2509 ด้วยการร่วมทุนกับผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์แท้จากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มบริษัทมโนยนต์จึงมีขีดความสามารถในการจัดหาแหล่งผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์แท้ หรือเทียบเท่าจากผู้ผลิตโดยตรงทั้งในและต่างประเทศ พร้อมด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ ทำให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหตุผลที่กลุ่มบริษัทมโนยนต์ตัดสินใจลงทุนด้วยสัดส่วน 100% ในบอร์เนียว เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตต่อไปได้ จากเดิมที่กลุ่มบริษัทมโนยนต์ถือหุ้นสัดส่วน 34% ปัจจุบันถือหุ้นสัดส่วน 100% โดยสิ่งที่เป็นจุดแข็งของบอร์เนียว คือการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนใคร ไม่ได้ขายเพียงสินค้าแต่ยังเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้เล่นหลากหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน พลังความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทมโนยนต์และบอร์เนียวในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง-ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตรุดหน้าได้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ด้าน นายรัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์ เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ความโดดเด่นของบอร์เนียวมีหลายประการ สำคัญที่สุด คือความ ‘Unique’ บอร์เนียวไม่ได้ดำเนินธุรกิจแบบซื้อมาขายไปเท่านั้น แต่ยังมีจุดแข็งครบทั้งห่วงโซ่ ทำให้ ‘บอร์เนียว’ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่ฐานลูกค้ากว่า 20,000 ราย ตราสินค้าเกือบ 40 แบรนด์ พนักงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการกว่า 500 คน กิจกรรมการตลาดทุกรูปแบบ คลังสินค้าที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ 10 แห่ง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุดรธานี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา จังหวัดปทุมธานี และสำนักงานใหญ่ รวมถึงการใช้ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ในการบริหารจัดการ ทำให้ข้อมูลในองค์กรเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย ครบถ้วน “วิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจปี 2026 ของบอร์เนียวภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มบริษัทมโนยนต์ คือการเป็นผู้นำในธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม ซึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัทมโนยนต์ประสบความสำเร็จ คือ ความเข้าใจ Value Chain ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และเชื่อมโยงผู้เล่นทั้งระบบเข้าด้วยกัน ส่วนบอร์เนียวมี ความ Unique เฉพาะตัวที่แข็งแรง ด้วยประสบการณ์การทำธุรกิจในไทยมากกว่า 170 ปี จากบริษัทที่มีความเป็นสากล พัฒนาไม่หยุดนิ่ง คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การลงทุนครั้งนี้ ยกระดับการทำงานไปอีกขั้น การมีบอร์เนียวเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กลุ่มบริษัทมโนยนต์ ครบถ้วนสมบูรณ์แข็ง แกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงบอร์เนียวเองก็จะมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้นไปอีกด้วย ทิศทางธุรกิจหลังจากนี้ นอกจากจะต่อยอดจากฐานลูก ค้าเดิมที่มีอยู่ และใช้ประโยชน์จากความสามารถในการจัดหาและคัดเลือกสินค้า ในอนาคตบอร์เนียวยังตั้งเป้าเพิ่ม ‘Product Pillar’ อีก 1 กลุ่ม โดยจะวางเป็นหนึ่งในแกนธุรกิจหลัก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับหมวดหมู่สินค้าและบริการ รองรับความต้องการของลูกค้าได้หลายกลุ่ม เติมเต็มช่องว่างในตลาด ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ครบวงจร ทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ทันสมัย สามารถแข่งขันในระยะยาวได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ ‘New Revenue Stream’ หรือการสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ ทำให้สินค้าและบริการขององค์กรทั้งระบบสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เป้าหมายสูงสุดขององค์กร คือการเป็นผู้นำในธุรกิจอุปกรณ์ยานยนต์ โดยในปี 2568 ‘บอร์เนียว มีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าการเติบโตหลังผนึกกำลังร่วมกันอีก 60% จะมีรายได้ราว 5,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า และในปี 2569 มีแผนเพิ่มเติมสินค้าใหม่อีก 5 แบรนด์ ในกลุ่มสินค้าและบริการทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ และวัสดุอุตสาหกรรม “ด้วยการผสานจุดแข็ง ทั้งฐานลูกค้า คู่ค้า สินทรัพย์เดิม และความสามารถในการจัดหาสินค้า องค์กรจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ครบวงจรยิ่งขึ้น เพิ่มความครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม ขยายสู่ตลาดใหม่ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มมโนยนต์และบอร์เนียวต้องการสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าและคู่ค้า เพื่อการเติบโตของผลกำไรในระยะยาวอย่างยั่งยืน” .... *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com. #มโนยนต์เสริมแกร่งบอร์เนียวเสริมสร้างValueChainทั้งระบบย้ำภาพผู้นำอุปกรณ์ยานยนต์ #บอร์เนียวเทคนิเคิลประเทศไทย #กลุ่มบริษัทมโนยนต์ #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • "Lamina" helps fulfill the dreams of Thai children.

    “ลามิน่า” สานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ให้โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง จังหวัดกำแพงเพชร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมผ่านโครงการ“ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน” อาคารที่ 24 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 โดยในปีนี้ได้ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ขนาด 3 ห้องเรียน ให้แก่โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง จังหวัดกำแพงเพชร พิธีส่งมอบอาคารเรียนได้รับเกียรติจาก นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด และคุณนิคม เพชรกำเนิด ประธานกลุ่มกระทิงโทน ร่วมส่งมอบอาคาร โดยมีคุณนิราช แสงสุภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 และดร.มงคล รอพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ด้านการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ทางลามิน่า ยังได้ส่งมอบโรงอาหารของโรงเรียน ภายใต้โครงการ “มินิสานฝัน” ซึ่งดำเนินงานเป็นปีที่ 11 พร้อมกันนี้ยังได้มอบชุดทันตกรรมเคลื่อนที่ให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา สำหรับใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนในพื้นที่ต่อไป *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ให้โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุงกำแพงเพชร #LaminaFilms #ลามีน่าฟิลม์ #LaminaCSR #ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน #ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนปีที่25 #ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม #ลามิน่ามินิสานฝัน #เทคโนเซลเฟรย์ #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • C PAINT

    C PAINT พลิกโฉมงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ไทย เปิดกลยุทธ์ Pop-up Store รายแรก ตั้งเป้า 100 สาขา รอง รับงานซ่อม 50,000 คัน ภายใน 3 ปี รับการเติบโตของตลาด EV C PAINT ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตำแหน่งแบรนด์ในตลาดงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ระดับพรีเมียมด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโรงงานพร้อม การเข้าถึงที่สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์ C PAINT Pop- up Store ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลด้วยระบบ C PAINT Connect ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ให้สามารถติด ตามสถานะงานซ่อมได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับความต้องการของผู้ใช้รถยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความโปร่งใส และเชื่อถือได้ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ 10,000 คันภายในปี 2569 และขยายศักยภาพรองรับเป็น 50,000 คันภายใน 3 ปี ควบคู่กับแผนขยายสาขาให้ครบ 25 สาขาภายในปี 2569 เร่งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์และบริษัทประกันภัย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างยั่งยืน จากทั้งงานเคลมประกัน งานซ่อมพรีเมียม และบริการฟื้นฟูสภาพรถยนต์ คุณพัณณ์ชิตา ภักดีชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เฟคท์ บอดี้เพ้นท์ จำกัด กล่าวว่า “C PAINT เกิดจากประสบการณ์กว่า 15 ปีในอุตสาหกรรมรถยนต์ เราเห็นความกังวลของลูกค้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพงานซ่อม ความล่าช้า ไปจนถึงการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน เราจึงต้องการสร้างศูนย์ซ่อมที่มีความโปร่งใส เชื่อถือได้ และยกระดับมาตรฐานงานซ่อมให้กับวงการศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ ทั้งนี้เราได้ออกแบบและพัฒนาระบบ C PAINT CONNECT เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลของสถานะการซ่อม ลดความกังวลของลูกค้า โดยในปี 2569 C PAINT ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ 10,000 คัน พร้อมมองโอกาสในการขยายสาขา C PAINT Pop-up Store ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคในระยะยาว” ธุรกิจงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์เป็นบริการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง C PAINT จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างรอบด้านและทุกมิติ เน้นคุณภาพงานซ่อมโดยนำเทคโนโลยีงานพ่นสีสมัยใหม่ ห้องอบสีระบบปิดมาตรฐาน เครื่องมือที่ใช้ทันสมัย ไปจนถึงกระบวนการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน (Quality Gate) ควบคู่การพัฒนาความสามารถของทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค การวางระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ชัดเจนโดยจุดเด่นของ C PAINT คือ คุณภาพ งานระดับศูนย์บริการกับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมการส่งมอบตรงเวลา และบริการที่โปร่งใสผ่านระบบติดตามงานซ่อมแบบเรียลไทม์ รองรับรถยนต์ทุกประเภท ทั้งรถสันดาป รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีอัตราการเติบ โตอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย จากข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคที่จัดทำโดยสำนักวิจัยระดับสากล เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง จากแรงสนับสนุนนโยบายภาครัฐและความต้องการของผู้ใช้รถที่มองหาทางเลือกการขับขี่ที่ทันสมัยและคุ้มค่ายิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตลาดบริการซ่อมบำรุงและงานซ่อมสีรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย บริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการให้บริการและยกระดับศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร โดยมุ่งเสริมทักษะเฉพาะทางด้านงานซ่อมและการควบคุมคุณภาพ สะท้อนกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว C PAINT ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาและยกระดับมาตร ฐานการให้บริการด้านงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ในระดับสูงสุด โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านงานซ่อมสีและตัวถังอย่าง ABLE BODY AND PAINT ก่อนเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์จำนวน 50,000 คันภายในระยะเวลา 3 ปี ควบคู่กับการเดินหน้าขยายจุดให้บริการในรูปแบบ C PAINT Pop-up Store 100 สาขา เพื่อเพิ่มความสะดวกและการเข้าถึงบริการของผู้ใช้รถ ลูกค้าเพียงนำรถเข้าจอด ณ จุดให้บริการ C PAINT ทีมงานจะดูแลกระบวนการทั้งหมดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินราคาซ่อม การดำเนินการเคลมประกันภัย ไปจนถึงการกำหนดระยะเวลาส่งมอบ โดยทุกขั้นตอนจะได้รับการสื่อสารอย่างชัดเจนและโปร่งใส ผ่านระบบ C PAINT CONNECT ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลและแจ้งสถานะงานซ่อมให้ลูกค้าทราบแบบเรียลไทม์ สร้างความมั่นใจตลอดระยะเวลาการให้บริการ พร้อมยังมีบริการรถเช่าใช้ระหว่างซ่อมในราคาพิเศษ คุณพัณณ์ชิตา บริหาร C PAINT ภายใต้กลยุทธ์ 7C การดูแลที่ยั่งยืน “เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ช่วยให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างชัดเจนและรอบด้าน สร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เจ้าของรถได้มากที่สุด เราพร้อมผลักดันการเติบโตของ C PAINT ให้แข็งแกร่งและต่อเนื่อง” C PAINT ตั้งเป้าก้าวสู่เบอร์หนึ่งศูนย์ซ่อมสี และตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร พร้อมขยายสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ' C PAINT ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร ที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถยุคใหม่ ด้วยคุณ ภาพระดับศูนย์บริการ เทคโนโลยีพ่นสีสมัยใหม่ ห้องอบสีมาตรฐาน และระบบควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน รอง รับรถทุกประเภท ทั้งรถสันดาป รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลเพิ่มเติม www.cpaint.co หรือสอบถาม Call Center 02 096 9424 และ LINE Official Account @CPAINT *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #CPAINT #ซ่อมสีตัวถัง #ซ่อมสีระดับโปรบริการแบบมือหนึ่ง #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition

    ไทยฮอนด้ายกทัพส่งท้ายปี! เปิดตัว 4 รุ่นใหม่ ครบทุกสไตล์การขับขี่ ในงาน Motor Expo 2025 นำโดย New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition สะท้อนเรื่องราวระดับตำนาน ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ขนทัพโมเดลใหม่ล่าสุดร่วมเปิดตัวในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายในงาน ไทยฮอน ด้า นำเสนอรถจักรยานยนต์ครบไลน์ ทั้ง Honda Big Bike และ CUB House ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสรถคันจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ทั้งหมด 4 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่บิ๊กไบค์ระดับตำนาน ทัวร์ริ่งคลาสพรีเมียม ไปจนถึงสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง นำทัพโดย ‘New Honda GOLDWING 50th Anniversary Edition’ ทัวร์ริ่งไบค์ระดับโลกฉลองครบรอบ 50 ปี ที่โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์สีทอง 50th Anniversary และสีพิเศษที่สะท้อนประวัติศาสตร์ครึ่งศตวรรษของ Gold wing ตามด้วยรถจักรยานยนต์สายลุย นำโดย ‘New Honda CRF1100L Africa Twin’ และ ‘New Honda XL750 TRANSALP’ ที่ได้รับการอัปเกรดสมรรถนะและเทคโนโลยีใหม่เพื่อพร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง ปิดท้ายด้วย ‘New Honda CB1300 Final Edition’ โฉมสุดท้ายที่เป็นตำนาน จิตวิญญาณแห่งยุค 90 จาก PROJECT BIG-1 โดยกลับมาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black ถ่ายทอดเสน่ห์ความสปอร์ตคลาสสิก ซึ่งทั้งหมดเปิดตัวให้ผู้รักการขับขี่ได้สัมผัสใกล้ชิดภายในงาน Motor Expo 2025 พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จึงได้นำเสนอรถจักรยานยนต์สายทัวร์ริ่งระดับท็อปคลาส New Honda GOLDWING 50th Anniver sary Edition รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีที่สะท้อนตำนานความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบทัวร์ริ่งไบค์ชั้นนำของโลก ภายใต้คอนเซปต์ ‘GO FLY ให้ทุกตำนานทะยานออกไป’ โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ 50th Anniversary สีทองบริเวณคอนโซลหน้าและกุญแจรี โมทอัจฉริยะ พร้อมสองสีพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น GL1000 ในตำนาน ได้แก่ Bordeaux Red Metallic และ Glamis Gold Metallic มาพร้อมระบบเกียร์ Dual Clutch Transmission (DCT) 7 สปีด และรองรับโหมด Walking และ Reverse เพื่อความสะดวกในการขยับรถ ยกระดับมาตรฐานทัวร์ริ่งไบค์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งนี้มาพร้อม Special Set Anniversary Book, Table Top Model และ Commemorative Box โดยวางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 1,395,000 บาท ตามมาด้วยไลน์อัปรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ นำโดย New Honda CRF1100L Africa Twin ภายใต้คอนเซปต์ ‘True Adventure Never End การผจญภัยที่แท้จริง ลุยได้ไม่มีวันจบ’และNew Honda XL750 TRAN SALP ภายใต้คอนเซปต์ ‘Mountains Are Calling เมื่อจุดพีกเรียกหา…ได้เวลาสัญชาตญาณลุย’ สองโมเดลที่ผสานสมรรถนะและความคล่องตัวสำหรับผู้รักการผจญภัยอย่างแท้จริง โดย New Honda CRF1100L Africa Twin DCT โดดเด่นด้วยสีใหม่ PEARL GLARE WHITE ผสานลายกราฟิกไตรคัลเลอร์ใหม่ให้ความ Aggressive Rally มากขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์ Parallel Twin พร้อมล้อหน้าใหม่ขนาด 19 นิ้ว และ New Honda CRF1100L Africa Twin MT สีใหม่ GRAND PRIX RED มาพร้อมยางแบบ Tubeless ใหม่ อวดความเป็นเอ็นดูโร่ตัวจริง ขณะที่ New Honda XL750 TRANSALP มาพร้อม New LED Headlight ดีไซน์ไฟหน้า LED ใหม่ที่รวมไฟสูงและไฟต่ำในชุดเดียว ช่วงล่างเซ็ตอัปใหม่ รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น เครื่องยนต์ Parallel Twin 755 ซีซี 8 วาล์ว น้ำหนักรวมเพียง 210 กก. พร้อมล้อหน้า 21 นิ้ว ล้อหลัง 18 นิ้ว และระบบ ABS ที่เปิด–ปิดได้ ■New Honda CRF1100L Africa Twin DCT และ MT วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 709,000 บาท และ 569,000 บาท ■New Honda XL750 TRANSALP สี Ross White และ Graphite Black วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 394,000 บาท ■New Honda CB1300 Final Edition บิ๊กไบค์ 4 สูบเรียงระดับตำนานจาก PROJECT BIG-1 ที่กลับมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ตคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะผลิต ภายใต้คอนเซปต์ The Final Legacy ตำนานเหนือกาลเวลาทุกเส้นทาง มาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black แรงบันดาลใจจาก CB รุ่นแรกในปี ค.ศ.1992 รวมถึงหน้าปัดเรือนไมล์เข็มคู่ดีไซน์ทรงกลมสะท้อนความคลาสสิก ผสานจอดิจิทัลตรงกลางที่ใช้งานง่ายและระบบ Cruise Control และระบบความปลอด ภัยขั้นสูงอย่าง Cornering ABS และHonda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ช่วยควบคุมแรงบิดและการยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นใจ New Honda CB1300 SUPER FOUR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 575,000 บาท และ New Honda CB1300 SUPER BOL D'OR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 600,000 บาท นอกจากนี้ฮอนด้าบิ๊กไบค์ยังเผยโฉมไลน์อัปCBR Series นำโดย New Honda CB650R E-Clutch เน็กเก็ตไบค์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Honda E-Clutch มิติใหม่แห่งความเร้าใจ ถ่ายทอดอารมณ์จากสนามแข่งสู่การขับขี่บนท้องถนนได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเรโทรและตัวถังสีใหม่ Grand Prix Red สีแดงสดสะดุดตา วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 332,100 บาท ต่อด้วย New Honda CBR650R สปอร์ตไบค์สายพันธุ์นักแข่ง ที่ติดตั้ง Honda E-Clutch เทคโนโลยีคลัตช์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ช่วยให้บิดมันส์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ พร้อมโหมดเปิด–ปิดการทำงานตามสไตล์ผู้ขับขี่ ดีไซน์ภายนอกได้รับการรีเฟรชให้ดุดันยิ่งขึ้น มาพร้อมสีใหม่ Mat Gunpowder Black Metallic ถอดแบบดีเอ็นเอความเป็นสปอร์ตตัวจริง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 347,300 บาท ปิดท้ายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเอาใจชาว CUB House ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสรถคันจริง พร้อมข้อเสนอเร้าใจ โดยมีไฮไลต์คือชุดแต่งจาก Kitaco Set ในราคาพิเศษ รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,800 บาทต่อเดือน และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทั้งหมวกกันน็อก ทะเบียน และ พ.ร.บ. ที่มอบให้แบบครบชุด โดยทั้งหมดนี้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2025 เท่านั้น ผู้สนใจสามารถพบกับรถจักรยานยนต์ใหม่ล่าสุดและรุ่นอื่น ๆ ของไทยฮอนด้า พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งรถ และโปรโมชันสุดพิเศษ ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ...... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #BangkokMotorExpo2025 #MotorExpo2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025ครั้งที่42 #HondaGOLDWING #GOLDWING #GoFly #50thAnniversary #NewCB1300FinalEdition #CB1300 #CB1300SuperFour #CB1300SuperBoldor #TheFinalLegacy #NewAfricaTwin #CRF1100L #DCT #HondaDCT #TrueAdventureNeverEnd #NewAfricaTwin #CRF1100L #MT #TrueAdventureNeverEnd #NewHondaXL750 #XL750 #TRANSALP #MountainsAreCalling #CB650R #CBR650R #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld #CUBHouse #CUBHousebyHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra by Sittipol Group”

    ส่งเสียงเชียร์ ส่งกำลังใจ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ให้ก้าวต่อไปบนเส้นทางการแข่งขันระดับโลก   ผนวกแรงเชียร์ แรงใจ และแรงสนับสนุนจากกลุ่มสิทธิผล สู่กิจกรรม “Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra by Sittipol Group” เพื่อรวมพลังส่งให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เดินหน้าสู่ความสำเร็จบนเวทีการแข่งขันระดับโลกต่อไป กลุ่มสิทธิผล โดยคุณทนง ลี้อิสสระนุกูล นักธุรกิจผู้ชื่นชอบมอเตอร์สปอร์ต และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จมากมายของทั้งนักแข่ง ทีมแข่ง และเป็นผู้ให้การสนับสนุน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่การแข่งขันในประเทศไทยจนก้าวขึ้นสู่เวทีการแข่งขันระดับโลก อาทิ Moto2 และMotoGP  ด้วยความภาคภูมิใจนี้ กลุ่มสิทธิผล จึงได้จัดกิจกรรม “Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra” เพื่อให้แฟนคลับและคนไทยช่วยกันส่งแรงเชียร์ แรงใจ ส่งพลังให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก เพื่อเป็นศักดิ์ศรีให้แก่คนไทยต่อไป และแน่นอนในปีหน้า 2569 กลุ่มสิทธิผล และคุณทนง ยังคงยืนหยัดให้การสนับสนุน พร้อม ร่วมส่งพลังบวกให้ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักแข่งไทยคนแรกที่เดินทางสู่จุดสูงสุดของการแข่งรถ “Production” แบบเต็มฤดูกาลกับรายการเวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 (WSBK) ภายใต้ทีมโรงงาน "ฮอนด้า เอชอาร์ซี" (Honda HRC)   ชมภาพความประทับใจในงาน Exclusive Fan Meet Somkiat Chantra  By Sittipol Group เพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Sittipol 1919

  • C10 Limited Edition Kinetix Model

    Leapmotor Thailand เปิดตัวรุ่นพิเศษ C10 Limited Edition Kinetix Model ในราคา 928,000 บาท เพียง 100 คันเท่านั้น มาพร้อมแคมเปญสุดพิเศษให้ลูกค้าเก่าและใหม่ที่ซื้อรถกับ “พระนครยนตรการ” สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ที่ปรับจูนโดยวิศวะกรจาก Stellantis และเทคโนโลยี Cell-To-Chassis 2.0 Leap motor B10 ได้รางวัลมาตรฐานความปลอดภัย ระดับ 5 ดาว จาก EURO NCAP ข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าและใหม่ที่ซื้อรถกับพระนครยนตรการ บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ Leapmotor อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมเปิดตัว Leapmotor C10 รุ่นพิเศษ Limited Edition Kinetix Model ในราคา 928,000 บาท มีจำหน่ายเพียงแค่ 100 คันเท่านั้น มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้าเก่าและใหม่ที่ซื้อรถกับ “พระนครยนตรการ” เพียงจองรถในงาน Motor Expo 2025 และออกรถภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2568 นี้เท่านั้น คุณธวัชชัย จึงสงวนพรสุข กรรมการบริหาร บริษัท พระนครยนตรการ จำกัด (PNA) กล่าวว่า “สำหรับบูธ Leap motor ในงาน Motor Expo 2025 ปีนี้ เราได้นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าครบทุกไลน์อัป ทั้งรุ่นที่ได้เปิดตัวไปแล้ว อาทิ C10 Design, B10 รุ่น Style และ Design รวมถึงรุ่นที่อยู่ระหว่างการพิจารณานำเข้ามาทำตลาดในเร็ว ๆ นี้อย่าง C10 REEV ที่สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 1,150 กิโล เมตร ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก Stellantis ในการนำเข้ามาเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสคันจริงภายในงานนี้ พระนครยนตรการ ยังคงยืนหยัดในการให้บริการหลังการขายอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยคลังอะไหล่ที่พร้อมจัดส่งภายใน 1–2 วันทำการ และโชว์รูมพร้อมให้บริการทั่วประเทศกว่า 15 แห่ง นอกจากนี้ เรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาและอบรมช่างเทคนิคอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะได้รับบริการที่มีคุณภาพสูงสุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ พระนครยนตรการ ได้จัดเตรียมแคมเปญพิเศษมากมายสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์ Leapmotor ทุกไลน์อัป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกค้าเก่าที่เคยออกรถยนต์จากทุกแบรนด์ภายใต้กลุ่มพระนครยนตรการ จะได้รับสิทธิพิเศษแคมเปญ บำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน มูลค่า 20,000 บาท เพิ่มเติมเมื่อทำการจองรถยนต์ทุกรุ่นภายในงาน Motor Expo 2025 และออก รับรถภายในเดือนธันวาคม 2568 ซึ่งสิทธิประโยชน์นี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการดูแลลูก ค้าในประเทศไทยอย่างยั่งยืน สำหรับปีหน้า พระนครยนตรการ ยังมีแผนเปิดตัวรถรุ่นใหม่เพิ่มเติม เพื่อให้ครอบคลุมทุกไลน์อัปอย่างครบถ้วน พร้อมเดินหน้าสร้างความมั่นใจและความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกท่านต่อไป” สำหรับบูธ Leapmotor (B04) ในงาน Motor Expo 2025 ครั้งนี้ เราได้จัดพื้นที่การนำเสนอออกเป็น 3 โซนหลัก เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสยนตรกรรมของ Leap motor อย่างครบถ้วน เริ่มจากโซน “Lifestyle”ที่นำเสนอ Leapmotor B10 น้องใหม่ล่าสุดซึ่งเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยเรานำมาให้ชมกันถึง 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น Style และ รุ่น Design ให้ทุกท่านได้สัมผัสตัวจริงอย่างใกล้ชิด ถัดมาคือโซน “Creative” ที่จัดแสดงรุ่น C10 Design และ B10 Design ซึ่งได้รับการปรับโฉมด้วยชุดแต่งที่ได้ร่วมกันออกแบบและพัฒนาร่วมกับ บริษัท ฟอร์เต้ (ประเทศไทย) จำกัด (FMT) โดยใช้ชื่อรุ่นว่า Kinetix (คีเนติก) ช่วยเพิ่มเอกลักษณ์และความโดดเด่นให้กับตัวรถได้อย่างลงตัว ปิดท้ายด้วยโซน “Highlight” ที่นำเสนอ C10 REEV หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน ด้วยระยะทางขับขี่ได้ไกลถึง 1,150 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ที่ทุกท่านสามารถเข้ามาสัมผัสเทคโนโลยีและสมรรถนะขั้นสูงของ Leapmotor ได้ด้วยตัวเอง ■Award for C10 & B10 Leapmotor เดินหน้าตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านดีไซน์และความปลอดภัยระดับสากล โดย Leapmotor C10 สามารถคว้ารางวัลการออกแบบระดับนานาชาติได้อย่างต่อเนื่อง ทั้ง International CMF Design Award ในปี 2023 และ 2024 รวมถึงรางวัล French Design Award 2024 ซึ่งล้วนสะท้อนถึงเอกลักษณ์และความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ Leapmotor C10 โดดเด่นด้วยแนวคิดการออกแบบที่แปลกใหม่ ผสมผสานเส้นสายแนวนอนและความโค้งมนอย่างลงตัว ไฟหน้า LED แบบ “Angel-Wing” พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน DRL แบบ Sequential, ระบบ Active Grille Shutter (AGS) ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิก และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้วดีไซน์ “Trident” ที่ช่วยเสริมบุคลิกอันแข็ง แกร่งและสมดุลให้กับตัวรถอย่างสมบูรณ์แบบ นอกจากด้านดีไซน์แล้ว Leapmotor C10 ยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว (5 STAR) จากสถาบัน EURO NCAP ซึ่งถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดที่สุดของยุโรป ยืนยันถึงความปลอด ภัยรอบด้านที่ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมั่นได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน Leapmotor B10 ก็สร้างความสำเร็จครั้งสำคัญอย่างต่อเนื่องหลังการเปิดตัวทั้งในยุโรปและประเทศไทย ด้วยการได้รับมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก EURO NCAP เช่นเดียวกัน สะท้อนถึงศักยภาพด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีความปลอดภัยของ Leapmotor ที่มุ่งมั่นพัฒนาเพื่อมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพระดับโลกแก่ผู้บริโภค ผลการทดสอบของ EURO NCAP แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะด้านความปลอด ภัยของ Leapmotor B10 ที่สามารถผ่านมาตรฐานยุโรปอันเข้มงวดได้อย่างยอดเยี่ยมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านโครงสร้าง ความปลอดภัยของผู้โดยสาร เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบป้องกันการชน ด้วยรางวัลระดับนานาชาติ และมาตรฐานด้านความปลอดภัยที่ได้รับการรับรองจากสถาบันชั้นนำของยุโรป Leapmotor ยังคงเดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค พร้อมมุ่งมั่นพัฒนายานยนต์คุณภาพสูงเพื่อตอบโจทย์ตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ■ คะแนนด้านความปลอดภัยของ Leapmotor B10 ประกอบด้วย: ●การปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ (Adult Occupant Protection): 93% Leapmotor B10 ทำคะแนนได้ 37.3 จาก 40 คะแนน ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและการปกป้องผู้โดยสารยอดเยี่ยม ทั้งในกรณีชนด้านหน้าและการชนด้านข้าง ●การปกป้องผู้โดยสารเด็ก (Child Occupant Protection): 93% ทำคะแนนได้ 46.0 จาก 49 คะแนน โดยตัวรถนั้น ให้การปกป้องหุ่นจำลองเด็กอายุ 6 และ 10 ปี ได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งจากการชนด้านหน้าและด้านข้าง พร้อมระบบ ISOFIX/i-Size และระบบตรวจจับเด็กในรถ (Child Presence Detection) ●การปกป้องผู้ใช้ถนนที่มีความเสี่ยง (Vulnerable Road Users): 84% ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ขั้นสูงสามารถตรวจจับคนเดินถนน นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ รวมถึงระบบป้องกันการเปิดประตูใส่นักปั่นได้อย่างดีเยี่ยม ●ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (Safety Assist): 85% ทำคะแนน 15.4 จาก 18 คะแนน ด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ เช่น Intelligent Speed Assistance, Lane Keep Assist, Emergency Lane Keeping และระบบตรวจจับสภาพผู้ขับขี่โดยตรง เพื่อเฝ้าระวังอาการเหนื่อยล้าหรือไม่มีสมาธิ ■แคมเปญและข้อเสนอสุดพิเศษ ■รายละเอียดแคมเปญ LEAPMOTOR B10 (เฉพาะรุ่น Design และ Style) ●แคมเปญทางเลือก ที่ 1 ●แคมเปญทางเลือกที่ 2 ●แคมเปญทางเลือกที่ 3 ●ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พรบ. ●ที่ชาร์จบ้าน Zhida รุ่น G Series พร้อมติดตั้ง ●บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชม. นาน 5 ปี ●รับประกันคุณภาพรถ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร หรืออย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ●รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดจะถึงก่อน ●ดอกเบี้ย 0% ดาวน์เพียง 30% ผ่อนยาวถึง 36 งวด ●ช่วยผ่อนนาน 6 เดือน ●เดือนละ 5,000 บาท ■สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าเก่า พระนครยนตรการ สิทธิพิเศษ.....สำหรับลูกค้าเก่าที่เคนรถยนต์จากทุกแบรนด์ภายใต้กลุ่มพระนครยนตรการ เมืองจองและออกรถ Leapmotor C10 หรือ Leapmotor B10 ●รับฟรี......โปรแกรมค่าบำรุงรักษาตามระยะ (Free Maintenance Program) ระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ●ครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทางเวลาตามตารางของรุ่น C10 และ B10 ●มูลค่ารวม 20,000 บาท ●ระยะเวลาแคมเปญ เพียงจอง ภายในงาน Motor Expo 2025 หรือ ที่โชว์รูม Leapmotor ใกล้บ้านท่าน ตั้งแต่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในเดือนธันวาคม 2568 ■รายละเอียดสีตัวถัง และสีภายใน Leapmotor C10 Design มีให้เลือกสีตัวถัง 3 สี ได้แก่ Pearly White, Canopy Grey และ Metallic Black และภายในมี 2 สี ได้แก่ Criollo Brown และ Midnight Aurora Leapmotor C10 Style มีให้เลือกสีตัวถัง 2 สี ได้แก่ Pearly White และ Metallic Black และภายในมี 1 สี ได้แก่ Midnight Aurora Leapmotor B10 รุ่น Style และ Design มีให้เลือกสีตัวถัง 7 สี ได้แก่ Morning Dew Purple, Starry Night Blue, Tundra Grey, Lightning White, Canopy Grey, Galaxy Silver, Sky Fall Grey และ Metallic Black และภายในมี 2 สี ได้แก่ Dark Feather Black (Fabric) ในรุ่น Style ส่วน Dark Feather Black ECO Leather และ Bamboo Shadow Grey ECO Leather ในรุ่น Design ■ราคาจำหน่าย ●Leapmotor C10 Limited Edition Kinetix Model ราคาจำหน่าย 928,000 บาท ●Leapmotor C10 Design ราคาจำหน่าย 898,000 บาท ●Leapmotor C10 Style ราคาจำหน่าย 818,000 บาท ■Leapmotor B10 ราคาจำหน่าย ●รุ่น Style ราคาขายอยู่ที่ 758,000 บาท ●รุ่น Design ราคาขายอยู่ที่ 798,000 บาท ■การขยายเครือข่ายการขาย Leapmotor Thailand มีโชว์รูมที่เปิดให้บริการแล้ว 12 สาขา ได้แก่ สาขารัชโยธิน, สาขาลาดร้าว, สาขาอ่อน นุช, สาขานนทบุรี, สาขาชลบุรี, สาขานครราชสีมา, สาขาพิษณุโลก, สาขาเชียงราย, สาขาเชียงใหม่, สาขาอุดร, สาขาขอนแก่น และสาขาหาดใหญ่ พร้อมตั้งเป้าและพร้อมเปิดโชว์รูม Leapmotor อย่างเป็นทางการทั้ง 30 แห่ง ภายในสิ้นปี 2569 เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่สนใจรถ Leapmotor อีกด้วย **สำหรับลูกค้า Leapmotor Thailand สามารถดูรายละเอียดขอ้มูลรถC10 หรือรายละเอียดของแคมเปญพิเศษต่างๆ ได้ที่ www.facebook.com/leapmotorthailand และ Instagram: leapmotorthailand อย่างเป็นทางการ *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com. #LeapmotorThailandเปิดตัวรุ่นพิเศษC10LimitedEditionKinetixModel #พระนครยนตรการ #PNA #LeapmotorThailand #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • GAC AION Thailand

    GAC AION Thailand ส่งความห่วงใยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ มอบส่วนลดค่าอะไหล่และบริการตรวจเช็กฟรี สำหรับรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย GAC AION Thailand ขอส่งกำลังใจและความห่วงใยอย่างสุดซึ้งไปยังพี่น้องประชาชนและลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ที่กำลังเผชิญวิกฤตอุทกภัย โดยบริษัทฯ ตระหนักถึงความเดือดร้อนและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย พร้อมดูแลรถยนต์ของท่านให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด จึงขอมอบมาตรการช่วยเหลือพิเศษ ดังนี้   นโยบายช่วยเหลือด้านบริการหลังการขาย สำหรับลูกค้า GAC AION ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ 1.       ส่วนลดค่าอะไหล่ 30% 2.       ฟรี! บริการยกรถไปยังศูนย์บริการ GAC ที่ใกล้ที่สุด 3.       ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ 49 รายการ สำหรับรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม เงื่อนไขการรับสิทธิ์: 1.       สิทธิประโยชน์นี้สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และนำรถเข้ารับบริการภายในระยะเวลาแคมเปญเท่านั้น 2.     สิทธิประโยชน์นี้ใช้ได้เฉพาะค่าใช้จ่ายส่วนที่ลูกค้าเป็นผู้ชำระเงินเท่านั้น ไม่ครอบคลุมกรณีเคลมประกันภัยหรือกรณีที่บริษัทประกันภัยเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย 3.       ลูกค้าสามารถรับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐาน GAC AION ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ตรัง, นครศรีธรรมราช, นราธิวาส, ปัตตานี, พัทลุง, สงขลา และยะลา 4.       ระยะเวลาแคมเปญ: 27 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 5.       ส่วนลดนี้ไม่ครอบคลุมถึง ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง ยางรถยนต์ แบตเตอรี่ อะไหล่สิ้นเปลือง และของเหลวทุกชนิด 6.       สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือบริการอื่นได้ 7.       บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงสิทธิพิเศษ โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า GAC AION Thailand พร้อมอยู่เคียงข้างลูกค้าในทุกสถานการณ์และขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวใต้ผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้โดยเร็ว ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบสามารถนัดหมายเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการ GAC AION ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GAC AION Call Center โทร 02-013-9999. และติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook: GAC AION Thailand   ผู้ที่สนใจรถยนต์พลังงานใหม่จาก GAC AION Thailand สามารถดูรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.aionauto.com/th-th/   และลงทะเบียนเพื่อทดลองขับได้ที่ www.aionauto.com/th-th/test-drive/AION%20V       เกี่ยวกับ GAC Group GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดยมีเป้าหมายในการก้าวสู่ระดับแนวหน้าของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกที่น่าเชื่อถือในระดับโลก โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศอเมริกา, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, กลุ่มประเทศ CIS และอียิปต์ เสริมศักยภาพการขยายตัวในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่โดดเด่นและวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง ด้วยความสำเร็จที่โดดเด่น GAC Group ได้รับการจัดอันดับใน Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 12 ปี โดยในปี 2024 อยู่ที่อันดับ 181 มีบุคลากรระดับแนวหน้ากว่า 100,000 คน ครอบคลุม 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 6,000 คนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร ด้านศักยภาพทางผลิต GAC Group มียอดขายกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2023 ติดอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ในเครือที่ยืนหยัดด้วย 3 แบรนด์ได้แก่ AION, HYPTEC และ GAC Motor นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ GAC Group ใช้ Big Data ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ และระบบ AI ผ่านการทดสอบที่มีความแม่นยำสูงถึง 95% พร้อมยกระดับขอบเขตการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การผลิต พัฒนา เทคโนโลยี ไปจนถึงการให้บริการระดับโลก GAC Group ไม่เพียงแค่เป็นผู้นำด้านยานยนต์ แต่ยังเน้นย้ำถึงการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความพึงพอใจมากกว่า เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก

  • MOTOR EXPO 2025

    เปิดฉากอลังการ MOTOR EXPO 2025 รวมนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมโปรแรงส่งท้ายปี เริ่มแล้ว “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”ชมรถยนต์รุ่นล่าสุด 42 แบรนด์จักรยาน ยนต์ 16 แบรนด์ รับโปรโมชั่นเร้าใจตั้งแต่ 29 พฤศจิกา ยน-10 ธันวาคม 2568 ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า ปีนี้จัดงานภายใต้แนวคิด“อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” จัดแสดงรถยนต์ 42 แบรนด์ รถจักรยานยนต์ 16 แบรนด์ โดยคาดว่า งานนี้จะสร้างยอดขายกระตุ้นตลาด และอุตสาห กรรมยานยนต์ไทย ได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ได้ขอความร่วมมือทุกฝ่ายให้คำนึงถึงความเหมาะสมในการจัดกิจกรรม และการแต่งกายของพริทที เพื่อให้ภาพรวมของงานมีความสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ไฮไลท์ของงาน ได้แก่ GAC GOVY AIRCAB รถบินได้ พลังไฟฟ้า 100 % หรือที่เรียกว่า eVTOL พัฒนาโดย eVTOL ของ GAC GROUP เป็นแบบ 2 ที่นั่ง ติดตั้งใบพัด 6 แกน 12 ใบ บนหลังคา ประตูแบบปีกนก ระยะทางบิน 20-30 กม. ความเร็วสูงสุด (ขณะบิน) 120 กม./ชม. ชาร์จเร็วเต็มได้ใน 25 นาที แพลทฟอร์มขับเคลื่อนอัตโนมัติระดับ L4 มีเครือข่ายดิจิทอลไร้คนขับ 3 มิติ ช่วยสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของการปฏิบัติการแบบไดนามิคได้อย่างเต็มที่ CHERY QQ3 EV เป็นรุ่นใหม่ที่ใหญ่ และทันสมัยกว่า QQ ICE CREAM มาก เปิดตัวครั้งแรกในงาน 2025 CHENGDU AUTO SHOW สร้างบนแพลทฟอร์ม T12 ของ CHERY มีความยาวกว่า 4,200 มม. และฐานล้อกว้างกว่า 2,700 มม. ภายในหรูหรา เทคโนโลยีสูง จอแสดงผลดิจิทอล และจอควบคุมส่วนกลางขนาดใหญ่ถึง 15.6 นิ้ว ใช้ชิพ QUALCOMM SNAPDRAGON 8155 มอเตอร์ไฟฟ้าหลัง ให้กำลัง 90 กิโลวัตต์/121 แรงม้า HONDA STEP WGN e:HEV รุ่น SPADA ใหม่ เอมพีวี 7 ที่นั่ง ประตูสไลด์ มิติตัวรถ 4,830 มม. กว้าง 1,750 มม. สูง 1,845 มม. ฐานล้อ 2,890 มม. ขับเคลื่อนระบบฟูลล์ ไฮบริด e:HEV เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 184 แรงม้า มอเตอร์แรงบิด 315 นิวทันเมตร อัตราสิ้นเปลือง 19.5-20 กม./ลิตร HYUNDAI XRT CONCEPT รถยนต์แนวคิดที่เน้นการลุยทางวิบาก โดยใช้พื้นฐานจาก HYUNDAI SANTA FE มาออกแบบรูปทรงเหลี่ยมใหม่ บึกบึน เน้นการใช้งานจริงนอกถนน ยางแบบ ALL-TERRAIN ดอกยางใหญ่ ช่วงล่างยกสูง OMODA 4 ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวีรุ่นล่าสุดจาก CHERY ส่งออกในนาม OMODA รุ่นนี้เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานนี้ เป็นเอสยูวีที่มีขนาดเล็กที่สุด ในตระกูล OMODA โดยวางตำแหน่งไว้ต่ำกว่า OMODA 5 เดิมทีเคยใช้ชื่อว่า OMODA 3 แต่ได้เปลี่ยนมาเป็น OMODA 4 WULING STARLIGHT เอมพีวีไฟฟ้าประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง เผยโฉมเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ระยะวิ่งไกลถึง 540 กม. ที่นั่งเรียงแถวแบบ CAPTAIN SEAT เจาะกลุ่มเป้าหมายครอบครัวขนาดกลาง ที่มีเด็ก และผู้สูงวัย รวมถึงตลาดรถลีมูซีน VIP TAXI และกลุ่ม RIDE HAILING ที่ต้องการรถหรูหราที่กว้างขวาง และสะดวกสบาย ZEEKR MIX จากบริษัทแม่ GEELY มิติตัวถังยาว 4,688 มม. กว้าง 1,995 มม. สูง 1,755 มม. ฐานล้อ 3,008 มม. ออกแบบไร้เสากลาง เมื่อเปิดประตู เบาะนั่งคู่หน้าหมุนได้ 270 องศา แบทเตอรีพัฒนาร่วมกับ CATL มีความจุกระแสไฟ 86 กิโลวัตต์ชั่วโมง เหมือนกับ 001 ขนาด 800 โวลท์ รับกระแสชาร์จได้ถึง 360 กิโลวัตต์ชั่วโมง ระยะทางสูงสุด 702 กม. (CLTC) นอกจากนี้ มีรถยนต์เปิดตัวครั้งแรกในโลก ได้แก่ TOYOTA HILUX TRAVO เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ AVATR 07, BYD Ti7, DENZA B5, GEELY EX2, LEXUS LX 500D เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ได้แก่ BMW iX LCI, DFSK E5 PLUS, GWM WEY G9 Hi4, MAXUS eDELIVER 5, MG IM5, NEX CARGO VANTASTIC, NISSAN X-TRAIL e-POWER e-4ORCE และ VOLVO XC60 หรับผู้ชมงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับฟรีรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน ในรายการ ซื้อรถ...ชิง AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE / ซื้อบัตร...ชิง MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE / ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิง SUZUKI รุ่น GSX-8R / ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิง WULING BINGUO รุ่น DC ICON ยิ่งกว่านั้นสามารถชมงานผ่าน MOTOR EXPO APPLI CATION อัดแน่นข้อมูลของงาน ทั้งรีวิวรถยนต์ รถจักร ยานยนต์ จาก Influencer ชื่อดัง พร้อมฟีเจอร์ให้ใช้งานหลากหลาย อาทิ ข้อมูลเปรียบเทียบคันต่อคัน โปรโมชั่น แคมเปญพิเศษ ช่วยในการเลือกซื้อรถยนต์ รถจักร ยานยนต์ ดาวน์โหลดโบรชัวร์ จำหน่ายบัตรชมงานทั่วไป และบัตรชมงานแบบวีไอพี MOTOR EXPO EXCLUSIVE VISITOR ฯลฯ ■การเดินทางไปชมงานมีบริการ รถรับ-ส่ง ฟรี ! 2 เส้นทาง ดังนี้ ■หมอชิต-IMPACT-หมอชิต BTS สถานีหมอชิต EXIT 2, MRT สถานีจตุจักร EXIT 4 ■รังสิต-IMPACT-รังสิต บริเวณด้านหน้า Big C ส่วนผู้ต้องการมาเที่ยวงาน MOTOR EXPO 2025 แบบไม่ต้องวนหาที่จอดในอาคาร เรามีบริการ SHUTTLE BUS รับ-ส่งระยะใกล้ จากลานจอดรถริมทะเลสาบ-ชาลเลนเจอร์ 3 งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิ กายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”... *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #เปิดฉากอลังการMOTOREXPO2025รวมนวัตกรรมยานยนต์พร้อมโปรแรงส่งท้ายปีเริ่มแล้วมหกรรมยานยนต์ครั้งที่42   #MOTOREXPO2025   #มหกรรมยานยนต์ครั้งที่42   #สื่อสากล #มหกรรมยานยนต์ #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • Honda strengthens its e:HEV lineup with the launch of new vehicles across multiple segments, led by the SUV group including the new CR-V e:HEV and HuNT Series upgrading the City e:HEV look.

    ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มส่งท้ายปี เปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น พร้อมยกขบวนรถยนต์ฮอนด้าครบทุกเซกเมนต์และขุมพลัง ให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) เปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้เป็นพื้นที่แห่งการสัมผัสประสบ การณ์ที่มีคุณค่า ถ่ายทอดผ่านโซนจัดแสดงต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้ง Trail Zone สำหรับไลฟ์สไตล์สายลุย Sport Lifestyle Zone อัปลุคสปอร์ตเท่ผ่านดีไซน์ และ Urban Modern Zone สะท้อนลุคพรีเมียม ให้ผู้เข้าชมได้เลือกสัมผัสรถที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าภายในงาน ได้แก่ ไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำโดยไฮไลต์การเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ ชันการใช้งานใหม่และอัปเกรดฟีเจอร์เป็นอุปกรณ์มาตร ฐานเพิ่มเติมในหลากรุ่น เพิ่มความคุ้มค่า ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของไฮบริด SUV ขนาดใหญ่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท เปิดตัวไลน์อัป HuNT Series ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคันที่นำเสนอในรถ SUV ยอดนิยมของฮอนด้า 2 รุ่น ได้แก่ Honda HR-V e:HEV และ Honda CR-V e:HEV ในโฉมอัปลุคพิเศษรุ่น ‘e:HEV HuNT’สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ผ่านสไตล์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์สายลุยที่พร้อมออกค้นหาประสบการณ์ในแบบของตัวเองในทุกการเดินทาง เพิ่มทางเลือกให้ไลน์อัป City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยม ด้วย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE รุ่นแต่งพิเศษที่อัปลุคสปอร์ต สะท้อนความเท่และความแอกทีฟอีกขั้น เซอร์ไพรส์พิเศษ! กับการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่หลายคนรอคอย รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเผยสเปกและราคาประมาณการ รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท จัดแสดงให้สัมผัสคันจริงเฉพาะในงาน Motor Expo 2025 และเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าทั้งในงานและโชว์รูม ฮอนด้าทั่วประเทศ โดยทุกรุ่นมาพร้อมขบวนความคุ้มค่าแบบพลัสพลัส จัดใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญพิเศษ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย** สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี หรือ Double Smile Plus ผ่อนเบา ดาวน์สบาย รวมถึงรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ** มูลค่า 50,000 – 85,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเป็นเจ้าของ ที่ไม่ใช่เพียงการขับขี่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายในทุกผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า และประสบการณ์อันน่าดึงดูดใจตลอดการเป็นเจ้าของ นำโดยไลน์อัป e:HEV ที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น ก้าวสำคัญนี้คือการปลุกพลังความมีชีวิตชีวาและปลดล็อกอีกขั้นของความตื่นเต้น เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสำหรับลูกค้าทุกคน” ■ ไฮไลต์ไลน์อัปขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV– The EXCITING Hybrid ■New Honda CR-V e:HEV Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท พร้อมเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ e:HEV HuNT กับดีไซน์อัปลุคสะท้อนไวบ์ที่แตกต่าง และ e:HEV RS ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าอย่างลงตัว มีให้เลือกรวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้แก่ ใหม่! รุ่น e:HEV E ราคา 1,399,000 บาท รุ่น e:HEV ES ราคา 1,549,000 บาท ใหม่! รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท ใหม่! รุ่น e:HEV RS ราคา 1,659,000 บาท · รุ่น e:HEV RS 4WD ราคา 1,729,000 บาท จัดเต็มความคุ้มค่าด้วยฟีเจอร์ใหม่! พร้อมทั้งอัปเกรดฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติมในหลากหลายรุ่น* อาทิ ●ใหม่! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information - BSI) ในทุกรุ่นย่อย ●ใหม่! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor - CTM) ในทุกรุ่นย่อย ●ใหม่! แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ในทุกรุ่นย่อย ● สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ใหม่! โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด ●ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES ●เพิ่ม! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES ●เพิ่ม! ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโน โลยี Digital Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ●เพิ่ม! เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย ● เพิ่ม! ขนาดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นขนาด 10.2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตร ฐานในทุกรุ่นย่อย ●ดีไซน์ปรับลุคทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนเฉพาะรุ่นอย่างมีสไตล์ พร้อมทางเลือกสีใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV RS 4WD) ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV ใหม่ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (รับรถภายใน 31 มกราคม 2569 สำหรับรุ่น e:HEV HuNT) มาพร้อมทางเลือก ●ดอกเบี้ย 0.99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี** 2) ดอกเบี้ย 1.99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท** ■HuNT Series ครั้งแรกกับการอัปดีไซน์รถเอสยูวีรุ่นยอดนิยมของฮอนด้า ทั้ง Honda CR-V e:HEV และ Honda HR-V e:HEV สู่ลุคพิเศษในรุ่น e:HEV HuNT ที่สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ให้รังสรรค์เรื่องราวในสไตล์ของตัวเอง สู่ประสบการณ์สุดยูนีค โดดเด่นด้วยดีไซน์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง ‣ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท ●มาพร้อมไฮไลต์ใหม่! ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคัน ได้แก่ ●ชุดเสริมหลังคาคู่ ●คิ้วตกแต่งกระจังหน้าสี Glossy Copper ●กรอบไฟตัดหมอกสี Glossy Copper ●แผงใต้กันชนหน้า ●บันไดข้าง ●คิ้วตกแต่งซุ้มล้อหน้า-หลัง ●สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ ●สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) ราคา 1,599,000 บาท ●สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,609,000 บาท ■จัดเต็มฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงเทคโนโล ยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ ●ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information - BSI) ●ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor - CTM) ●แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ■ สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด ●เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ●ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ●ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง ●ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key ●เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด ●ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster ●หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา ■ ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 มาพร้อมทางเลือก ●ดอกเบี้ย 0.99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี** 2) ดอกเบี้ย 1.99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 203,000 บาท** ‣ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT ราคาเริ่มต้น 1,087,000 บาท ■มาพร้อมไฮไลต์ ●กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมใหม่! ตกแต่งด้วยคิ้วกระจังหน้าด้านบนสี STARRY SILVER ●ใหม่! กันชนหน้าสีดำตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER ●ใหม่! กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสี SHARK GREY ●ใหม่! ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER ●ใหม่! กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวส่วนบนตกแต่งด้วยสี STARRY SILVER ●ใหม่! ภายในห้องโดยสารสีดำและตกแต่งสีกากี มาพร้อมเบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม ●สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ ●สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,087,000 บาท ●สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 1,091,000 บาท ●ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ■ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close) ■ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ■ มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก ●เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ●อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ●ช่องปรับอากาศ และช่องเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ●ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold ●ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ■ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก ●ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 152,000 บาท** 2) รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี** ■Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE ซิตี้คาร์ไฮบริดซีดานที่อัปลุคความสปอร์ตและคาแรกเตอร์ให้โดดเด่นอีกขั้น เพิ่มทางเลือกตอบโจทย์สายมีสไตล์ ผสานเสน่ห์ความลุ่มลึก น่าค้นหา ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมพลัง สะท้อนตัวตนอันชัดเจนของผู้ขับขี่ สู่นิยามใหม่ที่แตกต่างเหนือใคร โดย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE ราคาเริ่มต้น 735,000 บาท มาพร้อมไฮไลต์ ●ใหม่! กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา ●ใหม่! กระจังหน้าทรงรังผึ้งสไตล์สปอร์ต ●ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ ●ใหม่! มือจับประตูสีดำ ●ใหม่! โลโก้ H-mark สีดำ (หน้าและหลัง) ●ใหม่! โลโก้ City สีดำ ●ใหม่! ล้ออัลลอยสีดำแบบสปอร์ต ขนาด 16 นิ้ว ■สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 735,000 บาท สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 739,000 บาท ■ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อาทิ ■ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย ●ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง ●ช่องปรับอากาศตอนหลัง ■เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทั้ง 6 ฟังก์ชัน พร้อมไฮไลต์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ●ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัว ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ●ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ●ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start) ■ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก 1) ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท** ■ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ■รับฟรีประกันภัย 2 ปี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ■New Honda STEP WGN e:HEV การกลับมาอย่างเป็นทางการของ Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำ ‘Japanese Quality’ มาตร ฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ เผยสเปกและราคาประมาณการ**** รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของ และจัดแสดงให้สัมผัสคันจริงภายในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! รับฟรีบัตรน้ำมันมูล ค่า 20,000 บาท** และฟรีกล้องติดรถยนต์ หน้า-หลัง อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท** (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.39%** สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV SPADA โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังทรงกล่องภายใต้แนวคิด Life Expander BOX พร้อมห้องโดยสารโปร่งโล่ง กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายทุกที่นั่ง พร้อมเบาะที่ปรับพับได้หลากหลาย เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว ยกระดับคุณค่าในฐานะพาร์ตเนอร์ที่สร้างโมเมนต์น่าจดจำในทุกการเดินทาง ให้ทุกเจเนอเรชัน STEP ใกล้กันยิ่งขึ้น… ‘WHAT BRINGS US TOGETHER’ ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอ ออนประสิทธิภาพสูง มอบความสมูทในทุกการขับขี่ มั่น ใจทุกการออกตัวโดยไม่ต้องรอรอบ ด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 - 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.5 กม./ลิตร*** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายและการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์ ปรับได้หลากหลายรูปแบบ ●เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman ●เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ ●ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา ●ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ●ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster ●ระบบเกียร์ไฟฟ้า ●ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL) ■ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto ■มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว ■เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่ ■ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS) ■ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS) ■ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW) ■ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB) ■ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) ■สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัสได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ทั้งไลน์อัปเทอร์โบ และไลน์อัปพลังงานไฟฟ้า 100% ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า A08 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และ โชว์รูม ฮอนด้าทั่วประเทศ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่ เว็บไซต์: www.honda.co.th Facebook Official Account: Honda Thailand LINE Official Account: @honda-thailand ■หมายเหตุ *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ***ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ / ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6 (มอก. 3017-2563) อัตราประหยัดน้ำมันขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานจริงและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล ****ราคาประมาณการยังไม่รวมราคาสีพิเศษ (มุก) *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ฮอนด้าเสริมความแข็งแกร่งไลน์อัปพร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปีทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ #HondaThailand #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทยจำกัด #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page