top of page

1428 results found with an empty search

  • "Thai Honda" partners with "Honda HRC" to elevate Thai motorsports to a global level

    “ไทยฮอนด้า” จับมือ “ ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทย สู่ระดับโลก ส่ง 2 นักแข่งไทย “ก้อง-สมเกียรติ” และ “นีโม่-จิรัฎฐ์”  สู่ทีมโรงงาน ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น พร้อมเปิดไลน์อัพนักบิดไทยประจำปี 2026   “ไทยฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย แถลงนโยบายมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2026 ภายใต้คอนเซปต์ Dare To Dreams ยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ไทยอีกครั้ง ด้วยการส่งนักแข่งไทยเข้าสู่สังกัดทีมโรงงานระดับโลก ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC) ได้พร้อมกันถึง 2 คน ทั้งทางเรียบและทางฝุ่น นำโดย “ก้อง-สมเกียรติ” ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 และ “นีโม่-จิรัฎฐ์” ในศึก ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 พร้อมส่งช่างไทยเรียนรู้เทคนิคจากทีมระดับโลกปูทางสู่อนาคต ขณะที่ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เดินเครื่องเต็มสูบสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่ส่งทีมลุยศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 พร้อมกัน 3 รุ่น โดยมี “ชิพ-นครินทร์” นำทีมล่าแชมป์เอเชีย หลังโชว์ผลงานสุดร้อนแรงในฤดูกาลที่ผ่านมา   เมื่อวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด จัดงานแถลงข่าวนโยบายด้านมอเตอร์สปอร์ตประจำปี 2026 ที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ โดยนับเป็นอีกหน้าความท้าทายของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยภายใต้ความร่วมมือกับทีมระดับโลก  นำโดย “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดโมโตจีพีชาวไทยคนแรกในประวัติศาสต์ ที่ถูกดึงเข้าร่วมสังกัด ฮอนด้า เอชอาร์ซี ลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ภายใต้โปรเจกต์คัมแบ็กสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง กับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R  จับคู่กับ “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96  ทีมเมทชาวอังกฤษ และกลายเป็นนักแข่งรถชาวไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ลงแข่งภายใต้สังกัดทีมโรงงานฮอนด้า ในการแข่งขันระดับชิงแชมป์โลก  ขณะเดียวกัน “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ หมายเลข 23 นักบิดดาวรุ่งดีกรีแชมป์ประเทศไทยในศึก เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ โมโตครอส 2025 ก็โชว์ฟอร์มโดดเด่น จนได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ทีม ฮอนด้า เอชอาร์ซี (ทีมโรงงาน) เพื่อลุยศึก ออลล์ เจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 (JMX 2026) ซึ่งเป็นนักแข่งคนแรกที่ลงแข่งขันแบบเต็มฤดูกาล ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของไทยเลยก็ว่าได้   ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยังจับมือกับ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ภายใต้ความร่วมมือด้านเทคนิค ในการส่งช่างชาวไทยเข้าร่วมทีม เพื่อศึกษาเทคนิคด้านต่างๆ กับการทำงานในระดับโลก ทั้งในการแข่งขันทางเรียบและทางฝุ่น เพื่อปูทางในการยกระดับทีมสู่ระดับเวิลด์คลาสในอนาคต  สำหรับโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ยังคงเป็นหนึ่งในโร้ดแม็ปสำคัญของ ไทยฮอนด้า เพื่อปั้นนักแข่งไทยสู่ เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ ไม่ว่าจะเป็น โมโตจีพี, โมโตทู หรือ โมโตทรี ซึ่งในปีนี้ “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ หมายเลข 85 นักบิดดาวรุ่งชาวไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จะลงแข่งขันในศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลกปูทางสู่ โมโตจีพี (Road To MotoGP) ทั้ง 2 รายการอย่าง เอฟไอเอ็ม โมโตจูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 และ เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026   โดย “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ยังคงไว้ซึ่งโครงสร้างที่ชัดเจนในแต่ระดับ ซึ่งในปีนี้ “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ หมายเลข 20 ดาวรุ่งเลือดใหม่ของทีมจะได้รับโอกาสลงแข่งขันในศึก อิเดมิตสึ โมโตโฟร์ เอเชีย คัพ 2026 (Idemitsu Moto4 Asia Cup 2026) และ โมโตโฟร์ ยูโรเปียน คัพ 2026 (IMoto4 European Cup 2026) ควบคู่ทั้ง 2 รายการ   ขณะเดียวกันยังส่ง 2 ดาวรุ่งอย่าง “ไบรส์” เตชินท์ อินทร์อภัย และ “มะมาย” ปองคุณ เอี่ยมน้อย สั่งสมประสบการณ์เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในศึก เอ็มเอฟเจ ออลล์ เจแปน โร้ด เรซ แชมเปี้ยนชิพ 2026   ส่วนในระดับภูมิภาคเอเชีย “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ประสบความสำเร็จแบบก้าวกระโดด จากผลงานสุดร้อนแรงของ “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ดาวบิดไทยเจ้าของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 41 ซึ่งมีลุ้นแชมป์ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2025 ในรุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) จนถึงสนามสุดท้าย ก่อนจะคว้าตำแหน่งรองแชมป์ประจำปีด้วยคะแนนตามหลังเพียง 3 แต้มเท่านั้น จากการคว้าชัยชนะมาครองได้ถึง 3 ครั้ง และขึ้นโพเดียมไปทั้งหมด 6 ครั้ง    จากมาตรฐานการทำงานของทีมและนักบิดที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในฤดูกาล 2026 ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ มีความมั่นใจอย่างมากและวางเป้าหมายชัดเจนเพื่อไล่ล่าความสำเร็จ ด้วยการพาทีมก้าวสู่ระดับท็อปของเอเชีย นำทัพโดย “ชิพ” นครินทร์ กับภารกิจพารถแข่ง Honda CBR1000RR-R ล่าแชมป์ในศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 รุ่น เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000)   ด้าน 2 ดาวรุ่งอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 และ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ หมายเลข 18 จะจับคู่กันลงแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) ด้วยรถแข่ง Honda CBR600RR ส่วนรุ่นเล็กอย่าง เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี (AP250) ส่งดาวรุ่งเลือดใหม่อย่าง "เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 12 เพียงคนเดียว และวางแผนมอบสิทธิ์ไวล์ดการ์ดให้ดาวรุ่งคนอื่นๆ ที่สร้างผลงานโดดเด่นจากโครงการ ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ ควบคู่ไปด้วย  นอกจากนี้ ไทยฮอนด้า ยังคงสานต่อโครงการสำคัญอย่าง ฮอนด้า อะคาเดมี และ ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับนักบิดรับยุวชน พร้อมกันนี้ยังเป็นการสร้างโอกาสให้นักบิดเหล่านี้ ก้าวสู่เวทีระดับเอเชียและระดับโลก  สำหรับ ศึก ไทยแลนด์ ทาเลนต์ คัพ 2026 ได้พัฒนาขึ้นอีกระดับ ด้วยการเพิ่มสนามระดับโลกอย่าง เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ซึ่งใช้รองรับเกมเวิลด์คลาสอย่าง โมโตจีพี เข้ามาเป็นหนึ่งในสังเวียนของฤดูกาลนี้ เพื่อให้นักแข่งจากโครงการนี้ได้สัมผัสคาแร็กเตอร์ของสนามที่หลากหลาย เป็นการเตรียมความพร้อมที่มีนัยยะสำคัญสู่อนาคต   แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH   #ThaiHonda #Motorsport #RaceToTheDream #HondaRacingThailand   #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #JMX #AllJapanMotocross #Moto3Junior #RookiesCup #Moto4AsiaCup #Moto4EuropeanCup #ARRC #HondaThailandTalentCup #HondaAcademy #DareToDreams

  • White Road City

    ร่วมสร้างสังคมคนขับรถดี กับโตโยต้าถนนสีขาวผ่านนิทรรศการ “White Road City เมืองคนขับรถดี”วันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ ณ ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนางเครือฟ้า บุญดวง ผูู้อำนวยการกองนโยบายและแผนงาน สำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานพันธมิตรภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมเป็นเกียรติในการเปิดนิทรรศการ “White Road City เมืองคนขับดีกับโตโยต้า ถนนสีขาว” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการลดอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ณ ซีคอนสแควร์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัย และลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ภายใต้โครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว”  ซึ่งดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 38 ปี ครอบคลุมในทุกมิติ “คน รถ ถนน และสิ่งแวดล้อม” โดยเฉพาะด้าน “คน” ที่เน้นการปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกช่วงวัย ผ่านการทำกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสื่อสารภายใต้แนวคิด “ Save ชีวิต หยุดขับเร็ว ” เน้นย้ำอันตรายจากการใช้ความเร็ว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอุบัติเหตุบนท้องถนน นิทรรศการ “White Road City เมืองคนขับดีกับโตโยต้า ถนนสีขาว”  จัดขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายประเทศในการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนลงให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากร ภายในปี 2570 ผ่านการเนรมิตพื้นที่ซีคอนสแควร์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ให้เป็น “เมืองคนขับดี” ตลอดวันที่ 4-8 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อสร้างความ ตระหนัก ถึงปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในประเทศไทย ควบคู่กับการ ปลูกฝัง เทคนิคการขับรถที่ปลอดภัย และกระตุ้นให้เกิดการ ปรับพฤติกรรม โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็น 5 โซน ดังนี้ ZONE 1 – TOYOTA THEATRE  เตือนให้รู้จาก 3 เหตุการณ์ที่พร้อมเกิดขึ้นในชีวิตจริงผ่านภาพยนตร์ ที่จะปลุกความระทึกในทุกสัมผัส และรับรู้ถึงผลลัพธ์ของการขับเร็ว ZONE 2 – เปลี่ยนความเชื่อผิดๆ เตือนและชวนคิดกับเรื่องความเร็วที่เรายังทำในชีวิตประจำวัน ฉุกคิดและเข้าใจว่าความเชื่อผิด ๆ บางอย่างอาจไม่ช่วยอะไรเราได้จากสถานการณ์จริงได้ ถ้าการเปลี่ยนแปลงไม่เริ่มจากตัวเรา ZONE 3 – เรียนรู้การขับรถดี ติดอาวุธในทุกมุมของการขับขี่ปลอดภัย ผ่านเทคนิคการขับอย่างเทพ เซฟ X2 โดยโตโยต้า พร้อมทำความเข้าใจด้วย Tips ง่าย ๆ ที่ปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ZONE 4 – SAVE คน-รถ-ถนน โซนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สำหรับทุกวัย อาทิ ฐานเมืองจราจรจำลอง  ที่เน้นปลูกฝังเยาวชนสู่คนขับรถดี ฐานเช็คสุขภาพการขับขี่ เพื่อวัดความพร้อมของร่างกายในส่วนที่ส่งผลต่อการขับขี่ เป็นต้น ตลอดจนการให้ความรู้เกี่ยวกับระบบความปลอดภัยภายในรถ และทำความรู้จักกับกิจกรรมที่โตโยต้าและองค์กรพันธมิตรร่วมกันดำเนินการเพื่อความปลอดภัย ZONE 5 – คำมั่นสัญญาของคนขับดี แสดงพลังความมุ่งมั่นของการเริ่มต้นใหม่ที่จะช่วยกันสร้างสังคมคนขับรถดี และทำให้ถนนในประเทศไทยปลอดภัยสำหรับทุกชีวิต ซึ่งเมื่อผู้ร่วมกิจกรรมสัมผัสประสบการณ์ครบทุกโซน จะได้รับของที่ระลึกสุดพิเศษ ปลอกหุ้มเข็มขัดนิรภัย ที่มาพร้อมตุ๊กตา Squishy Milky Way  ที่จะเป็นตัวช่วยให้ผ่อนคลาย “เซฟอารมณ์และความเครียด” ระหว่างขับขี่ นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนอีกมากมาย อาทิ การอบรมโดยครูฝึกหลักสูตร “โตโยต้าขับขี่ปลอดภัย” และกิจกรรมเสวนาจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานพันธมิตรด้านความปลอดภัย ได้แก่ สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กรมควบคุมโรค เครือข่ายเป็นหูเป็นตาเพื่อสังคม ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย ศูนย์รับบริจาคอวัยวะ และตำรวจจราจร   มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ไปด้วยกัน ณ ซีคอนสแควร์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ตลอดวันที่ 4 – 8 กุมภาพันธ์ 2569 นี้

  • Honda LPGA Thailand 2026

    สุดคึกคัก! แฟนกีฬาลุ้น ชม “จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล” มือ 1 ของโลกดวลวงสวิง “ลิเดีย โค” พร้อมทัพนักกอล์ฟระดับโลกสู้ศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” วันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส แฟนกอล์ฟสุดคึกคักร่วมลุ้นชมศึก “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” เตรียมกลับมาระเบิดความยิ่งใหญ่อีกครั้งระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จ.ชลบุรี โดยปีนี้จะเป็นการจารึกอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ จีโน่–อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในบ้านในฐานะนักกอล์ฟหญิงมือ 1 ของโลก เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของรายการ พร้อมดวลวงสวิงกับ ลิเดีย โค อดีตมือ 1 ของโลก และทัพนักกอล์ฟระดับแนวหน้าจากแอลพีจีเอทัวร์รวม 72 คน ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) พร้อมเพิ่มความเข้มข้นด้วยการลุ้นรางวัลโฮลอินวันสุดพิเศษที่หลุม 8 เป็นรถจักรยานยนต์ Honda GoldWing มูลค่า 1,355,000 บาท และที่หลุม 16 เป็น รถยนต์ Honda CR-V e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV RS พร้อมชุดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo รวมมูลค่า 1,863,220 บาท มร. โทชิโอะ คุวาฮาระ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งเสริมเยาวชนและกีฬาระดับนานาชาติอย่างต่อเนื่องมากกว่า 60 ปี ภายใต้แนวคิด Honda Sports Challenge เพราะเราเชื่อว่ากีฬาเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาคนและสร้างแรงบันดาลใจในระดับสากล สำหรับการแข่งขันในปีนี้ การที่แฟนกอล์ฟชาวไทยจะได้ร่วมเชียร์นักกอล์ฟหญิงมือหนึ่งของโลกลงแข่งในบ้าน ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำและยังสะท้อนการเติบโตของกีฬากอล์ฟในประเทศไทยควบคู่กับการสร้างประสบ การณ์ร่วมให้ผู้ชม ด้วยเหตุนี้ ‘ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์’ จึงเป็นมากกว่าการแข่งขันระดับโลก หากแต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับชุมชน พร้อมมีส่วนช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าให้สังคมอย่างยั่งยืน” ความสนใจจากแฟนกีฬายิ่งพุ่งสูงขึ้น เมื่อ จีโน่-อาฒยา ฐิติกุล เตรียมลงแข่งขันในฐานะนักกอล์ฟไทยคนแรกที่ได้ลงเล่นในบ้านขณะครองตำแหน่งมือ 1 ของโลก บนหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขัน Honda LPGA Thailand ทั้งหมด 19 ครั้ง หลังผลงานน่าจับตามองตลอดฤดูกาล 2025 จาก 3 ชัยชนะรายการแอลพีจีเอ คือ Mizuho Americas Open, Buick LPGA Shanghai ปิดท้ายด้วย CME Group Tour Championship ซึ่งเป็นการครองแชมป์ 2 ปีติดต่อกัน ก่อนจะได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปี Rolex Player of the Year 2025 พร้อมจารึกสถิติใหม่รับรางวัล Vare Trophy (สกอร์เฉลี่ยต่ำที่สุดของทัวร์) จากสกอร์เฉลี่ย 68.681 ทำลายสถิติเดิมของ แอนนิกา โซเรนสตัม อดีตมือ 1 โลกชาวสวีเดน เธอกล่าวว่า การกลับมาเล่นต่อหน้าแฟนกอล์ฟชาวไทยนั้นเป็นความรู้สึกที่ “พิเศษ” และการคว้าแชมป์แอลพีจีเอในบ้านครั้งแรกก็น่าจะเป็นเรื่องที่พิเศษมากๆ ด้าน ดร.นิตยา เกิดจันทึก ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เป็นหนึ่งในต้นแบบสำคัญของการยกระดับกีฬากอล์ฟในหลายมิติ นอกจากโครง การนำร่องพัฒนาเยาวชนต่างๆ แล้ว การมีนักกอล์ฟไทยที่ประสบความสำเร็จขึ้นสู่มือ 1 ของโลกถึง 2 คน ได้แก่ เอรียา จุฑานุกาล และ จีโน่ อาฒยา ฐิติกุล เป็นตัวอย่างและแรงบันดาลใจในการผลักดันบุคลากรกีฬา ควบคู่กับการบริหารจัดการแข่งขันในระดับนานาชาติที่มีการมีส่วนร่วมของผู้ชมทั้งไทยและเทศอย่างต่อเนื่อง การกีฬาแห่งประเทศไทยภาคภูมิใจที่ได้มีส่วนสนับสนุนความสำเร็จนี้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวนโยบายยกระดับกีฬาทุกประเภทสู่มาตรฐานสากล” ขณะเดียวกัน มิสวินนี่ เฮง รองประธานอาวุโสและกรรม การผู้จัดการ บริษัท ไอเอ็มจี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดการแข่งขัน กล่าวว่า “ความร่วมมือที่แข็ง แกร่งของพันธมิตรทุกภาคส่วน เป็นพลังสำคัญที่ทำให้ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ เติบโตอย่างมั่นคง ควบคู่กับเป้าหมายในการขยายการเติบโตของกอล์ฟอย่างยั่งยืนในมิติของนักกอล์ฟ แฟนๆและระบบนิเวศกีฬาทั้ง หมด แม้กอล์ฟจะเป็นหนึ่งในกีฬาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก แต่ปัจจุบันกลับเป็นกีฬาที่เติบโตเร็ว โดยมีคนรุ่นใหม่และผู้หญิงซึ่งเป็นกำลังสำคัญ ด้วยรูปแบบการเล่นที่เร็วขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสนามพาร์ 3 ไดรวิ่งเรนจ์ หรือกอล์ฟซิมูเลเตอร์ ทำให้กอล์ฟเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ เราจึงขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเปิดประสบการณ์กอล์ฟที่ครบทั้งการแข่งขันระดับโลกและกิจกรรมสำหรับครอบครัวไปด้วยกัน” สำหรับรายชื่อนักกอล์ฟไทยที่จะมาสร้างความตื่นเต้นในการแข่งขันปีนี้ เริ่มจากทัพนักกอล์ฟไทย ได้แก่ เม–เอรียา จุฑานุกาล อดีตมือ 1 ของโลกและแชมป์ปี 2021 มืออันดับ 22 ของโลก, ปาจรีย์ อนันต์นฤการ มืออันดับ 54 และรองแชมป์ CME Group Tour Championship ปี 2025, พราว–ชเนตตี วรรณแสน มืออันดับ 55, รวมถึง เอพริล-ชนกนันท์ อังกุรเศรณี ผู้คว้าแชมป์การแข่งขันรอบคัดเลือกระดับประเทศ National Qualifiers ร่วมลงแข่งขันอีกด้วย ในขณะที่นักกอล์ฟระดับโลกที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน “ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026” นำโดย แองเจิล หยิน แชมป์เก่าจากสหรัฐอเมริกา มืออันดับ 13 ของโลก ที่จะกลับมาป้องกันแชมป์อีกครั้ง, ลิเดีย โค มืออันดับ 6 ของโลกจากนิวซีแลนด์, รัวหนิง หยิน มืออันดับ 7 ของโลกจากสาธารณรัฐประชาชนจีน, ลอตตี้ โหวด ดาวรุ่งมืออันดับ 8 จากอังกฤษคิม ฮโย จู มืออันดับ 9 ของโลกจากเกาหลีใต้, มายา สตาร์ค มืออันดับ 15 ของโลกจากสวีเดน, ฮันนาห์ กรีน มืออันดับ 19 จากออสเตรเลีย, เซลีน บูติเยร์ มืออันดับ 21 ของโลกจากฝรั่งเศส ในส่วนของนักกอล์ฟจากญี่ปุ่นที่สร้างผลงานยอดเยี่ยมในฤดูกาลที่ผ่านมา ก็ยังคงน่าจับตาเช่นกัน นำโดย มิยู ยามาชิตะ มืออันดับ 4 ของโลก เจ้าของรางวัลรุกกี้แห่งปีและแชมป์เมเจอร์รายการ วีเมนส์ โอเพ่น, มาโอะ ไซโกะ มืออันดับ 11 ของโลก แชมป์เมเจอร์รายการ เชฟรอน แชมเปียนชิพ รวมถึง ริโอะ ทาเคดะ มืออันดับ 14 ของโลก และ อากิเอะ อิวาอิ มืออันดับ 25 ของโลกรองแชมป์ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2025 การแข่งขัน ฮอนด้า แอลพีจีเอ ไทยแลนด์ 2026 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สยามคันทรีคลับ โอลด์คอร์ส พัทยา จังหวัดชลบุรี ชิงเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์ฯ (ประมาณ 60 ล้านบาท) เปิดจำหน่ายบัตรแล้วทางเว็บไซต์hondalpgathailand.com โดยบัตรเข้าชมวันเดียว วันพฤหัสบดี–ศุกร์ ราคา 500 บาทต่อวัน, วันเสาร์–อาทิตย์ ราคา 700 บาทต่อวัน บัตรเข้าชมสองวัน (เสาร์–อาทิตย์) ราคา 1,200 บาท และบัตรเข้าชมทั้ง 4 วัน ราคา 1,600 บาท พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับผู้ถือบัตรเครดิตและบัตรเดบิตบีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพ รับส่วนลดสูงสุด 15 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ผู้ชมอายุต่ำกว่า 16 ปี และมากกว่า 60 ปี สามารถลงทะเบียนเข้าชมการแข่งขันได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง PPTV HD ช่อง 36 และ AIS Play สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hondalpgathailand.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/lpgaThailand และอินสตาแกรม www.instagram.com/hondalpgathailand *ติดตามมข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ฮอนด้าแอลพีจีเอไทยแลนด์2026 #ฮอนด้าออโตโมบิลประเทศไทยจำกัด #ไทยฮอนด้า #honda #ฮอนด้าแอลพีจีเอไทยแลนด์ #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • Tri Phesh Isuzu Sales appoints a new Managing Director

    ตรีเพชรอีซูซุเซลส์เปลี่ยนกรรมการผู้จัดการใหม่               บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถอีซูซุในประเทศไทย และรถอีซูซุขนาดเล็ก ในประเทศลาวและกัมพูชา รวมทั้งการให้บริการหลังการขายและอะไหล่  ประกาศแต่งตั้ง มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ (Mr. Hiroyasu Sato) เป็นกรรมการผู้จัดการ (President) คนใหม่ ต่อจาก มร. ทาคาชิ ฮาตะ (Mr. Takashi Hata) โดยกรรมการผู้จัดการคนใหม่จะรับตำแหน่งปลายเดือนมีนาคม 2569 นี้              มร. ทาคาชิ ฮาตะ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 ถึงเดือนมีนาคม 2569 ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนระดับสูง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ตลอดระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง มร. ทาคาชิ ฮาตะ ได้เสริมสร้างความแข็งแกร่งของแบรนด์ “อีซูซุ” เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะตั้งรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วและเพื่อรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ไว้ให้ได้อย่างมั่นคง โดยมีนโยบายที่โดดเด่น อาทิ ·        การประกาศนโยบายและนำธุรกิจอีซูซุในประเทศไทยเข้าสู่ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน”  ผ่าน “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การพัฒนาพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ รวมถึงระบบการจัดการ และกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของอีซูซุ โดยคำนึงถึงความต้องการที่แตกต่างกัน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ ควบคู่ไปกับการส่งมอบความสุขที่ยั่งยืนในการเข้าสู่สังคมความเป็น กลางทางคาร์บอน ·        การนำแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy”  (อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย) เพื่อสร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนของแบรนด์อีซูซุ โดยการยกระดับแบรนด์อีซูซุ ที่ไม่เพียงเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าชาวไทยให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน แต่ยังเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าสูงต่อสังคมไทย เริ่มจากการสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงตามมาตรฐานญี่ปุ่น และมีความเหมาะสมกับการใช้งานอย่างแท้จริง พร้อมทั้งบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพสูง การสร้างความสัมพันธ์ในระยะยาวกับผู้ใช้รถผ่านการส่งเสริมให้ผู้ใช้สามารถใช้รถได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคุ้มค่าเงินสูงสุด อีซูซุยังยึดมั่นในการสร้างคุณค่าทางสังคม (Social Value) นอกจากการเป็นนิติบุคคลที่ดีของไทย และการสนับสนุนสังคมไทยผ่านกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ต่าง ๆ แล้ว อีซูซุยังมีแนวทางที่ชัดเจนในการสร้างความเจริญเติบโตของไทยไปด้วยกัน เช่น การผลิตรถที่ใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Contents) ในสัดส่วนที่สูง เช่น กว่า 90% ในรถปิกอัพ เป็นต้น ·    การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ “กลุ่มตรีเพชร” ในฐานะกลุ่มธุรกิจยานยนต์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ ตลอดระยะเวลายาวนานกว่า 69 ปี พร้อมวางรากฐานการเติบโตในอนาคต ผ่านการขยายการลงทุนหลากหลายโครงการในธุรกิจและเทคโนโลยีใหม่ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบใหญ่อย่างยั่งยืน             มร. ทาคาชิ ฮาตะ จะครบวาระการทำงานในประเทศไทยและเดินทางกลับไปยังประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายเดือนมีนาคม               มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ เริ่มทำงานที่บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2536 หลังจากสำเร็จการศึกษาจาก คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเคโอ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีประสบการณ์การทำงานดังนี้ ·    เมษายน 2536: ฝ่ายธุรกิจยานยนต์ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ·        กรกฎาคม 2549: ผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ·        มีนาคม 2555: หัวหน้าทีมแผนกอีซูซุ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย (ทีมอเมริกา) ฝ่ายธุรกิจอีซูซุ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ·        สิงหาคม 2556: รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจียงซี อีซูซุ มอเตอร์ส จำกัด (ประเทศจีน) ·        กุมภาพันธ์ 2559: รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ·        ธันวาคม 2560: ผู้จัดการทั่วไป แผนกอีซูซุ ภูมิภาคยุโรป ตะวันออกกลาง อเมริกา และโอเชียเนีย ฝ่ายธุรกิจอีซูซุ บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศญี่ปุ่น) ·        เมษายน 2562: กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุ ยูท ออสเตรเลีย จำกัด ·        เมษายน 2566: กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทย-เอ็มซี จำกัด ·        มีนาคม 2569: กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด             ด้วยประสบการณ์การทำงานในประเทศไทยยาวนานถึง 3 วาระ ควบคู่กับการความรู้ความสามารถจากการทำงานในหลากหลายประเทศ ทำให้ มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ มีความพร้อมอย่างยิ่งสำหรับการรับภารกิจสำคัญในบทบาท กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มร. ฮิโรยาสุซาโต้ จะขับเคลื่อนธุรกิจของอีซูซุ และกลุ่มตรีเพชรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน พร้อมก้าวสู่ความสำเร็จที่มากยิ่งขึ้นนับตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป

  • Megachef

    เมกาเชฟ” (Megachef) บุกสยามสแควร์! จัดงานใหญ่ “Brave n Meet . . . Eat ความอร่อย” เปิดตัว 7 สาว 4EVE พรีเซนเตอร์แบรนด์ พร้อมโชว์จัดเต็มและเมนูพิเศษจากเชฟดัง พร้อมรุกหนักตลาดเครื่องปรุงรสพรีเมียม! ชูจุดแข็งผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ ครองใจคนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าขยายส่วนแบ่งการตลาดกลุ่ม Gen Z และตลาดส่งออก หลังเทรนด์สุขภาพดันตลาดโตต่อเนื่อง “เมกาเชฟ” (Megachef) แบรนด์ผู้ผลิตเครื่องปรุงรสระดับพรีเมียมที่อยู่คู่ครัวไทยและส่งออกไปทั่วโลก ประกาศรุกตลาดครั้งใหญ่ในปี 2569 สร้างปรากฏการณ์ความอร่อยใจ กลางกรุง จัดงานสุดยิ่งใหญ่ “Brave n Meet . . . Eat ความอร่อย” ณ สยามสแควร์ Block K ขนทัพกิจกรรมท้าความกล้าสไตล์คนรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัว 7 สาว 4EVE เกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าในวงการ T-POP ของเมืองไทยในยุคนี้ ในฐานะพรีเซนเตอร์อย่างเป็นทางการ เพื่อขยายฐานการตลาดสู่กลุ่ม Gen Z และกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจคุณ ภาพ พร้อมโชว์ศักยภาพความพิถีพิถันของผลิตภัณฑ์ ผ่านเชฟชื่อดังของเมืองไทย ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณภาส นิธิปิติกาญจน์ ผู้บริหารแบรนด์เมกาเชฟ เป็นประธานเปิดงาน โดยระบุถึงความตั้งใจในการสนับสนุนให้คนรุ่นใหม่กล้าที่จะเลือก กล้าที่จะลอง และสร้างสรรค์ความอร่อยในแบบฉบับของตัวเองด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพจากเมกาเชฟ พร้อมร่วมพูดคุยถึงแคมเปญที่มีร่วมกับพรีเซนเตอร์สาวทั้ง 7 คน คุณภาส นิธิปิติกาญจน์ ผู้บริหารแบรนด์เมกาเชฟ เปิดเผยว่า แบรนด์มียุทธศาสตร์การตลาด “ทะลายกรอบความเชื่อเดิมของเครื่องปรุงรส” ด้วยการดึง 7 สาว 4EVE มาร่วมเป็นครอบครัวเมกาเชฟ ไม่ใช่เพียงแค่กระแสในโซเชียลมีเดียเท่านั้น แต่คือการปรับภาพลักษณ์ (Rebranding) ให้เครื่องปรุงรสกลายเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์และความกล้าที่จะเลือกใช้ด้วยคุณภาพ “เมกาเชฟต้องการสื่อสารว่า ความอร่อยระดับเชฟไม่ใช่เรื่องยาก หากเริ่มต้นจากวัตถุดิบที่ดี 4EVE คือตัวแทนของความมุ่งมั่น ความกล้าที่จะแตกต่าง ซึ่งตรงกับ DNA ของแบรนด์ที่กล้ายืนหยัดในการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ใช้สารปรุงแต่ง แม้ต้นทุนจะสูงกว่า แต่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค การเปิดตัวที่สยามสแควร์ในวันนี้จึงเป็นการประกาศตัวว่าเมกาเชฟพร้อมจะเป็นเพื่อนคู่ใจของคนรุ่นใหม่ในทุกมื้ออาหาร” คุณภาส ยังกล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า “ในทุกครัวทั่วโลก ต้องมีผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างน้อย 1 อย่าง” เราเชื่อในความใส่ใจและคุณภาพที่ส่งต่อความอร่อยได้อย่างมั่นใจ การร่วมงานกับ 4EVE ในครั้งนี้ เพราะเราเห็นถึงพลัง (Energy) และความกล้าที่จะเป็นตัวเองของน้องๆ ซึ่งตรงกับคอนเซปต์ ‘Brave n Meet’ ที่เราอยากให้คนรุ่นใหม่กล้าลอง กล้าปรุง และกล้าสนุกกับการทำอาหาร โดยมีเมกาเชฟเป็นเบื้องหลังของรสชาติที่สมบูรณ์แบบ “ปัจจุบันตลาดเครื่องปรุงรสพรีเมียมมีสัดส่วนประมาณ 15-20% ของตลาดรวม และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองแค่เรื่องราคา แต่ให้ความสำคัญกับ ‘แหล่งที่มา’ และ ‘ความสะอาด’เมกาเชฟในฐานะผู้เล่นหลักในเซกเมนต์พรีเมียม เรามุ่งมั่นที่จะเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในกลุ่มนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ผ่านแคมเปญ ‘Brave and Meet’ ซึ่งถือเป็น Strategic Move ครั้งสำคัญของปีนี้” นอกจากนี้ ยังตอกย้ำคุณภาพระดับพรีเมียม ผ่านเชฟชื่อดัง ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์ของแบรนด์เมกาเชฟด้วย นั่นคือ เชฟวิลแมน ลีออง และเชฟกระติ๊บ-ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล ร่วมพิสูจน์คุณภาพของผลิตภัณฑ์เมกาเชฟ โดยเชฟทั้งสองได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์เมกาเชฟที่ทำให้ได้รับความนิยมในกลุ่มเชฟมืออาชีพ อาทิเช่น น้ำปลาแท้เกรดพรีเมียม ที่ผลิตจากปลาแอนโชวี่สดๆ หมักด้วยวิธีธรรมชาติ 100% นานถึง 2 ปี จนได้โปรตีนสูงและรสชาติที่กลมกล่อม ไม่เค็มจัด เน้นความสะอาด และคงรสชาติแท้ของวัตถุดิบ ซอสหอยนางรมที่ขึ้นชื่อเรื่องของความเข้มข้น ที่สกัดจากหอยนางรมแท้ ปริมาณมากถึง 45% ไม่ผสมแป้งหรือสารเติมแต่ง ช่วยชูรสชาติอาหารให้โดดเด่นอย่างเป็นธรรม ชาติ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ของเมกาเชฟ Gluten Free ทุกตัว สำหรับการเปิดตัวด้วยโชว์สุดพิเศษจาก 7 สาว 4EVE เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นสยามสแควร์ ก่อนจะถอดลุคไอดอลมาสวมผ้ากันเปื้อนในกิจกรรม “4EVE Activity on Stage” โดยสาวๆ ได้โชว์ฝีมือการจัดจานอาหาร (Food Plating) โดยใช้ผลิตภัณฑ์เมกาเชฟ ซึ่งเป็นการเผยไลฟ์สไตล์อีกมุมหนึ่งที่แฟนคลับไม่เคยเห็น สร้างความประทับใจและความใกล้ชิดเป็นอย่างมาก ต้องขอชมเชฟกระติ๊บ- ชวัลกร วรรธนพิสิฐกุล ผู้รังสรรค์เมนูสุดพิเศษสำหรับน้องๆ 4EVE ออกมา โดยเป็นเมนูที่ใช้โปรดักส์ของเมกาเชฟครบทั้ง 7 ตัวเลย นอกจากคิดเมนูแล้วทางเชฟกระติ๊บ ยังได้แชร์แรงบันดาลใจในการรังสรรค์เมนูพิเศษสำหรับงานนี้โดยเฉพาะ โดยระบุว่า “เครื่องปรุงคุณภาพดีคือหัวใจสำคัญที่ทำให้การทำอาหารเป็นเรื่องสนุกและง่ายขึ้น เมกาเชฟช่วยตอบโจทย์ตรงนี้ได้ยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นมืออาชีพหรือมือใหม่ก็สร้างสรรค์จานอร่อยได้แน่นอน” ภายในงานมีผู้สนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 300 คน ร่วมกิจกรรมสุดล้ำ ท้าให้ลอง เมกาเชฟเน้นกลยุทธ์ Experiential Marketing โดยให้ผู้ร่วมงานได้ใช้ “Passport ความอร่อย” ร่วมสนุกในโซนกิจกรรมต่างๆ อาทิ เกม “เรียงไอเทมความกล้า ท้าความอร่อย” ที่สอดแทรกข้อมูลผลิตภัณฑ์ว่าทำไมเมกาเชฟถึงแตกต่าง รวมถึงการเปิดตัวเมนูสุดล้ำอย่าง “ไอศกรีมรสชาติพิเศษจากผลิตภัณฑ์เมกาเชฟ” เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความอร่อยของเมกาเชฟไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในเมนูคาว แต่สามารถนำไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้ไม่รู้จบ ปิดท้ายงานด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดอลังการจาก 4EVE ที่สร้างพลังและความประทับใจให้กับแฟนๆ (For Aye) และแขกผู้มีเกียรติ ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง รวมทั้งหนุ่มๆ จากเวที Mister International Thailand 2025 อย่าง สก๊อต-คณพล ตรีทรงเกียรติ์ ผู้ชนะเลิศ (Winner): กิ๊-นิวัฒน์ นาคนวล รองอันดับ 2 และพ่วงตำแหน่ง Mister Friendship International 2025 และ บีม อัครวิทย์ ด้วงพริ้ม รองอันดับ 3 ตัวแทนกลุ่มคนรุ่นใหม่ก็มาร่วมงานด้วย พร้อมการันตีว่าปีนี้ “เมกาเชฟ” จะมีแคมเปญใหม่ๆ ออกมาสร้างสีสันและยกระดับมาตรฐานวงการอาหารไทย อย่างแน่นอน งานในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ความทันสมัยของแบรนด์เมกาเชฟ ที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่รักการทำอาหารและการกินอย่างมีสไตล์ ก้าวต่อไปของเมกาเชฟ นอกจากการขยายฐานลูกค้าในประเทศผ่านกิจกรรมใจกลางเมืองในวันนี้ เมกาเชฟยังมีแผนที่จะต่อยอดความสำเร็จสู่ตลาดส่งออกในแถบเอเชียและยุโรป เพื่อผลักดันให้เครื่องปรุงรสไทยคุณภาพพรีเมียมเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยเชื่อมั่นว่าการรวมพลังของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง พรีเซนเตอร์ที่มีอิทธิพล และเชฟระดับมืออาชีพ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เมกาเชฟเติบ โตอย่างยั่งยืนในปี 2569 นี้ สำหรับผู้ที่พลาดงานในวันนี้ สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมดีๆ จากเมกาเชฟได้ที่ https://megachefsauce.com/th https://www.facebook.com/MegachefThailand สามารถตามไปเป็นเจ้าของ Box Set Limited Edition ที่ฟอร์อายต้องมี ได้ง่ายๆ ในช่องทางออนไลน์ Lazada https://bit.ly/Lazadamegachef Shopee https://bit.ly/shopeemegachef TikTok https://bit.ly/Tiktokshopmegachef Lineshop https://bit.ly/lineshopmegachef *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com. #เมกาเชฟบุกสยามสแควร์จัดงานใหญ่BravenMeetEatความอร่อยเปิดตัว7สาว4EVEพรีเซนเตอร์แบรนด์ฯ #Megachef #เมกาเชฟ #กล้าให้แต่สิ่งที่ดี #Megachefx4EVE. #เครื่องปรุงของคนทุกเจน #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • MOTOR EXPO

    MOTOR EXPO คืนกำไรผู้ชมอลังการ จับรางวัล รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน “IMC สื่อสากล” จับรางวัลหาผู้โชคดีจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมที่ “ซื้อรถ...ชิงรถ” “ซื้อบัตร...ชิงรถ” “ซื้อมอเตอร์ไซค์...ชิงบิกไบค์” และ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล" ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569 สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th , autoinfo.co.th , ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS  ฉบับประจำเดือนเมษายน 2569 ###

  • Prime E Truck Partners with DeepWay to Transform Thai Logistics, Launching the "DeepWay Star 6x4" Intelligent Electric Heavy-Duty Truck

    Prime E Truck ผนึกกำลัง DeepWay แบรนด์หัวลากไฟฟ้าล้ำสมัย พลิกโฉมโลจิสติกส์ไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ DeepWay Star 6x4 • Prime E Truck จับมือ DeepWay เป็นผู้จัดจำหน่าย รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมลงนามความร่วมมือพลิกโฉมโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้า • เปิดตัว DeepWay Star 6x4 ชู EV ระยะวิ่ง 440 กิโลเมตร (Full Load) พร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ CATL เป็นกลไกหลักลดต้นทุน–คาร์บอน เจาะตลาดขนส่งอาเซียน กรุงเทพมหานคร – 21 มกราคม 2569 – บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด (Prime E Truck) ผู้นำด้านโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ DeepWay ผู้พัฒนาเทคโนโลยีรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก โดยแต่งตั้งให้ Prime E Truck เป็น ผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถหัวลากไฟฟ้า 100% รุ่นเรือธง “DeepWay Star 6x4” อย่างเป็นทางการในตลาดไทย พร้อมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนผ่านโลจิสติกส์ไทยจากระบบดีเซลสู่ระบบพลังงานไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมขนส่งไทยสู่ยุค "โลจิสติกส์สีเขียว" Prime E Truck: ผนึกกำลังพันธมิตรแกร่ง ตั้งเป้ายกระดับการขนส่งอาเซียน บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือณรงค์ กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานทดแทน ได้รับเลือกจาก DeepWay ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทย โดย นายณรงค์ สกุลศิริรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า "ด้วยวิสัยทัศน์ที่แน่วแน่ในการเป็นผู้ริเริ่มและผู้นำในการเปลี่ยนผ่านการขนส่งในไทยจากการใช้รถยนต์พาณิชย์สันดาปไปสู่การใช้รถยนต์พาณิชย์อีวี อย่างมีรูปแบบและชัดเจนในไทย ตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงบริการหลังการขาย เพื่อให้ผู้ประกอบการโลจิสติกส์เปลี่ยนผ่านจากดีเซลสู่ไฟฟ้าได้อย่างมั่นใจ คุ้มค่าทางธุรกิจ และแข่งขันได้ในระยะยาว ความร่วมมือกับ DeepWay คือ จุดเริ่มต้นของการยกระดับประสิทธิภาพการขนส่งไทยอย่างยั่งยืน เราจะนำเทคโนโลยีระดับโลกมาผสานกับความเข้าใจตลาดท้องถิ่น เพื่อลดต้นทุน เพิ่มความปลอดภัย และสร้างความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ให้กับโลจิสติกส์ไทยในเวทีโลก" Mr. Tan Chang Yu ผู้ร่วมก่อตั้งและผู้บริหารสูงสุดฝ่ายวิศวกรรม ของ DeepWay กล่าวถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า "ในฐานะที่ DeepWay เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกของโลกที่พัฒนาโซลูชันรถบรรทุกพลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะด้วยแนวคิดการออกแบบและสร้างสรรค์ และสามารถผลิตเชิงพาณิชย์ในระดับอุตสาหกรรมได้จริง โดยมียอดส่งมอบสะสมแล้วกว่า 6,400 คันในประเทศจีน และกำลังก้าวสู่ช่วงเวลาสำคัญของการที่รถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้าล้วนของ DeepWay ได้เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นฐานยุทธศาสตร์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยความร่วมมือกับ Prime E Truck ในฐานะผู้จัดจำหน่ายรถหัวลากไฟฟ้า DeepWay ในประเทศไทยครั้งนี้ เพื่อสร้างระบบนิเวศ 'รถ + บริการ' (Vehicle + Service) ที่สมบูรณ์สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งสีเขียวในระยะยาว” Mr. Chen Jun ผู้บริหารฝ่ายบริการพื้นที่เขตอาเซียน ของ CATL ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมแบตเตอรี่ ได้เน้นย้ำถึงความโดดเด่นของแบตเตอรี่รุ่นที่ 3 จาก CATL ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ DeepWay Star 6x4 ว่า "ในภาคการขนส่งรถบรรทุกหนัก อายุการใช้งานของแบตเตอรี่เป็นปัจจัยหลักของต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน (TCO) แบตเตอรี่ของเราสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 8 ปี หรือ 4,500 รอบการชาร์จ หรือแปลเป็นกิโลเมตร คือ 1.6 ล้านกิโลเมตร โดยมีการเสื่อมสภาพไม่เกิน 30% เมื่อทำงานร่วมกับระบบควบคุมไฟฟ้าอิสระของ DeepWay อัตราการใช้พลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ 1.3 kWh/กม. แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh รองรับระยะทางมากกว่า 440 กม. กล่าวได้ว่า DeepWay Star 6 x 4 มีขุมพลังแบตเตอรี่ ที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์หนักอย่างแท้จริง” เปิดตัว DeepWay Star 6x4 รถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะระดับโลก นายพัทธนัย วนาศรีสันต์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด เปิดเผยถึงจุดเด่นของ DeepWay Star 6 x 4 ว่า “เราเลือก DeepWay Star 6 x 4 เป็นรุ่นเรือธง สำหรับการเปิดตัวครั้งนี้ เนื่องจากเป็นรุ่นที่ถูกพัฒนาเพื่อตอบโจทย์งานขนส่งตู้คอนเทนเนอร์หรือสินค้าที่วิ่งระยะไกลโดยไม่ต้องเสียเวลาชาร์จบ่อยครั้งระหว่างขนส่ง โดยมีจุดเด่นสำคัญ ได้แก่ • แบตเตอรี่ขนาด 600 kWh จาก CATL • ระยะวิ่งมากกว่า 440 กม./ชาร์จ (บรรทุกเต็ม) • Battery Warranty 6 ปี หรือ 1,200,000 กิโลเมตร • ระบบควบคุมพลังงานอัจฉริยะ ประหยัดพลังงานเฉลี่ย ~1.3 kWh/กม. • โครงสร้างความปลอดภัยระดับสูง พร้อมระบบขับขี่อัฉริยะ ระดับ 2 (L2) นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมระบบจัดการความร้อนอัจฉริยะ 360 องศา ที่ผ่านการทดสอบความทนทานในสภาพอากาศร้อนจัดแบบทะเลทราย มั่นใจว่าทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพในสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของไทยได้ เราได้ทำการทดสอบเส้นทางและสมรรถนะของรถหัวลากไฟฟ้าอัจฉริยะ DeepWay Star 6x4 ในไทยพบว่าได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก ทำอัตราสิ้นเปลืองได้ต่ำถึง 1.3 กิโลวัตต์ ต่อกิโลเมตร หรือ เพียง 3.4 บาท/KWh เท่านั้นแอง (คิดจาก On Peak 4.2 / Off Peak 2.6) และยืนยันได้ว่าผู้ใช้งานจะได้รับความคุ้มค่าและพลิกโฉมการขนส่งไทยได้อย่างแน่นอน ส่วนกลยุทธ์การตลาดจะเน้นที่ Fleet ขนาดกลาง–ใหญ่, อุตสาหกรรมอาหาร, อีคอมเมิร์ซ และ Supply Chain ที่ต้องการลดต้นทุนพลังงานและ Carbon Footprint และบริการหลังการขายครบวงจร ทั้งการติดตั้งสถานีชาร์จในพื้นที่ (Depot Charging) การซ่อมบำรุง และการฝึกอบรมพนักงานขับรถ พร้อมเปิดรับจอง DeepWay Star 6x4 แล้ววันนี้ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้ากลุ่มองค์กร ประกาศราคาจำหน่าย 6,550,000 บาท และมีส่วนลดพิเศษคันละ 300,000 บาท สำหรับลูกค้า 100 รายแรก” นายพัทธนัยกล่าว นายพัทธนัย กล่าวเพิ่มเติมว่า “Prime E Truck และ DeepWay ให้ความสำคัญกับการเปิดตัว DeepWay Star 6x4 ในตลาดประเทศไทย เนื่องจากตลาดมีความพร้อมที่จะรับเทคโนโลยีขนส่งใหม่ ๆ โดยเฉพาะรถหัวลากไฟฟ้า ซึ่งเป็นผลจากนโยบายภาครัฐในการส่งเสริมรถไฟฟ้าตลอดช่วงระยะที่ผ่านมา ทำให้สังคมเกิดการเรียนรู้เรื่องชีวิตประจำวันกับยานยนต์ไฟฟ้าจนความเชื่อมั่นได้ขยายจากภาคครัวเรือนไปสู่ภาคธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจขนส่ง นอกจากนี้ หน่วยงานภาครัฐ และแนวโน้มการดำเนินธุรกิจทั่วโลก ได้มีการกำหนดนโยบายส่งเสริมธุรกิจสีเขียว (ESG) ทำให้ภาคเอกชนต้องสนใจกับนโยบายคาร์บอนต่ำ ดังนั้น เราเข้าตลาดครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ทุกภาคส่วนตื่นตัวและพร้อมที่จะเข้าสู่ Green Society อย่างแท้จริง” นายพัทธนัย กล่าว นายพัทธนัย กล่าวว่า “ในระยะเริ่มต้น บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถทำยอดขายในปีแรก 100 คัน โดยจะมีดีลเลอร์ กระจายทั่วประเทศ 20 แห่ง พร้อมศูนย์บริการ โดย Prime E Truck ได้ลงทุนสร้างศูนย์เทคนิคและคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ ณ สำนักงานใหญ่ย่านเทพารักษ์ เราต้องรุกหนักในช่วงเริ่มต้นในการให้ความรู้ความเข้าใจในการใช้รถหัวลากไฟฟ้าเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีสันดาปภายในสู่ยานยนต์ไฟฟ้า และที่สำคัญ เราจะต้องสามารถให้ความมั่นใจลูกค้าได้ในด้านบริการหลังการขาย” นอกจากนี้ Prime E Truck ยังได้บรรลุข้อตกลงร่วมกับ DeepWay ในการร่วมวิจัยและศึกษาเทคโนโลยีการแปลงรถหัวลากสันดาปภายในเดิมของลูกค้า ที่มีอยู่จำนวนมากในไทย มาเป็นรถหัวลากไฟฟ้า โดยใช้เทคโนโลยีและชิ้นส่วนสำคัญของ DeepWay การศึกษานี้คาดว่าจะใช้เวลา 6-12 เดือน โดยจะศึกษาแบบครบวงจรตั้งแต่การดัดแปลงตัวรถ ระบบขับเคลื่อน (E-Axle) ระบบแบตเตอร์รี่ ไปจนถึงการเปลี่ยนแบตเตอร์รี่ในรูปแบบ Swap เพื่อสร้างความมั่นใจและตอบโจทย์กับตลาดเรื่องระบบการชาร์จแบตเตอร์รี่ที่รวดเร็วขึ้น “เราเชื่อมั่นว่าด้วยแนวคิดทั้งการนำรถใหม่เข้ามาทำตลาดกับการบริการแปลงรถน้ำมันมาเป็นรถไฟฟ้า จะทำให้ความสามารถในการแข่งขันด้านโลจิสติกบ้านเราจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน” นายพัทธนัยกล่าว = = = = = = = = = = = = = = เกี่ยวกับ Prime E Truck บริษัท ไพร์ม อี ทรัค จำกัด ผู้นำด้านโซลูชันยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ในประเทศไทย มุ่งมั่นให้บริการด้านโลจิสติกส์สีเขียวแบบครบวงจร ภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เกี่ยวกับ DeepWay บริษัทเทคโนโลยีรถบรรทุกพลังงานใหม่อัจฉริยะ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Baidu มุ่งเน้นการปฏิวัติการขนส่งสินค้าผ่านการผสมผสานเทคโนโลยีการขับขี่อัตโนมัติและพลังงานไฟฟ้า

  • FIFA World Cup 2026™ Trophy Tour by Coca-Cola

    ฮุนไดชวนแฟนบอลลุ้นสัมผัสถ้วย FIFA World Cup™ Trophy ของจริง ที่ ICONSIAM 24 มกราคมนี้ กระแสฟุตบอลโลกเริ่มอุ่นเครื่องก่อนศึกใหญ่จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการ เมื่อ ฮุนได จับมือกับ “โคคา-โคล่า” จุดประกายความคลั่งไคล้ลูกหนังในประเทศไทย ผ่านกิจกรรมระดับโลก FIFA World Cup 2026™ Trophy Tour by Coca-Cola นำถ้วยแห่งประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าและยิ่งใหญ่ที่สุดในวงการฟุตบอลอย่าง FIFA World Cup™ Trophy เดินทางมาให้แฟนบอลชาวไทยได้สัมผัสของจริงแบบใกล้ชิด ก่อนศึก FIFA World Cup 2026™ จะระเบิดความมันทั่วโลก โดยฮุนไดในฐานะ Mobility Partner จัดขบวนรถยนต์พิเศษทำหน้าที่ขนส่งถ้วยแชมป์สัญลักษณ์แห่งความฝัน ความสำเร็จ และเกียรติยศสูงสุดของนักฟุตบอลอาชีพ สร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์ให้คอบอลไทยได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ท่ามกลางบรรยากาศการนับถอยหลังสู่มหกรรมลูกหนังที่แฟนกีฬาทั่วโลกเฝ้ารอ นอกจากการจัดแสดงถ้วยแชมป์โลก ฮุนไดยังเอาใจแฟนบอลด้วยกิจกรรมบนแฟนเพจของ Hyundai Thailand ให้ได้ร่วมลุ้นบัตรเข้าชมถ้วย FIFA World Cup Trophy ของจริง ในงาน FIFA World Cup 2026 Trophy Tour by Coca-Cola ณ ICONSIAM บริเวณ River Park ชั้น G ในวันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2569 เวลา 10.00 – 20.00 น. เพียงร่วมสนุกผ่าน Facebook: Hyundai Thailand www.facebook.com/HyundaiThailand ด้วยการกดไลก์และแชร์โพสต์กิจกรรม จากนั้นคอมเมนต์ตอบคำถามว่า “รถฮุนไดรุ่นไหนจะร่วมขบวนขนถ้วยมาไทย” พร้อมเหตุผลสั้นๆ (ตอบได้เพียง 1 รุ่น) ผู้ที่ตอบถูกต้อง 50 คนแรก รับบัตรเข้าชมถ้วย รางวัลละ 2 ใบ รวม 100 ใบ โดยบัตรอยู่ในรูปแบบ Pin Code กำหนดร่วมกิจกรรมระหว่างวันที่ 19 – 21 มกราคม 2569 และประกาศรายชื่อผู้โชคดีวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 21.00 น. นี่คืออีกหนึ่งอีเวนต์กีฬาระดับโลกที่แฟนบอลตัวจริงไม่ควรพลาด ก่อนฟุตบอลโลก 2026 จะเขย่าเสียงเชียร์ไปทั่วทุกมุมโลก

  • 'Borneo' strengthens the entire Value Chain

    มโนยนต์’ เสริมแกร่ง ‘บอร์เนียว’ เสริมสร้าง Value Chain ทั้งระบบ ย้ำภาพผู้นำอุปกรณ์ยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม พร้อมวางเป้ารายได้เติบโต 5,000 ล้านบาท ขยายตลาดใหม่ทั่วภูมิภาค SEA ‘กลุ่มบริษัทมโนยนต์’ โดย ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรม การบริหาร ผู้ผลิต ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าอะไหล่ยานยนต์ทดแทน ร่วมกับ ‘บอร์เนียว’ โดย นายรัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ จัดงาน “Borneo Elevate Together พลังขับเคลื่อน เติบโตยกระดับ” ในวันพุธที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 10:00 น. ณ ห้องนภาลัย แกรน ด์ บอลรูม ชั้น 1 โรงแรมดุสิตธานี เพื่อแถลงวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์องค์กร ตอกย้ำบอร์เนียว ด้านความเป็นผู้นำด้านอุปกรณ์ยานยนต์ และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม หลังยกระดับศักยภาพธุรกิจให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นภายใต้พลังจากกลุ่มบริษัทมโนยนต์ สร้างความเชื่อมั่นให้คู่ค้าและลูกค้าทั่วประเทศ ร่วมผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต พร้อมสร้างความแข็งแกร่งด้วยการยกระดับ ‘Value Chain’ เชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำด้วยโมเดลที่แตกต่าง เตรียมขยายตลาดใหม่ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดร.ปรเมศร์ ลี้โกมลชัย กรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทมโนยนต์ กล่าวว่า บริษัท มโนยนต์ชัย จำกัด เป็นบริษัทแรกในกลุ่มธุรกิจการค้าของกลุ่มบริษัทมโนยนต์ สร้างชื่อจากการดำเนินธุรกิจชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์ทดแทนตั้งแต่ปี 2509 ด้วยการร่วมทุนกับผู้ผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์แท้จากประเทศญี่ปุ่น กลุ่มบริษัทมโนยนต์จึงมีขีดความสามารถในการจัดหาแหล่งผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์แท้ หรือเทียบเท่าจากผู้ผลิตโดยตรงทั้งในและต่างประเทศ พร้อมด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์ ทำให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหตุผลที่กลุ่มบริษัทมโนยนต์ตัดสินใจลงทุนด้วยสัดส่วน 100% ในบอร์เนียว เพราะเล็งเห็นถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตต่อไปได้ จากเดิมที่กลุ่มบริษัทมโนยนต์ถือหุ้นสัดส่วน 34% ปัจจุบันถือหุ้นสัดส่วน 100% โดยสิ่งที่เป็นจุดแข็งของบอร์เนียว คือการเชื่อมโยงของห่วงโซ่อุตสาหกรรมยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรมที่ไม่เหมือนใคร ไม่ได้ขายเพียงสินค้าแต่ยังเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงผู้เล่นหลากหลายกลุ่มเข้าด้วยกัน พลังความร่วมมือระหว่างกลุ่มบริษัทมโนยนต์และบอร์เนียวในครั้งนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง-ต่อยอดธุรกิจให้เติบโตรุดหน้าได้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ด้าน นายรัฐา อุรุโสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอร์ เนียว เทคนิเคิล (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ความโดดเด่นของบอร์เนียวมีหลายประการ สำคัญที่สุด คือความ ‘Unique’ บอร์เนียวไม่ได้ดำเนินธุรกิจแบบซื้อมาขายไปเท่านั้น แต่ยังมีจุดแข็งครบทั้งห่วงโซ่ ทำให้ ‘บอร์เนียว’ สร้างความได้เปรียบในการแข่งขันได้อย่างโดดเด่น ตั้งแต่ฐานลูกค้ากว่า 20,000 ราย ตราสินค้าเกือบ 40 แบรนด์ พนักงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้บริการกว่า 500 คน กิจกรรมการตลาดทุกรูปแบบ คลังสินค้าที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ 10 แห่ง ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดอุดรธานี จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดสงขลา จังหวัดปทุมธานี และสำนักงานใหญ่ รวมถึงการใช้ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) ในการบริหารจัดการ ทำให้ข้อมูลในองค์กรเป็นหนึ่งเดียวกัน ช่วยให้ผู้บริหารและพนักงานเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย ครบถ้วน “วิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจปี 2026 ของบอร์เนียวภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มบริษัทมโนยนต์ คือการเป็นผู้นำในธุรกิจชิ้นส่วนอุปกรณ์ยานยนต์และสินค้าวัสดุอุตสาหกรรม ซึ่งกุญแจสำคัญที่ทำให้กลุ่มบริษัทมโนยนต์ประสบความสำเร็จ คือ ความเข้าใจ Value Chain ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และเชื่อมโยงผู้เล่นทั้งระบบเข้าด้วยกัน ส่วนบอร์เนียวมี ความ Unique เฉพาะตัวที่แข็งแรง ด้วยประสบการณ์การทำธุรกิจในไทยมากกว่า 170 ปี จากบริษัทที่มีความเป็นสากล พัฒนาไม่หยุดนิ่ง คือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การลงทุนครั้งนี้ ยกระดับการทำงานไปอีกขั้น การมีบอร์เนียวเข้ามาช่วยเติมเต็มให้กลุ่มบริษัทมโนยนต์ ครบถ้วนสมบูรณ์แข็ง แกร่งยิ่งขึ้น รวมถึงบอร์เนียวเองก็จะมีความแข็งแกร่งทางธุรกิจเพิ่มมากขึ้นไปอีกด้วย ทิศทางธุรกิจหลังจากนี้ นอกจากจะต่อยอดจากฐานลูก ค้าเดิมที่มีอยู่ และใช้ประโยชน์จากความสามารถในการจัดหาและคัดเลือกสินค้า ในอนาคตบอร์เนียวยังตั้งเป้าเพิ่ม ‘Product Pillar’ อีก 1 กลุ่ม โดยจะวางเป็นหนึ่งในแกนธุรกิจหลัก เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตขององค์กรในระยะยาว ซึ่งจะช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับหมวดหมู่สินค้าและบริการ รองรับความต้องการของลูกค้าได้หลายกลุ่ม เติมเต็มช่องว่างในตลาด ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ครบวงจร ทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ให้ทันสมัย สามารถแข่งขันในระยะยาวได้ ซึ่งทั้งหมดนี้จะนำไปสู่ ‘New Revenue Stream’ หรือการสร้างรายได้ในรูปแบบใหม่ ทำให้สินค้าและบริการขององค์กรทั้งระบบสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ทั้งนี้เป้าหมายสูงสุดขององค์กร คือการเป็นผู้นำในธุรกิจอุปกรณ์ยานยนต์ โดยในปี 2568 ‘บอร์เนียว มีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท ตั้งเป้าการเติบโตหลังผนึกกำลังร่วมกันอีก 60% จะมีรายได้ราว 5,000 ล้านบาทภายใน 5 ปีข้างหน้า และในปี 2569 มีแผนเพิ่มเติมสินค้าใหม่อีก 5 แบรนด์ ในกลุ่มสินค้าและบริการทั้ง 2 กลุ่ม ได้แก่ อุตสาหกรรมยานยนต์ และวัสดุอุตสาหกรรม “ด้วยการผสานจุดแข็ง ทั้งฐานลูกค้า คู่ค้า สินทรัพย์เดิม และความสามารถในการจัดหาสินค้า องค์กรจะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ครบวงจรยิ่งขึ้น เพิ่มความครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม ขยายสู่ตลาดใหม่ทั้งในประเทศและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กลุ่มมโนยนต์และบอร์เนียวต้องการสร้างมูลค่าให้กับลูกค้าและคู่ค้า เพื่อการเติบโตของผลกำไรในระยะยาวอย่างยั่งยืน” .... *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com. #มโนยนต์เสริมแกร่งบอร์เนียวเสริมสร้างValueChainทั้งระบบย้ำภาพผู้นำอุปกรณ์ยานยนต์ #บอร์เนียวเทคนิเคิลประเทศไทย #กลุ่มบริษัทมโนยนต์ #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • "Lamina" helps fulfill the dreams of Thai children.

    “ลามิน่า” สานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน ส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ให้โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง จังหวัดกำแพงเพชร ต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด เดินหน้ากิจกรรมเพื่อสังคมผ่านโครงการ“ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน” อาคารที่ 24 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 25 โดยในปีนี้ได้ก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ ขนาด 3 ห้องเรียน ให้แก่โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง จังหวัดกำแพงเพชร พิธีส่งมอบอาคารเรียนได้รับเกียรติจาก นางสาวจันทร์นภา สายสมร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล (เฟรย์) จำกัด และคุณนิคม เพชรกำเนิด ประธานกลุ่มกระทิงโทน ร่วมส่งมอบอาคาร โดยมีคุณนิราช แสงสุภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา กำแพงเพชร เขต 1 และดร.มงคล รอพันธ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุง เป็นผู้รับมอบ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ด้านการเรียนการสอนและพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ทางลามิน่า ยังได้ส่งมอบโรงอาหารของโรงเรียน ภายใต้โครงการ “มินิสานฝัน” ซึ่งดำเนินงานเป็นปีที่ 11 พร้อมกันนี้ยังได้มอบชุดทันตกรรมเคลื่อนที่ให้แก่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อส่งต่อให้โรงพยาบาลทรายทองวัฒนา สำหรับใช้ในการดูแลสุขภาพช่องปากของประชาชนในพื้นที่ต่อไป *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนส่งมอบอาคารเรียนหลังใหม่ให้โรงเรียนหนองบัวราษฎร์บำรุงกำแพงเพชร #LaminaFilms #ลามีน่าฟิลม์ #LaminaCSR #ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียน #ลามิน่าสานฝันเด็กไทยได้เล่าเรียนปีที่25 #ลามิน่าสร้างฝันปันรอยยิ้ม #ลามิน่ามินิสานฝัน #เทคโนเซลเฟรย์ #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • C PAINT

    C PAINT พลิกโฉมงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ไทย เปิดกลยุทธ์ Pop-up Store รายแรก ตั้งเป้า 100 สาขา รอง รับงานซ่อม 50,000 คัน ภายใน 3 ปี รับการเติบโตของตลาด EV C PAINT ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตำแหน่งแบรนด์ในตลาดงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ระดับพรีเมียมด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโรงงานพร้อม การเข้าถึงที่สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์ C PAINT Pop- up Store ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลด้วยระบบ C PAINT Connect ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ให้สามารถติด ตามสถานะงานซ่อมได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับความต้องการของผู้ใช้รถยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความโปร่งใส และเชื่อถือได้ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ 10,000 คันภายในปี 2569 และขยายศักยภาพรองรับเป็น 50,000 คันภายใน 3 ปี ควบคู่กับแผนขยายสาขาให้ครบ 25 สาขาภายในปี 2569 เร่งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์และบริษัทประกันภัย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างยั่งยืน จากทั้งงานเคลมประกัน งานซ่อมพรีเมียม และบริการฟื้นฟูสภาพรถยนต์ คุณพัณณ์ชิตา ภักดีชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เฟคท์ บอดี้เพ้นท์ จำกัด กล่าวว่า “C PAINT เกิดจากประสบการณ์กว่า 15 ปีในอุตสาหกรรมรถยนต์ เราเห็นความกังวลของลูกค้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพงานซ่อม ความล่าช้า ไปจนถึงการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน เราจึงต้องการสร้างศูนย์ซ่อมที่มีความโปร่งใส เชื่อถือได้ และยกระดับมาตรฐานงานซ่อมให้กับวงการศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ ทั้งนี้เราได้ออกแบบและพัฒนาระบบ C PAINT CONNECT เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลของสถานะการซ่อม ลดความกังวลของลูกค้า โดยในปี 2569 C PAINT ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ 10,000 คัน พร้อมมองโอกาสในการขยายสาขา C PAINT Pop-up Store ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคในระยะยาว” ธุรกิจงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์เป็นบริการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง C PAINT จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างรอบด้านและทุกมิติ เน้นคุณภาพงานซ่อมโดยนำเทคโนโลยีงานพ่นสีสมัยใหม่ ห้องอบสีระบบปิดมาตรฐาน เครื่องมือที่ใช้ทันสมัย ไปจนถึงกระบวนการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน (Quality Gate) ควบคู่การพัฒนาความสามารถของทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค การวางระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ชัดเจนโดยจุดเด่นของ C PAINT คือ คุณภาพ งานระดับศูนย์บริการกับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมการส่งมอบตรงเวลา และบริการที่โปร่งใสผ่านระบบติดตามงานซ่อมแบบเรียลไทม์ รองรับรถยนต์ทุกประเภท ทั้งรถสันดาป รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีอัตราการเติบ โตอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย จากข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคที่จัดทำโดยสำนักวิจัยระดับสากล เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง จากแรงสนับสนุนนโยบายภาครัฐและความต้องการของผู้ใช้รถที่มองหาทางเลือกการขับขี่ที่ทันสมัยและคุ้มค่ายิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตลาดบริการซ่อมบำรุงและงานซ่อมสีรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย บริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการให้บริการและยกระดับศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร โดยมุ่งเสริมทักษะเฉพาะทางด้านงานซ่อมและการควบคุมคุณภาพ สะท้อนกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว C PAINT ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาและยกระดับมาตร ฐานการให้บริการด้านงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ในระดับสูงสุด โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านงานซ่อมสีและตัวถังอย่าง ABLE BODY AND PAINT ก่อนเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์จำนวน 50,000 คันภายในระยะเวลา 3 ปี ควบคู่กับการเดินหน้าขยายจุดให้บริการในรูปแบบ C PAINT Pop-up Store 100 สาขา เพื่อเพิ่มความสะดวกและการเข้าถึงบริการของผู้ใช้รถ ลูกค้าเพียงนำรถเข้าจอด ณ จุดให้บริการ C PAINT ทีมงานจะดูแลกระบวนการทั้งหมดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินราคาซ่อม การดำเนินการเคลมประกันภัย ไปจนถึงการกำหนดระยะเวลาส่งมอบ โดยทุกขั้นตอนจะได้รับการสื่อสารอย่างชัดเจนและโปร่งใส ผ่านระบบ C PAINT CONNECT ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลและแจ้งสถานะงานซ่อมให้ลูกค้าทราบแบบเรียลไทม์ สร้างความมั่นใจตลอดระยะเวลาการให้บริการ พร้อมยังมีบริการรถเช่าใช้ระหว่างซ่อมในราคาพิเศษ คุณพัณณ์ชิตา บริหาร C PAINT ภายใต้กลยุทธ์ 7C การดูแลที่ยั่งยืน “เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ช่วยให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างชัดเจนและรอบด้าน สร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เจ้าของรถได้มากที่สุด เราพร้อมผลักดันการเติบโตของ C PAINT ให้แข็งแกร่งและต่อเนื่อง” C PAINT ตั้งเป้าก้าวสู่เบอร์หนึ่งศูนย์ซ่อมสี และตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร พร้อมขยายสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน ' C PAINT ศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร ที่พัฒนาเพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้รถยุคใหม่ ด้วยคุณ ภาพระดับศูนย์บริการ เทคโนโลยีพ่นสีสมัยใหม่ ห้องอบสีมาตรฐาน และระบบควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน รอง รับรถทุกประเภท ทั้งรถสันดาป รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า ข้อมูลเพิ่มเติม www.cpaint.co หรือสอบถาม Call Center 02 096 9424 และ LINE Official Account @CPAINT *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #CPAINT #ซ่อมสีตัวถัง #ซ่อมสีระดับโปรบริการแบบมือหนึ่ง #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

  • New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition

    ไทยฮอนด้ายกทัพส่งท้ายปี! เปิดตัว 4 รุ่นใหม่ ครบทุกสไตล์การขับขี่ ในงาน Motor Expo 2025 นำโดย New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition สะท้อนเรื่องราวระดับตำนาน ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ขนทัพโมเดลใหม่ล่าสุดร่วมเปิดตัวในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายในงาน ไทยฮอน ด้า นำเสนอรถจักรยานยนต์ครบไลน์ ทั้ง Honda Big Bike และ CUB House ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสรถคันจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ทั้งหมด 4 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่บิ๊กไบค์ระดับตำนาน ทัวร์ริ่งคลาสพรีเมียม ไปจนถึงสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง นำทัพโดย ‘New Honda GOLDWING 50th Anniversary Edition’ ทัวร์ริ่งไบค์ระดับโลกฉลองครบรอบ 50 ปี ที่โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์สีทอง 50th Anniversary และสีพิเศษที่สะท้อนประวัติศาสตร์ครึ่งศตวรรษของ Gold wing ตามด้วยรถจักรยานยนต์สายลุย นำโดย ‘New Honda CRF1100L Africa Twin’ และ ‘New Honda XL750 TRANSALP’ ที่ได้รับการอัปเกรดสมรรถนะและเทคโนโลยีใหม่เพื่อพร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง ปิดท้ายด้วย ‘New Honda CB1300 Final Edition’ โฉมสุดท้ายที่เป็นตำนาน จิตวิญญาณแห่งยุค 90 จาก PROJECT BIG-1 โดยกลับมาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black ถ่ายทอดเสน่ห์ความสปอร์ตคลาสสิก ซึ่งทั้งหมดเปิดตัวให้ผู้รักการขับขี่ได้สัมผัสใกล้ชิดภายในงาน Motor Expo 2025 พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จึงได้นำเสนอรถจักรยานยนต์สายทัวร์ริ่งระดับท็อปคลาส New Honda GOLDWING 50th Anniver sary Edition รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีที่สะท้อนตำนานความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบทัวร์ริ่งไบค์ชั้นนำของโลก ภายใต้คอนเซปต์ ‘GO FLY ให้ทุกตำนานทะยานออกไป’ โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ 50th Anniversary สีทองบริเวณคอนโซลหน้าและกุญแจรี โมทอัจฉริยะ พร้อมสองสีพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น GL1000 ในตำนาน ได้แก่ Bordeaux Red Metallic และ Glamis Gold Metallic มาพร้อมระบบเกียร์ Dual Clutch Transmission (DCT) 7 สปีด และรองรับโหมด Walking และ Reverse เพื่อความสะดวกในการขยับรถ ยกระดับมาตรฐานทัวร์ริ่งไบค์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งนี้มาพร้อม Special Set Anniversary Book, Table Top Model และ Commemorative Box โดยวางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 1,395,000 บาท ตามมาด้วยไลน์อัปรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ นำโดย New Honda CRF1100L Africa Twin ภายใต้คอนเซปต์ ‘True Adventure Never End การผจญภัยที่แท้จริง ลุยได้ไม่มีวันจบ’และNew Honda XL750 TRAN SALP ภายใต้คอนเซปต์ ‘Mountains Are Calling เมื่อจุดพีกเรียกหา…ได้เวลาสัญชาตญาณลุย’ สองโมเดลที่ผสานสมรรถนะและความคล่องตัวสำหรับผู้รักการผจญภัยอย่างแท้จริง โดย New Honda CRF1100L Africa Twin DCT โดดเด่นด้วยสีใหม่ PEARL GLARE WHITE ผสานลายกราฟิกไตรคัลเลอร์ใหม่ให้ความ Aggressive Rally มากขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์ Parallel Twin พร้อมล้อหน้าใหม่ขนาด 19 นิ้ว และ New Honda CRF1100L Africa Twin MT สีใหม่ GRAND PRIX RED มาพร้อมยางแบบ Tubeless ใหม่ อวดความเป็นเอ็นดูโร่ตัวจริง ขณะที่ New Honda XL750 TRANSALP มาพร้อม New LED Headlight ดีไซน์ไฟหน้า LED ใหม่ที่รวมไฟสูงและไฟต่ำในชุดเดียว ช่วงล่างเซ็ตอัปใหม่ รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น เครื่องยนต์ Parallel Twin 755 ซีซี 8 วาล์ว น้ำหนักรวมเพียง 210 กก. พร้อมล้อหน้า 21 นิ้ว ล้อหลัง 18 นิ้ว และระบบ ABS ที่เปิด–ปิดได้ ■New Honda CRF1100L Africa Twin DCT และ MT วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 709,000 บาท และ 569,000 บาท ■New Honda XL750 TRANSALP สี Ross White และ Graphite Black วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 394,000 บาท ■New Honda CB1300 Final Edition บิ๊กไบค์ 4 สูบเรียงระดับตำนานจาก PROJECT BIG-1 ที่กลับมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ตคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะผลิต ภายใต้คอนเซปต์ The Final Legacy ตำนานเหนือกาลเวลาทุกเส้นทาง มาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black แรงบันดาลใจจาก CB รุ่นแรกในปี ค.ศ.1992 รวมถึงหน้าปัดเรือนไมล์เข็มคู่ดีไซน์ทรงกลมสะท้อนความคลาสสิก ผสานจอดิจิทัลตรงกลางที่ใช้งานง่ายและระบบ Cruise Control และระบบความปลอด ภัยขั้นสูงอย่าง Cornering ABS และHonda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ช่วยควบคุมแรงบิดและการยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นใจ New Honda CB1300 SUPER FOUR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 575,000 บาท และ New Honda CB1300 SUPER BOL D'OR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 600,000 บาท นอกจากนี้ฮอนด้าบิ๊กไบค์ยังเผยโฉมไลน์อัปCBR Series นำโดย New Honda CB650R E-Clutch เน็กเก็ตไบค์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Honda E-Clutch มิติใหม่แห่งความเร้าใจ ถ่ายทอดอารมณ์จากสนามแข่งสู่การขับขี่บนท้องถนนได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเรโทรและตัวถังสีใหม่ Grand Prix Red สีแดงสดสะดุดตา วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 332,100 บาท ต่อด้วย New Honda CBR650R สปอร์ตไบค์สายพันธุ์นักแข่ง ที่ติดตั้ง Honda E-Clutch เทคโนโลยีคลัตช์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ช่วยให้บิดมันส์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ พร้อมโหมดเปิด–ปิดการทำงานตามสไตล์ผู้ขับขี่ ดีไซน์ภายนอกได้รับการรีเฟรชให้ดุดันยิ่งขึ้น มาพร้อมสีใหม่ Mat Gunpowder Black Metallic ถอดแบบดีเอ็นเอความเป็นสปอร์ตตัวจริง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 347,300 บาท ปิดท้ายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเอาใจชาว CUB House ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสรถคันจริง พร้อมข้อเสนอเร้าใจ โดยมีไฮไลต์คือชุดแต่งจาก Kitaco Set ในราคาพิเศษ รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,800 บาทต่อเดือน และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทั้งหมวกกันน็อก ทะเบียน และ พ.ร.บ. ที่มอบให้แบบครบชุด โดยทั้งหมดนี้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2025 เท่านั้น ผู้สนใจสามารถพบกับรถจักรยานยนต์ใหม่ล่าสุดและรุ่นอื่น ๆ ของไทยฮอนด้า พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งรถ และโปรโมชันสุดพิเศษ ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ...... ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA *ติดตามข่าวได้ที่:www.gpssentangfocus.com #BangkokMotorExpo2025 #MotorExpo2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025ครั้งที่42 #HondaGOLDWING #GOLDWING #GoFly #50thAnniversary #NewCB1300FinalEdition #CB1300 #CB1300SuperFour #CB1300SuperBoldor #TheFinalLegacy #NewAfricaTwin #CRF1100L #DCT #HondaDCT #TrueAdventureNeverEnd #NewAfricaTwin #CRF1100L #MT #TrueAdventureNeverEnd #NewHondaXL750 #XL750 #TRANSALP #MountainsAreCalling #CB650R #CBR650R #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld #CUBHouse #CUBHousebyHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou #gpsเส้นทางโฟกัส # www.gpssentangfocus.com

เมนูลัด

หน้าแรก

ข่าว

Test drive

motor sport

ติดต่อ


TEL : 081-5558741            ,0817538280

FAX : -

Facebook : GPS เส้นทางโฟกัส

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube
  • Instagram

© 2020 GPS เส้นทางโฟกัส

ติดต่อ

TEL : 081-555-8741                 081-753-8280

FAX :         -

  • www
  • tiktok
  • youtube
  • Facebook
bottom of page