top of page

1348 results found with an empty search

  • KFC ประเทศไทย อัปเลเวลความอร่อยมื้อวันแม่ปีนี้ให้จุใจกว่าเดิม รับฟรี! “ซอสพริกจัมโบ้” ปริมาณเพิ่มขึ้น 50% เพียงซื้อชุดบักเก็ตที่ร่วมรายการราคา 349 บาทขึ้นไป ตั้งแต่ 8 – 12 สิงหาคมนี้ ที่ร้าน KFC

    วันแม่ปีนี้ KFC ประเทศไทย ชวนทุกครอบครัวร่วมเติมเต็มมื้อพิเศษด้วย “ซอสพริกจัมโบ้” รับฟรี 1 ถุง เมื่อซื้อชุดบักเก็ตที่ร่วมรายการราคา 349 บาทขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 8 – 12 สิงหาคม 2569 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้าน KFC ทั่วประเทศ (ยกเว้นสาขาสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ) การกลับมาของ “ซอสพริกจัมโบ้” ครั้งนี้ ต่อยอดมาจากความสำเร็จของปีผ่านมา ที่ได้สร้างกระแสและได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างถล่มทลาย กลายเป็นเรื่องระดับชาติ และไอคอนของวันแม่ไทยไปแล้ว จากอินไซต์เรียบง่ายสุดโดนใจของมนุษย์แม่ทั่วฟ้าเมืองไทยที่ชอบเก็บซองซอสไว้ให้คนในครอบครัว จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสู่การเสิร์ฟ “ซอสพริกจัมโบ้” ที่พลิกนิยามประสบการณ์การเฉลิมฉลองเทศกาลวันแม่แบบใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ปีนี้ KFC ประเทศไทย ในฐานะแบรนด์อันดับ 1 เจ้าตลาดไก่ทอด ขอสานต่อการเอาใจคุณแม่สายเก็บ และตอบรับคำเรียกร้องของแฟน ๆ ที่อยากได้ซอสซองใหญ่ขึ้นและจุใจขึ้นกว่าเดิม จึงขอส่ง “ซอสพริกจัมโบ้” ที่ขนาดใหญ่จุใจกว่าเดิมถึง 50% จากขนาดที่เคยเทียบเท่าซอสพริกปกติ 55 ซอง เพิ่มเป็นจำนวนเทียบเท่าถึง 83 ซอง ให้คุณแม่ไม่ต้องแอบเก็บ ไม่ต้องคอยแบ่ง และไม่ต้องกังวลว่าซอสจะหมด ทุกคนในครอบครัวสามารถจิ้มได้เต็มคำ ฉ่ำได้เต็มที่ และแชร์ความอร่อยร่วมกันได้ทั้งครอบครัว เพราะสำหรับ KFC ความพิเศษของวันแม่เกิดขึ้นได้จากรายละเอียดเล็ก ๆ ที่แสดงถึงความเข้าใจและความใส่ใจ เช่นเดียวกับซอสพริกจัมโบ้ ที่ช่วยให้มื้อไก่ทอดกลายเป็นช่วงเวลาที่สนุก อบอุ่น และอร่อยยิ่งขึ้น เมื่อทุกคนได้พร้อมหน้ากันกินไก่ทอดคู่กับซอสพริกผู้พันกันอย่างจุใจ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านแฮชแท็ก #ซอสพริกจัมโบ้ #ซอสพริกฟรี #เคเอฟซี #kfcthailand พร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดพิเศษ รวมถึงข่าวสารจาก KFC ได้ที่ Facebook @KFCThailand, TikTok @KFCThailand, Instagram @kfcthailand และ X @KFCThailand .....

  • คาลเท็กซ์ ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทอง สะท้อนคุณภาพการบริการ ตอกย้ำความมั่นใจทุกการเติม

    คาลเท็กซ์ โดยบริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (SFL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SPRC นำโดย นางสาวภิญญดา ธนาติณณภพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายกิจการสัมพันธ์ นายสายัณห์ ธนาธีรธร ผู้จัดการภาค ฝ่ายธุรกิจค้าปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงและธุรกิจบัตร และ บริษัท เพียวพลังงานไทย จำกัด นำโดย นางสาวกนกพร จารุกุลวนิช กรรมการผู้จัดการ ให้การต้อนรับ คณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ในโอกาสลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรวัดปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิงที่ สถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ (เพียวไทย) ศาลากลาง อำเภอบางกรวย พร้อมมอบเครื่อง หมายการรับรอง "หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทอง" ซึ่งเป็นระดับการรับรองสูงสุดของโครงการ เพื่อสะท้อนถึงการดำเนินงานตามมาตรฐานด้านการชั่งตวงวัดอย่างถูกต้อง โปร่งใส และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าได้รับปริมาณน้ำมันที่ถูกต้อง และเป็นธรรม บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการให้บริการของสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งการตรวจสอบความพร้อมของหัวจ่ายน้ำมัน การกำ กับดูแลการปฏิบัติงานของสถานีบริการ และการพัฒนาบุคลากรให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด ปัจจุบันสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองแล้วจำนวน 35 แห่ง ขณะเดียวกัน สถานีบริการคาลเท็กซ์แห่งอื่น ๆ ยังได้เข้าร่วมโครงการ และทยอยผ่านการประเมินได้รับเครื่องหมายการรับรองในระดับต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รวมแล้วกว่า 476 แห่ง จากเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ 530 แห่งทั่วประเทศ และบริษัทฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมให้สถานีบริการเข้าร่วมโครงการเพิ่มเติม เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในทุกพื้นที่ ...... #คาลเท็กซ์ได้รับการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีทองสะท้อนคุณภาพการบริการตอกย้ำความมั่นใจฯ #คาลเท็กซ์ #สตาร์ฟูเอลส์มาร์เก็ตติ้งจำกัด #gpsเส้นทางโฟกัส

  • เดือดทะลุเกาะลอมบอก! ทัพนักบิด "ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์" จัดเต็มสูบ ลุ้นล่าโพเดียม ศึก ARRC สนาม 4 ที่มัลดาลิกา

    ความมันส์ระดับเอเชียเตรียมปะทุขึ้นอีกครั้ง การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 (ARRC) เคลื่อนทัพเข้าสู่สนามที่ 4 โดยจะดวลความเร็วกัน ณ สนามสุดท้าทายริมชายหาดอย่าง มัลดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บนเกาะลอมบอก ประเทศอินโดนี เซีย งานนี้ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เตรียมขุมกำลังมาแบบเต็มสูบ พร้อมเปิดโหมดล่าแชมป์ครบทุกรุ่นการแข่งขัน ประเดิมความเร้าใจกันที่คลาส เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร พร้อมควบรถแข่ง Honda CBR250RR หมายเลข 12 ลงล่าแต้ม หลังจากใช้เวลาปรับตัวในฐานะนักบิดรุกกี้ได้ไม่นาน เจ้าตัวก็สามารถปลดล็อกขีดจำกัดของตัวเองด้วยการระเบิดฟอร์มเหมาโพเดียมทั้งสองเรซในโฮมเรซที่สนามช้างฯ ผลงานนี้ช่วยยกระดับความมั่นใจอย่างมหาศาล ส่งผลให้ดาวรุ่งพุ่งแรงคนนี้ทะยานขึ้นไปรั้งอันดับ 3 ของตารางคะแนนสะสม และพร้อมเต็มที่สำหรับการบุกทะลวงล่าแต้มในสนามที่ 4 ขยับมาที่รุ่นไฮไลต์อย่างคลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) นาทีนี้ต้องจับตาดู “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว กับรถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 31 อย่างใกล้ชิด หลังปลดล็อกศักยภาพด้วยสถิติสุดโหดในการกวาดโพเดียมมาครองได้อย่างต่อเนื่องตลอด 3 สนามแรก โดยปัจจุบันมิกซ์รั้งอยู่ในอันดับที่ 2 ของตารางแชม เปี้ยนชิพ ตามหลังจ่าฝูงเพียงแค่ 6 คะแนนเท่านั้น เจ้าตัวพกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋าพร้อมลุยต่อในสนามนี้ ทางด้านคู่หูอย่าง “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ก็สามารถยกระดับความเร็วและบวกคะแนนสะสมเข้ากระเป๋าได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งไฮเปคมีความพร้อมเต็มร้อยที่จะลงไปไล่ล่าแต้มสำคัญที่อินโดนีเซียเช่นกัน ปิดท้ายความดุดันกันที่รุ่นใหญ่สุด เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร หมายเลข 41 ดีกรีรองแชมป์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ปีนี้เขามาพร้อมความภาคภูมิใจ และความท้าทายอันยิ่งใหญ่ในฐานะ “นักแข่งไทยเพียงหนึ่งเดียว” บนกริดสตาร์ตของรุ่น 1000 ซีซี ชิงแชมป์ระดับเอเชีย โดยชิพยังคงรักษามาตรฐานและยกระดับผลงานของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ามาได้แล้วถึง 2 โพเดียมในคลาสที่ขึ้นชื่อว่าหฤโหดและท้า ทายที่สุดในรายการนี้ โดยรั้งอยู่ในอันดับที่ 4 บนตารางคะแนนสะสม สำหรับการแข่งขัน FIM Asia Road Racing Champion ship สนามที่ 4 ณ มัลดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์ กิต ประเทศอินโดนีเซีย จะระเบิดความมันส์กันในวันที่ 7-9 สิงหาคม 2569 นี้ ตามเชียร์ติดขอบจอผ่านทางถ่ายทอดสด https://www.facebook.com/AsiaRoadRacing แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

  • ฟอร์ดประกาศความพร้อมลุยศึกออฟโรด AXCR ปีที่ 4 ส่งแร็พเตอร์ 2 คัน ป้องกันแชมป์ พร้อมโชว์สมรรถนะระดับสูง

    ฟอร์ด ประเทศไทย ประกาศความพร้อมในการลงแข่งสนามออฟโรดระดับนานาชาติ รายการเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ หรือ AXCR (Asia Cross Country Rally) ประ จำปี 2569 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยส่งรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ลงสนาม 2 คัน เพื่อป้องกันแชมป์พร้อมพิสูจน์สมรรถนะในการเอาชนะอุปสรรคสุดโหดบนเส้นทางท้าทายหลายรูปแบบในพื้นที่ 5 จังหวัดบนระยะทางกว่า 2,000 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 10 – 15 สิงหาคม 2569 ตอกย้ำความ ‘แกร่งตัวจริงต้อง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์’ หลังจากคว้าแชมป์อันดับ 1 รุ่นโปรดักชัน เอเชีย หรือ T2A ซึ่งเป็นรุ่นสำหรับรถที่ผลิตจากโรงงานในเอเชีย รายการ AXCR เมื่อปีที่ผ่านมา ในฤดูกาลนี้ ทีม FTR เดินหน้าให้การสนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ในการพัฒนาและส่งรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ 2 คัน นำโดยไมเคิล ฟรีแมน ผู้อำนวยการทีมที่มากด้วยประสบการณ์จากสนามแข่งทางเรียบและออฟโรด และไชยยา ชมมาลี ผู้นำทางมือฉมังที่จะกลับมาลงสนามร่วมกันอีกครั้งเป็นปีที่ 4 ในรถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 121 นอกจากนี้ ยังได้นักขับดีกรีแชมป์ปีที่แล้วอย่าง เบลีย์ โคล นักแข่งอเมริกันทักษะสูงที่เชี่ยวชาญสนามออฟโรด และ เพื่อน-ศิณพพงศ์ ไตรรัตน์ ผู้นำทางชาวไทยที่มีไหวพริบเฉียบคม ที่จะมาร่วมป้องกันแชมป์สมัยที่ 2 ในรถแข่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร หมายเลข 103 ซึ่งเป็นขุมพลังเดียวกับที่พารถคว้าแชมป์ในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ รถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ได้รับการยกระดับสมรรถนะเพื่อตอบโจทย์การแข่งขันทั้งบนทางเรียบและทางวิบากฝ่าสภาพพื้นผิวสุดท้าทายไปอีกขั้น ทั้งทางโคลน หลุมบ่อน้ำ ทางหิน และหินกรวด ด้วยการรับรองและสนับสนุนการร่วมแข่งขันจาก ฟอร์ด เรซซิ่ง (Ford Racing) ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ที่ร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีการพัฒนารถ และจัดหาอะไหล่สำคัญ อย่าง โช้คอัพ FOX แบบไลฟ์วาล์ว (Live Valve) ที่ผ่านการอัปเกรดค่าความหนืดให้เข้ากับสมรรถนะการขับของนักแข่งในสนามได้ดีกว่าเดิม ยิ่งไปกว่านั้น วิศวกรจากโรงงานของฟอร์ดในประเทศไทย ยังได้นำทักษะความชำนาญในการวิเคราะห์ข้อมูลที่สั่งสมจากการลงแข่งในสนามจริงตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มาวางแผนการแข่งร่วมกับทีมวิศวกรของทีมแข่ง รวมถึง นักขับและผู้นำทาง สำหรับด้านความพร้อมของอะไหล่และการบำรุงรักษา ทีม FTR ได้จัดเตรียมทีมช่างเทคนิคมืออาชีพ หน่วยบริการเคลื่อนที่ฟอร์ด หรือ MSV (Mobile Service Vehicle) และรถฟอร์ด เรนเจอร์ ซูเปอร์ ดิวตี้ 2 คัน ที่เหมาะกับการบรรทุกหนักและลากจูง มาใช้ขนส่งแกลลอนน้ำขนาดใหญ่ และจัดเก็บอุปกรณ์ช่วยเหลือและซ่อมบำรุงที่ครบครัน เพื่อสนับสนุนรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ทั้ง 2 คัน ให้ฝ่าฟันทุกบททดสอบในสนามแข่งได้อย่างเร้าใจ ฟอร์ดยังได้สนับสนุนทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต เข้าร่วมการแข่งขันรายการ ไทยแลนด์ แรลลี่ เรด แชมเปี้ยนชิพ หรือ TRRC ซึ่งเป็นการแข่งออฟโรดรายการสำคัญในประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปี 2569 นี้ การแข่งขัน TRRC ผ่านไปแล้ว 3 สนาม และทีมฟีลลิค อินโนเวชั่น มอเตอร์สปอร์ต ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม คว้ารางวัลไปแล้ว 8 ถ้วย ในจำนวนนี้ ไมเคิล ฟรีแมน และไชยยา ชมมาลี พารถฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร รับรางวัลชนะเลิศในรุ่น T2 หรือโปรดักชัน รวมแล้ว 2 รางวัล ผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตแบบออฟโรดฝ่าเส้นทางป่าและทางเรียบที่แตกต่างในแต่ละจังหวัดของประเทศไทย สามารถร่วมติดตามความสนุก เร้าใจ ของสมรรถนะรถแข่งฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ในการแข่ง ขันเอเชีย ครอส คันทรี่ แรลลี่ 2026 รวมถึงติดตามความเคลื่อนไหวระหว่างการแข่งขันระหว่างวันที่ 10 - 15 สิงหาคม 2569 ได้ทางเพจเฟซบุ๊ก ฟอร์ด

  • ฮุนไดขนทัพครบไลน์อัพลงสนาม ส่งแคมเปญ “Hyundai Game On, Deal On” ร่วมเชียร์ไทย คว้าชัย ASEAN Hyundai Cup™ 2026 พร้อมดีลแรงลดสูงสุด 500,000 บาท(1) จองและรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น

    Hyundai all-new SANTA FE Hybrid SUV ไฮบริด 3 แถว 6 ที่นั่ง ดีไซน์ Boxy มีทั้งรุ่น 2WD และ AWD พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ย 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือส่วนลดเงินสดสูงสุด 100,000 บาท Hyundai PALISADE Diesel D-SUVดีเซลระดับพรีเมียม ห้องโดยสารหรูและกว้างขวางขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.2 ลิตร เลือกรับดอกเบี้ย 0% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน หรือส่วนลดเงินสด 500,000 บาท ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,799,000 บาท Hyundai STARIA Diesel MPV ดีเซล 11 ที่นั่ง ห้องโดย สารกว้างขวาง ตอบโจทย์ทั้งครอบครัว แก๊งเชียร์บอล และธุรกิจ รุ่น Essence และ Elite ราคาพิเศษเริ่มต้น 1,249,000 บาท ส่วนรุ่น Elite Plus และ Premium รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน The new STARGAZER รถ 3 แถว 6 ที่นั่ง อเนกประสงค์พร้อมความปลอดภัยครบที่สุดในคลาส ด้วย Hyundai SmartSense สำหรับครอบครัวสายคุ้ม ราคาพิเศษเริ่มต้น 719,000 บาท และรับฟรี Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer The new 2026 IONIQ 5 N Line รถพลังงานไฟฟ้า 100 % ดีไซน์สปอร์ต มอเตอร์กำลังสูงสุด 225 แรงม้า พร้อมเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 800V ราคาแนะนำช่วงเปิดตัว 1,399,000 บาท สำหรับ 400 คันแรก พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% และโฮมชาร์จเจอร์ฟรี ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จัดทัพยนตรกรรมฮุนไดครบทุกไลน์อัพลงสนาม ตั้งแต่ MPV สำหรับครอบครัว ธุรกิจ SUV ระดับพรีเมียม รถ 3 แถว 6 ที่นั่ง ไปจนถึงรถพลังงานไฟฟ้า 100% ดีไซน์สปอร์ต พร้อมชวนคนไทยร่วมส่งแรงเชียร์ทีมชาติไทยสู้ศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 กับแคมเปญ “Hyundai Game On, Deal On” ส่งดีลแรงเต็มเกมตลอดเดือนสิงหาคม 2569 ทั้งส่วนลดเงินสดสูงสุด 500,000 บาท(1) และรับฟรี Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer สำหรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ รวมถึงสิทธิประโยชน์หลังการขาย myHyundaiCare เพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง เมื่อจองและรับรถภายในวันที่ 31 สิงหา คม 2569 เท่านั้น สำหรับแฟนบอล ครอบครัว และผู้ประกอบการที่กำลังมองหา MPV ดีเซล 11 ที่นั่ง Hyundai STARIA (Euro 5) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางและธุรกิจ ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย รองรับทั้งทริปครอบ ครัว การไปเชียร์แมตช์สำคัญ การรับรองลูกค้า และการเดินทางเป็นหมู่คณะ พร้อมพื้นที่สัมภาระที่ใช้งานได้อย่างลงตัว ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ให้ทั้งสมรรถนะ ความคุ้มค่า และความมั่นใจในทุกเส้นทาง พิเศษช่วงแคมเปญนี้ ฮุนไดมอบข้อเสนอสุดคุ้ม ให้การเป็นเจ้าของ Hyundai STARIA (Euro 5) ง่ายและคุ้มค่ายิ่งขึ้น พร้อมสิทธิประโยชน์หลังการขาย ได้แก่ การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร(2) สำหรับแต่ละรุ่นย่อยมาพร้อมจุดเด่นและข้อเสนอพิเศษ ดังนี้ STARIA Diesel รุ่นย่อย Essence (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากเกาหลี ซึ่งเป็นรุ่นเริ่มต้นที่เน้นความคุ้มค่า เหมาะสำหรับครอบครัวหรือธุรกิจที่ต้องการพื้นที่โดยสารกว้างขวางในราคาที่เข้าถึงง่าย รับส่วนลดเงินสด 250,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,249,000 บาท จากราคาปกติ 1,499,000 บาท STARIA Diesel รุ่นย่อย Elite (Euro 5) รุ่นนำเข้าจากเกาหลี เพิ่มความสะดวกสบายและอุปกรณ์จากรุ่น Essence เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความครบครันมากขึ้น รับส่วนลดเงินสด 250,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,409,000 บาท จากราคาปกติ 1,659,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) STARIA Diesel รุ่นย่อย Elite Plus รุ่นนำเข้าจากมาเล เซียที่เพิ่มความสะดวกในการขึ้น–ลงรถ พร้อมบันไดข้างไฟฟ้า Power Side Step เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ รับส่วนลดเงินสด 100,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,799,000 บาท จากราคาปกติ 1,899,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 30 คัน พร้อมดอก เบี้ยพิเศษ 1.98% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) STARIA Diesel รุ่นย่อย Premium รุ่นท็อปนำเข้าจากมาเลเซีย ที่เน้นความหรูหราและบรรยากาศโปร่งสบายภายในห้องโดยสาร โดดเด่นด้วยหลังคาซันรูฟไฟฟ้า 2 บาน ราคา 1,999,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวที่มองหารถ SUV ขนาดใหญ่ พร้อมยกระดับความสะดวกสบายและความพรีเมียมในทุกการเดินทาง คือ Hyundai PALISADE Diesel รถ D-SUV ดีเซลระดับพรีเมียมที่โดดเด่นด้วยพื้นที่ใช้สอยกว้างขวาง ภาพลักษณ์สง่างาม และห้องโดยสารที่มอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่และผู้โดย สาร ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทริปพักผ่อนกับครอบครัว และการเดินทางไกล รวมถึงการพาทุกคนออกไปส่งแรงเชียร์ในแมตช์สำคัญอย่างพร้อมเพรียง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 197 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล มั่นคง และมั่นใจทั้งในเมืองและบนเส้นทางไกล พร้อมรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอพิเศษ และทุกรุ่นย่อยในทุกทางเลือกยังได้รับสิทธิประโยชน์หลังการขายอย่างครบครัน ทั้งการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 7 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดโดยไม่จำกัดระยะทาง(2) รุ่น Exclusive (2WD) ราคาพิเศษ 1,799,000 บาท จากราคาปกติ 2,299,000 บาท รับส่วนลดเงินสด 500,000 บาท(1) หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) รุ่น Prestige (AWD) ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท จากราคาปกติ 2,499,000 บาท รับส่วนลดเงินสด 500,000 บาท(1) หรือเลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องการผสานความอเนกประสงค์ สมรรถนะ และความประหยัดไว้ในคันเดียว คือ The all-new SANTA FE Hybrid รถ SUV ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ แบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง พร้อมเบาะแถวที่ 2 แบบ Captain Seat รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน ทริปพักผ่อนกับครอบครัว และการพาทุกคนออกไปส่งแรงเชียร์ในแมตช์สำคัญ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรง Boxy ห้องโดยสารกว้างขวาง และพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดเทอร์ โบ ให้กำลังรวมสูงสุด 232 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะที่มั่นใจควบคู่กับความประ หยัดน้ำมันสูงสุดถึง 19.6 กิโลเมตรต่อลิตร เสริมความมั่นใจด้วย Hyundai SmartSense เทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS พร้อมฟังก์ ชันอำนวยความสะดวกครบครัน โดยมีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย พร้อมข้อเสนอพิเศษ รวมถึงสิทธิประโยชน์หลังการขาย ได้แก่ การรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร(2) ดังนี้ รุ่น Exclusive (2WD) ราคา 1,599,000 บาท เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) หรือเลือกรับส่วนลดเงินสด 90,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,509,000 บาท รุ่น Prestige (2WD) ราคา 1,749,000 บาท เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) หรือเลือกรับส่วนลดเงินสด 100,000 บาท(1) ราคาพิเศษเพียง 1,649,000 บาท รุ่น Inspiration (AWD) มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ ราคา 1,799,000 บาท รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) สำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่มองหารถยนต์ 6 ที่นั่ง ในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมความคุ้มค่า ความประหยัด และเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครัน The new STARGAZER คืออีกหนึ่งทางเลือกที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยห้องโดยสารแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง กว้างขวาง พร้อมเบาะแถวที่ 2 แบบ Captain Seat รองรับทั้งการรับส่งสมาชิกในครอบครัว การเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด หรือการพาทุกคนออกไปส่งแรงเชียร์ในแมตช์สำคัญได้อย่างสะดวกสบาย The new STARGAZER ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน จับคู่กับเกียร์ IVT ที่ให้การตอบสนองอย่างนุ่มนวลและต่อเนื่อง พร้อมโหมดการขับขี่ 4 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport และ Smart เพื่อให้เหมาะกับทุกเส้นทาง เสริมความมั่นใจด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอด ภัย Hyundai SmartSense (ADAS) โดยมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย พร้อมสิทธประโยชน์หลังการขาย myHyundai Care ทั้งการรับประกันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) และบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร (2) ได้แก่ รุ่น Trend 6 ราคาพิเศษเพียง 719,000 บาท (จากราคาปกติ 795,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) รุ่น Smart 6 ราคาพิเศษเพียง 799,000 บาท (จากราคาปกติ 875,000 บาท) พร้อมรับดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งและ พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) พิเศษยิ่งขึ้น สำหรับ The new STARGAZER ลูกค้ายังรับฟรี Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer มูลค่า 2,990 บาท(3) เพื่อเติมเต็มบรรยากาศการเชียร์ทุกแมตช์ที่บ้านให้สนุกและเต็มอรรถรสยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับครอบ ครัวที่ต้องการทั้งความคุ้มค่า ความปลอดภัย และความบันเทิงครบจบในคันเดียว ปิดท้ายด้วยทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการก้าวสู่ไลฟ์สไตล์ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมอารมณ์สปอร์ตในทุกการเดินทาง The new 2026 IONIQ 5 N Line โดดเด่นด้วยดีไซน์ N Line และสมรรถนะจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูงสุด 225 แรงม้า พร้อมโหมดการขับขี่ 5 รูปแบบ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, My Drive และ Snow อีกทั้งยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 84 kWh และระบบไฟฟ้าแรงดันสูง 800V รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 350 kW โดยชาร์จจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาประมาณ 18 นาที ช่วยให้ทุกการเดินทางทั้งในชีวิตประจำวัน ทริปพักผ่อน และทุกแมตช์สำคัญ คล่องตัว สนุก และมั่นใจยิ่งขึ้น พิเศษสำหรับช่วงแคมเปญนี้ The new 2026 IONIQ 5 N Line มาพร้อมราคาแนะนำช่วงเปิดตัวเพียง 1,399,000 บาท จากราคาปกติ 1,699,000 บาท สำหรับลูกค้า 400 ท่านแรก(1) พร้อมรับส่วนลดเพิ่มเติมอีก 20,000 บาท(1) สำหรับลูกค้าที่ลงทะเบียนความสนใจล่วงหน้า รวมถึงข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.79% ดาวน์ 25% ผ่อนสูงสุด 48 เดือน(1) และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี(1) นอกจากนี้ ลูกค้า The new 2026 IONIQ 5 N Line ยังได้รับสิทธิประโยชน์หลังการขายครบครัน ทั้งการรับประ กันคุณภาพรถยนต์ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร(2) การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโล เมตร(2) บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี ไม่จำกัดเลขไมล์ พร้อมบริการยกรถฟรีไปยังศูนย์บริการฮุนไดที่ใกล้ที่สุดภายในระยะทาง 30 กิโลเมตร(2) รวมถึงโฮมชาร์จเจอร์ฟรี รับประกัน 3 ปี พร้อมค่าแรงติดตั้งและการรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี(2) เพื่อให้การเริ่มต้นใช้รถพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมั่นใจยิ่งขึ้น แคมเปญ “Hyundai Game On, Deal On” เปิดโอกาสให้ลูกค้าเลือกฮุนไดคันที่ใช่ จากหลากหลายไลน์อัพ พร้อมข้อเสนอที่ตอบโจทย์ทั้งราคา การผ่อนชำระ และสิทธิประโยชน์หลังการขาย และร่วมส่งแรงเชียร์ทีมชาติไทยในศึก ASEAN Hyundai Cup™ 2026 โดยในวันเสาร์ที่ 8 สิงหาคมนี้ ทีมชาติไทยมีโปรแกรมลงสนามพบกับทีมชาติเมียนมาในแมตช์สำคัญของรอบแบ่งกลุ่ม หากทีมชาติไทยสามารถคว้าชัยชนะ ฮุนไดจะมอบเสื้อฟุตบอลทีมชาติไทย ฤดูกาลใหม่ 2026/2027 มูลค่า 399 บาท ให้แก่ผู้ที่เข้าร่วมทดลองขับรถยนต์ฮุนไดรุ่นใดก็ได้ ณ โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศตลอดเดือนสิงหาคม จำนวนจำกัดหรือจนกว่าของจะหมด ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียด ทดลองขับ และรับข้อเสนอพิเศษได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ – 31 สิงหาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เท่านั้น เพราะเกมนี้ ทั้งแรงเชียร์และดีลสุดคุ้มต้องจัดเต็มไปพร้อมกัน ■ หมายเหตุ: 1) เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด และหลักเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด 2) โปรดสอบถามรายละเอียดเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพรถยนต์และแบตเตอรี่ รวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉินและบริการยกรถเป็นไปตามเงื่อนไขของรถยนต์แต่ละรุ่นฉบับสมบูรณ์ได้ที่โชว์รูมฮุนไดทั่วประเทศ 3) ของแถม Samsung B-Series Soundbar 2.0ch Subwoofer มูลค่า 2,990 บาท รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม ลูกค้าจะได้รับของแถมภายใน 60 วันนับจากเดือนที่รับรถ

  • โตโยต้า ระเบิดความมันส์สนั่นใต้! ปิดฉากสนามแรก “Hilux Revo Racing Mania 2026” สุราษฎร์ธานี แฟนมอเตอร์สปอร์ตแห่ร่วมงานล้นหลาม

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดงาน "Hilux Revo Racing Mania 2026" มหกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะ การตกแต่งรถ และกีฬามอเตอร์สปอร์ต ซึ่งประเดิมเปิดฉากสนามแรกอย่างอลังการ ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต เมื่อวันที่ 1- 2 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา ปีนี้มาในคอนเซปต์สุดเร้าใจ “เฟี้ยว ฟาสต์ ไฟท์” สมรภูมิเดือดสะเทือนแทร็คที่รวมพลคนรักความเร็วระดับประเทศไว้อย่างคับคั่ง กระแสตอบรับอย่างท่วมท้น การจัดงานโตโยต้ามาในคอนเซป "คลีน พรีเมียม" เน้นความเรียบหรู ดูแพง แต่แฝงความดุดัน พร้อมตอบรับกระแสรถทรงสูง (High-Stance) ผ่านกลยุทธ์เจาะกลุ่มทั้ง Drag Performance และ Decoration Lover ซึ่งช่วยขยายฐานคอมมูนิตี้คนรักกระบะโตโยต้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ■ กิจกรรมไฮไลต์ตลอด 2 วัน PRO & AMATEUR DRAG RACE: ยกระดับความเดือดด้วยยอดรถแข่งที่ลงชิงชัยรวมกันถึง 103 คัน (เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 26 คัน) พร้อมการนำกฎ BOP (Balance of Performance) ถ่วงน้ำหนักมาใช้จริงเป็นครั้งแรก เพิ่มความสูสีและสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆ ติดขอบสนาม ชิงเงินรางวัลรวมทั้งปีกว่า 3.9 ล้านบาท AI DREAM BUILD: แคมเปญออนไลน์กระแสแรง “RACING MANIA AI DREAM BUILD” (รุ่น REVO และ TRAVO) ได้รับความสนใจจากแฟนๆ ส่งผลงานดีไซน์เข้าร่วมจำนวนมาก ซึ่งเตรียมนำผลงานที่ชนะเลิศไปสร้างเป็นรถคันจริง (AI TO REALITY) ต่อไป CAR CLUB & EXPERIENCES: ทัพรถกระบะตกแต่งสวยงามจากคาร์คลับชั้นนำกว่า 100 คัน ร่วมจัดแสดงในพื้นที่ PIT ZONE พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานลงแทร็คจริงผ่านกิจกรรม Toyota Bracket Challenge 19 Sec, Free Run Fun Drag RT Challenge และ Drag Academy โดยปอนด์เทค INFLUENCER TEAM HOST: สร้างสีสันและความใกล้ชิดกับแฟนๆ โดยมี KOL สายยานยนต์ นำโดย เอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์, อั๋น DRAG DIESEL และ โอ สมาคมรถแต่ง DEALER ZONE & SPECIAL PROMOTION: ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าร่วมจัดแสดงรถ Hilux Revo & Travo มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด รวมถึงยอดเข้าชม Live Streaming ผ่าน Monomax ที่ร่วมสแกน QR Code รับ Secret Deal ส่วนลดพิเศษหน้างานอย่างคึกคัก ■ ส่องตารางความเดือด... สถานีต่อไปชิงชัยความเร็ว! สัมผัสความมันส์กันต่อในอีก 3 สนามที่เหลือ: ■สนามที่ 2 วันที 26 – 27 กันยายน 2569 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แดรกสเตอร์แทร็ก เดือดไม่ยั้งกับแทร็กระดับโลก ■สนามที่ 3 วันที่ 5 – 6 ธันวาคม 2569 บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี ร่วมมันส์ไปกับ Join Race Souped up GP ■สนามที่ 4 วันที่ 30 – 31 มกราคม 2570บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี ศึกตัดสินแชมป์แห่งปี ห้ามพลาด! ติดตามข่าวสาร บรรยากาศไฮไลต์ และความเคลื่อนไหวของกิจกรรมความมันส์แบบติดขอบสนามได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย Facebook / YouTube / TikTok : Hilux Revo Racing Mania

  • มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จับมือ บก.จร. ส่งมอบ BMW 28 คัน พร้อมจัดอบรมเข้ม ยกระดับทักษะการขับขี่ เสริมศักยภาพตำรวจจราจร เพื่อความปลอดภัยประชาชน

    หนุนภารกิจ บก.จร. ด้วยการส่งมอบ BMW R 1300 GS และ F 900 GS Adventure รวม 28 คัน ควบคู่การฝึกอบรม On Road Training ยกระดับทักษะการขับขี่สมรรถนะสูงแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ และหน่วยคฑา บก.จร. มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ผู้จำหน่ายมอเตอร์ไซค์ บีเอ็ม ดับเบิลยู มอเตอร์ราด อย่างเป็นทางการ เดินหน้ายกระดับความร่วมมือกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง ส่งมอบ BMW R 1300 GS จำนวน 13 คัน ให้แก่กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) นำโดย พล.ต.ต.ดำรงศักดิ์ สว่างงาม ผู้บังคับการตำรวจจราจร พร้อมคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ ให้เกียรติร่วมรับมอบ ซึ่งก่อนหน้าได้มีการส่งมอบ BMW F 900 GS Adventure รวมเป็นจำนวนทั้งสิ้น 28 คัน เพื่อนำไปใช้ในภารกิจดูแลความปลอดภัย อำนวยความสะดวกการจราจร และให้บริการประชาชน นับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความไว้วางใจในมาตรฐานและสมรรถนะระดับโลกของ บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด นอกจากนั้น ทางบริษัทยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะการใช้งานอย่างมืออาชีพ โดยจัดโครงการ On Road Training สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรโครงการพระราชดำริ ณ แก่งกระจาน เซอร์กิต เพชรบุรี นำรถ BMW F 900 GS Adventure มาฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ควบคุมโดยทีมผู้ฝึกสอนเชี่ยวชาญ ครอบคลุมเทคนิคการเบรก การเข้าโค้ง การหลบหลีกสิ่งกีดขวาง และการตัดสินใจในภาวะฉุกเฉิน พร้อมต่อยอดการฝึกอบรมให้แก่เจ้าหน้าที่หน่วยคฑา บก.จร. กับรุ่น BMW R 1300 GS เน้นเทคนิคการขับนำขบวน การควบคุมรถขณะใช้ความเร็วต่ำ และการใช้เทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับ โดยได้รับเกียรติจาก พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งการบูรณาการทั้งการส่งมอบรถ และจัดอบรมอย่างครบวงจรในครั้งนี้ สะท้อนถึงพันธกิจของ มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป ในการเป็นพันธมิตรที่พร้อมสนับสนุนภารกิจสำคัญของประเทศ เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

  • ททท. จับมือกับสายการบิน TransNusa และแพลต ฟอร์มท่องเที่ยว Traveloka ลงนามบันทึกความเข้าใจผลักดันตลาดนักท่องเที่ยวอินโดนีเซีย เชื่อมเที่ยวบินตรง ยกระดับประเทศไทยสู่จุดหมายปลายทาง Muslim-Friendly ชั้นน

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินหน้าส่งเสริมความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐอินโดนีเซีย โดยมี นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.ลงนามบันทึกความเข้าใจ จำนวน 2 ฉบับ ร่วมกับ Datuk Bernard Francis ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธุรกิจการบินสายการบิน TransNusa และ Mr. Albert ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Traveloka พร้อมด้วย นางสาวภัทรอนงค์ ณ เชียงใหม่ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ ททท. ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธี ภายใต้แนวคิด “Amazing Thailand: Feel All the Feelings” ครอบคลุมความร่วมมือด้านการตลาดและการจัดทำแคมเปญประชาสัมพันธ์ร่วมกัน จัดกิจกรรมพบปะผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว (Business Networking) รวมถึงการสนับสนุนการเชื่อมโยงเที่ยวบินตรงระหว่าง กรุงจาการ์ตา–กรุงเทพมหานคร และบาหลี–ภูเก็ต เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางและการขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวของประเทศไทย กระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ เสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาค โอกาสนี้ได้รับเกียรติจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และ H.E Hashim Djojohadikusumo, Special Presidential Envoy For Climate and Energy Chairman of Advisory Board at Kadin Indonesia ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีแลกเปลี่ยน MOU ระหว่างสองหน่วยงาน ณ โรงแรม Fairmont กรุงจาการ์ตา สาธารณรัฐอินโดนีเซีย นับเป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับความเชื่อมโยงด้านการเดินทางและการดำเนินกิจกรรมส่งเสริมการตลาดร่วมกันระหว่างสองประเทศ นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดอินโดนีเซียถือเป็น TOP 5 นักท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งตลาดศักยภาพของตลาดระยะใกล้ที่น่าจับตามอง มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและอินโดนีเซีย โดยร่วมกับพันธมิตรด้านการท่องเที่ยวที่สำคัญของอินโดนีเซีย ได้แก่ สายการบิน TransNusa และแพลต ฟอร์มท่องเที่ยว Traveloka เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านการเดินทางภายในภูมิภาคอาเซียนตลอดจนขยายโอกาสทางการตลาดและกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียสู่ประเทศไทย นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในการดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและขยายพื้นที่ท่องเที่ยวไปยังเมืองน่าเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ยกระดับบทบาทของไทยและอินโดนีเซียในฐานะผู้นำด้านการท่องเที่ยวของอาเซียนในศตวรรษที่ 21 ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับอย่างลง ตัวกับการเปิดเส้นทางบินใหม่ของสายการบิน Trans Nusa ที่พร้อมให้บริการเที่ยวบินปฐมฤกษ์เชื่อมโยงจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซียตรงสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ประเทศไทย ในวันที่ 6 สิงหาคม 2569 โดยทำการบินวันละ 2 เที่ยว โดยความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับจำนวนเที่ยวบินและที่นั่งโดยสาร แต่ยังเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทาง ตลอดจนกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวอินโดนีเซียเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งความร่วมมือกับ แพลตฟอร์ม Traveloka เป็นการต่อยอดแคมเปญการตลาดเพื่อให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวศักยภาพ และกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมุสลิม โดยเฉพาะกลุ่มครอบครัว คนรุ่นใหม่ และกลุ่ม Free Independent Traveler (FIT) ส่งเสริมให้เกิดการจองที่พัก กิจกรรมท่องเที่ยว และแพ็กเกจท่องเที่ยวในประเทศไทยผ่านแพลตฟอร์ม พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทาง Muslim - Friendly อาทิ จังหวัดกระบี่ และ สงขลา และชุมชนท่องเที่ยวต่าง ๆ เพื่อชื่อมโยงประสบการณ์ด้านวัฒนธรรม อาหาร และวิถีชุมชนสนับสนุนการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวและรายได้สู่ภูมิภาค พร้อมทั้งการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการท่องเที่ยวและพฤติกรรมนักท่องเที่ยว เพื่อพัฒนากลยุทธ์การตลาดที่มีประสิทธิภาพร่วมกัน ตลอดจนร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนตามเป้าหมาย Sustainable Tourism Goals สำหรับนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมีพฤติกรรมการเดินทางมาประเทศไทยโดยนิยมจัดการเดินทางด้วยตนเอง (FIT) มีจํานวนวันพักเฉลี่ย 6 คืน ส่วนใหญ่ชื่นชอบการรับประทานอาหารไทย ชมสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติ ศาสตร์ การท่องเที่ยวชุมชน กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และ กิจกรรมชายหาด ตามลำดับ ทั้งนี้ ในปี 2569 มีนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยตั้งแต่ วันที่ 1 มกราคม – 31 กรกฎาคม 2569 อยู่ที่ 376,337 คน โดย ททท. พร้อมเดินหน้าในการส่งเสริมการตลาดทุกมิติเพื่อบรรลุเป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียจำนวน 890,000 คน ภายในปี 2569 พร้อมยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพของภูมิภาคอย่างยั่ง ยืน

  • เอ็มจี ประกาศความสำเร็จครึ่งปีแรก โตแรง 67% เหนือกระแสตลาด พร้อมปรับเป้าใหม่ 36,000 คัน เดินเกมด้วย “DUAL-MARKET”รุกหนักทั้งแมส และพรีเมียม

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จครึ่งปีแรกด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดถึง 67% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา รั้งตำแหน่ง TOP 5 ของตลาดรถยนต์ไทย พร้อมประกาศปรับเป้าหมายยอดขายประจำปีสู่ 36,000 คัน เดินหน้าครึ่งปีหลังด้วยกลยุทธ์ “DUAL-MARKET” รุกหนักทั้งตลาดแมส และพรีเมียม ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL ที่ยึดมั่นเจตนา รมณ์ “IN THAILAND FOR THAILAND” เข้าใจคนไทย ส่งมอบคุณค่าที่ใช่ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการได้ตรงจุด ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศไทยช่วง 6 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนสะสมรวมอยู่ที่ 374,424 คัน เติบโตขึ้น 16% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในขณะที่ เอ็มจี เติบโตเหนือตลาดด้วยยอดจดทะเบียน 16,920 คัน ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตสูงถึง 67% โดยมี 3 รุ่นยอดนิยมอย่าง NEW MG S5 EV PLUS รถ e-SUV ขวัญใจมหาชน จำนวน 6,341 คัน ตามมาด้วย MG4 ELECTRIC แฮทช์แบ็กอีวีโกลบอลโมเดลยอดฮิต จำนวน 6,018 คัน และ MG IM6 รถ e-SUV อัจฉริยะที่มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ จำนวน 1,013 คัน ส่งผลให้ เอ็มจี รั้งตำแหน่งในกลุ่ม Top 5 ของตลาดรถยนต์ไทยอย่างแข็งแกร่ง ครองส่วนแบ่งทางการตลาด 4.5% ความสำเร็จที่เกิดขึ้นนี้เป็นผลลัพธ์โดยตรงจากการดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL มุ่งเน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลกสู่ผู้ใช้งานคนไทยอย่างตรงจุดผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ (GLOBAL INNOVATION) ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์อย่างยั่งยืน ด้วยการเพิ่มระบบในการดำเนินงานเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติของงานบริการ (THAIPASSION) ในขณะที่ลูกค้าต่างสัมผัสได้ถึงคุณค่าที่ไม่ใช่เพียงราคาค่าตัวของรถยนต์ แต่ยังรวมถึงคุณค่าด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์การขับขี่บนถนนเมืองไทย เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ช่วยให้การขับขี่ในยุคปัจจุบันทำได้ง่าย และปลอดภัยยิ่งขึ้น (VALUE CHOICE) ด้าน นายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากทิศทางการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ เอ็มจี เติบโตในทุกมิติอย่างมั่นคง ด้วยจุดแข็งด้านผลิตภัณฑ์กลุ่มอีวีที่มีความครอบคลุมทุกเซกเมนต์หลักของตลาด และเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายที่สามารถรองรับการเติบโตได้เป็นอย่างดี เอ็มจี จึงได้ตัดสินใจปรับเป้าหมายยอดขายใหม่ของปี 2569 จากเดิม 30,000 คัน สู่ 36,000 คัน พร้อมวางกลยุทธ์ช่วงครึ่งปีหลัง“ด้านผลิตภัณฑ์” เอ็มจี ชูความได้เปรียบด้านความหลากหลาย หากพิจารณายอดขายอีวีครึ่งปีแรกพบว่า 3 เซกเมนต์ที่เติบโตสูงสุดได้แก่ B-SUV, ECO CAR & B CAR และ C-SUV ตามลำดับ ในขณะที่ D CAR มีแนวโน้มเติบโต ครึ่งปีหลังจึงยังคงเดินหน้าผลักดัน อีวีกลุ่มตลาดแมส (MASS MARKET) ที่สอดรับกับเทรนด์ตลาดไม่ว่าจะเป็น NEW MG S5 EV PLUS ในฐานะ e-SUV ขวัญใจมหาชน NEW MG URBAN ซิตี้ คาร์ ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะที่เกินราคาค่าตัว เสริมทัพด้วยโมเดลยอดนิยมอย่าง MG4 ELECTRIC ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวหอกหลักของการทำตลาดรถไฟฟ้า ควบคู่ไปกับการขยายตลาดอีวีกลุ่มพรีเมียม (PREMIUM MARKET) อย่าง MG IM6 และ MG IM5 โดยเตรียมแผนส่งรุ่น LIMITED EDITION สร้างสีสันในตลาดเร็ว ๆ นี้ นอกจากนี้ยังมี 2 e-MPV อย่าง MG MAXUS 7 และ MG MAXUS 9 ทางเลือกสำหรับกลุ่มครอบครัว พร้อมสื่อสาร EV LIFETIME WARRANTY ในทุกรุ่น ขณะที่กลุ่มเครื่องยนต์สันดาปจะใช้ MG3 HYBRID+ เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในการขยายส่วนแบ่งการตลาด สำหรับ “ด้านการตลาด และการสื่อสารแบรนด์” เนื่องด้วยรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นในปัจจุบันมักมาพร้อม SMART TECHNOLOGY แนวทางการสื่อสารครึ่งปีหลัง 2569 จึงมุ่งเน้นการถ่ายทอดคุณสมบัติของรถยนต์แต่ละรุ่น เพื่อให้ลูกค้าเข้าใจ และตัดสินใจซื้อรถยนต์ได้ตรงกับลักษณะการใช้งานเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไปพร้อม ๆ กับการมอบประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ และ COMMUNITY ที่แข็งแกร่ง และเปิดพื้นที่ให้ลูกค้าผู้ใช้งานจริงได้มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาผลิต ภัณฑ์ ด้วยแนวคิด“เพราะเสียงของลูกค้าผู้ใช้จริงสำคัญที่สุด” และความร่วมมือกับพันธมิตรในหลากหลายไลฟ์สไตล์ เพื่อยกระดับภาพลักษณ์ เอ็มจี ในฐานะแบรนด์ยานยนต์ที่เข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การยกระดับ ด้านการบริการ ภายใต้สัญลักษณ์ “รอยยิ้ม” หรือ “MG SMILE” ที่นอกจากจะเป็นหนึ่งในกลยุทธ์หลักด้วยการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้าในทุกช่วงเวลา ทุกช่วง TOUCH POINT ยังกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กรของ เอ็มจี โดยการปรับระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ผู้ให้บริการในทุกส่วนงานให้สูงขึ้น ควบคู่ไปกับการนำระบบ E-WORKSHOP เข้ามาใช้ในงานบริการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพงานซ่อมบำรุงให้ถูกต้อง แม่นยำ และรวดเร็วมากขึ้น ในขณะเดียวกัน เอ็มจี เดินแผนปรับภาพลักษณ์ และยกระดับโชว์รูมสู่ยุค NEW ERA OF MG DEALER ทั้งผู้จำหน่ายปัจจุบัน 126 แห่ง พร้อมรองรับการเติบโตของตลาดพรีเมียม ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งมั่นสู่การเป็น 1 ใน 3 แบรนด์รถยนต์ชั้นนำของประเทศไทยภายในทศวรรษที่สองนี้ เอ็มจี จึงไม่ได้มองเพียงแค่ความสำเร็จจากตัวเลขยอดจำหน่าย แต่ยังให้ความสำคัญสูงสุดกับการเติบโตเชิงคุณภาพและการสร้างระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืน การก้าวต่อไปในครึ่งปีหลัง 2569 จึงเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของแบรนด์ที่พร้อมจะเคียงคู่ไปกับคนไทยภายใต้หลักการ “IN THAILAND FOR THAILAND”เพื่อส่งมอบนวัตกรรมที่เป็น “VALUE CHOICE” อย่างแท้จริง พร้อมขับเคลื่อนอนาคตของการเดินทางที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคชาวไทยให้ก้าวไกลไปพร้อมกันในระดับสากล สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่ Website: www.mgcars.com Line: @MGThailand Facebook: MG Thailand Twitter: @mg_thailand Instagram: @mgthailand Youtube: MG Thailand TikTok: @mgthailand Application: MG Thailand

  • จากคิวบู๊สู่คิวรับรถ! "จาพนม" เลือก DEEPAL S05 BEV MAX เลิกตามหาช้าง เมื่อพบ EV คู่ใจคันใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ทุกองศา

    CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโน โลยียานยนต์พลังงานใหม่(NEV)ภูมิใจส่งมอบ DEEPAL S05 รุ่น BEV MAX ให้กับ "จาพนม ยีรัมย์" หรือ "โทนี่ จา (Tony Jaa)" หลังทดลองขับแล้วประทับใจ โดยมี นายคริส อู๋ รองประธาน บริษัท ฉางอาน ออโต้ เซลส์ (ประเทศ ไทย) จำกัด ร่วมแสดงความยินดีและเป็นผู้มอบกุญแจรถให้จาพนมอย่างเป็นทางการ สำหรับ DEEPAL S05 รุ่น BEV MAX ถือเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) คันแรกของจาพนม หลังจากที่ผ่านมาใช้งานรถเครื่องยนต์สันดาปมาโดยตลอด สะท้อนความเชื่อมั่นที่จาพนมมีต่อแบรนด์ DEEPAL ทั้งในด้านเทคโนโลยี สมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่มีระดับและการขับอย่างมีสไตล์ในทุกวัน ความประทับใจหลังได้ทดลองขับ DEEPAL S05 คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้จาพนมตัดสินใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้โดยจาพนม กล่าวว่า"ที่ผ่านมาผมใช้รถเครื่อง ยนต์สันดาปมาตลอด แต่พอยากลองเปลี่ยนมาขับรถไฟ ฟ้า และได้เริ่มมองหารถไฟฟ้าสักคัน DEEPAL S05 คือตัวเลือกที่ผมสนใจมากที่สุด และพอมีโอกาสได้ทดลองขับ ยิ่งรู้สึกว่ารถคันนี้ตอบโจทย์ชีวิตผมได้ครบและลง ตัวมากที่สุด เป็นรถที่พร้อมลุยไปกับทุกจังหวะของชีวิต ทั้งดีไซน์สปอร์ต แข็งแรง ขับสนุก อัตราเร่งดี และมีเทค โนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง พอได้ใช้งานจริงก็ยิ่งมั่นใจที่ตัดสินใจเลือก DEEPAL" นอกจากนี้ ด้วยงานที่ต้องเดินทางอยู่เป็นประจำ จาพนมมองว่ารถยนต์คู่ใจต้องพร้อมรองรับทุกการใช้งาน ตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการเดินทางไปต่างจังหวัดระยะทางไกล DEEPAL S05 คันนี้ สามารถตอบโจทย์ทุกการเดินทางได้อย่างลงตัว ทั้งสมรรถนะการขับขี่ ความคล่องตัว เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ทำให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย และสนุกยิ่งขึ้น DEEPAL S05 รุ่น BEV MAX ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แนว คิดรถไฟฟ้าสำหรับคนยุคใหม่ ผสานดีไซน์สปอร์ตเข้ากับเทคโนโลยีอัจฉริยะได้อย่างลงตัว มาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองฉับไว อัตราเร่งทันใจ 0 ถึง 100 กม./ชม. ภายในเวลา 6.48 วินาที และระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 470 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (มาตรฐาน NEDC) รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลได้อย่างมั่นใจ ในส่วนของภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้กว้างขวางและทันสมัย ติดตั้งหน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาดใหญ่ พร้อมระบบสั่งงานด้วยเสียง ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ โหมดเอ็นเตอร์เทนเม้นต์เพื่อความบันเทิงและผ่อนคลาย โหมดแคมปิ้ง และโหมดสัตว์เลี้ยง อีกทั้งฟังก์ชันหลากหลายที่ช่วยอำนวยความสะดวก ยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้สะดวกสบาย และเพลิด เพลินยิ่งขึ้นนอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครัน ช่วยเสริมความมั่นใจด้านความปลอดภัยในทุกเส้นทาง สำหรับจาพนม DEEPAL S05 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนคู่หูที่รู้ใจตอบโจทย์ทุกบทบาทของชีวิต ตั้งแต่การเดินทางเพื่อทำงานในฐานะแอ็กชันสตาร์ ไปจนถึงบทบาทนักกีฬาและไลฟ์สไตล์ส่วนตัวในชีวิตประจำวัน สะท้อนตัวตนของจาพนม และตอกย้ำภาพลักษณ์ของ DEEPAL S05 ในฐานะ Hero Product ของ CHANGAN ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของ Hero นอกจออย่างจาพนม จนเจ้าตัวเอ่ยปากว่า “เพราะดีพอล เป็นรถที่พอดี ที่ผมเลือก” สำหรับผู้ที่สนใจตามรอยแอ็กชันสตาร์ จาพนม ไปทดลองขับ DEEPAL S05 สามารถติดต่อและจองคิวทดลองขับได้ที่ โชว์รูม Jin Motor ศรีนครินทร์ หรือ ค้นหาโชว์รูม DEEPAL ใกล้บ้านได้ที่https://www.changan.co.th/th/

  • ไทยฮอนด้า พร้อมลุยครึ่งปีหลัง ชู Honda 160 Series นำทัพ เปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ 4 รุ่น

    รุ่น พร้อมเติมสีสันคอลแลบดิสนีย์และพิกซาร์ BUZZ LIGHTYEAR และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition เสริมทัพทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าว "Thai Honda Press Conference & Mid Year Meeting 2026 : Move Up to Future Ahead" ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ และบางกอกคอนเวนชัน เซ็น เตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ ภายในงานได้สรุปภาพรวมผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมเปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2026 พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเปิดตัวรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ถึง 4 รุ่น นำโดย New Honda Click160 และ New Honda PCX160 ที่ร่วมตอกย้ำความแข็งแกร่งของ Honda 160 Series ควบคู่กับ New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition สะท้อนการเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของฮอนด้าทั้งในกลุ่มพรีเมียมเอ.ที. กลุ่มสปอร์ตเอ.ที. และกลุ่มไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ในทุกเซกเมนต์ มร.มาซายูกิ ฮามามัตสึ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2026 แม้ตลาดรถจักรยานยนต์จะยังคงเผชิญกับความท้าทายจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ด้วยแรงสนับสนุนและความไว้วางใจที่ทุกท่านมีให้กับไทยฮอนด้าเสมอมา ทำให้ไทยฮอนด้ายังคงรักษาความเป็นผู้นำของตลาดได้อย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตคิดเป็น 102% เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกของปี 2025 และสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง เราคาดว่าตลาดรวมตลอดทั้ง ปีจะอยู่ประมาณ 1.73–1.77 ล้านคัน และเราตั้งเป้าหมายยอดจำหน่ายของฮอนด้าไว้ที่ 1.40–1.43 ล้านคัน ทั้งนี้ ประเทศไทยยังคงเป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตที่สำคัญของฮอนด้าในระดับโลก ไทยฮอนด้าจึงพร้อมเดินหน้าลงทุนและพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย และเดินหน้าสู่เป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน” “สำหรับการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลัง ไทยฮอนด้าได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่รวม 4 รุ่น มุ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งกลุ่ม Premium A.T. , Sport A.T. และ Lifestyle โดยยังคงเดินหน้าพัฒนาทั้งรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป เพื่อมอบทางเลือกที่เหมาะสมกับการใช้งานของลูกค้าในแต่ละไลฟ์สไตล์ ในส่วนของรถจักรยานยนต์เครื่องยนต์สันดาป ฮอนด้ายังคงเดินหน้าต่อยอดความแข็งแกร่งของ Honda 160 Series ผ่าน New Honda Click160 สปอร์ตเอ.ที. ดีไซน์ใหม่โฉบเฉี่ยวสปอร์ตขั้นกว่าและ New Honda PCX160 พรีเมียมเอ.ที. เฉดสีใหม่ เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในเซกเมนต์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังเพิ่มสีสันให้กับตลาดรถจักรยานยนต์แฟชั่นเอ.ที. ด้วย New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition จำนวนจำกัด 2,000 คันเท่านั้น และ New Honda Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่นำเสน่ห์ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นยุค 80s มาสร้างสรรค์เป็นรถลิมิเต็ดอิดิชัน จำนวนจำกัด 500 คันเท่านั้น” มร.มาซายูกิ กล่าวเสริม หนึ่งในไฮไลต์ของงานคือ New Honda Click160 ภายใต้คอนเซปต์ "Click อย่างผู้นำ จ่าฝูงทุกเส้นทาง" ตัวจริงสายสปอร์ตแห่ง Honda 160 Series ที่มอบความคล่องตัวและแรงเร้าใจในทุกการขับขี่ โดยได้รับการยกระดับดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวและคล่องตัวยิ่งขึ้น โดดเด่นด้วยลวด ลาย Forged Composite Carbon และ New Soft Emblem Click สี Hologram เสริมความพรีเมียมสปอร์ต ตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี ให้สมรรถนะที่สนุก เร่งได้ดั่งใจ เสริมความมั่นใจด้วยระบบ ABS ที่ล้อหน้า และ Disc Brake ดิสก์เบรกหน้า-หลัง ระบบไฟ Full LED Lighting, หน้าจอ Full Digital Speedometer, Honda SMART Key ที่มาพร้อมฟังก์ชันระบุตำแหน่งรถและป้องกันการโจรกรรม, USB- C Charger, Pop-up Hook และพื้นที่เก็บสัมภาระใต้เบาะขนาด 18 ลิตร โดยมีให้เลือก 4 สีใหม่ ได้แก่ สีเหลือง - ดำ , สีขาว-ดำ, สีดำ, และสีเขียว-ดำ วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 69,900 บาท นอกจากนี้ New Honda Click160 ยังเปิดตัว CLICK160 R Limited Edition รุ่นตกแต่งพิเศษสไตล์สปอร์ตจาก H2C โดดเด่นด้วยโช้กอัพหลัง Profender AIR PLUS รุ่นพรีเมียมล่าสุด ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 76,400 บาท รวมถึงมีอุปกรณ์ตกแต่ง H2C ให้เลือกเพิ่มเติมอย่างครบครัน New Honda PCX160 ตัวจริงแห่งความพรีเมียมของ Honda 160 Series ที่มอบความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง ภายใต้คอนเซปต์ "Be The Mark of PRIDE อีกระดับความภูมิใจ สู่ความเชื่อมั่นไม่สิ้นสุด" มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมใน 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ดำ Matt Guardian Silver สำหรับรุ่น RoadSync Type และสีเขียว-ดำ Vapor Green กับสีน้ำเงิน-ดำ Blue Metallic สำหรับรุ่น Standard Type สะท้อนภาพลักษณ์ที่ความโดดเด่นและสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 4 วาล์ว ขนาด 157 ซีซี มั่นใจด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อมระบบ ABS และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ช่วยเพิ่มเสถียร ภาพในการขับขี่ พร้อมวางจำหน่ายรวม 6 สี โดยรุ่น RoadSync Type วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 99,900 บาท และรุ่น Standard Type วางจำหน่ายในราคาแนะ นำ 96,000 บาท ไทยฮอนด้าเติมสีสันให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ด้วย New Honda Giorno+ BUZZ LIGHTYEAR Limited Edition ผลงานคอลแลบครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างไทยฮอนด้า และ Disney & Pixar ที่พา BUZZ LIGHT YEAR คาแรกเตอร์ระดับไอคอนจากภาพยนตร์แอนิเม ชัน Toy Story ซึ่งครองใจแฟน ๆ ทั่วโลกมายาวนานกว่า 30 ปี ออกเดินทางครั้งใหม่ ภายใต้คอนเซปต์ “Beyond The New High สู่สไตล์ใหม่ อันไกลโพ้น” ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของ BUZZ LIGHTYEAR ลงบนรถจักรยาน ยนต์ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างกลมกลืน ตั้งแต่ตัวรถโทนสีขาว เขียว และม่วงที่ชวนให้นึกถึงชุด Space Suit พร้อมรายละเอียดเฉพาะที่แฟนตัวจริงจดจำได้ทันที อาทิ Classic LED Headlight ดีไซน์ครอบไฟหน้าและเรือนไมล์สีม่วง โดดเด่น มีสไตล์, Space Ranger Icon ไอคอนเอกลักษณ์ประจำหน่วยสำรวจจักรวาล, Buzz Space Soft Emblem ปุ่มสามสี เหมือนชุดอวกาศของ BUZZ LIGHTYEAR, Buzz Red Soft Emblem ปุ่มสีแดงตรงหน้าอกซ้าย BUZZ LIGHTYEAR, Andy Signature สติกเกอร์ลายเซ็นใต้เท้า BUZZ LIGHTYEAR, BUZZ LIGHTYEAR Aluminium Floor Mat แผ่นรองเท้าดีไซน์พิเศษ ลวดลายปั๊มนูนรูปยานอวกาศ, Toy Story Soft Emblem สัญลักษณ์โลโก้ลิขสิทธิ์จาก Disney & Pixar, Space Ranger License Plate กรอบป้ายทะเบียนดีไซน์ลิมิเต็ด รวมถึง Running Number Sticker ตั้งแต่คันที่ 1 ถึง 2,000 ตอกย้ำความเป็นลิมิเต็ดอิดิชันสำหรับแฟน Disney & Pixar รวมถึงนักสะสมโดยเฉพาะ ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 2,000 คัน วางจำหน่ายในราคาแนะ นำ 74,900 บาท อีกหนึ่งรุ่นพิเศษที่เปิดตัวในครั้งนี้คือ New HondaSuper Cub Tokyo 80s Limited Edition ที่ออกแบบพิเศษสำหรับผู้ที่หลงใหลในเจแปนวินเทจ ถ่ายทอดเสน่ห์ของ Tokyo Vibes ยุค 80s ให้กลับมาโลดแล่นอีกครั้ง ผ่านการดีไซน์เฉดสี ลายเส้น และชุดแต่งพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากป๊อปอาร์ตญี่ปุ่น ชวนให้ผู้ขับขี่ได้ย้อนกลับไปสัมผัสสีสันและบรรยากาศแบบซิตี้ป๊อปอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นยุค 80s มาพร้อม Light Brown Wind Shield บังลมหน้าสั้นดีไซน์ใหม่ เติมความวินเทจในทุกเส้นทาง, Tokyo 80s Body Sticker เรซินสติกเกอร์ลาย Tokyo 80s ด้วยดีไซน์และโทนสีสไตล์ป๊อปอาร์ตญี่ปุ่น, Chrome Body Protector & Front Carrier กันลายและตะแกรงหน้าสีโครเมียม,Tokyo 80s Classic Helmet หมวกกันน็อกทรงคลาสสิกเฉดสีเดียวกับตัวรถ และ Tokyo 80s Jacket ลายพิเศษที่ออกแบบมาให้แมตช์กับตัวรถอย่างลงตัว เติมเต็มแฟชั่นญี่ปุ่นยุค 80s ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น โดย Super Cub Tokyo 80s Limited Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คัน มาพร้อมตัวรถ โทนสีขาว-เหลือง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 54,000 บาท ภายใต้ทิศทาง "Move Up to Future Ahead" ไทยฮอน ด้าพร้อมเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และบริการอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 รุ่นในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนความแข็งแกร่งของแบรนด์ในประเทศไทย ซึ่งยังคงเป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญของฮอนด้าในระดับโลก ด้วยศักยภาพของตลาด เครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่ง และความพร้อมด้านการวิจัยและพัฒนาสำหรับภูมิภาคอาเซียน พร้อมกันนี้ไทยฮอนด้ายังเดินหน้าต่อยอด Honda 160 Series และรถจักรยานยนต์ไลฟ์สไตล์ เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ และรักษาความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยรถจักรยานยนต์ทั้ง 4 รุ่นจะพร้อมวางจำหน่ายภาย ในเดือนสิงหาคมนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ใกล้บ้าน สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/ เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า (Honda Motorcycle Thailand) อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เตรียมปล่อยสมรรถนะออฟโรดพิชิตทุกเส้นทาง ผสานความนุ่มนวลสบายเหนือระดับ กับรถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวีสายลุย “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร”

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เตรียมเผยโฉม “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี เป็นครั้งแรกของโลกในไตร มาสที่ 3 ของปีนี้ ด้วยสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจในทุกสภาพอากาศและทุกสภาพถนน ควบคู่กับการขับขี่ที่นุ่มนวลและสบายตลอดการเดินทาง ออล-นิว ปาเจโร มาพร้อมโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่แข็งแกร่งและทนทานเป็นพิเศษ ผสานการทำงานกับระบบช่วงล่างที่ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรม เพื่อสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่เหนือระดับ ช่วยเสริมศักยภาพการขับขี่แบบออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ต้องเผชิญกับเส้นทางทุรกัน ดารที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อและแรงกระแทกสูง ขณะเดียว กัน ออล-นิว ปาเจโร ยังมอบความนุ่มนวลในการขับขี่บนท้องถนน ด้วยการลดแรงสั่นสะเทือนและการโคลงตัวของตัวรถบนพื้นผิวถนนที่ขรุขระ ช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการเดินทางไกล พร้อมมอบความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่และทุกคนในห้องโดยสาร ยิ่งไปกว่านั้น ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังมาพร้อมเทค โนโลยีขับเคลื่อน 4 ล้อ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกลักษณ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในด้านการควบคุม เสริมสมรรถนะการขับขี่ลุยออฟโรด และความมั่นคงในการทรงตัว ครอบคลุมทุกสถานการณ์การขับขี่ที่หลากหลาย นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ยังได้เผยแพร่วิดีโอโฆษณา “The Pajero* is ready to write its next chapter.” ผ่านเว็บไซต์พิเศษของออล-นิว ปาเจโร โดยถ่ายทอดให้เห็นถึงระบบช่วงล่างอันเป็นหัวใจสำคัญ ของสมรรถนะการขับขี่ พร้อมจุดประกายให้ผู้ขับขี่พร้อมรับความท้าทาย และออกเดินทางสู่การผจญภัยบทใหม่ เว็บไซต์พิเศษสำหรับรุ่นออล-นิว ปาเจโร รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี: https://www.mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/teaser/ *ทำตลาดในชื่อ มอนเตโร (Montero) ในบางประเทศ

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

bottom of page