


Describe your image

Describe your image

Describe your image

Describe your image
1541 results found with an empty search
- RAAT เปิดฤดูกาลมอเตอร์สปอร์ตไทย แถลงข่าวใหญ่ “RAAT Circuit Sport Season 2026
RAAT เปิดฤดูกาลมอเตอร์สปอร์ตไทย จัดงานแถลงข่าวใหญ่ “RAAT Circuit Sport Season 2026” ผนึกกำลังพันธมิตร ผู้จัดการแข่งขัน และสื่อมวล ชน ยกระดับวงการรถยนต์ทางเรียบไทยสู่มาตรฐานสากล ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชู ปถัมภ์ สมาคมกีฬา (ร.ย.ส.ท.) โดยนายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์, นายกสมาคมฯ จัดงานแถลงข่าวเปิดฤดูกาลการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบประจำปี 2026 ภายใต้ชื่องาน “RAAT Circuit Sport Season 2026” เพื่อประกาศความพร้อมของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการสำคัญประจำปี พร้อมเผยทิศทางการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยในอนาคต นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์, นายกสมาคมฯ ได้กล่าวถึงงานดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างการรับรู้และประชาสัมพันธ์การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ได้รับการรับรองจากราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศ ไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา เพื่อยกระดับวงการรถยนต์ทางเรียบไทยสู่มาตรฐานสากล รวมถึงเสริมความร่วมมือระหว่างสมาคมฯ ผู้จัดการแข่งขัน ผู้สนับสนุน นักแข่ง และสื่อมวลชน โดยคาดว่าปีนี้จะมีนักแข่งจากรายการต่างๆ ที่สมาคมฯ รับรองรวมถึงผู้ชมในสนามต่างๆ ที่ทำการจัดการแข่งขันและผู้ติดตามทางสื่อประชาสัมพันธ์ช่องทางออนไลน์ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก เว็บไซต์ต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และเผยแพร่ข่าวสารการแข่งขันที่สนุกและเร้าใจส่งผ่านสื่อที่มีมากมายในปัจจุบัน ภายในงานนี้มีผู้เข้าร่วมงานหลายภาคส่วนประกอบด้วย คณะกรรมการสมาคม ผู้สนับสนุน พันธ มิตรทางธุรกิจ ผู้จัดการแข่งขัน นักแข่ง และสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนักข่าว ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเสวนาหัวข้อ RAAT Circuit Sport Seasons 2026 โดยนายกสมาคมฯ ผู้บริหารจาก MONO MAX ผู้จัดการแข่งขัน และนักแข่งชั้นนำของไทย ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาวงการรถยนต์ทางเรียบไทย การยกระดับมาตรฐานการแข่ง ขัน และการขยายฐานผู้ชมผ่าน Official Media Partner อย่าง MONO MAX นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอรายละเอียดการแข่งขันประ จำปี 2026 ของรายการสำคัญ อาทิ RAAT Thailand Endurance Championship 2026, TSS The Super Series by B-Quik, Idemitsu Super Turbo Thailand 2026, Toyota Gazoo Racing Thailand 2026, PT Maxnitron Racing Series 2026, Lenso Explorar Racing Car Thailand 2026, Honda One Make Race 2026 และ D1 Grand Prix Thailand 2026 อีกหนึ่งช่วงสำคัญคือการเสวนาในหัวข้อ “เส้นทางนักแข่งไทยสู่สนามระดับโลก” ถ่ายทอดประสบการณ์จากนักแข่งชื่อดัง เพื่อสร้างแรงบันดาลใจและผลักดันนักแข่งไทยรุ่นใหม่สู่เวทีนานาชาติโดยมีนักแข่งระดับประเทศจากรายการต่างๆ ที่เข้าร่วมเสวนามากมาย ภายในบริเวณงานยังมีการเปิดพื้นที่ให้ผู้สนับสนุนร่วมจัดบูธประชาสัมพันธ์ อาทิ Singha, Fit Auto และ Giti รวมถึงการจัดแสดงรถแข่งจากหลากหลายรายการรวม 8 คัน เพื่อสร้างบรรยากาศเสมือนอยู่ในสนามแข่งขันจริง การจัดงานครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยฯ ในการผลักดันวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตของภูมิภาคในอนาคต ■ ปฏิทินการแข่งขันปี 2026 ■ รายการ RAAT Thailand Endurance Championship 2026 (จัดโดย ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬา) สนามที่ 1: 30 – 31 พฤษภาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สนามที่ 2: 18 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สนามที่ 3: 5 – 6 กันยายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ■ รายการ TSS The Super Series by B-Quik / B-Quik Thailand Super Series 2026 (จัดโดย บริษัท เรซซิ่ง สปิริต จำกัด) อีเว้นท์ 1: 21 – 24 พฤษภาคม 2569 ณ สนามช้างอิน เตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2: 1 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ สนามเฉพาะกิจบางแสนสตรีทเซอร์กิต จังหวัดชลบุรี อีเว้นท์ 3: 21 – 23 สิงหาคม 2569 ณ สนามเซปังอิน เตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อีเว้นท์ 4: 18 – 20 กันยายน 2569 ณ สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย อีเว้นท์ 5: 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ■รายการ Idemitsu Super Turbo Thailand 2026 (จัดโดย บริษัท 3 มงกุฎ เรซซิ่ง โปรเจ็ค จำกัด) อีเว้นท์ 1 (สนามที่ 1 – 2): 24 – 26 เมษายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 (สนามที่ 3 – 4): 26 – 28 มิถุนายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 3 (สนามที่ 5 – 6): 7 – 9 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ Idemitsu Super Endurance Thailand 2026: 27 – 29 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ■รายการ Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 (จัดโดย บริษัท อาร์โต จำกัด) สนามที่ 1: 1 – 5 กรกฎาคม 2569 ณ สนามเฉพาะกิจบางแสนสตรีทเซอร์กิต จังหวัดชลบุรี สนามที่ 2: 28 – 30 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดภูเก็ต สนามที่ 3 – 4: 24 – 27 กันยายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ สนามที่ 5: 20 – 22 พฤศจิกายน 2569 ณ จังหวัดเชียงใหม่ ■รายการ PT Maxnitron Racing Series 2026 (จัดโดย บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด) อีเว้นท์ 1 (Race 1 – 2): 5 – 7 มิถุนายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 (Race 3 – 5): 14 – 16 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 3 (Race 6 – 7): 14 – 18 ตุลาคม 2569 ณ จังหวัดสงขลา ■รายการ Lenso Explorer Racing Car Thailand 2026 (จัดโดย บริษัท ฟาอีส ยูไนเต็ด มอเตอร์ สปอร์ต จำกัด) อีเว้นท์ 1: 20 – 22 มีนาคม 2569 ณ สนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี อีเว้นท์ 2: 1 – 3 พฤษภาคม 2569 ณ สนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี อีเว้นท์ 3: 31 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ณ สนามแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี อีเว้นท์ 4: 11 – 13 กันยายน 2569 ณ สนามพีระ เซอร์กิต จังหวัดชลบุรี อีเว้นท์ 5: 2 – 4 ตุลาคม 2569 ณ สนามเฉพาะกิจ กีฬาพระยาพิชัยดาบหัก จังหวัดอุตรดิตถ์ อีเว้นท์ 6: 11 – 13 ธันวาคม 2569 ณ สนามลพบุรี สปีดปาร์ค จังหวัดลพบุรี ■ รายการ Honda One Make Race 2026 (จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อีเว้นท์ 1 (Race 1 – 2): 5 – 7 มิถุนายน 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 (Race 3 – 4): 18 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 3 (Race 5 – 6): 14 – 16 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 4 (Race 7 – 8): 14 – 16 สิงหาคม 2569 ณ จังหวัดสงขลา ■ รายการ D1 Grand Prix Thailand 2026 (จัดโดย บริษัท ดีทูดี มอเตอร์สปอร์ต จำกัด) อีเว้นท์ 1 (Race 1 – 2): 3 – 5 สิงหาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อีเว้นท์ 2 (Race 3 – 4): 6 – 8 พฤศจิกายน 2569 ณ เมืองทองธานี อีเว้นท์ 3 (Race 5 – 6): 18 – 20 ธันวาคม 2569 ณ สนามช้างอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
- เบนท์ลีย์ เปิดตัว The Virtuoso Collection ออปชันระบบเสียงใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบ
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว The Virtuoso Collection (เดอะ เวอร์ทูโซ คอลเลกชัน) ออปชันระบบเสียงระดับท็อปภายในห้องโดยสารของรถยนต์เบนท์ลีย์จาก Naim for Mulliner สำหรับคอลเลกชันนี้มาพร้อมกับรถยนต์เบนท์ลีย์ซีรีส์สุดพิเศษที่ติดตั้งระบบเสียง Naim for Mulliner ผสานกับวัสดุชั้นเลิศ การปักลายที่เป็นเอกลักษณ์ และรายละเอียดของสีทองแชมเปญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือด้านดนตรีชั้นสูง ซึ่งเดิมทีระบบเสียง Naim for Mulliner ถูกรังสรรค์ขึ้นสำหรับ Batur รถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นสั่งทำพิเศษ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ความบันเทิงภายในห้องโดยสารที่สมบูรณ์แบบที่สุด. ' โดย เบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดราคาออปชัน The Virtuoso Collection ในรุ่น Bentayga Hybrid ราคา 5,560,000 บาท* และในรุ่น Continental GT/GTC และ ในรุ่น Flying Spur ราคา 8,028,000 บาท* ราคาดังกล่าวเป็นราคาเฉพาะออปชัน The Virtuoso Collection เท่านั้น (Option Price Only) และเงื่อนไขราคาเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*...
- ลัมโบร์กินี จัดโปรแกรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Esperienza Corsa” ณ สนามเซปัง ปลดปล่อยพลัง Temerario เต็มพิกัด
นำลูกค้าและแฟนพันธุ์แท้ระดับวีไอพีจากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สัมผัสสมรรถนะเหนือระดับ “Fuoriclasse” สุดเร้าใจกลางสนามแข่งระดับโลก ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟแก่ลูกค้าและแฟนพันธุ์แท้จากทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อการสัมผัสจิตวิญญาณแห่งความเป็นสุดยอด “Fuoriclasse” กับซูเปอร์สปอร์ตคาร์ Lamborghini Temerario อย่างเต็มรูปแบบ ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่เลื่องชื่อด้านความท้าทายเชิงเทค นิคขั้นสุด ในกิจกรรม “Esperienza Corsa Sepang” เมื่อวันที่ 24–27 เมษายนที่ผ่านมา ภายใต้การดูแลของทีมครูฝึกระดับมืออาชีพอย่างใกล้ชิด Temerario สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่วงการซูเปอร์สปอร์ตคาร์ด้วยสมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าคู่แข่งในเซกเมนต์เดียวกัน ผ่านการออกแบบ พัฒนาขึ้นใหม่ในทุกรายละเอียด และประกอบ ณ ฐานการผลิตในเมือง ซัง 'อกาตา โบโลนเญส ประเทศอิตาลี ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฮบริดรุ่นใหม่ที่ผสานเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบใหม่ทั้งหมดเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว มอบกำลังเครื่องรวมสูงสุด 920 แรงม้า (CV) สร้างนิยามใหม่ของคำว่าสมรรถนะอันทรงพลังอย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมความรื่น รมย์ในการขับขี่ และความสะดวกสบายที่เหนือระดับ Temerario ยังเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระดับโปรดักชันรุ่นแรกและรุ่นเดียวของโลกที่เครื่องยนต์สามารถทำรอบสูงสุดได้ถึง 10,000 รอบต่อนาทีพร้อมสมรรถนะอันน่าทึ่ง ทั้งความเร็วสูงสุดทะลุ 340 กม./ชม. (เกิน 210 ไมล์/ชม.) และอัตราเร่ง 0–100 กม./ชม. (0-62 ไมล์/ชม.) ในเวลาเพียง 2.7 วินาที Esperienza Corsa คือโอกาสครั้งสำคัญที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะและอารมณ์ความรู้สึกของ Lambor ghini Temerario บนสนามแข่งจริง โดยกิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้น ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต หนึ่งในสนามมอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยระยะทางกว่า 5,543 เมตร ประกอบด้วย 15 โค้ง และ 8 ทางตรง โดยมีทางตรงเพื่อทำความเร็วสูง 2 ช่วง ที่เปิดโอกาสให้ Temerario ได้ปลดปล่อยพลังอันน่าเกรงขามได้อย่างเต็มที่ สนามแห่งนี้ยังเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน Lamborghini Super Trofeo Asia 2026 สนามที่ 1 อีกด้วย Esperienza Corsa คือกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์การขับขี่บนสนามแข่งภายใต้การดูแลของครูฝึกมืออาชีพ นำผู้เข้าร่วมงานออกเดินทางไปค้นหาขีดสุดแห่งประสบการณ์และสัมผัสศักยภาพขั้นสูงสุดของ Temerario ไปพร้อมกัน นอกจากความเร้าใจในสนาม ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้เพลิดเพลินไปกับอาหารและเครื่องดื่มต้นตำรับอิตาเลียนแท้ ทั้งภายในเลานจ์รับรองสุดหรูและบริเวณพิตเลนของสนามแข่ง มร.ฟรานเชสโก้ สกาดาโอนี ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “Temerario คือยนตรกรรมที่เหนือล้ำคู่แข่ง (Fuoriclasse) อย่างแท้จริง เพราะเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่สร้างมาตรฐานใหม่ในเซกเมนต์ ผ่านการผสานสมรรถนะอันเหนือชั้น อารมณ์การขับขี่ที่เร้าใจ และการใช้งานในชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น เอาไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้นำขบวนซูเปอร์สปอร์ตคาร์ Temerario มาเยือนประเทศมาเลเซียเป็นครั้งแรกในกิจกรรม Esperienza Corsa ณ สนามเซปัง เพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าและสื่อมวลชนได้สัมผัสประสบการณ์อันเหนือชั้นนี้ด้วยตนเอง” Esperienza Corsa ถือเป็นหนึ่งในโปรแกรมการขับขี่สุดเอ็กซ์คลูซีฟของลัมโบร์กินี ที่มอบประสบการณ์การทดสอบสมรรถนะยานยนต์และสัมผัสกับโลกของลัมโบร์กินีได้อย่างใกล้ชิด ดูรายละเอียดของออโตโมบิลี ลัมโบร์กินี ได้ที่ www.lamborghini.com
- ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2
ศึก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026” สนามที่ 2 เรซ 2 เสิร์ฟสีสันระดับเวิลด์คลาส นักบิดไทยสร้างผลงานกระหึ่ม พาเหรดขึ้นโพเดียม พร้อมกวาดแชมป์ 2 รุ่น “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ผงาดวินเนอร์ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ควง “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขึ้นโพเดียมแบบวันทู เช่นเดียวกับ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่บิดคว้าชัย เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี โดยมี “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยืนคู่บนโพเดียมอันดับ 2 ขณะที่ผลในรุ่นใหญ่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม บิดหายคว้าชัยรุ่นใหญ่ 4 เรซติด ส่วน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักแข่งไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย ราย การ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 2 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แข่งขัน 2 เรซ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ท่าม กลางการติดตามของแฟนความเร็วทั่วโลก ทั้งผ่านการถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมอัดแน่นกิจกรรมเอาใจมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยในสนามอย่างเต็มอิ่ม ขณะที่เกมการแข่งขันก็เข้มข้นทุกคลาส โดยในรุ่นใหญ่อย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) ดวลกันทั้งสิ้น 15 รอบสนาม ซึ่งกริดสตาร์ทยังคงมี ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า เรซซิ่ง มาเลเซีย เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วยทีมเมทอย่าง อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ เคโตะ อาเบะ นักบิดญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า ฟิลิปปินส์ ด้าน ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะ 3 เรซแรกและจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5 ส่วน นักบิดไทยหนึ่งเดียวในรุ่นใหญ่อย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เริ่มเกมจากกริดที่ 6 โดยมีการปรับปรุงเซ็ตอัพรถแข่งได้ลงตัวมากขึ้น เกมเรซนี้แทบไม่มีอะไรพลิกผันสำหรับตำแหน่งหัวแถว โดย ซยาห์ริน ที่ออกตัวจากกริดที่ 5 ไล่แซงคู่แข่งขึ้นเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 2 ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มระยะห่างและบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 24 นาที 1.995 วินาที ผงาดคว้าชัยชนะไปครอง 4 เรซรวด ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง อาเบะ อันดับ 2 ถึง 2.748 วินาที ขณะที่ “ชิพ-นครินทร์” นักบิดชาวไทยวางแผนการขี่ในเรซนี้อย่างยอดเยี่ยม เกาะกลุ่มท็อปไฟว์ไปจนถึงช่วงท้ายเรซ ก่อนจะขยับแซง ซัควาน ไซดี้ ขึ้นมา และบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 3.482 วินาที ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ โดยหลังผ่าน 2 สนามแรก ซยาห์ริน นำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 100 คะแนน ทั้งห่าง อาเบะ อันดับ 2 ออกไป 24 คะแนน ตามด้วย แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์ นักบิดอินโดนีเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 3 ตามหลัง 47 คะแนน ส่วน “ชิพ-นครินทร์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 เก็บไป 39 คะแนน ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เรซที่ 2 ดวลกัน 12 รอบสนาม โดยกริดสตาร์ทมี คาสม่า ดาเนียล คาสมายูดิน แชมป์เก่าชาวมาเลเซียจาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างในแถวหน้าด้วย 2 นักแข่งไทยอย่าง “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม และ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 และ 3 รูปเกมในรุ่นนี้ยังคงเข้มข้นเช่นเคย โดยนักบิดหลายคนในกลุ่มนำสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันแทบทุกรอบ ขณะที่ “มิกซ์-ธนัช” ต้องเจองานหนักเมื่อต้องเข้ารับโทษ “ลองแล็ป” ในรอบที่ 2 ทำให้ร่วงจากอันดับ 3 ลงไปถึงอันดับ 11 แต่ยังมีความเร็วเหนือกว่าทุกคนในสนาม ค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งจนขึ้นมาถึงกลุ่มหน้าในช่วง 4 รอบสุดท้าย ก่อนจะเร่งความเร็วปิดจ็อบจากการแซงในโค้ง 12 ของรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 2.096 วินาทีปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ เฉือน “ตี-อนุภาพ” อันดับ 2 เพียง 0.130 วินาที ตามด้วย แม็คคินลีย์ ไคล์ พาซ นักบิดฟิลิปปินส์จาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.577 วินาที ส่วน คาสม่า ดาเนียล เข้าป้ายอันดับ 4 และ “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ นักบิดไทยอีกคนจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จบการแข่งขันในอันดับ 6 ตามหลัง 4.676 วินาที สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เข้มข้นสุดๆหลังผ่านสนาม 2 ปรากฏว่า คาสม่า ดาเนียล แชมป์เก่ารั้งจ่าฝูงมีทั้งสิ้น 72 คะแนน ตามด้วย “มิกซ์- ธนัช” ที่บีบระยะห่างเข้ามาเหลือเพียง 3 แต้มท่านั้น อันดับ 3 เป็นของ อัซรอย ฮาคีม ตามหลัง 11 แต้ม และ “ตี-อนุภาพ” รั้งอันดับ 4 ตามหลัง 12 คะแนน ขยับมาดูเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ซึ่งแข่งกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม เป็นอีกคลาสที่แฟนชาวไทยได้เฮ เมื่อนักแข่งชาวไทยขึ้นโพเดียมพร้อมกัน 2 คน และเป็น การคว้าชัยชนะแบบวันทู ต่อหน้าแฟนๆ ในบ้านเกิดที่ บุรีรัมย์ โดย “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ออกนำแบบม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 18 นาที 41.804 วินาที อันดับ 2 เป็นของ “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ตามหลัง 4.694 วินาที ตามด้วย คาสด้า เอช นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.562 วินาที ส่วน “กัส” ธีรไนย ทับทิม ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม พลาดโพเดียมเฉียดฉิว บิดเข้าป้ายอันดับ 5 ตามหลัง 6.732 วินาที หลังผ่านการแข่งขันสนาม 2 “ไอเดีย-กฤตภัทร” ยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี อย่างเหนียวแน่น มีทั้งสิ้น 86 คะแนน เหนือ เรห์ซ่า ดานิก้า อาห์เรนส์ คู่แข่งชาวอินโดนีเซีย อันดับ 2 อยู่ 22 คะแนน ส่วน “เฟอร์-ปัญจรุจน์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ตามผู้นำ 24 คะแนน และ “กัส-ธีรไนย” รั้งอันดับ 8 มี 27 คะแนน นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี (UB150) ชัยชนะตกเป็นของ ฮุสนี ไซนัล ฟูอัดซี จาก ซีเออร์ แอลเอฟเอ็น เอชพี969 อะเดลิน เอ็มซีอาร์ อาร์บีที34 ด้วยเวลา 16 นาที 37.890 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง อาหมัด ดาร์วาซี อาหมัด ซาฮีร์ นักแข่งมาเลเซียจาก ยูซี เอเชีย ทีม เพียง 0.390 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ อาดีตยา ฟาอูซี นักบิดอินโดนีเซียจาก เจพีเอ็นดับเบิลยู เอสเอ็นดี แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ตามหลัง 0.801 วินาที ผลในรุ่น ทีวีเอส เรซซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนชิพ เรซสอง ชัยชนะเป็นของ ซาทัค ชาวัล นักแข่งอินเดียด้วยเวลา 14 นาที 58.040 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง โมฮัมหมัด แรมแดน รอสลี นักแข่งมาเลเซียอันดับ 2 เพียง 0.073 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เปดรินโญ มาโตส นักบิดโปรตุกีส ตามหลัง 0.161 วินาที ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามถัดไป จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ ที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะกลับมาดวลความ เร็วสนามสุดท้าย ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคมนี้ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล ..
- บุรีรัมย์มันส์มาก! ครั้งแรกในโลกกับ "รถแห่ไทยบ้าน" บุกแทร็กระดับโลก "เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2026"
จบลงไปอย่างฮือฮา กับโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับกิจกรรม Pit Walk ในศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย "เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026" สนามที่ 2 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงสายวันที่ 10 พ.ค. 2569 ไฮไลต์ที่กลายเป็นไวรัล Thai Power สุดกระหึ่ม "รถแห่บุกพิต" ครั้งแรกในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยสนามช้างฯ ร่วมกับ ทูวีล มอเตอร์ เรซซิ่ง ประเทศมาเลเซีย เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ส่งออก Thai Power ในธีม "ลูกทุ่ง X กันตรึมแดนซ์" ไปสร้างความบันเทิงกลางแทร็กระดับโลก ผสมผสานดนตรีอีสานใต้กับจังหวะ EDM จนนักบิดไทย-เทศและแฟนความเร็วออกมา "เซิ้ง" กันสนั่นพิตวอล์ค นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้างฯ เผยว่า ”จากความสำเร็จของ TukTuk Challenge ใน MotoGP ที่ได้ส่งออกภาพลักษณ์ความสนุกแบบไทยดังไกลทั่วโลกแล้ว เราได้ต่อยอดมาสู่การแข่งขันระดับเอเชีย โดยเราต้องการทำให้ภาพลักษณ์มอเตอร์สปอร์ตเข้าถึงง่ายและสนุกกว่าที่เคย จึงเลือก 'รถแห่' มาเป็นสัญลักษณ์ของความสนุกแบบไทย สอดแทรกศิลปวัฒนธรรมอีสานลงไปในโปรดักชันระดับสากล เพื่อสื่อสารไปยังผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสดในทุกแพลตฟอร์ม" ความพิเศษของไอเดียนี้คือการหยิบ “วัฒนธรรมท้องถิ่น” มาใส่ใน “เวทีระดับนานาชาติ” สนุกสนาน เข้าใจง่าย และมีความเป็นไทยชัดเจน บรรยากาศในพิตคึกคักแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เหล่านักบิดชื่อดังไม่ว่าจะเป็นนักแข่งไทยหรือนักแข่งต่างชาติ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง นำโดย เบนซ์ เรซซิ่ง, แพร ทวินันท์, น้องโนเกียร์, เฟย์ ชาคริยา, เบนซ์ DBigbike, ตะวันบอย TawanBoyz, กร Bullybike ฯลฯ ออกมาโชว์สเต็ป กันอย่างสนุกสนาน สำหรับศึก Asia Road Racing Championship 2026 ดวลความเร็วรวม 6 สนามใน 3 ประเทศ โดยประเทศ ไทยรับบทเจ้าภาพสนามที่ 2 ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปี จากนั้นสนามที่ 3 วันที่ 12-14 มิถุนา ยน จะไปแข่งขันกันที่โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่สนามที่ 4 ยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการ , สนามที่ 5 เซปังฯ ประเทศมาเลเซีย วันที่ 11 - 13 กันยายน จบด้วยสนามปิดฤดูกาล ฉลองแชมป์ที่ ประเทศไทย วันที่ 4 - 6 ธันวาคม 2569 แฟนความเร็วสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Asia Road Racing Championship และ Chang Circuit Buriram
- CHANGAN โตต่อเนื่อง ดันยอดขาย DEEPAL S05 ทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน
CHANGAN Automobile หรือ ฉางอาน ผู้นำด้านเทคโน โลยียานยนต์พลังงานใหม่ เดินหน้าสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง หลัง DEEPAL S05 มียอดขายรวมทั่วโลกทะลุ 200,000 คัน โดยในเดือนเมษายน 2569 ยอดขายทั่วโลกอยู่ที่ 17,269 คัน เพิ่มขึ้น 96.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงกระแสความนิยมและความไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลก ในขณะที่ DEEPAL L06 ที่จำหน่ายในประเทศจีนยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยมียอดจองเดือนเมษายนในประเทศจีนทะลุ 10,000 คัน และยอดส่งมอบรวม 5,189 คัน ตอก ย้ำให้เห็นถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ทั้งด้านเทคโนโลยี สมรรถนะ และความปลอดภัย มอบประสบการณ์การขับขี่อัจฉริยะที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ในทุกมิติ สำหรับ DEEPAL S05 คือรถรุ่น Hero Product ของฉางอาน โดดเด่นด้วยดีไซน์สวย โฉบเฉี่ยว ทันสมัยผลงาน การออกแบบ โดย Klaus Zyciora นักออกแบบระดับโลก ผู้ที่มีผลงานสำคัญระดับโลกมากมายและดำรงตำแหน่ง Head of Global Design ของ CHANGAN Automobile นอกจากดีไซน์ที่สะกดทุกสายตา DEEPAL S05 ยังโดดเด่นด้านสมรรถนะ และเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ มีให้เลือกทั้งรุ่น DEEPAL S05 BEV แบต เตอรี่ล้วนที่วิ่งได้สูงสุด 470 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) และรุ่น DEEPAL S05 REEV ที่ช่วยเพิ่มระยะทางการเดินทางได้ไกลยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยี Range Extender หมดกังวลเรื่องการหาที่ชาร์จสามารถวิ่งได้ ระยะทางสูงสุด 1,200 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งและเติมน้ำมันเต็มหนึ่งถัง และในโหมดไฟฟ้าล้วนวิ่งได้สูงสุด 170 กิโลเมตร (ตามมาตร ฐาน NEDC) เพิ่มอิสระการเดินทางไปได้ไกลแบบไร้กังวล สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมและข้อมูลของรถแต่ละรุ่น ได้ที่ Website : https://www.changan.co.th
- AAS Group ร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี Ducati กับกิจกรรมระดับโลก “WE RIDE AS ONE”
Ducati Thailand ภายใต้การบริหารของ AAS Group ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี Ducati ผ่านกิจกรรมระดับโลก “WE RIDE AS ONE” ที่จัดขึ้นพร้อมกันทั่วโลก เพื่อจุดพลังคอมมูนิตี้ Ducati ในประเทศไทยให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง พร้อมเชื่อมโยงผู้ขับขี่ Ducati ทั่วประเทศสู่การเฉลิมฉลองร่วมกันกับชาว Ducatisti ทั่วโลก และส่งต่อจิตวิญญาณแห่ง Racing Spirit ไปยังคอมมูนิตี้ในทุกภูมิภาค สำหรับประเทศไทย Ducati Thailand ร่วมกับเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และกลุ่ม Ducati Official Club (DOC) ทั่วประเทศ จัดกิจกรรม Ride Out พร้อมกันในหลากหลายเส้นทาง เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่ Ducati ในแต่ละพื้นที่ และตอกย้ำความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ Ducati ในประเทศไทย ในวันที่ 9 พฤษภา คม 2569 อนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดูคาติ ประเทศไทย บริษัท เอเอเอส โมโต โครเซ่ จำกัด โดย เอเอเอส กรุ๊ป กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ AAS Group ดูแล Ducati Thailand เราเชื่อมั่นเสมอว่า ‘ความไว้วาง ใจ’ ไม่ได้สร้างจากตัวผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่เกิดจากประสบการณ์ ความใส่ใจ และการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็ง แกร่งร่วมกัน กิจกรรม ‘WE RIDE AS ONE’ ในวาระครบรอบ 100 ปี Ducati จึงเป็นมากกว่าการเฉลิมฉลองระดับโลก แต่คือการสะท้อนพลังของชาว Ducatisti ในประ เทศไทย และตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ผู้ขับขี่มีต่อแบรนด์ Ducati และ AAS Group มาโดยตลอด” โดยขบวนหลักในกรุงเทพฯ นำโดย Ducati พระราม 4 ภายใต้การบริหารของ AAS Group ร่วมกับ DOC BKK ออกเดินทางสู่ Ducati Factory จังหวัดระยอง เพื่อเยี่ยมชมโรงงานประกอบ Ducati ในประเทศไทย ซึ่งดำเนินงานภายใต้มาตรฐานเดียวกับโรงงานต้นกำเนิดที่เมือง Bologna ประเทศอิตาลี และถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพ มาตรฐานการผลิต และความแข็งแกร่งของ Ducati ในระดับโลก ขณะที่ผู้จำหน่าย Ducati และกลุ่ม DOC ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ต่างร่วมจัดกิจกรรม Ride Out ในเส้นทางที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ เพื่อร่วมเฉลิมฉลอง 100 ปี Ducati พร้อมกันทั่วโลกด้วยเช่นกัน การรวมตัวครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมขับขี่ แต่คือการสะท้อนพลังของผู้คนที่มี Passion เดียวกัน พร้อมตอก ย้ำบทบาทของ AAS Group ในการสร้างประสบการณ์และขับเคลื่อนคอมมูนิตี้ของแบรนด์ระดับโลกให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในประเทศไทย “WE ARE DUCATI, WE RIDE AS ONE”
- อิปปอน (IPONE) เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศ ไทย นำเสนอผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นสำหรับรถจักร ยานยนต์ระดับพรีเมียมสู่ผู้ขับขี่ชาวไทย
อิปปอน (IPONE) แบรนด์น้ำมันหล่อลื่นรถจักรยานยนต์ระดับพรีเมียมจากประเทศฝรั่งเศส ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์สำหรับรถสองล้อโดยเฉพาะ ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมนำเสนอกลุ่มผลิต ภัณฑ์น้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 อิปปอน (IPONE) แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะที่โดดเด่น และผลิต ภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคุณภาพสูงที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะพร้อมรุกเสริมความแข็งแกร่งในตลาดรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีสกู๊ตเตอร์และรถอันเดอร์โบนเป็นยานพาหนะหลักสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ไฮไลต์สำคัญของการเปิดตัวครั้งนี้ คือการนำเสนอเทค โนโลยีสูตรหล่อลื่นขั้นสูงของอิปปอน (IPONE) ที่ใช้เบสน้ำมันชนิด PAO และเอสเทอร์ 100% ซึ่งเป็นเบสน้ำมันคุณภาพสูงในกลุ่ม Group 4 และ Group 5 ถือเป็นหนึ่งในมาตรฐานระดับสูงของอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่นในปัจจุบัน ด้วยการผสานคุณสมบัติเด่นของเอสเทอร์เข้ากับเบสน้ำมันระดับพรีเมียม ผลิตภัณฑ์ของอิปปอน (IPONE) จึงช่วยมอบการปกป้องเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ ลดการสึกหรอ รองรับการขับขี่สมรรถนะสูง และช่วยให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิ ภาพ อิปปอน (IPONE) พร้อมตอบโจทย์ผู้ขับขี่ทุกสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ผู้รักการดูแลรถจักรยานยนต์ หรือผู้ที่ต้องการสมรรถนะสูงสุดจากเครื่องยนต์ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เหนือกว่าในทุกเส้นทาง ■กลุ่มผลิตภัณฑ์: สะท้อนความก้าวหน้าและความเชี่ยว ชาญขั้นสูง ด้วยแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมญี่ปุ่น อิปปอน(IPONE) ได้นำแนวคิด “ลำดับขั้นสายคาดยูโด” มาถ่ายทอดสู่การจัดกลุ่มผลิตภัณฑ์ เพื่อสื่อถึงระดับสมรรถนะ และลักษณะ การใช้งานได้อย่างชัดเจน เข้าใจง่าย และแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมกันนี้ บรรจุภัณฑ์ยังได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปะมังงะญี่ปุ่น ถ่ายทอดภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ทันสมัย เปี่ยมด้วยพลัง และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่รุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว · Katana (สายคาดสีน้ำเงิน)–น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ มอบการตอบสนองที่ยอดเยี่ยมและความทนทานระดับพรีเมียม · R4000 (สายคาดสีเขียว) – น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์ มอบความสมดุลระหว่างสมรรถนะและความคุ้มค่า เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ผลิตภัณฑ์แต่ละระดับได้รับการออกแบบให้สะท้อนเส้นทางการพัฒนาของผู้ขับขี่ ตั้งแต่การใช้งานในชีวิตประ จำวัน ไปจนถึงการรีดสมรรถนะขั้นสูงสุด ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมกับความต้อง การและสไตล์การขับขี่ของตนได้อย่างลงตัว ■ออกแบบมาเพื่อสไตล์การขับขี่ของผู้ขับขี่ชาวไทยโดยเฉพาะ ในประเทศไทย รถจักรยานยนต์ไม่ได้เป็นเพียงความหลงใหลเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การขับขี่ท่ามกลางการจราจรหนาแน่นในเขตเมือง ไปจนถึงการเดินทางระยะไกลในต่างจังหวัด ผู้ขับขี่จึงต้องการน้ำมันหล่อลื่นที่สามารถรักษาสมรรถนะได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสภาวะการใช้งานที่หนักและหลากหลาย ด้วยความเข้าใจในลักษณะการใช้งานดังกล่าว อิปปอน (IPONE) จึงพัฒนาสูตรน้ำมันหล่อลื่นที่มอบสมรรถนะอันเชื่อถือได้ ช่วยปกป้องเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิ ภาพ และคงประสิทธิภาพการทำงานได้อย่างสม่ำเสมอในทุกสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่แบบหยุด- ออกตัวในเมือง หรือการเดินทางไกลบนถนนโล่ง เครื่อง ยนต์ยังคงได้รับการดูแลและปกป้องอย่างเต็มประสิทธิ ภาพ ■ แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน: เหนือกว่าสมรรถนะ วิสัยทัศน์นี้ถูกถ่ายทอดผ่านการเปิดตัวแบรนด์สู่ตลาดไทย คุณสุรเชษฐ ศรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป โมตุล (ประเทศไทย) กล่าวว่า “IPONE แบรนด์น้ำมันหล่อลื่นจักรยานยนต์ชั้นนำจากฝรั่งเศส เปิดตัวอย่างเป็นทาง การในประเทศไทย เพื่อนำเสนอนวัตกรรมน้ำมันเครื่องคุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ทุกสไตล์ ตั้งแต่สายสปอร์ตไปจนถึงการใช้งานในชีวิตประจำวัน ด้วยประสบ การณ์ยาวนานในวงการมอเตอร์สปอร์ตยุโรป IPONE โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีสูตรสังเคราะห์ที่ช่วยลดแรงเสียดทาน ปกป้องเครื่องยนต์ในสภาวะรอบจัด และยืดอายุการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่นำเข้ามาในไทยครอบคลุมทั้งกลุ่มผู้ใช้รถจักร ยานยนต์ 4 จังหวะ เพื่อตอบสนองตลาดรถจักรยาน ยนต์ที่มีความหลากหลายสูงในประเทศไทย การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดรถจักร ยานยนต์ไทยที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งตอก ย้ำความมุ่งมั่นของ IPONE ในการสร้างการรับรู้แบรนด์และขยายเครือข่ายการจัดจำหน่ายทั่วประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าความเชี่ยวชาญจากยุโรปผสานกับความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ในประเทศไทย จะทำให้ IPONE สามารถก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในแบรนด์น้ำมันเครื่องมอเตอร์ไซค์ระดับพรีเมียมที่ผู้ขับขี่ชาวไทยไว้วางใจในระยะยาว” ■เปิดตัวสู่ตลาดอย่างเป็นทางการ การเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งนี้ได้รวบรวมสื่อมวลชน ตัวแทนจำหน่าย อินฟลูเอนเซอร์ และผู้หลงใหลในรถจักรยานยนต์เข้าด้วยกัน ร่วมทำกิจกรรม ผู้เข้าร่วมอิปปอน (IPONE) ได้สัมผัสประสบการณ์ที่หลากหลาย ได้แก่ • การจัดแสดงผลิตภัณฑ์อย่างครบครัน พร้อมข้อมูลเชิงลึก • การแนะนำแบรนด์และแนวคิด • กิจกรรม Rally Challenge เพื่อสร้างการมีส่วนร่วม • การพบปะและสื่อสารโดยตรงกับทั้งผู้บริโภคและพันธมิตรทางธุรกิจ การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของอิปปอน (IPONE) ในการเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยต่อยอดจากการสร้างการรับรู้ในกลุ่มคอมมูนิตี้ผู้ขับขี่ก่อนหน้านี้ และวางรากฐานสู่การเติบโตและการพัฒนาแบรนด์ในระยะยาว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชม: IPONE | Passion First ■เกี่ยวกับอิปปอน (IPONE) อิปปอน (IPONE) ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2528 เป็นบริษัทผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นจากประเทศฝรั่งเศส ที่ขับเคลื่อนด้วยความหลงใหลในรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง ในฐานะแบรนด์ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำมันหล่อลื่นและผลิตภัณฑ์ดู แลรักษาสำหรับรถสองล้อ อิปปอนอยู่เคียงข้างผู้ขับขี่ทั่วโลกในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นมือสมัครเล่นหรือมืออาชีพ ครอบคลุมทุกประเภทการขับขี่ ชื่อ “IPONE” ได้รับแรงบันดาลใจจากคำว่า “Ippon” ในกีฬายูโด ซึ่งเป็นท่าที่สื่อถึงความมุ่งมั่นและชัยชนะอย่างเด็ดขาด เมื่อทำ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ย่อมการันตีชัยชนะ เช่นเดียวกับแนวคิดของแบรนด์ที่มุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศในทุกผลิต ภัณฑ์ อิปปอนโดดเด่นด้วยนวัตกรรมที่กล้าท้าทายกรอบเดิม และเอกลักษณ์ด้านดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยบรรจุภัณฑ์สีขาวและการสื่อสารที่แตกต่างอย่างมีสไตล์ โดยให้ความสำคัญกับ “ประสบการณ์ของผู้ใช้งาน” เป็นหัวใจหลัก แบรนด์จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับรถจักรยานยนต์โดยเฉพาะ 100% เพื่อมอบประสบการณ์การใช้งานที่ลื่นไหล ไร้รอยต่อ ให้ผู้ขับขี่ได้เพลิดเพลินกับทุกการเดินทางอย่างเต็มที่ ด้วยภาพลักษณ์ที่โดดเด่นและชัดเจน อิปปอนนำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับผู้ขับขี่ที่ให้ความสำคัญทั้งสมรรถนะและความสวยงาม แม้จะพัฒนาในประเทศฝรั่งเศส แต่อิปปอนยังผสานแรงบันดาลใจจากวัฒน ธรรมญี่ปุ่น โดยเฉพาะแนวคิดเรื่องความมุ่งมั่นและวินัย ซึ่งถูกถ่ายทอดอยู่ในดีเอ็นเอของแบรนด์ นอกจากนี้ ยังมีการร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง MotoGP เพื่อเชื่อมต่อกับกลุ่มผู้ใช้งานรุ่นใหม่ ในฐานะแบรนด์ที่กำลังเติบโต อิปปอนวางตำแหน่งเป็นน้ำมันเครื่องระดับพรีเมียมสำหรับผู้ขับขี่ที่มองหาความแตกต่างจากกระแสหลัก ผู้ที่ต้องการก้าวข้ามข้อจำกัดของแบรนด์น้ำมันรายใหญ่แบบดั้งเดิม ด้วยพลังแห่งความหลงใหล อิปปอนไม่ได้มอบเพียงสมรรถนะ แต่ยังสร้างความผูกพันทางอารมณ์ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทุกเส้นทาง และทุกความทรงจำของผู้ขับขี่ ■ เว็บไซต์: IPONE | Passion First
- Thai Power
บุรีรัมย์มันส์มาก! ครั้งแรกในโลกกับ "รถแห่ไทยบ้าน" บุกแทร็กระดับโลก "เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2026" จบลงไปอย่างฮือฮา กับโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับกิจกรรม Pit Walk ในศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย "เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026" สนามที่ 2 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงสายวันที่ 10 พ.ค. 2569 ไฮไลต์ที่กลายเป็นไวรัล Thai Power สุดกระหึ่ม "รถแห่บุกพิต" ครั้งแรกในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยสนามช้างฯ ร่วมกับ ทูวีล มอเตอร์ เรซซิ่ง ประเทศมาเลเซีย เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ส่งออก Thai Power ในธีม "ลูกทุ่ง X กันตรึมแดนซ์" ไปสร้างความบันเทิงกลางแทร็กระดับโลก ผสมผสานดนตรีอีสานใต้กับจังหวะ EDM จนนักบิดไทย-เทศและแฟนความเร็วออกมา "เซิ้ง" กันสนั่นพิตวอล์ค นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้างฯ เผยว่า ”จากความสำเร็จของ TukTuk Challenge ใน MotoGP ที่ได้ส่งออกภาพลักษณ์ความสนุกแบบไทยดังไกลทั่วโลกแล้ว เราได้ต่อยอดมาสู่การแข่งขันระดับเอเชีย โดยเราต้องการทำให้ภาพลักษณ์มอเตอร์สปอร์ตเข้าถึงง่ายและสนุกกว่าที่เคย จึงเลือก 'รถแห่' มาเป็นสัญลักษณ์ของความสนุกแบบไทย สอดแทรกศิลปวัฒนธรรมอีสานลงไปในโปรดักชันระดับสากล เพื่อสื่อสารไปยังผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสดในทุกแพลตฟอร์ม" ความพิเศษของไอเดียนี้คือการหยิบ “วัฒนธรรมท้องถิ่น” มาใส่ใน “เวทีระดับนานาชาติ” สนุกสนาน เข้าใจง่าย และมีความเป็นไทยชัดเจน บรรยากาศในพิตคึกคักแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เหล่านักบิดชื่อดังไม่ว่าจะเป็นนักแข่งไทยหรือนักแข่งต่างชาติ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง นำโดย เบนซ์ เรซซิ่ง, แพร ทวินันท์, น้องโนเกียร์, เฟย์ ชาคริยา, เบนซ์ DBigbike, ตะวันบอย TawanBoyz, กร Bullybike ฯลฯ ออกมาโชว์สเต็ป กันอย่างสนุกสนาน สำหรับศึก Asia Road Racing Championship 2026 ดวลความเร็วรวม 6 สนามใน 3 ประเทศ โดยประเทศไทยรับบทเจ้าภาพสนามที่ 2 ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปี จากนั้นสนามที่ 3 วันที่ 12-14 มิถุนายน จะไปแข่งขันกันที่โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่สนามที่ 4 ยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการ , สนามที่ 5 เซปังฯ ประเทศมาเลเซีย วันที่ 11 - 13 กันยายน จบด้วยสนามปิดฤดูกาล ฉลองแชมป์ที่ ประเทศไทย วันที่ 4 - 6 ธันวาคม 2569 แฟนความเร็วสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Asia Road Racing Championship และ Chang Circuit Buriram
- ฟอร์ด จัดหนักแคมเปญ ‘ฟอร์ดสายเปย์’ ช่วยสนับสนุนค่าน้ำมัน รวมมูลค่า 100,000 บาท
ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้าเพิ่มความเข้มข้นแคมเปญขอบคุณลูกค้า ตอบรับกระแสความนิยมอย่างต่อเนื่อง พร้อมช่วยบรรเทาผลกระทบจากสถานการณ์ราคาน้ำ มันในปัจจุบัน ด้วยแคมเปญพิเศษ ‘ฟอร์ดสายเปย์’ มอบสิทธิพิเศษช่วยสนับสนุนค่าน้ำมันให้ฟรี! รวมมูลค่า 100,000 บาท สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ (ยกเว้นรุ่นปี 2026) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2569 ฟอร์ดพร้อมอยู่เคียงข้างและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง จึงเดินหน้าแคมเปญ ‘ฟอร์ดสายเปย์’ ต่อเนื่องจากแคมเปญสนับสนุนค่าน้ำมัน รวมมูลค่า 30,000 บาท ก่อนหน้านี้ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยเพิ่มมูลค่าการสนับสนุนขึ้นเป็น 100,000 บาท เพื่อมอบความคุ้มค่าสูงสุดและช่วยลดภาระค่าครองชีพ ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะ ไม่ว่าจะเป็น ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีล้ำสมัย หรือ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ครอบครัว ให้ทุกคนออกไปใช้ชีวิตและผจญภัยได้อย่างไร้กังวล ■ รายละเอียดและเงื่อนไขแคมเปญ: ●ระยะเวลาโปรโมชัน: สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม - 30 มิถุนายน 2569 ●รุ่นรถที่ร่วมรายการ: รถยนต์ฟอร์ด เรนเจอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น (ยกเว้น รุ่นปี 2026) ●สิทธิพิเศษ: รับการสนับสนุนค่าน้ำมันรวมมูลค่า 100,000 บาท (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด) ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรุ่นรถที่ร่วมรายการ และเงื่อนไขของแคมเปญได้ที่โชว์รูมฟอร์ดทั่วประเทศ หรือเฟซบุ๊กฟอร์ด ฟอร์ด หรือสอบถามข้อ มูลเพิ่มเติมได้ที่ Ford Call Center โทร. 1383
- อีกหนึ่งความภาคภูมิใจแห่งปี เรนาสโซ มอเตอร์ คว้ารางวัล LAMBO HEROES 2025 ลำดับที่ 3 ของภูมิภาค Asia Pacific ในสาขา Best Overall และ Sales จาก Automobili Lamborghini S.p.A.
อีกหนึ่งก้าวสำคัญของ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ เข้ารับรางวัลแห่งความมุ่งมั่น LAMBO HEROES 2025 ลำดับที่ 3 ของภูมิภาค Asia Pacific ในสาขา Best Overall และ Sales จาก Automobili Lam borghini S.p.A. โดยรางวัลนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของมาตรฐานที่พัฒนาอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง และขอขอบคุณลูกค้า Lamborghini Bangkok ทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ เรนาสโซ มอเตอร์ มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์การขับขี่และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับท่านเจ้าของรถลัมโบร์กินี ด้วยวิสัยทัศน์การบริหารงานด้านการบริการลูกค้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ และใส่ใจในทุกรายละเอียดของรถลัมโบร์กินีทุกคันก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้าคนสำคัญเสมอ ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111 ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ ได้ที่: Lamborghini’s Official Website: https://www.lamborghini.com/ Lamborghini Bangkok’s Facebook : https://www.facebook.com/lamborghinirenazzomotor Lamborghini Bangkok’s Instagram : www.instagram.com/lamborghinirenazzomotor/
- Toyota Yaris ATIV HEV Hybrid ซีดานไฮบริดที่โดดเด่น จับต้องได้สะดวกมือ และประหยัดน้ำมันสูงสุดในกลุ่มรถ HEV……
Toyota Yaris ATIV HEV Hybrid เปิดตัวอย่างเป็นทาง การในไทยช่วงเดือนสิงหาคม 2568 ชูจุดเด่นเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร ประหยัดน้ำมันสูงสุด 29.4 กิโลเมตร ต่อลิตร โดยมีราคาอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 729,000 - 779,000 บาท มาพร้อมสมรรถนะที่เร้าใจขึ้น และออปชั่นที่ครบครัน มีให้เลือกทั้งรุ่นมาตรฐานและชุดแต่ง GR Sport สำหรับวันนี้เรามากับ Toyota Yaris ATIV HEV Hybrid ที่ไม่ใช่แค่การขับขี่ แต่นี้คือสไตล์ที่สะท้อนความสปอร์ตอย่างทรงพลัง ถูก ปรับปรุงโฉมให้มีความโฉบเฉี่ยวสปอร์ตมากขึ้น โดยมีการปรับช่วงล่างและน้ำหนักตัวรถให้ตอบสนองการขับขี่ในเมืองได้ดี อัดแน่นด้วยฟังก์ชันความปลอดภัยและฟีเจอร์ช่วยขับขี่ มาพร้อมกับขุมพลังไฮบริดความพรีเมียมเกินคลาส ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และยังอัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี จึงผสานเข้ากันได้ดีกับทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมยกระดับชีวิตคุณได้ในทุกด้าน กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ และด้านล่างสีเทาเมทัลลิก ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED กระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ พร้อมไฟเลี้ยว LED ปรับไฟฟ้าและพับเก็บอัตโนมัติ ใหม่กับล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 16 นิ้ว ภายในใหม่ เบาะหนังสังเคราะห์สีดำ-เทา หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple Car Play และ Android Auto อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ระบบเบรกมือแบบไฟฟ้า EPB (Electric Parking Brake) พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH(AutoBrakeHold) ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง และระบบกรองฝุ่น PM2.5 ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) ปรับได้ 64 เฉดสี พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนพิเศษ อัดแน่นมาด้วย ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ LKC : Lane Keeping Control หรือระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน ที่จะทำงานคู่กับ Adaptive Cruise Control แบบ All-speed ,ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor) ,ระบบช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA (Rear Cross Traffic Alert),กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor),สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง ,กล้องวิดีโอบันทึกภาพด้านหน้า DVR ( DigitalVideo Recor der)Airbag 6 ตำแหน่ง ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง เครื่องยนต์ 2NR-VEX ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ระบบส่งกำลังอัตโน มัติ E-CVT ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และระบบมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ Lithium -ion ขับเคลื่อนล้อหน้า กำลังสูงสุด 111 แรงม้า ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะอัตราเร่งในช่วงออกตัวและช่วงการเปลี่ยนระบบส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันสูงสุดในกลุ่มรถ HEV อยู่ที่ 29.4 กิโลเมตรต่อลิตร ระบบกันสะเทือนด้านหน้า แม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง และระบบกันสะเทือนด้านหลัง ทอร์ชั่นบีมและคอยล์สปริงพร้อมเหล็กกันโคลง ปรับจูนพิเศษ แน่นอนว่า NEW YARIS ATIV HEV ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ต้องจดจำ ไม่ว่าจะเป็นความพรีเมียมความสะดวกสบาย แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่ที่ดี นอกจากจะช่วยเพิ่มความโดดเด่นด้วยดีไซน์สุดสปอร์ตแล้ว การตอบสนองยังดีเยี่ยม เครื่องยนต์ยังแรง เร้าใจทุกการขับขี่ ศูนย์บริการใก้ลบ้านสามารถให้คำตอบเพิ่มเติมได้ เข้าไปสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเลยค๊ะ











